ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 62 : เกียรติของทหารกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    23 ก.ค. 62



62.เกียรติของทหารกล้า

 

                ผู้กองกรันณ์ถูกนำตัวออกมาที่ลานกว้างกลางค่ายของพวกมันแล้วถูกมัดมือทั้งสองข้างโยงขึ้นกับคานไม้ข้างกองไฟขนาดใหญ่จนทำให้ค่ำคืนที่มืดมิดในบริเวณนี้สว่างไสวไปทั่ว ร่างสูงที่สวมเพียงกางเกงทหารถูกซ้อมอย่างหนักจนบอกช้ำไปทั้งตัวเมื่อราชาวดีถูกจับตามเขาออกมาจากกระท่อม ทันทีที่เธอเห็นสภาพของคนรักตอนนี้เธอก็แทบยืนไม่อยู่แล้ว พี่รันของเธอถูกซ้อมจนช้ำไปทั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มทั้งช้ำและเต็มไปด้วยรอยเลือด พอพวกมันซ้อมเขาหนักๆ จนเขาเหมือนจะสลบไปพวกมันก็เอาน้ำมาสาดเขาอีกจนฟื้นแล้วก็ซ้อมใหม่อีกรอบ

                “นาย มันใจเด็ดกว่าที่คิดไว้ซะอีก พวกผมซ้อมมันแทบตายแต่มันก็ไม่ร้องออกมาเลยซักนิดเดียว” ลูกน้องนายพลอ่องเส็งเข้ามารายงาน ราชาวดีจึงอาศัยโอกาสนี้ดิ้นหนีออกจากการจับกุมแล้ววิ่งเข้าไปหาผู้กองกรันณ์ทันทีเพื่อกอดเขาเอาไว้

                “พี่รัน พี่รันขา...พี่รันเจ็บตรงไหนบ้าง พี่รันอย่าเป็นอะไรไปนะ พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปนะคะ” เธอค่อยๆ ยื่นมือขึ้นไปแตะใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา ห่วงเขาจนใจจะขาดมันเสียตรงนี้แล้ว

                “...แก้ม” เขาเรียกเธอเสียงแหบพร่า สงสารเธอเหลือเกินที่เธอต้องมาพบเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ ถ้าเธอกับเขาไม่ต้องรู้จักกันตั้งแต่แรกชีวิตของเธอก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้ “พี่ขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้แก้มต้องมาลำบากแบบนี้”

                “ไม่ ไม่ต้องขอโทษแก้ม แก้มเป็นเมียพี่รัน แก้มจะลำบากไปกับพี่รันด้วย พี่รันขา...แก้มรักพี่รันนะคะ เอาแก้มไปฆ่าให้ตายแก้มก็จะยังรักพี่รันของแก้มเหมือนเดิม” เธอสะอึกสะอื้นร้องไห้กอดเขา ซึ่งนายพลอ่องเส็งก็ปล่อยให้เธอกอดเขาอยู่อย่างนี้ ให้กอดเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต...

                “นาย! นายครับ!!!” ลูกน้องคนหนึ่งของนายพลอ่องเส็งวิ่งออกมาจากกระท่อมที่ใช้ขังผู้กองกรันณ์กับราชาวดีเมื่อก่อนหน้านี้พร้อมกับเสื้อทหารพรานที่ผู้กองหนุ่มใช้คลุมตัวราชาวดีตั้งแต่ตอนถูกจับมา “นายครับ ผมค้นเสื้อทหารของมันดูแล้วเจอนี่ครับ”

                นอกจากตลับสีพรางหน้าก็มีเครื่อง GPS ที่ใช้ส่งสัญญาณไปให้หน่วยซีลรู้ แต่เพราะเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีลักษณะเหมือนเครื่องมือใช้นำทางทั่วไปทำให้นายพลอ่องเส็งหรือแม้แต่อองโจวก็ดูไม่ออกว่ามันมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่ แต่ถึงจะดูไม่ออก นายพลอ่องเส็งก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเป็นแค่เครื่องนำทางธรรมดาๆ ไอ้ผู้กองคนนี้มันมีพิษสงเยอะซ้ำยังเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ ฝึกการรบมาแล้วทุกรูปแบบทั้งทางอากาศ ทางบกหรือแม้แต่ในน้ำ เทคโนโลยีที่ใช้ในกองทัพไทยก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร คาดว่าเครื่อง GPS ของมันนี่ต้องมีกลไกอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ

                “แก้ม” ผู้กองกรันณ์รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนายพลอ่องเส็งสำรวจเครื่อง GPS ของเขาอย่างสงสัย “แก้มฟังพี่ให้ดีๆ นะ” เขากระซิบบอกเธอ “ถ้าพวกมันถามอะไรเกี่ยวกับ GPS เครื่องนั้นแก้มห้ามบอกพวกมันเด็ดขาดนะว่าคืออะไร ต่อให้พวกมันทรมานพี่เพื่อเค้นเอาความจริงแก้มก็ห้ามพูดอะไรออกมาเด็ดขาด ให้ตอบไปว่าไม่รู้ก็พอเข้าใจมั้ย”

                “ค่ะ แก้มจะไม่พูด” ราชาวดีรับคำเขาอย่างเชื่อฟัง แต่ผู้กองกรันณ์ก็ไม่ค่อยจะเชื่อใจเธอนัก เขาเป็นทหาร เขาเคยฝึกมาก่อนว่าหากถูกจับเป็นเชลยแล้วฝ่ายตรงข้ามเค้นเอาความลับจะถูกทรมานร่างกายยังไงบ้าง เพื่อนทหารของเขาไม่ผ่านหลักสูตรการฝึกนี้ไปตั้งหลายคนเพราะทนการทรมานจากครูฝึกไม่ได้ ขนาดเขาเองก็เกือบเอาตัวไม่รอด แล้วผู้หญิงบอบบางอย่างเธอล่ะจะทนรับแรงกดดันได้ยังไงไหว

                นายพลอ่องเส็งพิจารณาเครื่อง GPS ในมือแล้วก็เดินเข้ามาหาผู้กองกรันณ์ที่ถูกมัดมือโยงอยู่กับคานไม้ งานนี้เขาจะต้องเค้นเอาคำตอบจากมันให้ได้ว่าเครื่อง GPS นี่มันคืออะไรกันแน่

                “ลูกน้องกูเจอนี่อยู่ในเสื้อทหารของมึง บอกกูมาว่านี่คืออะไร” นายพลอ่องเส็งยื่น GPS ให้เขาดู ผู้กองหนุ่มเลยแค่นหัวเราะเยาะกลับ

                “มึงเป็นทหารยังไงถึงไม่รู้จักเครื่องมือนำทาง ถ้าจะโง่ดักดานขนาดนี้ก็ควรออกจากป่าแล้วเข้าไปในเมืองดูบ้างนะจะได้รู้ว่าโลกใบนี้เทคโนโลยีมันล้ำหน้าไปถึงไหนแล้ว อ้อ! มึงรู้รึเปล่าว่าสมัยนี้เขาสามารถโทรหากันแบบวิดีโอคอลได้แล้วนะ ต่อให้อยู่กันคนละซีกโลกก็สามารถโทรหากันแบบเห็นหน้าได้” ผู้กองกรันณ์ตอบกลับอย่างกวนประสาทอีกฝ่าย นายพลอ่องเส็งก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

                “กูจะให้โอกาสมึงตอบอีกรอบ นี่เครื่องอะไร!!!” ปืนพกสั้นในมือนายพลอ่องเส็งจ่อเข้ามาที่ขมับของผู้กองกรันณ์ทันทีทำให้ราชาวดีรีบกอดเขาเอาไว้แน่น “ถ้ามึงไม่อยากตายก็ตอบกูมา!

                “ถุยเถอะว่ะ!!!” ผู้กองกรันณ์ถุยน้ำลายใส่หน้านายพลอ่องเส็งกลับ “ที่มึงจับกูกับเมียมาทรมานแบบนี้ก็ไม่ใช่เพื่อจะเอามาฆ่ารึยังไง ตอบกูก็ตาย ไม่ตอบกูก็ตายอยู่ดี แค่เครื่องมือนำทางราคาไม่กี่ร้อยตามท้องตลาดทั่วไปมึงยังไม่รู้จักยังจะมีหน้ามาเป็นโจรอีก...”

                ผลัวะ!!!  ผู้กองกรันณ์ถึงกับหน้าหันเมื่อถูกชกที่หน้าอีก นายพลอ่องเส็งคงสุดจะทนกับเขาแล้วเลยหันมาจิกกระชากผมราชาวดีแล้วดึงเธอออกห่างจากเขา

                “อองโจว มึงง้างปากมันให้ได้ว่ามันมีแผนจะทำอะไร กูสงสัยว่าเครื่องนำทางของมันต้องมีกลไกอะไรแฝงอยู่แน่ๆ”

                “ได้ครับนาย” อองโจวรับคำก่อนจะเข้าไปซ้อมผู้กองกรันณ์อีกเพื่อเค้นเอาคำตอบ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่น้อย นายพลอ่องเส็งก็เลยหันมาทางราชาวดีแทน

                “ถ้าผัวมึงไม่ตอบ งั้นมึงก็คงจะตอบได้สินะว่าไอ้เครื่องนี้มันคืออะไร” ราชาวดีมองเครื่อง GPS สลับกับคนรักที่กำลังถูกซ้อมอยู่ก่อนจะส่ายหน้าออกมาทั้งน้ำตา

                “ฉันไม่รู้ มันก็เป็นแค่เครื่องนำทางทั่วไปไม่ใช่รึไง”

                “อีตอแหล!!!” นายพลอ่องเส็งออกแรงจิกผมราชาวดีให้แรงขึ้นจนเธอต้องยกมือขึ้นมาจับมือของเขาเอาไว้เพื่อให้ความเจ็บทุเลาลง ก่อนที่นายพลอ่องเส็งจะหยิบมีดพกขึ้นมาตบที่แก้มนวลของเธอเบาๆ

                “ตอบกูมาเดี๋ยวนี้ก่อนที่กูจะเชือดคอมึงทิ้ง”

                “ไหนๆ แกก็จะฆ่าสามีของฉันอยู่แล้ว ถ้าเขาตายฉันก็จะตายไปกับเขา แกอยากจะฆ่าก็ฆ่าฉันเลยเพราะถึงแกจะถามยังไงฉันก็ไม่มีคำตอบอะไรให้แกหรอกเพราะว่าฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเครื่องนำทางที่แกถามถึงน่ะมันคืออะไร”

                “เป็นหมอแล้วพูดโกหกได้งั้นหรอ”

                “ฉันไม่รู้จริงๆ ถ้าแกอยากจะฆ่าฉัน ก็ฆ่าเลย” เธอว่าแล้วหลับตาลง กลัวใจแทบขาด แต่ที่เธอกลัวที่สุดก็คือกลัวการเห็นคนรักจากไปต่อหน้าต่อตา

                “ได้! มึงจะไม่ตอบดีๆ ใช่มั้ย งั้นกูก็จะไม่ถามมึงแล้ว แต่กูจะทำให้มึงเป็นคนอยากบอกกูเองโดยที่กูไม่ต้องถาม หันไปดูสิ” มันจับเธอหันไปทางผู้กองกรันณ์ที่กำลังถูกซ้อมอย่างหนัก “ดูเอาว่าถ้ามึงยังปากแข็งเหมือนผัวมึงอยู่ไอ้ผู้กองมันได้ช้ำในตายแน่ มึงเป็นหมอนี่! มึงดูอาการก็รู้ว่าผัวมึงจะบาดเจ็บตรงไหนบ้าง!!!

                ภาพตรงหน้าขณะนี้ทำให้ราชาวดีถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้นเมื่อเห็นสามีถูกซ้อมจนเลือดไหลท่วมกายแต่เขาก็แข็งใจไม่ยอมร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำไมกัน เกิดมาเป็นมนุษย์เดินดินเหมือนกัน ทำไมต้องทำร้ายกันเพียงเพื่อความสาแก่ใจของตัวเองด้วย คนพวกนี้ยังมีความเป็นคนอยู่อีกมั้ย ทำไมถึงได้ใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้

                “พี่รัน...อย่านะ!!! พอแล้ว อย่าทำร้ายเขาอีกเลย อย่าทำร้ายสามีของฉัน!!!” เธอจะเข้าไปหาเขา แต่นายพลอ่องเส็งก็เข้ามายึดตัวเธอเอาไว้แล้วจับหน้าเธอให้หันไปมองภาพตรงหน้าต่อ

                “ฉันขอร้อง...” ราชาวดียกมือขึ้นไหว้ขอ “อย่าทำร้ายสามีของฉันอีกเลย ได้โปรดเถอะนะ อย่าทำร้ายเขา...”

                “ไม่ต้องมาไหว้กู!!! มึงก็รู้ว่ากูต้องการอะไร แค่มึงพูดออกมาว่าเครื่องนำทางนั่นมันคืออะไรกันแน่”

                “ฉันไม่รู้จริงๆ” ราชาวดีสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด “ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร แกถามกับฉันก็ไม่ได้ความอะไรหรอก แกปล่อยสามีของฉันไปเถอะนะ ปล่อยเขาไป” คำอ้อนวอนของราชาวดีเหมือนจะไม่มีใครได้ยินเมื่อนายพลอ่องเส็งโยนมีดในมือไปให้อองโจว

                “แค่ซ้อมมันยังน้อยไปเว้ย!” อองโจวยิ้มรับทันทีเมื่อได้มีดมา มันมองมีดในมือตัวเองก่อนจะมองมาที่เหยื่อที่ยังแข็งใจไม่แม้แต่จะพูดหรือร้องออกมาอย่างเจ็บปวดที่ถูกซ้อม

                “ดื้อด้านนักใช่มั้ยมึง!!!

                “ไม่นะ! อย่าทำเขานะ!!!” ราชาวดีรีบร้องห้ามแล้วจะลุกขึ้นไปหาสามีแต่นายพลอ่องเส็งก็ยังจับตัวเธอเอาไว้แน่นพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างสะใจเมื่อเห็นอองโจวกรีดคมมีดลงไปกลางอกผู้กองกรันณ์จนเลือดสีข้นไหลออกมาตามเป็นทางยาว

                “ไม่...อย่าทำเขา อย่าทำนะ กรี๊ด!!!” เธอกรี๊ดร้องออกมาอย่างขวัญเสีย เป็นห่วงคนรักใจจะขาดอยู่แล้ว พอเสียที อย่าทำร้ายกันแบบนี้อีกเลย “พอแล้ว...อย่าทำเขาอีกเลย ถ้าพวกแกอยากทำก็มาทำที่ฉัน จะเอามีดมากรีดมาฟันหรือฆ่าฉันให้ตายก็ได้แต่อย่าทำร้ายสามีของฉันเลยนะ ฉันขอร้อง...ฆ่าฉันแทนเถอะ อย่าทำร้ายคนรักของฉันอีกเลย” เธอยกมือขึ้นไหว้ขอ ผู้กองกรันณ์ที่ถูกคมมีดกรีดแผ่นอกจึงได้แต่มองเธอน้ำตาคลอ โธ่...คนดีของพี่ พี่สงสารแก้มเหลือเกิน รู้มั้ยว่าน้ำตาของแก้มมันทำให้พี่เจ็บมากกว่าบาดแผลพวกนี้เสียอีก

                “มึงจะบอกกูได้รึยังว่าเครื่องนำทางนั่นมันคืออะไร” นายพลอ่องเส็งถามย้ำอีกแล้วบีบคางเธอเอาไว้แน่น ราชาวดีที่ยกมือไหว้ขอร้องก็ยิ่งร้องไห้ออกมาแล้วหันไปมองคนรัก

                “อย่าบอกมันนะแก้ม” ผู้กองกรันณ์สั่งเมื่อเห็นเธอทำท่าจะบอกความจริง “ถึงแก้มบอกมัน พวกมันก็ฆ่าพี่อยู่ดี”

                “พี่รัน...แก้มไม่อยากให้พี่รันถูกทำร้าย แก้ม...”

                “แก้มรักพี่มั้ย” เขาถามเธอขึ้นมา “ถ้าแก้มรักพี่ แก้มห้ามบอกพวกมันเด็ดขาด พี่เจ็บแค่นี้พี่ทนได้ แต่แก้มห้ามบอกอะไรพวกมันนะ แก้มเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่ไม่ใช่หรอ...”

                ผลัวะ!!! อองโจวชกเข้าที่ท้องผู้กองกรันณ์อีกอย่างรำคาญ พูดพล่ามถึงความรักห่าเหวอะไรของพวกมันเขาล่ะอยากจะอ้วก

                “นาย ถามมันไป มันสองคนผัวเมียก็ไม่ยอมบอกเราหรอก ผมว่าทรมานมันให้หนักแล้วฆ่าๆ มันให้ตายดีกว่า”

                “เออดีเหมือนกัน กูก็ชักจะรำคาญพวกมันแล้ว มึงจัดการเลยอองโจว ทรมานไอ้ผู้กองให้หนักทรมานใจอีนังเมียมันหน่อยซิ” สิ้นคำสั่งนายพลอ่องเส็งอองโจวก็หันไปรับแท่งเหล็กที่เผาไฟจนแดงมาจากลูกน้อง ราชาวดีเห็นดังนั้นหัวใจดวงน้อยๆ ก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อรู้ว่าพวกมันจะทำอะไรคนรักของเธอ เธอได้แต่ส่ายหน้าทั้งน้ำตาแล้วจะคลานเข้าไปคนรัก นายพลอ่องเส็งที่รำคาญเธอเต็มทนแล้วจึงหวดฝ่ามือตบหน้าเธออีกอย่างแรงจนเธอล้มฟุบลงไปกับพื้น

                เพี๊ยะ!!!

                “แก้ม!!!” ผู้กองกรันณ์ร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อเห็นเธอค่อยๆ พยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบากมีเลือดไหลออกมาจากปากไม่หยุด แต่เธอก็ยังพยายามจะคลานเข้ามาหาเขานายพลอ่องเส็งจึงเหยียบข้อเท้าเล็กๆ ของเธอเอาไว้อย่างเต็มแรง

                “โอ๊ย!!!” เธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับข้อเท้าจะหักยิ่งทำให้ผู้กองกรันณ์ทนแทบจะไม่ได้ ไฟแค้นสุมอกเขาจนแทบจะมอดไหม้อยู่แล้วตอนนี้ มึง...ไอ้ชาติชั่ว! ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไร้ทางสู้มึงก็ทำร้ายได้ลงคอ ถ้ากูรอดไปได้กูจะไม่ให้มึงตายดี!!!

                “อย่าทำร้ายพี่รันนะ...อย่าทำร้ายคนรักของฉันเลย ทำฉันแทนเถอะ ฆ่าฉันแทนเถอะนะ ได้โปรด โอ๊ย!” เธอร้องออกมาอีกเมื่อนายพลอ่องเส็งออกแรงเหยียบข้อเท้าของเธอให้แรงขึ้นกว่าเดิม

                “หยุดนะ!!! มึงหยุดเดี๋ยวนี้ไอ้นายพลชั่ว! ไอ้หน้าตัวเมียทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิง มึงปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้นะ!!!” ผู้กองกรันณ์ร้องว่าอย่างเหลืออดและสุดจะทนจริงๆ จนเขาไม่อาจเก็บกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปเมื่อเห็นคนรักถูกทำร้ายแบบนี้ ภาพของราชาวดีที่พยายามจะคลานเข้ามาหาเขา เธอร้องไห้ปานใจจะขาด ยกมือขึ้นไหว้ขอร้องให้พวกมันปล่อยเขา ขอร้องให้พวกมันฆ่าเธอแทนเขามันเป็นภาพที่เจ็บปวดและจะเป็นแผลฝังลึกอยู่ในหัวใจของเขาตลอดไป ช่างน่าขายหน้านักที่เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแท้ๆ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ แก้ม...พี่สงสารแก้มจนจะทนไม่ไหวแล้ว ทำไมกัน ทำไมคนดีๆ ที่ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยคิดร้ายกับใครอย่างแก้มต้องมาถูกทำร้ายแบบนี้ด้วย เพราะพี่ใช่มั้ย เพราะแก้มเป็นเมียพี่ใช่มั้ยแก้มถึงได้ถูกทำร้ายแบบนี้

                “นังคุณหมอ มึงอย่ามัวแต่ร้องไห้ไป ดูนี่ซะก่อน” อองโจวร้องบอกราชาวดีที่กึ่งคลานกึ่งนอนอยู่กับพื้นดินก่อนที่มันจะใช้เหล็กที่เผาไฟจนแดงแล้วจี้เข้ามาที่กลางแผ่นหลังของผู้กองกรันณ์

                “อั้ก!!!” ผู้กองกรันณ์กัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด เขาจะไม่ร้องออกมาให้พวกมันได้สะใจเด็ดขาด จะไม่ร้องออกมาให้น้องนางไม้แสนน่าสงสารของเขาต้องเป็นห่วงเด็ดขาด

                “ใจแข็งไม่ยอมร้องออกมาใช่มั้ยมึง!!!” คราวนี้เหล็กเผาไฟสี่อันถูกจี้เข้ามาที่กลางแผ่นอกของผู้กองกรันณ์แบบพร้อมๆ กันให้ราชาวดีได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง

                “อ๊าก!!! อั้ก!!!” ผู้กองกรันณ์พยายามข่มเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของตัวเองเอาไว้สุดชีวิตเมื่อเห็นราชาวดีเหมือนจะช็อคกับภาพที่เห็น

                “พี่รันขา...พี่รัน!!! พี่รัน...” มือเล็กๆ ของเธอยื่นมาทางเขาเมื่อเธอยิ่งพยายามจะคลานเข้ามาหาแต่นายพลอ่องเส็งก็ยังเหยียบข้อเท้าของเธอเอาไว้เต็มแรงอยู่ “พอแล้ว ได้โปรด...อย่าทำพี่รันนะ...อย่าทำ ไม่!!!” เธอกรีดร้องออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิมเมื่ออองโจวใช้เหล็กเผาไฟจี้มาที่ตัวของเขาอีกครั้งจนราชาวดีแทบจะคุมสติตัวเองไม่ไหว จนเธอแข็งใจหันมาผลักนายพลอ่องเส็งที่เหยียบข้อเท้าของเธอเอาไว้ออก แต่พอเธอจะลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาสามีเธอก็ต้องล้มลงเมื่อเจ็บร้าวที่ข้อเท้าไม่หายจนสุดท้ายก็ได้แต่คลานเข้าไปหาคนรักจนผู้กองกรันณ์ต้องเบือนหน้าหนีทั้งน้ำตาเพราะทนเห็นภาพที่เธอคลานเข้ามาหาเขาไม่ได้

                “พี่รัน...พี่รันขา...” เธอเข้ามากอดขาของเขาเอาไว้แล้วร้องไห้ออกมาจนร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร และเพียงแค่เธอได้กอดเขาอยู่อย่างนี้เธอก็คลายความหวาดกลัวลงได้จึงได้หันมาทางอองโจว

                “อย่าทำสามีของฉันอีกเลย แกฆ่าฉันก็ได้แต่อย่าทำร้ายคนรักของฉันอีกเลยนะ ปล่อยตัวสามีของฉันไปเถอะ” เธอขอร้องแต่อองโจวกลับหัวเราะออกมาลั่นราวกับสิ่งที่เธอขอร้องเขาเป็นเพียงแค่เรื่องตลก

                “เมียมึงนี่ใจเด็ดใช้ได้เลยนี่หว่า สมกับเป็นเมียทหารจริงๆ แต่เรื่องสนุกมันยังไม่จบเท่านั้นหรอกเว้ย!!!” อองโจวว่าแล้วหยิบมีดเล่มเดิมขึ้นมาก่อนยัดมีดเล่มนั้นใส่ในมือของราชาวดีโดยมีนายพลอ่องเส็งยืนมองและหัวเราะตามอย่างสะใจอยู่

                “นายกูบอกว่าจะให้มึงเป็นคนฆ่าผัวตัวเองนี่ จุ๊ๆๆๆ คุณหมอ คุณหมอบอกผมหน่อยสิครับว่าตำแหน่งของหัวใจคนไข้มันอยู่ตรงไหน ได้เวลาผ่าตัดแล้วนะ” อองโจวดึงเธอให้ลุกขึ้นยืนแต่ราชาวดีกลับไม่ยอมกำมีด เธอรังเกียจคำพูดราวกับคนโรคจิตของมัน แต่มันก็ยังพยายามจะยัดมีดใส่มือเธอให้ได้

                “ไม่! อย่ามายุ่งกับฉันนะ ฉันยอมให้แกฆ่าฉันแต่ฉันจะไม่มีวันทำร้ายสามีของฉันเด็ดขาด!!!” ราชาวดีว่าแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนรักซึ่งขณะนี้เขาดูอ่อนแรงเต็มทนจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว

                “แก้ม...”

                “ไม่ แก้มไม่ทำ แก้มยอมตายดีกว่า แก้มจะไม่มีวันทำร้ายคนรักของแก้มเด็ดขาด” เธอบอกสามีแล้วโยนมีดในมือที่อองโจวพยายามส่งให้ทิ้งแล้วหันไปกอดพยุงร่างของสามีเอาไว้ อองโจวเห็นเธอโยนมีดทิ้งไปก็ชักจะหงุดหงิดรำคาญเข้าไปใหญ่คราวนี้มันจึงชักปืนออกมา ราชาวดีเห็นเข้าดังนั้นก็ยิ่งกอดผู้กองกรันณ์เอาไว้แน่นแล้วหลับตาลง ยอมรับความตายที่เธอเรียกหาหลายครั้งเมื่อก่อนหน้านี้ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น

                ปัง!!!

                “โอ๊ย!!!” เสียงอองโจวร้องออกมา ปืนในมือหล่นลงพื้นเมื่อถูกยิงเข้าที่มือข้างที่ถือปืนเอาไว้อย่างจังก่อนที่จะมีเสียงปืนจากรอบทิศทางตามมาอีกหลายนัด

                 ควับ! ฉับ!!! เชือกที่มัดมือของผู้กองกรันณ์ทั้งสองข้างโยงขึ้นไปกับคานไม้ถูกตัดขาดด้วยมีดปริศนาที่ปามาจากทิศใดก็ไม่ทราบแน่จนร่างสูงที่ถูกทรมานมาอย่างหนักทรุดลงมากับพื้นให้ราชาวดีรีบกอดรับเขาเอาไว้แน่น

                เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น นายพลอ่องเส็งรีบวิ่งหลบหาที่กำบังเช่นเดียวกับอองโจวที่รีบหนีหาที่หลบห่ากระสุนที่สาดเข้ามาจากความมืด ผู้กองกรันณ์ยิ้มออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนมาช่วย เขาจึงเอาตัวบังราชาวดีเอาไว้เพื่อป้องกันเธอจากกระสุนปืนที่กำลังสาดเข้ามาใส่ลูกน้องของนายพลอ่องเส็ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิงตอบเช่นกันแม้จะไม่รู้ว่าฝ่ายที่บุกมาโจมตีหลบซ่อนกายอยู่ตรงไหนในความมืด การถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ทำให้ฝ่ายของนายพลอ่องเส็งเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะลูกน้องในค่ายทุกคนต่างก็พากันมารวมตัวที่ลานกว้างเพื่อดูการทรมานผู้กองกรันณ์จนทำให้บางคนไม่ได้พกอาวุธปืนติดกายมา

                “ผู้กอง!” เมื่อลูกน้องของนายพลอ่องเส็งเริ่มแตกกระจายก็มีชายสองคนในชุดดำสวมเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนปกปิดหน้าตามิดชิดวิ่งเข้ามาช่วยราชาวดีประคองผู้กองกรันณ์เอาไว้ ก่อนที่อีกคนจะเอามีดมาตัดเชือกที่ยังมัดมือทั้งสองข้างของเขาออกให้ ซึ่งพอมือทั้งสองข้างเป็นอิสระผู้กองกรันณ์ก็รีบกอดราชาวดีเอาไว้แน่นทันที เขาอยากกอดปลอบขวัญเธอใจจะขาดอยู่แล้ว

                “คนดีของพี่...ไม่ร้องไห้นะครับ ไม่ร้องนะตอนนี้แก้มปลอดภัยแล้ว” เขายื่นมือมาเช็ดคราบน้ำตาให้เธอรวมถึงคราบสีพรางหน้าที่เขาทาให้เธอด้วย ราชาวดีจึงกอดซุกอยู่กับอกของเขา

                “พี่รันขา แก้มรักพี่รันนะคะ”

                “พี่ก็รักแก้มครับ แก้วตาดวงใจของพี่” เขาลูบหลังเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญก่อนจะหันมาทางเพื่อนสองคนที่เข้ามาช่วย

                “แกโอเคมั้ย” ซีลนายหนึ่งถามขึ้นเพราะดูๆ จากสภาพของเพื่อนแล้วอาการมันดูย่ำแย่เอามากๆ

                “ฉันยังไหว ยังทำตามแผนเดิมของเราได้อยู่ แล้วทีมของเรามากันครบมั้ย” ผู้กองกรันณ์ถาม ซีลทั้งสองนายจึงพยักหน้ารับว่าทีมซีลทุกนายมากันครบและพร้อมที่จะดำเนินการตามแผน

                “ตอนนี้ผู้พันคีรินทร์กับทหารพรานแล้วก็ตำรวจ ตชด. ยกกำลังมาคอยที่ริมฝั่งแม่น้ำเมยแล้วแต่ข้ามมาไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้พันกำลังรอน้องสาวอยู่” พอเพื่อนบอกผู้กองกรันณ์ก็ค่อยๆ ผละราชาวดีออกจากอ้อมกอดแล้วยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เธออีกครั้ง

                “แก้ม แก้มรีบข้ามกลับไปฝั่งไทยนะ ตอนนี้ผู้พันมารอรับแก้มแล้ว กลับถึงฝั่งไทยเมื่อไหร่แก้มจะปลอดภัย”

                “แล้วพี่รันล่ะคะ พี่รันก็จะไปกับแก้มใช่มั้ย”

                “พี่มีหน้าที่ต้องทำต่อ แก้มกลับไปรอพี่ที่ฝั่งไทยนะแล้วพี่จะรีบกลับไปหา”

                “ไม่เอาแก้มจะอยู่กับพี่รัน พี่รันบาดเจ็บหนักขนาดนี้แล้วจะทำงานต่อได้ยังไง พี่รันกลับไปกับแก้มนะคะ นะคะพี่รันขา”

                “ไม่ได้!!! ตอนนี้เราไม่มีเวลามาพูดมากแล้วนะ พี่มีงานต้องทำ แก้มรับปากกับพี่แล้วนี่ว่าถ้าพี่สั่งอะไรแก้มจะต้องทำตาม ตอนนี้พี่สั่งให้แก้มกลับฝั่งไทยไปหาผู้พันแก้มก็ต้องไป!” ผู้กองกรันณ์ว่าเสียงเข้มขึ้นทำให้ราชาวดีร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ผู้กองกรันณ์จึงหันมาพยักหน้าให้เพื่อนหน่วยซีลของเขา ก่อนที่ซีลนายนี้จะเข้ามาประคองราชาวดีออกห่างจากสามีของเธอ

                “แก้มข้อเท้าเจ็บ แกอุ้มไปละกัน” เขาสั่งเพื่อนอีกเมื่อราชาวดียังจับมือของเขาเอาไว้แน่นทั้งน้ำตา ถึงจะสงสารเธอจับใจแต่ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว มันถึงเวลาที่เขาต้องทำหน้าที่ของเขาเสียที

                “เดี๋ยวก่อน” ผู้กองกรันณ์ดึงแขนของเพื่อนเอาไว้อีก “แก้วตาดวงใจของฉัน...แกต้องรักษาเอาไว้ให้ดีจนกว่าจะส่งเธอคืนให้กับผู้พันคีรินทร์เข้าใจมั้ย”

                “เชื่อฉันเถอะ ฉันจะส่งแก้วตาดวงใจของแกคืนให้ผู้พันคีรินทร์อย่างปลอดภัย” ซีลนายนี้บอกอย่างหนักแน่นเพื่อให้เพื่อนของตนได้สบายใจก่อนจะหันมาทางราชาวดีที่ยังร้องไห้กอดมือสามีของเธอเอาไว้แน่น

                “ผมขอโทษและขออนุญาตนะครับคุณหมอแก้ม” เขาบอกอย่างเกรงใจก่อนจะค่อยๆ ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มราชาวดีก็ยิ่งจับมือสามีเอาไว้แน่น

                “ไม่ต้องห่วงพี่ แก้มกลับไปหาผู้พันก่อนนะ นะครับแล้วพี่จะรีบตามแก้มไป”

                “พี่รันสัญญาแล้วนะคะว่าจะกลับไปหาแก้ม”

                “พี่สัญญาด้วยเกียรติของทหารคนนี้ พี่สัญญาว่าจะกลับไปหาแก้มอย่างแน่นอน” ผู้กองกรันณ์บอกก่อนจะค่อยๆ ก้มลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ

                “อย่าทิ้งแก้มนะ พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปไหนนะคะ พี่รันรีบกลับมาหาแก้มนะแก้มจะรอพี่รันกลับมาหา” ราชาวดีไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ก่อนที่ผู้กองกรันณ์จะตบไหล่เพื่อนของเขาที่อุ้มเธออยู่เพื่อบอกให้เขารีบพาเธอไป แต่ในจังหวะที่ซีลนายนี้กำลังอุ้มเธอหลบกระสุนปืนเพื่อไปส่งที่ฝั่งไทยเสียงระเบิดก็ดังขึ้นตามหลัง

                ตูม!!!

                “พี่รัน!!!” ราชาวดีที่หันกลับไปยังจุดที่ถูกระเบิดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นสามีกับซีลอีกนายยืนอยู่ใกล้กับจุดที่ถูกระเบิดจนคนทั้งคู่ล้มลงไปกับพื้น

                “พี่รัน!!! พี่รัน ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปหาสามีของฉัน” เธอดิ้นหนีลงจากอ้อมแขนของซีลนายนี้แล้วจะวิ่งกลับไปยังจุดที่ถูกระเบิด แต่เพราะข้อเท้าของเธอยังเจ็บอยู่ทำให้แม้แต่จะทรงตัวยืนขึ้นเธอก็ยังทำไม่ได้

                “เราไม่มีเวลาแล้วนะครับ ผมต้องรีบพาคุณกลับฝั่งไทยให้เร็วที่สุด ไอ้ผู้กองมันดวงแข็งอย่างกับอะไร มันไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อผมสิ” เขาว่าก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มอีกครั้งแล้วรีบพาเธอออกมาจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งทันทีที่เขาอุ้มเธอมาถึงชายป่าก็มีซีลอีกสองนายวิ่งเข้ามาประกบเพื่อช่วยกันอารักษ์ขาพาเธอกลับฝั่งไทยให้ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด ในขณะที่ราชาวดีอ่อนแรงที่จะดิ้นหนีแล้ว เธอได้แต่ร้องไห้ออกมา หัวใจยังห่วงหาแต่สามีจนไม่รู้ตัวว่าถูกอุ้มมาไกลมากแค่ไหน ไม่รู้ด้วยว่ามีรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่กลางป่าตรงนี้ได้ยังไง ไม่รู้ตัวว่าตัวเองขึ้นรถมากับหน่วยซีลตอนไหน จะมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อเท้าของเธอสัมผัสกับความเย็นของน้ำในแม่น้ำเมยแล้ว สติที่เตลิดไปไกลของเธอจึงกลับคืนมา

                เบื้องหน้าของเธอคือเรือยางติดเครื่องยนต์ ซีลทั้งสามนายช่วยประคองเธอขึ้นไปบนเรือยางอย่างระมัดระวังเพราะรู้ดีว่าเพื่อนของพวกเขารักเธอและห่วงใยเธอมาก ซึ่งตลอดทางที่พวกเขาช่วยเธอออกมาจนถึงแม่น้ำเมยเธอเอาแต่ร้องไห้และเหม่อลอย ถามอะไรก็ไม่ตอบราวกับไม่ได้ยินจนกระทั่งมาถึงแม่น้ำนี่แหละเธอถึงได้ดูมีสติขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาเข้าใจดีว่าเธอคงจะช็อคกับเหตุการณ์ที่ได้พบเจอมาเพราะจากประวัติของเธอที่พวกเขาเคยสืบ เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่สนใจแต่เรื่องเรียนและชอบการอ่านหนังสือ ไม่ค่อยเข้าสังคม ชีวิตไม่เคยต้องมาผจญกับความลำบากมาก่อนจนกระทั่งได้มาแต่งงานกับเพื่อนของพวกเขานี่แหละ ถูกจับมาทรมานขนาดนี้สติของเธอยังพอมีอยู่ก็นับว่าเธอเก่งมากแล้ว

                “คุณหมอแก้มบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับนอกจากที่ข้อเท้า” ซีลนายที่อุ้มเธอมาถามอย่างเป็นห่วง เธอจึงส่ายหน้าให้แล้วเป็นฝ่ายถามเขากลับ

                “พี่รันล่ะคะ พี่รันมารึยัง เราจะรอพี่รันก่อนใช่มั้ย”

                “รอไม่ได้ครับ ตอนนี้มีพวกมันส่วนหนึ่งตามเรามาเหมือนกัน เราต้องรีบกลับไปฝั่งไทยให้เร็วที่สุด” ว่าแล้วซีลทุกนายก็เข้าประจำที่บนเรือยางที่พวกเขาคุ้นเคยดีเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ราชาวดีได้ยินดังนั้นก็ชะเง้อกลับขึ้นไปบนฝั่งทันทีด้วยหวังว่าจะเห็นสามีกำลังวิ่งตามมา

                “ผู้กองไม่เป็นอะไรหรอกครับคุณหมอ ผู้กองจะต้องปลอดภัย ตอนนี้พวกเรารีบไปกันจะดีกว่า” ว่าแล้วพวกเขาก็ติดเครื่องยนต์เรือก่อนจะขับข้ามไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ การหนีกลับฝั่งไทยโดยไม่มีสามีตามมาด้วยทำให้ราชาวดีเหมือนถูกพามาแต่ร่างกาย หัวใจของเธอกลับไม่ได้ตามมาด้วย พี่รันขา...พี่รันต้องปลอดภัยนะ พี่รันต้องไม่ทิ้งแก้มไปนะคะ เธอได้แต่หวังแล้วยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเมื่อจนแล้วจนรอดพี่รันของเธอก็ยังไม่รู้ว่าเธอท้อง

                ปัง!!! เสียงปืนที่ดังไล่หลังขึ้นมาทำให้ซีลนายหนึ่งที่นั่งใกล้เธอที่สุดรีบดึงตัวเธอให้ก้มลงหมอบอยู่กับเรือยางก่อนที่พวกเขาจะยกปืนขึ้นยิงตอบโต้ลูกน้องของนายพลอ่องเส็งที่ขับเรือตามมา

                เสียงปืนที่ดังตอบโต้กับเสียงเรือยนต์ที่ดังใกล้เข้ามาที่ฝั่งไทยทำให้ผู้พันคีรินทร์ต้องยกมือขึ้นให้สัญญาณลูกน้องทุกคนเตรียมพร้อมเพื่อรับการปะทะ สายตาคมมองไปทางผืนน้ำในความมืดก็เห็นเรือยางลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาที่ฝั่งไทยโดยมีเรือหาปลาแบบติดเครื่องยนต์ของชายบ้านอีกลำขับตามมา แล้วคนบนเรือทั้งสองก็ยิงตอบโต้กัน หนึ่งในคนที่อยู่บนเรือยางยิงเข้าไปที่ตัวเครื่องยนต์เรืออีกลำทันทีที่สบโอกาสทำให้กระสุนปืนเจาะเข้าที่หม้อน้ำมันส่งผลให้เรือลำที่ขับตามมาระเบิดอย่างจังจนเกิดกลุ่มเปลวไฟพวยพุ่งสว่างจ้าไปทั่วทั้งคุ้งน้ำ ผู้พันคีรินทร์จึงเห็นได้ชัดเจนว่าคนที่อยู่บนเรือยางคือเจ้าหน้าที่หน่วยซีลจำนวนสามนายและ...ร่างบางที่เขาแสนจะคุ้นตา

                “แก้ม!!!” ผู้พันคีรินทร์ร้องเรียกน้องสาวขึ้นมาทันทีเมื่อซีลนายหนึ่งช่วยประคองเธอลงมาจากเรือยาง เขาจึงไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาน้องสาว

                “แก้ม!” ผู้พันกอดเธอเอาไว้แน่นทันทีที่ถึงตัวเธอแล้วช่วยประคองเธอเอาไว้เมื่อซีลนายหนึ่งแจ้งว่าเธอบาดเจ็บที่ข้อเท้า ราชาวดีเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่ชายทั้งน้ำตา คิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว

                “...พี่ภู พี่ภูช่วยแก้มด้วย” เธอกอดผู้พันคีรินทร์เอาไว้แน่นแล้วร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น เนื้อตัวเธอยังคงสั่นเทาผู้พันคีรินทร์จึงลูบผมเธอเบาๆ

                “ไม่เป็นไรแล้วนะ แก้มปลอดภัยแล้ว แก้มอยู่กับพี่แล้วไม่ต้องกลัวนะพี่จะปกป้องแก้มเอง ขวัญมานะคนดีของพี่” เขาปลอบโยนเธอ ซึ่งเพียงแค่คำปลอบโยนและอ้อมกอดอุ่นๆ ของผู้เป็นพี่ชายก็ทำให้ราชาวดีรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาแล้ว ผู้พันคีรินทร์จึงรีบสำรวจตัวเธออีกครั้งเพื่อดูว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า

                “แก้ม! ยัยแก้ม” หมอเอื้อยที่มารอเธอที่นี่ด้วยรีบวิ่งเข้ามาหา ซึ่งทันทีที่เห็นเพื่อนราชาวดีก็รีบโผเข้าไปกอดหมอเอื้อยเอาไว้อีกคน

                “แกไม่ต้องกลัวนะแก้ม ฉันมาช่วยแกแล้ว เราจะได้กลับบ้านกันแล้วนะ” หมอเอื้อยน้ำตาคลอแล้วกอดเพื่อนรักของตัวเองเอาไว้แน่น ยิ่งเธอเห็นราชาวดีมีรอยแผลถูกตบที่แก้มเธอก็ยิ่งร้องไห้ออกมา ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง หมอเอื้อยรู้เพียงแค่ว่าสิ่งที่ราชาวดีพบเจอมามันทำให้เธอหวาดกลัวไม่น้อย

                “แกบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แกไม่ต้องห่วงนะฉันอยู่นี่แล้ว ฉันจะรักษาแกเอง แล้วหลานฉันล่ะ หลานฉันปลอดภัยดีใช่มั้ย” หมอเอื้อยรีบสำรวจตัวเพื่อนอีกคนราชาวดีจึงยกมือขึ้นกุมมาที่ท้องตัวเองแล้วร้องไห้ออกมาจนผู้พันคีรินทร์ใจเสียไปหมดคิดว่าหลานของเขาคงเป็นอะไรไปแน่ๆ จนกระทั่งราชาวดีพูดออกมา

                “...แก้มกับลูกปลอดภัยดี แต่ว่า...” แล้วเธอก็หันกลับไปหาซีลทั้งสามนายอีกครั้งเมื่อพวกเขากำลังขึ้นเรือเพื่อกลับไปทำภารกิจต่อที่อีกฝั่ง

                “พวกคุณจะกลับไปช่วยพี่รันใช่มั้ยคะ พี่รันกำลังรออยู่นะ พวกคุณต้องช่วยพาพี่รันกลับมาให้ได้นะคะ” เธอบอกพวกเขาอย่างมีความหวังเพราะก่อนจะออกมาจากค่ายของพวกมันเธอเห็นมีหน่วยซีลอีกหลายนายแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ด้วย

                “คุณหมอไม่ต้องห่วงนะครับ ผู้กองกรันณ์จะต้องกลับมาหาคุณหมอแน่นอน” พวกเขาบอกเธอแล้วจะขับเรือออกไป แต่ว่ายังไม่ทันจะได้ออกเรือก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาอีกครั้งที่อีกฝั่ง ผู้พันคีรินทร์จึงรีบช้อนเอาราชาวดีขึ้นอุ้มเพื่อพาเธอกับหมอเอื้อยไปหลบอยู่บนฝั่งน้ำก่อนที่เขาจะกลับลงที่ริมแม่น้ำเมยอีกครั้งพร้อมกับสั่งให้ทหารพรานทุกนายที่ซุ่มรออยู่เตรียมพร้อม

                เนื่องจากแม่น้ำเมยช่วงนี้เป็นช่วงที่แคบมากทหารทุกนายที่อยู่ฝั่งไทยจึงมองเห็นและได้ยินชัดว่าที่อีกฝั่งเกิดอะไรขึ้น เสียงปืนยังคงดังสนั่นอยู่ที่ฝั่งพม่าสลับกับเสียงระเบิดและเสียงของชายฉกรรจ์หลายคนตะโกนตอบโต้กันแต่ฟังจับใจความไม่ได้ แต่เสียงปืนกับระเบิดก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และมีระเบิดบางลูกตกลงมากลางแม่น้ำเมย แรงระเบิดทำให้ผืนน้ำในแม่น้ำแตกกระจายเสียงดังก้องไปทั่วจนหมอเอื้อยกับราชาวดีกอดกันเอาไว้แน่น เหล่าทหารพรานกับตำรวจ ตชด. ที่ฝั่งไทยพากันก้มหลบแรงระเบิดนี้พร้อมๆ กัน มีเพียงแค่ผู้พันคีรินทร์กับซีลสามนายที่อยู่บนเรือยางเท่านั้นที่ยังยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่นึกหวั่น ซึ่งทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดในแม่น้ำผู้พันคีรินทร์ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นมีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำ ทุกคนติดอาวุธครบมือและพยายามยิงตอบโต้กับอีกฝ่ายที่ดูเหมือนกำลังจะต้อนชายกลุ่มนี้มาจนชิดหน้าผาได้

                “ผู้กอง...” ผู้หมวดนทีที่ถือปืนเตรียมพร้อมอยู่ข้างผู้พันคีรินทร์เรียกผู้กองกรันณ์ออกมาด้วยน้ำเสียงที่แห้งผากกับภาพที่เห็นตรงหน้า เพราะกลุ่มชายติดอาวุธครบมือที่ริมหน้าผานั้นคือพวกของนายพลอ่องเส็ง แต่ที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือพวกมันมีตัวประกันมาด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น...ผู้กองกรันณ์ ซึ่งสภาพของของตอนนี้คือมีบาดแผลอยู่ทั่วทั้งตัว ร่างสูงที่ดูอ่อนแรงเต็มทีถูกมัดมือไขว้หลังเอาไว้แล้วที่ตัวของเขาก็มีระเบิดผูกติดเอาไว้ ภาพตรงหน้าสร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าทหารพรานและตำรวจ ตชด. เป็นอย่างมากเมื่อไม่คิดฝันว่าคนที่เก่งการรบรอบด้านอย่างผู้กองกรันณ์จะตกเป็นเชลยแบบนี้ ซ้ำยังอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงคล้ายกับคนหมดทางสู้อีก

                “พี่รัน!!!” ราชาวดีร้องออกมาสุดเสียง ลืมความเจ็บที่ข้อเท้าไปเสียสิ้นเมื่อเธอวิ่งออกมาจากที่หลบซ่อนตัวลงไปในแม่น้ำเมยจนหมอเอื้อยต้องรีบวิ่งตามมา

                “พี่รันขา!!!” เธอร้องเรียกออกมาอีกทั้งเสียงสะอื้นผู้พันคีรินทร์ก็เลยต้องเข้าไปดึงตัวเธอเอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะว่ายน้ำข้ามไปที่อีกฝั่ง กลุ่มของนายพลอ่องเส็งที่ยืนอยู่ริมหน้าผาหันมามองตามเสียงร้องเรียกหาสามีของหญิงสาวทันทีก่อนจะแสยะยิ้มออกมาแล้วยกปืนขึ้นจ่อผู้กองกรันณ์เอาไว้

                “ไงอีนังหมอ!!! โชคดีของมึงนะที่หนีรอดไปได้ รักมากไม่ใช่หรอผัวมึงเนี่ย ยังอยากจะตายไปพร้อมกับมันอยู่อีกมั้ย”

                “อย่านะ อย่าทำเขา ได้โปรด...อย่าทำร้ายสามีของฉันเลย” เธอร้องขอทั้งน้ำตาเมื่อนายพลอ่องเส็งทำท่าจะยิงผู้กองกรันณ์ ซึ่งพอเห็นหญิงสาวร่ำร้องใจแทบขาดนายพลอ่องเส็งก็ยิ่งสะใจ แต่ขณะนี้ด้านหลังของเขามีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลกำลังไล่หลังเข้ามาอยู่จนเขาหมดทางหนี ที่อีกฝั่งก็มีทหารพรานอยู่เป็นกองทัพ ดีที่เขาจับเอาผู้กองกรันณ์ที่บาดเจ็บเพราะแรงระเบิดเมื่อก่อนหน้านี้เอาไว้ได้เลยใช้เขาเป็นตัวประกันระหว่างหลบหนี นายพลอ่องเส็งเจ็บใจนักที่จู่ๆ หน่วยซีลของไทยก็โผล่มาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าหน่วยซีลหาตำแหน่งค่ายของเขาได้ยังไง เขาคิดเอาไว้แล้วว่าไอ้ผู้กองนี่มันจะเล่นไม่ซื่อ ไอ้เครื่อง GPS นั่นคงจะเป็นตัวส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือของมันแน่ๆ มันกับเมียของมันถึงไม่ยอมบอกเขาว่าเครื่องนำทางนั่นคืออะไร มันวางแผนที่จะเล่นงานเขามาตั้งแต่ต้นแล้ว แล้วที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือมันรู้ตัวอยู่ก่อนหน้านี้แล้วว่าหากเข้าป่ามามันจะต้องถูกพวกเขาจับตัว ไม่ว่ามันกับหน่วยซีลจะวางแผนกันมายังไงแต่ตอนนี้ชีวิตของมันอยู่ในกำมือของเขาแล้ว เขาจะฆ่ามันและเมื่อมันตายแผนทุกอย่างที่มันวางเอาไว้ก็จะจบ

                “อย่าเข้ามานะพวกมึง! ถ้ากระสุนพลาดถูกระเบิดที่ตัวไอ้ผู้กองได้ตายห่ากันหมดนี่แน่” อองโจวที่เล็งปืนอีกกระบอกใส่ผู้กองกรันณ์หันไปบอกหน่วยซีลทุกนายที่ยกปืนขึ้นเล็งฝ่ายของตนอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากเสี่ยงเพราะแรงระเบิดที่ตัวผู้กองกรันณ์ไม่ใช่ของเล่นๆ หากกระเบิดขึ้นมาทุกๆ คนที่อยู่ในระยะไม่กี่ร้อยเมตรได้เละจนหาซากศพไม่เจอแน่

                “มึงหนีไปไหนไม่รอดแล้วไอ้อ่องเส็ง มอบตัวซะ” ผู้กองกรันณ์บอก สายตายังคงจ้องนายพลอ่องเส็งอย่างอาฆาต

                ผลัวะ!!! นายพลอ่องเส็งใช้ปืนตบมาที่หน้าผู้กองกรันณ์อีกอย่างแรงจนร่างของเขาซวนเซ ราชาวดีที่เห็นและได้ยินทุกคำพูดได้แต่ยืนร้องไห้อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเมย หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอจะแตกสลายเต็มทีแล้วเมื่อรู้ดีว่าสามีของเธอคงถูกพวกมันฆ่าแน่ๆ ก่อนหน้านี้เขาถูกทรมานอย่างหนักแล้วไหนจะมาโดนระเบิดอีกจนตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงมากๆ ถึงเขาไม่ได้ถูกยิง ถูกซ้อมจนตายแต่ระเบิดที่อยู่บนตัวเขาก็พร้อมที่จะพรากเขาไปจากเธอได้ทุกเมื่อ

                “คนใกล้ตายอย่างมึงมีสิทธิมาสั่งให้กูมอบตัวหรอ!!!” นายพลอ่องเส็งว่าขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ท่าทีสบายๆ เหมือนไม่ได้เกรงกลัวอะไรของนายพลอ่องเส็งทำให้ผู้กองกรันณ์มองนายพลเฒ่าอย่างไม่ไว้ใจ ป่าทึบๆ มีมันไม่วิ่งไปแต่กลับหนีมาที่ริมแม่น้ำเมยตั้งไกลเหมือนกับคนที่คิดหาทางหนีเอาไว้ได้แล้วเลย

                “กูจะให้โอกาสมึงร้องขอชีวิต ถ้ามึงอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากกู กูอาจจะปล่อยมึงไปก็ได้ ทหารเก่งๆ อย่างมึงตายไปก็น่าเสียดาย ถ้ามึงยอมรับข้อเสนอที่กูเคยยื่นให้คราวก่อนโดยการมาเป็นพวกกับกูชีวิตของมึงคงไม่ได้มีจุดจบแบบนี้แน่” ผู้กองกรันณ์ถูกจับกระชากคอเสื้อเดินเข้าไปที่ริมหน้าผาโดยมีเหล่าลูกน้องนายพลอ่องเส็งเล็งปืนขึ้นสกัดหน่วยซีลที่ยืนประจันหน้ากันอยู่เบื้องหลัง ราชาวดีเห็นสามีถูกจับตัวมาใกล้ริมหน้าผาเธอก็รีบเดินลงไปในน้ำทันทีจนผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยต้องตามเข้าไปจับประคองเธอเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง พร้อมๆ กับที่เหล่าทหารพรานยกปืนขึ้นเล็งใส่นายพลอ่องเส็งกันทันทีจนผู้พันคีรินทร์ต้องรีบยกมือขึ้นสั่งห้าม

                “อย่ายิง! ใครก็ตามห้ามยิงทั้งนั้น กระสุนอาจพลาดไปโดนระเบิดที่ตัวผู้กองกรันณ์ได้” เขาบอก เพราะขนาดหน่วยซีลเองก็ยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะยิง เพราะจากระยะที่พวกเขาอยู่ หากระเบิดที่ตัวผู้กองกรันณ์ทำงานหน่วยซีลทุกนายก็จะโดนแรงระเบิดไปด้วยเช่นกัน การยิงปืนเข้ากลุ่มของนายพลอ่องเส็งจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาท เพราะแบบนี้ยังไงนายพลอ่องเส็งถึงได้ไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไรทั้งๆ ที่ถูกทหารล้อมเอาไว้แบบนี้

                “กูสั่งให้มึงร้องขอชีวิตยังไงล่ะไม่ได้ยินรึไง!!!

                ปัง!!!

                “พี่รัน!!!” ราชาวดีร้องเรียกเขาเมื่อเห็นเขาถูกยิงที่ขาจนทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น พอเถอะนะ พอเถอะเธอจะทนไม่ได้แล้ว ได้โปรด...อย่าทำร้ายหัวใจของเธอแบบนี้เลย

                “เห็นมั้ยว่าเมียของมึงกำลังร้องไห้เหมือนคนใจจะขาด ร้องขอชีวิตสิ ขอชีวิตกับกูแล้วกูอาจจะใจดีไม่ฆ่ามึงตอนนี้” นายพลอ่องเส็งก้มลงมาสั่งผู้กองกรันณ์ที่คุกเข่ากับพื้น โดนซ้อม ถูกทรมานปางตายแล้วก็ถูกยิงขนาดนี้มันยังไม่ยอมร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเลยสักนิด เขาไม่เคยเจอใครที่ใจเด็ดได้เท่ากับผู้กองกรันณ์มาก่อนเลย

                ผู้กองกรันณ์มองมายังฝั่งไทยด้วยความสงสารราชาวดียิ่งนัก เขาเห็นเธอร้องไห้เรียกหาเขาเหมือนคนใจจะขาดอย่างที่นายพลอ่องเส็งว่า น้องนางไม้แสนสวย...โชคร้ายที่สุดในชีวิตของเธอก็คือการได้มาเจอกับเขา เขาปกป้องชีวิตของเธอได้แต่เขาปกป้องหัวใจของเธอไม่ได้ ไม่เพียงแต่ปกป้องไม่ได้แต่เขายังทำลายหัวใจของเธออีกอย่างไม่น่าให้อภัย นายพลอ่องเส็งมันไม่ได้คิดที่จะปล่อยเขาไปจริงๆ หรอกถึงเขาจะร้องขอชีวิตกับมัน มันตั้งใจจะฆ่าเขาอยู่แล้ว ฆ่าเขาต่อหน้าคนที่เขารักสุดหัวใจ ถ้าราชาวดีเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตาเธอ เธอไม่มีทางรับได้แน่ๆ

                “ผู้พัน!” เขาตะโกนกลับไปที่ฝั่งไทย “พาแก้มกลับฐานไปซะ กลับไปตอนนี้ จะให้แก้มเห็นผมตายไม่ได้เด็ดขาด!!!” เสียงสามีที่ตะโกนมาบอกพี่ชายของเธอทำให้ราชาวดีแทบล้มทั้งยืน ไม่นะ พี่รัน...

                “พี่รันอย่าทิ้งแก้มนะ แก้มรักพี่รัน ไหนพี่รันบอกว่าจะไม่ทิ้งให้แก้มเป็นม่ายไง พี่รันจะอยู่กับแก้ม”

                “พี่อยู่ในหัวใจของแก้มเสมอ” เขาบอกแล้วหลับตาลง พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ นายพลอ่องเส็งเห็นราชาวดีเจ็บปวดหนักแบบนี้ก็เลยหัวเราะสะใจออกมา เขาล่ะอยากจะเห็นภาพแบบนี้มานานแล้ว

                “กูบอกให้มึงร้องขอชีวิต แต่มึงกลับเล่นสั่งเสียแบบนี้แสดงว่ามึงพร้อมที่จะตายแล้วใช่มั้ย”

                “คนอย่างกูไม่เคยกลัวตาย ถ้ากูตายยังไงมึงก็ไม่รอด” ผู้กองกรันณ์ว่ากลับ แม้จะพอรู้ว่านายพลอ่องเส็งเหมือนจะหาทางหนีทีไล่เอาไว้แล้วก็ตาม

                “งั้นกูก็จะให้มึงได้ตายสมใจ”

                “อย่านะ!!!” ราชาวดีรีบร้องห้ามเมื่อเห็นนายพลอ่องเส็งเล็งปืนมาที่ศีรษะของผู้กองกรันณ์ “อย่าฆ่าสามีของฉัน ได้โปรด...แกแค้นที่ฉันทำให้ลูกแกตายไม่ใช่หรอ งั้นแกก็ฆ่าฉันสิ ฆ่าฉันแทนเถอะนะ อย่าทำอะไรคนรักของฉันเลย ฆ่าฉันแทนเถอะ” เสียงร่ำร้องของหญิงสาวที่ดังไปทั่วคุ้งน้ำเพื่อขอชีวิตของสามีเอาไว้ฟังดูเศร้าสร้อยและสะเทือนใจเหล่าทหารทุกนายที่ได้ยิน ทุกคนรู้ดีว่าเธอกับผู้กองกรันณ์รักกันมากแค่ไหน ทั้งสองคนไม่เคยอยู่ห่างกันเลย แต่งงานกันได้ยังไม่ถึงปีแล้วต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้พวกเขาสงสารเธอนัก

                ผู้กองกรันณ์ก้มหน้าลงเมื่อน้ำตาของเขารินไหล หากเขาไม่ตายแล้วรอดไปได้เขาจะตอบแทนความรักที่ยิ่งใหญ่ของเธอด้วยชีวิต จะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ จะทะนุถนอมเธอ จะยอมให้เธอในทุกๆ อย่างเลย

                “พี่ไม่ยอมให้แก้มมาตายแทนพี่หรอก” เขาพูดขึ้น “แก้มต้องอยู่ต่อไป จำคำที่พี่เคยบอกได้มั้ย แก้มจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับการตายของพี่ แก้มต้องภูมิใจในตัวพี่ มีชีวิตอยู่ต่อไปเป็นหมอที่ดีช่วยเหลือชีวิตคนอื่นให้พี่ภูมิใจ ชีวิตนี้เกิดมานอกจากจะได้รับใช้ชาติแล้วพี่ยังได้มาเจอแก้ม ได้รักแก้มก็ถือว่าคุ้มและไม่เสียชาติเกิด ถึงแม้เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันมันจะน้อยนิด แต่มันก็มีคุณค่าทุกวินาที เป็นทุกวินาทีที่เราได้รักกัน ดูแลกัน...แก้มต้องเข้มแข็งนะ รับปากกับพี่ว่าแก้มจะเข้มแข็งให้ได้ แล้วสักวันเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก”

                “พี่รันอย่าพูดแบบนี้ อย่าพูดเหมือนจะทิ้งแก้มไป พี่รันขา...พี่รันอยู่กับแก้มนะ พี่รันอย่าทิ้งแก้มไป อึก...อึก แก้มรักพี่รัน แก้มจะไปหาพี่รัน พี่รันรอแก้มก่อนนะ แก้มจะรีบว่ายน้ำกลับไปหาพี่รัน” เธอว่าแล้วพยายามดิ้นหนีจะว่ายน้ำไปที่อีกฝั่งแต่คราวนี้ผู้พันคีรินทร์กลับกอดเธอเอาไว้แน่นแล้วดึงเอาเธอกลับขึ้นฝั่ง แต่ราชาวดีก็ยังไม่ยอม

                “ปล่อยแก้มนะ แก้มจะไปหาสามีของแก้ม พี่รันรอแก้มอยู่ แก้มจะไปหาคนรักของแก้ม อึก...พี่ภูปล่อยแก้มนะ ปล่อย!!!!” ผู้พันคีรินทร์สงสารเธอกับผู้กองกรันณ์เหลือเกิน เขารู้ดีว่ายังไงเสียน้องเขยของเขาก็จะต้องตายแน่ๆ ราชาวดีกำลังจะกลับไปตายทั้งเป็นเหมือนกับเมื่อครั้งที่ไตรทศทิ้งเธอ แต่บาดแผลในใจของเธอคราวนี้กลับบาดลึกมากกว่าจนไม่มีทางรักษาแล้วแน่ๆ ตั้งแต่รู้จักกันมาผู้กองกรันณ์ก็เป็นรุ่นน้องที่ดีของเขามาโดยตลอด ทั้งเป็นคนดีและเป็นทหารที่ดี ถึงจะเป็นคนใจร้อน บ้าบิ่นและโหดเหี้ยมไปบ้างแต่พื้นฐานจิตใจนั้นเขาก็เป็นคนที่ดีจนผู้พันคีรินทร์กล้ายกน้องสาวให้ ทหารที่เก่งการรบและฉลาดเป็นกรดไม่สมควรจะมาตายแบบนี้จริงๆ

                ผู้พันคีรินทร์เห็นนายพลอ่องเส็งเล็งปืนมาที่ผู้กองกรันณ์อีกครั้งเขาก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับที่หมอเอื้อยรีบซบหน้าเข้ากับต้นแขนของเขาเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพตรงหน้า

                ปัง!!!

                เสียงปืนที่ดังขึ้นราชาวดีไม่ทันจะได้มองเพราะผู้พันคีรินทร์ยกมือขึ้นมาปิดตาเธอเอาไว้จนกระทั่งได้ยินเสียงเหมือนกับมีร่างของใครสักคนตกลงจากหน้าผากระทบเข้ากับผืนน้ำเบื้องล่าง

                “ผู้กอง!!!” ผู้หมวดนทีตะโกนออกไปสุดเสียงท่ามกลางความอึ้งตะลึงของทุกคนเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์ถูกนายพลอ่องเส็งยิงก่อนที่มันจะถีบเขาลงไปในแม่น้ำเมย ซึ่งพอผู้กองกรันณ์ตกลงไปได้ไม่นานนักระเบิดที่เคยผูกอยู่กับตัวเขาก็ทำงานจนระเบิดขึ้นติดต่อกันหลายลูก

                ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!

                แรงระเบิดทำให้ผืนน้ำแตกกระจายเป็นระลอกคลื่นขนาดใหญ่ผู้พันคีรินทร์จึงกอดราชาวดีและหมอเอื้อยเอาไว้พร้อมๆ กันแล้วเอาตัวบังคนทั้งสองเอาไว้ แต่ราชาวดีก็รีบผละผู้เป็นพี่ชายออกแล้วมองกลับไปที่ผืนน้ำ ถึงเธอจะไม่เห็นว่าใครถูกยิงแต่ก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น

                “พี่รัน...พี่รันขา...ไม่ ไม่นะ...กรี๊ด!!!


********************************************************************************************

ตัดจบแบบละครไทยอีกแล้ว


*************************************************************

ประกาศให้ทราบถ้วนหน้า

ตอนนี้ พิทักษ์รักไว้กลางใจ อยู่ในรูปแบบอีบุ๊คแล้วนะคะ

สามารถโหลดและให้การสนับสนุนไรท์ได้ทางเว็บธัญวลัย MEB และทาง Ookbee นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #2153 0651138494 (@0651138494) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 14:28
    ตั้งแต่อ่านมา ขอเหอะเป็นนางเอกที่น่ารำึาญที่สุดแล้ว ผู้กองอ่ะไม่ต้องตายหรอก ให้นางเอกนี้แหละตายตายมันทั้งแม่ทั้งลูกนั้นแหละ ไม่เห็นมีนจะห่วงลูกมันเลยงี่เง่า ร่ำไร รำคาญ
    #2153
    0
  2. #1741 Alial_ (@Alial_) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 12:39
    ตัวถ่วงโคตรๆๆๆๆ งี่เง่าสุดในเรื่อง ยิ่งอ่านยิ่งรำคาญนางเอกมากๆๆๆๆๆๆ ครองแชมป์นางเอกสุดงี่เง่าแห่งปี รำคาญความร่ำไรของนางมากกก
    #1741
    0
  3. #1732 254958pin (@254958pin) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:49
    นางเอกน่ารำคาญมากเลยสงสารพระเอกมีเมียงี่เง่าก็เข้าใจอยู่หรอกว่าห่วงผัวแต่นี่ก็เกินไป ตัวถ่วงจิงๆ
    #1732
    0
  4. #1695 สาววายขี้มโน (@Knightworrier) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:31
    ผิดมั้ยที่จะเริ่มรำคาญนางเอกอ่ะ
    #1695
    0
  5. #1509 moonoii6699 (@moonoii6699) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 21:33
    รำคาญหมอแก้มน่าจะส่งกลับกทม. ตั้งนานแร้ว
    #1509
    0
  6. #946 Athitthaya44 (@Athitthaya44) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 17:35
    รำคานนางเอก ตายไปเถอะปะ คนเขาอุส่าปกป้องยังทำเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นเขาอีก นอกจากไม่ช่วยละยังสร้างปัญหา โง่ขนาดนี้จบหมอมาได้ไง
    #946
    1
    • #946-1 254958pin (@254958pin) (จากตอนที่ 62)
      22 กันยายน 2562 / 21:44
      เห็นด้วยค่ะ งี่เง่า น่ารำคาญมากๆ
      #946-1
  7. #899 kaewkkk (@kaewkkk) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 00:16
    รำคาญแก้มมมม ตายไปซะไป
    #899
    0
  8. #752 กวาง (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 16:13
    รำคาญบทพูดของหมอมาก ตั้งแต่ช่วงพี่รันโดนซ่อมจนถึงตอนนี้เลย เอาจริงๆ นะ น่าฟาดให้สลบตั้งแต่ซิลบุกละ โหยหวน อยู่ได้น่ารำคาญ บทพูดซ้ำเดิมพูดวนไปวนมาหลายรอบเกินไป
    #752
    0
  9. #436 Medsaiby (@Medsaiby) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 02:01

    โอ๊ยยยยยย...บีบหัวใจเหลือเกิน

    #436
    0
  10. #404 Abc (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 16:46

    ทำไมอ่านแล้วรู้สึกรำคาญหมออ่ะ

    รู่ว่ารักมาก แต่เป็นตัวถ่วงมากเช่นกัน

    รักแบบไม่มีสติเลย ทำตัวน่ารำคาญมาก สามีมีอันตรายเพราะมีเมียโง่ๆนี่ละ ร่ำร้องจะไปช่วย แต่ไม่ดูสภาพตัวเองเลย ว่านอกจากชาวยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วยังไม่สามารถช่วยให้ปลอดภัยได้เลย

    #404
    0
  11. #395 NoknoizPinkpanda (@NoknoizPinkpanda) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 00:01
    สงสารก็สงสาร แต่ก็เริ่มลำใยนางเอกแล้ว อ่อนแอเกิ๊น
    #395
    0
  12. #312 Novel Novel (@momimee) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 21:21
    รอไปอีกหลายวันเลยยยย ฮือออ
    #312
    1
  13. #311 ตอตัง (@nongaom-sin) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 20:22

    สงสารหมอแล้ว สงสารตัวเองด้วย5555 ค้างมากเลยคะ
    #311
    0
  14. #310 dargoball (@preeyaporn2107) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 18:27
    ผู้กองการันจะตายมั้ยค่ะ
    #310
    0
  15. #309 ambestfriend (@ambestfriend) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:21

    สงสารหมอแก้ม
    #309
    0
  16. #307 รักน้องแก้ม (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 06:20

    ไม่ปวดตับ แต่ว่าแม่น้ำเมย เป็นแม่น้ำลำธารขนาดคงไม่เล็กนะ. คนเจ็บตะโกนคนละฝั่งจะได้ยินเหรอ

    แต่ก็นะ ขณะนี้อาจแห้งขอด เนื่องจากความแห้ง ร้อน 45 องศาทุกวัน แม่น้ำเมยฉันจะสักเท่าไรกัน

    คุณทหารกล้า ร้อนมั้ยครับ ต้นไม้ก็ไม่เหลือให้อาศัยบดบังแสงแดด เดินทางไกลมีแต่ภูเขาหัวโลน

    #307
    2
    • 2 พฤษภาคม 2562 / 10:53
      แม่น้ำเมย เป็นแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำสาละวินอีกทีค่ะ เป็นแม่น้ำสายเล็กๆ ยาว 327 กม. และเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยและพม่า มีช่วงที่แคบมากขนาดเด็กยังว่ายน้ำข้ามไปมาได้ ในเนื้อเรื่องนิยายตัวละครจึงสามารถพูดคุยกันข้ามฝั่งได้ค่ะ ลายละเอียดอื่นๆ ดูต่อได้จากในเพจนะคะ
      #307-1
    • #307-2 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 62)
      2 พฤษภาคม 2562 / 20:54
      โอ้ยใจขาดแล้วเอยผู้กองจะตายไหมเนี่ยซึ้งๆๆๆๆๆจัง
      #307-2
  17. #306 beam-boonsuan (@beam-boonsuan) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 05:57
    ร้องไห้หนักหนาสาหัสมาก ผู้กองต้องปลอดภัย หมอแก้มจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีผู้กอง รีบกลับมาหาเมียและลูกนะผู้กอง
    #306
    0
  18. #304 oleps (@oleps) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 01:06
    ลุ้นนนนนนนนน สุด
    #304
    0
  19. #303 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:20
    ดีงามมากค่ะ รอค่ะ
    #303
    0
  20. #302 Warinthorn_ploy (@Warinthorn_ploy) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    ร้องไห้หนักมากกก ตอนนี้น้ำตายังไม่หยุดไหลซึ่งในความรักของแก้มที่มีต่อผู้กองความรักที่ยอมตายแทนดาย หน่วงมาก ไรท์รีบมาต่อนะคะ

    ไม่คิดเลยว่าการอ่านนิยายจะทำให้ร้องไห้ดังแฟนทิ้งงงแต่ลืมไปไม่มีแฟนนแงงง ขอผู้หมวดนทีมาปลอบใจเราหน่อยยังวางอยู่มาชดเชยที่ไรท์ทำให้รีดเดอร์ร้องไห้555
    #302
    1
  21. #301 Nichakorn Homruen (@aomiienc77) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    อ่านไปเช็ดน้ำตาไป อินนนน
    #301
    0
  22. #300 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:09
    นอนไม่หลับเลย แงงงง
    #300
    0
  23. #299 Mind1441 (@mind1441) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:03
    แงงงงง ตัดจบแบบลุ้นมากกกกก
    #299
    0
  24. #298 butterrr (@NoeyZin) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:01
    ร้องไห้เเล้ววง😭😭
    #298
    0
  25. #297 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    ร้องไห้หนักมากกับตอนนี้ หน่วงไปหมดแล้ววว ไรท์รีบมาต่อน้าาา ค้างมากกกกก
    #297
    0
  26. #296 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 23:42
    ผู้กองคณินทร์ไปไหนแล้ววว เพิ่งเข้ามาอ่านตอนนี้ เราดองตอนอื่นไว้อยู่
    #296
    4
    • #296-3 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 62)
      2 พฤษภาคม 2562 / 00:10
      ดองไว้สักพักจนลืมแย้ววว แต่ว่ารู้สึกว่าหมอแก้มก็ไม่ได้น่ารำคาญเท่าไหร่ เพราะคิดไว้ว่าคนท้องน่าจะงี่เง่ากว่านี้อ่าาาา
      #296-3
    • 2 พฤษภาคม 2562 / 00:14
      คนท้องอารมณ์จะแปรปรวนง่ายค่ะ เลยมีบ้างที่หมอแก้มจะงี่เง่า
      #296-4