ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 61 : เชลย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    3 ส.ค. 62


61.เชลย 2

 

                ผู้พันคีรินทร์ค่อยๆ ลดปืนในมือลงก่อนจะส่งสัญญาณให้ทหารอีกหลายนายที่มากับเขาเข้าไปเคลียร์พื้นที่พร้อมกับช่วยเหลือเพื่อนทหารและตำรวจ ตชด. ที่ถูกจับเอาไว้ ผู้พันหนุ่มมองไปรอบๆ เพื่อหาน้องสาวของตน หวังว่าจะเห็นเธออยู่ที่นี่แต่เปล่าเลย ราชาวดีไม่อยู่ ผู้กองกรันณ์ก็ด้วย

                “มีคนเจ็บนี่” หมอเอื้อยที่มากับเขาด้วยว่าขึ้นก่อนที่เธอจะแบกกระเป๋าเป้เครื่องมือแพทย์วิ่งเข้าไปหาผู้หมวดคณินที่นอนแน่นิ่งอยู่ ผู้หมวดนทีที่ถูกปล่อยตัวแล้วจึงรีบเข้ามาหาเพื่อนคู่หูของตนด้วยอีกคน

                “ผู้หมวดนที...คุณเป็นอะไรมากมั้ยคะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

                “ไม่ต้องมาสนใจผมคุณหมอ รีบช่วยชีวิตเพื่อนของผมก่อน คุณหมอจะให้เขาตายไม่ได้นะ!!!” ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ผู้หมวดนทีจึงสั่งให้หมอเอื้อยรีบรักษาผู้หมวดคณินก่อน พร้อมๆ กับที่ผู้พันคีรินทร์เดินเข้ามาหา

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้นหมวด ก่อนหน้านี้พวกผมได้ยินเสียงปืนเลยรีบตามเสียงมา ผู้กองกับน้องสาวของผมล่ะ ทั้งสองคนอยู่ที่ไหน”

                “พวกลูกน้องนายพลอ่องเส็งมันซ่อนยาเสพติดกับอาวุธสงครามเอาไว้ในถ้ำครับ พวกเราบังเอิญมาเจอ ตอนนี้ผู้กองกับคุณหมอถูกพวกมันจับตัวไป ผมคิดว่าน่าจะถูกนำตัวไปฝั่งพม่า”

                “อะไรนะ!!!” ผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยว่าขึ้นพร้อมกัน นี่พวกเขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่มั้ย ไม่...มันเป็นไปไม่ได้

                “ผู้พัน...ผู้พันต้องไปช่วยยัยแก้มกลับมาให้ได้นะ ยัยแก้มกำลังท้อง ผู้พันอย่าให้ยัยแก้มเป็นอะไรไปนะ” หมอเอื้อยว่าทั้งน้ำตา เป็นห่วงเพื่อนเหลือเกิน นี่เธอกับผู้พันคีรินทร์มาช้าไปใช่มั้ย ถ้าหากว่ามาเร็วกว่านี้ผู้พันก็คงจะมาช่วยทุกคนเอาไว้ได้ทัน แก้ม...ฉันเป็นห่วงแกเหลือเกิน ฉันขอโทษที่มาช่วยแกไม่ทัน

                “ตั้งสติเอาไว้ก่อนเอื้อย” ผู้พันคีรินทร์บอกเธอเสียงเครียด ห่วงน้องสาวใจแทบขาดแต่วินาทีนี้การใช้สติในการคิดไตร่ตรองสำคัญที่สุด “ตอนนี้ทหารกับตำรวจหลายนายกำลังบาดเจ็บ แพทย์ทหารกำลังเอาเฮริคอปเตอร์มา ระหว่างนี้เธอช่วยรักษาทุกคนก่อนได้มั้ย”

                “ฉัน...ฉัน...”

                “มีสติหน่อยสิเอื้อย! เธอเป็นเมียทหาร เธอต้องเข้มแข็งให้ได้!” ผู้พันคีรินทร์ยึดไหล่เธอเอาไว้แน่นให้ผู้หมวดนทีได้แต่มองตาม นี่อย่าบอกนะว่าผู้พันกับหมอเอื้อยลงเอยกันแล้ว

                “ค่ะ ฉัน...ฉันจะพยายาม” หมอเอื้อยรับปากก่อนจะหันกลับมาดูอาการของผู้หมวดคณินต่อ แต่...เธอเป็นหมอสูตินารีนะ ไม่ใช่ศัลยแพทย์อย่างราชาวดี เธอเคยแต่ผ่าตัดคลอดแต่ไม่เคยผ่าตัดแผลถูกยิงมาก่อน นี่เธอจะทำยังไงดี สัญญาณชีพของเขาอ่อนลงไปทุกทีแล้ว

                “ให้ผมช่วยนะครับ ผมเป็นผู้ช่วยผ่าตัดของคุณหมอแก้ม” ผู้หมวดนทีบอกอย่างเข้าใจในความกังวลของเธอ เธอเป็นหมอสูตินารี คงไม่ถนัดงานผ่าตัดแบบราชาวดี

                “ค่ะ งั้นช่วยถอดเสื้อผู้หมวดคณินออกก่อนเลยนะคะ เขาเสียเลือดมากแล้วเราต้องรีบห้ามเลือดด่วนค่ะ”

                ผู้พันคีรินทร์ปล่อยให้หมอเอื้อยกับผู้หมวดนทีช่วยชีวิตผู้หมวดคณินไปก่อนที่เขาจะมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้หมวดไกรจักรและทหาร ตำรวจ ตชด. นายอื่นๆ อีกอย่างละเอียด จากนั้นจึงแบ่งกำลังทหารออกเป็นสองส่วนโดยทีมแรกจะอยู่ดูแลคนเจ็บและรอแพทย์ทหารมา อีกทีมจะออกแกะรอยไปตามทางที่ผู้กองกรันณ์และราชาวดีถูกจับตัวไป

                “ดีนะครับที่พื้นเปียกเลยเห็นรอยเท้าได้ชัด” ผู้หมวดไกรจักรที่อาสาตามมาแกะรอยด้วยบอก ผู้พันคีรินทร์จึงสำรวจเส้นทางรอบๆ ป่าตามเขา

                “รอยเท้าที่เล็กที่สุดน่าจะเป็นของคุณหมอแก้ม แต่รอยก็หายไปตรงจุดนี้”

                “ไอ้รันคงอุ้มแก้มไป พื้นตรงนี้ค่อนข้างลื่นเดินลำบาก” ผู้พันคีรินทร์สันนิษฐานตามประสบการณ์ในการแกะรอยและด้วยความที่รู้จักนิสัยของน้องเขยตัวเองเป็นอย่างดี ผู้กองกรันณ์รักราชาวดีมาก เขาไม่ยอมให้ราชาวดีตากแดด ฝนหรือแม้แต่ลม ยุง มดซักตัวเดียวก็กัดราชาวดีไม่ได้ ป้อนข้าวเธอเกือบทุกคำ เขาทะนุถนอมเธอดียิ่งกว่าไข่ในหิน เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเป็นอันตรายอะไรแน่

                “ผู้พันทราบใช่มั้ยครับว่าคุณหมอแก้มท้อง”

                “อืม ผมรู้”

                “แต่น่าเสียดายนะครับที่ผู้กองไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้คุณหมอถูกจับตัวไปด้วยหรอก”

                “ผมรู้จักนิสัยน้องสาวผมดีหมวด” ผู้พันคีรินทร์หันมาบอกผู้หมวดไกรจักร “แก้มเป็นคนที่ถ้าได้รักใครแล้วก็จะทุ่มทั้งชีวิตให้กับเขา ต่อให้พวกนายพลอ่องเส็งตั้งใจจะจับไอ้รันไปคนเดียวยังไงซะแก้มก็จะขอตามไปด้วยอยู่ดี ยัยเด็กงี่เง่า หลงแต่ผัวจนไม่ห่วงตัวเองกับลูก!!! เมื่อไหร่จะรู้จักโตซักที!!!” ผู้พันคีรินทร์ว่าอย่างหงุดหงิดแล้วทุบกำปั้นใส่ต้นไม้ใหญ่เต็มแรง ทั้งน้องทั้งหลาน เขาเป็นห่วงเธอจนจะบ้าตายอยู่แล้วเธอรู้ตัวบ้างมั้ย

                “ผู้หมวดนทีบอกว่าพวกมันตั้งใจมาตามล่าผู้กองกับคุณหมออยู่แล้วนะครับ ถ้าผู้กองกับคุณหมอไม่ไปกับพวกมัน พวกมันจะฆ่าทุกคนทิ้ง ผู้กองกับคุณหมอเป็นห่วงพวกเราก็เลยยอมไปกับพวกมัน ผู้พันอย่าตำหนิคุณหมอเลยนะครับ” น้ำเสียงห่วงใยราชาวดีของผู้หมวดไกรจักรทำให้ผู้พันคีรินทร์หันมาจ้องเขาอย่างจับผิดจนฝ่ายที่ถูกจ้องต้องรีบหลบสายตา อะไรกัน นี่อย่าบอกนะว่าผู้หมวดไกรจักรแอบชอบน้องสาวเขา เหอะ! ไอ้รันรู้เข้าได้แหกอกผู้หมวดไกรจักรตายแน่ๆ

                “เฮ้อ! แก้มนะแก้ม” ผู้พันคีรินทร์ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยได้แต่ถอนหายใจออกมาแทน ก็ทั้งสวยแล้วก็ใจดี อ่อนโยนแบบนั้น ทหารพรานกับตำรวจ ตชด. ที่ฝึกแต่ความเข้มแข็ง แข็งแกร่งมาโดยตลอดเจอความอ่อนโยนเข้าไปจะไม่หลงเสน่ห์ได้ยังไง ขนาดผู้ร้ายแสนเลวอย่างแสนดาก็ยังยอมสยบยกชีวิตให้เธอเลย

                ผู้พันคีรินทร์กับผู้หมวดไกรจักรนำกำลังทหารแกะรอยตามพวกอองโจวไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางด่านที่ค่อนข้างรก ความหวังของผู้พันคีรินทร์ค่อยๆ เหลือน้อยลงไปเมื่อเห็นมีรอยล้อรถฮัมวีอยู่ประมาณสามคันได้ พวกมันคงวางแผนมาเป็นอย่างดีถึงได้เตรียมรถมาด้วย เส้นทางที่รถขับไปมุ่งสู่เขตชายแดนแม่น้ำเมย พวกมันคงจะข้ามแม่น้ำเมยไปกันต่อ ให้เขาตามไปตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว หรือถึงตามไปทันทหารอย่างเขาก็ไม่สามารถข้ามไปในพื้นที่ของประเทศอื่นได้

                “เราเอากำลังทหารบุกตามไปเลยมั้ยครับผู้พัน” ผู้หมวดไกรจักรถามขึ้น เจ็บใจนักที่เขามาช้าจนไม่อาจช่วยเหลือราชาวดีเอาไว้ได้

                “เราเอากำลังทหารหรือตำรวจตระเวนชายแดนไปบุกประเทศอื่นไม่ได้หรอกหมวด มันผิดกฎแล้วก็มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย”

                “แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะครับ โธ่เว้ย!!! แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ พิษภัยอะไรก็ไม่มีพวกมันจะอะไรกันนักกันหนา ไอ้พวกสารเลวเอ้ย ทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิง ไอ้พวกหน้าตัวเมีย!!!” ผู้หมวดไกรจักรว่าออกมาอย่างเจ็บใจ ถ้าเขาไม่ถูกทำร้ายจนสลบไปตอนอยู่ในถ้ำเขาจะไม่ยอมให้ราชาวดีถูกพวกมันจับตัวไปแน่ๆ ถึงแม้พวกมันขู่ว่าจะฆ่าพวกเขาหากเธอไม่ยอมไปด้วยเขาก็พร้อมที่จะยอมตาย ไม่ใช่ตัวเองมารอดปลอดภัยอยู่ที่ฝั่งไทยแล้วปล่อยให้เธอรับเคราะห์แทนแบบนี้

                ผู้พันคีรินทร์เองก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกัน เขายังคงเดินตามรอยของรถฮัมวีไปเรื่อยๆ พยายามเดินเลี่ยงออกห่างจากเหล่าลูกน้องเพื่อซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอออกมา ราชาวดี...เขาเสียเธอไปไม่ได้ ถึงแม้เธอจะมีผู้กองกรันณ์ไปด้วย แต่ถ้าพวกมันใช้เธอเป็นตัวประกันแล้วผู้กองกรันณ์หรือจะกล้าทำอะไรตุกติก ราชาวดีกลัวปืน กลัวมีด กลัวอาวุธ กลัวการต่อสู้ ชีวิตของเธอมีแต่หนังสือและเข็มฉีดยา เขาไม่รู้ว่าพวกมันจะทำยังไงกับเธอบ้าง ภาพของกัลยาและเคราะห์ร้ายที่หญิงสาวได้รับยังคงติดตาเขาอยู่มาจนถึงวันนี้ ถ้าไอ้พวกสารเลวนั่นมันจะทำร้ายน้องสาวของเขาแบบนั้นบ้างล่ะ แค่คิดผู้พันคีรินทร์ก็หนาวเหน็บไปทั้งใจจนไม่อาจเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้แล้ว

                “พ่อครับ แม่ครับ ช่วยคุ้มครองน้องด้วยนะครับ น้องกำลังท้อง อย่าให้น้องกับหลานเป็นอะไรไปเลยนะครับ” ผู้พันคีรินทร์พูดขึ้นมาแล้วหลับตาลงเพื่อไล่หยดน้ำตาออกให้หมด ตั้งแต่รับราชการทหารพรานมา เขาก็เป็นทหารที่ดีมาโดยตลอด เขาทำงานอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์ จงรักและภักดีต่อประเทศชาติ อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินเอาไว้ เขาได้แต่หวังว่าคุณความดีที่เขาทำจะช่วยคุ้มครองคนที่เขารัก คุ้มครองน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาให้เธอรอดปลอดภัย ขออย่าให้ไอ้พวกสารเลวนั่นแตะต้องเธอได้ และขอให้คุณความดีที่ราชาวดีเคยทำมาช่วยคุ้มครองและรักษาตัวเธอด้วย เธอไม่เคยทำบาปทำกรรมเอาไว้กับใคร ไม่เคยคิดร้ายกับใคร มดซักตัวก็ไม่เคยฆ่า ความดีของเธอขาวสะอาดบริสุทธิ์ เขาขอให้ความดีเหล่านี้คุ้มครองเธอกับลูกในท้องด้วยเถอะ อย่าเป็นอะไรไปเลยนะแก้ม รีบกลับบ้านมาหาพี่เถอะนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลแก้มให้ดีกว่านี้ พี่จะไม่ทิ้งแก้มไปไหนอีกแล้ว

                ผู้พันคีรินทร์ถอดหมวกออกแล้วยกมือขึ้นกุมขมับอย่างคิดไม่ตกว่าเขาจะไปช่วยน้องสาวยังไงดีที่ฝั่งพม่า ถึงแม้เขาจะข้ามไปฝั่งพม่าได้แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าพวกมันพาเธอไปที่ไหน ชายแดนพม่าไม่ใช่เล็กๆ ค่ายของพวกมันมีตั้งหลายที่แล้วเขาจะรู้ได้ยังไง

                “ผู้พันครับ” ระหว่างที่เขากำลังคิดไม่ตกอยู่นั้น อาสาสมัครทหารพรานนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือสัญญาณดาวเทียม “มีคนต้องการจะคุยสายกับผู้พันครับ”

                “ใคร” ผู้พันคีรินทร์ถาม

                “จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือครับ”

                หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ...หน่วยซีล จริงสิทำไมเขาถึงนึกไม่ออก ผู้กองกรันณ์เป็นคนของหน่วยนี้ เขามีเพื่อนฝูงพี่น้องมากมายคอยหนุนหลัง แล้วซีลก็เป็นหน่วยทหารที่มีความชำนาญในการเข้าไปช่วยเหลือและชิงตัวประกันออกมาด้วย แก้ม...แก้มของพี่จะไม่เป็นอะไรแล้วนะ แก้มจะได้กลับมาหาพี่แล้ว ผู้พันคีรินทร์คิดก่อนจะรับโทรศัพท์มาจากลูกน้อง

                “ผมพันตรีคีรินทร์ วัฒนกุลพูดสายครับ”

 

                ผู้กองกรันณ์แอบมองผ่านรอยแยกของกระท่อมไม้เล็กๆ เพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบค่ายของพวกมัน หลังจากที่พวกมันจับตัวเขากับราชาวดีขึ้นรถมา พวกมันก็พาเขากับเธอข้ามแม่น้ำเมยมาที่ฝั่งพม่า ถึงแม้ระยะทางบางจุดพวกมันจะปิดตาเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้จดจำเส้นทางได้ แต่พวกมันก็ไม่รู้หรอกว่าทุกๆ เส้นทางที่พวกมันพาเขาเดินมานั้นเขาเคยแอบเข้ามาลาดตระเวนจนจดจำได้แม้กระทั่งต้นไม้ทุกต้นแล้ว มีเพียงแค่พื้นที่ค่ายแห่งนี้ของพวกมันนี่แหละที่เขาไม่เคยมา แต่จากสัญญาณ GPS ที่เขาพกติดตัวมาและใช้ส่งสัญญาณกลับไปหาหน่วยซีลมันระบุตำแหน่งว่าค่ายนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขา บรรยากาศรอบๆ ที่เขาเห็นผ่านรอยแยกของกระท่อมมึดครึ้มและมีหมอกปกคลุมหนา คาดว่าแม้แต่ตอนกลางวันต่อให้แดดจะแรงแค่ไหนก็คงส่องลงมาถึงที่นี่ได้ยาก ซึ่งมันตรงกับคำให้การของกัลยา หลังจากที่เธอได้รับการช่วยเหลือและพาตัวไปรักษาเขาเคยเข้าไปสอบถามข้อมูลจากเธอเกี่ยวกับสถานที่ที่เธอเคยถูกจับตัวมา แม้จะมีสติที่เลอะเลือนแต่กัลยาก็พอจะให้ข้อมูลกับเขาได้บ้างว่าที่เธอถูกจับตัวไปนั้นเป็นค่ายใหญ่ของแสนดาที่ใช้ในการผลิตยา ซึ่งมีโรงงานอยู่ภายในถ้ำติดกับค่าย มีกองกำลังของพวกมันอยู่มากมาย มันเป็นเสมือนนรกบนดินไม่มีแม้กระทั่งแสงแดดที่สาดส่องลงมา ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์แต่ที่นี่เป็นที่อยู่ของเหล่าปิศาจร้าย กัลยาให้ข้อมูลกับเขาได้เพียงเท่านี้ก่อนที่เธอจะกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัวจนหมอและพยาบาลต้องเข้ามาขอให้เขาเลิกสอบถามเรื่องพวกนี้จากเธอ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากเธอคราวนั้นและการถูกจับตัวมาคราวนี้ก็ทำให้หนึ่งในจุดประสงค์ของผู้กองกรันณ์สำเร็จตามเป้าหมายแล้ว นั่นก็คือการสืบหาค่ายผลิตยาซึ่งเป็นค่ายใหญ่ของแสนดาหลังจากที่เขาเคยติดเครื่องส่งสัญญาณมากับไตรทศครั้งนั้นแต่ผลก็ได้แบบครึ่งๆ กลางๆ

                เขาเดินกลับมาที่แคร่ไม้เล็กๆ ในกระท่อมอีกครั้งก่อนจะนั่งลงข้างๆ ร่างบางที่กำลังหลับอยู่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง เนื้อตัวของเธอสั่นเทาเพราะความหนาวอีกทั้งชุดทหารที่สวมใส่ก็ยังคงเปียกอยู่ ใจเขาอยากจะถอดชุดทหารพรานของเธอออกแล้วกอดเธอเอาไว้เพื่อให้ไออุ่นจากร่างกายกับเธอ แต่สถานการณ์แบบนี้การให้เธอแต่งกายให้มิดชิดจะเป็นการดีกับเธอมากที่สุด ผู้กองกรันณ์ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อทหารพรานของเธอออกจนปรากฎผิวกายขาวสวยนวลเนียนผุดผ่องก่อนที่เขาจะถอดเสื้อยืดตัวเองออกตามแล้วดึงเอาเธอเข้ามากอด ส่งผ่านไออุ่นจากกายเขาไปให้ แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี 

                “...คนดีของพี่” เขาจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเธอแล้วกอดเธอแนบอกอย่างแสนรักและห่วงใย เธอไม่ได้อยู่ในแผนของเขาเลย แผนของเขาคือการยอมให้พวกมันจับตัวมาแล้วยอมให้พวกมันทำร้ายจน... แผนที่เขาวางเอาไว้มาเป็นเวลานานและตอนนี้ก็ถึงเวลาทำตามแผนแล้ว พวกมันต้องการชีวิตของเขา เอาเรื่องลอบโจมตีฐานอื่นๆ และหมู่บ้านตามแถบชายแดนมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะหาทางกำจัดเขา ต่อให้พวกมันฆ่าเขาตายเขาเชื่อแน่ว่าพวกมันไม่มีทางหยุดก่อกวนและสร้างปัญหาหรอก งานนี้มันต้องใช้แผนซ้อนแผน แต่ก่อนจะเริ่มแผนเขาต้องหาทางช่วยราชาวดีออกไปจากที่นี่ก่อน เขามั่นใจว่าที่นี่คือค่ายของแสนดา แหล่งผลิตยาที่มันเคยจับตัวไตรทศกับกัลยามาทรมาน เขาจะไม่ยอมให้ราชาวดีต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมันแบบกัลยาแน่ สัญญาณที่เขาส่งถึงหน่วยซีลตอนนี้ได้รหัสลับตอบกลับมาแล้วว่าเพื่อนๆ ของเขาที่หน่วยกำลังเริ่มปฏิบัติการ ซีลทุกนายได้รับการฝึกมีฝีมือและความชำนาญในการรบทุกรูปแบบ งานช่วยตัวประกันเป็นงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำอยู่บ่อยครั้ง เขาเชื่อมั่นในตัวเพื่อนๆ ทีมซีลของเขาทุกคน

                “ฮึ!” ราชาวดีที่หลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างขวัญเสีย ตกใจที่ตัวเองถูกกอดเอาไว้แน่นจนพยายามจะดิ้นหนี แต่พอเงยหน้าขึ้นมองเห็นสามีเธอก็รีบกอดเขาเอาไว้แน่น

                “พี่รัน”

                “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะครับ” เขาปลอบเธออย่างอ่อนโยน ราชาวดีจึงมองไปรอบๆ ตัวที่ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว แสงสว่างก็มีเพียงแค่แสงจากตะเกียงเก่าๆ เท่านั้น นาฬิกาบอกว่าเป็นเวลาหกโมงเย็น แต่ทำไมที่นี่ถึงได้มืดสนิทราวกับเป็นเวลาเที่ยงคืนเลยล่ะ

                “ที่นี่ที่ไหนคะ”

                “คิดว่าน่าจะเป็นค่ายของแสนดา ที่ที่หมอไตรทศกับคุณกัลยาเคยถูกจับตัวมาน่ะ”

                “แก้มกลัว...” เธอบอกเขาแล้วกอดเขาแน่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ไตรทศกับกัลยาเคยถูกกระทำที่นี่ โดยเฉพาะกัลยา ลูกผู้หญิงด้วยกันย่อมเข้าใจในความเจ็บปวดนี้เป็นอย่างดี “พี่รันอย่าให้พวกมันทำกับแก้มเหมือนกัลยานะคะ อย่าให้พวกมันแตะต้องแก้ม แก้มกลัว แก้มจะเป็นของพี่รันคนเดียว พี่รันอย่าให้พวกมันเข้าใกล้แก้มนะ”

                “แน่นอน” เขารับปาก “พี่จะไม่ยอมให้ไอ้สารเลวที่ไหนมาแตะต้องเมียของพี่เด็ดขาด”

                “แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาจริงๆ” ราชาวดีว่าแล้วจับมือทั้งสองข้างของเขามาที่คอของตัวเอง “พี่รันฆ่าแก้มทิ้งได้เลยนะคะ แก้มไม่โกรธพี่รันหรอก แก้มยอมตายด้วยมือของคนที่แก้มรัก แต่แก้มจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องแก้ม พี่รันรับปากกับแก้มนะ พี่รันจะต้องฆ่าแก้ม พี่รันอย่ายอมให้พวกมันรังแกแก้มเด็ดขาดนะคะ”

                “แก้ม...”

                “รับปากแก้มสิ พี่รันเคยฆ่าคนมาตั้งเยอะ ฆ่าแก้มอีกซักคนก็ไม่เป็นไร นะคะพี่รันขา” เธอบอกเขาทั้งน้ำตา ผู้กองกรันณ์ก็ยิ่งปวดใจนัก แม้แต่ยุงเขายังไม่ยอมให้มันกัดเธอเลยแล้วเขาจะฆ่าเธอได้อย่างไร ถึงแม้เขาจะเคยคิดว่าจะฆ่าเธอทิ้งดีกว่าปล่อยให้เธอถูกพวกมันรังแกทำร้าย แต่ชายชาติทหารอย่างเขามันจะไร้น้ำยาที่แม้แต่เมียตัวเองก็ยังปกป้องไม่ได้เลยหรอ เขาเรียนทหารมาทั้งชีวิต ฝึกหน่วยรบพิเศษมาหลายหลักสูตร มีผลงานและฝีมือจนเป็นที่ยอมรับของกองทัพ ถ้าแค่เมียตัวเองยังปกป้องไม่ได้ก็เท่ากับว่าชีวิตทางการทหารที่เขาร่ำเรียนมาจนออกมาทำงานรับใช้ชาติมันสูญเปล่า เกียรติและศักดิ์ศรีของเขาคงไม่เหลืออีกต่อไป

                “แก้มฟังพี่ให้ดีๆ นะ” เขาเลื่อนมือมาจับประคองแก้มนวลทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ “พี่จะปกป้องแก้มให้ได้ แก้มจะต้องปลอดภัยนะ จะไม่มีไอ้สารเลวที่ไหนมาแตะต้องเมียของพี่ได้เด็ดขาด แก้มเชื่อใจพี่ไม่ใช่หรอ”

                “ค่ะ แก้มเชื่อใจพี่รัน”

                “งั้นก็เชื่อพี่นะครับว่าแก้มจะต้องปลอดภัย แก้มจะต้องทำตามคำสั่งของพี่ ถ้าพี่สั่งไม่ให้แก้มพูดอะไร แก้มก็ต้องห้ามพูด ถ้าพวกมันทรมานพี่เพื่อเค้นคำตอบบางอย่าง ต่อให้พี่จะเจ็บเจียนตายแก้มก็ห้ามพูดเด็ดขาด ห้ามตอบคำถามอะไรพวกมันทั้งนั้น”

                “ทำไมล่ะคะ จะเกิดอะไรขึ้นทำไมพี่รันสั่งแก้มแบบนี้” ราชาวดีรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เขาพูด และกลัวที่สุดคือการที่เขาถูกทำร้าย

                “ทำตามที่พี่สั่ง ไม่ว่าพี่จะเจ็บทรมานแค่ไหนก็ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น แล้วก็ ถ้าพี่สั่งให้วิ่งหนีแก้มก็ต้องวิ่ง ไม่ว่าพี่จะได้ไปกับแก้มหรือไม่ก็ตาม แต่แก้มก็ต้องหนี ไม่ต้องสน ไม่ต้องห่วงพี่”

                “ไม่เอานะ แก้มทำไม่ได้ แก้มจะไม่ทิ้งพี่รันเด็ดขาด แก้มจะอยู่กับพี่รันของแก้ม” เธอจับมือเขามากอดเอาไว้แน่นพลางจูบมือของเขาแล้วเอียงแก้มซบทั้งน้ำตา “พี่รันขา ชีวิตของแก้มขาดพี่รันไม่ได้นะ แก้มรักพี่รันมากเหลือเกิน”

                “พี่ไม่ปล่อยให้แก้มเป็นม่ายหรอก จำที่พี่บอกไม่ได้หรอครับ” เขาก้มลงมาพูดกับเธอแล้วกอดเธอเอาไว้ “พี่ให้แก้มหนีไปก็เพื่อให้แก้มได้ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยพี่จะได้จัดการกับพวกมันแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ถ้าแก้มปลอดภัย พี่จะเล่นงานพวกมันให้หนักเลยแล้วพี่จะรีบกลับไปกอดแก้มปลอบขวัญนะครับ แก้มเป็นเด็กดีของพี่ใช่มั้ย เป็นน้องนางไม้ที่แสนน่ารักของพี่ใช่รึเปล่า”

                “ใช่ค่ะ แก้มเป็นเด็กดีของพี่รัน เป็นน้องนางไม้แสนน่ารักของพี่รันด้วย”

                “งั้นก็ต้องเชื่อฟังพี่นะครับ ไม่ว่าพี่จะสั่งอะไรแก้มก็ต้องทำตามห้ามมีข้อแม้ ห้ามลังเลแม้แต่น้อย แล้วอีกไม่นานเราจะได้กลับมากอดกันแบบนี้อีก” เขาไล้มือที่แก้มนวลของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก ยิ้มหวานให้เธอเพื่อให้เธออุ่นใจก่อนจะหยิบตลับสีพรางหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อทหารของตัวเอง

                “ร้องไห้ขี้แยขนาดนี้คงต้องแต่งหน้าปกปิดแล้วล่ะ” เขาบอกเธอ ราชาวดีจึงได้แต่มองตามอย่างสงสัยว่าเขาจะทำอะไร

                “พี่รันจะทำอะไรคะ”

                “ทำให้แก้มกลับไปเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เหมือนเมื่อก่อนไง” เขายิ้มตอบเธอ “เมียพี่สวยราวกับนางฟ้าขนาดนี้เกิดพวกมันเห็นเข้าแก้มจะยิ่งเป็นที่หมายตาของพวกมัน แต่ถ้าแก้มขี้เหร่พวกมันก็จะไม่สนใจแก้ม” เขาตอบก่อนจะจัดการทาสีพรางหน้าให้เธอเพื่อกลบความสวยหวานหยดย้อย ปล่อยผมที่รวบจนเรียบร้อยของเธอออกสยายแล้วยีจนฟู ก่อนที่เขาจะ...ใช้เศษแก้วที่ตกอยู่บนพื้นกระท่อมขึ้นมากรีดแขนตัวเองเพื่อให้มีเลือดไหลซึมออกมา แล้วจึงใช้เลือดของตัวเองทาที่ใบหน้าของราชาวดีให้เหมือนกับมีรอยแผลฟกช้ำอีก จากหญิงสาวหน้าหวานสวยหยดย้อยตอนนี้เธอกลับหน้าตามอมแมมราวกับผู้หญิงที่เพิ่งจะถูกผัวซ้อมมาก็ไม่ปาน ผมเผ้าก็ยุ่งฟูจนผู้กองกรันณ์อดขำไม่ได้ ยิ่งตอนกลางคืนมืดๆ แบบนี้ความสวยของเธอยิ่งถูกกลบหาย ยิ่งเธอขี้เหร่เท่าไหร่เขาก็ยิ่งเบาใจเท่านั้น

                “ลูกเป็ดขี้เหร่ของพี่”

                “จะเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ก็ได้ค่ะ ขอแค่ปลอดภัยก็พอ” ราชาวดีว่าก่อนจะขยับเข้ามากอดสามีอีก เขาจึงติดกระดุมเสื้อให้เธอเรียบร้อยเหมือนเดิมแล้วก้มลงมาจูบแก้มนวลอีกเบาๆ

                “แก้ม...ไม่ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นพี่ขอให้แก้มเข้าใจพี่ด้วยนะครับ ขอให้แก้มระลึกเอาไว้เสมอว่าพี่เป็นทหาร หัวใจของพี่เป็นของแก้มก็จริง แต่ชีวิตพี่เป็นของชาติ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนั่นคือหน้าที่ของพี่”

                “พี่รันหมายความว่ายังไง” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาพูดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว

                “เผื่อพี่พลาดแล้วเป็นอะไรขึ้นมา...”

                “ไหนพี่รันบอกว่าจะไม่ให้แก้มเป็นม่ายไงคะ”

                “แน่นอน พี่ไม่ทิ้งแก้มให้เป็นม่ายหรอก แต่พี่พูดเผื่อเอาไว้กันพลาด ถ้าพี่พลาดจนไม่สามารถรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ แก้มต้องเข้มแข็งนะครับ อย่าร้องไห้ให้กับการตายของพี่ แต่พี่ขอให้แก้มภูมิใจในตัวของพี่และยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะปกป้องประเทศชาติ เป็นเมียทหารต้องเข้มแข็งนะ มันอาจจะเจ็บปวดในช่วงแรกแต่เดี๋ยวอีกหน่อยก็จะดีขึ้น แก้มยังเด็ก ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน ยังต้องพบเจอกับอะไรอีกเยอะ พี่อยากให้แก้มเข้มแข็ง เป็นน้องนางไม้แสนสดใสร่าเริง เป็นศัลยแพทย์ที่เก่งจนโด่งดัง เป็นคุณหมอที่ดีอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนไข้ให้พี่ได้ภูมิใจนะครับ พี่รันจะอยู่ในหัวใจของแก้มเสมอนะ พี่ฝากแก้มดูแลพ่อกับแม่พี่ด้วย พวกท่านจะเข้าใจในตัวพี่เอง บอกผู้หมวดคณินด้วยว่าพี่ยินดียกน้องสาวให้ ขอให้เขาดูแลขวัญตาให้ดี บอกขวัญตาด้วยว่าขอให้เป็นแพทย์ทหารที่ซื่อสัตย์ในหน้าที่ ให้สานต่ออุดมการณ์ของพี่ชายคนนี้ให้ดี ให้...”

                “พอแล้ว! พี่รันเลิกพูดแบบนี้เถอะนะคะ เลิกพูดอะไรที่มันใจร้ายๆ แบบนี้ซักที” ราชาวดีรีบยกมือขึ้นไปปิดปากเขาแล้วต่อว่าทั้งน้ำตา “พี่รันของแก้มเป็นคนเก่ง ไม่ว่าภารกิจจะยากแค่ไหนพี่รันก็ต้องทำให้สำเร็จและปลอดภัย พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปนะ พี่รันรู้รึเปล่าว่าตอนนี้แก้มเป็นอะไร” เธอว่าแล้วก็ดึงมือของเขามาที่ท้องของตัวเอง ถ้าเขารู้ว่าเธอท้องเขาก็จะไม่พูดอะไรแบบนี้ มันถึงเวลาที่เธอต้องบอกเขาสักทีว่าเธอกำลังท้องลูกของเขาอยู่

                “พี่รัน แก้มท้อง...”

                ปัง!!! เสียงประตูกระท่อมถูกถีบออกอย่างแรงจนกลบเสียงของราชาวดีไปหมดผู้กองกรันณ์เลยไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไรเมื่อเขาหันไปมองที่ประตูกระท่อม ดวงตาที่อ่อนโยนพลันแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นอองโจวปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับนายพลเฒ่าอ่องเส็งซึ่งมีสภาพร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน คาดว่าพอถูกเขากับผู้หมวดทั้งสองเล่นงานไปคราวนั้น แม้จะรอดชีวิตไปได้แต่ก็ทำให้นายพลอ่องเส็งเจ็บตัวไม่น้อย

                “แก้ม มาหลบหลังพี่” เขารีบดึงเอาราชาวดีมาหลบอยู่ด้านหลังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน นายพลอ่องเส็งจึงเดินเข้ามาหาเขาโดยมีลูกน้องที่เหลือเล็งปืนเข้าใส่นับสิบกระบอก

                “ไม่ได้เจอกันนานเลยนี่ไอ้ผู้กอง สายตามึงนี่ยังหยิ่งจองหองไม่เปลี่ยนเลยนะ”

                “ขอบใจนะที่เชิญกูมาฆ่ามึงถึงที่” ผู้กองกรันณ์ตอบกลับ สีหน้าและแววตาเหี้ยมขึ้นมาอย่างไม่คิดกลัวอีกฝ่ายแม้จะมีปืนหลายกระบอกจ่อมาที่เขา ซึ่งมันยิ่งทำให้นายพลอ่องเส็งรู้สึกเกลียดชายหนุ่มคนนี้มากขึ้นเป็นทวีคูณ เกลียดความเย่อหยิ่ง เกลียดความกล้า เกลียดความไม่กลัวตายของมันเสียจริง

                “จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อย ตอนนี้มึงไม่ได้ตัวคนเดียวนะ” คราวนี้ทุกสายตาจ้องมองมาทางราชาวดี หญิงสาวก็ยิ่งกอดสามีเอาไว้แน่นแล้วซุกหน้าเอาไว้กับแผ่นหลังของเขา “ไงนังเด็กแพศยา ทำลูกกูตายไปถึงสองคนมึงยังสลดอยู่มั้ย”

                “อย่าทำอะไรเมียกู มึงแค้นอะไรก็มาลงที่กูนี่ กูต่างหากที่เป็นคนฆ่ายะมิน!” ผู้กองกรันณ์รีบกางมือออกป้องราชาวดีเมื่อนายพลอ่องเส็งเดินเข้ามาใกล้แล้วจับจ้องหญิงสาวไม่วางตา ในแววตาของนายพลเฒ่าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นไม่จางหาย

                “มึงสองคนผัวเมียก็ร่วมมือกันฆ่าลูกกูทั้งคู่นั่นแหละ!!! โดยเฉพาะมึงไอ้ผู้กอง มึงที่ถล่มค่ายกูจนพังไปถึงสองค่าย มึงอย่าหวังเลยว่ากูจะปล่อยให้มึงอยู่เป็นเสี้ยนหนามขวางทางกูอีก กูรอเวลานี้มานานแล้ว เวลาที่กูจะได้แก้แค้นให้กับลูกของกู แก้แค้นที่มึงเอาพวกของมึงมาถล่มกู ตอนนี้มึงอยู่ในอุ้งมือกูแล้วมึงอย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้มึงมีชีวิตรอดไปได้ ลากตัวมันสองคนผัวเมียออกไปแล้วจับไอ้ผู้กองมัดเอาไว้!!!

                สิ้นคำสั่งนายพลอ่องเส็ง ลูกน้องของมันทั้งห้าคนก็กรูกันเข้ามาจะจับผู้กองกรันณ์และราชาวดีให้ได้ แต่ผู้กองกรันณ์กลับไม่ยอมง่ายๆ เขาปล่อยหมัดหนักๆ ใส่และถีบลูกน้องของนายพลอ่องเส็งจนแต่ละคนทรุดล้มลงไป ครั้งจะมีใครเข้ามาใกล้ราชาวดีเขาก็จะเตะมันออกห่างจากเธอตลอด แล้วจับลูกน้องนายพลอ่องเส็งหักแขนขาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขากับเธออีก นายพลอ่องเส็งที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วจึงได้ยกปืนขึ้นมาเล็ง อาศัยตอนที่ผู้กองกรันณ์กำลังจัดการอยู่กับลูกน้องของตนเล็งปืนมาที่ราชาวดี

                “แก้ม ระวัง!!!

                ปัง!!! เสียงปืนดังลั่นขึ้นเมื่อผู้กองกรันณ์เข้ามากอดเอาตัวบังราชาวดีเอาไว้ ทำให้กระสุนปืนยิงเข้ามาที่ไหล่ข้างซ้ายของเขาเต็มๆ จนทรุดล้มลงไปกับพื้น แต่เขาก็ยังกัดฟันแข็งใจเอาไว้ กอดราชาวดีเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องปกป้องเธอให้ได้

                “พี่รัน” ราชาวดีกลัวจับใจ ยิ่งเห็นว่าเขาถูกยิงเพราะช่วยเธอเธอก็ยิ่งรวดร้าวและเป็นห่วงเขา

                “ไปแยกมันสองคนผัวเมียออกจากกัน!!!” นายพลอ่องเส็งสั่งลูกน้อง คราวนี้อองโจวกับลูกน้องที่เหลือก็พากันเข้าไปแยกคนทั้งคู่ออกจากกันอีกหากแต่ผู้กองกรันณ์ก็ยังไม่ยอม ถึงแม้จะถูกยิงแต่ก็ใช่ว่าเขาจะหมดพิษสงลงได้ง่ายๆ เพราะเพียงแค่พวกมันเข้ามาใกล้ราชาวดีเขาก็เล่นงานพวกมันกลับอย่างหนักจนไม่มีใครกล้าเข้ามาแยกเธอออกจากเขาอีก

                “เก่งมากใช่มั้ยมึง!” อองโจวว่าแล้วใช้วิธีเดิมในการกำหลาบผู้กองกรันณ์ คนที่เก่งการต่อสู้และบ้าดีเดือดแบบผู้กองกรันณ์ไม่มีใครล้มเขาได้ง่ายๆ หรอกถ้าไม่รู้จุดอ่อน

                “ถ้ามึงยังอาละวาดไม่หยุดล่ะก็อีนังหมอนี่ตายแน่!!!” อองโจวจ่อปืนมาที่ราชาวดีอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าได้ผล ผู้กองกรันณ์ไม่กล้าตอบโต้อะไรอีก

                ผลัวะ!!! อองโจวใช้ให้ลูกน้องอีกคนเล็งปืนมาที่ราชาวดีก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาชกผู้กองกรันณ์แบบสุดแรงเมื่อเห็นว่าเขาไม่กล้าตอบโต้อะไรอีกแล้วเพราะเป็นห่วงราชาวดี

                “พี่รัน!!!” ราชาวดีร้องเรียกทั้งน้ำตาเมื่อเห็นคนรักทรุดล้มลงไปต่อหน้าก่อนที่อองโจวจะตามเข้าไปเตะเขาซ้ำอีก “อย่านะ! พอแล้ว พอเถอะอย่าทำร้ายสามีของฉัน ได้โปรด...” เธอขอร้องทั้งน้ำตา ไม่อาจมีแรงที่จะหยัดกายยืนได้จนทรุดลงไปกับพื้น พยายามจะคลานเข้าไปหาคนรักที่กำลังถูกอองโจวซ้อมอยู่แต่นายพลอ่องเส็งก็เข้ามาขวางทางเธอเอาไว้

                “ไม่นะ...อย่ายุ่งกับเมียกูไอ้นายพลชั่ว!!!” ผู้กองกรันณ์ตะโกนขึ้นทั้งๆ ที่ถูกอองโจวซ้อมอยู่ ก่อนที่พวกมันจะจับยึดแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ ราชาวดีที่คลานเข้ามาหาเขาจึงถูกนายพลอ่องเส็งกระชากดึงผมขึ้นอย่างแรง

                “อีนังหมอตัวดี เพราะมึง!!! เพราะมึงคนเดียวลูกกูถึงตาย!!!

                เพี๊ยะ!!! ราชาวดีล้มฟุบลงไปกับพื้นเมื่อถูกตบที่แก้มนวล เลือดสีข้นที่รินไหลออกมาจากมุมปากของเธอทำให้ผู้กองกรันณ์ทนแทบจะไม่ได้ น้องนางไม้...เขาทะนุถนอมเธอมาสุดชีวิต มันกล้าดียังไงมาทำกับเธอแบบนี้

                “แก้ม...ปล่อยเมียกูนะ!!! มึงอย่าทำอะไรเมียกู กูเป็นคนฆ่ายะมินเองกับมือ ถ้ามึงแค้นมึงก็มาลงที่กูนี่อย่าไปยุ่งกับเมียกู ไอ้อ่องเส็ง!!! มึงก็เคยเป็นทหารมาก่อนนี่ ลูกผู้ชาย ชายชาติทหารเขาไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอก มึงมาทำที่กูนี่ถ้ามึงแค้นกูนัก!!!

                “ได้!!!

                ผลัวะ!!! นายพลอ่องเส็งใช้ปืนพกสั้นตบเข้ามาที่หน้าผู้กองกรันณ์ทันทีตามคำท้าทายเมื่อเดินเข้าไปหาเขาจนผู้กองหนุ่มบอบช้ำไปทั้งตัวและใบหน้า ทั้งจากการถูกซ้อมและถูกตบด้วยปืนทำให้เขาคิ้วแตก มีเลือดไหลออกมาจากปากและจมูก แต่ถึงกระนั้นดวงตาคมก็ยังจ้องอีกฝ่ายกลับอย่างดุดันไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

                “อย่าทำอะไรสามีฉันเลย อย่าทำร้ายเขา พอเถอะนะ” ราชาวดีพยายามยั้งกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง “แกคิดว่าที่แสนดาตายแกจะเสียใจคนเดียวหรอ ฉันเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน ฉันไม่เคยอยากให้เขาตายเลย”

                “มึงพูดอะไรของมึงอีนังหมอ!” นายพลอ่องเส็งหันกลับมาที่ราชาวดีแล้วจิกผมของเธอขึ้นอีก

                “แสนดา...อะโก คือพี่ชายที่แสนดีของฉัน ความรักที่เขามีต่อฉันและความดีที่เขาทำมันทำให้ฉันรักและเคารพเขาเสมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่ง เราเคยรู้จักกันมานานหลายปี ตั้งแต่ตอนที่ฉันเป็นหมอฝึกหัดอยู่ที่เชียงราย สำหรับฉันอะโกไม่เคยเป็นคนเลว ไม่เคยเป็นพ่อยาเสพติดรายใหญ่ แต่เขาเป็นเพื่อน เป็นพี่ชายที่แสนดีของฉันมาโดยตลอด จริงอยู่ที่ฉันเป็นคนทำให้ยะมินตาย แต่กับอะโก...แกเป็นคนฆ่าเขาเองกับมือไม่ใช่หรอ กระสุนปืนที่ยิงฝังเข้าไปในร่างของเขาคืนนั้น...มันเป็นปืนของแก แกเป็นคนยิงเขา เป็นคนฆ่าลูกชายตัวเองไม่ใช่รึยังไง!!!” คำต่อว่าของราชาวดีทำให้นายพลอ่องเส็งยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ที่ถูกตอกย้ำในเรื่องนี้ แล้วยังไง คนที่เขาตั้งใจจะยิงคือเธอต่างหากแต่แสนดาก็ไม่น่าสิ้นคิดไปขวางทางลูกปืนเอาไว้แบบนั้น ถ้าไม่มีนังหมอนี่ซักคนลูกเขาก็ไม่ต้องตาย

                “เป็นมึงนี่เอง มึงคืออีนังหมอเมื่อตอนนั้น คนที่ลูกกูไปเจอที่เชียงราย มึงล้างสมองลูกชายกู!!!

                “ปล่อยเมียกูเดี๋ยวนะไอ้อ่องเส็ง มึงอย่าเอามือสกปรกๆ ของมึงมาแตะต้องเมียกู!!!” ผู้กองกรันณ์รีบร้องห้าม พยายามจะดิ้นหนีให้หลุดจากการจับกุมเมื่อนายพลอ่องเส็งบีบคอราชาวดีเอาไว้แน่น แต่ความโกรธของนายพลอ่องเส็งก็ไม่มีใครจะทัดทานได้ทั้งนั้น

                “มึงนี่เองคืออีนังเด็กคนนั้น คนที่ทำให้ลูกกูโง่จนมันคิดที่จะทรยศแม้กระทั่งพ่อมันเอง มึงรู้มั้ยว่าแสนดามันโง่หลงรักมึงมากจนจะทรยศกู จะหนีกูไปจนกูต้องตามไปลากคอมันกลับมา เพราะมึงคนเดียวถึงทำให้ลูกกูอ่อนแอแบบนี้!!!” มือใหญ่ๆ บีบคอเล็กๆ ของหญิงสาวได้อย่างง่ายดายจนราชาวดีหายใจไม่ออก เธอหูอื้อตามัวไปหมด แต่มีเสียงเดียวที่เธอได้ยินก็คือเสียงของคนรัก ผู้กองกรันณ์ร้องเรียกหาเธอสุดเสียง เกรี้ยวกราดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อนายพลอ่องเส็งตั้งใจจะบีบคอเธอให้ตายคามือจริงๆ

                “...พี่...รัน...พี่...รัน...” เสียงแผ่วๆ ของราชาวดีทำให้ผู้กองกรันณ์แทบขาดใจ ยิ่งเห็นเธอถูกบีบคอจนเลือดกำเดาไหลออกมาแบบนี้มันก็เหมือนหัวใจของเขากำลังถูกกรีดแทง ไม่นะ...แก้มของพี่ ไม่...

                “ปล่อยกูนะเว้ย ปล่อยกู!!!” ด้วยความเป็นห่วงเธอทำให้ผู้กองกรันณ์ใช้แรงทั้งหมดที่มีดิ้นหนีแล้วก็สลัดพวกของอองโจวที่จับเขาเอาไว้จนกระเด็นไปกันคนละทาง ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปถีบนายพลอ่องเส็งออกจากราชาวดีอย่างจัง

                ผลัวะ!!! เมื่อนายพลเฒ่าล้มลงไปกับพื้นตามแรงถีบ ราชาวดีที่ถูกบีบคอก็เป็นอิสระ ร่างบางซวนเซจะฟุบลงกับพื้นหากแต่ผู้กองกรันณ์ก็เข้ามารับเธอเอาไว้ได้ทันแล้วกอดประคองเธอเอาไว้แนบอก

                “แก้ม...” เขาเรียกเธอออกมา น้ำตาที่ยากจะมีใครได้เห็นรินไหลออกมาจากดวงตาคู่คม คนรักถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาจนเจ็บหนักแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเขาที่ถูกขยี้ เขาเคยถูกคนร้ายจับตัวไปทำร้ายและทรมานอยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยเกรงกลัวเลย แต่พอมาครั้งนี้เขากลับเจ็บรวดร้าวเจียนตาย ทั้งๆ ที่รับปากกับเธอเอาไว้แล้วว่าเขาจะปกป้องเธอ จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเธอได้แต่เขาก็ปล่อยให้เธอถูกทำร้าย

                “พี่รัน...แก้มกลัว...” ราชาวดีบอกเสียงแผ่ว กอดสามีเอาไว้อย่างอ่อนแรงผู้กองกรันณ์จึงหันไปมองทางนายพลอ่องเส็งกับพวกของอองโจวอย่างเจ็บแค้น

                “ใครทำเมียกูเจ็บ มันต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า อย่าให้กูรอดออกไปได้ก็แล้วกันไม่งั้นพวกมึงได้ทรมานเจ็บปวดจนร้องหาความตายไม่ทันแน่!!!

                “ถูกจับมาขนาดนี้แล้วมึงยังปากดีอยู่อีกหรอไอ้ผู้กอง!!! อย่าอยู่เลยมึง!!!

                “เฮ้ยหยุด!!!” นายพลอ่องเส็งรีบห้ามอองโจวเอาไว้เมื่อเขาทำท่าจะยิงผู้กองกรันณ์หมายจะฆ่าให้ตายเสียตรงนี้ “กว่าจะหาทางจับมันมาเล่นงานได้ขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรื่องอะไรจะให้มันตายดีขนาดนี้”

                “นายจะให้ผมจัดการยังไงกับมันต่อครับ” อองโจวรีบถามกลับ อยากจะเล่นงานผู้กองกรันณ์เต็มทีแล้ว เขาล่ะเกลียดความหยิ่งจองหองของมันนัก

                “ท่าทางมันสองคนผัวเมียจะรักกันมาก” นายพลอ่องเส็งว่าแล้วจ้องผู้กองกรันณ์กลับเมื่อเห็นเขากอดราชาวดีเอาไว้แน่น แต่สายตาคมที่ดุดันกลับไม่มีความหวาดกลัวต่อความตายเลยแม้แต่น้อย “ทหารอย่างมันถูกฝึกมาให้กล้าตายกล้าลุยอยู่แล้ว ฆ่ามันให้ตายง่ายๆ กูไม่สะใจ ไอ้ทหารพรานคนนี้มันใจเด็ดมาก ขนาดพวกโจรใต้ก็ยังกลัวมัน หึ! กูอยากเห็นมันตายอย่างช้าๆ ตายอย่างทรมาน กูอยากฟังเสียงมันร้องโอดโอยออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน อยากเห็นเลือดของมันค่อยๆ ไหลออกมาจนหมดตัวแล้วก็...อยากให้มันตายต่อหน้าต่อตาเมียของมัน พวกมึงลากมันออกไปมัดไว้ข้างนอกเดี๋ยวนี้! ถ้ามันอาละวาดอีกล่ะก็ฆ่าเมียมันทิ้งก่อนได้เลย ไอ้หมอนี่มันรักเมียมากยิ่งเมียมันตายมันยิ่งทรมาน!!!

                “ไม่...อย่านะ อย่าทำร้ายพี่รัน อย่าฆ่าสามีของฉันนะ” ราชาวดีว่าออกมาเสียงแผ่วแล้วกอดสามีเอาไว้แน่น ผู้กองกรันณ์ที่ไม่มีทางสู้แล้วเพราะกลัวเธอจะถูกฆ่าจึงหันไปพูดกับนายพลอ่องเส็งอีก

                “มึงอยากจะทำอะไรกูก็ทำ แต่ห้ามพวกมึงทำอะไรเมียกูเด็ดขาด!!!

                “ได้ กูรับปาก” นายพลอ่องเส็งว่าก่อนจะเดินเข้ามานั่งยองๆ ลงข้างราชาวดีแล้วยื่นมือมาบีบคางของเธอ ผู้กองกรันณ์จึงรีบปัดมือของมันออก

                “หลังจากที่กูทรมานมึงจนพอใจต่อหน้าเมียมึงแล้ว กูจะให้เมียของมึงเป็นคนฆ่ามึง เอามีดแทงลงไปบนหัวใจของมึงเองกับมือแล้วกูจะปล่อยมันกลับฝั่งไทย อีนังหมอนี่มันรักมึงมาก กูจะทำให้มันตายทั้งเป็น ให้มันได้เห็นผัวมันถูกทรมานต่อหน้า ให้มันฆ่าผัวสุดที่รักของมันเองกับมือ ชีวิตที่เหลืออยู่ของมันจะต้องมีแต่ความเจ็บปวดทรมานเหมือนกับที่มันทำกับกู ทำให้ลูกกูตายไปถึงสองคน!!! มันทำให้กูเผลอยิงลูกตัวเองจนตาย กูก็จะให้มันฆ่าผัวของมันเองเหมือนกัน!!!” ว่าจบนายพลอ่องเส็งก็กระชากราชาวดีออกจากผู้กองกรันณ์ อองโจวที่คอยท่าอยู่แล้วจึงใช้ปืนตบเข้ามาที่หน้าผู้กองกรันณ์อีกเต็มๆ เพื่อไม่ให้เขามีโอกาสดึงเอาราชาวดีกลับไปกอดได้อีก ก่อนที่อองโจวจะลากเขาออกไปจากกระท่อมไม้เพื่อทรมานตามที่นายพลอ่องเส็งสั่ง

                “ส่วนมึงอีนังหมอ!” นายพลอ่องเส็งจิกกระชากผมราชาวดีขึ้นมาอย่างแรง “รักมันมากใช่มั้ย คราวก่อนมึงมันก็ใจเด็ดไม่แพ้ผัวถึงกับใช้ปิ่นปักผมแทงตัวเอง ดี! ยิ่งมึงรักมันมากกูก็ยิ่งสะใจ วันนี้กูจะให้มึงฆ่ามันเองกับมือ ฆ่าผัวสุดที่รักของมึงยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ” ราชาวดีร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวและเป็นห่วงคนรัก เธอจะไม่ยอมให้มันมาบังคับเธอได้หรอก เธอจะไม่มีวันทำร้ายพี่รันของเธอเด็ดขาด ไอ้คนเลวพวกนี้ เธอจะไม่ยอมให้พวกมันเหยียบย้ำหัวใจและความรักที่เธอมีต่อเขาได้ ถ้าพี่รันของเธอจะต้องตาย เธอกับลูกก็จะขอตายไปกับเขา พวกมันอาจชนะที่ฆ่าเธอกับเขาได้ แต่พวกมันจะไม่มีทางเอาชนะต่อความรักที่เธอมีต่อสามีได้เด็ดขาด


**************************************************************************************************

ของแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้ไรท์มีเพจทางเฟสบุ๊คแล้วนะคะ (เพิ่งทำสดๆ ร้อนๆ)

สามารถไปกดถูกใจ แล้วพูดคุยกันได้เลยจ้า

เพจ : นิยายรัก - ปากกานางไม้





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #2152 0651138494 (@0651138494) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 14:24
    รำคาญนางเอก
    #2152
    0
  2. #890 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:51
    หื้ยยย หายใจไม่ทั่วท้อง
    #890
    0
  3. #651 sadee (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 13:33

    ลุ้นๆๆๆหน่วยซีลมาไวๆๆๆ

    #651
    0
  4. #294 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 08:30
    ลุ้นนะคะอ่านแบบใจไม่ดีเลยหน่วงมากๆๆแต่ก็อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆๆๆไม่อยากคอยเลยอ่ะ
    #294
    0
  5. #292 Novel Novel (@momimee) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 02:45
    หน่วงเกินไแล้ว

    ขอบายๆก่อนนะ ช่วงนี้ผ่านจึดนี้ไปค่อยกลับมา ฮืออ หดหู่
    #292
    0
  6. #291 jipjip_7 (@jipjip_7) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 00:21
    บีบหัวใจอ่ะ ขอให้พี่รัน น้องนางไม้และลูกปลอดภัย ขอให้คนที่ทำความดีปกป้องประเทศทุกคนปลอดภัยนะคะ ไม่ไหวกับการสูญเสียอีกแล้ว
    #291
    0
  7. #290 Toon (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:42

    ถ้าช่วงนี้ยังหน่วงๆแบบนี้ขอบ๊ายบายก่อนละกันอ่านแล้วก็แบบอืมยิ่งมาเห็นนางเอกรักผัวมากก็อืม

    #290
    0
  8. #287 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:06
    หน่วงเข้าไปทุกทีแล้วววค่ะ เป็นตอนที่อ่านนานมาก เหมือนจะหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายจริงๆเลย ซึ้งในความรักของผู้กองกับน้องนางไม้มาก ไรท์บรรยายดีมากเลยค่ะ
    #287
    0
  9. #286 koy_areekily (@koy_areekily) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:04
    ไรท์จ้า ขอแบบปลอดภัยนะตอนนี้ตาบวมหมดแล้ว สงสารผู้กองกับน้องนางไม้
    #286
    0
  10. #285 Wiriya Suriyathanawong (@gife-wiriya01) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 22:38
    ไรท์อย่าใจร้ายมากนัก~~~ ใจคนอ่านบอบบางแงงงงงง ขอแบบไม่สูญเสียใครเลยมั้ย~~~
    #285
    3
    • #285-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 61)
      29 เมษายน 2562 / 22:56
      แหะๆ ขอบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีใครเดาตอนจบถูกซักคนค่ะ
      #285-1
    • 30 เมษายน 2562 / 00:37
      ขอบคุณค่ะ
      #285-3