ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 60 : เชลย 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    23 พ.ค. 62

60.เชลย 1

 

                ปัง!!!

                เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้ราชาวดีหลับตาลงทั้งน้ำตา คิดว่าตัวเองคงจะถูกยิงตายแล้ว

                “ไอ้สารเลว กล้าดียังไงจะยิงเมียกู!!!” เสียงผู้กองกรันณ์แผดขึ้นจนดังลั่นไปทั่วทั้งถ้ำ ทำให้ราชาวดีที่หลับตาอยู่รีบลืมตาขึ้นมาทันทีก่อนจะสำรวจตัวเอง นี่เธอไม่ได้ถูกยิงนี่ เธอปลอดภัยดี ครั้งพอมองไปที่พื้นเบื้องหน้าก็เห็นร่างของชายคนที่จะยิงเธอเมื่อครู่นี้นอนตาเหลือกอยู่กับพื้น ที่กลางหน้าผากมีรอยกระสุนเจาะอย่างน่ากลัว เสียงปืนเมื่อกี้นี้...

                “พี่รัน...” เธอเรียกหาเขาทันทีเมื่อรู้แล้วว่าเสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อกี้นี้เป็นเสียงที่ผู้กองกรันณ์เป็นคนยิงมันเองกับมือ ก่อนที่เขาจะรีบเข้ามากอดเธอเอาไว้ เพราะขณะที่เขากำลังสำรวจยาเสพติดและอาวุธต่างๆ ภายในโถงถ้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นขึ้นเขาจึงรีบวิ่งออกมาและสามารถช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน เกือบไปแล้ว ถ้าเขามาช้ากว่านี้ไปก้าวเดียวหัวใจของเขาได้แตกสลายไปแล้วแน่ๆ

                “แก้มเป็นอะไรรึเปล่า แก้มเจ็บตรงไหนมั้ย” เขารีบสำรวจเนื้อตัวของเธอ

                “ไม่ แก้มไม่เป็นไร” เธอส่ายหน้าตอบสามีทั้งน้ำตาแล้วกอดเขาแน่นพลางชี้มือมาทางผู้หมวดคณิน

                “ผู้หมวด...พี่รัน ผู้หมวดถูกยิง ผู้หมวดมาช่วยแก้ม” ภาพลูกน้องคนสนิทที่เป็นเสมือนน้องชายคนหนึ่งของเขานอนจมกองเลือดทำให้ผู้กองกรันณ์แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ไม่จริง คนเก่งอย่างผู้หมวดคณินจะมาตายง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ เขาไม่ยอมให้ตายหรอก

                “คณิน!!!” เขาเรียกผู้หมวดคณินที่ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วก่อนจะเข้าไปเขย่าร่างเขาไปมา “ฟื้นสิหมวด! ฟื้นขึ้นมาสิ อย่ามาใจเสาะตายเอาง่ายๆ แบบนี้นะ ฟื้นขึ้นมาสิ!!!” ผู้กองกรันณ์ทุบกำปั้นลงมาที่กลางอกของผู้หมวดคณินอย่างไม่สนใจว่าเสียงปืนจะดังขึ้นมาอีก ผู้หมวดนทีที่ยิงตอบโต้อีกฝ่ายถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเห็นเพื่อนสนิทนอนจมกองเลือดอยู่แบบนี้

                “ฟื้นสิหมวด หมวดไม่อยากเป็นน้องเขยผมแล้วหรอ ฟื้นขึ้นมาสิ ถ้าหมวดฟื้นขึ้นมาผมรับปากว่าจะยอมให้หมวดคบกับน้องสาวของผมได้ ผมยินดีรับหมวดมาเป็นน้องเขยนะ ฟื้นขึ้นมาสิ!” ดวงตาคู่คมของผู้กองกรันณ์แดงก่ำ เขายังคงทุบอกผู้หมวดคณินไม่หยุดจนราชาวดีที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

                “พี่รัน พี่รันหยุดก่อน” เธอรีบดึงมือของเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าผู้หมวดคณินเริ่มขยับแขนตัวเองได้ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ราชาวดีคิดว่าคงเป็นเพราะผู้กองกรันณ์ทุบลงมาที่อกของเขาอย่างแรงหลายครั้ง ทำแบบนี้มันเหมือนกับเป็นการปั๊มหัวใจ

                “ขวัญ...ขวัญตา...” น้ำเสียงที่แหบพร่าและแผ่วเบาของผู้หมวดคณินทำให้ราชาวดีกับผู้กองกรันณ์ยิ้มออกมาได้ เรียกชื่อคนรักได้แบบนี้เขาน่าจะทนต่อพิษบาดแผลไหว

                “หมวดอย่าเป็นอะไรไปนะ ถ้าหมวดสู้ต่อผมจะยกยัยขวัญให้หมวดเลย สัญญาห้าปีอะไรนั่นไม่ต้องคิดถึงมันแล้วก็ได้ อยากคบก็คบเลย” ผู้กองกรันณ์เอาเรื่องของขวัญตามาล่อเพื่อให้เขามีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ผู้หมวดคณินจึงหันมามองหน้าเขากลับ

                “...ผู้กอง...รับปากแล้วนะ...”

                “ก็เออสิวะ! แต่หมวดต้องห้ามตายนะ ถ้าตายผมจะไม่ยกน้องสาวให้” ผู้กองกรันณ์ย้ำอย่างหนักแน่น คนที่เจ็บปานตายเลยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขทั้งๆ ที่กระอักเลือดอยู่

                “ผู้กองครับ เราจะต้านพวกมันไม่อยู่แล้ว พวกมันมีมากเหลือเกิน!” ผู้หมวดนทีร้องบอกเมื่อกำลังของอีกฝ่ายต่างก็บุกเข้ามาหาพวกเขาเรื่อยๆ พวกเขาที่อยู่ในถ้ำจึงไร้ทางหนี

                “เฮ้ยหยุด!!! สู้ไปก็ตายเปล่าน่าคุณทหาร” ชายคนหนึ่งในฝ่ายของพวกมันว่าขึ้นเมื่อเห็นว่าฝ่ายของตัวเองได้เปรียบที่มีกำลังมากกว่า ผู้กองกรันณ์เลยจะเอื้อมมือไปหยิบปืนขึ้นมา แต่เขายังไม่ทันจะหยิบปืนได้ ปืนหลายสิบกระบอกก็เล็งมาที่พวกเขาทันที ทหารอีกหลายนายถูกคุมตัวเอาไว้ เขาดูจากสถานการณ์แล้วเหมือนพวกมันจะไม่ได้อยากฆ่าพวกเขา เพราะถ้าจะฆ่าก็คงฆ่าไปนานแล้ว ไม่มาเสียเวลาคุมตัวเอาไว้แบบนี้หรอก

                “พวกมึงต้องการอะไร” ผู้กองกรันณ์ถามกลับ อีกฝ่ายจึงเล็งปืนมาที่เขาเป็นหลัก หากเขาตุกติกแม้แต่นิดเดียวพวกมันคงยิงเขาพรุนแน่ๆ หรือว่า...นี่จะถึงเวลาที่เขาต้องเริ่มทำตามแผนแล้ว แผนที่เขากับหน่วยซีลวางเอาไว้อย่างรอบคอบมาตั้งนาน รอเพียงแค่เวลาจัดการเท่านั้น

                “เออ! พูดกันง่ายๆ แบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาฆ่าแกงกันเพราะกูไม่ได้มาเพื่อฆ่า”

                “แล้วมึงมาเพื่ออะไร อองโจว!” ทันทีที่ผู้กองกรันณ์เรียกชื่อ หัวหน้าของฝ่ายมันก็ถึงกับหน้าเสียไปทันที ไม่คิดว่าผู้กองกรันณ์จะรู้จักชื่อของตน

                “สมกับเป็นผู้กองกรันณ์จริงๆ รู้ดีไปทุกเรื่อง” อองโจวยังคงตีหน้านิ่งใส่ ความเก่งกล้าของผู้กองกรันณ์มีมากมายแค่ไหนเขารู้ดี ขนาดลวินลูกน้องคนสนิทของแสนดาที่ว่าเก่งนักหนาก็ยังถูกผู้กองคนนี้เล่นงานได้ เขาจะประมาทผู้กองคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด แล้วถึงแม้ว่าจะมีปืนเป็นสิบๆ กระบอกจ่อเอาไว้แบบนี้ ถ้าผู้กองกรันณ์คิดจะหนีเขาย่อมหนีไปได้ง่ายๆ แต่ที่เขาไม่หนีก็เพราะ...หญิงสาวหน้าหวานที่เขายืนเอาตัวบังเธอเอาไว้อยู่ หึ! เก่งขั้นเทพแค่ไหนแต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ดี

                “นายพลอ่องเส็งให้กูมาเอาตัวมึงไป ถ้ามึงไปกับพวกกูดีๆ พวกที่เหลือจะรอด” จุดประสงค์ที่อองโจวบอกทำให้ผู้กองพอจะเบาใจลงไปได้บ้าง ถ้าเขาไปกับพวกมันแล้วลูกน้องเขารอดตายเขาก็ยอม ผู้หมวดคณินก็อาการไม่สู้ดีเลือดไหลไม่หยุดจนราชาวดีต้องรีบเข้ามาห้ามเลือดให้เขาอีก

                “กูจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้ากูไปกับพวกมึงแล้วมึงจะปล่อยทุกคนไปจริงๆ” ผู้กองกรันณ์ถามกลับอย่างดูเชิงอีกฝ่าย

                “ไม่เอาน่าผู้กอง มึงเชื่อใจกูหน่อยสิ ตอนนี้มึงไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น ตอนนี้กูถือไพ่เหนือกว่าพวกมึง ถ้ามึงอยากให้ลูกน้องมึงรอดตายมึงก็ไปกับพวกกูแล้วก็อย่าให้ลูกน้องมึงเล่นตุกติกเชียวล่ะ ไม่งั้น แม้แต่ชีวิตเดียวกูก็จะไม่ให้เหลือ”

                พวกมึงสิที่หานรกมาใส่หัว คิดว่าคนอย่างกูจะยอมพวกมึงง่ายๆ อย่างนั้นหรอไอ้หมารับใช้อองโจว หยิ่งผยองไปกับชัยชนะของมึงไปเถอะ เพราะว่าชัยชนะในครั้งนี้ของมึงน่ะอยู่ในแผนของกูหมดแล้ว ผู้กองกรันณ์คิด ไอ้นายพลอ่องเส็ง คิดจะเล่นงานกูมึงเล่นผิดคนแล้วล่ะ

                “ก็ได้ กูจะไปกับพวกมึง พวกมึงปล่อยคนของกูไปได้แล้ว”

                “พี่รัน...” ราชาวดีรีบเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นทันที นี่เขาพูดอะไรออกมากัน เขาจะยอมไปกับพวกมันง่ายๆ อย่างนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าไปแล้วตัวเองต้องฆ่าอย่างนั้นหรอ

                “แก้มไม่ให้พี่รันไปนะ ไม่เอา พี่รันของแก้ม แก้มไม่ให้ไป”

                “พี่ต้องไป เพื่อความปลอดภัยของทุกคนแล้วก็เพื่อความปลอดภัยของแก้มด้วย” เขาก้มลงมาบอกเธอ แต่ราชาวดีก็ยังร้องไห้กอดเขาเอาไว้แน่น

                “ทั้งๆ ที่พวกมันจะเอาพี่รันไปฆ่าน่ะหรอคะ พี่รันจะทิ้งแก้มไปหรอ พี่รันไม่รักแก้มแล้วใช่มั้ย”

                “แก้ม ฟังพี่ก่อน...”

                “เฮ้ย!!! ไม่ต้องมาร้องไห้คร่ำครวญอะไรเว้ยกูรำคาญ กูไม่ได้มาเอาตัวมึงไปคนเดียวไอ้ผู้กอง แต่กูต้องเอาตัวเมียของมึงไปด้วย” อองโจวว่าขึ้นอย่างหงุดหงิดจนผู้กองกรันณ์ต้องหันไปมองมันอีกทีอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

                “เอาไปแค่กูก็พอ เมียกูไม่เกี่ยว”

                “ทำไมจะไม่เกี่ยว ก็เมียมึงไม่ใช่หรอที่ทำให้ยะมินกับแสนดาตาย นายพลอ่องเส็งไม่ปล่อยมึงกับเมียเอาไว้หรอกเว้ย!!!

                “คนที่ฆ่ายะมินก็คือกู มึงเอาตัวกูไปแล้วปล่อยเมียกับลูกน้องของกูไปซะ”

                “กูบอกแล้วไงว่ามึงไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง!

                ปัง!!! อองโจวยิงไปที่ขาของทหารนายหนึ่งทันทีทำให้เขาทรุดตัวล้มลง แค่นั้นยังไม่พอ อองโจวยังเล็งปืนไปที่ศีรษะของทหารนายนั้นอีกแล้วเตรียมจะเหนี่ยวไก

                “ไม่ อย่านะ!!!” ราชาวดีรีบร้องห้ามขึ้นมา “อย่าฆ่าเขาเลยฉันขอร้อง อย่าฆ่ากันอีกเลย เราพูดคุยกันดีๆ ก็ได้นี่ทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย ชีวิตของคนเรามีค่ามากเกินกว่าจะมาเข่นฆ่ากันแบบนี้ ต่างฝ่ายต่างก็ฆ่ากันอยู่แบบนี้ไม่กลัวบาปกรรมบ้างรึยังไง”

                “บาปกรรมงั้นหรอ ถุย! อีนังหมอตัวดีมึงไม่ต้องทำตัวเป็นแม่ชีมาสั่งสอนกู กูไม่ใช่ยะมินกับแสนดาที่จะได้หลงในมารยาของมึง ถ้าท่านนายพลอ่องเส็งไม่สั่งให้นำตัวมึงกับผัวกลับไปแบบเป็นๆ ล่ะก็กูฆ่ามึงกับผัวมึงไปนานแล้ว!!!” อองโจวว่าแล้วเบนปลายกระบอกปืนมาทางผู้หมวดคณินที่นอนแน่นิ่งอยู่ ครั้งผู้หมวดนทีจะรีบเข้าไปดึงเอาเพื่อนหลบ ปืนอีกหลายกระบอกก็เล็งมาที่เขา ผู้กองกรันณ์จึงรีบยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาขยับตัว

                “กูจะให้โอกาสมึงตัดสินใจอีกครั้งไอ้ผู้กอง มึงกับเมียไปกับกูแล้วทุกคนจะรอด ไม่อย่างนั้น...ไอ้ผู้หมวดนั่นจะได้เป็นศพเร็วกว่านี้!

                “พอแล้ว!” ผู้กองกรันณ์รีบห้ามก่อนที่อองโจวจะยิงผู้หมวดคณิน เขาไม่มีทางเลือกจริงๆ

                “แก้ม...” เขาหันมาทางเมียรักที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา เธอรู้ว่าเขาจะพูดอะไรจึงได้เข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นทั้งน้ำตา

                “พี่รันขา แก้มเคยบอกพี่รันแล้วไงว่าแก้มไม่ได้เป็นแค่เมียของพี่ แต่แก้มยังเป็นคู่ชีวิตที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับพี่รันด้วย ชีวิตของแก้มอยู่ได้ก็เพราะพี่รันเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแก้มก็จะอยู่เคียงข้างพี่รัน แก้มไม่กลัวถ้าจะต้องตายอยู่เคียงข้างผัวของแก้ม พี่รันตัดสินใจเถอะนะคะ แก้มจะอยู่กับพี่รัน จะไม่ทิ้งพี่รันไปไหนเด็ดขาด”

                “คุณหมอ...” ผู้หมวดนทีเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า หัวใจที่รักและภักดีต่อสามีของเธอช่างยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะคาดถึง เขารู้ดีว่าผู้กองกรันณ์จะตัดสินใจอย่างไร ลำพังแค่เพียงผู้กองเขาไม่ได้ห่วงอะไรมาก แต่สำหรับเธอ ผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวซ้ำยังกำลังตั้งท้องอยู่อีก ถ้าเธอไปกับพวกมันแล้วเธอกับลูกในท้องจะเป็นยังไง

                ผู้กองกรันณ์กระชับกอดราชาวดีเอาไว้แน่น เมียแสนดีแบบนี้ต่อให้ตายอีกร้อยชาติเขาก็หาผู้หญิงที่แสนดีอย่างเธอไม่ได้อีกแล้ว เมียแค่คนเดียวเขาจะปกป้องไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิ ถ้าแค่เมียคนเดียวยังปกป้องไม่ได้แล้วเขาจะมีหน้าไปปกป้องประเทศชาติได้ยังไง แม้จะผิดแผนไปบ้างที่เธอถูกดึงเข้ามาร่วมในแผนของเขา แต่เขาก็คิดว่าไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง เขามั่นใจในทีมซีลของเขา ทำไม่ได้ ทำไม่ไหว ทำไม่ทัน สามคำนี้คนที่ฝึกซีลมาห้ามพูดมันออกมาเด็ดขาด

                “ถ้ามึงรับปากว่าจะปล่อยทุกคนไป กูกับเมียจะยอมไปกับมึง” เขาหันมาบอกอองโจว ทำให้อองโจวหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่เขาสามารถต้อนคนอย่างผู้กองกรันณ์จนจนมุมได้ ผู้กองคนโหดที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าเก่งนักเก่งหนา หึ! ก็ไม่เท่าไหร่เลยนี่หว่า

                “เลือกได้ดีนี่หว่า ถ้าพูดกันง่ายๆ แบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องฆ่าแกงกันเหมือนอย่างที่เมียมึงเทศนา” ว่าจบอองโจวก็หันไปสั่งเหล่าลูกน้องทันที

                “พวกมึงไปยึดอาวุธทหารพวกนี้มาให้หมด ถ้ามีใครตุกติกหรือคิดไม่ซื่อล่ะก็...ศพแรกคืออีนังหมอนั่น ฆ่านังผู้หญิงคนนั้นก่อนใครเพื่อนได้เลย”

                เมื่ออองโจวสั่งแบบนี้แล้วใครจะกล้าตุกติกด้วย ผู้กองกรันณ์กอดราชาวดีเอาไว้แนบตัวแล้วเอาตัวบังเธอไว้เมื่อปืนหลายกระบอกตอนนี้เล็งมาที่เธอเป็นจุดเดียว พวกมันคงรู้ว่าเธอคือจุดอ่อนเดียวของเขาจึงได้เอาเธอมาต่อรองเขาแบบนี้ ไอ้พวกหน้าตัวเมีย รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง

                “ไม่เป็นไรนะคนดี อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัวหรอกนะพี่จะปกป้องแก้มเอง พี่จะไม่ยอมให้พวกมันมาทำอะไรแก้มเด็ดขาด” ผู้กองกรันณ์ลูบผมเธอเบาๆ อย่างปลอบขวัญก่อนจะหันมาทางผู้หมวดนทีแล้วกระซิบลอดไรฟันพูดกับเขา ขณะที่ลูกน้องของอองโจวกำลังเข้ามายึดอาวุธปืน

                “หมวด หมวดยังอยากแก้แค้นให้ตันหยงอยู่มั้ย”

                “ผู้กอง...หมายความว่ายังไงครับ”

                “ผมรับปากกับหมวดนะ...ผมจะลากคอไอ้นายพลอ่องเส็งมาให้หมวดฆ่ามันเองกับมือเลย หมวดเชื่อใจผมมั้ย”

                “ผมไม่เคยเชื่อใจใครเท่าผู้กองอีกแล้วครับ”

                “ดี! งั้นหมวดรอผมนะ แล้วอีกไม่นานหมวดจะได้แก้แค้นให้ตันหยงด้วยมือของหมวดเอง รอผม แล้วผมจะกลับมา” แม้จะเป็นเสียงที่กระซิบแต่ก็หนักแน่นมั่นคงจนผู้หมวดนทีโค้งศีรษะรับอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ อีก แล้วจึงมองเลยมาทางราชาวดี

                “ดูแลคุณหมอดีๆ นะครับผู้กอง อย่าให้ไอ้สารเลวพวกนั้นมันแตะต้องคุณหมอเด็ดขาด”

                “แน่นอน ฝากบอกผู้พันด้วยว่าผมจะดูแลคุณหมอให้ดียิ่งกว่าชีวิต แล้วก็...เอากำลังไปรอที่ริมฝั่งแม่น้ำเมยได้เลย ผมจะรีบพาคุณหมอหนีกลับมาให้ได้ บอกผู้พันว่าให้เชื่อใจผม ผมจะไม่ยอมให้คุณหมอเป็นอะไรไปเด็ดขาด”

                “เฮ้ย!!! พวกมึงคุยอะไรกันฮะ!!!” อองโจวร้องถาม ผู้กองกรันณ์กับผู้หมวดนทีจึงตีหน้านิ่งขึ้นมาราวกับไม่มีเรื่องอะไรเมื่ออองโจวยังคงมองพวกเขาอย่างจับผิดอยู่

                “ไหนๆ ก็จะไปตายแล้ว ขอสั่งเสียหน่อยไม่ได้รึยังไง” ผู้กองกรันณ์หันมาตอบอย่างไม่นึกกลัว อองโจวจึงแสยะยิ้มใส่แล้วชักปืนเล็งมาที่ราชาวดี

                “ถ้ามึงคิดจะเล่นตุกติกกับกูล่ะก็ หัวเมียมึงระเบิดคาอกมึงแน่ ออกไปจากถ้ำได้แล้ว!!!” เมื่อถูกปืนหลายกระบอกจ่ออยู่แบบนี้ผู้กองกรันณ์ก็ไม่มีทางเลือก ปืนทุกกระบอกจ่ออยู่ที่น้องนางไม้ของเขา พวกมันพร้อมที่จะยิงเธอได้ทุกเมื่อเขาจึงต้องยอมจำนนก่อนแล้วจึงกอดประคองเธอเดินออกไปจากถ้ำที่ฟ้าฝนยังคงตกอยู่ แต่ก็ไม่ได้แรงเท่ากับในตอนแรก เขาจึงรีบถอดเสื้อทหารของตัวเองออกแล้วเอามาคลุมที่ตัวให้กับเธอ กอดเธอเอาไว้ไม่ยอมให้ห่างตัวแม้แต่น้อย

                “ผู้หมวดไกรจักร” เขาหันมามองเพื่อนตำรวจ ตชด. ที่ยังคงนอนหมดสติอยู่ที่หน้าถ้ำ เขาไม่ได้ถูกยิง แผ่นอกแกร่งยังคงขยับขึ้นลงบ่งบอกให้รู้ว่าเขาน่าจะแค่สลบไปเท่านั้น ฟื้นขึ้นมาเร็วๆ เถอะหมวดจะได้ไปช่วยเพื่อนทหารแล้วก็ตำรวจออกไปจากที่นี่เสียที ผู้กองกรันณ์ได้แต่มองผู้หมวดไกรจักรอย่างฝากความหวังเอาไว้กับเขา ขอให้เขาฟื้นขึ้นมาไวๆ แล้วไปช่วยผู้หมวดนทีพาผู้หมวดคณินออกไปรักษาตัวให้เร็วที่สุดทีเถอะ

                อองโจวนำทางผู้กองกรันณ์และราชาวดีเดินลัดเลาะผืนป่ากลับไปทางริมชายแดน ฝนที่ตกลงมาทำให้ราชาวดีเกือบจะลื่นล้มหลายรอบหากยังดีที่ผู้กองกรันณ์กอดประคองเธอเอาไว้ได้ตลอดจนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจช้อนเอาร่างของเธอขึ้นมาอุ้มเอาไว้อย่างทะนุถนอม สองแขนเรียวเล็กจึงกอดรอบคอของเขาเอาไว้แน่น

                “แก้ม ฟังพี่ให้ดีๆ นะ” เขากระซิบบอกเธอขณะเดินตามอองโจวไป “ล่วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทหารของพี่ ค่อยๆ นะอย่าให้พวกมันรู้ตัว”

                ราชาวดีเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัยว่าเขาจะให้เธอทำอะไร เธอทำทีเหมือนกับว่าหนาวเพราะน้ำฝนจึงกอดกระชับเสื้อทหารของเขาที่คลุมตัวเอาไว้แน่นแล้วค่อยๆ สอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเขาตามที่เขาบอกจนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง GPS ที่เธอเห็นเมื่อวานนี้ GPS ที่เขาทำท่าเหมือนจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเอาติดตัวมา

                “เจอแล้วใช่มั้ย” เขากระซิบถามอีก เธอจึงพยักหน้ารับเบาๆ “มันจะมีปุ่มใหญ่ๆ อยู่ปุ่มหนึ่ง ปุ่มกลมๆ ที่ใหญ่ที่สุด จับได้มั้ย”

                “ได้ค่ะ” เธอตอบ แตะสัมผัสปุ่มที่ว่าเอาไว้ภายใต้เสื้อทหารของเขา

                “กดที่ปุ่มนี้สามที”

                ราชาวกดที่ปุ่มนี้สามครั้งอย่างที่เขาบอก ซึ่งพอเธอกดครบสามครั้ง GPS ก็สั่นตอบขึ้นมาสามครั้งเช่นกันจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา

                “มันสั่นตอบสามครั้งใช่มั้ย”

                “ค่ะ”

                “โอเค เรียบร้อยแล้ว” ผู้กองกรันณ์มีสีหน้าผ่อนคลายลง ในขณะที่ราชาวดียังคงสงสัยอยู่ว่าเขาให้เธอทำอะไร พี่รันของเธอไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือหวาดกลัวใดๆ เลย เขาอุ้มเธอเดินไปกับคนร้ายราวกับว่าเป็นพวกเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

                “พี่รันให้แก้มทำอะไรหรอคะ ไอ้เครื่องเมื่อกี้นี้” เธอตัดสินใจถามเขาแล้วกระชับกอดรอบคอเขาเอาไว้แน่นเพื่อให้เขากระซิบพูดกับเธอได้ถนัดขึ้น

                “ส่งสัญญาณให้หน่วยซีลรู้น่ะ ที่มันสั่นสามครั้งเมื่อกี้นี้ก็คือพวกเขาส่งสัญญาณตอบกลับมาว่าได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากพี่แล้ว แก้มเก็บเครื่อง GPS อย่าให้ห่างตัวนะเพราะตอนนี้พวกเขากำลังตามสัญญาณ GPS มาหาเราอยู่ เพื่อนพี่แฝงตัวอยู่ที่แม่สอดกันเยอะ พวกเขาจะรีบตามมาช่วยเราให้เร็วที่สุด” เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ราชาวดีรู้สึกอุ่นใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย เธอเชื่อมั่นในความสามารถของหน่วยซีลว่าเก่งกาจกันมากแค่ไหน แต่ว่า...อยู่ในมือคนร้ายแบบนี้เธอจะสบายใจได้อย่างไร เกิดพวกมันฆ่าพี่รันของเธอในห้านาที  สิบนาทีนี้ล่ะ ต่อให้ทหารยกมาช่วยทั้งกองทัพแล้วจะไปทันการณ์อะไร

                ทั้งสองคนถูกคุมตัวเดินเข้าไปในป่าทึบแล้วตัดออกมาสู่ทางด่านที่ดูร้างมานานและมีร่องรอยของสัตว์ป่าผ่านมาแถบนี้บ้าง ตรงหน้าผู้กองกรันณ์คือรถฮัมวีเก่าๆ สามคันจอดอยู่และมีพวกของมันอีกกลุ่มถืออาวุธปืนครบมือรออยู่ ผู้กองกรันณ์ปล่อยราชาวดีลงแล้วเอาเสื้อทหารของเขาคลุมศีรษะเธอเอาไว้เกือบมิดเพื่อความปลอดภัย พวกมันเป็นคนร้ายตามแถบชายแดน มีแต่ผู้ชายและห่างผู้หญิงมานาน ราชาวดีสวยเกินคนแบบนี้หากพวกมันเห็นหน้าตาเธอคงจะไม่เป็นผลดีแน่ๆ ชะตากรรมของหมอไตรทศกับกัลยาเป็นยังไงเขารู้ดี ตอนนี้กัลยาติดโรคร้ายและมีอาการทางจิตจนยากจะรักษา ชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงเขาจะไม่ยอมให้มันมาเกิดขึ้นกับคนรักของเขาเด็ดขาด หากราชาวดีจะต้องมีชะตากรรมแบบกัลยาโดยที่เขาไม่อาจปกป้องเธอได้เขาขอเป็นคนฆ่าเธอด้วยมือของเขาเองดีกว่า ดีกว่าจะต้องให้เธอตกนรกทั้งเป็นแบบนั้น

                “เล็งปืนทุกกระบอกมาที่ผู้หญิงคนนี้ ถ้าไอ้ผู้กองมันตุกติกแม้แต่น้อยล่ะก็ ฆ่านังผู้หญิงนี่ทิ้งได้เลยเพราะคนสำคัญที่นายอยากเจอตัวมากที่สุดก็คือไอ้ผู้กอง ส่วนเมียมันเป็นแค่ของแถมเว้ย” อองโจวสั่งลูกน้องทุกคนแล้วหันมายิ้มเยาะผู้กองกรันณ์ การได้เอาชนะผู้กองกรันณ์ได้นับว่าเป็นความภูมิใจที่สุดแล้ว เนี่ยนะทหารพรานที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหด ดิบและเถื่อน คนที่แม้แต่โจรภาคใต้ก็ไม่กล้าประมาทด้วย โธ่เอ้ย! การจะเล่นงานผู้กองกรันณ์ไม่เห็นจะยากเลยถ้ารู้จุดอ่อนของมัน ก็เมียมันนี่ไงที่ผู้กองกรันณ์ทั้งรักทั้งหวง แค่เมียมันถูกปืนเป็นสิบๆ กระบอกส่องอยู่แบบนี้มันก็แทบจะไม่กล้าหายใจแล้วล่ะ

                “ขึ้นรถ” อองโจวบอกแล้วชี้ไปที่รถฮัมวีคันที่จอดอยู่ตรงกลาง

                “มึงจะพากูไปไหน ฝั่งพม่าหรอ” ผู้กองกรันณ์ถามกลับเสียงนิ่ง กดหน้าราชาวดีเอาไว้กับอกของเขาไม่ยอมให้ใครได้เห็นหน้าตาเธอ

                “มึงไม่มีสิทธิ์มาถามอะไรทั้งนั้น ขึ้นรถได้แล้ว ส่วนนังหมอนี่ไปขึ้นรถอีกคัน”

                “ไม่!” ผู้กองกรันณ์ผลักอองโจวออกห่างจากราชาวดีทันทีเมื่อมันจะเข้ามาฉุดดึงเธอไปจากเขา “ห้ามพวกมึงแตะต้องเมียกู จะพากูไปไหนก็ไป แต่ห้ามมาแยกกูกับเมียหนีจากกันเด็ดขาด”

                “กูบอกแล้วไงว่ามึงไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง!

                “ถ้ามึงแตะเมียกู กูกับเมียก็จะยอมตายมันอยู่ที่ฝั่งไทยนี่แหละ ดูซิว่าถ้ากูตายมึงจะไปรายงานนายของมึงยังไง มันสั่งให้จับเป็นกูไม่ใช่หรอ!!!” ผู้กองกรันณ์ว่าอย่างไม่เกรงกลัว จ้องอองโจวอย่างเอาเรื่องเต็มที่จนอองโจวเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเจ็บใจตัวเองที่หลงหวั่นเพราะเกรงในน้ำเสียงอันทรงอำนาจของอีกฝ่าย ไหนจะสายตาคมที่ดุราวกับพญาราชสีห์นี่อีก

                “ก็ได้ กูให้เมียมึงไปกับมึงก็ได้ มึงไปขึ้นรถได้แล้วไป” คำขู่ของผู้กองกรันณ์ได้ผล เพราะคนอย่างผู้กองกรันณ์ใช่ว่าจะสามารถจับตัวเขาได้ง่ายๆ เกิดมันบ้าบิ่นฆ่าตัวตายกันทั้งผัวทั้งเมียนายพลอ่องเส็งต้องไม่พอใจมากแน่ๆ

                เมื่อขึ้นมาบนรถ อองโจวกับเหล่าลูกน้องก็นั่งประกบซ้ายขวา หน้าและหลังผู้กองกรันณ์ทันที เขาจึงดึงเอาราชาวดีมานั่งเบาะเดียวกันกับเขาโดยให้เธอนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้เธอต้องนั่งข้างอองโจว จากนั้นเขาก็กอดเธอเอาไว้กับตัว กดศีรษะเธอให้ซุกอยู่กับอกของเขาแล้วคลุมด้วยเสื้อทหารอีกที ผู้กองกรันณ์มองหน้าอองโจวด้วยสายตาคมดุ ไม่คิดว่าจะได้เจอมันวันนี้ อองโจวเป็นลูกน้องคนสนิทของยะมิน แต่ก็ไม่เคยภักดีกับยะมินเนื่องจากอยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่ต่อจากนายพลอ่องเส็ง แต่นายพลอ่องเส็งก็ไม่เคยเห็นใครดีไปกว่าลูกชายตัวเองเลย พอยะมินกับแสนดาตายไปอองโจวคงจะดีใจไม่น้อย นอกจากลูกชายทั้งสอง นายพลอ่องเส็งก็มีลูกน้องฝีมือดีอยู่แค่สองคนเท่านั้นคืออองโจวกับลวิน แต่สองคนนี้ก็ไม่เคยกินเส้นกัน อองโจวเป็นคนของยะมิน ส่วนลวินเป็นคนของแสนดา ขนาดนายยังไม่ถูกกันแล้วลูกน้องที่เหลืออยู่จะถูกกันได้ยังไง พอหลังยะมินกับแสนดาตาย อองโจวกับลวินเลยลุกขึ้นมาชิงความเป็นใหญ่กันเอง เรื่องทั้งหมดนี้ผู้กองกรันณ์สืบมาหมดแล้ว แล้วก็สืบมานานแล้วด้วย ก่อนการรบ การได้รู้จักกับข้าศึกก่อนก็นับว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ

 

                หลังจากที่ผู้กองกรันณ์กับราชาวดีถูกจับตัวไป ลูกน้องจำนวนหนึ่งของอองโจวก็กวาดต้อนผู้หมวดนทีกับทหาร ตำรวจทุกนายออกจากถ้ำไปยังป่าอีกด้าน ผู้หมวดไกรจักรที่เพิ่งฟื้นขึ้นมารีบเข้ามาช่วยเขาแบกร่างของผู้หมวดคณินฝ่าสายฝนออกไปจากถ้ำตามที่ลูกน้องของอองโจวสั่ง เมื่อตอนนี้พวกเขาไม่มีอาวุธใดๆ แล้ว ซ้ำยังถูกมัดด้วยเชือกโยงต่อกันอีก ถูกเล็งด้วยปืนขนาดนี้ถ้าคิดต่อสู้ก็คงจะไม่รอด ทหารหลายนายได้รับบาดเจ็บแต่คนที่อาการหนักที่สุดก็คือผู้หมวดคณินที่ตอนนี้เสียเลือดไปเยอะ

                “หมวดคณิน ทำใจดีๆ เอาไว้นะเพื่อน อย่ามาตายทิ้งกันไปแบบนี้นะ หมวดต้องรอดนะผู้กองยกน้องสาวให้แล้ว หมวดต้องอยู่ต่อเพื่อขวัญตานะ” ผู้หมวดนทีบอกเพื่อนที่แน่นิ่ง ราชาวดีเคยสอนเขาตรวจจับชีพจรคนไข้มาก่อน ซึ่งพอเขาลองจับชีพจรของเพื่อนดูก็เห็นว่าเต้นอ่อนลงไปทุกขณะแล้ว โธ่เอ้ย! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ผู้กองกับราชาวดีถูกจับไป จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ ผู้กองน่ะเก่งเอาตัวรอดได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ราชาวดีนี่สิ เธอเปราะบางมากซ้ำยังกำลังตั้งท้องอยู่อีก เขาเป็นห่วงเธอเหลือเกิน เธอดีกับเขา ดีกับทหารทุกๆ คน มีน้ำใจและคอยให้ความช่วยเหลือพวกเขา คนดีๆ อย่างเธอไม่สมควรมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้เลย

                “เฮ้ยหยุด!” ลูกน้องของอองโจวสั่งให้ทหารพรานและตำรวจ ตชด. ทุกนายหยุดเดินเมื่อเดินมาถึงชายป่าห่างออกมาจากถ้ำเกือบห้าร้อยเมตรได้

                “พวกมึงจะคุมตัวพวกกูไปจนถึงเมื่อไหร่  นายมึงก็บอกแล้วนี่ว่าจะปล่อยพวกกูไป” ผู้หมวดนทีถามขึ้น ทำให้ปืนกระบอกหนึ่งจ่อมาที่ศีรษะของเขาเต็มๆ

                “ปล่อยน่ะปล่อยแน่ แต่ปล่อยกลับบ้านเก่านะเว้ย”

                “หมายความว่ายังไง” ผู้หมวดไกรจักรถามขึ้นอีกคน มองพวกมันแต่ละคนอย่างไม่ไว้ใจ หรือว่า...ไอ้พวกสารเลวนี่

                “มึงคิดว่าพวกกูจะปล่อยตัวพวกมึงไปง่ายๆ หรอวะ พวกมึงมันเป็นทหารกับตำรวจแล้วก็เห็นที่พักยาของพวกกูหมดแล้ว เรื่องอะไรกูจะโง่ปล่อยให้พวกมึงกลับไปขนพรรคพวกมาถล่มพวกกูล่ะ สัจจะมันไม่เคยมีในหมู่โจรหรอกเว้ย ฮ่าๆๆ”  ลูกน้องของอองโจวหัวเราะกันออกมาลั่นป่าที่ตอนนี้ฝนเริ่มจะหยุดตกแล้ว พวกมันถือว่าตัวเองมีอาวุธปืนพร้อมและถือไพ่เหนือกว่าจึงถีบข้อพักเข่าทหารแต่ละนายให้ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นแล้วสั่งให้ทุกคนยกมือขึ้นกุมศีรษะเอาไว้

                “เราจะมาตายอนาจอยู่ในป่ากันแบบนี้หรอหมวด” ผู้หมวดนทีถามผู้หมวดไกรจักรที่นั่งเอามือกุมศีรษะอยู่ข้างๆ เขา ซึ่งตอนนี้ลูกน้องของอองโจรแต่ละคนกำลังใช้ปืนเล็งมาที่ศีรษะของพวกเขาอยู่ พวกมันคงกะจะเป่าหัวของพวกเขาให้ระเบิดพร้อมๆ กัน

                “ตายที่ไหนก็ตายเหมือนกันแหละหมวด ตายในเครื่องแบบ ตายในหน้าที่สำหรับผม ผมไม่เสียดายชีวิตหรอก” ผู้หมวดไกรจักรบอกเขาอย่างแน่วแน่ ผู้หมวดนทีจึงจ้องเขากลับแล้วพยักหน้ารับ

                “ผมดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับหมวดนะ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับตำรวจกล้าอย่างหมวด ได้ทำงานด้วยกัน ตายพร้อมกันแล้วก็ตายในผืนแผ่นดินไทยด้วย” ผู้หมวดนทียื่นมือไปจับกับผู้หมวดไกรจักร มองหน้าและสบตาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ หากจะตายในหน้าที่แบบนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่คิดที่จะเสียดาย

                “เฮ้ยพวกมึงทำอะไร!!! ยกมือขึ้นกุมหัวเอาไว้เลยนะ” ด้ามกระบอกปืนทุบเข้ามาที่กลางหลังผู้หมวดทั้งสองจนฟุบล้มลงไปกับพื้น แต่ผู้หมวดนทีกับผู้หมวกไกรจักรก็แข็งใจกันลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าได้อีกครั้ง

                “ถึงมึงจะฆ่าพวกกูได้ แต่ประเทศไทยก็ยังมีทหารตำรวจที่มีฝีมืออยู่อีกเยอะ วันนี้พวกกูอาจจะตาย แต่ในวันข้างหน้าก็จะมีทหารตำรวจคนอื่นๆ เข้ามาจัดการกับไอ้พวกสารเลวอย่างพวกมึงอีก ที่นี่เป็นบ้านเมืองของกู ประเทศของกู พวกมึงมันก็แค่ไอ้พวกกาฝากไร้แผ่นดินจะอยู่ ขนาดรัฐบาลพม่ายังไม่เอาพวกมึงเลย! พวกมึงจะอยู่ทำเลวบนบ้านเมืองของพวกกูได้อีกไม่นานหรอก มึงเตรียมใจเอาไว้ได้เลย อีกไม่นานพวกมึงได้ตายอนาจแม้แต่ดินจะกลบหน้าก็จะไม่มี!!!

                ผลัวะ!!! ด้ามกระบอกปืนฟาดเข้ามาที่หน้าผู้หมวดนทีอย่างจังจนเขาฟุบลงไปกับพื้นอีก มีเลือดไหลออกจากปากเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็หาได้กลัวไม่ เขายังคงหัวเราะเยาะพวกมันออกมาก่อนที่จะถูกลูกน้องของอองโจวกระชากคอเสื้อขึ้น

                “มึงหัวเราะอะไรไอ้ทหารเลว!

                ถุย!!! ผู้หมวดนทีบ้วนเลือดในปากใส่หน้ามันแล้วยิ้มเยาะออกมาอีก

                “หัวเราะสัตว์นรกอย่างพวกมึงไง ไอ้ชาติชั่ว!!!

                ผลัวะ!!! ผู้หมวดนทีล้มลงไปกับพื้นอีกเมื่อถูกชกที่หน้าอย่างแรง ลูกน้องของอองโจวคงจะหมดความอดทนกับเขาจึงชักปืนพกสั้นออกมาแล้วเล็งมาที่เขาทันที

                “ปากดีนักใช่มั้ยมึง งั้นมึงนี่แหละจะได้เป็นศพแรก” มันปลดเซฟปืนออกแล้วจะลั่นไกยิงผู้หมวดนทีที่ยังแค่นหัวเราะใส่อยู่ แต่วินาทีที่มันจะลั่นไกปืนนั่นเอง

                ปัง!!! เสียงปืนปริศนาก็ดังขึ้นก่อนที่ลูกน้องของอองโจวที่กำลังจะยิงผู้หมวดนทีจะล้มลงแน่นิ่งไปกับพื้น ที่กลางหน้าผากมีรอยกระสุนฝังอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ผู้หมวดนทีที่ยังนอนแผ่หลาอยู่กับพื้นยังไม่ทันจะได้พลิกตัวลุกขึ้นเลย คราวนี้เสียงปืนจากหลายกระบอกก็ดังขึ้นลั่นป่า ลูกน้องของอองโจวที่เอาปืนจ่อทหารและตำรวจ ตชด. ทุกนายเอาไว้ล้มลงไปขาดใจตายภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่เสียงปืนจะสิ้นสุดลงเหลือเอาไว้เพียงความเงียบเท่านั้น

                ผู้หมวดนทีมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ หัวใจเต้นแรงระรัวก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังว่าใครกันที่เข้ามาช่วยพวกเขาเอาไว้ แล้วทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตายืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมด้วยทหารอีกหลายกองร้อยเขาก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทันที

                “...ผู้พัน”


********************************************************************************************

มาอย่างเท่เลยผู้พัน 


ตอนหน้ามาเอาใจช่วยพี่รันกับหมอแก้มไปพร้อมๆ กันนะคะ


**********************************

นอกเรื่องนิด


เจอคุณหมอสวย ไรท์เลยมโนว่าเป็นหมอเอื้อยแต่งชุดไทยดูแลเด็กๆ 

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา 555




(​ที่มาของภาพ ​FB: โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา)

(ปล.บุคคลในภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในนิยาย และไม่เกี่ยวกับไรท์เน้อ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #888 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:39
    ลุ้นแทบตาย ตอนคนร้ายจะยิงผู้หมวด ผู้พันมาช่วยยยย
    #888
    0
  2. #288 peem Silver (@peem_ppcy) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:06
    สนุกมาค่าาาาา ขอบคุณจริง เรากำลังอ่านมาถึงตอนนี้ อินมากค่า ไรท์เก่งมากกก รักเลย
    #288
    0
  3. #280 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 10:36
    อ่านไปลุ้นไปปปปป อินมากเลยค่ะไรท์ ขอให้ทุกคนปลอดภัย
    #280
    0
  4. #279 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 21:11
    ตอนนี้เป็นตอนที่หน่วงมากกกกกก
    มาต่อเร็วๆนะคะค้างมาก
    #279
    0
  5. #278 SKam_NITA (@SKam_NITA) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:52
    น้ำตาคลอ ผู้หมวดอึดอดทนไว้นะผู้กองยกน้องสาวให้แล้วไม่ต้องรอ 5 ปีด้วยนะหมวดดดดด ต้องรอดนะหมวดนะ
    #278
    0
  6. #277 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:07
    ลุ้นมากเลยดีไจจังผู้พันมาแล้วหมวดคณินไม่ตายแล้ว
    #277
    0
  7. #276 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:41

    ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านนิยายแล้วลุ้นขนาดนี้ลย ขอบอก
    #276
    0
  8. #275 Pthongkrajang Thongkrajang (@pilai12345) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:49
    ลุ้นมาก ลุ้นจนเหนื่อย รอๆๆ
    #275
    0
  9. #274 beam-boonsuan (@beam-boonsuan) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:39
    ผู้กองรันฝากหมอแก้มกับลูกด้วยนร้า ดูแล ปกป้องพวกเขาด้วย
    #274
    0
  10. #272 ส้ม (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 01:30

    กว่าจะอ่านจบแทบขาดใจ ลุ้นสุดๆ รอลุ้นผู้กองกับหมอแก้มต่อ 555

    #272
    0