ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 59 : คำเตือนของแสนดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    20 พ.ค. 62


59.คำเตือนของแสนดา

 

                ถึงแม้จะคลื่นไส้ไปกับการดื่มเลือดงูของสามี แต่เมื่อถึงเวลามื้อเย็นราชาวดีก็ยังคงกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย ไข่เจียว ต้มยำปลากระป๋อง ผัดพริกแกงหมูใส่ถั่วฝักยาวแล้วก็ยำวุ้นเส้นใส่หมูยอล้วนเป็นอาหารที่ถูกปากเธอนัก โดยเฉพาะยำวุ้นเส้นนี่สิยิ่งถูกปากคนแพ้ท้องเข้าไปใหญ่ แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีปลาสดๆ ย่างที่ผู้หมวดนทีจับได้ที่ลำธารอีก มาล้อมวงกินข้าวด้วยกันหลายๆ คนแบบนี้ยิ่งอร่อย

                “สุกแล้วๆ” ผู้หมวดคณินส่งเนื้อย่างที่เพิ่งย่างสุกแจกจ่ายให้ทุกคน ราชาวดีมองๆ ตามก็เห็นว่ามันมีลักษณะคล้ายๆ เนื้อปลา แต่ถูกตัดเป็นท่อนๆ เนื้ออะไรกัน ปลาไหลหรอ

                “ไม่เอาแก้ม อย่ากิน” ผู้กองกรันณ์หยิบจานเนื้อย่างดังกล่าวส่งไปให้ลูกน้องของเขา แล้วตักไข่เจียวนุ่มๆ มาให้เธอแทน

                “แก้มจะกินปลาย่าง” พอเธอบอกเขาก็ตักเนื้อปลาหมอย่างที่จับได้จากลำธารมาให้เธอ ราชาวดีเลยทำหน้ามุ่ยใส่

                “แก้มหมายถึงปลาอันนั้น” เธอชี้ไปที่จานเนื้อย่างที่เขาเพิ่งจะยกหนีจากเธอไป พอเห็นดังนั้นผู้กองกรันณ์กับนายทหารอีกหลายๆ คนก็พากันหัวเราะออกมาเบาๆ ที่เธอเข้าใจผิดว่าเนื้อที่ว่านั่นเป็นเนื้อปลา

                “นั่นไม่ใช่ปลา”

                “แล้วมันคืออะไรล่ะคะ”

                “งูตัวที่มันเกือบจะกัดแก้มไง ผู้หมวดคณินเขาหั่นเป็นท่อนๆ ทาเกลือย่างอย่างดีเลยนะ”

                “ฮะ!” หน้าตาเหวอๆ ของเธอทำให้หลายๆ คนอดขำกันไม่ได้ นี่คงถึงคราวเคราะห์ของงูตัวนี้แล้วจริงๆ ที่ดันมาเจอทหารกับตำรวจ ตชด. กลุ่มนี้เข้า

                “พี่รันอย่ากินนะคะ” เธอรีบหันมาบอกสามี ถึงเหล่าทหารจะบอกว่าเป็นอาหารในป่า แต่น้ำอิงก็เคยบอกเธอว่าอย่ากินเนื้อพวกสัตว์ป่าเลย มันไม่อร่อยแล้วก็มีเชื้อโรคด้วย แหม ทหารกับหมอสัตว์ป่านี่ทำไมความคิดถึงได้สวนทางกันแบบนี้นะ แต่ในฐานะที่น้ำอิงเป็นหมอ เธอก็เป็นหมอ หมอก็ต้องเข้าข้างหมอด้วยกันอยู่แล้ว เพราะงั้นเนื้อสัตว์ป่านี่อย่าได้กินจะดีกว่า

                “คุณหมอนี่ทานเก่งน่าดูนะครับ เห็นแล้วผมก็เจริญอาหารตาม” ตำรวจ ตชด. นายหนึ่งว่าขึ้นยิ้มๆ ซึ่งคนอื่นๆ ก็รู้สึกเหมือนกันกับเขาแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาเพราะผู้กองกรันณ์หวงเมียมาก ใครๆ ก็รู้ดี

                “คงเดินป่ามาทั้งวันค่ะ เสียพลังงานไปเยอะเลยหิว” ว่าแล้วก็หันมากินข้าวที่สามีป้อนให้อีกคำแล้วก็เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข

                “กินเยอะแต่ก็ไม่เห็นอ้วนเลยนะครับ”

                “ไม่อ้วนหรอก ผมจับออกกำลังกายทุกวัน” ผู้กองกรันณ์ว่ายิ้มๆ

                “ออกกำลังกายนี่แบบไหนหรอครับ เล่นกีฬาในร่มรึเปล่า”

                “จะในร่มหรือกลางแจ้งก็เรื่องของผมกับเมียมั้ย” ว่าเข้าให้ แล้วแบบนี้ใครจะกล้าแซวต่อ

พอหลังจากมื้อเย็นราชาวดีก็กินแอปเปิ้ลเขียวที่สามีของเธอเตรียมมาให้ต่อเป็นของหวานตบท้ายอีก พอได้กินผลไม้หวานๆ เปรี้ยวๆ ร่างบางที่เหนื่อยล้ามาวันนี้ก็พลันสดชื่นขึ้นมาทันที เธอนั่งอยู่คนเดียวบนผืนผ้าใบที่เคลียร์เรียบร้อยจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีงูหรือสัตว์มีพิษใดๆ เข้ามาทำอันตรายได้อีก ส่วนผู้กองกรันณ์นั้นตอนนี้เขากำลังเรียกประชุมทีมของเขาอยู่เพื่อวางแผนสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้และแผนการป้องกันฐานเมื่อกลับไปถึง ราชาวดีที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลยไม่กล้าเข้าไปยุ่งอะไรด้วย เธอแอบลอบมองสามีอย่างระแวดระวังก่อนจะค่อยๆ หยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋าเป้อย่างกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าเธอแอบพกหนังสือมาด้วย ก็แหม ทำอย่างไรได้ล่ะ ก็เธอติดหนังสือพอๆ กับติดเขานี่นา นี่เพิ่งจะหนึ่งทุ่มเองใครจะไปหลับลงกัน ในป่าแบบนี้ไม่มีอะไรทำด้วย ถ้าเป็นตอนอยู่ที่ฐานก็ว่าไปอย่างจะได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพี่รันของเธออยู่บนเตียง แต่นี่...ไม่มีอะไรทำ ขอนอกใจพี่รันซักครู่แล้วเอาใจมาให้หนังสือแทนละกันหวังว่าพี่รันของเธอจะไม่ดุเอานะ ยิ่งขี้หึงอยู่ หึงแม้กระทั่งกับหนังสือ คนอะไร เธอล่ะยอมในความขี้หึงของเขาจริงๆ

แสงไฟจากกองไฟและไฟฉายเล็กๆ ที่ผู้เป็นพี่ชายตระเตรียมเอาไว้ให้เธออย่างรอบคอบเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการอ่านหนังสือ หนังสือนิทานต่างประเทศเล่มใหม่ที่เธอเพิ่งซื้อมาล่าสุดรวมนิทานสนุกๆ เอาไว้มากมาย อ่านแต่ตำราแพทย์มาเยอะ วันนี้เธอต้องเริ่มอ่านนิทานบ้างแล้ว เธออยากให้ลูกได้ฟังนิทานทุกวันลูกของเธอจะได้มีพัฒนาการทางสมองที่ดี

                “หัดฟังภาษาอังกฤษตั้งแต่ตอนนี้เลยนะลูกนะ เป็นลูกหมอกับทหาร ต้องเก่งให้รอบด้าน” เธอพูดเบาๆ กับลูกน้อย แล้วเปิดหนังสือออกอ่าน

Once upon a time, there lived a Swan near a lake in a forest.” เธอนั่งหันหลังให้กลุ่มนายทหารและตำรวจที่ประชุมกันอยู่ เริ่มอ่านนิทานเบาๆ ทั้งรอยยิ้ม จะว่าไปตั้งท้องได้สองเดือนลูกในท้องของเธอก็น่าจะโตเท่ากับนิ้วก้อยของเธอได้แล้ว เธอเป็นหมอเธอรู้ดีว่าพัฒนาการของลูกช่วงนี้เขามีมือ แขน เท้าและขาน้อยๆ แล้ว และเขาก็จะค่อยๆ เริ่มขยับตัวได้แล้วด้วย ส่วนสมอง ไขสันหลัง กระดูกสันหลัง และระบบประสาทก็กำลังจะเริ่มพัฒนาไปพร้อมๆ กับระบบไหลเวียนเลือด เริ่มอ่านนิทานให้ลูกฟังตอนนี้แหละกำลังดี

                One night, an Owl saw the Swan gliding on the lake in the moonlight. He praised the Swan and soon, the two became friends. They met near the lake for many days.

                “แล้วยังไงต่อ ความรักต่างเผ่าพันธุ์ระหว่างหงส์กับนกฮูกหรอ” เสียงของคนที่มาแอบฟังเธออ่านนิทานถามขึ้นหน้านิ่งๆ เมื่อเห็นเธอแอบพกหนังสือเข้ามาในป่าด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเล่มไม่ใหญ่ แต่เขาก็ไม่อยากให้เธออ่านหนังสือในที่ที่มีแสงน้อยแบบนี้ ราชาวดีหันมายิ้มให้เขาเก้อๆ เมื่อถูกจับได้ว่าแอบอ่านหนังสือ

                “ประชุมเสร็จแล้วหรอคะ”

                “ใช่ ตอนนี้เราจัดเวรยามกันสี่ผลัด พี่จะอยู่ยามตอนผลัดสองเพราะงั้นตอนนี้เลยพักได้” เขาบอกแล้วจึงเข้ามานั่งลงข้างๆ เธอก่อนจะแย่งหนังสือนิทานในมือของเธอไปดู “บอกแล้วไงว่าอย่าอ่านหนังสือในที่มืด อยากสายตาสั้นอีกรึไง”

                “ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วแก้มจะลงแดงตาย”

                “ทำไม หนังสือมันทำมาจากกระดาษใบกัญชาหรอถึงได้ติดนัก”

                “คงงั้นมั้งคะ ติดงอมแงม พี่รันคงต้องพาแก้มไปรักษาที่วัดถ้ำกระบอกแล้วล่ะค่ะ”

                “ได้ เดี๋ยวจะพาไป คนอื่นเขาไปเลิกยา ส่วนแก้ม...ไปเลิกอ่านหนังสือ” เขาใช้สันหนังสือเคาะศีรษะเธอเบาๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเปิดกลับไปที่นิทานหน้าเดิม เห็นอ่านแต่ตำรามาเยอะ วันนี้อ่านนิทานแฮะ สงสัยจะเอามาอ่านคลายเครียด

                “ให้พี่อ่านให้ฟังมั้ย แก้มจะได้ไม่ต้องเพ่งมองหนังสือ” เขาเสนอ

                “แล้วพี่รันไม่กลัวสายตาเสียหรอคะ นักแม่นปืนอย่างพี่รันสายตาเป็นเรื่องสำคัญนะ”

                “อ๋อ พี่มีตัวช่วย” ว่าแล้วเขาก็หยิบกล้อง Night  Vision สำหรับมองตอนกลางคืนออกมาส่องทำให้ราชาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่คิดว่าเขาจะเอาอุปกรณ์ทางการทหารมาเป็นตัวช่วยในการอ่านนิทานให้เธอฟังแบบนี้

                “เอาสิคะ อ่านนิทานให้แก้มฟังหน่อย” เธอบอกยิ้มๆ แล้วขยับเข้าไปนั่งกอดแขน อิงต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างออดอ้อน มีพ่อเป็นทหารก็ต้องฟังนิทานแบบทหารแบบนี้ล่ะนะลูกแม่ เด็กคนอื่นพ่อกับแม่คงจะอ่านนิทานให้ฟังในแบบธรรมดาทั่วไป แต่ลูกของเธอกลับได้ฟังนิทานที่พ่อของเขาอ่านให้ฟังผ่านกล้อง Night  Vision ของทหาร เลือดทหารของเขาในตัวลูกคงจะต้องเข้มข้นมากแน่ๆ

                The Owl soon got bored of the place and told the Swan, “I am going back to my forest. You are welcome to visit me whenever you want to.” อ้าว! ไอ้นกฮูกเวรนี่เริ่มจะเทเพื่อนแล้ว” เขาอดว่าไม่ได้ ราชาวดีเลยตีอกเขาเบาๆ

                “แค่นิทานที่แต่งขึ้น พี่รันอย่าใส่อารมณ์ขนาดนั้นสิคะ”

                One day, the Swan decided to visit the Owl. It was daylight when the Swan reached the Owl’s home. She could not find him, as he was hiding in the dark hole of a tree. The Owl told the Swan, “Please rest till the sun sets. I can come out only at night.” ไอ้นกฮูกเห็นแก่ตัว พี่ไม่อ่านละ” เพิ่งจะว่านกฮูกเทเพื่อนไปหยกๆ คราวนี้กลับเป็นเขาเองที่เทนิทานไม่ยอมอ่านต่อ ราชาวดีเลยหยิบนิทานมาอ่านต่อเองจนจบ

                “ตอนจบนกฮูกจะถูกทำร้ายเลยบินหนีไป หงส์บินไปไหนไม่ได้เลยถูกยิงจนตายค่ะ” เธอสรุปเรื่องราวในนิทานให้เขาฟัง เขาก็เลยแค่นยิ้มเยาะออกมา

                “บอกแล้ว ไอ้นกฮูกมันเห็นแก่ตัว”

                “แหมพี่รัน แค่นิทานนะคะอย่าอินขนาดนั้นสิ” ราชาวดีว่าแล้วเปิดนิทานเรื่องใหม่ขึ้นมาอ่าน แต่เขาก็แย่งหนังสือนิทานไปจากเธออีก

                “เดี๋ยวพี่เลือกเองว่าจะอ่านเรื่องไหน” เขาพลิกหน้าหนังสือนิทานดู ราชาวดีเลยขยับเข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้อีกเพื่อฟังนิทานจากเขา แอบยิ้มอยู่คนเดียวที่คืนนี้ลูกของเธอได้ฟังนิทานที่พ่อของเขาอ่านให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นนิทานเรื่องไหนก็ตาม ขอแค่เขาเป็นคนเล่า มันก็เป็นนิทานที่สนุกที่สุดเท่าที่เธอเคยฟังแล้ว

 

                ท่ามกลางคืนที่มืดมิด ทหารหลายนายที่อยู่เฝ้ายามตอนกลางคืนเผลอหลับไปหมดทุกคนทำให้ไม่มีใครรู้ว่าขณะที่พวกเขากำลังหลับอยู่นั้นได้มีร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามายังจุดพักแรม สายตาคมจับจ้องมองมาทางหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มซึ่งเธอกำลังนั่งหลับอยู่ในอ้อมกอดของสามี ร่างสูงเดินเข้ามาหาเธอจนใกล้ก่อนจะนั่งยองๆ ลงข้างๆ เธอ สายตาคมที่แข็งกร้าวค่อยๆ แลดูอ่อนโยนลงขณะพิศมองเธออย่างแสนรักและคิดถึง มือแกร่งที่หยาบกร้านค่อยๆ ยกขึ้นแตะมาที่แก้มนวลของเธออย่างแผ่วเบา

            “หมอ...” หยดน้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มขณะมองเธอ ทั้งรักทั้งห่วงใยจนเขาไม่อยากจะห่างเธอไปไหน ไม่ว่าคนที่อยู่ข้างกายเธอจะเป็นใครก็ตาม ขอแค่เขาได้เห็นเธอมีความสุขและปลอดภัยดีเขาก็พอใจแล้ว

            ราชาวดีค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแตะมาที่แก้มของเธอ แล้วก็สะดุ้งตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชายร่างสูงนั่งอยู่ข้างๆ เธอ เขา...เป็นเขา...

            “...อะ...อะโก...” เธอเอ่ยเรียกเขาออกมาก่อนจะหันไปมองรอบๆ ตัวว่ามีใครรู้มั้ยว่าแสนดาเดินเข้ามาหาถึงที่พักแรมแบบนี้ แต่ทว่าตอนนี้ทั้งทหารและตำรวจ ตชด. ทุกนายกำลังหลับใหล แม้แต่ผู้กองกรันณ์ก็ยังหลับไม่รู้สึกตัวเลย ราชาวดีจึงหันกลับมาทางแสนดาอีกครั้ง

            “อะโกมาที่นี่ได้ยังไง อะโกตายแล้วนี่...อะโกมาหลอกผีหมอหรอ”

            “แล้วหมอกลัวอะโกมั้ย”

            “ไม่ หมอไม่กลัวผี ยิ่งเป็นอะโกหมอยิ่งไม่กลัว” เธอตอบแล้วมองแสนดาอย่างสงสัยว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ซึ่งเขาก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่จึงได้ตอบออกมาก่อนที่เธอจะถาม

            “อะโกเป็นห่วงหมอ อะโกตามมาคอยดูแลหมอ กำลังท้องอยู่แล้วไปปีนหน้าผาทำไม ไม่ห่วงหลานของอะโกหรอ” ได้ฟังคำต่อว่าของเขาราชาวดีก็น้ำตาร่วงออกมาอย่างสุดจะกลั้น อะโกช่างดีกับเธอเหลือเกิน แม้แต่ตอนตายไปแล้วเขาก็ยังห่วงเธอ ห่วงลูกของเธอด้วย

            “หมอกับลูกแข็งแรงปลอดภัยดีอะโกอย่ามีห่วงเลยนะ”

            “อะโกรักหมอ ห้ามอะไรในโลกนี้ก็ห้ามได้ แต่ห้ามไม่ให้อะโกรักแล้วก็เป็นห่วงหมออะโกทำไม่ได้หรอก” แสนดาบอกเธอก่อนจะมองเลยมายังผู้กองกรันณ์ที่ยังหลับอยู่

            “หมอรีบปลุกผู้กองนะ ปลุกทหารทุกคนแล้วรีบเดินทางออกไปจากที่นี่ตอนนี้คืนนี้เลย อย่าทันให้ได้ถึงเช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์เอา รีบออกไปจากป่านี้ซะ”

            “ทำไมหรออะโก จะเกิดอะไรขึ้นที่นี่”

            “เชื่ออะโกนะ หมอกับทุกคนรีบออกไปจากที่นี่ซะ อันตรายเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ถ้าเดินทางตอนนี้หมอจะกลับถึงฐานทัน แต่ถ้าช้ากว่านี้ทุกอย่างมันจะสายไป”

            “อะไรสายไป อะโกบอกหมอก่อนสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

            “หนีไปซะหมอ” แสนดาย้ำ

            “แต่ว่า...”

            “ก็บอกให้รีบหนีไปยังไงล่ะ!!! รีบหนีไปสิ!!!” แสนดาตวาดไล่เธอเสียงลั่นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางทิศที่เขาจะให้เธอหลบหนีไป

            “รีบหนีไป!!!

 

                “กรี๊ด!” ราชาวดีตกใจสุดขีดจนกรีดร้องออกมาแล้วสะดุ้งตัวตื่นขึ้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มดวงหน้าหวานทั้งๆ ที่คืนนี้อากาศหนาวจัด เสียงกรีดร้องของเธอทำให้ทหารและตำรวจทุกนายที่เฝ้ายามแล้วก็หลับพักผ่อนกันอยู่รีบคว้าปืนขึ้นมากันแทบจะทันที ผู้กองกรันณ์ที่ยืนเฝ้ายามในผลัดของเขาอยู่กับผู้หมวดไกรจักรรีบวิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง

                “แก้ม เป็นอะไร มีอะไรรึเปล่า” เขาถามแล้วจับไหล่บางทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นจนรู้สึกได้ว่าตัวของเธอกำลังสั่นเทาเขาก็เลยรีบกอดเธอเอาไว้

                “ฝันร้ายหรอครับ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรพี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่กับแก้มแล้วนะไม่ต้องกลัว” เขาปลอบเธออย่างอ่อนโยนแล้วก็ลูบหลังเธอเบาๆ ก่อนจะโบกมือให้ทุกคนกลับไปพักตามเดิมเมื่อไม่ได้มีเรื่องอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ราชาวดีแค่ฝันร้ายเท่านั้น

                “พี่รัน...อะโก...อะโก...เขา” เธอผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วพูดเสียงสั่น “อะโกมาที่นี่”

                “ไม่มีใครมาทั้งนั้นแหละ พี่ยืนเฝ้ายามอยู่ อย่าว่าแต่คนหรือผีเลย แม้แต่มดซักตัวถ้าเข้ามาในจุดพักแรงของเราพี่ก็ต้องเห็นสิ นอนในป่าก็แบบนี้แหละนะ มักจะฝันเห็นอะไรน่ากลัวแปลกๆ เป็นนางไม้ไม่ใช่หรอครับหืม นางไม้กลัวผืนป่าด้วยหรอ” เขายิ้มอย่างล้อเลียนเพื่อปลอบเธอ หวังจะให้เธอเลิกหวาดกลัว แต่ราชาวดีก็ยังมองไปรอบๆ ตัวอย่างหวาดระแวง ทหารและตำรวจหลายนายที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรีดร้องของเธอมองไปรอบๆ ตัวบ้างเมื่อได้ยินเธอเล่าความฝันให้ผู้กองกรันณ์ฟัง

                “แต่อะโกมาจริงๆ นะคะ”

                “แสนดาตายไปจนเหลือแต่เถ้ากระดูกแล้วมันจะมาที่นี่ได้ยังไง พี่ว่าแก้มนอนพักต่อเถอะนะ ไหว้พระก่อนนอนด้วย” เขาบอกอีก แต่ราชาวดีก็ยังส่ายหน้าไปมาแล้วพูดต่อ

                “อะโกมาบอกให้พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ ให้เดินทางกลับฐานกันตอนนี้เลยไม่อย่างนั้นทุกอย่างมันจะสายไปนะคะ อะโกบอกว่ากำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้น”

                “แล้วแสนดามันบอกด้วยรึเปล่าว่าอันตรายที่ว่าเนี่ย มันเรื่องอะไร จะมีอะไรเกิดขึ้น” ผู้กองกรันณ์เริ่มหงุดหงิด เรื่องให้ฝันมีตั้งมากมายไม่ฝัน กลับมาฝันถึงแสนดาให้ตายเถอะ ขนาดตายไปเป็นผีแล้วมันยังตามมายุ่งกับเมียของเขาอีกหรอไอ้เวรนี่ เดี๋ยวพ่อจะหาหมอผีมาจับมันยัดใส่หม้อถ่วงน้ำซะให้เข็ดเลย

                “...อะโกไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ราชาวดีว่าเสียงแผ่วลง “อะโกแค่บอกให้รีบหนีไป”

                “เราจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น” เขาว่ากลับแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “พี่จะไม่หนีไปไหนเพียงเพราะแค่ผีในความฝันมาบอกให้หนีหรอกนะแก้ม แก้มเป็นหมอนี่ แก้มต้องมีเหตุผลแยกแยะหน่อยสิ พี่กับทุกคนวางแผนการเดินทางเอาไว้หมดแล้ว เราจะไม่เปลี่ยนแผนเพราะเพียงแค่ความฝันของแก้มหรอกนะ”

                ราชาวดีเงียบแล้วก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะพูดแบบนี้ ยุคสมัยนี้ไม่มีใครเขามานั่งเชื่อความฝันแล้วตีโพยตีพายไปหรอก ถึงเธอจะบอกเขาไปแบบนั้นแต่ลึกๆ แล้วเธอก็เชื่อครึ่งและไม่เชื่อครึ่ง เธอเชื่อเพราะความฝันเมื่อครู่นี้มันเหมือนจริงมาก เหมือนแสนดามาหาเธอจริงๆ แต่อีกใจเธอก็ไม่เชื่อเพราะหมออย่างเธอไม่เคยเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ

                “...ขอโทษค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นบอกสามีก่อนจะหันไปยกมือไหว้ขอโทษคนอื่นๆ ด้วย “ขอโทษนะคะที่ทำให้ตกใจกัน ฉันคงตกใจกับความฝันจนเกินไป อย่าถือสาฉันเลยนะคะ” ไม่มีใครคิดจะถือสาเธอทั้งนั้นแหละ ทุกคนเข้าใจดี ผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางอย่างเธอให้มาเดินป่าทั้งวัน กินนอนอยู่ในป่าริมชายแดนแบบนี้จะฝันร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เธอเป็นหมอที่เคยอยู่แต่ในเมืองกรุง จะให้แกร่งอย่างทหารตามชายแดนอย่างพวกเขาได้ยังไงกัน

                “เอาล่ะ นอนได้แล้ว” ผู้กองกรันณ์บอกพลางยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกที “พี่เฝ้ายามผลัดของพี่เสร็จพอดี เดี๋ยวพี่จะอยู่เป็นเพื่อน” แล้วยามผลัดต่อไปก็เป็นผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีพร้อมกับทหารอีกสี่นาย หลังจากที่ผลัดยามกันแล้วผู้กองกรันณ์ก็เดินกลับมาหาราชาวดีอีกครั้ง ซึ่งเธอนอนไม่หลับแล้วจึงได้แต่นั่งกอดเข่าอยู่ข้างกองไฟแล้วนึกทบทวนความฝันอีกครั้ง ถ้าความฝันของเธอเป็นจริงงั้นก็หมายความว่าที่ผ่านมาอะโกยังไม่ไปไหนหรอ เขายังคงคอยตามดูแลเธออยู่ นี่เขายังมีห่วงอะไรอีก เธออยากรีบออกไปจากที่นี้แล้วทำบุญให้เขาจังเลย

                “คุณหมอครับ” ผู้หมวดไกรจักรที่อยู่เฝ้ายามผลัดเดียวกันกับผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาหาเธออย่างห่วงใย เขาเองก็ไม่เชื่อในความฝันของเธอ แต่เขาเป็นห่วงเธอมากกว่า คนท้องก็แบบนี้แหละ อารมณ์อ่อนไหวง่ายเขาเข้าใจดี

                “ผมเองก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติหรอก แต่ครั้งหนึ่งผมเคยเจอพระธุดงค์ในป่าตอนลาดตระเวนแล้วท่านให้ของบางอย่างมา” ผู้หมวดไกรจักรบอกแล้วถอดสร้อยตะกรุดที่คอตัวเองออกก่อนจะยื่นให้เธอ “ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนนั้นผมไม่รู้หรอกนะครับ แต่ก็น่าจะใช้เป็นที่พึ่งทางใจได้ระดับหนึ่ง เจ้าหน้าที่ ตชด. เรามีกันทุกคน ผมให้คุณหมอเก็บเอาไว้นะครับจะได้อุ่นใจ”

                “ขอบใจมากนะหมวด แต่ไม่ต้อง นี่เมียผมผมดูแลเอง ที่พึ่งทางใจของคุณหมอก็คือผมไม่ใช่ใครหรืออะไรอย่างอื่น” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วกอดราชาวดีเอาไว้แน่นอย่างหวงๆ จนผู้หมวดหนุ่มถอนหายใจออกมากับคนขี้หึงแล้วก็หวงเมียมาก ถึงเขาจะแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้ราชาวดีแต่คนอย่างเขาก็มีคุณธรรมและมีศีลธรรมในใจมากพอ เขาไม่เคยคิดจะผิดลูกผิดเมียใครอยู่แล้ว เขาก็แค่ห่วงใยเธอ คนรู้จักกันจะไม่ให้ห่วงกันบ้างเลยหรือ

                “นี่ ผมไม่แย่งเมียผู้กองหรอกไม่ต้องมาหึงหวงกับผม คุณหมอเธออายุน้อยกว่าผมหลายปีก็เหมือนน้องสาวผมคนหนึ่ง คนรู้จักกัน ร่วมงานกัน จะห่วงกันมันก็เป็นเรื่องปกตินี่ ผมรู้หรอกน่าว่าคุณหมอเธอนับถือผู้กองเป็นเทพเจ้าประจำตัวประจำใจของเธอ ผู้กองอย่ามองความหวังดีของผมในแง่ร้ายนักสิ”

                ลูกผู้ชายชาตินักรบเหมือนกันก็พูดกันตรงๆ แบบนี้แหละ ผู้กองกรันณ์รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีและมีคุณธรรมมากพอ ผู้หมวดไกรจักรไม่เคยคิดร้ายกับใครแต่ในฐานะของสามีที่รักแล้วก็หวงเมียมาก อย่างว่าแต่ผู้หมวดไกรจักรเลย ต่อให้เป็นหมาแมวตัวผู้ ถ้ามาเข้าใกล้เมียของเขาเขาก็หึงหมดนั่นแหละ

                “ก็ได้ ผมรับในความหวังดีของหมวดก็ได้” เขายอมรับแล้วรับสร้อยตะกรุดของอีกฝ่ายมาส่งให้ราชาวดี เธอจึงยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเขา น้ำใจของผู้คนที่ชายแดนไม่เคยเหือดแห้งเลย เธอรู้สึกว่าโชคดีที่ได้รู้จักกับผู้คนที่นี่ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตชด. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเหล่าชาวบ้าน เป็นไมตรีที่ดีต่อกันมากจริงๆ และเป็นไมตรีที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากในเมืองกรุงที่เธอเคยอยู่ด้วย

                หลังจากที่ผู้หมวดไกรจักรกลับไปนอนพักบ้างราชาวดีก็หันกลับมากอดสามีของตัวเองเอาไว้แน่น ในโลกนี้คงไม่มีใครหรืออะไรจะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยแล้วก็อุ่นใจได้เท่ากับเขาแล้วล่ะ ความหวาดกลัวและกังวลกับความฝันของเธอค่อยๆ จางหายไปเมื่อได้อ้อมกอดของเขาช่วยปลอบโยนจนคิดได้ว่าหรือบางที...เธออาจจะเหนื่อยมากไปก็เลยฝันเป็นตุเป็นตะ คงเพราะวันนี้ได้ปีนหน้าผามาด้วยที่ครั้งหนึ่งแสนดาเคยสอนให้เธอปีน เธอก็เลยฝันถึงเขา แต่ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอเพียงแค่เธอได้อยู่กับสามีด้วย ต่อให้อันตรายมากมายแค่ไหนเธอก็จะไม่กลัวเด็ดขาด เธอจะอยู่กับเขา เคียงข้างเขาและพร้อมที่จะตายไปกับเขาได้ทุกเมื่อ

                “นอนเถอะ มีพี่คอยกอดเอาไว้แบบนี้รับรองเลยว่าจะไม่ฝันร้ายอีกแล้ว” เขาบอกเธอเบาๆ พลางก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอก่อนจะเอนกายลงพิงกับต้นไม้ใหญ่แล้วมีราชาวดีนอนซุกซบอยู่ในอ้อมแขนอย่างอุ่นใจ ซึ่งเมื่อมีเขาคอยกอดเอาไว้แนบอกแบบนี้ราชาวดีก็ไม่ฝันร้ายอีกตลอดทั้งคืน

                ผู้หมวดคณินที่ยืนเฝ้ายามอยู่มองไปรอบๆ ผืนป่าฝ่าความมืดออกไปก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน ชีวิตของเขาเคยเป็นเด็กวัดอยู่กับหลวงลุงที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าในภาคอีสานมาก่อน สิ่งลี้ลับเหนือความธรรมชาติก็พอรับรู้มาบ้างเพราะหลวงลุงของเขาก็ถือได้ว่าเป็นพระที่ได้รับการยอมรับและนับถือว่ามีวิชาคาถาอยู่พอตัว เขาเองก็พอจะได้เรียนความรู้วิชาในส่วนนี้มาบ้างแค่ก็ไม่ได้ยึดถือเอามาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แค่เรียนเพื่อให้รู้ไม่ได้หวังจะนำมาใช้จริงๆ จังๆ สภาพป่าในคืนนี้แตกต่างจากหลายๆ ครั้งเมื่อตอนที่เขาเข้ามาลาดตระเวน ป่ามันเงียบแบบแปลกๆ จนเขาต้องมองรอบๆ ผืนป่าซ้ำๆ อันตรายจากคนหรือสัตว์ป่าคงไม่ใช่ ถ้าเป็นเพราะคนและสัตว์ป่า ป่าจะไม่เงียบแบบนี้ แต่บรรยากาศแบบนี้มันวังเวงแปลกๆ จนเขาค่อยๆ ก้มลงไปกำดินบนพื้นขึ้นมาแล้วแอบสวดมนต์คาถาที่เคยเรียนมาจากหลวงลุงเบาๆ ก่อนจะเดินโรยดินในกำมือไปรอบๆ จุดพักแรมกั้นเป็นอาณาเขตเอาไว้ เขาก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้หรอก ไม่รู้ด้วยว่าจะได้ผลรึเปล่า แต่เขาก็เชื่อว่าทหาร ตำรวจแล้วก็หมอในทีมของเขาล้วนแต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ชาติ ทดแทนคุณแผ่นดินด้วยการเสียสละเลือดเนื้อของตัวเองปกป้องประเทศและประชาชนเอาไว้ ภูตผีร้ายใดๆ หรือก็ไม่อาจทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ได้ เขาเชื่อว่าทหารอย่างพวกเขามีผีบ้านผีเมือง ผีบรรพบุรุษที่เคยปกป้องบ้านเมืองเมื่อครั้งในอดีตคอยคุ้มครองอยู่แล้ว ผีป่าใดๆ คงเข้าใกล้พวกเขาไม่ได้ แต่ว่า...ถ้าเป็นผีตายโหงอย่างแสนดาก็ไม่แน่ แสนดารักราชาวดีมาก ยิ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องอยู่ด้วย คนท้องมักจะสื่อสารกับสิ่งลี้ลับได้เป็นอย่างดี

                “ทำอะไรน่ะหมวด” ผู้หมวดนทีเดินเข้ามาตบไหล่เขาหลังจากที่เห็นเขาเหมือนกับเดินโรยเศษดินไปรอบๆ จุดพักแรมอยู่เมื่อครู่ “ทำตัวเป็นหมอผีไปได้”

                “เปล่านี่” เขาตอบเพื่อนคู่หูไป ผู้หมวดนทีเลยจ้องกลับอย่างจับผิดเพื่อน เป็นเพื่อน เป็นบัดดี้กันมาตั้งแต่สมัยเรียนเตรียมทหาร รู้ไส้รู้พุงกันมาหมดแล้วทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองโตมากับอะไร แต่น่าแปลกตรงที่ไม่เคยเห็นผู้หมวดคณินจะให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้นี่แหละ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น

                “หมวดเชื่อเรื่องที่แสนดามาเข้าฝันคุณหมอจริงๆ หรอ”

                “ไม่รู้สิ” ผู้หมวดคณินกระซิบกลับ “แต่ผีตายโหงแบบนี้ผมก็กันเอาไว้ก่อน แสนดารักคุณหมอมากคงจะติดตามคุณหมอมาตลอดน่ะแหละ”

                “นั่นสิ ก็น่าคิดอยู่นะ” ผู้หมวดนทีขมวดคิ้วคิดตาม

                “ยิ่งคุณหมอกำลังท้องแบบนี้ยิ่งสื่อสารกับสิ่งลี้ลับได้ง่าย หมวดรู้มั้ยว่าคนท้องนี่แหละตัวเห็นผีอันดับหนึ่ง ยิ่งจิตใจอ่อนไหวง่ายแบบคุณหมอยิ่งง่ายต่อการถูกวิญญาณติดตาม ดีนะที่ผู้กองยอมให้คุณหมอใส่ตะกรุดของผู้หมวดไกรจักร อย่างน้อยตะกรุดนั่นก็น่าจะช่วยคุ้นครองคุณหมอจากสิ่งลี้ลับได้ ผมได้ยินมาว่าพวก ตชด นับถือตะกรุดอันนี้กันมาก”

                “โอ้โห นี่ผู้กองกำลังจะได้น้องเขยเป็นหมอผีหรอเนี่ย” ผู้หมวดนทีแซวเพื่อนขำๆ ผู้หมวดคณินเลยแสยะยิ้มกลับ

                “หมอผีอะไร ก็แค่ความเชื่อประจำท้องถิ่นแหละหมวด แค่พอช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ได้นับถือเป็นสรณะซักหน่อย สิ่งเดียวที่ผมเคารพและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็คือ...”

                “ขวัญตา”

                “ผืนธงชาติต่างหากล่ะ” เขาว่า อดทำหน้าดุใส่เพื่อนไม่ได้ ชอบแซวเขาจริงนะเรื่องขวัญตาเนี่ย

                “กว่าจะเรียนจบ กว่าจะได้คบ กว่าจะได้แต่ง โห...ผมว่าหมวดได้แก่เป็นลุงก่อนพอดี เนี่ย วันนี้เดินๆ ป่ามาผมเห็นพวกสมุนไพรชูกำลังตั้งเยอะแยะ ไว้พรุ่งนี้ผมจะเก็บให้หมวดละกันนะจะได้มียาโดฟเผื่อเรี่ยวแรงหาย เคยฟังมั้ยเพลงมีเมียเด็กน่ะ ไว้กลับฐานแล้วผมจะเปิดให้ฟัง”

                “เหอะ! เก็บเอาไว้โดฟตัวเองเถอะ” ผู้หมวดคณินแค่นยิ้มว่า คนชอบแซวเพื่อนก็เลยหัวเราะออกมาอีกก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างมาให้ผู้หมวดคณินดูเพราะเขาเห็นผู้หมวดคณินชอบหยิบมามองบ่อยๆ เข้าป่าลาดตระเวนทีไรก็เอามาด้วยตลอด

                “ผมสงสัยมานานแล้ว ไอ้นี่มันคืออะไรหรอมีไฟด้วย จะว่าเป็นไฟฉายก็ไม่น่าใช่นะ สีหวานเชียว” ผู้หมวดนทีโบกแท่งไฟรูปค้อนสีชมพูหวานไปมา ซึ่งพอผู้หมวดคณินเห็นเข้าก็รีบแย่งมาถือเอาไว้เองทันที หน้าแดงจัดที่ถูกจับได้ว่าพกของแบบนี้มาด้วย

                “มันคือบึลพิงค์บงน่ะ แท่งไฟที่ใช้โบกไปมาตอนดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี”

                “แล้วพกมาทำไม หมวดเป็นติ่งศิลปินเกาหลีหรอ”

                “ก็...ติ่งศิลปินเกาหลีเขาให้มาเอาไว้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึง” ทหารมาดเข้มยิ้มเก้อๆ อย่างเขินๆ เมื่อยามนึกถึงคืนนั้นที่เขาบอกลาขวัญตาก่อนกลับฐานหลังจากไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันมา เขายังจดจำจูบแสนหวานของเด็กน้อยอย่างเธอได้ เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ เครียดๆ แค่เขาได้เห็นบึลพิงค์บงแล้วนึกถึงเรื่องวันนั้นเขาก็ยิ้มออกมาได้แล้วล่ะ ไม่รู้ป่านนี้เธอจะทำอะไรอยู่ คงหลับแล้วมั้ง เอ๊ะ! หรือจะดูซีรีย์เกาหลีแบบข้ามคืนอยู่ก็ไม่รู้ มีคราวหนึ่งที่เธอโทรมาหาเขาตอนตีสอง ร้องห่มร้องไห้ปานใจจะขาดจนเขาใจเสียไปหมดนึกว่าเธอเป็นอะไรไป ที่ไหนได้ดูซีรีย์เกาหลีแล้วพระเอกในซีรีย์ตายเลยร้องไห้มาฟ้องเขา ขนาดไม้จิ้มฟันทิ่มเหงือกก็ยังโทรมาบอกเขาเลย มีแฟนเด็กแล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กตามเธอยังไงก็ไม่รู้ ไว้เจอกันอีกคราวนี้ขอกอดแรงๆ ให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ

 

                ทั้งๆ ที่เมื่อคืนนี้ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก แต่พอรุ่งเช้าบรรยากาศโดยรอบกลับมืดครึ้มอย่างสุดจะคาดเดาทำให้ทีมของผู้กองกรันณ์ต้องเร่งฝีเท้าเดินเพื่อให้ถึงเพิงถ้ำขนาดใหญ่สำหรับใช้เป็นที่หลบฝนก่อนที่ฝนจะลงเม็ดจริงๆ เส้นทางที่ใช้เดินค่อนข้างจะรกเพราะเป็นทางลัดเพื่อเร่งให้ถึงที่หมายเร็วๆ ตามแผนที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งคาดว่าจะถึงถ้ำราวๆ เที่ยง แล้วเดินป่าข้ามเขาไปอีกลูก ค้างอีกหนึ่งคืนแล้วค่อยเดินทางต่อก็จะถึงฐานแล้ว แต่ถึงเส้นทางจะรกและเดินลำบากยังไงแต่ผู้กองกรันณ์ก็คอยตามประกบราชาวดีทุกฝีก้าว เส้นทางไหนที่เธอเดินลำบากเขาก็จะอุ้มเธอไปแทนเรียกได้ว่าไม่อึดจริงทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ผู้หมวดทั้งสามที่รู้ดีว่าหญิงสาวกำลังตั้งท้องอ่อนๆ อยู่ก็คอยช่วยกันดูแลเธอด้วย รู้สึกผิดไม่หายที่เอาคนท้องมาทำงานเสี่ยงภัยขนาดนี้ ถ้าเธอกับลูกเป็นอะไรไปพวกเขาคงโทษตัวเองไปจนตายแน่ๆ

                “ถึงถ้ำแล้วครับ เดี๋ยวพวกผมจะเข้าไปสำรวจข้างในก่อน” ผู้หมวดนทีบอกก่อนจะนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเข้าไปสำรวจถ้ำเมื่อฝนเริ่มจะลงเม็ดแล้ว แล้วสักพักเขาจึงกลับออกมาบอกทุกคนว่าภายในถ้ำปลอดภัยใช้เป็นที่หลบฝนได้

                ทันทีที่ทุกคนเข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาราวกับฟ้ารั่ว ต้นไม้เอนลู่ไหวราวกับจะโค่นล้มลงเสียให้ได้ เสียงสายฟ้าฟาดลงมาไม่ไกลจนราชาวดีต้องกอดสามีเอาไว้แน่นอย่างหวาดกลัว ลมแรงที่พัดเข้ามาในปากถ้ำทำเอาร่างบางซวนเซจนผู้กองกรันณ์ไม่ยอมให้เธออยู่ห่างกายเขาไปไหน ยิ่งฝนตกลงมาแรงแบบนี้น้ำในลำห้วยที่พวกเขาข้ามมาได้เพิ่งระดับขึ้นอีกแน่ๆ คงอีกวันสองวันกว่าทหารที่อยู่เฝ้ารถฮัมวีจะนำรถข้ามลำห้วยกลับออกมาได้ ซึ่งตอนนั้นพวกเขาก็คงจะกลับถึงฐานก่อนแล้ว

                “คงไม่หยุดตกง่ายๆ แน่เลยครับผู้กอง” ผู้หมวดนทีบอกเมื่อผู้กองกรันณ์ประคองราชาวดีไปนั่งบนโขดหินในถ้ำ

                “ถ้าตกหนักไม่หยุดแบบนี้คาดว่าคืนนี้เราคงจะได้ค้างในถ้ำนี่แล้วล่ะ นี่ก็จะบ่ายสองแล้ว กว่าจะเดินออกไป กว่าจะหาที่พักอีกคงยากขึ้นกว่าเดิมเพราะพื้นดินจะยิ่งลื่นขึ้น”

                “นั่นสิครับ พื้นลื่นๆ แบบนี้คุณหมอไม่ควรเดิน เกิดลื่นล้มขึ้นมาจะอันตรายมาก” เขาว่าพลางมองมาทางราชาวดี เธอท้องอยู่แบบนี้การลื่นล้มถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ

                “คุณหมอสบายดีนะครับตอนนี้ ไม่ได้ปวดท้องหรือรู้สึกบาดเจ็บอะไรนะครับ” เพราะต้องเร่งเดินทางเมื่อก่อนหน้านี้เขาก็กลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายอะไรไป ราชาวดีจึงพยักหน้ารับ

                “ฉันปลอดภัยดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” ผู้กองกรันณ์ได้แต่มองตามว่าเธอกับผู้หมวดนทีคุยอะไรกัน ทำไมผู้หมวดนทีถึงได้คิดว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บอะไรด้วย หรือว่าเธอป่วยเป็นอะไรแล้วเขายังไม่รู้

                “แก้มเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมผู้หมวดนทีถึงถามอะไรแบบนั้น” เขารีบถามเธอขึ้นทันทีเมื่อผู้หมวดนทีขอตัวไปสำรวจถ้ำด้านในต่อ

                “เปล่าหรอกค่ะ ผู้หมวดคงเห็นว่าแก้มไม่เคยเดินป่าแบบนี้มาก่อนก็เลยเป็นห่วงไปตามประสาแหละค่ะ”

                “ถ้าแก้มเป็นอะไรต้องรีบบอกพี่นะครับรู้มั้ย”

                “ภารกิจลับที่พี่รันเคยพูดถึงจนถึงขั้นขอเลื่อนการมีลูกออกไปใช้เวลานานแค่ไหนคะกว่าจะสำเร็จ กว่าจะปิดคดีได้” เกิดว่านานหลายเดือนจนท้องเธอโตให้เขาสังเกตได้เรื่องที่เธอจำเป็นต้องปิดเขาเอาไว้คงปิดไม่มิดแล้ว

                “คงสองสามเดือนได้ อาจช้าหรือเร็วกว่านี้ แก้มรอได้ใช่มั้ยครับ”

                สองสามเดือนเลยหรอ ตอนนี้เธอท้องสองเดือนแล้ว ถ้าถึงเวลานั้นเธอก็คงจะท้องสี่ถึงห้าเดือนได้ ถึงจะท้องสาวท้องแรก แต่ท้องของเธอก็จะโตขึ้นอยู่ดีเมื่อถึงเวลานั้นอย่างไรเสียเขาก็ต้องรู้ เขารู้จักร่างกายของเธอดียิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก ถ้าเธอท้องโตขึ้นเขาก็ต้องรู้อยู่แล้ว

                “พี่รันคะ ถ้าสมมติว่าตอนนี้แก้มกำลังตั้งท้อ...”

                “ผู้กองครับ!!!” เธอยังไม่ทันจะพูดจบผู้หมวดคณินที่สำรวจถ้ำด้านในกับผู้หมวดนทีก็วิ่งเข้ามาหาเขา ราชาวดีเลยได้แต่ถอนหายใจออกมา เป็นแบบนี้ทุกทีสิเนี่ย จะบอกเรื่องสำคัญทีไรเป็นต้องมีคนอื่นมาขัดตลอด ผู้หมวดคณินชอบทำตัวเป็นฝอยขัดหม้ออย่างที่พี่รันของเธอว่าจริงๆ ด้วย

                “มีอะไรหรอหมวด” ผู้กองกรันณ์หันไปถาม สีหน้าผู้หมวดคณินดูไม่ดีเลยแม้แต่น้อย

                “ผมว่าเราคงอยู่ที่นี่นานไม่ได้หรอกครับ ที่ถ้ำนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราแล้ว”

                “หมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้น!

                “ผู้กองไปดูเองดีกว่านะครับ” พอเขาบอกผู้กองกรันณ์ก็หันกลับมามองราชาวดีอีกทีสลับกับปากทางเข้าถ้ำที่ผู้หมวดไกรจักรกับตำรวจ ตชด. กำลังยืนเข้ากันอยู่ ด้านในถ้ำจะมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าให้ราชาวดีตามเขาไปคงจะไม่ดีแน่ๆ

                “งั้นหมวดรอผมอยู่นี่ละกัน เฝ้าปากทางเข้าถ้ำกับพวกผู้หมวกไกรจักรเอาไว้แล้วก็...ฝากดูแลคุณหมอด้วยเดี๋ยวผมมา”

                “ได้ครับ” ผู้หมวดคณินรับคำ ราชาวดีจึงลุกขึ้นเดินเข้ามาหาสามี

                “แก้มไปด้วยได้มั้ยคะ”

                “ไม่ได้”ผู้กองกรันณ์ตอบ “แก้มรอพี่อยู่ที่นี่แหละเดี๋ยวพี่จะรีบออกมาหา ผู้หมวดคณินก็อยู่ไม่ต้องกลัวนะ” เขาลูบศีรษะเธอเบาๆ ก่อนจะสะพายปืนแล้วเดินเข้าไปในถ้ำซึ่งมีผู้หมวดนทีกับทหารจำนวนหนึ่งยังคงสำรวจพื้นที่กันอยู่

                ยิ่งเดินลึกเข้าไปในถ้ำ แทนที่จะยิ่งมืด แต่ทว่าภายในถ้ำกลับมีตะเกียงหลายอันตั้งไว้เป็นจุดๆ และบางอันไฟในตะเกียงยังจุดอยู่ ผู้กองกรันณ์เดินเข้าไปจนสมทบกับผู้หมวดนทีและทหารนายอื่นๆ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อเบื้องหน้าของพวกเขาเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่เต็มไปด้วยลังไม้มากมายวางซ้อนเรียงรายกันแล้วคลุมด้วยผ้าใบสีดำ

                “นี่มันยาบ้านี่” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นเมื่อเปิดลังไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดดู ซึ่งยาบ้าเหล่านี้ถูกบรรจุเอาไว้ในห่อพลาสติกกันน้ำเป็นอย่างดี

                “ด้านนู้นเป็นกัญชาอัดแท่งด้วยครับผู้กอง อาวุธสงครามก็มี ผมว่าที่นี่ต้องเป็นโกดังเก็บของของพวกมันแน่ๆ” ผู้หมวดนทีออกความเห็น ผู้กองกรันณ์จึงพยักหน้าเห็นด้วย

                “พวกมันน่าจะขนของเข้ามาได้ไม่นานเพราะคราวก่อนผมเคยมาสำรวจถ้ำนี้แล้วแต่ก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ดูจากสภาพที่นี่แล้วพวกมันน่าจะใช้เป็นที่พักของชั่วคราวก่อนขนย้ายไปที่อื่นต่อ”

                “ผู้กองคิดว่าเป็นของพวกไหนหรอครับ”

                พวกไหนงั้นหรอ หึ! แถบชายแดนนี้จะเป็นใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่พวกมัน ไอ้นายพลอ่องเส็ง! ถ้าให้เขาเดาพวกมันคงตั้งใจจะขนยาพวกนี้เข้ามาในไทย แต่เพราะช่วงนี้มันกำลังเล่นสงครามประสาทกับเขาอยู่โดยการลอบโจมตีฐานอื่นๆ ของเขารวมถึงทำร้ายพวกชาวบ้านในแถบชายแดนทำให้มีทหารเข้ามาประจำการที่นี่เป็นจำนวนมาก หากพวกมันจะขนของต่อก็คงจะไม่สะดวกเลยต้องเอาของเข้ามาซ่อนเอาไว้ชั่วคราวก่อน ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ถึงได้โง่นัก จะขนของทั้งทีดันมาก่อเรื่องจนทหารเข้ามาในพื้นที่มากมายขนาดนี้ ท่าทางไอ้นายพลอ่องเส็งมันจะประสาทกลับถึงได้ทำอะไรไม่รอบคอบ จะว่าไปแล้วแสนดาลูกชายมันยังฉลาดกว่าเยอะเลย คงเพราะไม่มีแสนดากับยะมินคอยจัดการงานให้ล่ะสิงานของมันถึงได้เขวแบบนี้

 

                ราชาวดีนั่งกอดอกเอาไว้แน่นเพราะความหนาว ภายในถ้ำก็ว่าเย็นแล้ว ยิ่งฝนมาตกอีกก็ยิ่งหนาวเย็นเข้าไปใหญ่ เธอยังคงมองเข้าไปในถ้ำตรงจุดที่สามีเดินเข้าไป ไม่ว่าข้างในจะมีอะไรก็ตาม ขอให้เขารีบออกมาหาเธอไวๆ ด้วยเถอะ เธอเป็นห่วงเขา เธอหนาว เธออยากจะกอดเขา อยู่กลางป่าแบบนี้ถึงแม้จะมีทหารอยู่กันเยอะแยะเธอก็ไม่อุ่นใจเท่ากับมีเขาอยู่ใกล้ๆ หรอก

                “ข้างนอกฝนใกล้จะหยุดตกรึยังคะ” เธอถามผู้หมวดคณินเมื่อเขาเดินเข้ามาหา ผู้หมวดหนุ่มจึงมองกลับไปทางปากถ้ำอีกครั้ง

                “คิดว่าคงอีกนานเลยล่ะครับ ฝนตกลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว ดีที่ถ้ำอยู่ในที่สูงไม่งั้นน้ำได้ไหลเข้ามาแน่ๆ คุณหมอเตรียมตัวให้ดีนะครับ ผมคิดว่าเราคงจะต้องฝ่าฝนออกไปกัน ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้วล่ะ”

                “ฝ่าฝนออกไปหรอคะ” เธอทวน แค่ต้องรีบเดินทางมาให้ถึงถ้ำนี้เธอก็เหนื่อยไม่น้อยแล้ว แล้วนี่ยังจะต้องรีบออกไปจากที่นี่ในตอนที่ฝนกำลังตกหนักอีกหรอ

                “แต่ว่า...”

                “เส้นทางที่เราจะไปเดินง่ายกว่าเมื่อเช้านี้เยอะครับ มีทางด่านพอที่รถจะวิ่งได้ด้วย ถ้าเราโชคดีคงได้เจอชาวบ้านแถบนี้ ใกล้ๆ กันนี่มีหมู่บ้านอยู่ด้วยนะครับ แล้วที่หมู่บ้านนี้ก็มีทหารเข้ามาประจำการดูแลความปลอดภัยอยู่ ผมรับรองนะครับว่าจะไม่ให้หลานในท้องเป็นอะไรแน่นอน”

                หลานในท้อง...เขาก็รู้หรอว่าเธอท้อง

                “ผู้หมวดนทีบอกผมน่ะครับ เราจะได้ช่วยกันดูแลคุณหมอให้ดีเพราะคุณหมอยังไม่อยากให้ผู้กองทราบเรื่องนี้ไม่ใช่ครับ”

                “คือ...ความจริงฉันก็กำลังจะบอกพี่รันเมื่อกี้นี้แหละค่ะ แต่ผู้หมวดก็เข้ามาขัดซะก่อน” เธอว่าแล้วยิ้มเจื๋อนๆ ให้เขา ผู้หมวดคณินก็เลยอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขามาขัดจังหวะผู้กองกับเธออีกแล้ว

                “ทำไมจู่ๆ ถึงคิดจะบอกล่ะครับ ก็ตั้งใจจะปิดเอาไว้ไม่ใช่หรอ”

                “ฉันก็ไม่ได้อยากจะบอกพี่รันตอนนี้หรอกค่ะ เพราะว่าพี่รันมีงานสำคัญที่ต้องทำฉันไม่อยากให้เขาต้องมากังวลเรื่องลูก เมื่อกี้นี้ฉันถามพี่รันดูว่างานที่ว่านี้ใช้เวลาทำนานมากมั้ย พี่รันบอกว่าก็หลายเดือนอยู่ กว่างานจะเสร็จท้องฉันคงโตมากแล้ว ไม่มีใครไม่อยากบอกข่าวดีนี้ให้กับพ่อของลูกตัวเองรู้หรอกนะคะ ฉันอยากบอกพี่รันใจแทบขาด อยากเห็นพี่รันดีใจ แต่อีกใจฉันก็ห่วงเขา กลัวว่าเขาจะเป็นกังวล”

                “ก็เลยสับสน ไม่รู้ว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดีใช่มั้ยครับ”

                “ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ ผู้หมวดคณินรู้สึกเห็นใจเธอนัก ตั้งท้องทั้งทีแต่บอกให้พ่อของลูกรู้ไม่ได้ เป็นเขา เขาคงอึดอัดตาย แต่จะว่าไปเขาชื่นชมที่เธอห่วงสามีแบบนี้นะ เธอยอมเก็บเอาความไม่สบายใจเอาไว้คนเดียวเพราะความห่วงใยสามี เธอรักผู้กองของเขามากเหลือเกิน เขาไม่เคยเห็นคู่รักคู่ไหนจะรักกันได้มากมายเท่านี้มาก่อน

                “ถ้าคลอดหลานออกมา ผมขอเป็นคุณอานะครับ” เขาบอกเธอ เปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น

                “ทำไมล่ะคะ ผู้หมวดอายุเยอะกว่าฉันตั้งหลายปี เป็นเหมือนพี่ชายของฉันคนหนึ่ง ผู้หมวดก็ต้องเป็นคุณลุงสิ”

                “ผมเป็นคุณอาแหละครับถูกแล้ว ผมอายุน้อยกว่าผู้กอง แล้วผมก็เป็นแฟนกับน้องสาวผู้กองด้วย เท่ากับว่าในอนาคตผมจะเป็นน้องเขยของผู้กองกับคุณหมอ เพราะงั้นผมก็ต้องเป็นคุณอาสิครับ”

                “จริงด้วย” ราชาวดียิ้มออกมาได้อีกครั้ง ถ้าเขากับขวัญตาลงเอยกันได้เขาก็ต้องเป็นน้องเขยเธอสินะ

                “ฉันเอาใจช่วยให้ผู้หมวดเอาชนะใจพี่รันให้ได้นะคะ ขอให้ได้รักกันกับน้องขวัญไวๆ”

                “ขอบคุณครับ แหม นางไม้แสนศักดิ์สิทธิ์ของผู้กองอวยพรซะขนาดนี้ รักของผมสมหวังแน่ครับ” เขาว่าจนราชาวดีหัวเราะตาม ทำให้เธอพอจะคลายความกังวลและความหวาดกลัวลงได้

                ปัง!!! เสียงปืนที่ดังขึ้นหน้าปากทางเข้าถ้ำทำให้ราชาวดีสะดุ้งรีบลุกขึ้นยืนทันที ในขณะที่ผู้หมวดคณินยกปืนขึ้นเตรียมพร้อมเอาตัวมาบังเธอเอาไว้

                “หมวด!!! เตรียมตัวรับการปะทะ!” ผู้หมวดไกรจักรที่เฝ้าอยู่ปากทางเข้าถ้ำตะโกนมาบอก ทำให้ทหารและตำรวจ ตชด. ทุกนายตั้งตัวเตรียมพร้อมก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้นรัวหลายนัด

                ปัง!!!

                “จ่า!” ผู้หมวดไกรจักรร้องออกมาเมื่อเพื่อน ตชด. ของเขาถูกยิงจนล้มลง แต่แล้วพอเขาจะวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาจนใกล้แล้วใช้ด้ามกระบอกปืนฟาดเข้าที่ศีรษะของผู้หมวดไกรจักรอย่างจังจนเขาล้มลงหมดสติไปทันทีโดยที่เสียงปืนปะทะของทั้งสองฝ่ายยังคงดังก้องถ้ำ

                “คุณหมอ มาหลบอยู่ข้างหลังผม!” ผู้หมวดคณินรีบดึงเธอมาหลบด้านหลังเขาแล้วยิงตอบโต้อีกฝ่าย เมื่อสบจังหวะเขาก็ปามีดพรานใส่คนที่เพิ่งจะเล่นงานผู้หมวดไกรจักรไปจนปลายแหลมของมีดปักเข้าที่กลางอกของมันจนล้มลงขาดใจตาย

                “พวกมันมีเยอะกว่าเรามาก คุณหมอรีบวิ่งเข้าไปหาผู้กองนะครับ ผู้กองกับผู้หมวดนทีแล้วก็ทหารอีกส่วนอยู่ข้างใน ไปตอนนี้เลยนะครับ ไปเลย!!!” เมื่อเห็นจวนตัวผู้หมวดคณินก็รีบบอกให้เธอหนีไปก่อนแล้วสกัดพวกมันเอาไว้ให้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นเมื่อราชาวดีคือหนึ่งในเป้าหมายที่พวกมันกำลังตามหา

                เพราะเมื่อวานนี้ลูกน้องของนายพลอ่องเส็งบังเอิญมาเห็นการช่วยชีวิตทหารที่ตกหน้าผาจึงได้รายงานเรื่องนี้ให้กับนายพลอ่องเส็งที่ยังคงอยู่ที่ค่ายฝั่งพม่ารู้ เมื่อรู้ว่าทีมช่วยชีวิตเป็นทีมของผู้กองกรันณ์และมีราชาวดีมาด้วย นายพลอ่องเส็งที่ยังแค้นใจกับการตายของลูกชายทั้งสองอยู่จึงได้ส่งกำลังลูกน้องตามมาแกะรอยเพื่อลักพาตัวเอาศัตรูของตนไปที่ฝั่งพม่า กองกำลังที่นายพลอ่องเส็งส่งมาจึงได้รวมกำลังกับอีกส่วนที่อยู่เฝ้าของที่ซุกซ่อนเอาไว้ภายในถ้ำ ทำให้กองกำลังนี้มีจำนวนมากกว่าเมื่อเทียบกับทีมของเหล่าทหารพราน

                “จะรีบหนีไปไหนกันคนสวย” ชายร่างผอมสูงรีบเข้ามาขวางทางราชาวดีเอาไว้เมื่อเธอจะวิ่งหนีเข้าไปในถ้ำตามที่ผู้หมวดคณินบอก หญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวเลยได้แต่ก้าวเท้าถอยหนีเมื่อเห็นอีกฝ่ายง้างมีดเล่มใหญ่ในมือขึ้น

                “แหม สวยจริงๆ ถ้าฆ่าทิ้งก็น่าเสียดาย” มันพูดแล้วมองหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวอย่างแทะโลมขณะเดินเข้ามาหา แต่ยังไม่ทันจะได้ถึงตัวเธอเลย ผู้หมวดคณินที่เริ่มจะล่าถอยแล้วเห็นว่าเธอตกอยู่ในอันตรายจึงได้รีบวิ่งเข้ามาช่วย

                ผลัวะ!!! เขาวิ่งเข้ามาแล้วกระโดดเตะก้านคอของอีกฝ่ายอย่างจังทันทีจนคนที่ถูกเตะล้มฟุบลงไปกับพื้น

                ปัง!!! เสียงปืนที่ดังลั่นขึ้นทำให้ราชาวดีหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นร่างผู้หมวดคณินทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นเมื่อเขาถูกยิงเข้าที่บริเวณช่วงหน้าท้องแบบเต็มๆ

                “คุณหมอ...ไป! รีบหนีไป!” เขาพยายามหันมาบอกเธอที่ยืนตัวสั่นอยู่ชิดผนังถ้ำ ราชาวดีทั้งกลัว ทั้งเป็นห่วงเขา เธอไม่กล้าจะทิ้งเขาไปจนผู้หมวดคณินต้องบอกให้เธอรีบหนีไปอีก

                “รีบหนีไปสิ!!! ไป!!! คุณหมอต้องรักษาชีวิตหลานของผมเอาไว้ให้ได้นะ หนีไป!!!

                ปัง!!!

                “ไม่!!!” ราชาวดีกรีดเสียงร้องออกมาทันทีเมื่อเห็นผู้หมวดคณินถูกยิงซ้ำอีกนัดจนคราวนี้เขาล้มฟุบลงไปกับฟื้นต่อหน้าต่อตาเธอแล้วกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก ร่างสูงนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน มองสิ่งใดไม่เห็นเมื่อน้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอออกมา ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เขากลัว...กลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคนรักอีก ยัยตัวแสบของพี่...ขวัญตา

                เพราะความหวาดกลัวและเห็นผู้หมวดคณินแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตาทำให้ราชาวดีถึงกับทรุดกายลงไปกับพื้นอย่างอ่อนแรง เธออยากจะรีบวิ่งหนีไปแต่เธอก็ทำไม่ได้เมื่อแข้งขามันอ่อนแรงไปหมดและตัวเธอก็สั่นเทา เธอค่อยๆ คลานเข้าไปหาผู้หมวดคณินที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นไม่ไหวติงแล้วเขย่าตัวของเขาไปมา แต่เขาก็ไม่ตอบสนองอะไรอีกแล้ว

                “ผู้หมวด ผู้หมวดทำใจดีๆ เอาไว้นะคะ ผู้หมวดฟื้นสิ ฟื้นสิคะ” เธอเขย่าตัวเขาทั้งน้ำตา มือที่สั่นเทาตรวจจับชีพจรของเขา แต่ความหวาดกลัวทำให้เธอตั้งสติไม่ได้ ทหารบางนายถูกยิง และมีอีกหลายนายถูกควบคุมตัวเอาไว้

                “นี่สินะหมอคนที่นายให้มาจับตัวไป ให้ตายเถอะ สวยอะไรแบบนี้วะเนี่ย” ชายคนที่ยิงผู้หมวดคณินว่าขึ้นขณะเดินเข้ามาหาหญิงสาวเมื่อเห็นเธอหวาดกลัวจนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ปืน M16A1 ในมือยกขึ้นเล็งมาที่เธอทันที เขาจำเธอได้จากการบุกเข้าไปโจมตีฐานทหารพรานคราวก่อน เขาจำได้ว่าเธอหลอกล่อยะมินยังไงจนทำให้ยะมินถูกฆ่าตายอย่างอนาจแบบนั้นแล้วยังทำให้แสนดาคนที่เคยเข้มแข็งอ่อนแอลงไปอย่างไม่น่าให้อภัย มารยาหญิง...มันใช้กับเขาไม่ได้หรอก ถึงนายพลอ่องเส็งจะอยากได้ตัวเธอกับผู้กองกรันณ์ไปแก้แค้น แต่สำหรับเขา เขาอยากจะฆ่าผัวเมียคู่นี้ให้ตายๆ ไปซะมากกว่า

                “ลาก่อน คนสวย” มันว่าแล้วเหนี่ยวไกปืนทันที

                ปัง!!!


***********************************************************************************************

ตัดจบแบบละครไทย ใครจะอยู่ ใครจะไป รอลุ้นกันนะคะ


********************************************************


แจ้งให้ทราบ!!!

เนื่องจากไรท์มีโครงการจะทำ พิทักษ์รักไว้กลางใจ ในรูปของอีบุ๊ค นิยายเรื่องนี้จึงจะเปิดให้อ่านฟรีภายในเดือน เมษายน 2562 นะคะ ต่อจากนี้อาจมีการปิดบางตอนไป 

ถ้าชื่นชอบในผลงานและอยากให้การสนับสนุนไรท์ ก็ขอฝาก พิทักษ์รักไว้กลางใจ 

ในรูปแบบของอีบุ๊คด้วยนะคะ



ส่วนเรื่อง ป้องรักห่มใจ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ 

ยังเปิดให้อ่านฟรีตามปกติ แบบวันเว้นวันเช่นเดิม

แล้วมาลุ้นต่อกันตอนหน้านะคะว่าหมอแก้มกับพี่รันจะปลอดภัยกันมั้ย ใครจะอยู่ ใครจะตาย ลุ้นแบบเกาะติดหน้าจอกันเลยค่ะ



ปล.ไรท์ทำหน้าปกนิยายใหม่ กะว่าจะใช้เป็นหน้าปกอีบุ๊ค รอติดตามกันนะคะ

ปล.2 นามปากกา ดอกเอื้องเมืองเหนือ = ปากกานางไม้  คนเดียวกันเน้อ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #922 pipatoapha (@pipatoapha) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 15:09

    เป็นห่วงกับตัวถ่วงต่างกันนิดเดียวจริงๆ

    #922
    0
  2. #885 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:22
    มันหน่วงจนไม่อยากอ่านต่อเลย คณิณจะตายจริงๆเหรอ
    #885
    0
  3. #656 PREILAA (@preilaa) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:03
    อินหนักมาก จนลำไยนางเอก อะไรจะอ่อนแอขนาดนี้ลูก ขัดใจเจ้สุดๆๆ
    #656
    1
  4. #560 น้ามมม (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:06

    ใจจะขาดแล้วววววววว

    #560
    0
  5. #273 คนรักกัน (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:32

    คนแต่งนะที่จะไม่รอด เพราะมาหักหลังคนอ่านตอนจบ

    รู้ว่าความจริงคือตาย แต่ขอโทษรับไม่ได้จริงๆๆ

    คนดีของสังคมอยู่ไม่ได้ คนดีผี เทวดาก็ต้องการ

    คนร้าย แม้แต่เมืองนรกยังกลัว เลยมีคนชั่วเต็มบ้านเต็มเมือง

    คนดี ๆ มักจะตายตอนจบคะ ทั้งนิยายและความจริง

    #273
    1
  6. #271 rattanawaleeoaj (@rattanawaleeoaj) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 16:01

    ลุ้นๆ โจรต้องตาย ทุกคนต้องรอด ถึงจะบาดเจ็บก็ไม่ตาย 5555 คิดบวก
    #271
    0
  7. #270 maimunah08126 (@maimunah08126) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 10:45
    ค้างเลยรอๆๆๆ
    #270
    0
  8. #269 นานา (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:29

    กลัวจะเป็นผู้พันจังเลยที่ไม่รอด

    #269
    0
  9. #268 SKam_NITA (@SKam_NITA) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:56
    เคยเดาเล่นๆว่าไรท์ต้องทำให้ผู้หมวดคณินเป็นอะไรแน่นอน ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอในบทนี้เลยเศร้า ไรท์คงไม่ใจร้ายกับหนูนะคะ ใจอ่อนแรงมากเลยตอนนี้5555 สงสารหมวดแต่สงสารน้องขวัญหนักมาก น้องนางไม้ด้วย ร้องไห้ๆๆๆ 😭😭😭😭😭
    #268
    0
  10. #267 sand0169 (@sand0169) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:23
    อีบุ๊คมาแล้ว เดี๋ยวจะไปสอยหมอน้ำอิงกับคุณกฤษ ชอบมากเลยไลท์ ป้องรักห่มใจออกเมื่อไหร่เราก็จสอยเหมือนกัน
    #267
    0
  11. #266 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:06
    โอ๊ยยย อย่าให้ใครเป็นอะไรน้าาา ทำใจไม่ได้จริงๆ อ่านไปลุ้นไป คือมองเห็นภาพเหมือนดูละครเลย ไรท์เขียนเก่งมากๆ
    #266
    0
  12. #265 beam-boonsuan (@beam-boonsuan) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 06:57
    ใจหวิวๆอีกแล้ว มันหน่วงใจเหลือเกิน ขอเถอะนะอย่ามีใครเป็นอะไร
    #265
    0
  13. วันที่ 24 เมษายน 2562 / 02:22
    นี่แหละที่กลัว​ จนไม่กล้าอ่าน​ กลัวหมวดคนินหรือพี่นางเอกตาย​ กลัว1ใน2คนนี้ตายมาก​
    #264
    0
  14. #263 Toon (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:02

    อ่านตอนนี้แล้วแบบจะเกิดอะไรก็เกิดเถอะรู้สึกหน่วงๆตั้งแต่นางเอกท้องไม่บอกใครจนตามพระเอกมาช่วยคนล่ะ

    #263
    0
  15. #262 koy_areekily (@koy_areekily) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:08
    โอ้ยไรท์จ้า ทำให้ลุ้นได้ตลอดทุกตอนจริงๆ ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะ
    #262
    0
  16. #261 Mind_Smile12 (@Mind_Smile12) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:02
    ค้างแบบสุดๆ
    #261
    0
  17. #260 KNatty09 (@KNatty09) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:51
    ไรท์ใจร้าย
    #260
    2
    • 24 เมษายน 2562 / 11:44
      ไรท์ใจร้ายและเลือดเย็นกว่านี้เยอะค่ะ 555 รีดอย่าเกลียดไรท์น้า
      #260-1
    • #260-2 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 59)
      25 เมษายน 2562 / 05:37
      ไร้ท์ใจร้ายมากสงสารจะร้องไห้แล้วขอปาฏิหาริย์มานะอินมากๆๆๆๆๆ
      #260-2
  18. #259 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:38
    จะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้อย่างไร ลุ้นมากค่ะ
    #259
    0
  19. #258 jipjip_7 (@jipjip_7) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:35
    ลุ้นมาก ขอให้ทหารทุกคนและคุณหมอปลอดภัยนะคะ
    #258
    0