ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 58 : ชีวิตในป่ากับทหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

58.ชีวิตในป่ากับทหาร

 

                ในการปีนกลับขึ้นไปบนหน้าผาอีกครั้งค่อนข้างยากมากกว่าตอนลงมาเมื่อต้องฝืนแรงโน้มถ่วงของโลก ถึงแม้จะเคยปีนหน้าผาน้ำตกมาก่อนแต่ตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว แต่ยังมีลูกน้อยอยู่ในท้องอีกราชาวดีจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โชคดีเหลือเกินที่สามีของเธอนั้นถนัดเรื่องการสู้รบและยุทธวิธีทางการทหารทุกรูปแบบ สำหรับเขาการปีนป่ายหน้าผาแค่นี้เรียกได้ว่าเด็กมากๆ เขาก็เลยคอยช่วยประคองตัวเธอเอาไว้ไม่ยอมให้เธอได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่น้อยตามที่เคยรับปาก อีกทั้งยังมีผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีคอยประกบช่วยเหลืออยู่ด้วยทำให้ราชาวดีสามารถปีนกลับขึ้นมาบนหน้าผาได้อย่างปล่อดภัยไร้รอยขีดข่วนจริงๆ อย่างที่สามีของเธอว่า

                เพราะตั้งแต่มาถึงทุกคนยังไม่ได้พักกันจริงๆ จังๆ ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กินผู้กองกรันณ์เลยให้ทีมหยุดพักอยู่ริมธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลแยกออกมาจากลำห้วยที่ยังไหลเชี่ยวกราด ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่ทหารนำรถฮัมวีทั้งสี่คันมาจอดซ่อนเอาไว้ในพงไม้พุ่มเพื่ออำพรางสายตาหากมีฝ่ายตรงข้ามเดินผ่านมาแถวนี้ หลังจากที่เก็บเครื่องมือแพทย์ทุกอย่างใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วราชาวดีก็มาล้างหน้าล้างตาอยู่ที่ริมธารน้ำรวมถึงนั่งพักด้วยเพราะตอนที่ปีนหน้าผาขึ้นมาเธอใช้แรงไปไม่น้อยจนตอนนี้ขายังสั่นไม่หายเลย

                “ปลอดภัยแล้วนะลูกแม่” เธอพูดขึ้นมาพลางลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งขณะที่เธอกำลังพูดอยู่กับลูกน้อยในท้องอยู่นั้นก็เป็นจังหวะที่ผู้หมวดไกรจักรกับผู้หมวดนทีเดินมาล้างหน้าล้างตากันที่ธารน้ำพอดีจึงได้ยินเข้า

                “สมกับเป็นลูกของพ่อรันเลยนะ ทั้งเดินป่า ทั้งปีนหน้าผา แม่ห่วงลูกมากเลยรู้มั้ย กลัวว่าลูกจะเป็นอันตรายเหลือเกิน ถ้าลูกเป็นอะไรไปแม่คงทำใจไม่ได้แน่ๆ เห็นลูกแข็งแรงดีแบบนี้แม่ก็ค่อยเบาใจหน่อย ลูกเป็นลูกของพ่อรัน เป็นลูกของทหารกล้าต้องเข้มแข็งแล้วก็ต้องมีความอดทนเหมือนกับคุณพ่อนะ ดูคุณพ่อของลูกสิ สั่งให้ลูกน้องไปพักกันแล้วแต่ตัวเองก็ยังง่วนอยู่กับงานอยู่เลย พอลูกคลอดออกมาแล้วโตขึ้น ลูกต้องเก่งให้เหมือนกับคุณพ่อนะ อย่าให้เสียชื่อลูกของผู้กองกรันณ์เด็ดขาด” เธอว่ายิ้มๆ แล้วหันไปมองผู้กองกรันณ์ที่ยังคงยืนสั่งงานกับผู้หมวดคณินอยู่ ทะเลาะกันเรื่องหวงน้องสาวแทบตาย แต่พอเรื่องงานนี่ก็กลับมาซี้กันเหมือนเดิม ถึงจะเห็นว่าหวงน้องสาวแบบนี้ แต่เธอเป็นเมียของเขานะ สามีตัวเองคิดอะไรอยู่ทำไมเธอจะไม่รู้ ความจริงพี่รันของเธอก็เต็มใจรับผู้หมวดคณินมาเป็นน้องเขยอยู่แล้ว แต่ที่ทำเป็นหวงอย่างนั้นอย่างนี้น่ะก็เพื่อจะหาเรื่องข่มว่าที่น้องเขยของตัวเองให้อยู่ใต้อำนาจเท่านั้น เหมือนกับที่พี่ภูของเธอทำกับเขาไง

                “หมวดๆ ได้ยินแบบที่ผมได้ยินรึเปล่า” ผู้หมวกไกรจักรกระแทกศอกใส่แขนผู้หมวดนทีเบาๆ ก่อนที่นายตำรวจและทหารทั้งสองจะหันมามองหน้ากัน

                “เวรแล้วมั้ยล่ะ เอาคนท้องมาทำงานเสี่ยงตาย!” ผู้หมวดนทีว่าขึ้นอย่างลืมตัว ทำให้ราชาวดีที่นั่งลูบท้องตัวเองหันหลังให้พวกเขาอยู่ถึงกับตกใจรีบลุกขึ้นยืนทันที นี่พวกเขาจะได้ยินที่เธอพูดกับลูกรึเปล่านะ

                “คุณหมอ...คุณหมอท้องหรอครับ” ผู้หมวดนทีถามขึ้น ถึงว่าสิพักหลังๆ มานี้เธอมีอาการแปลกๆ อารมณ์แปรปรวนง่าย หน้ามืดเป็นลม ชอบกินแต่ผลไม้ เหม็นกลิ่นอาหารแล้วก็อ้วกบ่อยๆ ด้วย ที่เขาเห็นเธอมีอาการแปลกๆ นี่คือเธอแพ้ท้องอย่างนั้นหรอเนี่ย เขาไม่เคยเห็นเธออยู่ห่างจากผู้กองกรันณ์เลย ตัวติดกันขนาดนี้จะท้องเร็วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก

                “เออ...คือว่า...”

                “ทำไมถึงไม่บอกพวกผมล่ะครับ ถ้าพวกผมรู้ว่าคุณหมอท้องพวกผมไม่มีทางยอมให้คุณหมอมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้ด้วยแน่ๆ นี่ผู้กองยังไม่รู้เรื่องนี้ใช่มั้ยครับ” ผู้หมวดนทีอดว่าเธอไม่ได้ แน่ล่ะ ผู้กองกรันณ์จะไปรู้ได้ยังไง รักเมีย ห่วงเมียขนาดนั้นถ้ารู้ว่าเธอท้องมีหรอจะยอมให้เธอปีนหน้าผา อย่าว่าแต่ปีนหน้าผาเลย แม้แต่อยู่ที่ฐานผู้กองก็คงจะไม่ยอมแน่ๆ ป่านนี้ได้ส่งเธอกลับไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว

                “เมื่อกี้นี้มันอันตรายมากเลยนะครับคุณหมอ ถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างปีนหน้าผาแล้วคุณหมอกับลูกเป็นอะไรไปพวกผมไม่มีปัญญาไปรับผิดชอบนะครับ”

                “แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ นี่คะ” ราชาวดีว่าน้ำตาคลอเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังตั้งท้อง “ที่นี่ไม่มีหมอเลย ผู้หมวดบอกฉันเองนี่คะว่าแถบนี้หมอหายาก ถ้าฉันไม่มาที่นี่แล้วใครจะช่วยรักษาคนเจ็บเพราะกว่าแพทย์ทหารจะมาก็คงจะใช้เวลามากกว่านี้ ฉันเองก็ห่วงลูกของฉันเหมือนกัน ฉันถึงบอกไงคะตอนก่อนจะโรยตัวจากหน้าผาลงไปว่าขออย่าให้ท้องของฉันกระแทกกับอะไร ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอกนะคะแต่ฉันมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ”

                “เหตุผลอะไรครับ ข่าวดีขนาดนี้ถ้าผู้กองกรันณ์รู้ก็คงจะดีใจมากแน่ๆ เขายังเคยพูดกับผมอยู่เลยว่าอยากจะมีลูกเร็วๆ” ผู้หมวดไกรจักรถาม เห็นเธอน้ำตาคลอแล้วก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ ในขณะที่ในใจกลับแอบรู้สึกเสียดายอยู่นิดๆ ที่เธอท้อง ยิ่งเธอตั้งท้องมันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าอยู่ห่างกับเธอมากขึ้นกว่าเดิม ปากก็บอกว่าไม่เคยคิดอกุศลอะไรกับเธอ แต่ความดีของเธอที่เขาได้สัมผัสมันทำให้เขาอดมีความรู้สึกดีๆ ให้เธอไม่ได้ ผู้หญิงที่ทั้งสวย เก่งแล้วก็แสนดีขนาดนี้ คนที่ได้เธอไปครองทำบุญมาด้วยอะไรกันนะทำไมถึงได้โชคดีแบบนี้

                “ช่วงนี้พี่รันมีเรื่องงานที่ต้องจัดการค่ะ ฉันเห็นพี่รันดูเครียดๆ แล้วไหนจะสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีในแถบชายแดนนี่อีก ถ้าฉันบอกพี่รันไปว่าตัวเองท้อง พี่รันต้องห่วงฉันมากกว่านี้แน่ๆ ฉันไม่อยากให้พี่รันมาเสียสมาธิเพราะฉันกับลูก ฉันอยากให้พี่รันเต็มที่กับงานที่เขารัก ให้เขาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มที่ที่สุด โดยไม่ต้องมีเรื่องอะไรมากวนใจ ไว้เรื่องทุกอย่างมันสงบขึ้นเมื่อไหร่ฉันจะบอกข่าวดีกับพี่รันเอง ฉันคงปิดเรื่องนี้ไปได้ไม่นานหรอกเพราะอีกหน่อยท้องของฉันก็คงจะโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้หมวดทั้งสองช่วยเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับให้ฉันด้วยนะคะ ฉันไม่อยากให้พี่รันต้องเป็นห่วงฉัน”

                “ไม่ได้นะครับ คุณหมอกำลังท้องนะ แล้วยิ่งทำแบบนี้...”

                “ฉันขอร้อง” เธอว่าขึ้นอีก “ฉันเป็นหมอ ฉันรู้ดีว่าต้องดูแลตัวเองแล้วก็ต้องระมัดระวังเรื่องอะไร มันคงไม่มีอันตรายอะไรแล้วนี่คะตอนนี้ พวกเราก็แค่เดินทางกลับฐานกัน ผู้หมวดทั้งสองอย่าเพิ่งบอกใครเรื่องนี้เลยนะคะโดยเฉพาะพี่รัน ความจริงฉันก็เคยตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับพี่รันแล้วแต่ว่า...พี่รันบอกกับฉันว่าตอนนี้เขายังไม่อยากให้ฉันท้อง เขากลัวว่าจะเป็นห่วงฉันกับลูกมากจนไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานฉันก็เลยจำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว งานที่พี่รันทำผู้หมวดก็ทราบดีนี่คะว่าอันตรายมากแค่ไหน ถ้าพี่รันเอาแต่เป็นห่วงฉันจนไม่มีสมาธิแล้วเกิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไง ฉันไม่อยากให้พี่รันต้องเป็นอันตรายอะไร ฉันกับลูกต้องการเขา ผู้หมวดเข้าใจฉันด้วยนะคะ”

                เห็นเธอขอร้องทั้งน้ำตาแบบนี้แล้วพวกเขาจะใจร้ายกับเธอได้ยังไงกัน พวกเขารู้กันดีว่าเธอรักสามีของเธอมาก ก็อย่างที่เธอบอกแหละ ลำพังแค่เมียผู้กองกรันณ์ก็รักก็ห่วงมากขนาดนี้แล้ว ยิ่งถ้ารู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูกเขาได้ห่วงเธอหนักมากกว่านี้แน่ๆ คนอย่างเขาถึงแม้จะเข้มแข็งและแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่มีเพียงแค่ราชาวดีเท่านั้นที่ทำให้ผู้กองกรันณ์อ่อนไหวได้ แล้วก็อ่อนไหวมากๆ ด้วย เธอจึงเป็นเสมือนกับจุดอ่อนเดียวของเขา

                “ก็ได้ครับ” ผู้หมวดนทีถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ คิดว่าอย่างไรเสียเธอก็ปิดเรื่องนี้ไปได้ไม่นานหรอก คนท้องยังไงซะซักวันท้องเธอก็ต้องโตขึ้น ถึงเธอไม่บอกผู้กองกรันณ์ก็ต้องรู้เองอยู่ดี “ผมสองคนจะไม่บอกผู้กองเรื่องนี้ก็ได้ แต่กว่าจะเดินทางกลับถึงฐานเราอาจจะต้องพบเจอกับอันตรายอีกเยอะ คุณหมออย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เอาเป็นว่าถ้าหากคุณหมอรู้สึกไม่สบายหรือต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ค่อยบอกพวกผมละกัน เรายังสามารถเรียกเฮริคอปเตอร์ของทางแพย์ทหารเข้ามาช่วยเหลือได้ตลอด แต่คุณหมอต้องรับปากกับผมนะครับว่าจะไม่ทำอะไรเสี่ยงอันตรายอย่างปีนหน้าผาแบบเมื่อกี้นี้อีก”

                “ค่ะ ฉันรับปาก” เธอรีบเช็ดน้ำตาออกแล้วยิ้มให้พวกเขาอย่างดีใจ ผู้หมวดนทีก็เลยพยักหน้ารับก่อนจะเดินเลี่ยงไปล้างหน้าล้างตา ในขณะที่ผู้หมวดไกรจักรยังคงยืนอยู่ที่เดิมก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับเธอเมื่อเห็นเธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอีก

                “ยินดีด้วยนะครับคุณหมอ จะเป็นคุณแม่แล้วห้ามขี้แยนะครับ”

                “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอตอบก่อนจะกวักน้ำในธารน้ำขึ้นมาล้างหน้าอีกรอบแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กของตัวเองซับหน้าเบาๆ ไม่ยอมรับผ้าเช็ดหน้าจากเขามา

                “ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอเพียงแค่ยิ้มบางๆ ให้เขาก่อนจะเดินกลับไปหาสามีทิ้งให้ผู้หมวดไกรจักรได้แต่ยืนมองตามแล้วก็มองผ้าเช็ดหน้าของตัวเองอย่างปลงๆ ยิ่งเธอเป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งประทับใจในตัวเธอ เธอรักแล้วก็ซื่อสัตย์และให้เกียรติสามีของตัวเองมากเหลือเกิน วางตัวได้ดีจนเป็นเขาเองเสียอีกที่ละอายใจเพราะเผลอแอบคิดไม่ซื่อกับเธอเข้า ทำไมกันนะเขาถึงไม่เจอเธอก่อนผู้กองกรันณ์

                ราชาวดีเดินกลับมาหาสามีเมื่อเขาคุยงานกับผู้หมวดคณินเสร็จพอดี อีกมุมของที่พักทหารส่วนหนึ่งกำลังจัดเตรียมอาหารกันอย่างง่ายๆ อยู่ ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะไปช่วยพวกเขาเตรียมอาหาร แต่พอเห็นมีถุงกระเทียมเจียวอยู่ก็ต้องรีบถอยหนีทันทีก่อนอาการแพ้ท้องจะตามมา

                “ขาสั่นหายแล้วยัง” ผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาหาเธอ เพราะตอนปีนหน้าผาขึ้นมาเมื่อครู่นี้เธอขาสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหว

                “หายแล้วค่ะ แค่เมื่อยเท้าเฉยๆ สงสัยจะไม่ชินกับรองเท้า” เธอบอกเขาพลางบีบนวดขาตัวเองไปมาอยู่บนรากของต้นไม้ ผู้กองกรันณ์ก็เลยนั่งยองๆ ลงกับพื้นข้างๆ เธอ

                “มา เดี๋ยวพี่ดูให้” ว่าจบเขาก็จัดการถอดรองเท้าของเธอออกตามด้วยถุงเท้า ก่อนที่จะค่อยๆ บีบนวดเท้าเล็กๆ นุ่มนิ่มของเธออย่างทะนุถนอม

                “พี่รัน ไม่ต้องก็ได้ค่ะ แก้มไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย” เธอจะชักเท้าหนีแต่เขาก็ยึดเอาไว้แน่น ราชาวดีเลยได้แต่มองไปรอบๆ ตัว เขาเป็นถึงหัวหน้าทีม เป็นผู้บังคับกองร้อยคุมลูกน้องทหารตั้งมากมายแล้วจู่ๆ ต้องมาบีบนวดเท้าให้เมียต่อหน้าลูกน้องแบบนี้มันจะดีหรอ “พี่รัน พอแล้วค่ะ ลูกน้องพี่รันอยู่กันเยอะนะคะ”

                “แล้วไง”

                “ไม่อายคนอื่นๆ รึไงมานั่งนวดเท้าให้เมียแบบนี้”

                “อายทำไม พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่” นิสัยไม่แคร์คนอื่นยังคงอยู่เหมือนเดิม “ถ้าเมียพี่ไม่สบายแล้วพี่ไม่ดูแล แบบนี้พี่ว่าน่าอายมากกว่านะ” เขายิ้มบอกแล้วก็ค่อยๆ บีบนวดเท้าให้เธออย่างตั้งใจ เขารักเธอมากเหลือเกิน...

                “พี่รันของแก้มช่างแสนดีเหลือเกิน” เธอยิ้มให้เขาแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กของตัวเองค่อยๆ ยื่นมาเช็ดหน้าตาและซับเหงื่อให้เขา เช็ดคราบสีพรางหน้าออกให้เขาด้วย “แก้มรักพี่รันที่สุดเลยนะคะ ที่รักของแก้ม” เธอก้มลงมาจูบหน้าผากของเขาอีกเบาๆ คนที่นั่งยองๆ นวดเท้าให้เธออยู่เลยอมยิ้มออกมา หน้าแดงลามไปถึงใบหูเมื่อเห็นว่าลูกน้องของเขาแอบมองยิ้มๆ กันอยู่ แม่น้องนางไม้ของไอ้รัน ช่างน่ารักและน่าชื่นหัวใจอะไรแบบนี้หนอ

                “เมื่อกี้นี้คุยอะไรกันกับผู้หมวดนทีแล้วก็ผู้หมวดไกรจักรหรอ” เขาถามเธอขึ้น เพราะเขาจับตามองเธออยู่ตลอดด้วยไม่อยากให้เธอคลาดสายตาเพราะความเป็นห่วง

                “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พวกเขาแค่เข้ามาชมเรื่องที่แก้มปีนหน้าผาได้เลยสงสัยกันว่าแก้มเคยเรียนปีนหน้าผามาจากไหน”

                “แล้วน้องนางไม้เคยเรียนมาจากไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่ผู้พันสอนให้แล้วใครเป็นคนสอน” ในที่สุดก็ได้โอกาสถามเสียที

                “แก้ม...แก้มเคยปีนหน้าผาตอนเป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่เชียงรายค่ะ คนสอนให้ก็คือ...เออ...คือ...”

                “แสนดาสอนให้ใช่มั้ย” เล่นอ้ำอึ้งขนาดนี้ก็คงจะเป็นมันแล้วล่ะ เห็นเคยเล่านี่ว่าเมื่อก่อนสนิทกันมาก ไปเที่ยวด้วยกันตลอด ได้ปีนหน้าผาน้ำตกด้วยกันคงจะสนุกมากล่ะสิ

                “ค่ะ อะโกสอนให้”

                “แล้วมันยังสอนอะไรให้อีก มีอะไรอีกที่พี่ยังไม่รู้” น้ำเสียงของเขานิ่งขึ้นจนเธอกลัวนักว่าเขาจะโกรธ

                “ก็มีสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในป่าให้ค่ะ สอนให้ดูว่าสภาพอากาศแบบไหนฝนจะตก ต้นไม้อะไรในป่ามีพิษห้ามเข้าใกล้ พืชอะไรเป็นสมุนไพร หลบหนีจากสัตว์ป่าอันตรายหรือภัยต่างๆ จากในป่ายังไง แต่แก้มก็ลืมๆ ไปบ้างแล้วค่ะเพราะปกติก็ไม่ได้เข้าป่าอยู่แล้ว”

                “แล้วยังอยากรู้เรื่องการใช้ชีวิตในป่าอยู่มั้ย”

                “ทำไมหรอคะ”

                “พี่จะสอนให้” เขาตอบ “ทีหลังอยากรู้อะไรให้มาถามพี่ได้เลย ผัวตัวเองเป็นทหารเก่งขนาดนี้แล้วแก้มจะได้รู้ว่าพี่สอนเก่งกว่ามันเยอะ” อ้อ! กลัวน้อยหน้าคนอื่นว่างั้น ราชาวดีแอบคิด

                “พี่รันไม่โกรธแก้มหรอคะ”

                “ไม่โกรธหรอก แต่ก็รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่ ดีนะที่มันตายไปแล้วแล้วก็เห็นกับตาว่าถูกเผาจนเหลือแต่กระดูก ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่พี่คงนิ่งไม่ได้แบบนี้”

                “แต่เขาก็ตายเพราะช่วยแก้มนะคะ อะโกดีกับแก้มมากเหลือเกิน” พอเธอบอก เขาก็ชะงักไปอีก ราชาวดีก็เลยยื่นมือไปจับประคองแก้มของเขาเอาไว้ “พี่รันอย่าโกรธเลยนะคะ ถึงอะโกจะเป็นคนร้าย แต่สำหรับแก้มเขาคือพี่ชายที่แสนดีเหมือนกับพี่ภู ถ้าไม่มีเขาแก้มคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้กับพี่รัน พี่รันไม่ต้องหึงหรือคิดมากเรื่องอะโกนะคะเพราะเขาจะเป็นแค่พี่ชายที่แสนดีของแก้มเท่านั้น ส่วนพี่รัน พี่รันคือคนรัก คือสามีสุดที่รักของแก้ม ชีวิตและหัวใจของแก้มเป็นของพี่รันเพียงคนเดียวนะคะ พี่รันคือที่หนึ่งและหนึ่งเดียวในหัวใจของแก้ม ใครก็สู้พี่รันของแก้มไม่ได้ทั้งนั้น ไหน ลองยิ้มหวานๆ ให้แก้มสิคะ” เธอเอียงคอมองเขา เขาก็เลยทำเป็นแกล้งเชิดหน้าใส่เธออย่างงอนๆ

                “ยิ้มให้แก้มหน่อยสิคะคนดีของแก้ม ยิ้มให้น้องนางไม้ของพี่รันนะคะ” เธอบอกเสียงหวานเขาก็ยังคงนิ่ง

                “ไม่ยิ้มนี่เดี๋ยวจับจูบโชว์ชาวบ้านเขาเลยนะ”

                ควับ! เขารีบหันกลับมามองเธอทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ “กล้าหรอ”

                “หรือจะลองคะ” ราชาวดียิ้มหวานตอบแล้วทำท่าจะก้มลงมาจูบเขาจริงๆ ดังว่า แต่แล้วจู่ๆ ก็...

                “กาแฟได้แล้วครับผู้กอง” ผู้หมวดคณินเดินเข้ามาหาพร้อมกับกาแฟกลิ่นหอมฉุย คนที่กำลังจะถูกเมียจูบก็เลยหันไปทำหน้าดุใส่ลูกน้องทันที หนอย...มันมาขัดจังหวะเขาอีกแล้วนะไอ้หมอนี่!

                “คิดว่าจะตามขัดจังหวะผมกับเมียไปตลอดชีวิตมั้ยหมวด” เขาถามขึ้นทันทีแล้วกระชากรับแก้มกาแฟมา

                “ก็...จนกว่าผู้กองจะไฟเขียวให้จีบน้องสาวได้แหละครับ”

                “ไม่มีวันซะหรอก” คนหวงน้องว่า คนที่อยากเป็นน้องเขยเขาก็เลยได้แต่ยิ้มรับก่อนจะส่งกาแฟอีกแก้วมาให้ราชาวดี

                “ไม่เป็นไรค่ะผู้หมวด ฉันไม่ดื่ม ขอบคุณนะคะ”

                “ดื่มเถอะครับ กำลังร้อนๆ ได้ที่”

                “ฉันรับคาเฟอีนไม่ได้หรอกค่ะ ผู้หมวดดื่มแทนฉันก็แล้วกันนะคะ” เธอปฏิเสธอีกเมื่อนึกถึงลูกในท้อง

                “เดี๋ยวนี้พี่ไม่เห็นแก้มกินกาแฟเลย จะหันมากินคลีนรักษาสุขภาพหรอ” คนเป็นสามีถามบ้าง

                “ค่ะ แก้มอยู่ในช่วงรักษาสุขภาพ”

                “ดีแล้ว รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไว้เรื่องทุกอย่างสงบเราจะได้มีลูกกัน”

                “อุ๊บ!” ผู้หมวดคณินที่ดื่มกาแฟแก้วนั้นแทนราชาวดีแทบสำลักที่ได้ยินแบบนี้ แหมผู้กอง พูดอะไรออกมานี่ไม่อายเขาเลยนะ แต่ว่า...เมื่อกี้นี้ผู้หมวดนทีเพิ่งจะแอบบอกเขามาว่าราชาวดีท้องแต่ขอให้เขาเก็บเรื่องนี้เอาไว้อย่าเพิ่งบอกผู้กอง ผู้หมวดนทีคงอยากให้เขาคอยช่วยดูแลเธอให้ดี ไม่ให้เธอต้องทำอะไรเสี่ยงๆ อย่างตอนที่ปีนหน้าผาเมื่อกี้นี้อีก สาธุ! ขอให้ลูกในท้องราชาวดีเป็นลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูด้วยเถอะ คนเป็นพ่อจะได้หันมาหวงลูกแทนหวงน้องซะที

                อาหารมื้อแรกในป่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ราชาวดีคิด ผัดคะน้าใส่ปลาเค็มรสชาติดีไม่น้อย ยำปลากระป่องก็อร่อย หมูแดดเดียวก็รสชาติดี ไม่รู้ว่าเพราะกับข้าวอร่อยหรือว่าเธอหิวกันแน่ ไม่ว่าสามีจะตักหรือป้อนอะไรให้เธอก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ดีนะที่กระเทียมเจียวที่เธอเห็นในตอนแรกไม่ได้ถูกนำมาปรุงอาหารด้วย ซึ่งเมื่อท้องอิ่มโลกทั้งใบก็สดใสขึ้นมาทันที

                “กินกล้วยป่ามั้ย” ผู้กองกรันณ์หันมาถามหลังมื้อเช้า ขณะที่เธอกำลังใช้มีดเล่มเล็กผ่าครึ่งแอปเปิ้ลเขียว เพราะสามีที่แสนดีของเธอรู้ว่าเธอขาดผลไม้ไม่ได้เขาก็เลยตุนผลไม้มาให้เธอเยอะแยะ เขาดูแลและใส่ใจเธอทุกอย่างเลย

                “ไม่เอาค่ะ กินยาก” เธอว่าเพราะเคยถูกพี่ชายหลอกให้กินมาแล้ว เผลอกัดเมล็ดกล้วยป่าไปฟันแทบหัก

                “งั้นก็นั่งรออยู่นี่นะ เดี๋ยวพวกพี่จะไปดูลำห้วยหน่อยว่าจะหาทางข้ามไปยังไงดี” เขาบอกพลางลูบศีรษะเธอเบาๆ ก่อนจะเดินไปดูลำห้วยอีกครั้ง

                โชคดีที่ไม่ได้มีฝนตกลงมาซ้ำอีก น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจนทำให้น้ำในลำห้วยเชี่ยวอย่างน่ากลัวก็กลับสู่สภาวะปกติได้ในเวลาสามถึงสี่ชั่วโมง แต่ปริมาณน้ำก็ยังคงสูงอยู่ รถคงไม่สามารถขับข้ามไปได้ในวันสองวันนี้ ดังนั้นจึงมีทางเดียวที่จะกลับฐานได้นั่นก็คือการหาทางข้ามลำห้วยนี้ไปให้ได้แล้วเดินป่าออกไปต่อ

                “น้ำนิ่งลงเยอะแล้วนะครับผู้กอง” ผู้หมวดไกรจักรบอกขณะยืนดูน้ำในลำห้วยด้วยกัน

                “ผิวน้ำมันนิ่งก็จริง แต่ใต้น้ำน้ำมันก็ยังไหลเชี่ยวอยู่ ถึงระดับของน้ำจะสูงไม่เกินหน้าอกแต่ก็เสี่ยงถูกน้ำพัดได้อยู่ดี ผู้หมวดรู้มั้ยว่าน้ำป่าสูงแค่สิบห้าเซนฯ ก็สามารถพัดรถทั้งคันไปได้แล้ว นับประสาอะไรกับคน” คนที่ฝึกซีลมาจนมีประสบการณ์คุ้นเคยกับสายน้ำเป็นอย่างดีบอก ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ผืนป่าอีกครั้ง

                “ลำห้วยช่วงนี้เป็นช่วงที่แคบที่สุด ไผ่แถวนี้เยอะผมว่าเราน่าจะทำสะพานชั่วคราวข้ามไปได้นะ”

                “งั้นเดี๋ยวผมจะว่ายน้ำข้ามไปผูกเชือกยึดสะพานที่อีกฝั่งเอง” ผู้หมวดคณินบอกพลางทำท่าจะปลดอาวุธปืนออกจากตัวเพื่อให้สะดวกกับการว่ายน้ำ แต่ผู้กองกรันณ์กลับรีบดึงเขาเอาไว้ซะก่อน

                “ไม่ต้องหมวด”

                “อ้าว แต่ว่า...”

                “ก็บอกว่าไม่ต้องมันอันตรายไง เกิดหมวดเป็นอะไรขึ้นมายัยขวัญได้บุกมาแหกอกฆ่าผมตายคาฐานกันพอดี เดี๋ยวผมว่ายน้ำไปเอง” บอกลูกน้องว่าอันตราย แต่เขาก็อาสาที่จะไปเอง ผู้หมวดคณินเลยอดขำไม่ได้ที่เขาดูจะกลัวน้องสาวโกรธแล้วก็ซาบซึ้งที่เขาห่วงใยว่าที่น้องเขยอย่างเขาแบบนี้ แต่ผู้หมวดคณินที่ติดตามร่วมงานกับเขามานานหลายปีก็ไม่คิดที่จะขัดหรือโต้แย้งใดๆ เพราะมั่นใจในตัวผู้กองกรันณ์ที่เขายกให้เป็นไอดอลสำหรับเขา อีกอย่างคนที่เคยฝึกซีลมาน่าจะสามารถว่ายน้ำได้คล่องและชำนาญกว่าคนอื่นๆ

                ต้นไผ่ขนาดใหญ่ปล้องยาวถูกโค้นลงมาสองต้นเพื่อทำการผูกมัดให้ชิดติดกันสำหรับเป็นสะพานใช้เดิน แต่เพื่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวสะพานจึงจำเป็นต้องมีคนไปยึดสะพานที่อีกฝั่งเอาไว้ ผู้กองกรันณ์จึงปลดอาวุธปืนออกจากตัวให้หมดพร้อมกับใช้เชือกเส้นแข็งแรงสองเส้นผูกเข้ากับเอวของเขาเอาไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินลูกน้องที่อยู่บนฝั่งจะได้ดึงตัวเขาขึ้นจากน้ำได้ แต่ลำห้วยขนาดกว้างไม่เท่าไหร่แบบนี้เขาคิดว่าเขาน่าจะเอาอยู่ ยากกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว

                “ผู้กองจะไม่บอกคุณหมอก่อนหรอครับ” ผู้หมวดนทีถามเขาขึ้น เขาก็เลยหันไปมองน้องนางไม้ของเขาที่นั่งรอเขาอยู่ข้างรถฮัมวีตามที่เขาสั่ง ดูเหมือนตอนนี้เธอกำลังสนใจลิงป่าที่ปีนต้นไม้มาใกล้ๆ มากกว่าจนไม่ได้ดูว่าเขากำลังจะทำอะไร

                “ไม่ต้องบอกหรอก ยิ่งคุณหมอเป็นห่วงผมยิ่งกังวล” เขาบอกก่อนจะค่อยๆ เดินลงลำห้วยไปพร้อมกับไม้ใผ่ช่วยพยุงตัวในน้ำโดยมีเหล่าทหารและตำรวจ ตชด. มองตามอย่างลุ้นๆ และเป็นห่วงว่าเขาจะข้ามไปอีกฝั่งได้มั้ย

                ราชาวดีมองลิงตัวหนึ่งที่โหนกิ่งไม้มาใกล้ๆ เธอ ที่ตัวของมันมีลูกลิงตัวน้อยกอดเอาไว้แน่นซึ่งแม่ลิงก็กอดประคองลูกของมันเอาไว้ตามสัญชาติญาณ พอเห็นแบบนี้แล้วราชาวดีก็อดลูบหน้าท้องตัวเองไม่ได้ อีกตั้งเจ็ดเดือนกว่าเธอจะได้อุ้มลูกน้อยของเธอบ้าง ทำไมมันนานอย่างนี้นะ เธออยากจะอุ้มลูกรักของเธอจะแย่แล้ว อยากอุ้ม อยากหอมแก้ม อยากป้อนนมจากอกให้ลูกได้กิน อยากเห็นพี่รันของเธอรับมือกับลูกเวลาลูกร้องไห้จ้า คงเป็นภาพที่น่าขำมากแน่ๆ พอคิดถึงสามีแล้วอาการแพ้ท้องติดผัวก็เกิดกำเริบขึ้นมา เธอคิดถึงเขา เธออยากกอดเขาจังเลย พอคิดได้แบบนี้ราชาวดีก็ละสายตาจากลิงแม่ลูกทันทีก่อนจะเดินไปที่ลำห้วยที่เหล่าทหารและตำรวจ ตชด. กำลังยืนมุงกันอยู่

                “มุงดูอะไรกัน” เธอว่าแล้วเดินเข้าไปหาพวกเขาพร้อมๆ กับมองหาสามีสุดที่รักของเธอ แต่...ไม่มี เขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอ

                “พี่รันล่ะคะ” เธอถามผู้หมวดนทีขึ้นทันที ซึ่งพอเห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้เขาก็ดูจะตกใจไม่น้อยรีบมายืนบังไม่ยอมให้เธอเห็นภาพตรงหน้า

                “ผมว่าคุณหมอกลับไปรอที่รถเหมือนเดิมจะดีกว่านะครับ”

                “ทำไมล่ะคะ แล้วนี่มุงดูอะไรกัน พี่รันไปไหนหรอคะ” เธอพยายามมองหาสามีอีกแต่ก็ไม่เจอ พอจะมองลงไปที่ลำห้วยผู้หมวดนทีก็ยืนขวางเธอไม่เลิกจนเธอต้องผลักเขาออกให้พ้นทางเมื่อเขาทำตัวน่าสงสัยเหมือนกับมีอะไรรปิดบังเธออยู่

                ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ราชาวดีถึงกับรีบยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้แน่น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของคนที่เธอคิดถึงอยู่ในลำห้วย เขากำลังข้ามไปที่อีกฝั่งอย่างยากลำบาก แม้ผืนน้ำจะดูนิ่งแต่กระแสน้ำด้านล่างเธอมองแค่นี้ก็รู้ดีว่าต้องไหลเชี่ยวแน่นอน น้ำนิ่งไหลลึก...เธอรู้เรื่องนี้ดีเพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนว่ายน้ำขาประจำของเธอแล้ว พี่รันของเธอยังสอนการว่ายน้ำขั้นสูงให้เธออีก สอนให้เธอรู้จักกับกระแสน้ำในรูปแบบต่างๆ ด้วย

                “พี่รัน...” เธอเรียกเขาเสียงแผ่วก่อนจะหันมาทางผู้หมวดนทีเพื่อขอคำอธิบายว่าทำไมสามีของเธอถึงได้ลงไปในลำห้วยที่อันตรายแบบนี้ ถึงเขาจะว่ายน้ำเก่งมากก็เถอะ แต่ว่า...

                “เราต้องทำสะพานข้ามไปที่อีกฝั่งน่ะครับ ผู้กองก็เลยอาสาข้ามไปอีกฝั่งเพื่อยึดสะพานอีกด้านเอาไว้” เขาอธิบายอย่างเข้าใจในความห่วงใยสามีของเธอ ขนาดเขาเป็นลูกน้องเขายังอดเป็นห่วงผู้กองกรันณ์ไม่ได้เลย แล้วกับเธอที่เป็นเมียที่รักเขามากล่ะ เธอจะห่วงสามีของเธอมากแค่ไหน

                ราชาวดีได้แต่มองสามีข้ามลำห้วยไปทั้งน้ำตา เธอไม่กล้าร้องเรียกหาเขาเพราะกลัวว่าจะทำให้เขาเสียสมาธิ ร่างบางเดินลงไปริมลำห้วยอย่างคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนผู้หมวดนทีต้องตามเธอลงไปอย่างห่วงใยในความปลอดภัย ดวงตาคู่หวานฉ่ำไปด้วยน้ำตาจับจ้องมองสามีไม่ละสายตา ห่วงเขาจนบีบหัวใจไปหมดแล้ว

                “...พี่รัน!” เธอเผลอร้องออกมาเมื่อจู่ๆ ร่างสูงที่เดินอยู่กลางลำห้วยก็จมหายลงไปกับสายน้ำจนผู้หมวดคณินที่ยึดเชือกผูกตัวเขาเอาไว้ต้องออกแรงยึดเชือกเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ผู้กองกรันณ์ถูกกระแสน้ำพัดไป

                “พี่รันจมน้ำ แก้มจะรีบไปช่วยพี่รัน!

                “อย่านะครับ!” ผู้หมวดนทีรีบดึงเธอเอาไว้เมื่อเห็นเธอทำท่าจะกระโดดลงไปในลำห้วยอย่างไม่ห่วงชีวิตตัวเอง “ผู้กองเปล่าจมน้ำนะครับ” เขาบอกอีกแล้วมองลงไปในลำห้วยเมื่อตอนนี้ผู้กองกรันณ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำแล้วก็พยายามว่ายไปที่อีกฝั่งอย่างคล่องแคล่ว ราชาวดีที่หัวใจอ่อนไหววูบถึงกับไม่มีแรงยืนจนผู้หมวดนทีต้องพาเธอไปนั่งที่ริมลำห้วยในจุดที่ปลอดภัยแทน

                “อย่าทิ้งแก้มกับลูกไปนะ พี่รันต้องกลับมาหาแก้มกับลูกนะคะ” เธอบอกเขาเสียงแผ่ว น้ำเสียงสั่นเครือไปหมด หากแต่ยังคงจับจ้องมองไปทางสามีไม่ละสายตา มือบอบบางกุมกันเอาไว้แน่นจนเมื่อผู้กองกรันณ์สามารถว่ายน้ำขึ้นไปที่อีกฝั่งได้เธอจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา และเหล่าทหารกับตำรวจ ตชด. ก็พากันเฮออกมาอย่างดีใจหลังจากที่ลุ้นกันอยู่นาน

                “แหม สมกับเป็นนักรบหน่วยซีลจริงๆ” ผู้หมวดไกรจักรว่าอย่างยอมรับในความเก่งกาจของอีกฝ่าย คนอะไรเก่งรอบด้านไปหมด

                “แน่นอนหมวด ว่าที่พี่เมียผมเก่งที่สุด” ผู้หมวดคณินรีบออกตัวรับก่อนจะหันมาทางราชาวดีแล้วเอานิ้วแตะปากตัวเองเอาไว้เพื่อบอกให้เธอเงียบ

                “อย่าบอกผู้กองนะครับว่าผมเรียกเขาแบบนี้” ราชาวดีเพียงแค่ยิ้มบางๆ ตอบเท่านั้นอย่างเข้าใจดีว่าผู้หมวดคณินนั้นจริงจังกับขวัญตามากแค่ไหน เป็นคู่รักที่น่ารักกันมากๆ เลยคู่นี้

                เมื่อผู้กองกรันณ์ข้ามไปที่อีกฝั่งได้แล้วเขาก็จัดการผูกยึดลำไผ่ที่เหล่าลูกน้องที่อยู่อีกฝั่งส่งข้ามลำห้วยมาให้ โดยยึดกับหลักสะพานเก่าและต้นไม้ใหญ่เพื่อความแข็งแรงด้วยจนในที่สุดก็ได้สะพานไม้ไผ่สำหรับเดินข้ามลำห้วยแล้ว โชคดีที่ลำไผ่มีขนาดใหญ่ก็เลยสามารถเดินเต็มฝ่าเท้าได้ จากนั้นเขาก็ผูกเชือกเส้นใหญ่ทั้งสองเส้นที่นำมาด้วยตอนที่ข้ามลำห้วยมามาผูกเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกสำหรับเป็นราวจับ โดยที่ผู้หมวดคณินก็ผูกเชือกอีกฝั่งเอาไว้ด้วยเช่นกัน

                “น้องนางไม้” ผู้กองกรันณ์เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที้อีกฝั่งนอกจากเหล่าทหารตำรวจแล้วก็ยังมีเมียรักของเขารวมอยู่ด้วย เธอกำลังมองมาทางเขาด้วยสีหน้าซีดๆ เหมือนคนร้องไห้ เธอคงจะเห็นตอนที่เขาข้ามลำห้วยมาแน่ๆ เลยถึงได้ดูห่วงใยเขาขนาดนี้ โธ่ คนดีของพี่ ทั้งๆ ที่พี่บกพร่องในการทำหน้าที่ของสามีขนาดนี้แต่ทำไมถึงยังรักพี่ได้มากมายแบบนี้

                ผู้กองกรันณ์ส่งสัญญาณมือให้เหล่าลูกน้องที่อีกฝั่งรู้ว่าตอนนี้สะพานพร้อมให้ข้ามได้แล้วก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปบนสะพานไม้ไผ่เพื่อไต่ข้ามกลับไปหาทุกคนและเพื่อเช็คดูว่าสะพานแข็งแรงใช้ได้ดีมั้ย แน่นอนว่าผลที่ได้ก็ดีเกินคาด สะพานแข็งแรงดีพร้อมใช้งานแล้ว ราชาวดีรีบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นสามีเดินไต่สะพานกลับมาหา รอยยิ้มหวานๆ ค่อยๆ แย้มออกมาจนเมื่อเขากระโดดลงมาจากสะพานแล้วเดินเข้ามาหาเธอนั่นแหละเธอจึงได้รีบโผเข้าไปกอดเขาเอาไว้แน่นแล้วซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นๆ ของเขาอย่างโล่งใจแล้วจริงๆ

                “แก้มเป็นห่วงพี่รัน พี่รันขา” เสียงหวานเรียกเขาแล้วกอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยผู้กองกรันณ์จึงกอดแล้วก็ลูบหลังปลอบเธอเบาๆ

                “พี่ไม่เป็นไร พี่กลับมาหาแก้มแล้วนะ พี่ไปทำสะพานมาให้แก้มเดินข้ามยังไงล่ะครับ”

                “อ้าว” ผู้หมวดคณินว่าขึ้น “ตกลงที่ทำสะพานเหนื่อยกันแทบตายเนี่ย ผู้กองทำให้คุณหมอข้ามไปคนเดียวหรอครับ แล้วพวกผมล่ะ” ได้ฟังคำถามกับเห็นสีหน้ากวนๆ ของว่าที่น้องเขย คนที่เพิ่งจะก้มลงมาจูบหน้าผากของเมียเบาๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองเขาตาเขียวปั้ดขึ้นในทันที

                “สะพานนี้ทุกคนเดินข้ามได้ยกเว้นหมวด เมื่อกี้นี้อาสาจะว่ายน้ำข้ามไปเองไม่ใช่หรอ เอาสิ ทุกคนเดินข้ามสะพานไป ส่วนผู้หมวดคณินให้ว่ายน้ำข้ามไปเองโทษฐาน...ชอบทำตัวเป็นฝอยขัดหม้อ”

                “ยังไงครับ”

                “ชอบขัดไง ขัดเก่งเหลือเกินโดยเฉพาะขัดจังหวะของผมกับเมียเนี่ย” ว่าจบก็เดินโอบเมียเดินกลับเก็บของที่รถรวมกับคนอื่นๆ ทิ้งให้ผู้หมวดคณินได้แต่ยืนเก้ออยู่คนเดียว นี่ผู้กองเอาจริงรึเปล่าเนี่ย แซวนิดแซวหน่อยก็ไม่รับมุขเขาเลย น้องเขยอยากใกล้ชิด อยากสนิทสนมด้วยแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ไว้กลับฐานติดต่อขวัญตาได้ก่อนเถอะเขาจะรีบฟ้องเธอว่าพี่ชายของเธอรังแกเขาอีกแล้ว

                กำลังบางส่วนจะอยู่เฝ้ารถฮัมวีเพื่อรอให้ระดับน้ำลดลงจนอยู่ในระดับที่พอจะขับลุยออกไปได้ ผู้กองกรันณ์เลยให้คนที่เหลือกลับฐานก่อนเพราะตอนนนี้ที่ฐานขาดผู้บัญชาการ หลังจากที่เก็บข้าวของเสร็จทหารแต่ละนายก็พากันเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ไปอย่างชำนาญโดยผู้กองกรันณ์กับราชาวดีจะเดินข้ามเป็นคนสุดท้าย ซึ่งเขาก็คอยดูแลเธอเป็นอย่างดี จับประคองเธอเอาไว้อย่างใกล้ชิดขณะพาเธอไต่สะพานไม้ไผ่ข้ามไปยังอีกฝั่ง แม้จะกลัวแค่ไหนแต่ราชาวดีก็เข้มแข็งขึ้นมาได้เมื่อมีสามีของเธออยู่ใกล้ๆ แบบนี้ แต่คงเป็นเพราะเธอตัวเล็กและน้ำหนักเบาเลยทำให้ทรงตัวบนสะพานได้ง่าย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถข้ามขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัยทำเอาผู้หมวดทั้งสามพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกกับว่าที่คุณแม่ตัวเล็กแต่ใจแกร่งคนนี้ ต่อจากนั้นทุกคนก็เริ่มเดินเท้าต่อไปตามเส้นทางลาดตระเวนที่พวกเขาคุ้นเคย แต่เป็นการเดินทางแบบเดินไป พักไปเมื่อผู้หมวดทั้งสามรู้ดีว่าไม่ควรให้คนท้องเดินหนักๆ กลางป่าแบบนี้ และผู้กองกรันณ์ก็ห่วงราชาวดีมากด้วย

               

โชคดีที่ช่วงนี้ไม่มีฝนตกลงมาแล้ว แต่ความชุ่มชื้นของผืนป่าก็อาจทำให้น้ำค้างตอนกลางคืนแรงไม่ใช่น้อย ฟลายชีทหลายผืนจึงถูกนำมาขึงเอาไว้กับต้นไม้เสมือนหลังคาป้องกันน้ำค้าง เปลนอนของทหารแต่ละนายผูกกระจายกันไปทั่วสำหรับพักแรมในคืนนี้ คืนนี้จึงจะเป็นคืนแรกที่ราชาวดีได้นอนกลางป่าแบบจริงๆ จังๆ

                “รู้มั้ย เป็นทหารเขาไม่อาบน้ำบ่อยกันหรอก ยิ่งช่วงออกลาดตระเวน แค่มีน้ำล้างหน้าแปรงฟันก็หรูแล้ว” ผู้กองกรันณ์บอกกับคนที่นุ่งกระโจมอกนั่งแช่น้ำแล้วก็ถูสบู่ให้ตัวเองอยู่ ซึ่งพอได้ยินแบบนี้ราชาวดีเลยอดค้อนใส่เขาไม่ได้

                “เหม็นแย่”

                “ไม่เหม็นหรอก ก็ไม่ได้อาบกันทุกคน กลิ่นก็คงจะเป็นกลิ่นเดียวกันหมด” เขาบอกอีกแล้วขยับมาถูสบู่ลงบนแผ่นหลังนุ่มๆ นวลเนียนให้กับเธอ เพราะจุดพักแรมของพวกเขาคืนนี้อยู่ริมลำธารพอดีเขาเลยพาราชาวดีออกมาอาบน้ำได้

                “แก้มจะเป็นทหารไม่ได้ก็เพราะแบบนี้แหละค่ะ คนเราต้องรักษาความสะอาดให้ดีนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเรา เราต้อง...” คุณหมอเริ่มบรรยายสุขอนามัยที่ดีในการดูแลร่างกายให้คนเป็นทหารฟัง ซึ่งผู้กองกรันณ์ก็รับฟังอย่างเงียบๆ ตามประสาคนที่อยู่ในโอวาทของเมียเป็นอย่างดี เขาฟังๆ ยิ้มๆ ไม่เถียงเธอแม้แต่น้อย เพราะคิดว่าเดี๋ยวเธอเหนื่อยก็คงจะหยุดเองแหละ แม่หมอนางไม้ตัวน้อยของเขา

                “พี่รันคะ”

                “คะ” เขาขานรับเมื่อการบรรยายเรื่องสุขอนามัยที่ดีจบลงแล้วเธอจึงหันมามองเขาตาแป๋ว

                “พี่รันบอกว่าถ้าแก้มปีนหน้าผาได้พี่รันมีรางวัลจะให้นี่คะ ไหนล่ะคะรางวัล” มือบางนุ่มๆ แบไปหาเขาราวกับเด็กน้อยทวงขนมผู้กองกรันณ์เลยหัวเราะออกมาเบาๆ

                “รางวัลคือเหรียญกล้าหาญครับ”

                “เหรียญกล้าหาญหรอคะ เป็นยังไง” ในป่าแบบนี้ใครเขาจะพกมากัน เหรียญแบบไหนกันนะ ราชาวดีอดสงสัยไม่ได้ก่อนที่ผู้กองกรันณ์จะค่อยๆ ปลดสร้อยป้าย Dogtag หุ้มกรอบยางสีดำออกจากคอของเขาแล้วเอามาใส่ที่คอให้เธอแทน

                “ใส่อันนี้ไปก่อน ไว้กลับออกจากป่าแล้วพี่จะสั่งทำเหรียญกล้าหาญของจริงสวยๆ กว่านี้ให้” ราชาวดีมองป้าย Dogtag ของเขาที่คอตัวเองด้วยความรู้สึกไม่ค่อยดี ป้ายนี้มันเป็นสิ่งติดตัวทหารที่เอาไว้ใช้ระบุตัวตนเมื่อยามที่พวกเขาเสียชีวิต การที่เขาถอดป้าย Dogtag ออกจากคอตัวเองแบบนี้มันเหมือนลางไม่ดียังไงก็ไม่รู้ เหมือนกับเขาจะเป็นอะไรไปแล้วฝากป้าย Dogtag เอาไว้ให้เธอดูต่างหน้า

                “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ไม่ชอบหรอ เอาน่า ไว้ออกจากป่าพี่จะทำเหรียญกล้าหาญที่สวยกว่าอันนี้ให้”

                “พี่รันเอาไปใส่เหมือนเดิมได้มั้ยคะแล้วไม่ต้องถอดออกมาอีก” เธอทำท่าจะปลดสร้อยคืนเขาด้วยสีหน้าหวั่นๆ ซึ่งผู้กองกรันณ์ก็พอจะรู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาจึงยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะประคองเอาเธอเข้ามากอดอย่างปลอบขวัญ

                “ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่ไม่ปล่อยให้แก้มเป็นม่ายหรอก”

                “แต่ว่า...”

                “เชื่อใจพี่นะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่จะไม่ปล่อยให้แก้มเป็นม่ายแน่นอน เมียพี่น่ารักขนาดนี้ เราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนานเลยนะ”

                “พี่รันเป็นทุกๆ อย่างในชีวิตของแก้ม พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปนะคะ ชีวิตที่ไม่มีพี่รันอยู่ด้วยแก้มอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ”

                “พี่จะไม่มีวันทิ้งแก้มหรอกครับ ผู้ชายคนนี้จะไม่มีวันทิ้งน้องนางไม้ของมันไปไหนเด็ดขาด” เขาก้มลงมาจูบแก้มนวลของเธอเบาๆ คลอเคลียจูบหอมดอมดมอยู่กับเธออย่างแสนรักล้นใจ ยิ่งเธอบอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาเขาก็ยิ่งห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด เขาเป็นคนดึงเอาเธอเข้ามาในชีวิตของเขา ทำให้เธอรักเขาจนหลง จนเธอยกให้เขาเป็นเจ้าชีวิตแล้วเขาจะทรยศหักหลังทอดทิ้งเธอได้อย่างไรกัน ไม่มีวันซะหรอก เขาจะไม่มีวันทิ้งเธอไปแน่ๆ

ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดกันไฟเสน่หาก็มักจะลุกโชนขึ้นมาได้ง่ายๆ จากที่แค่มาอาบน้ำด้วยกันเฉยๆ จึงมีบทรักแสนเร่าร้อนตามมาให้ร่างเปลือยเปล่าของสองหนุ่มสาวที่อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันกอดรัดคลอเคลียหยิบยื่นความรักแสนวาบหวามให้แก่กันและกันอยู่ในน้ำหลังโขดหินใหญ่ ซึ่งความรักความเสน่หานี้ยิ่งทำให้คนทั้งสองผสานใจรักแก่กันจนเหนียวแน่นยากที่จะถอนออกจากกันได้ง่ายๆ

 

                “โอ้โห เย็นขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย พาเมียมาอาบน้ำเป็นชั่วโมงๆ โดนแซวตาย” เสียงคนที่เพิ่งจะจับเมียกินก่อนมื้อเย็นบ่นออกมาเบาๆ ขณะหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูพร้อมกับแสงสุดท้ายของวันที่ค่อยๆ เลือนหายไปด้านหลังภูเขาลูกใหญ่ก่อนจะหยิบปืน M4A1 ขึ้นมาสะพาย ราชาวดีที่เพิ่งจะแต่งตัวเสร็จด้วยกางเกงทหารและเสื้อยืดทหารพรานสีดำจึงเดินเข้ามาจับมือของเขาเอาไว้แน่น แก้มนวลแดงก่ำอย่างเขินอายกับบทรักแสนเร่าร้อนเมื่อก่อนหน้า ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ายังอยู่ในภารกิจแต่ความรักที่เธอและเขามีให้กันนี่สิที่มันทำให้ยากจะหักห้ามหัวใจนัก

                “กลับกันเถอะ ออกมานานแล้วเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง” เขาบอกกับเธอแล้วโอบไหล่บางของเธอเอาไว้แนบตัว ราชาวดีจึงพยักหน้ารับอย่างเอียงอายแล้วเดินกลับไปยังจุดพักแรมพร้อมกับเขา ซึ่งมีทหารบางส่วนยืนถือปืนเฝ้ายามกันอยู่ บางส่วนคุยงานกันและบางส่วนกำลังเตรียมมื้อเย็น

                “อ้าว ผมกำลังจะไปตามอยู่พอดีเลย เห็นหายไปนานนึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นซะอีก” ผู้หมวดไกรจักรเดินเข้ามาหา เห็นคนทั้งคู่กลับมาอย่างปลอดภัยเขาก็ค่อยโล่งใจหน่อย

                “อาบน้ำเสร็จนานแล้วล่ะหมวด แต่ผมข้ามลำธารไปเดินดูป่าที่อีกฝั่งอยู่เลยกลับมาช้า” คนพาเมียไปอาบน้ำโกหกแก้ตัว ใครจะไปพูดกันว่าที่มาช้าเนี่ยมัวแต่จับเมียกินอยู่

                “เออ...งั้นแก้มขอตัวเอาของไปเก็บก่อนนะคะพี่รัน” ราชาวดีบอกทั้งๆ แก้มนวลยังแดงจัดอยู่ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังที่พักของตัวเองโดยมีผู้หมวดไกรจักรมองตาม เฮอะ! คิดว่าเขาจะดูไม่ออกรึยังไงว่าที่หายไปนานๆ เนี่ย ไปจับเมียกินมาไม่ใช่ไปดูป่าที่อีกฝั่งของลำธารมาหรอก ราชาวดีเขินหน้าแดงขนาดนั้น ให้ตายสิ เมียกำลังท้องกำลังไส้อยู่ยังจะจับกินอีก

                หลังจากที่เก็บอุปกรณ์อาบน้ำเสร็จ ราชาวดีที่อาบน้ำจนสบายตัวดีแล้วก็ลุกขึ้นยืนจากผืนผ้าใบปูรองนั่งใต้ฟลายชีทที่ผู้กองกรันณ์ผูกเอาไว้ให้แล้วสำรวจรอบๆ จุดพักแรมอีกครั้งซึ่งเป็นป่าค่อนข้างโล่ง รอบๆ ที่พักมีทหารยืนเฝ้ายามกันอยู่และเดินตรวจตราดูแลความปลอดภัยทำให้เธอพอจะอุ่นใจขึ้นมาได้อีกเยอะ

                “ชักหิวแล้วสิ” เธอยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ เพราะการตั้งท้องทำให้เธอค่อนข้างเจริญอาหาร อีกอย่างวันนี้ก็เดินป่ามาทั้งวันแล้วเสียพลังงานไปเยอะ เธอไปช่วยทุกคนเตรียมมื้อเย็นดีกว่าจะได้เสร็จไวๆ ลูกน้อยของเธอจะได้กินข้าวเสียที

                ราชาวดีเดินออกมาจากจุดที่พักของตัวเอง แต่แล้วจู่ๆ เธอก็ต้องหยุดแล้วรีบถอยหนีเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่างกำลังเคลื่อนตัวอยู่ที่พื้นด้านหน้า ลำตัวขนาดใหญ่มีเกล็ดสีดำเป็นมันวาว นี่มัน...งูเห่า เมื่อกี้นี้เธอคิดว่าเธอเผลอไปเหยียบปลายหางของมันเข้าด้วยทำให้ตอนนี้มันหันมาชูคอแผ่แม่เบี้ยใส่เธอ

                ฟ่อ!!!

                “คุณหมออย่าขยับ!!!” ผู้หมวดคณินร้องขึ้นเสียงดังจนเหล่าทหารและตำรวจ ตชด. พากันหันมามองเป็นตาเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็เห็นว่าตอนนี้หญิงสาวเพียงคนเดียวในทีมกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับอสรพิษร้าย ผู้กองกรันณ์เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาหาเธอทันที

                “...พี่รัน ช่วยแก้มด้วย แก้มกลัว...” เธอร้องบอกสามีเสียงสั่นเครือ หากแต่จ้องงูตรงหน้าไม่ละสายตา

                “แก้มอย่าขยับนะ อยู่เฉยๆ งูมันจะจับแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนไหว” ผู้กองกรันณ์บอกเธอแล้วเดินเข้าไปหางูจนใกล้ ใช้ปลายเท้าแตะที่หางงู ทำให้งูเห่าตัวนี้หันมาแผ่แม่เบี้ยใส่เขาแทน ผู้หมวดคณินเลยรีบเข้ามาดึงเอาราชาวดีถอยออกห่าง

                “ไม่ต้องห่วงผู้กองนะครับ นั่นน่ะราชาอสรพิษเลยล่ะ วิชาการล่างูของผมก็ได้ผู้กองนี่แหละครับสอนให้” เขารีบบอกเธอเมื่อเห็นว่าราชาวดีที่ยังกลัวจนตัวสั่นอยู่เอาแต่จ้องมองผู้กองของเขาอย่างเป็นห่วง

                ซึ่งก็จริงอย่างที่ผู้หมวดคณินว่า อสรพิษร้ายหรือจะร้ายสู้ผู้กองกรันณ์ได้เมื่อเขาค่อยๆ เข้าไปใกล้งูเห่าตัวนี้ก่อนจะจับมันเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่าเพียงข้างเดียว ทำให้เหล่าลูกน้องทหารของเขาได้แต่มองหน้ากันอย่างขยาดๆ ไม่คิดว่าโหดๆ เถื่อนๆ แบบเขาจะดิบจนถึงขั้นจับงูด้วยมือเปล่าได้อย่างชำนาญแบบนี้

                “ไอ้งูเวร จะกัดเมียกูหรอ อย่าอยู่เลยมึง!” แล้วเขาก็ใช้มีดพรานตัดหัวงูในระยะเกือบสามข้อนิ้วห่างจากต่อมพิษใต้ตาจนหัวงูกระเด็นตกลงไปที่พื้น ผู้หมวดนทีเลยเตะหัวงูเข้าใส่กองไฟใกล้ๆ

                “ถึงจะโดนตัดหัวจนขาดแต่หัวของงูก็ยังมีพิษอยู่ครับ โดยพิษที่หัวงูเนี่ยจะอยู่ได้นานถึงสิบห้าชั่วโมงเลย ถ้าเราไม่ฝังก็ต้องเผาครับ เป็นการป้องกันไม่ให้คนอื่นเดินไปเหยียบเข้า” ผู้หมวดคณินอธิบายเมื่อเห็นราชาวดีดูจะอึ้งๆ ที่เห็นสามีของตนตัดหัวงูออกแบบนี้

                “แค่ไล่มันไปก็พอนี่คะ ทำไมต้องฆ่ามันด้วย” เธอว่าขึ้นเมื่อผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาหาพร้อมกับซากงูในมือ

                “ก็มันจะกัดแก้มนี่ เกิดไล่ไปแล้วมันเลื้อยกลับมากัดพวกเราคนใดคนหนึ่งอีกล่ะ”

                “ธรรมชาติของงูมันก็กลัวคนเหมือนกันนะคะ”

                “ไม่รู้แหละ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ถ้ามันคิดจะมาแตะต้องทำร้ายเมียของพี่ล่ะก็ มันก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่” เขาตอบเสียงเย็นชาก่อนจะหันไปสั่งเหล่าลูกน้องทหาร “สำรวจรอบๆ ที่พักอีกที อย่าให้มีงูหรือสัตว์มีพิษอะไรเข้ามาใกล้พวกเราอีก” สั่งลูกน้องจบก็ยกลำตัวของงูที่ถูกตัดหัวขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นดื่มเลือดของงูแบบสดๆ จนราชาวดีรีบถอยห่างจากเขาแล้วยกมือขึ้นปิดปาก ผะอืดผะอมขึ้นมาทันทีเมื่อเลือดงูยังเลอะขอบปากของเขาอยู่

                “อุ๊บ!!!” ราชาวดีไม่อยู่ดูต่อเมื่อเขาส่งงูให้ผู้หมวดคณินดื่มเลือดอีกคน ร่างบางรีบวิ่งหนีไปที่พุ่มไม้ทันทีเมื่อคลื่นไส้หนัก เธอเป็นศัลยแพทย์ คุ้นชินกับกลิ่นคาวเลือดก็จริงแต่มาเห็นคนดื่มเลือดงูสดๆ แบบนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ เคยได้ยินแต่พี่ชายเล่าให้ฟังว่าตอนที่ฝึกทหาร พวกเขาจะเรียนเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในป่าด้วย ทั้งการหาอาหารจากสัตว์ป่าและพืชป่า การหาแหล่งน้ำ การนำงู ตุ๊กแก คางคกหรือสัตว์มีพิษมาปรุงเป็นอาหาร ตอนที่เธอฟังเขาเล่าก็สนุกดีอยู่หรอก แต่พอได้มาเห็นกับตาจะๆ แบบนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ

                “เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย” คนที่เพิ่งจะดื่มเลือดงูต่อหน้าเธอไปเดินเข้ามาถามพลางลูบหลังให้เธอปอยๆ พร้อมกับส่งกระติกน้ำมาให้เธอบ้วนปาก ราชาวดีจึงรับกระติกน้ำจากเขามาล้างหน้าบ้วนปากเมื่อเริ่มจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว

                “พี่ช่วยประคองนะครับ”

                “ไม่ต้องค่ะ” เธอรีบผลักเขาออกห่าง นี่เลือดงูยังติดมุมปากเขาอยู่เลย อดอยากอะไรนักหนา ข้าวปลาก็มีพร้อม ทำไมต้องดื่มเลือดงูด้วย

                “ให้พี่ช่วยประคอง...”

                “ห้ามเข้าใกล้แก้มนะ” เธอรีบชี้นิ้วสั่ง “ห้ามจูบแก้ม ห้ามจับ ห้ามเข้าใกล้แก้มด้วย”

                “อ้าว ทำไมล่ะเมียจ๋า” ยังไม่รู้ตัวอีกหรอ

                “ก็แล้วใครใช้ให้พี่รันไปดื่มเลือดงูแบบนั้นล่ะคะ ไม่รู้ล่ะ แก้มว่าพี่รันรีบไปแปรงฟันใหม่ก่อนเถอะ อ้อ! ไปใช้ยาสีฟันกับผู้หมวดคณินนู่น อย่ามาใช้ร่วมกับแก้มเดี๋ยวเลือดงูติด ห้ามเอาผ้าเช็ดหน้าของแก้มไปใช้ด้วย ห้ามกินข้าวช้อนเดียวกับแก้ม ห้าม...”

                “โห รังเกียจผัวขนาดนั้นเลยหรอน้องนางไม้”

                “เปล่ารังเกียจพี่รันค่ะ แต่รังเกียจงู แค่นึกภาพตามก็ขนลุกแล้ว ยี้!” ว่าแล้วเธอก็เดินหนีเขาไปทันที ผู้หมวดคณินเลยได้แต่ยืนหัวเราะนายตัวเองอย่างชอบใจที่ถูกเมียรังเกียจ สมน้ำหน้า อยู่ดีไม่ว่าดีก็ไปกินเลือดงูสดๆ ต่อหน้าผู้หญิง มันน่าประทับสาวตรงไหนกัน เป็นแบบนี้ทุกทีสิผู้กอง ฆ่างูได้ทีไรเป็นต้องซดเลือดงูทุกที ซดคนเดียวไม่พอยังมาสอนเขาซดตามอีก เนี่ย นับวันเขาเริ่มจะติดนิสัยดิบๆ เถื่อนๆ มาจากผู้กองแล้วนะ

****************************************************************************************

อย่าแปลกใจค่ะไรท์มาเวลานี้ ว่าจะอัพเมื่อคืนนี้แล้ว แต่ดันสลบคาคอมฯ ซะอย่างงั้น 555
กลัวรีดรอเลยรีบลงให้




เจอกันตอนหน้าเน้อ ใครคิดถึงอะโก อะโกจะกลับมา หึๆๆ
(อ้าว! นางตายไปแล้วไม่ใช่หรอ)
(พี่รันจะว่าไงน้อทีนี้)
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1726 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:26
    เมียท้องแต่ฆ่าสัตว์ อิพ่อคนโหด
    #1726
    0
  2. #884 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:03
    โคตรโหดอ่ะ ตัดหัวงูไม่พอ ยังเอามากินเลือดสดๆอีก
    #884
    0
  3. #559 น้ามมม (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:36

    เลือดงูสดๆๆๆ

    #559
    0
  4. #255 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 20:29
    อยากรู้จังว่าไร้ท์ได้พอตเรื่องนี้มาจากที่ไหนเก่งจังแต่งได้ดีมากๆๆๆชอบนิยายทหารจังเลย
    #255
    1
    • 22 เมษายน 2562 / 21:57
      ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าพล็อตมาจาก มันผุดขึ้นมาเอง แค่มีหมอภาคย์เป็นต้นแบบของพี่รันเฉยๆ 555 แต่หมอภาคย์เก่งกว่าพี่รันเยอะค่ะ
      #255-1
  5. #253 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:25
    รอลุ้นต่อค่ะ พี่รันหื่นได้ทุกที่จริง555555
    #253
    0
  6. #252 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 08:41
    วิญญาณอะโกกลับมาช่วยทุกคนให้ปลอดภัย
    #252
    0
  7. #251 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 08:07
    555 ขำผู้หมวดคณิน นับวันยิ่งกล้ากับว่าที่พี่เขย
    #251
    0