ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 56 : ภารกิจของแพทย์และทหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    17 พ.ค. 62


56.ภารกิจของแพทย์และทหาร

 

                สงครามรักบนเตียงที่ราชาวดีเป็นคนคุมเกมจบลงอย่างสวยงามและเต็มอิ่มเมื่อเธอบำเรอรักให้สามีอย่างถึงใจเขาสุดๆ จนตอนนี้เขาก็ยังคงนั่งมองเธอตาหวานเยิ้มอยู่เมื่อเธอดึงผ้าถุงขึ้นมานุ่งตามเดิมก่อนจะก้มลงไปดูดโลมเลียความแข็งแกร่งของเขาที่ยังฉ่ำคราบสายธารรักอุ่นๆ ที่ปลดปล่อยเข้ามาในกายเธอเมื่อก่อนหน้านี้ แล้วจึงค่อยๆ จูบขึ้นมาตามหน้าท้องของเขา ลอนซิกแพคสวยๆ อกแกร่งกับยอดอกของเขาที่เธอใช้ปลายลิ้นเขี่ยแล้วดูดแรงๆ เหมือนกับที่เขาดูดหน้าอกของเธอ ก่อนจะขยับเข้ามาซุกไซ้ซอกคอของเขาอีกแล้วกัดเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวจนคนเป็นสามีสูดปากออกมาอย่างอย่างรัญจวนและมีความสุข วิชาแนบรักบนเตียงที่เขาสอนให้เธอจนเก่งแบบนี้ ถ้าให้คะแนนเมียรักของเขาได้ไปเลยเต็มร้อย

                “ไม่แก้มัดให้ตัวเองล่ะคะ” เสียงหวานกระซิบถามข้างหู ขณะที่เธอขบเม้มมาที่ซอกใบหูของเขาอย่างยั่วเย้า

                “เผื่อเมียพี่อยากควบแล้วก็ขย่มพี่อีกรอบไง เล่นกับอนาคอนด้ายักษ์เมื่อกี้นี้สนุกมั้ย”

                “สนุกจนแก้มหลงพี่รันหนักแล้วล่ะค่ะพี่รันขา” เสียงหวานบอกอีกแล้วจูบซุกไซ้เขาไม่หยุด สองแขนเรียวเล็กกอดเขาเอาไว้แน่นอย่างมีความสุขก่อนจะหอมแก้มเขาหนักๆ อีกที

                “แก้มเหนียวตัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อนนะคะแล้วจะมาเล่นด้วยใหม่ ถ้าพี่รันเมื่อยแขนก็แก้เชือกออกเลยนะคะ” ว่าจบเธอก็ลุกลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปทันที เขาจึงได้แต่มองตามยิ้มๆ เมื่อเธอบอกว่าจะมาเล่นกับเขาอีกหลังอาบน้ำ แม่นางไม้ตัวน้อยของเขา หื่นกับผัวไม่น้อยเลยนะเนี่ย เดี๋ยวเกมครึ่งหลังเขาจะขอเป็นคนคุมเกมบ้าง คืนนี้ยังอีกยาวไกลนะเด็กน้อย รีบๆ อาบน้ำล่ะเดี๋ยวพี่จะจัดชุดใหญ่ให้

                กำลังคิดถึงเมียอย่างครึ้มอกครึ้มใจอยู่แต่แล้วจู่ๆ ประตูบ้านพักของเขาก็มีเสียงคนใช้ฝ่ามือทุบขึ้นมาอย่างแรง

                ปังๆๆ

                “ผู้กองครับ! ผู้กองนอนแล้วรึยัง” เสียงผู้หมวดคณิน...หนอย นี่จะมาขัดเป็นก้างขวางคออะไรเขาอีกล่ะเนี่ย

                “ผู้กองครับผมมีเรื่องด่วนมารายงาน ให้ผมเข้าไปข้างในมั้ยครับ”

                “อย่าเพิ่งเข้ามา!” เขาตะโกนกลับออกไปแล้วทำท่าจะลุกลงจากเตียง แต่ทว่ามือทั้งสองข้างของเขายังถูกมัดเอาไว้อยู่เลย ถึงจะมัดไม่แน่นแต่ก็เป็นเงื่อนตาย พอเขาขยับแขนด้วยความลืมตัวเมื่อครู่นี้ จากที่เชือกมัดเอาไว้อย่างหลวมๆ มันก็แน่นขึ้นมาทันที โธ่! นี่น้องนางไม้ของเขาได้เรียนลูกเสือมารึเปล่าเนี่ยตอนเด็กๆ ตอนที่คุณครูสอนวิชาผูกเงื่อนเชือกให้เธอตั้งใจเรียนรึเปล่า ฮึ่ย! เห็นทีนอกจากจะสอนเมียยิงปืนแล้ว เขาว่าเขาควรจะสอนวิธีผูกเงื่อนเชือกให้เธอเพิ่มนะ เธอจะได้เอาวิชานี้มาใช้บนเตียงกับเขาได้อย่างถูกต้อง

                “ผู้กองครับ รายงานด่วนนะครับ!” คนที่รออยู่หน้าบ้านเร่งขึ้นมาอีกอย่างไม่รู้ว่าผู้กองของตนกำลังมีปัญหากับเชือกที่มัดมือทั้งสองข้างตรึงเอาไว้กับหัวเตียง ส่วนคนที่มัดเขาก็ยังอาบน้ำสบายใจเฉิ่มอยู่นู่น

                “รู้แล้วๆ รอแป๊บ ผมถูกมัดเอาไว้อยู่” ตะโกนบอกลูกน้องออกไปแบบนี้ แต่คนที่ได้ยินกลับตกใจไม่น้อยที่ได้ยินว่าผู้กองของเขาถูกมัดเอาไว้อยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ผู้กองจะถูกมัดได้ยังไง ใครหน้าไหนที่บังอาจมาจับผู้กองของเขามัดเอาไว้แบบนี้ ผู้กองกำลังตกอยู่ในอันตรายใช่มั้ย

                ผู้หมวดคณินลืมคิดไปว่าผู้กองของเขาแต่งงานแล้วและอยู่กับเมียด้วย ด้วยความเป็นห่วงคิดไปต่างๆ นานาว่าผู้กองกรันณ์อาจจะถูกทำร้ายและจับมัดเอาไว้ ด้วยความเป็นลูกน้องที่ดีเขาจึงผลักบานประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อกเข้าไปข้างในทันที

                “เฮ้ยหมวด! อย่าเพิ่งเข้ามา” ผู้กองกรันณ์รีบร้องห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อผู้หมวดคณินยกปืนขึ้นส่องไปทั่วห้องนอนของเขาเพื่อหาตัวคนร้ายที่บังอาจมาทำร้ายผู้กองกรันณ์ แต่...ทั้งห้องนอนกลับไม่มีใครนอกจากผู้กองกรันณ์คนเดียวที่นั่งอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยกาย นี่ยังดีนะที่มีผ้าห่มห่อคลุมร่างกายท่อนล่างเอาไว้

                “ผู้กองเป็นอะไรรึเปล่าครับ” เขาลดปืนลงแล้วมองสภาพนายตัวเองที่มือทั้งสองข้างถูกมัดติดกับหัวเตียงเอาไว้ “ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะครับ ใครเป็นคนมัดผู้กองเอาไว้แบบนี้” ว่าแล้วก็รีบเดินเข้ามาช่วยแก้มัดให้ ผู้กองกรันณ์เลยได้แต่หันไปมองคนที่มัดตนเอาไว้ซึ่งกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ มีเสื้อคลุมร่างกายมิดชิดเรียบร้อย ผู้หมวดคณินก็เลยหันไปมองตาม

                “นั่นแหละตัวการ” ผู้กองกรันณ์ว่ายิ้มๆ ในขณะที่ราชาวดีอายจัดจนหน้าแดงก่ำไปหมดเมื่อเห็นผู้หมวดคณินอยู่ที่นี่ด้วยก่อนที่เธอจะรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อคลุมร่างเอาไว้ให้มิดชิดกว่าเดิม

                “เออ...ขอโทษครับ เดี๋ยวผมออกไปรอที่หน้าบ้านนะครับ ขอโทษครับคุณหมอ” ผู้หมวดคณินเองก็เขินไม่ต่างกัน รีบขอโทษขอโพยพลางค้อมศีรษะให้ราชาวดีก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านพักไป โธ่! เขารึก็เป็นห่วงคิดว่าผู้กองตกอยู่ในอันตราย ที่แท้ก็ถูกเมียจับมัดแล้วก็เชือดคาเตียงอยู่นี่เอง ดูจากสภาพเตียงนอนที่ยับยู่ยี่สงครามเมื่อก่อนหน้านี้คงจะรุนแรงไม่น้อย

                “เขารู้หมดเลยว่าเมื่อกี้เราเล่นอะไรกัน” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นเมื่อเดินเข้ามากอดเมียรักเอาไว้ เธอก็เลยทุบอกแกร่งของเขาอย่างงอนๆ

                “แล้วทำไมพี่รันไม่รีบแก้เชือกออกล่ะคะ”

                “โหย เล่นมัดเงื่อนตายแบบนี้ใครจะไปแกะออก ถ้าจะเล่นแบบนี้อีกเดี๋ยวพี่สอนวิธีผูกเงื่อนเชือกให้”

                “บ้า แก้มไม่เล่นแล้ว พี่รันออกไปหาผู้หมวดคณินเถอะค่ะ สงสัยจะมีเรื่องด่วนมากจริงๆ ถึงได้บุกเข้ามาจนถึงห้องนอนแบบนี้” ราชาวดีบอกเขา ผู้กองกรันณ์เลยดึงเอาผ้าเช็ดตัวที่เธอห่อคลุมตัวเอาไว้มานุ่งก่อนจะเดินออกไปหาผู้หมวดคณินที่รออยู่หน้าบ้านพัก

                แม้จะอายลูกน้องไม่น้อยที่มาถูกเห็นตอนเขาถูกเมียจัดการจนหมดสภาพแต่ผู้กองกรันณ์ก็ตีหน้านิ่งขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องงานที่ผู้หมวดคณินรีบมารายงานกับเขากลางดึกแบบนี้ ที่ฐานยังเงียบสนิทคาดว่าคงไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หรือว่าจะเป็นเรื่องนอกฐานกัน

                “คุณหมอล่ะครับ” ผู้หมวดคณินถามหาราชาวดีทันทีเมื่อผู้กองกรันณ์เดินออกมาหาเขาที่หน้าบ้านแล้ว

                “ถามหาเมียผมทำไม” แอบคบกับน้องสาวของเขายังไม่พอ ยังจะกล้ามาถามหาเมียของเขาอีก

                “ไม่ใช่แบบนั้นครับผู้กอง แต่เรื่องที่ผมจะรายงานมันเกี่ยวกับคุณหมอด้วย”

                “เกิดอะไรขึ้น” หรือว่าผู้พันคีรินทร์จะเป็นอะไรไป

                “ทีมลาดตระเวนที่ออกจากฐานไปเมื่อสองวันก่อนเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหน้าผาครับ อาการค่อนข้างสาหัสมีกระดูกหักหลายจุดทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวมาออกมารักษาเบื้องต้นได้ ทีมลาดตระเวนก็เลยขอให้คุณหมอช่วยเข้าไปดูอาการคนเจ็บก่อน”

                “พิกัดล่ะ”

                “ป่าหน้าผาเกือบสุดชายแดนนู่นแหละครับ” ป่าหน้าผางั้นหรอ...เหล่าทหารพรานที่เขาฝึกมาต่างก็คุ้นเคยและชินกับสภาพภูมิประเทศในแถบนี้เป็นอย่างดี คาดว่าทหารที่พลัดตกหน้าผาไปคงจะเป็นกำลังเสริมมาจากหน่วยของทหารราบที่ยังไม่รู้จักกับภูมิประเทศแถบนี้ดีเท่ากับพวกเขา หน้าผาแถบนั้นอันตรายไม่น้อยด้วยสิ

                “แก้ม ออกมาหาพี่หน่อย” เขาหันกลับไปเรียกราชาวดีในบ้าน ซึ่งไม่นานเธอก็เดินออกมาเมื่อแต่งกายเรียบร้อยดีแล้ว

                “มีอะไรรึเปล่าคะพี่รัน” เธอถามเขาพลางหันมามองทางผู้หมวดคณินด้วย ก่อนจะรีบหลบสายตาเมื่อยังเขินอายกับเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ไม่หาย

                “มีทหารตกหน้าผาได้รับบาดเจ็บน่ะ ตอนนี้เราไม่สามารถเคลื่อนย้ายพวกเขาออกมาได้ แก้มพอจะเดินป่าเข้าไปรักษาพวกเขาได้มั้ยครับ เดี๋ยวพี่จะไปด้วย”

                “เอ๊ะ!” เธอถึงกับขมวดคิ้วขึ้นทันทีอย่างกังวล ตั้งแต่มาเป็นแพทย์อาสาที่นี่เธอก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าต้องมีเดินทางออกไปรักษาคนไข้นอกฐานบ้าง ซึ่งเธอก็เตรียมพร้อมกับเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้...เธอกำลังตั้งท้องอ่อนๆ อยู่แล้วจะเดินป่าได้ยังไงกัน

                “ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกนะ พี่จะไปกับแก้มด้วย พี่จะดูแลแก้มให้ดีเลยนะครับ” ผู้กองกรันณ์บอกอีกเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเธอ เขารู้ดีว่าเธอคงจะกังวลมาก ชีวิตของเธอไม่เคยต้องลำบากแบบนี้มาก่อน เขาเองก็ไม่อยากจะให้เธอไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือก

                “หมวด เส้นทางที่ว่ารถเข้าถึงอยู่ใช่มั้ย”

                “เข้าถึงครับ”

                “ดี งั้นหมวดไปเตรียมรถกับกำลังพลเอาไว้รอนะ ผมกับคุณหมอเตรียมตัวแล้วจะรีบตามไป”

                ราชาวดีได้แต่มองผู้หมวดคณินเดินออกไปเตรียมการตามคำสั่งก่อนจะหันมามองหน้าสามีอีกครั้งอย่างกังวล หรือเธอควรจะบอกเขาดีว่าเธอท้อง แต่...ถ้าเธอไม่ไปคนเจ็บก็จะยิ่งเป็นอันตราย พวกเขาไม่ได้จะเดินไปซักหน่อย แค่นั่งรถเฉยๆ คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

                “แก้มโอเครึเปล่าครับ หรือถ้าแก้มกลัวเดี๋ยวพี่จะขอหน่วยแพทย์ทหารเข้ามาก็ได้ แต่คงต้องใช้เวลา...”

                “แก้มไปได้ค่ะ แก้มเปล่ากลัว”

                “พี่เห็นแก้มดูกังวลๆ น่ะ”

                “แก้ม...แก้มแค่กลัวการเดินทางตอนกลางคืนเฉยๆ ค่ะ มันมืดน่ากลัว”

                “โธ่ พี่ก็นึกว่าเป็นอะไร” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วโน้มตัวลงมาจูบแก้มนวลของเธอเบาๆ “ไม่ต้องกลัวนะครับ พี่จะอยู่ข้างๆ แก้มไม่หนีไปไหนหรอกนะ อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พี่จะดูแลปกป้องแก้มเอง ไว้กลับมาที่ฐานแล้วพี่จะมานอนให้แก้มจับพี่มัดใหม่” เขาบอกเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะกอดประคองพาเธอเดินกลับเข้าบ้านเพื่อเปลี่ยนชุด

                เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าราชาวดีอาจจะต้องเดินป่าออกไปรักษาคนไข้นอกฐานผู้พันคีรินทร์เลยเตรียมทุกๆ อย่างเอาไว้ให้เธอพร้อมโดยเฉพาะชุดเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเดินป่าต่างๆ ร่างบางที่ปกติจะใส่แต่เสื้อยืดสีอ่อนกับผ้าซิ่นผืนสวยหรือไม่ก็ชุดเสื้อกาวน์ตอนนี้เธอแต่งกายด้วยชุดทหารพรานสีดำที่แขนติดอาร์มของแพทย์อาสา ชุดของเธอแลดูเข้มแข็งแต่ดวงหน้าหวานนี่สิช่างละมุนละไมนัก อาสาสมัครทหารพรานหญิงผู้กองกรันณ์เคยเห็นมาเยอะ แต่ก็ไม่เคยเห็นทหารพรานหญิงคนไหนจะตัวเล็กนิดเดียวได้เท่ากับเธอแบบนี้ ไม่ว่าจะแต่งกายด้วยชุดทหารยังไงแต่เธอก็ยังดูบอบบางเหมือนเดิม

                “พี่จัดเป้ให้แล้ว” ผู้กองกรันณ์ส่งกระเป๋าเป้ทหารสีดำส่งมาให้เธอ

                “เบาจัง” เหมือนข้างในจะมีเพียงแค่ชุดเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวของเธอนั้น แล้วดูเป้ของเขาสิ ใบใหญ่กว่าของเธออีก

                “พี่แบ่งเอาสัมภาระของแก้มมาใส่เป้ของพี่แล้ว แก้มตัวเล็กนิดเดียวพี่ไม่อยากให้แก้มแบกของหนัก” ว่าจบเขาก็ดึงเธอมานั่งที่ปลายเตียงนอนก่อนจะหยิบรองเท้าคอมแบทของผู้หญิงมาใส่ให้เธอพร้อมกับผูกเชือกรองเท้าให้เรียบร้อย

                “รองเท้าเด็กรึไงเนี่ย คู่เล็กจริง” เขาว่า เพราะถ้าเทียบกับรองเท้าของเขาแล้ว เท้าเธอเล็กเอามากๆ

                “พี่รัน...” ราชาวดีเรียกขณะที่เขาผูกเชือกรองเท้าข้างสุดท้ายให้เธอ เขาช่างแสนดีกับเธอเหลือเกิน ตั้งแต่เรื่องงานบ้านที่ไม่ให้เธอทำ ไม่ยอมให้เธอตากแดดตากฝน ไม่ให้เธออ่านหนังสือตอนกลางคืนมากๆ เพราะห่วงเรื่องสายตาของเธอ แม้แต่ตอนจะเข้าไปทำงานในป่าเขาก็ยังช่วยแบกสัมภาระให้ ช่วยเธอแต่งตัวเตรียมความพร้อม แม้แต่รองเท้าก็ยังใส่ให้ด้วย “พี่รันใจดีกับแก้ม ดูแลแก้มดีเหลือเกิน”

                “แน่นอนสิ ก็แก้มเป็นเมียพี่นี่” เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ “พี่รักแก้มมากนะครับพี่ก็ต้องดูแลแก้มให้ดีที่สุด ให้แก้มได้รู้ว่าการที่แก้มเลือกพี่เป็นสามี แก้มคิดถูกที่สุดแล้ว อะไรก็ตามที่เป็นความสุขของแก้ม พี่จะทำให้ทุกอย่างเลยนะครับ พี่บกพร่องเรื่องหน้าที่ของสามีในหลายๆ เรื่องจนทำให้แก้มเสียน้ำตามาแล้ว พี่อยากจะทำความดีอย่างอื่นชดเชย พี่รักแก้มมากเลยนะครับ พี่จะดูแลแก้มให้ดียิ่งกว่านี้อีกนะ”

                ราชาวดียิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะโผเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่น เขาช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีอะไรแบบนี้ เป็นสามีที่แสนดีและน่ารักสำหรับเธอเหลือเกิน ได้เกิดมาเป็นเมียของเขา เธอช่างโชคดีนัก

                “ขอบคุณนะคะที่รักแก้มแล้วก็ดูแลแก้มดีแบบนี้ แก้มก็รักพี่รันมากเหมือนกัน แก้มจะตอบแทนความดีของพี่รันด้วยการเป็นเมียที่ดี เป็นน้องนางไม้ที่น่ารักให้พี่รันได้ชื่นใจนะคะ”

                “เด็กดีของพี่” เขาก้มลงมาจูบเธอเบาๆ อีกอย่างแสนรักเธอล้นใจ แค่เธอเป็นน้องนางไม้ของเขาแบบนี้เขาก็รักเธอหลงเธอหนักแล้ว หากจะน่ารักมากกว่านี้อีกเขาคงอยู่ห่างเธอไม่ได้แน่ๆ

                หลังจากแต่งตัวเสร็จเขาก็จัดการรวบผมนุ่มยาวสลวยของราชาวดีมาเกล้าให้เรียบร้อยแล้วสวมหมวกเบเร่ย์สีดำของทหารพรานให้กับเธออีกที เพียงเท่านี้เธอก็กลายเป็นแพทย์ทหารพรานหญิงที่หน้าหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาแล้ว หน้าหวานแล้วก็สวยขนาดนี้โจรผู้ร้ายที่ไหนจะเกรงกลัวกันน้อ เขาคิด

                “แก้มไม่ถือปืนนะ” เธอรีบยกมือขึ้นห้ามเมื่อเห็นสามีทำท่าจะส่งปืน HK33 มาส่งให้ ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอกลัวอาวุธปืนยังจะส่งมาให้อีก

                “ไม่ได้ ต้องพกติดตัวเอาไว้” เขาว่าแล้วเหน็บปืนพกสั้นของเขาเองใส่ที่เข็มขัดข้างตัวของเธอ ราชาวดีเลยได้แต่ทำหน้าแหยๆ เพราะปืนอยู่ห่างจากลูกรักในท้องของเธอแค่ไม่กี่เซนฯ เท่านั้น สมกับเป็นลูกของทหารแท้ๆ เลยลูกแม่ ได้ใกล้ชิดกับปืนซะตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแบบนี้ ถ้าเป็นผู้ชายต้องโตขึ้นมาเป็นทหารเหมือนพ่อแน่ๆ

                “ปะ เดี๋ยวต้องไปเตรียมเครื่องมือแพทย์อีก” เขาบอกขณะเดินจูงมือเดินลงจากบ้านในกลางดึกเพื่อไปรวมตัวกับคนอื่นๆ ที่ฐาน

                “ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอกค่ะ แก้มจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์แล้วก็ยาที่จำเป็นใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมเวลาฉุกเฉินเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แค่เดินเข้าไปหยิบกระเป๋าออกมาก็พร้อมใช้งานแล้วค่ะ”

                “รอบคอบดีมาก” เขาชมพลางโคลงศีรษะของเธออย่างเอ็นดู ราชาวดีเลยยิ้มหวานกอดแขนของเขาเอาไว้อย่างแสนรัก

                กำลังทหารที่จะเดินทางเข้าไปช่วยเหลือทีมลาดตระเวนมีจำนวนมากกว่าที่ราชาวดีคิดเอาไว้เสียอีก ทั้งทหารพราน ทหารราบแล้วก็ทีม ตชด. ของผู้หมวดไกรจักรก็จะไปกันด้วย ตอนนี้ทุกคนกำลังเข้าแถวเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางออกไปช่วยเหลือทีมลาดตระเวนซึ่งมีผู้หมวดนทีกับผู้หมวดคณินทำหน้าที่รวมพล จากที่คิดว่าแค่ไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทหารที่บาดเจ็บราชาวดีกลับรู้สึกว่านี่คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว ห่างออกไปไม่ไกลจากจุดที่ตั้งแถวรวมพลก็มีรถฮัมวีติดตั้งปืนกลจอดพร้อมอยู่ถึงสี่คัน นี่ตกลงเธอจะไปรักษาคนเจ็บหรือไปรบกันแน่เนี่ย

                “อ้าว คุณหมอล่ะครับผู้กอง” ผู้หมวดนทีถามขึ้นหลังจากที่วันทยาหัตถ์ทำความเคารพผู้กองกรันณ์แล้ว แล้วก็มองหาหญิงสาวตัวเล็กที่เขามักจะเห็นอยู่ข้างกายผู้กองกรันณ์ตลอด

                “หมวดมองไม่เห็นคุณหมอจริงๆ หรอ” ผู้กองกรันณ์ถามยิ้มๆ ผู้หมวดนทีจึงมองมาทางร่างบางในเครื่องแบบทหารพรานที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้กองกรันณ์ นี่เป็นครั้งแรกนะเนี่ยที่เขาได้เห็นเธอแต่งตัวด้วยชุดทหารแบบนี้ เธอเป็นทหารพรานหญิงที่ทั้งตัวเล็กและหน้าหวานมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลยนะเนี่ย

                “...ผมไม่ได้เห็นทหารพรานหญิงมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย” คำพูดของเขาเจือไปด้วยความเศร้าหมองเมื่อยามนึกถึงคนรักที่จากไป หากเธอยังมีชีวิตอยู่ ป่านนี้ก็คงจะยืนอยู่ข้างกายเขาแบบนี้แน่ๆ

                “อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็จะมีการรับสมัครอาสาทหารพรานอีกรอบแล้ว เดี๋ยวหมวดคงได้เห็น ผมจะให้หมวดเป็นหัวหน้าครูฝึกเลยคราวนี้” ผู้กองกรันณ์ตบไหล่เขาอย่างให้กำลังใจเมื่อรู้ว่าผู้หมวดนทียังคงคิดถึงตันหยงอยู่ก่อนจะเดินไปตรวจแถวทหารทุกนายเพราะเขาเป็นเจ้าถิ่นและชำนาญพื้นที่แถบชายแดนนี้ทั้งหมดจึงเป็นหัวหน้าทีมในภารกิจนี้

                “ทำไมทหารไปกันเยอะจังเลยคะ” ราชาวดีหันมาถามผู้หมวดนที แค่ไปช่วยคนเจ็บเองไม่ใช่หรือ

                “เพื่อความปลอดภัยน่ะครับ อยู่ชายแดนแบบนี้ สถานการณ์ก็ยิ่งไม่ค่อยดีแบบนี้เราเลยต้องเตรียมตัวกันให้พร้อม อีกอย่างก็เพื่อช่วยกันคุ้มครองคุณหมอด้วยครับ”

                “ฉันหรือคะ” เธอชี้มาที่ตัวเอง จะมาคุ้มครองเธอทำไม เธอเป็นแค่หมอธรรมดาๆ นะไม่ใช่คนมีชื่อเสียงหรือมีอำนาจอะไรซักหน่อย

                “ใช่ครับ แถบนี้หาหมอยาก ยิ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามพวกมันยิ่งแทบจะไม่มีหมอเลย ถ้าพวกมันมาชิงตัวคุณหมอไปพวกเราก็ต้องเตรียมพร้อม...เออ...” แล้วผู้หมวดนทีก็ต้องรีบเงียบเมื่อเห็นสีหน้าของเธอเหมือนคนจะร้องไห้เข้าไปทุกที บ้าจริง นี่เขาเอาเรื่องน่ากลัวอะไรมาเล่าให้เธอฟังกันล่ะเนี่ย เกิดเธอใจฝ่อขึ้นมาไม่ยอมออกเดินทางไปกับพวกเขาด้วยจะทำยังไง

                “คุณหมอไม่ต้องกลัวหรอกนะครับ มีทหารฝีมือดีไปด้วยมากมายแบบนี้ ยิ่งมีผู้กองอยู่ด้วยต่อให้พวกมันมาเป็นกองทัพก็สู้ผู้กองไม่ได้หรอก” เขาพยายามพูดให้เธอสบายใจขึ้น เธอก็เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบก่อนจะขอตัวไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ที่ห้องพยาบาล ในใจก็ได้แต่คิดว่าเรื่องเสี่ยงอันตรายอะไรนั้นเธอไม่ค่อยกลัวหรอก ขอเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ๆ กับสามีสุดที่รักของเธออันตรายอะไรนั้นก็ไม่สามารถทำให้เธอกลัวได้ แต่ตอนนี้เธอแค่มีห่วงอยู่เท่านั้น เธอห่วงลูกน้อยในท้องมากกว่า ลูกคือแก้วตาดวงใจของเธอ เขาเติบโตขึ้นมาในท้องของเธอจากคนที่เธอรัก เธอกลัวว่าลูกของเธอจะเป็นอันตราย

                “ลูกจ๋า ลูกต้องอดทนและต้องเข้มแข็งให้มากๆ นะ ลูกเป็นลูกของทหารกล้า ลูกต้องไม่เป็นอันตรายอะไรนะ แม่จะดูแลลูกให้ดีที่สุดเลย” เธอลูบหน้าท้องตัวเองเมื่ออยู่คนเดียวที่ห้องพยาบาล ลูกพ่อรันซะอย่าง ยังไงลูกของเธอก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกับพ่อของเขาแน่ๆ

                ราชาวดีเดินกลับมาที่จุดรวมพลอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าเครื่องมือแพทย์และยา ผู้กองกรันณ์เห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้ามาแย่งเอากระเป๋าเครื่องมือแพทย์ไปถือให้เธอเองทั้งหมดก่อนจะส่งให้ผู้หมวดคณินเอาไปเก็บไว้ที่รถ

                “ทำไมไปคนเดียว กระเป๋าหนักแบบนี้น่าจะให้ทหารไปช่วยถือ” เขาดุ ราชาวดีจึงยิ้มให้เพราะดูท่าแล้วนอกจากงานของหมอที่เธอต้องทำเขาจะไม่ยอมให้เธอแตะต้องทำงานอื่นเลย อย่าว่าแต่ยกกระเป๋าเครื่องมือแพทย์เลย แม้แต่ตอนกินข้าวก็ป้อนเธอราวกับเธอเป็นลูกสาวตัวเล็กๆ ของเขามากกว่าเมียซะอีก

                “แก้มเห็นเข้าแถวกันอยู่เลยไม่กล้ารบกวนค่ะ”

                “รบกวนอะไร ทุกคนมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการทำงานของคุณหมอนะ ทีหลังถ้าพี่เห็นว่ายกของหนักอีกจะจับตีก้นต่อหน้าทุกคนเลย”

                “โหย อย่าดุแก้มเลยนะคะพี่รันขา แก้มกลัวจะแย่” เธอเข้ามากอดแขนของเขาอย่างออดอ้อน ปากก็บอกว่ากลัวแต่หน้าตากลับยิ้มทะเล้นให้เขาอย่างน่ารัก แล้วแบบนี้ผู้กองกรันณ์หรือจะกล้าดุเธออีก ก็เขารักเธอมากนี่นา

                “เอ๊ะ! ต้องทาหน้ากันด้วยหรอคะ” เธอหันไปมองเหล่าทหารหลายนายที่จะร่วมเดินทางไปทำภารกิจในครั้งนี้ด้วย ซึ่งขณะนี้ทุกนายกำลังใช้สีพรางหน้าทาหน้าตาตัวเอง แม้แต่ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีก็ด้วย

                “เดินทางตอนกลางคืนก็แบบนี้แหละ” ผู้กองกรันณ์ตอบก่อนจะยื่นตลับสีพรางหน้าของเขามาให้เธอ “แต่งหน้าให้พี่หน่อย”

                “หูย ของถนัดค่ะ” เธอยิ้มแป้นออกมาทันทีเพราะชอบทาสีพรางหน้าให้กับผู้เป็นพี่ชายเป็นประจำ เธอรู้สึกสนุกทุกครั้งเวลาที่ได้ทำหน้าเขาเปื้อนแบบนี้

                มือเล็กๆ นุ่มนิ่มป้ายสีดำสลับเขียวแล้วละเลงลงบนใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของสามีทันทีแล้วก็แอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเบาๆ เพราะเคยทาให้พี่ชายบ่อยๆ เลยรู้ว่าต้องทายังไง ผลงานการแต่งหน้าให้พ่อทหารกล้าของเธอเลยออกมางดงามตามหลักวิธีการพรางหน้าของทหาร

                “ใช้ได้นี่” ผู้กองกรันณ์ชมขณะส่องกระจกดูผลงานของเธอ

                “แก้มทาให้พี่ภูเป็นประจำค่ะเลยค่อนข้างชำนาญ เราจะเริ่มออกเดินทางกันแล้วใช่มั้ยคะ”

                “ใช่ แก้มนั่งรถคันที่สองไปกับพี่ ผู้หมวดคณินแล้วก็เจ้าหน้าที่จากหน่วยทหารราบ” เขาชี้ไปทางรถฮัมวีคันที่ว่า เธอก็เลยพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปที่รถแต่เขาก็เดินเข้ามาขวางทางเธอเอาไว้ซะก่อนขณะที่ผู้หมวดคณินกำลังจะเปิดประตูรถให้

                “พี่รันมีอะไรหรอคะ” เธอหันมาขมวดคิ้วถามเขา เขาก็เลยชูตลับสีพรางหน้าขึ้น หรือว่า...

                “ไม่เอานะ แก้มไม่ทา”

                “ไม่ทาได้ยังไง เป็นทีมเดียวกันก็ต้องทาเหมือนกันสิ ทุกคนทาหน้าดำหมดตัวเองจะมาหน้าขาวผ่องอยู่คนเดียวได้ยังไง” เขาว่าจนผู้หมวดคณินกับนายทหารที่ร่วมนั่งรถคันเดียวกันพากันขำคนหาเรื่องแกล้งเมีย

                “ไม่เอา หน้าเปื้อนเดี๋ยวไม่สวย” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองเอาไว้แน่นทันที ดูน่ารักน่าเอ็นดูจนผู้กองกรันณ์ยิ้มไม่หุบ

                “ภารกิจนี้ไม่ต้องสวย เก็บความสวยเอาไว้ให้พี่มองคนเดียว เอามือออกจากแก้มเร็ว” เขาสั่ง ราชาวดีก็เลยได้แต่ทำหน้างอใส่

                “พี่บอกให้เอามือออกจากแก้มไง อย่ามาดื้อกับพี่นะน้องนางไม้ เดี๋ยวก็จูบโชว์ชาวบ้านเขาหรอก” ทันทีที่เขาขู่เธอก็รีบเอามือออกจากแก้มแล้วมาปิดปากตัวเองเอาไว้ ผู้กองกรันณ์เลยถือจังหวะนี้ใช้นิ้วทั้งสามป้ายสีพรางหน้าสีดำทาไปบนแก้มนวลของเธอจนกลายเป็นหมวดแมวน้อยสามเส้นทั้งสองข้าง

                “อ่ะเสร็จแล้ว เชิญแมวน้อย เอ้ย! เชิญคุณหมอขึ้นรถได้เลยครับ” เขาผายมือเชิญ คนที่มีหนวดแมวน้อยสามเส้นอยู่ที่แก้มทั้งสองข้างก็เลยค้อนใส่เขาก่อนจะเชิดหน้าเดินขึ้นรถไป คนที่ได้แกล้งเมียก็เลยรีบตามขึ้นไปนั่งเบียดเธอแล้วมองแมวน้อยของเขาอย่างเอ็นดู

รถหุ้มเกราะก็เคยนั่นมาแล้ว รถจิ๊บก็นั่งมาแล้ว มาคราวนี้เธอต้องมานั่งรถฮัมวีติดปืนกล ราชาวดีอดอมยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงใครอีกคนที่หากได้มานั่งรถฮัมวีกับเธอด้วยก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อย คุยโม้ไม่หยุดอีก

                “เป็นอะไร อมยิ้มคนเดียว” ผู้กองกรันณ์ถามเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นปิดปากแล้วแอบยิ้ม

                “แก้มคิดถึงน้องขวัญค่ะ” พอเธอตอบ ผู้หมวดคณินที่นั่งอยู่อีกข้างของผู้กองกรันณ์ก็รีบหันมามองเธอทันทีว่าเธอคิดถึงคนรักของเขาทำไม “ตอนอยู่นราธิวาสน้องขวัญตื่นเต้นใหญ่เลยที่ได้นั่งหุ้มเกราะ ถ้าได้มานั่งรถฮัมวีด้วยน้องขวัญคงจะดีใจมากเลยนะคะพี่รัน”

                “นั่นสินะครับ คงคุยโม้ใหญ่โตเลยล่ะ” ผู้หมวดคณินลืมตัวพูดแทรกขึ้นมาจนคนหวงน้องสาวรีบหันไปมองควับพร้อมกับสายตาดุๆ หนอย...พูดถึงน้องสาวเขาไม่ได้เลยนะ ได้ยินชื่อขวัญตาทีไรล่ะทำหูผึ่งทุกที โคแก่คิดจะเคี้ยวหญ้าอ่อน เฮอะ!

                รถฮัมวีทั้งสี่คันขับตามกันมาติดๆ ทะลุป่าแต่ละป่าอย่างคล่องตัวสมกับเป็นรถที่ลุยได้ทุกสถานการณ์ สามารถขับได้แม้กระทั่งในน้ำ แม้ในพื้นที่ป่าบางพื้นที่จะไม่มีถนนหนทางให้รถวิ่งได้ก็ตาม แต่รถฮัมวีก็สามารถลุยได้อย่างไม่ต้องกังวลเลย เพราะคืนนี้ยังไม่ได้นอนและก่อนมาก็ยังเล่นสนุกอยู่กับสามีบนเตียงทำให้หญิงสาวเพียงคนเดียวในทีมดูอ่อนเพลีย ตาใกล้จะปิดเข้าไปทุกทีแล้วจนผู้กองกรันณ์ต้องรีบกอดประคองเธอเอาไว้เมื่อเห็นตัวเธอโยกแทบจะตกจากเบาะรถ

                “อีกไกลกว่าจะถึง แก้มนอนพักก่อนนะ” เขาบอกก่อนจะค่อยๆ อุ้มประคองร่างบางขึ้นมานั่งบนตักเขาอย่างทะนุถนอม คนที่ง่วงจัดเลยสอดแขนเล็กๆ กอดรอบตัวเขาเอาไว้ เอียงตัวซุกกับอกแกร่งของเขาแล้วก็หลับไปในทันทีเมื่อเขาก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ อย่างแสนรัก ทำเอาทหารในรถแอบส่งยิ้มให้กันที่เห็นผู้กองกรันณ์กำลังเทคแคร์ดูแลเมียของเขา

 

                “พี่ภู พี่ภูอยู่ไหน พี่ภู!” เสียงของน้องสาวร้องเรียกทั้งเสียงสะอื้นไห้ขณะที่ผู้พันคีรินทร์กำลังเข้าไปในป่าแถบชายแดนที่เขามาลาดตระเวนบ่อยๆ

            “แก้ม! แก้มได้ยินพี่มั้ย” เขาเรียกหาเธอเมื่อได้ยินเสียงเธอร้องไห้ออกมาไม่หยุด จนกระทั่งเขาวิ่งตามเสียงมาจนถึงริมฝั่งแม่น้ำเมยที่กำลังไหลเชี่ยวอย่างน่ากลัว

            “แก้ม...” เขาเข่าอ่อนแทบทรุดเมื่อตามหาเธอจนเธอ ราชาวดีกำลังยืนร้องไห้อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นหน้าผา ทั่วทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยเลือด

            “พี่ภู...ช่วยแก้มด้วย ลูก...ลูกของแก้ม ลูกของแก้ม...” เธอกุมท้องตัวเองเอาไว้อย่างเจ็บปวด ขาทั้งสองข้างของเธอมีเลือดสีแดงข้นไหลออกมาไม่หยุด แต่พอเขาจะวิ่งเข้าไปหาเธอเขากลับวิ่งไปไม่ถึงตัวเธอเสียที ทั้งๆ ที่พยายามเร่งฝีเท้าขึ้นแต่ก็ดูเหมือนเธอจะอยู่ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน

            “แก้ม แก้มต้องไม่เป็นอะไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว พี่ภูมาหาแก้มแล้วนะ ไม่เอานะ ไม่ต้องกลัวนะคนดีของพี่” เขาพยายามปลอบเธอ แต่เธอก็ยังร้องไห้ออกมาไม่หยุด

            “พี่ภูรีบมาช่วยแก้มนะ มาช่วยแก้มกับลูกด้วย...” พอเธอบอกเขา สักพักร่างบางของเธอก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกยิงเข้าที่ตำแหน่งของหัวใจจนเขาร้องเรียกเธอออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นน้องสาวถูกยิงไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้

            “แก้ม!

            “...หัวใจของแก้ม...พี่รัน พี่รันถูกทำร้าย หัวใจของแก้มแตกสลายแล้ว...” เธอพูดออกมาทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวดทรมานก่อนที่ร่างบางของเธอจะร่วงลงไปในหน้าผาแล้วจมหายไปกับแม่น้ำเมย

            “ไม่นะ...แก้ม...แก้ม!!!

 

                “แก้ม!!!” ผู้พันคีรินทร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเรียกชื่อน้องสาวออกมาลั่นห้องนอนจนคนที่นอนกอดเขามาทั้งคืนสะดุ้งตื่นตาม

                “ผู้พันเป็นอะไร ฝันร้ายหรอคะ” หมอเอื้อยรีบถามเขาขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นคนรักหอบหายใจราวกับคนที่เพิ่งไปวิ่งมาเป็นสิบกว่ากิโลเมตรได้ ใบหน้าและตัวของเขาท่วมไปด้วยเหงื่อ ดวงตาคมแดงก่ำมีน้ำตาคลอ ฝันหรอกหรอ...เมื่อกี้นี้เขาแค่ฝันไปใช่มั้ย มันเป็นแค่ความฝันที่จะไม่มีวันเป็นจริง แก้ม...แก้มต้องปลอดภัยสิ แก้มต้องปลอดภัยนะ

                “ฝัน...ฝันอะไรทำไมมันเหมือนจริงขนาดนี้!” เขาว่าพลางหันไปมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างหัวเตียง ตีสี่จะตีห้าแล้วอย่างนั้นหรอ วันนี้เขาต้องกลับฐานแล้วนี่

                “เอื้อย ฉันต้องรีบกลับฐานด่วน ถ้าเธอจะไปกับฉันรีบเก็บของเลย” ผู้พันคีรินทร์หันมาบอกเธอ แม้จะยังงงๆ กับเขาอยู่แต่หมอเอื้อยก็รีบทำตามทันที เมื่อกี้นี้เธอได้ยินเขาละเมอเรียกหาน้องสาว เขาคงจะฝันร้ายถึงราชาวดีแน่ๆ ฝันร้ายอะไรกันนะ เธอเองก็พลอยไม่สบายใจไปด้วยนะเนี่ย

                “ฮัลโหล จ่าหมายหรอ นี่ผมเองนะผู้พันคีรินทร์” เสียงเขาคุยโทรศัพท์ขณะเดินออกมาจากห้องน้ำ มืออีกข้างก็พยายามติดกระดุมเสื้อตัวเอง หมอเอื้อยที่อาบน้ำเสร็จก่อนและกำลังเก็บกระเป๋าอยู่จึงเข้ามาช่วยติดกระดุมเสื้อให้เขา

                “ที่ฐานเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง...อ้อ! เหตุการณ์ปกติดีหรอ” เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หมอเอื้อยจึงเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้เขา ได้ยินว่าเหตุการณ์ปกติดีเธอเองก็โล่งใจเหมือนกัน

                “วันนี้ผู้หมวดคณินอยู่เวรถึงเช้านี่ ผมขอสายผู้หมวดหน่อย” ไม่ผู้หมวดคณินก็ผู้หมวดนทีก็ได้ ใครก็ได้ระหว่างสองคนนี้ เพราะถ้านายทหารสองคนนี้บอกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างปกติดี นั่นหมายถึงที่ฐานไม่ได้มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย ทั้งสองคนเป็นลูกน้องคนสนิทของผู้กองกรันณ์ ได้คุยกับพวกเขาก็เหมือนกับได้คุยกับผู้กองกรันณ์เอง เพราะก่อนหน้านี้เขาโทรหาน้องสาวกับน้องเขยไม่ติด ผู้หมวดทั้งสองก็ด้วย ก็เลยต้องโทรเข้าโทรศัพท์กลางของที่ฐานแทน

                “อะไรนะ!!! ทีมลาดตระเวนเกิดอุบัติตกหน้าผา ผู้หมวดทั้งสองกับกองกำลังส่วนหนึ่งเดินทางออกไปช่วยตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว...แล้วผู้กองล่ะ ผู้กองกรันณ์กับหมอแก้มล่ะ” สีหน้าโล่งอกของผู้พันคีรินทร์เปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงลูกน้องที่ปลายสายตอบกลับมาจนร่างสูงทรุดลงไปนั่งที่ปลายเตียง

                (“ผู้กองกับคุณหมอก็ไปด้วยครับ พิกัดอยู่ที่ป่าหน้าผาเกือบสุดชายแดน”)

                ป่าหน้าผาเกือบสุดชายแดน...ติดกับแม่น้ำเมย สถานที่ที่เขาเห็นในฝันก็คือที่นั่น นี่น้องสาวกับน้องเขยของเขากำลังไปที่นั่นอย่างนั้นหรอ แล้วยิ่งตอนนี้ราชาวดีกำลังท้องอ่อนๆ อยู่ด้วย

                “ยัยเด็กบ้าเอ้ย!!! รู้ว่าตัวเองท้องอยู่แล้วยังจะไปที่นั่นอีก นี่จะทำให้พี่เป็นห่วงไปถึงไหนกัน!!!” เขาสถบออกมาทันที กำหมัดเอาไว้แน่นอย่างเป็นห่วงน้อง หมอเอื้อยก็เลยรีบเข้ามากอดแล้วลูบหลังเขาเบาๆ พยายามปลอบให้เขาใจเย็นลง

                “เกิดอะไรขึ้นหรอคะผู้พัน ยัยแก้มเป็นอะไรรึเปล่า”

                “ทีมลาดตระเวนตกหน้าผา แก้มกับไอ้รันเลยนำกำลังทหารเดินทางเข้าไปช่วย แต่หน้าผาที่ว่านั่นอยู่ติดชายแดนริมฝั่งแม่น้ำเมย อันตรายรอบด้าน เธอคิดดูสิ ทหารตกหน้าผา การที่หมอจะเข้าไปช่วยเหลือต้องเข้าไปช่วยยังไง” เขาหันมาถามเธอเสียงเครียด หมอเอื้อยจึงนึกภาพตามก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้

                “ยัยแก้มต้องปีนหน้าผาลงไปหรอคะ!!!

                “ใช่ ถึงทหารทุกคนที่ไปจะฝึกการปีนหน้าผามากันอย่างชำนาญแล้วแต่คนท้องที่ไม่เคยเล่นอะไรผาดโผนแบบนั้นล่ะจะทำยังไง เธอก็รู้ดีนี่ว่ายัยแก้มไม่เคยลำบาก ไม่เคยทำอะไรเสี่ยงตายแบบนี้ ขอเถอะ ขอให้แก้มบอกไอ้รันมันซักทีเถอะว่าตัวเองท้อง มันจะได้ดูแลลูกกับเมียมันให้ดีกว่านี้!

                “งั้นแบบนี้เราจะช้าไม่ได้นะคะผู้พัน เรารีบไปแม่สอดกันเถอะฉันเป็นห่วงยัยแก้มกับหลานจะแย่อยู่แล้ว หลานคนแรกของฉันจะเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาดนะ” หมอเอื้อยบอกแล้วก็รีบคว้าเป้สัมภาระของตัวเองขึ้นหลังเพราะเธอต้องกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมเครื่องมือสำหรับดูแลคนท้องก่อนอีก ยัยแก้มนะยัยแก้ม ก่อนจะดูแลรักษาขอหยิกแรงๆ ซักทีก่อนเถอะ ทำไมถึงได้พาตัวเองกับหลานของเธอไปเสี่ยงตายแบบนี้ด้วย

                กานดากับชัยโรจน์เองก็อดร้อนใจไปกับคนทั้งคู่ไม่ได้เมื่อผู้พันคีรินทร์บอกว่าจะรีบตามไปหาน้องสาวที่เดินทางไปช่วยเหลือทีมลาดตระเวนอยู่ที่ริมชายแดน ราชชาวดีก็เหมือนกับเป็นลูกสาวคนหนึ่งของบ้านนี้ ทุกคนเลยเป็นห่วงเธอมากต่างก็พากันขอพรกับพระขอให้หญิงสาวกับสามีและเจ้าหน้าที่ทหารทุกคนปลอดภัย พร้อมกับอวยพรให้ผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อยเดินทางกลับไปที่ฐานกันอย่างปลอดภัยด้วย ชยันต์ที่เป็นห่วงลูกๆ หลานๆ มากเหมือนกันเลยให้เหล่าคนสวนขนผลไม้สารพัดอย่างขึ้นใส่รถผู้พันคีรินทร์จนเต็มเพราะรู้มาว่าราชาวดีแพ้ท้องอยากกินแต่ผลไม้ อาชมพู่ของหมอเอื้อยก็ให้พระเครื่ององค์ศักดิ์สิทธิ์มาคล้องที่คอให้หลานเขยของตนด้วยพร้อมกับอวยพรให้ทั้งคู่เดินทางกันอย่างปลอดภัย ทำให้ผู้พันคีรินทร์อดประทับใจกับความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวคนรักไม่ได้ ครอบครัวของหมอเอื้อยช่างใจดีและมีเมตตาต่อเขาและน้องสาวมากจริงๆ ซ้ำพ่อตาของเขาก็ไม่ได้โหดด้วย ได้เมียน่ารักแล้วยังได้ครอบครัวใหม่ที่อบอุ่นอีก แค่นี้ก็นับว่าเกิดมาคุ้มแล้ว

                “เอาน่าผู้พัน ใจเย็นๆ ก่อนนะ ผู้พันอย่าเพิ่งฟุ้งซ่านนะ ผู้พันต้องรีบตั้งสติให้ดีๆ ก่อน ผู้พันต้อง...”

                “นี่! ก่อนที่จะบอกฉันเธอบอกตัวเองก่อนเถอะ” ผู้พันคีรินทร์ว่าขณะขับรถกลับแม่สอดหลังจากที่แวะเอาเครื่องมือแพทย์ที่โรงพยาบาลของเธอแล้ว หมอเอื้อยที่เป็นห่วงเพื่อนจัดแทบจะคุมสติไม่ได้ถึงกับรีบใส่ถุงมือยาง เตรียมยา เตรียมเครื่องมือแพทย์บนรถยกใหญ่

                “ใจเย็นๆ อีกนานกว่าจะถึงแม่สอด และอีกนานกว่าจะถึงฐาน พอถึงฐานแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถฮัมวีเข้าไปที่ริมชายแดนอีก เธอสิอย่าเพิ่งลนลานไป”

                “ก็...ก็ฉันเป็นห่วงเพื่อนฉันนี่ เราโตมาด้วยกัน เรียนด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งมากมายฉันก็ผูกพันกับยัยแก้มมากน่ะสิ” ว่าแล้วเธอก็ร้องไห้ออกมา ผู้พันคีรินทร์ก็เลยเอื้อมแขนไปกอดเธอเอาไว้อย่างปลอบขวัญ

                “เอาน่า ตอนนี้ยัยแก้มยังไม่ได้เป็นอะไรหรอก ยัยแก้มรักไอ้รันมากก็ต้องรักลูกของมันมากๆ เหมือนกัน ยัยแก้มคงไม่ปล่อยให้ตัวเองกับลูกเป็นอันตรายอะไรหรอก”

                “จริงๆ นะ”

                “อืม จริงสิ” ผู้พันคีรินทร์ตอบเพื่อให้เธอสบายใจ แต่ใจจริงแล้วเขาเองก็ไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย น้องสาวของเขาเปราะบางขนาดนั้นแล้วจะดูแลตัวเองกับลูกได้ดีแค่ไหนกัน ถ้าผู้กองกรันณ์รู้ว่าเมียตัวเองท้องก็ดีสิเขาจะได้ดูแลเธอให้ดีมากขึ้น จะได้ไม่พาเมียกับลูกในท้องออกไปเสี่ยงอันตรายอะไรแบบนี้ ถ้าเกิดลูกในท้องของราชาวดีเป็นอะไรขึ้นมา ราชาวดีได้หัวใจสลายจนไม่เป็นผู้เป็นคนแน่เพราะเธอหวังอยากจะมีลูกมาก แก้มเอ้ย! พี่ขอให้คุณความดีที่แก้มเคยทำมาทั้งหมดช่วยคุ้มครองแก้มกับหลานของพี่ด้วยนะ ขอให้แก้มกลับฐานมาหาพี่อย่างปลอดภัยด้วยเถอะ


******************************************************************************************

เรื่องราวในผืนป่ากับภารกิจต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

ขอให้เตรียมใจกันเอาไว้ให้ดีๆ นะคะ

*************************************


ปล. ไรท์หายไปกับสงกรานต์มาค่ะ 555 ไปฐานทัพเรือมา (สัตหีบ จ.ชลบุรี) ไปตามรอยพี่รัน ส่องๆ ดูเกาะพระมาด้วย เจอทหารเรือมากมายแต่ไม่ยักเจอพี่รัน (เออเนาะ พี่รันเป็นทหารบก) สงสัยตอนนี้จะนั่งเตรียมผ้าอ้อมให้ลูกอยู่แม่สอดเลยยังไม่ได้กลับมาที่เกาะพระ 

(มโนไปอี๊ก!)


เอาภาพทะเลที่ฐานทัพเรือมาฝากค่ะ ภาพสุดท้ายเห็นเกาะพระอยู่ลิบๆ 

(ภาพทะเลมีแค่นี้แหละ ที่เหลือมีแต่ภาพไรท์ 555)

ใครอยู่ใกล้ไปเที่ยวได้นะคะ ทะเลบ้านเราสวยมากๆ อยู่ในเขตทหาร 

ไปส่องหนุ่มๆ ในเครื่องแบบได้ (ว่าไปนั่น)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

2,208 ความคิดเห็น

  1. #1724 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 20:05
    นี่สงสัยแก้มรักแต่รันอยากอยู่กับรันจนไม่ห่วงลูกบ้างเหรอ นั่งรถเข้าป่าทางยากลำบากมากเป็นหมอไม่รู้เหรอว่าเสี่ยงแท้งมาก
    ปล.อินแรง
    #1724
    0
  2. #882 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 12:09
    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น ลุ้นยิ่งกว่าหวยก้อนิยายไรท์นี่แหละ
    #882
    0
  3. #648 sadee (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 07:24

    ลุ้นๆๆๆๆอย่าเป็นไรน๊า

    #648
    0
  4. #244 ปุ๊ก (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 17:08

    ไม่อยากกินมาม่าน๊าาาลุ้นมากกกกกกขอให้ปลอดภัยนะ

    #244
    0
  5. #243 koy_areekily (@koy_areekily) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:08
    รู้หน่วงๆจัง ขอให้ปลอดภัยทั้งหมดนะ
    #243
    0
  6. #242 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:36
    โหยตื่นเต้นมากๆๆหัวใจจะวายแล้วไร้ท์อย่าดราม่าเลยทำใจไม่ได้
    #242
    0
  7. #240 Kapom (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 19:26

    ไรท์อย่าใจร้ายกับหลานเลยนะ ยิงผู้กองแทนละกัน เอาเจ็บหนักๆกะพอ

    #240
    1
  8. #239 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 18:59
    ไม่อยากให้มีดราม่าแล้วอะ
    #239
    0
  9. #238 น้ำฝน มลธิรา (@chookeawrung) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 08:08
    ดรามาจะบังเกิดแล้วใช่ไหมโห้ย บีบหัวใจสุดๆ
    #238
    3
    • 18 เมษายน 2562 / 18:01
      ดราม่าครั้งหญ่ายยยยยยย
      #238-1
    • #238-2 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 56)
      18 เมษายน 2562 / 20:32
      โหยตื่นเต้นมากๆๆหัวไจจะวายแล้วไร้ท์อย่าดราม่าเลยทำใจไม่ได้คะ
      #238-2
  10. #237 KNatty09 (@KNatty09) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 06:11
    ตอนหน้าเค้าจะรู้กันมั้ยคะ ว่าตัวเองจะเป็นพ่อแล้ว
    #237
    0
  11. #236 Toon (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:15

    คือว่าแก้มต้องเอาลูกไปเสี่ยงแบบนี้เลยหรออ่านแล้วรูสึกว่ารักผัวขนาดนี้เลยหรอ

    #236
    1
    • 18 เมษายน 2562 / 02:13
      นางก็ห่วงลูกแหละค่ะ แต่ที่ต้องไปก็เพราะว่ามันคือหน้าที่ ถ้าไม่ไปก็ไม่มีหมอที่ไหนเข้าไปรักษาคนเจ็บแล้ว การรอแพทย์ทหารอาจจะนานเกินไปจนคนเจ็บอาการหนักขึ้นก็ได้
      #236-1
  12. #235 Noonno (@noname29) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:08
    แค่นี้ก็เริ่มหน่วงแล้วค่ะไรท์
    #235
    0
  13. #234 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:04
    ทำใจไม่ได้อ่าไรท์
    #234
    0
  14. #233 นานา (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:37

    ขอข้ามไปตอนจบเลยได้มั้ยไรท์ กลัวทำใจไม่ได้

    #233
    0
  15. #232 jipjip_7 (@jipjip_7) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:31
    ไรท์จ๋าาาา ให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ บีบหัวใจมากมาย
    #232
    0