ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 55 : เสพรักนางไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    17 พ.ค. 62

55.เสพรักนางไม้

 

                บ้านของหมอเอื้อยเป็นบ้านสวนอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้ขนาดใหญ่ เดิมพ่อกับแม่ของหมอเอื้อยเป็นครูที่เกษียณแล้วจึงมาใช้ชีวิตบั้นปลายโดยการเป็นชาวไร่ชาวสวนอย่างเรียบง่าย หมอเอื้อยเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านจึงถูกตั้งความหวังเอาไว้มาก รวมถึงถูกกดดันในเรื่องการมีคู่ครอง ที่ทางพ่อกับแม่ห่วงนักว่าเธอจะไปได้คนไม่ดีมาเป็นคู่ ธนา ลูกชายของเพื่อนสนิทที่เห็นและรู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ เลยเป็นคนที่เฟอร์เฟ็คที่สุดหากจะเลือกมาเป็นลูกเขย

                “พ่อเธอยิงปืนแม่นมั้ยแรดน้อย”

                “ทำไม เป็นทหารกลัวปืนหรอคะ” หมอเอื้อยถามกลับขณะนั่งรถกับเขากลับบ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ

                “ก็...จะได้หาทางหนีทีไล่เอาไว้”

                “โอ๊ย บ้านฉันเป็นสวนผลไม้ มีต้นไม้ให้ผู้พันวิ่งหลบกระสุนเยอะแยะไม่ต้องห่วง”

                “อ้อ ฉันควรจะสบายใจได้งั้นสิ” ผู้พันคีรินทร์ว่า “ไม่ห่วงผัวเลยนะแรดน้อย เดี๋ยวก็ได้เป็นม่ายก่อนแต่งหรอก”

                “ดี จะได้หาผัวใหม่”

                เอี๊ยดดดด หมอเอื้อยแทบจะหน้าทิ่มเข้ากับคอลโซนรถเมื่อจู่ๆ เขาก็เบรกรถอย่างกะทันหัน สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อก่อนหน้านี้กลับมานิ่งเฉยอีกรอบและเคร่งขรึมจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

                “ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้เธอกล้าพูดเรื่องหาผัวใหม่หรอยัยแรดน้อย”

                “ฉะ...ฉันล้อเล่น...”

                “แต่ฉันไม่ตลก” ผู้พันคีรินทร์ยังคงทำหน้าเหี้ยมไม่เลิกแล้วโน้มตัวเข้ามาหาแรดน้อยของเขาจนเธอต้องรีบถอยกรูไปจนชนเข้ากับประตูรถ “อย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะฉันไม่ชอบ เธอเป็นเมียของฉันก็ต้องรักแค่ฉันคนเดียว แล้วก็เลิกทำหน้างอใส่ฉันได้แล้ว เดี๋ยวเห็นเธอทำหน้างอใส่ฉันไม่เลิกแบบนี้พ่อกับแม่เธอได้หาว่าฉันบังคับข่มขืนเธอกันพอดี”

                “ก็ฉันยังโกรธผู้พันอยู่นี่” หมอเอื้อยว่าแล้วก็เชิดหน้าหนีอีกฝ่าย “ผู้พันทำร้ายจิตใจเพื่อนของฉัน ผู้พันใจร้ายกับยัยแก้ม”

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

                “ไม่รู้ล่ะ ใครทำเพื่อนฉัน ฉันโกรธหมดแหละ”

                “นี่! เพื่อนเธอน่ะมันก็น้องสาวฉันนะ ตกลงยัยแก้มเป็นน้องใครกันแน่ระหว่างเธอกับฉัน”

                “พวกฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ สนิทแล้วก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเยอะ ถึงไม่ใช่พี่น้องก็เหมือนกับพี่น้องแหละ”

                “โอเคๆ ฉันยอมรับในมิตรภาพที่สวยงามของพวกเธอก็ได้ ก็ฉันบอกเธอหลายรอบแล้วไงว่าฉันขอโทษที่พูดกับยัยแก้มแบบนั้นเรื่องหลานน่ะ เธอจะเลิกโกรธฉันได้แล้วรึยัง กลับมาเรียกฉันว่าผัวขาแบบเมื่อคืนนี้ได้แล้ว”

                “ฉันไม่เรียก” หมอเอื้อยทำปากยื่นใส่เขาอีกอย่างกวนๆ ผู้พันคีรินทร์จึงขยับเข้าไปหาเธอจนใกล้มากกว่าเดิมแล้วซบเข้ากับแก้มนวลจนหมอเอื้อยแทบจะกลั้นหายใจเลยทีเดียว

                “เรียกสิ เธอต้องเรียก” เขาไม่สั่งอย่างเดียว หากแต่ใบหน้าคมเข้มกลับซุกเข้ากับซอกคอหอม ค่อยๆ จูบแทะเล็มเธอแผ่วๆ จนหมอเอื้อยขนลุกเกลียว แล้วก็รีบดึงมือเอาออกจากใต้กระโปรงสั้นของตัวเอง

                “ไม่เรียก...อ๊ะ!!!” คนดื้อสะดุ้งขึ้นมาเมื่อมือแกร่งที่ยังคงสอดเข้ามาใต้กระโปรงค่อยๆ สอดนิ้วเข้ามาในกางเกงชั้นในของเธอด้วย “ฉันเจ็บนะ” เธอว่าเพราะยังรู้สึกระบมไม่หาย แต่เพียงแค่เขาแตะนิดๆ หน่อยๆ เธอก็แฉะจนฉ่ำไปหมดแล้ว

                “ไม่เอาผู้พันเดี๋ยวมีคนมาเห็น”

                “ใครจะเห็น เย็นขนาดนี้แล้ว ยิ่งต่างจังหวัดแบบนี้คนยิ่งไม่มี” เขาว่า เพราะสองข้างทางเป็นป่าหญ้าคาสูง แต่เพื่อความปลอดภัยเขาจึงขับรถเข้าไปจอดอยู่กับพงหญ้าคาสูงข้างทางก่อนจะปลดเข็มขัดกางเกงตัวเองออกแล้วอุ้มเอาร่างบางเข้ามานั่งคร่อมเขาเอาไว้บนตัก หมอเอื้อยจึงรีบยกมือขึ้นผลักอกแกร่งหนี บนรถเนี่ยนะ

                “อยู่ป่าห่างผู้หญิงมานานรึไงถึงได้อดอยากขนาดนี้แม้แต่บนรถข้างทางก็ยังไม่เว้น”

                “ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เธอมารัก มาเป็นเมียฉัน” เขาซุกไซ้อกเธอผ่านเสื้อแขนกุดเข้ารูปสีแดง มือแกร่งก็รั้งกระโปรงของเธอขึ้นมาจนถึงเอว

                “ไม่เอาผู้พัน รีบกลับบ้านเถอะเดี๋ยวจะค่ำมืดเอา”

                “เรียกฉันว่าผัวขาก่อน”

                “โอ๊ย!” หมอเอื้อยว่าอย่างรำคาญกับมือปลาหมึกของเขา จับและบีบขย้ำมาทีไม่คิดจะถนอมเธอเลย เธอจะช้ำไปทั้งทั้งตัวแล้วนะเนี่ย “ฉันเรียกก็ได้ ผัวขา พอใจรึยัง” เธอกระแทกเสียงใส่ เขาจึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

                “ฉันเป็นผัวขา ส่วนเธอเป็นเมียจ๋า...ไหนทำหน้าที่ของเมียซิ”

                “ฮะ! ก็ไหนว่าเรียกผัวขาแล้วจะปล่อยไง”

                “ฉันบอกตอนไหนว่าเรียกแล้วจะปล่อยยัยแรดน้อย ไม่ว่าเธอจะเรียกหรือไม่เรียกฉันก็จะจับเธอกินอยู่ดีฮ่าๆๆ” กำปั้นเล็กๆ เตรียมๆ จะทุบลงมาที่ไหล่กว้างแต่เก็ต้องชะงักแล้วเปลี่ยนจากทุบไหล่ของเขามาเป็นกอดรอบคอเขาเอาไว้ทันทีเมื่อเขารั้งกางเกงชั้นในตัวน้อยของเธอออกแล้วสอดประสานรักเข้ามาจนเธอตั้งตัวรับแทบจะไม่ทัน

                “...มะ...ไม่เอา อ๊า!!!

                “ก็จะเอา” เขาว่าอย่างเอาแต่ใจแล้วปรับเบาะรถถอยไปด้านหลังเพื่อให้พื้นที่กว้างมากขึ้นก่อนจะสอดประสานรักเธออย่างหิวกระหาย กดสะโพกของเธอเข้ากับความแข็งแกร่งจนร่างบางต้องซุกอกกอดรอบคอเขาเอาไว้แน่น

                “จะเรียกฉันว่าผัวขาได้อีกรึยัง เมื่อกี้นี้ไม่นับนะ เธอไม่ได้ตั้งใจเรียกเลย” เขาถามอีกเมื่อหมอเอื้อยถูกความเสน่หาของเขารบเร้าจนตอนนี้เธอเป็นฝ่ายขยับสะโพกเข้าหาเขาเองแล้ว เขาก็เลยปรับเบาะรถเอนนอนเพื่อทอดมองร่างบางแสนสวยกำลังขยับกายควบเขาอยู่อย่างเป็นจังหวะ เขาชอบเสียงครางหวานๆ ของเธอจัง ยิ่งฟังก็ยิ่งเร้าอารมณ์

                “อ่ะห์...อื้มมม ซี๊ดดดดด” แม่แรดน้อยครางออกมาไม่หยุด มือเล็กๆ เกาะไหล่ของเขาเอาไว้แน่น เธอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองขณะสูดปากครางอย่างเสียวสะท้านแล้วแอ่นอกอวบเข้าหาเขาอย่างปรารถนา

                “ผู้พัน...อ๊า!!! ผัวขา...ไม่ไหวแล้ว อ๊า!!!

                “เรียกแบบนี้แต่แรกก็จบ อ่าห์...สมกับเป็นแรดน้อยของฉันจริงๆ” ผู้พันคีรินทร์บอกเมื่อร่างบางกระตุกตัวออกมาอย่างแรงเมื่อเธอเสร็จสมกับบทรักนี้ก่อนจะฟุบตัวลงมากับอกเขา เขาก็เลยจับเธอนอนคว่ำลงไปกับเบาะรถแล้วขยับเข้ามาซ้อนหลังเธอเอาไว้เพื่อสอดประสานรัก

                “อยู่เฉยๆ นะเด็กดี ฉันจะรีบจบเกมให้เร็วที่สุด แล้วคืนนี้เราค่อยต่อชุดใหญ่แบบคืนนี้กัน” เขาโน้มตัวลงมากระซิบบอกเธอแล้วเร่งเร้าสะโพกสอบเข้าหาเธออย่างแรงจนหมอเอื้อยต้องกัดฟันเอาไว้แน่นเมื่อบทรักของเขามันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเนื้อนวลของเธอที่ระบมมาตั้งแต่เมื่อคืนแทบจะฉีดขาด การที่เธอเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะจะช่วยไม่ให้เจ็บตัวมาก ไม่รู้ว่าทหารเป็นแบบนี้หมดทุกคนรึเปล่า แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือทหารอย่างเขาช่างมีลีลารักที่รุนแรงและหนักหน่วงเหลือเกิน เพราะเขาบอกว่าจะรีบจบเกมให้เร็วที่สุด ทุกๆ การเคลื่อนไหวของเขาจึงเสมือนกับอัดแรงทั้งหมดที่มีกระแทกเข้าหาเธอจนเธอไม่อาจหยุดเปล่งเสียงครางได้ และเพราะความรุนแรงนี้จึงทำให้รถจิ๊บคันสวยของเขาถึงกับโคลงไปมาท่ามกลางป่าหญ้าคาเลยทีเดียว

 

                ร่างบางก้มหน้างุดไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกเมื่อเขาขับรถต่อไปยังบ้านของเธอ แก้มนวลแดงปลั่งอย่างน่ารักน่ามอง คนที่ขับรถอยู่หันมามองเธอยิ้มๆ เป็นพักๆ เมื่อแรดน้อยของเขาถูกเขาปราบจนสิ้นฤทธิ์แล้ว พอหมดฤทธิ์แล้วน่ารักขึ้นเป็นกองเลยแฮะ น่ารักจนน่าแกล้งอีกจัง

                “ต่อไปนี้อยากจะดื้อก็ดื้อได้ แต่ถ้าฉันดุต้องเชื่อฟังนะเข้าใจมั้ย” เขายื่นมือมาลูบศีรษะของเธอเบาๆ “ฉันรักเธอนะ แรดน้อยของฉัน” พอเขาบอกรักหมอเอื้อยก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะขยับกายเข้ามากอดร่างสูงเอาไว้อย่างแสนรัก

                “ฉันก็รักผู้พันค่ะ รักนะคะผัวขา” เธอกลับมาก๋ากั่นเหมือนเดิม จูบแก้มเขาเสียฟอดใหญ่ด้วยผู้พันคีรินทร์จึงเอียงตัวมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ ความน่ารักสดใสละลายน้ำแข็งในใจของเขาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

                ตื๊ดดดดดด ตื๊ดดดดดดดด

                “ใครโทรมา แก้มรึเปล่า” เขาถามขึ้นเมื่อหมอเอื้อยหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาโดยที่ยังกอดเขาอยู่

                “แม่ฉันโทรมา” เธอเงยหน้าขึ้นบอกเขาก่อนจะกดรับสายเพราะก่อนหน้านี้เธอได้โทรบอกที่บ้านแล้วว่าจะมีแขกมากินข้าวเย็นด้วย

                “ค่ะแม่ เอื้อยกำลังไป...เออ แวะทำธุระระหว่างทางนิดหน่อยค่ะเลยมาช้า” เธอพูดสาย แก้มนวลแดงระเรื่อไปหมดจนผู้พันคีรินทร์แอบขำกับธุระข้างทางที่เธอว่า

                “อะไรนะคะ!!! ครอบครัวพี่ธนาก็มางั้นหรอ” คราวนี้เธอรีบหันมามองหน้าผู้พันคีรินทร์ทันทีเมื่อผู้เป็นแม่บอกว่าตอนนี้ธนากับครอบครัวของเขามารออยู่ที่บ้านแล้ว เขาคงต้องเอาเรื่องที่แม่สอดมาบอกพ่อกับแม่เธอแน่ๆ เลย

                “เอื้อยใกล้จะถึงแล้วล่ะค่ะ ไม่เกิดสิบห้านาทีก็ถึง แค่นี้ก่อนนะคะ” เธอรีบวางสายแล้วนั่งนิ่งอยู่กับที่เมื่อรู้ว่าครอบครัวของธนามา บ้านนี้ก็อยากได้เธอไปเป็นสะใภ้เหมือนกัน เพราะแบบนี้ไงงานหมั้นถึงได้มีการเร่งรัดขึ้นอย่างกะทันหัน นี่เธอจะปฏิเสธอีกฝ่ายยังไงดีเพื่อไม่ให้ครอบครัวของธนารู้สึกไม่ดีกับเธอ ถึงเธอจะไม่อยากเป็นสะใภ้ของบ้านเขาแต่ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวก็มีไมตรีที่ดีให้กันตลอด เธอเองก็รักและเคารพพ่อกับแม่ของธนามากเหมือนกัน เธออยากเป็นแค่ลูกหลาน ไม่ใช่ลูกสะใภ้

                “ครอบครัวคู่หมั้นก็มาบ้านเธอหรอ”

                “ค่ะ ฉันควรทำยังไงดีคะ” เธอหันมาถามคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งเขาไม่ได้มีท่าทีจะตกใจหรือกังวลอะไรเลย

                “ไม่ต้องทำไง ก็ทำตัวตามปกติ ยัยแก้มเล่าว่าครอบครัวของเธอกับไอ้นายธนานั่นสนิทกันมากใช่มั้ย ฉันรับรองน่าว่าจะไม่ทำให้สองครอบครัวผิดใจกันหรอก เรื่องความรักมันบังคับใจกันได้ที่ไหน”

                “แต่ว่า...”

                “นายธนาอะไรนั่นทำงานอะไร เรียนจบอะไรมา” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น

                “เรียนจบบริหาร ตอนนี้ยังไม่ได้ทำงาน แค่ช่วยงานที่บ้านของพี่เขาเฉยๆ”

                “งานที่ร้านทองน่ะนะ”

                “ใช่”

                “แล้วกับฉันที่เป็นทหารยศสูงแบบนี้ หน้าที่การงานก็มั่นคงแบบนี้ มีหน้ามีตาไม่อายใครๆ ฉันมีอะไรด้อยไปกว่าไอ้นายธนานั่น”

                “ก็พี่ธนาเขาเป็นลูกชายเจ้าของร้านทองนี่ ฉันก็กลัวว่าพ่อกับแม่จะชอบเขามากกว่าผู้พัน”

                “ลูกชายเจ้าของร้านทอง ไม่ใช่เจ้าของร้านทองซักหน่อย คนที่รวยน่ะคือพ่อกับแม่มันนู่นไม่ใช่มัน โตจนป่านนี้แล้วยังเกาะพ่อแม่อยู่อีกจะเอาปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงเธอ”

                “ผู้พันอย่ายอมให้ใครมาแย่งฉันไปนะ”

                “เธอเป็นเมียฉันนะแรดน้อย นอกจากฉันจะมีหน้าที่การงานที่เหนือกว่ามันแล้วฉันยังได้เธอเป็นเมียแล้วอีก ต่อให้พ่อกับแม่เธอไม่ชอบฉันยังไงก็ปฏิเสธฉันไม่ได้แล้ว”

                ก็จริงของเขา ดูๆ แล้วพี่ธนาสู้อะไรเขาไม่ได้เลย เขามีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีหน้ามีตาพร้อม มีชื่อเสียงในกองทัพ มีความเป็นผู้นำสูงและปกป้องเธอได้ แต่พี่ธนาเป็นเพียงแค่ลูกเจ้าของร้านทองแต่มีอนาคตที่ไม่แน่นอน ยังไงเขาก็สู้ผู้พันคีรินทร์ของเธอไม่ได้อยู่แล้ว

                บ้านของหมอเอื้อยเป็นสวนผลไม้ขนาดใหญ่ของจังหวัดและมีที่นาอีกหลายร้อยไร่ เรียกได้ว่าเป็นเกษตรกรเต็มตัวและมีฐานะไม่ได้น้อยหน้าใครด้วย คงจะเพราะเป็นลูกสาวคนเดียว มีมรดกที่ดินมากมายมหาศาลแบบนี้ล่ะมั้งครอบครัวของธนาถึงอยากได้ไปเป็นสะใภ้ ไหนจะเป็นหมอ พ่อกับแม่ก็เคยรับราชการเป็นครูอีก โปรไฟล์ดีขนาดนี้ครอบครัวของธนาจะไม่สนใจได้อย่างไรกัน แล้วสวยมากขนาดนี้นะ เฮอะ! แรร์ไอเทมดีๆ นี่เอง ผู้พันคีรินทร์คิดเมื่อขับรถเข้าไปในบริเวณบ้านของเธอ

                ตัวบ้านของหมอเอื้อยเป็นบ้านไม้ทรงไทยกึ่งประยุกต์ ใต้ถุนบ้านยกสูง พื้นฉาบปูนโล่งเป็นระเบียบ มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับรับแขกและนั่งเล่น ส่วนชั้นบนของบ้านเป็นไม้สักปูพื้นกระเบื้องสไตส์บ้านทรงไทยจริงๆ รอบๆ ตัวบ้านเป็นสวนผลไม้รายล้อม ร่มรื่นและน่าอยู่อาศัยมาก ทันทีที่ผู้พันคีรินทร์จอดรถที่หน้าตัวบ้านของเธอเสียงสุนัขสามสี่ตัวก็เห่าขึ้น ซึ่งหมอเอื้อยบอกว่าเป็นสุนัขที่เลี้ยงเอาไว้เฝ้าสวน เฝ้าบ้านตามแบบบ้านในต่างจังหวัดทั่วไป ร่างบางเดินลงมาจากรถแล้วเข้ามายืนข้างๆ เขา กอดแขนของเขาเอาไว้แน่น ผู้พันคีรินทร์จึงเอื้อมแขนอีกข้างมากอดเธอเอาไว้เมื่อรู้ว่าเธอกำลังกังวล

                “เอาน่า อยู่กับฉันไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง” เขายิ้มบอกให้เธอได้สบายใจขึ้น หมอเอื้อยจึงยิ้มรับ

                “โอเคค่ะผัวขา”

                “ยัยแรดน้อย” เขาหยิกแก้มเธออย่างหมั่นเขี้ยว

                “ถึงว่าสิแต่งชุดทหารมาเต็มยศแบบนี้” เธอมองชุดทหารสีกากีแกมเขียวของเขาที่เครื่องหมายต่างๆ บนอกเสื้อสะท้อนเข้ากับแสงไฟจนดูเปล่งประกายวิบวับแสบตา บุคลิกก็แลดูสง่างามสมกับเป็นผู้พันแห่งกรมทหารพรานจริงๆ

                “ได้ไง มาเจอพ่อตากับแม่ยายทั้งทีมันก็ต้องเตรียมพร้อมกันหน่อยเพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น ฉันมันกำพร้ามาตั้งแต่เด็กไม่ได้มีพ่อแม่คอยอุ้มชูส่งเสริมก็ต้องใช้ยศตำแหน่งนี่แหละอุ้มชูส่งเสริมตัวเอง”

                “ผู้พันของฉันเป็นคนเก่ง ต้องเอาชนะใจพ่อกับแม่ฉันได้อยู่แล้ว” เธอบอก ก่อนจะกอดแขนของเขาเดินขึ้นบ้านเมื่อได้ยินเสียงผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกันอยู่

                ที่ชั้นบนของบ้านตรงจุดโซฟารับแขกมีพ่อกับแม่ของหมอเอื้อยนั่งกันพร้อมหน้ากับพ่อและแม่ของธนา ตอนแรกหมอเอื้อยก็นึกว่าจะมีกันแค่นี้ แต่ที่ไหนได้ยังมีครอบครัวของลุงกับอาเธออยู่ด้วยอีก โอย นี่มันวันรวมญาติกันรึยังไงล่ะเนี่ย ขนมาทำไมกันตั้งเยอะแยะมากมายแบบนี้ หมอเอื้อยถึงกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อในขณะที่ทุกคนในบ้านหันมาจ้องเธอกับใครอีกคนที่เธอจับมือเขาเอาไว้อยู่ ทุกคนประหลาดใจกันไม่น้อยเมื่อเห็นลูกหลานเดินขึ้นมาบนบ้านพร้อมกับนายทหารหนุ่มหน้าตาคมเข้มหล่อเหลาและสง่างาม ยศบนบ่าของเขาบ่งบอกว่าเป็นพันตรี เครื่องหมายต่างๆ บนหน้าอกเสื้อแสดงถึงความเก่งกล้าและความสามารถทางด้านการทหารอย่างน่าเกรงขาม สายตาของเขาคมชวนให้ใบหน้าดูดุดันอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อยามเขาหันมามองหมอเอื้อยแววตาของเขากลับมีแต่ความอ่อนโยนและความรักเอ็นดูมอบให้เธอ

                “เอื้อย!” กานดา แม่ของหมอเอื้อยเรียกลูกสาวของตนขึ้นทันทีแล้วก็มองมาทางนายทหารหนุ่มที่ยังคงจับมือของเธอเอาไว้อยู่ หมอเอื้อยเห็นทุกคนกำลังจับจ้องมาที่เขากับเธอจึงได้แต่ยิ้มบางๆ ให้พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ทุกคน

                “สวัสดีค่ะ เออ...พ่อคะ แม่คะ นี่...”

                “ผมพันตรีคีรินทร์ วัฒกุลครับ เป็นสามีของเอื้อย”

                พรวด!!! ลุงของหมอเอื้อยและพ่อของธนาถึงกับพากันพ่นน้ำที่กำลังดื่มออกมากันทันทีที่ได้ยินนายทหารหนุ่มแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นสามีของหลานสาวตัวเอง หมอเอื้อยเองก็ได้แต่มองเขาอึ้งๆ เธอตั้งใจจะบอกว่าเขาเป็นแฟนของเธอต่างหาก แต่เขากลับโพล่งออกมาแบบนี้ซะก่อน

                “สามี...หมายความว่ายังไงกัน” ชัยโรจน์ พ่อของหมอเอื้อยถามขึ้นเสียงดุทันทีแล้วจ้องลูกสาวอย่างเอาเรื่อง ร้อยวันพันปีไม่เคยรู้ว่าเธอมีแฟน อยู่ๆ ก็พาทหารที่ไหนมาก็ไม่รู้แล้วมาแนะนำตัวว่าเป็นผัวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน

                “ลุงเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเอื้อยมีแฟนแล้ว” ชยันต์หันมาพูดกับหลานสาวยิ้มๆ แล้วมองนายทหารหนุ่มอย่างชื่นชมเพราะตอนหนุ่มๆ ตัวเองก็เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นทหารเหมือนกัน

                “ผู้พันคะ นี่พ่อกับแม่ฉันค่ะ” หมอเอื้อยไม่รู้จะตอบคำถามยังไงดีเลยหันมาแนะนำครอบครัวของเธอให้เขารู้จักแทน “นี่ลุงชยันต์กับป้านภา ลุงกับป้าของฉันแล้วก็อาชมพู่ค่ะ ส่วนทางนี้เป็นคุณลุงดิศรณ์กับป้าหลิน เป็นพ่อกับแม่ของพี่ธนา”

                พอเธอแนะนำเสร็จผู้พันคีรินทร์ก็ยกมือขึ้นไหว้ทุกคนอย่างไม่ถือยศอะไร ถึงจะดูมีความเป็นผู้นำจนน่าเกรงขามยังไงแต่เขาก็อ่อนน้อมได้อย่างน่าชื่นชมให้หมอเอื้อยได้แต่ยิ้มหวานมองเขาอย่างภูมิใจในตัวคนรักของตัวเอง

                “จะตอบได้รึยังว่าที่บอกว่าเป็นสามีน่ะ มันหมายความว่ายังไงเอื้อย” ชัยโรจน์ยังคงเค้นถามลูกสาวเสียงดุ ผู้พันคีรินทร์จึงเป็นคนตอบขึ้นมาแทนเธอ

                “ผมกับเอื้อยเรารักกันครับ เราคบเป็นแฟนกันแล้วก็...ได้เสียกัน ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาแสดงความรับผิดชอบและขอขมาครับ ผมรักเอื้อย ผมอยากได้เอื้อยมาเป็นเมียของผม หากคุณพ่อคุณแม่จะกรุณาผมจะรีบให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอเอื้อยให้ถูกต้องตามประเพณี”

                “แม่ชมพู่ ช่วยฉันที ฉันจะเป็นลม” กานดาถึงกับกวักมือเรียกน้องสาวของสามีมาช่วยประคองตัวเองเอาไว้เมื่อได้ยินว่าลูกสาวของตนได้เสียกับนายทหารหนุ่มตรงหน้า หมอเอื้อยจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดประคองแม่เอาไว้แทนพร้อมกับหยิบยาดมมาปฐมพยาบาล

                “พ่อจ๋า แม่จ๋า เอื้อยขอโทษนะที่ทำตัวแบบนี้ แต่ว่าเอื้อยรักผู้พัน รักมาตั้งนานแล้ว พ่อกับแม่เข้าใจเอื้อยแล้วก็ยกโทษให้เอื้อยด้วยนะ”

                คนเป็นพ่อฟังลูกสาวบอกแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันกลับมามองนายทหารหนุ่มที่อ้างว่าเป็นลูกเขยของเขาแล้วตรงหน้า สีหน้าของนายทหารหนุ่มนิ่งเรียบอย่างคาดเดาความรู้สึกของเขาไม่ออก แต่น้ำเสียงของเขาตอนที่บอกว่าตนเป็นอะไรกับหมอเอื้อยและการบอกรักฟังดูหนักแน่นและจริงจัง ผู้ชายมองเพียงแค่ตากันก็รู้ว่าเขาไม่ได้โกหกและเขารักหมอเอื้อยจริงๆ สมกับเป็นทหาร กล้าทำก็กล้ายอมรับและรับผิดชอบ ดูเป็นคนตรงๆ ดี

                “ไปรู้จักกันได้ยังไง” ชัยโรจน์หันมาถามลูกสาวของตนบ้าง ที่เธอบอกว่ามีคนรักแล้วก็หมายถึงนายทหารคนนี้สินะ

                “รู้จักมาเป็นสิบกว่าปีแล้วค่ะพ่อ ผู้พันเป็นพี่ชายแท้ๆ ของยัยแก้ม”

                “อะไรนะ!!! นี่พี่ชายหนูแก้มหรอกหรอเนี่ย” กานดาว่าแล้วมองหน้าลูกเขยตนอีกที ซึ่งพอมองดีๆ ก็มีความคล้ายกับราชาวดีอยู่เหมือนกัน

                “อ้าว พี่ชายหนูแก้มหรอ แหม งั้นก็คนกันเองสิเนี่ย” ชยันต์ว่าขึ้นเพราะรู้จักราชาวดีกันดีทั้งบ้าน เด็กสาวแสนเรียบร้อย อ่อนโยน บอบบางและน่าทะนุถนอม ใครเห็นก็เป็นต้องรักเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานทั้งนั้น

                “ครับ แก้มเป็นน้องสาวของผม เอื้อยกับน้องของผมเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมก็เลยได้รู้จักกับเอื้อยด้วย” ผู้พันคีรินทร์ตอบ ไม่คิดว่าพอทุกคนรู้ว่าเขาเป็นพี่ชายของราชาวดี สถานการณ์ที่กำลังตึงเครียดก็ดูจะผ่อนคลายลง แก้มเอ้ย! ความดีและความอ่อนโยนของเราช่วยพี่เอาไว้แท้ๆ เขานึกถึงน้องสาวขึ้นมา

                “ถึงหนูแก้มแกจะเป็นเด็กกำพร้า แต่ก็เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่น่ารักมาก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนโยน เรียนก็เก่งจนได้เป็นหมอชื่อดัง คนที่เลี้ยงหนูแก้มมาตั้งแต่เล็กจนโตได้แบบนี้ต้องเป็นคนที่เก่งมากแน่ๆ” นภา ป้าของหมอเอื้อยหันมาบอกกับสามีของตัวเอง หมอเอื้อยจึงรีบพยักหน้ารับตาม

                “จริงค่ะป้าภา ผู้พันเป็นคนที่เก่งมาก ผู้พันเป็นคนเลี้ยงดูส่งเสียยัยแก้มมาตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงทุกวันนี้ เป็นพี่ชายแต่ดูแลน้องดีเหมือนกับพ่อดูแลลูกเลยนะคะ เพราะแบบนี้ไงเอื้อยถึงมั่นใจว่าถ้าเอื้อยฝากชีวิตเอาไว้กับผู้พันแล้ว ผู้พันก็จะดูแลเอื้อยดีมากเหมือนกัน” หมอเอื้อยหันมายิ้มให้กับคนรัก สบตาอย่างมั่นใจในตัวเขา ขนาดน้องสาวเขายังดูแลดีขนาดนี้ ถ้าเป็นคนรักของเขาหรือในอนาคตมีลูกด้วยกันล่ะ เขาจะดูแลเธอกับลูกดีมากแค่ไหน

                “เอื้อยรักผู้พัน เอื้อยอยากแต่งงานกับผู้พันค่ะ” เธอย้ำความต้องการของตัวเองอีก พ่อกับแม่ของเธอเลยได้แต่มองหน้ากัน พวกเขาก็รู้จักกับราชาวดีมาเป็นอย่างดี รักเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ราชาวดีก็เคยบอกว่าเธออยู่กับพี่ชายสองคน พี่ชายของเธอเป็นคนคอยดูแลเลี้ยงดูเธอทุกอย่าง ทั้งสองก็เพิ่งจะได้รู้จักกับพี่ชายของเธอก็วันนี้นี่แหละ ขนาดน้องสาวเขายังดูแลดีแบบนี้ หน้าที่การงาน ยศตำแหน่งก็ใหญ่โตไม่น้อยหน้าใคร ถ้าได้เขามาช่วยดูแลหมอเอื้อยก็คงจะไม่มีอะไรน่าห่วงอีก แต่ว่า...

                “แต่เรายกเอื้อยให้หมั้นหมายกับธนาไปแล้วนี่” กานดาบอกกับสามี ชัยโรจน์ก็เลยกันมาทางเพื่อนของตนที่นั่งฟังเรื่องราวอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ หมอเอื้อยเห็นดังนั้นก็เลยรีบลุกขึ้นเข้าไปกอดแขนของผู้พันคีรินทร์เอาไว้แน่นทันที

                “แต่เอื้อยก็ยังไม่ได้หมั้นนี่คะ มันเป็นแค่คำพูดกันเองของผู้ใหญ่” เธอว่า “อีกอย่าง...เอื้อยมีสามีแล้ว เอื้อยไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วยังอยากจะได้เอื้อยไปเป็นสะใภ้อีกหรอคะคุณลุง คุณป้า” คนเป็นหมอสูตินารีพูดออกมาตรงๆ จนผู้พันคีรินทร์แอบขำ จากนั้นเธอก็หันมาทางธนาที่นั่งเงียบมาโดยตลอดอยู่

                “เอื้อยรู้จักกับพี่ธนามาตั้งแต่เด็ก เอื้อยรักและเคารพพี่ธนาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเอื้อยมาโดยตลอด จนบางทีก็หลงลืมไปเผลอคิดไปว่าพี่ธนาเป็นพี่ชายแท้ๆ ร่วมสายเลือดของเอื้อยด้วยซ้ำ จะให้เอื้อยแต่งงานกับพี่ธนาเอื้อยทำใจยอมรับไม่ได้หรอกค่ะ เอื้อยรักผัวของเอื้อย เอื้อยไม่ได้รักพี่ธนาซักหน่อย” ชยันต์แทบจะสำลักน้ำออกมาอีกรอบกับความก๋ากั่นของแม่หลานสาวเพียงคนเดียวของตน เอื้อยรักผัวของเอื้อย หนุ่มสาวสมัยนี้นี่ช่างพูดตรงไม่อ้อมค้อมดีแฮะ

                เมื่อหมอเอื้อยพูดซะขนาดนี้แล้วใครจะไปกล้าทักท้วงอะไรได้อีก ยิ่งผู้พันคีรินทร์จ้องหน้าธนาอย่างเอาเรื่อง ธนาก็แทบจะไม่กล้าดึงดันจะสู้อะไรด้วย สุดท้ายเรื่องการหมั้นหมายที่กำลังจะเกิดขึ้นผู้ใหญ่ก็เลยพูดคุยกันใหม่เป็นให้ยกเลิกงานหมั้นทุกอย่างแทน ซึ่งลึกๆ แล้วฝ่ายครอบครัวของหมอเอื้อยก็รู้สึกยินดีที่จะได้ผู้พันคีรินทร์มาเป็นเขยของบ้านมากกว่า เพราะเขามีภาวะความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าธนาที่ยังต้องอาศัยพ่อกับแม่อยู่ อีกอย่างหมอเอื้อยก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยอย่างราชาวดี คนที่ก๋ากั่น มั่นใจในตัวเองสูงอย่างเธอก็คงจะมีแค่ผู้พันคีรินทร์เท่านั้นที่คุมอยู่ ระหว่างคนที่มีพ่อแม่รวยกับคนที่สามารถดูแลชีวิตลูกสาวของตนได้เป็นอย่างดี ทุกคนในครอบครัวของหมอเอื้อยจึงยอมรับผู้พันคีรินทร์ในฐานะของลูกเขยได้ไม่ยาก

                “ผู้พัน อย่าลืมซื้อของไปเซ่นไหว้น้องนางไม้ที่ฐานเยอะๆ นะ ยศบนบ่าของผู้พันไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่ากับน้องนางไม้ที่ฐานหรอก ดูซิ พอรู้ว่าผู้พันเป็นพี่ชายที่เลี้ยงยัยแก้มมาเท่านั้นแหละ คนบ้านฉันก็เอ็นดูผู้พันขึ้นมาทันทีเลย” หมอเอื้อยว่าพลางเอียงไหล่ไปชนกับไหล่หนาของเขาขณะกินมื้อเย็นด้วยกันกับครอบครัวของเธอ ส่วนครอบครัวของธนานั้นขอตัวกลับไปก่อนเพราะรู้กันดีว่าลูกชายตนไม่มีอะไรสู้นายทหารหนุ่มได้ ซ้ำหมอเอื้อยยังเป็นเมียของเขาแล้วอีก การจะแย่งชิงเอาเธอมาเป็นสะใภ้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

                “แล้วหนูแก้มเป็นยังไงบ้าง สบายดีนะ ไม่ได้เจอนานคิดถึงจังเลย” กานดาหันมาถามผู้พันคีรินทร์ แต่หมอเอื้อยกลับเป็นคนตอบขึ้นมาแทน

                “เอื้อยว่าเราต้องเตรียมหาของมารับขวัญหลานกันแล้วนะคะรู้มั้ย ยัยแก้มท้องแล้วค่ะ”

                “จริงหรอ” ทุกคนว่าขึ้นพร้อมกัน แล้วก็ดูจะดีใจกันมากด้วยที่ได้ข่าวว่าราชาวดีท้อง ผู้พันคีรินร์เลยได้แต่มองยิ้มๆ ดีใจที่ทุกคนรักน้องสาวของเขาแบบนี้

                “งั้นเอื้อยก็ต้องเป็นคนทำคลอดให้เพื่อนใช่มั้ย”

                “แน่นอนค่ะอาชมพู่ เอื้อยจะเป็นคนทำคลอดให้ยัยแก้มเอง จะเป็นแม่ทูนหัวให้หลานด้วยค่ะ หลานคนแรกของเอื้อยเลยนะ”

                “อ้าวหรอ นึกว่าจะเป็นป้าให้หลานซะอีก” ชยันต์แซวหลานสาว เธอก็เลยหัวเราะคิกคักออกมาอย่างมีความสุข

                “น่าเสียดายนะที่ตอนวันแต่งงานหนูแก้มมีแค่ชมพู่คนเดียวที่ได้ไปเพราะตอนนั้นลุงชยันต์ป่วย ทุกคนในบ้านเลยต้องอยู่ดูแล เราเลยได้เห็นแค่รูปถ่ายตอนแต่งงานเท่านั้น ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว หล่อแล้วก็สวยเหมาะสมกันมากเลยนะ” นภาบอก ทุกคนจึงพยักหน้าเห็นด้วย

                “แล้วนี่จะกลับฐานวันไหนล่ะผู้พัน” ชัยโรจน์หันมาถามลูกเขยเมื่อเห็นผู้พันคีรินทร์เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ก็ยิ้มแย้มให้กับทุกคนในครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี

                “ว่าจะกลับพรุ่งนี้เลยครับ ความจริงเรื่องที่ยัยแก้มท้องผมเองก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน ตอนนี้ที่ชายแดนกำลังมีปัญหาผมไม่อยากทิ้งน้องเอาไว้ที่นั่น ก็คงต้องพาแก้มออกมาจากพื้นที่อันตรายก่อน ไว้เคลียร์เรื่องทุกอย่างเสร็จแล้วค่อยให้กลับไปทำงานที่ฐานต่อ”

                “ถ้าที่ชายแดนกำลังมีเรื่อง แล้วทำไมถึงไม่มีออกข่าวบ้างเลยล่ะ” กานดาถามอีก ผู้พันคีรินทร์พูดเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เลย เรื่องใหญ่ขนาดนั้นก็ต้องเป็นข่าวสิ

                “นี่เป็นราชการลับครับ ให้ประชาชนทั่วไปรู้มากไม่ได้ อีกอย่างเจ้าของปฏิบัติการนี้ก็ไม่ใช่หน่วยงานของทหารพรานผมเลยให้ข้อมูลอะไรมากไม่ได้ บอกได้แค่ว่าตอนนี้ที่ฐานแล้วก็แถบชายแดนแม่สอดกำลังไม่สงบ ผมต้องพาแก้มออกจากพื้นที่ให้ด่วนที่สุดครับ”

                “คุณพระคุณเจ้า งั้นต่อไปนี้เรามาสวดมนต์ขอพรพระให้หนูแก้มกับเหล่าทหารที่ชายแดนปลอดภัยกันทุกคนนะกานดา ชมพู่” นภาบอกน้องสะใภ้และน้องสาวของสามี สีหน้าทุกคนดูกังวลขึ้นอย่งเห็นได้ชัด

                “เอื้อยก็ว่าจะตามผู้พันไปที่ฐานนะคะ ยัยแก้มกำลังท้อง เอื้อยอยากไปดูแลยัยแก้มค่ะ ตอนนี้เอื้อยลางานเอาไว้ยาวเลย พ่อกับแม่ให้เอื้อยไปนะ” พอเธอขอ ชัยโรจน์กับกานดาก็มองหน้ากันทันที ผู้พันก็เพิ่งพูดไปหยกๆ ว่าที่ฐานตอนนี้ไม่ปลอดภัย แล้วเธอจะตามไปอีกทำไมกัน

                “ผมจะดูแลเอื้อยเองครับ ผมเองก็ไม่อยากให้เอื้อยอยู่ที่ฐานนานนักหรอก คงให้แค่เข้าไปรับแก้มที่ฐานออกมาอยู่ที่กรมทหารในตัวเมืองแม่สอดเท่านั้น” ผู้พันคีรินทร์บอกเมื่อเห็นว่าพ่อตากับแม่ยายของเขาดูจะห่วงลูกสาวมากจนไม่อยากจะให้ตามเขาไปที่ฐาน

                “จะไม่มีอันตรายอะไรแน่ใช่มั้ยคะผู้พัน” กานดาถามอีก เป็นห่วงลูกนัก ทั้งห่วงลูกสาวตัวเองแล้วก็ห่วงราชาวดีด้วย ไม่คิดว่าคนที่บอบบางแบบเธอจะใจกล้าไปทำงานอยู่ที่ชายแดนกับสามีแบบนั้น กำลังท้องกำลังไส้ด้วยแบบนี้ยิ่งน่าเป็นห่วง

                “ผมรับรองด้วยเกียรติของทหารเลยครับ ผมจะไม่ให้เอื้อยได้รับอันตรายอะไรแน่นอน ชีวิตของผมมีผู้หญิงเพียงสองคนเท่านั้นครับที่ผมรักแล้วก็ห่วงยิ่งกว่าชีวิต นอกจากแก้มก็มีแค่เอื้อยเท่านั้น  คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

                ได้ฟังเขายืนยันแบบนี้ทุกคนก็พอจะสบายใจขึ้นมาได้ ในขณะที่หมอเอื้อยกลับยิ้มแก้มปริที่รู้ว่าเธอคือหนึ่งในคนที่สำคัญสำหรับเขา คนอะไรน้อ ทั้งหล่อ ทั้งอบอุ่นแล้วก็น่ารักได้มากมายขนาดนี้ ชอบให้เรียกนักใช่มั้ยคำว่าผัวขาน่ะ ได้เลย เดี๋ยวจะเรียกเช้าเรียกเย็นให้ดูเลยคอยดูสิ

 

                ภาพถ่ายแต่ละใบที่ส่องดูกับแสงตะเกียงภายในห้องนอนทำให้ราชาวดีดูไปแล้วก็ยิ้มไปอยู่คนเดียว ก่อนจะหยิบอีกภาพขึ้นมาเทียบกับหน้าตาของเขาในตอนปัจจุบันซึ่งแลดูต่างกันลิบลับ หลังจากที่ผู้กองกรันณ์ฝากให้ขวัญตาล้างภาพตอนงานแต่งงานทั้งหมดแล้วส่งมาให้เขาที่ฐาน แม่น้องสาวตัวดีกลับทำเกินคำสั่งโดยการส่งภาพถ่ายของเขาตอนสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อย จปร. แล้วก็ภาพถ่ายของเขาตอนที่ฝึกหน่วยรบพิเศษหลักสูตรต่างๆ มาให้เป็นของแถมด้วย แล้วพอเมียรักขอดูใครเขาจะกล้าให้ แต่พอเธอทำหน้าดุใส่เท่านั้นล่ะเขาก็แทบจะหาพานมาวางถวายให้เธอแทบจะไม่ทัน รู้สึกเจ็บใจตัวเองยังไงก็ไม่รู้ ฝึกรบมาแทบตาย กล้าตายกล้าลุยในทุกสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็มาแพ้ให้กับมนุษย์เมียตัวเล็กๆ พิษสงอะไรก็ไม่มี แต่กลับมีพลังอำนาจแห่งความเป็นมนุษย์เมียที่มากมายจนเขาไม่อาจเทียบรัศมีเธอได้ เธอสั่งอะไรเขาเป็นต้องทำตามตลอด เคยฝืนใจจะหือกับเธออยู่หลายครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ต้องแพ้ราบคาบให้กับเธอตลอด แล้วดูสิ นี่เธอจะหัวเราะกับภาพของเขาตอนฝึกหลักสูตรเรนเจอร์อีกนานมั้ยเนี่ย

                “โห พี่รันตอนผมเกรียน เหมือนคนเพิ่งสึกจากพระมาเป็นทหารเลย” ดูแล้วก็ขำ ขำเสร็จก็แซวเขาอีก ชักจะเอาใหญ่แล้วนะน้องนางไม้

                “นี่ภาพตอนพี่รันกระโดดร่มนี่นา วิวสวยมั้ยคะ”

                “อยากรู้หรอ เดี๋ยวจะพาไปกระโดดดู” เขาบอก น้องนางไม้ที่นุ่งผ้าถุงกระโจมอกเพียงผืนเดียวจึงขยับเข้ามานั่งบนตักของเขา มือหนาหยาบๆ ของเขาจึงลูบไล้กายภายใต้ผ้าถุงของเธออย่างหลงใหลเพราะไร้ซึ่งชุดชั้นใน ซึ่งนี่เป็นชุดทำสงครามบนเตียงกับเขาในค่ำคืนนี้ นี่เขาก็ปล่อยให้เธอหัวเราะกับภาพถ่ายของเขาไปก่อนแหละ หัวเราะให้เต็มที่เพราะหลังจากนี้เธอจะได้ครางออกมาไม่หยุดจนกว่าจะเช้า

                “พอมายืนรวมๆ กันแบบนี้ก็ดูไม่ออกเหมือนกันนะคะเนี่ยว่าใครเป็นใคร” เธอว่าพลางยื่นภาพถ่ายของเขากับเหล่าเพื่อนๆ หน่วยซีลให้เขาดู ซึ่งภาพถ่ายนี้เป็นภาพหมู่วันพิธีปิดการฝึกและประดับเครื่องหมายฉลามเงินคู่เกลียวคลื่น ซึ่งนักเรียนที่ฝึกจะแต่งกายด้วยชุดทหารลายพราง ทาหน้าตาด้วยสีดำและเขียวแล้วก็ใส่หมวกแก็ปเหมือนกันหมดทุกคน อย่าว่าแต่เธอจะจำเขาไม่ได้เลย ขนาดพ่อกับแม่ของเขาแท้ๆ วันที่เขาฝึกเสร็จแล้วมีญาติๆ ของนักเรียนมาร่วมพิธีปิดการฝึก พ่อกับแม่ของเขายังจำเขาไม่ได้เลย นี่ถ้าขวัญตาไม่แหกปากตะโกนเรียกชื่อเขาลั่นงานแล้วก็กระโดดเหยงๆ ไปมาเขาก็คงเดินตามหาพ่อกับแม่อยู่อีกนาน

                “อะไรกัน ผัวตัวเองนอนกอดอยู่ทุกคืนยังจะจำไม่ได้อีก”

                “ก็ดูไม่ออกจริงๆ นี่คะ ทาหน้ากันซะขนาดนี้” เธอว่าแล้วพยายามเพ่งมองภาพถ่ายอีกครั้งว่าเขาคือคนไหนในภาพ แต่ยังไม่ทันจะดูรู้เลยผู้กองกรันณ์ก็เป็นคนชี้บอกเธอเองว่าเขาคือคนไหน

                “ทำไมรีบเฉลยล่ะคะ แก้มยังดูไม่ละเอียดเลย”

                “ตอนกลางคืนแสงไม่เพียงพอ อย่าเพ่งมองอะไรมากๆ เดี๋ยวสายตาจะเสียอีก” เขาบอกเธออย่างเป็นห่วง ราชาวดีเลยยิ้มหวานออกมาให้เขาแล้วก็เอื้อมตัวขึ้นไปจุ๊บปากเขาเบาๆ

                “ขอบคุณนะคะที่ห่วงแก้ม”

                “เมียทั้งคน ถ้าไม่ห่วงแล้วจะให้ห่วงใครล่ะ ก็มีอยู่คนเดียว รักอยู่คนเดียวนี่นา”

                “ก็ลองมีหลายคนดูสิ จะตอนไม่ให้มีที่ฉี่เลย”

                “โหดจริง”

                “โหดเหมือนผัวค่ะ” เธอว่าแล้วก็หยิบภาพถ่ายของเขาสมัยเรียนนายร้อยขึ้นมาดูอีก ดูไปแล้วก็ทำตาหวานกับภาพของเขาไป พักนี้เมียของเขาดูจะหลงเขาเหลือเกิน อ้อนเขาทีเขาแทบละลายไหลลงไปกับพื้น พอหนักๆ เข้าถึงกับกล้าอ้อนเขาต่อหน้าผู้หมวดไกรจักรด้วย สะใจเป็นบ้าเลย

                “พอแล้ว เอาไว้ตอนกลางวันค่อยดู น้องนางไม้ใช้สายตามากๆ มันไม่ดีนะครับ” เขากระซิบบอกเธอแล้วหยิบอัลบั้มภาพทั้งหมดไปวางที่โต๊ะข้างหัวเตียงทันที ทั้งห่วงเธอ ทั้งหิวเธอแหละตอนนี้ ได้เวลาเชือดน้องนางไม้บนเตียงแล้วสินะ

                “พี่รันตอนเป็นนักเรียนนายร้อยดูน่ารักดีนะคะ ได้เป็นหัวหน้านักเรียนด้วย เก่งจัง”

                “นั่นมันภาพในอดีต ปัจจุบันพี่น่ารักกว่าเมื่อก่อนเยอะ ไม่เชื่อก็ลองมองดูดีๆ สิ” เขาเชยคางเธอขึ้นมาหาจะให้เธอสบตากับเขา แต่เธอกลับเอื้อมตัวขึ้นมาจูบปากเขาแทน หึๆๆ ก็บอกแล้วว่าช่วงนี้เมียกำลังหลงเขาหนัก

                มือบางค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดรอบคอเขาเอาไว้แน่นแล้วถลกผ้าถุงขึ้นเพื่อนั่งคร่อมตักของเขาเอาไว้ เขาก็เลยลูบไล้เธอไปทั่ว ริมฝีปากเล็กๆ ดูดเม้มปากของเขาราวกับเธอจะสูดเอาเลือดเนื้อวิญญาณของเขาไป ลิ้นเล็กๆ ของเธอที่สอดเข้ามาในปากของเขาตวัดเกี่ยวรัดกับลิ้นของเขาอย่างชำนาญหลังจากที่เรียนวิชาจูบจากเขาไปอย่างครบทุกกระบวนท่าลีลาแล้ว

                จ๊วบ จ๊วบ ริมฝีปากเล็กๆ ยังคงจูบเขาไม่หยุด ส่วนร่างบางก็บดเบียดเข้ามาหาเขาอย่างยั่วเย้า เขาที่นุ่งเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวเลยถูกผิวกายนุ่มนิ่มของเธอเสียดสี ยิ่งเสียงครางหวานๆ แบบนี้นะ อนาคอนด้ายักษ์ของเขาถึงกับหลับไม่ลงรีบชูคอขึ้นมาหาเธอทันที

                “อยู่เฉยๆ ค่ะ” เธอกระซิบบอกเขาเบาๆ ขณะดันตัวเขาเข้าไปพิงกับหัวเตียงก่อนที่...เธอจะมัดมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้กับเสาหัวเตียง “คราวก่อนพี่รันมัดแก้มเอาไว้ วันนี้แก้มจะเอาคืนค่ะ” พอเธอบอกเขาก็หัวเราะออกมาทันที ยอมให้เธอมัดเขาเอาไว้อย่างตามใจ ความจริงคราวก่อนเธอดื้อกับเขา บอกให้เขาแค่รอบเดียวแล้วไม่ยอมให้เขาต่ออีกรอบ เขาก็เลยมัดเธอเอาไว้ก่อนจะขย้ำแทน ซึ่งเขาก็ไม่ได้มัดแน่นอะไร เขามัดเธอหลวมๆ ด้วยซ้ำ สงสัยเธอจะติดใจขึ้นมาคืนนี้เลยมามัดเขาเอาไว้บ้าง เอาเลยเมียจ๋า จะทำยังไงกับผัวก็ตามสบายเลย

                “อ่าห์” เขาครางออกมาเมื่อนางไม้แสนสวยที่ยังคร่อมอยู่บนตัวเขาโน้มตัวลงมาซุกไซ้ซอกคอเขาใหญ่ ส่วนสะโพกกลมกลึงก็ส่ายบดเบียดอนาคอนด้ายักษ์อย่างท้าทายและต้องการ

                “ถูกมัดแบบนี้ถ้ามีแส้ เทียนไข กุญแจมือคงครบ อ้อ! กุญแจมือพี่มีนะ วางอยู่บนโต๊ะหน้าห้องนอนนู่น ไปเอามาใช้ก็ได้ ไว้วันหลังจะหาแส้กับเทียนไขมาให้ เอาโซ่ด้วยก็ดี” เขาแกล้งหยอกขณะที่เธอกำลังดูดเม้มยอดอกของเขาอยู่...แม่นางไม้น้อยของเขา

                “แก้มไม่ได้มีรสนิยมทางเพศแบบนั้นนะคะ”

                “เห็นมัดพี่เอาไว้แบบนี้นึกว่าจะอยากลองซะอีก”

                “ไม่ต้องใช้ของแบบนั้นแก้มก็ทำให้พี่รันมีความสุขได้ค่ะ” เธอเข้ามากระซิบเบาๆ ข้างหูเขาแล้วจูบแก้มของเขาหนักๆ ให้เขาได้แต่มองตาพราว ปวดหนึบที่อนาคอนด้าจะแย่แล้ว

                ร่างบางก้มลงมาจูบปากกับเขาอีกอย่างเร่าร้อน แลกลิ้นสอดประสานกันไปมากลืนกินความหอมหวานของกันและกันอย่างมีความสุข ก่อนที่ราชาวดีจะค่อยๆ จูบเล็มไปทั่วตัวของเขา ฝังรอยจูบแสนหวานเอาไว้ตามกายแกร่งและซิคแพคเป็นลอนคลื่นก่อนที่เธอจะค่อยๆ กระตุกปมผ้าขนหนูที่เขานุ่งอยู่ออก ซึ่งขณะนี้อนาคอนด้ายักษ์ของเขาผงาดขึ้นมาทักทายเธอด้วยขนาดตัวโตเต็มวัยแล้ว

                “...แก้ม อ่ะห์ ซี๊ดดดด” ผู้กองกรันณ์สูดปากออกมาอย่างเสียวซ่านเมื่อมือนุ่มนิ่มเล็กๆ กำความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้หลวมๆ ก่อนที่เธอจะก้มลงมากลืนกินความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้จนเต็มปากนุ่มๆ แสนหอมหวาน

                “อ่าห์...แก้ม นางไม้ของพี่...ซี๊ดดดด อ่าห์” เขาครางออกมาอย่างทรมานปนความสุขสมที่เมียรักปรนเปรอรักให้อย่างอิ่มหนำทุกวันคืน ประสบการณ์บนเตียงที่เขาสอนเธอมาทุกๆ คืนตอนนี้เธอชำนาญมากแล้ว และยิ่งเธอชำนาญสงครามรักบนเตียงก็ยิ่งเร่าร้อนมากขึ้นกว่าเดิมจนเขาแทบสำลักความสุขตาย ยิ่งได้เห็นความแข็งแกร่งของเขาถูกเธอกลืนกินอย่างเอร็ดอร่อยเขาก็ยิ่งมีความสุขที่ต่อให้เอาอะไรในโลกนี้มาแลกเขาก็ไม่ยอม น้องนางไม้ช่างเร่าร้อนและน่ารักกับเขามากเหลือเกิน ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาตกหลุมรักเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดเลยนะเนี่ย

                “แรงๆ อีกที่รัก อ่าห์...แบบนี้แหละ อ่าห์” เขากำหมัดเอาไว้แน่นเมื่อเธอเร่งจังหวะขึ้นจนเขาต้องยกสะโพกส่ายเข้าปากของเธอตามอย่างเสียวสะท้านใจจนสุดจะกลั้น ในที่สุดก็ปลดปล่อยสายธารอุ่นๆ แสนละมุนเข้าปากของเธอเป็นจำนวนมาก น้องนางไม้ของเขาจึงรีบกลืนกินทุกหยาดหมด ก่อนจะดูดโลมเลียความแข็งแกร่งของเขาต่อจนสะอาด ลิ้นเล็กๆ เลียไปรอบริมฝีปากบางอย่างติดใจในรสชาติของเขาก่อนที่เธอจะคร่อมเขาเอาไว้อีกแล้วจูบเขา เมียรักของพี่ แซ่บแล้วก็อร่อยอะไรขนาดนี้เนี่ย แค่นี้พี่ก็หลงน้องนางไม้สุดๆ แล้วนะครับ

                “แก้มรักพี่รัน...พี่รันของแก้มอร่อยมากเลยนะคะ” เธอบอกเขาแล้วใช้ลิ้นเล็กๆ เลียมาที่แก้มของเขา ขบเม้มติ่งหูของเขาเบาๆ ด้วย โอ๊ย! น่ารักอะไรแบบนี้วะเนี่ย

                “แก้มัดให้พี่เถอะคนดี พี่หิวน้องนางไม้จนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะครับ”

                “ก็ไม่ได้มัดแน่นอะไรนี่คะ พ่อทหารกล้าแก้มัดให้ตัวเองไม่ได้รึยังไง” เธอถามกลับพลางแกะปมผ้าถุงของตัวเองออก ผู้กองกรันณ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่อย่างหิวกระหายหนักทันทีเมื่อเห็นทรวงอกอวบคัพดีแสนเต่งตึงที่บัดนี้ขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ แม้แต่ลานนมและปลายยอดอกก็เริ่มขยายขนาดและสีเข้มขึ้นเล็กน้อยจนดูเซ็กซี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ เห็นแล้วมันน่างับดูดแรงๆ เสียจริง

                “พี่อยากให้แก้มแก้มัดให้นี่ ไม่ได้อยากแก้เอง”

                “งั้นแก้มไม่แก้มัดให้ดีกว่า” เธอบอกเขาอย่างกวนๆ ก่อนจะแอ่นทรวงอวบเต่งตึงมาถูไถบริเวณแก้มและริมฝีปากของเขา คนเป็นสามีก็เลยรีบงับดูดทรวงอกแสนอวบของเธอเอาไว้ทันที

                “อื้มมมม พี่รัน เบาๆ ค่ะ” เธอรีบบอกเขาเพราะการตั้งท้องทำให้หน้าอกของเธอตึงจนเจ็บและไวต่อการสัมผัสเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาดูดเต็มแรงแบบนี้เธอก็ยิ่งเจ็บ

                เธอแอ่นอกให้สามีดูดดื่มอย่างซาบซ่าน สองแขนรียวเล็กกอดรอบคอเขาเอาไว้แล้วก็ก้มลงมาจูบหน้าผากของเขาเบาๆ เมื่อเขายังกลืนกินอกของเธออยู่ ลิ้นอุ่นๆ ชื้นๆ ตวัดเลียยอดอกแล้วก็ดูดแรงๆ แต่ยิ่งดูดแรงเธอก็ยิ่งครวญครางออกมาว่าเจ็บ เธอไวต่อการสัมผัสมากเลยช่วงนี้

                “น้องนางไม้...เจ็บมากหรอครับ หืม...ทุกทีไม่เจ็บมากแบบนี้นี่” พอเขาถามราชาวดีเองก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี ถ้านับๆ ดูแล้วตอนนี้เธอก็ท้องได้สองเดือนแล้วนี่ ร่างกายส่วนอื่นๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะหน้าอกแต่หน้าท้องของเธอก็ยังคงแบนราบอยู่ พี่รันขา แก้มอยากบอกพี่รันใจแทบขาดอยู่แล้วว่าตอนนี้เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ลูกที่เกิดจากความรักของเรายังไงคะ

                “แก้มอยากท้องแล้วก็เลยกินฮอร์โมนเตรียมพร้อมสำหรับตั้งท้องค่ะ คงเป็นผลข้างเคียง”

                “โธ่คนดี พี่เองก็อยากมีลูก แต่ว่า...”

                “แก้มรอได้ค่ะ เพื่อพี่รันแก้มรอได้ พอพี่รันทำงานเสร็จเราค่อยมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมตามที่ตั้งใจกันเอาไว้นะคะ”

                “พี่จะรีบปิดคดีให้ได้ไวๆ นะครับ อยากเป็นพ่อรันใจจะขาดอยู่แล้ว” เขายิ้มให้เธอ เธอก็เลยกอดรอบคอเขาเอาไว้แน่น เขาจึงซุกหน้าเข้ากับอกของเธออีกครั้ง

                “โอ๊ย! พี่รัน เบาๆ ค่ะ” เธอบอกเขาเมื่อเขาดูดหน้าอกเธออีกอย่างแรง เดี๋ยวต่อจากนี้ไปเธอคงต้องขอไม่ให้เขาบีบขย้ำหน้าอกเธอแรงๆ แล้ว เพราะการทำแบบนี้มันจะเป็นการกระตุ้นให้มดลูกเธอบีบตัว เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้

                “ถึงว่าสิอกอึ๋มขึ้น” เขาว่า ทั้งอึ๋มขึ้น เต่งตึงขึ้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งเร้าใจ

                ร่างบางกอดรัดสามีเอาไว้ขณะขยับกายขึ้นลงเข้าหาความแข็งแกร่งของเขา ดวงหน้าหวานสวยพริ้มหลับตาอย่างมีความสุขที่ได้แนบรักผสานเป็นหนึ่งกับเขาแบบนี้ เรียวขาขาวสวยตวัดรัดรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น จิกเล็บลงไปกลางหลังของเขาเมื่อความเสียวซาบซ่านทำให้เธอแทบขาดใจ เสียงหวานร้องครางออกมาเรียกหาเขาไม่หยุดโดยที่เขาก็ขยับสะโพกเข้าหาเธอเช่นกัน ทรวงอกอวบเต่งตึงกระเพื่อมไหวตามจังหวะการขยับกายที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

                “พี่รันขา...ซี๊ดดดด อื้มมมม”  

                “ทำเก่งขึ้นนะเนี่ย” เขายิ้มบอกเธอตาหวานเมื่อเธอลุกขึ้นขยับกายมานั่งหันหลังให้เขาแต่ก็ยังสอดประสานรักเอาไว้ แผ่นหลังขาวนวลเนียนเลยบดเบียดเสียดสีอยู่กับแผ่นอกแกร่งของเขา

                “อ่าห์ น้องนางไม้...ลึกดีจังเลย” เขาก้มลงมาจูบแผ่นหลังเนียนของเธอ เธอจึงหันหลังกลับมาจูบเขา ยกแขนขึ้นโอบกอดรอบคอของเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง แอ่นหน้าอกขึ้นแล้วโยกสะโพกเข้าหาเขาให้ลึกยิ่งขึ้น เสียวซ่านจนเนื้อตัวสั่นไปหมด ผู้กองกรันณ์ได้แต่มองเมียรักอย่างลุ่มหลง นี่เธอจะรู้ตัวบ้างรึเปล่าว่าท่านี้ของเธอมันเซ็กซี่มากแค่ไหน นี่ถ้าเขาไม่ถูกมัดอยู่นะเขาจะบีบขย้ำหน้าอกอวบที่แอ่นชูชันของเธอให้เต็มมือไปเลย ดูเหมือนเธอจะสนุกกับการทรมานเขาแบบนี้ มัดเขาเอาไว้แล้วเธอเป็นฝ่ายรุกเขาเอง เอาเลยวันนี้เขาขอเล่นบทผู้พ่ายแพ้ให้เธอจัดการเชือดเขาอย่างเต็มที่เลย เอาเลยเมียจ๋า เล่นสนุกกับอนาคอนด้ายักษ์ของผัวให้เต็มที่ เดี๋ยวผัวจะนั่งเฉยๆ ไม่แกะเชือกที่มือออกแบบนี้นี่แหละ สนุกได้เต็มที่เลย แต่ถ้าเชือกที่มือผัวหลุดเมื่อไหร่...ได้ร้องขอชีวิตแน่ เขาคิดอยู่คนเดียวขณะมองดูน้องนางไม้โยกกายบนความแข็งแกร่งของเขาอย่างมีความสุข


**********************************************************************************************


รู้แล้วว่าน้องนางไม้ติดนิสัยหื่นมาจากใคร ไม่ใช่พี่รันนะ แต่เป็นพี่ภู พี่น้องคู่นี้ เฮ้อ! >///<


ปล. เนื่องจากมีรีดหลายท่านสอบถามมาค่ะว่าจะมีเป็นรูปเล่มมั้ย หรือจะทำอีบุครึเปล่า เอาตรงๆ ไรท์อยากทำทั้งสองอย่างเลยนะคะ เพียงแต่ว่า ป้องรักห่มใจ ไรท์ยังเขียนไม่จบเลยจ้า ตอนนี้ปั่นตอนที่ 59 อยู่ ไม่สามารถตอบได้ด้วยค่ะว่ากี่ตอนจบ เพราะถ้าตามพล็อตเรื่องที่ร่างเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ มันใกล้จะจบแล้ว แต่!!! พอใส่รายละเอียดย่อยๆ เข้าไป ใส่บทสนทนาเข้าไปด้วยเนื้อหาเลยยืดออกไปอีก (อีกใจคือยังไม่อยากให้จบ ยังคิดไม่ออกว่าถ้าจบแล้ว นิยายเรื่องใหม่จะเขียนเรื่องอะไรดี แต่ก็แอบมีในใจนิดๆ แล้ว) 

        เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่มีเล่มหรืออีบุคนะคะ เพราะไรท์ยังเขียนไม่จบเลยจ้า T_T (แต่คิดว่าจะต้องมีแน่นอน) ตอนนี้ไรท์เปิดให้อ่านฟรีเต็มที่เลยน้า เย้ๆๆ ^O^ ไว้จะมีเล่มหรืออีบุคจะแจ้งให้ทราบอีกทีน้า ขอบคุณสำหรับคำถามที่สอบถามเข้ามา และขอบคุณที่ติดตามให้กำลังใจกันมาโดยตลอดนะคะ


เจอกันตอนหน้าจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1283 Onsiri_01 (@Onsiri_01) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 10:50
    CF ผู้พันคีรินทร์ค่ะ แซ่บได้ใจ
    #1283
    0
  2. #229 sand0169 (@sand0169) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 16:43
    รีดนิยายของไรท์ ทุกเรื่องค่ะ ถ้าออกเป็นเล่มจะรีบซื้อเลยค่าา
    #229
    1
  3. #228 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:08
    รักไร้ท์ที่สุดเลยอย่าเศร้านะคะกำลังอินจัดมากๆๆๆๆเลย
    #228
    0
  4. #227 17635 stang (@kgyjncg) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 11:27
    ไรท์ไปอัพเรื่องอื่นบ้างนะคะ
    #227
    0
  5. #226 นานา (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 02:49

    อย่าหักมุมจบแบบดราม่านะไรท์ สงสารคนอ่าน รักทั้ง3คู่เลยไม่อยากให้มีคู่ไหนต้องเสียใจเลย

    #226
    5
    • #226-2 lekky6847 (@lekky6847) (จากตอนที่ 55)
      13 เมษายน 2562 / 10:12
      เรื่องล่ารักคืนใจไม่เขียนต่อแล้วเหรอไรท์...รอเมืองรามอยู่น้าาา
      #226-2
    • #226-4 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 55)
      13 เมษายน 2562 / 14:05
      รักไรท์ที่สุดเลยอย่าไห้เศร้านะคะกำลังอินจัดหนักมากๆๆๆๆๆ
      #226-4