ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 50 : ด้วยรักและเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    10 พ.ค. 62


50.ด้วยรักและเข้าใจ

 

                คงเพราะได้กำลังทหารจากหลายๆ ฝ่ายเข้ามาประจำมั่นอยู่ตามแถบชายแดน หลายวันมานี้จึงไม่ได้มีข่าวร้ายใดๆ เข้ามานอกจากข่าวการปะทะกันระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ที่ออกลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บจึงถูกส่งตัวมารักษาที่ฐานของผู้กองกรันณ์หลายนายทำให้ราชาวดีต้องคอยดูแลคนไข้ตลอด เพราะการจะส่งคนเจ็บออกไปรักษาที่ตัวเมืองก็ดูจะเป็นการช้าไป ไหนๆ ก็มีศัลยแพทย์มือหนึ่งของประเทศอยู่ที่นี่ทั้งคนแล้วทหารหลายๆ นายเลยพอจะเบาใจกันว่าหากบาดเจ็บอะไรขึ้นมาอย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีหมอคอยดูแล ยิ่งเป็นหมอที่ทั้งสาวแล้วก็สวยราวกับนางฟ้าขนาดนี้ ต่อให้นอนเจ็บตัวยาวก็ยอมล่ะ

                “ยังขยับแขนได้อยู่มั้ยคะ” ราชาวดีเอ่ยถามคนไข้ของเธอที่เป็นทหารราบจากกองกำลังที่ถูกส่งเข้ามาช่วยประจำการอยู่ที่ชายแดน ซึ่งเขาบาดเจ็บระหว่างการออกลาดตระเวนจนถูกยิงเข้าไหล่ด้านขวา ดีว่าเธอช่วยรักษาเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นเกือบตายเพราะเสียเลือดมากไปแล้ว

                “ยังขยับไม่ค่อยได้เลยครับคุณหมอ ผมยกแขนไม่ขึ้นเลย” คนไข้บอกแล้วพยายามจะลองยกแขนให้เธอดู ราชาวดีจึงลองจับแขนของเขาขยับตามจนคนไข้ของเธอต้องรีบยกมือบอกว่าเขาเจ็บแขนมากจริงๆ

                “ที่แขนก็ไม่ได้เป็นอะไรนะคะ แต่ที่ยกแขนไม่ขึ้นน่าจะเป็นเพราะเจ็บที่แผลผ่าตัดแล้วก็แรงกระแทกของกระสุนตอนถูกยิง แต่ไม่ต้องห่วงค่ะนี่เป็นอาการปกติ เดี๋ยวไม่กี่วันก็จะอาการดีขึ้นเอง ถ้าอย่างนั้นทานข้าวด้วยมือซ้ายได้ใช่มั้ยคะ” ราชาวดีวางถาดอาหารลงบนเตียงของเขา

                “คุณหมอป้อนไม่ได้หรอครับ ผมถนัดขวา ถ้าให้กินข้าวมือซ้ายคงจะไม่ถนัด” คนไข้อ้อนขอ ราชาวดีก็เลยมองถ้วยข้าวต้มที่โรยด้วยกระเทียมเจียวจนหอมฉุย แต่สำหรับเธอมันไม่ได้หอมเลยสักนิด ได้กลิ่นแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่า เมื่อก่อนเธอก็ว่ามันหอมแล้วก็อร่อยดีอยู่หรอก แต่พอเริ่มแพ้ท้องขึ้นมาอย่าว่าแต่ได้กลิ่นเลย แค่ได้ยินชื่อก็อยากจะอาเจียนแล้ว

                “เออ...ถ้าไม่ถนัดเดี๋ยวฉันให้เพื่อนทหารของคุณมาช่วยป้อนนะคะ” เธอบอกแล้วถอยห่างออกมา ไม่ใช่ห่างจากคนไข้ แต่ห่างออกจากชามข้าวต้มต่างหาก

                “แต่ว่าผมอยากให้คุณหมอช่วยป้อนนี่ครับ”

                “ถูกยิงแค่นี้ถึงกับเป็นง่อยกินข้าวเองไม่ได้หรอ” เสียงเข้มของใครว่าขึ้นเมื่อผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาในห้องพยาบาล ถ้าเป็นเหล่าทหารพรานที่ฐานของเขากับพวกตำรวจตระเวนชายแดนหน่วยของผู้หมวดไกรจักร ทุกคนจะรู้ดีว่าคุณหมอคนสวยของที่นี่มีเจ้าของแล้ว แล้วเจ้าของก็หวงมากด้วยจึงไม่มีใครกล้ามาพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเธอ แต่ถ้าเป็นทหารจากหน่วยอื่นที่เพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกล่ะก็ ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอมีเจ้าของแล้ว เห็นว่าสวยแล้วก็ใจดีก็เลยอดไม่ได้ที่จะหาโอกาสจีบ

                “ก็ถ้าได้คุณหมอคนสวยมาช่วยป้อนข้าวให้ด้วยก็จะดีไม่ใช่หรอครับผู้กอง” คำพูดของทหารนายนี้ทำเอาผู้หมวดนทีที่เดินมากับผู้กองกรันณ์ถึงกับเสียวสันหลังวาบ ทหารนายนี้ก็ช่างกล้า เงาหัวจะไม่มีอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก

                “อยากให้คุณหมอคนสวยป้อนข้าวให้แล้วจ่าขออนุญาตผัวของคุณหมอรึยัง จะจีบเมียเขาระวังถูกผัวเขาฆ่าเอานะ” ผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาหาคนไข้อย่างเอาเรื่องจนราชาวดีต้องรีบดึงแขนสามีตัวเองเอาไว้

                “อ้าว คุณหมอไม่โสดหรอครับ”

                “สวยขนาดนี้ใครจะปล่อยให้โสดกัน”

                “แล้วใครล่ะครับผัวของคุณหมอ” ทหารนายเดิมถาม ผู้กองกรันณ์เลยแสยะยิ้มใส่อย่างเอาเรื่อง

                “ผัวของคุณหมอก็ยืนอยู่ตรงหน้าจ่าแล้วนี่ไง มาอยู่ที่ฐานได้วันสองวัน ไม่ได้มีใครเล่าให้จ่าฟังหรอว่าคุณหมอเป็นเมียของผม” น้ำเสียงเย็นเยือกและเอาเรื่องแบบนี้ทำเอาคนไข้เตียงอื่นๆ อดหวั่นแทนไม่ได้ กิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของผู้กองกรันณ์นั้นพวกเขารู้กันดี แล้วเห็นแบบนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาหวงเมียมากด้วย เห็นทีงานนี้พวกเขาคงไม่กล้าอ้อนคุณหมอคนสวยอีกแล้วล่ะ

                “ผู้กองคะ พอเถอะค่ะเลิกหาเรื่องคนไข้ของฉันได้แล้ว” ราชาวดีดึงเขาออกห่างจากเหล่าคนไข้มาที่โต๊ะทำงานของเธอก่อนจะรีบปล่อยแขนเขาแล้วถอยออกห่าง เห็นแบบนี้ผู้กองกรันณ์ก็อดน้อยใจเธอไม่ได้

                “ทำไมไม่เรียกพี่รันเหมือนเดิม ทำไมต้องห่างเหินกันแบบนี้” เขาเดินเข้าไปชิดเธอแล้วพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน “แล้วเมื่อไหร่ถึงจะกลับมาอยู่ที่บ้านกับพี่ หลายวันแล้วนะที่แก้มทำเฉยเมยกับพี่ แก้มเกลียดพี่แล้วหรอ” เขาตัดพ้ออีกจนราชาวดีหน้าซีดไปหมด

                “ถ้าเกลียดพี่นักงั้นอีกไม่นานก็คงจะสมใจแก้มแล้วล่ะ พี่ถูกหมายหัวอยู่แบบนี้เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะถูกฆ่าตายแล้ว ถ้าพี่ตายแก้มคงจะสบายใจขึ้นใช่มั้ย ก็ไม่ต้องทนเห็นหน้าคนใจร้ายคนนี้แล้วนี่” ว่าจบเขาก็เดินออกไปจากห้องพยาบาลทันทีทิ้งให้ราชาวดีได้แต่มองตามน้ำตาไหลอยู่คนเดียว...ใจร้าย เขาใจร้ายที่สุดเลย ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอรักเขาและห่วงเขามากแค่ไหนแต่เขาก็ยังพูดออกมาได้ว่าถ้าเขาตายแล้วเธอจะสบายใจ ใครบ้างกันจะสบายใจถ้าคนรักของตัวเองต้องเป็นอะไรไป

 

                ราชาวดีอาศัยช่วงพักเดินออกมาจากฐานเพื่อมาที่น้ำตกอย่างคนอ่อนแรง มาอยู่ที่นี่เธอรู้สึกว่าอบอุ่นแล้วก็ปลอดภัยกว่าอยู่ที่ฐานเป็นไหนๆ ตอนนี้ทหารที่ฐานเยอะแยะไปหมด เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวเลยอดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ คงจะมีแต่ที่น้ำตกนี่แหละที่ปราศจากทหาร เพราะดูท่าแล้วทั้งทหารเจ้าถิ่นและทหารที่เป็นกำลังเสริมมาจากที่อื่นต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ที่นี่เลย

                “ลูกจ๋า หิวรึยังลูก” เธอลูบหน้าท้องตัวเองแล้วเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน ยิ้มได้เสมอเมื่อยามนึกถึงลูกรักของตัวเอง

                “เรามากินมื้อเที่ยงกันเถอะนะ” ราชาวดีแกะกล่องข้าวออกซึ่งเป็นอาหารที่เธอเตรียมไว้สำหรับตัวเอง มีพร้อมทั้งผักใบเขียว ข้าว เนื้อสัตว์พอประมาณ รสชาติไม่จัดจนเกินไป ด้วยความที่เป็นหมออยู่แล้วเธอจึงรู้ว่าอาหารของคนตั้งท้องควรจะกินอะไรบ้างเพื่อให้ลูกน้อยในท้องแข็งแรง ถึงแม้หลายวันมานี้ตั้งแต่สามีบอกว่าเขายังไม่อยากจะมีลูก มันจะทำให้เธอกินอะไรแทบไม่ลงเลย แต่เพื่อลูกน้อยในท้องเธอจึงต้องฝืนกิน และกินไปได้ไม่เท่าไหร่หยดน้ำตาใสๆ ก็ร่วงออกมาอีกเมื่อคิดว่าในระหว่างที่เธอกำลังตั้งท้องอยู่แบบนี้ถ้าสามีของเธอมาคอยดูแลก็คงจะดีสิ เธออยากนั่งกินข้าวกับเขา พูดคุยกับลูกด้วยกัน เห็นหน้าเขาทีไรเธออยากจะตะโกนออกมาดังๆ เหลือเกินว่าเธอท้อง อยากจะบอกเขาว่าตอนนี้ในท้องของเธอมีลูกของเขาอยู่แต่เธอก็ทำไม่ได้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพี่ชายของเธอพูดปลอบใจเธอตลอดและขอให้เธอเข้าใจสามีถึงความจำเป็นของเขา พูดตอกย้ำว่าเธอเป็นเมียทหาร เธอควรรู้จักการเสียสละความสุขส่วนตัวให้มากกว่านี้ เธอไม่ควรทำให้เขาลำบากใจ ใช่ว่าเขาจะไม่อยากมีลูกเพียงแต่ตอนนี้มันไม่เหมาะกับการตั้งท้อง อันตรายก็รอบด้าน ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดีเธอก็เห็นว่าเขาทำงานตลอดแทบจะไม่ได้พักไม่ได้นอน ถ้าเขาต้องมาดูแลเธอที่กำลังท้องอยู่อีกแล้วเขาจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานได้อย่างไร

                ราชาวดีเก็บเอาคำพูดของพี่ชายมาคิดไตร่ตรองอยู่หลายวัน หากตั้งใจคิดอย่างมีสติและมีเหตุผลตามที่พี่ชายของเธอพูดมามันก็ถูก เมื่อก่อนเธอก็เคยเข้าใจในหน้าที่การงานของเขา เธอยอมรับได้ แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงจะยอมรับไม่ได้กัน ก็เธอเลือกเองไม่ใช่หรอ เธอเลือกที่จะเป็นเมียทหารเธอก็ต้องยอมรับความเสียสละของทหารให้ได้ วันที่เธอเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขา ไม่ได้มีใครบังคับเธอเลยสักคน เธอเลือกของเธอเองเธอก็ควรที่จะยอมรับ ถ้าเขารู้ว่าเธอท้องอย่างไรเสียเขาก็ต้องดีใจอยู่แล้ว ลูกทั้งคนใครบ้างจะไม่รัก เพียงแต่ลูกจะทำให้เขาห่วงหน้าพะวงหลัง ที่เขาห่วงก็เพราะว่าเขารัก แล้วแบบนี้ยามออกไปรบเขาจะมีสมาธิจดจ่ออยู่ที่ผู้ร้ายได้อย่างไร พอคิดมาถึงตรงนี้ราชาวดีก็เริ่มที่จะเข้าใจเขาแล้วว่าทำไมคืนนั้นเขาถึงบอกเธอแบบนี้ เป็นเธอเองที่ไม่ยอมรับเอาเหตุผลของเขามาไตร่ตรอง เพราะความน้อยใจห่วงแต่ตัวเองกับลูกทำให้เธอต่อว่าเขาแบบนั้นทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาพยายามจะเป็นสามีที่ดีของเธอ คอยซักผ้าทำงานบ้านให้เธอเองอย่างไม่สนใจเสียงแซวของเหล่าลูกน้อง ตามเอาอกเอาใจเธอ ทำดีกับเธอทุกอย่างแต่เธอสิทำให้เขาต้องลำบากใจ คืนนั้นเขาก็ทั้งขอโทษเธอ ขอร้องให้เธอเข้าใจเขาแต่เธอกลับหนีเขามา เธอละอายใจต่อเขาเหลือเกิน

                “ไม่เป็นไรนะลูก เราอย่าเพิ่งบอกคุณพ่อเลยนะว่าตอนนี้แม่มีหนูมาอยู่ด้วย คุณพ่อมีงานสำคัญที่ต้องทำ เราอย่าทำให้คุณพ่อเป็นห่วงเราเลย ลูกเป็นลูกทหาร...ลูกต้องเข้าใจคุณพ่อและเสียสละนะลูก ลูกของแม่ไม่ใช่เด็กธรรมดาแต่ลูกของแม่โชคดีมากเลยที่มีคุณพ่อเป็นทหารกล้า เป็นฮีโร่ของใครๆ หลายคน เอาไว้คุณพ่อทำงานปิดคดีได้ก่อนนะแล้วเราค่อยบอกคุณพ่อเรื่องนี้กัน” ราชาวดีบอกลูกทั้งน้ำตา เธอไม่อาจบอกเรื่องนี้กับใครได้อีกแล้ว อย่าว่าแต่สามีของเธอเลย แม้แต่พี่ชายของเธอเองเขาก็บอกว่าตอนนี้เธอไม่ควรท้อง หากเธอท้องจริงๆ เขาก็คงห่วงเธอมากจนไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนกัน การจะส่งเธอกลับไปอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ ช่วงนี้ถ้าเขาจะทำเขาก็ทำได้ แต่ถ้าเธอไปแล้วมีคนบาดเจ็บที่นี่ล่ะ กว่าแพทย์ทหารจะมา แล้วถ้าเจอเคสผ่าตัดใหญ่อย่างที่เคยมีมาก็มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่รับมือได้ ดังนั้นเธอจึงควรอยู่ที่นี่และเก็บเรื่องลูกเอาไว้คนเดียว มีทหารอยู่เต็มฐานและรอบๆ ชายแดนแบบนี้คนร้ายไม่กล้าบุกเข้ามาที่นี่หรอก เพราะถ้าบุกมาก็คงจะตายกันเปล่าๆ เธอมั่นใจว่าที่นี่จะปลอดภัย พี่ชายของเธอเองก็คิดแบบนี้

                “แก้ม!” เสียงร้องเรียกของพี่ชายทำให้ราชาวดีหยุดเอามือลูบท้องตัวเองแล้วกวักน้ำในสระขึ้นมาล้างหน้าเพื่ออำพรางคราบน้ำตาเมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามาหาพร้อมกับองุ่นพวงใหญ่น่ากิน

                “มาหลบอยู่ที่นี่อีกแล้ว” เขาว่าแล้วปลดปืนที่สะพายมาด้วยลงจากหลัง ก่อนจะเข้ามานั่งที่โขดหินริมสระน้ำกับเธอ จนสังเกตเห็นว่าน้องสาวตาแดงๆ นี่คงจะแอบมาร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว

                “ที่ฐานคนเยอะค่ะ แก้มทำตัวไม่ถูก”

                “อ้อ ก็จริง งั้นคราวหลังถ้าจะมาที่นี่ก็บอกพี่หรือไอ้รันก่อนละกันพวกพี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” เธอพยักหน้ารับเบาๆ แล้วมองพวงองุ่นในมือพี่ชายต่อ แค่เห็นก็น้ำลายสอซะแล้วสิ

                “ไอ้รันมันฝากทหารที่เข้าฐานมาวันนี้ซื้อมาให้น่ะ นี่ที่บ้านก็มีส้มกับแตงโมด้วยนะ”

                “...แก้มก็นึกว่าพี่ภูเป็นคนซื้อมาให้แก้มซะอีก”

                “เปล่า ผัวของคนแถวนี้มันห่วงเมียของมันมากน่ะ เห็นว่ากินข้าวได้น้อยก็เลยซื้อผลไม้ที่เมียมันชอบมาเอาใจ ความจริงมันก็อยากจะมาหาแก้มเองล่ะแต่มันไม่กล้า กลัวว่าถ้ามาแล้วแก้มจะร้องไห้เพราะมันอีกพี่ก็เลยไล่มันกลับบ้านไป มันอยู่เวรทั้งกลางวันกลางคืนติดกันมาหลายวันแล้วพี่ก็เลยให้มันไปพักก่อน เดี๋ยวจะน็อคเอา ไว้พรุ่งนี้ค่อยกลับมาเข้าเวรต่อ”

                “พี่รันเป็นอะไรมากมั้ยคะ”

                “ไม่รู้เหมือนกัน พี่เป็นทหารไม่ใช่หมอ” ผู้พันคีรินทร์ว่าแล้วก็ดึงองุ่นจากพวงมากินเสียเองจนราชาวดีได้แต่มองตาม “แต่ได้ข่าวว่าเมียมันเป็นหมอนะ ดูแลคนอื่นที่ห้องพยาบาลมาเยอะ น่าจะไปดูแลผัวตัวเองบ้าง อ้อ! พี่ไม่ได้ว่าแก้มนะ พี่ว่าเมียของมันน่ะ” เขาหันมาบอกเธอหน้าตาย ทำให้ราชาวดีอดขำออกมาเบาๆ ไม่ได้

                “ยิ้มได้แล้วงั้นสิ” เขาว่าแล้วยื่นมือมาขยี้ผมเธอเบาๆ “โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ อย่ามางอนกันเป็นเด็กๆ อยู่เลย ไอ้รันมันยิ่งศัตรูเยอะอยู่ เกิดมันถูกเขาลอบฆ่าตายวันนี้วันพรุ่งแก้มจะไม่เสียใจรึไง ก็ไหนว่าจะรักกัน จะอยู่ดูแลกันเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต หลายวันมานี้แก้มปล่อยให้วันเวลามันเสียไปเปล่าๆ รึเปล่าหืม แก้มรู้มั้ยว่ามันทำงานเหนื่อยแล้วก็เครียดมากแค่ไหน เมื่อกี้นี้ก็เลือดกำเดาไหล คงเพราะอดนอนแล้วก็เครียดน่ะพี่ถึงไล่ให้มันไปพัก ถ้ามันได้เห็นหน้าหวานใจของมันพี่ว่ามันคงจะหายดีเป็นปลิดทิ้ง”

                “พี่ภู” ราชาวดีดึงมือพี่ชายมากอดแนบกับแก้มของตัวเองเอาไว้ “แก้มต่างหากที่เป็นน้องของพี่ภู ทำไมถึงได้เข้าข้างน้องเขยมากกว่าน้องสาวแบบนี้คะ”

                “ใครว่า พี่เข้าข้างแก้มต่างหาก ถ้าแก้มได้อยู่กับมันก็น่าจะอารมณ์ดีกว่านี้ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้ามู่ทู่แบบนี้ทั้งวัน เห็นแล้วก็อดขัดใจไม่ได้ อีกอย่างนะ พี่ว่าอีกไม่นานก็คงจัดการกับนายพลอ่องเส็งได้ พี่ล่ะอยากจะจัดการกับพวกมันให้จบๆ เสียที ขืนปิดคดีไม่ได้แล้วเมื่อไหร่พี่จะได้เป็นคุณลุง อยากอุ้มหลานจะแย่อยู่แล้ว”

                “แก้มไม่ให้พี่ภูเป็นคุณลุงหรอกค่ะ แก้มจะให้พี่ภูเป็นคุณตาแทน”

                “เอาสิ อยากลองเป็นเหมือนกันคุณตาที่ทั้งหนุ่มแล้วก็หล่อขนาดนี้” เขายิ้มบอกน้องสาว “อดทนรอไว้ปิดคดีนี้ก่อนละกันนะค่อยมีหลานให้พี่ สงสารไอ้รันมัน แค่นี้ก็ทำงานจนหัวหมุนแล้ว ก่อนที่จะฆ่าใครหรือถูกใครฆ่า พี่ว่ามันจะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตายซะก่อน”

                “พี่รันเป็นคนแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ หรอกค่ะแก้มวัดความดันให้ตลอด”

                “วัดยังไง”

                “ก็ใช้เครื่องวัดที่ห้องพยาบาลไงคะ”

                “อ้อหรอ ก็นึกว่าจะวัดด้วยวิธีอื่น” เขายิ้มอย่างล้อเลียนเธออีก จนราชาวดีคิดไปไกลหน้าแดงก่ำก็เลยแย่งเอาองุ่นในมือเขามากินแก้เขิน ซึ่งพอได้กินผลไม้เธอก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ถ้าเธอกินผลไม้เยอะๆ แบบนี้ลูกของเธอคงจะผิวสวยมากแน่ๆ ที่โรงครัวชอบมีชาวบ้านเอามะพร้าวน้ำหอมมาให้บ่อยๆ ไว้เธอค่อยผ่ากินน้ำมะพร้าวด้วยก็แล้วกัน ลูกของเธอ เธอจะต้องดูแลให้ดีที่สุด พอคลอดออกมาเขาต้องน่ารักน่ากอดมากแน่ๆ แค่คิดเธอก็มีความสุขมากแล้ว

 

                ราชาวดีกลับมาที่บ้านพักของผู้กองกรันณ์อีกครั้งหลังจากที่พูดคุยกับผู้เป็นพี่ชายแล้วและก็ได้กำลังใจมาล้นเหลือ เธอไม่อยู่บ้านตั้งหลายวันไม่รู้ว่าป่านนี้ที่นี่จะเป็นยังไงบ้าง แต่...ก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอกมั้ง เพราะปกติคนเก็บกวาดบ้านก็เป็นเขาอยู่แล้ว แค่เธอหยิบไม้กวาดจะมากวาดบ้านเขาก็บ่นเธอเป็นตาแก่ จะซักผ้าให้ก็จับเธอตีก้นเป็นเด็กๆ อย่างเดียวที่เขายอมให้เธอทำก็คือกับข้าว แน่นอนว่าฝีมือของเธอดีกว่าเขาเยอะ

                ทั้งบ้านเงียบเชียบราวกับไม่มีคนอยู่ ราชาวดีคิดว่าเขาคงจะหลับอยู่ก็เลยค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้านแทน ประตูห้องนอนเปิดเอาไว้แต่...ที่เตียงนอนไม่มีใครนอนอยู่เลย  ที่นอนถูกเก็บเรียบร้อยเหมือนทุกที หนังสือของเธอทุกเล่มก็วางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อ้าว ก็ไหนพี่ชายเธอบอกว่าเขากลับมาพักที่บ้านแล้วยังไง เมื่อไม่เห็นสามีอยู่ในบ้านราชาวดีก็เดินออกมาที่ระเบียงของบ้านอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ใครบางคนกำลังเดินกลับมาที่บ้านเธอจึงรีบเข้าบ้านแล้วปิดประตูหลบเขาแต่ก็ยังเปิดประตูออกเล็กน้อยเพื่อแอบดูเขาอยู่ เขาสวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามสีดำ ถือตะกร้าผ้าใบใหญ่มาด้วย นี่เขาไปซักผ้ามาหรอ ทำไมถึงไม่รีบมานอนพักล่ะไม่สบายอยู่แท้ๆ แล้ว...เสื้อผ้าที่เขาเอาไปซักก็เป็นเสื้อผ้าของเธอเสียส่วนใหญ่ด้วย ในเวลาแบบนี้ มีทหารอยู่เต็มค่ายแบบนี้เขาไม่อายเลยรึไงที่มาซักผ้าให้เมีย ลำธารที่ใช้ซักผ้าใครมองไปก็เห็นทั้งนั้น ผู้บังคับกองร้อยทหารพราน คนที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ซักผ้าให้เมีย เขาไม่เคยแคร์ใครเลย แต่เขาเต็มใจทำทุกอย่างก็เพื่อเธอคนเดียว เห็นเขาหยิบผ้าซิ่นของเธอขึ้นมาตากแล้วราชาวดีก็อดน้ำตาไหลไม่ได้ คิดว่าตัวเองช่างโง่เง่าเหลือเกินที่ทำตัวไม่น่ารักกับเขาแบบคืนนั้น เธอได้สามีแสนดีขนาดนี้แล้วยังจะต้องการอะไรอีก แค่เขาขอเวลาจัดการเรื่องงานก่อนทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเขากันนะ

                เธอแอบมองเขาตากผ้าทั้งน้ำตาอยู่เงียบๆ จนเสร็จ แล้วพอเขาจะเดินกลับเข้าบ้านเธอก็รีบไปหลบอยู่ที่ห้องนอนทันทีก่อนที่เสียงเปิดประตูบ้านจะดังขึ้น ซึ่งพอแอบมองอีกเธอก็เห็นเขาหยิบตะกร้าผ้าอีกใบที่ซักจนแห้งแล้วมาจัดการพับให้เรียบร้อยอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องนอน เธอได้ยินเขาไอออกมาบ้างเป็นพักๆ ฟังจากเสียงไอเขาคงจะไม่ค่อยสบายจริงๆ พี่รัน...แก้มขอโทษนะคะ แก้มน่าจะอยู่ดูแลพี่รันที่นี่ แก้มไม่น่าหนีพี่ไปเลย

                “ใครน่ะ!” เสียงเขาถามขึ้นเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเธอ ราชาวดีจึงรีบถอยหลบไปยืนอยู่ที่ปลายเตียงแทน

                “ใคร! น้องนางไม้รึเปล่า” เขาถามก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาที่ห้องนอน เธอไม่รู้จะไปหลบที่ไหนแล้วก็เลยได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วก็พยายามจะเช็ดน้ำตาออก เธอคิดว่าเขาคงจะดุเธอ ตัดพ้อเธอเหมือนกับเมื่อตอนเช้านี้แต่เปล่าเลย พอเห็นเธอเขากลับยิ้มดีใจอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองก่อนจะรีบเดินเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่น

                “นางไม้ของพี่” เขาหอมแก้มเธอแรงๆ หนึ่งทีแล้วกระชับกอดแน่น ราชาวดีก็ยิ่งร้องไห้ออกมา จนกระทั่งมืออุ่นๆ ลูบลงมาที่ศีรษะของเธออย่างปลอบโยน

                “โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะครับคนดีของพี่ น้องนางไม้ไม่ร้องนะ” ความอบอุ่นของอ้อมกอดทำให้เธอกอดเขาแน่นเช่นกัน ไม่คิดว่าจะคิดถึงแล้วก็โหยหาเขาได้ขนาดนี้มาก่อน

                “แก้มขอโทษนะคะ แก้มขอโทษที่ทำตัวไม่ดีกับพี่รัน พี่รันดุแก้ม ตีแก้มก็ได้นะ ต่อไปแก้มจะไม่ทำตัวงี่เง่าแบบนี้อีกแล้ว แก้มรักพี่รันนะคะ” เธอบอก เขาจึงยิ้มออกมาแล้วจูบเบาๆ ลงมาที่แก้มของเธออีก

                “ขอโทษพี่ทำไม พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษแก้ม พี่เป็นสามีที่ไม่ได้เรื่อง พี่เป็นสามีที่ไม่เอาไหน...”

                “พี่รันเป็นสามีที่ดีที่สุดในโลกต่างหากล่ะคะ” เธอว่าแล้วผละออกจากอ้อมกอดเพื่อมองหน้าเขา “ไม่มีสามีของใครจะแสนดีได้เท่ากับสามีของแก้มอีกแล้ว ไม่มีแม้แต่คนเดียว” ว่าแล้วเธอก็กอดเขาเอาไว้แน่นอีก อารมณ์ของเธอช่างแปรปรวนเหลือเกิน ก็รู้อยู่หรอกว่าคนท้องจะอารมณ์แปรปรวนง่ายแบบนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่เธอก็ควรจะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ คนที่เธอรักจะได้ไม่ต้องพลอยลำบากใจไปด้วย

                “อย่าหนีพี่ไปอีกนะ กลับมาอยู่บ้านเรานะแก้ม”

                “แก้มจะอยู่กับพี่รันค่ะ จะไม่ดื้อจะไม่ซนกับพี่รันอีกแล้ว” เธอผละออกจากเขาอีกแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

                “...เดี๋ยวเราค่อยมีลูกกันก็ได้นะคะ รอให้พี่รันพร้อมก่อน”

                “แก้มเข้าใจพี่แล้วหรอ”

                “พี่รันไม่ต้องห่วงแก้มหรอกนะคะ” เธอกุมมือของเขาเอาไว้ “พี่รันทำหน้าที่ของพี่รันให้เต็มที่เถอะไม่ต้องห่วงแก้ม ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น แก้มอยากให้พี่รันมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงาน งานของพี่รันเสี่ยงอันตรายมากพี่รันไม่ควรจะคิดถึงเรื่องอื่นให้ตัวเองต้องไขว้เขว ทหารกล้าของแก้ม...ตั้งใจทำงานเถอะนะคะ เสร็จงานเมื่อไหร่แล้วค่อยกลับมาหาแก้ม แก้มจะเป็นกำลังใจให้พี่รันเอง พี่รันของแก้มเก่ง แก้มเชื่อนะคะว่าพี่รันจะสามารถปิดคดีนี้ได้ไวๆ ไว้ปิดคดีเมื่อไหร่...ผู้กองกรันณ์ค่อยมาเป็นคุณพ่อรันนะคะ”

                “แก้ม...” ได้ฟังคำหวานและได้กำลังใจที่ดีจากเธอแบบนี้เขาก็ยิ่งซาบซึ้งนัก ในที่สุดเธอก็เข้าใจเขาเสียที น้องนางไม้ของเขาไม่เพียงแต่เข้าใจเขา แต่เธอยังจะเป็นเป็นกำลังใจที่แสนดีให้เขาอีก

                “แค่พี่ได้กอดแก้ม ได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ ของแก้ม เพียงเท่านี้พี่ก็มีกำลังใจมากแล้วนะ พี่ดีใจเหลือเกินที่แก้มเข้าใจพี่แล้ว”

                “เป็นทหารว่าเสียสละแล้ว แต่เมียทหารต้องเสียสละมากกว่านี่คะ แก้มไม่เพียงแต่เข้าใจพี่รัน แต่แก้มยังภูมิใจในตัวพี่รันด้วยนะคะ พี่รันคือปาฏิหาริย์และโชคดีที่สุดในชีวิตของแก้ม”

                “พี่ขอโทษนะ ขอโทษที่ทำให้แก้มเสียใจ ถึงแก้มจะบอกว่าพี่คือโชคดีของแก้ม แต่พี่ก็ยังคิดอยู่เสมอว่าพี่คือโชคร้ายสำหรับแก้มมากกว่า ผู้ชายที่ดีกว่าพี่และคู่ควรกับแก้มมากกว่าพี่ยังมีอีกตั้งมากมาย แก้มควรจะได้เจอคนที่ดีกว่าพี่...”

                “พูดแบบนี้ก็หมายความว่าถ้าพี่รันเจอคนที่คิดว่าดีกว่าตัวเอง พี่รันก็จะยกเมียให้เขาหรอคะ”

                “ฝันไปเถอะ!” เขาว่าหน้าตึงขึ้นมาทันที

                “งั้นก็อย่าพูดอีกสิคะ อย่าพูดอีกว่าแก้มคู่ควรกับคนอื่น ถ้าแก้มคิดว่าคนอื่นคู่ควรกับแก้มแล้วแก้มจะมาแต่งงานกับพี่รันทำไม จะยอมอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ทำไมกันคะ แก้มไม่ได้อยากแต่งงานกับคนที่คู่ควรหรอกนะ แก้มอยากแต่งงานกับคนที่แก้มรักแล้วแก้มก็รักพี่รัน แก้มมีความสุขที่ได้แต่งงานกับพี่รันแล้วก็ได้เป็นเมีย เป็นน้องนางไม้ของพี่รันนะคะ” เธอซบลงมาที่อกแกร่งของเขาแล้วกอดรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น สองแขนแกร่งจึงกอดรัดเธอเอาไว้แล้วซบหน้าลงมาที่ศีรษะของเธอบ้าง

                “พี่รักแก้มนะครับ รักน้องนางไม้คนนี้ที่สุด ตอนนี้พี่สบายใจขึ้นเยอะเลย มีน้องนางไม้ในอ้อมกอดแบบนี้ถ้าต้องออกรบอีกพี่ก็พร้อมสู้ตาย”

                “สู้ได้แต่ห้ามตาย พี่รันต้องอยู่เป็นคุณพ่อก่อน แก้มว่าภายในปีนี้พี่รันต้องได้เป็นคุณพ่อแน่นอนค่ะ”

                “ทำไมถึงได้มั่นใจนักล่ะ”

                “ก็เรารักกันมากขนาดนี้นี่คะ เชื่อคุณหมออย่างแก้มสิ ภายในปีนี้พี่รันต้องได้เป็นคุณพ่อชัวร์ๆ แล้วแก้มจะสอนให้ลูกซนมากๆ ให้ลูกมาป่วนพี่รันเป็นการแก้แค้นโทษฐานที่ให้แก้มรอนานกว่าจะยอมมีลูกได้”

                “จ้าๆๆ ตามใจแก้มเลย ปิดคดีค้ายาที่ชายแดนแล้ว พี่คงต้องรับมือกับคดีใหม่ไล่จับคุณแม่กับคุณลูกตัวป่วนหรอเนี่ย ท่าทางจะเป็นคดีที่จัดการยากที่สุดเลยแฮะ” ราชาวดีเพียงแค่ยิ้มตอบอย่างมีความสุข อยากเห็นเขาวิ่งไล่จับกับลูกเสียแล้วสิ มันต้องเป็นภาพที่น่ามองมากแน่ๆ

                “แล้วนี่ที่กลับบ้านมาหาพี่ก็เพราะคิดถึงพี่หรอครับ หรือว่าผู้พันไปพูดอะไรด้วยถึงได้ยอมกลับมา”

                “ก็...” ราชาวดีผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วเดินออกมานอกห้องนอน มือบางหยิบเสื้อผ้าที่เขานั่งพับค้างเอาไว้ขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มให้เขาอีก

                “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แก้มแค่อยากเล่นน้ำ แก้มไม่มีเพื่อนว่ายน้ำเล่นเลยมาชวน”

                “ฮั่นแน่! แน่ใจนะว่าแค่อยากว่ายน้ำ” เขายิ้มล้อเลียนเธอ ราชาวดีที่แก้มแดงจัดเลยได้แต่กลอกตาไปมาแล้วก็พยักหน้ารับ

                “แน่ใจสิคะ ก็พี่รันว่ายน้ำเก่ง ดำน้ำได้นานเกินคนทั่วไปอีก เล่นน้ำกับพี่รันน่ะสนุกที่สุดแล้ว”

                “งั้นไปเลยมั้ย ไปน้ำตกกัน” เขาหยิบผ้านุ่งอาบน้ำผืนบางของเธอขึ้นมาอย่างรู้งานแต่ราชาวดีกลับส่ายหน้าตอบ

                “แก้มแค่อยากว่ายน้ำเล่น ไม่ได้อยากทำอย่างอื่นด้วยซักหน่อย” พอเธอว่าเขาก็เข้ามาอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล้วกอดเธอเอาไว้แน่นอีก รอยยิ้มของเขาแลดูเจ้าเล่ห์ชอบกลจนราชาวดีต้องยกมือขึ้นยันแผ่นอกของเขาเอาไว้

                “ไม่เอาค่ะไม่ทำ พี่ภูบอกว่าพี่รันไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรอคะ ก่อนหน้านี้ก็เลือดกำเดาไหลด้วยนี่ ตัวยังอุ่นๆ อยู่ควรจะนอนพักนะคะ” เธอสำรวจหน้าตาของเขาแล้วก็รู้ว่าเขาไม่สบายจริงๆ อย่างที่พี่ชายเธอว่า

                “พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก พี่แค่เครียดกลัวแก้มจะไม่รักก็เลยคิดมาก บวกกับไม่ได้พักผ่อนร่างกายนานหลายวันด้วยก็เลยยิ่งเครียดสะสมจนเลือดกำเดาไหล แต่ตอนนี้พี่หายแล้ว พี่มีแก้มอยู่นี่ทั้งคนอาการป่วยมันหายเป็นปลิดทิ้งแล้วล่ะ”

                “งั้นเราไปห้องพยาบาลกันมั้ยคะ แก้มจะได้ตรวจพี่รันให้ละเอียด”

                “ตรวจละเอียดทั้งตัวทั้งใจเลยรึเปล่า ถ้าจะตรวจละเอียดขนาดนั้น...ตรวจที่บ้านเรานี่แหละสะดวกที่สุดแล้ว” เขาว่าก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอพร้อมๆ กับที่ถลกชายผ้าซิ่นของเธอขึ้น “เรายังไม่เคยลองบนโต๊ะกันเลยนะ แก้มไม่อยากลองหรอ ไว้ลองบนโต๊ะซักยกก่อน แล้วเย็นๆ พี่จะพาไปว่ายน้ำเล่นที่น้ำตก พี่จะทำให้แก้มมีความสุขแบบถึงใจสุดๆ จนไม่คิดอยากจะหนีพี่ไปไหนอีกเลย” เสียงกระซิบข้างหูแหบพร่าอย่างปรารถนาแต่มีเสน่ห์แฝงดึงดูดให้คนที่แพ้ท้องหลงสามีตัวเองยิ่งหลงเขาหนัก จนเผลอยกสะโพกขึ้นเพื่อให้เขาถอดกางเกงชั้นในตัวน้อยให้เธอได้อย่างถนัด ก่อนที่เพลงรักแสนหวานบนโต๊ะหน้าห้องนอนจะเริ่มขึ้น

 

 

                ผู้กองกรันณ์นอนตะแคงข้างเอามือเท้าศีรษะขณะมองน้องนางไม้ของเขา เธอยังไม่หลับแต่ก็ยังหอบหายใจอยู่เมื่อเขาเพิ่งจะปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ตั้งแต่ที่โต๊ะหน้าห้องนอน ที่น้ำตกจนมาจบอยู่ที่เตียงในห้องนอนเธอคงจะเหนื่อยเพราะเขาไม่น้อย เฮ้อ! เป็นเมียเขาต้องเหนื่อยหนักขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ทำไงได้ล่ะ ก็เขารักเธอมากนี่ แต่ถึงจะเหนื่อยเพราะเรื่องแบบนี้แต่เธอก็ยังยิ้มหวานออกมาให้เขาได้ นิ้วเล็กๆ แตะไต่ไปมาอยู่บนแผ่นอกของเขาอย่างแกล้งหยอกจนเขาต้องกุมมือเธอเอาไว้

                “อย่าซน ถ้าพี่อารมณ์ขึ้นขึ้นมาอีกเดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้นอนกันพอดี”

                “ทำไหวหรอคะ”

                “อย่ามาท้าพี่นะ” พอเขาว่าเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วขยับเข้ามาซบอกอุ่นของเขา

                “พี่รัน ถ้าเกิดจู่ๆ แก้มก็ท้องขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวล่ะ เราไม่ได้คุมกำเนิดกันเลยนะ ถ้าเกิดแก้มท้องตอนนี้พี่รันจะทำยังไง”

                “ก็คง...จุดพลุประกาศให้ชาวโลกรู้มั้งว่าพี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว จ้างหนังสือพิมพ์ซักสามเดือนให้เขาเขียนข่าวทุกวันว่าเมียพี่ท้อง รีบพาแก้มไปฝากท้องกับหมอเอื้อย แน่นอนว่าพี่ไม่ยอมให้หมอผู้ชายมาดูแลแก้มเรื่องนี้หรอก แล้วก็...คงหัวหมุนอีกรอบกับการคิดชื่อลูก ชื่อเพราะๆ ความหมายดีๆ ชื่อเล่นเฟี้ยวๆ สมกับเป็นลูกทหาร”

                ราชาวดีหลับตานึกตามที่เขาพูดยิ้มๆ นั่นสินะ เขาคงจะดีใจมากๆ ที่รู้ว่าเธอท้อง             

                “แต่แก้มคงไม่ได้ท้องตอนนี้หรอกใช่มั้ย หน้าท้องยังแบนอยู่เลย อดใจรออีกนิดนะ พี่จะรีบปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด เราสองคนจะได้มีความสุขกันซักที แต่งงานกันมาฮันนีมูนพี่ก็ยังไม่เคยพาแก้มไปเลย พี่ยังติดค้างแก้มอีกเยอะ ไม่เคยได้พาไปเที่ยวที่ไหนแบบจริงๆ จังๆ ด้วย เดตกันก็แค่ครั้งเดียว สามวันสามคืนของพี่ก็ยังไม่ได้ไป แม้แต่คืนแต่งงานก็ยังไม่ได้เข้าหออีก แล้วแบบนี้จะไม่ให้พี่พูดว่าพี่เป็นสามีที่แย่ได้ยังไงกัน”

                “งั้นไว้ปิดคดีแล้วแก้มจะให้โอกาสพี่รันแก้ตัวนะคะ ไปฮันนีมูนกัน”

                “แก้มอยากไปที่ไหน”

                “ที่ไหนก็ได้ค่ะ เอาแบบที่มีที่ให้ว่ายน้ำเล่นกับพี่รันได้”

                “มัลดีฟเป็นไง”

                “ไม่ไปต่างประเทศ ที่เที่ยวสวยๆ บ้านเรามีออกเยอะแยะ” เธอไม่อยากนั่งเครื่องบินเดินทางไกล มันไม่ดีต่อการตั้งท้องของเธอ

                “ใครๆ เขาก็อยากไปฮันนีมูนต่างประเทศทั้งนั้น”

                “ก็แก้มไม่ใช่ใครๆ นี่ แก้มเป็นนางไม้ แก้มจะฮันนีมูนที่เมืองไทยกับทหารกล้าของแก้ม” เธอมุดหน้าซุกไซ้อกแกร่งของเขาอย่างออดอ้อน คนถูกอ้อนก็เลยหัวเราะออกมาอย่างชอบใจและมีความสุข

                “ตามใจแก้มละกัน พี่ตามใจแก้มทุกอย่าง สำหรับพี่...ขอแค่มีเตียงนุ่มๆ กว้างๆ เอาไว้ให้พี่เล่นสนุกกับแก้ม จะเป็นที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น” คนหลงเมียบอก ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อถูกเธอหยิกที่พุงเข้าให้ข้อหาพูดจาเอาเปรียบเธออีกแล้ว ราชาวดีซ่อนรอยยิ้มเอาไว้กับอกอุ่น คิดว่าการเล่นสนุกของเขาที่จะทำกับเธอเมื่อถึงเวลานั้นคงไม่ได้ทำง่ายๆ แน่ กว่าจะปิดคดีเรียบร้อยก็อาจใช้เวลาเป็นเดือน หรืออาจจะหลายเดือน เมื่อนั้นท้องเธอก็คงจะเริ่มนูนออกมาแล้ว เธอเป็นหมอ เธอรู้ดีว่าถึงจะท้องแต่ก็สามารถหลับนอนกับสามีได้ รู้ว่าต้องระวังยังไงบ้าง ถ้าถึงวันที่ต้องไปฮันนีมูนกันพี่รันของเธอคงตกใจน่าดูที่เธอท้องป่องออกมา

                ราชาวดีหลับไปทั้งรอยยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่เขากลับหลับไม่ลงเมื่อจริงๆ แล้วเขายังมีเรื่องที่กังวลใจอยู่ เวลาที่พูดถึงเรื่องในวันข้างหน้ากับเธอเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำตามที่พูดเอาไว้กับเธอได้รึเปล่า ถ้าเกิดเขาทำงานพลาด...เขาคงไม่มีชีวิตรอดกลับมาหาเธอ ไม่ได้พาเธอไปฮันนีมูน ไม่ได้เป็นคุณพ่อรันเหมือนอย่างที่เธออยากจะให้เป็นด้วย เวลาของเขาเหลืออีกไม่มาก เพื่อเธอแล้วเขาจะต้องเอาชนะกับเรื่องทุกๆ อย่างให้ได้ เขาจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อกลับมาดูแลเธอ น้องนางไม้รักเขามากมายเพียงนี้ เขาจะต้องไม่ทิ้งเธอไปเด็ดขาด เขากับเธอจะต้องรักกันไปแบบนี้อีกนานแสนนาน ภารกิจครั้งนี้เขาต้องทำให้ได้ จะให้ผิดแผนไม่ได้ เขาเอาชีวิตของเขาเป็นเดินพันและเขาก็จะต้องเป็นคนชนะเดิมพันในครั้งนี้

 

                “พี่ภูจะทิ้งแก้มไปอีกแล้ว” ราชาวดีว่าขณะมายืนส่งพี่ชายอยู่ที่หน้าฐานเมื่อผู้พันคีรินทร์ต้องกลับไปที่กรมทหารพรานในตัวเมืองเพื่อประชุมงานกับผู้การและผู้ใหญ่อีกหลายๆ คน

                “ทิ้งอะไร เราก็มีคนคอยดูแลแทนพี่แล้วนี่” ผู้พันคีรินทร์ปรายตามามองน้องเขยที่ยืนอยู่ข้างๆ น้องสาว พอคืนดีกันแล้วผู้กองกรันณ์ก็แลดูหน้าตาสดใสขึ้นมาเลยในทันที ที่เห็นป่วยเมื่อหลายวันก่อนคงเพราะเป็นไข้ใจ

                “อยู่ด้วยกันก็อย่าทะเลาะกันอีกล่ะ คราวนี้จะร้องไห้กลับมาหาพี่ไม่ได้แล้วนะ พี่ไปหลายวันกว่าจะกลับ” ถึงจะพูดแบบนี้แต่ผู้พันคีรินทร์กลับรู้สึกไม่สบายใจเลย เขามักจะเดินทางไปตรวจตราฐานต่างๆ เป็นประจำ เดินทางเข้าออกระหว่างฐานกับที่กรมภายในตัวเมืองตลอดแต่ทำไมคราวนี้เขาถึงได้ใจไม่ดีนักนะ ครั้งนี้เขารู้สึกเป็นห่วงน้องสาวเหลือเกิน สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้น อย่าว่าแต่ราชาวดีเลย แม้แต่ผู้กองกรันณ์เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าหากกลับมาที่ฐานอีกครั้งเขาจะไม่ได้เห็นหน้าน้องเขยอีกต่อไปแล้ว พอคิดแบบนี้แล้วก็อดนึกถึงภารกิจลับที่น้องเขยเคยบอกเขาไม่ได้ ภารกิจที่เขาจะใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน ขอเถอะนะ ระหว่างที่เขาไม่อยู่อย่าให้ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเลย ขอให้เขากลับมาที่ฐานก่อนเถอะหากว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น

                “รัน ดูแลแก้มให้ดีนะ แกรับปากฉันนะว่าถ้าฉันกลับมาที่ฐานแก้มจะยังปลอดภัยอยู่”

                “ครับ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมจะไม่ให้แก้มคลาดสายตาจากผมเด็ดขาด”

                “อืม ฉันเชื่อใจแก แล้วก็...แกห้ามตายเด็ดขาดล่ะเข้าใจมั้ย” ผู้กองกรันณ์มองหน้าคนที่สั่งทันทีอย่างเข้าใจดีว่าผู้พันคีรินทร์กังวลใจเรื่องอะไรอยู่ คงเพราะเรื่องภารกิจของเขาสินะ

                “ผมตายแล้วใครจะดูแลน้องนางไม้ของผมกันล่ะ นี่เมียผมนะ ผมต้องอยู่ดูแลเมียผมไปตลอดสิพี่”

                “ทำไมพวกพี่ต้องพูดเรื่องเป็นๆ ตายๆ ด้วย มีอะไรรึเปล่าคะ” ราชาวดีถามขึ้นอย่างสงสัย เหมือนกับว่าพี่ชายและสามีของเธอมีเรื่องอะไรปิดบังเธออยู่ “กำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้นหรอคะ”

                “เปล่าหรอก” ผู้กองกรันณ์เดินเข้ามาโอบไหล่เธอเอาไว้ “ผู้พันแก่แล้วก็แบบนี้แหละ เลือดจะไปลมจะมา อาการวัยทองห่วงไปเรื่อย” ว่าแล้วก็ต้องรีบถอยมาหลบอยู่ด้านหลังเมียเมื่อผู้พันคีรินทร์ทำท่าจะง้างหมัดขึ้น

                “ปากดีนักนะมึง” ชี้นิ้วว่าน้องเขยอย่างเอาเรื่องเสร็จก็หันมาทางน้องสาวต่อพลางโคลงศีรษะของเธอไปมาเบาๆ

                “แล้วพี่จะรีบกลับมาหานะ ดูแลตัวเองดีๆ หรือถ้าไอ้รันมันรังแกอะไรอีกล่ะก็พี่จะมาจัดการมันให้ กินข้าวให้เยอะๆ นะ พี่เห็นแก้มกินอะไรไม่ค่อยได้มาหลายวันแล้ว ผอมไปหมดแล้วนะรู้มั้ย ไว้กลับมาที่ฐานพี่จะซื้อของอร่อยๆ มาฝาก”

                “แก้มอยากกินมะม่วงเบาแช่อิ่มเหมือนตอนอยู่นราธิวาส”

                “เดี๋ยวสั่งซื้อทางไปรษณีย์มาให้”

                “เอามาเยอะๆ เลยนะคะ เอาองุ่นลูกอวบๆ ด้วย อ้อ! พี่ภูซื้อของทะเลมาด้วยนะแก้มอยากกินยำแล้วก็เอานมมาด้วยนะคะ นมเสริมแคลเซียม”

                “นมหรอ” ทั้งพี่ชายและสามีของเธอทวน นอกจากชอบทำโยเกิร์ตกินเองแล้วเธอจะดื่มนมเพิ่มด้วยหรอ

                “ใช่ค่ะ ต้องนมเสริมแคลเซียมเท่านั้นนะคะ แก้มจะบำรุงตัวเอง”

                “ทำไม” ทั้งสองหนุ่มยังคงถามเธอไม่หยุด ร่างกายเธอก็ดูแข็งแรงดีนี่นา แค่กินน้อยจนผอมลงไปก็เท่านั้น

                “บำรุงร่างกายเอาไว้ให้แข็งแรงค่ะ ไว้พี่รันเสร็จงานเมื่อไหร่แก้มก็จะเป็นคุณแม่แล้ว รู้มั้ยคะว่าผู้หญิงหลังคลอดลูกมักจะเป็นโรคกระดูกพรุนเพราะตอนท้อง ลูกจะดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกของแม่ไปใช้”

                “ขนาดนั้นเลยหรอ แล้วแก้มจะเป็นอะไรมั้ย พี่ต้องดูแลแก้มยังไง นอกจากกินนมแล้วยังต้องกินอะไรอีก ผู้พันจดเลยนะว่าต้องซื้ออะไรมาบ้างผมจะบำรุงเมียผม จะให้แก้มเจ็บป่วยไม่ได้เลยนะ แก้มอยากได้อะไรอีก อยากกินอะไรอีกบอกพี่สิครับ” คนห่วงเมียลืมตัวชี้นิ้วสั่งผู้พันคีรินทร์ทันทีจนคนที่ถูกสั่งนึกอยากจะชักปืนออกมายิงมันทิ้งนัก ไอ้บ้านี่

                “ก็เน้นกินนมค่ะ มีนม พวกปลาทอดกรอบที่กินได้ทั้งตัว กระดูกอ่อน ผักใบเขียว แล้วก็ต้องเสริมธาตุเหล็กด้วยค่ะเช่นเลือด ตับ ไก่ ปลา ไข่แดง ถั่ว แต่ของกินพวกนี้ที่ฐานเราก็มีอยู่แล้วนี่คะ แก้มเอาแค่นมเสริมแคลเซียมละกัน” เธอยิ้มบอก รู้สึกดีที่สามีเป็นห่วงและอยากจะดูแลเธอแบบนี้

                “โอเค พี่จะเอามาให้ เพื่อแก้มแล้วแม้แต่ดาวกับเดือนพี่ก็ให้ได้ ของแค่นี้มันเล็กน้อย” ผู้พันคีรินทร์ยิ้มบอกเธอ แต่ผู้กองกรันณ์กลับยื่นบัตรการ์ดสีทองมาให้เขา

                “นี่เมียผม ผมดูแลเอง พี่เอาบัตรนี่ไปซื้อของที่แก้มอยากได้มานะ รูดได้เต็มที่เลยเพื่อแก้มแล้วผมทุ่มไม่อั้น” คนห่วงเมียบอก เพราะไม่ว่าราชาวดีอยากได้อะไรเขาก็มักจะตามใจเธอทุกอย่าง ผู้พันคีรินทร์มองการ์ดที่น้องเขยยื่นมาให้แล้วก็ต้องเบ้ปากใส่ เกลียดในความเปย์เมียของมันจริงๆ มันคิดว่ามันรวยคนเดียวรึไง

                “กูเป็นคนซื้อ แล้วก็ซื้อมาให้น้องกู กูมีปัญญาจ่ายเว้ย ถ้ามึงอยากเปย์นักก็ออกไปซื้อเองไม่ใช่มาใช้กู” ว่าแล้วก็ดึงเอาน้องสาวมากอดอย่างรักและห่วงใยก่อนจะเดินหนีขึ้นรถแล้วขับออกไป คนยื่นการ์ดให้ก็เลยได้แต่เก้อ ถึงจะบอกว่ายกน้องสาวให้เขาแล้วก็เถอะ แต่ผู้พันคีรินทร์ก็ยังคอยดูแลเธออยู่อย่างใกล้ชิด เข้าเมืองทีไรก็ซื้อของมากมายมาให้น้องสาวตลอด ขนาดแหวนญาติของตัวเองก็แทนที่จะเอาไปให้แฟน กลับเอามาให้น้องสาวทันทีตั้งแต่ได้มา พี่น้องคู่นี้รักกันมากจนแยกหรือตัดกันไม่ขาดเลยจริงๆ

                “เฮอะ! แฟนมีไม่เปย์ กลับมาเปย์เมียคนอื่นอย่างไม่เกรงใจผัวเขาเลย คนอะไรน่าหมั่นไส้จริง” ว่าจบก็เดินทำหน้าเซ็งกลับเข้าฐาน ราชาวดีจึงรีบตามไปจับมือเขาเอาไว้

                “คนเขาเป็นพี่น้องกัน พี่รันหึงไม่เข้าเรื่องอีกละ”

                “แก้มก็คิดเอา ขนาดเป็นพี่น้องกันแท้ๆ พี่ยังหึงขนาดนี้ ลองเป็นคนอื่นนะพี่จะแหกอกมันให้ดู อ้อ! คนที่พี่จะแหกอกเดินมานู่นแล้ว” คนขี้หึงว่าแล้วบุ้ยหน้าไปทางผู้หมวดไกรจักรซึ่งกำลังเดินเข้าฐานมาพร้อมกับมะพร้าวน้ำหอมทะลายหนึ่ง

                “สวัสดีครับคุณหมอแก้ม ผู้กอง” ผู้หมวดหนุ่มทักพลางยิ้มหวานให้ราชาวดีเธอก็เลยยกมือขึ้นไหว้เขา

                “สวัสดีค่ะผู้หมวด วันนี้พาชาวบ้านมารักษาตัวที่นี่อีกหรอคะ”

                “อ๋อ เปล่าครับ พอดีว่าวันก่อนที่คุณหมอช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของคนที่หมู่บ้านให้น่ะครับ พวกชาวบ้านเขาซาบซึ้งกันมากอยากจะตอบแทนคุณหมอ แต่เห็นว่าคุณหมอไม่ยอมรับเงินจากพวกเขา พวกเขาก็เลยส่งเป็นพวกของกินมาให้แทนครับ ทั้งผลไม้ อาหารแห้ง ส่วนมะพร้าวน้ำหอมนี่เห็นผู้หมวดคณินบอกว่าคุณหมอชอบผมก็เลยว่าจะแบกเอาไปให้ที่บ้านน่ะครับ”

                “ฉันยินดีรักษาคนไข้ทุกคนอยู่แล้ว อีกอย่างมันก็เป็นหน้าที่ของฉันด้วยค่ะ ฉันไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทนหรอกนะคะฝากผู้หมวดไปบอกชาวบ้านด้วย ฉันเกรงใจค่ะ”

                “มันเป็นความต้องการของชาวบ้านน่ะครับผมคงไปบังคับอะไรพวกเขาไม่ได้ คุณหมอรับไปเถอะนะครับ ไม่อย่างนั้นถ้าเจ็บป่วยอะไรขึ้นมาอีกพวกชาวบ้านคงเกรงใจคุณหมอจนไม่กล้ามาขอรับการรักษาที่นี่อีก ดีไม่ดีอาจเอาหมอผีมารักษาเหมือนกับเมื่อก่อนอีก คนไข้จะแย่เอาได้นะครับ” เขาพูดมาก็มีเหตุผล ก่อนหน้านี้เธอได้ยินมาว่าพวกชาวบ้านแถบชายแดนจะนับถือหมอผีกันเยอะมาก เจ็บไข้เมื่อไหร่ก็ต้องไปหาหมอผี ซึ่งทำให้ได้รับการรักษาไม่ถูกวิธี ถึงบางคนอาจจะโชคดีที่หาย แต่ก็มีอีกที่หลายคนอาการทรุดและบางรายถึงขั้นเสียชีวิตแล้วก็โทษว่าเป็นเพราะภูตผีปิศาจมาเอาชีวิตไปแทน การที่เธอมาเป็นหมออยู่ที่นี่นอกจากจะได้รักษาเหล่าทหารรั้วของชาติแล้วเธอก็ยังได้ดูแลชาวบ้านในแถบนี้ด้วย ถึงจะไม่ได้เป็นหมอในโรงพยาบาลใหญ่โตเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอก็คิดว่าอยู่ที่นี่เธอได้ทำหน้าที่ของหมออย่างแท้จริงแล้วล่ะ

                “ถ้าอย่างนั้นฉันฝากขอบคุณพวกชาวบ้านด้วยนะคะ ส่วนข้าวของมากมายที่ชาวบ้านฝากมาให้ เอาไปไว้ที่โรงครัวเป็นเสบียงส่วนกลางเถอะค่ะ ฉันกินคนเดียวคงไม่หมดหรอก ที่นี่เราอยู่กันแบบพี่น้อง มีอะไรก็ต้องคอยแบ่งปันกันค่ะ”

                ผู้หมวดไกรจักรได้แต่มองเธออย่างประทับใจจนยิ้มออกมาไม่หุบ นอกจากจะสวยราวกับนางฟ้าแล้ว ทั้งอาชีพที่เธอทำและจิตใจของเธอแล้วก็ยังแสนดีและอ่อนโยน มีน้ำใจต่อผู้อื่นด้วย สวยและแสนดีขนาดนี้เธอไม่ใช่เพียงแค่นางไม้แล้วล่ะ นี่นางฟ้าเดินดินชัดๆ น่าอิจฉาผู้กองกรันณ์นักที่ได้ผู้หญิงที่งดงามทั้งกายและใจแบบนี้ไปครอบครอง ตั้งแต่รู้จักกับเธอมาเขายังไม่เคยเห็นเธอคิดร้ายกับใครหรือมองใครในแง่ร้ายเลย โลกของเธอมันมีแต่ความขาวสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ ผู้หญิงที่แสนดีราวกับนางฟ้าขนาดนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเลือกเอาซาตานมาเป็นสามี ผู้หมวดไกรจักรชื่นชมเธอเสร็จก็อดมองเมินผู้กองกรันณ์ไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาดุใส่เขาแบบนี้เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าราชาวดีเลือกเอาปิศาจมาเป็นคู่ครอง อีกคนก็ขาวสะอาดบริสุทธิ์ อีกคนที่ทั้งดำและมืดมน เฮอะ! นางฟ้ามีกรรมชัดๆ

                “ได้ครับ งั้นผมจะให้พวกลูกน้องช่วยขนของที่รถไปไว้ที่โรงครัวให้ อ้อ! คุณหมออยากดื่มน้ำมะพร้าวมั้ยครับเดี๋ยวผมจะผ่าให้เลย” ว่าแล้วก็ดึงมีดพรานเล่มใหญ่ของตัวเองออกมา ราชาวดีจึงรีบยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน ก่อนจะหันมามองทางสามีของตัวเองที่ยืนนิ่งเฉย แต่ก็พร้อมจะแหกอกผู้หมวดไกรจักรได้ทุกเมื่อ

                “ขอบคุณผู้หมวดมากนะคะ แต่ฉันเกรงใจค่ะไม่ขอรบกวนผู้หมวดดีกว่า อีกอย่าง...ฉันอยากดื่มน้ำมะพร้าวที่สามีของฉันเป็นคนผ่าให้ค่ะ” เธอรู้ว่าผู้หมวดไกรจักรไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหรอก แต่เธอก็ไม่อาจรับน้ำใจของเขาแล้วหักหน้าสามีของตัวเองได้ สำหรับเธอ...พี่รันของเธอต้องมาก่อนอยู่แล้ว เพราะเขาคือที่หนึ่งและหนึ่งเดียวในใจของเธอเสมอ

                “ขอบคุณผู้หมวดมากนะที่หวังดี แต่เรื่องบางเรื่อง มันก็เป็นหน้าที่ของผัวไม่ใช่เพื่อน นี่เมียผม ผมดูแลเองได้ส่วนมะพร้าวนี่” ผู้กองกรันณ์เดินเข้าไปเลือกมะพร้าวลูกขนาดกำลังดีที่สุดมาสองลูกแล้วถือเอาไว้เอง

                “เอาแค่สองลูกก็พอ ให้กินทั้งทะลายก็คงจะไม่ไหว ฝากขอบคุณชาวบ้านด้วยนะครับ” ว่าจบคนหวงเมียก็พาเมียเดินกลับไปที่ห้องพยาบาล ผู้หมวดคณินที่เดินผ่านมาเห็นเข้าก็เลยเดินเข้าไปตบไหล่ผู้หมวดหนุ่มอย่างเห็นใจ

                “เอาน่าหมวด ตัดใจซะ”

                “ตัดใจอะไร ผมไม่ได้คิดอกุศลกับคุณหมอซักหน่อย” ผู้หมวดไกรจักรว่า “คุณหมอเธอเป็นคนดีมากเหลือเกินผมก็แค่อยากเป็นเพื่อนที่ดีด้วยเฉยๆ อีกอย่าง...คุณหมอเธอก็รักแล้วก็ซื่อสัตย์กับสามีของเธอมาก”

                “ใช่ พวกเขารักกันมากเลยล่ะ เป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีนะผมว่า”

                “เหมาะสมตรงไหน คุณหมอเป็นนางฟ้า ผู้กองเป็นซาตานผสมกับปิศาจชัดๆ ได้ผัวแบบนี้ผมว่าคุณหมอคงจะมีกรรมเก่าเยอะ” ว่าจบก็เดินแบกทะลายมะพร้าวที่เหลือไปที่โรงครัวทันทีทิ้งให้ผู้หมวดคณินได้ยืนแค่นยิ้มเก้อๆ อยู่คนเดียว เออ...จะว่าไปที่ผู้หมวดไกรจักรว่ามันก็จริง คนบนโลกนี้ก็มีแค่คุณหมอแก้มเท่านั้นแหละที่ผู้กองกรันณ์ยอมให้ทุกอย่าง นอกนั้นนะ ลองได้ทำอะไรไม่เข้าหูเข้าตาหน่อยแทบจะถูกฆ่ากันเลยทีเดียว ขนาดว่าที่น้องเขยอย่างเขาก็ยังไม่รอดเลยเนี่ย ยิ่งตอนนี้ผู้พันไม่อยู่ก็ไม่มีคนคุมผู้กองแล้ว เห็นทีงานนี้เขาคงต้องอยู่ห่างๆ ผู้กองเอาไว้ก่อนเพราะไม่มีผู้พันคอยออกโรงปกป้องแล้ว คดีของเขากับขวัญตาผู้กองยังกัดไม่ปล่อยเลย ตกลงเป็นน้องสาวหรือลูกสาวก็ไม่รู้หวงขนาดนี้


***********************************************************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #182 Jamilah (@jamilah) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 19:39
    รอต่อค่าา
    #182
    0
  2. #181 0806747907 (@0806747907) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 11:13
    รอนะคะ^_^
    #181
    0
  3. #180 Kapom (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 07:54

    สงสารหมวดไกรจักรหรือหมวดคณินดีน้องานนี้

    #180
    2