ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 47 : พาผู้ใหญ่หนีเที่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    7 พ.ค. 62

47.พาผู้ใหญ่หนีเที่ยว

 

                ที่บอกว่าจะเลี้ยงมื้อเย็น ตอนแรกเขาก็นึกว่าเธอจะอยากกินพวกสเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจากร้านในห้างดังหรือร้านอาหารในโรงแรมซะอีก แต่ใครจะไปรู้ว่าเด็กลูกคุณหนูอย่างเธอจะติดดินมากกว่าที่คิด เขาได้แต่มองเธอจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างยิ้มๆ แล้วก็ทำหน้าที่ย่างหมูให้เธอพร้อมกับแกะเปลือกกุ้งเผาให้เธอด้วย ชวนไปกินในห้างไม่ไป บอกว่าชอบบุฟเฟ่หมูกระทะริมทางร้านนี้มากกว่าซะอย่างนั้น แล้วดูสิ มากินข้าวกับผู้ชายแทนที่จะกินเรียบร้อยๆ หน่อย มือหนึ่งคีบหมูกระทะมากิน อีกมือก็จับหัวกุ้งมาดูดมันดังจ๊วบๆ ลักษณะการกินช่างขัดกับหน้าตาสวยๆ นี่เสียจริง

                “หิวขนาดนั้นเลยหรอ”

                “หิวสิ คนสูญเสียพลังงานไปเยอะ โรงเรียนบ้าอะไรจัดเรียนพิเศษเด็ก ม.6 ทุกวันทั้งๆ ที่ฉันสอบติดหมอแล้ว”

                “ก็เรียนๆ ไปเถอะ เป็นการทบทวนและเพิ่มความรู้ไง”

                “โหย ถ้าไม่ติดว่าต้องเรียนเป็นเพื่อนยัยเป้นะ ป่านนี้ฉันโดดเรียนไปนานแล้ว” นี่คือคำพูดของคนที่เรียนเก่งที่สุดในระดับชั้นและสอบติดหมอใช่มั้ยเนี่ย

                “แล้วพี่รันกับพี่หมอแก้มเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย” ว่าแล้วก็คิดถึงพี่ชายกับพี่สะใภ้เหมือนกัน ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ ได้กินหมูกระทะแบบนี้แล้วคิดถึงจัง คราวหลังเธอต้องชวนทุกคนมากินด้วยกันให้ได้เลย

                “สบายดี ตอนนี้ผู้กองถูกสั่งขังอยู่”

                “อะไรนะ! ไปก่อเรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย” แล้วว่าแต่น้องชอบก่อเรื่อง ตัวเองก็พอๆ กันแหละ ขวัญตาแอบต่อว่าพี่ชายในใจ

                “ผิดวินัยทหารน่ะผู้พันเลยสั่งขังห้าวัน พี่กับผู้หมวดนทีก็ด้วย แต่เราถูกปล่อยตัวก่อน”

                “สมน้ำหน้า โทรไปบอกพี่ผู้พันให้ขังลืมพี่รันไปเลย” อดรู้สึกสะใจไม่ได้ “แล้วพี่ผู้หมวดนทีดีขึ้นแล้วใช่มั้ย”

                “ห่วงหรอ” ผู้หมวดคณินถามขึ้นนิ่งๆ ทันที

                “อ้าว ก็คนรู้จักกันก็ต้องห่วงกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

                “แล้วทำไมไม่ห่วงพี่บ้าง”

                “ห่วงทำไม ก็เห็นอยู่ว่านั่งหัวโด่อยู่นี่แล้วก็สบายดี ฉันก็ต้องถามถึงคนที่ไม่ได้เห็นหน้าสิ ทั้งพี่ผู้หมวดนที พี่ผู้พันก็ด้วย” คนตอบก็ตอบซื่อๆ แต่คนฟังนี่สิหมดอารมณ์จะแกะกุ้งให้เธอแล้ว ไม่เจอหน้ากันตั้งนาน คำพูดหวานๆ เพราะๆ น่ะพูดเป็นมั้ย

                “ผู้หมวด ฝากย่างกุ้งให้หน่อยนะ ฉันจะไปเอาของกินมาเพิ่ม” ว่าแล้วก็วิ่งหน้าตั้งไปที่โซนตักอาหารให้เขาได้แต่มองตามแล้วก็ถอนหายใจออกมา คิดถึงแทบตายเธอกลับไม่ถามถึงเขาเลยซักคำ มากินข้าวกับแฟนเหมือนมากินข้าวกับเพื่อน ความจริงเขากะว่าจะพาเธอไปหาร้านที่มันโรแมนติกมากกว่านี้ วิวสวยกว่านี้แล้วก็กินข้าวด้วยกัน พูดคุยและหัวเราะด้วยกันเหมือนตอนที่นั่งดูดาวอยู่นราธิวาส แต่นี่อะไร กลับชวนเขามาร้านบุฟเฟ่หมูกระทะริมถนนเส้นหลักที่ขณะนี้รถกำลังติด ฟังเธอบ่นเรื่องเรียนกับถามถึงทุกคนที่ฐานแต่ยกเว้นเขา หรือว่านี่มันจะเร็วไปสำหรับการตามจีบเธอกันนะ

                “ผู้หมวด ที่โซนตักอาหารมีเครื่องส้มตำให้ตำเองด้วย” เธอเดินกลับมาหาเขาพร้อมจานอาหารหลายอย่างก่อนจะวางจานส้มตำที่ใส่เครื่องทะเลลงมาตรงหน้าเขา

                “เห็นว่าผู้หมวดเป็นหนุ่มอีสานฉันก็เลยทำส้มตำมาให้ ตำทะเลเชียวนะ ลองชิมดู” เธอเปลี่ยนจากนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับเขามาเป็นนั่งข้างเขาแทน

                “ทำเป็นด้วยหรอ” เขาขมวดคิ้วถามแล้วมองจานส้มตำของเธอที่หน้าตาก็ใช้ได้ ถือว่าน่ากินเลยทีเดียว แต่จะกินได้มั้ยอีกเรื่องหนึ่ง

                “ทำเป็นสิ ถูกคุณหญิงป้าจับสอนทำอาหารตั้งแต่เด็ก นี่ยังไม่รวมที่ต้องหัดเล่นดนตรีไทยที่บ้านอีกนะ กุลสตรีเกิ้น” เขาคิดว่าคำว่ากุลสตรีนั้นยังห่างจากเธออยู่อีกหลายขุม กุลสตรีที่ไหนจะยืนคาบกล่องขนมที่หน้าโรงเรียนแล้วก็ดึงชายเสื้อออกจากกระโปรงก่อนจะไปมีเรื่องกับเด็กผู้ชาย เธอนี่มันก็นักเลงตัวน้อยดีๆ นี่เองแหละ

                “กินสิ อุตส่าห์ทำมาให้นะ” เธอรบเร้าให้เขากินส้มตำของเธอเอง แต่...จะแอบแกล้งอะไรเขารึเปล่าเนี่ย

                “กินให้ดูก่อนสิ” เขาบอก ถ้าเธอกล้ากินเขาก็กล้า

                “กลัวฉันแกล้งหรอ เฮอะ! ทหารปอดแหก” ปากก็ว่าเขา แต่เธอก็ตักส้มตำขึ้นมากินให้เขาดูจริงๆ หน้าตาบ่งบอกว่าฟินสุดๆ ก่อนจะกินต่ออีกคำ นี่ถ้าเธอกินได้ขนาดนี้ก็คงจะไม่มีอะไรจริงๆ หรอกมั้ง

                “อ้าปากสิ” แล้วพอเขาจะตักส้มตำของเธอขึ้นมากินบ้าง อยู่ๆ เธอยื่นช้อนส้มตำมาให้เขา นี่เธอจะป้อนเขาหรอ

                “อ้ามมมมม” ขวัญตาว่าเมื่อเขาก้มลงมากินส้มตำที่เธอป้อน เออ อร่อยจริงๆ ด้วยแฮะ

                “กินข้าวด้วย” แล้วเธอก็ส่งข้าวเหนียวก้อนเล็กๆ มาป้อนเขาอีกทำให้จากที่กำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะเธอไม่สนใจเขา ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าหยุดยิ้มไม่ได้ซะแล้วสิ

                “อร่อยมั้ยผู้หมวด ถ้าชอบเดี๋ยวทำให้กินอีก”

                “สัญญาแล้วนะ”

                “สัญญา” เธอว่า แก้มนวลแดงปลั่งก่อนจะตักส้มตำกินต่อด้วยช้อนอันเดียวกับที่ป้อนเขา แล้วพอเธอจะลุกกลับไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามตามเดิมเขาก็ต้องดึงมือเธอเอาไว้เพื่อให้เธอนั่งลงข้างๆ เขา

                “นั่งข้างพี่ดีกว่า...พี่คิดถึง” เขาบอกแล้วยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ใจล่ะอยากจะดึงเธอมากอดเหลือเกินแต่ก็ทำไม่ได้ เธอยังเด็กเขาไม่อยากแตะต้องเธอให้เกินงาม เขาล่ะอยากจะให้เธอรีบๆ โตเร็วๆ นัก โตเป็นสาวเต็มตัวให้เขาได้จีบเธอ กอดเธอได้

                “โตเป็นสาวเร็วๆ นะ พี่จะได้รีบจีบ” พอเขาบอกแบบนี้ขวัญตาที่กำลังคีบหมูบนกระทะมากินก็ถึงกับชะงักไปทันทีแล้วหันมามองเขา

                “แล้วนี่ไม่เรียกว่าจีบหรอ” นั่นสินะ

                “ยังเป็นแฟนไม่ได้ขอเป็นคนรักก่อนได้มั้ย”

                “มันต่างกันตรงไหนผู้หมวด อย่ามาหลอกเด็กนะ” เธอเอาตะเกียบมาชี้หน้าเขา เขาก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วคีบหมูมาให้เธอพร้อมกับแกะกุ้งให้เธอต่อ

                “แล้วจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ”

                “พี่ชายละกัน”

                “ไม่” เขารีบบอก “พี่กลัวว่าจะได้เป็นแค่พี่ชายตลอดไป”

                “งั้นเป็นลุง เป็นน้า เป็นอา เป็นปู่ได้มั้ย”

                “เดี๋ยวเถอะ” เขาดุให้เธอได้หัวเราะคิกคักออกมาไม่หยุดที่แกล้งเขาได้ นี่จะตอกย้ำให้ได้ใช่มั้ยว่าเขาแก่กว่าตัวเองเยอะน่ะ เขาว่าเขาไม่ได้แก่เลยนะ อายุประมาณนี้ยังเรียกว่าหนุ่มอยู่ เธอสิที่เด็กกว่าเขาเอง

                “ผู้หมวดจะอยู่ที่นี่อีกกี่วัน กลับฐานวันไหน”

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ว่าจะกลับพรุ่งนี้เลย”

                “พรุ่งนี้อยู่ต่ออีกวันได้มั้ย แล้วมะรืนค่อยกลับ” เธอพูดขึ้นก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองมา รื้อหาอะไรบางอย่างข้างในเสร็จก็ยื่นมาให้เขา

                “จำได้มั้ยว่าพี่รันเคยบอกว่าจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตให้ ตอนกลับจากนราธิวาสพี่รันกับพี่หมอแก้มก็เลยให้ตังค์มา จริงๆ ฉันว่าจะชวนยัยเป้ไปดูด้วยกัน แต่พอวันนี้ผู้หมวดมาหาฉันก็อยากจะทำตามสัญญาที่เคยบอกผู้หมวดเอาไว้ พรุ่งนี้ไปดูคอนเสิร์ตเกาหลีกับฉันนะ”

                “พรุ่งนี้วันพุธ ติดเรียนแล้วจะไปดูคอนเสิร์ตยังไง” เขาว่าขณะดูวันและเวลาเริ่มคอนเสิร์ต ถึงคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในช่วงค่ำก็เถอะ

                “โดดเรียนไปสิ”

                “พอเลย” เขาว่าแล้วคืนบัตรคอนเสิร์ตให้เธอ “ใครสั่งใครสอนให้เกเรโดดเรียนกัน นี่ยังไม่รวมกับที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยอีกนะ เป็นนักเรียนยังไงเอาเสื้อออกนอกกระโปรงแบบนี้ รู้มั้ยว่าถ้าเป็นทหารแล้วแต่งตัวไม่เรียบร้อยจะถูกสั่งซ่อมยังไงบ้าง ห้ามเลยนะ พรุ่งนี้ห้ามโดดเรียนเด็ดขาด”

                “นี่ตกลงแฟนหรือพ่อวะเนี่ย” ขวัญตาแอบบ่นงึมงำอยู่คนเดียวเมื่อผู้หมวดคณินบ่นและอบรมสั่งสอนเธอไม่หยุด

                “พรุ่งนี้ต้องมาเรียนตามปกติ เดี๋ยวพี่จะคอยถามจากครูแพรเรื่อยๆ ว่าเรามาเรียนมั้ย”

                “ยังติดต่อกันอยู่หรอ ไหนว่าเลิกกันแล้ว” เธอถามขึ้น ทำเอาผู้หมวดคณินชะงักไป “ถ้าอยากคุยกับครูแพรก็คุยไปสิ ไม่ต้องเอาฉันมาเป็นข้ออ้างเพื่อหาเรื่องคุยกับเขาหรอก ผู้หมวดกลับไปคิดมาให้ดีๆ ดีกว่ามั้ยว่าอยากจะคุยกับใครกันแน่ ฉันไม่โอเคหรอกนะกับการคบซ้อนแบบนี้ ถึงฉันจะยังเด็กแต่ฉันก็มีหัวใจ ถ้าคิดจะรักใครแล้วก็จะรักจริงๆ เอาให้แน่ๆ ก่อนที่ฉันจะคิดไปไกลคนเดียวจนยากจะถอยกลับ” ว่าจบเธอก็ลุกขึ้นแล้วหยิบกระเป๋านักเรียนเดินออกไปจากร้านหมูกระทะทันทีทำให้ผู้หมวดคณินต้องรีบลุกตามเมื่อเธอเข้าใจผิดเขาไปใหญ่ เขาไม่ได้คิดอะไรกับลูกแพร์เลย สิ่งที่มีให้ก็แค่เป็นเพื่อนกันทั่วไปเท่านั้น

                “ขวัญ เดี๋ยวก่อน” เขาตามเธอออกมาจนถึงริมถนนหน้าร้านแล้วคว้าแขนของเธอเอาไว้ก่อนจะเข้ามายืนตรงหน้าเธอ จึงได้เห็นว่าเธอหน้าหงอยมากแค่ไหน

                “พี่ไม่ได้คิดอะไรกับครูแพรเลยนะ พี่รักขวัญนะไม่ได้รักเขาซักหน่อย...พรุ่งนี้เราไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันก็ได้” ขวัญตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งเมื่อได้ยินเขาบอกว่าจะไปดูคอนเสิร์ตกับเธอ

                “...ความจริงคอนเสิร์ตมันมีตอนค่ำ ไม่จำเป็นต้องโดดเรียนก็ได้ไปอยู่แล้วแน่ๆ แต่ที่ฉันบอกว่าจะโดดเรียนก็เพราะฉันอยากไปเที่ยวกับผู้หมวดก่อน ผู้หมวดกลับฐานไปก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกตอนไหน ติดต่อหากันก็ยากหรือบางที...ถ้าผู้หมวดเป็นอะไรไปฉันก็คงไม่ได้เจอผู้หมวดอีก ฉันแค่อยากมีความทรงจำที่ดีกับผู้หมวดก็เท่านั้น อยากถ่ายรูปคู่กับผู้หมวดเยอะๆ เอาไว้ดูยามคิดถึง ถึงฉันจะยังเด็ก เป็นเด็กเกเรอย่างที่ผู้หมวดว่าแต่ผู้หมวดรู้มั้ยว่าฉันจริงจังกับสัญญาห้าปีมากแค่ไหน ผู้หมวดมาขอสัญญาจากฉัน ฉันก็ให้ ฉันหวังว่าความสัมพันธ์ของเราจะพัฒนาแบบ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่ต้องรีบร้อน วันนี้ได้มากินข้าวกับผู้หมวด พรุ่งนี้ได้ไปเที่ยวแล้วก็ดูคอนเสิร์ตด้วยกัน...เด็กเกเรอย่างฉันก็คิดได้เท่านี้แหละ จะให้คิดละเอียดลึกซึ้งแบบผู้ใหญ่ฉันคิดไม่เป็นหรอก” ขวัญตายกมือขึ้นปาดน้ำตาออกแล้วจะเดินหนีเขาไปอีก แต่เขากลับดึงมือเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไม่คิดว่าเธอก็อยากจะอยู่กับเขา คิดถึงเขาเหมือนกัน เห็นเธอร้องไห้แบบนี้เขาอยากจะดึงเอาเธอเข้ามากอดเหลือเกิน นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอแต่งชุดนักเรียนอยู่เขาก็อยากจะดึงเธอเข้ามากอดปลอบขวัญ แต่ก็ทำไม่ได้เมื่อซ้ายมือของเขาคือถนนเส้นใหญ่ที่มีรถติดไฟแดงอยู่และขวามือคือร้านหมูกระทะที่คนกำลังแน่นร้าน

                “ไม่ร้องนะ” เขาก้มลงมาเช็ดน้ำตาให้เธอเบาๆ “พรุ่งนี้พี่จะไปรอรับที่หน้าบ้าน ขวัญอยากไปเที่ยวไหนพี่จะตามใจขวัญทุกอย่างเลย แล้วพอตอนเย็นเราก็ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันนะ” เขายิ้มให้เธออย่างใจดีพลางขยี้ผมเธอเบาๆ ยิ่งร้องไห้ยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปใหญ่

                “สัญญาเลยว่าจะไม่คุยกับใครอื่น พี่จะคุยกับขวัญแค่คนเดียว จะรักขวัญ มีขวัญแค่คนเดียวเท่านั้น”

                “ครูแพรล่ะ”

                “เดี๋ยวบล็อกการติดต่อทุกทางเลย” เพื่อเธอเขายอมได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วขวัญตาที่กำลังเช็ดน้ำตาปอยๆ อยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วก็ยิ้มให้เขาได้อีกครั้ง แต่...มันเป็นรอยยิ้มแปลกๆ แฮะ

                ผลัวะ!!! ผู้หมวดคณินทรุดลงไปกับพื้นทันทีเมื่อถูกเตะเข้าที่กล่องดวงใจอย่างแรงจนหน้าเขียว หนอย...ยัยตัวแสบ ยัยเด็กบ้ากล้าดียังไงมาเตะลูกชายสุดที่รักของเขา ยัย...

                “หูยๆๆ นี่หรอทหารกล้าฆ่าคนมาเยอะ สุดท้ายก็มาถูกเด็กเตะกลางกรุง ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า! นี่แค่สั่งสอนนะผู้หมวด ถ้าคิดจะจีบฉันแล้วมานอกใจคบคนอื่นซ้อนล่ะก็...ตาย!!! พรุ่งนี้หกโมงเช้าไปรับที่หน้าบ้านด้วย อย่าสาย! ไม่งั้นจะโดนไม่ใช่น้อย” พอชี้นิ้วสั่งอย่างวางอำนาจ คนที่เพิ่งจะเตะทหารกล้ากลางกรุงก็กระโดดขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านมากลับบ้านทันทีทิ้งให้ผู้หมวดคณินได้แต่คุกเข่ากุมลูกชายมองตามเธออย่างเจ็บใจและหัวเราะออกมาเบาๆ

                “ยัยตัวแสบเอ้ย!” เขาว่า ขำเธอมากกว่าจะโกรธเธอเสียอีก ขวัญตาต้องแบบนี้ ต้องซนแล้วก็แสบแบบนี้ถึงจะสมกับเป็นเธอหน่อย เด็กอย่างเธอต้องร่าเริง ไม่ใช่ร้องไห้อย่างน่าสงสารเหมือนเมื่อครู่นี่ ว่าแต่...นี่เขาเป็นผู้ใหญ่ยังไงกันล่ะเนี่ยชักชวนเด็กให้โดดเรียนแล้วหนีไปเที่ยว ถ้าผู้กองรู้เข้านะ คณินเอ้ย! ถูกย้ายกลับนราธิวาสแน่ๆ

 

                ขวัญตาแอบย่องลงมาจากบ้านในเวลาหกโมงเช้าขณะที่คุณหญิงกรกชกำลังคุมแม่ครัวจัดโต๊ะอาหารอยู่ แล้วก็ทันได้หันมาเห็นแม่หลานสาวตัวแสบกำลังย่องลงมาจากบนบ้านพอดี แล้วทำไมต้องย่องด้วยล่ะเนี่ย

                “ขวัญ วันนี้มีเรียนไม่ใช่หรอลูก ทำไมยังไม่แต่งชุดนักเรียนอีกล่ะ” คุณหญิงกรกชเดินเข้ามาหาทำเอาขวัญตาตกใจถึงกับผงะ

                “วันนี้ไม่มีเรียนค่ะ”

                “ไม่มีได้ยังไง วันนี้วันพุธนะลูก”

                “คืออย่างนี้ค่ะ ที่โรงเรียนวันนี้ก็มีเรียนตามปกติแหละ แต่แค่เฉพาะ ม.6 เท่านั้นค่ะที่ไม่ต้องไปเรียนเพราะทางโรงเรียนจัดติวสอบนอกสถานที่ให้ขวัญก็เลยไม่ต้องแต่งชุดนักเรียน” ปากโกหก แต่ก็เอานิ้วไขว้กันเอาไว้ทางด้านหลัง

                “อ้าว แล้วทำไมขวัญเพิ่งจะบอกป้าล่ะลูก แล้วไปติวนอกสถานที่นี่ที่ไหน”

                “อ่า...ที่...ที่เมืองทองธานีค่ะ เด็ก ม.6 หลายๆ โรงเรียนจะไปรวมกันที่นั่น” เธอยิ้มกลบเกลื่อนและหลบสายตา รู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้โกหกคุณหญิงป้าแบบนี้

                “ได้ยินแว่วๆ ว่าใครจะไปเมืองทองฯ นะ ติดรถลุงไปมั้ยลูก รถลุงผ่านทางนั้นพอดี” ท่านนายพลปภพเดินตามลงมาจากบ้าน คุณหญิงกรกชจึงหันไปหาสามีแล้วช่วยจัดชุดเครื่องแบบของสามีให้เรียบร้อย

                “มะ...ไม่ต้องค่ะคุณลุง ขวัญนัดปูเป้เอาไว้แล้ว”

                “แต่เราสอบติดหมอแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมยังต้องไปติวอีก”

                “ก็ยัยเป้ยังสอบไม่ติดนี่คะ ขวัญก็เลยไปเป็นเพื่อน”

                “นั่นสิ จะว่าไปเราก็ยังไม่ได้เลี้ยงฉลองให้กับว่าที่คุณหมอคนใหม่เลยนะคะ ดีจัง บ้านนี้มีทหารสองคนแล้วก็มีหมอถึงสองคนเลยหรอเนี่ย” คุณหญิงกรกชนึกถึงลูกชายและลูกสะใภ้ด้วย

                “งั้นไว้โทรหาเจ้ารันกับหมอแก้มละกัน ว่างกันวันไหนค่อยมาเลี้ยงฉลองยินดีกับน้อง” ท่านนายพลปภพบอกภรรยา ซึ่งพอพูดถึงผู้กองกรันณ์ ขวัญตาก็อดยิ้มเยาะไม่ได้

                “คุณลุงทราบมั้ยคะว่าพี่รันถูกพี่ผู้พันสั่งขัง”

                “อะไรนะ!” ทั้งท่านนายพลปภพและคุณหญิงกรกชอุทานขึ้นพร้อมกัน

                “ทำไมล่ะลูก ถูกสั่งขังได้ยังไง” คุณหญิงกรกชรีบถามหลานสาวด้วยความเป็นห่วงลูกชาย

                “เห็นว่าทำผิดวินัยทหารอะไรนี่แหละค่ะ ขังห้าวันเชียวนะคะ” ขวัญตาชูนิ้วทั้งห้าขึ้น

                “แล้วเราไปรู้เรื่องที่แม่สอดมาได้ยังไง” ท่านนายพลปภพถามขึ้น วันก่อนท่านยังติดต่อราชการกับผู้การที่กรมทหารพรานที่ 35 อยู่เลย แล้วทำไมผู้การถึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง หรือว่า...มันเป็นเรื่องภายใน

                “ขวัญโทรคุยกับพี่หมอแก้มมาค่ะ พี่หมอแก้มบอก” ขวัญตาถึงกับเหงื่อตกเมื่อรู้ว่าเช้านี้ตัวเองพูดโกหกไปหลายเรื่องแล้ว บาปตายกันพอดีงานนี้

                “เออ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วขวัญไปก่อนนะคะ นัดยัยเป้เอาไว้”

                “อ้าว ไม่ทานข้าวเช้าก่อนล่ะลูก ป้าทำของโปรดของขวัญให้ด้วยนะ”

                “ไม่ทันแล้วค่ะ เดี๋ยวสาย” ว่าแล้วคนกลัวจะสายก็รีบวิ่งออกไปจากบ้านทันที แทบจะชนกับก้อย เด็กรับใช้ในบ้านเข้าให้แล้ว ท่านนายพลปภพกับคุณหญิงกรกชก็เลยได้แต่มองตามแล้วก็ส่ายหน้าให้ในความไม่เรียบร้อยเป็นกุลสตรีของหลานสาว

                “กินข้าวเถอะคุณหญิง เรื่องเจ้ารันน่ะไม่ต้องห่วงมันหรอก แค่ขังห้าวันเองเรื่องเล็กน้อย เมียมันก็อยู่ เดี๋ยวเมียมันคงดูแลมันเองแหละ” ท่านนายพลปภพบอกพลางโอบไหล่ภรรยาไปนั่งกินข้าวด้วยกันเพราะรู้จักนิสัยลูกชายตัวเองดีว่ามันบ้าดีเดือดมากแค่ไหน นี่เขาก็ลือกันไปทั้งกองทัพแล้วเรื่องที่ลูกชายของเขาจัดการกับพวกของนายพลอ่องเส็งจนตายเรียบตอนฐานถูกโจมตี ในฐานะของคนเป็นพ่อ ลูกชายเก่งแบบนี้พ่อที่ไหนจะไม่ภูมิใจ แต่อีกใจก็อดห่วงไม่ได้ กลัวว่าลูกชายจะเผลอไปเหยียบถูกหางใครเข้าให้แล้วถูกตามล้างแค้นเหมือนคราวที่ถูกลอบฆ่าที่นราธิวาส

 

                ขวัญตาค่อยๆ ผลักประตูบานเล็กของบ้านแล้วหอบกระเป๋าเป้เดินออกมา ก่อนจะสอดส่องมองหาใครบางคนที่นัดกันเอาไว้ ที่เยื้องๆ หน้าบ้านของเธอมีรถมอเตอร์ไซค์คันสวยจอดอยู่ เธอจำได้ว่าเป็นรถของเขาคันเมื่อวานนี้แต่...แล้วเจ้าของรถหายไปไหนกัน

                “ไง เด็กเกเร” เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ขวัญตาถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ เขาก็โผล่มาทางด้านหลังของเธอแบบนี้ เล่นเอาใจหายใจคว่ำไปหมด

                “เล่นอะไรของผู้หมวดกันล่ะเนี่ย” เธอว่า ผู้หมวดคณินจึงก้าวเดินออกมาจากด้านหลังเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน

                “เช้าๆ แบบนี้ผู้คนเขาก็ออกไปทำงานกัน พี่ไม่อยากถูกมองอย่างสงสัยเลยมายืนหลบมุม แล้วนี่ขออนุญาตคุณลุงกับคุณป้าแล้วใช่มั้ยว่าวันนี้จะไปดูคอนเสิร์ต”

                “ไม่ได้ขอ”

                “อ้าว ทำไมทำแบบนี้ฮะ กลับเข้าบ้านไปขออนุญาตก่อนเลย หรือจะให้พี่ไปช่วยขอให้ก็ได้นะ” เขาทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้านของเธอ แต่ขวัญตาก็ดึงเขาเอาไว้เสียก่อน

                “จะบ้าหรอ ทั้งโดดเรียน ทั้งหนีเที่ยว ใครเขาขออนุญาตกันก่อนล่ะ ถามจริงเถอะผู้หมวดไม่เคยโดดเรียนรึไง”

                “ก็...เคย”

                “แล้วเคยขออนุญาตใครก่อนมั้ย”

                “ไม่ รู้แค่ว่าตอนถูกจับได้ว่าโดดเรียนก็ถูกซ่อมโหด จากนั้นก็ไม่เคยโดดเรียนอีกเลย” โรงเรียนของเขามันไม่ใช่โรงเรียนธรรมดาๆ แบบของเธอนะ

                “งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดนักเรียนไป เดี๋ยวพี่จะไปส่งที่โรงเรียน ไว้ตอนเย็นค่อยไปดูคอนเสิร์ต”

                “อ้าว แล้วเรื่องเที่ยวล่ะ” เธอทวงขึ้น ทำไมอยู่ๆ เขามากลับคำแบบนี้

                “พี่มาคิดๆ ดูแล้วทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ เล่นแต่งชุดไปเที่ยวออกมาแบบนี้คงจะโกหกคนที่บ้านมาล่ะสิว่าไม่มีเรียน พี่ไม่อยากทำให้เราเสียเด็กนะ เพราะแบบนี้ไงพี่ถึงบอกว่าไว้รอห้าปีก่อนค่อยเป็นแฟนกัน เพื่ออนาคตที่ดีของขวัญ”

                “ผู้หมวดพูดอะไร ฉันก็ตั้งใจเรียนแล้วนะ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ร้อยวันพันปีฉันก็ไม่เคยโดดเรียนจริงๆ จังๆ แบบนี้หรอกนะ นี่ครั้งแรกด้วยซ้ำ ฉันขอแค่วันนี้วันเดียวไม่ได้รึไง พรุ่งนี้ฉันก็จะกลับไปตั้งใจเรียนเหมือนเดิมแล้ว”

                ผู้หมวดคณินมองหน้าเธอสักพักแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา เขาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลย ไม่ได้อยากทำให้เธอเป็นเด็กเหลวไหล เขารักเธอเขาหวังดีกับเธอแล้วก็อยากจะให้ชีวิตของเธอมีแต่สิ่งดีๆ เท่านั้น

                “งั้นเรามาทำข้อตกลงกันก่อน” เขาบอก

                “ข้อตกลงอะไร”

                “นับตั้งแต่นี้ไปพี่จะเป็นคนตรวจผลการเรียนของขวัญทุกเทอม ยิ่งตอนเรียนหมอพี่ก็จะเช็คผลการเรียนของขวัญด้วย”

                “โหย เป็นจะแฟนหรือจะเป็นพ่อกันล่ะเนี่ย”

                “ก็เพราะว่าจะเป็นแฟนไงพี่ถึงต้องทำแบบนี้ มีพี่คอยดูแล ชีวิตของขวัญจะต้องมีแต่เรื่องดีๆ เท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการเรียนเข้าใจมั้ย รับปากมา ถ้าไม่รับปากไม่พาไปเที่ยวนะ”

                “รับปากก็ได้” ขวัญตาว่าอย่างไม่พอใจ หากแต่ภายในใจลึกๆ กลับรู้สึกดีที่เขาหวังดีกับเธอได้มากมายขนาดนี้ ผิดกับพี่มอสแฟนเก่าของเธอลิบลับเลยที่มีแต่จะชวนเธอออกนอกลู่ออกนอกทางตลอด คนรักกันจริงมันต้องแบบนี้สิ รักกันก็ต้องหวังดีต่อกันแบบนี้

                “ดีมาก แต่ถึงจะสอบติดหมอแล้วผลการเรียนเทอมนี้ก็ห้ามต่ำเด็ดขาด ถ้าผลการเรียนต่ำล่ะก็...เจอดีแน่” ว่าจบเขาก็เอาหหมวกกันน็อกมาใส่ให้เธอ แล้วก็เคาะหมวกกันน็อกแกล้งเธออีกเหมือนเมื่อวาน

                “มาขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวสวนสนุก”

                “สวนสนุกหรอ...” ขวัญตาทวนเมื่อขึ้นคร่อมซ้อนท้ายรถของเขาแล้ว

 

                เพราะเป็นวันธรรมดาที่ผู้คนยังต้องทำงานกันอยู่และวัยรุ่นหนุ่มสาวก็ไปเรียนกัน ทำให้สวนสนุกค่อนข้างจะไม่ค่อยมีคนมากเท่าไหร่ แล้วยิ่งเช้าๆ แบบนี้ที่นี่ก็ยิ่งดูสงบผิดกับในวันหยุดทั่วไป ขวัญตาเดินมาหยุดที่ม้าหนุนแล้วก็มองภาพตรงหน้านิ่งเพราะมันทำให้เธอนึกถึงเมื่อครั้งก่อนที่เคยมาเที่ยวกับพ่อและแม่ มาเที่ยวกันสามคนพ่อแม่ลูก ตอนนั้นเธอสนุกและมีความสุขมากเลย

                “รู้มั้ยว่านี่เป็นการมาเที่ยวสวนสนุกครั้งแรกของฉันเลยนะ นับตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ของฉันจากไป” ขวัญตาบอก ผู้หมวดคณินจึงหันมายิ้มให้เธอแล้วขยี้ผมเธออย่างปลอบขวัญ

                “พี่จะทำให้การเที่ยวสวนสนุกของขวัญวันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดเลยนะ”

                “อืม” เธอพยักหน้าตอบ

                “เดี๋ยวจะพาไปปั่นเรือถีบด้วย อยากปั่นไม่ใช่หรอ”

                “ผู้หมวดรู้ได้ยังไงว่าฉันอยากปั่นเรือถีบ” ขวัญตาหันมาถามเขาทันที เพราะเรื่องนี้เธอไม่เคยบอกใครมาก่อนเลย

                “เป็นทหารน่ะ รู้ทุกอย่างแหละ” เขาบอกยิ้มๆ เพราะจริงๆ แล้วที่เขารู้ก็เพราะเขาเคยได้ยินเธอละเมอพูดออกมาตอนอยู่ที่ฐาน ซึ่งเขายังจำได้มาจนถึงวันนี้

                ตลอดช่วงเช้าผู้หมวดคณินเลยต้องสลัดคราบทหารมาดเข้มออกไปแล้วเหลือเอาไว้เพียงตัวตนของผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่อยากอยู่กับคนรักของเขาและทำให้วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดของเธอ เขาไม่ขี้เกียจที่จะฟังเธอพูดจาเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังบ้าง เล่าเรื่องหนังสนุกๆ ที่เขาพลาดไปดูตลอดเวลาที่รับราชการอยู่บ้าง โม้บ้างว่าวีรกรรมของท่านขวัญตาแห่งท่าน้ำนนท์เป็นยังไง จากนั้นก็เดินตามเธอต้อยๆๆ ถ่ายภาพคู่ด้วยกันเป็นพันๆ ภาพได้มั้งเขาคิด แต่...ให้ฟังเธอพูด เดินตามเธอ ถ่ายภาพกับเธอนี่เขาทำได้สบายๆ อยู่แล้วนะ แต่มาสวนสนุกมันก็ต้องมีเครื่องเล่นใช่มั้ย แน่นอนว่ายัยตัวแสบพาเขาไล่เล่นเครื่องเล่นทุกชนิดจนเขาแทบจะอ้วกแตก ให้ตายเถอะ ฝึกทหารว่าเหนื่อยแล้ว ให้มานั่งรถไฟตีลังกาม้วนหน้าม้วนหลังแบบนี้ขอบอกเลยว่าไม่โอเคอย่างแรง

                “จะไปนั่งทำไมม้าหมุนผู้หมวด อันนั้นเอาไว้ให้เด็กเล่น อย่างคนโตๆ แบบพวกเราต้องนี่!!! Giant Drop ไปเล่นยักษ์ตกตึกกัน กล้ารึเปล่าผู้หมวด” เธอชี้ไปยังเครื่องเล่นขนาดสูงที่มีเก้าอี้นั่งอยู่รอบๆ ตัวเครื่องเล่น สูงประมาณ 75 เมตรได้ โดยเก้าอี้เหล่านี้จะถูกดึงขึ้นไปจนสุดความสูงก่อนที่จะปล่อยเก้าอี้ที่ดึงขึ้นไปในตอนแรกลงมาด้วยความเร็ว เสียงกรีดร้องของคนที่เล่นอยู่ขณะนี้ไม่ได้ทำให้ผู้หมวดคณินกลัวเลยแม้แต่น้อย

                “เอาสิ ไปเล่นกัน” อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ตีลังกาม้วนหน้า ม้วนหลังอย่างรถไฟเหาะแหละ

                “เออ...ผู้หมวดไม่กลัวหรอ มันจะเหมือนตกลงมาจากที่สูงเลยนะ” พอเขาจะเล่นจริงๆ ขวัญตากลับเริ่มจะไม่แน่ใจเสียเอง หน้าเริ่มจะแหยๆ แล้ว มองแป๊บเดียวเขาก็รู้ว่าเธอกลัวเครื่องเล่นชนิดนี้ เมื่อกี้นี้เธอลากเขาขึ้นรถไฟเหาะจนเขาแทบอ้วกแตก งานนี้มันต้องมีเอาคืน

                “ก็ไม่สูงเท่าไหร่นะ” เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง “ตอนกระโดดร่มลงมาจากเครื่องบินสูงกว่านี้อีก เสี่ยงตายกว่านี้ด้วย นี่แค่เครื่องเล่นในสวนสนุกเท่านั้นไม่ต้องเสี่ยงอันตรายอะไร ปลอดภัยอยู่แล้ว แค่นั่งเฉยๆ”

                “ลืมไปว่าทหารเขาเรียนกระโดดร่มกันมาทุกคน” ขวัญตาบ่นกับตัวเองอย่างเสียรู้

                “เออ...เราไปนั่งเรือไวกิ้งกันดีกว่าเนาะ ไม่ต้องเล่นอันนี้หรอกถ้าผู้หมวดไม่กลัว มันก็ไม่น่าสนใจ”

                “เดี๋ยว” เขาลากเสียงยาวเมื่อขวัญตาทำท่าจะเดินหนี มือแกร่งก็เลยดึงกระเป๋าเป้ที่เธอสะพายอยู่เอาไว้

                “น่าสนุกดี ไปเล่นกันเถอะ”

                “คือว่า...”

                “ไปเถอะน่า” แล้วเขาก็ลากเอายัยตัวแสบไปที่เครื่องเล่น Giant Drop ทันที เมื่อวานนี้ก็เตะลูกชายของเขา กว่าจะหายจุกเล่นเอาเขาแทบจะลุกไม่ขึ้น หึๆๆ ยัยตัวแสบไม่รอดแน่ๆ

                เมื่อระดับความสูงของเก้าอี้ค่อยๆ ถูกดึงขึ้นไปขวัญตาก็ถึงกับเหงื่อตกหน้าซีดขึ้นมาทันที ขาห้อยต่องแต่งอยู่แบบนี้ยิ่งน่ากลัว แล้วทั้งเครื่องเล่นนี่ก็มีแค่เธอกับเขาสองคน ถ้ามีคนเล่นเยอะกว่านี้คงจะน่าอุ่นใจไม่น้อย

                “ลมเย็นดี เห็นวิวทั่วสวนสนุกเลยว่ามั้ย”

                “ไม่รู้” เธอหลับตาปี๋ อีกฝ่ายก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ

                “เอาน่า อยู่กับทหารไม่ต้องกลัว”

                “ทหารก็คนนะ ตกลงไปก็ตายเหมือนกัน”

                “มา จับมือพี่เอาไว้” เขาบอกแล้วยื่นมือมาให้เธอจับ ขวัญตาจึงรีบจับมือเขาเอาไว้แน่น แล้วทันใดนั้น เมื่อเครื่องเล่นถูกดึงขึ้นจนถึงจุดสูงสุดแล้วก็ปล่อยลงมาแทบจะในทันทีทำให้เด็กสาวถึงกับกรี๊ดออกมาลั่น จับมืออีกฝ่ายแน่นในขณะที่ผู้หมวดคณินกลับนั่งนิ่งไม่ตกใจกลัวเลยแม้แต่น้อย จนเมื่อเครื่องเล่นลงถึงพื้นขวัญตาก็ถึงกับขาสั่นก้าวลงจากเครื่องเล่นไม่ได้ เขาก็เลยต้องอุ้มเธอลงมาแทนและหัวเราะเธอไม่หยุดที่ตอนนี้เธอกลัวจนหน้าซีดไปหมดแล้ว

                “ไงท่านขวัญแห่งท่าน้ำนนท์ เมื่อกี้นี้กรี๊ดคอแทบแตกเลยนะ กลัวก็ไม่บอก”

                “ผู้หมวดบ้า!” เธอยกมือขึ้นตีเขา เขาก็ยังหัวเราะต่อ

                “ลุกขึ้นสิ เที่ยงแล้วไปหาอะไรกิน”

                “ลุกไม่ขึ้น” เธอยังคงนั่งยองๆ กอดเข่าเอาไว้แน่นและตัวสั่น ทั้งน่าสงสารและน่าสะใจอยู่ไม่น้อย

                “งั้นขี่หลังพี่มั้ย” เขาเสนอเล่นๆ แต่เธอกลับพยักหน้าหงึกหงักจะขี่หลังของเขาจริงๆ เขาก็เลยเข้าไปนั่งหันหลังให้เธอ ขวัญตาที่ยังขาสั่นไม่หายเลยเอื้อมแขนมากอดรอบคอเขาเอาไว้

                “อยากกินอะไรบอกมา” เขาถามเมื่ออุ้มเธอขึ้นหลังได้แล้ว

                “พิชซ่า” พอเธอบอกเขาก็พาเธอเดินไปทางร้านพิชซ่าในสวนสนุกทันที ขวัญตากอดรอบคอเขาเอาไว้แน่นแล้วแอบมองแผ่นหลังกว้าง เนื้อตัวของเขามีแต่มัดกล้ามแข็งแรงสมกับเป็นทหารที่ฝึกการรบอยู่ตลอด กลิ่นตัวผู้ชายนี่หอมแปลกๆ มันไม่ได้หอมหวานแต่กลับหอมแบบชวนให้หลง อยู่กับเขาแล้วเธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยมากจริงๆ

                ผู้หมวดคณินแทบไม่อยากจะให้ถึงร้านพิชซ่าเร็วๆ เลย เขาเดินให้ช้าๆ เพื่อที่จะได้อยู่กับเธอแบบนี้นานๆ เนื้อตัวของเธอนุ่มนิ่มไปหมดและหอมกรุ่นเหลือเกิน ยิ่งเมื่อเธอวางคางเล็กๆ เอาไว้กับไหล่กว้างของเขามันก็ทำให้แก้มของเขากับเธอแทบจะแนบชิดกัน เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงเช่นเดียวกับเขาจนร้อนผ่าวไปทั้งหน้าแล้วตอนนี้ จากกันวันนี้ไปอีกกี่วันกันหนอถึงจะได้เจอกันอีก ถ้ากลับฐานไปเขาคงคิดถึงเธอหนักแน่ๆ

                “ผู้หมวด” เธอพูดขึ้นข้างๆ แก้มเขา

                “ผู้หมวดแกล้งฉันใช่มั้ยเมื่อกี้นี้ ผู้หมวดรู้อยู่แล้วว่าฉันกลัว Giant Drop แต่ก็ยังพาฉันไปเล่น”

                “ใช่” เขายอมรับยิ้มๆ ก่อนที่เธอจะเงียบไปแล้วจึงพูดขึ้นมาอีก

                “ผู้หมวดพลาดแล้วล่ะ”

                “พลาดอะไร”

                “ก็...”

                “อั๊ก!!!” เขาหยุดเดินทันทีเมื่อยัยตัวแสบแผลงฤทธิ์อีกแล้วโดยการรัดคอเขาเอาไว้แน่นจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก หนอย...ยัยเด็กนี่ ขอเวลาโรแมนติกนานๆ หน่อยก็ไม่ได้

                “ตายซะ!!!” เธอกอดรัดคอเขาแน่นขึ้นไปอีกจนผู้หมวดคณินเริ่มจะทนไม่ไหวปล่อยมือจากเธอทันทีแล้วทิ้งตัวขวัญตาลงไปกับพื้นหญ้าเต็มแรง

                “โอ๊ย!!!” เธอร้องขึ้นเมื่อถูกเหวี่ยงลงไปกับพื้นหญ้า “ฉันเจ็บนะผู้หมวดบ้า!!!

                “ก็บ้าพอๆ กันน่ะแหละ แสบนักนะรัดมาได้” เขาว่าคืนแล้วนวดคอตัวเองไปมา “หักแขนทิ้งซะเลยดีมั้ยฮะ!” เขาทำท่าจะเข้ามาหักแขนเธอจริงๆ ทำให้ขวัญตารีบถอยหนีอย่างหมดท่า แสบๆ อย่างเธอต้องเจอเขาเอาคืนแบบนี้นี่แหละ ยัยเด็กติ๊งต๊องเอ้ย!

                ขวัญตาสั่งพิชซ่าเพิ่มชีสถาดใหญ่มากินอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อเล่นงานเขาไม่ได้ก็ต้องกินแก้แค้น เธอเอาพิชซ่าสองชิ้นวางซ้อนกันแล้วอ้าปากกว้างๆ งับพิชซ่าคำโตกินราวกับพิชซ่าสองชิ้นนี้เป็นหัวของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ไม่ปาน แล้วเหมือนจะไม่สะใจคราวนี้เธอวางพิชซ่าสามชิ้นซ้อนกันอีกแล้วกินให้ผู้หมวดคณินได้แต่มองอย่างอึ้งๆ

                “นี่ มากินข้าวกับผู้ชายกินให้มันเรียบร้อยๆ หน่อยแม่คุณ” เขายื่นกระดาษไปเช็ดปากให้เธอ

                “ทำไม ผู้หมวดอายคนอื่นเขาหรอ” เธอพูดทั้งๆ ที่พิชซ่ายังเต็มปากอยู่ “สมน้ำหน้า” ว่าจบก็อ้าปากงับพิชซ่าคำโตเย้ยเขาอีก อีกฝ่ายก็เลยได้แต่ส่ายหน้าให้เธอไปมา เนี่ยนะที่บอกว่ามีความเป็นกุลสตรี เหอะ! กุลสตรีตรงไหน

                “กินเสร็จแล้วเดี๋ยวจะพาไปเดินดูสัตว์ในฝั่งสวนสัตว์ ไว้แดดร่มๆ ค่อยไปปั่นเรือถีบกัน จากนั้นก็กลับ กินข้าวเย็นให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปดูคอนเสิร์ตต่อ” เขาวางแผนการเที่ยววันนี้ให้เธอเสร็จสรรพ เมื่อเธอยังกินพิชซ่าสามชิ้นพร้อมกันไม่เลิกจนเขาต้องหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพนี้เอาไว้

                “ถ่ายรูปทำไม”

                “เอาไปให้ผู้กองกับคุณหมอแก้มดูว่าน้องสาวของพวกเขาเป็นกุลสตรีมากแค่ไหน”

                “พี่รันก็รู้สิว่าเรามาเที่ยวด้วยกัน”

                “รู้ก็รู้สิ ก็รักแล้วก็คบแบบเปิดเผยให้ผู้ใหญ่รับรู้นี่ ไม่ได้แอบลักกินขโมยกินซักหน่อย”

                “ใครจะให้ผู้หมวดกินกันฮะ ตายไปร้อยชาติก่อนเถอะ”

                “โอ๊ย! ใครจะไปอยากกินยังเด็กอยู่แบบนี้ เมื่อกี้นี้ตอนให้ขี่หลังมานึกว่าแบกไม้กระดานมาซะอีก เอ๊ะ! รอห้าปีนี่จะเป็นสาวแล้วยังนะ หรือว่าจะรอซักสิบปีดี...”

                สวบ!!! แล้วพิชซ่าสามชิ้นก็ถูกยัดใส่ปากเขาเต็มๆ ข้อหาพูดจาไม่น่าฟัง นี่ถ้าไม่เกรงใจคนอื่นๆ ในร้านขวัญตายกเก้าอี้ทุ่มใส่เขาแล้วนะเนี่ย

                หลังมื้อเที่ยงที่เกือบจะฆ่ากันตายคาร้าน สองหนุ่มสาวก็กัดกันไปตลอดทางที่เดินดูสัตว์ในสวนสัตว์จนผู้หมวดคณินหมั่นไส้นักจับงูที่โชว์มาคล้องคอเธอแก้แค้นคืนทันทีทำเอาคนกลัวงูกรี๊ดออกมาลั่นแทบจะฆ่ากันตายอีกรอบ หรือแม้แต่ตอนปั่นเรือถีบด้วยกันก็ยังแกล้งกันไม่เลิกอีกเมื่อขวัญตากินแรงไม่ยอมปั่นเรือช่วยเขาและแกล้งหลับ คนที่ปั่นเรืออยู่คนเดียวเลยกวักน้ำในสระขึ้นมาสาดใส่เธอทันทีจนแทบจะตีกันเรือล่ม สุดท้ายก็เปียกมอมแมมกันไปทั้งคู่จนกระทั่งกลับออกจากสวนสนุก

******************************************************************************************
คู่นี้ก็หวานเป็นนะ ไม่ได้มีแต่ตีกันอย่างเดียว
ว่าแต่...คอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีวงไหนนะที่ขวัญตาจะไปกรี๊ดเกาะติดขอบเวที


ติดตามได้ในตอนต่อไปจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กันยายน 2562 / 09:26
    ตีกันบ่อยขนาดนี้ลูกดกแน่ๆสองคนนี้
    #1663
    0
  2. #1524 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:16

    5555 อันนี้คือหวานแล้วเหรอ

    #1524
    0
  3. #1384 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 14:49
    นัลลัคคค
    #1384
    0
  4. #970 Song (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 13:55

    ฉ้านรักกกกคู่นี้

    #970
    0
  5. #719 LinSlurpee (@SlurpyLin) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 09:54
    น่ารักก
    #719
    0
  6. #163 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 20:16
    ชอบคู่จังงงงงงงงงงงงงง
    ฟินเวอร์งื้อออออออ
    #163
    1
    • #163-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 47)
      26 มีนาคม 2562 / 21:40
      ตอนต่อไปฟินกว่านี้จ้า สี่ทุ่มครึ่งมาลงนะ
      #163-1
  7. #161 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 05:51
    อ่านไป ยิ้มไป นิยายสนุกมากกกกค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #161
    0