ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 46 : แฟนเก่าปะทะแฟนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 305 ครั้ง
    4 พ.ค. 62


46.แฟนเก่าปะทะแฟนใหม่

 

                “ไหนดูซิคะ หล่อแล้วรึยัง” เสียงหวานถามอย่างมีความสุขขณะจัดปกคอเสื้อทหารให้กับสามีหลังจากที่เธอช่วยอาบน้ำ โกนหนวดโกนเคราให้เขาเสร็จจนตอนนี้หล่อกระชากใจเธอสุดๆ แล้ว

                “หล่อแล้ว ตัวหอมแล้ว พร้อมออกไปทำงานได้แล้วค่ะ” พอเธอยิ้มบอกเขาก็ดึงเอาตัวเธอเข้ามากอดแล้วก็ซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นอีกอย่างลุ่มหลงจนราชาวดีดิ้นขลุกขลักจะหนีเขาให้ได้ทั้งรอยยิ้ม

                “พี่รันพอแล้วค่ะ เมื่อกี้นี้ไม่อิ่มรึยังไง” แก้มนวลเรื่อสีจัดเมื่อนึกถึงตอนที่อาบน้ำกับเขาเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะเธอถูกเขาจับกินไปทั้งตัวทั้งใจจนชักจะเหนื่อยและเพลียสุดๆ แล้ว

                “อย่างแก้มน่ะ กินทั้งชีวิตก็ไม่อิ่มหรอก ขอพี่ชื่นใจหน่อยเถอะน้องนางไม้” ว่าแล้วเขาก็ทั้งจูบทั้งหอมแก้มเธอใหญ่อย่างคิดถึงสุดๆ ความสุขทั้งชีวิตของเขาอยู่ที่เธอเพียงคนเดียวเลยจริงๆ

                “งั้นเย็นนี้ค่อยกินต่อก็ได้นี่คะ”

                “ลืมไปแล้วหรอว่าพี่ยังถูกลงโทษให้อยู่เวรต่อ สิบวันเชียวนะ”

                “ก็ต้องมีเวลากินข้าว เวลาอาบน้ำบ้างแหละค่ะ สิบวันอยู่เวรตลอดไม่ให้นอนเลยก็แย่สิคะ อย่างตอนที่พี่รันฝึกซีล ช่วงสัปดาห์นรกอดนอนจริงๆ ก็ตั้งห้าวันแล้ว ห้าวันนี่ถือว่าหนักสุดๆ แล้วนะคะ ถ้าทนสิบวันได้ก็ล้มทั้งยืนแล้วล่ะค่ะ”

                “เอาน่า อย่างน้อยพี่ก็ไม่ได้ถูกขังนี่ เราสองคนจะเจอกันตอนไหนก็ได้ แล้วก็...มีเวลาให้พี่จับแก้มกินแน่นอน เมื่อกี้นี้พี่ยังไม่อิ่มหรอกนะ เป็นเมียคนหื่นก็แบบนี้แหละ ต้องพร้อมให้ผัวกินทุกเมื่อ”

                “บ้า” เธอยิ้มเขินๆ แล้วทุบอกเขาเบาๆ เขาก็เลยกอดเธอเอาไว้อีกแล้วก้มลงมาจูบเธออย่างหวานซึ้ง เพียงแค่นี้ราชาวดีก็กลายเป็นลูกแมวตัวน้อยๆ แสนเชื่องให้เขาเชยชมอีกครั้งแล้ว

               

ราชาวดีแก้มนวลแดงปลั่งอย่างน่ารักน่ามองขณะเดินจูงมือกับสามีมาที่ฐาน ซึ่งผู้หมวดนทีกำลังสั่งเรียกแถวเหล่าทหารอยู่ เธอจึงค่อยๆ เดินแยกจากสามีออกมาเมื่อเขาต้องเข้าไปตรวจแถวเหล่าลูกน้อง หากแต่ดวงตาคู่หวานสวยก็ยังแอบมองสามีตามหลังอย่างแสนรัก เพราะเขาถูกปล่อยตัวในเวลาเช้ามืดเลยทำให้พอมีเวลาจู๋จี๋กับเธอก่อนจะกลับมาเข้าเวร

                “ไง ได้ผัวคืนแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาเลยนะ” ผู้พันคีรินทร์ทักอย่างหมั่นไส้น้องสาว เห็นรอยจูบใหม่ที่คอเธอก็รู้ได้ทันทีว่าไปให้ผัวขย้ำมาแน่ๆ หน้าตาถึงได้อิ่มเอิบแบบนี้

                “แต่อย่าลืมนะว่าโทษของมันยังไม่หมด มันยังต้องเข้าเวรต่ออีกยาว”

                “พี่ภูใจร้าย”

                “ใจร้ายอะไร แล้วทีไอ้รันล่ะ ข้ามไปฝั่งนู้น ไปฆ่าคนตายมาเป็นร้อยๆ ศพมันเป็นคนดีนักหรอ”

                “จะดีจะร้ายก็ผัวแก้ม แก้มรักของแก้มใครจะทำไม” ว่าแล้วก็เชิดหน้าหนีจนผู้พันคีรินทร์ยิ่งหมั่นไส้เธอจนอดไม่ได้หยิกแก้มเธอเข้าให้ทันที นับวันเริ่มทำตัวเหมือนยัยหมอเอื้อยรวมกับขวัญตาเข้าไปทุกทีสิ นี่คงจะอยู่กับไอ้รันมากไปใช่มั้ยเลยติดนิสัยไม่ดีของมันมา ให้ตายเถอะ!

                เพราะถูกสั่งขังเลยไม่ได้ดูแลฐานนานหลายวัน วันนี้เลยมีงานให้ผู้กองกรันณ์จัดการอีกเยอะทั้งอ่านรายงานการลาดตระเวน จัดชุดทีมลาดตระเวนใหม่ ฝึกการใช้อาวุธปืนและการต่อสู้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องทำเป็นประจำ เหมือนมีดนั่นแหละที่ยิ่งลับก็ยิ่งคม และแน่นอนว่าถ้าผู้กองกรันณ์ได้ฝึกทหาร เขาไม่มีทางฝึกเบาๆ แน่

                “เรื่องซ่อมแซมฐานที่เสียหายจากคราวก่อนเรียบร้อยดีแล้วใช่มั้ยหมวด” เสียงผู้กองกรันณ์ถามผู้หมวดนทีขณะเดินกลับมาหาราชาวดีกับผู้พันคีรินทร์

                “เรียบร้อยดีแล้วครับ ตอนนี้ก็มีแค่พวกพืชผักที่ปลูกเอาไว้ที่ต้องปลูกใหม่ คราวฐานถูกโจมตีโดนระเบิดเสียหายไปพอควร”

                “อืม งั้นหมวดช่วยให้คนจัดการด้วยนะ เรื่องปากเรื่องท้องก็เป็นเรื่องสำคัญ” เขาบอกแล้วจึงหันมาทางราชาวดีที่ยืนมองเขาตาแป๋วอย่างน่ารักอยู่ เขาก็เลยยื่นมือมาไล้แก้มนวลเบาๆ เพราะก่อนหน้านี้เห็นเธอถูกผู้พันหยิกแก้มเสียแรงเลย

                “อ้อจริงสิ นี่ผู้หมวดคณินไปไหน วันนี้ผมยังไม่เห็นตัวเลย ออกลาดตระเวนรึเปล่า” ผู้กองกรันณ์ถามขึ้นเมื่อเพิ่งจะนึกได้ ทำให้ผู้พันคีรินทร์กับผู้หมวดนทีหันมามองหน้ากันยิ้มๆ

                “จริงด้วย! ถึงว่าสิแก้มรู้สึกว่าเหมือนใครจะหายตัวไป นี่ผู้หมวดคณินไม่อยู่นี่เอง”

                “โหแก้ม” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้น “ผู้หมวดเขาไม่อยู่ที่ฐานได้สองวันแล้วเพิ่งจะรู้ตัวหรอ เกิดผู้หมวดมารู้เข้าเขาได้น้อยใจแย่”

                “...ก็แก้มมัวแต่คิดถึงพี่รันอยู่นี่” ว่าแล้วเธอก็รีบมายืนหลบอยู่ด้านหลังของสามีเหมือนเด็กกลัวพ่อจะตีเพราะมีความผิดจนคนเป็นสามีต้องลูบศีรษะเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู

                “ผู้หมวดเขาไปราชการแทนฉันน่ะ เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับ”

                “ไปราชการ...ที่ไหนหรอครับผู้พัน” ผู้กองกรันณ์ถาม

                “แถวๆ แจ้งวัฒนะ อบรมการใช้อาวุธและการต่อสู้ให้ทหารใหม่น่ะ”

                แจ้งวัฒนะ...โรงเรียนขวัญตาก็อยู่แถวๆ นั้นซะด้วยสิ

                “แล้วทำไมผู้พันไม่ให้หมวดนทีไปแทน ผู้หมวดนทีก็เก่งไม่เป็นรองใครเลยนะ”

                “ตอนแรกก็ว่าจะให้หมวดนทีไปแหละ แต่คนแขนเดี้ยงแบบนี้คงสอนหมัดมวยใครได้ไม่เต็มที่ ไว้รอแขนหายก่อนค่อยว่ากันอีกที ยังมีอบรมทหารใหม่อีกตั้งหลายรอบ” ผู้พันคีรินทร์ตอบ ผู้หมวดนทีก็เลยรีบโชว์แขนที่ยังบาดเจ็บเพราะแผลถูกยิงให้ผู้กองตัวเองดูเพื่อยืนยัน แล้วก็แอบหันไปขำกันกับผู้พันสองคนเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์หยิบโทรศัพท์ออกมา แต่เดชะบุญกรรมที่โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณ

                “โทรศัพท์เวรเอ้ย! เครื่องตั้งแพงแต่สัญญาณซักขีดก็ไม่มี เอาไปปาหัวหมาทิ้งเถอะ!!!” คนหงุดหงิดว่าโทรศัพท์ตัวเอง

                “พี่รันจะโทรหาใครหรอคะ”

                “โทรไปหาพ่อพี่ ว่าจะบอกพ่อว่าให้พายัยขวัญไปเที่ยวทะเลซักอาทิตย์”

                “ช่วงนี้น้องขวัญเตรียมสอบ ไม่มีเวลาเที่ยวหรอกค่ะ”

                “งั้นก็ขอให้มีสอบทุกวันเถอะจะได้แอบหนีไปไหนไม่ได้ ให้ตายเถอะผู้พัน ปล่อยแมวไปหาปลาย่างได้ยังไง” ตอบเมียแล้วก็หันมาเหวี่ยงใส่ผู้พันคีรินทร์ที่ยังแอบหัวเราะเขาอยู่กับผู้หมวดนทีไม่เลิก

                “ช่วยไม่ได้ ปลาย่างตัวนั้นไม่ใช่ปลาย่างของกู แมวตัวไหนอยากคาบไปกินก็คาบไปสิ ไปหมวด ไปทำงานกันต่อ” ว่าแล้วก็เดินกลับไปทำงานกับผู้หมวดนทีทิ้งให้คนหวงน้องสาวได้แต่ยืนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่กับราชาวดี คนกำลังอารมณ์ดีได้ออกจากคุกมาเจอเมีย แต่พอมาได้ยินข่าวของผู้หมวดคณินเขากลับหัวร้อนขึ้นมาจนแทบจะแผดเผาทุกๆ สิ่งรอบตัวได้อยู่แล้ว

                “พี่รันคะ ตั้งใจทำงานนะแก้มจะไปห้องพยาบาลก่อน วันนี้จะมีชาวบ้านกะเหรี่ยงมารักษาตัวกันที่ฐาน”

                “มากี่โมง”

                “แก้มนัดไว้ช่วงสายๆ นู่นค่ะ เผื่อเวลาให้พวกเขาเดินทางเข้ามากัน มีอะไรรึเปล่าคะ”

                “พี่กำลังหงุดหงิดโมโห”        

                “งั้น...แก้มอยู่ห่างๆ พี่รันก่อนดีกว่า ไว้พี่รันอารมณ์ดีแล้วค่อยมาหาแก้มนะ” เธอว่าแล้วทำท่าจะเดินไปทางห้องพยาบาล แต่เขากลับเข้ามาดึงแขนเธอเอาไว้แน่น

                “พี่เป็นไฟ แก้มเป็นน้ำ ตอนนี้ไฟกำลังสุมอกพี่อยู่ ไปรักษาพี่ก่อนแล้วค่อยรักษาคนอื่น”

                “...ยังไงคะ”

                “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

ว่าแล้วก็ลากแขนเมียตรงไปยังบ้านพักอีกครั้ง ราชาวดีก็เลยได้แต่เดินตามเขาไปแบบงงๆ สงสัยว่าเขาจะให้เธอทำอะไร ถ้าแค่โกรธกับหงุดหงิดพอเธอยิ้มหวานอ้อนนิดๆ หน่อยๆ เขาก็อารมณ์แล้วนี่นา แล้วเขาจะพาเธอกลับมาที่บ้านพักทำไมกัน ราชาวดีได้แต่มองหน้าสามีทำตาปริบๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถามอะไรเลยเธอก็รู้แล้วว่าเขาจะให้เธอช่วยรักษาโรคหงุดหงิดของเขายังไงเมื่อจู่ๆ เขาก็ผลักเธอเข้าไปยืนชิดผนังบ้านแล้วดึงผ้าซิ่นของเธอขึ้นมาจนถึงเอวบาง ด้วยความตกใจทำให้เธอจะดิ้นหนี แต่เขากลับล็อคตัวเธอเอาไว้แน่นแล้วจัดการรุกเร้าเธอจนเธออ่อนปวกเปียกแทบจะทรุดลงไปกับพื้นเมื่อวิธีรักษาอาการโรคหงุดหงิดของเขามันทำให้เธอเสียวสะท้านจนต้องครางออกมาแล้วเกาะไหล่หนาของเขาเอาไว้แน่น ตอนนี้เธอคิดว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เขาหงุดหงิดแล้วล่ะ มันเป็นเพราะเขาไม่ได้จับเธอกินหลายวันแล้วยังกินเธอไม่อิ่มต่างหากจึงได้หาเรื่องมาจับเธอกินแบบนี้

 

ผู้หมวดคณินเข้ามาอบรมทหารใหม่วันนี้ก็วันที่สองแล้ว เมื่อวานนี้เป็นการอบรมเรื่องอาวุธต่างๆ และวิธีการใช้ แน่นอนว่าคอร์สการอบรมของเขาเป็นที่ได้รับความสนใจกันมากจากเหล่าทหารเกณฑ์ตามประสาผู้ชายวัยหนุ่ม เรื่องปืนผาหน้าไม้มันเป็นของคู่กัน ขนาดเขา เขายังชอบเลย ดูเหมือนว่าก่อนที่เขาจะมา ครูฝึกของเหล่าทหารได้เล่าถึงประสบการณ์ทางทหารของเขาให้กับเหล่าทหารใหม่ฟังกันบ้างแล้วจึงมีหลายคนดูจะสนใจอาชีพของเขาเป็นอย่างมาก เพราะยังมีอีกหลายคนที่แปลกใจว่าเขาเป็นทหาร แต่ทำไมเครื่องแบบของเขาถึงเป็นสีดำไม่ใช่ชุดเขียวลายพรางเหมือนกับทหารราบทั่วไป แต่เพราะประสบการณ์และร่องรอยแผลเป็นของเขานี่แหละทำให้เขาเป็นที่ยอมรับและเชื่อฟังของเหล่าทหารใหม่

วันนี้เป็นการอบรมเรื่องศิลปะการต่อสู้ ผู้หมวดคณินทำตามที่ผู้กองกรันณ์เคยสอนเขา เขาไม่ได้สอนตามทฤษฎี แต่เขาสอนในสิ่งที่ต้องใช้ปฏิบัติกันจริงๆ ทหารใหม่บางนายก็มีพื้นฐานด้านการต่อสู้ป้องกันตัวมาบ้างแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทหารใหม่บางคนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นลูกคุณหนูแต่ดันซวยจับได้ใบแดง ให้เตะต่อยนิดหน่อยก็ทำท่าจะไม่ไหว คนประเภทนี้แหละยิ่งต้องให้ฝึกหนักกว่าเพื่อน เพราะขืนปล่อยไปรบจริงๆ ได้ตายก่อนเพื่อนแน่

                “ผู้หมวดครับ เออ...ไม่ฝึกหนักไปหรอครับ” หัวหน้าครูฝึกเดินเข้ามาถามเขาหลังจากที่เห็นวิธีการสอนสุดโหดของเขาแล้ว

                “หนักอะไรครับจ่า นี่น่ะเบาสุดๆ แล้ว ตอนผมฝึกเหล่าทหารพรานที่ฐานนะ โหดกว่านี้เยอะ” ผู้หมวดคณินตอบ หัวหน้าครูฝึกเลยยอมถอย ใจจริงเขาคิดว่าคนที่จะมาอบรมทหารใหม่จะเป็นผู้พันคีรินทร์เสียอีก แต่นี่ดันเป็นผู้หมวดคณิน ลูกน้องคนสนิทของผู้กองกรันณ์ ตอนแรกเขาก็นึกว่าจะแค่เป็นหัวหน้ากับลูกน้องกันเฉยๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าผู้หมวดคนนี้จะก๊อปปี้ผู้กองกรันณ์มาราวกับต้นฉบับมาเอง อย่าว่าแต่ในหมู่ทหารพรานเลย แม้แต่ทหารราบอย่างพวกเขาทุกคนต่างก็รู้กิตติศัพท์ของผู้กองกรันณ์ดีว่าโหดมากแค่ไหน คนแบบนี้เจอหน้าพบปะพูดคุยด้วยได้ แต่อย่าได้คิดจะลองดีหรือเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด ไม่งั้นได้อยู่ไม่เป็นสุขแน่ๆ

                “อย่ามองว่าที่ผมฝึกทุกคนไปมันโหดเลยนะครับ ในสนามรบจริงๆ มันไม่มีใครอ่อนข้อให้เราหรอก เราต้องเป็นคนฆ่าฝ่ายตรงข้ามก่อนเพราะไม่งั้นมันจะเป็นฝ่ายมาฆ่าเราเอง คิดซะว่าพวกคนร้ายมันคือคนเลว อยู่ไปก็รกโลก ตายๆ ไปซะได้ก็ดี” คำพูดของผู้หมวดคณินทำเอาทหารใหม่ทุกคนพากันอึ้ง ไม่คิดว่าผู้หมวดหน้าหล่อผ่านศึกมาเยอะจะมีความคิดที่รุนแรงขนาดนี้ นี่พวกทหารแถบชายแดนเขาเหี้ยมแบบนี้กันทุกคนรึเปล่าเนี่ย

                หลังจากที่เสร็จการอบรมในวันสุดท้ายผู้หมวดคณินก็กลายเป็นที่ชื่นชมของเหล่าทหารใหม่เป็นอย่างมาก ถึงเขาจะฝึกโหดและอบรมดุไปบ้างแต่ทุกคนก็เข้าใจดีว่าเขาอยากให้ทุกคนเก่งและเอาตัวรอดในสนามรบได้ และเขาก็ไม่หวงความรู้เลย ใครอยากรู้อะไร สงสัยอะไรเขาก็ยินดีให้คำตอบกับทุกคนอย่างละเอียด มีเล่าประสบการณ์การรบให้ฟังบ้างซึ่งทุกคนก็สนใจกันมากโดยเฉพาะเรื่องที่ฐานถูกโจมตีจนเป็นข่าวใหญ่โต คำบอกเล่าจากปากของคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงมันน่ากลัวมากยิ่งกว่าดูจากการรายงานข่าวของสื่ออื่นๆ เสียอีก ผู้หมวดคณินเล่าไปก็กลัวทหารใหม่จะใจฝ่อเอาเสียเปล่าๆ จึงเล่าเรื่องราวในด้านอื่นๆ ให้ทหารใหม่ฟังด้วยเพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าเป็นทหารมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ออกจะน่าภูมิใจเสียด้วยซ้ำที่ได้เป็นคนปกป้องผืนแผ่นดินไทยเอาไว้

                “อ้าวผู้หมวด จะออกไปไหนหรอครับ” จ่าครูฝึกถามเขาในช่วงบ่ายแก่ๆ หลังการฝึกและอบรมทหารใหม่เสร็จ ซึ่งเขามาพักอยู่ที่บ้านพักภายในค่าย

                “ว่าจะออกไปเที่ยวเล่นซักหน่อยครับจ่า นานๆ ได้เข้ากรุงเทพฯ ที อ้อ! ไม่สิ ที่นี่เขตจังหวัดนนทบุรี” เขายิ้มเก้อๆ เพราะปกติก็แทบจะไม่ได้เข้ากรุงเลยก็ว่าได้ เขาเรียนเตรียมทหารและนายร้อยที่จังหวัดนครนายก เรียนจบก็ฝึกทหารต่อที่ต่างหวัดตลอดก่อนจะไปประจำการอยู่ที่ใต้และย้ายตามผู้กองกรันณ์มาที่แม่สอด กรุงเทพฯ นี่แทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยมาก็ว่าได้

                “ไปเที่ยวหรอครับ ให้ผมแนะนำที่แจ่มๆ สาวเด็ดๆ ให้มั้ยผู้หมวด” จ่าเดินเข้ามากอดคอถามเขาอย่างรู้กัน

                “ไม่ดีกว่าครับ ผมมีคนที่ตั้งใจจะไปหาอยู่แล้ว”

                “อ้อ นัดสาวเอาไว้แล้ว”

                “ครับ ประมาณนั้น”

                “แล้วผู้หมวดจะไปยังไงครับ เดินไปหรอ”

                “ว่าจะนั่งวินมอเตอร์ไปครับ ให้ขับรถไปช่วงเวลานี้ แถวแจ้งวัฒนะยิ่งขึ้นชื่อเรื่องรถติดอยู่” เขาเมินหน้าใส่รถประบะคันสวยของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบ้านพัก อย่าว่าแต่ถึงที่หมายเลย รถติดๆ แบบนี้สองชั่วโมงเขาจะออกไปพ้นหน้าค่ายรึเปล่าก็ไม่รู้

                “ได้ไงครับผู้หมวด ไปหาสาวทั้งทีนั่งวินฯ ไปมันจะเท่ประทับใจสาวตรงไหน มานี่เลยมาตามผมมา” แล้วจ่าครูฝึกก็ลากเขาไปที่บ้านพักของตัวเองที่อยู่ข้างๆ กันก่อนจะไปดึงผ้าคลุมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์ที่อยู่ใต้ถุนบ้านออก

                “เป็นไงครับ ของผมเองสวยมั้ย” จ่าครูฝึกบอกแล้วมองบิ๊กไบท์คันสีดำสวยหรูอย่างภูมิใจ “โกหกเมียว่าซื้อต่อเพื่อนมือสอง ความจริงนี่ของใหม่อยู่ผมให้ผู้หมวดยืมครับ แต่ต้องดูแลลูกรักของผมให้ดีๆ นะ” แล้วจ่าก็ส่งกุญแจรถให้เขาจนผู้หมวดคณินอดเกรงใจไม่ได้

                “ไม่เป็นไรครับผมเกรงใจ” เขาไม่กล้ารับเอาไว้ แต่จ่าครูฝึกกลับยัดกุญแจรถใส่มือเขาเสียเอง

                “รับไปเถอะครับหมวด ผมอ่านประวัติของหมวดมาแล้ว ในฐานะของทหารเหมือนกันผมชื่นชมหมวดมาก หมวดเป็นทหารที่กล้าหาญมากจริงๆ ได้ร่วมงานกับหมวดผมก็นับว่าเป็นเกียรติมากแล้ว รับน้ำใจจากผมเถอะครับ” แล้วแบบนี้ผู้หมวดคณินจะกล้าปฏิเสธน้ำใจไปได้ยังไงกัน

                “น่าเสียดายที่ลูกสาวผมยังเรียนอยู่ ม.ปลาย ถ้าโตกว่านี้ซักนิดผมขอผู้หมวดมาเป็นลูกเขยแน่ๆ” จ่าว่า ประทับใจผู้หมวดหนุ่มไม่หายตั้งแต่วันที่เขามาอบรมเรื่องอาวุธปืนให้กับทหารใหม่แล้ว คนหนุ่ม รูปหล่อแล้วยังเก่งการรบอีก นิสัยก็สุภาพสมกับเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ ได้เป็นลูกเขยก็คงจะดี

                ผู้หมวดคณินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกเหมือนโดนจี้จุดเข้าให้ยังไงก็ไม่รู้สิเรื่องเด็ก ม.ปลายเนี่ย ถ้าจ่าครูฝึกรู้ว่าเรามีสัญญาใจอยู่กับเด็กมัธยมคนหนึ่ง จ่าครูฝึกจะว่ายังไงบ้างนะ

                “อ้อหมวด เอาหมวกไปเผื่อสาวด้วย เป็นทหารแต่ถูกตำรวจจราจรจับมันไม่เท่นะ” แล้วจ่าครูฝึกก็ส่งหมวกกันน็อกสีดำแบบเดียวกับใบแรกมาให้เขา เขาก็เลยขอบคุณจ่าอีกรอบก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์ออกไปจากค่ายเพื่อไปยังปลายทางที่หัวใจของเขามันเรียกหา

 

                เพราะก่อนหน้านี้เห็นขวัญตาโพสเฟสบุคว่าห้องตัวเองมีเรียนพิเศษที่โรงเรียนจนกลับเย็นเขาก็เลยมาดักรอรับที่หน้าโรงเรียน ดีหน่อยที่มาถึงโรงเรียนของเธอก่อนเวลาเธอเลิกเรียน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเด็กนักเรียนชั้นอื่นๆ เลิกเรียนกันแล้ว บ้างก็ทำกิจกรรมที่โรงเรียนกันต่อ บ้างก็เล่นกีฬากัน อยากรู้เสียจริงว่ายัยตัวแสบจะทำหน้ายังไงถ้าเห็นเขามาเซอร์ไพรส์ถึงที่หน้าโรงเรียนแบบนี้ เพราะเรื่องที่เขามากรุงเทพฯ และมาอบรมทหารที่นนทบุรีเขาไม่ได้บอกเธอก่อนเลย ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าทำไมเธอถึงเรียกตัวเองว่าท่านขวัญตาแห่งท่าน้ำนนท์ ทั้งๆ ที่บ้านของเธออยู่ในเขตกรุงเทพฯ จนกระทั่งมาถึงโรงเรียนของเธอนี่แหละเขาถึงได้รู้ว่าบ้านของเธออยู่กรุงเทพฯ ก็จริง แต่เป็นกรุงเทพฯ ติดๆ กับนนทบุรี โรงเรียนของเธอนั้นก็เลยอยู่ที่ฝั่งนี้ และอยู่ไม่ไกลจากท่าน้ำนนทบุรีด้วย อาณาจักรท่าน้ำนนท์ของเธอ เขาได้มาเยือนแล้วสินะ

                “คณิน!!! ใช่คณินรึเปล่า” กำลังยืนรอขวัญตาอยู่ที่หน้าโรงเรียนท่ามกลางสายตาของเหล่านักเรียนที่พากับจับจ้องมองเขาจนเขาชักจะเขินไปหมดแล้ว จู่ๆ ก็มีเสียงของใครบางคนเรียกเขาขึ้น ครั้งพอหันไปมองก็เห็นครูสาวสวยที่ยืนส่งนักเรียนอยู่ที่หน้าประตูรั้วกำลังเดินเข้ามาหาเขา

                “เอ๊ะ! ลูกแพร์รึเปล่า” เขายิ้มถาม คุ้นหน้าหญิงสาวยิ่งนัก ซึ่งพอเขาทักชื่อของเธอออกมาครูสาวก็ยิ้มหวานทันที

                “คณินจริงๆ ด้วย ไม่เจอกันตั้งหลายปี แค่จำชื่อเราได้เราก็ดีใจแล้ว” ลูกแพร์ ครูสาวสวยของโรงโรงเรียนยิ้มหวานให้เขาอีก ผู้หมวดคณินจึงยิ้มรับ แต่ในใจกลับคิดว่า เวรแล้วไง ดันมาเจอแฟนเก่า เพราะลูกแพร์เคยเป็นแฟนกับเขาสมัยที่ยังเรียน ม. ต้นอยู่ที่ขอนแก่น ก่อนที่จะเลิกกันไปตอนเขาเข้ามาเรียนเตรียมทหาร มันเป็นการเลิกกันเพราะระยะทางและความห่างไกลอีกทั้งยังเป็นรักของเด็กที่ไม่ได้ลึกซึ้งกันขนาดนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่าช่วงที่เรียนเตรียมทหารและเรียนนายร้อยอยู่เขาติดตามข่าวสารของเธอจากโซเซียลตลอดและรู้ว่าเธอเรียนเป็นครู แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเป็นครูที่นี่

                “แพรเป็นครูที่นี่หรอ” เขาถาม ทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

                “ใช่ เราเป็นครูที่ปรึกษานักเรียน ม.6 สายวิทย์ฯ น่ะ นี่นักเรียนของเขายังเรียนพิเศษกันอยู่เลยก็เลยว่าจะอยู่รอเป็นกำลังใจให้นักเรียนก่อน”

                เวรซ้อนเวร แฟนเก่าดันเป็นครูประจำชั้นของว่าที่แฟนใหม่ นี่ฟ้าดินเกลียดอะไรเขานักถึงได้ดลบันดาลให้เกิดเรื่องแบบนี้ รู้อย่างนี้ก่อนออกมาจากฐานขอพรความรักจากนางไม้ของผู้กองก่อนซะก็ดี

                “ว่าแต่คณินเถอะเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าเป็นทหารพรานอยู่ที่นราธิวาสนี่ เป็นไงมาไงถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน ตั้งแต่หลวงลุงของคณินมรณะภาพไปคณินก็ไม่กลับไปที่ขอนแก่นอีกเลย”

                “ตอนนี้เราย้ายมาอยู่ที่แม่สอดแล้ว พอดีมาราชการแทนผู้พันน่ะก็เลยได้เข้ากรุงเทพฯ”

                “แล้วนี่คณินมาทำอะไรที่นี่ มีลูกเรียนอยู่ที่นี่หรอ” ลูก...

                “เปล่าๆ เรายังไม่มีลูก”

                “งั้นก็หลานเรียนที่นี่”

                “เปล่า”

                “อ้าว แล้วมารอใคร” ลูกแพร์ยังสงสัย เอ๊ะ! หรือว่า...

                “มาหาแพรรึเปล่า” เธอตั้งใจจะถามเขาเล่นๆ แต่เขากลับทำหน้าตกใจสุดๆ “แพรยังโสดนะ จะกลับมาคุยกันอีกก็ได้” เธอยิ้มบอก แต่ผู้หมวดคณินกลับทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะบอกเธอยังไงดี จะให้บอกเธอไปหรอว่าเขามีสัญญาใจอยู่กับลูกศิษย์ของเธอ ให้ตายเถอะ ขืนบอกแบบนั้นไปใครๆ จะมองเขายังไง

                “เดี๋ยวคณินรออยู่นี่ก่อนนะ ผอ.เรียก เดี๋ยวแพรมาหา” ว่าแล้วครูสาวก็รีบกลับเข้าไปในโรงเรียนเมื่อมีข้อความไลน์ตามตัวจากผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้หมวคณินก็เลยได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ภาวนาขอให้ขวัญตาเลิกเรียนเร็วๆ ด้วยเถอะเขาจะได้ออกไปจากที่นี่เสียที

                ผู้หมวดคณินอยู่รอขวัญตาจนกระทั่งถึงเวลาห้าโมงเย็นเขาก็เห็นเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ทยอยเดินออกมาจากโรงเรียน แต่ละคนมีสีหน้าอิดโรยคาดว่าน่าจะเรียนกันหนัก ฟังๆ จากที่เด็กๆ เหล่านี้พูดคุยกันก็พอจะรู้ว่าหลายๆ คนกำลังบ่นเรื่องเนื้อหาที่เรียนพิเศษเมื่อครู่ว่ามันยากมากจนตามแทบจะไม่ทัน เขาก็เลยคิดว่าเด็กๆ กลุ่มนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่เรียนพิเศษด้วยกันกับขวัญตาแน่ๆ นี่แสดงว่าเธอคงจะเลิกเรียนแล้วสินะ

                “ขวัญๆ ที่หน้าโรงเรียนเขาลือกันมาว่ามีคนเหมือนทหารรูปหล่อขับบิ๊กไบท์เหมือนมารอใครด้วยล่ะ เท่มากๆ” เพื่อนสาวที่ออกไปที่หน้าโรงเรียนก่อนรีบวิ่งกลับมาบอกขวัญตาที่กำลังยืนไถขนมเด็ก ม.ต้นอยู่

                “เห็นด้วยตาแล้วหรอถึงรู้ว่าเท่” ขวัญตาปรายตามามองเพื่อนก่อนจะยื่นมือไปกระชากคอเสื้อเด็กนักเรียนชายรุ่นน้องขึ้นมา

                “เฮ้ย! ไม่รู้หรอว่าช็อคโกแล็ตกล่องสุดท้ายพี่จองแล้ว กล้าซื้อตัดหน้าได้ยังไง”

                “แต่ผมเข้าแถวซื้อก่อนนะครับพี่ขวัญ” เด็กม.ต้นทำท่าจะร้องไห้เข้าไปทุกทีแล้ว

                “ก็ฉันติดเรียนอยู่นี่หว่า ถ้าไม่ติดเรียนอยู่ป่านนี้คงไปซื้อก่อนหน้าแกแล้ว เอามานี่!” ว่าจบขวัญตาก็แย่งกล่องช็อคโกแล็ตในมือรุ่นน้องมาพร้อมๆ กับนำเงินค่าขนมใส่ไว้ในเป๋าเสื้อของรุ่นน้องคนนี้ด้วย

                “คราวหลังอย่าให้รู้เชียวนะว่าซื้อขนมตัดหน้า ไม่งั้นแม่จะหักคอทิ้งจริงๆ ด้วย” เมื่อได้ขนมแล้วขวัญตาก็เดินออกมาในมาดนักเลงอย่างไม่เกรงกลัวใคร เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าเธอคือขาใหญ่คนคุมโรงเรียนนี้ และด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นลูกสาวท่านนายพลปภพ ใครจะกล้าหือด้วย

                “มันไถขนมยังไงของมันวะ มีจ่ายเงินให้ด้วย” เพื่อนสาวเกาหัวอย่างงงๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามขวัญตาไปที่หน้าโรงเรียน

                “ขวัญ!!! รอฉันด้วย”

                ขวัญตาเดินออกมาที่หน้าโรงเรียนโดยที่ไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังนั่งกอดอกพิงรถมอเตอร์ไซค์มองเธออยู่ ซึ่งพอพ้นประตูโรงเรียนออกมาปุ๊บเธอก็คาบกล่องขนมเอาไว้ในปากแล้วจัดการดึงชายเสื้อนักเรียนออกจากกระโปรงทันทีอย่างไม่เกรงใจครูอาจารย์ที่ยืนมองกันอยู่ แต่ก็อย่างว่า ลูกสาวนายพล พ่อใหญ่แล้วก็เป็นผู้สนับสนุนโรงเรียนนี้ด้วย อีกทั้งเด็กสาวยังมีผลการเรียนดีที่สุดในระดับชั้นอีกใครที่ไหนจะกล้าว่า

                “ปูเป้ นั่นมันไอ้หยอยเด็ก ม.4 ที่แซวว่าแกขาใหญ่เมื่อตอนพักกลางวันนี่” ขวัญตาจ้องเป้าหมายที่กำลังเดินออกมาจากโรงเรียนอย่างหมายมั่นว่าจะเอาคืน

                “เล่นมันเลยมั้ย”

                “อ้าว แล้วเรื่องทหารหน้าโรงเรียนล่ะ”

                “ช่างหัวทหารสิ จัดการแก้แค้นก่อนเร็ว” ว่าแล้วก็โยนกระเป๋านักเรียนทิ้งไปกับพื้นเมื่อหลบออกมาในจุดที่พ้นหูพ้นตาเหล่าครูอาจารย์แล้ว ทันทีที่เหยื่อของเธอเดินพ้นประตูโรงเรียนออกมาและต้องเดินผ่านพุ่มไม้ ขวัญตาก็ยื่นขาออกไปจากพุ่มไม้ทันทีทำให้เด็กหนุ่มล้มหัวทิ่มลงไปกับพื้น

                “โอ๊ย!!!

                “ไง เมื่อตอนกลางวันแซวว่าเพื่อนพี่ขอใหญ่หรอไอ้น้อง” มือเล็กๆ ยื่นไปกระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง เด็กนักเรียนคนอื่นๆ เห็นก็รีบพากันถอยออกห่างเพราะไม่กล้ามีเรื่องกับท่านขวัญตา มีเพียงแค่เด็กนักเรียนชายลูกสมุนของขวัญตาเท่านั้นที่ยืนเชียร์ให้มีการต่อยกันเกิดขึ้นอยู่

                “สมกับเป็นน้องสาวผู้กองกรันณ์ซะจริ้ง” ผู้หมวดคณินส่ายหน้าไปมาอย่างระอา ถ้าพี่ชายของเธอรู้เข้าว่าน้องสาวเป็นนักเลงโตแบบนี้ได้จับเธอไปดัดนิสัยที่ชายแดนแน่ๆ

                “ผมขอโทษครับพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” เด็กหนุ่มกลัวเธอมากจนหน้าซีด ไม่รู้ว่าการแซวเพื่อนของเธอเล่นแล้วจะทำให้เธอโกรธขนาดตามมาเอาคืนแบบนี้

                “ขอโทษแล้วมันหายหรอวะ ก็คนมันเสียใจไปแล้ว ที่บ้านไม่สอนมารึไงว่าเป็นลูกผู้ชายอย่ามาพูดจาว่าผู้หญิงแบบนี้ หัดเคารพรุ่นพี่ซะบ้างสิเว้ย เป็นผู้ชายแล้วไง คิดอยากจะว่าผู้หญิงยังไงก็ว่าได้หรอ ปากดีแบบนี้เอากระโปรงมาใส่เลยดีมั้ย เป้! เอาของมาซิ” ว่าแล้วก็หันไปแบมือหาเพื่อน คนเป็นเพื่อนก็เลยส่งปากกาหมึกกันน้ำสีน้ำเงินมาให้เธอ

                “นี่ถือว่าเป็นการสั่งสอนนะ คราวหลังอย่าให้รู้อีกเชียวว่าไปพูดไม่ดีกับผู้หญิงที่ไหนอีก จะขาใหญ่ขาเล็กมันก็เรื่องของเขา เขาไม่ได้เอาขามาพาดบนคอแกจำเอาไว้!!!” ว่าจบขวัญตาก็เขียนคำว่า ปากหมา เอาไว้บนหน้าผากเด็กหนุ่มแล้วก็วาดรูปฝ่าเท้าที่แก้มทั้งสองข้างด้วยก่อนจะปล่อยตัวเขา

                “เอาล่ะ กลับบ้านไปได้แล้วไป คราวหน้าถ้ามีอีก ไอ้ที่เขียนบนหน้าจะไม่ใช่ปากกา แต่จะเป็นมีดแทน” ขู่เสร็จเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งหนีกลับบ้านทันที ทั้งอับอายและหวาดกลัวโดยมีขวัญตากับเพื่อนและลูกสมุนยืนหัวเราะเยาะอยู่อย่างชอบใจ งานนี้จะเรียกเธอว่านักเลงก็คงเรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะขวัญตาจะรังแกแต่เด็กที่นิสัยไม่ดีเท่านั้น และถึงจะชอบไถขนม แต่เธอก็ให้เงินเด็กเหล่านั้นคืนทุกครั้ง แม้ว่าวิธีของเธอออกจะเป็นแนวโหดไปหน่อยก็เถอะ

                “อ้าว! ยืนทำไมกันแถวนี้ แยกย้ายกลับบ้านสิเฟ้ย” เด็กสาวหันไปสั่งลูกสมุน ทุกคนจึงรีบสลายตัวเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขวัญตาจึงหันไปหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับกล่องช็อคโกแล็ตที่เพิ่งจะไถมาได้

                “แกกลับก่อนเลยนะเป้ เดี๋ยวฉันจะนั่งพี่วินฯ กลับบ้าน” บอกเพื่อนพลางแกะกล่องช็อคโกแล็ตกิน แต่เพื่อนสาวกลับกระตุกแขนเสื้อนักเรียนเธอไปมา

                “ขวัญๆ หน้าโรงเรียนเรามีพี่ทหารอยู่ หล่อเหมือนที่เขาลือกันจริงๆ ด้วย”

                “แล้วไง” คนที่ชินกับทหารแล้วถามอย่างไม่สนใจ เพราะช็อคโกแล็ตในมือน่าสนใจมากกว่า

                “เขาใส่เสื้อยืดทหารพรานด้วย”

                หืม...ทหารพรานงั้นหรอ ขวัญตาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองตามที่เพื่อนชี้ แล้วพอหันไปเห็นคนที่เพื่อนบอกว่าเป็นทหารพรานเท่านั้นแหละ

                “พรวด!!!” ขวัญตาถึงกับสำลักขนมจนต้องพ่นออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร ซึ่งตอนนี้เขากำลังยืนมองเธออย่างเอาเรื่องอยู่ก่อนจะยกมือกระดิกนิ้วเรียกให้เธอไปหา

                “ตายแล้วขวัญ พี่ทหารต้องเห็นตอนที่แกเล่นงานไอ้หยอยอยู่แน่ๆ เลย แกรีบโทรหาพ่อแกด่วนเลย พ่อแกเป็นถึงนายพลเชียวนะ เรียกพ่อแกมาช่วยเร็ว” ปูเป้เริ่มเสียวสันหวังวาบ แต่ขวัญตากลับทำหน้าทำตาไม่ถูก ไม่ใช่ว่ากลัวเขา แต่กลัวเขาเอาเรื่องเมื่อครู่นี้ไปฟ้องพี่ชายเธอต่างหาก แล้วเขามาทำอะไรที่นี่กัน

                “เดี๋ยวๆๆ นี่แกจะไปไหน”

                “ไปหาเขาไง” ขวัญตาตอบเมื่อเพื่อนดึงแขนเอาไว้

                “ไม่ได้นะ เกิดเขาจับแกไปแกจะทำยังไง”

                “โอ๊ยยัยเป้ ไม่ต้องกลัว เขาไม่ทำอะไรฉันหรอกน่า” ถึงจะบอกเพื่อนแบบนั้นแต่ขวัญตาก็ไม่มั่นใจเลยสักนิดเมื่อเดินเข้าไปหาเขาจนใกล้แล้วยิ้มแหยๆ ให้

                “สวัสดีผู้หมวด มาทำอะไรที่นี่” ยิ้มกลบเกลื่อนความผิดเมื่อมายืนต่อหน้าเขาแล้ว แต่สิ่งแรกที่ผู้หมวดคณินมองก็คือเธอยังใส่แหวนของเขาอยู่รึเปล่า

                “แหวนไปไหน” เขาถามขึ้นเสียงนิ่งเมื่อเห็นว่าที่นิ้วของเธอมันไม่มีแหวนญาติของเขาอยู่

                “ที่โรงเรียนห้ามใส่เครื่องประดับฉันก็เลยต้องถอดออก”

                “แต่ตอนนี้เลิกเรียนแล้วนี่”

                “โอเค” เด็กสาวว่าแล้วก็หยิบแหวนญาติของเขาออกมาจากกระเป๋านักเรียน ซึ่งผู้หมวดคณินเห็นว่าเธอเก็บใส่กล่องเอาไว้อย่างดีเลยล่ะ

                “เดี๋ยว” เขาว่าเมื่อเห็นเธอทำท่าจะใส่แหวนเสียเอง “เอามานี่เดี๋ยวใส่ให้” ว่าจบเขาก็เอาแหวนญาติไปจากเธอแล้วจึงค่อยๆ สวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายให้ ปูเป้ที่ยืนมองอยู่ได้แต่อ้าปากค้างหวอทำตาปริบๆ

                “นี่แฟนแกหรอขวัญ”

                “เออ...” จะบอกเพื่อนยังไงดีล่ะเนี่ย มันเป็นความสัมพันธ์กึ่งๆ พี่ กึ่งๆ แฟน อีกห้าปีถึงจะเป็นแฟนกันได้ แต่ตอนนี้จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ ลูกน้องพี่ชายหรอ โหย เล่นใส่แหวนคู่กันขนาดนี้ถ้าจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็คงไม่มีใครเชื่อ

                “เป็นว่าที่แฟน ตอนนี้พี่กับเพื่อนของเรามีสัญญาใจกันอยู่” ผู้หมวดคณินตอบเด็กสาวขึ้นมาแทนขวัญตา ปูเป้แทบจะกรี๊ดออกมาลั่นโรงเรียน ให้ตายสิ นี่ขนาดไม่ได้เป็นแฟนกันยังอบอุ่นขนาดนี้ ถ้าได้เป็นแฟนกันจะขนาดไหนเธอไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ

                “งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะขวัญ ไปล่ะ”

                “อ้าว ยัยเป้!!!” ขวัญตาร้องเรียกเพื่อนทันที แต่คนเป็นเพื่อนกลับเพียงแค่โบกมือให้แล้วก็ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านมาไปทันที ทิ้งให้เธอยืนรับมือกับผู้หมวดคณินอยู่คนเดียว

                “นี่ เมื่อก่อนหน้านี้ผู้หมวดเห็นอะไรรึเปล่า” เธอหันมาถามเขาเมื่อเพื่อนกลับไปแล้ว

                “เห็นอะไร” เขายังคงถามกลับเสียงนิ่ง

                “ก็...”

                “เห็นเด็กเกเรคนหนึ่งคาบกล่องขนมเอาไว้แล้วดึงเสื้อออกจากกระโปรงต่อหน้าผู้คนที่หน้าโรงเรียนแล้วเด็กเกเรคนนี้ก็ไปรังแกเด็กผู้ชายอีกคนน่ะหรอ...ถ้าผู้กองรู้เข้าจะว่ายังไงน้า”        

“ผู้หมวดจะฟ้องพี่รันหรอ”

                “ใช่”

                “งั้นมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไป” เธอไล่ แล้วทำท่าจะเดินหนี แต่ทว่า

                “คณิน!!! รอเรานานรึเปล่า” เสียงครูสาวคนคุ้นเคยดังขึ้นทำให้ขวัญตาหันมามองตามเมื่อเห็นครูที่ปรึกษาประจำชั้นของตนเดินเข้ามาหา

                “สวัสดีค่ะครูแพร” เธอยกมือไหว้ครูสาว ซึ่งครูสาวก็ยกมือขึ้นรับไหว้

                “อ้าวขวัญตา เลิกเรียนพิเศษแล้วใช่มั้ย” ลูกแพร์ถามแล้วหันมาทางผู้หมวดคณิน “นี่ขวัญตาลูกศิษย์ห้องเราเองคณิน เรียนเก่งที่สุดในระดับชั้นเลยนะ แล้วเมื่อวานนี้ผลสอบก็เพิ่งออก ขวัญตาสอบติดแพทย์พระมงกุฎด้วย”

                นี่เธอสอบติดแพทย์แล้วจริงๆ หรอเนี่ย ข่าวดีแบบนี้ถ้าผู้กองรู้เข้าคงจะดีใจไม่น้อย

                “ครูแพรรู้จักเขาด้วยหรอคะ” ขวัญตาพยักหน้ามาทางผู้หมวดหนุ่มให้เขาได้แต่รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ กับครูแล้วก็ลูกศิษย์คู่นี้ นี่เขาจะอธิบายเรื่องนี้กับขวัญตายังไงดี

                “ผู้หมวดคณินเขาเป็นแฟนเก่าครูเองจ้ะ แต่จะกลับมาคุยกันใหม่มั้ยคงต้องรอถามเขาดู”

                โลกทั้งโลกของผู้หมวดคณินถล่มลงมาทันทีกับคำตอบของลูกแพร์ ให้ตายเถอะ แล้วทำไมเธอต้องมากอดแขนเขาเอาไว้แบบนี้ด้วย รับมือกับผู้หญิงนี่ยากกว่ารับมือกับผู้ร้ายซะอีก

                “ขวัญ ฟังพี่ก่อน...”

                ปั้ก!!! เขายังพูดไม่ทันจบแหวนญาติวงน้อยที่เพิ่งจะสวมให้เธอก็ถูกปาใส่หน้าเขาเต็มๆ ก่อนที่ขวัญตาจะเดินหนีออกมาอย่างไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเขา

                “นี่มัน...แหวนญาตินี่ ของคณินหรอ” ลูกแพร์ก้มลงไปเก็บแหวนญาติขึ้นมาแต่ผู้หมวดคณินกลับรีบดึงแหวนของตัวเองคืน ครูสาวก็เลยมองเขาที มองขวัญตาที่เดินหนีออกไปทีเพราะเมื่อกี้นี้เธอเห็นขวัญตาถอดแหวนออกมาจากนิ้วเอง หรือว่า...

                “นี่คณินเป็นแฟนกับลูกศิษย์เราหรอ”

                “ใช่ เรารักขวัญตา ขวัญตาเป็นน้องสาวของหัวหน้าเราเอง เราจีบขวัญตามาได้พักใหญ่ๆ แล้ว” เขายอมรับ

                “อ๋อ ที่มาที่นี่ก็คือมาหาขวัญตาใช่มั้ย”

                “ใช่” พอผู้หมวดคณินตอบเท่านั้นล่ะ ลูกแพร์ก็ตบหน้าเขาจังๆ ทันทีด้วยความไม่พอใจ

                “หนอย...ไอ้โคแกคิดจะมาหลอกลูกศิษย์ของฉันหรอ เห็นว่าเป็นเด็กแล้วจะหลอกยังไงก็ได้ใช่มั้ย เสียแรงที่รู้จักกันมานาน ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเป็นไอ้เฒ่าหัวงูแบบนี้ ไปเลยนะ!!! ไปไกลๆ เลยแล้วอย่ามายุ่งกับลูกศิษย์ของฉันอีก แล้วถ้าคิดจะหลอกจะล่อลวงศิษย์เอกของฉันล่ะก็ฉันเล่นงานนายแน่!!!

                อ้าว คดีพลิกซะงั้น เขารึก็นึกว่าจะเกิดศึกแย่งเขาแต่ที่ไหนได้ อดีตแฟนของเขากลับถูกวิญญาณความเป็นครูที่ดีสิงจนฝังรากลึกไปถึงหัวใจแล้ว แทนที่จะมีการแย่งเขา ลูกแพร์กับออกโรงปกป้องลูกศิษย์สุดที่รักของตัวเองซะอย่างนั้น นี่เขาจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกันล่ะเนี่ย

 

                ขวัญตาเดินหน้าหงิกออกมาจากหน้าโรงเรียนทันที ด้วยความหงุดหงิดทำให้เธอปากล่องช็อคโกแล็ตที่เพิ่งไปไถเด็ก ม.ต้นคนนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี รู้สึกเหมือนตัวเองโง่ที่ถูกผู้ใหญ่หลอก ถามว่าเสียใจมั้ยก็เสียใจแหละ เธอหรือก็หลงเชื่อ เห็นพี่ชายไว้ใจ เชื่อใจเขาก็นึกว่าเขาจะเป็นคนดี ที่ไหนได้ กลับมาเป็นแฟนกันกับครูของเธอ ไอ้สัญญาห้าปีบ้าบออะไรนั่นเธอจะลืมให้หมดเลย แล้วถ้าใครมาจีบตอนนี้นะ เธอจะรีบไปเป็นแฟนกับเขา ให้รู้กันไปเลยว่าเธอไม่เคยง้อใคร ท่านขวัญตาแห่งท่าน้ำนนท์ซะอย่าง คอยดูเถอะกลับถึงบ้านเมื่อไหร่เธอจะฟ้องคุณลุงของเธอ ไม่สิ ไม่ฟ้องคุณลุงหรอก เรื่องนี้ต้องฟ้องพี่รันของเธอ เรื่องนี้พี่รันของเธอต้องรับรู้!!!

                “ขวัญตา!!!” เสียงเรียกดังมาจากชายหนุ่มที่ขับมอเตอร์ไซค์ตามเธอมาริมถนน ขวัญตาเห็นเขาก็เลยรีบเดินหนีแต่เขาก็ยังขับรถตามมาอีก ให้ตายเถอะตาแก่วัยทองนี่

                “หยุดมาคุยกันก่อน” น่ารำคาญจริงๆ แล้วนี่ไปโกหกอะไรครูแพรของเธอมาถึงได้ตามมาหาเธอได้แบบนี้ ถึงว่าสิพี่รันของเธอถึงได้หวงเธอนัก เขาคงจะรู้นิสัยลูกน้องตัวเองดีแน่ๆ

                “ขวัญตา พี่บอกให้หยุดเดินแล้วมาคุยกันไง!!!” เขาเรียกอีกคราวนี้ขวัญตาจึงหยุดหันมามองเขา พลันสายตาของเธอก็หันไปเห็นตำรวจจราจรเข้า ได้เลย...จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย

                “คุณตำรวจ!!!” เด็กสาวกรีดเสียงร้องลั่นอย่างคนตกใจกลัวก่อนที่จะรีบวิ่งไปหาตำรวจจราจรสองนายที่อยู่ตรงสี่แยก

                “ช่วยด้วยค่ะ มีไอ้เฒ่าหัวงูคนหนึ่งคิดจะล่อลวงหนู ขับรถตามหนูมาตั้งแต่อยู่หน้าโรงเรียนแล้ว” ขวัญตาแกล้งบีบน้ำตาดราม่าเล่นใหญ่รีบเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังตำรวจทันที ตำรวจสองนายเห็นว่าเธอเป็นเด็กนักเรียนก็รีบออกโรงปกป้องตามหน้าที่ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ขับรถตามเธอมาจนผู้หมวดคณินชักสีหน้าใส่เธอกลับ ยัยตัวแสบ ร้ายนักนะ

                “หยุดก่อนคุณ คุณขับรถตามน้องนักเรียนมาใช่มั้ย ไหนลงจากรถมาคุยกันหน่อยซิ” นายตำรวจหนุ่มว่า ขวัญตาก็เลยกอดอกแอบทำหน้าเย้ยใส่เขา

                “ขอตรวจบัตรด้วยครับ” นายตำรวจขอดูบัตรประจำตัวของเขา ผู้หมวดคณินก็เลยส่งบัตรข้าราชการพร้อมกับใบขับขี่ให้อย่างเซ็งๆ ที่ถูกเด็กแกล้ง

                “ร้อยโทคณิน พาแก้ว อ้าว! นี่พี่คณินใช่มั้ยเนี่ย”

                “ฮะ!” ขวัญตาอุทานขึ้นเมื่อจู่ๆ นายตำรวจหนุ่มคนนี้ก็ทักผู้หมวดคณินขึ้นอย่างสนิทสนม ในขณะที่ผู้หมวดคณินได้แต่มองหน้าตำรวจหนุ่มอย่างตกใจไม่ต่างกัน นี่มันวันอะไรวะเนี่ย ได้เจอทั้งแฟนเก่าสมัยเด็กแล้วยังได้เจอรุ่นน้องสมัยเรียนเตรียมทหารอีก

                “นี่มาวินใช่มั้ย”

                “ครับพี่ ผมเองมาวิน โอ้โห ตั้งแต่จบจากเตรียมทหารก็ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ แล้วพี่เป็นไงมาไงล่ะเนี่ย”

                เอาแล้วไง ดันมาเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้องกันซะงั้น ขวัญตาคิด นี่ทำไมโลกนี้มันถึงได้แคบนักนะ หรือพวกทหารตำรวจนี่เขาจะรู้จักกันไปหมด นี่ขนาดบังเอิญเจอกันกลางสี่แยกไฟแดงนะ กลายมาเป็นน้องพี่ที่รักกันซะอย่างนั้น โอ๊ย! โมโหโว้ย กลับบ้านดีกว่า!!!

                “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะขวัญตา ไม่งั้นจะจับตีขาลายจริงๆ ด้วย!!!” ผู้หมวดคณินร้องขึ้นเมื่อเห็นเธอทำท่าจะวิ่งหนี รุ่นน้องของเขาที่เป็นตำรวจเลยหันมามองตาม

                “อ้าว นี่รู้จักกันหรอพี่ ไหนน้องเขาว่าพี่ตามไปล่อลวงเขาไง” นายตำรวจหนุ่มถามอย่างงงๆ

                “ล่อลวงบ้าอะไรนั่นแฟนฉันโว้ย หนอย...แสบนักนะแจ้งความเท็จหรอ!!!

                “ไปไกลๆ เลยนะผู้หมวดบ้า คอยดูเถอะกลับฐานไปจะฟ้องให้พี่รันซ่อมให้หนักเลย!!!” ว่าแล้วยัยตัวแสบก็วิ่งหนีไปอีก ผู้หมวดคณินจึงรีบขึ้นรถแล้วขับตามเธอไป ทิ้งให้นายตำรวจทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างงงๆ นี่ตกลงพวกเขาเป็นแฟนกันแล้วก็งอนกันอยู่หรอ แต่...พี่คณินได้แฟนเด็กขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

                ขวัญตาวิ่งหนีมาจนถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงท่าน้ำเมืองนนท์แล้วพยายามหาทางหนีต่อ ก่อนจะหันไปเห็นเรือด่วนที่กำลังจะออกจากท่า จริงสิ!!! เขาขับมอเตอร์ไซค์มาคงจะขับมอเตอร์ไซค์ตามเธอขึ้นเรือไปไม่ได้แน่ๆ  งั้นก็กระโดดขึ้นเรือมันไปเลย เธอคิด ในขณะที่ผู้หมวดคณินรีบลงจากรถแล้ววิ่งมาที่ท่าน้ำทันทีเมื่อเรือใกล้จะออก ขวัญตาเห็นดังนั้นก็ทำท่าจะกระโดดขึ้นเรือไปแต่ทว่า...

                “ว้าย!!!” เธอร้องออกมาลั่นเมื่ออ้อมแขนแกร่งของคนที่วิ่งตามเธอมาคว้าเธอมากอดเอาไว้แน่นในวินาทีที่เธอจะกระโดดขึ้นเรือไปสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนบนเรือและที่ท่าน้ำไม่น้อย เพราะถ้าหากเขาไม่คว้าเธอเอาไว้ขวัญตาได้ตกลงไปในแม่น้ำแน่ๆ

                “อ้าวน้อง!!! เล่นบ้าอะไรกันเกือบตายห่าแล้วมั้ย” เด็กท้ายเรือร้องมาว่าทันที ผู้หมวดคณินจึงรีบขอโทษขอโพยทุกคน  “ขอโทษครับ น้องสาวผมจะหนีออกจากบ้านผมก็เลยมาตามจับ ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายครับ” เขาบอกก่อนจะรีบลากยัยตัวแสบให้เดินตามแต่ขวัญตาก็ขืนตัวหนีสุดฤทธิ์แล้วจะปล่อยวิชาเทควันโดกับคาราเต้สายดำของตัวเองใส่เขา แต่ผู้หมวดคณินก็รับมือเธอได้ทั้งหมด

                “อย่ามาลองดีกับทหารที่ฆ่าคนร้ายมาเป็นร้อยแล้วนะ” เขาชี้นิ้วขู่เธอ

                “ฆาตรกร!

                “เออฆาตรกร อยากเป็นศพรายต่อไปมั้ยล่ะ” ว่าแล้วเขาก็หิ้วเธอกลับไปที่รถทันที แล้วพอเธอจะหนีเขาไปอีกเขาก็เอากุญแจมือมาคล้องที่ข้อมือของเธอเอาไว้กับเขาทันที

                “ทำบ้าอะไรของผู้หมวดกันน่ะ อยากตายหรอฮะ!!!” เธอจะเตะเขาอีกแต่เขาก็หลบได้ตลอด สุดท้ายก็หมดฤทธิ์เหนื่อยจนต้องมายืนหอบแฮ่กๆ อยู่ข้างๆ เขาแทน

                “จะคุยกันได้รึยัง” เขาถามเมื่อเห็นว่าเธอหมดฤทธิ์แล้ว ขวัญตาก็เลยเชิดหน้าหนีไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาแทน

                “ถ้ากลัวว่าฉันจะฟ้องพี่รันแล้วก็ใครๆ เรื่องนี้ล่ะก็ ฉันไม่ฟ้องก็ได้ แต่ผู้หมวดอย่ามายุ่งกับฉันอีก สัญญาห้าปีบ้าบออะไรนั่นก็ลืมๆ มันไปเถอะ” 

                “ไม่ สัญญาของเราจะยังคงอยู่เหมือนเดิม พี่บอกลูกแพร์ เออ...ครูแพรของขวัญน่ะ พี่บอกเขาไปแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน”

                “ยังไม่ได้เป็นซักหน่อย” ขวัญตาหันมาว่าเขาเสียงดุ เขาก็เลยยิ้มให้เธอ

                “ช่วยไม่ได้ ก็บอกไปแบบนั้นแล้ว” เขาบอก ขวัญตาก็ยิ่งทำหน้างอเข้าไปใหญ่

                “แล้วครูแพรว่ายังไง”

                “ก็...ให้รอยนิ้วบนแก้มพี่มันฟ้องก็แล้วกัน” ว่าจบเขาก็เอียงแก้มมาใกล้ๆ เธอจนขวัญตาเห็นรอยนิ้วแดงๆ บนแก้มของเขา นี่ถูกครูแพรของเธอตบมาล่ะสิท่า

                “สมน้ำหน้า น่าจะโดนอีกข้างนะ”

                “เอาสิ ถ้าอยากตบพี่ก็ตบเลย แต่ตบแล้วต้องกลับมาดีกันเหมือนเดิมนะ” เขาเอียงแก้มอีกข้างให้เธอแล้วทำแก้มป่องขวัญตาก็เลยรีบเบือนหน้าหนีเพราะกลัวเขาจะเห็นว่าเธอแอบอมยิ้มออกมา

                ขวัญตาไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากหันกลับมามองแม่น้ำเจ้าพระยาตามเดิม มองดูเรือแล่นผ่านไปมาแล้วมันทำให้เธออดนึกถึงตอนที่เขาพาเธอไปดูแม่น้ำเมยไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะดูได้ไม่นานเพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแต่มันก็เป็นความทรงจำที่ดีของเธอ

                “อยากไปดูแม่น้ำเมยอีกมั้ย” คนข้างๆ เธอถามขึ้นเมื่อเขาก็คิดถึงครั้งแรกที่ได้ไปดูแม่น้ำเมยกับเธอเหมือนกัน

                “ไม่ เกลียดที่นั่นแล้ว”

                “ทำไม ก็เคยเสี่ยงตายไปดูมาแล้วไม่ใช่หรอ”

                “...เกลียดคนพาไปดู” เธอว่า คนพาไปดูก็เลยหันหน้ามามองเธออีกครั้ง

                “พี่ขอโทษ” เขาบอก “พี่กับแพรเป็นเด็กหมู่บ้านเดียวกันแล้วก็โตมาด้วยกัน เราเคยคบเป็นแฟนกันตอน ม.ต้น แต่พอพี่เรียนเตรียมทหารก็เลยเลิกกัน เพิ่งจะได้เจอกันอีกก็วันนี้แหละ มันเป็นเรื่องบังเอิญทั้งนั้นเลยนะ พี่ตั้งใจจะมาหาขวัญต่างหากวันนี้”

                “ตั้งใจจะมาหาตั้งแต่แม่สอดเลยหรอ”

                “ก็ไม่เชิง พอดีมาราชการแทนผู้พันด้วย เสร็จงานแล้วก็เลยรีบมาหานี่ไง...ขวัญเคยชวนพี่มาดูอาณาจักรท่าน้ำนนท์ของตัวเองไม่ใช่รึไง”

                “ก็นี่ไงท่าน้ำนนท์ ดูซะสิ ดูแล้วก็กลับแม่สอดไปได้แล้ว”

                “นี่ยังโกรธพี่อยู่หรอ ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องระหว่างพี่กับแพรมันไม่มีอะไร แล้วเขาก็เกลียดขี้หน้าพี่แล้วด้วย เขาตบหน้าพี่ ด่าพี่ใหญ่เลย หาว่าพี่เป็นโคแก่จะหลอกขวัญ”

                “ก็หลอกจริงๆ นี่”

                “หลอกที่ไหน พี่รักขวัญนะ แล้วก็รักแค่ขวัญคนเดียวด้วย ความจริงผู้พันใช้หมวดนทีมาราชการต่างหาก แต่พี่อยากเจอขวัญก็เลยอาสามาแทน ป่านนี้ผู้กองรู้เข้าได้อาละวาทถล่มฐานเละแน่ๆ”

                ขวัญตาเผลอยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่ารักจนคนที่พูดแอบยิ้มตามอย่างเขินๆ แล้วมองแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้าบ้าง ความรักของเขามันก่อเกิดเพราะแม่น้ำเมย แต่วันนี้เขากลับได้บอกรักเธอต่อหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าทางความรักของเขาจะมีแม่น้ำเป็นสื่อกลาง

                “จริงสิ พี่ดีใจด้วยนะที่สอบเรียนหมอได้ แพทย์พระมงกุฎนี่หมอทหารเลยนะ เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการไถ่โทษและฉลองที่สอบได้ เดี๋ยวเย็นนี้พี่เลี้ยงข้าวเอง”

                “อย่าเอาของกินมาล่อนะ” เธอทำตาดุใส่เขา เขาก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ

                “อยากกินอะไรตามใจขวัญเลย มื้อนี้พี่เลี้ยงเต็มที่”

                “งั้นก็ถอดกุญแจมือออกก่อนสิ” เธอชูมือที่มีกุญแจมือคล้องเอาไว้อยู่ขึ้นมา ผู้หมวดคณินก็เลยหยิบแหวนญาติของเขาออกมาอีกครั้ง

                “ใส่แหวนญาติก่อนแล้วจะถอดกุญแจมือออกให้”

                “ผู้หมวดไม่กลัวฉันโยนแหวนลงแม่น้ำไปหรอ”

                “ก็ลองโยนสิ พี่ก็จะโยนขวัญลงแม่น้ำตามเหมือนกันแล้วให้งมหาจนกว่าจะเจอ อยากจะลองมั้ยล่ะ” พอเขาทำท่าจะอุ้มเธอโยนลงไปในแม่น้ำจริงๆ ขวัญตาก็รีบถอยหนีทันที เขาก็เลยได้ใส่แหวนให้เธออีกครั้งก่อนจะปลดกุญแจมือออกให้

                “ตกลงสัญญาใจของเราอีกห้าปี...”

                “อย่ามาพูดจาไร้สาระ ไปเร็วๆ ได้แล้วหิวข้าว” พอเป็นอิสระขวัญตาก็เชิดหน้าเดินไปรอเขาที่รถมอเตอร์ไซค์ทันที ผู้หมวดคณินก็เลยได้แต่แยกเขี้ยวแยกคางใส่ยัยตัวแสบ

                เขาสวมหมวกกันน็อคเรียบร้อยแล้วก็เอาอีกใบมาใส่ให้คนหน้างอ ซึ่งพอใส่เสร็จเขาก็เคาะหมวกกันน็อคเธออย่างหมั่นไส้อีกที ขวัญตาก็ยิ่งทำหน้างอแล้วต่อยเขาคืนอย่างไม่ยอมแพ้ แต่หมัดเล็กๆ ของเธอหรือจะทำอะไรเขาได้ แล้วพอเขาขึ้นคร่อมรถเธอก็ขึ้นคร่อมตามแล้วยื่นมือมากำชายเสื้อด้านหลังของเขาเอาไว้แน่น ใจจริงก็อยากให้เธอกอดเอวเขาแหละ แต่เล่นแต่งชุดนักเรียนขนาดนี้ใครจะกล้าให้เธอกอด เดี๋ยวใครๆ ได้มองเธอไม่ดีกันพอดี ว่าแต่...เธอใส่กระโปรงอยู่ไม่ใช่รึไง นี่อย่าบอกนะว่าเธอถลกกระโปรงขึ้นมานั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ โอยแม่คุณ เขาล่ะยอมเธอจริงๆ เลย

*****************************************************************************************

เห้อ! ไล่ตามซะเหนื่อยแทนผู้หมวดเลย 

ดีนะเป็นทหารกล้าเลยรับมือกับยัยตัวแสบได้ 

ตอนหน้าผู้หมวดจะโดนแกล้งอะไรอีกรึเปล่ามารอลุ้นเอาใจช่วยกันนะคะ




วันนี้ลงเช้า เพราะเมื่อคืนนี้หลับคาคอมฯ อีกแล้ว T_T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 305 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1807 Killingthesun (@Killingthesun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 18:08
    คู่นี้น่ารักมากกก
    #1807
    0
  2. #1523 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 17:24

    คู่นี้ก้อน่ารักได้อีก

    #1523
    0
  3. #969 Song (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 13:17

    ตามอ่านแค่คู่นี้แหล่ะจ้า

    น่ารักไม่มีใครเท่า

    #969
    0
  4. #160 SKam_NITA (@SKam_NITA) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 12:17
    น่ารักสุดคู่นี้ นางคงไม่แกล้งหมวดละใช่มั้ย55555 แสบมาก
    #160
    0
  5. #159 Pima-myy (@asmagikoty) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:20
    น่ารักมากกกก
    #159
    0