ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 44 : แรงรัก แรงแค้น แรงหึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    30 เม.ย. 62


44.แรงรัก แรงแค้น แรงหึง 


                ร่างบางเดินอย่างคนหมดแรงออกมาจากห้องน้ำภายในบ้านพักของผู้เป็นพี่ชายหลังจากที่เพิ่งจะวิ่งไปอาเจียน ตอนแรกก็คิดว่าจะอาเจียนออกมาเป็นมื้อเช้าที่กินเข้าไป แต่เปล่าเลย อาเจียนจนหมดแรงและจนขมคอไปหมดแล้วกลับไม่มีอะไรออกมาเลยซักนิดจนตอนนี้เธออ่อนแรงไปหมดแล้ว และถึงจะอ่อนแรงแค่ไหนดวงหน้าหวานที่ซีดเผือดกลับมีแต่รอยยิ้มของคนมีความสุขขณะลูบมือที่หน้าท้องแบนราบของตัวเองเบาๆ ความใฝ่ฝันที่อยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ของเธอสมหวังจะเป็นจริงแล้ว เมื่อคิดได้ดังนี้ก็ทำให้คิดถึงสามียิ่งนัก ก็เคยได้ยินแต่ว่าแพ้ท้องแล้วจะเกลียดขี้หน้าผัว แต่สำหรับเธอ ยิ่งแพ้ท้องก็ยิ่งรักผัวหลงผัวมากขึ้นจนทุกวันนี้ก็ยังอ้อนขอเขาเล่นผีผ้าห่มอยู่ทุกคืนอยู่เลย น่าแปลกที่เวลาเธอได้อยู่กับเขาอาการแพ้ท้องใดๆ แทบจะไม่มีเลย แต่พอห่างกันเท่านั้นแหละอาการแพ้ท้องมาแบบจัดเต็มทุกที ยิ่งช่วงหลายวันก่อนที่เขาหายตัวไปทำภารกิจลับ เธอแพ้ท้องหนักจนไปทำงานที่ห้องพยาบาลไม่ได้เลยทีเดียว ได้แต่นอนซมลุกจากเตียงไปไหนไม่ได้จนผู้เป็นพี่ชายต้องคอยมาดูแลเธอแทน

                “ป่วยอีกแล้วหรอหน้าตาซีดเซียวขนาดนี้” ผู้พันคีรินทร์ถามขึ้นเมื่อเดินกลับมาบ้านพักแล้วเห็นน้องสาวนั่งดมยาดมอยู่ที่ระเบียงบ้าน สภาพดูอิดโรยอย่างสุดๆ

                “เปล่าค่ะ แก้มสบายดี” เธอตอบเมื่อพี่ชายเดินเข้ามาหาแล้วเอามืออังแก้มเธอเพื่อเช็คดูว่าน้องสาวมีไข้ตัวร้อนรึเปล่า

                “ไข้ก็ไม่มีนี่ แล้วป่วยเป็นอะไร”

                “แก้มเปล่าเป็นอะไรจริงๆ ค่ะ” เธอว่า แต่เขาก็ยังคงจ้องเธออย่างจับผิดอยู่

                “หรือว่า...เมื่อคืนเล่นผีผ้าห่มกับผัวจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนล่ะสิท่าถึงได้เป็นแบบนี้” ราชาวดีหน้าเรื่อสีขึ้นมาทันทีเมื่อได้ฟังคำพี่ชายเพราะว่าเขาพูดถูก เมื่อคืนนี้ก็แทบจะไม่ได้นอนเลย ก็สามีของเธอพอเขาได้อารมณ์ขึ้นขึ้นมาก็อย่าหวังเลยว่าจะลงง่ายๆ อีกอย่างจะโทษเขาก็ไม่ได้ด้วย เพราะเธอเป็นคนสะกิดเขาก่อนเอง

                “ไอ้รันนะไอ้รัน เห็นทีคงจะต้องพูดกับมันซะหน่อยแล้วสิ ขืนมันหื่นไม่เลิกแบบนี้เราจะแย่เอานะแก้ม”

                “อย่านะคะพี่ภู” ราชาวดีรีบดึงแขนพี่ชายเอาไว้ แก้มนวลแดงจัดไปหมดแล้วตอนนี้ “แก้มไม่ได้ป่วยเพราะเรื่องนี้ซักหน่อย” เธอบอกเสียงอ้อมแอ้มก้มหน้างุด ผู้พันคีรินทร์ก็เลยถอนหายใจออกมาอีก จะโทษน้องเขยอย่างเดียวมันก็ไม่ถูกหรอก เพราะน้องสาวของเขาก็หลงผัวตัวเองหนักเหมือนกัน มันก็บ้าพอๆ กันทั้งคู่นี่แหละ

                “แล้วนี่พี่ภูถืออะไรมาด้วยหรอคะ” ราชาวดีรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วมองตะกร้าที่ผู้พันคีรินทร์ถือกลับมาที่บ้านพักด้วย

                “อ๋อ ทหารพรานที่เพิ่งกลับเข้าฐานเขาเอามาฝากน่ะ เห็นว่าตอนนี้ที่สวนบ้านเขากำลังออกลูกดกเลยเอามาแจกเพื่อนฝูงที่ฐานด้วย พี่เห็นว่าวันนี้แก้มไม่ได้ออกไปที่ฐานเลยแบ่งมาให้” ผู้พันคีรินทร์ส่งตะกล้าหวายเล็กๆ ให้เธอ ซึ่งบรรจุเต็มไปด้วยมะปรางลูกเหลืองสวยส่งกลิ่นหอม ทำให้คนที่แพ้ท้องอยู่ถึงกับน้ำลายสอขึ้นมาในทันที

                “น่ากินจังเลยค่ะ กลิ่นก็หอมดีด้วย” ว่าจบเธอก็หยิบมะปรางลูกหนึ่งมากัดเข้าปากทันทีอย่างเอร็ดอร่อยและฟินสุดๆ ผู้พันคีรินทร์เห็นเธอกินผลไม้อย่างเอร็ดอร่อยก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างเอ็นดู ลูบศีรษะเธอเบาๆ สองสามทีจึงเดินเข้าบ้าน

                “อร่อยจัง” ราชาวดีว่าแล้วหยิบมะปรางขึ้นมากินอีกลูกจนผู้พันคีรินทร์ที่เดินเข้าบ้านเพื่อไปหยิบจานและมีดมาปอกเปลือกมะปรางให้เธอได้แต่มองน้องสาวตัวเองอย่างแปลกใจ พักนี้เห็นชอบกินแต่ผลไม้ อย่างคราวกลับมาจากนราธิวาสเขาก็เห็นเธอซื้อพวกผลไม้แช่อิ่มมาเยอะแยะเลย พวกผลไม้กระป๋องด้วย ผลไม้สดนี่แทบจะกินแทนข้าวเสียด้วยซ้ำ

                “อร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” เขาถาม เพราะมะปรางพวกนี้ก็เปรี้ยวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

                “อร่อยสิคะ” คราวนี้เธอแย่งมีดเล่มเล็กๆ จากเขาไปปอกเปลือกมะปรางเสียเองก่อนจะกินราวกับคนหิวโหย ผู้พันคีรินทร์เห็นก็ได้แต่มองตามตาปริบๆ

                “กินขนาดนี้ แพ้ท้องระเปล่าแก้ม” เขาถามออกมา เขาเคยเห็นตอนที่หมอเอื้อยตรวจคนไข้ของเธอ รายที่เริ่มตั้งท้องใหม่ๆ ส่วนมากจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะหิวบ่อย บางคนชอบกินของหวาน บางคนชอบกินของเปรี้ยว บางคนชอบกินของแปลกๆ แต่กับราชาวดี...เธอชอบกินผลไม้ ไม่ว่าจะผลไม้อะไรก็ตามดูเธอจะชอบไปเสียหมด

                “บ้าหรอ พี่ภูเอาอะไรมาพูด” ราชาวดีหลบสายตา

                “แต่งงานมานานพอที่จะท้องแล้วนะ เล่นผีผ้าห่มกับผัวทุกคืน ร่างกายก็แข็งแรงดีด้วยกันทั้งคู่ ตอบพี่มาตรงๆ เลยนะว่าเราท้องรึเปล่า”

                “...เปล่าค่ะ”

                “แน่ใจ”

                “แก้มเป็นหมอนะ เรื่องแบบนี้แก้มก็ต้องแน่ใจอยู่แล้วสิ” เธอหันกลับมากินมะปรางต่อ “แล้วถ้า...แก้มท้องจริงๆ พี่ภูจะทำยังไง”

                “ส่งกลับกรุงเทพฯ พี่ไม่ให้แก้มเอาหลานพี่มาเสี่ยงตายอยู่ชายแดนแบบนี้หรอกนะ คราวก่อนตอนฐานถูกโจมตีก็เกือบตายมาแล้ว ถ้าแก้มกับหลานพี่เป็นอะไรขึ้นมาคิดว่าพี่จะรับได้หรอ”

                “ทำไมต้องทำเสียงจริงจังขนาดนั้นด้วยคะ แก้มเปล่าท้องซักหน่อย” เธอว่า พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

                “แล้วทำไมถึงยังไม่ท้องอีก น้ำยาไอ้รันมันไม่ดีหรือว่าเรากินยาคุม”

                “เออ...มะ ไม่ทราบสิคะ”

                “เป็นหมอจะมาไม่ทราบได้ยังไง ไอ้รันมันก็ไม่ค่อยได้กินเหล้า บุหรี่ก็ไม่สูบ ออกกำลังกายทุกวัน ร่างกายแข็งแรงยิ่งกว่าควายขนาดนั้นมันไม่น่าจะมีปัญหานะ หรือว่าเป็นเราที่ไม่แข็งแรงเอง”

                “เปล่าค่ะ โธ่พี่ภู ถามแบบนี้พี่ภูอยากมีหลานหรอคะ หืม”

                “เออ อยากมี” เขาตอบตรงๆ ราชาวดีก็ได้แต่ยิ้มเก้อๆ ให้ จริงอยู่ถึงตอนนี้เธอจะยังปกปิดเอาไว้ได้ แต่พอหลายๆ เดือนเข้าท้องเธอก็ต้องโต ทุกคนก็จะรู้อยู่ดีว่าเธอท้อง แต่...เรื่องน่ายินดีขนาดนี้ทำไมเธอถึงจะไม่อยากบอกทุกคนกันล่ะ ทุกๆ คนต่างก็หวังอยากจะให้เธอท้องทั้งนั้นแต่ว่า...ถ้าเธอท้องพี่ชายของเธอได้ส่งเธอกลับกรุงเทพฯ อย่างที่เขาว่าแน่ๆ แล้วถ้าเธอไปอยู่กรุงเทพฯ เธอก็ไม่ได้เจอพี่รันของเธอสิ ไม่เอาหรอก แค่ไม่ได้เจอเขาวันเดียวเธอก็ใจจะขาดแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเธอกับสามีหนีจากกันทั้งนั้น

                “เมียจ๋า!” นั่นไง พอคิดถึงเขาก็มาพอดี

                “พี่รันขา” เธอยิ้มหวานให้เขาก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วโผเข้าไปกอดเขาเอาไว้ทันที เพียงแค่ได้กอดเขา ได้สูดกลิ่นกาย กลิ่นเหงื่อหอมๆ ของเขาอาการเวียนหัวหน้ามืดก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว

                “อ้าว ผู้พันเอามะปรางมาให้แล้วหรอ พี่รึก็นึกว่ายังไม่ได้เลยเอามาให้แก้มอีกตั้งเยอะ” เขาวางตะกร้ามะปรางที่ถือมาด้วยลงบนโต๊ะแล้วอุ้มเอาร่างบางของเมียรักขึ้นมานั่งกอดเอาไว้บนตัก ราชาวดีจึงยิ้มหวานแล้วเอียงกายมาซุกอกแกร่งของเขาอย่างมีความสุข

                “มะปรางอร่อยมากเลยค่ะ”

                “หรอ แล้วมะปรางกับพี่อะไรอร่อยกว่ากัน” เขาถามพลางก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอเบาๆ อย่างไม่เกรงใจผู้พันคีรินทร์ที่ยืดกอดอกมองดูคนพรอดรักกันอยู่ เห็นแล้วน่าหมั่นไส้ เมียก็ชอบอ้อนผัว ผัวก็เอาใจเมียดีเหลือเกิน อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ทำไมยังไม่ท้องอีกซักที เขาล่ะอยากอุ้มหลานจะแย่

                “ฮะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมที่ดังขึ้นทำให้สองสามีภรรยาผละออกจากกัน ราชาวดีเขินจนหน้าแดงแต่ก็ยังคงนั่งอยู่บนตักของสามีต่อไป อาการแพ้ท้องหายไปราวกับไม่ได้เป็นอะไรจนผู้พันคีรินทร์อดสงสัยไม่ได้ หรือว่าเธอจะไม่ได้แพ้ท้องจริงๆ แต่อาการที่เห็นเนี่ย อาการหลงผัว พอไม่ได้เจอผัวก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ อย่างตอนที่ผู้กองกรันณ์ไปทำภารกิจลับเธอถึงขั้นนอนซมอยู่ที่บ้านเลย

                “อิจฉาก็ไปอุทัยธานีสิครับ” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วหยิบมะปรางมาปอกเปลือกให้ราชาวดีเมื่อรู้ว่าเธอชอบ

                “งั้นมึงก็เลิกทำตัวเหมือนผีผลุบๆ โผล่ๆ ซักทีสิ เกิดกูไม่อยู่แล้วมึงออกไปทำภารกิจ แก้มไม่ต้องอยู่ที่ฐานคนเดียวรึไง”

                “เออใช่ งั้นผู้พันอย่าเพิ่งไปอุทัยฯ เลย ห่วงน้องก่อนอย่าเพิ่งห่วงเมีย”

                “ยังไม่ได้เป็นเมีย” ผู้พันคีรินทร์ว่า หน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

                “ทำไม่เป็นหรอผู้พัน เมื่อก่อนออกจะชำนาญนี่”

                “มันเรื่องของกูมั้ยไอ้รัน” แล้วสองสามีภรรยาก็หัวเราะคิกคักกันสองคนก่อนจะป้อนมะปรางให้กันอย่างหวานชื่น

                “พี่รันมีไปทำภารกิจอีกหรอคะ” ราชาวดีถามเมื่อกินมะปรางไปคนเดียวหมดหนึ่งตะกร้าแล้วจนคนเป็นสามีกับพี่ชายได้แต่มองหน้ากันอย่างอึ้งๆ ปกติเธอก็เป็นคนกินเก่งอยู่แล้วนะ ยิ่งพักหลังๆ มานี้ยิ่งกินเก่งเป็นพิเศษ

                “ทหารก็แบบนี้แหละ มีหน้าที่ต้องทำต้องรับผิดชอบ” เขาตอบ แล้วหยิบมะปรางริ้วที่เธอปอกขึ้นมาดูอย่างทึ่งๆ กับฝีมือการปอกมะปรางริ้วแบบนี้ เขาก็เคยเห็นแต่แม่ทำ ไม่คิดว่าน้องนางไม้ก็ทำเป็นด้วย กุลสตรีของแท้เลยเมียเขา

                “ไปนานมั้ยคะ”

                “สองสามวัน”

                “เฮ้อ! คิดถึงพี่รันแย่” เธอถามแล้วก็ถอนหายใจออกมา นี่ถ้าเธอคลอดลูกไวๆ ก็ดีสิ จะได้มีลูกอยู่เล่นเป็นเพื่อนตอนที่เขาออกไปทำงานแบบนี้

                “อย่างอแงติดผัวให้มันมาก เขาก็มีงานของเขาต้องทำ เราเป็นเมียก็อยู่บ้านรอผัว ทำตัวให้ดีๆ” ผู้พันคีรินทร์สอนน้อง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าน้องเขยมันมีภารกิจอะไร อย่างคราวก่อนบอกว่าจะไปเกาะพระ หายจ้องไปเป็นอาทิยต์กว่าๆ พอกลับมาแล้วซื้อของมาฝากเมีย เขารึก็นึกว่าจะเป็นของฝากจากเมืองชลบุรี ที่ไหนได้ ทั้งไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู ของฝากเมืองเหนือเพียบ แล้วไหนจะเครื่องประดับเงินอีกหลายชิ้นกับผ้าซิ่นสวยๆ อีก ชลบุรีมีของแบบนี้ด้วยหรอ แล้วเนื้อตัวยังมีรอยแผลเหมือนกับโดนสะเก็ตระเบิดมาอีก หรือว่ามันจะมีภารกิจอันตรายทำกัน นี่ถ้าโดนสะเก็ตระเบิดมาด้วยแบบนี้เขาชักจะได้กลิ่นแหม่งๆ ซะแล้วสิ

                “ถ้าไอ้รันไม่อยู่ให้ย้ายข้าวของมาอยู่กับพี่เข้าใจมั้ย เลิกงานแล้วก็ให้มาอยู่ที่บ้านเท่านั้น”

                “ค่ะ” ราชาวดีรับคำพี่ชายแล้ววางมีดทำมะปรางริ้วลงก่อนจะหันมากอดสามีเอาไว้ มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้เธอถึงจะอุ่นใจ ท่าทางลูกในท้องจะรักเขามาก พอต้องอยู่ห่างพ่อก็งอแงทำแม่แพ้ท้องหนัก แต่พอรู้ว่าพ่ออยู่ด้วยใกล้ๆ ก็เป็นเด็กดีขึ้นมาทันที นี่ถ้าพี่รันของเธอรู้ว่าลูกรักเขามากขนาดนี้ต้องดีใจมากแน่ๆ เลย เอาไว้อีกซักเดือนสองเดือนก่อนละกันเธอค่อยบอกข่าวดีนี้กับทุกคน ถ้าต้องถูกจับส่งไปอยู่กรุงเทพฯ ตอนนี้เธอยังทำใจไม่ได้ เธอกับลูกยังอยากอยู่ใกล้ๆ เขาอยู่

 

                นายพลอ่องเส็งถึงกับนั่งไม่ติดเมื่อได้รู้ว่าค่ายพักยาค่ายใหญ่อีกแห่งที่เชียงรายถูกเจ้าหน้าที่ทางการของไทยบุกถล่มในกลางดึกส่งผลให้ ลวิน ลูกน้องฝีมือดีของแสนดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บ้างก็มีคนบอกว่าเขาถูกระเบิดจนร่างแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไปแล้ว บ้างก็บอกว่าหลบหนีไปได้ ความแค้นที่มีอยู่มากมายแล้วยิ่งมากทวีขึ้นมาอีก ลูกชายสองคนก็มาถูกฆ่าตายไปในคืนเดียวกัน โดยเฉพาะแสนดา ลูกชายที่หวังว่าจะมอบอำนาจทุกๆ อย่างให้ แต่เขาก็ต้องมาจากไปเพราะนังเด็กบ้านั่นคนเดียว นังหมอที่ชื่อราชาวดี มันกับผัวของมันร่วมมือกันฆ่าลูกทั้งสองคนของเขา มันหลอกล่อแสนดาจนแสนดาใจอ่อนออกมารับกระสุนปืนจากเขาไปแทน ลูกมาตายพร้อมกันแบบนี้ แม้แต่ศพจะเอามาทำพิธีก็ไม่ได้นายพลอ่องเส็งยิ่งแค้นผู้กองกรันณ์กับราชาวดีเป็นเท่าตัว หากเขาฆ่าสองผัวเมียคู่นี้ได้ก็คงจะพอทุเลาความแค้นลงไปได้บ้าง

                “นาย! นายครับเกิดเรื่องใหญ่แล้ว” ลูกน้องคนหนึ่งรีบถือปืนวิ่งเข้ามาหานายพลอ่องเส็งที่ค่ายพักยาอีกค่ายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับชายแดนแม่สอด ห่างจากค่ายใหญ่ของแสนดามาพอสมควร

                “มีอะไรของมึงวะไอ้ห่า เรื่องใหญ่อะไรของมึงอีก!

                “พวกของเราที่ออกไปลาดตระเวนถูกฆ่าตายหมดเลยนาย ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหน หาร่องรอยของพวกมันไม่เจอเลยครับ”

                “ว่าไงนะ!!!” นายพลอ่องเส็งว่าแล้วรีบเดินออกมาจากกระท่อมที่พักอย่างโกรธแค้นทันที สายตาคู่คมดุกวาดมองไปรอบๆ ค่ายของตนอย่างระแวดระวัง ในยามค่ำคืนแบบนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจ อำนาจของนายพลอ่องเส็งใครๆ ก็รู้ดีว่ายิ่งใหญ่มากแค่ไหน แม้แต่รัฐบาลพม่าก็ยังต้องหวั่น ถึงเขาจะเสียลูกชายทั้งสองไปแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอำนาจของเขามันจะลดน้อยลง ตอนนี้ไม่มีใครกล้ามาลองดีกับเขา จะมีก็เพียงแต่...ไอ้พวกทหารพรานที่มันกัดไม่ปล่อยอยู่ในขณะนี้

                บนต้นไม่สูงสามมุมรอบค่ายของนายพลอ่องเส็ง ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบทหารพรานพร้อมเสื้อเกราะกันกระสุนมองผ่านกล้อง Night  Vision ที่ติดอยู่กับหมวกกันกระสุนเพื่อรอส่งสัญญาณให้แก่กัน ทั้งสามคนสะพายปืน M4A1 พร้อมแม็กซีนลูกกระสุนหลายแม็ก รวมถึงปืนพกสั้นอีกสองกระบอก ทั้งมีดเล็กสำหรับปาและมีดพรานมีเตรียมพร้อมสำหรับศึกล้างแค้นในคราวนี้ ผู้กองกรันณ์ส่งสัญญาณให้กับผู้หมวดนที ก่อนที่เขาจะกดจุดฉนวนระเบิดที่ผู้หมวดคณินแอบไปวางเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ตามจุดต่างๆ ของกระท่อมค่ายพัก

                ตู้ม!!! เสียงระเบิดหลายลูกดังขึ้นมาในเวลาไล่เรี่ยกันทำให้ลูกน้องของนายพลอ่องเส็งโดนสะเก็ตระเบิดล้มลงไปนอนตายเกลื่อน นายพลอ่องเส็งถึงกับยกปืนในมือขึ้นมาส่องเตรียมพร้อมทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังถูกโจมตี

                “นายครับ คลังอาวุธของเรากับคลังเก็บยาระเบิดเสียหายทั้งหมดเลยครับ”

                “ไอ้บัดซบเอ้ย!!!” นายพลอ่องเส็งสถบออกมาอย่างเจ็บใจ ถีบลูกน้องคนที่เข้ามารายงานเหตุการณ์จนกระเด็นไปไกล

                “พวกมึงยืนเฉยอยู่ทำไม!!! ตามล่าตัวไอ้คนที่มันก่อเหตุมาให้ได้สิโว้ย ถ้าใครจับมันได้หรือฆ่ามันได้กูให้เลยร้อยล้าน!!!” นายพลอ่องเส็งประกาศ เงินมากมายขนาดนี้ใครบ้างจะไม่อยากได้ เงินเยอะขนาดนี้ค่อยคุ้มกับค่าเสี่ยงหน่อย

                เมื่อเอาเงินมาล่อเหล่าลูกน้องของนายพลอ่องเส็งก็พร้อมจะสู้ตายเพื่อแลกกับเงินร้อยล้าน ทุกคนวิ่งวุ่นเพื่อหาผู้ที่บุกรุกเข้ามาในค่าย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่เจอ ระเบิดลูกแล้วลูกเล่าถูกจุดขึ้นจนล้มเจ็บกันไปมากทำให้ไพล่พลที่อยู่ประจำค่ายเริ่มลดน้อยลงไปทุกที ผู้หมวดนทีกดชนวนระเบิดชุดสุดท้ายขึ้นอีกทำให้กระท่องเก็บยาเสพติดหลังใหญ่สุดระเบิดย่อยยับลงต่อหน้าต่อตานายพลอ่องเส็งที่ได้แต่ยืนเจ็บใจอย่างทำอะไรไม่ได้

                ทหารพรานทั้งสามนายโยนเชือกเส้นใหญ่ลงมาจากต้นไม้แล้วโรยตัวลงมาในความมืด มีดพรานในมือไล่ฟาดฟันเหล่าลูกน้องของนายพลอ่องเส็งด้วยความแค้นที่มีอยู่เต็มอกโดยเฉพาะผู้หมวดนทีที่ไม่ปล่อยให้ฝ่ายคนร้ายได้ตายดีเลยสักราย ทั้งสามคนไล่ฆ่าลูกน้องของนายพลอ่องเส็งแบบไร้ความปรานี แม้จะมีคนยอมแพ้ยกมือขึ้นไหว้ขอชีวิตแต่ผู้กองกรันณ์ก็ยิงมันจนสมองกระจุย ฝ่ายนายพลอ่องเส็งเห็นทหารพรานทั้งสามนายเดินดาหน้าเข้ามาหาตนก็อดหวั่นไม่ได้เมื่อเหล่าลูกน้องตายแทบจะหมดค่าย สิ่งที่พอจะทำได้จึงเป็นการยกปืนขึ้นมายิงสกัดนายทหารทั้งสามคนเพื่อถ่วงเวลาหาทางหนีทีไล่

                “มึงหนีกูไม่รอดหรอกไอ้ชาติชั่ว วันนี้กูจะเอาเลือดของมึงมาเซ่นไหว้ให้เมียกู!!!” ผู้หมวดนทีว่าอย่างเจ็บแค้นแล้วออกมาจากที่กำบังจะเข้าไปเล่นงานนายพลอ่องเส็งอย่างไม่ฟังเสียงร้องห้ามของผู้กองกรันณ์ นายพลอ่องเส็งเห็นเป้าหมายออกมาจากที่กำบังแล้วจึงสาดกระสุนเข้าใส่เขาอิง

                ปัง!!! ในจำนวนกระสุนที่สาดออกมา มีอยู่หนึ่งนัดที่ยิงเข้าบริเวณแขนของผู้หมวดหนุ่มเข้า แต่เขาก็ยังแข็งใจจะเข้าไปเล่นงานนายพลอ่องเส็งต่อ ผู้หมวดคณินจึงยิงคุ้มกันให้เขา

                “นาย เรารีบหนีกันเถอะ พวกมันบุกกันมาสามคนแต่ฆ่าพวกเราตายเป็นเบือขนาดนี้ พวกมันคงตั้งใจมาแก้แค้นพวกเราแน่ๆ เราสู้มันไม่ได้หรอก หนีไปตั้งหลักก่อนเถอะครับ” ลูกน้องไม่รอให้ผู้เป็นนายตอบ เมื่อต้องรักษาชีวิตก่อนจึงได้พากันคุ้มกันนายพลอ่องเส็งตรงไปยังแม่น้ำเมยทันทีเพื่อขึ้นเรือหลบหนี แต่ก็ช้าไปเมื่อทหารพรานทั้งสามวิ่งตามมาพร้อมกับยิงปืนเข้าใส่

                ปังๆๆๆๆๆ สิ้นเสียงปืนของนายทหารทั้งสาม ลูกน้องของนายพลอ่องเส็งที่คอยคุ้มกันให้เขาก็ล้มลงไปนอนตายอยู่ที่พื้นรอบๆ ตัวนายพลเฒ่าทันที

                “ไงมึง! ตอนนี้ทั้งค่ายเหลือแค่มึงคนเดียวแล้ว” ผู้หมวดคณินว่าแล้วยิ้มเยาะเมื่อเห็นนายพลอ่องเส็งมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาทางหนีเพราะตอนนี้เขาถูกทหารพรานทั้งสามนายล้อมเอาไว้อยู่ และเบื้องหลังของเขาก็เป็นหน้าผาที่ถึงแม้จะไม่สูงมาก แต่แม่น้ำเมยในบางช่วงก็ทั้งลึกและเชี่ยว การตกลงไปก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย

                “นี่มันไม่ใช่ค่ายเดียวของกูหรอกเว้ย กองกำลังของกูยังมีอยู่อีกเยอะ”

                “หรอ งั้นก็เรียกออกมาสิ เพิ่งได้ข่าวว่าค่ายหนึ่งที่เชียงรายก็เพิ่งถูกถล่มไปนี่” ผู้กองกรันณ์แสยะยิ้มเยาะเย้ย นายพลเฒ่าจึงหรี่ตามองเขาเมื่อพอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว เรื่องค่ายที่เชียงรายถูกถล่มนั้นไม่มีการออกข่าวใดๆ คนนอกไม่มีทางรับรู้ คนที่รู้ข่าวนี้ก็มีแค่คนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นแหละ ลูกน้องคนที่หนีรอดมาได้บอกกับเขาว่าคนที่บุกเข้ามาถล่มค่ายที่เชียงรายเป็นหน่วยซีล ไม่ใช่ทหารทั่วไป ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...

                “มึง! ไอ้ผู้กอง...มึงนั่นเองที่เป็นคนไปพังค่ายของไอ้ลวินมัน”

                “ไม่ใช่แค่ค่ายของไอ้ลวิน แต่เป็นทุกๆ ค่ายของมึง กูจะกวาดล้างไม่ให้เหลือเลย แต่ก่อนอื่น...พวกกูจะเด็ดหัวหน้าของพวกมันก่อน”

                ปัง!!! ผู้หมวดนทียิงไปที่ขาของนายพลอ่องเส็งทันทีจนอีกฝ่ายทรุดลงไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

                ปัง!!! ผู้หมวดคณินยิงปืนของนายพลอ่องเส็งซ้ำอีกจนปืนหล่นจากมือเป็นการปลดอาวุธก่อนที่ผู้หมวดนทีจะเดินเข้าไปเตะนายพลอ่องเส็งซ้ำ

                “ไหนๆ มันก็ต้องตายอยู่แล้ว ผมยกมันให้หมวดละกัน อ้อ!” แล้วผู้กองกรันณ์ก็เดินเข้าไปหานายพลอ่องเส็งอีกครั้งที่ตอนนี้นายพลเฒ่าล้มลงอยู่แทบเท้าผู้หมวดนที

                “อย่าให้มันตายง่ายๆ เด็ดขาด ทรมานมันเล่นซักหน่อยก็ดี ผมได้ข่าวว่ามันเก่งนักจนแม้แต่รัฐบาลพม่าก็ยังกลัวมัน ถือซะว่านอกจากจะแก้แค้นแล้วก็กำจัดเสี้ยนหนามให้รัฐบาลพม่าหน่อยละกัน จริงมั้ยครับท่านนายพล” ผู้กองกรันณ์เอาปลายกระบอกปืนมาตบหน้านายพลอ่องเส็งแล้วยิ้มเยาะไม่เลิก

                “เอาน่า ถือซะว่าพวกฉันมาส่งแกไปหาลูกๆ ของแกละกัน ลูกแกมันตายอนาจนัก แม้แต่ศพก็ไม่ได้เอามาทำพิธีไม่ใช่หรอ แสนดามันยังดีที่กลับใจได้เลยมีคนจัดงานศพให้ แต่ไอ้ยะมินนี่สิ ไอ้สวะตัณหากลับ ฆ่าลูกมึงตายกูโคตรสะใจเป็นบ้าเลย!!!

                “มึง...”

                ผลัวะ!!! นายพลอ่องเส็งล้มหงายท้องลงไปกับพื้นอีกทันทีที่ผู้หมวดนทีเตะปลายคางเข้าให้อยากแรงแล้วใช้มีดพรานแทงลงไปบนขาทั้งสองข้างของนายพลอ่องเส็ง

                “มึงร้องออกมาสิ!” ผู้หมวดหนุ่มเค้นเสียงว่า หวังจะได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอีกฝ่าย แต่นายพลอ่องเส็งกลับอดทนได้มากกว่าที่คิด

                “ถ้ากูรอดไปได้ กูจะเอาคืนพวกมึงให้สาสมเลย ไอ้พวกทหารเลว!!!

                ฉึก!!!

                มีดเล่มยาวแทงเข้าไปที่ท้องนายพลอ่องเส็งทันทีจนเลือดไหลออกมานอง นายพลเฒ่าถึงกับเหงื่อตกหน้าซีด แต่ก็ยังไม่ยอมร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย สายตาคมดุจ้องผู้หมวดหนุ่มทั้งสองอย่างอาฆาตแค้น ยิ่งเป็นผู้กองกรันณ์ยิ่งแค้นจนกระอักเลือด ไอ้ผู้กองคนนี้มันช่างโฉดแล้วก็เหี้ยมนัก คนอันตรายอย่างมันถ้าไม่ได้เป็นทหารก็คงเป็นผู้ร้ายที่น่ากลัวมากแน่ๆ

                “มึงฆ่ากูตาย เมียมึงก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอกไอ้ผู้หมวด” นายพลอ่องเส็งว่า ผู้หมวดนทีก็ยิ่งแค้นเงื้อมีดขึ้นจะแทงนายพลอ่องเส็งอีกครั้ง แต่นายพลอ่องเส็งก็ใช่ว่าจะหมดพิษสงง่ายๆ เมื่อมันชักปืนพกที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังออกมาตั้งใจว่าจะยิงผู้หมวดนทีเข้าที่กลางอก แต่ก็ยังถือว่าช้ากว่าผู้กองกรันณ์ไปเสี้ยววินาที

                ปัง!!! ผู้กองกรันณ์รีบกระชากดึงตัวลูกน้องหลบ กระสุนปืนจึงฝังเข้ามาที่อกของเขาเต็มๆ จนซวนเซล้มลงไปกับพื้น

                “ผู้กอง!!!

                ปัง!!! ผู้หมวดคณินรีบยิงสกัดใส่นายพลอ่องเส็งซ้ำอีกหลายนัด แต่นายพลเฒ่าที่ถูกยิงจนปืนหล่นจากมือก็ถอยหนีไปจนถึงหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำเมย

                “ตายซะเถอะมึง!

                ปัง!!! สิ้นเสียงปืนนัดนี้ของผู้หมวดคณิน นายพลอ่องเส็งก็ร่วงตกหน้าผาลงไปในแม่น้ำเมยทันที

                “ผู้กองครับ!!!” พวกเขาทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาประคองผู้กองกรันณ์เอาไว้แน่นเมื่อเห็นว่าเมื่อครู่นี้เขาถูกยิงเต็มๆ ที่กลางอก

                “ไม่ต้องห่วงผม” เขารีบยกมือขึ้นบอกลูกน้องทั้งสองก่อนจะไอออกมาอย่างแสนจุก มือแกร่งกดตรงจุดที่ถูกยิงเอาไว้แน่น พอผู้หมวดทั้งสองมองตามแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเพิ่งจะนึกได้ว่าพวกเขาทั้งสามคนใส่เสื้อเกราะกันกระสุนเอาไว้

                “บ้าจริง!” ผู้หมวดคณินสถบออกมา เขารึก็เป็นห่วงแทบตาย

                “ทำไม อยากให้ผมตายนักหรอจะได้จีบน้องสาวผมได้ถนัดๆ เฮอะ! ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกหมวด ผมยังต้องอยู่หวงน้องสาวไปอีกนาน” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วถอดเสื้อเกราะกันกระสุนออก ถึงจะมีเสื้อเกราะกันกระสุนช่วยชีวิตเอาไว้แต่แรงยิงจากกระสุนก็ทำเอาเขาจุกจนลุกแทบจะไม่ขึ้น คาดว่าตรงบริเวณที่ถูกยิงได้ช้ำหนักแน่ๆ

                “ก่อนจะหวงน้องผมว่าผู้กองคิดหาคำแก้ตัวก่อนดีกว่าว่าจะบอกน้องนางไม้ของผู้กองยังไงเรื่องรอยกระสุนนี่ แล้วไหนจะอาการของผู้กองอีก ผมว่าผู้กองอาการหนักอยู่นะครับ” ผู้หมวดคณินเอาเมียของผู้กองมาขู่ แต่เขาก็ไม่สบายใจนักที่เห็นผู้กองเจ็บจนแน่นหน้าอกอยู่แบบนี้ คาดว่ากระสุนปืนคงจะไปกระแทกเข้ากับซี่โครงไหนซักซี่ของเขาแน่ๆ

                “ผู้กองไม่น่าทำแบบนี้เลยนะครับ ไม่น่าเข้ามาช่วยผมจนต้องเจ็บตัวแบบนี้เลย” ผู้หมวดนทีว่าขึ้น เริ่มจะรู้แล้วว่าทำไมผู้หมวดคณินถึงได้เคารพและศรัทธาในตัวผู้กองมากจนถึงขั้นย้ายตามมาอยู่ด้วย เพื่อรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ผู้กองกรันณ์ทำได้ทุกอย่างแม้แต่ยอมถูกยิงแทน

                “คิดมากน่าหมวด ว่าแต่ไอ้นายพลอ่องเส็งล่ะ เมื่อกี้นี้หมวดยิงจนมันตกหน้าผาไปแล้วใช่มั้ย” ผู้กองกรันณ์หันมาทางผู้หมวดคณินอีกครั้ง เขาจึงพยักหน้ารับ

                “ครับ” เขาตอบแล้วลุกขึ้นมองลงไปในแม่น้ำเมยที่เชี่ยวกราด “ไม่ตายด้วยมีดกับปืนมันก็คงจะเลือดหมดตัวหรือจมน้ำตายล่ะครับ อีกสองสามวันก็คงอืดขึ้นมาเอง”

                “ขอให้มันตายอย่างทรมาน ไอ้นายพลชั่ว!” ผู้หมวดนทีว่าแล้วจึงหันมาทางผู้กองกรันณ์อีกครั้ง “ผมจะอยู่ช่วยผู้กองกำจัดเครือข่ายของพวกมันให้หมดก่อนแล้วค่อยย้ายลงใต้ ตันหยงคงอยากให้ผมอยู่ช่วยผู้กองก่อน”

                “ขอบใจหมวด” เขาตบไหล่ลูกน้องเบาๆ แต่แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อยังรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกไม่หายจนเริ่มจะหายใจติดขัดแล้ว คงเป็นเพราะเขาถูกยิงในระยะใกล้แรงกระสุนมันจึงมาก ถ้าน้องนางไม้มาเห็นอาการของเขาเธอจะว่ายังไงบ้างล่ะเนี่ย ผู้ร้ายมากมายเขาไม่กลัวหรอก ในชีวิตนี้คนที่เขากลัวที่สุดก็คือเมียนี่แหละ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แสนบอบบาง ต่อสู้อะไรก็ไม่เป็นอย่างเธอมีอะไรให้เขากลัวนัก เธอดูไม่มีอันตราย ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครแต่เพียงแค่เธอมองเขาตาดุ เขาก็มือไม้อ่อนแรงกลัวเธอจนแทบหัวใจจะวายแล้ว ไอ้อาการกลัวเมียมันเป็นยังไงเขาก็เพิ่งจะประจักษ์นี่แหละ

 

                ผู้หมวดคณินได้แต่ยืนก้มหน้าสลดอยู่ภายในห้องพยาบาลที่ฐาน ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาใครโดยเฉพาะคุณหมอคนสวยหวานใจของผู้กองกรันณ์ พวกเขาทั้งสามคนกลับมาถึงที่ฐานในเวลาเกือบเช้า ผู้หมวดนทีถูกยิงที่แขนจนเลือดไหลไม่หยุด ส่วนผู้กองก็เจ็บแน่นหน้าอกไม่หาย มีเขาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เป็นอะไรเลย ผู้พันคีรินทร์ก็เลยเล่นงานเขาก่อนใครเพื่อน ข้อหาแอบออกไปปฏิบัติภารกิจลับกันสามคนไม่ยอมบอกกล่าว ซ้ำยังเป็นพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านอีก เรียกได้ว่างานนี้ทำผิดวินัยกันไปหลายข้อมาก แต่ที่จะโดนหนักๆ ก็คือผู้กองกรันณ์ เพราะเป็นหัวโจกนำกำลังไปแก้แค้นเอง เรียกได้ว่าเป็นแค้นส่วนตัวเลยก็ว่าได้ แต่เพราะตอนนี้เขายังบาดเจ็บอยู่ผู้พันคีรินทร์เลยยังไม่เล่นงานเขา คาดว่าพออาการหายดีแล้วถึงจะเป็นน้องเขยก็เถอะ แต่คนรักความยุติธรรมแบบผู้พันคีรินทร์ไม่ปล่อยผู้กองกรันณ์ไปแน่ๆ

                “ผมจะรายงานความผิดของผู้กองกับผู้หมวดทั้งสองต่อท่านผู้การ ออกไปก่อเรื่องกันโดยไม่แจ้งผม รู้มั้ยว่ามันเสี่ยงมากแค่ไหน แล้วในพื้นที่ของประเทศอื่นแบบนั้นถ้าทางการรู้เข้าความสัมพันธ์ของสองประเทศจะเป็นยังไง! มันไม่ใช่ตลาดสดนะได้ไปเดินเล่นกันตามใจชอบ”

                ผู้หมวดคณินก้มหน้านิ่งยอมรับผิดทุกอย่างและไม่ขอแก้ตัวใดๆ ด้วย ชายชาติทหาร กล้าทำก็กล้ารับอยู่แล้ว

                “ผู้พัน แค่กๆๆ เรื่องนี้ผมรับผิดชอบเอง แค่กๆๆ ไม่เกี่ยวกับผู้หมวดทั้งสอง ผมเป็นหัวหน้าปฏิบัติการครั้งนี้ ผมเป็นคนสั่งพวกเขา พวกเขาเลยไม่กล้าปฏิเสธ” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นสลับกับการไอ เพราะแรงกระสุนทำให้ซี่โครงเขาร้าวไปหนึ่งซี่ ดีที่ว่าได้เมียเป็นหมอเธอก็เลยจัดการรักษาเขาอย่างดิบดี

                “เพราะพวกผมเองครับผู้พัน พวกผมเต็มใจออกไปกับผู้กองเอง ผมอยากแก้แค้นให้เมีย” ผู้หมวดนทีที่เพิ่งจะผ่าเอากระสุนออกจากแขนบอกอีกคนผู้พันคีรินทร์ก็เลยกลอกตาไปมาใส่อย่างเซ็งๆ

                “รักใคร่กันดีนะทั้งหัวหน้าทั้งลูกน้อง” ผู้พันคีรินทร์ว่า “ไม่ต้องแย่งกันรับผิดหรอก เรื่องนี้โดนกันแน่ๆ อยู่แล้วทั้งสามคน โดยเฉพาะ...” แล้วก็หันมาทางน้องเขยตัวเอง ผู้กองกรันณ์เลยจ้องพี่เมียกลับ

                “จะทำอะไรผมก็ทำ แต่อย่าทำลูกน้องผม”

                “เออดี!!! มึงพูดเองนะไอ้รัน ได้ งั้นมึงรับผิดไปคนเดียวเลย!” ผู้พันคีรินทร์ว่าอย่างฉุนจัด ถ้าในเรื่องการทำผิดวินัยนั้นเขาโกรธมากจริงๆ แต่อีกใจก็ซาบซึ้งในความรักสามัคคีของพวกเขาทั้งสามคนมาก เพื่อนตายมันเป็นแบบนี้สินะ

                หลังคาดโทษทุกคนแล้วผู้พันคีรินทร์ก็เดินออกไปจากห้องพยาบาลทันที ราชาวดีที่นั่งเงียบมาโดยตลอดก็เลยถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีออกไปจากห้องพยาบาลอีกคนอย่างไม่สนใจเสียงร้องเรียกของสามี ซึ่งพอเห็นแบบนี้เข้าผู้กองกรันณ์ก็ถึงกับเครียดหนัก เรื่องที่ผู้พันคีรินทร์ต่อว่าแล้วก็จะลงโทษพวกเขา เขาไม่เครียด ไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่พอเห็นเมียไม่สนใจแบบนี้บอกได้ตรงๆ ว่าเจ็บยิ่งกว่าถูกยิงอีก ตั้งแต่กลับมาถึงฐานตอนที่รักษาเขา เขาเห็นเธอน้ำตาร่วงแต่ก็ไม่ยอมพูดจาอะไรกับเขาอีก เขาขอโทษเธอ จะกอดเธอ เธอก็ไม่ยอมให้กอด รักษาเขากับผู้หมวดนทีเสร็จก็เอาแต่นิ่งเงียบ ผู้หญิงยามโกรธแล้วเงียบนี่น่ากลัวมากกว่าตอนโวยวายเสียอีก

                “ให้ตายสิ ตั้งแต่รู้จักกันมาจนแต่งงานกัน เมียผมเขาไม่เคยโกรธผมหนักขนาดนี้มาก่อนเลย” ผู้กองกรันณ์ว่ากับลูกน้องทั้งสอง

                “ผมว่าผู้กองต้องรีบง้อคุณหมอแล้วล่ะครับ” ผู้หมวดนทีที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ริมหน้าต่างพูดขึ้น “ถ้าไม่รีบง้อ ได้มีคนหัวเราะเยาะผู้กองแน่ๆ” แล้วผู้กองกรันณ์กับผู้หมวดคณินก็มองตามเขาออกไปที่นอกหน้าต่างห้องพยาบาลทันทีเมื่อเห็นรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนขับเข้ามาที่ฐาน ผู้หมวดไกรจักรเจ้าเก่าเดินยิ้มแป้นลงมาจากรถ พอเห็นราชาวดีเขาก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาหาเธอทันที

                “หนอย...มึงไม่อยากตายดีใช่มั้ยมายุ่งกับเมียกู!!!” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นอย่างโกรธจัด แม้จะยังบาดเจ็บอยู่แต่ก็รีบลุกออกไปจากเตียงแทบจะทันทีโดยมีผู้หมวดทั้งสองคอยลุ้นเอาใจช่วย ผู้หมวดไกรจักรก็ช่างมาได้ถูกจังหวะเสียเหลือเกิน

 

                ราชาวดีเดินออกมาจากห้องพยาบาลเพราะไม่อยากเห็นสามีบาดเจ็บแบบนี้ ตอนที่ผู้หมวดคณินประคองเขากลับฐานมาเขาคงไม่รู้ว่าเธอเป็นห่วงเขามากแค่ไหน เห็นเขาเจ็บแบบนี้แต่เธอสิกลับเจ็บกว่าเป็นไหนๆ นี่ยังดีที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก ดีที่เขายังใส่เสื้อเกราะกันกระสุนเอาไว้เพราะจุดที่เขาถูกยิงมันเป็นจุดตาย เขาจะขาดใจตายในทันทีไม่มีแม้แต่เวลาจะสั่งเสียเสียด้วยซ้ำ แล้วถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาเธอกับลูกจะอยู่กับใคร ลูกที่กำลังจะเกิดมาก็ต้องกำพร้าพ่อแบบเธอหรอ เธอทนไม่ได้หรอก เธอไม่อยากให้ลูกของเธอเป็นกำพร้า แล้วเธอก็ไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะเป็นเสาหลักให้กับลูกได้ เธอทำใจรับความสูญเสียไม่ได้จริงๆ

                “คุณหมอแก้มครับ” เสียงของใครคนหนึ่งร้องทักเธอมาจากด้านหลัง ราชาวดีจึงรีบเช็ดน้ำตาออกก่อนจะหันมาไหว้สวัสดีเขาเหมือนเช่นเคย ผู้หมวดไกรจักรจึงวันทยาหัตถ์ให้เธอด้วยรอยยิ้ม

                “ผมมารับชุดยาและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลตามที่เคยทำเรื่องขอมาแล้วน่ะครับ” เขาบอกถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้

                “อ๋อ ค่ะ ฉันเตรียมเอาไว้ให้แล้ว” ราชาวดียิ้มตอบ ผู้หมวดหนุ่มจึงยิ้มรับเขินๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถแล้วหยิบถุงผลไม้หลายชนิดออกมาทั้งส้ม องุ่น สับปะรดแล้วก็แตงโม

                “คราวก่อนผมเห็นผู้พันซื้อผลไม้จากตลาดในตัวเมืองมาให้คุณหมอตั้งเยอะ ผู้พันบอกว่าคุณหมอชอบทานผลไม้ผมก็เลยเอามาฝากด้วยครับ” ถึงแม้จะเกรงใจอีกฝ่าย แต่คนที่แพ้ท้องก็ดีใจยิ่งนักที่ได้ผลไม้มากินเพิ่ง แม้ว่าที่ผ่านมาพี่ชายและสามีจะซื้อหาผลไม้มาให้เธอไม่เคยขาดก็เถอะ

                “ขอบคุณนะคะผู้หมวด ฉันเกรงใจจังเลย”

                “เราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันนี่ครับ คุณหมออย่าเกรงใจผมเลย ผมเองต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเกรงใจ มารบกวนคุณหมอต้องเยอะ ทั้งขอยา ทั้งพาคนมาให้รักษา”

                “มันเป็นหน้าที่ของหมอค่ะ”

                “ใช่ คุณหมอเขาทำตามหน้าที่ ไม่ได้ทำเพื่อใครโดยเฉพาะ” เสียงดุๆ ของใครบางคนว่าขึ้นทำให้ผู้หมวดไกรจักรอดมองอย่างแปลกใจไม่ได้ที่เห็นผู้กองกรันณ์ในสภาพสวมกางเกงทหารแต่เปลือยแผ่นอกที่มีเข็ดขัดพยุงซี่โครงรัดร่างแกร่งเอาไว้

                “ผู้กองเป็นอะไรหรอครับ บาดเจ็บได้ยังไง” ผู้หมวดไกรจักรถามอย่างห่วงตามประสาคนรู้จักและร่วมงานกัน

                “ไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ซี่โครงร้าว แต่ถึงจะเจ็บอยู่แบบนี้ก็ยังฆ่าคนได้สบายๆ อยู่ โดยเฉพาะพวกคิดไม่ซื่อกับเมียคนอื่น”

                “ใครหรอครับ”

                “แถวนี้แหละ” ว่าแล้วก็เข้ามาโอบประคองเมียเอาไว้ทั้งๆ ที่เจ็บหน้าอกแทบตายแต่ก็ยังฝืนจนราชาวดีต้องหันมาดุ

                “พี่รันลุกออกมาทำไมคะ ทำไมไม่นอนพัก แก้มบอกแล้วไงว่าช่วงนี้ห้ามขยับตัว” พอเห็นผู้หมวดไกรจักรแอบขำที่เขาถูกเมียดุ ผู้กองกรันณ์ก็ยิ่งฉุนเข้าไปใหญ่ แต่เมียนี่สิไม่เข้าใจเขาเลยว่าเขาหึงเธอมากแค่ไหน

                “เชิญผู้หมวดที่ห้องพยาบาลเลยค่ะ ฉันเตรียมชุดยาเอาไว้ให้แล้ว” ราชาวดีหันมาบอกผู้หมวดไกรจักรก่อนจะเดินนำเขาไปที่ห้องพยาบาล ผู้หมวดไกรจักรจึงรีบเข้าไปดึงถุงผลไม้จากเธอมาถือให้แล้วตามเธอไปที่ห้องพยาบาลทำให้ผู้กองกรันณ์ได้แต่มองตามอย่างโมโหหนัก แค่เธอเมินเขาเขาก็รู้สึกไม่ดีแล้ว นี่ยังเมินเขาแล้วไปคุยดีกับคนอื่นอีก ผัวเจ็บหนักขนาดนี้แทนที่จะใส่ใจคนอะไรใจร้ายนัก

 

                เพราะความงอนเมียผู้กองกรันณ์จึงไม่กลับไปที่ห้องพยาบาลอีก แต่เขาเลือกที่จะกลับไปที่บ้านพักแทน ร่างสูงเอนกายลงนอนไปบนเตียงอย่างยากลำบากเพราะอาการบาดเจ็บแล้วก็ต้องยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก รู้สึกไม่ดีเลยที่ถูกน้องนางไม้เมินแบบนี้ เขาน้อยใจเธอนักที่เธอไม่สนใจเขาเลย นี่ขนาดเขากลับมานอนอยู่ที่บ้านตั้งนานแล้วเธอก็ยังไม่ตามเขามาอีก ป่านนี้ก็คงจะไปคุยจ๊ะจ๋าอยู่กับไอ้ผู้หมวดไกรจักรล่ะสิท่า เออ! ไม่ห่วงกันก็ไม่ต้องห่วง ถ้ากลับบ้านมาจะไม่พูดด้วยเลย คนงอนเมียคิดก่อนจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่ราชาวดีให้ไปเมื่อก่อนหน้านี้เพื่อหวังจะให้เขานอนพักผ่อน

                มารู้ตัวตื่นอีกทีก็เย็นมากแล้วเมื่อเขาได้ยินเสียงคนเปิดประตูบ้านเข้ามา ฝีเท้าเล็กๆ เบาๆ ของเธอเขาจำได้ขึ้นใจแต่ก็ยังคงแกล้งหลับต่อ จนเมื่อเสียงฝีเท้าเล็กๆ เดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับกลิ่นข้าวต้มหอมกรุ่น จะว่าไปวันนี้ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา มือเล็กๆ นุ่มๆ ยื่นมาอังที่ใบหน้าของเขาเพื่อเช็คว่าเขาตัวร้อนรึเปล่า ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างแตะมาที่ลำตัวของเขา ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นสเตทโตสโคปหรือหูฟังของหมอ ซึ่งเธอตรวจอาการเขาอยู่ได้สักพักเธอก็ลุกออกไป เขาจึงแอบลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าที่โต๊ะข้างหัวเตียงมีชามข้าวต้มกับแก้วน้ำวางอยู่พร้อมกับยา เธอเดินออกไปจากห้องนอนได้สักพักคราวนี้ก็เดินกลับมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวและอ่างน้ำเล็กๆ เขาจึงแกล้งหลับไปอีกครั้ง

                ความเย็นจากผืนผ้าที่เช็ดตัวให้เขาทำให้เขาลืมตาขึ้นในที่สุดเพื่อมองเธอ

                “ตื่นแล้วหรอคะ พี่รันยังเจ็บตรงไหนอยู่อีกรึเปล่า” พอเธอถามเขาก็พยายามจะลุกขึ้นด้วยความยากลำบากทำให้เธอรีบเข้ามาช่วยประคองเขา แต่เพราะความโกรธหึงหวงและน้อยใจที่เธอไม่สนใจเขา เขาก็เลยปัดผ้าเช็ดตัวในมือเธอทิ้งรวมถึงปัดอ่างน้ำเล็กๆ ข้างเตียงทิ้งด้วย

                เคว้ง!!! เสียงอ่างน้ำคว่ำลงไปกับพื้น น้ำหกไปทั่วพื้นห้องนอนทำให้เธอสะดุ้งตกใจแล้วหันมามองเขา เขาก็เลยจ้องทำตาดุใส่เธอกลับ แต่แทนที่เธอจะต่อว่าเขา เธอกลับหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนที่แห้งมาซับน้ำที่กระเซ็นโดนมือเขาจนเปียกให้อย่างแผ่วเบาแต่ก็ไม่พูดไม่จา ซึ่งพอเช็ดมือให้เขาเสร็จเธอก็ก้มลงไปเก็บอ่างน้ำที่พื้นข้างเตียงขึ้นมาแล้วหาผ้ามาซับน้ำที่เปียกเลอะพื้นห้องนอนอยู่ออก ก่อนจะเอาไปเก็บที่นอกห้องนอนแล้วจึงกลับเข้ามาหาเขาใหม่

                “...แก้มทำข้าวต้มมาให้พี่รันค่ะ ทานข้าวนะคะแล้วจะได้ทานยาต่อ” เธอยิ้มบอกเขาอีกแล้วหยิบชามข้าวต้มมาจะตักป้อนเขาอย่างไม่สนใจเลยว่าตอนนี้สีหน้าเขามันเป็นยังไง เธอไม่รู้เลยหรอว่าตอนนี้เขากำลังโกรธ

                “ออกไปเลยไป” เขาว่า ทำให้เธอที่กำลังเป่าข้าวต้มในช้อนเบาๆ ถึงกับชะงัก

                “ไปไหนคะพี่รัน”

                “อยากไปไหนก็ไปสิ! หรือจะไปหน่วยของพวก ตชด.ก็ไปเลยไป!

                เพล้ง!!! เขาปัดชามข้าวต้มในมือเธอทิ้งอีกก่อนจะเบือนหน้าหนีจึงไม่ทันได้เห็นหยดน้ำตาใสๆ ของเธอไหลออกมา

                ราชาวดีลุกขึ้นมาทำความสะอาดพื้นห้องนอนอีกครั้งแล้วเก็บเอาชามข้าวขึ้นมาก่อนจะมองมาทางสามีอีกเมื่อเขายังไม่ยอมหันกลับมามองเธอ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยโกรธเธอแบบนี้เลยนอกจากงอนเล็กๆ น้อยๆ ที่พอเธอยิ้มให้เขาก็หาย แต่นี่...เธอยิ้มให้ก็แล้ว ป้อนข้าวก็แล้วแต่เขาก็ยังเฉย

                “...งั้นพี่รันก็ทานยานะคะ แก้มไม่กวนพี่รันแล้ว แต่ถ้าพี่รันเจ็บแผลก็บอกแก้มนะ แก้มจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ” เธอบอกเขาแล้วเอาชามข้าวต้มไปเก็บให้เรียบร้อยก่อนจะกลับมานั่งที่พื้นข้างเตียงไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีกทั้งๆ ที่น้ำตายังคงรินไหลออกมาอยู่ ผู้กองกรันณ์ที่ยังหันหน้าหนีจากเธออยู่จึงพูดขึ้นมาอีก

                “ไล่แล้วทำไมยังไม่ไปอีก”

                “จะให้แก้มไปไหนคะ”

                “ก็ตามใจสิ อยากจะไปไหนก็ไป”

                “...ถ้าตามใจแก้ม แก้มก็จะอยู่ที่นี่กับสามีของแก้มค่ะ”

                “จำได้ด้วยหรอว่าตัวเองมีผัวแล้ว!!!” คราวนี้เขาหันมาตะวาทว่าทำให้ราชาวดีถึงกับสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจกลัวรีบถอยหนีจากเขาในทันทีทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่กับพื้น ดวงตาคู่หวานสวยสั่นระริกและฉ่ำไปด้วยน้ำตา หัวใจดวงน้อยสั่นหวิวไปหมดเมื่อถูกเขาตะวาทว่า เขาไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอขนาดนี้ ไม่เคยเกรี้ยวกราดใหญ่โต แม้แต่สายตาที่เขามองเธอในยามนี้มันเหมือนสายตาของเขาในยามที่มองเหล่าศัตรู

                ราชาวดีไม่ตอบอะไรออกมาอีกเพราะกลัวว่าหากตอบไปจะยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้น เธอก็เลยได้แต่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่พื้นอย่างหวาดกลัว แต่ภาพที่เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้นที่พื้นนี่สิมันกลับทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงเจ็บปวดยิ่งนัก เสียงร่ำร้องของเธอเหมือนกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดแทงลงมาบนหัวใจของเขา ทั้งๆ ที่เขาเคยรับปากแล้วว่าจะไม่ดุเธออีก น้ำตาของเธอจะต้องเป็นน้ำตาจากความสุขความดีใจเท่านั้นแต่เขา...กลับทำให้เธอกลัวจนร้องไห้ออกมาจนตัวสั่น

                “...แก้ม” เขาเรียกเธอเสียงแผ่วก่อนจะรีบลุกลงจากเตียงแล้วเข้าไปกอดเธอเอาไว้ แม้จะเจ็บหน้าอกแค่ไหนแต่เขาก็ฝืนกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วลูบหลังเธอเบาๆ

                “พี่โทษนะ พี่ขอโทษพี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษนะครับ” ยิ่งเขาขอโทษเธอก็ยิ่งร้องไห้ ทั้งๆ ที่เคยสั่งสอนลูกน้องอยู่บ่อยครั้งว่าให้เป็นสุภาพบุรุษ อย่างรังแกผู้หญิงหรือคนที่อ่อนแอกว่า อย่าใช้ความรุนแรงในครอบครัวแต่เขากลับทำเสียเอง แล้วทำกับใครไม่ทำ เขากลับมาทำกับคนที่เป็นแก้วตาดวงใจของเขาเอง ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเธอแสนจะเปราะบางแต่เขาก็ยังทำกับเธอได้ลงคอ

                “พี่ขอโทษนะครับ แก้มไม่ต้องกลัวพี่นะ คนดีของพี่” เขาซุกใบหน้าลงไปกับเรือนผมนุ่มสลวยของเธอเพื่อเก็บซ่อนน้ำตาของเขาเองเอาไว้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายหัวใจของเธอแบบนี้

                “...พี่รันไม่รักแก้มแล้วหรอคะ” คำถามของเธอยิ่งทำให้เขาเจ็บจนบาดลึกไปทั้งใจ กระชับกอดเธอเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม

                “รักสิครับ รักมากจนหึงมากแล้วก็ขาดสติ ไม่เอานะ ไม่กลัวพี่นะพี่ขอโทษ พี่จะไม่รังแกแก้มอีกแล้ว” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือและไหล่หนาที่สั่นไหวทำให้ราชาวดีตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าเขาร้องไห้ เธอไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย มีเกือบจะร้องไห้ตอนวันแต่งงานที่เขามาลาเธอกลับฐานก่อนพิธีเข้าหอ แล้วก็ครั้งนี้ อย่างตอนที่ตันหยงตายเขายังไม่ร้องไห้เลยซักนิดจนเธอคิดว่าเขาร้องไห้ไม่เป็นเสียอีก

                “พี่รันอย่าไล่แก้มไปไหนเลยนะ ชีวิตของแก้ม แก้มมีเพียงแค่พี่รัน ถ้าพี่รันไล่แก้มหนีแล้วแก้มจะไปอยู่ที่ไหน แก้มกลัวเสียพี่รันไป แก้มกลัวพี่รันไม่รักแก้มแล้ว แก้มกลัว...” เธอสะอื้นไห้อย่างหวาดกลัว อยากจะกอดเขาแต่ก็กลัวว่าเขาจะเจ็บเลยได้แต่กอดแขนของเขาเอาไว้แทน “ถ้าพี่รันโกรธ พี่รันจะตีแก้มก็ได้ แต่พี่รันอย่าไล่แก้มหนีไปไหนเลยนะ แก้มไม่มีที่ไป แก้มรักพี่รัน แก้มอยากอยู่กับพี่รัน”

                “แก้ม...” ผู้กองกรันณ์พูดอะไรไม่ออก เจ็บใจตัวเองเหลือเกินที่ให้ความหึงหวงมามีอำนาจเหนือจิตใจอีกแล้ว เขาเองก็รักเธอมาก เขากลัวว่าเธอจะไม่รักเขาเหมือนกัน เขาเจ็บตัวแบบนี้แต่เธอกลับเดินหนีเขา พอเขาเข้าไปหาเธอกลับหันไปยิ้มแย้มกับคนอื่น เขาไม่ชอบการถูกเมิน ใครจะเมินเขาก็เมินไป แต่ขอได้มั้ยว่าเธออย่าเมินเขา เขาขอแค่เพียงเธอคนเดียวอย่าเมินเขา

                สองแขนแกร่งกอดรัดร่างบางไม่ยอมปล่อยอยู่นานจนเธอหยุดร้องไห้แต่เธอก็ยังกอดแขนเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมถอยห่างจากเขาแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่ดวงตาคู่สวยยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนดวงหน้าหวานซีดเผือดอย่างน่าสงสาร เป็นแบบนี้เขาก็ยิ่งไม่กล้าคลายกอดจากเธอ

                “พี่กลัวแก้มไม่รักพี่...” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าถึงจังหวะที่จะพูดได้แล้ว “จู่ๆ แก้มก็เดินหนีพี่ แก้มเมินพี่แต่กลับไปสนใจคนอื่นโดยเฉพาะผู้หมวดไกรจักร แก้มเดินหนีพี่ไปกับมันพี่ก็เลยน้อยใจกลัวแก้มจะไม่รักพี่แล้ว” เขาบอก ราชาวดีจึงหลับตาลงจนน้ำตาหยดใสๆ ร่วงลงมาอีกเมื่อหันมามองรอยแผลที่ถูกยิงของเขาซึ่งเห็นรอยช้ำอย่างชัดเจน มือน้อยๆ บอบบางแตะมาที่รอยแผลนี้อย่างเบามือเพราะกลัวว่าเขาจะเจ็บ

                “พี่รันทราบมั้ยคะว่าถ้าพี่รันไม่ใส่เสื้อเกราะกันกระสุน พี่รันคงไม่ได้กลับมาหาแก้มแล้ว” เธอพูดทั้งน้ำตา “ตำแหน่งที่ถูกยิงมันเป็นจุดตาย พี่รันจะขาดใจตายในทันที แก้มทำใจยอมรับและทนเห็นพี่รันเจ็บตัวไม่ได้ก็เลยเดินหนีออกมา แล้วแก้มก็ไม่เคยเห็นใครดีไปกว่าพี่รันด้วย พี่รันเป็นที่หนึ่งและหนึ่งเดียวในหัวใจของแก้ม แก้มรักแก้มเทิดทูลพี่รันเป็นเจ้าชีวิต ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดก็เพื่อพี่รันคนเดียว ต่อให้ใครจะดีสักแค่ไหน เป็นเทวดาหรือเทพเจ้าพี่รันของแก้มก็ยังเหนือกว่าอยู่เสมอ แก้มไม่เคยเห็นใครดีไปกว่าสามีของแก้มเลย” เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะซบหน้าเข้ากับอกแกร่งของเขา

                “...ถ้าไม่รักแก้มแล้วก็ฆ่าแก้มทิ้งเถอะ ชีวิตที่ไม่มีพี่รัน...แก้มไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือไปหมดอย่างน่าใจหาย สองแขนแกร่งก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่นที่เขาเข้าใจเธอผิดแล้วมาพาลกับเธอแบบนี้ ผู้พันคีรินทร์พูดถูก เขามันใจร้อนวู่วามเกินไป ในสนามรบเขาต้องดุ แกร่งและเด็ดขาดในฐานะของทหารก็จริง แต่เมื่อกลับมาบ้านเขาไม่ใช่ทหาร แต่เขาคือสามีของเธอ คือหัวหน้าครอบครัว คือหลักที่พึ่งของเธอและลูกในอนาคต เขาต้องใจเย็นลงให้มากกว่านี้ ทะนุถนอมน้องนางไม้ให้มากกว่านี้

                “มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วนะ พี่สัญญาจริงๆ พี่จะไม่ทำร้ายหัวใจของแก้มแบบนี้อีกแล้ว เงียบซะนะครับคนดีของพี่ ไม่ร้องนะพี่อยู่นี่แล้ว พี่รันรักแก้มมากนะครับ รู้มั้ยว่าน้ำตาของแก้มมันทำให้ใจพี่จะขาด” เขาซุกซบใบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มอีกครั้ง จูบแก้มนวลของเธอเบาๆ แล้วจูบซับน้ำตาทั้งสองข้างซ้ำ น้องนางไม้ของเขาเคยถูกคนอื่นทำร้ายหัวใจจนเจ็บร้าวมาแล้ว เขาจะต้องไม่ทำร้ายเธอซ้ำ ผู้หญิงคนนี้มีไว้ให้ปกป้องดูแล ไม่ใช่มีไว้เพื่อทำร้าย


***************************************************************************************

พี่รัน อย่ารังแกน้อง น้องกำลังท้องอยู่นะ เดี๋ยวเถอะ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1336 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 22:51
    เหมือนแก้มยอมเกินอ่ะ หลงผัวเกินเหมือนภูพูด
    #1336
    0
  2. #153 The best friend (@bluecolorpensive) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:54

    รอนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาา
    #153
    0
  3. #152 Creelanne (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:32

    ขอแบบไม่สูญเสียใครได้ไหมคะ ไม่อยากเสียใจ

    #152
    1
  4. #151 SKam_NITA (@SKam_NITA) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:55
    รออ่านนะคะไรท์ สนุกมากๆๆ คิดถึงน้องขวัญ หมอเอื้อย ปล่อยพี่รันหึงน้องนางไม้ไปก่อน555
    #151
    4
    • #151-3 SKam_NITA (@SKam_NITA) (จากตอนที่ 44)
      22 มีนาคม 2562 / 16:00
      ได้เลยค่ะ รออ่านน้องขวัญผู้หมวดคณิน และพี่รัน รออ่านทุกคนเลย55555
      #151-3
    • #151-4 lekky6847 (@lekky6847) (จากตอนที่ 44)
      22 มีนาคม 2562 / 19:27
      รองานเมืองรากับปรางงามอยู่เน้อไรท์
      #151-4
  5. #149 >sos (@3sos-3sos-3) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:29
    ถ้าจำไม่ผิดอิพี่เหมือนตะคอกน้องจนร้องครั้งที่2แล้ว แอบอยากให้น้องหนีไปสักเดือน หมั่นไส้!!
    #149
    2
    • #149-1 >sos (@3sos-3sos-3) (จากตอนที่ 44)
      20 มีนาคม 2562 / 00:33
      พี่ต้องใจเย็นให้มากๆๆเลยไม่งั้นกว่าจะแก่สงสัยน้องจะเสียน้ำตาเป็นลิตร
      #149-1
    • 20 มีนาคม 2562 / 00:34
      ใช่ๆๆ ครั้งแรกก็หึงหวงเรื่องแสนดา นี่ครั้งที่สอง แล้วตอนหน้าถูกผู้พันปราบพยศ
      #149-2
  6. #148 Pima-myy (@asmagikoty) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:06
    อีพี่รัน!!! เดี๋ยวยุให้แก้มหอบลูกหนีเลย
    #148
    0