ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 36 : มือปืนสไนเปอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 331 ครั้ง
    6 เม.ย. 62


36.มือปืนสไนเปอร์


                ท่ามกลางความมืดของผืนป่าในหุบเขาฝั่งพม่า กองกำลังของนายพลอ่องเส็งพร้อมแล้วสำหรับการบุกโจมตีฐานของเหล่าทหารพราน โดยจุดหมายจะเริ่มที่ฐานใหญ่ของผู้กองกรันณ์ก่อนเพราะอยู่ใกล้เขตชายแดนมากที่สุด และด้วยที่เป็นฐานใหญ่สุด หากเขาจัดการฐานใหญ่ได้แล้วฐานเล็กๆ ฐานอื่นก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไร กลับกัน หากเขาโจมตีฐานเล็กๆ ก่อน ฐานใหญ่มันอาจจะไหวตัวทันแล้วส่งกำลังเสริมมาช่วย ทำให้เขาอาจจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำได้ ดังนั้นก่อนจะกวาดล้างลูกน้องมันก็ต้องจัดการกับพี่ใหญ่ของมันเสียก่อน

                ตันหยงยืนมองกองกำลังอาวุธครบมืออยู่ข้างๆ แสนดาและยะมิน พลันก็เกิดตกใจขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของนกประหลาดก่อนที่นกรูปร่างคล้ายกับนกฮูกจะบินข้ามศีรษะของเธอไปจนเธอต้องถอยหลบไปชนกับแสนดาเข้า ยะมินเงยหน้าขึ้นไปมองตามแล้วยกปืนในมือขึ้นส่องไปที่นกตัวนั้นก่อนจะลั่นไกปืนยิงออกมาจนมันร่วงลงมาตรงหน้า

                “ไอ้นกเวร!” ว่าแล้วก็บ้วนน้ำลายใส่ให้ตันหยงได้แต่มองอย่างใจคอไม่ดีแล้วจ้องหน้ายะมิน

                “แกฆ่ามันทำไม”

                “มันขวางหูขวางตาฉัน”

                “แกรู้มั้ยว่ามันเป็นนกอะไร นี่มันนกแสกนะ คนไทยถือว่ามันเป็นนกผีนำความตายและความโชคร้ายมาให้”

                “งั้นมันก็สมควรตายแล้วล่ะ” ไม่ว่าเปล่ายะมินยังเตะซากนกไปทางลูกน้องของเขาให้เอาไปโยนทิ้งอีก ตันหยงที่ตอนนี้ไม่มีเสียง มีอำนาจใดๆ เลยได้แต่มองอย่างไม่ชอบใจเท่านั้นแล้วก็ได้แต่เงียบเมื่อนายพลอ่องเส็งเดินออกมาจากที่พักแล้วมองเหล่าลูกน้องของตัวเองอย่างพอใจที่ได้กองกำลังแข็งแกร่งมามากมายแบบนี้

                “ทุกคนฟังให้ดี” นายพลอ่องเส็งขึ้นไปยืนบนแคร่ไม้ไผ่แล้วประกาศ แม้จะอายุมากใกล้วัยเกษียรแล้วแต่ก็ยังคงดูแข็งแรงมาก ร่างผอมสูงในชุดลายพรางสีน้ำตาลสวมหมวดเบเร่ต์สีแดงเลือดนกกวาดสายตามองเหล่าลูกน้องทุกคนก่อนจะหยุดอยู่ที่ลูกชายทั้งสองอย่างภูมิใจแล้วจึงกล่าวต่อ

                “คืนนี้เราจะบุกฐานใหญ่ของไอ้พวกทหารพรานกัน เราจะกำจัดพวกมันให้ออกไปพ้นเส้นทางเดินยาของพวกเราให้ได้ ทุกคนอย่าได้ปรานี เมื่อไปถึงให้ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือ ใครฆ่าหรือจับตัวหัวหน้าแล้วก็คนสำคัญของพวกมันมาได้กูจะตบรางวัลให้อย่างงาม ประกาศให้พวกมันได้รู้ว่าอย่าคิดจะมาลองดีกับพวกเรา!!!

                “เฮ!!!!!” เสียงเฮอย่างฮึกเหิมดังกระหึ่มขึ้นเมื่อนายพลอ่องเส็งยกปืนขึ้นเหนือศีรษะ ปลุกเร้าให้เหล่าลูกน้อยฮึกเหิมกล้าที่จะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันและหมายมั่นว่าตนจะต้องชนะแน่ๆ

                “หัวหน้าและคนสำคัญที่พูดถึงเนี่ย ไอ้ผู้กองกรันณ์กับใคร” ยะมินหันมาถามแสนดา เพราะที่วางแผนกันมาพวกเขาวางเป้าหมายเอาไว้ที่ผู้กองกรันณ์เป็นหลัก

                “ลูกน้องไอ้ผู้กองกรันณ์ เป็นผู้หมวดสองคน ไอ้สองคนนี้อย่าได้ประมาทมันเชียว ฝีมือมันไม่ธรรมดาพอๆ กับหัวหนน้าของมันหรอก ส่วนผู้พันคีรินทร์ตอนนี้ไม่อยู่ที่ฐาน ทางสะดวก” แสนดาบอก

                “น่าเสียดาย” ยะมินส่ายหน้า “ก็ได้ยินชื่อไอ้ผู้พันคนนี้มานาน ใครๆ ก็ว่ามันเป็นผู้พันผีถูกยิงตั้งหลายรอบแต่ก็ไม่ตายห่าซักที ถ้ามันอยู่กูนี่แหละจะเด็ดหัวมันเอง” ยะมินว่าอย่างเสียดาย ได้ยินว่าใครเก่ง ใครแกร่งก็อยากจะประลองฝีมือด้วยทั้งสิ้น

                “ถ้ามึงอยากเก็บไอ้ผู้กองมาก มึงจัดการไปเลย เดี๋ยวกูจัดการผู้หมวดสองคนนั้นเอง อยากรู้นักที่มึงบอกว่าฝีมือมันไม่ธรรมดาน่ะ มันจะขนาดไหนกันเชียว”

                แสนดาไม่ตอบอะไรเพราะสำหรับเขา ใครจะเป็นใครจะตายก็ช่าง แต่คุณหมอของเขาต้องปลอดภัยเท่านั้น เขาก็ได้แต่หวังว่าเธอจะทำตามที่เขาบอกโดยการหนีไปจากที่นี่ แต่จากการที่ให้คนไปลอบสืบมาก็ปรากฏว่าเธอยังอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน ซ้ำยังอยู่ไม่ห่างจากผัวอีก หากเป็นเช่นนั้นเขาก็คงจะกลายเป็นคนเลวมากกว่านี้โดยการฆ่าคนรักของเธอต่อหน้าเธอ แต่เขาไม่มีทางเลือก ใครใช้ให้ไอ้ผู้กองกรันณ์มันมาหยามเขาก่อน

                ทันทีที่นายพลอ่องเส็งสั่งให้เคลื่อนกองกำลัง ตันหยงที่เดินรั้งท้ายก็ได้แต่มองยะมินอย่างไม่ไว้ใจเพราะได้ยินที่ยะมินพูดกับแสนดาทั้งหมด มันต้องการจะฆ่าผู้หมวดทั้งสอง...ผู้หมวดนที ไม่ เธอไม่ยอมหรอก ผู้หมวดนทีเป็นคนดีมาก ไอ้ยะมินมันไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเขา เพียงแค่นี้เธอก็ทำให้ผู้หมวดนทีเสียใจและผิดหวังในตัวเธอมากแล้ว เธอไม่อยากจะให้เขาต้องมาเป็นอะไรเพราะการกระทำของเธออีก

                เมื่อเหล่าลูกน้องกองกำลังของนายพลอ่องเส็งขึ้นเรือยางติดเครื่องยนต์นำหน้าไปก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งก็ขึ้นเรือยนต์ลำใหญ่ตามไป ตันหยงแอบลอบมองไปยังชายร่างผอมสวมหมวกก้มหน้าที่เดินเข้ามาใกล้ ชายคนดังกล่าวแอบส่งกระดาษหลายแผ่นที่พับซ้อนกันจนเป็นปึกเล็กๆ ให้ตันหยงผ่านความมืดอย่างแนบเนียน ก่อนที่จะตันหยงจะพยักหน้าบอกให้เขาลอบแฝงตัวเข้าไปปะปนอยู่กับเหล่าลูกน้องของนายพลอ่องเส็งเพราะพวกนี้ไม่ได้ประจำการอยู่ที่ค่ายของแสนดาตลอด ดังนั้นพอเห็นชายแปลกหน้าขึ้นเรือไปด้วยจึงเข้าใจว่าอาจจะเป็นลูกน้องของแสนดาจึงไม่ได้มีใครเอะใจว่าชายคนนี้แท้จริงแล้วเป็นเชลยของแสนดาที่กำลังพยายามหลบหนีต่างหาก

                “เธอเห็นไอ้หมอไตรทศบ้างมั้ย มันหายหัวไปไหน” แสนดาถามเมื่อตันหยงขึ้นเรือมากับเขา

                “เห็น” เธอตอบ “ตอนที่พวกเราออกมาจากค่ายเห็นหมอแอบลอบเข้าไปหากัลยาที่กระท่อม คงคิดถึงเมียมากมั้ง หรือไม่ตอนนี้ก็คงจะฆ่ากันตายไปข้างแล้ว” เธอโกหกไป แสนดาจึงพยักหน้ารับ สองผัวเมียนี่หมดประโยชน์สำหรับเขามานานแล้ว ถ้าจะฆ่ากันตายเขาก็ไม่สนใจ ก็แค่ขยะสองชิ้นไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้น

                แต่ท่ามกลางความมืดแบบนี้ใครเล่าจะรู้ว่าก่อนที่ทุกคนจะขึ้นมาบนเรือลำใหญ่ ได้มีหญิงสาวสติเลอะเลือนคนหนึ่งแอบขึ้นมาบนเรือก่อนหน้านี้แล้วและซ่อนตัวอยู่ท้ายเรืออย่างเงียบๆ เพื่อรอโอกาสกลับขึ้นฝั่งไทยอีกครั้ง

 

                “นี่ ขวัญพูดเสียงดังๆ หน่อยสิ สัญญาณมันยิ่งไม่ค่อยดีอยู่” เสียงผู้หมวดคณินแอบมาคุยโทรศัพท์อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะจำได้ราชาวดีเคยบอกเขาว่าที่นี่มีสัญญาณโทรศัพท์ เขาจึงลองมาแอบเช็คดู แล้วก็เป็นอย่างที่นางไม้ของผู้กองว่า มีสัญญาณจริงๆ เสียด้วยสิ

                “ตอนนี้พี่อยู่เวรอยู่ แล้วนี่ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน” ผู้กองกรันณ์ที่เดินผ่านมาทางนี้กับผู้หมวดนทีหูผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆ ของลูกน้องตัวเองที่หลังต้นไม้ใหญ่ อย่าบอกนะว่าแอบมาคุยโทรศัพท์

                “เปิดเทอมแล้วเป็นไงบ้าง นี่ตกลงขวัญลงแข่งตอบปัญหาธรรมะจริงๆ หรอ งั้นพี่ขอให้ขวัญได้ที่หนึ่งนะ ดีเหมือนกัน อ่านหนังสือธรรมะ ตอบปัญหาธรรมะขวัญจะได้ใจเย็นมากกว่านี้ อย่าได้ดุเหมือนผู้กองเชียว รายนั้นนะยังดุไม่เลิกเหมือนเดิม แต่พอเจอเมียดุเข้าให้หงอยิ่งกว่าอะไรดี ฮ่าๆๆ เดี๋ยวพี่จะยุให้คุณหมอดุผู้กองบ่อยๆ เป็นการเอาคืน”

                แอบคุยกับน้องสาวของเขาไม่พอยังเอาเขามานินทาอีก นินทาไม่พอยังจะมายุให้เขาถูกเมียดุด้วย หนอย...

                “คิดถึงสิ พี่คิดถึงขวัญนะ พี่...”

                “ฮะแฮ่ม!!!” แล้วผู้หมวดคณินก็ตัวแข็งทื่อขึ้นมา หน้าซีดมือไม้อ่อนแรงจนโทรศัพท์ร่วงลงจากมือเมื่อได้ยินเสียงเหี้ยมๆ ของใครกระแอมขึ้นที่ด้านหลัง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าทันทีจนเพื่อนคู่หูของเขาอดขำไม่ได้

                ผู้กองกรันณ์ก้มลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือของลูกน้องตนขึ้นมาก่อนจะยกขึ้นแนบหูทันทีมื่อได้ยินเสียงใสๆ ของยัยตัวแสบกำลังร้องเรียกลูกน้องเขาอยู่

                “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ไปนอนเดี๋ยวนี้เลยนะไม่งั้นพี่จะสั่งซ่อมผู้หมวดคณินให้หนัก” เท่านั้นแหละ พอรู้ว่าพี่ชายตัวเองจับได้ ความแตกขวัญตาก็รีบกดวางสายทันทีก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงราวกับกลัวว่าผู้กองกรันณ์จะมุดออกมาจากโทรศัพท์ได้แล้วมาตีลงโทษเธออีก

                ผู้หมวดคณินได้แต่หันมายิ้มเจื๋อนๆ ให้ผู้กองของตัวเอง คิดว่าเขาคงจะได้ยินหมดแล้ว ตอนนี้คุณหมอนางไม้ก็ไม่อยู่แถวนี้ซะด้วยสิ เกิดผู้กองเอาเรื่องเขาขึ้นมาใครจะออกโรงช่วยเขากัน

                “เออ...คือว่า...”

                “นินทาผู้บังคับบัญชา ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา จะซ่อมยังไงดีล่ะ”

                “ย้ายลงใต้เลยครับ” ผู้หมวดนทีแอบกระซิบ จนคนเป็นเพื่อนหันไปทำหน้าดุใส่

                “เออดี เดี๋ยวส่งไปอยู่กับผู้กองสุรชัยที่นราธิวาส สาวๆ ที่นราธิวาสออกจะเยอะ ไปจีบเขาเอาไว้ตั้งหลายคนก่อนจะย้ายตามผมมาที่นี่ไม่ใช่หรอ ผมจะช่วยสานต่อให้เองนะ กลับไปอยู่นราธิวาสละกัน”

                “โธ่ผู้กองครับ อย่าแกล้งผมเลย ผมก็แค่คุยกับน้องขวัญเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายนะครับ ก็แค่...”

                วี้ดดดดด ตูม!!!

                ในระหว่างที่พวกเขากำลังคาดโทษกันก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาที่ท้ายฐานก่อนที่กลุ่มเปลวไฟจะลุกขึ้นจนท้องฟ้าที่มืดสนิทเป็นสีแดง ทั้งสามคนมองหน้ากันทันทีก่อนจะวิ่งกลับไปที่ฐานด้วยความเร็ว กระชับปืนในมือเอาไว้แน่น ทหารพรานทุกคนที่เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีมาเป็นอย่างดีรีบเข้าไปประจำการตามจุดต่างๆ ตามที่วางแผนฝึกซ้อมกันมา ในขณะที่ผู้กองกรันณ์รีบวิ่งเข้าไปที่ห้องพยาบาลทันทีซึ่งขณะนี้ราชาวดีกำลังยืนตัวสั่นอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

                “พี่รัน” เธอรีบวิ่งเข้ามากอดสามีเอาไว้แน่น แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาพูดคุยอะไรกันมาก เพราะเขาเคยบอกให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมแล้วเมื่อเกิดเหตุขึ้น

                “ผู้กองรีบพาคุณหมอไปที่ซ่อนก่อนเถอะครับ ทางนี้พวกผมจะรับมือก่อนเอง” ผู้หมวดนทีบอก เพราะผู้กองกรันณ์เคยบอกเขาว่าเตรียมที่ซ่อนตัวให้ราชาวดีเอาไว้แล้ว

                “ได้ แล้วผมจะรีบมา” ผู้กองกรันณ์บอกก่อนจะรีบพาราชาวดีตรงไปยังชายป่าเพื่อไปน้ำตกอาถรรพ์ เสียงปืนที่ดังสนั่นตามมาด้านหลังยิ่งทำให้เขาเป็นห่วงเหล่าลูกน้องนัก งานนี้เขาจะตายก็ได้ แต่น้องลูกของเขาต้องไม่ตายเด็ดขาด เขาจะพยายามรักษาชีวิตของทุกคนเอาไว้ให้ได้

                แม้จะมาถึงน้ำตกอาถรรพ์แล้วแต่เสียงปืนและเสียงระเบิดที่ฐานก็ยังตามมาติดๆ ผู้กองกรันณ์รีบพาราชาวดีไปที่ถ้ำม่านน้ำตกทันทีเพื่อให้เธอซ่อนตัวที่นี่ ราชาวดีได้แต่มองเขาน้ำตาคลอด้วยความกลัว เธอกลัวเหลือเกิน กลัวเขาจะเป็นอันตราย กลัวว่าจะต้องได้ใช้แผนสองของเขา

                “จำที่พี่บอกได้ใช่มั้ย ถ้าไม่ใช่พี่กับผู้พัน ถ้าใครมาตะโกนเรียกห้ามออกมาเด็ดขาด” เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตาแล้วกอดเขาแน่น

                “พี่รันต้องกลับมารับแก้มนะคะ พี่รันอย่าทิ้งแก้มเอาไว้คนเดียวนะ ความกลัวที่สุดของแก้มคือการเสียพี่รันไป พี่รันต้องกลับมาหาแก้มนะ”

                “พี่จะกลับมาหาแก้มให้ได้ คนดี...พี่รักแก้มนะครับ แก้วตาดวงใจของพี่”

                “แก้มก็รักพี่รันนะคะ แก้วตาดวงใจของแก้ม...” เธอบอกให้เขาได้ยิ้มออกมาอย่างแสนรักก่อนจะก้มลงมาจูบเธอเบาๆ เป็นการขอกำลังใจอีก ราชาวดีจึงพยายามยิ้มให้กำลังใจเขาด้วย

                “พี่ต้องไปทำหน้าที่ของพี่แล้ว เป็นเมียทหารต้องเข้มแข็งนะครับ อย่าร้องไห้นะ” เขาปาดน้ำตาออกให้เธอก่อนจะค่อยๆ คลายเธอออกจากอ้อมกอด หัวใจของราชาวดีก็ยิ่งสั่นไหวด้วยความกลัวแต่ก็ไม่อาจรั้งเขาเอาไว้ได้ ได้แต่มองสามีค่อยๆ เดินออกไปจากถ้ำแล้วดึงเอากิ่งต้นราชาวดีมาปิดอำพรางปากถ้ำเอาไว้ก่อนที่เขาจะตัดใจแล้ววิ่งกลับไปที่ฐาน

                ราชาวดีถึงกับล้มพับลงไปกับพื้นถ้ำร้องไห้ออกมาด้วยความเป็นห่วงคนรัก เพราะเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น้ำตกแห่งนี้มีจริงเธอจึงได้พนมมือขึ้นอย่างตั้งใจแล้วตั้งสมาธิให้แน่วแน่

                “ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ด้วยกุศลผมบุญต่างๆ ที่แก้มได้เคยทำมา ไม่เคยทำเรื่องผิดศีลธรรมหรือคิดร้ายเบียดเบียนใคร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงช่วยคุ้มครองสามีของแก้มด้วยนะคะ เขาเป็นคนดี เป็นทหารที่เสียสละทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดิน ช่วยคุ้มครองเขา ขอให้เขาปลอดภัยกลับมาหาแก้มแล้วก็ช่วยคุ้มครองทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนทุกนายที่ฐานนี้ด้วยเถอะนะคะ” เธอก้มลงไปกราบที่พื้นถ้ำโดยที่ไม่รู้ว่าตอนที่เธอก้มลงไปกราบเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่รอบๆ น้ำตกต่างก็เอนไหวคล้ายกับจะรับรู้ในคำขอของเธอ รวมถึงผู้กองกรันณ์ที่กำลังวิ่งกลับไปที่ฐาน เขาหันกลับมามองที่น้ำตกอาถรรพ์อีกครั้งก็เห็นต้นไม้น้อยใหญ่เอนไหวทั้งๆ ที่ไม่มีลม แสงจากน้ำตกพราวระยิบระยับราวกับแสงของมณีหลากสี เขาไม่เคยเห็นเหตุอัศจรรย์แบบนี้มาก่อนเลย

                “เจ้าป่าเจ้าเขา...ช่วยคุ้นครองน้องนางไม้ของผมด้วยเถอะ น้องนางไม้เป็นคนดี อย่าได้มีอันตรายใดๆ มาทำร้ายเธอได้เลยนะครับ” เขายกมือขึ้นไหว้ขอก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่ฐานอีกครั้ง

                แสนดากับยะมินที่ลอบเข้ามาด้านชายป่าหลังน้ำตกอาถรรพ์ถึงกับชะงักกันเมื่อเห็นผู้กองกรันณ์วิ่งออกไปจากน้ำตกจนอดสงสัยกันไม่ได้ว่าที่ฐานกำลังถูกลอบโจมตีแล้วเขามาทำอะไรที่นี่ แสนดาไม่รอช้ารีบตามศัตรูของเขาไปทันทีทิ้งให้ยะมินยังคงอยู่ยืนอยู่ที่น้ำตกอาถรรพ์พร้อมด้วยลูกน้องอีกสิบคน เขายังสงสัยอยู่ว่าผู้กองกรันณ์มาทำอะไรที่นี่ คนอย่างมันไม่น่าจะใช่พวกห่วงสบายจนแอบหนีมา เหมือนกับว่ามันเอาอะไรมาซ่อนเอาไว้ที่นี่เลย แต่...อะไรล่ะ อะไรที่ผู้กองกรันณ์มันรักแล้วก็หวงมากจนถึงขั้นเอามาซ่อนเอาไว้ จากที่สืบๆ ประวัติของมันมา ตอนนี้สิ่งที่มันรักมากที่สุดและเป็นจุดอ่อนของมันก็คือ...เมีย เมียคนสวยของมันสินะ

                “พวกมึงกระจายกันค้นหาให้ทั่ว ไอ้ทหารพรานคนเมื่อกี้นี้มันเอาคนมาซ่อนเอาไว้” ยะมินสั่ง ลูกน้องของเขาจึงรีบกระจายกำลังกันออกค้นหา แต่ความเย็นยะเยือกของสถานที่แห่งนี้กลับทำเอาพวกเขาขนลุกซู่กันขึ้นมาทันที รู้สึกเหมือนมีพลังลึกลับอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่และดวงตาปริศนานับพันๆ คู่จับจ้องมองอยู่รอบด้านที่แม้แต่ยะมินเองก็ยังอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ เหมือนที่นี่จะไม่ธรรมดาเสียแล้วสิ

                “นาย เมื่อกี้ผมเห็นไอ้ทหารพรานมันวิ่งออกมาจากทางนี้นะ” ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนบอกมาจากกลุ่มโขดหินที่ทอดไปสู่ตัวน้ำตก ยะมินจึงรีบตามไปดูพร้อมกับยกปืนขึ้นสอดส่องอย่างระแวดระวังด้วย เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ม่านน้ำตกขึ้นเรื่อยๆ ไฟฉายที่ลูกน้องของเขาถือกระทบเข้ากับม่านน้ำตกสีเงินขนาดใหญ่ที่มีโขดหินทางเดินให้เดินเข้าไปด้านในได้ แต่เหนือโขดหินกลับมีเพียงต้นราชาวดีปกคลุมเอาไว้หนา ครั้งพอส่องไฟเข้าไปเพื่อหาซอกอะไรที่คนพอจะหลบซ่อนตัวได้ก็ไม่เห็นมีอะไร ภาพตรงหน้าที่ยะมินและเหล่าลูกน้องเห็นเป็นเพียงแค่โขดหินเรียบๆ ไม่ได้มีช่องหรือซอกอะไรพอที่คนจะซ่อนตัวได้ด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่บดบังสายตาเอาไว้ แม้แต่กิ่งราชาวดีที่ขึ้นปกคลุมก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตทั้งนั้นจนยะมินถอดใจจากจุดนี้จะไปค้นหายังตำแหน่งอื่น แต่ทว่า...

                “โอ๊ย!!!” ลูกน้องคนหนึ่งของเขาถึงกับล้มพับลงไปกับพื้นทันทีเมื่อเขาพยายามจะเดินเข้าไปที่หลังม่านน้ำตกนี้

                “อะไรกัดผมก็ไม่รู้นาย” ลูกน้องของเขาร้องบอก ยะมินจึงแย่งไฟฉายจากลูกน้องอีกคนส่องไฟไปที่พื้นทันที แล้วก็ต้องนิ่งอึ้งกับงูจงอางตัวใหญ่เท่าลำแขนของเขาสองตัวกำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ ลำตัวของงูดำมันเป็นเลื่อม ดวงตาสีแดงแลดูดุร้ายอย่างน่ากลัว

                “ไอ้งูเวรเอ้ย!” ลูกน้องคนหนึ่งของเขาว่าแล้วพยายามจะไต่โขดหินไปที่หลังม่านน้ำตกอีก แต่งูจงอางตัวที่สามโผล่มาจากไหนไม่มีใครรู้ได้ก็ฉกเขาอีกคนจนล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวดจากพิษงู ยะมินได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง งูจงอางสามตัวนี้มันต้องไม่ใช่งูป่าธรรมดาแน่ๆ เหมือนมันกำลังเฝ้าอะไรเอาไว้อยู่ อะไรบางอย่างที่เขามองไม่เห็นและไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้

                “นายๆ แบบนี้ท่าไม่ดีแล้ว เราถอยเถอะ”

                “ถอยก็ถอยสิวะ!” แล้วยะมินก็รีบวิ่งหนีออกมาก่อนเป็นคนแรกเมื่อเห็นลูกน้องสองคนของเขาที่ถูกงูกัดขาดใจตายลงด้วยพิษงูตรงหน้า ซึ่งเขาเองก็พอจะรู้จักงูชนิดนี้ดีว่ามีพิษร้ายแรงมากแค่ไหน แต่พิษของงูชนิดนี้ก็ไม่น่าจะทำให้คนตายได้ในทันทีนี่นา เขาว่าที่นี่มันต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่อย่างนั้นไอ้ผู้กองกรันณ์มันจะมาที่นี่ทำไม แล้วทำไมมันถึงไม่ถูกงูจงอางสามตัวนี้เล่นงานกัน อาถรรพ์ป่าเขาบ้าบออะไร อย่าคิดว่าเขาจะยอมแพ้ง่ายๆ นะ เขาต้องกลับมาที่นี่อีกให้ได้!

                ราชาวดีได้ยินเสียงคนแปลกหน้าหลายคนด้านนอกก็เกิดกลัวขึ้นมา รีบซุกตัวนิ่งอยู่กับผนังถ้ำ ยิ่งเสียงของพวกมันใกล้เข้ามาจนเหมือนจะอยู่ที่หน้าปากถ้ำร่างบางก็ยิ่งนั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความกลัว พอแสงจากไฟฉายส่องเข้ามากระทบปากถ้ำเธอก็แทบจะกลั้นหายใจ ก่อนที่จะได้ยินเสียงร้องเอะอะดังขึ้นอีก และได้ยินคำว่างูด้วย นี่ด้านนอกปากถ้ำมีงูอย่างนั้นหรอ งูอะไรกัน ทำไมตอนที่เธอกับสามีมาถึงไม่เห็นจะมีสัตว์อะไรอยู่ที่นี่เลย เสียงร้องเอะอะดังขึ้นได้ไม่นานก็เงียบหายไป เธอคิดว่าเหล่าคนที่มาคงจะวิ่งหนีงูไปกันแล้วแน่ๆ จึงได้แต่พยายามรวบรวมสมาธิและดึงสติของตัวเองเอาไว้ เวลานี้สติสำคัญที่สุด การร้องไห้คร่ำครวญไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วได้แต่ภาวนาขอให้มีสัญญาณโทรศัพท์ทีเถอะแล้วจึงค่อยๆ เปิดหน้าจอขึ้น

                “มีสัญญาณ...” เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในป่าลึกแล้วยังเป็นในถ้ำใต้น้ำตกแบบนี้จะมีสัญญาณโทรศัพท์ด้วย ขนาดอยู่กลางแจ้งในฐานยังหาสัญญาณแทบจะไม่ได้ แล้วทำไมในถ้ำถึงได้มีสัญญาณกัน

                ราชาวดีไม่รอให้เสียเวลา ไม่รู้ว่าสัญญาณโทรศัพท์จะมีนานมากแค่ไหน เธอรีบกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจทันที ซึ่งรอสายได้ไม่นานเสียงปลายสายก็ดังขึ้น

                (“แก้ม มาโทรดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ที่ฐานมีสัญญาณแล้วหรอ”)

                “พี่ภูช่วยด้วย” เธอน้ำตาไหลออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นพี่ชาย ผู้พันคีรินทร์ที่ตอนนี้กลับมาที่แม่สอดแล้วและตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านพักภายในกรมถึงกับดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวกำลังร้องไห้

                “พี่ภู ฐานเราถูกโจมตี พี่ภูรีบเอากำลังเสริมมาช่วยทีนะคะ แก้มเป็นห่วงพี่รันกับทุกคน ตอนนี้เสียงปืนเสียงระเบิดดังไปทั่วเลย”

                เวรแล้วไง! นี่พวกมันยกพวกมาโจมตีฐานจริงๆ หรอ ผู้พันคีรินทร์คิดแล้วรีบลุกขึ้นไปแต่งตัวทันที

                (“แก้มใจเย็นๆ ก่อนนะ แล้วตอนนี้แก้มอยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีใช่มั้ย”)

                “แก้มปลอดภัยดี พี่รันพาแก้มมาซ่อนตัว”

                (“ที่ถ้ำหลังม่านน้ำตกใช่มั้ย”) เขาจำได้ว่าน้องเขยของเขามันโทรมาบอกเมื่อหลายวันก่อนว่าเจอที่ซ่อนสำหรับเธอแล้ว

                “ใช่ค่ะ พี่ภูรีบมานะคะ”

                (“ได้ พี่จะเอากำลังเสริมไปช่วย แก้มรออยู่ที่นั่นนะ อย่าออกมาข้างนอกเด็ดขาด แล้วพี่จะไปรับ”) เขาบอกน้องสาวอย่างห่วงใยก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหายไป ผู้พันคีรินทร์จึงต่อสายหาผู้การของเขาต่อทันทีเพื่อขอกำลังเสริมที่จะเข้าไปที่ฐานให้ด่วนที่สุด ซึ่งขณะที่เขาโทรรายงานเหตุการณ์นี้กับผู้การ ผู้พันคีรินทร์ที่แต่งตัวอย่างลวกๆ ก็วิ่งออกจากบ้านตรงไปที่รถของเขาด้วย ทำให้ชายสองคนที่แอบสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ บ้านพักของเขาได้ยินเรื่องราวทั้งหมด และทันทีที่ผู้พันคีรินทร์ขับรถออกจากบ้านพักไปในกลางดึก หนึ่งในชายสองคนก็ต่อสายตรงไปที่เกาะพระทันที

                “ท่านครับ ที่ฐานของผู้กองถูกโจมตีแล้ว พวกผมขอคำสั่งอนุมัติในการเข้าพื้นที่ด้วย” เขาบอก ซึ่งพอได้ยินปลายสายอนุมัติคำสั่งให้เข้าพื้นที่ได้พวกเขาก็เรียกกำลังของตัวเองที่แฝงตัวอยู่ในแม่สอดมารวมพลกันทันทีก่อนจะเดินทางเข้าไปที่ฐานให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

                หลังจากที่พาราชาวดีไปซ่อนตัวผู้กองกรันณ์ก็ตรงไปที่บ้านพักของตัวเองทันทีเพื่อหยิบอาวุธรุ่นพิเศษขึ้นมาซึ่งเขาเก็บซ่อนเอาไว้ แม้แต่เมียรักที่อยู่ด้วยกันก็ไม่รู้ว่าเขาเก็บซ่อนอะไรเอาไว้ที่ช่องลับใต้เตียงนอน เขาผลักเตียงนอนออกแล้วเปิดช่องลับที่ว่านี้ ด้านในมีกล่องอาวุธปืนอยู่สองชนิดคือ HK MSG-90 และ AI AW50 พร้อมด้วยกระสุน ซึ่งปืนทั้งสองชนิดนี้คือปืนซุ่มยิง หลังจากที่ฝึกหลักสูตรซีลหรือนักทำลายใต้น้ำจู่โจมจบแล้ว ผู้กองกรันณ์ก็เข้าฝึกนักทำลายใต้น้ำจู่โจมขั้นสูงต่อโดยเลือกเน้นฝึกพลซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงยิงปืนแม่นมากกว่าคนอื่นๆ และไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นสไนเปอร์ด้วยแม้แต่นายพลปภพผู้เป็นพ่อก็ไม่เคยรับรู้

                เขาเลือกหยิบปืนไรเฟิล HK MSG-90 พร้อมกระสุนปืนมาแล้วปิดช่องลับที่ว่านี้ ดึงเตียงนอนมาทับเอาไว้ตามเดิมแล้วคว้าปืน HK G36KV อีกกระบอกเดินออกจากบ้านพักเพื่อไปยังจุดปะทะ ซึ่งขณะนี้เหล่าลูกน้องของเขากำลังยิงปะทะกันอยู่กับฝ่ายที่ลอบมาโจมตีฐาน ทันทีที่เห็นเขาผู้หมวดคณินก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที

                “ผู้กองครับ กำลังพวกมันมีมากจริงๆ ดีนะครับที่กำลังบางส่วนของพวกมันถูกกับดักที่พวกเราวางเอาไว้ในป่าเล่นงานเข้า แต่ตอนนี้ยังหาหัวหน้าของพวกมันไม่เจอเลย”

                “เราจะต้านพวกมันได้อีกนานมั้ย”

                “ถ้ากำลังของพวกมันมีแค่นี้ก็ต้านได้อยู่ครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีพวกมันมาเพิ่มรึเปล่า”

                “งั้นหมวดตั้งรับพวกมันด้านนี้ก่อน ส่วนที่เหลือผมจัดการเอง” สั่งเสร็จผู้กองกรันณ์ก็วิ่งอ้อมไปอีกด้านให้ผู้หมวดคณินมองตามอย่างเบาใจที่ผู้กองกลับมาที่ฐานแล้ว ด้วยประสบการณ์รบมากมายที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาทำให้เขารู้ดีว่าหากเรื่องถึงมือผู้กองแล้วคำว่าแพ้สำหรับพวกเขาจะไม่มีเด็ดขาด

                “หมวดคณิน” ผู้หมวดไกรจักรที่เพิ่งจะวิ่งหลบกระสุนปืนมาทางเขาเรียก เพราะเมื่อครู่นี้เห็นผู้กองกรันณ์วิ่งตัดหน้าเขาไป “ผู้กองกรันณ์เป็นสไนเปอร์หรอ”

                “ทำไมหมวดคิดแบบนั้น”

                “อ้าว นี่หมวดไม่สังเกตปืนที่ผู้กองกรันณ์ถืออีกกระบอกหรอ นั่นน่ะปืนไรเฟิล HK MSG-90 เป็นปืนสไนเปอร์ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือใช้นะ” ผู้หมวดไกรจักรเพิ่งจะได้รู้ว่าผู้กองกรันณ์เป็นซีลด้วยก็ตอนงานแต่งงานนั่นแหละ เพราะชุดแต่งงานของเจ้าบ่าวนั้นจะติดยศตำแหน่งทุกๆ อย่างของเขาเลยได้เห็นเครื่องหมายฉลามเงินคู่เกลียวคลื่น แต่เรื่องเป็นสไนเปอร์นั้นเพิ่งจะรู้ก็ตอนนี้ คนบ้าอะไรเก่งรอบด้านไปหมด

                “ผมไม่รู้หรอกว่าผู้กองเป็นทหารด้านไหนบ้าง ผมรู้แค่ว่าถ้าใครมันคิดจะลองดีกับผู้กองมันไม่ได้ตายดีแน่ๆ อย่างไอ้พวกโจมตีเรานี่ก็ด้วย” ผู้หมวดคณินว่าขึ้นอย่างชื่นชมผู้กองของตัวเอง ก่อนจะยกปืนในมือตัวเองยิงตอบโต้กับอีกฝ่าย

                ผู้หมวดนทีเห็นเพื่อนคู่หูกับผู้หมวดไกรจักรกำลังตั้งรับมืออีกฝ่ายก็จะรีบเข้าไปช่วย แต่ทว่าทันทีที่เขาจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อนก็มีปลายกระบอกปืนกระบอกหนึ่งจ่อมาที่กลางหลังของเขา ครั้งพอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม มีผ้าพันคอผืนสีดำปักตรารูปดอกฝิ่นสีแดงโพกที่ศีรษะ

                “หมวด!!!” ผู้หมวดคณินร้องขึ้นทันทีเมื่อเห็นเพื่อนตนถูกปืนจ่ออยู่แบบนี้ ครั้งพอจะวิ่งเข้ามาหา ไอ้ผู้ร้ายคนนี้ก็ปลดเซฟปืนของมันทันที

                “ผู้หมวดทั้งสามคน หึๆๆ ถ้ากูฆ่าผู้หมวดสามคนได้นายใหญ่ต้องตบรางวัลกูงามๆ แน่” มันว่า แต่เพราะปืนจ่อผู้หมวดนทีเอาไว้อยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าขยับตัวอีก ทำให้ฝ่ายคนร้ายที่บุกเข้ามาอีกสองคนจ่อปืนมาที่ผู้หมวดคณินและผู้หมวดไกรจักรด้วย

                “จับเป็นหรือตายดีพี่” เสียงคนที่จ่อปืนอยู่ที่ผู้หมวดไกรจักรถาม

                “จับตาย กูขี้เกียจหาเชือกมามัดพวกมัน ฆ่าๆ ให้ตายแม่งหมดนี่แหละ” คนที่จ่อปืนอยู่ที่ผู้หมวดนทีบอก แล้วเตรียมจะลั่นไกปืนขึ้น

                ปัง!!! คนร้ายที่กำลังจะยิงผู้หมวดนทีล้มลงไปที่ฟื้นทันที เลือดสาดกระจาย แรงกระสุนที่ยิงออกมาทำให้ศีรษะส่วนหนึ่งระเบิดแหว่งหายไปจนสมองไหลออกมาทำให้คนที่ถูกปืนจ่อเอาไว้ และที่เป็นฝ่ายเอาปืนจ่อได้แต่มองร่างนั้นอย่างอึ้งๆ ไปตามๆ กัน

                ปัง!!! ปัง!!! เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัด คราวนี้คนที่เอาปืนจ่อผู้หมวดคณินกับผู้หมวดไกรจักรก็ล้มลงไปกับพื้น หัวระเบิดสมองไหลไม่ต่างกับคนแรก

                “ใครยิงพวกมันกัน” ผู้หมวดไกรจักรถามขึ้นแล้วมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาวิถีของกระสุน แต่ผู้หมวดคณินกลับยิ้มออกมาอย่างภูมิใจและฮึกเหิมใจกับการต่อสู้ครั้งนี้นัก

                “ก่อนหน้านี้หมวดถามผมเองไม่ใช่หรอว่าผู้กองเป็นสไนเปอร์รึเปล่า ตอนนี้ผมว่าหมวดน่าจะได้คำตอบแล้วนะ”

                “คุณพระ!

                “คุณพระไม่ช่วยอะไรแล้วหมวด มีแต่ปืนในมือนี่แหละที่จะช่วยชีวิตหมวดเอาไว้ รีบๆ ไปช่วยทุกคนจัดการพวกมันเถอะ มัวอึ้งอะไรอยู่” ผู้หมวดนทีว่า ก่อนจะดึงมืดพรานเล่มใหญ่ออกมาถือแล้ววิ่งเข้าไปเชือดคอคนร้ายอีกคนที่กำลังตรงเข้ามาทางพวกเขาจนคนร้ายขาดใจตาย เช่นเดียวกับที่ผู้หมวดคณินยกปืนขึ้นยิงแสกหน้าคนร้ายที่ลอบเข้ามาทางด้านหลังจนล้มลงไปตายอีกราย ผู้หมวดไกรจักรได้แต่มองผู้หมวดทั้งสองต่อสู้กับคนร้ายร่วมกันอย่างกล้าหาญ สมกับที่เป็นเพื่อนคู่หูกัน ซึ่งนอกจากจะเล่นงานอีกฝ่ายแล้วพวกเขายังระวังภัยให้แก่กันและกันด้วย แต่วิธีการจัดการคนร้ายของพวกเขานี่สิ มันโหดไม่ใช่น้อย หากว่าไม่แต่งเครื่องแบบทหารก็คงเข้าใจว่าเป็นคนร้ายแน่ๆ พวกทหารพรานเวลาสู้กับคนร้ายนี่น่ากลัวเป็นบ้าเลย ไหนจะผู้กองกรันณ์ที่แอบซุ่มยิงฝ่ายตรงข้ามอยู่นั่นอีก

                เสียงปืนปริศนาที่หาทิศทางไม่ได้และไม่รู้ว่าอยู่ทิศทางใดกันแน่ทำให้นายพลอ่องเส็งถึงกับชะงักนิ่ง เพราะเสียงปืนปริศนาที่ว่านี้มันจัดการลูกน้องของเขาจนตายเกลื่อนร่วงราวกับใบไม้จนพวกลูกน้องของเขามันกลัวกันหัวหดแล้ว เหล่าทหารพรานที่อยู่ในที่กำบังได้รับความคุ้มครองจากมือปืนปริศนา เพราะทันทีที่ลูกน้องของเขาจะวิ่งเข้าไปปะทะกับทหารพรานพวกนั้น ลูกน้องของเขาจะถูกเก็บในทันทีจนตอนนี้พวกทหารพรานเลยได้ใจกันใหญ่

                “พวกมันมีสไนเปอร์แฝงตัวอยู่ด้วย” ยะมินที่กลับมารวมตัวกับนายพลอ่องเส็งว่าขึ้น เพราะเขาคุมกิจการด้านการค้าอาวุธเถื่อนจึงทำให้มีความรู้ด้านอาวุธปืนเป็นอย่างดี

                “แล้วมันอยู่ที่ไหน รีบหาตัวมันให้เจอสิ แล้วไอ้ผู้กองมันอยู่ไหน มีใครเจอตัวมันแล้วบ้าง!!!

                “ผมสงสัยว่าสไนเปอร์ที่ว่าก็น่าจะเป็นไอ้ผู้กอง อย่าลืมสิว่ามันเป็นทหารหน่วยซีล หน่วยนี้มันฝึกสไนเปอร์กันด้วย” แสนดาว่าอย่างเจ็บใจที่ตนคลาดกับผู้กองกรันณ์ทั้งๆ ที่วิ่งตามมันมาแท้ๆ แต่ก็เพราะไอ้ลมบ้าอาถรรพ์ห่าเหวอะไรที่น้ำตกนั่นทำให้เขาตามผู้กองกรันณ์ไม่ทันจนคลาดกับมันในที่สุด

                “โธ่เว้ย!!!” นายพลอ่องเส็งหัวเสียยิ่งนัก มันจะอะไรกันนักกันหนากับไอ้ผู้กองคนนี้ มันคิดว่ามันแน่นักรึยังไงกันถึงรับมือกับพวกเขาได้ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะพวกมา ตอนที่นำกำลังมาที่ฐานของมัน ลูกน้องของเขาก็โดนกับดักของพวกมันจนตายห่าไปตั้งมากมาย ทั้งปืนผูก หลุมกับดักมากมายกับกับระเบิดอีก ไอ้ผู้กองกรันณ์! เขาล่ะอยากจะเจอหน้ามันนัก มันเก่งนักใช่มั้ย ยิ่งมันเก่งเขาก็ยิ่งอยากจะฆ่ามัน!!!

                “พวกมึงไปตามหาไอ้คนที่มันซุ่มยิงมาให้เจอ ถ้าเจอแล้วก็...”

                ปัง!!! นางพลอ่องเส็งยังสั่งลูกน้องไม่ทันจบ จู่ๆ เสียงปืนก็ดังขึ้นมาอีกรอบ ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาล้มตึงลงไปกับพื้นสมองไหลออกมาอย่างสยดสยองทันทีจนทุกคนรีบถอยกรูหนีกัน

                บนต้นไม้ใหญ่ที่มืดมิดใจกลางฐาน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีร่างสูงของพลซุ่มยิ่งหรือสไนเปอร์ประจำหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือแอบซ่อนอยู่ ร่างสูงมองฝ่าความมืดจากกล้อง Night  Vision ลงมาจับจ้องเป้าหมายอยู่ที่ด้านที่นายพลอ่องเส็งยืนอยู่ ตั้งใจจะเป่ามันให้ตายเสียตอนนี้แต่ก็ต้องชักสีหน้าหงุดหงิดออกมาเมื่อพวกมันพากันถอยไปหลบอยู่ที่ซอกอาคารทำให้เขาจับเป้าหมายมันไม่ได้ เสียงปืนที่ปะทะกันสนั่นเมื่อครู่ใหญ่ๆ ตอนนี้เงียบลงแล้ว เหมือนต่างฝ่ายต่างกำลังประเมินสถานกาณ์กันอยู่ ผู้กองกรันณ์โล่งใจไม่น้อยที่ลูกน้องของเขายังไม่มีใครเป็นอะไร มีถูกยิงกันบ้างแต่ก็ไม่ได้โดนจุดตาย งานนี้กว่าการปะทะกันครั้งนี้จะจบลงน้องนางไม้ของเขาได้งานหนักแน่ๆ

                “ไอ้ผู้กอง!!! แน่จริงมึงก็อย่าเอาแต่มุดหัวซุ่มยิงอย่างนี้สิวะ มึงกลัวพวกกูนักหรอถึงได้ไม่กล้าโผล่หัวออกมาเผชิญหน้ากัน ทำตัวให้เก่งเหมือนกับตอนที่มึงสู้กับกูอยู่ที่กลางแม่น้ำเมยหน่อยสิวะ!!!” แสนดาเดินออกมาจากที่กำบังแล้วท้าทายอย่างไม่นึกกลัวกับคนที่แอบซุ่มอยู่

                “แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนี่หว่า ไหนใครๆ ก็ว่ามึงเก่งนักหนา มึงกล้ามาเผชิญหน้ากับกูอีกมั้ย”

                ได้ฟังแสนดาท้าทายผู้กองกรันณ์ก็ได้แต่กัดฟันกรอด หนอย...คิดว่าเขาจะไม่รู้ทันมันหรอ ลูกน้องของพวกมันถูกเขากวาดไปเกือบเกลี้ยงมันคงจะเจ็บใจกันล่ะที่เสียกำลังไปตั้งเยอะแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาอยู่บนที่สูงและมีกล้อง Night  Vision ถึงมองฝ่าความมืดไปเห็นว่ายังมีพวกมันอีกส่วนซุ่มรอกันอยู่

                “กูรู้นะว่ามึงซ่อนเมียมึงเอาไว้ที่ไหน” จู่ๆ ยะมินก็เดินออกมาจากที่กำบังบ้าง “มึงซ่อนเมียมึงเอาไว้ที่น้ำตกใช่มั้ย”

                คราวนี้ผู้กองกรันณ์ถึงกับหัวใจกระตุกวูบ มันว่ายังไงนะ มันรู้ได้ยังไงว่าเขาซ่อนเธอเอาไว้ที่นั่น แล้วนี่พวกมันจับเธอได้รึเปล่า พวกมันจะทำอะไรน้องนางไม้ของเขามั้ย

                “กูให้โอกาสมึงออกมา ถ้าไม่งั้นล่ะก็กูจะไประเบิดน้ำตกในป่าทิ้งไม่ให้เหลือ!!!” ยะมินว่าขึ้นมาอีก แสดงให้รู้ว่าพวกมันยังจับตัวเธอไม่ได้ แต่เพียงแค่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนก็เท่านั้น หนอย...

                เหล่าทหารพรานได้แต่มองหน้ากันทันที พวกเขารู้ว่าสไนเปอร์ที่คอยช่วยคุ้นกันพวกเขาและจัดการกับพวกคนร้ายจนตายมากมายเกือบร้อยนี้คือผู้กองของพวกเขาเอง เพราะมีผู้กองอยู่ด้วยทำให้พวกเขาอุ่นใจกันไม่น้อยถึงแม้จะไม่รู้ก็ตามว่าผู้กองซุ่มอยู่ตรงไหน ตอนนี้พวกเขากำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ทว่าหากพวกมันเอาคุณหมอมาขู่แบบนี้ ผู้กองที่รักเมียมากๆ ล่ะจะทำอย่างไร เขาจะรับมือกับพวกมันได้มั้ย

                ท่ามกลางความมืดและเงียบ ทันใดนั้นก็มีเชือกเส้นใหญ่ถูกโยนลงมาจากต้นไม้ใหญ่ใจกลางฐาน ก่อนที่จะมีชายร่างสูงสะพายปืนสองกระบอกโรยตัวลงมากับเชือกเส้นนั้น ผู้กองกรันณ์ที่โรยตัวลงมาจนถึงพื้นดินมองหน้าแสนดากับยะมินอย่างเอาเรื่องทันที เขารู้ว่าการที่เขาปรากฏตัวมันอาจจะทำให้เขาถูกเล่นงานได้ง่ายและเท่ากับเป็นการยอมรับว่าน้องนางไม้ของเขาซ่อนตัวอยู่ที่น้ำตกจริงๆ แต่ไม่ว่าเขาจะยอมปรากฏตัวออกมาหรือไม่อย่างไรเสียพวกมันก็จะระเบิดน้ำตกทิ้งแน่ๆ เพราะเขาเห็นพวกมันส่วนหนึ่งนำระเบิดตรงไปยังน้ำตกก่อนหน้าที่เขาจะปรากฎตัวแล้ว

                “ห้ามพวกมึงไปยุ่งกับน้ำตก เรียกลูกน้องของพวกมึงกลับมาซะ” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้น ทำให้ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีรีบวิ่งออกมาขนาบข้างผู้กองของพวกเขาทันที เช่นเดียวกับที่นายพลอ่องเส็งปรากฏตัวขึ้นเมื่ออยากจะเจอตัวผู้กองกรันณ์ซึ่งๆ หน้า

                นายพลอ่องเส็งมองชายหนุ่มหน้าตาดีคมเข้มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าผู้กองกรันณ์ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงจะยังหนุ่มแน่นและหน่วยก้านดีแบบนี้ ซ้ำฝีมือในการต่อสู้ยังยอดเยี่ยมไร้ที่ติอีก จากตอนแรกที่เขานึกแค้นอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายๆ ไปเสีย กลับกัน ถ้าเขาได้ผู้กองกรันณ์มาเป็นพวกล่ะ แบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาได้อาวุธร้ายแรงมาอยู่ในมือเลยนะ ถ้ามีผู้กองกรันณ์เป็นพวก กองกำลังของเขาต้องยิ่งใหญ่กว่านี้แน่ๆ และเส้นทางเดินยาของเขาก็จะสะดวกขึ้นแบบไม่เสียเลือดเสียเนื้อด้วย

                “ไปบอกไอ้พวกมือวางระเบิดว่าให้หยุดก่อน ยังไม่ต้องไป” นายพลอ่องเส็งสั่งลูกน้องแล้วเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับผู้กองหนุ่มจนเขาต้องยกปืนไรเฟิลจู่โจม HK G36KV ขึ้นส่องทันที ซึ่งมันทำให้ลูกน้องทั้สองฝ่ายต่างก็ยกปืนขึ้นใส่กันเตรียมเปิดศึกอีกครั้งเต็มที่

                “ผู้กองกรันณ์ เพิ่งจะได้เจอตัวจริงๆ ก็คราวนี้สินะ” นายพลอ่องเส็งพูดขึ้นก่อนอย่างไม่สนใจปืนไรเฟิลที่เล็งมายังหัวของตนอยู่ “ก่อนที่จะเสียเลือดเสียเนื้อกันไปเยอะกว่านี้ เรามาคุยอะไรกันหน่อยมั้ย”

                “กูไม่คุย งานนี้ไม่พวกมึงก็กูต้องตายกันไปข้าง” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วเตรียมจะยิงแต่แสนดากลับเข้ามาเล็งปืนใส่เขาด้วย นายพลอ่องเส็งจึงปัดปืนในมือเขาหนีไปทางอื่น

                “มึงอย่าเพิ่งมายุ่งแสนดา”

                “ผมต้องฆ่ามันท่านนายพล ผมมาที่นี่ก็เพื่อจะฆ่ามัน!” แสนดาจ้องผู้กองกรันณ์อย่างโกรธแค้นสุดๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็แค้นเขาไม่น้อยตั้งแต่ที่มันคิดจะชวนเมียเขาหนีไปแล้ว

                “กูบอกว่าอย่ามายุ่งไง กูเป็นพ่อมึงนะ!” นายพลอ่องเส็งว่าขึ้นเพราะไม่พอใจที่แสนดาไม่ยอมเรียกเขาว่าพ่อเลยแม้แต่น้อย นี่มันยังโกรธเขาไม่หายหรอที่เขาทอดทิ้งมันมาตั้งแต่ยังเล็ก

                ผู้กองกรันณ์หันมามองหน้ากันกับผู้หมวดทั้งสองทันทีเมื่อได้ยินถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ชายคนที่อ้างว่าเป็นพ่อของแสนดานี้ผู้กองกรันณ์รู้จักว่าเป็นนายพลอดีตนายทหารของพม่า แต่เป็นพวกหัวรุนแรงและเป็นศัตรูกับรัฐบาลจึงแยกตัวออกมาตั้งกองกำลังของตัวเองเพื่อหวังจะทำลายอำนาจของรัฐ ทำงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นพ่อของแสนดา เขารู้แค่เพียงว่านายพลอ่องเส็งมีลูกชายคือยะมินแค่คนเดียวเท่านั้น

                “ผู้กองก็น่าจะรู้ว่ากองกำลังของฉันส่วนหนึ่งยังไม่บุกเข้ามา” นายพลอ่องเส็งหันมาคุยกับเขาอีก “ผู้กองคิดหรอว่าทหารพรานแค่หยิบมือแค่นี้จะทำอะไรพวกฉันได้ คนอย่างผู้กองท่าทางจะรักลูกน้องมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่คอยซุ่มยิงคุ้มกันให้ทุกคนหรอกใช่มั้ย เห็นฝีมือของผู้กองดีขนาดนี้ จะฆ่าให้ตายเปล่าก็น่าเสียดาย สนจะมาเป็นพวกเดียวกับฉันมั้ย ถ้าผู้กองมาอยู่ข้างฉัน ฉันรับรองเลยว่าผู้กองจะสุขสบายมากกว่านี้ ทรัพย์สินเงินทองมากมายหรือแม้แต่...ผู้หญิง ทำไมต้องมาทนลำบากเป็นทหารอยู่ชายแดนแบบนี้ด้วย ถ้าตายก็เพียงแค่มีผืนธงชาติมาห่อศพ แล้วลูกเมียครอบครัวล่ะจะอยู่กับใคร ท่าทางผู้กองจะเป็นคนรักเมียไม่น้อย เพิ่งแต่งงานเองไม่ใช่หรอ ฉันว่าผู้กองอย่าคิดสั้นอะไรแบบนี้เลยดีกว่า มาอยู่ข้างฉันแล้วทุกคนที่ฐานจะปลอดภัย”

                “หึ!” ผู้กองกรันณ์แสยะยิ้มออกมาอย่างสมเพชคนที่พูด มันพูดแบบนี้กับเขามันคงจะรู้จักเขาน้อยไปสินะ

                “ความหวังดีของไอ้ชาติชั่วอย่างพวกมึงกูไม่รับเอาไว้หรอกเว้ย ที่นี่คือผืนแผ่นดินของกู คือบ้านเมืองของกู ต่อให้กูต้องตายกูก็ไม่มีวันทรยศต่อผืนแผ่นดินที่บรรพบุรุษของกูกอบกู้รักษาเอาไว้ให้หรอก!!! พวกมึงเป็นใคร กล้าดียังไงมาเหยียบแผ่นดินบ้านกูแล้วยังเอายานรกมาทำให้แผ่นดินบ้านกูแปดเปื้อนอีก คนอย่างกูถ้ารักความสุขสบายกูไม่มาเป็นทหารและยืนอยู่ตรงหน้ามึงนี่หรอก เก็บเอาทรัพย์สินเงินทองของมึงเอาไว้เผาผีตัวมึงเองเถอะ เงินทองกูมีพอแล้ว เมียกูก็มีกูไม่เอาผู้หญิงที่ไหนอีกทั้งนั้น ถ้ากูตาย แม้จะมีเพียงแค่ธงชาติผืนเดียวมาห่อศพแต่มันก็ทำให้กูภูมิใจที่อย่างน้อยกูก็ได้ตายเพื่อแผ่นดินบ้านเกิดของกู ไม่ใช่ตายอย่างไร้เกียรติเพราะคบคิดชั่วร่วมมือกับไอ้พวกชาติชั่วอย่างพวกมึง!!!

                “ไอ้ผู้กอง...มึง!!!

                ผลัวะ!!! แล้วแสนดาก็ล้มลงไปกระแทงพื้นอย่างจังเมื่อจะเข้ามาเล่นงานผู้กองกรันณ์เพราะความโกรธที่ถูกด่าว่าอย่างเหยียดหยามแบบนี้ แต่เมื่อเข้ามาจนใกล้ก็ถูกผู้กองกรันณ์ถีบเข้าให้จนล้มลงไม่เป็นท่า ก่อนที่ผู้กองกรันณ์จะยกปืนขึ้นกราดยิงใส่ทำให้ฝั่งของนายพลอ่องเส็งรีบวิ่งหลบกันแทบจะไม่ทัน นายพลอ่องเส็งเห็นท่าจะไม่รอดจึงดึงร่างของลูกน้องมาเป็นโล่กันกระสุนให้ก่อนจะรีบหลบหาที่กำบัง แสนดากับยะมินวิ่งหนีไปไม่รู้ทิศทาง

                แล้วการปะทะกันอีกครั้งก็เกิดขึ้น แต่การปะทะกันครั้งนี้ไม่ใช่การยิงตอบโต้กันไปมาหากแต่เป็นการต่อสู้แบบบุกประชิดตัวเมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าต่อตีกัน เพราะทหารพรานที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้กองกรันณ์ถูกผู้กองหนุ่มฝึกซ้อมเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เป็นประจำอยู่แล้ว และฝึกหนักกว่าทหารทั่วๆ ไปทำให้กองกำลังของฝ่ายทหารพรานมีความเหนือกว่าด้านการต่อสู้ ถึงแม้กองกำลังของนายพลอ่องเส็งจะบุกเข้ามาเพิ่มก็ยังสามารถตั้งรับเอาไว้ได้อยู่ กองกำลังติดอาวุธที่เพิ่งจะฝึกซ้อมรบได้ไม่ถึงเดือนหรือจะมาสู้กับทหารพรานที่ฝึกพร้อมสำหรับเหตุปะทะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้

                เชือด!!! ผู้กองกรันณ์เชือดไปที่คอของลูกน้องยะมินที่จะเข้ามาเล่นงานเขาจนเลือดสาดเลอะติดตามชุดทหารพรานของเขาคนแล้วคนเล่า พร้อมกันนั้นเขายังต้องคอยคุ้นกันเหล่าลูกน้องของเขาอีกโดยการยิงปืนเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามที่ยกพวกรุกเข้ามา งานนี้เขาจะไม่ยอมให้ลูกน้องของเขาเป็นอะไรไปเด็ดขาด งานนี้หากฝ่ายของเขาจะต้องมีคนตาย เขาจะขอเป็นศพแรกละกัน

ยะมินเห็นผู้กองกรันณ์รุกเข้ามาฆ่าลูกน้องของเขาอย่างเหี้ยมโหดแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ ไม่คิดว่ามันจะแข็งแกร่งได้มากขนาดนี้ บุกเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่กลัวตายเลยแม้แต่น้อย สามารถหลบลูกกระสุนปืนและคมมีดได้อย่างว่องไว ซ้ำวิชาหมัดมวยยังกินขาดอีก งานนี้เห็นทีจะล้มมันได้ยากเสียแล้วหากว่ายังจับจุดอ่อนของมันไม่ได้

                “นาย หัวหน้ามันแข็งแกร่งเหลือเกิน พวกเราสู้มันไม่ได้หรอกถอยกันเถอะ” ลูกน้องที่คุ้มกันตัวยะมินว่า ก่อนที่จะสะดุ้งเฮือกสุดตัวแล้วล้มฟุบลงไปกับพื้นเมื่อผู้หมวดนทีปามีดเข้ามาปักที่กลางหลังของมันเต็มๆ แล้วยกปืนขึ้นจะยิงซ้ำ ยะมินจึงรีบวิ่งหนีออกมา ในขณะที่แสนดารีบเข้าไปคุ้มกันตัวนายพลอ่องเส็งเอาไว้แล้วยิงปืนขึ้นตั้งรับการรุกเข้ามาของพวกทหารพราน


**************************************************************

เป็นทหารพราน เป็นหน่วยซีลแล้วยังเป็นสไนเปอร์ไปอี๊กกกก

นี่ผู้กองจะเก่งไปไหนกันล่ะเนี่ย ได้ข่าวว่าตอนที่แล้วยังถูกเมียหยิกจนเนื้อเขียวอยู่เลยนะ


สงครามยังไม่จบ ติดตามต่อตอนหน้าจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 331 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #2164 Tikm (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 23:09

    ชอบๆพระเอกเก่ง รั้วของชาติ

    #2164
    0
  2. #2096 sunrisesomchao (@sunrisesomchao) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 15:27
    เก่งมากคะรั้วของชาติทุกคนเลย เขียนได้ดีมากคะเห็นภาพ แผ่นดินไทยจงเจริญ
    #2096
    1
  3. #1519 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:57

    คิดภาพตามเลย

    #1519
    0
  4. #1288 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 13:07
    ตอนผู้กองโหนตัวลงมามีแวบหนึ่งที่ลูกน้องคิดว่าแก้มเป็นตัวถ่วงบ้างรึเปล่า
    #1288
    0
  5. #1138 0847186250nang (@0847186250nang) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 21:57

    ผู้กองกรัณณ์ หรือ แมคไกรเวอร์ หรือ เจมส์บอนด์ กันแน่เนี้ยะ เพอร์เฟคต์สุดๆๆ
    #1138
    1
  6. #670 Pinky (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:56

    อยากเห็นหน้าผู้กองแล้ว อะไรจะเท่นะเบิดขนาดเน่ๆๆๆๆ

    #670
    1
  7. #613 Ja_0402 (@Ja_0402) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 16:26
    ขนลุกกเลยยยยยยย
    #613
    0
  8. #492 Bell-snr (@nalinpus) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:46
    สนุกมากเลยค้าาา มันมากๆๆเลยยย เขียนเก่งมากเลยค่ะ
    #492
    0
  9. #102 Resident-holy (@Resident-holy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:44
    ชอบบบบบม๊ากกกกก กไก่ล้านตัวเลยค่ะ ชอบสำนวน ชอบการดำเนินเรื่อง ชอบที่แต่งเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่เสียสละแบบนี้ อย่างน้อยก็ให้คนได้รู้จักพวกเขามากขึ้น
    #102
    0
  10. #101 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 09:52
    ว่าแล้วว่าไปทำไรบนต้นไม้ หวังว่าตันหยงจะทำตัวให้มีประโยชน์นะะะะะ
    #101
    1
  11. #99 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 08:15
    สนุกมากค่า
    รอตอนต่อไป...
    #99
    0
  12. #98 Chalongrat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 07:57

    สนุกมากค่ะ??‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘???‘?

    #98
    0
  13. #97 Eye Khongkrapan (@echonlakon) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 07:40
    รออยู่นะคะ
    #97
    0
  14. #96 Eye Khongkrapan (@echonlakon) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 07:40
    รออยู่นะคะ
    #96
    0
  15. #95 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:40
    เห็นภาพเลยอ่าแอด​
    #95
    0
  16. #94 Pima-myy (@asmagikoty) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:37
    เก่งเกินไปแล้วอิพี่รันนน
    #94
    1
    • #94-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 36)
      10 มีนาคม 2562 / 03:09
      เลือดทหารเฮียแกเต็มเปรี่ยม เก็บเกี่ยวประสบการณ์รบมาเยอะ
      #94-1
  17. #93 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:12
    ลุ้นมากๆ ได้โปรดดดด ขออย่าให้มีใครเป็นอะไรเลย
    #93
    0