ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 30 : คำตอบอีกห้าปีข้างหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 378 ครั้ง
    24 มี.ค. 62


30.คำตอบอีกห้าปีข้างหน้า


                ผู้กองกรันณ์ถึงกับนั่งไม่ติดเมื่อรู้ว่าทีมลาดตระเวนเมื่อวันก่อนได้ปะทะกับกองกำลังติดอาวุธ ทีมที่ถูกโจมตีเป็นทีมของผู้หมวดนทีลูกน้องคนสนิทของเขา เพราะอีกฝ่ายมีกำลังและอาวุธก็มีประสิทธิภาพมากกว่าทำให้ทั้งทีมต้องล่าถอยออกมาจนมารวมกลุ่มกับทีมของผู้กองสุรชัยและผู้หมวดไกรจักร ซึ่งพอรวมกลุ่มกันได้พวกเขาก็ออกตามล่ากองกำลังติดอาวุธกลุ่มนั้นอีกทีแต่ไม่ว่าจะตามแกะรอยอย่างไรก็ไม่พบราวกับว่าอีกฝ่ายสามารถหายตัวได้ก็ไม่ปาน จนสุดท้ายก็ต้องถอนกำลังกลับมาที่ฐานเพื่อตั้งหลักและวางแผนกันใหม่อีกครั้ง

                “รู้มั้ยว่าอีกฝ่ายมันเป็นพวกไหน พวกลอบมาตัดไม้ล่าสัตว์ หรือพวกขนของผิดกฎหมาย” ผู้กองกรันณ์ถามขึ้นในที่ประชุม อาสาสมัครทหารพรานที่อยู่ทีมผู้หมวดนทีและได้ปะทะกับคนร้ายจึงตอบขึ้น

                “เป็นพวกค้ายาเสพติดที่มีข่าวว่าหลบหนีจากการควบคุมตัวได้คราวก่อนน่ะครับผู้กอง หัวหน้าใหญ่ของพวกมัน”

                “แสนดา”

                “ใช่ครับ ผมเห็นมันยิงผู้หมวดนทีกับคุณตันหยงจนตกลงไปในหุบเขาต่อหน้าต่อตาผมเลย อาวุธของพวกมันดีกว่าเรามาก ถ้าขืนสู้ต่อก็คงไม่พ้นตายเป็นผีเฝ้าป่า พวกเราก็เลยถอยออกมาก่อน”

                “พวกเราเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังปะทะแล้วนะครับผู้กอง เจอปอกกระสุนในที่เกิดเหตุเยอะมาก พวกมันน่าจะใช้ปืน M16A1 ในการโจมตี แล้วจุดที่ผู้หมวดนทีถูกยิงก็มีร่องรอยลื่นตกลงไปในหุบเขาจริง แต่พอพวกเรากระจายกำลังกันออกค้นหาที่ด้านล่างหุบเขาก็ไม่เจอใครเลย ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องมีชีวิตอยู่แน่ๆ และคงจะสามารถหลบหนีจากพวกของแสนดาไปได้” ผู้หมวดไกรจักรบอก

                ผู้กองกรันณ์เชื่อแน่ว่าลูกน้องของเขาจะต้องปลอดภัย ถึงผู้หมวดนทีจะไม่ได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาได้มากเท่ากับผู้หมวดคณิน แต่เขาก็รู้ดีว่าผู้หมวดนทีนั้นเป็นคนเก่งที่มีความสามารถมาก จากที่เคยทำงานร่วมกันมามันทำให้เขามั่นใจว่าผู้หมวดนทีจะต้องเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน ส่วนตันหยง เธอเป็นผู้หญิงที่ผู้หมวดนทีรัก ชายชาติทหารอย่างเขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่ตัวเองรักเป็นอะไรไปแน่ๆ

                “ผมขออาสานำกำลังออกไปตามหาผู้หมวดนทีเองครับผู้กอง” ผู้หมวดคณินลุกขึ้นอาสา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้อนุญาติเลย จู่ๆ ก็มีอาสาสมัครทหารพรานนายหนึ่งวิ่งเข้ามายังที่ประชุมแล้วยืนตรงทำความเคารพผู้กองก่อนแจ้งข่าว

                “ผู้หมวดนทีกับคุณตันหยงกลับมาที่ฐานแล้วครับ”

                การแจ้งข่าวนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกกันทันที ดีใจที่การปะทะกันคราวนี้ไม่ได้มีใครเป็นอะไร แต่ใครเล่าจะรู้ดีไปกว่าผู้กองกรันณ์เมื่อเขาเพียงแค่ยิ้มออกมาได้ที่ได้ยินว่าคนทั้งคู่กลับมาที่ฐานกันแล้ว แต่ที่เขากำลังเครียดอยู่ก็คงเป็นเรื่องของแสนดา ตอนนี้แสนดาเข้ามาอยู่ที่ฝั่งไทยแล้ว อยู่ใกล้กับฐานของเขามากเพียงนี้เห็นทีต่อไปมันได้เข้ามาแก้แค้นเขาแน่ๆ ถ้าต้องสู้กันตัวต่อตัวเขาไม่เคยกลัวมันเลย จะห่วงก็แต่เหล่าลูกน้องของเขานี่แหละ และที่สำคัญ...แก้วตาดวงใจของเขาที่มันเคยขู่ว่าจะทำร้าย มันทำเขา เขาไม่กลัว เขากลัวแต่ว่ามันจะทำร้ายน้องนางไม้ของเขาเท่านั้น ดอกราชาวดีดอกนี้บอบบางนัก เขาทะนุถนอมเธอมาสุดชีวิต เขาจะไม่ยอมให้เธอมีรอยช้ำเด็ดขาด

                “วันนี้เราประชุมกันแค่นี้ก่อน ทุกคนออกไปได้” ผู้กองกรันณ์พูดขึ้น ก่อนจะหันมาทางกริชชานนท์ “หัวหน้ากริชอยู่กับผมก่อน” ซึ่งพอเขาบอก ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนตรงวันทยาหัตถ์ทำความเคารพผู้กองหนุ่ม ก่อนจะแยกย้ายกันออกไปเพื่อไปถามไถ่ข่าวคราวผู้หมวดนทีกันที่ด้านนอก มีเพียงแค่กริชชานนท์คนเดียวเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

 

                “ผู้กองมีอะไรรึเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีเลย” เขาถามอย่างห่วงใยคนเป็นเพื่อน สีหน้าวิตกของผู้กองกรันณ์แบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

                “ผมอยากให้หัวหน้ากริชพาคุณน้ำอิงกลับออกไปจากที่นี่ซะ เธอกำลังท้อง ผมเป็นห่วง ผมฝากขวัญตาน้องสาวของผมออกไปจากที่นี่ด้วย”

                “ทำไมล่ะผู้กอง ก็...”

                “ที่นี่กำลังจะมีเรื่อง” ผู้กองกรันณ์บอกเสียงเครียด “ผมไม่อยากให้หัวหน้ากริชกับครอบครัวต้องมาเดือดร้อนเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นผมไม่สามารถรับผิดชอบหรือชดใช้อะไรให้หัวหน้าไหวหรอก ผมเข้าใจในความหวังดีของหัวหน้าที่อยากจะช่วย แต่หัวหน้ากำลังจะได้เป็นพ่อคน ลูกที่จะเกิดมาเขาต้องการทั้งพ่อแล้วก็แม่ เพราะงั้นถือซะว่าผมขอร้อง พรุ่งนี้พาคุณน้ำอิงกับขวัญตาออกไปจากที่นี่ด่วน”

                กริชชานนท์ไม่กล้าค้านอะไรเมื่อเห็นสีหน้าเครียดของคนเป็นเพื่อน เขาเองก็ไม่ใช่ทหาร การรบอะไรก็ไม่ได้ชำนาญเลยแม้แต่น้อย ถึงอยู่ไปก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ดีไม่ดีอาจจะเป็นภาระให้ทหารพรานที่นี่กันเสียเปล่าๆ และเขาก็ห่วงน้ำอิงกับลูกแฝดของเขามากด้วย ผู้กองกรันณ์คงคิดดีแล้วถึงได้บอกเขาแบบนี้

                “แล้วคุณหมอแก้มล่ะครับ จะให้ผมช่วยพาออกไปจากที่นี่ด้วยมั้ย”

                คำถามของกริชชานนท์ยิ่งทำให้เขาเครียดหนัก ความจริงเขาอยากจะเอาราชาวดีไปฝากไว้ที่เกาะพระเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เธอติดเขามาก เธอคงไม่ยอมแน่ถ้าจะต้องอยู่ห่างจากเขา เธอเคยขอร้องเขา ไม่ว่าจะทุกข์จะสุขยังไงเธอก็จะขออยู่เคียงข้างเขา การผลักไสเธอไปมีแต่จะทำให้เธอเจ็บปวด

                “ไม่ต้อง เมียผม ผมปกป้องดูแลได้”

                “ได้ งั้นพรุ่งนี้ผมจะพาทุกคนออกไปจากที่นี่ แต่ถ้าผู้กองต้องการความช่วยเหลือขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ขอให้บอกผมได้ทุกเมื่อ ถึงผมจะไม่ได้มีกำลังทหารหรืออาวุธ แต่ผมมีทุนมากมายที่พร้อมจะสนับสนุนการทำงานเพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราเอาไว้ ผู้กองเป็นเพื่อนผม ผมยินดีช่วยเหลือผู้กองทุกอย่าง” กริชชานนท์บอกอย่างจริงใจ ผู้กองกรันณ์จึงยิ้มรับในความหวังดีของเพื่อนแท้ยามยาก เขารู้ดีว่ามหาเศรษฐีของประเทศและมือสะอาดอย่างกริชชานนท์จริงใจและเต็มใจจะช่วย แต่ถ้าบางงานที่มันเสี่ยงต่อชีวิตแบบนี้เขาก็ไม่อยากจะให้เพื่อนของเขาต้องมาพลอยลำบากไปด้วยหรอก

 

                ราชาวดีดีใจไม่น้อยที่เห็นผู้หมวดนทีกับตันหยงกลับมาถึงที่ฐานแล้วหลังจากที่รู้ว่าคนทั้งคู่ปะทะกันกับคนร้ายจนพลัดหลงกับทีม ทันทีที่กลับมาถึงฐานผู้หมวดนทีก็รีบอุ้มเอาตันหยงที่หมดสติอยู่ก่อนแล้วเข้ามาหาเธอที่ห้องพยาบาล ท่ามกลางความสงสัยของทุกคนว่าตันหยงเป็นอะไร อาการของตันหยงคือเป็นไข้สูง ตัวร้อนและแผลที่ถูกยิงก็อักเสบจนแทบจะชักอยู่แล้ว นี่ยังดีที่ว่ามาถึงมือหมอทันซะก่อน

                “ตันหยงเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ ตันหยงจะหายใช่มั้ย เขาหมดสติไปนานมากตั้งแต่อยู่ในป่าแล้ว เมื่อคืนก็ไข้ขึ้นสูงมาก คุณหมอรักษาตันหยงได้ใช่มั้ย คุณหมอต้องรักษาตันหยงให้ได้นะครับ” ผู้หมวดนทีถามเธออย่างร้อนใจด้วยความเป็นห่วงตันหยง เขาเขย่าตัวคุณหมอร่างเล็กที่เพิ่งจะเดินออกมาจากฉากกั้นเตียงที่รักษาตันหยงจนราชาวดีหัวสั่นหัวคลอนไปหมด ผู้หมวดคณินที่อยู่ด้วยกันจึงรีบมาดึงเขาออกก่อนที่ผู้กองกรันณ์จะมาเห็นว่าเขาทำกำลังเขย่าน้องนางไม้ของผู้กองไปมาแบบนี้

                “ผู้หมวดใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” ราชาวดีบอกอย่างใจเย็นแล้วยิ้มให้เขา เข้าใจดีว่าเขาคงจะเป็นห่วงตันหยงมาก

                “ตอนนี้คุณตันหยงปลอดภัยแล้วค่ะ เป็นไข้หวัดใหญ่ก็เลยมีไข้สูงแล้วร่างกายก็ขาดน้ำอย่างหนัก ตอนนี้ให้ยากับให้น้ำเกลือแล้ว นอนพักซักสองสามวันก็น่าจะอาการดีขึ้นค่ะ” พอได้ยินแบบนี้ผู้หมวดนทีก็อาการสงบลง ได้แต่มองดวงหน้าหวานของคุณหมออย่างเป็นห่วงคนไข้ข้างใน

                “ผู้หมวดเป็นคนผ่าเอากระสุนปืนออกให้คุณตันหยงใช่มั้ยคะ แต่ฉันคิดว่าผู้หมวดน่าจะลืมทำความสะอาดใบมีดก่อนแผลก็เลยติดเชื้อจนอักเสบ ตอนนี้ฉันทำแผลให้ใหม่แล้วนะคะ ตกแต่งแผลให้เรียบร้อยแล้วด้วย รับรองค่ะว่าไม่มีรอยแผลเป็นแน่นอน” คุณหมอยิ้มหวานบอกอีกอย่างใจดี ผู้หมวดนทีก็แทบจะทรุดลงไปกับพื้นด้วยความโล่งอกที่ตันหยงปลอดภัยแล้ว

                “ขอบคุณครับคุณหมอ ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ” ขนาดตันหยงทำไม่ดีกับเธอ พยายามจะแย่งเอาคนรักของเธอไปแต่ราชาวดีก็ยังดูแลตันหยงอย่างดิบดีอีก เขาล่ะนับถือหัวใจที่บริสุทธิ์ของเธอจริงๆ สมควรแล้วที่เธอเป็นหมอที่มีชื่อเสียง ผู้กองเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

                “ยินดีค่ะ มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”

                “ผมขอโทษนะครับที่เมื่อกี้นี้...”

                “ไม่เป็นไรค่ะ เข้าใจว่าเป็นห่วง ฉันไม่ฟ้องผู้กองหรอก” เธอว่ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเพื่อทำบันทึกประวัติการรักษาตันหยง แล้วหันมาหาผู้หมวดนทีอีกครั้ง “เยี่ยมคนไข้ได้นะคะ” พอเธอบอก ผู้หมวดนทีจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปดูอาการตันหยงทันที

                ตอนนี้ตันหยงเปลี่ยนมาใส่ชุดคนไข้ที่ราชาวดีจัดการเปลี่ยนให้ ตัวของเธอถึงแม้จะยังร้อนอยู่แต่ก็ไม่มากเท่ากับเมื่อก่อนหน้านี้ ดวงหน้าสวยคมที่ซีดเผือดตอนนี้เริ่มมีเลือดฝาดบ้างแล้ว เห็นอาการของเธอไม่น่าเป็นห่วงแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย เขาล่ะเป็นห่วงเธอแทบตาย

                ผู้กองกรันณ์ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องพยาบาลเดินตรงเข้าไปหาราชาวดีทันทีเมื่อเขารู้มาว่าผู้หมวดนทีกับตันหยงอยู่ที่นี่ ก็ไหนว่าผู้หมวดนทีปลอดภัยไง แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

                “คุณตันหยงไม่สบายค่ะ เธอถูกยิงแล้วก็เป็นไข้สูง” ราชาวดีบอกสามี “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว นอนให้น้ำเกลือซักสองสามวันก็ดีขึ้นแล้วค่ะ” พอเธอรายงาน มือแกร่งก็ยื่นมาลูบผมเธอเบาๆ อย่างแสนรักแล้วชมออกมา

                “คนเก่งของพี่” เขายิ้มบอก ราชาวดีจึงลุกขึ้นพาเขาเดินไปที่เตียงที่ตันหยงนอนหมดสติอยู่และมีผู้หมวดนทีนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง กุมมือหญิงสาวเอาไว้แน่น แต่พอเห็นผู้กองเดินเข้ามาหาเขาก็ทำท่าจะลุกขึ้นยืนทำความเคารพ แต่ผู้กองกรันณ์ก็ยกมือขึ้นห้ามก่อน

                “ดูคนป่วยไปเถอะ ในนี้มีแค่เราไม่ต้องมากพิธีไป” ผู้กองกรันณ์บอกแล้วมองมาที่คนที่นอนหลับให้น้ำเกลืออยู่ ด้วยชุดคนไข้ที่เธอสวมมันทำให้เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ที่ซอกคอของตันหยงมีรอยช้ำแดงๆ อยู่ด้วย รอยแบบนี้ที่ตัวน้องนางไม้ของเขาก็มี นี่มันรอยจูบชัดๆ ว่าแต่...ของใครกันล่ะเนี่ย แล้วสายตาคู่คมก็หันมามองผู้หมวดนทีอีกครั้ง

                “คุณหมอครับ เชิญทางนี้หน่อยผมมีเรื่องจะถาม” ว่าแล้วก็เกี่ยวเอาเอวบางของเมียรักให้เดินตามกลับไปที่โต๊ะของเธอ ราชาวดีไม่เข้าใจว่าเขามีอะไรจะถาม อาการของตันหยงเธอก็รายงานให้ฟังหมดแล้วนี่นา

                “พี่รันมีอะไรจะถามแก้มหรอคะ” ถามสามีเสร็จก็จับมือของเขาเอาไว้แล้วลูบไล้มือแกร่งเบาๆ อย่างแสนรักจนผู้หมวดคณินที่ยืนอยู่ห่างๆ ต้องหันหน้าหนี ผู้กองกับคุณหมออยู่ด้วยกันทีไรหวานใส่กันจนเขานึกอิจฉา เมื่อไหร่จะหมดโปรฯ ข้าวใหม่ปลามันซักทีนะ

                “พี่เห็นตันหยงเขามีเหมือนแก้มเลย” ผู้กองกรันณ์กระซิบบอกเธอ

                “มีอะไรคะ”

                แล้วผู้กองหนุ่มก็ชี้มาที่คอตัวเองเรื่อยมาจนถึงช่วงลำตัว ราชาวดีก็ยิ่งไม่เข้าใจ

                “เออ...ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ต้องมีรูปร่างคล้ายกันสิคะ”

                “ไม่ใช่ พี่หมายถึง...”

                “หมายถึงอะไรคะ” เธอพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร ก็เขาหน้าแดงขนาดนี้ โธ่พ่อทหารกล้าของเธอ

                “นี่ถามจริง เป็นหมอเนี่ยไม่รู้เลยหรอ ผัวก็มีแล้วเรื่องแบบนี้ทำไมต้องให้พี่อธิบายด้วยฮะ” พอเขินก็มาว่าเธอกลบเกลื่อนซะอย่างงั้น

                “ก็พี่รันเขินน่ารักดีนี่คะ” เธอยิ้มหวานตอบแล้วดึงเอามือของเขามาจูบเบาๆ แล้วกอดเอาไว้แนบกับแก้มนวล นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นห้องพยาบาลและมีคนอื่นอยู่ด้วยนะพ่อจะกดมันซะเลยอ้อนเก่งแบบนี้ ผู้กองกรันณ์คิด

                “แก้มเป็นคนเปลี่ยนชุดให้คุณตันหยง แก้มก็ต้องเห็นสิคะ รอยจูบเต็มตัวเลย”

                “คิดว่าเป็นของใคร” พอเขาถาม สองสามีภรรยาก็หันไปมองทางผู้หมวดนทีกันเป็นตาเดียวทันที ก่อนที่ราชาวดีจะหัวเราะออกมาเบาๆ

                “เห็นทีต้องหาชุดสวยๆ เตรียมไปงานแต่งแล้วสินะคะ”

                “อย่าให้สวยมากไปนะ พี่หวง” เขายิ้มบอกเธอ เพราะถ้าตันหยงกับผู้หมวดนทีลงเอยกันได้เขาก็สบายใจหน่อย ต่อไปตันหยงจะได้เลิกมายุ่งวุ่นวายกับเขาอีก เขารำคาญเธอแทบตาย แต่ก็พูดหรือว่าอะไรไม่ได้เมื่อความเป็นสุภาพบุรุษมันค้ำคอเอาไว้อยู่

 

                เพราะคืนนี้ผู้กองกรันณ์ต้องคอยตรวจตรารอบๆ ฐานเพื่อความปลอดภัยหลังจากที่ฐานเคยถูกลอบโจมตี แล้วทีมลาดตระเวนยังเพิ่งจะปะทะกับกองกำลังของแสนดามาด้วยอีก สถานการณ์ทุกอย่างตอนนี้เลยต้องควบคุมเอาไว้ให้ดี อีกอย่างตอนนี้ผู้พันคีรินทร์ก็ยังไม่กลับเข้ามาที่ฐานราชาวดีเลยไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อน ผู้กองกรันณ์จึงให้เธอมาอยู่ที่ห้องพยาบาลแทน เพราะห้องพยาบาลอยู่ใจกลางของฐาน ไม่มีอันตรายใดๆ ฝ่ากองกำลังของทหารเข้ามาได้ง่ายๆ แน่นอน และมันก็เป็นการสะดวกที่เขาจะเข้ามาดูแลเธอที่นี่ด้วย

                ราชาวดีมองขวัญตาที่หลับอยู่บนเตียงเปลคนไข้ฝั่งตรงกันข้ามกับตันหยงอย่างเอ็นดูหลังจากที่ช่วยห่มผ้าให้เด็กสาว พรุ่งนี้ขวัญตาจะต้องกลับออกไปจากฐานพร้อมกับกริชชานนท์และน้ำอิงแล้ว เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกคนกำลังจะถอนกำลังออกไปจากฐานเหลือเอาไว้เพียงแค่ทหารพรานเท่านั้น ราชาวดีไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เธอรู้เพียงแค่ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมาทำให้พี่รันของเธอหน้าตาดูเคร่งเครียดมากกว่าปกติ ซ้ำเขายังให้เธอพกปืนและมีดของเขาติดตัวเอาไว้ตลอดเวลาอีก  แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเธอก็ไม่อยากจะอยู่ห่างเขาไปไหน เธออยากจะอยู่เคียงข้างเขาทุกที่ทุกเวลา รอดด้วยกัน อยู่ด้วยกันและตายด้วยกัน ขอแค่มีพี่รันอยู่ด้วยเธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

                “น้องนางไม้ ยังไม่นอนอีกหรอ” นั่นไง พอคิดถึงก็มาเลย เธอคิด

                ผู้กองกรันณ์มองดูราชาวดีเปลี่ยนขวดน้ำเกลือให้ตันหยงเสร็จก็รีบเข้ามาเกี่ยวเอาเอวบางของเธอไปกอดอย่างสุดแสนจะคิดถึงแล้วดึงเอาเธอไปนั่งกอดอยู่ที่เตียงเปลอีกเตียงจนราชาวดีต้องตีมือเขาเข้าให้ ข้อหาที่ทำอะไรประเจิดประเจ้อกลางห้องพยาบาลแบบนี้ เกิดตันหยงหรือขวัญตาตื่นมาเห็นเข้าจะทำยังไง

                “พี่รัน ไม่เอาค่ะกลางห้องพยาบาล แก้มอายนะ” เธอรีบผละออกจากเขาเมื่อเขาซุกไซ้ซอกคอของเธอไม่เลิก เธอก็เลยเดินหนีไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แต่ก็ยังไม่วายพ่อสามีตัวดีของเธอก็ตามเข้ามากอดเธอเอาไว้อีกอยู่ดี ซึ่งโต๊ะทำงานของเธอมีชั้นเก็บยาวางกั้นเอาไว้กับห้องคนไข้ คิดว่าสองคนที่นอนอยู่ในห้องคนไข้คงไม่เห็นแน่ๆ คราวนี้ราชาวดีจึงยอมให้เขากอดแต่โดยดี

                “ก็พี่รัก พี่คิดถึงของพี่นี่ครับ”

                “คิดถึงอะไรอีกคะ ก็ทำให้แล้วไงเมื่อตอนอาบน้ำ” เธอกระซิบว่าเขา เพราะตอนหัวค่ำที่อาบน้ำด้วยกันที่น้ำตก เธอก็ทำหน้าที่ภรรยาให้เขาแล้วตั้งหลายรอบ นี่เขายังไม่อิ่มอีกหรือยังไงกัน

                “พี่อยากได้ทั้งคืน”

                “คนบ้า” เธอว่าเขาแต่กลับยิ้มหวานออกมาให้คนเป็นสามีต้องก้มลงมาหอมแก้มเธออีกฟอดใหญ่ เขาเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ของเธอแล้วจึงอุ้มเอาเธอขึ้นมานั่งบนตัก กอดเธอเอาไว้กับตัว เอียงหน้าลงไปซุกซบกับอกนุ่มอย่างที่เขาชอบ

                “แล้วนี่เมื่อไหร่จะง้อคืนดีกับน้องขวัญคะ เนี่ย เป็นพี่น้องกัน งอนกันหลายๆ วันไม่ดีนะคะ พรุ่งนี้น้องก็จะกลับบ้านแล้ว” ราชาวดีอดถามไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันที่ผู้หมวดคณินออกไปตามหาขวัญตาที่หลงป่ากลับมาที่ฐานอย่างปลอดภัย ผู้กองกรันณ์ที่โกรธน้องสาวมากถึงกับเอาไม้หวายตีไปที่ขาของน้องสาวทันทีที่เจอตัวจนผู้หมวดคณินทนดูไม่ไหวเขาก็เลยรีบเข้าไปกอดเอาตัวบังขวัญตาเอาไว้ ทั่วทั้งฐานไม่มีใครคาดถึงที่เห็นเขาตีน้องสาวแบบนี้จนราชาวดีต้องเข้ามาห้ามเขาเอาไว้ ขวัญตาจึงถูกตีไปแค่ครั้งเดียว แต่ครั้งเดียวนี้มันก็ทำให้เด็กสาวเสียใจมาก ราชาวดีรู้แหละว่าที่เขาตีน้องก็เพราะว่าเขารักแล้วก็เป็นห่วงน้อง แล้วยิ่งสถานการณ์แบบนี้ขวัญตายังไปเที่ยวเล่นตามใจชอบอีกคนที่โมโหง่ายอย่างเขาเลยไม่ทันจะได้ควบคุมอารมณ์ ซึ่งหลังจากที่ตีน้องสาวแล้วเขาก็เป็นห่วงเธอมาก รีบจัดแจงหายาจะไปทาให้ แต่ขวัญตากลับโกรธแล้วก็งอนเขา ไม่ยอมพูดกับเขามาจนถึงวันนี้ แล้วสิ่งที่ราชาวดีสังเกตเห็นนอกจากนี้ก็คือตั้งแต่กลับออกมาจากป่าขวัญตาจะชอบไปอยู่กับผู้หมวดคณิน ไม่รู้ว่าไปสนิทกันตอนไหน แต่เด็กสาวก็คอยตามไปป่วนผู้หมวดคณินอยู่เรื่อยจนคนเป็นพี่ชายหวงน้องสาวนัก

                “เดี๋ยวซื้อบัตรคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีราคาแพงที่สุดให้ก็หายงอนแล้วล่ะ พี่รู้จักนิสัยยัยขวัญดี ติ่งเกาหลีซะขนาดนั้น”

                นั่นสินะ ห้องนอนของขวัญตาที่กรุงเทพฯ ก็มีแต่ภาพหนุ่มๆ ศิลปินจากเกาหลี แล้วยังมาชวนเธอไปเป็นติ่งด้วยอีกคน

                “แต่ก็น่าจะคุยกันด้วยนะคะ ตีน้องแรงขนาดนั้น ขนาดทหารในฐานเห็นกันแล้วยังอดกลัวพี่รันไม่ได้เลย” เหอะ! แค่เห็นเขาตีน้องมันยังน้อยไป ตอนที่เขาทรมานไตรทศน่ะหนักกว่านี้อีก

                “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ถ้าพี่ไม่รักไม่ห่วงพี่ไม่ตีหรอก ยัยขวัญเป็นเด็กดื้อ ต้องปรามซะบ้างต่อไปจะได้ไม่ซนแบบนี้อีก นี่ดีแค่ไหนที่ผู้หมวดคณินไปเจอซะก่อน เกิดไปเจอคนร้ายเหมือนกับทีมลาดตระเวนจะทำยังไง เป็นเด็กผู้หญิงด้วยมันอันตราย พี่ตีเพราะรักนะ ไม่ใช่ตีเพื่อความสะใจ ยัยขวัญจะได้รู้ด้วยว่าถ้าทำผิดก็ต้องได้รับโทษต่อไปจะได้ไม่ทำอีก ถ้าน้องตัวเองยังควบคุมไม่ได้แล้วจะควบคุมกองทัพได้ยังไง”

                ทหาร ยังไงก็ยังคือทหาร ราชาวดีคิด พี่รันของเธอเด็ดขาดในทุกเรื่องจริงๆ

                “ถ้ามีลูกพี่รันจะตีลูกมั้ย”

                “ยิ่งเป็นลูก ถ้าทำผิดยิ่งต้องลงโทษให้หนัก เดี๋ยวใครเขาจะหาว่าพ่อแม่ไม่อบรมสั่งสอน” เขาพูดมันก็ถูก แต่...ชักไม่อยากจะมีลูกแล้วสิ เธอกลัวเขาจะเข้มงวดกับลูกจนเกินไป เกิดไม่ได้ดั่งใจแล้วเอาไม้หวายมาหวดขาลูกบ้างเธอคงทนไม่ได้แน่ๆ แค่คิดฝ่ามือของเธอก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว        

                “นี่ อย่ามองพี่แบบคนใจยักษ์ใจมารแบบนั้นสิ” เขาอดว่าไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของเธอผ่านแสงตะเกียงไฟ เธอคงจะกลัวในความดุของเขาสินะ

                “พี่สัญญาว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวของเรา ถึงพี่จะไม่ค่อยถูกกับเด็กซักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นลูกของเรา ไม่มีใครไม่รักลูกหรอกนะ เลี้ยงเด็กน่ะใช้ความรุนแรงอย่างเดียวไม่ได้หรอก เราต้องใช้ความอ่อนโยนด้วย แล้วพี่ก็เชื่อว่าแก้มจะสอนให้ลูกของเราเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน แม่น่ารักยังไงลูกก็ต้องน่ารักแบบนั้น” เขายิ้มบอกกับอกนุ่มให้ราชาวดียิ้มตามอย่างโล่งใจที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ และเธอก็เชื่อแน่ว่าเขาจะต้องเป็นพ่อที่ดีได้

                “น่ารักเหมือนแก้ม แต่เก่งแล้วก็ต้องกล้าหาญเหมือนคุณพ่อรันด้วยนะคะ”

                “แน่นอน ให้เก่งเหมือนพี่ด้วย” เขาว่าแล้วไล้มือเบาๆ มาที่แก้มนวลของเธอก่อนจะค่อยๆ ดึงเอาราชาวดีลงมาจูบอย่างวาบหวาม สองแขนเรียวเล็กจึงกอดรอบคอเขาเอาไว้แล้วจูบตอบกับเขาอย่างแสนรัก บดเบียดกายเข้าหาเขาอย่างปรารถนาให้มือแกร่งได้ลูบไล้ไปทั่วกายเธอขณะที่เธอสอดลิ้นเล็กๆ เข้าไปในปากของเขาแล้วดูดเม้มความหวานซาบซ่านจนเขาครางออกมาเบาๆ อย่างมีความสุข ก่อนที่จะรุกเธอกลับได้เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมจนเธอแทบขาดใจ

                “...พี่รัน พอแล้วค่ะ มาทำในนี้ไม่ดีนะคะ”

                “ต้องเอาท์ดอร์ใช่มั้ยถึงจะชอบ” เขากระซิบเสียงกระเส่าขณะซุกไซ้จูบซอกคอของเธอ

                “พี่รันสิที่ชอบอยู่คนเดียว คนอะไรหื่นจริงๆ”

                “หื่นยังไงก็ผัวรักของแก้มนะครับ ไว้พรุ่งนี้ยัยขวัญกลับบ้านแล้วเราค่อยไปต่อกันที่บ้านพัก”

                “ในหัวนี่คิดแต่เรื่องแบบนี้รึยังไงกันคะ”

                “โธ่เมียจ๋า คิดเรื่องงานจนเครียดมาทั้งวันแล้ว ขอคิดอะไรแบบนี้กับเมียซักไม่กี่นาทีไม่ได้หรอ”

                “แค่คิดนะคะ” เธอชี้นิ้วดุใส่ แต่เขากลับยิ้มแป้นออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

                “ใช่ แค่คิดไม่กี่นาที แต่ตอนทำน่ะหน่วยของเวลาไม่ใช่นาทีแต่เป็นชั่วโมงนะ บอกแล้ว เป็นเมียพี่ต้องทำใจ” ว่าแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกอดร่างบางซุกอกนุ่มอย่างมีความสุข ยอมหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน เขาคิด ราชาวดีได้แต่ส่ายหน้าให้กับความหื่นของสามีตัวเองก่อนจะกอดร่างสูงเอาไว้แน่น

                “แก้มรักพี่รันนะคะ”

                “พี่ก็รักแก้มนะครับ” เขาตอบ “คืนนี้ดึกมากแล้วงั้นพี่จะนอนที่นี่เป็นเพื่อนละกัน มานี่มา” เขาบอกก่อนจะนั่งลงไปกับพื้นห้องพยาบาลแล้วพิงโต๊ะทำงานของเธอเอาไว้ ราชาวดีจึงเข้าไปนั่งบนตักเขาแล้วกอดซุกซบอกแกร่งของเขาหลับอย่างอุ่นใจตลอดทั้งคืนโดยที่ไม่รู้ว่าตันหยงที่ตื่นขึ้นมากลางดึกจะได้ยินและเห็นตอนที่เธอพรอดรักอยู่กับสามีทั้งหมดจนก่อเกิดเป็นความริษยามากขึ้นยิ่งกว่าเก่า

 

                ขวัญตาได้แต่ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกเมื่อเช้านี้เธอจะต้องกลับบ้านแล้ว โดยกริชชานนท์กับน้ำอิงอาสาจะพาเธอไปส่งให้ถึงบ้านที่กรุงเทพฯ เลยทีเดียว แต่เด็กสาวก็เหมือนจะไม่อยากกลับ แค่ไม่กี่วันที่ได้อยู่ที่ฐานมันทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก ผูกพันกับสถานที่ไม่เท่าไหร่ แต่ผูกพันกับใครบางคนที่นี่นี่สิ เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกับเขาอีก จะติดต่อหากันได้ตอนไหน ทำไมที่นี่ถึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์กันนะ

                “พี่ผู้พัน ปีหน้าขวัญจะมาเป็นทหารพรานที่นี่นะ” เธอหันมาพูดกับผู้พันคีรินทร์ที่เพิ่งจะกลับมาที่ฐานเมื่อตอนเช้าตรู่ และมาร่วมมื้ออาหารเช้าด้วยกัน

                “เป็นหมออย่างที่ตั้งใจไว้เถอะ” เขาได้ข่าวว่าเธอสร้างเรื่องป่วนเอาไว้เยอะมากตอนที่เขาไม่อยู่ ขืนให้มาเป็นทหารที่นี่เขาได้ปวดหัวตายกันพอดี

                “ขวัญจะเป็นจริงๆ นะ”

                “เป็นหมอท่าจะรุ่งกว่าเชื่อพี่”

                “ให้กำลังใจขวัญหน่อยสิ”

                “กำลังใจหรอ ขอให้สอบหมอติดละกันนะ ขวัญเก่ง พี่เชื่อว่าต้องทำได้แน่นอน” ไม่ยอมแน่ๆ เขาไม่ยอมให้เธอมาเป็นทหารพรานที่นี่แน่ๆ

                “นึกยังไงวันนี้อยากเป็นทหารบ้าง เราตั้งใจจะเป็นหมอมาโดยตลอดไม่ใช่รึไง” ราชาวดีถามหลังจากที่ฟังขวัญตาอ้อนพี่ชายของเธออยู่นาน

                “ไม่ใช่ว่าอยากมีแฟนเป็นทหารพรานขึ้นมาหรอกนะ” กริชชานนท์ว่ายิ้มๆ แล้วเบนสายตามาทางผู้หมวดคณินที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กสาวจนคนหวงน้องต้องมองตาม เขาเองก็รู้สึกว่าสองคนนี้มันยังไงๆ อยู่เหมือนกัน แต่เพราะเชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของผู้หมวดคณินที่อยู่กับเขามานานหลายปีเขาถึงได้ไม่ว่าอะไร

                “เปล่าซักหน่อย” ขวัญตาว่า แต่ดวงหน้าหวานจิ้มลิ้มกลับแดงจัดอย่างน่ารัก คนเป็นพี่ก็ยิ่งจ้องอย่างจับผิดอีก

                “เป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าริมีแฟนก่อนเรียนจบเด็ดขาด” เขาสั่งน้องสาวทันที ขวัญตาก็เลยเชิดหน้าใส่เพราะยังงอนเรื่องที่เขาตีเธอไม่หาย

                “กลับบ้านไปก็ดูแลคุณลุงกับคุณป้าแทนพี่ให้ดีๆ อย่าดื้ออย่าซน ตั้งใจเรียนด้วย เห็นว่าอีกไม่นานจะมีนักร้องเกาหลีวงที่เราชอบมาเปิดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ถ้าพี่ได้ข่าวว่าเป็นเด็กดีแล้วจะซื้อบัตรแถวหน้าสุดให้” สิ่งที่พี่ชายบอกทำให้ขวัญตาถึงกับหูผึ่งขึ้นมาในทันที ก่อนจะควานหยิบโทรศัพท์มือถือที่ผู้หมวดคณินช่วยหาทางชาร์ตแบตให้ขึ้นมาแล้วกดปุ่นอัดเสียง

                “พูดใหม่อีกรอบค่ะ”

                “จะอัดเสียงเอาไว้ทำไม”

                “หลักฐานไงพี่รัน”

                “ไร้สาระ” คนเป็นพี่ว่าแล้วไม่สนใจ ผู้พันคีรินทร์จึงหันมายิ้มให้เธอ

                “พี่เป็นพยานให้ละกันว่าพี่ชายเรามันบอกว่าจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตแถวหน้าให้”"

                “สองใบ” ขวัญตาชูสองนิ้ว ผู้พันคีรินทร์จึงพยักหน้ารับ

                “อืม สองใบ” พอผู้พันคีรินทร์ว่าจบขวัญตาก็กดบันทึกเสียงเอาไว้อย่างสบายใจ เพราะคอนเสิร์ตที่ว่าราคาบัตรแพงมาก ถึงจะอดขนมมาเก็บตังค์ซื้อก็ใช่ว่าจะได้บัตรแถวหน้า

                “อย่าผิดคำพูดนะพี่รัน เนี่ย พี่ผู้พันเป็นพยานให้แล้ว” เธอเอาผู้บังคับบัญชาของเขามาอ้าง แต่สิ่งที่ผู้กองกรันณ์สนใจมากกว่าคำขู่ของเธอก็คือ...

                “บัตรสองใบเนี่ย จะเอาไปดูกับใคร”

                “กับใครก็เรื่องของขวัญมั้ย”

                “นี่!

                “พี่รัน” ราชาวดีรีบปรามสามีตัวเองทันทีเมื่อเขาเริ่มจะขึ้นเสียงกับน้องสาวแล้ว ให้ตายเถอะ ก็บอกว่าให้ง้อน้องสาวดีๆ ยังจะม่ชวนน้องสาวทะเลาะอีก “น้องขวัญคงจะไปดูกับเพื่อนๆ ของเขาแหละค่ะ”

                “เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย” แล้วทุกคนก็พากันกลอกตาบนเมื่อเห็นถึงความหวงน้องสาวของผู้กองกรันณ์ หวงน้องมากกว่าผู้พันคีรินทร์ซะอีกมั้ง

                “ไว้ขวัญจะถ่ายรูปส่งมาให้ดูละกันนะ” ขวัญตาเองก็ไม่ยอมตอบคำถามเขา แต่กลับยั่วโมโหเขาเล่นซ้ำจนทุกคนต้องยกนิ้วให้กับความแสบของเธอ ผู้พันคีรินทร์เห็นแบบนี้ก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่เหมาะกับการเป็นทหารอย่างชัวร์ๆ มันร้ายพอๆ กันทั้งพี่ทั้งน้องแบบนี้ เขาขอรับมือแค่กับพี่ชายของเธอก็พอแล้ว อย่าต้องให้มารับมือกับคนน้องเลย

 

                จนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเดินทาง จากที่เห็นทะเลาะกันอยู่ที่โรงครัวขวัญตากลับโผเข้ามากอดผู้เป็นพี่ชายแน่นเพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ถึงจะชอบทะเลาะกันแต่ภายในใจลึกๆ ความเป็นพี่น้องของทั้งสองคนกลับเหนียวแน่นราวกับเป็นพี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกัน ราชาวดีเห็นสองพี่น้องกอดกันกลมก็อดซึ้งใจไม่ได้หันมากอดพี่ชายของตัวเองบ้าง

                “ขวัญรู้ว่าที่พี่รันให้ขวัญรีบกลับบ้านก็เพราะที่นี่เริ่มจะไม่ปลอดภัย สัญญากับขวัญนะว่าจะไม่ใจเสาะตายเอาง่ายๆ ต้องอยู่ถ่ายรูปรับปริญญาขวัญก่อน”

                “สอบเข้ามหาลัยให้มันได้ก่อนเถอะ” เขายิ้มบอกเธอ

                “ขวัญจะดูแลคุณลุงกับคุณป้าให้ดีพี่รันไม่ต้องห่วง อยู่ที่นี่ก็ดูแลพี่หมอแก้มของขวัญให้ดีๆ ด้วย อย่าให้ใครมารังแกพี่หมอแก้มเด็ดขาด ไม่งั้นท่านขวัญตาจะมาถล่มฐานของพี่รันเอง”

                “สัญญาๆ นี่กลัวใจจะขาดอยู่แล้วนะรู้มั้ย” พอเขารับปากขวัญตาก็หันมากอดพี่หมอแก้มของเธอบ้าง พี่หมอแก้มของเธอใจดีและดูแลเธอดีราวกับเป็นพี่สาวแท้ๆ จะไม่ได้เจอกันอีกนานเธอคงคิดถึงแย่

                “ฝากแก้แค้นเอาคืนพี่รันแทนขวัญด้วยนะคะ” แก้แค้นของเธอก็หมายถึงฝากดูแลพี่ชายแทนเธอด้วยนี่แหละ ราชาวดีคิด ก่อนจะพยักหน้ารับ

                “ขวัญเองก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าดื้ออย่าซนกับคุณพ่อคุณแม่ ตั้งใจเรียนด้วย”

                “แน่นอนค่ะ ก็ขวัญจะเป็นหมอแบบพี่หมอแก้มไงคะ แต่ถ้าสอบไม่ได้...” แล้วก็หันมายิ้มแฉ่งให้ผู้พันคีรินทร์ “ขวัญจะมาเป็นทหารพรานหญิง”

                “เดี๋ยวเราไปบนหัวหมูร้อยหัวขอให้ขวัญตาสอบติดหมอกันแก้ม” ผู้พันคีรินทร์บอกน้องสาวอย่างกลัวว่าขวัญตาจะมาเป็นทหารพรานจริงๆ เด็กสาวก็เลยค้อนให้เขาด้วย

                “พี่หมอแก้มรีบมีน้องไวๆ นะคะ ขวัญอยากเป็นคุณอา ใครๆ จะได้เลิกมองว่าขวัญเป็นเด็กซักที” พอเธอบอกอีก ผู้กองกรันณ์ก็กระแอมเสียงขึ้นทันที

                “เรื่องแบบนี้บอกพี่หมอแก้มคนเดียวไม่ได้ ต้องบอกพี่ด้วย ของแบบนี้ทำคนเดียวไม่ได้หรอก” เขาว่าอย่างไม่เกรงใจผู้พันในขณะที่ราชาวดีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีแล้วก้มหน้างุดอย่างเขินๆ กับคำพูดของสามี ยังไม่ค่อยชินกับความเป็นคนตรงของเขา ขวัญตาเลยแอบหันไปขยิกตาใส่ผู้เป็นพี่ชายเพื่อบอกว่าลุยทำหลานให้เธอไวๆ ได้เลย

                พอบอกลาทุกคนเสร็จ ขวัญตาก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองผู้หมวดคณินที่ยืนมองเธออยู่อย่างเงียบๆ เพราะมีผู้พันกับผู้กองอยู่ด้วยทำให้เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ได้แต่หวังว่าเธออย่าลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับเขาตอนอยู่ในป่า จนกระทั่งขวัญตาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาเป็นคนสุดท้ายนี่แหละเขาจึงพอจะใจชื้นขึ้นมาได้บ้างจนเผลอยิ้มออกมา

                “ไหนล่ะคำตอบที่บอกจะให้ตอนอยู่ในป่า อีกห้าปีที่พี่ขอ ขวัญบอกว่าจะให้คำตอบก่อนกลับไปกรุงเทพฯ ไง” เขารีบทวงคำตอบทันทีที่มีโอกาส ซึ่งความจริงคำตอบนี้ขวัญตาเตรียมเอาไว้ให้เขาตั้งนานแล้วเธอก็เลยยิ้มหวานให้เขาก่อนจะหันไปมองทางผู้เป็นพี่ชายที่ยืนจ้องจับผิดอยู่

                “ยังไม่ได้ขอพี่รันเลย”

                “อ้าว” ผู้หมวดคณินว่า แบบนี้เขาไม่ต้องกินแห้วหรอ คบเด็กสร้างบ้านจริงๆ เชียว

                “ผู้หมวดจะไปเยือนอาณาจักรท่าน้ำนนท์จริงๆ มั้ย” เธอถามเขา

                “ไปสิ ไปแน่นอน”

                “แล้วชอบดูคอนเสิร์ตเกาหลีมั้ย” คำถามของเธอทำให้ผู้กองกรันณ์หูผึ่ง ว่าไงนะ! อย่าบอกนะว่าคนที่เธอจะชวนไปดูคอนเสิร์ตจะเป็นลูกน้องของเขา หนอย...

                “พี่รัน อย่าค่ะ” ราชาวดีรีบดึงตัวสามีเอาไว้ก่อนที่เขาจะไปป่วนคนทั้งคู่ ราชาวดีดูออกว่าผู้หมวดคณินคิดยังไงกับขวัญตา เขาเป็นสุภาพบุรุษและเป็นคนดีมาก เธอเชื่อว่าเขาจะดูแลขวัญตาได้ “ปล่อยให้พวกเขาได้ลากันเถอะนะคะ” เธอบอกสามีแล้วเอามือลูบแผ่นอกแกร่งเบาๆ เพียงแค่นี้ผู้กองกรันณ์ก็ยอมสยบอยู่ในกำมือเธอแล้ว

                “ว่าไง ผู้หมวดชอบดูคอนเสิร์ตเกาหลีมั้ย” ขวัญตาถามเขาอีก ผู้หมวดคณินจึงยิ้มตอบ

                “ไม่รู้สิ ไม่เคยดู แต่ถ้ามีติ่งเกาหลีจะพาไปดูก็โอเคนะ” เขาตอบ ขวัญตาจึงชูนิ้วก้อยให้เขาแทนคำสัญญา เขาจึงยื่นมือมาเกี่ยวก้อยกับเธอตอบ

                “ทีนี้พร้อมที่จะฟังคำตอบของฉันแล้วรึยังผู้หมวด คำตอบที่จะให้ก่อนกลับบ้านน่ะ”

                “พูดมาสิ”

                “โหย ผู้หมวดตัวสูงขนาดนี้กระซิบบอกไม่ถึง ก้มลงมาหน่อยสิ” ขวัญตาว่า ผู้หมวดคณินจึงทำตามโดยการก้มหน้าลงมาหาเธอเพื่อฟังคำตอบของหัวใจ

                “คำตอบเรื่องอีกห้าปีก็คือ...” แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อขวัญตาเอื้อมแขนขึ้นมากอดรอบคอผู้หมวดคณินเอาไว้แน่นก่อนจะหอมแก้มของเขาฟอดใหญ่แล้วก็ตามมาด้วยจุ๊บปากของเขาเบาๆ อีกหนึ่งที

                “นี่คือคำตอบนะ” ว่าจบเด็กสาวก็วิ่งขึ้นรถของกริชชานนท์กับน้ำอิงที่จอดคอยท่าอยู่ ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้เองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าขวัญตาจะกล้าทำแบบนี้ ซ้ำยังเป็นต่อหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอเองอีก แต่ก่อนที่พี่ชายของเธอจะตามมาเอาเรื่องกริชชานนท์ก็รีบขับรถออกจากฐานทันทีพร้อมกับเหล่าลูกน้องของเขา ทิ้งให้ผู้กองกรันณ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียว

                ผู้หมวดคณินเผลอยิ้มออกมาอย่างหุบไม่ลง ไม่คิดว่าคำตอบของเธอมันจะดีต่อหัวใจของเขาได้มากมายขนาดนี้ มันดีมากกว่าแค่การตอบว่าตกลงเสียอีก แล้วยิ่งเธอให้คำตอบแบบนี้หัวใจของเขาก็ยิ่งต้องการเธอจนนึกหวังอยากจะให้มีภารกิจต้องลงไปกรุงเทพฯ บ่อยๆ เสียแล้วสิ

                “หมวด!!! นี่มันหมายความว่ายังไง อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” เมื่อคนทำผิดหนีออกไปจากฐานแล้วเขาก็หันมาลงกับอีกคนทันที ใครจะไปนึกว่าน้องสาวของเขาจะใจกล้ากอดคอหอมแก้มแล้วก็จูบปากผู้ชายกลางฐานแบบนี้ นี่ถ้าคว้าตัวทันพ่อจะตีให้ขาลายยิ่งกว่าเดิมเลยคอยดูสิ

                “แหม ภาพชัดขนาดนั้นยังจะต้องอธิบายอะไรอีกผู้กอง พูดกับว่าที่น้องเขยให้มันดีๆ หน่อย” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้น “ผู้หมวดเขาก็อยู่เฉยๆ นะ ขวัญตาเป็นคนกอดจูบเขาเองใครๆ ก็เห็น เรื่องนี้ห้ามมาเอาโทษเอาผิดผู้หมวดคณินเชียวล่ะ” ผู้พันสั่งแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ หมั่นไส้นัก ไงล่ะมึง! เข้าใจหัวอกคนเป็นพี่แล้วรึยัง ทีมันชอบจับน้องสาวของเขาไปกินตับแทบตลอดเวลาที่ว่างจากงานเขายังไม่ว่ามันเลย เรื่องแบบนี้มันจะมาหัวร้อนใส่ผู้หมวดคณินไม่ได้เด็ดขาด และเขานี่แหละจะเชียร์ผู้หมวดคณินจนได้เป็นน้องเขยของมันให้ดู


**************************************

โมเม้นน่ารักๆ ของคู่นี้ยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ  รอดูกันต่อไป




ปล.อาการป่วยยังไม่ดีขึ้น ลงช้าบ้างไม่ว่ากันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 378 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1516 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:15

    5555 นางรุกเร็วพอๆกับพี่ชายเลย

    #1516
    0
  2. #1217 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 15:20
    เกือบจะแบนขวัญตาที่นางแสบเกินแล้วนะแต่เห็นหมวดคณินดีใจขนาดนั้นให้อภัยก็ได้
    #1217
    1
  3. #572 super marine (@supermarine) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 12:18
    ผู้หมวดสู้ๆ
    #572
    0
  4. #520 น้ามมม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 07:06

    พี่รันจะมีน้องเขยแล้ว5555

    #520
    0
  5. #76 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 02:08
    มีความมโนว่าคือขวัญตา​ ฟินอ่าแอด
    #76
    0
  6. #75 Foamphirada (@Foamfoam2) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 00:42
    หายไวๆนะคะ
    #75
    0
  7. #74 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:01
    ทีใครทีมันนะผู้กอง ผู้พันได้กล่าวไว้5555
    #74
    0
  8. #73 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:42

    หายป่วยไวๆค่ะไรท์
    #73
    0
  9. #72 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:41
    ท่านขวัญตานี่ซ่าเจรงๆๆๆ
    #72
    0
  10. #71 Khaunu-RaR (@Khaunu-RaR) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:34

    สนุกมากคะ
    #71
    0
  11. #70 17635 stang (@kgyjncg) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 22:11
    ขอให้หายป่วยเร็วๆนะคะ สู้ๆ
    #70
    2
    • #70-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 30)
      2 มีนาคม 2562 / 22:12
      ขอบคุณมากค่ะ ^__^
      #70-1
    • #70-2 17635 stang (@kgyjncg) (จากตอนที่ 30)
      2 มีนาคม 2562 / 22:18
      ค่าาาา
      #70-2