ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 29 : หัวใจที่มืดบอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    22 มี.ค. 62


29.หัวใจที่มืดบอด

 

                เพราะอากาศที่หวานเหน็บของผืนป่า อีกทั้งสุขภาพหัวใจยังไม่แข็งแรงดีทำให้ตันหยงที่ออกมาลาดตระเวนเริ่มจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย หากแต่ก็ยังคงฝืนร่างกายเอาไว้ สปิริตของทหารพรานหญิงทำให้เธอแข็งใจไม่ยอมบ่นออกมาแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่แรงจะจับปืนก็แทบจะไม่ไหวแล้วจนผู้หมวดนทีต้องคอยตามดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะความเป็นห่วง ดีหน่อยที่การลาดตระเวนครั้งนี้มีทีม ตชด. ของผู้หมวดไกรจักรเข้าร่วมด้วย ผู้ที่ชำนาญในเส้นทางจึงมีมากพอจนผู้หมวดนทีที่เดิมทำหน้าที่นำทางพอจะปลีกตัวออกมาดูแลตันหยงได้

                “คุณไหวใช่มั้ย” เขาถามพลางแกะห่อยาที่ราชาวดีเตรียมมาให้อย่างดิบดีออกเพื่อหายาลดไข้

                “ฉันไม่กินยา”

                “ไม่กินยาแล้วจะหายได้ยังไง”

                “หึ!” ตันหยงแสยะยิ้ม “ยาที่นังหมอนั่นมันเตรียมให้น่ะหรอ มันแย่งคนรักของฉันไป ฉันไม่กินยาของมันหรอก!” ตันหยงปัดยาในมือผู้หมวดนทีทิ้ง กิริยาเธอดูเกรี้ยวกราดกว่าทุกทีอย่างเห็นได้ชัด นับวันตันหยงก็มีแต่จะเพิ่มแรงเกลียดชังให้กับราชาวดีมากขึ้น

                “มีเหตุผลหน่อยสิตันหยง คุณหมอแก้มเธอเป็นคนดีมากนะ แล้วคุณหมอแก้มก็ห่วงคุณด้วย”

                “คนดีที่ไหนจะแย่งคนรักของคนอื่นไปอย่างหน้าด้านๆ ที่มันทำดีกับฉันก็เพราะมันคงจะรู้สึกผิดน่ะสิที่ผัวที่มันนอนกอดทุกวันนี้จริงๆ แล้วเป็นคนรักของฉัน!

                “ผู้กองเขาไม่เคยรักคุณเลยด้วยซ้ำแล้วเขาจะเป็นคนรักของคุณได้ยังไง” ผู้หมวดนทีว่าเสียงเรียบ “โอเค เพราะคุณรักเขาเขาเลยเป็นคนรักของคุณ แต่คุณก็ควรจะจำเอาไว้ด้วยว่าคุณไม่เคยเป็นคนรักของเขา คุณหมอแก้มเธอมีสิทธิ์รักผู้กอง”

                “เป็นฉันงั้นสิที่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่น” ตันหยงว่า “เวลาห้าหกปีที่ผ่านมาตอนอยู่นราธิวาส มันไม่ได้ทำให้ผู้กองเห็นใจฉันเลยซักนิดหรอ เขายอมใกล้ชิดผู้หญิงหลายคน แต่กับฉัน...เขาไม่เคยจะชายตามอง ทำไมกัน ฉันไม่สวยหรอ ฉันด้อยตรงไหนกัน” แล้วคราวนี้ตันหยงก็ครวญออกมาอย่างน้อยใจ น้อยใจที่เขาไม่รักไม่เท่าไหร่ แต่น้อยใจที่เมื่อก่อนเขาใกล้ชิดกับผู้หญิงมากมายและลึกซึ้ง แต่กับเธอ มีแค่เธอเท่านั้นที่เขาไม่ยอมแตะต้อง ไม่เคยแม้แต่จะสนใจด้วยซ้ำ

                “เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้หรอกนะ อีกอย่าง...ทำไมคุณถึงจะไม่สวย คุณเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งเลยนะ”

                “ถ้าฉันสวยแล้วทำไมผู้กองถึงไม่รักฉัน”

                “เพราะผู้กองไม่ได้รักใครเพียงเพราะว่าเขาสวยหรือไม่สวยยังไงล่ะ เรื่องความรักมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากเลยนะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่เราจะเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้หากว่าเรายังไม่ได้เจอคนที่เรารักจริงๆ”

                “แต่ฉันรักผู้กอง”

                “ผมบอกแล้วไงว่านั่นมันไม่ใช่ความรัก” ผู้หมวดนทีย้ำ “...ยังมีคนที่เขาเห็นค่าของคุณอยู่นะ คุณเจ็บปวดที่ผู้กองไม่รักคุณ เขาก็เจ็บปวดเหมือนกันที่คุณไม่รักเขา แล้วก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาบ้างเลย” น้ำเสียงของผู้หมวดหนุ่มเศร้าลงอย่างฟังได้ชัดจนตันหยงต้องหันมามองหน้าเขา ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน

                “ผมว่าเราเดินทางกันต่อเถอะ ทุกคนคงล่วงหน้าไปไกลแล้ว เดี๋ยวจะตามทีมไม่ทัน” เขาเปลี่ยนเรื่องก่อนจะเก็บห่อยาลงเมื่อตันหยงไม่ยอมแตะ แล้วจึงเข้ามาประคองพาเธอตามทุกคนในทีมไป

                ทีมลาดตระเวนของทหารพรานร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนนับว่าเป็นทีมที่มีเจ้าหน้าที่หลายนายมาก ผู้กองสุรชัยจึงต้องแบ่งทีมออกเป็นสองทีมเพื่อกระจายกำลังกันออกไป ซึ่งแต่ละทีมก็จะมีทั้งทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนร่วมด้วย และเมื่อทั้งสองทีมแยกกัน ทีมย่อยก็สามารถเข้าลาดตระเวนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ผู้หมวดนทีที่กลับมาเป็นคนนำทางอีกครั้งหันมามองทางหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มด้วยความเป็นห่วง นี่ขนาดเขาช่วยเธอแบกเป้และถือปืนแล้วแต่ตันหยงก็ยังมีอาการไม่ดีขึ้น แบบนี้เห็นทีท่าจะแย่เสียแล้ว เจ็บป่วยร่างกายก็พอจะกินยาให้ทุเลาลงได้ แต่เจ็บปวดที่ใจนี่สิ

                “เดี๋ยวก่อน” ผู้หมวดนทียกมือขึ้นห้ามไม่ให้ทุกคนในทีมเคลื่อนที่เมื่อรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างเบื้องหน้า ทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนทุกนายจึงพากันหยุดแล้วยกปืนขึ้นมาอย่างเตรียมพร้อม แต่ละนายสอดส่องปืนไปตามแนวพุ่งไม้และภูมิประเทศรอบๆ ตัวอย่างระแวดระวัง

                เช่นเดียวกับสิ่งที่ผู้หมวดนทีมองเห็น กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งอาวุธครบมือก็หยุดนิ่งเช่นกันเมื่อรู้สึกว่าในป่านี้น่าจะไม่ได้มีแค่พวกตนเสียแล้ว สายตาคมของแสนดาจ้องนิ่งอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับยกปืน M16A1 ขึ้นตั้งประทับบ่า สายตาคมคล้ายเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่นิ้วจะเริ่มลั่นไกปืนออกมา

                ปัง!!!  ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทุกนายก็รีบพากันก้มตัวหลบอย่างอัตโนมัติ ก่อนที่การยิงปะทะกันของทั้งสองฝ่ายจะเกิดขึ้น เพราะนานๆ จะขึ้นฝั่งไทยมาทีแสนดาเลยนึกไม่ถึงว่าวันนี้ตนจะมาเจอกับทีมลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่แบบนี้

                ถ้าต้องให้เปรียบเทียบกันแล้วปืน HK33 หรือจะไปสู้กับปืน M16 ได้ ยิ่งเป็นปืน M16A1ด้วยแล้วยิ่งแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย อีกทั้งฝ่ายทหารและตำรวจที่แยกออกเป็นสองทีมทำให้กำลังพลน้อยกว่า ขืนสู้ต่อก็มีแต่จะเสียเปรียบผู้หมวดนทีจึงสั่งให้ทุกคนถอยอย่างเจ็บใจเพราะไม่คิดว่าจะต้องมาปะทะกันกลางวันแสกๆ แบบนี้ ผู้หมวดนทีเห็นฝ่ายตรงข้ามมีผ้าพันคอสีดำปักลายดอกฝิ่นก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แล้วยิ่งเห็นหน้าแสนดาด้วยเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าหัวหน้าของอีกฝ่ายเป็นถึงนายใหญ่แห่งเครือข่ายค้ายาที่เพิ่งจะหลบหนีจากการจับกุมของทางการไทยมาเมื่อไม่นานมานี้

                “ตันหยง ไปก่อน” เขาเรียกหญิงสาวคนเดียวในทีมที่ถึงแม้ร่ายกายจะไม่อำนวยแต่เธอก็กล้าหาญเด็ดเดี่ยวพยายามจะโจมตีฝ่ายตรงข้ามให้ได้

                “ถอยก่อนตันหยง กำลังอาวุธเราสู้มันไม่ได้ แล้วคนของเราก็น้อยกว่าด้วย”

                “แต่ว่า...”

                “ผมเป็นผู้คุมทีมนะ คุณต้องเชื่อฟังผม!!!” เขาตะวาทฝ่าสียงกระสุนก่อนจะรีบจูงมือตันหยงให้ถอย แสนดาที่จ้องจะเล่นงานคนทั้งคู่ให้ได้จึงเล็งปืนมาที่ผู้หมวดนที ตั้งใจจะยิงให้เข้าจุดตายแต่ทว่า...

                “ผู้หมวด ระวัง!!!

                ปัง!!! ตันหยงรีบดึงเขาหลบแต่เธอกลับพลาดถูกกระสุนนัดนั้นยิงเสียเองที่ด้านหลังใกล้ไหล่ข้างขวาจนกระสุนปืนฝังใน ผู้หมวดนทีจึงกอดรัดตัวเธอเอาไว้แน่นเมื่อแสนดายิงปืนเข้าใส่อีก เขาก็เลยก้มหลบลงได้อย่างหวุดหวิด แต่ด้วยภูมิประเทศที่เป็นทางลาดขึ้นเขาทำให้เขาที่กอดตันหยงเอาไว้แน่นเสียหลักพลัดตกลงไปในหุบเขาเบื้องล่าง

                สองร่างที่กอดกันกลมกลิ้งลงไปในหุบเขาเบื้องล่างที่ป่าค่อนข้างทึบและชื้นมากกว่า ผู้หมวดนทีกอดเอาตัวบังตันหยงเอาไว้เมื่อเขาไม่สามารถฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกได้ทำให้ช่วงที่เขากับเธอกลิ้งตกลงไปในหุบเขาเบื้องล่างถูกหนามข่วนและเศษไม้ทิ่มแทงจนเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่สติที่มีอย่างเต็มเปรี่ยมทำให้เขาฝืนความเจ็บเอาไว้เพื่อปกป้องหญิงสาวในอ้อมกอดของเขาเพื่อให้เธอปลอดภัยให้มากที่สุด แสนดาที่เห็นฝ่ายของทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนถอนกำลังไปก็ยิ่งได้ใจวิ่งเข้าไปยังหุบเขาที่ผู้หมวดนทีตกลงมาด้วยรอยยิ้มเยอะ เขาไม่แน่ใจว่ายิงถูกใครระหว่างหัวหน้าทีมทหารพรานกับทหารพรานหญิง แต่ที่เขามั่นใจแน่ๆ ก็ถูกเขายิงใครคนใดคนหนึ่งเข้าไปเต็มๆ เลยล่ะ แล้วตกลงไปในหุบเขาแบบนั้นถ้าไม่ตายเพราะตกเขาก็คงต้องตายด้วยสัตว์ป่า หรือไม่คนที่ถูกยิงก็จะต้องเสียเลือดมากจนตายแน่ๆ

                “น้ำจิ้มเล็กๆ น้อยๆ สำหรับลูกน้องของมึง ไอ้ผู้กอง” แสนดาแสยะยิ้มไม่พอยังป้วนน้ำลายลงไปในหุบเขาตามอย่างเย้ยหยันก่อนจะบอกให้เหล่าลูกน้องตามเขาไปเพื่อตามเล่นงานทีมทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดนที่อาจจะยังซุ่มอยู่แถวนี้ต่อ

 

                เสียงชะนีร้องอยู่ในป่าลึกและเสียงของนกป่าทำให้ร่างสูงที่ตกลงมาในหุบเขาจนสลบค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาในเวลาโพล้เพล้ เขาพยายามจะขยับตัวแต่ก็รู้สึกเจ็บร้าวไปหมด ครั้งเมื่อมองขึ้นไปยังทิศทางที่ตกลงมาก็เห็นว่าสูงอยู่พอสมควร แต่ก็ยังดีที่ไม่มีส่วนไหนในร่างกายของเขาหักหรือเคล็ด ความเจ็บร้าวไปทั้งตัวคงเกิดจากการฟกช้ำเพราะการกระแทกอย่างแรงขณะที่ตกลงมามากกว่า แต่ก่อนที่เขาจะสำรวจตัวเองให้ละเอียดกว่านี้เขาก็รีบหันมาทางหญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่ในอ้อมแขนก่อน ที่ไหล่ด้านหลังของเธอเปียกไปด้วยเลือดจำนวนมาก เธอพยายามช่วยชีวิตเขาจนต้องมาถูกยิงเสียเอง จะหาผู้หญิงที่เข้มแข็งและกล้าหาญอย่างเธอที่ไหนคงไม่มีอีกแล้วล่ะ

                “ตันหยง ตันหยงได้ยินผมมั้ย” ผู้หมวดนทีเรียกพลางเขย่าตัวเธอเบาๆ และสักพักตันหยงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เธอเจ็บไปหมดทั้งตัวโดยเฉพาะจุดที่ถูกยิงจนแทบจะขยับแขนข้างขวาไม่ได้แล้ว

                “ฉันยังไม่ตายหรอ”

                “เราตกลงมาในหุบเขาน่ะ แต่คุณไม่ต้องกลัวนะ” ผู้หมวดนทีบอกแล้วประคองเอาตัวเธอขึ้นมากอดเอาไว้ สายตาคมมองไปรอบๆ ตัวเพื่อสำรวจภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบและได้ยินเสียงธารน้ำไหลด้วย คาดว่าที่หุบเขานี้คงจะมีแหล่งน้ำด้วยอย่างแน่นอน

                “เราคงต้องหาที่พักทำแผลกันก่อน คุณเดินไหวมั้ย”

                “ไหว” ตันหยงตอบ ถึงแม้จะเจ็บร้าวไปทั้งตัวแต่ความอดทนของทหารหญิงก็ทำให้เธอแข็งใจขึ้นมาได้ในทันทีจนผู้หมวดหนุ่มยิ้มออกมาให้กับความแข็งแกร่งของเธอ ก่อนจะช่วยประคองเธอไปยังทางที่เขาได้ยินเสียงน้ำไหล

                ในหุบเขาด้านล่างมีธารน้ำเล็กๆ ที่ใสและสะอาดไหลผ่าน และมีลานหินกว้างพอที่จะใช้สำหรับพักแรมคืนนี้ได้ รอบๆ ธารน้ำเป็นลานหินและป่าหนาทึบ เรือนยอดไม้แต่ละต้นยืนลำต้นสูงจรดกันเพื่อหาแสงอาทิตย์ และเนื่องจากเรือนยอดไม้ที่แน่นทึบและปกคลุมไปด้วยไอหมอกด้านบนทำให้ผืนป่าเบื้องล่างร่มครึ้มตลอด ด้วยอากาศที่หนาวเย็นและความชุ่มชื้นของผืนป่าทำให้มีมอสและไลเคนขึ้นปกคลุมตามลำต้นของต้นไม้และบางส่วนของลานหิน ผู้หมวดนทีกางฟลายชีทกันน้ำค้างข้างๆ โขดหินขนาดใหญ่ แล้วใช้ฟลายชีทอีกผืนปูทับลงบนใบไม้ที่เขาเอามาปูรองพื้นหินเอาไว้ เพราะคืนนี้ความหนาวเย็นจะทำให้หินเย็นยะเยือกได้

                “ดีหน่อยที่ผมสะพายเป้เอาไว้ เป้ของเราสองคนเลยติดมาด้วย” ผู้หมวดนทีบอกตันหยงที่นั่งอยู่ริมธารน้ำขณะที่เขาจัดการเอาถุงนอนมาปูลงบนฟลายชีท แล้วจึงเดินเข้าไปหาเธอ

                “ขอผมดูแผลหน่อยได้มั้ย” เขาถามเมื่อเห็นเธอเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดจานับตั้งแต่ที่เขาพาเธอมาหาที่พักแล้ว แต่ครั้งพอเข้ามาหาเธอใกล้ๆ จึงเห็นว่าที่เธอเงียบไปนั้นเป็นเพราะกำลังมองภาพถ่ายของใครบางคนอยู่ ซึ่งพอมาเห็นก็ทำเอาผู้หมวดนทีอดใจแป้วขึ้นมาไม่ได้ ไม่คิดว่าคนอย่างตันหยงจะรักใครได้มั่นคงมากขนาดนี้ นี่หากผู้กองของเขาไม่แต่งงานกับคุณหมอแก้มเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือให้เธอได้สมหวังในความรัก รักของเขาก็เป็นความรักที่มั่งคงมากเหมือนกัน แต่เป็นรักที่มาพร้อมกับความเสียสละ ขอแค่ให้ตันหยงมีความสุขถึงเขาจะไม่ได้ครอบครองเธอก็ไม่เป็นไร แต่ว่า...เขาคงจะช่วยเธอในเรื่องแบบนี้ไม่ได้เมื่อผู้กองของเขาไม่ใช่หนุ่มโสดอีกแล้ว และคุณหมอแก้มก็แสนดีจนเขาไม่อาจทำลายหัวใจของใครได้ สิ่งที่ทำได้คงเป็นการเตือนสติตันหยงไม่ให้คิดจะทำเรื่องผิดศีลธรรมเท่านั้น

                “ฉันเจ็บขนาดนี้ เสี่ยงตายขนาดนี้แล้วผู้กองจะรับรู้บ้างมั้ย ถ้ารู้แล้วจะเป็นห่วงฉันรึเปล่า”

                “ผู้กองก็เป็นห่วงพวกเราทุกคนแหละ”

                “ฉันหมายถึงแค่ฉัน”

                “คุณเจ็บหนักขนาดนี้เขาก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว คนเคยทำงานร่วมกันมานาน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันจะไม่ให้ห่วงกันเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้”

                “...นี่ก็เย็นมากแล้ว...ป่านนี้เขาคงอยู่กับเมีย”

                “ผมว่าคุณเลิกคิดถึงเขาเถอะ มา ผมจะดูแผลให้” เขารีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากจะพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ตันหยงเลยหันมาจ้องหน้าเขา เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที่เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายกว่าเธอ หน้าตาก็มอมแมม มือแกร่งมีเลือดซึม เธอจำได้ว่าตอนที่กลิ้งตกลงมาในหุบเขาเขากอดเอาตัวบังเธอเอาไว้ เขาใช้ตัวเองเป็นโล่กันภัยให้กับเธอ ยอมเจ็บตัวเพื่อให้เธอปลอดภัย

                “ฉันเลวขนาดนี้ แล้วทำไมผู้หมวดถึงยังรักฉัน ฉันไม่ได้สวยเหมือนกับหมอแก้ม ไม่ได้อ่อนโยนขนาดนั้น เรียนจบแค่ ม.6 ไม่ได้สูงส่งอะไร ความคิดความอ่านก็...”

                “คุณคิดว่าระหว่างดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ ดอกเบญมาศแล้วก็ดอกกล้วยไม้ในป่า อะไรสวยกว่ากัน” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมาทั้งๆ ที่เธอยังพูดไม่จบ ตันหยงเลยพยายามคิดตาม ไม่เข้าใจว่าเขาจะสื่ออะไร

                “...ก็สวยทุกดอก แล้วแต่คนจะชอบ”

                “ผู้หญิงก็เหมือนกัน ผู้หญิงทุกคนนั้นมีความสวยและมีคุณค่าอยู่ในตัวเองทุกคนอยู่แล้ว ผมรักคุณในแบบที่คุณเป็นไม่ใช่เพราะว่าคุณสวยอย่างเดียว ถึงวันนี้ผมจะหยิบดอกเบญจมาศขึ้นมาก็ใช่ว่าดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่แล้วก็กล้วยไม้ป่าจะไร้ค่า ผมไม่อยากให้คุณเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร คุณมีคุณค่าของตัวคุณเองอยู่แล้ว แล้วผมก็รักคุณ ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นดอกไม้ชนิดไหน ขอแค่คุณเป็นตันหยงคนนี้ก็พอแล้ว”

                “ทั้งๆ ที่ฉันไม่เคยรัก...”

                “รักของผมไม่ใช่การครอบครอง ผมแค่อยากดูแลคุณ อยากเห็นคุณมีความสุข ในอนาคตคุณจะไม่รักผมเลยผมก็ไม่ว่า ผมแค่อยากมอบความหวังดีที่จริงใจให้คุณก็เท่านั้น”

                ตันหยงไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้ออกมาตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขายื่นมือมาปาดน้ำตาให้แล้ว ทำไมกันนะ เขาช่างดีกับเธอมากมายขนาดนี้แล้วทำไมเธอถึงรักเขาไม่ได้ การที่จะหาใครสักคนที่รักแล้วก็จริงใจกับเราได้มากขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเธอได้มาเจอกับเขาช้าไป เธอได้มาเจอกับเขาในวันที่หัวใจของเธอมีแต่ผู้กองกรันณ์จนไม่อาจเปลี่ยนใจได้อีกแล้ว ผู้หมวดนที...ฉันขอโทษ...

                “ผมขอทำแผลให้นะ กระสุนฝังในแบบนี้มันไม่ดีเลย ตะกั่วในกระสุนอาจละลายออกมาจนคุณติดเชื้อในกระแสเลือดได้” เขาบอก เพราะเคยเป็นลูกมือผ่าตัดให้ราชาวดีมาก่อน รวมถึงการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยที่ราชาวดีเคยจัดคอร์สติวเข้มทหารพรานทุกนายในฐานมาแล้วเขาจึงมีความรู้ทางการปฐมพยาบาลมากขึ้นกว่าตอนที่ฝึกทหาร

                “ทำไมคุณรู้เรื่องการรักษาดีจัง หมอแก้มสอนให้หรอ”

                “เปล่า สงสัยตอนเรียนนายร้อยผมจะบาดเจ็บบ่อยเลยได้วิชาแพทย์จากห้องพยาบาลที่โรงเรียนมา” เขาโกหก เพราะหากบอกไปว่าราชาวดีเคยสอนให้ตันหยงอาจจะอคติไม่ยอมให้เขาดูแผลให้แน่ๆ

                “แล้วผู้กองล่ะ ทำแผลเก่งมั้ย” เธออดถามถึงผู้กองกรันณ์ไม่ได้ ผู้หมวดนทีเลยแค่นยิ้มใส่

                “ผู้กองถนัดงานฆ่ามากกว่างานรักษา” ถึงต้องมีเมียเป็นหมอนี่ไง เขาคิดต่อท้าย ก่อนที่ตันหยงจะยอมให้เขาดูแผลให้แต่โดยดี

                ตันหยงปลดผ้าพันคอสีดำขลิบส้มออกก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อทหารสีดำตามโดยมีผู้หมวดนทีช่วยเมื่อเธอไม่สามารถขยับแขนข้างขวาได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถถอดเสื้อยืดซับเหงือสีดำด้านในได้อีก ผู้หมวดนทีจึงจำเป็นต้องใช้มีดตัดเสื้อของเธอออกจากร่างบางที่เกือบเปลือย มีเพียงแค่บราสีดำเท่านั้นที่ปกปิดกาย ผิวกายนวลเนียนสีน้ำผึ้งแลดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด เนินทรวงอิ่มขยับขึ้นลงตามแรงหายใจจนผู้หมวดนักรักต้องข่มตาข่มใจให้มองเพียงแค่แผลที่ไหล่ด้านหลังของเธอเท่านั้น

                “กระสุนไม่ลึกไม่ พอมองเห็นอยู่ ผมจะผ่าเอากระสุนออกให้นะครับ” เขาบอกเมื่อประเมินบาดแผลของตันหยงแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังคงมีเลือดซึมออกมาอยู่ก่อนจะหันไปจัดอุปกรณ์เตรียมผ่าตัด ผู้หมวดนทีอดชื่นชมในความรอบคอบของราชาวดีไม่ได้เมื่อเธอเตรียมชุดเครื่องมือผ่าตัดเล็กๆ ใส่มาในห่อปฐมพยาบาลให้ด้วย ขวดน้ำเกลือยังมีเลย เธอคงรู้ว่าเขาจะเป็นคนดูแลชุดห่อปฐมพยาบาลเวลาออกลาดตระเวน และรู้ว่าเขาเรียนรู้การผ่าตัดจากเธอไปบ้างแล้วเบื้องต้นเลยคิดว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเขาจะสามารถช่วยเหลือทุกคนในทีมได้

                “ผู้หมวดทำเป็นด้วยหรอคะ” ตันหยงอดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นเขาล้างมือจากลำธารแล้วสวมถุงมือผ่าตัดเรียบร้อย ถึงแม้จะมีกองไฟที่ถูกก่อขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง แต่ผู้หมวดนทีก็ยังต้องการแสงสว่างมากกว่านั้นจึงคาบกระบอกไฟฉายเอาไว้ในปากด้วยขณะใส่ยาชาให้กับตันหยง

                เพราะกระสุนไม่ได้ฝังในจนลึกและวิชาการผ่าตัดเบื้องต้นของเขาราชาวดีก็สอนมาให้อย่างดิบดีการผ่าตัดเอากระสุนปืนออกจากไหล่ให้ตันหยงจึงราบรื่นเรียบร้อย การห้ามเลือด ใส่ยาปิดปากแผลจึงตามมาเป็นลำดับสุดท้าย ถึงจะรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ได้มากอะไรเพราะมีการให้ยาชาก่อน ตันหยงจึงยอมกินแค่ยาแก้ปวดลดการอักเสบเท่านั้น ถึงแม้จะไม่เต็มใจกินเพราะความอคติกับราชาวดีก็ตาม

 

                “ขอบคุณนะคะผู้หมวดที่ผ่าเอากระสุนออกให้ฉันแล้วยังช่วยฉันเอาไว้ตอนที่ตกลงมาในหุบเขานี่อีก” ตันหยงพูดขึ้นหลังจากที่กินมื้อเย็นอย่างง่ายๆ ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับเขาไปคนละห่อ และตอนนี้เธอก็ต้องมาเป็นฝ่ายทายาตามเนื้อตัวให้เขาบ้าง ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเขาเปลือยแผ่นอกแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามแบบนี้ แต่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

                “มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำ อีกอย่าง...คนที่ควรจะถูกยิงน่ะเป็นผมมากกว่า มันตั้งใจจะยิงผมเข้าที่จุดตายถ้าคุณไม่ช่วยดึงผมเอาไว้จนตัวเองต้องมาเจ็บตัวแทนแบบนี้ ผมเป็นหนี้บุญคุณคุณนะ” เขายิ้มบอกอย่างขอบคุณและแสนอ่อนโยน

                “ใครว่า ฉันไม่ได้จะช่วยผู้หมวดโดยการยอมถูกยิงแทนนะคะ แต่ฉันหลบไม่ทันต่างหากล่ะ” เธอแสร้งว่าจนเขาหัวเราะออกมาเบาๆ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นเธอพูดเล่นแบบนี้

                “ไม่ว่าจะช่วยด้วยอะไร แต่ผมก็เป็นหนี้บุญคุณตันหยงแล้ว เอาเป็นว่าผมขอตอบแทนคุณด้วยชีวิตละกัน เริ่มจาก...” แล้วเขาก็ดึงปิ่นปักผมไม้ประดับลูกปัดสีขาวออกมาจากกระเป๋าเป้ ตันหยงจำได้ทันทีว่ามันเป็นปิ่นที่เขาตั้งใจจะซื้อให้เธอในวันที่ได้รู้จักกันครั้งแรก ปิ่นปักผมอันนี้มันเป็นแบบที่เธอชอบ แต่เธอก็ไม่ยอมรับมันมาจากเขา

                “คุณเก็บเอาไว้ตลอดเลยหรอ”

                “ผมเก็บเอาไว้รอคุณ” เขายิ้มบอก “ขออนุญาตนะครับ” ว่าจบเขาก็เอื้อมตัวขึ้นมารวบผมยาวสลวยของเธอขึ้นมาอีกครั้งแล้วจัดการปักปิ่นปักผมให้ มันสวยเข้ากับเธอมากจริงๆ

                “ถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะรักผม ก็ให้คิดเสียว่าเพื่อนคนนี้มอบให้ในมิตรภาพที่ดีของเราก็แล้วกัน” ผู้หมวดนทียิ้มบอกอีก แต่น้ำเสียงก็เศร้าจนน่าใจหายแล้วยื่นมือไปปาดน้ำตาออกให้เธออีกเบาๆ เมื่อตันหยงอดน้อยใจไม่ได้ว่าทำไมคนที่เธอรักเขาถึงไม่ทำดีกับเธอแบบนี้บ้าง

                “เอ๊ะ! คุณตัวร้อนมากเลยนี่ ไข้ขึ้นมากกว่าเมื่อกลางวันนี้อีก” ผู้หมวดหนุ่มว่าขณะที่ปาดน้ำตาออกให้ตันหยง เขาจึงรีบส่งเสื้อทหารของเขามาคลุมร่างบางของเธอเอาไว้อีกเพราะตอนนี้ตันหยงสวมเพียงแค่เสื้อยืดทหารพรานเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหันไปหยิบยาออกมาพร้อมกับยื่นกระติกน้ำดื่มให้เธอด้วย

                “กินยาลดไข้ก่อนนะครับ”

                “ฉันไม่อยากกิน” ตันหยงเบือนหน้าหนีไม่ยอมรับยาจากเขามากิน “แค่ต้องใช้อุปกรณ์ผ่าตัดและกินยาแก้ปวด แก้อักเสบของหมอแก้มฉันก็รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณผู้หญิงคนนั้นมากแล้ว”

                “เวลานี้มันไม่ใช่การมาอคติกันนะตันหยง คุณต้องรักษาชีวิตของคุณเอาไว้ก่อน”

                “ฉันไม่กิน” ตันหยงยังคงดื้อและไม่เชื่อฟังเช่นเดิม ไม่เพียงแต่ไม่กินยาลดไข้เธอยังล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขาอีกจนผู้หมวดนทีไม่รู้แล้วว่าจะทำยังไงกับเธอดี

                ยิ่งดึกอากาศในป่ากลางหุบเขาแบบนี้ก็ยิ่งหนาวยะเยือก แม้แต่ไฟกองใหญ่ที่จุดเอาไว้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ร่างบางที่ได้รับพิษไข้นอนตัวสั่นเป็นลูกนก ดวงหน้าสวยคมซีดเผือดอย่างน่าใจหายเมื่อผู้หมวดเข้ามาดูอาการของเธอ ตัวเธอร้อนราวกับไฟจนเขาต้องรีบจัดการเช็ดตัวให้ แต่พอเช็ดตัวเธอกลับเพ้อออกมาว่าหนาวเขาก็ไม่รู้จะจัดการยังไงต่อ เรื่องแบบนี้คุณหมอแก้มไม่ได้สอนเขามาด้วยสิ

                “ตันหยง กินยาหน่อยนะ” เขาบอกแล้วพยายามจะป้อนยาลดไข้ให้กับเธออีก แต่ไม่ว่าจะป้อนอย่างไรคนที่ป่วยหนักก็คอยแต่จะคายทิ้งตลอดทั้งๆ ที่สติของเธอนั้นยังพอจะมีอยู่

                “คุณต้องกินยานะตันหยง ผมขอร้องล่ะ!

                “...ผู้กอง...” ว่าไงนะ

                “เลิกคิดถึงเขาซักทีจะได้มั้ย! ทำไมคุณถึงไม่คิดถึงผมบ้าง ผมไงที่รักคุณ” ผู้หมวดนทีว่าออกมาอย่างเจ็บใจจนน้ำตาคลอ เขาต่างหากที่รักเธอ ห่วงใยเธอแล้วก็หวังดีกับเธอไม่ใช่ผู้กอง ป่านนี้ผู้กองก็คงนอนกอดเมียของเขาอยู่ ไม่ได้รับรู้หรอกว่าเธอเจ็บปวดเพราะเขามากแค่ไหน เขาต้องทำยังไงตันหยงถึงจะเลิกคิดถึงผู้กองกรันณ์เสียที

                เพราะความเป็นห่วงเธอและต้องหาทางทำให้เธอกินยาให้ได้ ผู้หมวดนทีจึงไม่มีทางเลือก เขาหยิบยาลดไข้เข้ามาอมเอาไว้ในปากตามด้วยน้ำดื่มก่อนที่จะก้มลงไปประกบปากกับตันหยงเอาไว้เพื่อส่งยาเข้าทางปากที่ร้อนด้วยพิษไข้ของเธอ ตันหยงไม่สามารถคายยาทิ้งได้อีกเมื่อถูกเขาประกบปิดปากเธอเอาไว้จนเธอกลืนยาลงไปในที่สุด แต่การกระทำนี้กลับทำให้ตันหยงมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ หากแต่ไม่ได้อึ้งเพราะถูกผู้หมวดนทีป้อนยาให้ด้วยปาก เพราะพิษไข้ทำให้เธอเกิดเห็นภาพหลอน จากภาพของผู้หมวดนทีกลายมาเป็นผู้ชายอีกคนที่เธอเพ้อหา

                “คุณอยู่ที่นี่...” เธอเพ้อออกมาแล้วยื่นมือมาแตะใบหน้าของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่ผู้กองมาตามหาเธอใช่มั้ย เขามาช่วยเธอแล้ว

                “อย่าทิ้งตันหยงไปไหนอีกนะ”

                “ผมไม่ทิ้งคุณหรอกนะ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเอง” ผู้หมวดนทียิ้มบอกพลางลูบผมเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน

                “ตันหยงหนาว กอดตันหยงนะ...กอดตันหยง ตันหยงต้องการคุณ...” เธอโน้มคอชายหนุ่มที่เข้าใจว่าเป็นผู้กองกรันณ์ลงมาหา ผู้หมวดนทีจึงกอดประคองเธอเอาไว้ แล้วยิ่งเขาโน้มตัวลงมาซุกซบที่ซอกคอของเธอตันหยงก็ยิ่งมีความสุข

                “...ตันหยงรักผู้กองนะคะ” คำบอกรักของเธอทำให้เขาชะงัก ผู้กอง...นี่เธอเพ้อหาผู้กองงั้นหรอ ทำไมเขาถึงได้รู้สึกสมเพชตัวเองแบบนี้กันนะ ทุกลมหายใจเข้าออกของเธอมีแต่ผู้กองไม่ใช่เขา

                “คุณนอนเถอะ” เขาบอกแล้วจะผละออกจากเธอ หากแต่ตันหยงกลับกอดเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย        

                “อย่าไปนะ! อย่าไปนะคะผู้กอง ตันหยงไม่ให้คุณไป ตันหยงไม่ให้ผู้กองไปหาหมอแก้มนะ ตันหยงรักผู้กอง ตันหยงไม่ให้ผู้กองไป” คราวนี้เธอร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น กอดผู้หมวดนทีเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ว่าเขากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหนที่เธอเห็นเขาเป็นคนอื่นแบบนี้ เขาอยากจะผละเธอหนี แรงคนป่วยหรือจะสู้แรงเขาได้ แต่ที่เขาไม่กล้าถอยหนีจากเธอก็เพราะความหนาวมันทำให้ตันหยงไข้ขึ้นจนเพ้อหนัก ตัวของเธอร้อนเป็นไฟ หากเขาผละหนีจากเธอ เธอก็จะต้องนอนหนาวอยู่แบบนี้ ดีไม่ดีเกิดเธอช็อคขึ้นมามันจะลำบากไปกันใหญ่

                “...ผู้กองอยู่กับตันหยงนะ ตันหยงจะดูแลผู้กองให้ดีกว่าหมอแก้ม นะคะผู้กอง...” ตันหยงเอื้อมตัวขึ้นมาจูบเขาอย่างปรารถนา พิษไข้ทำให้เธอเพ้อหนักอย่างไม่ได้สติ แล้วยิ่งผู้หมวดนทีกอดเธอเอาไว้ก็ดูเหมือนเธอจะพอใจและหยุดร้องไห้ เธอกอดเขาเอาไว้แน่น สอดมือเล็กๆ เข้ามาในเสื้อของเขาแล้วลูบไล้กายหนุ่ม ผู้หมวดนทีไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี ผู้หมวดนักรักอย่างเขาไม่เคยถูกผู้หญิงโจมตีก่อนแบบนี้ อดนึกสมเพชตัวเองไม่ได้ที่ถูกเธอกอดเอาไว้อย่างปรารถนาเพราะเข้าใจว่าเป็นใครอีกคน เธอคงจะมีความสุขกับความฝันนี้มากใช่มั้ย ในฝันที่คิดว่าเขาคงจะเป็นผู้กองกรันณ์

                “ตันหยง นี่ผมผู้หมวดนทีนะ” เขาบอกเธออีก เขาไม่รู้ว่าเธอได้ยินมั้ย แต่เขาเห็นเธอยิ้มหวานตอบแต่มือก็ยังไม่หยุดลูบไล้เขา แต่เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเสียด้วย และที่สำคัญคือเขารักเธอมาก ถูกมือเล็กๆ ลูบไล้และถูกเธอจูบขนาดนี้จะไม่ให้เขารู้สึกอะไรเลยก็คงจะไม่ได้ ถึงแม้จะรู้อยู่แกใจว่าไม่ควร แต่แววตาของเธอที่เว้าวอนและเชื้อเชิญแบบนี้ก็ทำให้เขายากที่จะข่มใจฝืน อยู่ป่าห่างร้างผู้หญิงมานานแล้วพอมาถูกคนที่รักมากปลุกเร้าแบบนี้ใครกันจะไปทนได้

                ท่ามกลางความหนาวเหน็บของผืนป่าในหุบเขาพลันร้อนระอุขึ้นมาด้วยไอรักของสองชายหญิงที่ร่วมกันเสพรักอย่างเร่าร้อนที่แม้แต่ไอหนาวก็ไม่อาจทำอะไรคนทั้งคู่ได้ ผู้หมวดนทียากที่จะหักห้ามใจ เขาทำลงไปด้วยสติรับรู้ทุกอย่าง และเขาอยากจะให้ตันหยงได้รับรู้ว่านี่มันไม่ได้เกิดจากความใคร่ หากแต่มันเกิดขึ้นจากความรัก จากหัวใจทั้งดวงของเขาที่มอบให้เธอคนเดียว ไม่ว่าพรุ่งนี้เช้าจะเป็นยังไงแต่เธอก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของเขาแล้ว เขาก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ชายชาติทหารอย่างเขากล้าทำก็กล้าที่จะยอมรับ เขาจะขอเธอแต่งงานทันที ในขณะที่ผู้หมวดนทีกำลังคิดถึงการรับผิดชอบ หากแต่ตันหยงกลับกำลังมีความสุขเพราะคิดว่าผู้ชายที่เป็นสามีของเธอตอนนี้นั้นคือผู้กองกรันณ์ ตอนนี้เธอเป็นของเขาแล้ว เธอจะต้องแย่งเอาเขามาจากราชาวดีให้ได้ แต่ทว่าความสุขนี้ก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อความอบอุ่นที่เธอได้รับจากชายหนุ่มก็ทำให้ตันหยงค่อยๆ ได้สติขึ้นมาเรื่อยๆ ภาพของผู้กองกรันณ์เบื้องหน้าจางหายไปแล้วแทนที่ด้วยผู้ชายอีกคนที่เขาพร่ำบอกเธอเสมอว่าเขารักเธอมาก...

                “ผู้หมวดนที...” เธอครางชื่อเขาเสียงแผ่ว หยาดน้ำตารื้อขึ้นมาทันทีเมื่อสติที่มีทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอฝันถึง แต่ครั้งจะให้หยุดการกระทำที่ทำอยู่ก็คงจะไม่ได้เมื่อเธอถูกความวาบหวามเข้าเล่นงานจนต้องการการปลดปล่อย แทนที่จะผลักเขาหนีหากแต่เธอกลับกอดเขาเอาไว้แน่นแทนให้เขายิ่งโหมไฟรักกับเธอหนักหน่วงขึ้น ความสาวที่ตั้งใจจะเก็บเอาไว้ให้กับคนที่เธอรักกลับถูกทำลายเพราะความขาดสติของเธอเอง ธรรมชาติของชายหญิงช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้หนอ แต่จะโทษเขาก็ไม่ถูก เป็นเธอเอง...เป็นเธอเองที่เชื้อเชิญเขาด้วยความเต็มใจ

 

                เพราะได้กินยาและได้ไออุ่นจากชายหนุ่มตลอดทั้งคืนทำให้ตันหยงอาการดีขึ้นจากพิษไข้ แม้จะยังไม่มากแต่ก็พอทำให้เธอมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเดินได้ ร่างบางในชุดผ้าถุงสีเข้มสำหรับใส่อาบน้ำเดินอย่างเลื่อนลอยไปยังชายป่าอีกฟาก เหมือนคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว น้ำตาไหลอาบแก้มตลอดเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น เธอขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่เธอกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงว่าเธอกับเขานอนเปลือยเปล่ากอดกันอยู่ใต้ถุงนอน เนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยรอยจูบเป็นจ้ำยิ่งเป็นสิ่งที่เตือนให้เธอมั่นใจว่าเรื่องเมื่อคืนนี้ได้เกิดขึ้นจริงๆ ตันหยงค่อยๆ เดินลงไปในน้ำอย่างช้าๆ โดยที่ไม่รู้ว่าขณะนี้กำลังมีใครคนหนึ่งแอบจ้องมองเธออยู่พร้อมกับปืนในมือ

แสนดาจำหญิงสาวได้ว่าคือทหารพรานหญิงคนเมื่อวานนี้ เมื่อคืนตอนที่เขาพักแรมอยู่กับเหล่าลูกน้อง พอมองลงมายังหุบเขาเขาเห็นประกายไฟคล้ายกับมีใครกำลังกอกองไฟอยู่ ไหนจะแสงจากไฟฉายอีก เขาก็เลยคิดว่าบางทีทหารพรานสองคนที่ถูกเขายิงจนกลิ้งตกลงไปในหุบเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ เช้านี้เขาก็เลยแอบแกะรอยตามมา แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคาดเมื่อเห็นคนทั้งคู่นอนกอดกันอยู่ แสนดาก็เลยตีความหมายเอาว่าสองคนนี้อาจจะเป็นผัวเมียกันแน่ๆ จนกระทั่งเห็นฝ่ายหญิงเดินมาอาบน้ำห่างไกลออกจากที่พักมากขนาดนี้เขาก็เลยแอบตามมาเพื่อหวังจะเล่นงาน

ตันหยงยังคงร้องไห้เสียใจไม่หยุดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอทิ้งตัวลงไปกับสายน้ำแล้วออกแรงถูไปตามเนื้อตัวคล้ายกับจะเช็ดคราบรักเมื่อคืนนี้ออกไปให้หมด แต่ยิ่งเช็ดเธอก็ยิ่งนึกถึงจนพาลพาให้รู้สึกผิดต่อชายอีกคนที่เขาแต่งงานไปแล้ว

“ตันหยงขอโทษ ตันหยงทรยศผู้กอง เรื่องเมื่อคืนมันไม่สมควรจะเกิดขึ้น ตันหยงอยากเป็นเมียผู้กองไม่ใช่ผู้หมวดนที ตันหยงต้องการแค่ผู้กองคนเดียวเท่านั้น แค่ผู้กองกรันณ์คนเดียว ตันหยงขอโทษ” เธอร้องไห้คร่ำครวญออกมาให้คนที่แอบดูและแอบฟังสะดุดหูเมื่อได้ยินเธอเอ่ยชื่อผู้กองกรันณ์ออกมา หรือว่าเธอคนนี้จะมีส่วนเกี่ยวอะไรยังไงกับผู้กองกรันณ์กัน

                “ตอนนี้ตันหยงไม่เหลือความภูมิใจอะไรจะมอบให้ผู้กองอีกแล้ว ผู้กองจะรู้บ้างมั้ยว่าตันหยงรักผู้กองมากแค่ไหน รักมากกว่านังหมอบ้านั่นอีก แต่ตอนนี้ตันหยงไม่มีหน้ากลับไปพบผู้กองอีกแล้ว ตันหยงไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเธอทำให้แสนดาพอจะจับใจความได้ว่าเธอน่าจะแอบรักผู้กองกรันณ์ แต่เมื่อคืนนี้น่าจะมีอะไรผิดพลาดทำให้เธอเผลอไปนอนกับผู้ชายอีกคนแทน หึ! ความรักน้ำเน่า น่าขำเสียจริง แสนดาคิด แต่แล้วเขาก็ต้องรีบลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเห็นสาวที่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ค่อยๆ ทิ้งตัวลงไปกับสายน้ำจนมิดศีรษะ ตอนแรกเขาก็นึกว่าเธอจะอาบน้ำ แต่เล่นมุดน้ำลงไปนานๆ แบบนี้ท่าทางนังนี่มันจะอยากตายจริงๆ

                ตันหยงที่เสียใจและอับอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนตั้งใจจะตายจริงๆ เพราะคิดว่าชีวิตนี้อย่างไรเสียรักของเธอก็ไม่สมหวังแน่ๆ แล้วแบบนี้เธอจะอยู่ต่อไปทำไมกัน แต่แล้วในวินาทีที่เธอคิดว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะหายไปกลับมีมือของใครสักคนยื่นเข้ามาฉุดดึงเอาตัวเธอขึ้นจากน้ำจนเธอสำลักน้ำไม่หยุด ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นผู้หมวดนที แต่ทั้งพอเงยหน้าขึ้นมองหัวใจของตันหยงก็หวั่นกลัวขึ้นมาในทันทีเมื่อจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่มันจะยิงผู้หมวดนทีเมื่อวานตอนปะทะกัน ซ้ำยังเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาเมื่อไม่นานมานี้อีก

                “แก...” ตันหยงพยายามจะออกอาวุธเข้าใส่หากแต่แสนดากลับเร็วกว่าใช้สันปืนต่อยเข้าไปที่ท้องของเธอจนหญิงสาวทรุดลงไปกับพื้น ก่อนที่แสนดาจะเข้าไปนั่งยองๆ ลงข้างๆ คนที่เอามือกุมท้องตัวงออยู่กับพื้นด้วยความเจ็บและจุก สายตาคมจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาดุหน้าตาเหี้ยมอย่างสุดๆ ก่อนจะยื่นมือมาเชยคางเธอให้หันไปหา

                “อยากตายหรอคุณทหารหญิงถึงได้คิดจะฆ่าตัวตาย”

                “แกต้องการอะไร ถ้าจะฆ่าฉันก็ฆ่าเลยสิ” ตันหยงว่าอย่างชิงชัง แต่แสนดุกลับเอานิ้วแตะปากตัวเองเบาๆ เพื่อบอกให้เธออย่าส่งเสียงดัง

                “อย่าเสียงดังไปสิคุณทหาร เดี๋ยวผัวตื่นขึ้นมาจะแย่เอานะ”

                “แกต้องการอะไร แสนดา”

                “โอ๊ะ! นี่ฉันดังขนาดคุณทหารหญิงรู้จักด้วยหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ ถูกใจจริงๆ เชียว” แสนดาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างชอบใจ แล้วจ้องอีกฝ่ายนิ่งก่อนจะดึงการ์ดแต่งงานของผู้กองกรันณ์กับราชาวดีออกมา ตันหยงได้แต่มองการ์ดในมือแสนดาอย่างไม่เข้าใจว่าแสนดาไปได้มันมาได้ยังไง

                “รู้จักผัวเมียคู่นี้มั้ย” แสนดาถาม ตันหยงจึงเบือนหน้าหนี

                “ไม่รู้จัก” เพราะคิดว่าแสนดาต้องมีความแค้นอะไรกับผู้กองกรันณ์แน่ๆ แล้วแบบนี้เธอจะปล่อยให้เขาเป็นอันตรายได้อย่างไร

                แสนดาแค่นยิ้มออกมาที่มุมปาก ท่าทางนังนี่มันจะปากแข็ง คงกลัวว่าเขาจะไปเล่นงานไอ้ผู้กองกรันณ์ล่ะสิท่า ผู้หญิงจะอ่อนแอที่สุดก็ตอนอกหักนี่แหละ แล้วพออ่อนแอขึ้นมามันก็ง่ายต่อการใช้เป็นเครื่องมือ

                “ฉันไม่ได้สนใจผู้ชายในภาพ ฉันต้องการแค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้หญิงที่เป็นหมอชื่อราชาวดี” พอได้ยินแสนดาว่าตันหยงก็หันกลับมามองเขาอีกทันที ว่ายังไงนะ มันต้องการตัวราชาวดีอย่างนั้นหรอ...

                “ฉันได้ยินเธอร้องไห้คร่ำครวญเมื่อกี้นี้ ท่าทางเธอจะรักไอ้ผู้กองคนนี้มาก แต่...มันมีเมีย แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ”

                “...แกหมายความว่ายังไง” ตันหยงพอจะเข้าใจในความหมายของแสนดา แต่ก็ถามออกไปอีกเพื่อความมั่นใจโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกแสนดาหลอกใช้

                “ก็ร่วมมือแยกสองคนนี้ออกจากกันยังไงล่ะ ฉันต้องการตัวหมอราชาวดี แค่หมอคนเดียว ถ้าเธอช่วยฉันลักพาตัวหมอไปที่ฝั่งพม่าได้มันก็จะเป็นผลดีกับเธอไม่ใช่รึยังไง ได้กำจัดเมียไอ้ผู้กองให้พ้นหูพ้นตาไปได้ แล้วทีนี้เธอก็จะได้ครอบครองไอ้ผู้กองนี่คนเดียว เห็นมั้ย ฉันได้เธอได้ เราไม่ได้เสียอะไรเลย”

                ข้อเสนอของแสนดาทำให้ตันหยงที่อยากจะกำจัดราชาวดีอยู่แล้วเริ่มจะเห็นด้วย นั่นสินะ มีคนมาช่วยแบบนี้มันต้องดีอยู่แล้วแน่ๆ ช่วยแสนดาจับราชาวดีไปฝั่งพม่า ไม่เพียงแต่จะได้กำจัดราชาวดีเฉยๆ แต่เธอยังจะได้เอาคืนแก้แค้นให้ราชาวดีต้องเจ็บปวดอีก ให้ไปเป็นเมียโจรค้ายาเสพติดตกนรกทั้งเป็นอยู่ที่นั่นแค่คิดก็สะใจนักแล้ว ส่วนผู้กอง...ผู้กองก็จะต้องเป็นของเธอคนเดียว เธอจะหาทางเอาชนะใจเขาให้ได้ จะทำให้เขาลืมราชาวดีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้         

                “แกจะไม่ทำร้ายผู้กองของฉันใช่มั้ย”

                “ก็บอกแล้วไงว่าฉันต้องการแค่ตัวหมอคนเดียว ฉันไม่เคยรู้จักไอ้ผู้กองคนนี้มาก่อน ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ถ้าเธอรับปากจะร่วมมือกับฉัน ฉันจะไม่แตะต้องไอ้ผู้กองเด็ดขาด” แสนดาแสร้งทำเป็นไม่สนใจผู้กองกรันณ์ ทั้งๆ ที่คนที่เขาต้องการจะเล่นงานจริงๆ ก็คือผู้กองกรันณ์ต่างหาก ราชาวดีน่ะเป็นแค่ของแถมเท่านั้น

                “ได้ แต่แกต้องรับปากฉันด้วยว่าจะพานังหมอนี่ไปให้ไกลแสนไกล อย่าให้ใครตามตัวมันได้ อย่าให้โอกาสมันได้กลับมาหาผู้กองอีกเด็ดขาด”

                “แน่นอน สวยขนาดนี้ใครจะปล่อยให้หลุดมือกัน” แสนดายิ้มกับภาพของราชาวดีอย่างปรารถนา ยิ่งเห็นแบบนี้ตันหยงก็ยิ่งได้ใจยิ้มเยาะตามออกมา ช่วยไม่ได้นะหมอแก้ม ถ้าหมอไม่มายุ่งกับผู้กองของฉัน ฉันก็ไม่ได้อยากจะทำกับหมอแบบนี้หรอก ผู้กองควรจะเป็นของฉันมาตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมาฉันให้หมอได้มีความสุขอยู่กับผู้กองของฉันมามากพอแล้ว ถึงทีที่ฉันต้องทวงเอาเขาคืนมาจากหมอแล้วล่ะ

 

                ผู้หมวดนทีตกใจไม่น้อยที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นตันหยงจนอดคิดไปเรื่อยไม่ได้หรือว่าเธอจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้จึงได้หนีไป แต่ครั้งพอเขาจะออกตามหาเธอก็ค่อยโล่งใจหน่อยที่เห็นเธอเดินกลับมาหาจากป่าอีกฟาก รอยยิ้มอ่อนโยนของชายหนุ่มแย้มออกมาทันทีขณะเดินเข้าไปหาเธอ ความรักที่มีให้เธอตอนนี้ยิ่งทวีมากขึ้น เธอจะรู้บ้างมั้ยว่าเมื่อคืนนี้เขามีความสุขมากแค่ไหน

                “ผมตกใจหมดเลยที่ไม่เห็นคุณอยู่ที่นี่” เขาพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปกอดตันหยงเอาไว้แนบอกแกร่งที่เปลือยเปล่า ก็ตอนนี้เธอเป็นเมียของเขาแล้ว แล้วทำไมเขาถึงจะกอดเธอไม่ได้กัน

                ตันหยงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ที่เธอไม่ได้รังเกียจอ้อมกอดของเขาเลย ทุกๆ สัมผัสของเขาทั้งอ่อนโยนและอบอุ่นแบบที่เธอไม่เคยได้สัมผัส แก้มนวลแดงปลั่นเรื่อสีขึ้นมาทันทีเมื่อยามคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้

                “...ฉันไปอาบน้ำมา” เธอตอบเสียงแผ่ว ผู้หมวดนทีก็ยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น ดีใจที่เธอไม่ได้หนีเขาไปอย่างที่เขาคิด

                “ผมขอโทษนะครับสำหรับเรื่องเมื่อคืน...ผมจะรับผิดชอบตันหยงทุกอย่างเอง ต่อจากนี้ไปให้ผมได้ดูแลตันหยงนะ ตันหยงแต่งงานกับผมนะครับ” เขาขอเธอแต่งงานในทันทีก่อนจะคุกเข่าลงไปกับพื้นลานหินริมธารน้ำ แหวนญาติวงสวยที่เขาพกติดกายตลอดเพื่อรอจะมอบให้ใครสักคนค่อยๆ ถูกบรรจงสวมเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้ายของตันหยง ซึ่งขนาดของแหวนมันพอดีกับนิ้วของเธอราวกับว่ามันสมควรจะเป็นของเธอมาตั้งแต่แรก

                “แต่งงานกับผมนะ” เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับเธอ ตันหยงจึงยกมือของตัวเองขึ้นมาเพื่อดูแหวนญาติของเขา แต่...เธอไม่ได้อยากได้แหวนญาติวงนี้ เธออยากได้แหวนญาติวงที่ราชาวดีสวมอยู่ตอนนี้ต่างหาก แหวนญาติที่ใส่คู่กับแหวนแต่งงานของราชาวดีต่างหากที่เธออยากได้

                “ฉันยังไม่พร้อม” เธอพูดขึ้นมาทำให้รอยยิ้มของผู้หมวดนทีค่อยๆ จางหายไป “ผู้หมวดเอาแหวนของผู้หมวดคืนไปเถอะ เอาไปให้คนอื่นก็ได้ ส่วนเรื่องเมื่อคืน...มันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแล้วฉันก็ไม่อยากจะจำด้วย ผู้หมวดไม่ต้องรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันไม่โทษหรือโกรธอะไรผู้หมวดทั้งนั้น เราลืมมันไปให้หมดเถอะนะ” ว่าจบตันหยงก็ถอดแหวนญาติคืนให้เขาก่อนจะเดินเลี่ยงกลับไปยังที่พักเพื่อแต่งตัวด้วยชุดทหารพรานเช่นดังเดิม ตอนนี้เธอเริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้ว ความหวังที่จะได้ผู้กองกลับคืนมา ถึงผู้หมวดนทีจะเป็นคนดีแต่เธอก็ไม่ได้รักเขา เรื่องเมื่อคืนนี้เธอจะลืมมันไปให้หมด

                ในขณะที่ผู้หมวดนทีได้แต่มองแหวนญาติของตัวเองด้วยความเจ็บปวด ความรักของเขามันน้อยไปใช่มั้ยเธอถึงได้ไม่เห็นค่า เมื่อไหร่กันตันหยง เมื่อไหร่กันเธอถึงจะมองเห็นความรักที่เขามีให้ ทำไมเธอถึงไม่รักคนที่เขารักเธอล่ะ ทำไมเธอถึงยังต้องไปหวังปองคนที่เขามีเมียแล้วและเขาก็ไม่เคยสนใจเธอเลย ถ้าได้เขามาครองแล้วยังไง เธอจะมีความสุขงั้นหรอ เธอไม่เข้าใจรึยังไงว่าผู้กองกรันณ์รักแค่เมียของเขา เธอจะไม่มีวันเอาชนะใจของเขาได้หรอก

**************************************************************************************
คู่ของผู้หมวนทีกับตันหยง ไรท์วางพล็อตเอาไว้แล้วว่าสุดท้ายจะลงเอยกันแบบไหน รอลุ้นเอานะคะ ไม่บอก หลอกให้เดากันไปก่อน (ไม่มีใครเดาถูกแน่ๆ อิ๊ๆ ^0^)



ปล. ไรท์เป็นไข้หวัดมาจะครบอาทิตย์แล้ว รีดทุกท่านรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1216 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 14:37
    เสียดายหมวดนทีจริงๆที่รักยัยโรคจิต
    #1216
    0
  2. #517 น้ามมม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:47

    อย่าให้คู่กันเลย สงสารหมวดนที อยากให้เจอผู้หญิงดีๆๆ

    #517
    0
  3. #68 Fararame (@Fararame) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 10:45
    ขุดหลุมฝังตัวเองไปอีกตันหยง ตายไปเลยยยย
    #68
    0
  4. วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 04:49
    ไรท์เคยบอกว่ามีคนนึงต้องสูญเสีย ต้องเป็นหมวดนทีแน่ๆ ที่ปกป้องตันหยงจนตายเอง
    #67
    1
  5. #66 Thank--->tank (@tank1995) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:35
    หวังว่าตันหยงจะกลับใจนะ
    #66
    1