ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 17 : นางไม้ถูกรังแก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 461 ครั้ง
    6 มี.ค. 62


17.นางไม้ถูกรังแก


                ผู้หญิงมีความรักและกำลังจะแต่งงานมักจะดูสวยขึ้นเสมอผู้พันคีรินทร์เห็นท่าว่าจะจริงเมื่อเห็นน้องสาวของตนดูจะดูแลตัวเองดีเป็นพิเศษทั้งทาครีมบำรุงผิวบ่อยๆ มาร์กหน้าก่อนนอนด้วย เส้นผมแต่ละเส้นของเธอก็หอมฟุ้ง คงจะอยากสวยเอาใจเจ้าบ่าวของตัวเองล่ะสิท่า นี่ก็เห็นว่าผู้กองหนุ่มจะเลื่อนวันกลับจากวันนี้เป็นพรุ่งนี้เช้าเพราะจะเข้าไปดูความคืบหน้าในการจัดเตรียมงานแต่งที่กรุงเทพฯ ก่อนด้วย คนที่รอคนรักมาทั้งวันนึกว่าเขาจะกลับมาวันนี้เลยหน้าหงอยยิ้มไม่ออกเลยทีเดียว

                “นี่ผู้หมวดไกรจักมาจะมาพรุ่งนี้ใช่มั้ย” เขาถามเธอขณะที่เธอกำลังจัดชุดปฐมพยาบาลและยารักษาโรคเบื้องต้นใส่กล่องอยู่ เพราะทางตำรวจตระเวนทำเรื่องมาขอยารักษาโรคเพิ่ม ที่ฐานปฏิบัติการของทหารพรานไม่ได้ขาดแคลนยาอยู่แล้วราชาวดีจึงจัดการเตรียมยารักษาโรคให้เหล่าตำรวจ ตชด. จนดึกดื่น

                “ค่ะ ก็ขอให้มาถึงก่อนพี่รันแล้วก็กลับออกไปก่อนที่พี่รันจะมานะคะ สองคนนี้เจอกันทีไรทำท่าจะฆ่ากันทุกที”

                “ผู้หมวดไกรจักรเขาเป็นคนดี จะมีก็แต่ไอ้รันนี่แหละที่บ้าหึงไม่เข้าเรื่อง”

                “พี่ภูจะว่าพี่รันเป็นคนไม่ดีงั้นสิ”

                “ใช่”

                “ถ้าเขานิสัยไม่ดีแล้วยกน้องสาวให้เขาทำไมกัน”

                “จำใจยกให้ไปงั้นๆ แหละ” ผู้พันหนุ่มว่าอย่างไม่จริงจังขณะช่วยน้องสาวจัดยาใส่กล่อง แต่ยังไม่เสร็จดีก็ต้องออกจากห้องพยาบาลไปเมื่อมีอาสาสมัครทหารพรานนายหนึ่งมาตามบอกว่าเหมือนจะมีคนแอบลอบเข้ามาที่ฐานจนตอนนี้เหล่าทหารพรานออกมาตามหาคนร้ายกันใหญ่

                “มีคนร้ายลอบเข้ามาจริงๆ หรอคะ” เธอออกมาถามทหารพรานนายหนึ่งที่ผู้พันคีรินทร์สั่งให้มาเฝ้าหน้าห้องพยาบาลเอาไว้ขณะที่เขาออกไปตามหาคนที่แอบเข้ามาภายในฐาน

                “เปล่า คนร้ายที่ไหนไม่มีทั้งนั้นแหละ” ทหารพรานคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องพยาบาลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ราชาวดีกลับรู้สึกคุ้นในน้ำเสียงของเขามาก ก่อนที่ทหารพรานนายนี้จะเดินเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างใจเย็นด้วยท่าทีไม่น่าไว้ใจ ราชาวดีจึงรีบถอยหนีไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อหยิบปืนพกที่ผู้พันคีรินทร์ให้เธอถือติดตัวเอาไว้

                “...พี่หมอ” เธอเรียกอีกฝ่ายอย่างมั่นใจว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ ทหารพรานนายนี้จึงถอดหมวดสีดำที่สวมอำพรางใบหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวเนียนของหมอหนุ่ม เพราะตอนนี้เป็นเวลาดึกไม่น้อย อีกทั้งไม่มีไฟฟ้าให้แสงสว่างได้อย่างทั่วถึง ผู้พันคีรินทร์จึงไม่ทันได้สังเกตว่าลูกน้องที่เขาสั่งให้มารักษาความปลอดภัยที่ห้องพยาบาลจะเป็นคนร้ายที่แอบลอบเข้ามาเสียเอง

                “พี่หมอมาที่นี่ได้ยังไง ต้องการอะไรคะ”

                “ได้ข่าวว่าไอ้ผู้กองมันไม่อยู่ พี่กลัวน้องแก้มจะเหงาก็เลยมาหา”

                “ออกไปนะพี่หมอ ไม่เห็นหรอว่าข้างนอกพวกทหารกำลังตามหาตัวพี่กันอยู่”

                “พี่ปลอมตัวมาขนาดนี้พวกมันคงนึกไม่ถึงหรอก” ไตรทศว่า ราชาวดีที่กำลังหยิบปืนออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานยังไม่ทันจะได้เล็งปืนขึ้นขู่เขาเลยไตรทศก็ปรี่เข้ามาจนประชิดตัวเธอแล้วปัดมือเธออย่างแรงจนปืนหล่นลงพื้นก่อนที่เขาจะเหวี่ยงหญิงสาวจนเธอล้มลงไปกับพื้นห้องพยาบาลอย่างแรง

                “กล้ามากนะที่เอาการ์ดแต่งงานมาหยามพี่ ทำไม คิดว่าได้ผัวใหม่เป็นทหารแล้วพี่จะกลัวงั้นหรอ” ไตรทศตามเข้ามาบีบแก้มนวลอย่างแรงจนราชาวดีเจ็บน้ำตาไหลแต่ก็ดิ้นหนีไม่ได้

                “พี่หมอต้องการอะไร มาฆ่าแก้มหรอ”

                “ฉันจะทำกับแกมากกว่าฆ่าให้ตายซะอีกนังเด็กอวดดี!!!

                เพี๊ยะ!!! ราชาวดีถึงกับล้มฟุบลงไปกับพื้นเมื่อถูกตบอย่างแรงที่แก้มนวล เลือดจำนวนมากไหลออกมาจากมุมปากเป็นทางยาว ไตรทศจึงเข้ามาจิกกระชากผมของเธอขึ้น ยิ่งคำพูดจาที่พูดกับเธอต่างออกไปจากทุกทีมากราชาวดีก็ยิ่งกลัวเขา

                “แกอยากลองดีกับคนอย่างฉันเองนะ แกกล้ามากที่ปฏิเสธฉัน แกไม่รู้หรอว่าถ้าแกรักฉันแล้วแกห้ามเลิกรักจนกว่าแกจะตาย แกไม่มีสิทธิ์หนีฉันถ้าฉันไม่ได้ไล่แกไป!!!

                “ทำแบบนี้แล้วคิดว่าแก้มจะสนใจพี่หรอ...ยิ่งทำแบบนี้แก้มก็ยิ่งเกลียดพี่” ราชาวดีว่าก่อนจะผลักไตรทศหนีแล้วจะตะโกนให้คนข้างนอกเข้ามาช่วย

                “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วย...”

                ตุ๊บ!!! คราวนี้ราชาวดีถึงกับทรุดนิ่งลงไปกับพื้นเมื่อถูกไตรทศชกเข้าให้ที่ท้องอย่างจังจนเธอทั้งเจ็บแล้วก็จุกจนแทบจะหายใจไม่ไหวด้วยซ้ำ เธอช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้เมื่อยังคงนอนตัวงอเอามือกุมท้องตัวเองเอาไว้อยู่กับพื้นห้องพยาบาล

                “ช่วย...ด้วย...ช่วย...ด้วย...” เธอพยายามจะเอ่ยเรียกให้คนช่วย แต่ใครกันจะไปคาดถึงว่าคนที่แอบลอบเข้ามาที่ฐานจะมาที่ห้องพยาบาล เหล่าทหารทั้งหลายจึงพากันแบ่งกำลังจำนวนมากไปเฝ้าคลังเก็บอาวุธเอาไว้ ส่วนที่เหลือก็ยังคงตามหาตามพื้นที่อื่นๆ ของฐานอยู่

                “ไม่มีใครเขาได้ยินแกหรอกนังตัวดี” ไตรทศว่าแล้วถอดเข็มขัดกางเกงออก ทำให้ราชาวดีพยายามจะตะกายหนีเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่เธอก็ขยับตัวได้ไม่มาก รู้สึกรังเกียจหมอหนุ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าครั้งหนึ่งเธอจะเคยหลงรักเขาจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว

                “คงดีใจที่จะได้แต่งงานจนเนื้อเต้นล่ะสิ เอาน่า ฉันไม่ฆ่าแกหรอก ฉันจะให้แกได้เข้าพิธีแต่งงานกับไอ้ผู้กองมันอยู่ แต่ว่า...ก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานกับมัน พี่ว่าน้องแก้มคนสวยมาเข้าหอกับพี่ก่อนเถอะนะ สวยๆ แบบนี้ถ้าพี่ปล่อยให้หลุดมือไปโดยที่ยังไม่ได้ชิมก็น่าเสียดายแย่ เอาน่า แก้มเองก็เคยรักพี่ อยากเป็นเมียพี่จนตัวสั่นไม่ใช่หรอ”

                “...อย่านะ” ราชาวดีว่าแล้วพยายามปัดมือไตรทศที่กำลังลูบไล้สะโพกของเธอออกอย่างรังเกียจ ไม่หรอก เธอจะไม่มีวันให้ใครมาแตะต้องตัวของเธอเด็ดขาดนอกจากพี่รันของเธอคนเดียว เธอจะไม่ยอมให้ใครมาหยามเธอแล้วก็คนรักแน่

                “อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉันนะ ไอ้หมอชั่ว!

                “ชั่วงั้นหรอ!” ไตรทศบีบคอเธอขึ้นทันที แม้จะกลัวแค่ไหนแต่ที่ราชาวดีกลัวมากที่สุดก็คือการถูกหยาม พี่รันของเธอพยายามทะนุถนอมตัวเธอเอาไว้เพื่อเข้าพิธีลอดซุ้มกระบี่กับเขา เธอจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองต้องแปดเปื้อนเด็ดขาด

เพี๊ยะ!!! ราชาวดีล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไตรทศกลับไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสลุกขึ้นมานั่งเมื่อเขาโถมตัวเข้าไปหาเธอจนราชาวดีต้องดิ้นหนีสุดชีวิต

                “มึงกล้าดียังไงมาว่ากูชั่ว มึงจะลองดีกับกูใช่มั้ยฮะ! ว่ากูชั่วดีนักคืนนี้แหละมึงจะได้มีผัวชั่วๆ แบบกู!

                “ไม่!” ราชาวดีทั้งผลักทั้งข่วนอีกฝ่ายจนไตรทศชักจะรำคาญเธอจึงชกเข้าให้ที่ท้องของเธออีกรอบ คราวนี้ทำให้ราชาวดีไม่มีแม้แต่แรงจะเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ไม่มีแม้แต่แรงจะดิ้นหนี กลัว...เธอกลัวเหลือเกิน เธอจะทนได้ยังไงถ้าตัวเองต้องแปดเปื้อนเพราะคนเลวๆ คนนี้ แล้วพี่รันล่ะ พี่รันของเธอกำลังจะถูกหยาม

                เธอรังเกียจที่ไตรทศโน้มตัวลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอของเธอ รังเกียจที่มือของมันลูบไล้สะโพกผ่านผ้าซิ่น รังเกียจที่มันจะจับหน้าอกของเธอจนเธอต้องคอยยกมือปัดป้องไปมาก่อนที่จะเหลือบไปเห็นปืนพกที่ถูกไตรทศปัดตกเมื่อก่อนหน้านี้ ราชาวดีจึงเอื้อมมือไปหยิบปืนมา ปืนที่พี่ชายของเธอบังคับให้เรียนยินเกือบทุกวัน นี่คงถึงเวลาที่เธอต้องใช้มันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองแล้ว

                ปัง!!! เสียงปืนดังลั่นขึ้นเมื่อเธอตั้งใจจะยิงไตรทศ แต่ก็อ่อนแรงเกินไปอีกทั้งไตรทศยังไหวตัวทันผลักปืนในมือเธอออก ปืนจึงลั่งขึ้นหลังคาห้องพยาบาลแทน

                “มึงจะฆ่ากูหรอฮะ!!!” ไตรทศกระชากปืนในมือเธอไปโยนทิ้งแล้วบีบคอราชาวดีแน่น เมื่อคิดว่าถ้าเขาไม่ได้เธองั้นคนอื่นก็อย่าได้เลย ถ้าราชาวดีตายไอ้ผู้กองกรันณ์มันคงได้ตายทั้งเป็นแน่ ราชาวดีพยายามจะข่วนมือของเขาเต็มแรง แต่แรงที่บีบคอเธอมันก็ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วน จนคิดว่าตัวเองจะต้องตายแน่ๆ ก่อนที่จะมีเสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

                “คุณหมอ!!!

                ผลัวะ!!! ไตรทศถูกเตะเข้าที่ปลายคางอย่างเต็มแรงทันทีเมื่อผู้หมวดคณินได้ยินเสียงปืนที่นี่แล้วรีบวิ่งมาถึงเป็นคนแรกและทันได้เห็นไอ้หมอชั่วคนนี้มันกำลังบีบคอหญิงสาวอยู่

                “ไอ้สารเลว!!!” ผู้หมวดหนุ่มเหวี่ยงหมัดใส่ไตรทศอีกครั้ง ผู้พันคีรินทร์กับผู้หมวดนทีที่เพิ่งจะตามมาถึงตกใจไม่น้อยที่เห็นราชาวดีถูกทำร้ายแบบนี้ ก่อนที่ผู้พันหนุ่มจะรีบวิ่งเข้ามาหาน้องสาว

                “พี่ภู” ราชาวดีโผเข้ากอดเขาทันทีด้วยความกลัวจนตัวสั่น คิดว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว เธอร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวให้ผู้พันคีรินทร์ต้องกอดเธอเอาไว้แน่นกับอก ไม่คิดเลยว่าไอ้คนที่ลอบเข้ามาที่ฐานจะเป็นไตรทศเอง มันปลอมตัวเป็นทหารพรานเข้ามาถึงได้ไม่มีใครเอะใจตั้งแต่แรก เป็นเขาเอง เป็นเขาเองที่ปล่อยน้องสาวเอาไว้คนเดียวทั้งๆ ที่ผู้กองกรันณ์ฝากเขาให้ดูแลเธอแล้วแต่เขาก็ทำไม่ได้

                “ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรพี่อยู่นี่แล้ว แก้มปลอดภัยแล้วนะ”

                “แก้มกลัว...มัน...มันจะปล้ำแก้ม”

                “ว่าไงนะ” ผู้พันหนุ่มและผู้หมวดทั้งสองว่าขึ้นพร้อมกัน จากที่ผู้หมวดคณินกำลังเล่นงานไตรทศอยู่ พอรู้ว่ามันตั้งใจจะมารังแกหญิงสาวถึงที่ฐานผู้หมวดนทีก็เข้าไปเล่นงานไตรทศด้วยอีกคนอย่างเจ็บใจ ทำไมกัน ทหารอยู่กันเยอะแยะแต่ผู้หญิงแค่คนเดียวก็ไม่มีปัญญาดูแลปกป้อง ถ้าผู้กองรู้เขาจะมีหน้าไปสู้หน้าผู้กองกรันณ์ได้อย่างไร

                “แต่มันยังไม่ได้ทำอะไรแก้มใช้มั้ย” ผู้พันคีรินทร์ถามพลางสำรวจตัวน้องสาวอย่างถ้วนทั่ว เบาใจที่เห็นว่าเสื้อผ้าของเธอยังเรียบร้อยดีอยู่ จะมีก็รอยช้ำที่แก้มนวลและคอเล็กๆ ของเธอเท่านั้น

                “แก้มไม่เป็นไร แก้มจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้แก้มแปดเปื้อนแล้วหยามพี่รันหรอก ไม่มีวัน...” เธอว่าอย่างเจ็บใจและอ่อนแรง แต่ก็กอดผู้เป็นพี่ชายไม่ยอมปล่อยด้วยความกลัวและขวัญเสีย แต่ครั้งพอผู้พันคีรินทร์จะประคองเธอลุกขึ้นร่างบางที่ร้องไห้จนตัวสั่นอย่างหวาดกลัวก็ทรุดตัวลงไปกับพื้นและหมดสติไปทันที ผู้พันคีรินทร์จึงต้องช้อนอุ้มตัวเธอขึ้นอย่างทะนุถนอมด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิดยิ่งนักที่เขาปล่อยให้เธอคลาดสายตาจนถูกทำร้ายแบบนี้

                “คุณหมอปลอดภัยดีใช่มั้ยครับผู้พัน” ผู้หมวดคณินถามขึ้นขณะจับไตรทศที่ถูกเล่นงานจนสลบใส่กุญแจมือเอาไว้อย่างแน่นหนา

                “โชคดีที่หมวดเข้ามาช่วยทันซะก่อนมันเลยยังไม่ได้แตะต้องน้องผม”

                “โห โชคดีตรงไหนครับผู้พัน ถึงจะไม่ได้ถูกมันปล้ำแต่ก็ถูกมันทำร้ายขนาดนี้ พรุ่งนี้ผู้กองก็กลับมาแล้วด้วย ผมได้โดนสั่งซ่อมหนักแน่ๆ” ผู้หมวดนทีว่าอย่างหวาดๆ เมื่อนึกถึงผู้กองหนุ่ม แค่ใครแซวคุณหมอคนสวยผู้กองกรันณ์ก็เล่นงานหนักแล้ว แล้วถ้ายิ่งมาทำร้ายคุณหมอว่าที่เจ้าสาวของผู้กองแบบนี้หมอไตรทศได้ชะตาขาดแน่ๆ ผู้กองกรันณ์ยิ่งเป็นคนที่เกลียดการรังแกผู้หญิงอยู่ซะด้วยสิ

                “จะโดนก็สมควรนี่ อยู่กันตั้งหลายร้อยคน แค่ผู้หญิงคนเดียวก็ไม่มีปัญญาปกป้องกัน” ผู้หมวดคณินเองก็คิดแบบเดียวกับผู้หมวดนที แต่ผู้พันคีรินทร์สิยิ่งคิดหนัก น้องสาวของตัวเองแท้ๆ ก็ดูแลไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผู้กองกรันณ์อุตส่าห์ฝากเธอเอาไว้กับเขา นี่หากผู้กองกรันณ์อยู่เขาคงไม่มีทางปล่อยให้เธอต้องเป็นอันตรายแบบนี้แน่ๆ

                “ขังมันเอาไว้ให้ดีผู้หมวด รอพรุ่งนี้ให้ผู้กองกรันณ์มาจัดการมันต่อเอง” เขาสั่งผู้หมวดก่อนจะอุ้มเอาน้องสาวกลับไปที่บ้านพักท่ามกลางทหารหลายนายที่รอดูสถานการณ์อยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น สงสัยว่าทำไมผู้พันถึงอุ้มน้องสาวที่หมดสติกลับบ้านแบบนี้ นี่คุณหมอคนสวยแสนใจดีของพวกเขาเป็นอะไรไปใครกันที่มันกล้ามาทำร้ายคนรักของผู้กองกรันณ์ถึงที่นี่ มันเอาอะไรคิดกันถึงได้มาลองดีทำร้ายคนรักของปิศาจที่ปกครองที่นี่ มันคงไม่อยากตายดีแล้วสินะ เหล่าทหารพรานคิดกัน

 

                เมื่อกลับมาถึงบ้านพักผู้พันคีรินทร์ก็รีบสำรวจเนื้อตัวของน้องสาวอีกครั้งทันทีเพื่อความแน่ใจว่าเธอปลอดภัยจริงๆ ก่อนที่จะเช็ดตัวแล้วก็เปลี่ยนชุดให้ แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยช้ำที่บริเวณท้องของน้องสาว ดูแป๊บเดียวเขาก็รู้ว่าไอ้สารเลวนั่นมันต่อยที่ท้องของเธอ...จุดอ่อนของผู้หญิง ถึงว่าสิเขาไม่ได้ยินเสียงเธอกรีดร้องออกมา ถ้าหากไม่มีเสียงปืนดังขึ้นป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ยิ่งเห็นร่องรอยการถูกทำร้ายของน้องสาวผู้พันหนุ่มก็ยิ่งเจ็บใจที่ตัวเองดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าที่ควร เขาปล่อยให้น้องสาวของเขาถูกไอ้หมอเวรนี่ทำร้ายมาหลายครั้งแล้ว ทั้งที่เธอเคยพยายามฆ่าตัวตายเพราะมันแล้วไหนจะตอนนี้อีก น้ำตาลูกผู้ชายที่เก็บกลั้นเอาไว้ไม่ให้ลูกน้องได้เห็นค่อยๆ ไหลออกมา ทั้งเจ็บใจตัวเองและสงสารน้องสาวยิ่งนัก

                “พี่ขอโทษ พี่ขอโทษนะแก้ม” เขาบอกเธอที่ยังหมดสติอยู่ นี่ถ้าผู้กองกรันณ์รู้ว่าเธอถูกทำร้ายเขาจะคลั่งมากแค่ไหน ตลอดเวลาที่ผู้กองกรันณ์อยู่กับหญิงสาวนับตั้งแต่ตอนที่เริ่มจีบกันมาจนถึงทุกวันนี้ผู้กองกรันณ์ไม่เคยทำให้น้องสาวเขาบอบช้ำเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นช้ำที่ตัวหรือหัวใจก็ตาม รอยช้ำเดียวที่เขาเคยเห็นก็คือรอยจูบเท่านั้น หรือแม้แต่คำพูดที่เขาพูดกับเธอก็ยังสุภาพและอ่อนโยน แล้วนี่เขาจะกล้าสู้หน้ารุ่นน้องของเขาได้ยังไงกัน เขาปล่อยให้น้องสาวถูกทำร้ายจนเจ็บตัวขนาดนี้

                “...พี่รัน...พี่รัน...” ยิ่งได้ยินเธอเพ้อหาคนรักเขาเองก็ยิ่งรู้สึกผิดจนอยากจะออกไปฆ่าไตรทศเสียเดี๋ยวนี้ ไอ้สารเลวหน้าตัวเมีย คนอย่างมันอยู่ไปก็รกโลก

 

 

                ทันทีที่ทุกคนในฐานเห็นรถกระบะสีดำคันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดที่ฐานในตอนเช้า ต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ผู้เป็นเจ้าของรถเลยสักคน ครั้งเมื่อร่างสูงของผู้เป็นเจ้าของรถเดินลงมายิ่งแทบจะไม่มีใครสบตาเขาให้ผู้กองหนุ่มชักสีหน้าใส่ที่วันนี้ลูกน้องของเขาลืมระเบียบวินัยไปหมดแล้วรึยังไงถึงได้ไม่มีใครเข้ามารับเขาหรือทำความเคารพ

                “สั่งซ่อมมันยกฐานเป็นไง” เขาบ่นออกมาก่อนจะหันกลับไปหยิบข้าวของในรถ ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีที่เกี่ยงกันเดินเข้ามาหาเขาถึงกับหน้าซีดทันทีที่ได้ยินผู้กองหนุ่มบ่นออกมาว่าจะซ่อมพวกเขายกฐาน

                “อ้าวหมวดมากันพอดีเลย ผมซื้อเสบียงมาเพิ่มตั้งเยอะแยะ ในลังน้ำแข็งใหญ่น่ะเอาไปไว้ที่โรงครัวนะ ส่วนลังน้ำแข็งใบเล็กเอาไปไว้ที่บ้านผู้พัน ผมจะบำรุงว่าที่เจ้าสาวของผมซักหน่อย” ว่าที่เจ้าบ่าวบอกอย่างอารมณ์ดีเมื่อยามนึกถึงว่าที่เจ้าสาวคนสวยของตัวเอง แต่ผู้หมวดทั้งสองกลับยังเอาแต่เกี่ยงกันอยู่ว่าใครจะเป็นคนรายงานเรื่องเมื่อคืนนี้ให้ผู้บังคับบัญชาฟัง

                “มีอะไรรึเปล่า เกี่ยงอะไรกัน” ผู้กองกรันณ์หันมาถามอย่างจับผิดเมื่อรู้สึกว่าเช้าวันนี้ที่ฐานของเขามันดูแปลกๆ ชอบกล ลูกน้องไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาเลย

                “เออ คือว่า...” ผู้หมวดคณินที่ถูกเพื่อนคู่หูผลักให้ออกมาเผชิญหน้ากับผู้กองหนุ่มเริ่มพูดขึ้น

                “มีอะไรก็พูดมา ตอนนี้ผมกำลังอารมณ์ดีอยู่ ถ้าผมโมโหขึ้นมาอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ” ยิ่งพูดแบบนี้ผู้หมวดทั้งสองก็ยิ่งกลัว แต่จะไม่รายงานก็ไม่ได้ ผู้หมวดคณินจึงกลั้นใจพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

                “เมื่อคืนเกิดเรื่องไม่ดีครับ มีคนลอบเข้ามาทำร้ายคุณหมอแก้ม”

                คำรายงานของลูกน้องทำให้แววตากึ่งดุกึ่งใจเย็นไหววูบก่อนจะไร้แววทันที ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแข็งกร้าวจนดูน่ากลัวก่อนที่เขาจะรีบตรงไปยังบ้านพักของผู้พันคีรินทร์ทันทีเมื่อคิดว่าคนที่ทำร้ายเธออาจจะเป็นแสนดาที่แค้นเขาจัด แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะไหวตัวมาแก้แค้นเขาได้ไวแบบนี้ นี่มันทำอะไรน้องนางไม้ของเขากัน ถ้ามันแตะต้องเธอแม้แต่น้อยล่ะก็เขาจะบุกไปฆ่ามันถึงที่เอง! ร่างสูงรีบวิ่งทันทีเมื่อใกล้ถึงบ้านผู้พัน ด้วยกลัวว่าน้องนางไม้ของเขาจะเป็นอันตรายต่างๆ นานา ความห่วงใยปะทุขึ้นจนหัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ซึ่งเมื่อมาถึงก็เห็นผู้พันคีรินทร์เดินออกมาจากบ้านพอดี

                “ผู้พัน น้องแก้มล่ะ แก้มอยู่ในบ้านใช่มั้ย!” เขาร้องถามพลางรีบวิ่งขึ้นมาบนบ้าน แต่พอเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอีกฝ่ายเขาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปด้วยหัวใจที่กำลังหวาดกลัว ขอล่ะ ขออย่าให้น้องนางไม้ของเขาเป็นอะไรเลย ขออย่าให้มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับเธอเลย

                ประตูห้องนอนของเธอถูกเปิดเอาไว้อยู่ รวมถึงหน้าต่างทุกบานทำให้ภายในห้องนอนดูโล่งโปร่ง ร่างบางของเธอกำลังหลับอยู่บนเตียงนอนสีขาว ดวงหน้าหวานสวยมีรอยช้ำและริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อก็ซีดเซียว คอเล็กๆ ช้ำเป็นรอยนิ้วมือ เรียวแขนที่ขาวผุดผ่องบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยช้ำ ใครกัน! ใครกันที่มันเลวทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงแบบนี้ ผู้กองกรันณ์เข้าไปนั่งที่ข้างเตียงของเธอทันทีก่อนจะค่อยๆ ประคองเอาคนที่กำลังหลับอยู่ขึ้นมากอดเอาไว้แนบอก สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้ แม้ว่าหน้าตาจะดุเกรี้ยวกราดมากแค่ไหนแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับอ่อนโยนยิ่งนัก

                “ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่กับแก้มแล้วนะคนดีของพี่ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะครับ” มือหยาบค่อยๆ ลูบผมเธอเบาๆ ผู้พันคีรินทร์ที่ตามเขาเข้ามาได้แต่ยืนมองอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน เห็นผู้กองหนุ่มรักน้องสาวของเขามากขนาดนี้คนเป็นพี่อย่างเขาก็ยิ่งเบาใจยิ่งนัก

                “เมื่อคืนไตรทศมันแอบลอบเข้ามา แต่งตัวเป็นทหารพรานก็เลยไม่มีใครได้ทันสังเกต นึกว่าเป็นพวกเดียวกัน” ผู้พันคีรินทร์เล่าด้วยสีหน้าเครียดๆ ก่อนจะนั่งลงที่ปลายเตียงของน้องสาว ผู้กองกรันณ์จึงรับฟังอย่างเงียบๆ กอดราชาวดีเอาไว้ไม่ยอมปล่อยหากแต่เจ็บใจเป็นที่สุด ถึงแม้คนที่ทำร้ายเธอจะไม่ใช่แสนดา แต่ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายคนรักของเขา ไอ้หมอสารเลว โดนเขาเล่นงานไปคราวก่อนมันยังไม่เข็ดใช่มั้ย มันอยากจะลองดีกับคนอย่างเขานักใช่มั้ย

                “มันคงแค้นเรื่องที่แก้มไม่เลือกมันแล้วไหนจะเรื่องแต่งงานอีก พอรู้ว่าแกไม่อยู่มันก็เลย...พยายามจะข่มขืนแก้ม” คราวนี้ผู้กองกรันณ์กลับยิ่งโกรธยิ่งกว่าถูกไฟสุมอก มือแกร่งกำแน่น ดวงตาแข็งกร้าวที่แม้แต่ผู้พันคีรินทร์ก็ยังไม่เคยเห็นเขาโกรธอะไรได้มากเท่านี้มาก่อน สองแขนแกร่งกอดกระชับร่างบางเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิมก่อนจะซุกหน้าเข้ากับเรือนผมนุ่มสลวยของเธอ ไม่คิดว่าฝันร้ายของลูกผู้หญิงจะมาเกิดขึ้นกับเธอ ทำไมกัน ทั้งพี่ชายของเธอ ทั้งทหารก็มีอยู่เต็มฐาน ทำไมแค่เธอคนเดียวถึงไม่มีใครช่วยได้ปล่อยให้ไอ้หมอสารเลวนั่นมันมารังแกคนรักของเขาได้ยังไงกัน

                “ไม่เป็นไรนะ” เขาพูดออกมากับคนที่ยังหลับอยู่ “มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว พี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาหยามหรือรังแกแก้มแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะยังไงพี่ก็ยังรักแก้มเหมือนเดิม พี่...”

                “เฮ้ย!” ผู้พันคีรินทร์ว่าขึ้นอีกเมื่อฟังๆ ดูแล้วเหมือนผู้กองกรันณ์จะคิดไปไกลเข้าใจว่าน้องสาวเขาถูกไตรทศข่มขืนจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะอดซึ้งไม่ได้กับความรักที่ผู้กองหนุ่มมีต่อน้องสาวของเขาก็เถอะ

                “พูดอะไรแบบนั้น น้องฉันยังปลอดภัยดี ยังไม่ได้ถูกไอ้สารเลวนั่นข่มขืนซักหน่อย”

                “อ้าว ก็ผู้พันพูดเองว่ามันพยายามจะข่มขืนแก้ม”

                “แต่มันทำไม่สำเร็จไง แก้มพยายามสู้ขัดขืนแล้วจะยิงมันด้วยมันก็เลยบีบคอพยายามจะฆ่ายัยแก้มแทน ดีที่ผู้หมวดคณินมาเห็นเข้าเลยช่วยเอาไว้ได้ทัน ตอนนี้ไตรทศอยู่ที่ห้องขัง ฉันรอให้แกมาจัดการกับมันเอาเอง อยากทำยังไงกับมันก็เชิญเลย” ผู้พันบอกพลางขยับเข้าไปหาน้องสาว แต่อีกฝ่ายกลับกอดเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ผู้พันคีรินทร์จึงค่อยๆ ดึงเสื้อของเธอขึ้นเพื่อให้ผู้กองกรันณ์เห็นรอยช้ำที่บริเวณหน้าท้องของเธอ

                “ถึงมันจะไม่ได้ข่มขืน แต่มันก็ทุบตีทำร้ายร่างกายยัยแก้มแล้วก็พยายามจะฆ่า...ฉันอยากจะฆ่ามันให้ตายตั้งแต่เมื่อคืน แต่เพราะยัยแก้มเจ็บหนักฉันเลยไม่อยากทิ้งน้องเอาไว้คนเดียวอีก ฉันขอโทษที่ดูแลยัยแก้มไม่ดีพอ ทั้งๆ ที่แกอุตส่าห์ฝากยัยแก้มเอาไว้กับฉันแท้ๆ มันหลายครั้งแล้วที่ไอ้หมอเวรนั่นทำให้ยัยแก้มเกือบตาย”

                “ทหารอยู่กันเต็มฐาน ผู้หญิงคนเดียวก็ดูแลกันไม่ได้แล้วยังมีหน้ามาอาสารับใช้ชาติอีก” ผู้กองกรันณ์กัดฟันพูดอย่างไม่พอใจยิ่งทำให้ผู้พันคีรินทร์รู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ เพราะเขาคือคนสุดท้ายที่อยู่กับน้องสาว เขาอยู่กับเธอแต่เขาก็ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวจนถูกทำร้าย มือหยาบของผู้กองกรันณ์แตะลงมาที่รอยช้ำบริเวณหน้าท้องเรียบเนียน มันคงจะชกเธอแรงมากถึงได้เกิดรอยช้ำขนาดนี้

                ราชาวดีสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าท้องที่ถูกชกเมื่อคืนนี้จนต้องนิ่วหน้า เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เธอผวาขึ้นมาอย่างขวัญเสียจนผู้กองกรันณ์ต้องกอดเธอเอาไว้แน่นทันทีเมื่อเธอตกใจพยายามจะผลักเขาหนีเพราะคิดว่าเป็นไตรทศ

                “ปล่อยนะ พี่หมอปล่อยแก้มนะ ปล่อย!!!

                “แก้มนี่พี่เอง พี่เอง พี่รันไงครับ” ทันทีที่เขาบอก ร่างเล็กๆ ที่พยายามจะดิ้นหนีเขาก็หยุดชะงัก ราชาวดีพยายามตั้งสติกับอ้อมกอดที่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมๆ ที่เธอชอบ พี่รันของเธอ...

                คราวนี้แขนเล็กๆ ของเธอกอดเขาเอาไว้แน่น เสียงร้องไห้สะอื้นของเธอยิ่งทำให้เขาต้องกอดเธอปลอบขวัญเอาไว้แนบอก ผู้พันคีรินทร์จึงลุกออกไปจากห้องนอนเพราะคนที่จะปลอบใจเธอได้ดีที่สุดก็คือคนรักของเธอเอง

                “แก้มกลัว พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปอีกนะ เพราะไม่มีพี่รันอยู่ด้วยแก้มถึงถูกทำร้าย พี่รันอย่าทิ้งแก้มไปอีกนะคะ” เธอขอทั้งเสียงสะอื้น อุ่นใจเหลือเกินเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้

                “ได้สิ ต่อไปพี่จะไม่ทิ้งแก้มไปไหนอีกแล้วนะครับ พี่อยู่นี่แล้วแก้มไม่ต้องกลัวอะไรนะ จำที่พี่เคยบอกได้มั้ยว่าถ้ามีพี่อยู่ด้วยแล้วแก้มจะปลอดภัย”

                “แต่เมื่อคืนพี่รันไม่อยู่” เธอบอก “แก้มไม่ได้กลัวตาย แต่แก้มกลัวว่าจะถูกคนเลวทำให้แปดเปื้อนสกปรก กลัวว่าตัวเองจะไม่สะอาดพอที่จะอยู่เคียงข้างพี่รัน กลัวพี่รันจะไม่รักเหมือนเดิมเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแก้มยอมตายซะยังจะดีกว่าต้องอยู่อย่างอัปยศ”

                “ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้นะ” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วปาดน้ำตาออกจากแก้มนวล “แก้มฟังพี่นะครับ ไม่มีวันที่พี่จะเลิกรักแก้มได้ มันไม่ใช่ความผิดของแก้มหรือถึงแม้แก้มจะถูกรังแกแต่พี่ก็ไม่รังเกียจ พี่เคยรักแก้มยังไงพี่ก็จะยังรักแก้มเหมือนเดิม  แก้มสะอาดและบริสุทธิ์สำหรับพี่เสมอ” เขาก้มลงมาจูบเธอเบาๆ ที่แก้มนวลที่มีรอยช้ำ ยิ่งทำให้ราชาวดีน้ำตาร่วงกับความรักที่เขามีให้

                “แต่ว่าเมื่อคืนนี้ผู้หมวดคณินมาช่วยแก้มเอาไว้ทัน ตอนนี้แก้มปลอดภัยดีแล้วนะ แก้มไม่ได้ถูกไอ้สารเลวนั่นรังแก พี่บอกแก้มแล้วไงว่าอะไรที่เป็นของของพี่ ยังไงเสียก็ยังเป็นของพี่อยู่วันยันค่ำ ไม่เอานะ ไม่ร้องนะครับคนดี ลืมเรื่องเมื่อคืนนี้ไปเถอะนะ” ว่าจบเขาก็โน้มตัวลงมาจูบเธอที่แก้มอีก จูบผะแผ่วเบาๆ จนราชาวดีหลับตาพริ้มลงอย่างอุ่นใจกับสัมผัสจากเขา

                “มันแตะต้องแก้มตรงไหนอีก” เขาเอ่ยถามเบาๆ ราชาวดีจึงชี้มาที่แก้มของตัวเองให้ผู้กองกรันณ์พรมจูบไปทั่วแก้มนวลทั้งสองข้าง ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ซอกคอของเธอที่มีรอยมือจากการบีบคออยู่ เขาจูบเธออย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าหากรุนแรงไปจะทำให้เธอเจ็บที่รอยช้ำเดิม สัมผัสของเขานุ่มนวลและอ่อนโยนยิ่งนักจนราชาวดีหยุดร้องไห้ เมื่อเขาจูบซุกไซ้ไปทั่วลำคอของเธอแล้วเธอจึงยื่นแขนที่มีรอยช้ำให้เขาจูบอีก เพราะเมื่อคืนไตรทศพยายามจะจับหน้าอกของเธอ เธอจึงยกแขนขึ้นป้องไม่ยอมให้เขาแตะต้อง แขนของเธอถึงได้มีรอยช้ำแบบนี้

                “ตรงไหนอีกครับ” เขาถาม ราชาวดีจึงดึงเสื้อขึ้นให้เขาดูรอยช้ำที่บริเวณหน้าท้อง เพราะทุกๆ สัมผัสของเขามันทำให้เธอลืมสิ่งที่ไตรทศทำเอาไว้เมื่อคืน รอยบอบช้ำที่ถูกชกที่ท้องอย่างแรงเมื่อคืนนี้มีพี่รันของเธอช่วยจูบซับให้อย่างปลอบขวัญ ก่อนที่เขาจะจูบผะแผ่วมาที่อกของเธอ เธอจึงได้ยกมือขึ้นห้าม

                “ตรงนี้ปลอดภัยค่ะ ไม่ได้โดนแตะต้อง” เธอยิ้มบอกเขา

                “ไม่เป็นไร พี่แถมให้” ว่าจบเขาก็ซุกหน้าเข้าหาอกนุ่มที่มีเสื้อกางกั้น แล้วจูบหน้าอกของเธอผ่านเสื้อโดยมีราชาวดีมองตามการกระทำของเขาและยิ้มให้เขาอย่างอุ่นใจก่อนจะชี้มาที่สะโพกตัวเองที่ถูกไตรทศลูบไล้

                “ไม่ต้องจูบก็ได้ค่ะ” เธอกลัวพี่ชายเธอจะเข้ามาเห็นเมื่อประตูห้องนอนยังคงเปิดอยู่ แล้วก็ยังได้ยินเสียงผู้พันคีรินทร์เดินไปมาอยู่ในบ้านด้วยกันด้วย “พี่หมอแต่จับผ่านผ้าซิ่นค่ะ”

                “จับแค่ปลายเส้นผมพี่ก็ไม่ยอม” ว่าแล้วมือหนาก็สอดเข้ามาในผ้าซิ่นของเธอ ลูบไล้เรียวขาขาวสวยขึ้นมาเรื่อยๆ จนราชาวดีจนลุกชูชันไปหมด มือหยาบกระด้างของคนที่จับแต่ปืนมาทั้งชีวิตลูบไล้สะโพกของเธออย่างเพลินมือ

                “มีอีกที่นะที่พี่ยังไม่ได้จูบปลอบขวัญ”

                “ตรงไหนคะ” ก็ไม่มีอีกแล้วนี่นา เธอคิด แต่ยังไม่ทันจะได้คิดออกผู้กองกรันณ์ก็โน้มตัวลงมาประกบปากจูบเธอทันทีโดยที่มือยังคงลูบไล้สะโพกงามจนผ้าซิ่นร่นขึ้นมาจนเห็นเรียวขาขาวสวยเกือบทั้งหมด แขนเล็กๆ ของเธอยกขึ้นคล้องคอเขาเอาไว้แล้วจูบตอบเขาอย่างแสนรักและคิดถึง พี่รันของเธออยู่กับเธอแล้ว ต่อไปจะไม่มีใครกล้ามาทำร้ายเธอได้อีก

                “อ๊ะ!” ราชาวดีถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหยาบของเขาไล้จากสะโพกกลมกลึงมาเป็นเนินเนื้อนุ่มที่กางเกงชั้นในตัวน้อยปกปิดเอาไว้

                “ตรงนี้ไม่ได้มีใครแตะซักหน่อย” เธอว่าอย่างเขินๆ แล้วยั้งข้อมือเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะทำให้เธอปั่นป่วนไปมากกว่านี้

                “ก็พี่ไงคนแรก” เขาบอกแล้วก้มลงมาจูบเธออีก แล้วจูบแผ่วๆ ที่แก้มนวลอย่างอ่อนโยน มือแกร่งอีกข้างก็ลูบไล้เนินเนื้อนุ่มอีกเบาๆ

                “อยากให้ถึงวันเข้าหอเร็วๆ จัง” เขาบอก ความจริงราชาวดีก็บอกเขาแล้วว่าเธอยินดีที่จะเป็นของเขา แต่เป็นเขาเองที่หักห้ามใจตัวเองเอาไว้เพราะอยากจะให้เกียรติเธอในวันที่เธอเป็นเจ้าสาวของเขา

                “จะกลับคำพูดหรอคะ” เธอยิ้มถามเมื่อมือของเขายังคงซุกซนอยู่ แต่เขากลับบ่นออกมาคนเดียว

                “ไม่น่าเป็นทหารแล้วต้องรักษาคำพูดเลยกู” หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อสุดท้ายแล้วเขาก็ยอมเอามือออกจากกลางกายสาวแต่ก็ยังลูบไล้ต้นขาเนียนของเธออยู่

                “หมดแล้วใช่มั้ยที่ไอ้สารเลวนั่นมันทำไม่ดีกับนางไม้ของพี่”

                “ไม่มีแล้วค่ะ” ราชาวดีตอบแล้วเอียงกายกอดซุกซบอกอุ่นของเขา ผู้กองกรันณ์จึงอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักอย่างระมัดระวังเพราะเธอยังเจ็บบาดแผลที่ท้องอยู่ สองแขนแกร่งยังคงกอดประคองเธอเอาไว้อย่างทะนุถนอมสุดหัวใจ เห็นเธอบอบช้ำไปทั้งตัวแบบนี้แล้วก็ไม่อยากจะห่างเธอไปไหน น้องนางไม้แสนบอบบางที่เขาทะนุถนอมแทบตาย ไอ้สารเลวนั่นกล้าดียังไงถึงมาทำให้เธอช้ำไปทั้งตัวแบบนี้

                “จะหายทันวันแต่งงานรึเปล่า” เขาถาม ราชาวดีที่หลับตาพริ้มเพราะหลงเพลินกับมือของเขาที่ยังลูบไล้ต้นขาของเธออยู่จึงลืมตาขึ้น

                “น่าจะทันค่ะ อีกสองอาทิตย์”

                “พี่เตรียมลางานสามวันสามคืนเอาไว้แล้ว”

                “พี่รัน” เธอตีอกแกร่งของเขาเบาๆ เมื่อเขายังคิดถึงเรื่องนี้อยู่จนชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างชอบใจแล้วหอมแก้มน้องนางไม้ของเขาอีกอย่างแสนรัก

                ภาพของสองหนุ่มสาวที่นั่งตักกอดกันกลมอย่างมีความสุขไม่ได้ทำให้ผู้พันคีรินทร์รู้สึกแปลกใจอะไร แต่ที่ไม่พอใจก็คือมือของไอ้รุ่นน้องตัวดีมันลูบไล้อยู่ที่ต้นขาของน้องสาวเขาจนผ้าซิ่นของเธอร่นออกมาจนน่าหวาดเสียว ถึงจะยินดีที่ทั้งสองรักกันแต่หัวอกคนเป็นพี่ก็ใช่ว่าจะรับได้หรอกนะ

                “ไอ้รัน! มากไปนะมึง” ทันทีที่เขาว่า สองหนุ่มสาวก็รีบผละออกจากกันทันที แต่ราชาวดีก็ยังคงนั่งอยู่บนตักของคนรักแล้วจัดผ้าซิ่นที่นุ่งให้เรียบร้อย แก้มนวลแดงระเรื่อคลายความหวาดกลัวเมื่อก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว เขาจึงเดินถือถ้วยข้าวต้มที่ทำมาเข้ามาหาคนเป็นน้อง ก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู

                “พี่ขอโทษนะที่ปล่อยแก้มเอาไว้คนเดียวเมื่อคืน ถ้าแก้มเป็นอะไรไปมากกว่านี้พี่คงไม่ให้อภัยตัวเองแน่ๆ”

                “ไม่ใช่ความผิดของพี่ภูซักหน่อยค่ะ” เธอยิ้มบอกเขาแล้วกุมมือพี่ชายมากอดเอาไว้แนบแก้มตัวเองอย่างแสนรัก ผู้พันคีรินทร์จึงส่งถ้วยข้าวต้มให้ว่าที่น้องเขยถือก่อนที่เขาจะดึงเอาน้องสาวเข้ามากอดเอาไว้อีกครั้ง

                “ขวัญเอ้ยขวัญมาคนดีของพี่ หายเจ็บหายไข้ไวๆ นะจะเป็นเจ้าสาว แล้วแก้มช้ำแบบนี้ระวังจะไม่สวย”

                “โธ่ ไม่ได้นะคะ วันนั้นแก้มต้องสวยที่สุด” เธอว่าอย่างไม่ยอมให้สองหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะพวกเขาเห็นเธอดูแลตัวเองดีมากๆ เมื่อไกล้จะถึงวันแต่งงาน อาบน้ำนานมากขึ้น ทาครีมบำรุงผิวบ่อยๆ ดูแลเส้นผมทุกเส้นแล้วก็ควบคุมน้ำหนัก ตื่นตอนเช้าก็มาออกกำลังกายกับพวกเขาด้วย

                “แน่นอน แก้มต้องสวยที่สุด” ผู้พันคีรินทร์บอกแล้วกอดน้องสาวอย่างหมั่นเขี้ยว ซึ่งอีกไม่นานเธอก็จะออกจากอ้อมอกของเขาไปอยู่ในอ้อมอกของคนอื่นแล้ว ไม่คิดเลยว่าน้องสาวที่เขาเลี้ยงมาราวกับลูกจะเติบโตขึ้นมาได้ขนาดนี้ ได้เห็นเธอเรียนจบ ประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานเขาก็สุขใจแล้ว แล้วก็ยิ่งคลายกัวลลงเมื่อเธอมีผู้ชายดีๆ มาดูแลเธอต่อจากเขา

                “พี่รักแก้มนะ” เขาบอก ราชาวดีจึงยิ้มตอบเขาน้ำตาคลออย่างซาบซึ้ง

                “แก้มก็รักพี่ภูค่ะ รักที่สุดเลย” เธอกอดพี่ชายแน่นอย่างมีความสุข ทำให้ชายหนุ่มอีกคนอดโวยขึ้นไม่ได้

                “อ้าว รักที่สุดหรอ แล้วพี่ล่ะ แก้มรักพี่น้อยกว่าผู้พันหรอ”

                “ไอ้รัน นี่น้องกู กูเลี้ยงมาเหมือนลูกสาวเพราะฉะนั้นกูยกให้มึงได้ ก็เอาคืนได้เหมือนกัน มึงอย่ามาโวยและอย่าเรื่องมาก”

                “ผู้พัน...”

                “รึมึงอยากดันพื้นตอนนี้”

                “ครับๆๆ แก้มรักผู้พันมากกว่าพี่ก็ได้ ยอมให้คนเดียวนะ” ด้วยเหตุนี้เขาก็ต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย ได้แต่มองสองพี่น้องคู่นี้กอดกันด้วยรอยยิ้ม ก็พวกเขามีกันแค่สองคนพี่น้อง จะรักกันมากก็ไม่แปลกหรอก

 

 

                หลังจากป้อนข้าวและยาให้ราชาวดีเสร็จจนตอนนี้เธอหลับสนิทแล้วก็ได้เวลาชำระความเสียที ผู้พันคีรินทร์อาสาอยู่เฝ้าน้องสาวเพราะไม่กล้าทิ้งเธอเอาไว้คนเดียวอีกและไม่ไว้ใจใครอีกแล้วผู้กองหนุ่มจึงเดินกลับไปยังฐานปฏิบัติการโดยมีผู้หมวดทั้งสองเดินตามอย่างรู้งาน

                “ผู้กองครับ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่รับรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของผู้กองกรันณ์อยู่ในระดับไหน

                “ผมมารับยาจากคุณหมอตามที่ทำเรื่องขอมาครับ” ผู้หมวดไกรจักรบอก ซึ่งผู้กองหนุ่มเป็นคนบอกเขาเองว่าหากขาดเหลือเรื่องยาก็ให้ทำเรื่องมาขอยาที่นี่ได้

                “คุณหมอเตรียมยาเสร็จแล้วครับ” ผู้หมวดนทีบอกกับผู้เป็นนาย เพราะเมื่อคืนเขาเข้าไปจัดการห้องพยาบาลจนทุกอย่างกลับมาเรียบร้อยตามเดิมแล้ว

                “งั้นก็พาผู้หมวดไกรจักรไปรับยาที่ห้องพยาบาลละกัน” ผู้กองกรันณ์ว่าก่อนจะเดินไปยังที่คุมขังนักโทษของเขา แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่วายร้องตามหลัง

                “แล้วคุณหมอล่ะครับ คุณหมอแก้มอยู่รึเปล่า” คำถามของผู้หมวดไกรจักรทำให้ผู้หมวดอีกสองคนได้แต่มองหน้ากันอย่างอดเสียวสันหลังแทนไม่ได้ เดิมทีผู้กองของพวกเขาก็ขี้หึงอยู่แล้ว แล้วยิ่งมาเกิดเรื่องเมื่อคืน อารมณ์ยังไม่คงที่นี่ผู้หมวกไกรจักรยังจะมีหน้ามาถามหาลูกกระสุนปืนอีกหรอ

                “อยู่ แต่ผมไม่ให้เจอ” คนหวงว่าที่เมียว่าขึ้น “ยาก็เตรียมให้แล้วยังจะอยากเจอเมียผมอีกทำไม” การ์ดแต่งงานก็ให้มันเป็นคนแรกๆ เลยมั้ง มันยังจะมาหวังอะไรกับเธออีกผู้กองหนุ่มคิด

                “ก็เผื่อผมมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับยาจะได้ถามวิธีใช้กับคุณหมอไง”

                “แค่ยาสามัญคงไม่ยากเกินความเข้าใจของคนที่เรียนจบมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรอกนะครับ” ว่าจบอีกฝ่ายก็เดินจากไปพร้อมกับผู้หมวดคณิน มีเพียงแค่ผู้หมวดนทีเท่านั้นที่ยังอยู่กับเขา

                “ผู้กองเป็นวัยทองรึยังไงหมวด” อดถามผู้หมวดนทีไม่ได้จริงๆ

                “คือ...เมื่อคืนเกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะครับผู้กองแกเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี”

                “เรื่องอะไรหรอครับ”

                “มีคนร้ายลอบเข้ามาที่ฐานครับผู้กองแกเลยรีบไปจัดการ ปะหมวด เดี๋ยวผมพาไปเอายา คุณหมอจัดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วพร้อมกับคู่มือการใช้ด้วย” ผู้หมวดนทีไม่อยากเล่าเรื่องราวให้หมดเพราะถึงราชาวดีจะปลอดภัยไม่ได้ถูกไตรทศรังแกแต่เธอก็เป็นผู้หญิง เขาไม่อยากให้เธอเสียหายจึงได้แต่หาทางทำให้ผู้หมวดไกรจักรกลับออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

 

 

                ไตรทศที่ถูกจับขังเอาไว้ในที่คุมขังนักโทษถึงกับรนรานถอยหนีทันทีเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามาในหยุดอยู่ที่กรงขังของเขา แววตาและสีหน้าของผู้กองกรันณ์น่ากลัวกว่าตอนที่เจอกันที่ห้างคราวนั้นเสียอีก ทันทีที่กรงห้องขังถูกเปิดออกร่างสูงก็เดินปรี่เข้าไปหาไตรทศทันทีพร้อมกับมีดพกในมือ

                “มึงจะฆ่ากูหรอไอ้ผู้กอง” ไตรทศถามแล้วมองมีดในมือชายหนุ่มตรงหน้า แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบ เขาเพียงแค่ง้างมีดขึ้นแล้วกรีดมาที่เสื้อทหารพรานที่ไตรทศสวมอยู่ก่อนจะกระชากเสื้อออกมาโดยไม่สนใจว่าคมของมีดจะกรีดถูกเนื้ออีกฝ่ายจนเป็นแผลลึกแค่ไหน

                “ชุดเครื่องแบบทหารพราน มีเอาไว้ใส่เพื่อปกป้องชาติ ไม่ใช่ทำเลวเหมือนที่มึงทำ”

                “อีนังเด็กนั่นมันอยากอวดดีกับกูก่อนนี่หว่า”

                “ไม่ใช่หรอก มึงแค่เสียดายเขา มึงอยากได้เขาแต่เขาก็ไม่สนใจมึงไอ้หมาขี้แพ้!!!” ว่าจบผู้กองกรันณ์ก็เข้าไปบีบคอไตรทศเอาไว้อย่างเจ็บแค้น มันตบหน้าน้องนางไม้ของเขา ต่อยที่ท้องของเธอ บีบคอเธอแล้วก็พยายามจะข่มขืนเธออีก ซึ่งอย่างสุดท้ายนี้มันทำให้เขาไม่อาจมีความเมตตาให้กับมันได้

                ตุ้บ!!! ไตรทศถูกเหวี่ยงลงไปกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่ผู้กองหนุ่มจะถอดเสื้อทหารพรานและผ้าพันคอของเขาออกแล้วส่งให้ผู้หมวดคณิน

                “เรื่องเมื่อคืนที่มึงลอบเข้ามาในฐานของกู กูใจดีกูจะไม่เอาผิดมึงตามระเบียบทางทหาร แต่เรื่องที่มึงมาแตะต้องคนรักของกู กูคงปล่อยมึงไปไม่ได้”

                “ไอ้ผู้กอง...มึง...”

                “กูชื่อกรันณ์! มึงฟังเอาไว้แล้วจำชื่อของกูให้ขึ้นใจ เพราะกูนี่แหละจะทำให้มึงจำชื่อของกูไปจนวันตายเลย มานี่!!!” แล้วไตรทศก็ถูกกระชากออกมาจากห้องขังด้วยแรงมหาศาลของผู้กองหนุ่มทำเอาเหล่าทหารพรานที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยพากันมองตามอย่างอดกลัวไม่ได้ เมื่อไม่ได้เห็นผู้กองโหดแบบนี้นานแล้วนับตั้งแต่มีความรักอยู่กับคุณหมอคนสวย

                “มึงเป็นทหารยังไงมาทำกับประชาชนแบบนี้ กูเป็นหมอนะ!

                “ต่อให้มึงเป็นพระเจ้ากูก็ไม่สน! นี่ไม่ใช่เรื่องของทหาร แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างกูกับมึง มึงไม่แหกตาดูหรอว่าตอนนี้กูไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหาร!!!” ไตรทศถูกลากลงไปที่ลำธารอย่างง่ายดายเมื่อไม่อาจสู้แรงอีกฝ่ายได้

                “มึงมันเลว ทำร้ายได้แม้กระทั่งเพศแม่ ต่อยท้องที่เป็นจุดอ่อนของผู้หญิง วันนี้มึงอย่าตายดีเลย!

                ผลัวะ!!! ไตรทศถูกชกเข้าที่ท้องอย่างแรงจนตัวงอลงไปกับลำธาร ผู้กองกรันณ์จึงถีบหลังเขาอย่างแรงอีกทีก่อนจะใช้เท้ากดศีรษะของไตรทศเอาไว้ใต้น้ำทำให้หมอหนุ่มดิ้นรนตะเกี่ยงตะกายจะหนีเมื่อถูกจับกดกับน้ำแบบนี้

                “แค่กๆๆ” เขาไอออกมาทันทีเมื่อถูกปล่อยตัว แต่ยังไม่ทันจะได้หายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดไตรทศก็ถูกจับกดกับน้ำอีก มือหนาที่กดคอเขาลงไปกับน้ำแข็งแรงมากจนไตรทศดิ้นหนีแทบจะไม่ได้ สำลักน้ำแทบตายจนคิดว่าตัวเองจะต้องจมน้ำตามแน่ๆ แต่เปล่าเลยเมื่อผู้กองกรันณ์กระชากเขาขึ้นมาจากน้ำก่อนจะผูกเขาเอาไว้กับต้นไม้ริมลำธารแล้วรับกาน้ำร้อนมาจากผู้หมวดคณิน ไตรทศเห็นดังนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสีไม่กล้าอวดดีออกมาอีก

                “มึงกลัวหรอ” ผู้กองหนุ่มถามเมื่อเดินเข้าไปหาพร้อมกับกาน้ำร้อน

                “แค่นี้ไม่ถึงกับตายหรอก ตอนกูฝึกทหาร ตอนกูเจอพวกคนร้ายกูโดนหนักมากกว่านี้ตั้งหลายเท่ากูยังทนได้เลย” ไตรทศได้ฟังแล้วก็มองชายตรงหน้าตนที่เนื้อตัวของเขามีแต่รอยแผลเป็นมากมายบ่งบอกว่าที่เขาพูดมามันเป็นความจริง

                “ปกติน้ำร้อนต้องกรอกใส่ปาก แต่ว่า...”

                ซ่า!!!

                “อ๊ากกกกกกก” เสียงไตรทศร้องออกมาลั่นป่าเมื่อถูกน้ำร้อนสาดใส่เนื้อตัวเต็มๆ จนเหล่าทหารพรานที่เห็นเหตุการณ์แทบจะกลั้นใจกันดู บางคนถึงกับเดินหนีเมื่อรับกับความรุนแรงตรงหน้าไม่ได้

                เสียงร้องโหยหวนอย่างทรมานของไตรทศดังไปถึงบ้านพักของผู้พันหนุ่มที่นั่งเฝ้าน้องสาวที่หลับอยู่ เขาลอบยิ้มบางๆ ออกมาอย่างสะใจที่รู้ว่าไตรทศกำลังถูกทรมาน เขารู้ดีว่าผู้กองกรันณ์นั้นโหดเหี้ยมมากแค่ไหนเวลาที่จัดการกับเหยื่อ ซึ่งเหยื่อของเขาจะมีแต่เหล่าผู้ร้ายตัวเป้งๆ หัวรุนแรงเป็นพิษภัยต่อผู้บริสุทธิ์และต่อประเทศชาติ ประสบการณ์จากชายแดนทางใต้ทำให้เขากล้าที่จะจัดการทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองและเพื่อนพวกเดียวกันรอดชีวิต เขาเคยถูกพวกผู้ร้ายจับตัวไปทรมานอย่างหนักแต่ก็ดวงแข็งสามารถหนีออกมาได้ซ้ำยังจัดการเอาคืนพวกคนที่มันเคยทรมานเขาจนมีสภาพปางตายกันทุกคนอีก กล้าแม้แต่เล่นงานผู้บังคับบัญชาที่ขี้ขลาดเป็นหนอนบ่อนไส้ให้กับศัตรู กล้าที่จะงัดข้อกับทุกๆ คนที่ขวางหูขวางตาเขา นอกจากคนที่บ้านก็คงจะมีแค่ราชาวดีเท่านั้นที่ผู้กองกรันณ์มอบความอ่อนโยนให้ได้ แล้วยิ่งไตรทศมาแตะต้องเธอขนาดนี้ นี่คงจะเป็นวันตายของไตรทศแน่ๆ

                “พี่ภู เสียงใครร้องคะ” คนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาถามพี่ชายเมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของชายคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นๆ หูชอบกล

                “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก เขาฝึกทหารกันใกล้ๆ แถวนี้”

                “แต่ว่าเสียงเหมือนคนกำลังเจ็บปวดเลยนะคะ”

                “เขาฝึกความอดทนกันอยู่น่ะ กรณีถ้าถูกคนร้ายจับไปทรมานเพื่อเค้นเอาความลับก็ห้ามปริปากพูดเด็ดขาด”

                “ทำไมน่ากลัวแบบนี้คะ”

                “พี่กับไอ้รันแล้วก็หมวดคณิน หมวนนทีก็โดนกันมาหมดแล้วตอนเรียนหลักสูตรล่าหัวเสือ ขอแค่นี้มันจิ๊บๆ” ผู้พันหนุ่มอดนึกถึงตอนเรียนหลักสูตรล่าหัวเสือไม่ได้ที่เป็นหลักสูตรที่นักเรียนนายร้อยต้องผ่าน นอกเหนือจากหลักสูตรกระโดดร่ม

                “ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี” หญิงสาวว่าแล้วคว้าตุ๊กตาหมีที่ได้มาจากฝีมือการยิงปืนขั้นเทพของผู้กองกรันณ์ที่ซุ้มเกมในห้างวันนั้นมากอด ไม่คิดว่าทหารเขาจะฝึกกันโหดแบบนี้

                “ของธรรมดาแหละ” ผู้พันคีรินทร์ว่า ยังสะใจไม่หายที่ได้ยินเสียงร้องของไตรทศดังขึ้นมาเป็นพักๆ

 

                ไตรทศถูกทรมานอย่างหนักจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากการถูกน้ำร้อนลวก ถูกเฆี่ยนตีด้วยไม้หวายจนผิวแตกแล้วสาดด้วยน้ำเกลืออีกที แต่เจ็บหนักปานนี้แล้วก็ดูเหมือนผู้กองหนุ่มจะยังไม่พอใจเมื่อเขาเปลี่ยนมาเป็นซ้อมไตรทศอีกจนอีกฝ่ายร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวจนผวา

                “มึงยังกล้าลองดีกับกูอยู่อีกมั้ย” มือหนาบีบคอไตรทศเอาไว้แน่น อีกฝ่ายจึงส่ายหน้าตอบ             

                “มึงจะกล้ามายุ่งกับคนรักของกูอีกมั้ย!!!

                “ไม่แล้วๆ กลัวแล้ว”

                “ดี ไอ้ขี้ขลาด มึงจำใส่หัวของมึงเอาไว้เลยนะว่าถ้ามึงหรือใครที่มันคิดจะแตะต้องคนรักของกูล่ะก็...กูไม่ให้มันตายดีแน่ อย่างที่มึงโดนนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ!!!” ว่าจบผู้หมวดคณินก็ส่งน้ำร้อนอีกกามาให้เขา คราวนี้ไตรทศกลัวจัดถึงกับฉี่ราดกางเกงออกมา เนื้อตัวสั่นเทา

                “ทุกคนฟังให้ดี!!!” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้นเสียงดังจนเหล่าลูกน้องของเขาหันมาฟังตาม “เกิดเป็นลูกผู้ชาย ผู้หญิงมีไว้ให้ปกป้องดูแล เขาเป็นเพศเดียวกับแม่ของพวกเราทุกคนควรรู้จักให้เกียรติเขา อย่าให้ผมได้รู้ว่าใครทำร้ายผู้หญิง ตบตีลูกเมียหรือจับผู้หญิงมารังแกโดยที่เขาไม่เต็มใจเหมือนกับไอ้หมอสารเลวนี่เด็ดขาด!!!” เขากระชากผมของไตรทศขึ้นอย่างแรง

                “ทุกคนคงจะรู้ดีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น มันลอบเข้ามาทำร้ายคุณหมอของพวกเรา แต่ก็นับว่ายังดีที่มีคนมาช่วยเธอทันจากไอ้หน้าตัวเมียคนนี้ หมวด! ถอดกางเกงมันออก!!!

                “ไม่นะ...อย่าทำอะไรกูนะ กูกลัวแล้ว เมื่อคืนนี้กูไม่ได้ทำอะไรน้องแก้มนะ กูยังไม่ได้ทำอะไรน้องแก้ม!!!” ไตรทศร้องลั่นขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วคนอย่างผู้กองกรันณ์ก็ดูจะไม่เกรงกลัวต่ออะไรทั้งนั้น เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อความสะใจของเขาจริงๆ

                “เออกูรู้! กูรู้ดีว่ามึงยังไม่ได้ทำ เพราะถ้ามึงทำกูตัดของมึงทิ้งทั้งพวงไปนานแล้ว! แต่ถึงมึงจะไม่ได้ทำมึงก็ทำร้ายตบตีเขา ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวมึงยังทำร้ายได้ลงคอมึงมันไม่สมควรเป็นลูกผู้ชายไอ้หมาหน้าตัวเมีย!!!” ว่าจบผู้กองหนุ่มก็ค่อยๆ รินน้ำร้อนในกาลงไปที่จุดกลางกายของหมอหนุ่มอย่างช้าๆ จนคนที่ถูกน้ำร้องลวกถึงกับร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทรมาน ผู้หมวดคณินจึงส่งผ้าผืนหนายัดเข้าปากเพื่อไม่ให้เสียงร้องหวยโหนของไตรทศดังออกมาอีกเมื่อเขาเกรงว่าคุณหมอราชาวดีจะได้ยินเสียงของมันเอา

                “อ๊ากกกกกกกก” ความเจ็บปวดนี้มีเพียงแค่ผู้ชายด้วยกันเท่านั้นที่รู้ว่ามันเจ็บปวดเพียงใด ความเหี้ยมของผู้กองกรันณ์ที่ถูกย้ายมาจากทางใต้ก็ได้ยินมาเยอะแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นกับตาจริงๆ จากเมื่อก่อนที่ทุกคนคิดว่าเขาโหด มันช่างเทียบไม่ได้เลยกับความโหดที่เขากระทำต่อไตรทศ และแน่นอนว่าหากเขาจะทำอะไรมากไปกว่านี้ทุกคนก็เชื่อแน่ว่าเขากล้าทำ ผู้กองคนนี้ไม่ทำธรรมดาจริงๆ ใจคอเลือดเย็นทรมานคนได้อย่างไร้ซึ่งความเมตตา ที่เขาโกรธจัดจนทำได้ถึงขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะคนรักถูกทำร้ายด้วย แล้วแบบนี้ต่อไปจะมีใครกล้าเข้าใกล้คุณหมอแก้มรึเปล่าเนี่ย

                “มันสลบไปแล้วครับผู้กอง” ผู้หมวดคณินรายงานเมื่อไตรทศทนความเจ็บปวดไม่ไหวสลบแน่นิ่งไป

                “เอามันไปขังไว้ที่เดิม ดูว่ามันสำนึกขึ้นมั้ย ถ้ามันสำนึกก็เอาไปปล่อยทิ้งในป่า ข้าวปลาหรือแม้แต่ยาก็อย่าเอาให้มัน แต่ถ้ามันยังไม่สำนึก ก็ต้มน้ำร้อนจับมันทำไข่ลวกจนกว่ามันจะสำนึกแล้วค่อยปล่อยมันไป”

                “ครับผู้กอง!” ผู้หมวดคณินรับคำสั่ง ก่อนที่จะจัดการลากเอาไตรทศไปขังเอาไว้ตามเดิม ไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งนี้ผู้กองของเขาถึงยังไว้ชีวิตไตรทศอีก ใจเขาล่ะอยากจะฆ่ามันนัก ผู้กองของเขาไม่เคยใจอ่อนให้ไอ้สารเลวหน้าไหนทั้งนั้น หรือว่า...ผู้กองมีแผนอะไรจะต้องใช้ประโยชน์จากไตรทศต่อ เพราะดูๆ แล้วเหมือนช่วงนี้ผู้กองของเขาจะมีงานอื่นทำด้วยนอกเหนือจากงานที่ฐาน

 

 

                ผู้กองกรันณ์กลับมาที่บ้านพักของผู้พันทันทีหลังจากที่เล่นงานไตรทศแล้ว แต่ทันทีที่เห็นร่างบางออกมานั่งเล่นอยู่ที่ระเบียงบ้านเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาเธอเพราะใจจริงยังไม่อยากให้เธอขยับตัวมาก ดูจากรอยช้ำที่หน้าท้องของเธอแล้วเขารู้ดีว่าอีกหลายวันกว่าเธอจะดีขึ้น ในขณะที่ราชาวดีกลับเอียงคอมองตามเมื่อเห็นเขาถอดเสื้อแบบนี้

                “พี่ภูบอกว่าพี่รันฝึกทหาร ฝึกความอดทนอะไรกันคะได้ยินเสียงร้องโหยหวนมาถึงที่นี่” เธอเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาเข้ามาหา ผู้กองกรันณ์จึงหันมามองทางผู้พันคีรินทร์ที่ตอนนี้แต่งชุดทหารแบกเป้ทหารพรานสีดำใบใหญ่พร้อมกับถือปืนเตรียมจะออกไปข้างนอก

                “อ้าว จะไปวันนี้เลยหรอครับ”

                “ความจริงต้องไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่ฉันรอแกกลับมาก่อนแก้มจะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อน ไม่รู้ไอ้หมอเลวนั่นมันไปวางยาลูกน้องฉันที่ไหนบ้าง” ผู้พันคีรินทร์ว่าเมื่อเขาจะออกไปตรวจตราตามฐานปฏิบัติการต่างๆ ตามที่รับปากกับท่านผู้การเอาไว้หลังจากที่ไตรทศแอบใช้สารเสพติดกับเหล่าทหารพรานลูกน้องของเขา

                “งั้นเดี๋ยวผมดูแลแก้มให้ อ้อ ผมขอมานอนที่นี่นะครับ” ผู้กองกรันณ์ว่าขึ้น ผู้พันคีรินทร์ที่กำลังจะใส่รองเท้าถึงกับชะงัก

                “แกก็นอนเปลเฝ้าอยู่ระเบียงบ้านทุกคืนอยู่แล้วนี่”

                “ผมหมายถึงนอน...ข้างใน” เขาชี้เข้าไปในบ้านทำให้ผู้พันคีรินทร์นิ่งไปสักครู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก็มาจนขนาดนี้แล้วจะห้ามไปก็เท่านั้น อีกสองอาทิตย์ก็จะแต่งงานเป็นผัวเมียกันแล้วเขาก็เลยไม่ได้ว่าอะไร อีกอย่างถ้ามีผู้กองกรันณ์อยู่ใกล้ๆ เธอแบบไม่คาดสายตาเขาเองก็จะได้อุ่นใจด้วยว่าน้องสาวของเขาจะปลอดภัย

                “พี่ไปหลายวันหน่อยนะ ดูแลตัวเองดีๆ รักษาเนื้อรักษาตัว จะแต่งงานเป็นผู้ใหญ่แล้วห้ามงอแงหรือทำอะไรงี่เง่าเด็ดขาด ที่พี่เคยบอกเคยสอนก็จำเอาไว้ให้ดี” เขาเดินเข้ามาบอกน้องสาว ก่อนจะกอดเธอแน่นๆ แล้วปรายตามามองทางว่าที่น้องเขย

                “ดูยัยแก้มดีๆ ล่ะ”

                “แน่นอนครับผู้พัน”

                “แล้วฝึกทหารเป็นไงบ้าง เรียบร้อยดีมั้ย” เขาหมายถึงว่าจัดการไตรทศเป็นยังไงบ้าง

                “ไม่ไหวครับ ทหารรายนี้อ่อนมากจริงๆ โดนนิดๆ หน่อยๆ ก็แหกปากลั่นผมก็เลยฝึกโหดหน่อย ไว้ถ้าวินัยยังไม่ได้เดี๋ยวจะฝึกซ้ำ แต่ถ้าวินัยดีแล้วค่อยส่งกลับ” พวกเขาสองคนยิ้มให้กันอย่างสะใจ แต่ราชาวดีกลับเข้าใจว่าพวกเขาคุยเรื่องการฝึกทหารจริงๆ ก่อนที่ผู้เป็นพี่ชายของเธอจะเดินลงจากบ้านไปจนอดมองตามไม่ได้เพราะความเป็นห่วง

                “แก้มนึกว่าฝึกทหารพรานเสร็จตั้งแต่คราวนั้นซะอีก” เธอหันมาพูดกับแฟนหนุ่ม เขาจึงยิ้มบางๆ ตอบเธอ

                “ทหารฝึกจบไม่เป็นหรอก ต้องฝึกกันเรื่อยๆ แล้วนี่ออกมานั่งข้างนอกทำไม ทำไมไม่นอนพักอยู่ในบ้าน”

                “แก้มอยากอ่านหนังสือ” เธอหยิบหนังสือเล่มใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัวให้เขาดู เขาก็เลยขยับเข้าไปนั่งข้างเธอแล้วโอบตัวเธอเอาไว้ ราชาวดีจึงกอดซุกตัวเขาอย่างออดอ้อนให้ผู้กองหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดูเธอ

                “ไหนว่าจะอ่านหนังสือ”

                “มีอย่างอื่นน่าสนใจกว่าหนังสือนี่ค่ะ”

                “อะไรล่ะที่ว่าน่าสนใจกว่าหนังสือ”

                “ก็...ทหารพรานแถวนี้มั้ง” เธอบอก เขาก็เลยก้มลงมาจูบแก้มนวลเบาๆ แล้วลูบผมเธออย่างอ่อนโยน

                “ทหารพรานกับซีล ชอบอะไรมากกว่ากัน”

                “ชอบทหารพรานมากกว่าค่ะ เพราะทหารพรานแก้มได้รัก ได้กอด ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ แต่ซีลอยู่ด้วยไม่ได้ ออกไปทำงานทีจะไปที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ เป็นห่วงใจจะขาด”

                “ใจจะขาดหรอ มา เดี๋ยวพี่ต่อให้” ว่าแล้วเขาก็กุมมาที่อกข้างซ้ายของเธออย่างหยอกเย้าจนหญิงสาวต้องตีมือเขาเข้าให้พลางมองซ้ายทีขวาทีราวกับกลัวจะมีคนมาเห็น

                “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”

                “เห็นก็เห็นสิ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นผัวเมียกันแล้ว หยอกเล่นแค่นี้จะเป็นไรไป” เขาว่าก่อนจะดึงเอาเธอมากอดเอาไว้แนบอกอีกครั้งอย่างแสนรักและห่วงใย มีเขาอยู่ด้วยคราวนี้ เขาจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรอีก บทเรียนเรื่องที่ไตรทศแอบลอบเข้ามาคราวนี้เขาได้สั่งเพิ่มกำลังทหารอย่างแน่นหนายิ่งกว่าเดิมแล้ว เขาต้องระวังตัวให้มากขึ้นเพราะต่อไปศัตรูของเขาจะไม่ได้มีแค่ไตรทศคนเดียวเท่านั้น


************************************************************************************************

สมน้ำหน้าไตรทศ เป็นไงล่ะเจอพี่รันเข้าไป ฉี่ราดเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 461 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1154 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 18:08
    กลัวแสนดา
    #1154
    0
  2. #34 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:32

    พี่รันโหดจริง ๆ สงสัยหมอจะไม่มีอนาคต คงจะใช้การไม่ได้แล้ว แต่ก็สะใจมากเลวจริง ๆ หลายเรื่องรวมกันนี่ยังไม่นับเรื่องยาเสพติด ไม่รู้ว่าหลักฐานครบแล้วจะถูกประหารไหม เก็บไว้ในคุกก็เสียข้าวสุกเปล่า ๆ ขอนะคะไรท์อย่าให้แสนดาโผล่มาซำ้เติมพี่รันกับหนูแก้ม น้องยังไม่หายช้ำแล้วก็ใกล้จะถึงงานแต่งงานแล้วด้วย อยากให้น้องหายไว ๆ และกลับมาเป็นเจ้าสาวแสนสวยของพี่รันค่ะ ขอบคุณค่ะ

    #34
    1