ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 125 : ฝรั่งช่างตื๊อกับทหารซื่อผู้น่ารัก (ตอนพิเศษ 53)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    13 พ.ย. 62

125.ฝรั่งช่างตื๊อกับทหารซื่อผู้น่ารัก

 

                หลังจากงานแต่งงานของผู้กองนทีกับธารธาราจบลงทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตนตามเดิม เช่นเดียวกับเอกพลที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขันออกนำลูกน้องลาดตระเวน ตรวจตราดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ในความดูแลได้อย่างไม่มีขาดหล่น อย่างคราวนี้ก็ด้วยเมื่อผู้กองนทีให้เขาออกตรวจตราหมู่บ้าน ซึ่งเป็นระแวกบ้านของพ่อกับแม่อานัสพอดี และตอนนี้อานัสก็อยู่ในช่วงวันหยุดเอกพลจึงได้แวะมาเยี่ยมคนเป็นเพื่อนกึ่งลูกน้อง ตั้งแต่ไปฝึกหลักสูตรล่าหัวเสือกลับมาเวลาว่างก็แทบจะไม่มีด้วยต้องดูแลพริ้มแล้วยังต้องสร้างอนาคตที่ดีเพื่อเธอกับลูกน้อยในท้องอีก เรียกได้ว่าตอนนี้อานัสโตเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมมาก ทั้งรอบคอบ มีวินัย ใจเย็นและฉลาดจนเป็นเขยรักที่พ่อตาเอ็นดู เช่นเดียวกับผู้เป็นพี่ชายที่เพิ่งแต่งงานไปที่เมื่อก่อนเอกพลได้ยินมาว่ามีเรื่องกับพ่อตาแทบตาย แต่ตอนนี้กลับกลายมาเป็นเขยที่พ่อตาเริ่มจะเอ็นดูขึ้นมาบ้างแล้ว ก็แหม เล่นจัดงานแต่งซะใหญ่โต ท่านนายพลปภพถึงกับมาเป็นเถ้าแก่ให้ด้วยตัวเอง แล้วยิ่งกำลังจะมีหลานแฝดให้อีกพ่อตาที่ไหนจะเกลียดได้ลงคอกัน

                “อ้าวผู้หมวด ออกตรวจหรอครับ” พ่อของอานัสร้องถามเมื่อเห็นเอกพลลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับออกตรวจตราพื้นที่

                “ครับคุณพ่อ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยแวะมาหาจ่า” เอกพลยกมือขึ้นไหว้พ่อของอานัสที่กำลังคุมคนงานขนลองกองขึ้นรถเพื่อเอาไปส่งตลาดอยู่

                “อยู่กับเมียที่หลังบ้านนู่นแหละครับ”

                “อ้าว แล้วทำไมไม่มาช่วยงานคุณพ่อครับ” เอกพลอดว่าไม่ได้ ก็ไหนว่าเปลี่ยนไปแล้ว ทำไมถึงให้พ่อตัวเองมาคุมคนงานอยู่แบบนี้ ขลุกอยู่แต่กับเมียแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน

                “งานพ่อไม่หนักหรอก แค่ยืนคุมคนงานเฉยๆ อานัสงานมันหนักกว่าพ่อเยอะ” ว่าแล้วพ่อของอานัสก็หัวเราะออกมาอย่างสมน้ำหน้าลูกชายตัวเอง เอกพลที่ยังสงสัยอยู่จึงได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังบ้านอย่างคุ้นเคยเพราะเขาเคยมาที่นี่บ่อยๆ จนสนิทกับคนในครอบครัวของอานัสเป็นอย่างดี

                เสียงแปรงซักผ้าดังมาจากลานปูนเล็กๆ หลังบ้าน อานัสในชุดอยู่บ้านสบายๆ กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามกำลังนั่งซักผ้าอยู่อย่างขะมักเขม้น รอบๆ กายมีกะละมังและตะกร้าเสื้อผ้าอยู่หลายใบทั้งที่ซักแล้วและยังไม่ได้ซัก ห่างออกไปจากมุมซักผ้าใกล้กับประตูหลังบ้านพริ้มกำลังนั่งกินผลไม้อยู่อย่างสบายอกสบายใจ หน้าท้องที่นูนใหญ่ออกมาภายใต้ชุดคลุมท้องตัวสวยทำให้เธอค่อนข้างจะขยับตัวลำบาก แต่ก็ดูจะมีความสุขกับการพูดคุยกับลูกน้อยในท้องเป็นอย่างมาก

                “จ่า ผ้าอ้อมกับเสื้อผ้าของลูกที่ซื้อมาเมื่อวานเอามาซักให้เรียบร้อยด้วยนะ ถุงมือถุงเท้าของลูกด้วย” คนนั่งกินส้มอยู่หันไปบอกสามี

                “จ้าๆๆ” คนที่ซักผ้าอยู่ตอบเมียอย่างว่าง่าย แต่ก็อดบ่นออกมาไม่ได้ “ที่รัก อีกตั้งหลายเดือนกว่าลูกจะคลอด จะรีบอะไรขนาดนั้น”

                “อีกหลายเดือนอะไรกัน อีกแค่ไม่กี่เดือนต่างหาก เอ๊ะ! จ่าอย่าใช้ผงซักฟอกทั่วไปซักเสื้อผ้าของลูกสิ น้ำยาซักเสื้อผ้าเด็กอ่อนก็มีทำไมไม่ใช้ เดี๋ยวถ้าลูกใส่เสื้อผ้าแล้วคันหรือเป็นผื่นแพ้นะฉันจะตีจ่าซ้ำ” คนท้องโย้ว่าแล้วค่อยๆ ลุกจะเดินเข้าไปหาอานัสที่ลานปูนซักผ้า ทำให้อานัสต้องรีบลุกขึ้นแล้วเข้ามากอดประคองเธอเอาไว้อย่างห่วงใย

                “ไม่ได้นะที่รัก จะเดินมาทางนี้ไม่ได้ผมซักผ้าอยู่เดี๋ยวก็ลื่นล้มเอาหรอก มาๆๆ มานั่งตรงนี้เหมือนเดิมดีกว่า” คนห่วงเมียประคองเมียกลับมานั่งที่ม้านั่งตามเดิมพลางลูบท้องของพริ้มไปมาเบาๆ

                “ก็ฉันกลัวจ่าซักผ้าให้ลูกไม่ดีนี่”

                “โธ่ มือขนาดนี้เชื่อใจผมเถอะน่า รับรองว่าเสื้อผ้าของลูกเราจะสะอาดทุกตัวแล้วก็จะปลอดภัยจากสารเคมีด้วย” เขารับรอง พริ้มก็เลยพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าตาให้สามีอย่างเบามือ

                “เหนื่อยมั้ย ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนนะ”

                “ไม่เหนื่อยหรอกครับ ได้ทำเพื่อคุณพริ้มกับลูกผมมีความสุขจะตาย แต่ว่า...ขอใช้เครื่องซักผ้าไม่ได้หรอ”

                “ไม่ได้” แววตาห่วงใยพลันเป็นดุขึ้นมาในทันที “ซักเครื่องจะสะอาดสู้ซักมือได้ยังไง”

                “ก็ซื้อเครื่องซักผ้าที่เอาไว้ใช้ซักเสื้อผ้าของลูกโดยเฉพาะสิ”

                “ไม่เอา จ่าอย่าขัดใจฉันสิ ฉันบอกว่าจะซักมือก็คือซักมือเท่านั้น!!!

                “จ้าๆๆ โอเคๆ ซักมือก็ได้ซักมือ” พอพริ้มทำท่าจะงอแงอานัสก็รีบโอ๋เอาใจ ยอมแล้ว ยอมหมดทุกอย่างเพื่อเธอจริงๆ กว่าเขาจะได้เธอมาครองก็แทบเป็นแทบตาย กว่าจะได้ฟังคำว่ารักจากเธอทุกๆ อย่างก็เกือบจะสายไปแล้ว ในเมื่อตอนนี้เขาได้เธอมาครอง มาแนบกายแนบใจเขาก็จะดูแลเธอให้ดีที่สุด เขาดีใจเหลือเกินที่คุณหนูไฮโซอย่างพริ้มก็พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหาเขา เธอเข้ากับครอบครัวของเขาได้เป็นอย่างดี ลดความหยิ่งความถือตัวลง เธอรักและห่วงใยเขา ใส่ใจเขาและหัดที่จะเอาอกเอาใจเขาเป็น ถ้าเขาเอาใจเธอ ใจดีกับเธอเธอก็จะเอาใจและน่ารักตอบ แต่ถ้าเขาขัดใจเธอขึ้นมาเมื่อไหร่ เหอะ! เตรียมคอขาดได้ทุกเมื่อ มนุษย์เมียนี่น่ากลัวยิ่งกว่าผู้ร้ายซะอีก ยิ่งตอนนี้เธอตั้งท้อง อารมณ์คนท้องก็จะขึ้นๆ ลงๆ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่เขาต้องใส่ใจเธอให้มากที่สุด

                “ตอนอัลตราซาวด์หมอบอกว่าเราจะได้ลูกสาว จ่า ฉันอยากได้ไหมพรมสีหวานๆ ฉันจะเอามาถักหมวก ถักถุงมือถุงเท้าให้ลูก”

                “คุณพริ้มทำเป็นด้วยหรอครับ”

                “เป็นสิ คุณแม่สอนฉันมาแล้ว” พริ้มยิ้มบอกอย่างภูมิใจขณะเอียงกายเข้าไปกอดและซบแผ่นอกแกร่งของสามี อานัสเลยแอบทำหน้าแหยๆ ใส่ ถ้าเธอจะหมายถึงหมวกที่เธอให้แม่ของเขาสอนถักวันก่อนล่ะก็ เขาคงไม่กล้าให้ลูกใส่แน่ๆ เพราะสิ่งที่เธอถักมันไม่น่าจะเรียกว่าหมวกเลยด้วยซ้ำ ถ้าเรียกว่าก้อนไหมพรมก็น่าจะได้อยู่

                “งั้นเดี๋ยวซักผ้าเสร็จผมจะพาคุณพริ้มไปเลือกซื้อไหมพรมละกันนะครับ”

                “จ่าน่ารักที่สุด” เธอว่าแล้วก็เอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มอานัสฟอดใหญ่ นี่แหละ! ที่อานัสตามใจเธอก็เพราะถ้าเขาตามใจเธอแล้วพริ้มจะน่ารักกับเขามากๆ ที่เขามีกำลังใจสู้ทำทุกๆ อย่างได้ก็เพราะกำลังใจดีๆ จากเธอนี่แหละ

                “ฉันจะถักผ้าพันคอให้จ่าด้วย ถ้าถักเสร็จแล้วจ่าใส่ไปอวดพี่นทีกับผู้หมวด เพื่อนๆ แล้วก็ลูกน้องจ่าด้วยนะ อวดแม่พวกผู้หญิงที่ชอบมาจ๊ะจ๋ากับจ่าด้วย บอกแม่พวกนั้นไปว่าเมียสุดสวยของจ่าถักให้ ใครๆ ก็อย่าได้คิดจะมาลองดีแย่งจ่าไปจากฉัน ไม่งั้นฉันจะตบให้หน้าหันทุกคนเลย” แหม แม้แต่ยามหวงผัวก็ยังน่ารัก อานัสคิด ก่อนที่ฝ่ามือเล็กๆ นุ่มๆ จะค่อยๆ ลูบไล้ไปมาอยู่กับแผ่นอกของเขา พริ้มเบียดตัวเข้าหาเขาจนแนบชิดแล้วกระซิบเสียงหวานบอกเขาอีก

                “จ่า...คืนนี้รีบนอนนะ ฉันอยากต่อแขนต่อขาให้ลูกอีก เอาแบบเมื่อคืนนี้เลย” รอยยิ้มหวานๆ แสนเย้ายวนทำให้คนหลงเมียแทบจะอยากจับเธอกดมันเสียตอนนี้ ขออุ้มเมียขึ้นห้องก่อนแล้วค่อยมาซักผ้าต่อนี่จะได้มั้ยเนี่ย

                “ฮะแฮ่ม!” ในจังหวะที่อานัสกำลังลังเลอยู่นั้นว่าจะอุ้มพริ้มขึ้นห้องดีมั้ยเขาก็หันมาเห็นเอกพลยืนกอดอกพิงตัวบ้านของเขาอยู่ สีหน้าสีตาดูหมั่นไส้เขาอย่างสุดๆ พริ้มที่กำลังจะเอื้อมตัวขึ้นไปจูบสามีชักสีหน้าเซ็งๆ ใส่ ยัยผู้หมวดตุ๊ดนี่โผล่มาอีกแล้ว เธอกำลังจะได้แซ่บกับสามีอยู่แล้วเชียว ขัดใจเป็นบ้าเลย

                “อ้าวผู้หมวด มาตั้งแต่เมื่อไหร่” อานัสหันมาถาม หน้าแดงอย่างเขินๆ เพื่อน นี่ถ้าเอกพลแมนเต็มร้อยเขาก็ไม่เขินแบบนี้หรอก ส่วนพริ้มนั้นนั่งกอดอกทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

                “มาตรวจแถวนี้น่ะเลยแวะมาเล่นด้วย ไม่ยักรู้ว่าจะจู๋จี๋กันอยู่” เอกพลเดินเข้ามาหา อานัสก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหันมามองพริ้มเมื่อเธอกอดแขนเขาเอาไว้แน่นอย่างหวงๆ เขาใส่เอกพล

                “ผู้หมวดไม่ต้องมาสนิทกับจ่าของฉันให้มากก็ได้ เดี๋ยวชาวบ้านแถวนี้เขาก็คิดกันหรอกว่าผู้หมวดกับจ่าของฉันเป็นกิ๊กกัน”

                “นี่ยัยชะนีท้องป่อง!” เอกพลวางปืน M16A1 ลงบนโต๊ะแล้วเท้าสะเอวจ้องจิกพริ้มอย่างเอาเรื่อง “ใครเขาจะไปอยากเป็นกิ๊กกับผัวหล่อน แย่งผัวหล่อนมากันยะ หล่อก็ไม่หล่อ”

                “ใครว่าไม่หล่อ ผัวฉันน่ะหล่อที่สุดในสามโลก ไม่งั้นจะมีผู้หญิงมาแอบมองเยอะแยะหรอ ฉันจะบอกให้รู้เอาไว้นะว่าถึงฉันจะท้องโตขนาดนี้แต่ฉันก็มีแรงตบคนได้อีกเยอะ ไม่ว่าใครก็ห้ามมาแย่งจ่าของฉันไปเด็ดขาด”

                “อ๊าย! ยัยชะนีหวงผัว จะรักจะหลงผัวก็ให้มันน้อยๆ หน่อย แหม ทีเมื่อก่อนล่ะรังเกียจจังเลยนะจ่ากระจอกๆ คนนี้น่ะ ทำไม โดนจ่าจัดหนักมากี่ท่ากันล่ะถึงได้หลงจ่ากระจอกๆ ที่ตัวเองเคยดูถูกไป”

                “กรี๊ดดดดด หนอย...ยัยเจ๊ปากเสีย!!!” พริ้มกรี๊ดออกมาอย่างเจ็บใจ ก็รู้อยู่หรอกว่าเอกพลเป็นคนชอบพูดตรงๆ ไม่มีจริตอะไร แต่พอมาได้ยินแบบนี้ก็อดเจ็บใจไม่ได้ทำท่าจะเข้าไปตบทหารพรานร่างบึกบึนอย่างลืมไปสนิทว่าตัวเองตั้งท้องอยู่จนอานัสต้องรีบเข้ามากอดห้ามเธอเอาไว้

                “อย่าครับคุณพริ้ม อย่าทะเลาะกัน” เขากอดเธอเอาไว้แน่น ทั้งเป็นห่วงคนแม่ ทั้งเป็นห่วงลูกสาวในท้องเธอ สองคนนี้เมื่อไหร่จะสงบศึกกันได้ซักทีเนี่ย ทะเลาะกันตลอดตั้งแต่ตอนที่เธอยังเที่ยวตามตื๊อผู้กองนทีอยู่จนตอนนี้มีลูกกับเขาแล้ว

                “จ่า จ่าก็ฟังที่ผู้หมวดว่าสิ!

                “น่าๆ อย่าใส่ใจเลยนะครับ” อานัสกอดเธอแล้วลูบหลังพริ้มเบาๆ อดแอบยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ที่เห็นเธอหวงเขา รักเขาแล้วก็บอกว่าเขาหล่อที่สุดในสามโลก คุณพริ้มของเขาน่ารักที่สุดเลย

                ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของสามีทำให้พริ้มใจเย็นลงได้บ้าง ยิ่งมือหยาบอุ่นๆ ลูบหลังเธอเบาๆ เธอก็ยิ่งใจเย็นลงก่อนจะร้องไห้ออกมาแล้วกอดอานัสเอาไว้แน่น

                “ฮื่อออ จ่าของฉัน ฉันไม่ให้ใครมาแย่งนะ”

                “เอ้า!” เอกพลยกมือขึ้นทาบอกเมื่อเห็นพริ้มร้องไห้ออกมาโดยมีอานัสกอดโอ๋เธอเอาไว้แน่น

                “คนท้องอารมณ์แปรปรวนน่ะ” อานัสหันมากระซิบบอกเขาแล้วจึงหันมากอดพริ้มต่อ

                “ฉันเสียใจที่เคยทำตัวไม่ดีกับจ่า ฮื่ออออ แต่ตอนนี้ฉันรักจ่า รักมากด้วย เพราะฉันเคยทำไม่ดีกับจ่าฉันก็กลัวว่าจ่าจะไม่รักฉัน ยิ่งตอนนี้ฉันท้องป่องหุ่นไม่สวยแล้วฉันก็ยิ่งกลัว”

                “โธ่ ทำไมผมจะไม่รักคุณพริ้มล่ะครับ เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะนะอย่าคิดถึงมันอีกเลย ผมไม่สนใจอดีตหรอก ผมสนใจแค่คุณพริ้มกับลูกแล้วก็อนาคตของเรามากกว่า อนาคตที่มีแค่เราพ่อแม่ลูก อนาคตที่ผมกำลังสร้างอยู่เพื่อคุณพริ้มกับลูกเท่านั้น ผมจะเป็นไอ้จ่าบ้าของคุณพริ้มคนเดียวตลอดไปนะครับ ไม่มีใครมาแย่งผมไปจากคุณพริ้มได้ทั้งนั้นเพราะผมรักคุณพริ้มมาก ผมจะไม่ทำให้คุณพริ้มเสียใจเพราะผมเด็ดขาด คุณพริ้มของผมน่ารักที่สุดในโลก สวยที่สุดในโลก เมียของผมน่ารักขนาดนี้ถ้าไม่รักก็โง่สุดๆ แล้ว” อานัสยิ้มบอกเธอแล้วจูบหน้าผากของเธอเบาๆ พริ้มจึงหยุดร้องไห้แต่ก็ซุกตัวเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นอย่างออดอ้อนแล้วทำหน้าเมินใส่เอกพล

                “คุณพริ้มไม่ต้องหวงผมกับผู้หมวดนะครับ คุณพริ้มรู้รึเปล่าว่าตอนนี้ผู้หมวดเขามีคนมาตามจีบแล้ว” ว่าแล้วอานัสก็หันไปยิ้มให้เอกพลอย่างแซวๆ “ตอนงานแต่งพี่เขยกับผู้หมวดธาราน่ะ ผมเห็นนะว่ามีหนุ่มหล่อชาวต่างชาติมาคุยกับผู้หมวดตั้งนานสองนาน เอาแต่มองผู้หมวดจนผมขนลุกไปหมด หนุ่มคนนั้นน่ะใครกันหรอ”

                พอถูกแซวเอกพลก็ทำหน้าไม่ถูกขึ้นมาทันที แต่ก็ดูออกว่าเขินอยู่ไม่น้อยจนหน้าแดงไปหมด เพราะหลังจากคืนนั้นเขาก็ไม่ได้เจอกับเดม่อนอีกเพราะเดม่อนเป็นห่วงแม่เลยรีบกลับกรุงเทพฯ ไปช่วยผู้เป็นแม่ดูแลหลานสาวอย่างน้องมารีน แต่ก่อนไปเดม่อนก็ยังไม่วายบอกกับเขาว่าแล้วจะตามไปหาถึงที่นราธิวาสเอง

                “เดม่อนน่ะ น้องชายต่างพ่อของผู้กองคณิน”

                “อ๋อ ถึงว่าหน้าคุ้นๆ คนกันเองแท้ๆ แบบนี้ผู้หมวดก็จะเป็นน้องสะใภ้พี่คณินกับขวัญแล้วล่ะสิ”

                “อุ๊ย! พูดอะไรอย่างนั้น ยิ่งเป็นคนกันเองเจ๊ยิ่งไม่กล้า ผู้กองคณินเป็นทั้งครูฝึกของเจ๊ เป็นทั้งผัวยัยชะนีน้อย แล้วยัยชะนีน้อยก็เป็นเพื่อนสนิทเจ๊อีก มันทำตัวลำบากนะ”

                “สมน้ำหน้า” พริ้มเบะปากใส่แล้วก็เชิดหน้าหนี เอกพลล่ะอยากจะวีนใส่เธออีกรอบแต่ก็ต้องทำเป็นไม่สนใจเอาไว้เพราะไม่อยากถือสายัยชะนีท้องป่องหวงผัว อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่รู้หลานของเขาคลอดออกมาจะได้นิสัยแม่มาด้วยรึเปล่า เห็นว่าอัลตราซาวด์ได้ลูกสาวซะด้วยสิ

                “คิดมากไปได้ผู้หมวด สมัยนี้โลกเรามันไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว ตอนนี้คู่รักเพศเดียวกันมีออกถมเถแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร คนเราน่ะถ้ารักกัน ห่วงใยกัน หวังดีต่อกันแล้วจะคิดมากไปทำไม พี่คณินก็ไม่ใช่คนจิตใจคับแคบ ยิ่งผู้หมวดสนิทกับขวัญมันก็ยิ่งดีนะ คนกันเองแบบนี้น่าไว้ใจยิ่งกว่าคนอื่นซะอีก ผู้หมวดทั้งดีกับขวัญ เคารพพี่คณิน รักลูกของพวกเขามาก ยังไงพี่คณินก็ไม่รังเกียจผู้หมวดหรอก เชื่อผมสิ”

                “จริงหรอ”

                “แล้วทางบ้านผู้หมวดรับเรื่องนี้ได้รึเปล่าล่ะ”

                “โอ๊ย! ขอแค่เจ๊เป็นทหารออกรับใช้ชาติแบบนี้พ่อเจ๊ก็ไม่ซีเรียสแล้วว่าเจ๊จะหาลูกเขยหรือลูกสะใภ้ให้”

                “อ้าว งั้นก็ดีเลยน่ะสิ แม่พี่คณินก็ท่าทางใจดี เคยอยู่ประเทศเสรีอย่างอเมริกามาก่อนท่านก็คงจะเข้าใจเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายใจกว้างรับได้ ผู้หมวดก็ปล่อยใจไปตามที่ต้องการเถอะ ตอนนี้ทุกๆ คนเขาก็มีคู่กันหมดแล้ว แล้วผู้หมวดจะอยู่เหงาๆ คนเดียวไปทำไม อีกหน่อยลูกผมคลอด ผมก็คงจะติดเล่นกับลูก คงไม่มีเวลาไปนั่งดื่มทำตัวชิวกับผู้หมวดได้หรอก”

                “อย่าว่าแต่ตอนคลอดแล้วเลย แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่ให้จ่าไปกับผู้หมวดหรอก ฉันหวง” พริ้มเชิดหน้าว่าขึ้นงอนๆ กอดอานัสแน่น อานัสจึงหันมาจูบขมับเธออย่างหมั่นเขี้ยวแล้วโอบเธอเอาไว้แนบตัว

                “โทรไปหาเขาสิผู้หมวด มีเบอร์หรือไลน์เขามั้ย”

                “ไม่มี ไม่ได้ขอ”

                “เอ้า!” อานัสกับพริ้มว่าขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อกันแบบนี้แล้วจะเจอกันอีกได้ยังไง

                “งั้นเดี๋ยวโทรไปถามพี่คณินให้” อานัสหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาจะต่อสายหาผู้กองคณินโดยเอกพลกับพริ้มได้แต่มองตามเขาอย่างลุ้นๆ แต่ทว่าพอต่อสายอยู่ได้สักพักอานัสก็ต้องวางสายลง

                “ไม่มีสัญญาณ ติดต่อไม่ได้ สงสัยเข้าป่าลาดตระเวนอยู่” พอเขาบอก เอกพลกับพริ้มก็ถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กัน ขวัญตาเองก็ทำงานอยู่ที่ฐาน จะติดต่อหาเธอก็ไม่ได้เหมือนกัน แม่ของผู้กองคณินที่ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ เขาก็ไม่มีเบอร์ติดต่อซะด้วยสิ

                “ติดต่อไม่ได้งั้นก็ไม่เป็นไรหรอก บางทีเนื้อคู่ของเจ๊อาจจะยังไม่เกิดก็ได้” เอกพลได้แต่พยายามตัดใจกับเรื่องนี้ก่อนจะหยิบปืนขึ้นมาสะพายแล้วลุกขึ้น

                “อ้าว จะไปแล้วหรอ อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิ แม่ผมกำลังเห่อหลานทำกับข้าวไว้เยอะแยะเลย”

                “ไม่ล่ะ เดี๋ยวเจ๊ต้องนำลูกน้องไปตรวจแถวๆ ตลาดอีก จ่าเองก็อยู่รับใช้เมียให้เต็มที่ล่ะ ไว้หมดวันหยุดแล้วมีงานให้ทำอีกเพียบ” ว่าแล้วก็อดปรายตามองมาทางพริ้มไม่ได้ เธอดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะมาก ทำตัวน่ารักและนิสัยดีขึ้น พ่อกับแม่อานัสเลยรักเธอมาก นิสัยแย่ๆ หลายๆ อย่างหายไป เธอเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิมเยอะ ติดอยู่อย่างเดียวก็คือความหวงผัวนี่แหละ ไม่ว่าจะสาวแท้สาวเทียม ถ้ามาเข้าใกล้อานัสพริ้มเป็นต้องวีนใส่ตลอด แต่เอกพลก็เข้าใจเธอแหละ ผัวหล่อ แสนดีแล้วก็ช่างเอาใจแบบนี้พริ้มจะไม่รักไม่หวงได้ยังไงกัน

หลังจากเอกพลกลับไปอานัสก็กลับมาซักผ้าต่อโดยคราวนี้มีพริ้มมานั่งอยู่ข้างๆ คลอเคลียกับเขาไม่ยอมห่าง ทั้งซับเหงื่อให้ ป้อนน้ำ ป้อนผลไม้แล้วก็นั่งสวยๆ ดูเขาซักผ้าอย่างมีความสุข พริ้มรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นเมียของผู้ชายแสนดีคนนี้ แล้วอานัสก็รักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้เธอเสียใจและไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย นอกจากหน้าที่ ครอบครัว ชีวิตและลมหายใจที่เหลือของเขา เขาก็ยกให้เธอกับลูกทั้งหมด พริ้มได้แต่แอบมองหน้าเขาอย่างยิ้มๆ ก่อนที่จะเอียงแก้มลงซบต้นแขนแกร่ง อานัสที่ซักผ้าอ้อมของลูกอยู่ก็เลยหันมาจูบแก้มเธอเบาๆ แล้วยิ้มตอบเธออย่างมีความสุขมากเช่นกัน

 

กลางตลาดในตัวเมืองเอกพลและลูกน้องกระจายกำลังกันเดินตรวจตราความเรียบร้อยและพูดคุยทักทายกับชาวบ้านตามปกติ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขามีวิญญาณองค์แม่สิงอยู่ สาวๆ น้อยใหญ่เลยได้แต่พากับมองเขาตาหวาน ซึ่งเอกพลก็ยิ้มตอบในไมตรีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ภายในใจเขากำลังแอบมองพ่อค้าขายน้ำผลไม้ปั่นหน้าคมหุ่นล่ำอยู่ต่างหาก ซี๊ดดดด เห็นแล้วก็เปรี้ยวปาก แต่ก็ต้องทำเป็นไม่สนใจแอ๊บแมนเอาไว้อย่างเต็มที่เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีซึ่งผู้กองนทีจะเข้มงวดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จะว่าไปตอนงานแต่งของผู้กองนทีกับธารธาราเขาก็อดเสียดายไม่ได้เมื่อตอนที่เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ คนที่ได้ช่อดอกไม้เจ้าสาวก็คือยัยชะนีนางไม้จิ๋วเจ้าเก่าอีกแล้ว ตัวนิดเดียวแต่กลับแย่งช่อดอกไม้เจ้าสาวได้ถึงสองครั้ง เห็นแล้วก็อดขัดหูขัดตาหลานไม่ได้ และเพราะช่อดอกไม้ช่อใหญ่มากจนนางถือไม่ไหว สุดท้ายนางก็เดินลากช่อดอกไม้กลับมาแล้วยังใจดีดึงดอกไม้ในช่อมาแบ่งให้เขาด้วย เขายังจำคำพูดของนางในตอนนั้นได้เลย

“คราวก่อนคุณอานทีไม่มีคุณอาผู้หญิง ไนเปอร์ก็เลยให้ดอกไม้เจ้าสาวกับคุณอานทีไปแล้วคุณอานทีก็มีคุณอาผู้หญิงกับน้องให้ไนเปอร์ค่ะ”

            “แล้ว...” จะสื่ออะไรยะยัยชะนีนางไม้จิ๋ว

            “ไนเปอร์จะแบ่งดอกไม้ให้คุณอาบ้างค่ะ คุณอาจะได้มีคุณอาผู้หญิงให้ไนเปอร์บ้าง” ว่าแล้วก็ฉีกยิ้มแฉ่ง

            “เปลี่ยนจากคุณอาผู้หญิงเป็นคุณอาผู้ชายได้มั้ย” เขารึก็แกล้งถามเล่นๆ ขำๆ แต่นางกลับตอบเขามาว่า

            “คุณอาผู้ชายก็ได้ค่ะ”

                เฮ้อ! เด็กหนอเด็ก ที่พูดไปนี่เข้าใจความหมายของมันรึเปล่าเนี่ย จะสอนวิชาเพศศึกษาพื้นฐานให้พ่อนางก็ดุแล้วก็หวงลูกสาวเสียเหลือเกิน แต่ก็เอาเถอะ นางมีแม่เป็นหมอชื่อดัง เดี๋ยวแม่นางก็คงหาวิธีสอนนางเองแหละ เอกพลนึกถึงนางไม้จิ๋วแล้วก็อดขำหลานออกมาไม่ได้ ลูกหลานของทหารแก๊งนี้น่ารักกันทุกคนเลย แสบซนกำลังพอดีแต่ก็มีแววจะโตขึ้นเป็นคนในเครื่องแบบเหมือนพ่อกันทุกคนด้วย

                แล้วในระหว่างที่เอกพละกำลังยืนนึกถึงหลานๆ อยู่นั้นเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกอยู่ในสายตาของใครบางคน และใครคนนั้นก็มองมาที่เขาได้สักพักแล้ว แววตาที่มองมีแต่ความชื่นชมมอบให้เมื่อได้เห็นเขาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนถือปืนกระชับมือ บุคลิกท่าทางและน้ำเสียงที่สั่งการกับลูกน้องก็แมนแสนแมน ดูดีไปหมด ไม่เสียแรงจริงๆ ที่อุตส่าห์มาตามหาถึงที่นี่

                “สวัสดีครับพี่ทหาร ไม่ทราบสะดวกมั้ยครับผมขอถามทางหน่อย” เอกพลที่เพิ่งจะสั่งการกับลูกน้องเรียบร้อยหันมามองตามเสียงของใครสักคนที่ต้องการจะถามทางกับเขา สำเนียงภาษาไทยไม่แข็งแรงแบบนี้คาดว่าน่าจะเป็นนักท่องเที่ยว แต่ทว่าพอเขาหันมามองนักท่องเที่ยวรายนี้เพื่อจะช่วยบอกเส้นทางให้เอกพลก็ถึงกับอึ้งตะลึงงันด้วยคาดไม่ถึง

                เดม่อนยืนถือแผนที่ฉีกยิ้มหวานละมุนให้เขา ด้านหลังสะพายเป้ใบใหญ่สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นดูสบายๆ อย่างนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คทั่วไป แต่ใบหน้าที่หล่อๆ สไตล์หนุ่มชาวตะวันตกนี่สิทำให้สาวๆ ยิ่งแอบมองกันด้วยความสนใจ

                “สวัสดีครับพี่ ผมมาตามที่เคยบอกเอาไว้แล้วนะครับ” เดม่อนยิ้มหวานละมุนมากๆ จนเอกพลหัวใจเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือที่ถือปืนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่และร้อนผ่าวไปทั้งหน้าเลย เขาไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนจะดูจริงจังเขามากมายแบบนี้ ที่เดม่อนเคยบอกว่าจะตามมานราธิวาสนั้นเอกพลไม่คิดว่าเขาจะมาจริงๆ ยิ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงด้วย แต่เดม่อนก็ยอมเสี่ยงที่จะมา

                “มะ...มาได้ยังไง” อาการติดอ่างกำเริบแบบคาดไม่ถึง ในขณะที่เดม่อนกลับดูสบายๆ ไม่เคอะเขินใดๆ เหมือนสนิทคุ้นเคยกับเขามาเป็นชาติแล้วก็ไม่ปาน

                “ก็นั่งเครื่องบินมาน่ะสิครับ นั่งเครื่องแล้วก็ต่อรถมาที่นี่ แต่แบ็ตโทรศัพท์ผมหมดก็เลยติดต่อหาพี่นทีไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าฐานทหารพรานของพี่นทีอยู่ที่ไหน คุยกับชาวบ้านก็ไม่รู้เรื่อง แหม โชคดีจังผมได้เจอพี่ที่นี่ อืม...เคยได้ยินพี่สะใภ้พูดว่าไงนะ บังเอิญ โลกกลมและพรหมลิขิตรึเปล่า” เดม่อนทำหน้าขบคิดกับศัพท์ภาษาไทยที่ไม่คุ้นเคย ดีว่ายามว่างจากงานเชฟที่ร้านอาหารของตนในกรุงเทพฯ แล้วเขาได้มีโอกาสเล่นกับหลานๆ บ่อย ซึ่งนอกจากน้องมารีนก็เป็นสามพี่น้องบ้านท่านนายพลปภพที่อยู่ระแวกเดียวกัน หลานๆ ก็เลยช่วยสอนภาษาไทยให้กับเขาด้วย

                “จะมาหาผู้กองนทีหรอ” เอกพลไม่ได้สนใจเรื่องความบังเอิญ โลกกลมหรือพรหมลิขิตใดๆ เมื่อได้ยินเดม่อนบอกว่าติดต่อหาผู้กองนทีไม่ได้

                “ก็ไม่เชิง ผมตั้งใจจะมาหาพี่นี่แหละ ผมบอกพี่คณินว่าอยากมาเที่ยวที่นี่ พี่คณินเลยแนะนำให้มาหาพี่นที มาพักกับพี่นทีจะได้ปลอดภัยและมีคนคอยดูแล ไหนๆ ก็เจอกันแล้วพี่ช่วยพาผมกลับไปที่ฐานด้วยสิครับ” สีหน้าและแววตาช่างออดอ้อนเสียเหลือเกินจนเอกพลต้องเบือนหน้าไปมองทางอื่น เดี๋ยวจะเผลอแต๋วแตกกลางตลาดเอา

                “แล้วผู้กองรู้รึเปล่าว่าจะมาหา”

                “รู้แล้ว พี่คณินช่วยติดต่อให้เรียบร้อยแล้ว” เหอะ ถ้าเดม่อนบอกพี่ชายไปว่าตั้งใจจะมาหาเขาโดยเฉพาะ จ้างให้ผู้กองคณินก็ไม่ให้เขามาหรอก

                “งั้นก็รอก่อน ตอนนี้ทำงานอยู่”

                “ขอเดินตามพี่ไปเรื่อยๆ ได้มั้ยครับ แบบว่า...ผมอยากมาดูตอนพี่ทำงานน่ะ”

                “จะดูทำไม”

                “อ้าว ก็ตอนที่พี่แต่งเครื่องแบบแบบนี้แล้วดูหล่อ ดูเท่เป็นบ้าเลย ผมชอบครับ” พอได้ยินคำบอกว่าชอบเอกพลก็ต้องรีบกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ ใจเย็นๆ เอกี้ แกใจเย็นๆ ก่อน มีหนุ่มรุ่นน้องมารุกจีบแบบนี้แกต้องตั้งสติให้ดีๆ ยิ่งเป็นคนกันเองยิ่งต้องถนอมน้ำใจของอีกฝ่ายเอาไว้ ความรุกจีบของเดม่อนเขาก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่ความรักแบบนี้เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะไปได้ไกลมากแค่ไหน ถึงเดม่อนจะอายุน้อยกว่าเขาปีหนึ่งแต่ก็เป็นผู้ใหญ่อยู่พอตัว เดม่อนนี่คือสเปกของเขาเลย หล่อ อบอุ่นเหมือนพี่ชาย มีความขี้เล่นแต่...เรื่องความจริงจังนั้นมีเต็มร้อยแล้วความจริงใจล่ะมีแค่ไหนกัน

                “ไม่ได้ ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟนู่นไป ไว้ทำงานเสร็จแล้วจะมาตาม”

                “จริงนะพี่”

                “อืม” เอกพลพยักหน้ารับ เดม่อนจึงเดินเข้าไปนั่งรอในร้านกาแฟอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังโบกมือให้เขาและยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพของเขาเอาไว้อีกด้วย

                “เด็กบ้า” เอกพลว่าเบาๆ คนเดียวก่อนจะเดินตรวจตราต่อ แววตาของเขาดูเป็นประกายและอดยอมรับไม่ได้จริงๆ ว่าเขามีความสุขและความหวังอยู่ลึกๆ ในใจ ความรักแบบนี้รักแท้มันมีอยู่จริง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาเจอแล้วรึยัง

                หลังจากที่เอกพลและเหล่าลูกน้องตรวจตราความเรียบร้อยเสร็จและจะกลับฐานกัน เขาก็มาตามเดม่อนกลับด้วย ซึ่งเดม่อนดูจะดีใจมากที่จะได้เดินทางไปที่ฐานกับเขา

                “พี่ ไว้ว่างๆ แล้วพี่พาผมเที่ยวเมืองนราธิวาสหน่อยสิ ผมหาข้อมูลมา ที่เที่ยวเยอะมากๆ โดยเฉพาะน้ำตกปาโจ น้ำตกสุคิริน ผมอยากไป” เดม่อนเขย่าแขนเอกพลไปมาเหมือนเด็กๆ อ้อนให้พาไปเที่ยวจนเหล่าลูกน้องของเขาที่นั่งรถมาด้วยกันแอบขำ ท่าทางงานนี้ผู้หมวดของพวกเขาจะสละโสดอีกรายซะแล้วสิ

                “ก็ไปเที่ยวเองสิ”

                “ได้ไง ถ้ามันไม่ปลอดภัยล่ะ”

                “นี่! ความจริงแล้วพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอกนะ นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันออกเยอะแยะ ทั้งภูเขา ทะล น้ำตกหรือแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน หาข้อมูลมาแล้วไม่ใช่หรองั้นก็ไปเที่ยวเองได้สิ”

                “โธ่พี่ อย่าชาเย็นกับผมนักสิ”

                “เย็นชา” เอกพลแก้ให้ เดม่อนจึงพยักหน้ารับ

                “นั่นแหละๆ อย่าเย็นชากับผมนักเลย ผมอุตส่าห์บินมาจากอีกซีกโลกหนึ่งมาที่เมืองไทย บินจากภาคกลางลงภาคใต้ ผมตั้งใจมาหาพี่ขนาดนี้ผมจริงใจกับพี่นะครับ”

                “ฮิ้ววว” เหล่าอาสาสมัครทหารพรานที่นั่งรถมาด้วยกันร้องโห่แซวอยู่ๆ ก็มีคนมาจีบกันให้ดู

                “ผู้หมวดก็อย่าใจร้ายกับน้องเขานักเลย แค่พาเที่ยวเอง ทำหน้าที่ของเจ้าบ้านที่ดีหน่อย”

                “นี่ ใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้อง เรื่องอะไรมาสอนผม” เอกพลชักสีหน้าใส่ลูกน้องก่อนจะหันมาค้อนใส่เดม่อนที่ทำหน้าอ้อนเขาอยู่ โอ๊ย จะมาอ้อนมาจีบอะไรตอนนี้ นี่ไม่รู้รึยังไงว่าตอนอยู่ต่อหน้าลูกน้องเขาต้องทำเป็นเข้ม ไม่งั้นเดี๋ยวเสียการปกครองแย่ ยัยชะนีน้อยนะยัยชะนีน้อย ทำไมไม่สอนมารยาทให้น้องผัวซะบ้าง

 

                เมื่อกลับถึงฐานอาสาสมัครทหารพรานก็แยกย้ายกันไปพัก ส่วนเอกพลต้องไปรายงานการตรวจพื้นที่กับผู้กองนทีก่อนตามปกติ แต่จะไม่ปกติก็ตรงที่ตอนนี้ผู้บังคับบัญชาของเขามีอาการเหมือนจะไม่สบาย เพราะทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นผู้กองนทีโก่งคออ้วกแตกอ้วกแตนอยู่หลังโต๊ะทำงานจนหน้าซีดเผือดไปหมด แล้วบนโต๊ะทำงานของเขานอกจากจะมีเอกสารงานทางราชการแล้วก็ยังมีจานผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ดองอีกมากมายวางเอาไว้อยู่

                “อ้วกกกกก” เห็นผู้บังคับบัญชาอ้วกไม่หยุดแบบนี้เอกพลก็เลยต้องเดินเข้าไปช่วยลูบหลังให้ ซึ่งพอชะโงกหน้าดูในถังขยะก็ไม่เห็นจะมีอะไรถูกสำรอกออกมาเลย อ้าว นี่อ้วกยังไงของเขากันล่ะเนี่ย

                “ไหวมั้ยครับผู้กอง หน้าซีดไปหมดแล้วเนี่ย” เอกพลถามอย่างห่วงใย เดม่อนที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้กองนทีกับเขาจึงเข้ามาช่วยหิ้วปีกผู้กองนทีขึ้นมานั่งบนเก้าอี้อีกคน

                “ไหวๆ ผมไหว” คนไหวนั่งหมดแรงตัวอ่อนปวกเปียก ก่อนจะหันมามองทางเดม่อนที่ก่อนหน้านี้ผู้กองคณินติดต่อมาหาเขาแล้วว่าจะขอฝากน้องชายไว้ที่ฐานหน่อย เดม่อนเพิ่งมาเมืองไทยและเพิ่งจะเคยได้ออกท่องเที่ยวคนเดียวไกลๆ แบบนี้ผู้เป็นพี่ชายเลยอดห่วงไม่ได้

                “อ้าว มาแล้วหรอ เห็นพี่ชายเรามันบอกว่าจะมาเที่ยว”

                “สวัสดีครับพี่นที ผมมาขอรบกวนด้วยนะครับ แต่ผมจะไม่อยู่ฟรีๆ นะ ผมทำอาหารเก่ง เดี๋ยวจะทำของอร่อยๆ เลี้ยงทหารทุกคนในฐานเลย อาหารตะวันตก อาหารตะวันออก อาหารเอเชียนี่ผมทำเป็นหมดเลยนะพี่ หน้าซีดๆ ไม่สบายอย่างพี่นี่เดี๋ยวผมทำต้มยำกุ้งร้อนๆ ให้ซด อ้อ! แฟนพี่กำลังท้องนี่ เดี๋ยวผมทำไก่ตุ๋นโสมให้ด้วย เพิ่มสตูเนื้อแกะ ซุปครีมเห็ด แล้วก็...”

                “อ้วกกกก” ผู้กองนทีลงไปนั่งโก่งคออ้วกอยู่กับพื้นอีกรอบเมื่อนึกถึงอาหารตามที่เดม่อนว่า แค่จินตนาการถึงกลิ่นของอาหารเขาก็เหม็นจะแย่แล้วจนเอกพลกับเดม่อนได้แต่มองหน้ากัน สงสัยว่าเขาป่วยเป็นอะไร

                “เออ...ไปให้หมอชัชดูอาการหน่อยดีมั้ยครับ” เอกพลเข้าไปช่วยลูบหลังให้อีก ส่วนเดม่อนก็รีบค้นหายาดมในกระเป๋าของตัวเองเป็นการใหญ่ก่อนที่จะมีใครอีกคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้กองนที

                ธารธารายิ้มให้เอกพลและเดม่อนก่อนจะเดินถือแก้วน้ำส้มคั้นเข้าไปหาผู้เป็นสามีซึ่งตอนนี้อ้วกจนหมดแรงแล้ว เธอกับเอกพลจึงช่วยพยุงเขากลับมานั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

                “ยังอ้วกไม่หยุดอีกหรอคะ งั้นดื่มน้ำส้มหน่อยนะคะพี่นที ธาราคั้นมาสดๆ เลย” ธารธาราบอกเข้าแล้วกอดประคองเขาเอาไว้ขณะช่วยป้อนน้ำส้มคั้นให้ ซึ่งพอดื่มไปได้ครึ่งแก้มแล้วผู้กองนทีก็เริ่มจะอาหารดีขึ้น แต่ก็ยังคงดึงเมียรักเอาไว้ให้เธออยู่ข้างๆ กาย

                “คุณพี่หมวด น้องว่าอาการไม่ค่อยดีแล้วนะ จับลากไปให้หมอชัชดูอาการเถอะ เห็นอ้วกแบบนี้มาหลายวันแล้วเนี่ย” พอเอกพลหันมาบอก ธารธาราก็หัวเราะออกมาทันทีแล้วยกมือขึ้นปกป้องพูดกับเขา

                “พี่นทีไม่ได้ป่วยเป็นอะไรมากหรอกค่ะผู้หมวด ไม่ต้องเป็นห่วง”

                “อ้าว ก็เห็นๆ อยู่นี่ว่า...เดี๋ยวนะ อาการอ้วกไม่หยุดแบบนี้นี่มัน...” เอกพลทำท่าขบคิด ก่อนที่จะทำตาโตขึ้นมาแล้วมองหน้าธารธาราอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอก็เลยหัวเราะและพยักหน้าตอบเขาว่าใช่

                “แพ้ท้องแทนเมีย!!!” ว่าแล้วทั้งเอกพลกับธารธาราก็หัวเราะกันออกมาทันทีจนคนที่อ้วกจนหมดแรงอดชักสีหน้าใส่ไม่ได้ มือก็ยกน้ำส้มคั้นขึ้นดื่มอีกจนหมดแล้วตามมาด้วยมะยมดองจิ้มพริกเกลือ คุณพระ ก็เคยได้ยินอยู่หรอกว่าบางคนจะแพ้ท้องแทนเมีย แต่ก็เพิ่งเคยเห็นกับตาตัวเองนี่แหละ โถๆๆ พ่อหนุ่มนักรัก คงจะรักเมียมากสินะถึงได้มาแพ้ท้องแทนเมียแบบนี้ ในขณะที่ธารธารากลับไม่มีอาหารแพ้ท้องใดๆ เลย

                “เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ คนแพ้ท้องแทนเมีย”

                “ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บอะไรหรอกค่ะผู้หมวด” ธาธาราตอบเขาพลางหันมาป้อนผลไม้รสเปรี้ยวให้สามีอย่างห่วงใยกัน “นี่เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งค่ะ ในทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าคุณพ่อที่เขาอยากจะมีลูกมากๆ หรือมีลูกยาก หรือเมียเคยแท้งลูกมาก่อนมักจะมีอาการแพ้ท้องแทนเมียมากกว่าคุณพ่อทั่วไป เพราะคุณพ่อจะมีความเข้าใจในความรู้สึกของคนท้องมากและเพราะความอยากมีลูกมากทำให้ใส่ใจการตั้งท้องของเมียเป็นพิเศษก็เลยอุปทานแพ้ท้องแทนเมียซะเลย”

                “ก็พี่รักลูกแฝดของพี่มากนี่ เมื่อก่อนเห็นผู้พันกับคุณหมอแก้มมีลูกแฝดกัน ท่าทางน่าสนุกดีพี่ก็อยากจะมีกับเขาบ้าง เนี่ย พอมีสมใจแล้วพี่ก็ต้องเห่อ ต้องรักมากหน่อยสิ จริงมั้ยลูกพ่อ หืม...แฝดน้อยของพ่อจะต้องน่ารักที่สุดในโลกเลยนะลูก นาวี เนวี่” คนเห่อลูกลูบท้องเมียรักเบาๆ ธารธาราจึงยิ้มให้เขาอย่างแสนรักและมีความสุข พี่นทีของเธอรักลูกมาก ทั้งรักทั้งหวง ดูแลเธอเป็นอย่างดีทุกอย่าง ตามใจไม่เคยขัดใจเลยด้วย สมกับที่เขาอยากมีลูกมานานแล้วจริงๆ

                “ช่วงใกล้วันกำหนดคลอดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของพี่นทีจะลดลงนะคะ แต่ฮอร์โมนโปรแลคตินกับคอร์ติซอลจะเพิ่มขึ้นเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับว่าที่คุณพ่อและจะยิ่งเพิ่มสายใยรัก ความผูกพันของพี่นทีกับลูกๆ ให้เหนียวแน่นขึ้น พอรู้แบบนี้แล้วธาราก็ชักอยากจะคลอดลูกแฝดออกมาให้พี่นทีไวๆ แล้วสิคะ” ผู้กองนทีก็อดใจแทบจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน อยากจะอุ้มลูกน้อยไวๆ และเมื่อได้อุ้ม เขาคงอุ้มลูกไม่วางแน่ๆ

                “ตอนเที่ยงก็เจอทาสเมียซักผ้าให้เมีย ตอนเย็นยังมาเจอทาสเมียแพ้ท้องแทนเมียอีก” เอกพลแอบว่า เริ่มจะรู้สึกเป็นส่วนเกินเข้าไปทุกทีแล้วสิตอนนี้

                “เมื่อกี้นี้พูดถึงไหนกันแล้วนะ” ผู้กองนทีหันมาทางเอกพลกับเดม่อนอีกครั้งเมื่อเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทั้งสองคนยังอยู่ที่นี่

                “เรื่องเดม่อนจะมาพักที่นี่ชั่วคราวครับ” เอกพลตอบ ผู้กองนทีก็เลยพยักหน้ารับ

                “ที่บอกว่าจะมาเป็นพ่อครัวอะไรน่ะ ไม่ต้องก็ได้ ถ้ามาเที่ยวก็เที่ยวให้สนุกเถอะไม่ต้องเกรงใจ ฐานนี้ก็ไม่ใช่ฐานเล็กๆ จะเลี้ยงคนเพิ่มอีกซักคนทำไมจะไม่ได้ น้องผู้กองคณินก็เหมือนน้องพี่ งั้น...ไปพักกับผู้หมวดก็แล้วกัน”

                “อ้าว” เมื่อได้ยินแบบนี้เอกพลก็ว่าขึ้นทันที ในขณะที่เดม่อนดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้ใกล้ชิดกับเอกพล

                “มาอ้าวอะไรล่ะ ถ้าไม่พักกับผู้หมวดแล้วจะให้เขาไปพักที่ไหน” ผู้กองนทีว่า “พักบ้านพักทหารมันก็ยังไงๆ อยู่ เดม่อนเขาไม่คุ้นเคยกับที่นี่ให้ไปพักคนเดียวก็น่าเป็นห่วง จะให้มาพักกับผม มันก็ไม่สะดวกเท่าไหร่เพราะผมต้องดูแลลูกเมีย กลัวว่าจะไม่มีเวลาดูแลแขก จะให้พักกับอานัสก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่เพราะคุณพริ้มเธอหวงอานัสมาก”

                “พักกับหมอชัชก็ได้นี่ครับ”

                “รายนั้นยิ่งไม่ได้ ทั้งซุกแฟน ทั้งมีสาวๆ มาติดสับรางกันให้วุ่นวายไปหมด พักกับผู้หมวดแหละดีแล้วคนกันเองด้วยถ้าผู้กองคณินกับยัยขวัญรู้ก็คงจะเบาใจ”

                พูดแบบนี้นี่แสดงว่าผู้กองนทีไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าแขกรายนี้มันจ้องจะงาบเขาอยู่

                และด้วยเหตุนี้เอกพลก็เลยจำต้องเดินนำเดม่อนไปที่บ้านพักของเขา ซึ่งเป็นบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ มีสองห้องนอน เรียบง่ายเหมือนบ้านพักข้าราชการทหารทั่วไป และไม่ได้มีอะไรบ่งบอกถึงความเป็นคุณแม่ของเจ้าของบ้านเลยนอกจากชุดเครื่องสำอางที่ห้องนอน เดม่อนมองไปรอบๆ บ้านอย่างตื่นเต้นที่ได้มาเที่ยวฐานปฏิบัติการของทหารแล้วยังได้นอนในฐานอีก ทั้งตื่นเต้นทั้งท้าทายและยิ่งสุขใจเมื่อยามได้มองหน้าหล่อๆ ของผู้เป็นเจ้าของบ้าน

                “อะ พักห้องนี้ละกัน ที่นอนหมอนมุ้งมีครบอยู่แล้ว ห้องน้ำมีห้องเดียวอยู่ที่ชั้นล่าง ถ้าหิวในตู้เย็นมีของกินอยู่บ้าง ของสดก็มีจะทำกินเองก็ตามใจ” เอกพลบอกพลางเดินนำเดม่อนเข้าไปในห้องนอนที่ว่างซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนของเขา

                “ทหารที่นี่เขาจะตื่นตีห้ามาออกกำลังกาย ฝึกแถว เข้าแถว ข้าวเช้าเจ็ดโมง ข้าวเที่ยงก็เที่ยงตรง ส่วนมื้อเย็นก็ตอนหกโมงเย็น ไปกินได้ที่โรงครัวผู้กองแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทหารที่โรงครัวให้แล้ว”

                “แล้วถ้าผมอยากทำอาหารกินกับพี่แค่สองคนล่ะ ไม่ไปกินที่โรงครัวได้มั้ย”

                “นี่...”

                “พี่ ผมพูดตรงๆ นะไหนๆ ก็อยู่กันสองคนแล้ว” เดม่อนปลดเป้บนหลังลงแล้วหันมามองหน้าเอกพลอย่างจริงจัง

                “พี่ก็น่าจะรู้ว่าผมมาที่นี่เพราะอะไร เรื่องเที่ยวน่ะผมแค่เอามาบังหน้าเท่านั้น ความจริงแล้วผมอยากมาหาพี่ ถึงไม่บอกพี่ก็น่าจะรู้ว่าผมคิดกับพี่ยังไง ผมแอบมองพี่ตั้งแต่ในงานแต่งของพี่คณินแล้ว แต่เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาที่เมืองไทยอีกมั้ยก็เลยไม่อยากจะผูกความสัมพันธ์กับใคร แต่พอพ่อผมตายแล้วแม่อยากกลับมาเมืองไทย มาดูแลหลานให้พี่คณินผมก็ดีใจมากที่จะได้กลับมาที่นี่อีก ผมลงหลักปักฐานจะอยู่ที่เมืองไทยตลอดไป ซื้อบ้านอยู่กับแม่ เปิดร้านอาหาร สร้างความพร้อมทุกอย่างให้ตัวเอง ไม่ให้ใครมองว่าผมยังเด็ก ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เด็ดขาด แล้วตอนนี้ผมก็มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ผมสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ตัวเองได้แล้วแต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าตัวเองยังขาดอยู่ก็คือคนรัก” เดม่อนพูดเป็นภาษาอังกฤษยาวเหยียดเพราะเขายังไม่คุ้นชินกับภาษาไทย เขาแค่อยากจะสื่อความในใจออกมาให้เอกพลได้รับรู้

                ส่วนเอกพลถึงกับพูดอะไรไม่ออก สิ่งที่เดม่อนพูดเขาเข้าใจทั้งหมด แต่ที่พูดไม่ออกก็เพราะไม่คิดว่าหนุ่มรุ่นน้องคนนี้มันจะจริงจังและพูดจาเป็นผู้ใหญ่ได้ขนาดนี้

                “ผมชอบพี่ ผมอยากเป็นแฟนกับพี่ ที่ผมตามแม่มาอยู่เมืองไทยก็เพื่อพี่ทั้งนั้น พี่อาจจะมองว่าผมเด็กกว่าพี่ แต่เราก็อายุห่างกันแค่ปีเดียวเอง พี่เป็นทหารผมเป็นเชฟ เรามีหน้าที่ มีความพร้อมในชีวิตแล้วผมคิดว่าเราควรจะหันมามองกันเพื่อจะได้เดินเคียงข้างกันไปนะครับ ผมไม่รู้ว่าที่เมืองไทยเขาเปิดรับความสัมพันธ์แบบนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่อเมริกา เรามีเสรีในการเลือกคนรัก ตอนนี้พี่อาจจะไม่ได้รักผมแต่ผมก็จะจีบพี่จนกว่าจะติดให้ได้ ขอแค่พี่ให้โอกาส”

                ทุกๆ อย่างตกอยู่ในความเงียบ เอกพลยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่โดยที่เดม่อนก็ยืนมองหน้าเขาอย่างเอาจริง ได้ยินที่เดม่อนพูดแล้วเอกพลก็อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เล่นตัวนิดหน่อยเจ้าหนุ่มนี่ถึงกับองค์ลงจะรับบทเป็นพ่อคนเถื่อนของตนเลยเชียวหรอ การที่เดม่อนพูดตรงๆ ออกมาแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน อ้อมค้อมไปก็เท่านั้น ชายในสเปกเล่นมาบอกรัก บอกจะตื้อแบบนี้นี่แหละคือสิ่งที่เอกพลต้องการมานาน แต่...เรื่องความจริงใจนั้นมันพิสูจน์กันได้ แต่เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องของคนสองคน ก็อย่างที่เขาเคยบอกกับอานัสว่าเขาสนิทกับครอบครัวของผู้กองคณินมาก แล้วจู่ๆ จะให้เขาเปิดตัวเป็นคนรักกับเดม่อน ถ้าผู้กองคณินไม่ต้อนรับเขาล่ะ อย่างขวัญตานั้นไม่มีปัญหาหรอก ถ้าผู้กองคณินกับแม่ของเขาอยากได้ลูกสะใภ้ที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ แล้วเขาจะทำยังไง

                “นี่ก็เย็นแล้ว มาเหนื่อยๆ ก็อาบน้ำพักผ่อนซะ แล้วจะพาไปกินข้าวที่โรงครัว” ว่าจบเอกพลก็รีบเดินหนีกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไปทิ้งให้เดม่อนได้แต่มองตามด้วยสีหน้าหงอยๆ แต่ก็หงอยได้ไม่นาน สักพักเขาก็ยิ้มออกมาเมื่อคิดอะไรได้

                “ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก” คำพูดนี้หลานแฝดเรนเจอร์เคยพูดกับเขา และเขาก็จะตื้อเอกพลต่อให้ได้เลยค่อยดูสิ ลงทุนมาขนาดนี้แล้วเรื่องอะไรจะยอมถอดใจง่ายๆ กัน

 

                เรื่องที่เดม่อนเปิดใจพูดคุยกับเขาไปทำให้เอกพลนอนไม่หลับ ดีว่าตอนมื้อเย็นมีผู้กองนที ธารธารากับชัชพลร่วมโต๊ะอยู่ด้วยบรรยากาศเลยไม่อึดอัดอะไร ผู้กองนทียังคงแพ้ท้องแทนเมียไม่เลิก กว่าจะกินข้าวได้แต่ละคำก็ผะอืดผะอมจนธารธาราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งสองคนก็เลยไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงแววตาที่เดม่อนมองมายังเขา ผิดกับชัชพลที่มองแค่แว๊บเดียวก็รู้แล้วว่าเขามีหนุ่มรุ่นน้องมาตามตื้อ ชัชพลบอกเขาว่าถ้ารักกัน ใจตรงกันก็ให้โอกาสเดม่อนบ้าง อาชีพทหารอย่างเขาจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ แล้วทำไมถึงไม่รีบคว้าความสุขมาให้ตัวเองบ้างล่ะ ทุกๆ คนล้วนแต่สนับสนุนให้เขาให้โอกาสเดม่อน แม้แต่เพื่อนสาวอย่างติงติงกับยุนนา ทั้งสองคนก็เชียร์เขาเต็มที่ บอกว่าหากเขายังเล่นตัวไม่เลิกเดี๋ยวทั้งสองคนจะมาแย่งเดม่อนไปแล้วจะมาโทษเพื่อนทีหลังไม่ได้นะ แล้วอีกคนที่เขาโทรไปปรึกษาปัญหาหัวใจด้วยก็คือหมอเอื้อย กูรูเรื่องรักที่มักจะเป็นที่ปรึกษาให้กับใครหลายๆ คน หมอเอื้อยก็เชียร์ให้เขาบุกเหมือนกัน นี่ถ้าไม่ติดว่าขวัญตาอยู่ที่ฐานติดต่อหายากเขาก็คงจะโทรไปปรึกษากับเธอด้วยอีกคน ทุกๆ คนต่างก็เชียร์และสนับสนุนเขาเต็มที่ บอกว่าหากเขาไม่ลองแล้วจะรู้หรอว่าจุดหมายปลายทางของความรักจะไปถึงไหน ถ้าเขาเปิดใจยอมรับเดม่อน เขาจะมีความสุขมากกว่าทิ้งเดม่อนไป ถ้าอย่างงั้น...ทำไมเขาถึงไม่คว้าโอกาสนี้ให้กับตัวเองกันล่ะ

                “พี่” เสียงของเดม่อนดังขึ้นขณะที่เขากำลังนั่งเหม่ออยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน คืนนี้ฝนไม่ตกและท้องฟ้าก็เปิดจนมองเห็นดาวเต็มฟ้า ดาวสวยขนาดนี้ถ้าได้นั่งดูดาวกับคนรักก็ดีสิ

                “ผมเห็นพี่ยังไม่นอนเลยชงกาแฟมาให้” เดม่อนเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ เขาพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟมาให้ และเมื่อเอกพลรับมาจิบเขาก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นแล้วยกกาแฟขึ้นมาดื่มอีก อร่อยแฮะ กลิ่นก็หอมด้วย เขาไม่เคยดื่มกาแฟรสดีแบบนี้มาก่อนเลย

                “อร่อยล่ะสิ” เดม่อนที่แอบมองอยู่ว่ายิ้มๆ แล้วก็ยกกาแฟของตัวเองขึ้นจิบบ้าง “กาแฟผสมอบเชย น้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าวแล้วก็ผงโกโก้น่ะพี่ อร่อยแล้วก็ดีต่อสุขภาพด้วยนะ โดยเฉพาะอบเชย ต้านอนุมูลอิสระแล้วก็ลดน้ำตาลในเลือด ผมใส่น้ำผึ้งแทนน้ำตาลจะได้ช่วยให้คลายเครียดด้วย”

                “แล้วน้ำมันมะพร้าวล่ะ” เอกพลหันมาถาม

                “ช่วยเผาผลาญไขมันไง รึพี่อยากเป็นทหารลงพุงไปวิ่งไล่คนร้ายกันล่ะ”

                “รู้ดี” เอกพลว่าแล้วก็จิบกาแฟต่อโดยมีเดม่อนนั่งมองยิ้มๆ

                “มีแฟนเป็นเชฟมันดีน้า มีคนทำของกินอร่อยๆ ให้ ไหนจะดูแลเรื่องสุขภาพให้อีก” เหมือนจะพูดขึ้นมาลอยๆ เอกพลที่จิบกาแฟอยู่จึงหันมาทางเดม่อนจึงได้รู้ว่าเขากำลังมองมาที่ตัวเองอยู่

                “สนใจจะมีแฟนเป็นเชฟดูมั้ยพี่” โดนหยอดแบบนี้แล้วใครจะไปอดไม่ให้เขินได้ เอกพลหลุดยิ้มออกมาแต่ก็แกล้งทำเป็นมองดาวบนฟ้าไปเรื่อย เดม่อนจึงหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงซึ่งมันเป็นสร้อยข้อมือที่ถักเองจากเชือกแล้วประดับด้วยจี้โลหะรูปปืนกับช้อนส้อม

                “ผมทำสร้อยข้อมือมาให้พี่ด้วยนะ” เขาบอก เอกพลจึงหันกลับมามองสร้อยข้อมือที่เดม่อนบอกว่าทำเอง เชือกสีกรมท่าเส้นใหญ่ถักกับริบบิ้นสีชมพูอ่อนประดับจี้

                “ริบบิ้นสีชมพูนี่อะไร” เอกพลอดถามไม่ได้ รู้สึกว่ามันจะเหมือนโบว์ผูกผมเลยแฮะ

                “อ๋อ โบว์ผูกผมของสไนเปอร์น่ะ เขามาเห็นตอนที่ผมนั่งถักเชือกอยู่ พอผมบอกว่าจะถักมาให้พี่เขาก็บอกว่าสีกรมท่าอย่างเดียวมันไม่สวยก็เลยแกะโบว์ผูกผมมาให้ผมลองถักใส่ด้วย ผมถักๆ ดูแล้วเห็นว่ามันเข้ากันดีน่ะเลยถักมาแบบนี้” อุ๊ยตาย เครื่องรางนำโชคจากยัยชะนีนางไม้จิ๋วหรอเนี่ย แต่เขาก็เห็นด้วยกับสไนเปอร์แหละ พอมีริบบิ้นสีชมพูมาแซมด้วยแล้วดูสวยขึ้นเยอะ

                “ก่อนแต่งงานเขาก็ต้องมีแหวนให้ใช่มั้ย แต่ว่า...ก่อนจะเป็นแฟน ขอใช้สร้อยข้อมือเส้นนี้แทนได้รึเปล่า” เดม่อนยื่นสร้อยข้อมือมาให้ แววตาของเขาจริงจังและจริงใจจนยากที่เอกพลจะหลบสายตาของเขาได้อีก บรรดาเพื่อนฝูง พี่ๆ น้องๆ ต่างก็เชียร์เขาเต็มที่ และที่สำคัญหัวใจของเขามันก็ต้องการแบบนี้แล้วเขายังจะปฏิเสธอีกทำไม ผู้อุตส่าห์ลงใต้เสี่ยงมาหาถึงชายแดนขนาดนี้แล้วถ้าเขายังจะปฏิเสธอีกนังติงติงกับนังยุนนาได้ยกขบวนเพื่อนสาวมาแหกอกเขาแล้วก็ตบเขาถึงที่ฐานแน่ๆ เมื่อก่อนเคยได้แต่มองผู้กองคณินเป็นอาหารตา งั้นวันนี้ขอฟาดกินน้องชายของเขาก็แล้วกันนะ

                “อืม ไหนลองใส่ดูซิว่าสวยรึเปล่า” เขาว่าพลางยื่นข้อมือให้เดม่อนใส่สร้อยข้อมือให้ ซึ่งเดม่อนก็ใส่ให้เขาอย่างซื่อๆ เอกพลเลยแอบยิ้มออกมาให้กับสร้อยข้อมือเส้นสวยที่ตอนนี้มาอยู่บนข้อมือเขาเรียบร้อยแล้ว

                “ก็สวยดี งั้น...ขอใส่ตลอดไปเลยได้มั้ย” พอได้ยินแบบนี้เดม่อนก็ถึงกับฉีกยิ้มออกมากว้างทันที พูดแบบนี้มันหมายความได้อย่างเดียวเท่านั้น เอกพลรับรักเขาแล้ว!!!

                “โธ่พี่! กว่าจะรับรักผมได้เล่นเอาผมลุ้นแทบตาย หัวใจจะวายตายอยู่แล้วเนี่ย” เขาโวยอย่างไม่จริงจังให้เอกพลหัวเราะเยาะออกมา

                “ขอเล่นตัวสวยๆ หน่อยไม่ได้รึไง”

                “เล่นได้ แต่ถ้าเล่นเยอะไปผมก็ใจแป้วเหมือนกันนะ นึกว่าจะอกหักกลับบ้านซะแล้วสิ” ว่าแล้วก็ขยับเข้ามานั่งเบียดกับเอกพลอย่างถือวิสาสะแล้วยื่นแขนมาโอบไหล่กว้างของคนเป็นทหารเอาไว้

                “เราเป็นแฟนกันแล้วนะพี่”

                “อืม” เอกพลตอบ เขินก็เขินแต่ก็นั่งนิ่งให้อีกฝ่ายโอบไหล่เอาไว้

                “ไว้วันหยุดแล้วไปกรุงเทพฯ กันนะ ผมจะบอกเรื่องนี้ให้แม่กับพี่คณินรู้”

                “อืม...เฮ้ย! แล้ว...ผู้ใหญ่จะไม่ว่าเอาหรอ”

                “ไม่หรอก แม่ผมรู้มาตั้งนานแล้วว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง ส่วนพี่คณิน...เขาไม่ว่าอะไรผมหรอก ขอแค่ผมเป็นคนดีไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครพี่คณินเขาก็ไม่ว่าอะไรผมแล้ว” คำยืนยันจากเดม่อนทำให้เอกพลยิ่งคลายความกังวลลงแล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบแก้เขิน อยากกรี๊ดออกมาใจแทบขาดที่มีผู้กับเขาแล้ว แต่ในระหว่างที่จิบกาแฟอยู่นี่สิจู่ๆ เดม่อนก็เอียงตัวมาจุ๊บแก้มของเขาเบาๆ แล้วก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลบเกลื่อน แสร้งทำเป็นผิวปากมองดาวบนฟ้าไปเรื่อย

                “นี่! เอาใหญ่แล้วนะ” เอกพลหันมาว่าอย่างเขินๆ ยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองเอาไว้

                “พี่...คืนนี้ขอนอนห้องเดียวกับพี่ได้รึเปล่า นอนคนเดียวมันน่ากลัวนะ” ได้คืบจะเอาศอก

                “ไม่ได้”

                “เราเป็นแฟนกันแล้วนะ” เดม่อนหันมาทำหน้างอๆ ใส่เขา แต่แววตากลับเป็นประกายเว้าวอนอย่างสุดๆ

                “ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถอะ”

                “เอ้า! นี่พี่คิดไปถึงไหนกันล่ะเนี่ย ผมแค่ขอนอนด้วยคนนะ นอนแบบนอนเฉยๆ น่ะไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะขอพี่ทำเมียคืนนี้เลย ให้ผมนอนข้างเตียงพี่ก็ได้ นอนอยู่ชายแดนแบบนี้ แปลกที่แบบนี้ผมกลัว” คราวนี้กลับเป็นเอกพลที่ต้องชักสีหน้าใส่ หนอยไอ้เด็กบ้า มาพูดให้เขาคิดไปไกลแล้วก็มาหักมุมซะอย่างนั้น

                “เอ๊ะ! หรือว่า...พี่คิดว่าผมจะจับพี่กินคืนนี้กัน” เดม่อนเอียงไหล่มากระแทกไหล่เขาอย่างล้อเลียนแล้วยักคิ้วให้ แววตาแบบนี้ไม่บอกเอกพลก็รู้ว่าเขากำลังแกล้งตนก็เลยตบผลัวะเข้าให้ที่กลางศีรษะ

                “โอ๊ย! อะไรของพี่เนี่ย เขินแล้วพาลหรอ”

                “ช่วยไม่ได้ อยากมีแฟนเป็นทหารก็ต้องโดนแบบนี้แหละ”

                “ชอบซาดิสก็ไม่บอก ได้เลยที่รัก เดี๋ยวจัดให้ ฮ่าๆๆ”

                “ว๊าย!” เอกพลหวีดร้องออกมาแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนีทันทีเมื่อเดม่อนทำท่าจะไล่ปล้ำ ไอ้เด็กบ้าคนนี้มันทั้งน่ารัก ทั้งกวนประสาทเขา แต่ลึกๆ แล้วก็จริงใจดีไม่น้อย เอกพลเชื่อว่าความรักของตนจะต้องผลิบานและงดงามไม่แพ้คู่อื่นๆ แน่นอน ตอนนี้เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว นิสัยชอบมองผู้ชายคนอื่นเห็นทีคงต้องเลิกแล้วจริงๆ

                ท่ามกลางแสงดาวที่สาดส่องลงมายังลานหน้าบ้านพักของเอกพล เขากับเดม่อนวิ่งไล่เล่นหยอกล้อกันอย่างมีความสุข ความรักของคนทั้งคู่จะค่อยๆ ผลิบานแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เรียนรู้กันและกัน เมื่อเดม่อนย่อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้รักกับเขา เอกพลก็จะรักษาความรักครั้งนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด ได้ผัวหล่อชาวต่างชาติ น่ารักช่างเอาใจงานนี้คุณแม่จะทุ่มเทใจรักหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ให้ใครๆ ได้อิจฉาไปเลย

                “พี่ๆ ดึกแล้วเข้าบ้านเถอะ” เดม่อนเดินเข้ามาโอบไหล่เขา แววตาพร้อมที่จะจัดการกับเขาได้ทุกเมื่อจนเอกพลต้องค้อนใส่

                “เข้าบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวขอสั่งงานลูกน้องแป๊บ” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เดม่อนจึงมองตามแล้วชี้นิ้วใส่

                “ให้คุยแค่เรื่องงานนะ ถ้าจับได้ว่าคุยกับคนอื่น เจอดีแน่!” ขู่เสร็จก็เก็บแก้วกาแฟแล้วเดินเข้าบ้านไป พอลับหลังเขาเอกพลก็ต้องกรี๊ดออกมาแบบไม่ให้มีเสียง ในที่สุดก็มีผู้กับเขาซักที ขี้หึง โหดๆ แบบนี้เขายิ่งชอบ งานนี้ต้องมีเมาท์ต่อ เขาคิดก่อนจะกดไลน์หาขวัญตา ถึงแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายอยู่ในที่ที่ติดต่อยาก แต่หากขวัญตามีสัญญาณโทรศัพท์เมื่อไหร่ก็คงจะได้อ่านข้อความนี้เอง

                ยัยชะนีน้อย ยินดีกับเจ๊หน่อย เจ๊จะมีหลัวแล้ว ไว้วันหยุดคราวหน้ารับรองว่ามีเซอร์ไพรส์แน่

                ส่งข้อความเสร็จก็ยืนบิดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว จนเมื่อเห็นเดม่อนเดินออกมายืนรอที่หน้าประตูบ้านเขาก็กลับมาแอ๊บทำเป็นเข้มอีกรอบ

                “เข้าบ้านได้แล้วพี่” เดม่อนเรียก เอกพลเลยเดินเข้าบ้านไปหาเขา มีคนรักคอยหวงแบบนี้แล้วรู้สึกดีเป็นบ้า แต่ถึงจะดีใจที่ได้มีคนรักกับใครเขาแล้วแต่คืนนี้เขาก็จะให้เดม่อนนอนที่ข้างเตียงอยู่ดี ไว้เรียนรู้กันไปมากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกทีนะ

*****************************************************************************************
เอ็นดูความรักแบบกรุบกริบๆ น่ารักๆ ของเจ๊เอกี้จังเลยยยยยยยย

***************************

คิดว่านี่เป็นตอนจบแล้วจริงๆ หรอคะ ยังค่ะ ยังไม่จบ (ยังไม่จบอีกหรอวะ!!!!!!!!)

ตอนหน้าตอนจบแล้วจริงๆ จบจริงๆ ไม่ติงนัง แล้วก็ไม่ต้องรอนานด้วย 
เพราะไรท์จะลงมันวันนี้แหละ ไม่เกิน 2 ทุ่ม ได้อ่านชัวร์ๆๆๆๆๆๆๆๆ 555
************************************
เย็นนี้เจอกันอีกรอบจ้ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #2100 sarawan917 (@sarawan917) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:26
    เจ๊เอกกี้น่ารักจัง
    #2100
    0
  2. #2081 LinSlurpee (@SlurpyLin) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
    น่ารักกก
    #2081
    0
  3. #2041 Abracadabra (@sy-thip) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 01:25
    ชอบคู่นี้ที่สุด5555555
    #2041
    0
  4. #2008 tui12345 (@tui12345) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 22:08

    ฟินแทนอีเจ้ ????????

    #2008
    0
  5. #1982 Poppylovely123 (@Poppylovely123) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:01
    ไม่อยากให้จบเลยยยยยอินมากขอเรื่องเจ๊สัก10ตอนไม่ได้หรอคะ
    #1982
    0
  6. #1963 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:39
    ติดตามมาตั้งแต่แรกจนทุกคนมีหลัวแล้วแต่เรายังไม่มีเลยยยย แงงงงงงงงงงง นางไม้น้อยช่วยป้าด้วย
    #1963
    0
  7. #1949 นางฟ้า (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:05

    ในที่สุดก็ปล่อยเจ๊เอกกี้ มีหลัวๆๆเสียแล้ว บอกว่าให้หักมุม

    อยากให้หมวดเอกพลมีเมียมากกว่าหลัวๆๆ

    #1949
    0
  8. #1948 Musa Sp (@klauypt) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:59
    ดีใจกับเจ๊ด้วยจริงๆกรี๊ดดดด
    #1948
    0
  9. #1947 นศพ.รอรัก (@0621029743) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:41

    ปัดฝุ่น ปูเสื่อรอค่าไรท์
    #1947
    0
  10. #1946 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:25

    ยินดีกับหมวดเอกกี้ด้วยจ้า

    #1946
    0
  11. #1945 phensri9515 (@phensri9515) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 18:48
    กรี๊ด❤️❤️
    #1945
    0
  12. #1944 iinewz (@newasari) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:45
    อ่านเรื่องนี้มาจนผูกพันกับทุกๆตัวละครไปแล้วเลยอะ งื้อๆๆๆๆๆ ดีใจที่เจ๊เอกี้มีหลัวกับเค้าสักทีด้วย 5555555
    #1944
    0
  13. #1943 I'm sorry (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:23

    เราขอโทษนะไรท์ ที่เราอ่านข้าวตอนของผู้หมวดเอกี้ เราขอข้ามไปเน้อ เราอ่านได้แต่ ชาย - หญิง I'm sorry

    #1943
    1
  14. #1942 Kanokwan Ruenarom (@KanokwanRuenarom) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:20

    เป็นเรื่องที่ตอนพิเศษมาราธอนมาก แต่เราก็ยังรออ่าน

    #1942
    1
  15. #1941 Tanapat Vasuratanaporn (@kwang2528) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:03
    อย่าว่ากันนะจ๊ะ น้อยจังเลย 55555 รึเพราะยังไม่อยากให้จบเลยรู้สึกว่าน้อยก็ไม่รู้ โอ๊ยใจหายจังจ๊ะ

    ถามหน่อยจ๊ะ แล้วแก๊งฟันน้ำนม มีโอกาสจะมีเรื่องเป็นของตัวเองไหมจ๊ะ

    อ่านฉากหวานให้ข้อมือของเอกกี้กับน้องมอน ทำให้นึกถึงเพื่อนที่ไปเรียนแล้วแต่งงานที่เมกาเล่าให้ฟังเลยจ๊ะ เขาว่ามี ธรรมเนียม 3 แหวน แหวนแฟน แหวนหมั้น แหวนแต่งงาน
    #1941
    2
    • 1 พฤศจิกายน 2562 / 17:50
      เรื่องธรรมเนียม 3 แหวนนี่ไรทืไม่เคยรู้มาก่อนเลยจ้า 555 เขียนเอาฟินเฉยๆ // แก๊งฟันน้ำนมจะมีเรื่องเป็นของตัวเองมั้ย??? อันนี้ไม่แน่ใจค่า แต่ก็เขียนพล็อตของคู่สไนเปอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว 555 และกำหนดคู่ให้แล้วค่ะว่ารีนคอนจะคู่กับน้องมารีน เรนเจอร์กับนาวิกเป็นทหารเรือ ซีลเป็นทหารพราน อรินเป็นลูกสมุนของไนเปอร์ // คู่ของเจ๊เอกี้มีน้อยเพราะไรท์ไม่เคยเขียนวายจ้า กลัวเขียนแล้วไม่สนุกเลยไม่กล้าเขียนเยอะ
      #1941-1
  16. #1940 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:25
    ชอบบบบบ
    #1940
    0
  17. #1939 siwan-lib (@siwan-lib) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 16:02
    จะจบจริงๆหรอ คงคิดถึงแก๊งฟันน้ำนมน่าดู
    #1939
    0
  18. #1938 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:32
    อาถรรพ์ชะนีนางไม้จิ๋วนี่ดีจังเลย ... ยังไม่อยากให้จบเลยจริงๆนะ อยากเห็นผู้กองนทีเลี้ยงลูก และอยู่กันครบแก๊งอ่ะแบบเป็นคู่ๆรวมกันแล้วก็แก๊งฟันน้ำนมครบทีม
    #1938
    2
  19. #1936 ping_ppping (@ping_ppping) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:07
    รอนะคะไรท์ ปูเสื่อรอเลยค่า
    #1936
    0
  20. #1935 may_sp (@momay-sp) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:05
    ใจหายอะ กำลังจะจบแล้วจริงๆหรอ
    #1935
    0
  21. #1934 salleh (@salleh) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:04
    รอ. เจ้เอกี่แต่งงาน ป่าวคะ
    #1934
    0
  22. #1933 BonitaCat (@BonitaCat) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 15:04
    จุดพลุฉลองงงง เอกี้ลงคานแล้วจ้า
    #1933
    0
  23. #1932 Angel Aum (@angelaum) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 14:58
    สนุกมากคะ
    #1932
    0
  24. #1931 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 14:54
    ขอบคุณนะคะไรท์
    #1931
    0
  25. #1930 pratiya31 (@pratiya31) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 14:48
    อยากเห็นเจ๊เอกกี้แบบฟินๆ รอนะคะ
    #1930
    0