ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 123 : บทรักพิสูจน์เอว (ตอนพิเศษ 51)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 538 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

123.บทรักพิสูจน์เอว

 

            ธารธารารีบวิ่งไปยังห้องฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลทั้งชุดนอนเสื้อยืดกับกางเกงขายาว แต่เพราะอากาศเย็นเนื่องจากฝนยังคงตกอยู่เอกพลก็เลยเอาเสื้อคลุมแขนยาวตัวใหญ่ของเขาให้เธอใส่ทับอีกทีเพื่อความอบอุ่นและเรียบร้อย เมื่อมาถึงหมอเจ้าของไข้ก็บอกว่าตอนนี้ผู้กองนทีไม่เป็นอะไรแล้ว ดีที่ว่าชาวบ้านช่วยกันงมเขาขึ้นมาได้ทันและมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือหมอแล้ว ถ้าไม่มีไข้สูงอะไรพรุ่งนี้ก็ให้กลับบ้านได้ แม้จะโล่งอกที่เขาไม่เป็นอะไรแล้วแต่ธารธาราก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่เมื่อมาเห็นเขานอนตัวซีดอยู่บนเตียงคนไข้ ตัวเย็นเฉียบไปทั้งตัว เธอเองก็เป็นพยาบาลที่มีประสบการณ์ไม่ใช่น้อย เธอรู้ดีว่าถึงเขาจะปลอดภัยแล้วแต่เดี๋ยวก็คงเป็นไข้ตามมาอีก เพิ่งจดทะเบียนสมรสไปเมื่อเช้านี้ เกือบเป็นม่ายแล้วมั้ยล่ะ

                “ทำไมถึงชอบทำอะไรบ้าๆ แบบนี้กันคะ พี่นทีใช่ตัวคนเดียวแล้วที่ไหน เมียก็มีแล้วทำไมถึงไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้าง” เธอต่อว่าคนที่หลับอยู่บนเตียงทั้งน้ำตาก่อนจะกุมมือของเขาเอาไว้ “แค่แหวนวงเดียวมันไม่คุ้มกันหรอกนะคะถ้าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของพี่ ทีหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะคนบ้า อยากมีลูกมากไม่ใช่หรอ จะตายก่อนมีลูกแล้วมั้ย”

                “...ไม่เอา” เสียงแหบพร่าของคนที่เพิ่งรู้สึกตัวได้สติว่าขึ้นอย่างแผ่วๆ เพราะหมดแรงเนื่องจากดำน้ำงมหาแหวนญาติตั้งแต่บ่ายยันค่ำ นอกจากตัวของเขาจะซีดเซียวแล้วตามเนื้อตัวก็ยังเปื่อยจนแทบยุ่ยแล้วอีก “ต้องมีหลานก่อนค่อยตาย”

                “ลูกยังไม่ทันจะมี จะข้ามไปมีหลานแล้วหรอคะ” ธารธาราว่า ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดี เขานี่บ้าได้ตลอดเลย เธอคิด ยิ้มออกมาได้แล้วที่เห็นเขาฟื้นขึ้นมาพูดคุยกับเธอได้

                “เปลี่ยนใจแล้ว...ไว้มีเหลนก่อนค่อยตาย” ได้ฟังแบบนี้ นี่ถ้าไม่เห็นว่าเขานอนเปื่อยหมดแรงอยู่กับเตียงนะธารธาราก็อยากจะหยิกเขาแรงๆ เลยสักที อยากได้ลูก อยากได้หลานจนถึงขั้นจะเอาเหลนด้วย แต่ดูการกระทำของเขาสิ ไม่ห่วงในความปลอดภัยของตัวเองเลย ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้คงได้ตายก่อนมีลูกแน่ๆ

                “แหวนญาติวงนั้นมันสำคัญนักหรอคะถึงต้องไปดำน้ำหาทั้งๆ ที่ก็น่าจะรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าคงหาไม่เจอ”

                “สำคัญมาก” ผู้กองนทีตอบเธอก่อนจะใช้แรงเท่าที่มีค่อยๆ ดึงเอาเธอไปกอด

                “แหวนญาติของนักรบ ก็ต้องมอบให้ผู้หญิงที่จะอยู่เคียงข้างนักรบเป็นคนครอบครอง...เมียของเพื่อนๆ พี่ต่างก็สวมแหวนญาติกันทั้งนั้น พี่ก็อยากจะให้เมียพี่ได้สวมแหวนญาติของพี่บ้าง พี่ไม่อยากให้เมียพี่น้อยหน้าใคร...”

                “พี่นที...”

                “คืนแต่งงานแทนที่จะได้เข้าหอ กลับต้องมานอนโรงพยาบาล...พี่ขอโทษนะ พี่แค่อยากงมหาแหวนมาให้ธารา” น้ำเสียงแหบพร่าอย่างคนอ่อนแรงและเจตนาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักทำให้ธารธาราหลับตาเพื่อไล่หยาดน้ำตาออกแล้วยื่นมือไปกุมแก้มของเขาเอาไว้ เธอคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่รักเขาและยอมจดทะเบียนสมรสเป็นเมียของเขา เขารักเธอและคิดถึงแต่เธอ ทำเพื่อเธออย่างไม่ห่วงตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่เขาก็น่าจะรู้ว่าแหวนวงเล็กๆ ขนาดนั้นคงงมหาไม่เจอแน่ๆ แต่เขาก็ยังเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงอีก

                “แต่แหวนมันจะไปมีค่าอะไรล่ะคะถ้าต้องแลกมาด้วยชีวิตของพี่นที ธารายอมแต่งงานกับพี่เพราะธาราอยากอยู่กับพี่นะ ธาราไม่ได้อยากได้แหวน ถ้าพี่นทีเป็นอะไรขึ้นมาแล้วธาราจะอยู่กับใคร” เธอซบหน้าลงกับแก้มของเขาแล้วกอดเขาเอาไว้ ผู้กองนทีเลยยกมือขึ้นลูบศีรษะของเธอเบาๆ และกอดเธอเอาไว้อีก

                “รักพี่มากขนาดนั้นเลยหรอ”

                “ไม่รักแล้วจะแต่งงานด้วยทำไมคนบ้า”

                “จ้ะ บ้า บ้าแค่ไหนแต่เมียก็ยังรักพี่ยอมบ้าจ้ะ” แล้วคนบ้าก็หัวเราะออกมาทั้งๆ ที่อ่อนแรงเต็มทนแล้ว อาการไข้หวัดเริ่มตามมาหลังจากที่แช่อยู่ในแม่น้ำเป็นเวลานานจนกระทั่งจมน้ำ นี่เขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะรอดชีวิตมาได้ ตอนนั้นเขากำลังงมหาแหวนอยู่แทบตาย จู่ๆ ก็เกิดเป็นตะคริวขึ้นมาเพราะแช่อยู่ในน้ำเย็นๆ เป็นเวลานาน ตอนนั้นเขาขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หากยังดีว่าตอนนั้นเอกพลที่กำลังเกรี้ยวกราดยืนบ่นเขาอยู่บนฝั่งเห็นเข้าบวกกับมีชาวบ้านหาปลาขับเรือผ่านมาพอดีก็เลยมีคนช่วยเขาเอาไว้ได้ทัน ความจริงเขาก็ว่าเขาว่ายน้ำอึดคนหนึ่งเลยล่ะ ตอนฝึกหลักสูตรจู่โจมเขาเป็นคู่บัดดี้กันกับผู้กองคณิน ช่วงฝึกภาคทะเลที่ต้องว่ายน้ำเข้าหาเกาะเขายังเป็นฝ่ายช่วยลากผู้กองคณินขึ้นฝั่งเลย เป็นตะคริวแบบนี้ท่าทางเขาจะอายุมากแล้วจริงๆ เห็นทีคงต้องไปให้ผู้พันกรันณ์เทรนเรื่องการว่ายน้ำให้ใหม่แล้วสิ รายนั้นนะว่ายน้ำเก่งอย่างกับชาติที่แล้วเคยเกิดเป็นปลามาก่อน

                ผู้กองนทีอยู่อ้อนธารธาราได้ไม่นานก็หลับไปด้วยพิษไข้และอาการอ่อนเพลีย หมอเลยให้ย้ายเขาไปที่ห้องพักคนไข้และบอกว่าถ้าไข้เขาไม่ขึ้นหนักพรุ่งนี้เช้าก็จะให้กลับบ้านได้ คืนนี้ธารธาราเลยอยู่เฝ้าไข้เขาที่โรงพยาบาล ทั้งเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้ ทั้งคอยวัดไข้อยู่ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่เป็นพยาบาลมาเธอไม่เคยรู้สึกว่าได้ดูแลคนไข้คนไหนแล้วรู้สึกมีความสุขแบบนี้มาก่อน วันนี้เขาแช่น้ำมานานหลายชั่วโมงเลยทำให้ตามเนื้อตัวแทบจะเปื่อย จะเช็ดตัวให้บ่อยๆ ก็กลัวว่าเขาจะเป็นปอดบวมซ้ำเธอก็เลยติดเจลลดไข้ที่หน้าผากให้เขาแล้วห่มผ้าให้หนาๆ ด้วยพร้อมกับปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมากินยาลดไข้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว และความพยายามของเธอก็เป็นผลเมื่อตอนเช้ามาผู้กองนทีไข้ลดลงจริงๆ

                นิ้วเล็กๆ ไล้ไปมาตามใบหน้าคมเข้ม แขนอีกข้างก็กอดตัวเขาเอาไว้แล้วเอียงแก้มลงซบกับลำแขนแกร่งของเขา กล้าที่จะกอดเขามากขึ้นเมื่อตอนนี้เขาคือสามีของเธอแล้ว ซึ่งพอคิดแบบนี้เธอก็ยิ้มออกมาคนเดียวอย่างเขินๆ มีความสุขนักแหละตอนนี้

                “น้ำ...” เสียงคนไข้ที่เธอดูแลเป็นอย่างดีมาทั้งคืนว่าขึ้น สีหน้าของเขาตอนนี้ดูกระหายน้ำมากจริงๆ ตื่นขึ้นมาก็เพ้อหาน้ำก่อนเป็นอันดับแรก ธารธาราที่นั่งกอดเขาอยู่จึงรีบลุกไปรินน้ำใส่แก้วมาป้อนให้เขา

                “ค่อยๆ นะคะ” เธอบอกขณะประคองศีรษะของเขาขึ้นมาอิงแนบอกของเธอแล้วป้อนน้ำจากแก้วให้ ซึ่งผู้กองนทีก็ดื่มไปเกือบหมดแก้วด้วยความกระหายตามประสาคนที่ไข้เพิ่งลด

                “ขมปากจัง”

                “ก็ไม่สบายอยู่นี่คะก็ต้องขมปากสิ” ธารธาราบอกพลางเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับริมฝีปากให้เขาเมื่อเก็บแก้วน้ำที่โต๊ะข้างหัวเตียงแล้ว

                “อยู่เฝ้าพี่ทั้งคืนเลยหรอ”

                “ค่ะ”

                “ขอบคุณนะครับ ดีจัง มีเมียเป็นพยาบาล”

                “จะดีกว่านี้นะคะถ้าไม่ทำอะไรแผลงๆ ซะก่อน”

                “ใช่...คงฟินกว่านี้ถ้าเปลี่ยนจากไปงมหาแหวนที่แม่น้ำบางนราแล้วไปเข้าหอกับเมีย แทนที่จะต้องมากินน้ำที่โรงพยาบาลแล้วขมปากขมคอ ไม่แน่ว่าน้ำที่พี่กินตอนเข้าหออาจจะหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้าก็ได้...อยากกินจัง...น้ำธารธาราแสนหวาน...” คนไข้ไม่พูดเปล่า แต่ยังหันหน้าเข้าซบอกนุ่มของเธออีกเพราะธารธารายังคงกอดประคองเขาเอาไว้อยู่ แล้วนิ้วเรียวของเขาก็ลากไล้วนอยู่ที่เนินอกของเธอก่อนสะกิดเบาๆ ที่ส่วนปลายยอดผ่านเสื้อยืดทำเอาธารธาราสะดุ้งตกใจรีบตีมือซนๆ ของเขาทันที

                “โอ๊ย! พยาบาลรังแกคนไข้”

                “ก็พี่นทีเล่นอะไรก็ไม่รู้”

                “พี่หิวน้ำ” เขาไม่สนใจสีหน้างอๆ ของเธอ แต่พอธารธาราจะหันไปรินน้ำใส่แก้วให้เขาอีก เขาก็รีบดึงเธอเอาไว้

                “ไม่ได้หิวน้ำแบบนั้น แต่พี่หมายถึง...หิวน้ำนี้” แล้วเขาก็ชี้นิ้วมาที่เธออีกทำเอาธารธาราร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า แล้วยังไม่ทันได้ตั้งตัวคนไข้ก็ลุกขึ้นมาดึงเอาเธอขึ้นไปนอนกอดบนเตียงทันทีจนเธองงไปใหญ่ เมื่อคืนนี้ยังเห็นเพลียจนอ่อนแรง แรงแม้แต่จะพูดก็ไม่มีแล้วทำไมเช้านี้ถึงได้กลับมาแรงดีนักล่ะ

                “พี่นที เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นเข้าหรอก!” ธารธารารีบแหวห้ามเมื่อเขาพลิกกายขึ้นมานอนทาบทับตัวเธอเอาไว้ ตอนนี้แรงคนไข้เยอะกว่าคนเป็นพยาบาลเสียอีก ขึ้นมานอนทาบทับเธอเอาไว้ไม่พอยังทำหน้าอ้อนใส่เธอด้วย

                “เราเป็นผัวเมียกันแล้ว ไม่มีใครเขาว่าอะไรหรอก”

                “พี่จะหื่นธาราก็ไม่ว่าหรอกนะคะ แต่ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ” เธอพยายามดิ้นหนีแต่เขากลับส่ายหน้าแล้วทำปากจุ๊ๆๆ ใส่

                “จุ๊ๆๆ เอาน่า ยอมพี่เถอะทูนหัว ก็หลวมตัวมีผัวชื่อนทีแล้วนี่” โอ๊ยตาบ้านี่! จะช่วยทำตัวให้น่าสงสารนานๆ หน่อยได้มั้ย คนกำลังสงสาร กำลังซึ้งในความรักของเขา ซึ้งได้ไม่นานดีแตกจะจับเธอกินในโรงพยาบาลแล้วหรอเนี่ย

                “ไม่ได้นะคะ!” เธอรีบยกมือขึ้นห้ามเขาอีกเมื่อเขาจะก้มลงมาหา แกล้งอะไรเธอก็ไม่รู้ ตอนนี้หัวใจเธอเต้นรัวยิ่งกว่าตีกลองซะอีก “พี่นทีคงไม่ได้คิดจะเข้าหอจริงๆ ตอนนี้หรอกใช่มั้ยคะ”

                “อ้าว แล้วจะโกหกทำไมละ เมียก็มีแล้ว ถ้าหิวก็จับกินเลยสิ”

                “ธาราว่าพี่นทียังไม่หายดีนะคะ ไข้ขึ้นรึเปล่าเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้” เธอยกมือขึ้นอังที่แก้มของเขาแต่ผู้กองนทีกลับรีบคว้ามือเธอเอาไว้แล้วดึงไปจูบแทน แต่จูบๆ ได้ไม่เท่าไหร่เขาก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกตัวเองจูบโดนอะไรบางอย่างเข้า...มันคือแหวน

                ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของธารธารานอกจากจะมีแหวนเพชรที่เขาใช้ขอเธอแต่งงานแล้วมันยังมีแหวนที่เขาเอาชีวิตไปเสี่ยงงมขึ้นมาด้วย นี่แหวนญาติของเขานี่!!!

                “แหวน...ทำไมแหวนมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” เขารีบลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าเธอทันที ธารธาราก็เลยลุกขึ้นนั่งตามแล้วยิ้มอย่างรู้สึกผิดให้เขา

                “ความจริง...แหวนไม่ได้หล่นลงไปในแม่น้ำหรือถูกปาทิ้งหรอกค่ะ ธาราแค่ถอดเก็บเอาไว้เฉยๆ ธาราแค่โกรธพี่นทีอยู่ก็เลยโกหกไปแบบนั้น” บอกความจริงไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นแววตาของเขาดูเย็นชาขึ้น ไม่ได้มีความขี้เล่นหรือหื่นกระหายเหมือนอย่างเคย “ธาราตั้งใจจะบอกพี่นทีอยู่เหมือนกันนะคะ แต่พี่นทีก็ไม่มีโอกาสให้ธาราได้บอกเลย พอจดทะเบียนสมรสเสร็จก็แอบไปงมหาแหวนทันทีเลย ถ้ารู้ว่าจะไปงมหาแหวนนะธารารีบบอกไปนานแล้ว”

                “สนุกมั้ย” เขาถามกลับนิ่งๆ ไม่ได้ดูขี้เล่นเหมือนอย่างเคย นี่เขาโกรธเธอจริงๆ หรอเนี่ย

                “ธาราขอโทษ ธารา...”

                “สนุกมั้ยที่โกหกพี่อยู่ได้ตั้งนาน พี่รึก็เป็นห่วง กลัวว่าธาราจะน้อยใจเสียใจที่ไม่มีแหวนญาติของพี่ พี่อุตส่าห์เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงก็เพื่องมหาแหวนวงนี้ให้จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ธารากลับมาบอกว่าความจริงธาราเก็บแหวนเอาไว้ตลอด นี่เห็นว่าพี่โง่นักรึไงถึงได้ทำแบบนี้”

                “พี่นที...”

                “ยังมีอะไรที่หลอกพี่อยู่อีกรึเปล่า มีอะไรที่หลอกไอ้โง่คนนี้อีกมั้ย” ว่าแล้วเขาก็หันมาดึงสายน้ำเกลือออกจากมือก่อนจะลุกเดินลงจากเตียงคนไข้ เก็บของใช้ส่วนตัวของตัวเองที่ทางโรงพยาบาลเก็บเอาไว้ให้แล้วจะเดินออกไปจากห้องทันทีจนธารธาราต้องรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนของเขาเอาไว้

                “พี่นทีโกรธธารามากหรอคะ”

                “แล้วมันน่าให้โกรธมั้ย” เขาหันกลับมาว่า “ไอ้เรารึก็ห่วงเมีย รักเมีย อยากทำอะไรดีๆ เพื่อเมียแต่กลับไม่รู้ตัวว่าเป็นไอ้โง่ถูกเมียหลอก...ความรักของพี่ ที่พี่เสี่ยงชีวิตตัวเองลงไปงมแหวนมันคงไม่มีค่าอะไรแล้วล่ะ ธาราไม่ต้องขอโทษพี่หรอกนะ ธาราไม่ผิดหรอก พี่โง่เองต่างหาก” ว่าแล้วเขาก็เดินหนีออกไปทิ้งให้ธารธาราได้แต่ยืนมองตามทั้งน้ำตา เหมือนกับเมื่อครั้งก่อนที่เขาบอกเลิกเธอแล้วก็เดินหนีเธอไปแบบนี้ แต่คราวนี้มันต่างกันตรงที่ว่าเขาอุตส่าห์ทุ่มเทความรักให้เธอ แต่เธอกลับโกหกเขาเรื่องแหวนมาโดยตลอด เขายอมเสี่ยงลงไปงมแหวนให้เธอขนาดนั้นมันก็น่าโกรธอยู่หรอก แล้วนี่ถ้าเธอไปง้อเขาอีก เขาจะตัดเยื่อใยกับเธออีกมั้ย

 

                กว่าจะเคลียร์ธุระที่โรงพยาบาลเสร็จเพราะคนไข้เล่นหนีกลับบ้านก่อนที่หมอจะอนุญาตมันก็เลยจะวุ่นๆ หน่อย แต่ธารธาราก็สามารถจัดการทุกอย่างได้ก่อนจะตามสามีกลับมาที่ฐาน และไม่ได้กลับมามือเปล่า เธอยังหอบหิ้วข้าวของมากมายมาง้อเขาด้วยทั้งผลไม้ ขนมนมเนยที่เขาชอบ เรียกได้ว่าทั้งเอามาง้อและเอามาบำรุงคนไข้อย่างเอาใจเลยทีเดียว พอกลับมาถึงฐานเอกพลก็มาถามเธอว่าผู้กองของเขาเป็นอะไร เห็นกลับมาที่ฐานด้วยสีหน้าบูดบึ้งจนไม่มีใครกล้าทัก กลับถึงบ้านพักก็นอนซมเลย ขนาดชัชพลจะช่วยไปดูอาการให้เขาก็ไม่ยอม

                “ทะเลาะอะไรกันอีกรึเปล่าคุณพี่หมวด”

                “เออ...ก็...ก็ไม่เชิงค่ะ” ธารธารายิ้มแหยๆ ตอบ “คนผิดคือฉันเองค่ะผู้หมวด”

                “อะไรกัน แต่งงานเมื่อวาน วันนี้มางอนกันซะแล้ว แล้วแบบนี้จะทำลูกกันตอนไหนคะคุณพี่”

                “ผู้หมวด...”

                “โอ๊ย! เบื่อจังชะนีพวกนี้ ได้ผัวแซ่บแล้วไม่เห็นค่ามันน่านัก มานี่เลยมาคุณพี่ ตามน้องมานี่” แล้วเอกพลก็ลากเธอไปทางบ้านพักของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของผู้กองนทีมาก เอกพลให้เธอรอที่หน้าบ้านเพียงครู่ก่อนที่เขาจะขอตัวไปหยิบของบางอย่างออกมาให้ นี่อะไรกันล่ะเนี่ย

                “อ่ะ เอาไปใช้ง้อผัวค่ะคุณพี่” เขายื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้ ซึ่งพอธารธาราเปิดดูก็ต้องทำตาโตขึ้นมา อย่าบอกนะว่าเอกพลซื้อชุดนี้มาใส่! ชุดนอนไม่ได้นอน!!!

                “อย่ามองน้องแบบนั้นค่ะคุณพี่ น้องไม่ได้ซื้อมาใส่เอง” เอกพลรีบยกมือขึ้นห้ามก่อนที่เธอจะคิดอะไรไปไกล “เนี่ย! น้องซื้อให้ยัยชะนีน้อยค่ะ ใกล้ถึงวันเกิดนางแล้วน้องก็เลยจะซื้อไปให้นางใส่อ่อยผัว เผื่อยัยชะนีจิ๋วจะได้น้อง” อ๋อ ตั้งใจจะซื้อไปให้ขวัญตา เธอรึก็ตกใจหมด นึกว่าเขาจะซื้อมาใส่เอง

                “ฉันไม่กล้าใส่หรอกค่ะ ผู้หมวดเอาไปให้น้องขวัญเถอะ” ธารธาราส่งถุงชุดนอนไม่ได้นอนคืนเอกพลไป อีกฝ่ายก็เลยยิ่งชักสีหน้าใส่

                “นี่คุณพี่ รู้อะไรมั้ย เป็นเมียทหารแก๊งนี้น่ะจะมาแอ๊บกุลสตรีไทยนั่งร้อยดอกไม้ทำเป็นเหนียมอายไม่ได้หรอกนะ ผู้ชายแก๊งนี้เขาแซ่บกันทุกคน ถ้าไม่รู้จักอ่อยผัว ยั่วให้ผัวหลงระวังเถอะจะมีชะนีตัวอื่นมาแย่งไปแล้วอย่าหาว่าน้องไม่เตือน ชุดนี้น่ะถือว่าเด็กๆ ไว้ไปเห็นชุดนอนของคุณพี่หมอเอื้อยก่อนเถอะแล้วจะว้าว”

                “ผู้หมวดเคยเห็น?”

                “เปล่า ยัยชะนีน้อยเล่าให้ฟัง หมอแก้มนี่ยิ่งเด็ด ชุดนอนนางว่าเซ็กซี่แล้วแต่ชุดอาบน้ำกับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของนางกับผัวยิ่งแซ่บกว่า เนี่ย คุณพี่มีชุดแล้วต่อไปก็ไปหาโลเคชั่นสวยๆ ง้อผัวเอาละกัน”

                “แหมผู้หมวด นั่นพวกเขาก็แต่งงานกันมาหลายปีจนมีลูกแล้วนะคะ”

                “ก็เพราะว่าแต่งมาหลายปีแล้วไงคะน้องถึงกล้ายกตัวอย่าง ผัวพวกนางแต่ละคนหลงเมียตัวเองอย่างกับอะไรดีทั้งๆ ที่มีลูกออกมาวิ่งกันยั้วเยี้ยแล้วแต่ความรักก็ยังไม่จืดจางลงเลย ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องจับเมียกินตับตลอด ที่ผัวพวกนางหลงจนโงหัวไม่ขึ้นไม่เลิกแบบนี้ก็เพราะพวกนางยั่วผัวกันเก่งค่ะ คุณพี่เพิ่งมือใหม่ชั่วโมงบินอาจจะยังไม่สูง เอาชุดนอนไม่ได้นอนไปเป็นตัวช่วยก่อนค่ะ รับรองผู้กองจะติดใจจนหลงได้ลูกหัวปีท้ายปีแน่ๆ อยากมีลูกมากไม่ใช่หรอ เอาไปจัดคืนนี้เลยค่ะ” คุณพระ! นี่เธอกำลังยืนคุยอยู่กับทหารพรานหรือกูรูเรื่องรัก ผู้ช่ำชองเรื่องการยั่วสามีตัวเองกันแน่ล่ะเนี่ย

                “ทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรอคะ นี่แหละคือวิธีง้อที่ดีที่สุด ถ้าผู้กองงอนเล่นตัวไม่เลิกนะคะก็เป็นฝ่ายจับผู้กองกดเองเลยค่ะ ร้อยทั้งร้อยเจอแบบนี้ไปตายเรียบ”

 

                ธารธาราไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่กันแน่ที่ยอมรับเอาชุดนอนไม่ได้นอนมาจากเอกพล ซึ่งเขาบอกว่าจะไปซื้อชุดใหม่ให้ขวัญตาแทน นี่เธอจะต้องทำอย่างที่เขาแนะนำจริงๆ หรอเนี่ย ให้ตายเถอะถ้าพี่นทีรู้เข้าว่าเธอจะง้อเขายังไงมีหวังเขาได้หาว่าเธอเป็นผู้หญิงแรงๆ กันพอดี เธอคิดแล้วก็ต้องส่ายหน้าให้ตัวเองขณะเดินเข้ามาในบ้านพักของเขา ซึ่งเอกพลให้กุญแจมา เธอเองก็เพิ่งเคยเข้ามาในบ้านพักของเขาเหมือนกัน บ้านพักของเขาเป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างมีมุมนั่งเล่น โต๊ะอาหาร ครัวเล็กๆ กับห้องน้ำ ส่วนชั้นสองของบ้านมีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เธอคิดเอาเองว่าคงเป็นห้องของเขาซึ่งตอนนี้ไม่ได้ล็อกประตูเอาไว้ เมื่อเธอเดินเข้าไปก็เห็นว่าคนไข้ที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลกำลังนอนซมอยู่บนเตียง รอบๆ ห้องนอนแลดูสะอาดและเป็นระเบียบอย่างสุดๆ สมกับเป็นห้องนอนทหารที่ถูกฝึกเรื่องระเบียบวินัยมาแล้ว ในห้องนอนของเขามีกรอบรูปภาพแขวนไว้อยู่หลายอัน แต่ละภาพเป็นภาพของเขากับเพื่อนๆ เสียส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้กองคณินซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมากๆ มีภาพครอบครัวของเขาหนึ่งภาพ ภาพเด็กๆ แก๊งฟันน้ำนม ที่โต๊ะข้างหัวเตียงของเขามีภาพของเธอ...หืม ภาพของเธองั้นหรอ ธารธาราเดินเข้ามานั่งที่ข้างเตียงแล้วหยิบมาดู กำลังจะยิ้มดีใจที่เขาเอาภาพของเธอมาตั้งไว้ข้างหัวเตียงแบบนี้ แต่ทว่าพอเธอพลิกกรอบรูปไปด้านหลังก็เห็นว่าที่ด้านหลังของกรอบรูปคือภาพของตันหยง อดีตคนรักของเขา...เขาเอาภาพของเธอกับตันหยงมาใส่เอาไว้ในกรอบเดียวกันหรอ ทำไมกันล่ะ เขาไม่ได้คิดที่จะเอาเธอมาเป็นตัวแทนของตันหยงเรื่องนี้เธอรู้และเข้าใจ เรื่องที่เขารักและฝังใจกับตันหยงเธอก็รู้เพราะจ่าอานัสเคยเล่าเรื่องของเขากับพี่สาวให้เธอฟัง เธอเข้าใจและยอมรับได้หมดทุกอย่าง อีกอย่างตอนนี้ตันหยงก็ตายไปแล้ว ตันหยงคงมาแย่งเอาเขาไปจากเธอไม่ได้แต่ว่า...

                “ไม่ชอบหรอ” เสียงของคนที่นอนอยู่บนเตียงถามเธอขึ้นทำให้ธารธาราสะดุ้งตกใจแล้วรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองก่อนจะวางกรอบรูปลงที่เดิม

                “...พี่นทีจะเอารูปของคุณตันหยงมาใส่กรอบวางไว้ที่นี่ก็ได้ธาราไม่ว่า แต่ว่า...อย่าใส่รูปของเธอกับธาราไว้ในกรอบเดียวกันได้มั้ยคะ”

                “ทำไม”

                ทำไมงั้นหรอ...ก็ มันเหมือนกับเป็นการเปรียบเทียบน่ะสิ แค่ลำพังมีรูปของเมียเก่าอยู่ในห้องนอนของเขาแบบนี้เธอก็รู้สึกไม่ดีแล้ว แล้วนี่ยังจะมาเอารูปของเธอไปใส่ไว้ด้วยอีก แค่ต้องใจกว้างยอมให้มีรูปของเมียเก่าเขาอยู่ที่นี่เธอก็กล้ำกลืนมากแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอต่างหากที่เป็นเมียของเขา เมียที่จดทะเบียนสมรสด้วยแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ใช่ของเธอแล้วเลย ความรู้สึกมันไม่เหมือนกับเมื่อคืนนี้ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อคืนนี้เธออดนอนก็เพื่อดูแลเขาเป็นอย่างดี นั่งกอดเขาด้วยรักและหวงแหน แต่ตอนนี้...หรือว่าเธอควรจะกลับไป กลับบ้านพักของตัวเองไปแล้วไม่มาที่นี่อีก แต่...เธอแต่งงานกับเขาแล้วนะ เธอควรทำยังไงดี ที่นี่มันใช่ที่ของเธอแล้วแน่หรอ

                “ธารามาดูค่ะว่าพี่นทีไข้ขึ้นอีกรึเปล่า เห็นพี่ชัชกับผู้หมวดบอกว่าพี่นทีไม่ยอมให้ใครมาดูอาการเลย”

                “ดูแล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ เห็นมีเขางอกอยู่บนหัวพี่ด้วยรึเปล่า”

                “...ถ้าพี่นทีไม่อยากให้ธาราอยู่ด้วย งั้นเดี๋ยวธาราทำข้าวต้มไว้ให้แล้วธาราจะไปนะคะ”

                “จะไปไหน”

                “กลับบ้านพักของธาราไงคะ”

                “เออ ดีเนาะ แต่งงานจดทะเบียนสมรสขนาดนี้แล้วแทนที่จะอยู่กับผัว ใช่ซี้ ผัวหน้าโง่ใครจะอยากอยู่ด้วย”

                “พี่นที...ไหนพี่นทีบอกว่าจะไม่ทำให้ธาราร้องไห้เสียใจอีกไงคะ เรื่องแหวนธาราขอโทษจริงๆ ธาราก็มาง้อพี่แล้วไงแต่ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้กับธารา ธาราอยู่ด้วยพี่ก็ประชดใส่ พอธาราจะไปพี่ก็ว่า...กับคุณตันหยงพี่นทีเคยทำแบบนี้กับเธอมั้ยคะ” ความน้อยใจทำให้เธอร้องไห้ออกมาแล้วมองหน้าเขาจนผู้กองนทีต้องลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปที่ภาพของตันหยง ความจริงภาพของตันหยงเขาเก็บใส่กล่องแล้วคืนให้อานัสไปหมดแล้วนับตั้งแต่วันที่เขาเริ่มจีบธารธารา ส่วนภาพที่อยู่ในกรอบนี้เขาเพิ่งจะเอามาใส่เมื่อเช้านี้นี่เองเพื่อประชดธารธารา ใช่ เขาเคยรักตันหยงมาก แต่ตอนนี้ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดก็คือธารธาราและเขาก็ต้องการเธอมากที่สุด ต่อให้ตอนนี้ตันหยงจะฟื้นขึ้นมาแล้วกลับมาหาเขา เขาก็ยังจะเลือกธารธาราอยู่ดีเพราะธารธารารักเขา รักเขาตั้งแต่แรกเห็น รักเขามาแสนนาน ในขณะที่ตันหยงกว่าเธอจะรักเขาได้ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว

                “หรือพี่นทีอยากจะได้แหวนญาติคืนคะ ธาราจะถอดคืนให้ก็ได้” ธารธาราว่าแล้วก็ถอดแหวนญาติคืนให้เขา แต่ในจังหวะที่เธอจะลุกออกไปจากเตียงผู้กองนทีก็ดึงเอาเธอเข้ามากอดเอาไว้ทันทีและกอดแน่นจนเธอดิ้นหนีไปไหนไม่ได้ด้วย

                “พี่รักธารานะ รักแค่ธาราคนเดียว” ธารธารายิ่งร้องไห้กับอกของเขาเมื่อได้ยินคำบอกรัก ยิ่งเห็นมีภาพของตันหยงอยู่ข้างเตียงนอนของเขาเธอก็กลัวว่าเขาจะไม่ได้รักเธอจริงๆ แต่จะคิดไปแบบนั้นมันก็ไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะการกระทำของเขาที่ผ่านมาเธอก็เห็นมาตลอดว่าเขาทำหลายๆ อย่างเพื่อเธอ รักเธอ ง้อแต่เธอ จนเธอสับสนว่าถ้าเขารักเธอมากแล้วทำไมถึงยังมีภาพของตันหยงอยู่ที่นี่

                “อยู่กับพี่นะ อย่ากลับไปที่บ้านตัวเองอีกเลย ธาราเป็นเมียพี่ก็ต้องอยู่กับพี่สิ เราไม่ใช่แค่แฟนกันแล้วนะแต่ตอนนี้เราเป็นผัวเมียกันแล้ว เรากำลังจะแต่งงานกันนะ พี่จะจูงมือธาราเดินลอดซุ้มกระบี่ไปด้วยกันและจะไม่มีวันปล่อยมือธาราอีก”

                “แล้วพี่นทีหนีธารามาทำไม”

                “ไม่ได้หนี แค่อยากงอนให้ง้อ เอาคืนคนโกหก”

                “ทำไมถึงชอบแกล้งธาราแบบนี้ ทำไมถึงชอบทำให้ธาราคิดว่าพี่ไม่รักอยู่เรื่อย” ธารธารากำเสื้อของเขาเอาไว้แน่นแล้วร้องไห้ไม่หยุด สองแขนแกร่งก็ยิ่งกอดเธอแน่นแล้วซุกหน้าลงมากับซอกคอหอมๆ

                “เมียทั้งคนใครจะไม่รักกันหืม แรกๆ พี่ก็โกรธแหละที่ธาราโกหกพี่แบบนี้ พี่โกรธเพราะพี่เกือบจมน้ำตายจริงๆ ถ้าพี่ตายแล้วธาราจะอยู่กับใคร ใครจะดูแลธารา ธาราคงจะร้องไห้หนักกว่านี้ถ้าพี่ตาย เพราะว่าพี่รักธารามาก พี่แค่อยากหาแหวนญาติมาให้เมียของพี่ใส่เหมือนคนอื่นๆ พี่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองขนาดนี้แต่มันกลับสูญเปล่าเพราะธาราโกหกพี่ พี่ทั้งโกรธทั้งน้อยใจเลยนะรู้มั้ย”

                “ธาราขอโทษ ธาราเป็นห่วงพี่นที ธาราไม่อยากให้พี่นทีเป็นอะไรไปนะ ธารายังไม่อยากเป็นม่ายตอนนี้ด้วย” เธอเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ เมื่อผู้กองนทีก้มลงมาจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปขึ้นมาแล้วถอดภาพของตันหยงออก

                “รูปนี้พี่เพิ่งเอามาใส่เมื่อเช้านี้เพื่อประชดธารา พี่อยากให้ธาราได้รู้ว่าการถูกโกหกเหมือนคนโง่มันเป็นยังไง ถึงพี่จะเคยรักตันหยงมาก แต่นับตั้งแต่ที่พี่ได้เจอธารา ตันหยงเขาก็หายออกไปจากใจของพี่ทำให้นับตั้งแต่นั้นมาทุกลมหายใจเข้าออกของพี่มีแต่ธารา หัวใจของพี่ก็คิดถึงแต่ธารา รักแค่ธารา ธาราเป็นชีวิตใหม่ที่พี่โหยหามาแสนนานเลยนะ” เขาหันมามองหน้าสบตากับเธอเพื่อให้เธอได้รู้ว่าเขาพูดจริง “ส่วนรูปใบนี้เดี๋ยวพี่จะฝากคุณพริ้มคืนให้อานัสแล้วกัน รูปของตันหยังพี่เก็บคืนให้อานัสไปหมดแล้ว รูปใบนี้คงตกหล่นตอนที่พี่เก็บ เพิ่งมาเห็นอยู่ชั้นล่างของลิ้นชักเมื่อเช้านี้

                “พี่นทีจะเก็บเอาไว้ก็ได้นะคะ”

                “อย่ามาทำเป็นใจกว้างยอมให้ผัวเก็บรูปเมียเก่าเอาไว้” เขาบีบจมูกเธอเบาๆ ธารธาราก็เลยปัดมือเขาออก

                “คุณตันหยงเธอคงไปเกิดใหม่แล้วค่ะ เธอมาแย่งเอาพี่นทีไปไม่ได้แล้วเพราะงั้นธาราไม่คิดมาก”

                “ไม่คิดมากแต่เมื่อกี้นี้ก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่ใช่หรอ” เขาดักคอ “สมมติว่าธาราเก็บเอารูปแฟนเก่าเอาไว้พี่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน พี่กับตันหยงเราทำบุญด้วยกันมาแค่นี้และตอนนี้เราก็จบกันไปแล้ว ชีวิตและหัวใจของพี่ตอนนี้เป็นของธาราคนเดียว พี่จะไม่เอาผู้หญิงคนอื่นมาหยามน้ำใจธาราเด็ดขาด”

                “แน่นะคะ”

                “แน่สิ”

                “ธารายิงปืนแม่นนะคะจะบอกให้”

                “ไหนบอกว่าไม่อยากเป็นม่ายไง”

                “ถ้าผัวเจ้าชู้มาก ธาราจะยอมเป็นม่ายก็ได้ค่ะ” เธอเชิดหน้าใส่แล้วเก็บภาพของตันหยงใส่ลิ้นชักข้างหัวเตียง “ไว้คุณพริ้มมาค่อยคืนให้คุณพริ้มค่ะ”

                “หวงผัวก็ยอมรับมาเถอะ ทีหลังอย่ามาทำใจกว้างจะให้ผัวเก็บรูปเมียเก่าเอาไว้” ผู้กองนทีไม่ว่าเปล่าแต่ยังหยิกแก้มของเธอด้วยจนเธอต้องค้อนใส่อีก

                “ก็ธารานึกว่าพี่นทีอยากจะเก็บเอาไว้นี่คะ”

                “พี่ไม่ใจร้ายกับธาราหรอก เท่าที่ผ่านมาพี่ก็ใจร้ายกับธารามามากแล้ว ต่อไปนี้จะยอมเข้าชมรมทาสเมียกับผู้พันแล้วก็อานัสละกัน”

                “ดีมากค่ะ รักเมียก็ต้องเคารพเมียให้มากๆ นะคะ” ธารธารายิ้มให้เขาอย่างสดใสเมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว เพราะโกรธเธอเขาถึงกับเล่นใหญ่แกล้งงอนเธอขนาดนี้ท่าทางจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ใช่น้อย ผู้ชายที่แสนดีอย่างเขาไม่ควรมีนิสัยเสียๆ แบบนี้ คอยดูเถอะ เดี๋ยวเธอจะปราบพ่อคนเก่งการแสดงเป็นเลิศให้ดู จะแก้นิสัยชอบแกล้งของเขาให้ได้ ก็บอกแล้วไงว่าเธอจะเป็นควาญช้าง

               

                เพราะผู้กองนทียังคงมีไข้อยู่ธารธาราจึงบังคับให้เขานอนพักผ่อนทันทีที่กินข้าวปลากับยาเสร็จ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมหรอกเพราะอยากจะเข้าหอกับเมียแทบแย่แล้วแต่พอเจอฤทธิ์ของยาลดไข้เข้าไปคนที่ตั้งท่าจะเข้าหอก็หลับไปแบบไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวในทันทีโดยมีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแลไม่ยอมห่าง จวบจนเย็นย่ำในระหว่างที่ธารธารากำลังเตรียมมื้อเย็นอยู่นั้นก็ได้มีแขกแวะมาเยี่ยมเยือน และไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้กองจิรพัฒน์ที่เขาเพิ่งทราบข่าวการจดทะเบียนสมรสของคนทั้งสองและข่าวที่ผู้กองนทีบ้าดีเดือดไปงมแหวนญาติให้เมียจนจมน้ำ คนอะไรจะบ้าได้ขนาดนี้ เพิ่งแต่งงานแท้ๆ เกือบทำเมียเป็นม่ายแล้วมั้ย ผู้กองหนุ่มคิดเมื่อเดินเข้ามาถึงบ้านพักของผู้กองนทีและเห็นว่าธารธาราอยู่ที่นี่ ก็แน่สินะ ก็เธอแต่งงานแล้วก็ต้องอยู่ที่นี่กับสามีของเธอสิ

                “อ้าวผู้กอง วันนี้มาถึงที่นี่เลย มีธุระกับพี่นทีหรอคะ” ธารธาราแปลกใจไม่น้อยเมื่อเห็นมีแขกมาหาถึงบ้าน แล้วนี่สามีของเธอจะหึงจนสติแตกอีกรึเปล่าล่ะเนี่ย

                “ผมมาเยี่ยมไข้คนป่วยกับเอาของขวัญแต่งงานมาให้ครับ”

                “เอ๋” ธารธาราแปลกใจเมื่อเห็นเขาชูถุงขนมเจ้าประจำขึ้นมาพร้อมกับกล่องของขวัญ จะว่าไปเรื่องที่จดทะเบียนสมรสกันก็แทบจะยังไม่มีใครรู้นอกจากเหล่าพยานที่อยู่ด้วยกันวันนั้น เธอเองก็ยังไม่ได้บอกใครเลยว่าแต่งงานแล้วเพราะขนาดเธอเป็นเจ้าสาวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าที่ผู้กองนทีลากเธอไปที่อำเภอด้วยกันคือเขาจะให้เธอจดทะเบียนสมรสด้วย จะมีก็แค่เหล่าเพื่อนๆ พยาบาลทหารด้วยกันที่เข้ามาแสดงความยินดีด้วยเพราะทราบข่าวจากชัชพล

                “ต้องขอโทษผู้กองด้วยนะคะที่ฉันไม่ได้แจ้งข่าวนี้ให้ผู้กองทราบ มันกะทันหันจริงๆ ค่ะ เชิญขึ้นมาบนบ้านก่อนนะคะ คนป่วยยังนอนซมอยู่ข้างบนอยู่เลยไม่รู้จะตื่นแล้วยัง” เธอเชิญผู้กองจิรพัฒน์เข้ามาในบ้านพักก่อนจะรีบหาน้ำหาท่ามาต้อนรับเขาอย่างดิบดี

                “จะแต่งเมื่อไหร่หรอครับ ผมอยากทำซุ้มกระบี่ให้” แขกของบ้านถามขณะรับแก้วน้ำมา รู้สึกว่าหน้าตาของเจ้าสาวหมาดๆ จะดูแจ่มใสและมีความสุขมากเหลือเกินเมื่อยามเธอพูดถึงสามีหรือยามที่เขาถามถึงเรื่องแต่งงาน

                “คงเร็วๆ นี้แหละค่ะ เรายังไม่ได้หาวันเลย เจ้าบ่าวใจร้อนไปหน่อยก็เลยจดะเบียนสมรสก่อน”

                “ผู้กองแกก็เป็นแบบนี้แหละครับ ผมรู้นิสัยแกดีว่าอยากได้อะไรแล้วก็ต้องเอาให้ได้” นี่คงอยากจะขย้ำเมียใจแทบขาดแล้วสิถึงได้จับเมียจดทะเบียนสมรสแบบตีตราจองเอาไว้ก่อน ร้ายจริงๆ แต่ก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้ ดันเดี้ยงก่อนได้เข้าหอ นี่แหละจุดจบสายใจร้อน

                เสียงคนพูดคุยกันทำให้คนที่เพิ่งตื่นจากพิษไข้และฤทธิ์ของยารีบลุกขึ้นนั่งทันที ฟังๆ เสียงแล้วเหมือนธารธารากำลังพูดคุยอยู่กับใครสักคน ผู้ชายซะด้วย นี่มีไอ้บ้าที่ไหนกันมาหาเมียของเขาค่ำๆ มืดๆ แบบนี้ เล่นมาถึงบ้านของเขาเลยมันจะใจกล้าไปหน่อยแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นคนป่วยที่อาการดีขึ้นมากแล้วก็เดินลงมาจากห้องนอนทันทีด้วยสีหน้าหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าเสียงของผู้ชายที่ตนได้ยินนั้นคือผู้กองจิรพัฒน์เขาก็รีบเดินฉับๆ ราวกับคนไม่ได้ป่วยไข้อยู่เข้าไปหาธารธาราทันที

                “พี่นที อาการดีขึ้นแล้วหรอคะถึงลงมาข้างล่างได้” ธารธารารีบเข้ามาช่วยประคองเขาไปนั่งลงบนโซฟาไม้ด้วยกัน

                “พี่หายแล้ว ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิมจนพร้อมที่จะฆ่าคนได้แล้วล่ะ” ปากก็ตอบเมียแต่สายตากลับจ้องแขกที่มาเยี่ยมอย่างข่มๆ

                “ผู้กองจิมาเยี่ยมไข้ค่ะแล้วก็มายินดีกับเราสองคนด้วย” ธารธารารีบบอกก่อนที่สามีของตนจะเสียมารยาทต่อหน้าแขก คราวก่อนตอนร่วมงานที่โรงเรียนด้วยกันเธอยังเห็นพวกเขาสองคนรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน เข้ากันอย่างกับเพื่อนรักเพื่อนตายอยู่เลย พอศึกสงบกลับมานั่งทำตาขวางใส่กันซะอย่างนั้น

                “ผมทราบมาจากผู้หมวดเอกพลน่ะครับว่าผู้กองกับผู้หมวดแต่งงานกันแล้วเลยอยากมาแสดงความยินดีด้วย ไว้แต่งกันวันไหนผมจะขอไปทำซุ้มกระบี่ให้นะครับ”

                “ขอบคุณมากครับ ผมเองก็อยากเดินลอดซุ้มกระบี่ของตำรวจเหมือนกัน ถ้าผู้กองมาจะถือว่าเป็นเกียรติมาก”

                “งานแต่งเพื่อนผมต้องไปช่วยงานอยู่แล้วครับ ถึงเราจะทำงานกันคนละหน่วยแต่จุดประสงค์และอุดมการณ์ของพวกเราก็เหมือนกัน ถ้ามีแค่ทหารพราน ตำรวจ ทหารราบ ทหารนาวิกฯ เจ้าหน้าที่ อส.หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงอย่างเดียวพวกเราคงปฏิบัติงานในพื้นที่ไม่ได้หรอก ที่เราทำได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะว่าเราแต่ละหน่วยร่วมมือกันต่างหาก ถึงผมจะไม่ใช่เพื่อนร่วมรุ่น ร่วมหน่วยของผู้กอง แต่ผมเป็นเพื่อนร่วมตายในหน้าที่ได้นะครับ” รอยยิ้มจริงใจของผู้กองจิรพัฒน์ทำให้ผู้กองนทีคลายสีหน้าหงุดหงิดลงไปในทันที พูดมาซะพระเอกขนาดนี้เขากลายเป็นตัวร้ายไปในทันทีเลย เออ แต่ก็ดีแล้ว แมนๆ พูดกันแบบนี้แหละเขาชอบ

                “แน่นอน  ผมก็เป็นเพื่อนร่วมตายกับผู้กองได้ ขอบคุณมากๆ นะครับที่มาเยี่ยมแล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงานตั้งแต่แรก”

                “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจว่าผู้กองใจร้อน...คงอยากมีลูกจะแย่เพราะจ่าอานัสแซงหน้าไปแล้ว” ถูกแซวแบบนี้ผู้กองนทีก็ปั้นหน้าไม่ถูกทันทีในขณะที่ธารธาราแอบหัวเราะออกมา ดีใจที่เห็นคนทั้งคู่คุยกันดีๆ ได้และยอมรับในความเป็นเพื่อนของกันและกัน ความจริงพวกเขาทั้งสองคนต่างคนต่างก็ยอมรับในความเป็นเพื่อนของอีกฝ่ายนานแล้วล่ะ แต่ที่เห็นทำเป็นเมินๆ กันนั้นคงแข่งกันเก๊กวางท่าไม่ยอมกันต่างหาก

                “นอกจากมาเยี่ยมไข้กับแสดงความยินดีด้วยแล้วผมยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องมาแจ้งด้วยครับ” ผู้กองจิรพัฒน์เอ่ยขึ้นมาอีก สีหน้ายียวนกวนประสาทเมื่อครู่ตอนนี้แดงระเรื่ออย่างเขินๆ เมื่อเขาหยิบซองสีชมพูออกมายื่นให้ผู้กองนทีกับธารธารา

                “ผมว่า...ก่อนที่ผู้กองจะได้ลอดซุ้มกระบี่ของตำรวจ ผมคงได้ลอดซุ้มกระบี่ของทหารก่อนนะครับ” เขายิ้มบอกอีกเมื่อผู้กองนทีกับธารธาราเปิดซองสีชมพูออกดูแล้วก็ต้องพากันทำหน้าอึ้งตาค้าง เพราะสิ่งที่อยู่ในซองสีชมพูคือการ์ดแต่งงานซึ่งมีชื่อของเจ้าบ่าวว่า...ร้อยตำรวจเอก จิรพัฒน์ ปรีดากุล

                “ฮะ!!!” สีหน้าอึ้งๆ ของผู้กองนทียิ่งทำให้คนที่มีชื่ออยู่ในการ์ดแต่งงานเขินหนัก เพราะเรื่องของเขาช็อควงการมากกว่า อย่าว่าแต่ผู้กองนทีจะอึ้งเลย ขนาดลูกน้องของเขาเองก็อึ้งไม่ต่างกัน

                “อนิสงส์จากการแบกปืนถือย่ามเดินตามพระทุกวันครับ เจ้าสาวของผมเป็นคุณครูที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนที่เราไปรักษาความปลอดภัยกันคราวก่อนน่ะครับ”

                “เดี๋ยวนะ นี่ไปคบกันตอนไหน” ผู้กองนทีสงสัย เท่าที่เห็นนี่มันยังตามจีบเมียเขาอยู่เลยไม่ใช่หรอตอนนั้น

                “ก็...เจ้าสาวของผมเขาชอบออกมาใส่บาตรทุกวันน่ะครับเราเลยได้เจอกัน แต่ผมยังไม่กล้าคุยกับเขาเพราะ...ผมจีบผู้หมวดมาก่อนแล้ว ผมไม่อยากจีบผู้หญิงสองคนพร้อมๆ กันครับ มันไม่ดี”

                แหม ไม่อยากจีบผู้หญิงสองคนพร้อมกันก็เลยมาจีบเมียชาวบ้านก่อนเนี่ยนะ เป็นคนดีตายล่ะ ผู้กองนทีอดคิดไม่ได้แล้วเอื้อมแขนมากอดรอบเอวบางของเมียตัวเองเอาไว้อย่างหวงๆ

                “จนวันที่ผมกับผู้หมวดไปทานข้าวด้วยกัน ผู้หมวดทำให้ผมรู้ว่าผู้หมวดไม่เคยคิดอะไรกับผมเลยเพราะผู้หมวดรักแค่เพียงผู้กอง วันนั้นผมกับผู้หมวดก็เลยตกลงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแทน”

                “หลังจากกลับมาจากกินข้าวแล้วที่บอกว่าจะแย่งเมียผมนั่นล่ะคืออะไร”

                “ผมแกล้งผู้กองไปงั้นๆ แหละ ผมไม่อยากให้ผู้กองใจร้ายกับผู้หมวดก็เลยต้องบอกว่าจะแย่งผู้หมวดมา ผู้กองจะได้หึงแล้วก็หวงผู้หมวดไง” มันต้มเขาจนเปื่อยขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย

                “ผมอกหักจากผู้หมวดได้ไม่นานก็ได้เจ้าสาวของผมนี่แหละครับมาช่วยดามใจให้ แล้วจากนั้นเราก็เริ่มคบกัน...ความน่ารักของเจ้าสาวของผมทำให้ผมหลงรักเขามาก ผมเองก็คงจะใจร้อนเหมือนกับผู้กองนี่แหละครับที่อายุเยอะแล้วก็อยากจะมีลูกเมีย อยากจะมีครอบครัว ก็เลย...ต้องรีบแต่ง”

                “หืม...รีบแต่งหรอคะ” ธารธาราสงสัย รักกันมากน่ะเข้าใจ แต่ทำไมต้องรีบแต่งด้วย

                “คือ...ผมทำเมียผมท้องก่อนแต่งงานครับ”

                “ห๊า!!!” สองสามีภรรยาร้องออกมาพร้อมกัน คนที่ทำเมียท้องก่อนแต่งเลยได้แต่ยิ้มเก้อๆ เขินๆ แล้วยกมือขึ้นเกาศีรษะกลบความเขิน ใบหน้าเข้มๆ ตอนนี้แดงจัดจนลามไปถึงใบหู

                “ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แพ้ท้องหนักมากก็ว่าจะควงมาอวดอยู่เหมือนกันครับ ยังไงก็...ผู้กองมาทำซุ้มกระบี่ให้ผมก่อนนะครับ แล้วผมจะไปทำซุ้มกระบี่ให้ผู้กองบ้าง”

 

                หลังจากที่ผู้กองจิรพัฒน์กลับไปผู้กองนทีก็เดินวนเป็นหนูติดจั่นทันที สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็น รู้สึกเหมือนกับถูกลูบคม กะว่าจะได้เห็นสีหน้าผิดหวังของอีกฝ่ายเมื่อเขาประกาศไปว่าแต่งงานกับธารธาราแล้ว แต่ที่ไหนได้ นอกจากผู้กองจิรพัฒน์จะไม่ผิดหวังแล้วมันยังมีหน้ามาเชิญเขาไปงานแต่งของมันก่อนอีก มันแต่งงานก่อนเขาเขาก็ว่าเขาอึ้งแล้ว แต่ที่เขาเจ็บใจมากกว่านี่สิคือมันดันมีลูกแซงหน้าเขาไปแล้ว นี่เขาใจเย็นชะล่าใจทำบ้าอะไรอยู่ ได้อยู่กับเมียทุกวันแต่ดันทำเมียท้องไม่ได้ ผิดกับผู้กองจิรพัฒน์ที่แค่ทำตัวเป็นเด็กวัดเดินตามพระออกบิณฑบาตมันกลับได้ทั้งลูกได้ทั้งเมีย ขนาดอานัสแท้ๆ คืนเดียวก็ยังติดลูก แล้วแบบนี้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน ตอนนี้ทั้งฐานก็มีแค่เขา ชัชพลกับเอกพลเท่านั้นที่ยังไม่มีลูก ชัชพลน่ะแอบซุกแฟนเอาไว้ ไม่รู้จะมีลูกตอนไหน ส่วนเอกพลเนื้อคู่คงยังไม่มี งานนี้เขาต้องรีบแซงหน้าชัชพลให้ได้ ภายในเดือนหน้านี้เขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าเขาต้องได้พาธารธาราไปฝากท้องที่โรงพยาบาล ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นแล้วกดเข้าไปที่ไอจีของราชาวดี ซึ่งเธอลงภาพของเธอกับสามีแล้วก็ลูกๆ เอาไว้ตั้งมากมาย แล้วเขาก็เปิดมาที่ภาพคู่ของราชาวดีกับลูกสาวตัวน้อยของเธอ นางไม้แม่ลูก...เขาคิดก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว

                “คุณหมอนางไม้ครับ คืนนี้ผมขอลูกนะครับ ลูกสาวหรือลูกชายก็ได้ให้พรผมด้วยนะครับ” เขาพูดกับภาพของราชาวดีก่อนจะมองมาที่สไนเปอร์ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนตักของแม่แก้มและฉีกยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข

                “ไนเปอร์อวยพรให้คุณอาด้วยนะลูก เดี๋ยวคุณอาจะทำน้องน่ารักๆ ให้” เขามองภาพของหลานอย่างรักเอ็นดู แม่คุณของอา อยากโทรหาอยู่หรอกแต่นี่ก็ดึงแล้วป่านนี้คงจะหลับปุ๋ยไปแล้วมั้ง จะโทรขอพรจากนางไม้คนแม่ก็เกรงใจผู้พัน รายนี้ยิ่งหวงเมียอย่างกับอะไรดีและป่านนี้ก็คงจะยุ่งอยู่กับการจับนางไม้กินอยู่ เขาขอพรแค่จากภาพถ่ายในไอจีเอาก็ได้

                “พี่นที” เสียงธารธาราดังขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาหาเขาในห้องนอนพร้อมกับแก้วน้ำและยาลดไข้ เขาก็เลยรีบเก็บโทรศัพท์เอาไว้ เดี๋ยวถูกเมียหาว่างมงายกันพอดี “ยังปวดหัวอยู่มั้ยคะ ธาราเอายามาให้ค่ะ” เสียงหวานๆ เต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อเธอเดินมานั่งบนเตียงข้างๆ เขาแล้วยกมือขึ้นอังแก้มของเขาดูว่ามีไข้รึเปล่า

                “ตัวเย็นลงแล้ว ทานยาหน่อยนะคะพรุ่งนี้จะได้ดีขึ้น” เธอส่งยาลดไข้กับแก้วน้ำมาให้เขา แต่ผู้กองนทีกลับไม่ได้สนใจกินยา สองแขนของเขาเอื้อมมากอดรัดรอบเอวบางเอาไว้แล้วดึงเอาเธอเข้ามาหา

                “ป้อนยาพี่ได้รึเปล่า” เขากระซิบถามข้างใบหูของเธอก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมาแตะปากจูบกับเธออีกเบาๆ “ป้อนด้วยปากนะ”

                แก้มนวลแดงก่ำกับท่าทีของเขา อาการของเขาฟื้นตัวเร็วมากๆ ไข้ลดแล้ว ถ้าเขาจะบุกเธอนี่ก็คงเป็นคืนเข้าหอของเธอแล้วล่ะ

                “พี่อยากมีลูกใจจะขาดแล้ว”

                “อิจฉาผู้กองจิเขาหรอคะ”

                “ทั้งผู้กองจิ ทั้งอานัส มาทีหลังคู่ของเราแท้ๆ กลับแซงหน้าเราไปก่อนซะงั้นแล้วแบบนี้จะไม่ให้พี่เจ็บใจได้ยังไง ธารารีบๆ มีลูกให้พี่นะ”

                “อย่ากดดันกันสิคะ เดี๋ยวธาราเครียดนะ”

                “อะไรกัน พี่จะทั้งกด ทั้งดัน ธาราต้องมีความสุขสิจะไปเครียดได้ยังไง”

                “บ้า” เธอทุบอกเขาเบาๆ ชอบพูดกำกวมให้เธอเขินอยู่เรื่อยเลย แต่จะว่าไปเธอเองก็รู้ดีว่าเขาอยากมีลูก ยิ่งมาเห็นผู้กองจิรพัฒน์แซงหน้าไปแบบนี้เขาก็ยิ่งอยากจะรีบมีลูกบ้าง เพราะฉะนั้นเธอก็เลยเตรียมใจมาแล้ว ถ้าพี่นทีของเธออยากจะมีลูก คืนนี้จะเป็นคืนเข้าหอที่เขาเฝ้ารอคอย

                “...ธารานับๆ วันดูแล้ว วันนี้ธาราไข่ตกค่ะ ธาราพร้อมที่จะมีลูกให้พี่นทีนะคะ แต่จะติดมั้ยนั้นอันนี้พี่นทีต้องแสดงความสามารถเอาเอง” พอได้ยินแบบนี้ผู้กองนทีก็ยิ้มแป้นอย่างถูกใจขึ้นมาทันที แบบนี้สิวันที่เขารอคอย พ่อจะขย้ำให้หนำใจเลย

                “แต่ว่า...ทานยาลดไข้ก่อนนะคะ มาค่ะเดี๋ยวธาราป้อน” ว่าจบธารธาราก็ยกแก้วน้ำที่เตรียมมาให้เขาขึ้นดื่มแล้วตามด้วยเม็ดยาลดไข้ก่อนจะอมเอาไว้ ผู้กองนทีก็เลยรีบก้มลงประกบปากกับเธอเพื่อให้เธอป้อนยาและน้ำให้เขาด้วยปาก ลิ้นเล็กๆ ค่อยๆ ดันเม็ดยาเข้าปากของเขาซึ่งผู้กองนทีก็รีบกลืนกินแล้วจูบให้รางวัลความน่ารักของเมียคนสวยของเขา ใครว่ากินยามันขม หึ! ออกจะหวานแสนหวานต่างหากล่ะ

                “มีเมียเป็นพยาบาลมันดีแบบนี้นี่เอง” เขาว่าทั้งๆ ที่ยังแนบชิดอยู่กับริมฝีปากของเธออยู่ ธารธาราจึงหลับตาลงแล้วคลอเคลียกับเขาอย่างเสน่หา มือแกร่งค่อยๆ ดึงมือข้างซ้ายของเธอไปหาขณะที่เธอยังคงหลับตาพริ้มอยู่ เขาค่อยๆ ก้มลงมาจูบที่มือของเธอเบาๆ งับปลายนิ้วของเธออย่างหยอกเย้าก่อนที่ธารธาราจะลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่นิ้วมือ ซึ่งพอเธอลืมตาขึ้นก็เห็นว่าผู้กองนทีกำลังสวมแหวนญาติที่เธอถอดคืนเขาไปเมื่อเช้านี้ให้เธอใหม่ด้วยปาก เขาคาบแหวนญาติของตัวเองเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ สวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างช้าๆ และเมื่อสวมเสร็จแล้วเขาก็งับปลายนิ้วของเธอเล่นอีกจนธารธารหัวเราะออกมาเพราะจั๊กจี๋ก่อนจะรีบชักมือตัวเองคืน

                “ยาลดไข้ที่กินเมื่อกี้นี้ทำให้ง่วงรึเปล่า”

                “ไม่ค่ะ พี่นทีไข้ลดลงเยอะแล้วธาราเลยให้ยาแบบไม่แรง ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ นอนห่มผ้าให้เหงื่อออกซักหน่อยพรุ่งนี้ก็สดชื่นจนโล่งแล้วค่ะ”

                “จากห่มผ้าให้เหงื่อออก...เปลี่ยนเป็นออกกำลังกายจนเหงื่อออกแทนได้มั้ย”

                “คะ ออกกำลังกาย” ธารธาราทวนขณะหยิบถาดแก้วน้ำและแก้วใส่เม็ดยาออกไปวางเอาไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง นึกอะไรของเขาอยากเล่นกีฬาตอนนี้

                “ใช่ ออกกำลังกายเล่นกีฬา กีฬาในร่ม ก้มแล้วแทง”

                “สนุกเกอร์หรอคะ”

                “หึๆๆ” เขาหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัยและดูเจ้าเล่ห์สุดๆ สำหรับเธอ เธออาจจะคิดว่าเป็นสนุกเกอร์ แต่เขากลับไม่คิดแบบนั้น ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องติดเรทล้วนๆ และกำลังคิดประมวลผลอยู่ว่าจะกินเมียยังไงดี กินหัวหรือกินหาง เอ๊ะ! หรือจะกินกลางตลอดตัวดี ดูสิ ไม่ว่าจะมองมุมไหนๆ ก็น่ากินไปเสียหมด เธออาบน้ำแล้วและสวมเสื้อคลุมชุดนอนอยู่ อยากรู้จังว่าใส่ชุดนอนแบบไหน จะปลดจะแก้หรือจะกระชากออกดีล่ะเนี่ย

                ทั้งๆ ที่เตรียมใจมาแล้วแต่พอเห็นสายตาหื่นกามของสามีแบบนี้ธารธาราก็อดหวั่นไม่ได้เหมือนกัน ท่าทางเขาจะอยากจัดการกับเธอมานานแล้วแต่ไม่สบโอกาสซักที ตอนนี้เขาเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอแล้ว และเธอก็กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนของเขา ตายแน่ๆ คืนนี้ ธารธาราคิด

                คลื่นๆๆ ซ่า!!! เสียงฟ้าร้อง ลมโชยพัดมาอย่างแรงก่อนจะตามมาด้วยฝนห่าใหญ่ซึ่งช่วงนี้ตกลงมาเกือบทุกวันทำให้สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันทำตาปริบๆ แหม บรรยากาศช่างเป็นใจเสียจริง ฝนตก ลมพัดแรง อากาศเย็นๆ เตียงนุ่มๆ กับเมียแสนสวย ช่างเป็นองค์ประกอบที่ลงตัวเสียจริง ผู้กองนทีคิดก่อนจะขยับเข้าไปหาธารธาราเมื่อเห็นเธอค่อยๆ ถอยหนีเขาไปจนชิดหัวเตียงแล้ว

                “พี่จะบุกแล้วนะ”

                จะบุกก็บุกเถอะ มาบอกให้เธอตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ทำไม แค่นี้หัวใจของเธอก็เต้นระรัวจนจะกระเด็นออกมาข้างนอกได้อยู่แล้วนะ

                “ปะ...ปิดไฟก่อนได้มั้ยคะ”

                “ไม่เอา เดี๋ยวไม่เห็นเมียตอนมีความสุข” คนอยากเห็นเมียมีความสุขว่าแล้วทำแก้มป่องอย่างเอาแต่ใจ ธารธาราก็เลยยื่นมือสั่นๆ ไปทางโคมไฟข้างหัวเตียงแทน

                “เปิดแค่โคมไฟเล็กๆ อันนี้ก็ได้ค่ะ” เธอเขินจนตัวสั่นไปหมดแล้วเนี่ย แต่เขาก็คงจะรู้แหละว่าเธอประหม่าเมื่อเขายอมลุกไปปิดไฟแต่โดยดี เหลือเอาไว้เพียงแค่โคมไฟข้างหัวเตียงเท่านั้น

                ธารธารานั่งนิ่งอยู่ชิดหัวเตียงเมื่อเขาเดินกลับมานั่งลงข้างๆ สองแขนแกร่งรวบเอาเธอเข้าไปกอดเอาไว้แนบอกพร้อมๆ กับที่นิ้วก็แกะปมเชือกเสื้อคลุมชุดนอน ธารธาราซบนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อเขาถอดเสื้อคลุมชุดนอนของเธอออก จนเมื่อเขาเขี่ยเสื้อคลุมชุดนอนของเธอลงไปกองอยู่ที่พื้นข้างเตียงแล้วเธอก็เห็นเขาอมยิ้มอย่างเขินๆ แล้วแอบหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นชุดนอนของเธอ เมื่อเธอผละออกจากอ้อมกอดของเขามาเงยหน้าขึ้นมอง ผู้กองนทีก็ยิ่งหัวเราะออกมาจนธารธาราเริ่มจะหมดความมั่นใจแล้ว

                “ไปเอาชุดนอนแบบนี้มาจากไหนกัน”

                “ไม่สวยหรอคะ” เธอถามอย่างอายๆ แล้วก้มลงมามองชุดนอนไม่ได้นอนที่เอกพลให้มา ซึ่งเป็นชุดคอสเพลย์พยาบาลสุดเซ็กซี่สีขาวแบบชุดสายเดี่ยวที่นอกจากจะสั้นแล้วยังบางจนมองเห็นกางเกงชั้นในตัวจิ๋วคล้ายๆ กับจีสตริงอีก แต่นี้ยังไม่พอ ตรงส่วนหน้าอกตัวชุดก็ยังบางมากจนเห็นทรวงอวบของเธอได้อย่างชัดเจนอีก นอกจากจะเป็นชุดนอนไม่ได้นอนแล้วก็ยังเป็นชุดนอนที่ใส่ก็เหมือนกับไม่ได้ใส่ด้วย เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าบ้าจี้ตามเอกพลยอมใส่ชุดนี้เข้าหอได้ยังไงกัน แบบนี้เจ้าบ่าวของเธอจะมองเธอยังไงกันล่ะเนี่ย

                “ธารา...ธาราไปเปลี่ยนชุดก็ได้ค่ะ”

                “ไม่ต้อง” ผู้กองนทีรีบดึงเธอเอาไว้แม้เขาจะยังกลั้นขำอยู่ก็ตาม โถๆๆ แม่คุณ รู้จักเอาใจผัวซะด้วยสิ “ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ชุดนี้สวยดีพี่ชอบ ยิ่งธาราใส่ก็ยิ่งสวย”

                “ผู้หมวดเอกพลให้มาเป็นของขวัญแต่งงานค่ะ...ตอนแรกเขาว่าจะส่งไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับน้องขวัญ แต่พอรู้เข้าว่าพี่นทีงอนธาราอยู่เขาก็เลยให้ธาราใส่มาง้อพี่นที”

                “ไอ้เอกี้ให้มางั้นหรอ แหม ทำดีมากเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะให้รางวัลมันโดยการให้มันไปทำงานร่วมกับหนุ่มๆ หล่อๆ” ตั้งแต่เป็นลูกน้องเขามา มีครั้งนี้แหละที่เอกพลทำงานได้ถูกใจเขาที่สุด หาผัวซักคนเป็นรางวัลให้มันดีมั้ยเนี่ย

                ธารธาราก้มหน้างุดอย่างเขินๆ กับชุดนอนของตัวเอง แต่ผู้กองนทีกลับมองเธออย่างหื่นกระหายมากขึ้น แค่แต่งตัวตามปกติก็น่ากินมากพอแล้ว นี่ยังมาแต่งตัวอ่อยอีก คืนนี้คงไม่ได้นอนแน่ๆ เขาคิดขณะสำรวจร่างบางภายใต้ชุดนอนยั่วต่อมหื่นของเขา แก้มนวลแดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหู เธอคงทั้งเขินทั้งเกร็งถึงได้เม้มริมฝีปากแน่นขนาดนี้ อกอวบอึ๋มจนล้นมือที่เขาเคยลิ้มชิมมองเห็นได้เกือบชัดเจนภายใต้ชุดนี้ ไหนจะเนื้อนวลภายใต้ชั้นในตัวจิ๋วกับสะโพกกลมกลึงนี่อีก เขาค่อยๆ ถอดเสื้อกล้ามของตัวเองออกแล้วเชยคางของธารธาราขึ้น

                “พี่รักธารามากนะ เรามาเริ่มต้นชีวิตคู่และสร้างครอบครัวไปด้วยกันเถอะนะครับ” เขามองสบตากับเธอเพื่อยืนยันในความรู้สึก ความหนักแน่นและจริงใจของเขาทำให้ธารธาราค่อยๆ คลายความเขินและเกร็งลง

                “...ธาราก็รักพี่นทีค่ะ ถ้าพี่นทีอยากมีลูก ธาราจะมีลูกน่ารักๆ ให้นทีนะคะ”

                “น่ารักที่สุด” เขาบอกก่อนจะก้มลงมาจูบเธอ มือข้างที่เชยคางของเธออยู่จับประคองใบหน้าของเธอเอาไว้เพื่อให้รับจูบของเขาได้ถนัดแล้วกลืนกินเธอด้วยเฝ้ารอคอยมานาน ริมฝีปากร้อนผ่าวดูดเม้มและบดขยี้ริมฝีปากแสนหวานของเมียรักด้วยความเร่าร้อนและหนักหน่วยอย่างเอาแต่ใจ ธารธาราแทบจะหายใจตามไม่ทัน เคยจูบกับเขามาก็บ่อยแต่ครั้งนี้ดูจะหนักหน่วยอย่างสุดๆ ราวกับเขาจะสูบเอาวิญญาณของเธอออกจากร่าง หากเธอไม่ผละหน้าหนีคงต้องขาดอากาศหายใจตายแน่ๆ แต่พอเธอผละใบหน้าหนีเขาก็ได้ทีซุกไซ้เข้ามาที่ซอกคอของเธอต่อ ซึ่งนอกจากจะจูบแล้วเขายังฝังรอยจูบและรอยฟันกัดเอาไว้ด้วย มันเจ็บก็จริง แต่ก็เป็นความเจ็บแบบเสียวๆ ตื่นเต้นว่าเขาจะสัมผัสเธอตรงไหนบ้าง

                “อื้มมม” เธอเผลอครางออกมาเมื่อเขาฉกจูบมาที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง ลิ้นแสนร้ายตวัดเข้ามาในปากของเธอแล้วรัดลิ้นของเธอเอาไว้แน่น กวาดลิ้มรสความหอมหวานจากเธอไปอย่างไม่รู้จักอิ่ม

                “ถ้าพี่เผลอรุนแรงไปอย่าโกรธพี่นะ...พี่อดอยากมานาน...”

                แคว่ก!!! พูดยังไม่ทันจะขาดคำชุดนอนตัวบางของเธอก็ถูกกระชากจนขาด ธารธารารีบยกมือขึ้นมาปิดอกทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้อย่างอัตโนมัติ แต่ก็ช้าไปเมื่อผู้เป็นสามีก้มลงมางับปลายยอดสีหวานจากอกอวบของเธอได้แล้วดันตัวเธอลงไปนอนกับเตียงก่อนจะขยับขึ้นมาทาบทับเธอเอาไว้ มือทั้งสองข้างของเธอสอดประสานกับมือของเขาและถูกตรึงเอาไว้เหนือศีรษะทำให้อกอวบทั้งสองข้างเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาให้เขาได้โน้มตัวลงมาครอบครอง ธารธาราหลับตาปี๋ หอบหายใจสะท้านเมื่อปลายยอดอกสีหวานถูกลิ้นร้ายตวัดโลมเลียก่อนที่ริมฝีปากร้อนๆ จะดูดกินราวกับตั้งใจจะดูดให้มีน้ำนมไหลออกมา ความเจ็บก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเธอกลับเสียวสะท้านจนต้องเปล่งเสียงครวญครางออกมาเพื่อปลดปล่อยความวาบหวาม เขาดูดยอดอกอวบของเธอสลับกันไปมาทั้งสองข้างจนปลายยอดชูชันอย่างท้าทายในสัมผัสจากเขา ยิ่งเห็นแบบนี้ผู้กองนทีก็ยิ่งชอบอ้าปากครอบครองทรวงอกอวบอย่างหลงใหลแล้วซุกไซ้อยู่ที่สองเต้าอย่างเนิ่นนาน

                “พี่ชอบชุดนอนของธารานะ...ไว้พี่จะซื้อให้อีกหลายๆ ชุดเลย” เขาบอกก่อนจะกระชากกางเกงชั้นในตัวน้อย ปราการด่านสุดท้ายออกจากกายสาวจนตอนนี้ร่างบางขาวนวลผุดผ่องเปลือยกายลงต่อหน้าเขาแล้ว เขาจึงไม่รอช้าถอดกางเกงบ๊อกเซอร์ของตัวเองออกเช่นกัน ธารธาราไม่กล้ามองด้วยความตื่นเต้นกับประสบการณ์การร่วมรักครั้งแรก เรื่องทฤษฎีนั้นเธอเข้าใจหมดทุกอย่าง แต่เรื่องปฏิบัตินั้นด้อยประสบการณ์ยิ่งนัก

                “อ๊า!!!” เธอครางออกมาเมื่อปลายยอดอกถูกขบกัดด้วยอารมณ์รัก มือที่เป็นอิสระแล้วปัดป่ายเขาอย่างอ่อนแรง และยิ่งครางดังเมื่อมือแกร่งหยาบๆ ลูบไล้ไปทั่วผิดกายของเธอและบีบขย้ำหน้าอกของเธออย่างหมั่นเขี้ยว

                “ซี๊ดดดด พี่นที...เบาๆ ธาราเจ็บ” สิ้นคำขอของเธอเขาก็ก้มลงมาดูดยอดอกของเธออีก เขาก็คงจะอดมานานอย่างที่บอกจริงๆ นั่นแหละ เมื่อตระหนักได้แบบนี้ธารธาราก็ไม่พยายามผละเขาออกอีก นอกจากได้แต่ยอมเขาแต่โดยดี

                “กลัวพี่มั้ย...” เขาถามเมื่อไม่เห็นแววตาของความกลัวจากเธออีก

                “ธาราไม่เคยทำก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

                “เรื่องธรรมชาติ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็ชินไปเอง รับลองเลยว่าจะติดใจ” เขาบอกแล้วโน้มตัวลงมาจูบผะแผ่วไปทั่วกายของเธอ สองมือหยาบบีบขย้ำทรวงอวบและเขี่ยปลายยอดสีหวานที่ชูชันเล่นจนธารธาราครางอื้อๆ ไม่หยุด ยิ่งเขาเลื่อนจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ เธอก็ถึงกับต้องแขม่วหน้าท้องเอาไว้ด้วยความเสียว

                “พะ...พี่นที...อ่าห์” ธารธาราแทบจะกลั้นหายใจเมื่อเขาเลื่อนจูบลงมาต่ำเรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่มือของเขาสัมผัสมาที่เนื้อนวลที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมอ่อนๆ ใจอยากจะร้องห้ามเขาแต่สติที่พอจะมีอยู่น้อยนิดก็ทำให้ตระหนักได้อีกครั้งว่าเธอเป็นเมียของเขา เขามีสิทธิในร่างกายของเธอและนี่มันคือเรื่องธรรมชาติของคนเป็นสามีภรรยากัน ดังนั้นสิ่งที่เธอควรทำคือยอมรับเขา ไม่ใช่การห้ามเขา

                “อ่าห์...” เธอเม้มปากเอาไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวเมื่อนิ้วเรียวกรีดสัมผัสมาที่กลีบของกุหลาบงามที่ยังปิดสนิทเพราะไม่เคยผลิกลีบแย้มด้วยสัมผัสจากสิ่งใดมาก่อน ความรู้สึกทั้งเสียวทั้งจั๊กจี๋เล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อผู้กองนทีค่อยๆ แยกเรียวขาทั้งสองข้างของเธอออกแล้วโน้มตัวลงไปลิ้มชิมความหอมหวานของดอกไม้งามตรงหน้า

                “พี่...อ๊า!!! พี่นที...” น้ำหวานค่อยๆ ซึมออกมาตามสัมผัส เมื่อเกสรของดอกไม้งามถูกขมเม้ม ลิ้นอุ่นๆ จึงตวัดโลมเลียน้ำหวานแสนอร่อยอย่างหิวกระหาย ก่อนที่นิ้วเรียวจะค่อยๆ สอดเข้าไปความหาน้ำหวานเพิ่ม

                “อ๊า!!! ซี๊ดดดดดดดดด โอ๊ย!” สะโพกสวยส่ายไปมากับสัมผัสรัก ความเสียวความรัญจวนปานใจจะขาดแบบนี้ยิ่งทำให้น้ำหวานเอ่อล้นออกมา ลิ้นอุ่นๆ ก็ปาดแซะโลมเลียอย่างไม่รู้จักอิ่ม ยิ่งเห็นเธอครางและยกสะโพกส่ายไปมาเพราะความเสียวสะท้านผู้กองนทีก็ยิ่งพอใจ ตอนนี้เขาปวดหนึบไปทั้งลำกายแกร่งแล้ว

                “อ่ะห์” เขาครางออกมาเมื่อกายแกร่งมีความต้องการจนขยายขนาดและปวดหนึบไปหมด

                “ธารา ธาราช่วยพี่หน่อยนะ” เขาบอกเธอแล้วดึงมือของเธอมารูดแก่นกลางกาย ลำพังแค่เห็นอวัยวะในส่วนนี้ธารธาราก็ไม่ได้ตกใจหรอกเพราะอาชีพอย่างเธอเห็นมานักแล้ว แต่ที่เธอตกใจจนถึงกับต้องเบิกตากว้างก็เพราะ...ขนาดที่ใหญ่โตของมัน

                “พี่นที...” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างอึ้งๆ แต่เขากลับยิ้มออกมาอย่างภูมิใจในความเป็นชายของตน

                “ชอบใช่มั้ย หืม” เขานำพาให้มือของเธอช่วยรูดแก่นกลางกายของเขาให้ ความเขินอายตอนนี้ค่อยๆ ลดลงแต่ความตื่นเต้นกลับยิ่งมีมากขึ้น แต่เพราะความรักความเสน่หาทำให้ธารธาราค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมตัวขึ้นไปจูบกับเขาอีกครั้งโดยที่มือข้างหนึ่งของเธอยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอสามีอยู่

                “อ่าห์...เก่งมาก” เขาชมเธอแล้วก้มลงมาจูบกับเธออีก ซึ่งธารธาราก็จูบเขาตอบอย่างหลงใหล ยิ่งได้ยินเสียงครางอย่างพอใจของสามีเธอก็ยิ่งกล้ามากขึ้นจึงผละจูบจากเขาแล้วจูบเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ฝังรอยรักเอาไว้ตามเนื้อตัวของเขาบ้างแล้วดูดยอดอกของเขาอย่างหิวกระหายไม่ต่างกัน

                “ต่ำลงอีกสิเมียจ๋า” ผู้กองนทีบอกเมื่อเห็นว่าเธอดูดยอดอกของเขาได้สักพักแล้ว ซึ่งพอเขาบอกธารธาราก็ทำตามอย่างว่าง่ายโดยการจูบผะแผ่วลงต่ำเรื่อยๆ แล้วฝังรอยจูบเอาไว้ให้ถ้วนทั่ว ยิ่งเธอจูบต่ำลงมาเรื่อยๆ เขาก็ต้องกัดฟันเอาไว้แน่นแล้วหลับตาลงอย่างพยายามระงับความเสียวสะท้าน ภายในใจเพียงแค่นึกอย่างจะแกล้งเมียเล่น หวังจะเห็นเธอเขินอายแต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาสุดตัว

                “ซี๊ดดดดด” เสียงสูดปากอย่างเสียวสะท้านดังขึ้นเมื่อธารธาราที่จูบเขาต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณท้องน้อยและกำลังรูดกายแกร่งของเขาอยู่ค่อยๆ อ้าปากดูดกลืนกินความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้แล้วปรนเปรอเขาอย่างเอาใจ คนที่ตั้งใจจะแกล้งเมียเลยถึงกับสูดปากออกมาแล้วขยับสะโพกตาม

                “ธารา...” การปรนเปรอที่แสนถูกใจ ทำให้ยิ่งทำให้ผู้กองนทีหิวกระหายหนักและโยกสะโพกเขาหาปากของเธอจนแทบจะกลั้นไม่ไหว แต่เขาจะไม่ยอมจบเกมรักปลดปล่อยตอนนี้ง่ายๆ หรอก คืนนี้มันยังอีกยาวไกล เขาจับธารธารากดลงไปนอนกับเตียงนุ่มแล้วแยกเรียวขาสวยออกเพื่อลิ้มชิมเธออีกครั้งเช่นกันจนธารธาราถึงกับสั่นสะท้าน ครางเสียงหวานกระเส่าเมื่อลิ้นชื้นเซาะไปตามกลีบของกุหลาบงามฉ่ำน้ำหวานจากเกสรจนเปียกชื้น นิ้วเรียวเองก็สอดเข้าไปในความหวานล้ำแล้วขยับไปมาอย่างเร็วจนร่างบางของเมียรักบิดไปมาด้วยความเสียวสะท้าน เสียงดูดดื่มกลืนกินและเสียงนิ้วกระทบกับน้ำหวานที่เอ่อล้นฟังดูยิ่งเร้าอารมณ์ให้ผู้กองนทียิ่งกระหายหนักจนธารธาราหวีดร้องออกมา

“พี่นที อ๊า!!!  พี่...ซี๊ดดด เสียว พี่...อ๊าย!!!” ร่างบางกระตุกเมื่อเขาส่งเธอไปพบกับความสุขแสนหวานล้ำ สะโพกสวยยังคงบิดเร้าและส่ายไปมาอย่างต้องฤทธิ์ของสวาท ทุกๆ อย่างมันโล่งขาวโพลนไปหมดจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของฟ้าฝนที่ยังคงกระหน่ำเทลงมา คราบน้ำรักที่เธอปลดปล่อยออกมาเลอะที่นอนจนเปียกชื้น ผู้กองนทีได้แต่มองร่างงามตรงหน้าตนอย่างพอใจแล้วแลบลิ้นออกมากวาดลิ้มรสน้ำหวานที่ติดนิ้วเขาออกมาจนเปียกชื้น เห็นแล้วธารธาราก็เขินเขานัก

“จำได้มั้ยที่พี่เคยบอกว่าพี่เอวดีแล้วก็อร่อยมาก” เขาก้มลงมากอดซุกไซ้เธออีกครั้ง สองแขนกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่น ธารธาราที่ต้องมนต์รักของเขาเข้าให้เลยหันมามองเขาตาปรือหวานฉ่ำจนผู้กองนทีต้องก้มลงมาจุ๊บปากกับเธอ เห็นเธอมีความสุขจากการเสร็จสมครั้งแรกเขาก็ยิ่งอยากทำให้เธอมีความสุขมากกว่านี้

“พร้อมที่จะพิสูจน์เอวของพี่แล้วยัง”

                “พี่นที...”

                “ทำไม หรือว่าพี่ไม่อร่อย เมื่อกี้นี้ดูดพี่ซะแรงเลย” เขาแกล้งเย้าเธอจนธารธารายิ่งเขินเมื่อยามนึกถึงตอนที่เธอปรนเปรอเขาด้วยปาก ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำ แต่พอทำแล้วรู้ว่าเขาชอบมากเธอก็อยากจะทำให้เขาอีก

                “...ธารารักพี่นทีนะ” เธอเอื้อมตัวขึ้นมาจุ๊ปปากของเขาบ้าง สองแขนแกร่งก็ยิ่งกอดเธอแน่นก่อนที่เขาจะเข้ามานั่งระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของเธอ แล้วรูดกายแกร่งของตนไปมาเบาๆ เพื่อเตรียมพร้อมให้เธอพิสูจน์เอวของเขา

                “ต้องเตรียมยาแก้เอวเคล็ดให้ด้วยมั้ยคะ”

                “หึ ถามแบบนี้ท่าจะไม่รู้จักพี่นทีเอวหวานซะแล้ว ก่อนจะห่วงเอวพี่ พี่ว่าธาราห่วงตัวเองก่อนเถอะนะ พี่จะเอาให้เดินไม่ไหวเลยคอยดูสิ”

                “หื่น”

                “ผัวยังหื่นกว่านี้ได้อีกเยอะ” เขายิ้มบอกแล้วจับความแข็งแกร่งของตนแตะกดมาที่กุหลาบงามตรงจุดอ่อนไหวจนธารธาราต้องหลับตาพริ้มลงเพื่อรอรับสัมผัสจากเขา แต่เขาก็ยังไม่ได้บุกเธอในทันทีจนเมื่อเธอลืมตาขึ้นก็เห็นเขากำลังใช้ความแข็งแกร่งที่มีขนาดใหญ่ถูไถไปมากับกุหลาบงามของเธอจนลำความแข็งแกร่งของเขาเป็นมันวาวด้วยน้ำหวานที่เอ่อล้นออกมา

                “ซี๊ดดดด” เพียงแค่นี้เธอก็เสียวจนต้องจิกผ้าปูที่นอนสีขาวเอาไว้แล้ว

                “เสียวแล้วหรอเมียจ๋า...เดี๋ยวได้เสียวหนักกว่านี้” เขายิ้มบอกก่อนจะค่อยๆ กดส่วนหัวของกายแกร่งเข้ามาในกุหลาบงาม ธารธาราทั้งกลัวทั้งอยากลอง หัวใจของเธอเต้นแรงมากๆ ตอนนี้ ความสาวที่รักษามาเป็นอย่างดีก็เพื่อมอบให้กับสามีในวันนี้ แม้จะรู้ดีว่ามันจะเจ็บ แต่เจ็บนี้เพื่อคนรักเธอยอม

                ความคับแน่นของสัมผัสแรกทำให้ธารธารารู้สึกอึดอัดไปหมดจนต้องกลั้นหายใจ แต่แล้วความคับแน่นก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนมาเป็นความเจ็บ และเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ

                “โอ๊ย! พี่นที...”

                “เจ็บหรอ มา กอดพี่เอาไว้นะ” เขาโน้มตัวลงมากอดเธอเอาอย่างปลอบขวัญ ธารธาราจึงกอดเขาเอาไว้แน่นเมื่อเขายังคงเคลื่อนเข้ามาในกายของเธออย่างลำบาก “อ่าห์...” เขาครางออกมาเมื่อการจะเคลื่อนตัวเข้าไปในกายเธอมันคับแน่นไปหมด เขาถูกเธอบีบรัดและตอดรัดอย่างหนักจนรู้สึกเจ็บตาม

                “พี่นที ธาราเจ็บ เอาออกก่อน” ธารธาราบอกเพราะเธอเจ็บมากจริงๆ จนน้ำตาเล็ดแล้ว ผู้กองนทีจึงได้ค่อยๆ ถอนกายออกจนเกือบจะสุดแล้วก็กดสะโพกเข้าไปหาเธอใหม่อย่างแรง

                “โอ๊ย!!!” ธารธาราสะดุ้งและร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ผู้กองนทีรู้สึกถึงเยื่อบางๆ ที่กางกั้นเขาเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้มันขาดจนเลือดสีแดงสดของเธอเริ่มซึมออกมา เรียวขาขาวสวยสั่นเทาอย่างน่าสงสารเขาจึงก้มลงมาจูบปลอบขวัญเธอแล้วกอดเธอเอาไว้แน่น

                “ธาราเจ็บนะ” เธอบอกเขาทั้งเสียงสะอื้น แต่สองแขนก็กอดเขาเอาไว้แน่น

                “พี่ขอโทษนะ ไว้ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว...เราจะทำลูกกันไม่ใช่หรอ หืม...”

                “ธาราเจ็บ ขอเบาๆ ก่อนได้มั้ยคะ ธาราไม่อยากพิสูจน์เอวพี่แล้ว”

                “อะไรกัน ผัวออกจะแซ่บจะไม่อยากพิสูจน์หน่อยหรอ”

                “ไม่แล้ว ธาราเจ็บ”

                “เจ็บแป๊บเดียว เดี๋ยวจะติดใจ” เขายิ้มบอกอย่างหลอกล่อจะให้เธอพิสูจน์เอวหวานๆ ของเขา ก่อนที่เขาจะเริ่มขยับเอวไปมาช้าๆ เบาๆ แต่ก็ลึกสุดลำเพื่อตอกย้ำความเป็นสามีให้เธอรับรู้ถึงตัวตนของเขาที่กำลังขยับเข้าออกไปมาในกายเธอ

                “โอ๊ย ซี๊ดดด เบาๆ ค่ะ เจ็บ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าท้องของเขาเอาไว้ แต่ผู้กองนทีก็ดึงมือของเธอออกแล้วขยับกายกดเข้ามาหาเธอจนแนบชิดแล้วคลึงวนเป็นวงให้ธารธารายิ่งสะท้าน

                “อ่าห์” เขาครางออกมาอย่างมีความสุข เขารอวันนี้มานานแล้ว วันที่จะได้กินเมียตัวเอง แล้วเธอก็อร่อยสมกับที่เขาเฝ้ารอคอยด้วย เขากดสะโพกแช่แล้วคลึงวนไปมาจนธารธาราหลงเพลินไปกับสัมผัสก่อนที่เขาจะค่อยๆ ถอนตัวออกมาแล้วกดสะโพกเข้าไปหาเธอใหม่จากช้าๆ แล้วค่อยๆ ปรับเอวให้เร็วขึ้น แก่นกลางกายของเขาที่ขยับเข้าออกไปมามันวาวด้วยน้ำหวานและคราบเลือดเมื่อเขายกเรียวขาสวยข้างหนึ่งขึ้นพาดกับบ่ากว้างแล้วโหมกระหน่ำเอวเข้าหาเธอ

                สัมผัสรักจากช้าๆ เนิบนาบเริ่มทวีความเร็วและแรงขึ้นจนธารธาราครางออกมาไม่หยุด เธอขยับกายหนีไปไหนไม่ได้เมื่อทั้งกายใจของเธอในตอนนี้ถูกเขาตรึงเอาไว้กับที่นอนแล้วโยกสะโพกเข้าหาแบบเข้าสุดออกสุด จนความเจ็บในตอนแรกค่อยๆ เริ่มแปรเปลี่ยนมาเป็นความเสียวมากขึ้น น้ำหวานก็ยิ่งฉ่ำเยิ้มออกมาให้การเคลื่อยกายโยกสะโพกของผู้กองนทีง่ายขึ้น

                “ซี๊ดดดด พี่นที...อ๊า!!! พี่...”

                “หายเจ็บแล้วใช่มั้ยเมียจ๋า มา มาลองพิสูจน์เอวพี่กันคืนนี้” ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นนั่งแล้วจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกันแล้วโหมกระหน่ำเอวเข้าใส่เป็นจังหวะไม่มีหยุด ธารธาราทั้งเสียวทั้งเจ็บไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้คืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือเธอขยับกายหนีจากเขาไม่ได้เลย เธอถูกตรึงเอาไว้แน่นแล้วพ่อสามีเอวหวานก็โยกเอวเข้ามาเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสมราคาคุยว่าเอวดีมากจริงๆ

                “อ๊า!!! ซี๊ดดด พี่นทีเบาๆ เชื่อแล้วค่ะว่าเอวดี...อ่าห์ โอ๊ย...” ธารธาราร้องบอก ยอมรับในความเอวดีของเขา แต่ความเอวดีนี่สิทำให้เธอครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา เสียวใจจะขาดอยู่แล้ว

                เนื้อนวลถูกเขาครอบครองด้วยอาวุธแสนใหญ่โตจนจุกไปทั้งร่าง ธารธาราต้องแยกเรียวขาออกเพื่อรองรับเขาให้เต็มที่ ความเสียวซาบซ่านสะท้านไปทุกขุมขน จนคราบน้ำรักเลอะเปรอะเปื้อนที่นอนสีขาวเป็นดอกดวง เสียวใจแทบขาดยังไง ปากร้องบอกให้เขาเบาๆ ยังไงแต่ภายในใจลึกๆ เธอก็ไม่อยากให้เขาหยุดเลยจนเผลอยกสะโพกเข้าหาเขาซ้ำ

                “ติดใจเอวพี่แล้วล่ะสิ” ผู้กองนทีถามเมื่อเห็นเธอยกสะโพกขึ้นรับเขาแล้วครางไม่หยุด ทรวงอกอวบกระเพื่อมไหวไปมาล่อตาล่อใจของเขา เขาจึงดึงเอาร่างของเธอขึ้นมาหาแล้วก้มลงมาดูดครอบครองทรวงอวบไปพร้อมๆ กับโยกเอวเข้าหา ธารธาราถูกจู่โจมทั้งข้างบนและข้างล่างแบบนี้ก็ยิ่งกรีดเสียงร้องครวญคราง เธอยกมือขึ้นขย้ำหน้าอกตัวเองข้างหนึ่ง มืออีกข้างยันกับที่นอนเอาไว้แล้วเร่งเอวเข้าตอบรับเขาจนเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องห้องนอนแต่การพิสูจน์ความเอวดีของสามีเธอก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเขาจับเธอนั่งคุกเข่าเกาะขอบหน้าต่างข้างเตียงเอาไว้แล้วอัดกระแทกกายเข้าใส่กุหลาบงามสีหวานจากทางด้านหลัง ความลึกแบบถึงใจสุดๆ ทำให้ธารธาราแอ่นสะโพกรับการสอดประสานรักจากเขา ความเขินอายตอนนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว เมื่อพิษรักไฟสวาทมันกำลังแผดเผาให้เธอหลงมัวเมา พ่อสามีเอวดีสมราคาคุยจริงๆ เมื่อเขาสอดประสานแนบรักกับเธอได้แล้วก็โยกเอวเข้าใส่เธอแบบไม่มีสะดุด เก็บทุกเม็ดทุกบทรักอย่างไม่มีขาดตก

                “ติดใจพี่แล้วยัง หืม ถ้าติดใจเดี๋ยวพี่ต่อให้ยันเช้าเลย” ผู้กองนทีก้มลงมากระซิบบอกข้างหูเธอ เขายึดสะโพกของเธอเอาไว้แน่นแล้วอัดเอวเข้าใส่ งานนี้ธารธาราเสียวจนขาสั่นเกาะขอบหน้าต่างเอาไว้แน่น

                “พี่นที อย่าหยุดนะคะ อ๊า!!! ธารา...อื้ม ไม่ไหวแล้ว เสียว...เสียวใจจะขาด”

                “มีเสียวกว่านี้อีกเยอะเลยเมียจ๋า” เขาเอื้อมมือมาบีบขย้ำทรวงอกอวบที่กระเพื่อมไปมาทั้งสองข้างแล้วอัดกระแทกเอวเข้าหาธารธาราแบบแรงๆ เน้นๆ ร่างบางที่ทนความเสียวรัญจวนแทบจะไม่ไหวแล้วก็โยกสะโพกเข้าหาเขาอย่างปรารถนาก่อนที่เธอใกล้จะถึงฝั่งฝันแห่งความสุข

                “โอ๊ย ธาราไม่ไหวแล้ว...ซี๊ดดดดด อ๊า!!!” เธอกระตุกสุดแรงเกิด เบียดสะโพกเข้าหาความแข็งแกร่งแล้วปลดปล่อยน้ำหวานออกมาเป็นจำนวนมาก ผู้กองนทีเห็นเธอเสร็จสมอย่างมีความสุขก็เบียดอัดกระแทกกายเข้าหาเธออีกแล้วบีบขย้ำหน้าอกเธอให้แรงขึ้นธารธาราก็ยิ่งเสียวกระตุกกายไม่หยุดและครางเสียงหวานสลับกับหอบหายใจรวยริม กุหลาบงามของเธอบีบและตอดรัดเขาอย่างหนัก ผู้กองนทีที่อัดกระแทกกายเข้าหาเธอถูกเธอบีบรัดเต็มแรงเสียขนาดนี้เขาก็โหมกระหน่ำสะโพกเข้าใส่เธออีกก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำอุ่นๆ จำนวนมากที่ไม่ได้ปลดปล่อยกับผู้หญิงคนไหนมาเป็นเวลานานเข้าไปในกายของเธอแล้วกดแช่เอาไว้อยู่อย่างนั้น ถึงปากจะครางออกมาอย่างมีความสุขกับการปลดปล่อย หากแต่ภายในใจกลับภาวนาขอให้ติดลูกซักคนด้วยเถอะ

                ธารธาราที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่หันหลังกลับมามองเขาเมื่อรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆ จำนวนมากถูกปลดปล่อยเข้ามาจนเต็มท้องของเธอและไหลรินออกมาตามเรียวขา สองแขนแกร่งของเขากอดรัดเธอเอาไว้แน่นแล้วซุกหน้าเข้าหาแก้มของเธอจากทางด้านหลัง

                “อย่าเพิ่งลุก” เขาสั่งเธอ ไม่ยอมให้เธอถอนกายจากเขา “พี่จะอยู่ในตัวธารานานๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพี่ปลดปล่อยเข้าไปหาธารามากพอที่เราจะมีลูกได้”

                “พี่นที...” ธารธาราครางเรียกเขาเสียงแผ่ว ไม่คิดว่าเขาจะอยากมีลูกมากมายขนาดนี้

                “ค่อยเป็นค่อยไปเถอะนะคะ ถ้าเครียดมากๆ เดี๋ยวเชื้อจะไม่แข็งแรงเอานะ”

                “ใครว่าพี่เครียด เมียพี่อร่อยขนาดนี้พี่มีความสุขจะตาย” ว่าแล้วก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ก่อนจะประคองเธอลงไปนอนคว่ำกับที่นอนโดยที่เขายังไม่ยอมถอนกายออกจากเธอง่ายๆ เขายังคงสอดประสานแนบรักกับเธออยู่ขณะก้มลงมาจูบไปทั่วแผ่นหลังขาวๆ นวลเนียน ไม่ว่าจะกอดจะจูบตรงไหนก็หอมชื่นใจเขาสุดๆ ทั้งหอมทั้งอร่อยแบบนี้ยิ่งกินก็ยิ่งหิวเลยนะเนี่ย

                “พี่รักธารานะ เมียจ๋าของพี่” เขาสอดมือมาบีบขย้ำหน้าอกของเธออีกแล้วก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากแสนหวาน มีความสุขมากเหลือเกินคืนนี้ เช่นเดียวกับธารธาราที่ยิ้มรับกับความสุขจากเขา พ่อคนเอวดีเอวดีจริงดังว่า เล่นเอาเธอทั้งเสียวทั้งจุกจนครางไม่หยุดเลย

                “บอกหมอชัชรึเปล่าว่าพรุ่งนี้ขอลาหยุดหนึ่งวัน”

                “ลาทำไมคะ”

                “อ้าว ก็ลาทำลูกยังไงล่ะ ไข่ตกไม่ใช่หรอช่วงนี้ งั้นก็ทำลูกมันทั้งวันทั้งคืนไปเลย พี่ไหว”

                “คุยขนาดนี้อย่ามาเป็นลมสลบคาอกธารานะคะ”

                “บอกตัวเองก่อนเถอะ” เขาว่ายิ้มๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอนกายออกจากเธอ ธารธาราถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกโล่งเป็นอิสระ แต่ยังไม่ทันจะได้หายใจคล่องเขาก็จับเธอพลิกกายนอนหงายแล้วสอดประสานรักเข้ามาอีก คราบน้ำรักเลอะติดเต็มผ้าปูที่นอนแล้วตอนนี้ และเมื่อได้หันหน้ามาหากันผู้กองนทีก็ก้มลงมาจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ มองสบตากับเธออย่างแสนรักพลางเกลี่ยเส้นผมออกจากแก้มนวลให้

                “ก่อนกลับตราดพี่จะพาธาราไปทำการ์ดแต่งงานนะ เอาให้สวยกว่าของผู้กองจิเลย อ้อ! ไปเลือกชุดเจ้าสาวด้วย ขอเน้นแบบเซ็กซี่ๆ ปลุกใจคนอยากมีลูกหน่อยนะ เอาแบบ...พอเข้าหอแล้วกระชากชุดออกง่ายๆ แล้วจัดได้ในทันทีเลย”

                “พี่นทีบ้า! นี่ชักจะหื่นเกินไปแล้วนะคะ”

                “เมียพี่อร่อย ต่อมหื่นพี่เลยทำงานดี”

                “ขอให้ดีตลอดไปนะคะ”

                “อย่าห่วงเลยเมียจ๋า ถ้าพี่ได้จัด รับรองเลยว่าจะจัดจนเมียคนสวยของพี่ต้องร้องขอชีวิต พี่เป็นคนกินเมียดุนะจะบอกให้ เมื่อกี้นี้เพิ่งยกแรก มา เรามาลองยกที่สองกันต่อ นี่ยังมีท่าเด็ดๆ อีกหลายท่าเลยนะ คืนนี้พี่กะลองให้หมดทุกท่า อ้อ ท่ายากเยอะด้วยเตรียมใจไว้ได้เลย”

                ธารธาราถึงกับเหงื่อตก ประจักษ์ชัดแน่แล้วว่าความหื่นของเขาไม่ใช่แค่โม้ แต่เขาเอวดีแรงเยอะมากจริงๆ ถ้าเขาบอกว่าเป็นคนกินเมียดุจนเธอต้องร้องขอชีวิตมันก็คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่คงจะไม่ได้ปลดปล่อยมานานมากสินะถึงได้หิวเธอหนักขนาดนี้ แม้จะหวั่นใจอดกลัวไม่ได้ แต่พอเขาเริ่มบทรักบทที่สองขึ้นธารธาราก็ยอมตอบรับเขาแต่โดยดีและเอาใจเขาในทุกๆ บทรัก รสรักแสนหอมหวานของเขาทำให้เธอจมดิ่งหลงในรสกามของสามี และคืนนี้เธอคงจะถูกเขาจับกินทั้งคืนจนหนำใจแน่ๆ ในระหว่างที่เขากำลังเคลื่อนกายโยกเอวเข้าหาเธอ ธารธาราก็มองหน้าสบตากับเขานิ่งอย่างมีความสุข สองมือนุ่มค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปหาเขาแล้วดึงเขาลงมาจูบ ก่อนที่สองร่างจะกอดกันเอาไว้แน่นแล้วปรนเปรอหยิบยื่นความรักแสนหวานให้แก่กันและกันตลอดทั้งคืน...


********************************************************************************

กว่าจะได้กินเมีย กินทีนี่กินดุเลยนะอิพี่ ผู้หมวดก็ช่างอึดรับความหื่นของอิพี่ได้ สมกับเป็นทหารหญิงแกร่งจริงๆ 555

พีคกว่าคือผู้กองจิรพัฒน์ เห็นเงียบๆ ดันไปแอบทำผู้หญิงท้องซะงั้น

*****************************************************

นี่ไม่ใช่ตอนสุดท้ายนะทุกคน 

(ยังไม่จบอีกหรอฮะ!)

(ยัง ยังไม่จบ หาผัวให้เจ๊เอกี้ก่อน คนใกล้ๆ ตัวนี้แหละ ใครจะทายถูกบ้างน้อ)

****************************************************************

กว่าจะได้ลงตอนนี้คือแบบนานและผลัดวันบ่อยมากๆ (กราบขออภัยมิตรรักแฟนเพลง เอ้ย! แฟนนิยายค่ะ) เมื่อคืนปั่นทั้งคืนยันเช้า ว่าจะมาลงสายๆ ก็ดันตื่นเที่ยงแล้ววิ่งหูตูบไปเรียนคาบบ่ายต่อยันเย็น เฮ้อ! ยังไงก็อยู่ติดตามกันก่อนนะคะ รอดูผัวเจ๊เอกี้ก่อน รอดูการรวมตัวของแก๊งฟันน้ำนมแบบครบทีมก่อนเด้อ มีของแถมแน่นอนค่ะ

***********************************

เจอกันตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 538 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1907 onpapa_na (@onpapa) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 13:07
    ในที่สุดพี่นทีของเราก็ได้เข้าหอจริงๆสักที
    #1907
    0
  2. #1887 pat (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 19:25

    รอยุคะ

    #1887
    0
  3. #1885 Toonsrd (@Toonsrd) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 02:03
    รออ่านคู่เอกกี้555555
    #1885
    0
  4. #1884 Jin (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:54

    อย่าเพิ่งจบเลยอ่านแล้วฟินชอบมากกกกกกกกกกก

    #1884
    0
  5. #1883 แม่ค้าขายผัก (@will-we-well) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 19:12
    หมอชัชเนื้อคู่เจ้เอกี้ป่าว
    #1883
    0
  6. #1882 Ubonwan4839 (@Ubonwan4839) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 08:30
    อยากอ่านต่ออีกจัง
    #1882
    0
  7. #1881 wichaya_min (@wichaya_min) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:40
    ผู้กองจิแอบทำเจ๊ท้องรึเปล่า ท้องผูกนะ555555
    #1881
    0
  8. #1880 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 13:01

    ฟินจัง
    #1880
    0
  9. #1879 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 12:31
    กรี๊ดดดด ใครน้าผู้ของเจ๊เอกี้
    #1879
    0
  10. #1878 Poppylovely123 (@Poppylovely123) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 12:25
    ให้ได้แฝดไปเลยค่ะทีหลังดังกว่าแล้วก็ขอเนื้อคู่ให้เจ๊เอกี้เร็วๆนะคะอยากเห็นตัวจริงประจำใจเจ๊เร็วๆ
    #1878
    1
    • #1878-1 Canthira (@Canthira) (จากตอนที่ 123)
      19 ตุลาคม 2562 / 18:47
      เห็นด้วยค่ะ แฝดชายหญิงไปเลย #มาทีหลังดังกว่า
      #1878-1
  11. #1877 eve (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 09:30

    สมใจผู้กองแล้วซิ...ขอให้ได้ลูกสาวนะผู้กอง

    #1877
    0
  12. #1876 noochtyba (@noochty) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 08:17
    ผู้กองสุรชัยไหมนะ
    #1876
    0
  13. #1875 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 07:48
    มีคู่กันทุกคน ไช โย ไช โย
    #1875
    0
  14. #1874 Wilawan Piboonhotakij (@224wilaaaa) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 03:52
    ผู้พันสุรชัยรึเปล่านอ เจ้เอกี้นิ
    #1874
    0
  15. #1873 CYJae333 (@armybro) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 01:03
    คนแถวนี้ที่ยังว่างอยู่ก็น่าจะคุณหมอแล้วแหละ
    #1873
    0
  16. #1872 MPP (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:47

    หมอชัชแน่เลย เจ๊เอกี้ 55+

    #1872
    0
  17. #1871 Bameeyokkkk (@yoknahathai) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:40
    รอคู่เจ้เอกกี้ค่าาาาา คุณสุรชัยมั้ยน้ออออ ผู้ชายขอเจ้เอกกี้
    #1871
    0
  18. #1870 kunnipa61 (@kunnipa61) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:22
    หรือจะเป็นผู้พันสุรชัย
    #1870
    0
  19. #1869 _Rabbit (@_Rabbit) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:12
    อยากอ่านของผู้กองจิอ่ะค่ะ
    #1869
    0
  20. #1868 Nu_ORN (@1461100042533) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:00
    โดนแซงตลอด 5555 เอ้าใครจะแซงผู้กองอีก ให้ไว 😂
    #1868
    0
  21. #1866 tui12345 (@tui12345) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 22:02

    คู่อิเจ้ขอแซ่บๆ นะคะ ลุ้นเหลือเกินอยากให้นางมีฝาชี กะเค้า

    #1866
    0
  22. #1865 pratiya31 (@pratiya31) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:29
    หมอชัชของเอกกี้รึป่าววว แต่กมอชัชมีแฟนแล้วนิ
    #1865
    1
  23. #1864 นางมารร้าย (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:29

    ไม่เอา อย่าทำร้ายหมอชัชพล

    ปล่อยนางๆ. เอกี้มีแฟนเป็นผู้หญิงนะ


    #1864
    1
    • 16 ตุลาคม 2562 / 21:35
      ไม่ใช่หมอชัชจ้า ผู้คนนี้นางไม่ได้อยู่นราธิวาส แต่ก็เป็นคนใกล้ตัวมากๆ ได้ออกแค่ตอนสองตอนเอง ทายดูๆ
      #1864-1
  24. #1863 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:14
    โอ้ยยยย ฟินเลือดสาดดเลย ขอแฝดเลยได้ไหมจะได้เพิ่มสมาชิกฟันน้ำนม //ไรท์เค้าขอโทษที่นึกว่ามันเป็นแผน ที่แท้พี่แกไปงมจนเป็นตะคริว ... ผู้กองจิมาเหนือไปอีก
    #1863
    1
  25. #1862 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:13
    ไม่อยากให้จบ อยากอ่านต่อไปอีกนานๆ
    #1862
    1