ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 112 : อย่าให้พี่ต้องรุก (ตอนพิเศษที่ 40)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 517 ครั้ง
    26 ก.ย. 62

112.อย่าให้พี่ต้องรุก

 

                ธารธารารีบตื่นนอนแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าเมื่อไม่อาจนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆ ของเขาต่อไปได้เพราะความกระดากอาย เรื่องเมื่อคืนนี้ไม่ว่าจะคิดถึงกี่ครั้งๆ ก็ยังอายไม่หาย ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะยังไม่ได้มีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขามันก็... นึกแล้วก็อยากจะมุดน้ำในลำธารหนีความอับอายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย นี่เธอยังไม่รู้เลยว่าจะกล้าสู้หน้าเขาได้มั้ยเช้านี้

                “อาบน้ำเสร็จแล้วหรอ” ธารธาราถึงกับตัวชาวูบ ขนกายลุกชูชันขึ้นเมื่อมีใครบางคนเข้ามากอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลังขณะที่เธอนั่งเล่นอยู่ริมลำธาร สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงมาจูบที่ไหล่ของเธอและกัดเบาๆ ที่ซอกคอด้วยจนเธอต้องรีบผละเขาออก

                “ผู้กองอย่าค่ะ กลางวันแสกๆ เดี๋ยวมาคนมาเห็น” พอเธอใช้มือผละเขาออก เขาก็ยึดมือของเธอเอาไว้แล้วดึงไปจูบ

                “เช้าแบบนี้ไม่มีใครมาเห็นหรอก” เขาไม่ว่าเปล่าหากแต่ยังดึงเอาเธอเข้าไปกอดด้วย สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่น แก้มนวลแนบชิดอยู่กับแผ่นอกแกร่งที่เปลือยเปล่า ชุดผ้าขาวม้าสำหรับใส่อาบน้ำแบบนี้มันทำให้เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขาเลย “ไม่เรียกพี่นทีแบบเมื่อคืนนี้แล้วหรอ”

                นั่นสินะ ก็เมื่อคืนตกลงกันแล้วนี่นาว่าเธอจะเรียกเขาว่าพี่ เขาอายุมากกว่าเธอตั้งเกือบสิบปี นี่เธอ...หลงรักคนแก่เข้าให้แล้ว

                “รีบๆ ไปอาบน้ำเถอะค่ะแล้วจะได้ไปลาทุกคน วันนี้เราต้องกลับเข้าเมืองไม่ใช่หรอคะ”

                “ยังไม่อยากกลับเลย”

                “คิดถึงที่ทำงานเก่าหรอคะ”

                “เปล่า แต่อยู่นี่ได้ทั้งแฟนแล้วก็เกือบจะได้ทั้งเมีย ไม่รู้ว่าพอกลับนราธิวาสไปจะถูกเมินเหมือนที่ผ่านมารึเปล่า”

                “คนแก่นี่ขี้ใจน้อยจัง”

                “พี่ยังไม่ได้แก่นะ วัยแบบนี้แหละกำลังอร่อย ใครใช้ให้เป็นประจำเดือนตอนนี้ สมน้ำหน้าเมื่อคืนอดกินของอร่อย” ว่าไปนั่น ธารธาราได้แต่แอบกรอกตาบนใส่เขา คนอะไรขยันพรีเซนต์ตัวเองเหลือเกิน ทั้งเอวดีบ้างแหละ ทั้งอร่อยบ้างแหละ”

                “ถ้าไม่อร่อยตามคำโฆษณา ขอส่งคืนไม่รับเป็นแฟนได้มั้ยคะ”

                “ไม่ได้” ผู้กองนทีว่าแล้วผละอ้อมกอดออกแล้วก้มลงมามองหน้าเธอ แววตาดุดันอย่างเห็นได้ชัด “ส่งคืนไม่ได้เพราะพี่กะให้ท้องในครั้งแรกเลย”

                “แต่งงานก่อนได้มั้ยคะแล้วค่อยคิดเรื่องจะมีลูก”

                “อย่าหัวโบราณ กลับเข้าเมืองไปนี่ก็ไปจดทะเบียนสมรสก่อน จากนั้นก็เข้าหอเลย แล้วอยากแต่งเมื่อไหร่เดี๋ยวพี่จัดให้ เนี่ย! มีคนรอทำซุ้มกระบี่ให้เดินลอดตั้งเยอะ”

                ฮะ! เพิ่งรับรักเป็นแฟนไปเมื่อวันก่อนนี่เขาคิดจะจับเธอจดทะเบียนสมรสกับทำลูกแล้วหรอเนี่ย

                “จะใจร้อนไปไหนกันคะ”

                “ไม่ใจร้อนได้ไงพี่อายุเท่าไหร่แล้ว ขืนรอช้ากว่านี้ได้น้ำยาบูดอดมีลูกกันพอดี เห็นมั้ย ผู้กองคณินเขาได้อุ้มลูกสาวแล้ว ผู้กองไกรจักรก็กำลังจะได้คนที่สอง เพื่อนรุ่นเดียวกันกับพี่เขาได้ลูกกันหมดแล้วแล้วแบบนี้จะให้พี่ช้าอยู่ได้ยังไง”

                สีหน้าของเขาจริงจังมากตอนนี้ จากที่อึ้งๆ งงๆ กับท่าทางของเขาธารธาราก็หัวเราะออกมาทันที โถ พี่นที อยากมีครอบครัวขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

                “หัวเราะพี่แบบนี้หมายความว่ายังไง จะมีให้ลูกพี่ได้มั้ย”

                “ไม่รู้สิ ใครอยากได้ก็ต้องทำเอาเอง”

                “ทำเองหรอ ได้! งั้นเราไปฝ่าไฟแดงกัน” ว่าแล้วก็ทำหน้ามึนๆ จะมาฉุดเธอเข้าเต็นท์ ธารธาราก็เลยรีบดิ้นหนีก่อนจะลุกขึ้นทำให้เขาต้องวิ่งไล่จับเธอเอาไว้ ไม่ว่าเธอจะหลบหลีกไปทางไหนเขาก็คอยตามไล่เธอตลอด ไล่ตามเธอไม่พอยังมากวักน้ำในลำธารใส่เธออีก

                “ธาราเปียกหมดแล้วนะคะ”

                “ยังไม่ได้เร้าเลยเปียกแล้วหรอ ปะๆ มุดเต็นท์กัน” เขากลั้วเสียงหัวเราะออกมาที่แกล้งเธอได้ พูดอะไรเป็นต้องวกเข้ามาที่เรื่องใต้สะดือตลอดธารธาราก็เลยค้อนใส่ให้วงโตแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวของเขาที่วางอยู่บนโขดหินมาเช็ดแขนของตัวเองที่เปียกเพราะถูกเขาแกล้งกวักน้ำใส่ อุตส่าห์อาบน้ำแต่งตัวมาเรียบร้อยแล้ว เธอไม่อยากจะเปียกไปมากกว่านี้หรอกนะ

                “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเล่นเลยค่ะ รีบๆ อาบน้ำได้แล้ว”

                “อยากซ้อมทำหน้าที่เมียอาบน้ำให้ผัวมั้ย”

                “พี่นทีไม่ได้เป็นง่อย อาบน้ำเองได้อยู่แล้วค่ะ”

                “พยาบาลใจร้าย” พอเธอเชิดหน้าใส่อีกเขาก็ทำหน้างอนกลับบ้างก่อนจะเดินลงลำธารไปอาบน้ำ หากแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องมองมาทางเธอตลอด

                แล้วในระหว่างที่ธารธารากำลังคุมคนรักอาบน้ำอยู่นั้นเสียงเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งก็ร้องขึ้นก่อนจะวิ่งแท่ดๆๆ ตรงมาที่ลำธารโดยมีผู้เป็นพ่อแกล้งวิ่งไล่จับตามมา พอเห็นว่าคุณอานทีกำลังอาบน้ำอยู่ รีคอนน้อยในสภาพล่อนจ้อนก็วิ่งถลาลงน้ำไปหาคุณอาในทันทีจนผู้กองนทีต้องคอยรับหลานเอาไว้

                “พ่อภูมาแล้ว หนีเร็วๆ” รีคอนร้องออกมาแล้วก็ตะเกียดตะกายจะว่ายน้ำหนีผู้เป็นพ่อเมื่อผู้พันคีรินทร์ตามลงมาอาบน้ำด้วยอีกคน ก่อนที่สองพ่อลูกจะเล่นวิ่งไล่จับกันไปมาอยู่ในลำธารส่วนที่ตื้นที่สุด

                “คุณอาค้าบ คุณอาช่วยรีคอนด้วย” เมื่อสู้พ่อภูไม่ไหวรีคอนก็ต้องวิ่งมาหลบอยู่ด้านหลังของคุณอานที แต่ก็ยังไม่วายถูกพ่อภูตามมาจับไปจี๋พุงจนเด็กชายตัวน้อยหัวเราะออกมาลั่น นับว่าเป็นการอาบน้ำกับคุณพ่อที่สนุกมากๆ ผู้กองนทีเห็นสองพ่อลูกหยอกล้อเล่นกันก็อดหัวเราะตามไม่ได้ก่อนจะเดินเข้ามาหาธารธาราอีกครั้ง

                “อยากทำบ้าง”

                “คะ” เธอเอียงคอถามเขากลับ เขาว่ายังไงนะเมื่อกี้นี้

                “อยากหยอกลูก อยากเล่นกับลูกแบบนี้บ้าง”

                “พี่นที...”

                “เรามารีบๆ มีลูกกันเถอะนะ” นี่อยากมีลูกขนาดนั้นเชียว

                “รีบไปอาบน้ำให้เสร็จเถอะค่ะ เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยคุยกัน” เธอบอกเขาแล้วก็ยิ้มให้ก่อนจะเดินออกมาจากลำธาร เพราะผู้พันคีรินทร์กับลูกชายก็กำลังอาบน้ำอยู่ที่นี่ด้วยเธอเลยไม่กล้าอยู่

                แต่พอเดินออกมาจากลำธารจนจะถึงบ้านพักของผู้พันคีรินทร์แล้วธารธาราก็หันไปเห็นอีกครอบครัวกำลังอุ้มจูงลูกๆ เดินออกมาจากชายป่าด้านหลังบ้านพัก ชายป่าที่เป็นทางไปยังน้ำตกอาถรรพ์ ผู้พันกรันณ์เดินโอบกอดราชาวดีอย่างแนบชิด มองเธอด้วยแววตาแสนหวานละมุน โดยมีสไนเปอร์กอดคอขี่หลังผู้เป็นพ่ออยู่ด้วย ส่วนสองแฝดน้อยก็จูงมือแม่แก้มของพวกตนเอาไว้ เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นกันเสียเหลือเกิน

                “คุณอาขา” สไนเปอร์เรียกเธอเอาไว้ บนศีรษะเล็กๆ มีมงกุฎดอกราชาวดีแสนสวยสวมเอาไว้ด้วย น่ารักที่สุดเลย

                “วันนี้ที่น้ำตกสวยมากๆ เลยค่ะ เราไปเที่ยวน้ำตกกันอีกมั้ยคะ”

                “เออ...ไม่ดีกว่าค่ะ”

                “ไปว่ายน้ำแข่งกันก็ได้นะครับ เดี๋ยวซีลสอนให้” ซีลบอกเธออย่างจริงจังขึงขังจนผู้เป็นพ่อกับแม่ต้องแอบยิ้มให้กันเพราะรู้ดีว่าธารธาราคงจะไม่กล้าไปที่น้ำตกอีกแล้ว

                “วันนี้จะกลับแล้วใช่มั้ยคะผู้หมวด เสียดายจังน่าจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ” ราชาวดีว่า อดใจหายไม่ได้เมื่อธารธารากับผู้กองนทีต้องเดินทางกลับกันแล้ว ช่วงเวลาที่ทุกๆ คนได้มารวมตัวกันแบบนี้เป็นช่วงที่เธอมีความสุขที่สุด ทุกคนคือครอบครัวของเธอเธอก็ไม่อยากจะให้จากกันไปไหน

                “บอกผู้กองนทีว่าเดี๋ยวสายๆ ค่อยออกไปจากฐานก็ได้ครับ นานๆ ทีได้มาหาเพื่อนฝูงผมก็อยากจะให้อยู่นานๆ”

                “เอาความจริงค่ะพี่รัน” ราชาวดีหันมามองสามีอย่างรู้ทัน เขาก็เลยหันมายิ้มแหะๆ ให้เธอ

                “จะได้มีคนเลี้ยงลูกให้ เราสองคนจะได้จู๋จี๋กัน”

                “พี่รัน” ราชาวดีว่าสามีอีกจนธารธาราอดยิ้มตามไม่ได้กับคู่รักคู่นี้ นี่ขนาดมีลูกๆ ทั้งสามเกาะแข้งเกาะขาขี่หลังอยู่แบบนี้ก็ยังหวานใส่กันได้อย่างไม่เกรงใจลูกๆ เลย ผู้พันกรันณ์สุดโหดที่ใครๆ ต่างก็เล่าลือและหวาดกลัวเธอก็นึกว่าจะเป็นคนที่น่ากลัวมากจนไม่น่าเข้าใกล้ ที่ไหนได้พอได้มารู้จักจริงๆ จึงได้รู้ว่าภายใต้ใบหน้าโหดๆ นั้นเขารักลูกเมียของเขามากแค่ไหน อย่างตอนที่ล้อมวงกินข้าวด้วยกันเธอก็เห็นเขาคอยป้อนข้าวลูกเมียตลอด ยิ่งลูกสาวตัวน้อยเขายิ่งโอ๋และเอาใจลูกหนัก ครอบครัวนี้ช่างเป็นครอบครัวที่น่ารักมากจริงๆ

                “อ้าว คุณอาจะกลับแล้วหรอครับ” เรนเจอร์ว่าขึ้นก่อนจะมองไปทางคุณอานทีที่กำลังอาบน้ำอยู่กับพ่อภูและน้องรีคอน ว้า อยากให้คุณอาอยู่ด้วยนานๆ จัง

                “อยากให้คุณอาสอนจับปลาอีกล่ะสิ เอาน่า เดี๋ยวพ่อสอนแทนก็ได้” ผู้พันกรันณ์โคลงศีรษะของลูกชายไปมา เรนเจอร์ก็เลยเข้ามากอดขาผู้เป็นพ่ออย่างอ้อนๆ ก่อนที่ทั้งห้าคนพ่อแม่ลูกจะขอตัวเดินกลับบ้านพักไปธารธาราจึงได้แต่มองตามยิ้มๆ คิดว่าหากตนจะมีครอบครัวจริงๆ ก็อยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ ได้อยู่เคียงข้างคนที่รัก มีลูกน้อยกลอยใจไว้ผสานใจรักให้กับพ่อและแม่ ยิ่งได้เสียงสไนเปอร์อ้อนพ่อกับแม่เสียงหวานเธอก็ชักอยากจะมีลูกบ้างแล้วสิ อยากได้ลูกสาวน่ารักๆ อย่างสไนเปอร์บ้างจังเลย

 

                “นี่ทุกคน ผมมีข่าวดีจะมาบอก” ผู้กองคณินว่าขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังร่วมกินมื้อเช้าอยู่ด้วยกันที่โรงครัว สีหน้าดูยิ้มแย้มอย่างสุดๆ

                “ข่าวดีอะไร” ผู้พันคีรินทร์หันมาถาม ก่อนที่ผู้กองคณินจะโชว์ภาพในโทรศัพท์มือถือให้ทุกคนดู ซึ่งในภาพเป็นภาพของฟ้ามุ่ยกำลังนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ สีหน้าดูอิดโรยหากแต่รอยยิ้มและแววตากลับมีแต่ความสุข ข้างกายของเธอมีผู้กองไกรจักรคอยกอดเธอเอาไว้ อีกข้างอรินน้อยก็กำลังกอดแม่ฟ้ามุ่ยอยู่เช่นกัน แต่สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจก็คือห่อผ้าเล็กๆ ที่ผู้กองไกรจักรกำลังช่วยฟ้ามุ่ยอุ้มเอาไว้อยู่ ห่อผ้าเล็กๆ ที่มีทารกน้อยหลับปุ๋ยอย่างน่ารักอยู่ข้างใน

                “คุณฟ้ามุ่ยคลอดเมื่อคืนนี้ครับ ได้ลูกชาย ผู้กองไกรจักรแกตั้งชื่อว่าน้องพลร่ม” ผู้กองคณินบอกต่อ “พ่อเป็น ตชด. มั้งเลยอยากให้ลูกเป็น ตชด. พลร่ม”

                “พลร่ม โหย ถ้ารู้ว่าเป็นผู้ชายนะผมคงตั้งชื่อให้หลานไปแล้วว่าน้องมานโด ชื่อเต็มๆ มาจากคอมมานโด” ผู้พันกรันณ์ว่าจนผู้พันคีรินทร์ต้องหันมาเบะปากใส่

                “มึงเลิกเที่ยวไปตั้งชื่อให้ลูกชาวบ้านเขาได้แล้ว ลูกเขามีพ่อแม่ เดี๋ยวพ่อแม่เขาตั้งให้เอง”

                “ทำไมครับ ชื่อที่ผมตั้งให้มีแต่น่ารักๆ ทั้งทั้ง ทั้งซีล เรนเจอร์ สไนเปอร์ รีคอน อริน มารีน มีแค่นาวิกกับพลร่มนี่แหละที่ผมไม่ได้ตั้ง” ว่าแล้วก็หันมาทางผู้กองนทีกับธารธารา “จะมีลูกแล้วบอกผมนะ เดี๋ยวผมตั้งชื่อลูกให้”

                “พูดไปอยู่เมื่อกี้นี้ว่าอย่าไปตั้งชื่อให้ลูกชาวบ้านเขา” ผู้พันคีรินทร์ว่าให้น้องเขยอีกแล้วก็ส่ายหน้าให้อย่างเหนื่อยใจ

                “อ้าว ไหนตอนแรกบอกว่าเป็นลูกสาวไงคะ” ราชาวดีพูดขึ้นพลางหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูภาพหลานชายคนล่าสุดในไลน์ที่ผู้กองไกรจักรส่งเข้ามาในกลุ่ม

                “นั่นสิ หนูก็อุตส่าห์เตรียมซื้อชุดกระโปรงไว้ให้หลาน” ขวัญตาว่า ซึ่งทุกคนล้วนเข้าใจว่าผู้กองไกรจักรจะได้ลูกสาวเสียอีก เพราะใครๆ ต่างก็แซวผู้พันคีรินทร์กันว่าผู้กองไกรจักรจะมีลูกสาวมาเย้ย

                “เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วค่ะ เป็นเรื่องปกติ” หมอเอื้อยพูดขึ้น “การอัลตราซาวด์บางทีก็ไม่ได้ผลชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างสไนเปอร์พวกเราก็ลุ้นกันแทบแย่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเพราะแม่คุณเล่นหนีบขาไม่ยอมให้เราดูเพศกันเลย น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้เป็นคนอัลตราซาวด์ให้คุณฟ้ามุ่ย ถ้าคุณฟ้ามุ่ยมาฝากท้องกับฉันนะ รู้เพศลูกชัวร์ๆ ตั้งแต่สี่ห้าเดือนแล้ว”

                “โอ้โห แมงโม้เยอะจริงๆ” ขวัญตาว่าพลางทำมือตบแมงโม้ไปมา หมอเอื้อยก็เลยยื่นมือมาหยิกแขนน้องสาวคนเล็กของกลุ่มเข้าให้

                “แต่ถ้าคุณฟ้ามุ่ยเขาอยากได้ลูกสาวก็ไม่ยาก ไว้รอให้ลูกชายโตก่อนเดี๋ยวฉันจะพาไปทำนมพร้อมกับรีคอนแล้วก็นาวิกเอง”

                “นี่ อย่าเอาความคิดประหลาดๆ มายัดใส่หัวลูกจะได้มั้ย แค่มีแม่เป็นแรดน้อยก็พอแล้วมั้ง อย่าให้ลูกมาเป็นแรดตามเลย”

                “อ้อหรอจ๊ะพ่อมหาแรด มาว่าฉันแบบนี้งั้นคืนนี้ไม่ต้องมานอนกับแรดน้อยอย่างฉันเลยนะ นู่น! ไปแขวนเปลนอนนอกบ้านคนเดียวเลยไป”

                “อูยยยยย” ทุกๆ คนร้องแซวผู้พันคีรินทร์ออกมา อยู่ดีไม่ว่าดีก็หาเรื่องให้เมียไล่ไปนอนนอกบ้าน คนที่สะใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นผู้พันกรันณ์ ไม้เบื่อไม้เมาของผู้เป็นพี่เมียจนผู้พันคีรินทร์นึกอยากจะตบไอ้น้องเขยนัก หากไม่ติดว่าเห็นแก่ลูกๆ หลานๆ ที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยคงได้ตบพ่อโชว์ลูกมันไปแล้ว

                “ว้า นึกว่าแก๊งฟันน้ำนมจะมีสมาชิกเป็นสาวน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคนซะแล้วสิ แบบนี้สไนเปอร์กับมารีนคงได้เป็นเจ้าหญิงให้หนุ่มๆ คอยปกป้องดูแลซะแล้วล่ะมั้ง” ผู้กองนทีว่าแล้วมองหลานสาวอย่างเอ็นดู

                “ก็ดีแล้ว มีพี่ๆ น้องๆ เป็นผู้ชายคอยปกป้องดูแลจะได้ไม่มีไอ้หนุ่มหน้าไหนมาเข้าใกล้” ผู้พันกรันณ์ว่าก่อนจะหิ้วรีคอนที่กำลังดูคุณอาขวัญตาป้องนมจากขวดให้น้องมารีนอย่างสนใจออกไปห่างๆ พอเห็นแบบนี้เข้าผู้พันกรันณ์ก็อดหวงหลานสาวตัวน้อยไม่ได้

                “เอาเลยๆ รีคอน จีบน้องมารีนเลยลูก” ผู้พันคีรินทร์เชียร์ลูกชาย แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการจีบสาวแต่รีคอนก็เขินไว้ก่อนจนคุณอากรันณ์อดชักสีหน้าใส่หลานชายไม่ได้

                “จีบอะไร เลี้ยงมาให้เป็นพี่เป็นน้องกันแล้วจะมากินกันเองได้ไงพี่ เหลวไหล” แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาให้กับความหวงหลานของผู้พันกรันณ์ เมื่อก่อนก็หวงน้องสาวแทบตาย พอมาคราวนี้ผู้พันกรันณ์ก็ยังจะมาหวงลูกสาวกับหลานสาวเพิ่มอีกในขณะที่พ่อกับแม่ของน้องมารีนกลับเพียงแค่ยิ้มๆ รับเท่านั้น ขวัญตาเองก็หวงลูกสาวของตัวเองมาก แต่เรื่องนี้เธอไม่ต้องออกโรงเองหรอกเพราะว่ามีคุณลุงรันคอยจัดการให้เรียบร้อยแล้ว

                “ไม่เป็นไรทุกคน ถ้าสมาชิกสาวๆ ในแก๊งฟันน้ำนมมีน้อยงั้นเดี๋ยวเอาไว้ปีหน้า ผมกับธาราเราจะมีหลานสาวให้ทุกคนเอง สมาชิกหญิงอีกคนของแก๊งนี้ต้องมาจากผมแน่นอนครับ”

                “ฮิ้ววววว” เท่านั้นแหละเสียงโห่เสียงแซวก็ดังลั่นขึ้นทันทีอย่างเอาใจช่วย ดีใจที่ในที่สุดผู้กองนทีก็เปิดใจรักใครคนใหม่แล้วเสียที งานนี้พวกเขาทุกคนก็จะได้มีครอบครัวที่อบอุ่นมารวมเป็นครอบครัวใหญ่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เสียงโห่แซวยังคงดังมาไม่ขาดสายทำให้ธารธารารู้สึกเขินยิ่งนัก แต่ภายใต้ความเขินก็มีความอบอุ่นด้วยเช่นกัน ครอบครัวใหญ่ครอบครัวนี้ช่างเป็นครอบครัวที่น่ารักมากจริงๆ น่ารักจนเธอเองก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้เสียแล้วสิ เธอคิดก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือผู้กองนทีเอาไว้ที่ใต้โต๊ะ ทำให้เขาหันมามองทางเธอ แต่พอเธอบีบกระชับมือของเขาให้แน่นขึ้นและมองหน้าเขาอย่างสื่อความหมายผู้กองนทีก็ยิ้มแก้มปริออกมาก่อนจะเอื้อมแขนอีกข้างมากอดเธอเอาไว้อย่างดีใจเพราะนี่คือคำตอบของเธอเรื่องที่จะยอมมีลูกให้เขาแล้วหรือเปล่า

 

                อาการปวดหัวจนหัวแทบจะระเบิดทำให้พริ้มไม่อาจทนนอนต่อไปอีกได้ ถึงแม้ว่าเช้านี้จะมีฝนตกลงมาพรำๆ ชวนให้เหมาะแก่การนอนแค่ไหนก็ตาม ร่างบางจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว ไหนจะมีอะไรหนักๆ มาทับตัวเธออยู่อีกจนเธอต้องผลักสิ่งที่ทับตัวเธออยู่นี้ออกอย่างหงุดหงิด แต่พอผลักออกไปแล้วสิ่งที่ทับตัวเธออยู่นี่ก็ป่ายขึ้นมาก่ายทับเธอเอาไว้อีกครั้งพร้อมกับที่มีมือแกร่งของใครสักคนเอื้อมมากอดตัวเธอเอาไว้ด้วยทำให้หญิงสาวตกใจอย่างสุดๆ รีบลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีอย่างลืมอาการปวดหัวและเจ็บระบมไปทั้งร่าง พริ้มพยายามตั้งสติกับสิ่งที่ตนเห็นในขณะนี้ เธอรีบกอดผ้าห่มและดึงเอามาคลุมกายเอาไว้เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังเปลือยเปล่า ชุดเสื้อผ้าถูกถอดกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นข้างเตียง และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงกับเธอ เขาพยายามจะกอดและป่ายขามาเกยเธอเอาไว้อีก ซ้ำยังเปลือยกายล่อนจ้อนทำให้เธอแทบจะกรี๊ดออกมา แต่ก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้เสียก่อนเพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเข้า หยดน้ำตาค่อยๆ ร่วงพรูลงมาอย่างตกใจกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

                “ตื่น! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะไอ้จ่าบ้า! ตื่นสิ!!!” เธอเขย่าตัวอานัสไปมาก่อนจะตีซ้ำจนคนที่หลับไปเพราะความเพลียต้องยืดตัวไปมาอย่างเมื่อยขบ แต่ทว่าพอลืมตาตื่นขึ้นแล้วเห็นสภาพของพริ้ม เขาเองก็ตกใจไม่ต่างกัน

                “เฮ้ย! นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเนี่ย”

                “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอ ฉันต่างหากที่ควรจะถามแก แกข่มขืนฉันหรอไอ้จ่าบ้า!” พริ้มกรีดเสียงต่อว่าเขาทั้งน้ำตาแล้วผลักอกเขาหนี ในขณะที่อานัสกำลังตั้งสติตัวเองอยู่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขาแล้วก็ยังคุณหนูพริ้มนี่กัน ทำไมเขามานอนแก้ผ้าล่อนจ้อนแบบนี้อยู่บนเตียงกับยัยนี่ เมื่อวานตอนเย็นพอเขาอาบน้ำเสร็จยัยพริ้มก็มาที่นี่ มาชวนเขาดื่ม พอดื่มๆ ไปเขาก็เริ่มจำอะไรไม่ได้ จำได้แค่ลางๆ ว่า...เขาจับ เขากอด เขาถอด เขาจูบ เขา...

                “เวรแล้วไง!” อานัสถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ เมื่อคืนนี้เขากับยัยพริ้มคงจะเมาหนักจน...เผลอกินตับกันเข้าให้แล้ว นี่เขาขาดสติจนถึงขั้นจับยัยคุณหนูนี่ทำเมียเลยหรอวะเนี่ย!!!

                “ผม...ผมขอโทษ ผม...”

                “แก...แกข่มขืนฉัน!!!

                “เปล่านะ!” อานัสร้องขึ้น ถึงจะเมาให้ตายแต่เขาก็มั่นใจว่าเขาไม่ได้ข่มขืนแน่นอน เมื่อคืนนี้เธอยอมเขาเอง เสื้อผ้าของเขาและเธอวางอยู่คนละทิศละทาง ที่ผ้าปูที่นอนเลอะคราบเลือดสาว ยิ่งเห็นแบบนี้อานัสก็ยิ่งเหงื่อตก กินตับลูกสาวผู้การไม่พอยังไปเปิดซิงเขาด้วยอีก นี่เขาจะเอายังไงดีวะเนี่ย พี่เขยก็ไม่อยู่ด้วยสิ

                “เมื่อวานนี้เราสองคนคงจะเมามาก ผมไม่ได้ตั้งใจนะคุณพริ้ม ผม...”

                เพี๊ยะ!!! พริ้มตบมาที่หน้าของเขาทั้งน้ำตา ตัวของเธอกำลังสั่นเทาอย่างน่าสงสารไม่เหลือคราบคุณหนูเอาแต่ใจจอมโวยวายเลย ที่เธอตบเขาเขาไม่โกรธหรอก เมาอยู่ดีๆ ตื่นขึ้นมาแล้วเสียสาวให้คนที่ตัวเองไม่ได้รักใครบ้างจะไม่เสียใจ แต่เสียใจแล้วยังไง สิ่งที่มันผิดพลาดไปแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้นี่

                “ไม่ได้ตั้งใจงั้นหรอ...แกทำฉันแบบนี้แล้วแกก็มาบอกว่าแกไม่ได้ตั้งใจเนี่ยนะ ไอ้จ่าบ้า! ฉันเกลียดแกๆๆๆ” พริ้มกำปมผ้าห่มที่ห่อคลุมร่างข้างหนึ่งเอาไว้แล้วใช้อีกมือระดมตีอานัสจนเขาต้องยกมือขึ้นป้องเป็นพัลวัน แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร แล้วยิ่งเขาไม่ตอบโต้พริ้มก็ยิ่งหงุดหงิดใส่เขา

                “ทำไม! ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ขึ้นด้วย แล้วแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฮื่ออออ” พริ้มหยุดตีอานัสแล้วร้องไห้คร่ำครวญออกมาอีก ส่วนอานัสเองก็เครียดไม่ต่างกัน ไม่คิดฝันว่าจะได้เมียปุบปับแบบนี้ ถึงเขาจะแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้ยัยคุณหนูนี่แต่เขาก็ไม่คิดที่จะจับทำเมียโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจเลย เขาควรจะแก้ไขปัญหานี้ยังไงดี ถึงจะไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแต่พริ้มก็เสียหายไปแล้ว ลูกผู้ชาย ชายชาติทหาร เมื่อตัวเองทำผิดพลาดไปก็ควรที่จะยอมรับผิดและรับผิดชอบทุกอย่างสินะ พ่อกับแม่เขานั้นไม่เท่าไหร่หรอก พี่เขยเองก็คงจะเห็นใจเขา แต่ผู้การพ่อของพริ้มนี่สิ ถ้าท่านรู้ว่าเขาทำอะไรแบบนี้กับลูกสาวของท่านไปเขาจะโดนอุ้มฆ่ารึเปล่านะ

                “คุณพริ้ม หยุดร้องไห้ก่อนแล้วเรามาหาทางแก้ปัญหาพวกนี้กัน”

                “แก้ปัญหาอะไร แกข่มขืนฉันไปแล้วยังจะมีอะไรมาแก้ตัวอีก!

                “นี่ เลิกกล่าวหาว่าผมข่มขืนคุณซักทีจะได้มั้ย ถึงเมื่อคืนนี้ผมจะจำอะไรไม่ค่อยได้แต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ได้ข่มขืนคุณแน่ๆ”

                “แกจะหาว่าฉันยอมแกเองงั้นสิ!!!” พริ้มที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นมาว่าเขา อยากจะตีเขาอีกให้หายแค้นแต่สีหน้าของอานัสในตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้า เขาดูดุและจริงจังเหลือเกิน

                “นี่บ้านพักของผมนะ คุณมาที่นี่ของคุณเอง ผมไล่คุณตั้งหลายครั้งคุณก็ไม่ไป คุณเอาเหล้ามาแล้วก็ชวนผมดื่ม คุณช่วยคิดดูดีๆ หน่อยจะได้มั้ยว่าเมื่อคืนนี้ผมข่มขืนคุณตรงไหน เป็นคุณเองไม่ใช่หรอที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาผมที่นี่เอง”

                พริ้มถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่เขาว่ามันถูกต้องทั้งหมด เธอก็แค่อยากหาเพื่อนดื่มด้วย เธอไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่เด็กก็เลยทำให้ไม่มีเพื่อนที่เมืองไทย พอกลับมาอยู่กับพ่อก็ย้ายมาอยู่ที่นราธิวาสเลย คนที่เธอรู้จักมีเพียงแค่ผู้กองนที เอกพลแล้วก็อานัส คนอื่นๆ นั้นเธอรู้จักเพียงแค่ผิวเผิน เพราะแบบนี้เธอถึงได้มาชวนอานัสดื่มที่นี่ พอลองๆ คิดดูดีๆ แล้วกลับเป็นเธอเองที่ยอมให้เขาเชยชม เธอเป็นคนกอดเขาเอาไว้เอง

                “นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย” เธอยกมือขึ้นหนึ่งขึ้นกุมขมับและทึ้งไปมาอย่างเจ็บใจตัวเอง มันก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ โดยเฉพาะเธอที่ผิดเต็มๆ เอาเหล้าเข้ามากินในสถานที่ราชการ ชวนทหารในฐานกินเหล้า เธอผิดเองทั้งหมด

                “คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมเองก็ลูกผู้ชายพอ ผมจะบอกเรื่องนี้กับท่านผู้การเอง ถึงผมจะเป็นทหารยศแค่จ่า บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ผมก็พร้อมที่จะดูแลคุณ”

                “ไม่! อย่าบอกคุณพ่อนะ” พริ้มรีบบอกเขา “เรื่องนี้อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด ให้ทำเหมือนกับมันไม่เคยเกิดขึ้น ใช่ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” ความผิดพลาดนี้ใครจะมารับรู้ไม่ได้หรอก แล้วถ้าเกิดเขาจะรับผิดชอบเธอ...คุณหนูพริ้ม เรียนจบมาจากเมืองนอกเมืองนา เป็นถึงลูกสาวผู้การแห่งกรมทหารพรานแต่กลับมาได้ผัวเป็นทหารยศแค่จ่า บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยมีฐานะอะไรที่จะเชิดหน้าชูตาเธอได้ ความฝันที่อยากเดินลอดซุ้มกระบี่กับนายร้อยสักคนก็ต้องมาพังทลายลง ไม่...เธอไม่ยอมรับหรอก

                “จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง คุณเป็นเมียผมแล้ว...”

                “หุบปากนะ!!!” เธอไม่อาจฟังคำพูดนี้ของเขาได้จริงๆ “หุบปาก! อย่าพูดอีกว่าฉันเป็นอะไรกับแก เมื่อคืนนี้มันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็แค่เมาแล้วก็ฝันร้ายเท่านั้น ฉันแค่ฝันร้าย!” พริ้มว่าแล้วคว้าเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาสวมอย่างรีบเร่งและไม่ยอมให้อานัสได้เข้าใกล้แม้แต่น้อย

                “คุณพริ้ม...”

                “อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ! ฉันจะไม่ยอมให้แกมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ทหารยศต่ำๆ แบบนี้ไม่คู่ควรกับฉันเลยซักนิด กระบี่นายร้อยก็ไม่มี ให้ฉันแต่งเป็นเมียแกฉันขอลาตายซะยังจะดีกว่า”

                “ค่าของคนมันดูกันแค่ยศแล้วก็ฐานะอย่างนั้นหรอ”

                “ใครจะบูชาความดีแต่ยากจนก็บูชาไป แต่คนอย่างคุณหนูพริ้มจะไม่ยอมไปกัดก้อนเกลือกินกับแกหรอก ฉันไม่อยากลำบาก ฉันอายด้วยถ้าจะต้องบอกเพื่อนๆ ว่ามีผัวเป็นทหารยศแค่จ่าทั้งๆ ที่พ่อฉันเป็นถึงผู้การ เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นฉันจะถือซะว่าให้หมามันกิน แล้วนับจากนี้เป็นต้นไปอย่ารื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก อย่าให้ใครรู้เรื่องพวกนี้เข้าใจมั้ย ฉันกับแกเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น!!!” ว่าจบ พริ้มที่แต่งกายอย่างลวกๆ ก็วิ่งออกไปจากบ้านพักของอานัสทันที แล้วขับรถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลออกไปจากฐาน ความเร่งรีบทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นเอกพลที่กำลังเดินมาหาอานัสที่บ้านพักเพราะไม่เห็นเขาไปเข้าเวร จากตอนแรกที่เอกพลคิดว่าอานัสคงเจ็บไข้ได้ป่วยพอมาเห็นสภาพของพริ้มที่วิ่งออกมาจากบ้านพักของอานัสก็ทำให้เขาต้องยกมือขึ้นทาบอก

                “อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด! ทำไมยัยชะนีขี้วีนถึงได้...” พริ้มยังแต่งกายด้วยชุดของเมื่อวานอยู่ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง หน้าตาที่เคยแต่งแต้มสีสันอย่างสวยงามกลับดูแทบจะไม่ได้เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน หรือว่า...

                “จ่า!” เอกพลรีบวิ่งเข้าไปหาอานัสบนบ้านพัก และทันทีที่เห็นสภาพของอานัสเขาก็เข้าใจเรื่องราวหมดทุกอย่างแล้ว อานัสยังคงนั่งกุมขมับอยู่บนเตียง นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เนื้อตัวและแผ่นอกเต็มไปด้วยรอยเล็บมือของหญิงสาว สีหน้าดูเคร่งเครียดอย่างสุดๆ

                “คิดยังไงไปจับยัยชะนีนั่นกิน ถ้าพ่อนางรู้เข้าจะว่ายังไง” เอกพลกอดอกยืนพิงประตูบ้านขณะว่าเขา “แล้วเรื่องอะไรมาพากันกินเหล้าในฐาน ถึงผู้กองไม่อยู่แต่เจ๊ก็สั่งซ่อมจ่าได้นะ”

                “เออ! อยากทำอะไรก็ทำ” อานัสตอบ วินาทีนี้เขาไม่ได้สนอะไรแล้วเพราะยังอึ้งอยู่กับสิ่งที่พริ้มพูด เธอไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบ เธอรังเกียจเขาเพราะเขามันต่ำต้อย ทำไมกัน เป็นทหารยศน้อยแล้วมันยังไง ทำไมต้องมองกันที่ยศและดาวบนบ่า ทำไมเธอถึงไม่มองว่าทหารคนนั้นปฏิบัติหน้าที่ได้ดีหรือเปล่า ทำไมถึงไม่มองว่าทหารคนนั้นทำหน้าที่ของตัวเองได้สมศักดิ์ศรีมั้ย ทหารยศสูงบางคนก็ทำตัวไม่ดี ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือประพฤติตนไม่ชอบ เขาระลึกไว้เสมอว่าทหารมีหน้าที่ทำอะไร และเขาก็จะต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด แค่เขาเป็นทหารชั้นผู้น้อยมันน่ารังเกียจนักหรอ

                “นี่มันเกิดอะไรขึ้น” พอเห็นสีหน้าของอานัสไม่สู้ดีเอกพลก็เดินเข้าไปหาเขาทันทีแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อน เวลาแบบนี้ไม่ใช่เวลามาแต๋วแตกพูดจาล้อเล่น เพราะสีหน้าของอานัสมันบ่งบอกว่ากำลังมีเรื่องใหญ่ ปกติอานัสกับพริ้มไม่ค่อยจะถูกกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนทั้งคู่จะตั้งใจหลับนอนด้วยกัน

                “เขาอกหักจากพี่เขยก็เลยมาชวนผมดื่มเป็นเพื่อน” อานัสเล่าให้เอกพลฟัง “เราดื่มหนักไปหน่อยก็เลยเมาจนไม่ได้สติเลยเผลอ...มีอะไรกันเข้า”

                “ตายจริง”

                “ใช่ ตายจริงๆ” อานัสว่า “ผมบอกเขาว่าผมจะรับผิดชอบเขาเองแต่เขากลับไม่ต้องการ ซ้ำยังบอกไม่ให้ผมพูดเรื่องอะไรพวกนี้อีก ให้ผมทำเหมือนกับมันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น หึ! เขาคงเห็นว่าผมเป็นแค่จ่าล่ะสิถึงได้ไม่อยากให้ผมรับผิดชอบอะไรน่ะ”

                “เขาบอกแบบนั้นหรอ”

                “ใช่ เขาพูดเองว่าไม่อยากให้ผมรับผิดชอบ ไม่อยากให้พ่อเขารู้เรื่องนี้ด้วย” เอกพลสังเกตสีหน้าของอานัสอยู่สักพักก่อนจะถอนหายใจออกมา เขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะอ่อนต่อโลกเสียด้วย เห็นอานัสมีท่าทีแบบนี้ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าอานัสนั้นกำลังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับพริ้ม

                “รักเขางั้นสิ”

                “เปล่า”

                “โอ๊ย อย่ามาโกหกเจ๊เลย เจ๊ไม่ใช่ยัยชะนีน้อยนะที่จะได้อ่อนต่อโลกจนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ถ้าไม่ได้รักเขามีหรอจะมานั่งทำหน้าซึมอยู่แบบนี้ ผู้ชายน่ะนะ มีหรอได้กินของฟรีแล้วจะไม่ชอบ” ถูกว่าแทงใจดำเข้าให้แบบนี้อานัสก็ได้แต่เบือนหน้าหนีหลบสายตาเอกพล รักแล้วไง รักแล้วเขาไม่รักตอบต่อให้ไปขอร้องอ้อนวอนให้เขารับรักเขาก็ไม่สนหรอก

                “ถ้าจ่ารักเขาก็ควรไปตื้อเขา ถึงเขาจะบอกไม่ให้รับผิดชอบ แต่ชายชาติทหารจะทำผิดแล้วไม่รับผิดชอบได้ยังไง อยากถูกใครๆ ด่าว่าหน้าตัวเมียหรอ ถ้าอยากถูกด่าเดี๋ยวเจ๊นี่แหละจะขอด่าก่อนเป็นคนแรก”

                “ผู้หมวด ผมก็ไม่ใช่คนไร้ความคิดนะ ผมมีความรับผิดชอบมากพอ เขาเป็นเมียผมแล้วแล้วเรื่องอะไรผมจะทิ้งขว้างกัน”

                “ก็ดี แมนดี” เอกพลดัดเสียงว่าก่อนจะเดินออกไปที่ประตูหน้าบ้าน แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมาหาอานัสอีกครั้ง

                “ให้เวลาสิบห้านาที จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วไปเจอเจ๊ที่หน้าอาคารอำนวยการ”

                “ผู้หมวดจะไปคุยกับคุณพริ้มให้ผมใช่มั้ย”

                “ว๊าย! ใครจะไปคุยกับยัยชะนีขี้วีนนั่น ขืนไปคุยด้วยเดี๋ยวเจ๊จะอดตบหน้าหันไม่ได้ ที่เรียกให้ไปอาคารอำนวยการน่ะก็เพราะ...” แล้วจากเสียงแต๋วแตกก็กลับกลายเป็นเสียงแมนๆ แสนดุดัน

                “กินเหล้าในฐาน กกผู้หญิงจนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้วยังไม่ไปเข้าเวรอีก อย่าคิดว่าเป็นน้องเมียผู้กองและเป็นเพื่อนเจ๊ เอ้ย! เพื่อนผมแล้วผมจะไม่ว่าอะไรนะ พลทหารทำผิดมีโทษ แต่ถ้าจ่าทำผิดซะเองโทษจะหนักเป็นสองเท่า แล้วจะรู้ว่าผมโหดแค่ไหน ตอนนี้ผู้กองไม่อยู่ ผมใหญ่ที่สุดในฐานรู้เอาไว้ด้วย” เสียงเข้มๆ ออกคำสั่งและข่มขู่เอาเรื่องอย่างสุดๆ จนอานัสต้องรีบลุกขึ้นยืนตัวตรงรับฟังคำสั่ง แต่พอเห็นเอกพลเดินก้นบิดออกไปจากบ้านพักของเขา เขาก็อดทำท่ายกกำปั้นใส่ลับหลังไม่ได้ ตอนนี้หือกับมันไม่ได้เพราะมันมีอำนาจมากที่สุด ไว้พี่เขยกลับมาก่อนเถอะไอ้ผู้หมวดตุ๊ด เขาจะฟ้อง เอ้ย! จะรายงานพี่เขยให้หมดเลยว่ามันชอบแอบไปส่องลูกน้องในฐานอาบน้ำ

 

                “อะไรกัน ทำไมต้องทำน้ำตาปริ่มๆ ด้วย ลูกตัวเองก็ไม่ใช่” ผู้กองนทีว่าขึ้นขณะนั่งรถไปสนามบินโดยมีน้องชายของเขาเป็นคนขับรถไปส่งหลังจากที่กลับไปบ้านเยี่ยมแล้ว พาลูกสะใภ้ไปให้แม่เจอ แล้วแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็เข้ากันได้ดีเสียด้วยเนื่องจากแม่ของเขาอยากมีลูกเป็นหมอหรือไม่ก็พยาบาล แต่เพราะว่ามีแต่ลูกชาย เขามาเป็นทหารส่วนน้องชายเป็นปลัดอำเภอและคอยอยู่ดูแลแม่ พ่อของเขานั้นเป็นข้าราชการครูวัยเกษียณ เรียกง่ายๆ คือเป็นข้าราชการกันทั้งบ้านและน้องสะใภ้ของเขาก็ยังเป็นคุณครูอีก ดังนั้นพอเขาหาลูกสะใภ้ที่เป็นทั้งทหารแล้วก็พยาบาลให้แม่ได้ แม่ของเขาก็เลยยิ่งปลื้มลูกสะใภ้เข้าไปใหญ่ ได้เจอกันแค่สองวันกับหนึ่งคืนแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็ซี้ปึ้กเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว

                “ก็ธาราเอ็นดูหลานนี่” ธารธาราหันมาบอกเขาหลังจากที่สไนเปอร์วีดิโอคอลมาหาคุณอานทีเพราะคิดถึงคุณอาธารธาราแล้ว อย่างวันที่ที่ผู้กองนทีกับธารธาราจะเดินทางออกมาจากฐานสาวน้อยก็แหกปาร้องไห้ลั่น ไม่รู้ไปสนิทผูกพันอะไรกับคุณอาธารธาราเสียขนาดนั้นจนพ่อรันกับพ่อภูต้องช่วยกันโอ๋ แต่โอ๋อย่างไรก็ยังไม่ยอมหยุดร้องอีกแม่แก้มก็เลยต้องเข้ามากอดเอาไว้สไนเปอร์จึงยอมหยุด ส่วนคุณอาธารธาราที่กลั้นน้ำตาเอาไว้แทบตาย แต่ทันทีที่ขึ้นรถแล้วก็ออกมาจากฐานก็อดน้ำตาร่วงตามหลานไม่ได้

                “นางไม้น้อยเสน่ห์แรงจริงๆ ไปอยู่กับใครก็ทำคนอื่นเขาเอ็นดูรักไปทั่ว”

                “ก็ไม่ใช่เพราะพรนางไม้น้อยหรอคะที่ทำให้เราได้รักกัน”

                “ฮั่นแน่! เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของนางไม้แล้วล่ะสิท่า”

                “ตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกค่ะ คิดว่าแค่เห่อลูกเห่อหลานกัน แต่ตั้งแต่ที่ได้ไปน้ำตกอาถรรพ์วันนั้นแล้วเห็นนางไม้น้อยนั่งเก็บดอกไม้อยู่ข้างงูจงอาง จะไม่เชื่อก็คงไม่ได้แล้ว งูจงอางนะคะไม่ใช่ลูกแมว” แล้วผู้กองนทีก็หัวเราะออกมาเมื่อได้ฟังเธอว่าก่อนจะเอื้อมแขนมาโอบตัวเธอเอาไว้ เอ็นดูทั้งอาทั้งหลาน เจ้าหลานก็ช่างพูดช่างอ้อน อ้อนจนเขาอยากได้ลูกสาวบ้างแล้วเนี่ย ถึงว่าสิท่านรองโอดครวญอยากจะได้ลูกสาวนัก พอไม่ได้สมใจก็มาเอาหลานไปเลี้ยงเป็นลูกแล้วยังมายุให้รีคอนจีบมารีนด้วย

                “ฮะแฮ่ม! ถ้าจะกอดกันขนาดนี้จะให้ผมแวะโรงแรมแถวนี้ให้ก่อนมั้ย” สินธุ ปลัดหนุ่มรูปหล่อน้องชายของผู้กองนทีหันมาถาม ตั้งแต่ขับรถออกจากบ้านมานี่พี่ชายของเขาก็เอาแต่แตะนิดเล็มน้อยว่าที่พี่สะใภ้ตลอด เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยวจริงจริ้ง

                “เออดีเหมือนกัน งั้นแวะโรงแรมข้างหน้าเลยนะ” ผู้กองนทีเออออไปกับน้องชาย ธารธาราก็เลยหันมาหยิกเขาจนเนื้อเขียว สินธุและดลยา ภรรยาของเขาที่นั่งอยู่ด้านหน้าเลยหัวเราะออกมาให้กับพี่ชายนักรักของพวกตน คิดว่าชาตินี้เขาจะไม่ได้เมียซะแล้วสิ รถไฟขบวนสุดท้ายจริงๆ

                “ว่าไงครับพี่สะใภ้ ให้ผมแวะมั้ย”

                “คุณสินธุก็ช่างพูดไปเรื่อยตามพี่นทีนะคะ”

                “อ้าว พี่ชายผมจะสละโสดแล้วผมก็ต้องเอาใจช่วยหน่อยสิครับ นึกว่าชาตินี้จะไม่ยอมหาเมียใหม่ซะแล้วสิ” ว่าแล้วสองหนุ่มพี่น้องก็หัวเราะออกมาลั่นรถธารธาราก็เลยค้อนเข้าให้อีก ตั้งแต่ครอบครัวของเขา เพื่อน ลูกน้อง ยันผู้บังคับบัญชา ไม่มีใครไม่เชียร์คู่ของเขากับเธอเลย พ่อหนุ่มนักรักคงอ้างว้างมานานคนอื่นๆ เขาถึงได้เห็นใจแบบนี้

 

                ธารธาราคิดว่าเขาจะพาเธอกลับนราธิวาสเลยถึงแม้ว่าวันหยุดจะยังเหลืออยู่ก็ตาม แต่พอเห็นตั๋วเครื่องบินที่เขายื่นมาให้เธอก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาทันทีอย่างไม่เข้าใจ ตั๋วเครื่องบินไปจังหวัดตราด...นี่มันหมายความว่ายังไง เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

                “ไปตราดหรอคะ” เธอถามเขาเมื่อสินธุและภรรยาของตัวกลับไปเมื่อมาส่งเธอกับผู้กองนทีที่สนามบินแล้ว

                “ใช่ พี่เช่ารถเอาไว้ที่นั่นแล้ว เดี๋ยวลงเครื่องที่ตราดแล้วพี่จะขับรถต่อเอง”

                “ไปตราด ไปทำไมคะ”

                “อ้าว ก็ไปบ้านธาราไง คุณหมอชัชพลเขาอยากได้ผลไม้เป็นของฝากไม่ใช่หรอ”

                ไม่ใช่...เขาไม่ได้อยากไปตราดเพียงเพราะแค่ชัชพลอยากได้ของฝากแน่ๆ

                “พี่นที เอาความจริงค่ะ” เธอคาดคั้น เขาก็เลยหันมายิ้มให้เธอแล้วดึงเอาเธอเข้ามากอดเอาไว้

                “ก็...พี่พาธารามาเปิดตัวกับเพื่อนฝูงแล้ว พาไปฝากเป็นลูกสะใภ้แม่พี่แล้ว ต่อไปก็ถึงตาลูกเขยต้องไปเยี่ยมพ่อตากับแม่ยายแล้วสิ”

                “ฮะ!” นี่เขาจะไปหาพ่อกับแม่ของเธองั้นหรอ

                “เอาจริงหรอคะ”

                “ตั๋วเครื่องบินในมือมันก็ไม่ใช่ของปลอมนี่”

                “ใจร้อนไปมั้ยคะ”

                “พี่ใจร้อนยิ่งกว่านั้นอีก ก่อนหน้านี้พี่โทรไปบอกที่บ้านของธาราแล้วว่าวันนี้ธาราจะพาแฟนกลับบ้าน พี่ขอเบอร์มาจากคุณหมอชัชพลน่ะ”

                ว่ายังไงนะ!!! แล้วนี่พ่อของเธอจะรู้เรื่องด้วยรึเปล่าเนี่ย

                “แล้วที่บ้านธาราบอกว่ายังไง”

                “พ่อธาราบอกว่าให้พี่ไปหาได้เลย”

                คุณพระ! ที่บอกว่าให้ไปหาได้เลยน่ะมันไม่ใช่คำเชิญนะ แต่มันเป็นคำขู่และการท้าทาย

                “พี่นที เอาเสื้อเกราะหรือหมวกกันกระสุนมาด้วยรึเปล่าคะ”

                “โหย เอามาทำไมพ่อธาราใจดีจะตายไม่เห็นดุอย่างที่ใครๆ เขาว่าเลย เนี่ย ท่านยังบอกเลยว่าให้พี่รีบๆ ไปหา” รีบไปให้ฆ่าล่ะสิไม่ว่า เขารู้จักพ่อของเธอน้อยไป

                “เรากลับนราธิวาสกันเลยดีมั้ยคะ” เธอรีบดึงแขนเขาเอาไว้ เพิ่งจะได้มีคนรักเธอไม่อยากเป็นม่ายขันหมากเจ้าบ่าวตายก่อนแต่งหรอกนะ

                “กลับได้ไง พี่บอกพ่อธาราไปแล้วว่าจะไปหา ถ้าไม่ไปก็ผิดคำพูดกับผู้ใหญ่สิ”

                “จะยอมผิดคำพูดหรือจะอยากตายกันคะ”

                “คิดมากไปได้ มองพ่อตัวเองในแง่ร้ายไปรึเปล่าฮะ ธาราเองก็อยากกลับบ้านอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรอ นี่ไงพี่พากลับบ้านแล้ว ปะๆๆ ไปกันได้แล้ว ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วเนี่ย” ว่าแล้วเขาก็จูงมือเธอเดินไปขึ้นเครื่องทันทีอย่างไม่สนใจฟังคำทัดทานจากเธอเลย ไม่ว่าเธอจะขอให้เขาเปลี่ยนใจยังไง แต่ชายชาติทหารไม่กลัวตายอย่างเขาก็ไม่ได้แคร์ได้สน ใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม ดูท่าจะตื่นเต้นและดีใจเหลือเกินที่จะได้ไปขึ้นเขียง เอ้ย! ไปหาพ่อตา


***************************************************

พี่นทีดูเหมือนจะยังไม่รู้ชะตาชีวิตตัวเองนะ 555 เดี๋ยวได้ตายไม่รู้ตัว

********************************************************

ขอแจ้งว่าต่อไปไรท์อาจไม่ได้มาทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์แล้วนะคะ เนื่องจาก...ปั่นไม่ทันค่ะ 555 แต่ก็เอาเป็นว่าไรท์จะพยายามมาให้ได้แบบวันเว้นวันนะคะ ส่วนวันนี้มาช้า ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ เขียนไม่ทัน + มีภารกิจอื่นเยอะ

****************************************************

เจอกันตอนหน้าจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 517 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1485 รัน (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 01:24

    สไนเปอร์น่ารักกกกกกก

    #1485
    1
  2. #1484 LinSlurpee (@SlurpyLin) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 00:55
    ซู่วๆนะคะ
    #1484
    0
  3. #1482 Toonsrd (@Toonsrd) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:05
    เป็นกลจให้นะคะ สู้ๆๆไห
    #1482
    0
  4. #1481 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:24

    ขอบคุณค่ะไรท์...สู้ๆนะ

    #1481
    0
  5. #1480 lunlapaitua (@toxicjing) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:17
    สู้ๆนะคะ
    #1480
    0
  6. #1479 kwannaka (@00871763507) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 16:20

    ไรท์อย่าพึงปิดเรื่องนะ.. ถ้าจะปิด อีบุ๊คต้องมา เล่มต้องมานะ นี่คือหนึ่งเรื่องที่จะเข้ากรุหนังสือเค้า

    #1479
    1
  7. #1477 narumon606 (@narumon606) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 16:03
    เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ ยังอ่านไม่ครบทุกตอน ไรท์อย่าเพิ่งปิดเรื่องนะคะ
    รู้แต่ว่ามันสนุกมากค่ะ ไม่ยอมหลับยอมนอน น้องไห้ตาบวมไปหมดแล้ว
    #1477
    1
  8. #1476 salleh (@salleh) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 15:43
    สู้ๆๆนะไรท์ รอๆๆๆ
    #1476
    0
  9. #1475 0982690734 (@0982690734) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 15:36
    รอๆๆๆๆๆนะคะ
    #1475
    0
  10. #1473 ambestfriend (@ambestfriend) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 11:32

    สู้ๆรอไรท์จร้า
    #1473
    0
  11. #1472 tui12345 (@tui12345) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 10:55

    ลุ้นพี่นที กะพ่อตา มีความตื่นเต้นแทน????????????

    #1472
    0
  12. #1470 Musa Sp (@klauypt) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 09:45
    รอติดตามนะคะไรต์
    #1470
    0
  13. #1469 ตะวัน (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 09:05
    มาจริงๆ นะคะ รอนะคะ
    #1469
    0
  14. #1468 eve (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 08:53

    เดี่ยวจะโดนรับน้อง เอ้ย รับลูกเขยแน่ๆ ผู้กอง 555

    #1468
    0
  15. #1467 ALittle_BBLiqueur (@noolittlenoi) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 08:28
    สู้ๆนะคะ รอติดตามผลงานค่ะ
    #1467
    0
  16. #1466 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 07:27
    ตอนต่อไปพี่นที vs พ่อตา 555
    #1466
    0
  17. #1464 jjvgikv (@jjvgikv) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 06:21
    รอนะคะ แอบกระซิบอยากอ่านคู่อานัสยาวๆๆๆๆ55 ชอบมาก
    #1464
    0
  18. #1463 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 06:17
    ค่ะ จะไปรอที่ตราดนะคะ
    #1463
    0
  19. #1462 นุชราจ้า/ยายชรา (@sanootty) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 05:44
    ขอบคุณคะ รอๆๆ
    #1462
    0
  20. #1460 โอริฮิเมะ (@2451995) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 03:42

    ขอบคุณนะคะ
    #1460
    0
  21. #1459 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 112)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 02:57

    ได้อ่านก่อนนอนพอดี..ฝันดีค่ะไรท์
    #1459
    0