ตอนที่ 6 : ตอนที่5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

5

            หลายวันมานี้ การอยู่ที่แดนปีศาจนี่นานๆนอกจากจะทำให้คุ้นชินกับไอปีศาจแล้วยังจะทำให้นางเกียจคร้านที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอก ได้มีที่พักพิงอย่างปลอดภัยทำให้นางเริ่มไม่อยากจะไปไหนแล้วสิทั้งๆที่หายดีแล้ว แต่คำว่าทวงตำแหน่งกับพี่ชายมันค้ำคอ ใช่ว่านางจะไม่อยากได้ตำแหน่งกับพี่ชายคืนแต่ว่ามันนึกไม่ออกนี่สิว่าจะไปตามหาที่ไหน! นางไม่ยอมอยู่เป็นคนใช้ที่นี่นานๆหรอกจะต้องหาทางกลับไปเป็นคุณหนูเหมือนเดิมให้ได้

            วันนี้ซูหลินรับอาสามาทำความสะอาดห้องตำราท้ายวัง เนื่องจากนางปีศาจรับใช้คนหนึ่งที่เป็นเวรทำความสะอาดเกิดป่วย ส่วนคนอื่นๆก็มีงานล้นมือ วันนี้ส่วนใหญ่นางก็ว่างๆอยู่ด้วยแค่มาทำความสะอาดห้องตำราจะเป็นไรไป ดีเสียอีกเผื่อเจอหนังสือดีๆเข้า นางชอบอ่านหนังสือตำราอยู่แล้ว

 

ณ ห้องตำรา

            อันที่จริงถึงจะเรียกว่าห้องตำรา แต่มันก็กว้างขวางและใหญ่โตราวกับตำหนักเล็กๆหลังหนึ่ง ชั้นหนังสือเรียงแถวยาวจัดสรรเป็นหมวดหมู่ มีที่ว่างเล็กๆริมหน้าต่างไว้สำหรับอ่านหนังสือ ซูหลินปัดกวาดเช็ดถูไปพลางหยิบตำราหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้มาดูพลาง การทำความสะอาดจึงยาวนานกินเวลาไปหลายชั่วโมง

           

นี่มัน...โชคดีจัง!” หญิงสาวหน้าตาตื่นเต้นยินดีอย่างเห็นได้ชัด

 

ตำราเล่มหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ชั้นล่างสุดของชั้นหนังสือ ตำราเล่มนี้เป็นตำราปีศาจโบราณที่บอกถึงวิธีการเรียกพลังกลับคืนมาสำหรับผู้ที่พลังหายไป เพียงใช้สามสิ่งจากสามแดน เขี้ยวงูดำจากแดนปีศาจ พญาเห็ดหลินจือจากแดนมนุษย์ และไข่มุกสีแดงจากแดนสวรรค์

ไม่รู้ว่าตำราโบราณนี่จะเชื่อถือได้หรือไม่ แถมยังเป็นตำราปีศาจที่ไม่รู้ว่าเทพเช่นนางใช้แล้วจะเกิดผลไหม แต่การที่ได้รู้เช่นนี้ก็ทำให้นางใจชื้นและมีกำลังใจที่จะไปตามหาสามสิ่งนี้พร้อมๆกับตามหาคุณชายหมิงจูพี่ชายไปด้วย

เมื่อทำความสะอาดเสร็จนางก็ไม่ลืมจะหยิบตำราเล่มนั้นติดมือออกมา ไว้เดี๋ยวเจอเทียนห้าวค่อยไปขอยืมแล้วกัน นางคิด

 

อ้าว! หนุ่มน้อยคนนั้นนี่ ที่แท้เจ้าก็เป็นเด็กรับใช้ของเทียนห้าวนี่เอง

 

เสียงปริศนาดังขึ้น มันช่างคุ้นหูเหลือเกิน ซูหลินหันซ้ายหันขวามองรอบๆแต่ไม่พบผู้ใด

ฟุบ!

ร่างหนึ่งกระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็วจนมองเห็นแค่เป็นเงาสีขาวพุ่งมาอยู่ตรงหน้าของซูหลิน

            เจ้าจิ้งจอกน้อย!” ซูหลินร้องขึ้นเมื่อคนตรงหน้าคือจิ้งจอกหนุ่มที่นางได้พบข้างทางเมื่อหลายวันก่อน

            เอาคำว่าน้อยออกได้มั้ย ข้าว่าข้าไม่น้อยแล้วนะจิ้งจอกหนุ่มทำหน้ามุ่ย

           

เจ้าเข้ามาได้ยังไงที่นี่เป็นวังขององค์ชายหกนะ เดี๋ยวก็โดนหรอก รีบออกไปเร็ว!”

ซูหลินพูดพร้อมกับดันหลังของเจ้าจิ้งจอกนี่ให้เดินออก

           

เฮ้ๆ อย่าไล่ข้าแบบนั้นสิ ทำไมข้าจะเข้ามาไม่ได้ก็ที่นี่บ้านของพี่ชายข้า

 

คำพูดนั่นทำให้นางหยุดกึก พี่ชาย!? เป็นไปไม่ได้ เจ้าจิ้งจอกท่าทางเหมือนปีศาจเร่ร่อนแบบนี้เนี่ยนะจะเป็นองค์ชายหรือว่าจะเป็นประเภทองค์ชายจอมเสเพลไม่เอาการเอางาน เขาเป็นองค์ชายองค์ไหนกัน ที่นางเคยได้ยินมาราชาปีศาจก็ไม่มีบุตรชายท่าทางแบบนี้ หรือจะเป็นองค์ชายที่ไม่เด่นดัง แต่ว่าหน้าตาของเขาช่างแตกต่างคนละโยชน์กับเทียนห้าว เจ้าจิ้งจอกนี่หน้าตาออกจะหล่อเหลาผิดมนุษย์มนา เอ้ย ผิดปีศาจ

 

            ข้าชื่อหลวนคุน เจ้าล่ะ

            ข้าชื่อซูหลิน

            ชื่อเจ้าอย่างกับสตรี ท่าทางก็เช่น ฮ่าๆ

 

เจ้าจิ้งจอกหลวนคุนหัวเราะแล้วหันหลังกลับพร้อมกับหางจิ้งจอกสีขาวทั้งเจ็ดที่ฟาดใส่หน้าซูหลินเต็มๆก่อนที่จะกระโดดพรวดหายไป โชคดีที่มันเต็มไปด้วยขนนุ่มปุกปุย

 

ห้องของซูหลิน

 

            ใต้แสงเทียนสีส้มสลัว ใบหน้านวลผุดผ่องกำลังก้มหน้าอ่านตำราอย่างจดจ่อ คิ้วเรียวโก่งนั่นขมวดเข้าหากัน ซูหลินตั้งใจอ่านวิธีปรุงยาเรียกพลังมาก การปรุงยาที่ต้องใช้สามสิ่งนั้นนางคิดว่าก็สามารถปรุงได้อยู่แต่ขั้นตอนสุดท้ายต้องร่ายมนต์ปีศาจโบราณชั้นสูงด้วยนี่สิ แล้วใครจะช่วยร่ายให้นาง เทียนห้าวหรือ? เขาจะใจดีช่วยเหลือนางไหมแต่แค่นี้ก็รบกวนเขามากเกินไปแล้ว หรือจะเป็นจิ้งจอกหลวนคุน นางก็ยังไม่สนิทกับเขามากพอที่จะไปขอความช่วยเหลือ เขาร่ายมนต์โบราณชั้นสูงได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้แต่เขามีถึงเจ็ดหางก็น่าจะทำได้อยู่

            ถึงแม้จะอยู่ในห้องนอนส่วนตัวแต่ตอนนี้ซูหลินก็ยังคงเสียบปิ่นนั่นไว้ นางเสียบปิ่นนั่นไว้ตลอดเนื่องจากความงามของนางอาจเป็นอันตรายได้และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาขององค์ชายที่ยังไม่แต่งงาน การเอาสตรีงดงามที่ไหนไม่รู้มาอยู่วังนั้นมันไม่ค่อยจะมองดูดีต่อตัวเขาและตัวนางนัก แล้วยิ่งถ้าใครรู้ว่าเป็นเทพธิดาคุณหนูซูหลินยิ่งไปกันใหญ่

 

            ทำอะไร

            ว๊ากกกก!!” เสียงเย็นเยือกจากข้างหลังเรียกให้นางหันไปมอง ซูหลินตกใจจนเผลอไปปัดโดนเชิงเทียนแต่เจ้าของเสียงเย็นนั่นรับไว้ทันก่อนมันจะหล่น

           

ทำเสียงอะไรน่าเกลียดแถมยังเกือบทำบ้านข้าไฟไหม้ เทียนห้าวนั่งลงข้างหญิงสาว เขาปรายตามองไปยังตำราที่เปิดอ้าบนโต๊ะ

           

ข้าขอยืมตำรานี่ก่อนนะ แล้วทำไมท่านต้องทำเสียงเย็นเยือกไม่ให้ซุ่มให้เสียง

           

ใครบอกกันว่าข้าทำ เสียงข้าก็เป็นแบบนี้พูดจบเขาโน้มตัวมาอ่านตำราตรงหน้านาง 

มันใกล้ชิดกันเกินไปจนหญิงสาวรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว ใบหน้าสีแดงก่ำนั่นใกล้จนแทบจะชิดกับแก้มนาง ซูหลินเลื่อนตำราไปไว้ข้างหน้าเขาเพื่อให้เขาอ่านมันได้ถนัดและออกห่างจากนางเสียที นางไม่เคยใกล้ชิดชายอื่นใดนอกจากพ่อและพี่ชาย 

"เจ้ากำลังอยากได้พลังกลับคืนหรือ ข้าช่วยร่ายมนต์ให้ได้นะ

           

จริงหรอ!! ขอบคุณมากๆนะ ท่านเก่งจังนั่นมนต์โบราณชั้นสูงเลยซูหลินทำตาโตแล้วจับเข้าที่แขนของเทียนห้าวอย่างลืมตัว ชายหนุ่มปรายตามองมือเรียวนั่นนางจึงรีบชักมือกลับทันที

 

แน่นอนอยู่แล้วระดับข้า น้ำเสียงภูมิใจในตัวเองมากมายนั้นทำเอาซูหลินได้แต่ทำตาปริบๆ

หลายวันมานี้เหมือนองค์ชายหกจะเริ่มเป็นกันเองและพูดคุยกับนางมากขึ้น

           

เอาเป็นว่าเจ้าไปตามหาสามสิ่งนี้ให้ได้ก่อนเถอะ ข้าคิดว่ามันน่าจะหายากพอตัว

ไม่ต้องบอกนางก็รู้ ตอนนี้มีสิ่งที่ยากกว่าการร่ายมนต์โบราณนั่นแล้วก็คือการตามหาวัตถุดิบในการปรุงยายังไงล่ะ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ซูหลินคิดไม่ตกเนื่องจากคิดไม่ออกเลยว่าจะไปหาที่ไหนดี เทียนห้าวที่กำลังมองหน้านางอยู่เหมือนจะรู้ว่านางคิดอะไร เขาจึงพูดขึ้น

           

ข้ารู้ว่างูดำอยู่ที่ไหนแต่เจ้าจะไปเอาเขี้ยวนั่นยังไง อย่างเจ้าแค่เดินเข้าไปยืนหน้าปากถ้ำก็โดนงูดำเขมือบไม่เหลือซากแล้ว คำพูดของเทียนห้าวทำให้หลังตรงงามสง่าของนางค่อมลงทันใด นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ นั่นสิ นางจะไปได้ยังไง พลังเทพก็ไม่มี

ชั่วครู่นางก็นึกออก ใบหน้าซึมจ๋อยเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานจนมุมปากแทบจะฉีก เปลือกตาหยีจนแทบจะปิดนั่นปกปิดประกายวับของดวงตาอันมีความหวังไม่มิด ทำเอาเทียนห้าวตาเบิกกว้าง

 

องค์ชายเทียนห้าววววซูหลินประสานมือขึ้นแนบอก

 

องค์ชายเพคะ

 

ไม่ใช่เรื่องของข้า ถ้าเจ้าจะมาอะไรกับข้าอีกข้าจะจับเจ้ากิน!”

 

เทียนห้าวลุกขึ้นสะบัดผ้าคลุมเดินจากไปก่อนที่มือน้อยๆทั้งสองของซูหลินจะมายื้อแขนเขาไว้ได้ทัน ท่าทางเขาจะใจดีกับนางมากเกินไปแล้วถึงขนาดกล้ามาขอร้องให้เขาช่วยจับงูดำแถมยังทำหน้าตาออดอ้อนน่าเกลียดไม่สมกับเป็นกุลสตรี ถ้าเขายังนั่งอยู่ต่อมีหวังได้ตบปากรับคำเป็นแน่

ซูหลินกลับมาหลังค่อมซึมจ๋อยเช่นเดิม ปีศาจก็ยังใจร้ายใจดำอยู่วันยังค่ำ นางหยิบพู่กันข้างๆจุ่มหมึกเขียนใส่ผ้าผืนยาวผืนหนึ่ง

คืนนี้ห้ามนอน!!’

เขียนเสร็จนางก็นำผ้านั้นมาผูกคาดที่ศีรษะก่อนจะลุกออกไปจากห้อง มุ่งไปที่ห้องตำรา


** แก้ไขเปลี่ยนคำ เมืองพงไพร-เมืองพฤกษา , เมืองปักษา-เมืองวิหค 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น