ตอนที่ 5 : ตอนที่4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

4



            ขาของซูหลินถึงแม้มองภายนอกจะดูเป็นปกติสามารถเดินไปมาได้ราวกับไม่เคยมีแผล นั่นก็เพราะมนต์ปีศาจแต่ความจริงแล้วภายในยังบอบช้ำอยู่มาก เทียนห้าวก็ดูเหมือนจะไม่ได้จริงจังกับการเป็นคนรับใช้ของนางมากมายอะไร เขามักจะให้นางทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่น ช่วยคัดหนังสือ ฝนหมึก หรือเตรียมอาหารว่างยามบ่าย ส่วนมากจะให้นางพักผ่อนแล้วดื่มยาทั้งวันเสียมากกว่า จนตอนนี้นางแทบอยากจะอ้วกออกมาเป็นยาแล้ว

บ่ายนี้ซูหลินว่างเป็นพิเศษเพราะเทียนห้าวได้ออกไปล่าสัตว์ในป่า การล่าสัตว์ถือเป็นงานอดิเรกที่เขาชื่นชอบ หญิงสาวจึงถือโอกาสนี้ออกมาเดินเล่นสำรวจนอกวังเมฆาทมิฬ โชคดีที่วังนี้เป็นวังส่วนตัวไม่ได้อยู่ในรั้ววังหลวง นางจึงออกมาได้สะดวก วังขององค์ชายหกนั้นอยู่บนเนินเขา กว้างใหญ่และเงียบสงบ ห่างจากตัวเมืองไปหลายกิโล ซูหลินเดินเอื่อยเฉื่อยไปตามทางเดินที่ปูด้วยหิน สองข้างทางประดับด้วยป่าไผ่ที่พลิ้วเอนตามแรงลมดูน่าเย็นใจ ทางเดินนี้ทอดยาวไปจนเห็นตัวเมืองจอแจครึกครึ้นด้านล่าง ชักอยากจะลงไปดูเร็วๆแล้วสิ แต่ดันวิ่งไม่ได้ นอกจากจะขาไม่ดีแล้วทางเดินยังเสี่ยงที่จะพลาดท่ากลิ้งขลุกๆเป็นลูกท้ออีก


โอ้! น่ารักจัง


ดวงตากลมดุจตากวางนั่นส่องประกายทันทีที่เห็นอะไรบางอย่างปุยๆสีขาวอยู่หลังก้อนหิน เจ้าจิ้งจอกขาวนี่เอง น่ารักเสียด้วย เจ้าจิ้งจอกกำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบาย ขนตางอนหนาเป็นแพเหมือนเส้นไหม ทั่วร่างมีขนปุกปุยนุ่มนิ่มสีขาวราวปุยเมฆ นางนับหางของมันได้เจ็ดหาง ปลายหางนั้นมีสีชมพูเข้มแต้มอยู่ ซูหลินลูบขนของมันอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำมันตื่น ลูบไปลูบมาหลายหนปีศาจจิ้งจอกน้อยก็ยังคงหลับตาสนิท

          

       น่ารักจังเลย ขี้เซาอะไรอย่างนี้เจ้าปีศาจน้อย


นางทนความน่ารักของเจ้าปีศาจจิ้งจอกนี่ไม่ไหวแล้ว สองมือบางยกตัวสัตว์ปีศาจที่อยู่ตรงหน้าชูขึ้นแล้วจูบลงที่หน้าผากของมัน ดวงตากลมโตสีฟ้าลืมตาตื่นฉายแววตกใจอย่างชัดเจน ฉับพลันนั้นเกิดแสงสีขาวสว่างวาบจนซูหลินต้องหลับตาปี๋ จู่ๆเจ้าปีศาจจิ้งจอกนี้ก็ตัวหนักขึ้น ความหนักนั้นฉุดดึงนางให้ล้มลงหน้าคว้ำ

           

             ตุบ!!

            อ๊ายยย

ซูหลินร้องขึ้นด้วยความตกใจที่ล้มลง นางรู้สึกเหมือนว่าพื้นมันแปลกๆเหมือนนอนทับอะไรบางอย่างจึงยันตัวลุกขึ้น

            ไง

แล้วสายตาก็สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าที่คุ้นเคย ดวงตาของเจ้าปีศาจจิ้งจอกสุดแสนน่ารัก ตอนนี้ได้กลายเป็นชายหนุ่มรูปงามผมยาวสีขาว ที่สำคัญนางนอนทับอยู่บนตัวของเขา!!

           

            เฮ้ยยยย

หญิงสาวลุกขึ้นโดยพลันแล้วถอยหลังกรูด ชายหนุ่มที่นอนอยู่ตรงนั้นค่อยๆลุกขึ้นแล้วปัดเสื้อผ้าไปมา เขาสวมชุดสีขาวทั้งชุดตกแต่งที่ไหล่ซ้ายด้วยขนสีขาวฟูฟ่อง นอกจากชุดจะขาวแล้วเขายังมีผมยาวสีขาวดุจแพรไหม ผิวของเขานั้นขาวซีดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าใสในกรอบตาเรียวเฉียงช่างดูมีสเน่ห์ปนเจ้าเล่ห์พิกล หูกับหางนั่นบ่งบอกว่าเขาเป็นปีศาจจิ้งจอกตัวเมื่อกี้แน่ๆ!!

           

             ขะ ขอโทษ!!”

ซูหลินรีบโค้งคำนับให้เขาโดยทันที

            ไม่เป็นไร ใครๆก็ทนความน่ารักของข้าไม่ไหวเป็นเรื่องปกติ

ปีศาจจิ้งจอกยิ้มกว้างจนตาหยี ยิ้มกว้างแบบนี้เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆสองข้างมุมปาก เขาหน้าตาดีมากหน้าตาดีเกินกว่าที่จะเป็นปีศาจ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ซูหลินก็เพิ่งจะได้พบปีศาจที่หน้าดูเป็นผู้เป็นคนแบบนี้

          

            ดีนะที่เจ้าเป็นชาย ถ้าเป็นหญิงเจ้าคงต้องแต่งงานกับข้าแล้วล่ะ เล่นกอดจูบลูบคลำข้าซะขนาดนี้

ชายหนุ่มพูหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี จริงสิ ตอนนี้นางเป็นผู้ชายอยู่ คงไม่เป็นไรที่เผลอใกล้ชิดกันขนาดนั้น คิดได้ดังนั้นนางก็รีบปลีกตัวไป

            ข้าขอโทษอีกรอบ ขอตัวก่อนนะเจ้า เอ้ย! ขอรับ ข้าจะลงไปที่เมือง

พูดจบซูหลินก็เดินออกไปทันที เจ้าปีศาจจิ้งจอกได้แต่ส่งยิ้มหวานเป็นการกล่าวลาให้นาง

 

….

          หมันโถวร้อนๆจ้า หมันโถวร้อนๆ

          หมูหัน หมูย่าง หมูผัด หมูทอด สารพัดหมูทางนี้เลยจ้า

          เครื่องรางกันเทพจ้า มีติดตัวไว้เทพเซียนไม่กล้าราวีแน่นอน!!!”

          เสียงป่าวร้องขายของดังตลอดทาง เครื่องรางกันเทพหรอ น่าขันยิ่งนัก ซูหลินนึกอยากจะลองไปทดสอบดูแต่คิดอีกทีก็ไม่ดีกว่าหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ บุรุษจำแลงเดินแวะชมร้านซ้ายร้านขวาไปเรื่อย ถนนสายนี้ช่างครื้นเครงเสียจริงเสียดายทีมันไม่ค่อยมีสีสัน สองข้างทางมีร้านขายของเต็มไปหมด ผิดกับแดนเทพที่เงียบสงบ อาหาร ของใช้ สิ่งต่างๆล้วนนำมาแบ่งปันกัน เช่น เมืองพฤกษาของนางคอยดูแลเรื่องอาหารและยา คอยส่งวัตถุดิบต่างๆให้เมืองอื่นๆ


          หนุ่มน้อยสุดหล่อ แวะมาทางนี้สิจ๊ะ!!”


เสียงของสาวๆปีศาจพูดเชื้อเชิญให้ซูหลินเข้าไปใช้บริการที่หอโคมเขียว ซูหลินได้แต่ส่งยิ้มเจื๋อนๆกลับไปให้ ใครจะเข้าไปที่แบบนั้นกัน แถมนางเป็นผู้หญิง!!

          อุ๊ย! เขายิ้มให้ข้าด้วยแหละ เขินจุงคิคิ

          หล่อจังเลย หล่อจนขาข้าสั่นไปหมดแล้ว เยว่เหนียงจับข้าไว้ที

          ท่านพี่ก็เกินไป! แต่เขาหล่อมากจริงๆ

นางโลมปีศาจยังซุบซิบกันไม่เลิก ถึงแม้จะจำแลงเป็นชายแต่ความงดงามของนางยังคงอยู่ สมแล้วที่เป็นเทพธิดาพฤกษาผู้เลอโฉม เดินชมเมืองสักพักนางก็นึกขึ้นได้ว่าแดนปีศาจแห่งนี้ถึงแม้จะไม่ได้มีแต่คนหน้าตาสวยงามอย่างแดนเทพ แต่ก็มีคนที่หน้าตางดงามหรือไม่ดีแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียดปะปนกันไป ส่วนตำหนักเมฆาทมิฬนั่นเรียกได้ว่าหน้าตาน่าเกลียดทุกคนโดยเฉพาะนายเจ้าของตำหนัก หรือแท้จริงแล้วปีศาจจะหน้าตาน่าเกลียดแต่แปลงกายให้สวยงามดึงดูดเช่นพวกนางโลมกัน คิดเพลินๆอยู่สักพักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

           

          ท่านปีศาจน้อย สนใจเขากวางมั้ย มันช่วยเพิ่มพลังปีศาจให้นะ

ลุงพ่อค้าคนหนึ่งยื่นเขากวางมาให้นางดู เขามาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ทำเอานางแทบตกใจ ขายตรงเกินไปแล้วนะลุง!

            

          ไม่ดีกว่า ขอบคุณขอรับท่านลุง

ซูหลินปฏิเสธแล้วรีบเดินจากมา นางจะเอาไปทำอะไรของเพิ่มพลังปีศาจแบบนี้เพราะนางเป็นเทพ ที่สำคัญนางไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ที่นี่เขาใช้อะไรแลกเปลี่ยนสินค้ากันนางก็ยังไม่รู้


          เที่ยวเล่นเตร็ดเตร่มานาน แสงสีเขียวเรืองรองจากแม่น้ำเริ่มจางไปบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ซูหลินหยุดอยู่ที่เชิงเขานางมองขึ้นไปยังวังอันโออ่าอลังการแต่เงียบสงบบนเนิน ห่างไปอีกหลายกิโล เห็นแล้วท้อใจอย่างยิ่ง ขามามาแบบสนุกไม่ทันคิดถึงตอนขากลับ หญิงสาวในชุดบุรุษทำหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นไปตามทาง

            

          หนีมาเที่ยวเล่นอยู่นี่เอง

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น ซูหลินหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเดินชนอกของคนตรงหน้า ตกใจอีกแล้ว!ตกใจทั้งหน้าทั้งที่อยู่ๆก็โผล่มา ช่วงนี้มีคนทำให้นางตกใจบ่อยเหลือเกิน ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้นางต้องตายเพราะตกใจบ่อยจนหัวใจวายตายเป็นแน่

            

          ขาก็ไม่ดียังจะมาเดินขึ้นลงเขาเล่น แล้วเมื่อไรจะหาย ข้าชักจะรำคาญเทพอย่างเจ้า

          อ๊ะ!”

ยังไม่ทันได้เอ่ยถ้อยคำตอบกลับใดๆ ร่างสูงตรงหน้าก็ช้อนตัวนางขึ้นแนบอก

            

          ข้ารอเจ้าตั้งนานอาจารย์ให้งานข้าอีกแล้ว วันนี้เจ้าต้องมาทำการบ้านให้ข้าพูดจบ ปีกนกสีดำใหญ่ก็สยายออก เทียนห้าวอุ้มนางโผขึ้นจากพื้นมุ่งตรงสู่วังบนเนินเขา ซูหลินลอบมองใบหน้าน่ากลัวนั่น ตอนนี้เริ่มรู้สึกคุ้นชินกับหน้าแดงๆตาเหลืองๆเขี้ยวงุ้มๆนี่เสียแล้วสิ มองอยู่อย่างนั้นก็นึกขึ้นในใจว่าสักวันต้องไปพบอาจารย์ของเขาแล้วฟ้องว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้ทำการบ้านเองให้ได้!!!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น