Mirin's Love รักจากใจให้นายคนเดียวนะ!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    0

    Overall
    6

ตอนที่ 1 : พบกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

1

พบกัน

เสียงเจียวจ๊าวเซ็งแซ่ดังทั่วโรงอาหาร นี่เป็นเวลาพักเที่ยงนั่นเอง เวลาแห่งความสุขและอิสรภาพของเหล่านักศึกษา ได้นั่งกินข้าวกินขนม นั่งเล่นนั่งคุยกับเพื่อน ปราศจากหนังสือและอาจารย์จอมบ่น มันช่างดีจริงๆถึงแม้ว่าจะมีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็เถอะ

เฮ้ย!ขึ้นห้องกันมั้ยอ่ะ ฉันยังไม่ได้ทำการบ้านเล้ยยยย

ปุยแป้ง สาวผมบ็อบซอยสีน้ำตาลอ่อนพูดขึ้น ยัยนี่เป็นเพื่อนสนิทของฉันเองหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มมาก ผิวขาวจั๊วเหมือนหยวกกล้วยแถมหุ่นก็ออกอวบๆนุ่มนิ่มน่าเอ็นดูแต่ความจริงแล้วมันห้าวมากขัดกับชื่อและหน้าตาสุดๆ

                จริงด้วยลืมเลย รีบไปปั่นกันเถอะ

แพงรีบหันควับด้วยท่าทีตื่นตกเหมือนเพิ่งนึกออก คนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฉัน ยัยนี่หุ่นดียังกับนางแบบสูงราว170ได้ แขนขายาวแต่ก็สมส่วน ผมเป็นลอนสยายหน้าตาเย้ายวนภายใต้เครื่องสำอางและขนตาเป็นแพ ยัยนี่แต่งหน้าจัดและลุคดูโตสุดๆ

                ไปๆ

ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้น ยัยสองสาวเพื่อนซี้ก็ลุกขึ้นตาม ฉันทำการบ้านเสร็จแล้วแหละแต่ความจริงแล้วก็เกือบลืมทำเหมือนกันถ้าเมื่อวานไม่มีเพื่อนในห้องมาถามการบ้านว่าทำยังไง

                ตุบ!

ไหล่ของฉันกระแทกเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจัง สมุดในมือของเขาที่หอบมาด้วยหล่นกระจาย ฉันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าทะมึงตึงตรงหน้า

                เดินหัดมองทางด้วยสิพวกเธอ ไม่ใช่มั่วแต่คุยกัน

อาจารย์อารีย์ขยับแว่นตาสีเหลี่ยมกรอบหนาแล้วยืนกอดอก ฉันและเพื่อนๆรีบก้มลงเก็บเหล่าสมุดนั่นทันทีโดยที่อาจารย์ไม่ต้องสั่งและลงไปเก็บเองเลย เย้ยยยย ให้ตายสิ ชนใครไม่ชนมาชนอาจารย์อารีย์จอมโหด อาจารย์ที่นักศึกษารำคาญมากที่สุดของโลกเพราะขี้บ่นมากๆๆ หนูขอโทษนะคะอาจารย์ที่นินทาอาจารย์ในใจ แหะๆ

                ขอโทษค่ะๆอาจารย์

เด็กสมัยนี้ไม่มีมารยาทเดินชนผู้หลักผู้ใหญ่แถมยังเซ่อซ่าไม่ดูตาม้าตาเรือมัวแต่คุยมัวแต่กดโทรศัพท์ แล้วดูนั่นสิกระโปรงสั้นขนาดนี้คิดว่าเป็นมหาลัยแล้วจะทำยังไงก็ได้รึไง ใส่สั้นแบบนี้อย่าใส่เลยเถอะ แล้วหน้านั่นอะไรของหล่อนแต่งมานึกว่าจะไปเล่นลิเก

พวกฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาหูชายืนฟังอาจารย์บ่นเงียบๆ เด็กที่ดีต้องไม่เถียงผู้ใหญ่ใช่มั้ยล่ะ งืออออ

                เจอกันก็ดี เอาสมุดกับเอกสารนี่ไปให้อาจารย์พงศ์ทีห้อง402นะ

พูดจบอาจารย์อารีย์ก็เดินไปเลย อ้าวอะไรเนี่ย ฉันกับเพื่อนได้แต่จำใจเดินถือสมุดกับเอกสารไปอย่างงงๆ

ตอนนี้พวกฉันกำลังเดินขึ้นไปที่ตึก4 ข้างทางห้องหนึ่ง เป็นห้องกว้างยาวข้างในห้องติดกระจกเกือบรอบห้อง พื้นปูด้วยฟูกและมีผู้ชายในชุดเทควันโดกำลังฝึกซ้อมกันอยู่4-5คน ฉันมองเข้าไปผ่านบานหน้าต่างเห็นผู้ชายร่างสูงโปร่งสายคาดเอวสีแดงตัดกับชุดสีขาว ผมของเขาสีดำสนิทช่วยขับผิวที่ขาวมากจนแอบคิดว่ามีเชื้อจีนหรือฝรั่งหรือเปล่า เขาเตะเป้าซ้อมอย่างแรงแล้วหันใบหน้ารูปไข่กับดวงตาเรียวยาวมาที่ฉัน อุ้บ! ไม่รู้ทำไมฉันต้องหลบสายตาด้วยเนี่ย มันน่าประหม่านิดหน่อยน่ะเมื่อรู้ว่าใครบางคนที่เรามองอยู่หันมาเจ๊อะกับเราพอดี แงๆๆๆ

นี่ๆตอนเดินผ่านห้องเทควันโดเมื่อกี้นี่ หล่อสุดๆไปเลยเนอะ

ปุยแป้งพูดพร้อมยิ้มกว้าง กว้างแบบสุดๆจะกระดี๊กระด๊าไปไหนเนี่ยเพื่อนฉัน

                ออสตินใช่ปะ หล่อมากอ่ะเท่ด้วยไปแข่งเทควันโดให้มหาลัยบ่อย ว่าปะมิริน

แพงหันมาขอความเห็น

                ใช่ๆหล่อๆ

ฉันเออออห่อหมกแต่ก็หล่อจริงๆอ่ะฮ่าๆ นี่ฉันเผลอแอบหน้าแดงไปหรือเปล่าเนี่ยยิ่งแพ้คนหล่ออยู่ ช่างมันเถอะรีบเดินไปห้อง402ให้เร็วดีกว่า

 

ครืดดด...

ประตูเหล็กถูกเลื่อนลงมาปิดประตูกระจกที่อยู่ข้างใน แม่กุญแจถูกฉันคล้องกับประตูเข้าด้วยกัน ฉันปัดมือเปื้อนฝุ่นเปาะแปะแล้วถูกระโปรงนิดๆก่อนจะคว้าโทรศัพท์มาดูเวลา 21:41 หูยเกือบสี่ทุ่มแล้วอ่ะฉันนี่ไม่น่าเผลอหลับเลยฉันควรจะกลับบ้านตั้งแต่สองทุ่มครึ่งแล้ว หลังจากจัดการปิดร้านให้เรียบร้อยฉันก็หิ้วกระเป๋าหนังสีดำขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็กระชับกระเป๋าผ้าให้เข้าที่เข้าทางกับไหล่

                บรรยากาศรอบข้างเงียบมากจนได้ยินเสียงจักจั่นหรือจิ้งหรีดนี่แหละร้องตอนกลางคืน น่ากลัวจริงๆที่ขนาดแค่สามทุ่ม ชาวบ้านหายไปไหนหมดอ่ะ ตอนนี้ฉันมีเพื่อนร่วมทางเป็นแค่แสงไฟจากเสาไฟและก็ต้นไม้พลิ้วไหวอยู่ข้างรั้ว เฮ้อออ พ่อฉันดันมาทำโอทีอะไรตอนนี้ ทุกทีหลังปิดร้านพ่อจะต้องขับมอเตอร์ไซค์มารับฉัน แต่ไม่เป็นไรร้านหนังสือที่ฉันทำอยู่อยู่แถวๆมหาวิทยาลัยและก็ใกล้ๆบ้านฉันพอดี

                1 2 3 พุธโธๆ

ฉันนับเลขไปเรื่อยๆสลับกับท่องพุธโธอะไรไม่รู้ ฉันแค่ต้องการมีสติระหว่างเดินและไม่อยากจะคิดเรื่องน่ากลัวบ้าบอให้ฟุ้งซ่าน งืออออ เน็ตกับเงินโทรศัพท์ก็ไม่มี ถ้าฉันแชทหรือโทรหาใครตอนนี้มันคงจะดีไม่น้อย

                เธออ~...

เสียงลากยานพร้อมกับมือเย็นๆมาแตะที่แขนฉัน

                อ๊ายยยย!!!”

ฉันหันขวับเหลือกตาตกใจจนลูกตาแทบจะปริ้นออกมา แต่สักพักถึงตั้งสติได้และโล่งใจ คนนี่นานึกว่าผี อืมม แต่ผู้ชายวัยรุ่นคนนี้กลิ่นเหล้าคลุ้งเลยอย่าไปยุ่งดีกว่าเดี๋ยวเกิดอะไรไม่ดีแล้วจะซวย ฉันรีบหันกลับแล้วจะก้าวเท้าหนี

                หมับ!!

เขาคว้าไหล่ฉันได้ทันก่อนที่ฉันจะวิ่งออกไป คนไร้สติตรงหน้าดันฉันติดกับกำแพง ฉันกอดกระเป๋านักเรียนแน่น ชายคนนี้เอามือยันกำแพงไว้มันคงจะดีหรอกถ้าฉันอยู่ใต้วงแขนของคนหล่อเท่แบบพระเอกการ์ตูน แต่นี่มันวัยรุ่นหัวทองกับกลิ่นตัวเหม็นเหล้านี่มันอะไรกันนนน พ่ออออออออ ช่วยหนูด้วยยยยยย แงงงง

                ฉะ ฉันไม่มีเงินนะ แต่มีที่บ้านเดี๋ยวฉันกลับบ้านไปเอาให้ ฉันทำใจดีสู้เสือสุดฤทธิ์และอยู่นิ่งสุดๆ กลัวว่าถ้าเกิดฉันขยับสักนิดเขาจะชักมีดออกมาแทงตาย เอิ่ม ที่จริงก็ยังไม่รู้หรอกว่าเขามีอาวุธอะไรหรือเปล่าแต่ก็กลัวไว้ก่อน

                *** ขอนะ

                กรี๊ดดด!!!”

ฉันยกกระเป๋าฟาดหน้ามันเต็มแรง ไอเลว***ก็ไปขอเมียแกนู่นนนน มันเหมือนจะเริ่มโมโหหรือเริ่ม..ขึ้น มือสกปรกนั่นกระชับรวบข้อมือทั้งสองของฉันไว้อยู่หมัด ฮืออออ ถ้าไม่ปล่อยตอนนี้ฉันจะเตะเป้าแกให้ไข่แตกตายนะ พ่อแก้วแม่แก้ว อีแก้วปิ้งไก่ เทวดาสาธุช่วยลูกด้วย

                ผั่วะ!!

ขาของใครบางคนฟาดผ่านหน้าฉันไปที่ชายขี้เมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วจนเขาล้มลงสลบคาที่ นี่หรือที่เรียกว่าเตะสลบ แต่กางเกงแสล็กขายาวสีดำแบบนี้นี่มันเด็กมอฉันหรือเปล่านี่ ฉันหันไปมองเจ้าของลูกเตะเทวดานั่น  ทะ เทวดาจริงๆ ดวงตายาวรีนัยน์ตาสีช็อกโกแลต จมูกโด่งเป็นสันรับปากบางเป็นกระจับสีแดงระเรื่อนี่มัน ออสติน!

                เป็นอะไรมั้ย

เขาถามฉันด้วยน้ำเสียงและแววตาแข็งกร้าวจริงจัง คิ้วหนาขมวดเข้าด้วยกันเป็นปม นี่มันอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงของแท้ ฮือๆๆ ฉันซาบซึ้งใจนายมาก ฉันแทบจะเป็นลมตายเมื่อกี้ตกใจแทบบ้า

                มะ ไม่เป็นไร ขอบคุณมากนะ

ฉันก้มหน้ากอดกระเป๋าแน่นหัวใจเต้นโครมครามแทบจะหลุดออกมาจากอก มือของฉันสั่นจนแทบจับกระเป๋าไว้ไม่อยู่

                เธอมาเดินอะไรดึกดื่นคนเดียว

เขาถามพร้อมกับจับไหล่ฉัน

                ตัวสั่นเป็นแมวหนาวเลย

                นายเตะคนสลบ เอ่อ เขาตายรึยังไปดูทีความจริงแล้วฉันอยากถามว่านายอ้าขาเตะขนาดนั้นกางเกงเป้าไม่แตกหรอแต่ก็ต้องห้ามปากไว้ ก่อนที่หน้าฉันจะแตกเพราะโดนเขาเตะหน้าTWT

                ไม่ตายหรอกน่า คนขี้เมาอ่อนแอจะตายเตะแค่นั้นทีเดียวก็อยู่ละ

ฉันเงียบอยู่อย่างนั้นทั้งกลัวทั้งดีใจทั้งซาบซึ้ง ทุกอย่างมันผสมมั่วไปหมด

                มาทำอะไร

เขาถามเสียงแข็ง นี่ช่วยอ่อนโยนนุ่มนวลกับผู้หญิงตัวเล็กๆที่เพิ่งเจอเหตุการณ์เลวร้ายหน่อยได้มั้ย

                ฉันเพิ่งเลิกงานน่ะ แล้วนายมาทำอะไร

                ฉันเพิ่งเลิกซ้อม วันนี้ซ้อมหนัก ฉันเดินอยู่ซอยข้างๆเพราะมันเป็นทางลัดที่จะไปขึ้นบีทีเอสแล้วก็ได้ยินเสียงเธอ เสียงเธอนี่ดังไปเจ็ดแปดซอยละมั้ง เขาพูดกับใบหน้าที่ดูเชิดๆ อะไรเนี่ยข่าวลือที่ว่าเขาหยิ่งนี่มันจริงหรอ เพราะเจอตัวจริงตอนนี้หน้าก็หยิ่งเอาเรื่องมากเหมือนเดิม

                บ้านเธออยู่ทางไหน

หือ ถามแบบนี้จะไปส่งหรอ ถึงจะหยิ่งแต่ก็แอบใจดีนะเนี่ย

                อยู่ตรงนั้น

ฉันเดินนำไปแล้วเขาจึงเดินตาม ระหว่างทางเราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลยและฉันก็ยังรู้สึกใจหวิวๆยังไม่หายเลย

                ถึงแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะ นายชื่ออะไรหรอ

ฉันหยุดยืนหน้าประตูบ้านแล้วหันมาพูดกับเขา ที่จริงก็รู้อยู่แล้วล่ะแกล้งถามไปงั้น

                ออสติน

                ขอบคุณมากๆนะออสติน บ๊ายบาย กลับบ้านดีๆ

ฉันโบกมือให้เขาแล้วปิดประตูรั้ว มือของเขายังล้วงอยู่ที่กระเป๋ากางเกงแทนที่จะโบกมือกลับ เขามองฉันก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป

                หือ เมื่อกี้แฟนหรอมิริน~~~”

หญิงวัยกลางคนยืนอยู่หน้าประตูบ้าน เธอหรี่ตาพร้อมส่งยิ้มบานแฉ่งมาให้ฉัน

                ไม่ใช่นะแม่!”

                ฮั่นแน่! ลูกสาวแม่มีแฟนแล้ว โอ๊ยแม่ปลื้มปริ่มจริงๆ นึกว่าลูกสาวคนนี้จะขายไม่ออกซะแล้วดันขี้เหร่เหมือนพ่อแกแบบนี้ เอ้าๆไม่ต้องเขิน เขินจนหน้าซีดหน้าเซียวหมดแล้ว

แม่พูดแซวพร้อมกับแกล้งเช็ดน้ำตากระซิกๆ โอยยยย ที่หน้าซีดนี่ไม่ได้เขินอะไรแต่กลัวววว

                ไม่ใช่แล้ววว เดี๋ยวหนูจะเล่าให้ฟังนะแม่

ฉันคว้าแขนแม่แล้วรีบพาเข้าบ้านโดยด่วน ฉันต้องหาอะไรตอบแทนนายในวันนี้ให้ได้ออสติน บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระเสี่ยวอี้หลิงกล่าวไว้ เดี๋ยวๆมาจากเรื่องอะไรเนี่ยมีด้วยหรอ เอาเป็นว่าฉันจะไม่ลืมพระคุณนายในวันนี้เลย



     แสงแดดอ่อนๆสาดเข้ามาจนฉันรู้สึกอุ่นๆที่ใบหน้า ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้เล็กๆกับยัยปุยแป้งและยัยแพง สองมือฉันถือถุงพลาสติกที่ใส่ขนมหวานของโปรดฉันไว้พลางมองไปรอบๆเพื่อหาใครบางคน ทั้งสนาม ทั้งตึกเรียน

                แกว่าเขาจะมามั้ย

ฉันถามเพื่อนทั้งสอง นี่ฉันรอเขามาได้จะ20นาทีละนะจนตอนนี้ใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว

                หรือบางทีเขาอาจจะมาสาย

แพงพูดโดยที่ไม่มองฉัน สายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือที่กดอะไรยุกยิกๆ

                แต่ที่รู้ๆขนมแกเห่ยสุดๆ

                มันอร่อยแล้วกัน!”

ฉันหันไปดุยัยแพง บังอาจมาว่าขนมของฉันว่าเห่ยได้ยังไงลองชิมหรือยังเถอะแล้วจะติดใจไปสิบชาติยี่สิบชาติ หุๆ

                เฮ้ย!เขามานั่นละเว้ย!”

ปุยแป้งดีดตัวลุกขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปที่ใครคนหนึ่งซึ่งเดินมากับกลุ่มเพื่อน ออร่าของเขาแผ่กระจายไปแบ่งปันให้เพื่อนรอบตัวเขาด้วย พวกนั้นหล่อมาก ไม่รู้ว่าพวกเพื่อนๆได้รับบารมีความหล่อของผู้ชายหน้านิ่งคนนั้นหรือว่าพวกเขาหล่ออยู่แล้วกันแน่ แต่ที่แน่ๆเรียกได้ว่าหล่อกันทั้งแก๊ง ฉันฉุดแขนยัยปุยแป้งให้นั่งลงโดยด่วน ยัยบ้า!!นอกจากจะส่งเสียงดังแล้วจะชี้นิ้วทำไม ดีนะไม่มีใครเห็นไม่งั้นคงเข้าใจผิดทั้งโรงเรียนแน่ ฉันจ้องไปที่เขา ออสตินหันมาสบตาเข้ากับฉันพอดี ฉันยังคงจ้องเขาอยู่อย่างละพยายามแผ่รังสีแห่งพลังจิตเพื่อบอกว่า มานี่มา มาหาฉันเร็วๆ ฉันมีอะไรจะให้นะจ๊ะสุดหล่อออ ก็แหม ใครจะกล้าเรียกหรือกล้าเดินเอาไปให้ล่ะเพื่อนอยู่ตั้งเยอะแยะ ฉันจ้องเขาและเขาก็มองมาที่ฉัน ฉันขยิบตาส่งซิกนิดหน่อย เขาก็มองหน้าฉันแบบนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ทันใดนั้นเอง...เขาก็หันหน้าไป โว้ยยยยยย ก็บอกว่ามานี่ไงเล่ามีอะไรจะให้!!! (บอกในใจใครจะไปได้ยินฟะ-_-) เออก็ได้! เดี๋ยวฉันเดินไปให้เองก็ได้ก่อนที่ขนมนี่จะหายร้อนละบูดซะก่อน

                “…”

ออสตินหยุดมองฉันที่กำลังเดินดุ่มๆตรงไปหาเขา เพื่อนๆอีกสามคนของเขาก็หยุดละหันมามองฉันเหมือนกัน

                อ่ะให้ แม่ฝากมา

ฉันยื่นถุงในมือให้ชายร่างสูงตรงหน้า เขารับมันมาด้วยสีหน้างงๆนิดหน่อยมั้ง อืม วันนี้เขาใส่ยีนส์มาเรียน เท่ไปอีกแบบดีเหมือนกันแฮะ หรือว่าเมื่อวานเป้าเขาจะแตกจริงๆฮ่าๆอยากดูจัง เอ้ยไม่ใช่!

                บัวลอยไข่หวาน?

                ใช่ อร่อยนะแม่ฉันทำเอง แม่ฝากมาขอบคุณน่ะฉันก็ขอบคุณด้วย

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ได้ยิ้มแต่น้อย ฉันทำไม่เป็นน่ะแบบประมาณว่ายิ้มแย้มแจ่มใส อ่ะนายฉันมีขนมมาฝาก>_< อะไรแบบนี้ ยิ่งประหม่าด้วยฉันยิ่งนิ่งไปใหญ่ เพื่อนๆของเขามองหน้ากันยิ้มๆแซวๆ

                อ่อ ขอบคุณนะ

เขารับไปแล้วชูถุงหมุนดูไปมา

                ว้าว~อะไรเนี่ย ไอ้ตินโดนสาวบอกรักด้วยบัวลอยไข่หวาน

แม็กเวล หนุ่มหน้าคมลูกครึ่งผมสีน้ำตาลอ่อนพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

                ไม่ใช่ แม่ฝากมา ฉันแก้ตัว

                “ปกติเห็นแต่ช็อกโกแลต เค้ก คุกกี้แบ๊วๆละก็บอกว่าเพื่อนฝากมาค่ะ

เซนต์ หนุ่มตี๋หล่อใสพูดขึ้น ผิวของเขาขาวเหลืองร่างบางสูงโปร่ง เครื่องหน้าแบบตี๋แต่คมเอ่อ..ยังกับพวกเน็ตไอดอลจีนหลุดออกมาจากเน็ต

                ไม่ใช่ ฉันแก้ตัวอีกครั้ง

                “’ง้อวววว น่ารักว่ะบัวลอย พลุหนุ่มหล่อสไตล์ไทยคมเข้มแซวขึ้นอีกคน โอ้ยยยฉันจะบ้าทำไมพวกผู้ชายชอบปากแบบนี้ขี้แซวไปเรื่อย

                ง้อววว

                น่อววว

                ฮิ้วววว

                กรู๊วววว

มีกรู๊ววววด้วยT^T เออเอาเถอะช่างมันฉันอยู่ไม่ได้แล้วรีบหนีดีกว่า

                ถึงว่าเมื่อกี้จ้องฉันแทบจะกลืนกิน แถมยังส่งสายตาอะไรก็ไม่รู้น่าขนลุก ออสตินพูดขึ้นด้วยใบหน้านิ่งๆแต่เหมือนว่าเขาจะกระตุกยิ้มนิดหน่อย

                โอ้ยย ไม่ใช่

ฉันหันหลังวิ่งกลับหน้าตาเฉย ให้ตายสิพวกปากปีจอฉันไม่ได้ส่งสายตาน่าขนลุกนะเฟ้ย มันออกจะเป็นสายตาที่เย้ายวนเซ็กซี่! นี่ถ้าฉันไม่เห็นว่านายมีบุญคุณนะฉันจะเรียกยัยแพงมาด่าแล้วก็เรียกยัยปุยแป้งมาตั้นหน้ากวนๆนี่ทั้งแก๊งเลย

 

17:11 น.

กรุ๊งกริ๊ง~’

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นฉันจึงเงยหน้าที่ฟุบกับเคาเตอร์ขึ้น กำลังฟุบดูยูทูปเพลินๆมีลูกค้ามาหรอ ลูกค้าที่เข้ามาใหม่หันมาสบตากับฉัน

                อ้าว! ออสติน

                อ้าว บัวลอย

ออสตินมีสีหน้าตกใจนิดหน่อยแต่เหมือนกับไม่แปลกใจ แล้วเมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ..เรียกซะยังกับควาย-..-

                ฉันชื่อมิริน

                อ้อมิรินสวัสดี

เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินผ่านฉันหายเข้าไปในล็อคหนังสือ นี่ไม่คิดจะถามสักหน่อยหรอแบบว่า อ้าวเธอทำงานอยู่ที่นี่หรอหรืออะไรสักอย่างประมาณนี้ แต่ว่านะร้อยวันพันปีที่ฉันเฝ้าร้านนี่ก็เพิ่งเห็นเขาเข้ามาที่นี่แหละ=_=  ฉันเห็นเขาหยุดอยู่ที่ชั้นมังงะแนวแอ็คชั่น

                นายชอบการ์ตูนแนวนี้หรอ

                ใช่

เขาตอบ อืมม มันก็สำควรจะชอบแหละก็เขาเป็นผู้ชายนี่ แต่รู้มั้ยที่ฉันถามแบบนั้นคือไม่รู้จะพูดอะไรไงเล่า!นายช่วยตอบอะไรมายาวๆกว่านี้ได้มั้ย นานๆทีฉันจะเจอคนรู้จักเข้ามาในร้านให้หายเหงา

                ร้านนี้เงียบมากเลยนานๆทีจะมีคนเข้า ก็อย่างว่าแหละเดี๋ยวนี้มีอ่านแบบออนไลน์ละ ร้านเช่าหนังสือถึงอยู่ไม่ค่อยได้

ฉันเริ่มพูดก่อน ก็ไม่รู้ว่าพูดทำไมแต่ฉันอยากจะพูด นั่งเฝ้าร้านน้ำลายบูดมาตั้งนานเบื่อ ซึ่งเขาก็ยังคงใช้นิ้วไล่อ่านชื่อหนังสือที่สันเพื่อเลือกหนังสือและไม่ตอบอะไร

                ร้านฉันก็ใกล้จะปิดแล้วมั้ง แต่เจ้าของเขารักหนังสือไงแล้วก็รวยมากเปิดร้านไปวันๆแบบไม่มีลูกค้าเขาก็อยู่ได้

                ดีนะทำงานร้านเช่าหนังสือ คงจะได้อ่านหนังสือทุกวัน

ในที่สุดเขาก็ตอบฉันยาวๆแล้วดีใจที่สุดทีแรกแอบกลัวว่าเขาจะรำคาญซะอีก

                ก็ดีนะสบายดี ทำไปเล่นๆได้ค่าขนม

ฉันตอบ เขาเดินเข้ามาวางหนังสือที่เลือกได้ไว้ที่เคาท์เตอร์หน้าฉันแล้วฉันจึงเอาที่สแกนสแกนบาร์โค้ดที่หนังสือ

                โอ้! เรื่องนี้ฉันอ่านแล้วล่ะ

                ห้ามสปอยนะ เขาตอบยิ้มๆ

                ไม่สปอยหรอก นายไม่เช่าไปหลายๆเล่มอ่ะเล่มละแค่7บาทเอง

เรียกลูกค้าทำยอดขาสักหน่อยฉัน

                ไม่อ่ะฉันอยากยืมทีละเล่ม

เอิ่ม คนบ้าอะไรยืมทีละเล่มไม่มีเงินยืมหรือว่าอยากมาที่นี่บ่อยๆ ฮั่นแน่~ ฉันอยากจะแซวเขาอย่างนั้นแต่ฉันแซวผู้ชายไม่เป็นไง!

                นี่บัตรสะสมแต้มนะ ถ้านายเช่าครบสิบเล่มจะแถมได้เล่มนึงเอามั้ย

ฉันปั้มบัตรสะสมแต้มแล้วยื่นไปให้ออสติน เขารีบมันไว้

                เอาสิ ต่อไปนี้ฉันคงจะต้องมาเช่าหนังสือที่นี่บ่อยๆ ออสตินกระตุกยิ้มมุมปากแล้วยัดบัตรนั่นใส่กระเป๋าเสื้อ หืมมม ว่ายังไงนะนายจะมาเป็นลูกค้าประจำที่นี่หรอ ฉันขอลาออกแปบ

                สะสมแต้มไว้เยอะๆจะได้เช่าหนังสือฟรี เขาเก็บหนังสือลงกระเป๋าเป้แล้วสะพายมันไว้ที่ไหล่ขวา จากนั้นจึงผลักประตูออกไป อ่อที่แท้ก็จะมาสะสมแต้มนี่เองเรียกเพื่อนมาเช่ากันเยอะๆก็ได้นะฉันอยากได้ค่าคอมมิชชั่น อิอิ แล้วจู่ๆเขาก็ชะงักละเอนตัวผ่านประตูเข้ามา เอ่อ ลืมอะไรหรอ

                ถ้าวันนี้ฉันซ้อมดึก บางทีเราอาจกลับด้วยกัน

                ฮึ ตาฉันโตขึ้นมาทันใด อะไรนะๆๆ

                ฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นข่าวหน้าหนึ่งคดีข่มขืน บาย เขาพูดแบบเป็นห่วง(หรือสาปแช่ง)ฉันแล้วเดินไปเลย เดี๋ยวนะๆ คือว่าจะมารับฉันหรอหรือกลับเป็นเพื่อนหรืออะไรยังไง โอ้ยยพ่อ วันนี้ทำโอทีเถอะนะ หนูอยากกลับบ้านกับหนุ่มฮอต อ๊ายยยย

 

 

 

 

 

0 ความคิดเห็น