กระจกวิเศษ

ตอนที่ 5 : ตอนที่5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.พ. 60

ยัยบ้านี่มาอยู่หน้ารถเธอได้อย่างไร ขับมาอยู่ดีๆ นางก็โผล่พรวดออกมา โชคดีที่เธอไม่ได้เหยียบคันเร่ง ไม่เช่นนั้นเละแน่ๆ แล้วหล่อนต้องการอะไรทำไมวิ่งตัดหน้ารถ ดูสิรถฉันเกือบเป็นรอยแล้วรู้มั้ย อร๊าย ขอลงไปดูหน้าหน่อยเถอะ

“คุณ .... เป็นอะไรมั้ย” ไม่อยากถามเลยสักกะนิด วิ่งก็วิ่งตัดหน้ารถ สะพานลอยห่างไปไม่กี่เมตร เมารึเปล่าเนี่ย แจ้งตำรวจจับเลยดีมั้ย ยิ่งหงุดหงิดจากยัยบ้าคนก่อนเมื่อไม่นานมานี่เอง ยังต้องมาเจอบ้าตัวจริงก็คราวนี้

“มะ มะ ไม่ .... แง ....”

ความตกใจทั้งหมดทั้งมวล รวมกับสิ่งที่เธอได้ยินมันคืออะไร ดารินนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางถนน ไม่รับรู้อะไรอีก

เวลานี้มันหยุดนิ่งไปเสียแล้ว ทุกอย่างขาดการเชื่อมต่อ หมดสิ้นหนทางไปต่อสำหรับดาริน ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ม่ายยยย.... ยิ่งร้องคนก็ยิ่งมอง

เธอเหมือนคนบ้าขนาดนั้นเลยรึ ไอ่กระจกงี่เง่านั่นเล่นตลกอะไรกัน นอกจากจะเอาร่างกายไร้ซึ่งความงามมาให้ ยังเอาเงินทองของเธอไปหมดอีก ให้เธอกลับไปสภาพนี้ ใครที่ไหนเล่าจะเชื่อว่าเงินนับล้านที่นอนอยู่ในบัญชี เจ้าของคือเธอ

“ไม่เป็นไรนะ แผลนิดเดียวเอง มาๆ ฉันไปส่ง” ลุกขึ้นเร็วๆ สิ คนมองกันเยอะแล้ว ฉันไม่อยากเป็นข่าวเพราะเธอวิ่งตัดหน้ารถหรอกนะ ยัยคนไม่สมประกอบ....อร๊าย มือฉันจะติดเชื้อมั้ยเนี่ย ไม่อยากจับเลย หล่อนได้อาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วเสื้อผ้านั่นจะสกปรกไปไหน

“....” ศัตรูหัวใจของเธอกำลังฉุดเธอให้ลุกขึ้น เพราะกลัวว่าคนที่มองอยู่จะเห็นว่าเป็นความผิดของหล่อนอย่างนั้นเหรอ ร้ายนักนะนังนี่ ดูสิขนาดจับแขนเธออยู่ยังนึกรังเกียจ เอ๊ะ! ว่าแต่เธอรู้ความคิดนางได้อย่างไร

ถ้าตอนนี้เธอเป็นเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หล่อนคงเอารถไล่บี้ไปนานแล้วล่ะ ไม่มีทางที่จะช่วยแบบกึ่งรังเกียจเช่นนี้ ไหนๆ เรื่องก็เลยตามเลยมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ตามน้ำเลยละกัน อย่างที่ไอ่กระจกเน่าได้บอกไว้ เธอจะได้ทุกอย่างคืนในสามเดือนนี้นี่นา ลองเป็นแบบนี้ดูก็ไม่น่าเสียหายอะไร

 

“โอ้ยยย .... แงๆ ๆ ๆ” ดารินร้องไห้เสียงดังขึ้น พร้อมกับอาการเสียศูนย์จากการช่วยกึ่งฉุดกระชากของศัตรูหัวใจ เรียกร้องกลุ่มคนพวกนั้นให้มุงดูเพิ่มขึ้น เสียงกระซิบเหล่านั้นเธอได้ยินชัดเลยล่ะ เรียกตำรวจดีมั้ย นั่นมันคนในรูปนี่ เจ้าของห้างขับรถชนคนเหรอ ผีบ้านั่นเป็นใครน่าสงสารจัง ทำไมโดนกระชากอย่างนั้นล่ะ

“อุ้ย ขอโทษๆ รีบขึ้นรถเถอะ เห็นมั้ยรถติดแล้วนะ” คนฉุดกระชากเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนโยนแบบตอแหลได้เก่งยิ่งนัก หากแต่สิ่งที่เธอรู้สึกได้คือความกลัวของนาง คนหมู่มากกำลังติดสินว่านางผิด รวมถึงภาพลักษณ์ของห้างเปิดใหม่ซึ่งมีใบหน้านางขึ้นเต็มป้ายโฆษณา ช่างน่าสมน้ำหน้าจริงๆ ดารินแกล้งเซ เหมือนคนกำลังจะล้ม ทำให้คุณหนูลูกผู้ดีที่เกรงกลัวต่อความผิด รีบถลาเข้ามารับด้วยอาการเหมือนติดเชื้อโรครุนแรงกำลังจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สภาพเธอในตอนนี้ไม่แม้แต่ตัวเองที่รับไม่ได้แล้ว ยังมียัยนี่อีกคนที่เกลียดจนแทบกรี๊ด ดูปากที่กัดจนสั่นนั่นก็รู้ ความไม่เต็มใจมันแสดงออกมาได้เสมอแหละ คิดแล้วก็อยากหัวเราะให้ฟันหลุด

“ไม่เป็นอะไรมากนะ ให้ฉันไปส่งไหน” ไฮโซคนดีพยามถามเมื่อเธอเข้ามานั่งในตัวรถได้เรียบร้อย หล่อนย่นจมูกเล็กน้อย รีบเร่งเครื่องปรับอากาศให้เย็นยะเยือก กลัวว่าเชื้อโรคความจนจะลุกลามถึงกันได้ แหม่ ถ้ามันลุกลามได้เธอคงไม่รีรอเอาแปะหล่อนเป็นคนแรกเลยล่ะ

ดารินนึกสนุก รู้ว่าสิ่งที่ได้กลับมามันก็คุ้ม และมันจะคุ้มยิ่งกว่าถ้าตัวเธอเป็นตัวเธอ ไม่ใช่นางโทรมทรุดที่ไหนก็ไม่รู้ เธอสามารถรับรู้สิ่งที่คนอื่นรู้สึก ได้อย่างนั้นหรือ ใช่! มันใช่แน่นอน เพราะคนมุงพวกนั้นไม่ได้อ้าปากพูดเลย กระทั่งนางที่นั่งใกล้ๆ นี่ ก็รังเกียจเธอจนรับรู้ได้เต็มๆ

“ว่ายังไงคะ ให้ฉันไปส่งที่ไหน หรือเธออยากไปโรงพยาบาลก่อนมั้ย” ไพเราะจับใจกับเสียงหวานๆ ทำเป็นเอาใจคนเจ็บ ที่แท้ก็อยากปัดภาระให้พ้นๆ หล่อนต้องการเอาเธอไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง พร้อมยัดเงินจำนวนมากพอให้ยอมหุบปากไม่พูดถึงเรื่องในวันนี้อีก

“....เอ่อ....” นั่นสิ ไปไหนล่ะ ในสภาพนี้ ไม่มีอะไรติดตัวเลย มีแต่กระจกเน่าๆ  ไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ พลังวิเศษ หรืออะไรก็ช่าง มันเงียบไม่ยอมตอบอะไรเลยสักอย่าง น่าปาทิ้งยิ่งนัก ที่อยู่ที่เดียวที่เธอจำได้ขึ้นใจตอนนี้ก็คือบ้าน คุณพ่อ คุณแม่ พวกท่านจะรักเธออยู่หรือไม่หากเดินกลับบ้านพร้อมกับแบกหน้าตาเยี่ยงนี้กลับไปด้วย เธอจะทำอย่างไรดี

“คะ ฉันรออยู่นะ” หล่อนขับรถเฉื่อยๆ วนไปวนมาเพื่อให้เธอตอบคำถาม เหล่สายตามองเลือดที่หัวเข่า ดูว่ามันจะกระเด็นมาโดนชุดเปื้อนกาแฟ ของหล่อนมั้ย

“ฉัน.... แง....” เธอเริ่มร้องไห้ด้วยความกังวล หาใช่อาการแสแสร้งแกล้งทำดังเช่นเมื่อกี้ ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ความสนุกหมดสิ้นลงเร็วเหลือเกิน ไม่คุ้มเลยที่ได้แกล้งแม่นี่เพียงเสี้ยววินาที แล้วเวลาทีเหลืออีกสามเดือนนั่นเล่าเธอจะไปอยู่ ณ แห่งใด

“มีอะไร ว่ามาสิ” หล่อนรำคาญ และหงุดหงิดจึงจอดรถลงข้างทาง หันหน้ามาคุยกับเธออย่างจริงจัง หลงลืมความน่ารังเกียจไปสักพัก

“ฉะ ฉัน ถูกปล้น .... แง ....” เป็นคำแรกที่คิดได้ ไอ่กระจกนั่นปล้นเอาทุกสิ่งไปในพริบตา ด้วยเล่ห์เหลี่ยมแสนง่ายซึ่งเธอหลงกล

 “ที่ไหน” เสียงดูหวาดกลัว ใช่แล้วนางกลัวว่าในห้างที่พึ่งเปิด แล้วมันจะลุกลามไปเป็นข่าวใหญ่โต รวมถึงเรื่องอุบัติเหตุนั่นด้วย

“ในห้าง ....” เธอตอบแบบหลอกลวงกลับไปบ้าง นึกขอบคุณสำเนียงคนนอกกรุงที่กระจกแถมมากับร่างใหม่ เพราะมันดูบอกถึงความจริงใจสุดๆ หล่อนเชื่อเธอเอามากๆ เริ่มมีความสงสารเจือปนเข้ามานิดๆ แต่ไม่มากมายเท่ากับอยากขับไล่

“งั้นบ้านเธอล่ะ ญาติพี่น้อง ใครก็ได้” ว้าย ว่าแล้วร้อนรนขึ้นทันที อยากถีบเธอส่งให้พ้นๆ ล่ะสิ

“ฉัน มาหาญาติ ที่อยู่ก็หายไปหมดเลย ติดต่อไม่ได้ กลับไปที่บ้านเดิมก็ไม่ได้แล้ว บ้านถูกยึดไปแล้ว....” แล้วก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญเอาเป็นเอาตาย บ้านเธอเหมือนถูกยึด แม้จะไม่ได้ถูกยึดจริงๆ ก็เถอะ มันก็ไม่ได้ต่างจากนั้นนั่นล่ะ

“....” หล่อนกำลังลังเล ว่าจะเอายังไงกับเธอดีอย่างนั้นหรือ จะให้เธอเป็นคนงานที่บ้าน ก็ไม่ต่างจากรับคนไม่มีหัวนอนปลายตีนเข้ามาอยู่ในบ้าน จะเอาไปปล่อยที่ไหนก็ลำบาก เกิดเธอคิดไปแจ้งความขึ้นมา ห้างกับอุบัติเหตุมันจะจุดชนวนถึงกันในทันที ครั้นจะเอาเงินยัด ก็ไม่รู้ว่าเธอจะยอมไปแต่โดยดีรึเปล่า

“ฉันไปอยู่กับคุณได้มั้ย นายจ้างเก่าคุณปราโมทให้ฉันออก เพราะบ้านกำลังถูกยึด คนที่ชื่อดาริน....เป็นคนเอามันไป คุณปราโมทให้เงินก้อนสุดท้ายกับฉันไว้ แต่ถูกขโมยไปแล้ว....แงงงงงง” เธอเล่าความเท็จให้เกิดความประติดประต่อ โดยอ้างถึงนายปราโมท นักธุรกิจดาวรุ่งที่มีปัญหาขัดแย้งกับกิจการของดาริน เธอจึงสั่งคนเก็บกวาดโดยทิ้งหนี้สินให้เขานับร้อยล้าน เป็นที่รู้กันวงในว่าเธอร้ายกาจแค่ไหน หวังว่ายัยนี่จะรู้ประวัติเธอมาบ้าง จะได้หลอกได้แนบสนิทหน่อย

“ได้สิ บ้านฉันกำลังขาดคนงานพอดีเลย” หล่อนตกลงแบบไม่ลังเล บวกกับน้ำเสียงบ่งบอกว่าเกลียดดารินมากเพียงใด ไม่รู้ว่าเธอเคยไปเหยียบหางหล่อนมาก่อนหรือไม่ เคยขัดแย้งผลประโยชน์ เคยขวางทางการค้า มากมายหลายอย่าง มันไม่ใช่ที่เธอสนสักเท่าไหร่หรอก ที่รู้ๆ นังคุณหนูนี่แย่งคนรักของเธอไป แล้วเธอก็ทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้เสียด้วยสิ

“ทำงานบ้านได้ใช่มั้ย” หล่อนถามขึ้นเมื่อขับรถต่อมาได้สักระยะ ผ่านทางบ้านเธอด้วย ดารินไม่อยากแม้แต่คิดหันไปมอง รั้วขอบทองตัดกับประตูเงินบานใหญ่ มันเป็นความสุขสบายที่เธอต้องทำใจให้ได้ ต้องทำได้

“ดะ ได้ค่ะ” เธอตอบ ไม่เอาน่า เธอต้องทำได้สิ เพราะจำได้ว่ามีครั้งสองครั้งเคยเปิดอินเตอร์เน็ตค้นดูวิธีการล้างจาน ซักผ้า และเมนูอาหารหน่อยหนึ่ง จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ต้องตอบเอาตัวรอดไปก่อน ขอพึ่งยัยนี่จนกว่าจะครบสามเดือน ไม่แน่อาจเจออดีตคนรัก จะได้รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่....เจ้ากระจกคงต้องการให้เธอรู้แบบนี้แน่ๆ เลย แล้วทำไมมันไม่บอกมาซะก็หมดเรื่องล่ะ ดันมาส่งให้เธอรับรู้ความรู้สึกคนอื่นได้ แต่กลับเอาสภาพไม่พร้อมทำอะไรสักอย่างมาให้เธอ เงิน อำนาจ มันหลุดมือไปเฉียบพลัน จะให้เธอค้นเอาเองสิ ได้เลย! อย่าลืมสัญญาสามเดือนด้วยละกัน ไอ่กระจกเน่า!

“ทำสวนล่ะ” เอิ่ม ยัยนี่คิดว่าเธอทำเป็นอย่างงั้นเหร้อออ ถามมาแต่ละอย่าง ไกลจากความคิดหล่อนยิ่งนัก ฉันทำไม่เป็นเลยย่ะ

“ได้บ้างค่ะ” ใครมันจะตอบไม่ได้ล่ะจ๊ะ หล่อนก็ไม่ให้ฉันอยู่พอดีสิคะ แล้วทีนี้สิ่งที่ฉันลงทุนกับเจ้ากระจกก็ไม่คุ้มเลย

 

เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงไปอีก รอบข้างทางตกแต่งด้วยพุ่มไม้สวยงาม ถนนดูร่มเย็นเป็นที่สุด ทางเข้าบ้านยัยนี่หรูหราจริง หล่อนช่างเลือกคนมาตกแต่งได้สวย น่าอิจฉาชะมัด นี่ถ้าได้กลับเข้าร่างเดิมเธอจะจ้างคนมากว้านซื้อที่รอบๆ เอาไปทำเป็นเตาเผาขยะ รมควันให้บ้านยัยนี่อยู่ไม่ได้เลย โฮะๆ สะใจจังเลย ทำได้แค่คิดไปก่อนล่ะนะ คอยดูฉันแล้วกันแม่นีรนุชนักฉก

รถจอดตรงทางเข้าไม่นานนักก็มีคนวิ่งมาถอยรถเลี้ยวเข้าข้างหลังบ้านไป สงสัยเอาไปไว้ที่จอด ส่วนเธอก็เดินตามคุณหนูของบ้านต้อยๆ เพราะไม่กล้าวิ่งพล่าน อาละวาด ไปทั่ว

“ป้าสายคะ นี่คนมาทำงานใหม่ ฝากป้าช่วยสอน ช่วยดูด้วยนะคะ หนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อน” เธอสั่งกับคนที่เดินเข้ามาต้อนรับ ด้วยกริยาที่ดูเคารพ

“คุณหนู ทำไมเสื้อเลอะแบบนั้นล่ะคะ” เฮ้ย เป็นแม่บ้านไม่มีสิทธิ์ถามนี่ จะอยากรู้เรื่องของเจ้านายไปทำไม ถ้าเป็นบ้านเธอป่านนี้เด้งออกจากตำแหน่งไปนานละ

“ยัยดารินมันสาดกาแฟใส่นุช....” แล้วสีหน้านางก็เปลี่ยนเป็นโมโหจนน้ำตาความแค้นเริ่มรื้นขึ้นมา

“ไม่เป็นไรๆ ล้างออกได้ เดี๋ยวป้าซักให้ใหม่ ไม่ต้องเสียใจ” เธอกัดฟันยืนดู ป้านั่นโอ๋ยัยหนูนี่เหลือเกิน กาแฟแค่นี้มันยังน้อยไปย่ะหล่อน

“ค่ะ” อ้าวๆ นั่นแม่บ้านนะ ไปกอดทำไม สกปรก เปื้อนฝุ่น เปื้อนอาหารหลังครัวมาก็ไม่รู้ คุณหนูนี่ก็โรคจิต เคารพแม่บ้าน

ไม่นานนักคุณหนูของบ้านก็เดินขึ้นบันไดวนสีสองสะท้อนแสงไปยังหอคอยสูงริบตา โดยทิ้งให้ผู้รับใช้คนใหม่ยืนเก้ๆ กังๆ มองไปมาระหว่างแม่บ้านกับสิ่งอื่นๆ ที่สะท้อนแสงได้

“เธอเป็นใครมาจากไหน” เป็นสิ่งแรกที่ป้าหน้าโหดนั่นถามเธอ

“ฉัน....” เธอเปิดกระเป๋าเงินโทรมๆ หยิบบัตรประชาชนขึ้นมา เจ้ากระจกคงจะปลอมแปลงมาให้เธอเรียบร้อย

นางสาวลำไย.... อร๊าย อย่าให้ฉันได้คืนร่างนะยะ ไอ่กระจก สิ่งแรกที่จะทำคือทุบมันให้แตก สภาพแบบนี้ทั้งตัวยังเอา ชื่อที่สุดแสนจะเข้ากันได้ดีมาให้อีก

แล้วป้านั่นก็ซักประวัติต่างๆ ละเอียดเว่อร์ เธอแทบคิดเรื่องโกหกไม่ทัน แต่ดีนะที่กระจกเน่าไม่เอาสมองอันชาญฉลาดของเธอไปด้วย ดารินจึงสามารถตอบคำถามของนางแม่บ้านได้อย่างลื่นไหล โดยที่หล่อนหลงเชื่อเธอไปแล้วกว่าครึ่ง

“ดารินนั่นร้ายกาจมากเลย” ป้านั่นเริ่มโมโห และสงสารเธอที่ต้องระเหเร่ร่อนไม่ต่างจากเจ้านายคนก่อน เพียงเพราะไปขัดผลประโยชน์ของผู้หญิงที่ชื่อดาริน

โอ้! การด่าตัวเองต่อหน้าตัวเองมันก็เลวร้ายพออยู่ละ ซ้ำยังต้องมาฟังคนอื่นด่าตัวเองต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถแสดงอาการออกไปได้มันช่างยุกยิกในจิตเสียเหลือเกิน

ไม่ต้องมาสงสารฉันเพราะฉันแต่งเรื่องขึ้นมาหรอกยัยป้า แล้วหยุดว่าฉันได้ละ เธอพยามคิด เผื่อว่ากระจกอาจให้พลังเปลี่ยนความรู้สึกคนมาบ้าง แต่ไม่เป็นผล เพราะป้าแม่บ้านยังคงด่าท้าวความยาวสาวความยืดไปอีกหลายประโยค ล้วนแล้วแต่เรื่องไม่ดีของเธอทั้งนั้น ใส่ไข่เข้าไปอีกหลายฟองด้วย เธอก็ได้แต่ถอนหายใจรับฟังด้วยท่าทีเงียบๆ

“มีที่พักให้ด้วยนะ ตรงทางเดินไปหลังบ้าน” เป็นประโยคที่เธอรู้สึกดีใจเล็กน้อย ที่พักอย่างนั้นเหรอ อยากพักเต็มแก่แล้วสิ

“ทางไหนเหรอคะ” ดารินรีบถาม

“ตามมาสิ”

ป้าผู้รู้ทุกทางเข้าออกของบ้านเดินนำหน้าเธอไปยังทางแยกของห้องที่อยู่หลังสุด ผ่านพ้นสวนหย่อมเล็กๆ อ้อมไปพอประมาณ ก็เห็นห้องหลายห้องเรียงต่อๆ กันอยู่ มันดูไม่ต่างจากที่พักคนใช้บ้านเธอนัก ที่นี่แค่แคบไปหน่อย เฮ้อ! ฉันคงต้องอยู่ไปก่อน

“ลำไย ห้องนี้ว่างอยู่ พักผ่อนไปก่อนละกันนะ โชคดีที่เธอมาเจอคุณหนูนุชเข้า ทำใจให้สบายๆ วันนี้พักไปก่อน พรุ่งนี้ป้าจะสอนงานต่างๆ ให้ ตีห้าครึ่ง มารวมตัวกันตรงห้องนี้ จะมีงานแจกจ่ายให้แต่ละคน ถ้าวันไหนไม่มีก็ให้ทำหน้าที่เดิมที่ได้รับมอบหมาย” ป้าพูดเหมือนกับสั่งงานเธอ ล่วงหน้า เธอก็แค่ตอบรับ ค่ะๆ ไปตามมารยาท

“เอ่อ .... ป้าสายคะ” ดารินเริ่มหิวขึ้นมาเสียแล้วสิ

“หิวใช่มั้ยล่ะ ทางนั้นนะห้องอาหารของคนทำงาน” ป้าชี้มือไปยังห้องขนาดไม่ใหญ่มาก ในนั้นคงมีอาหารเตรียมไว้ หวังว่าเธอคงกลืนมันเข้าไปได้ก็แล้วกัน ถ้ารู้ว่าจะหิวโหยขนาดนี้ มื้อเช้ากินมาให้เยอะๆก็ดีหรอก

“เดี๋ยวป้า ให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้ กับกุญแจห้องนะลำไย” ป้านี่คงรู้ว่าเธอต้องการอะไรล่ะมั้ง เสื้อผ้า อาหาร ทุกอย่าง เธอยังไม่มี ก็ดีกว่าต้องไปลำบากที่อื่นล่ะว้า รอวันกลับคืนทีเดิมเป็นพอ ฉันจะนับวันรอเลยล่ะ

อย่างน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้คงมีอะไรให้เธอทำมากกว่าการเดินทางไปพักร้อนชิลๆ ในปารีสล่ะมั้งลำไย....เธอปลอบใจตัวเอง


........................
ลงไว้อีกที่นึงนะจ๊ะ
........................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น