Devil's advocate ดอกไม้ของจอมมาร (OC/TMR)

ตอนที่ 9 : Chapter8 : 'And you smiled because you knew'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    15 ก.ย. 62


Chapter8 : 'And you smiled because you knew'



สิบห้า.. สิบหก.. สิบเจ็ด..


หลังจากที่โดนทอมตวาดไปพีฟส์ก็หุบปากเงียบสนิท เปลี่ยนเป็นตั้งใจนับแทน ข้อมูลจะได้ไม่ผิดเพี้ยน


ตุบ!


ออสก้าที่เจอศัตรูของจริงเป็นครั้งแรกก็เสียท่าให้กงเล็บของเจ้าหมาป่าตัวยักษ์ มันกลิ้งกระเด็นล้มทับร่างบอบบางของไอลีนจนสำลักน้ำออกมาแล้วไอค่อกแค่กก่อนจะสลบไปอีกครั้ง 


"อืม.." พีฟส์ลูบคางมองสีหน้าที่ดีขึ้นมาเล็กน้อยของทอม เมื่อสำรวจผ้าพันแผลที่เสกออกมาก่อนหน้านี้แล้วพบว่าเลือดลำคอไอลีนหยุดไหลดวงตาคมกริบสีดำสนิทไม่เป็นมิตรก็เหลือบมาจ้องพีฟส์


“แก อุ้มเธอกลับไปที่ปราสาท” ผีร้ายถึงกับหวอ “ถ้าเด็กนี่ไม่ถึงห้องพยาบาลในสิบนาทีฉันจะให้แกลิ้มรสโซ่ของบารินเลือด”


“เฮ้ ๆ .. กดขี่กันมากไปละมั้ง” ทอมไม่ได้สนใจคำประท้วงของโพรโกไกส์ฤทธิ์เยอะลุกออกไปแล้วชักไม้กายสิทธิ์ ออสก้าร์ก็พยุงตัวเองขึ้นยืนส่งเสียงฟึดฟัดราวกับหงุดหงิดมากแล้วนะ 


ดวงตาสีเหลืองก่ำเลือดจ้องร่างที่นอนสลบ มันหายใจแรงจนอกกระเพื่อมสะท้อนขึ้นลง


“อินคาเซอรัส!” เชือกสีขาวงาช้างพุ่งออกจากปลายไม้ยิวส์สีเดียวกันพร้อมกับออสก้าร์ที่กระโจนตัวพุ่งไปหามนุษย์หมาป่าตัวยักษ์ ความสูงที่แตกต่างกับเกือบหกเท่าไม่ได้ทำให้มันหวาดกลัวแม้แต่น้อย งูที่ไร้พิษสงของทอมก็เลื้อยผ่านขาเขาลงไปที่พื้นน้ำแข็งเย็นเหยียบเตรียมจะเข้าไปรุมยำอมนุษย์ตัวยักษ์นั่นด้วย 


“นี่ฉันเป็นผีหรือภารโรง” พีฟส์พึมพำแต่ก็ยกร่างของไอลีนขึ้นมาด้วยสองแขน “หัวเธอฟาดพื้นก็โทษฉันไม่ได้นะ”


การกระทำของพีฟส์ใกล้เคียงกับคำว่าลากไอลีนไปตามธารน้ำแข็ง เขาจับสิ่งของได้ก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นของหนักอย่างเช่นมนุษย์ กราบเมอร์ลินเถอะที่ไอลีนตัวผอมแห้งขนาดนี้ ไม่งั้นพีฟส์คงยกไม่ไหว


ร่างโปร่งใสมองออสก้าร์กระโดดถีบตัวกับต้นไม้หลายต้นแล้วใช้ขาสั้นอวบถีบยอดอกมนุษย์หมาป่าที่ยืนตั้งท่ารับอย่างมั่นคงแต่กลับเป็นตัวมันที่กระเด็นใส่ทอม เด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินรับมันเอาไว้ทันก่อนจะโยนทิ้งอย่างไม่ปรานีแล้วโบกไม้กายสิทธิ์จากนั้นก็มีลูกไฟสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาเป็นรูปอสรพิษสูงราว ๆ สามเมตรสว่างวูบในคืนมืดมิด นั่นเป็นฉากสุดท้ายที่เขาได้เห็นกระทั่งต้นไม้แห้งเหี่ยวปิดบังร่างทั้งสี่ไปหมด







“ก็ตามนี้ละนะ แล้วฉันก็มาพบกับซลักฮอร์นที่กำลังเด็ดต้นอะไรสักอย่างที่หน้าตาเหมือนหัวเกือบขาดของนิค แถมรูปร่างก็ยัง —” 


“พอค่ะ” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลยกมือขึ้นห้ามผีประจำโรงเรียนให้หยุดพูดไร้สาระจากนั้นก็ลูบริมฝีปากที่เคลือบไปด้วยลิปสติกสีแดงอมน้ำตาลตุ่นของตัวเองอย่างครุ่นคิด 


“คุณเห็นแสงอะไรในป่านั่น”


“ใช่ แสงแวบ ๆ” น่าแปลก ตอนนั้นอาจารย์ทุกคนอยู่บนไม้กวาดหลังจากที่ดัมเบิ้ลดอร์บอกว่าหาเด็ก ๆ ไม่เจอที่ธารน้ำทุกคนจึงได้ลงไปแล้วเดินเท้าตามหา


“แน่ใจหรือคะว่าแถวนั้นไม่มียูนิคอร์น” แสงเงินยวงอาจมาจากสัตว์วิเศษในป่าต้องห้าม


“แน่นอน ฉันวิ่งไปดูมันด้วยสองตาฉันเลยมิเนอร์ว่า” ขณะยืนยันพีฟส์ก็ทำสองนิ้วชี้ที่ตาตัวเองไปด้วย ที่จริงเขาควรใช้คำว่าลอยสินะ


“ฉันคงต้องทำเรื่องร้องเรียนไปยังศาสตราจารย์ดิพพิตยกเลิกการส่งเด็กนักเรียนเข้าไปในป่าต้องห้ามเด็ดขาด ส่วนเขาก็คงย้อนกลับมาว่างั้นจะให้ทำอะไร ขัดโรงเลี้ยงนกฮูก? บ้าเอ้ย” มักกอนนากัลเดินไปที่ตู้หนังสือจากนั้นก็เริ่มบ่นกับตัวเอง


อะบราซัสถูกโรสดึงมือให้หลบออกไปอีกครั้งเพราะเธอได้ยินเสียงโซ่ของบารอนเลือดกำลังลอยมาทางประตู


“ออสก้าร์.. ฉันน่าจะสังเกตว่าเมื่อวานมันกินเยอะผิดปกติแถมยังเปิดประตูห้องน้ำเองได้ โชคดีที่ไม่บาดเจ็บกลับไปจะตีให้ก้นลาย” โรสกระชากเสียงหน้านิ่วคิ้วขมวด


“มันไปช่วยพวกเขาไว้ทันก็ดีแล้ว” คุณชายสลิธีรินไม่เห็นว่าออสก้าร์จะทำอะไรผิด เขามองคนที่โกรธจนหน้าแดงเหมือนพายุจะลงอย่างงงงวย


“นั่น..” โรสหันควับกลับมาพอเห็นว่ามีนักเรียนเดินกันอยู่พลุกพล่านทางลงบันไดไปชั้นหนึ่งก็เงียบเสียงลง “มนุษย์หมาป่านะ”


“แต่เพนกวินนั่นก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่” เขาล้วงกระเป๋าลืมเรื่องที่กำลังขัดใจเพราะดิพพิตไม่อยู่ไปซะหมด


“มันอันตราย ถ้านายมีลูก —” คิ้วสีอ่อนของมัลฟอยเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจนัก 


“มันไม่ใช่ลูกเธอสักหน่อยมัคมิล — ” 


“ออสก้าร์เป็นลูกฉัน!!” โรสหันกลับมาตวาดเสียงดังลั่นจนนักเรียนหลายสิบหันมามองทั้งสอง 


"..." อะบราซัสกระพริบตาปริบ ๆ มองร่างที่สะบัดหน้ากระทืบเท้าหนีไปในใจก็ครุ่นคิดว่าตัวเองพูดอะไรผิด


ซับซ้อนจริง..



ดอกไม้ของจอมมาร 



ไอรีนพยักหน้าขึ้นลงขณะอ่านฉลากขวดน้ำยาปลูกกระดูกของทอมแล้วพบว่ามันเป็นของตระกูลพอตเตอร์ เธอมองเด็กชายทอมวัยห้าขวบดื่มน้ำยาใส ๆ ในแก้วด้วยสีหน้าเฉยชาราวกับมันเป็นน้ำฟักทองทั้งที่ตอนนั้นแฮร์รี่พ่นมันออกมาตั้งแต่กระดกเข้าไปคำแรกด้วยซ้ำ รสชาติคงแย่พิลึก


“คืนนี้เจ็บหน่อยนะคุณริดเดิ้ล” ผู้บำบัดในชุดขาวหน้าตายคนเดิมพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงยานคางเหมือนนอนไม่พอจากนั้นก็เดินนำพยาบาล -- ไอลีนขอเรียกคำนี้แล้วกัน ออกไป


“รสชาติเป็นไง” เธอยื่นหน้าไปหาเขา ทอมเหลือบตามองขวดน้ำยาสีขาวที่แพคเกจจิ้งเป็นรูปหัวกะโหลกในมือเธอก่อนจะกรอกดวงตาไร้เดียงสาที่เคยคมกริบมองเพดานราวกับนึกคำว่าจะบรรยายมันให้เธอฟังยังไงดี


“คุณโคลไม่ให้พูดคำหยาบ”


“คุณโคลไม่อยู่ที่นี่”


“ห่วยแตก.. ผมจะไม่กินมันอีก"  เขาหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง "..แต่ไม่เท่าทูน่าสลัดค้างคืนเมื่อสามอาทิตย์ก่อน”


ชีวิตในบ้านเด็กกำพร้าของทอมคงไม่ได้สบายนัก ไอลีนเข้าใจ เข้าใจดีเลยละ ที่จริงเธอไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ไม่ต้องการแต่เพราะทั้งสองเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและเธอเองก็ไม่มีญาติที่พอจะรับเลี้ยงดูได้ถึงได้ถูกส่งไปบ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่ห้าขวบ กว่าจะปรับตัวได้ก็เกือบปี


“ผมรู้จักนะ” จู่ ๆ ทอมก็พูดขึ้น “ที่พวกคุณคุยกัน.. เวทมนตร์น่ะ”


“...” ทอมน่าจะวางใจกับเธอมากขึ้นแล้วเขาถึงได้พูดออกมาตามประสาเด็ก ส่วนไอลีนก็หายใจหายคอสะดวกมากขึ้นกับทอมเวอร์ชั่นห้าขวบที่ไม่มีรังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาตลอดเวลา


“ในนิทานที่ผมฟังคุณเอเมลเล่า” สีหน้าเขาดูเบื่อหน่ายเมื่อพูดถึงคุณเอเมล "นางฟ้า.. มีเวทมนตร์.. ไร้สาระ"


"ฉันก็เป็นเหมือนนาย.. ก็รู้นี่ นายเคยเจอกับเหตุการณ์อะไรที่อธิบายมันไม่ได้มาก่อน"


"..เมื่อสองวันก่อนผมทำบิลลี่หล่นบันไดทั้งที่เขายืนอยู่ขั้นสุดท้ายส่วนผมอยู่ขั้นบนสุด" สีหน้าเขาดูชั่วร้ายขึ้นมาวูบหนึ่งจากนั้นก็เหลือบตามองไอลีนอย่างเย็นชา "ผมนิสัยไม่ดีใช่ไหม"


"มะ -- เอ่อ.. จริง ๆ มันก็.." จู่ ๆ ไอลีนก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ถ้าตอบว่าไม่ก็จะเป็นการสปอยทอมไปอีกแต่ถ้าบอกว่าผิด คนตรงหน้าก็คงวิ่งหนีเธออีกแน่ 


"คนอื่นก็บอกแบบนั้น.. รู้ไหมผมจัดการพวกเขายังไง" ทอมเอียงคอและจ้องมองเธอไม่ละสายตา 


“..ยังไง”


"..."


"..."


"ผมทำให้ขนมเค้กที่นาน ๆ จะได้รับของพวกเขาหล่นพื้น" สีหน้าสะใจอย่างร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา


"..." ร่างเล็กกระพริบตาปริบ ๆ เงียบไปราว ๆ สิบวิจนเด็กน้อยเริ่มกระสับกระส่าย


"..กลัวผมรึยัง"


“...”


“...”


"...อุ๊บ ฮ่า ๆๆๆ!!!" ไอลีนระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น จอมมารกำลังขู่เธออย่างนั้นเหรอ “ฮ่า ๆๆๆ”


"..ขำอะไร" เขาขมวดคิ้วห้าบึ้งตึงแต่ไม่ได้น่ากลัวเหมือนครั้งก่อน ๆ ไอลีนกุมแผลที่เริ่มสมานที่คอกลัวมันจะปริออกมาถ้าหัวเราะมากเกินไป มุมปากสีซีดกระตุกยึก ๆ กลั้นขำอย่างเต็มความสามารถ


เอ็นดูจัง มือเล็กปิดปากที่สั่นกระตุกของตัวเอง เธอกระแอมในลำคอแล้วทำหน้าสลด "ฉันกลัวจนไม่น่าเชื่อเลยล่ะ.." 


ร่างสูงหันหน้านิ่วคิ้วขมวดหนีไป ทว่าผ่านไปไม่กี่วิไอลีนกลับเห็นริมฝีปากเขากระตุกยิ้มร้ายเหมือนเด็กเกเร 


นี่สุดยอดแรร์ของทอม..


ถ้าเขาทำหน้าแบบนี้ที่โรงเรียนรับรองได้เลยว่าจะต้องฮอตไม่แพ้เซดริก ดิกเกอรี่ ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงจากนั้นก็ค่อย ๆ หย่อนขาลงเธออยากเห็นหน้าทอมตอนไม่เก็กจริง ๆ "ทอม ขอฉันดูรอยยิ้มนายหน่อย"


ฉันยังไม่เคยเห็นนายยิ้มแบบอื่นนอกจากแบบโรคจิตเลยนะ


นั่นเป็นคำพูดในหัวของไอลีน แน่นอนว่าให้ทอมรู้ไม่ได้เด็ดขาด เธอสวมสลิปเปอร์คนป่วยที่ปักชื่อโรงพยาบาลกันหายแล้วลากเท้ากับร่างกายเบาหวิวไปหาเขา "ครั้งเดียวก็ยังดี นะ ๆ"


มือเล็กเกาะเตียงอีกฝ่ายแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าอ้อนวอนใส่คนที่กลับมาทำหน้าหงิกอีกครั้ง


"ไม่มีอะไรให้ต้องยิ้ม" เป็นเด็กที่ซื่อตรงกับความรู้สึกเหลือเกิน เขาเบือนหน้าหนีทันที


“แย่จัง”


แอ๊ด..


เมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้นทั้งสองก็หันกลับมามองพร้อมกัน ไอลีนคุ้นหน้าหนึ่งในนั้นดีแต่อีกคนที่เดินตามเข้ามาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก.. แบบตัวเป็น ๆ น่ะนะ


“ลูก —” ไอเม่มองเธออย่างเป็นห่วง


“ฉันส่งแกไปเรียน ทำไมถึงได้ทำตัวเหลวไหล!” ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ตะคอกตั้งแต่ประตูปิดสนิท เสียงทุ้มต่ำเขาทำไอลีนสะดุ้งหน้าตาตื่น


“...”


“ถ้าโรงเรียนไม่ส่งจดหมายมาฉันจะรู้ไหมว่าแกทำตัวเกเร ไอลีน แกเบรียล่า พรินซ์!!!” เธอสะดุ้งเป็นครั้งที่สองแล้วถอยหลังจนกระแทกกับเตียงของทอม 


เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อกลางตัวเองโดยพ่อผู้โกรธเกรี้ยว ใบหน้าเขาถมึงทึงเหมือนพร้อมเข้ามาแหกอกไอลีนเดี๋ยวนี้ถ้าเธออ้าปากเถียงหรือพูดไม่ถูกหูแม้แต่คำเดียว


“พ่อ” ทันทีที่แพทริคโผล่หน้าเข้ามาเขาก็ตรงเข้าไปหาบิลลี่ พรินซ์ทันที “เราตกลงกันแล้วจะไม่ดุน้อ —”


“หุบปาก!” ครั้งแรกเลยนะที่ทอมมองเธอด้วยสายตาสงสาร.. ปนสมเพชนิด ๆ “รู้แบบนี้ฉันหน้าจะส่งแกไปเรียนที่โบซ์บาตงจะได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง”


หน็อย..


“หนูไม่เป็นผู้เป็นคนตรงไหน” ร่างเล็กชักสีหน้าใส่เขาทันที


“ไอลีน!” ไอเม่มองลูกสาวอย่างตกใจ ในบ้านไม่เคยมีใครกล้าเถียงสามีเธอในเวลาที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ


“แก.. แกดูสารรูปแก!!”


สารรูป? ไอลีนก็แค่กลับมาซูบอีกครั้งน้ำหนักลงไปแค่ไม่กี่กิโลแล้วฮอกวอตส์ก็ไม่ให้แต่งหน้า ไม่ได้ผิดที่เธอซะหน่อย ชักอยากร้องไห้แล้วนะ


“.. หุ่นเธอเหมือนฉันค่ะบิลลี่ ส่วนหน้าเธอก็เหมือนคุณ” แม่ที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น ทันใดนั้นรองรัฐมนตรีก็สงบลงทันตา


เขากระแอมไอจากนั้นก็ตวัดตามองสองแฝดบ้านพรินซ์ที่ยืนยิ้มกรุ้มกริ่ม “ยิ้มอะไรของพวกแก!”


และเดินออกไปด้วยความฉุนเฉียว


“วัยทองน่ะจ้ะ” ไอเม่ยิ้มให้ทอมที่ต้องมาเห็นเหตุการณ์ไม่น่าดูชมของครอบครัวรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปของบิลลี่เอง "คงไม่ถือนะคุณริดเดิ้ล"


ร่างสูงบนเตียงส่ายหัว


“เขาเป็นห่วงเธอนะ แต่เหมือนจะเครียดกับพาหนะของพวกมักเกิ้ลที่แออัด รอบ ๆ นี้มีเต็มไปหมด เรียกว่ารถถังหรืออะไรนี่ละ” แพทริคยกตะกร้าที่น่าจะเต็มไปด้วยอาหารเยี่ยมไข้กลิ่นหอมฉุยขึ้นมา


สงคราม?


1943 อืม.. ไอลีนน่าจะตั้งใจเรียนประวัติศาสตร์ให้มากกว่านี้นะ รู้สึกจะอยู่ในสงครามโลกครั้งที่สองละมั้ง


“ใช่ พ่อเคลียร์งานอย่างหนัก” เพอร์ซี่พยักหน้าสมทบ ไอลีนเอี้ยวตัวไปมองก็พบว่ามีเงายืนอยู่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย เธอถอนหายใจเล็กน้อยกับคุณพ่อคนใหม่ผู้ขี้หงุดหงิด


“หนูกลัวพ่อแทบตาย..” แพทริคผู้ตาไวหันกลับไปมองตาม


“อ่า นั่นสิ ทำไมพ่อขี้โมโหแบบนี้” เขาเอ่ยสมทบ แปลกใจนิด ๆ ที่น้องสาวเกิดอยากอ้อนผู้เป็นพ่อขึ้นมา สองคนนี้ไม่ถูกกันเลยชนิดที่ว่าไอลีนขอแยกไปนั่งกินข้าวที่สุดปลายโต๊ะคนเดียวตั้งแต่สี่ขวบเพราะทนบิลลี่บ่นกระแนะกระแหนไม่ไหว


“อย่าไปสนใจตาแก่นั่นเลย ดีขึ้นรึยังจ้ะ.. เธอทั้งสองคน” ไอเม่เดินเข้าไปหาเธอยิ้มให้ทอมอย่างอ่อนโยนพลางลูบหัวลูกสาว


“ดีขึ้นแล้วค่ะ ผู้บำบัดบอกว่าหนูกลับไปเรียนไปพรุ่งนี้”


“ดีมากจ้ะ”


จู่ ๆ ทอมก็สอดมือเข้ามาแล้วบีบอย่างแรงทำให้เธอต้องหันกลับไปถลึงตาใส่เขาอย่างไม่เคยทำมาก่อน “เจ็บ!”


“ยังไม่หาย.. เจ็บแผลไม่ใช่เหรอ” คนหน้ามึนนี่เอาอะไรมาพูด


“นั่นสิ แค่สองวันจะไปหายได้ยังไง ฉันจะไปขอยาแก้ปวดจากผู้บำบัดให้ รอก่อนนะ” พี่ชายคนโตรีบหมุนกายเดินออกจากห้องไปทันที


“ดะ — เดี๋ยวแพทริค!” เธอร้องเรียก อีกฝ่ายที่โผล่พ้นประตูก็ไปเอี้ยวตัวกลับมา


“ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่กินยา” แล้วก็หายตัวไปทันที เพอร์ซี่ส่ายหัวกับความเผด็จการของฝาแฝดที่ได้รับมาจากผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้คงหายตัวไปสูบซิก้าร์ที่ไหนสักแห่งแล้วหันกลับมามองน้องสาวที่กำลังทำหน้าปูเลี่ยน


"ถ้าอยากกลับไปเรียนเราจะไปส่งเธอที่ฮอกส์มี้ด คงมีศาสตราจารย์สักคนรอรับเธออยู่ที่นั่น" เพอร์ซี่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงแล้วเริ่มหยิบแฟ้มอันเบ้อเริ่มออกมาจากกระเป๋าทำงานใบเดิมที่คงเสกคาถาเพิ่มพื้นที่หรืออะไรสักอย่างแล้วกางมันเพื่อทำงานอีกครั้ง เขาดูงานยุ่งมากต่างจากแพทริคที่ลอยไปลอยมา


"เตาผิงของร้านไม้กวาดสามอันน่าจะต้อนรับเรา" ไอเม่ยิ้มกว้างจากนั้นก็หันไปหยิบตะกร้าสานสีไม้อ่อนขึ้นมา "ฉันไม่รู้ว่าคนความจำเสื่อมต้องทานอะไรแต่คิดว่าข้าวต้มโอ๊ตกับลูกเดือยน่าจะ -- ทำไมหน้าแบบนั้นละจ้ะคุณริดเดิ้ล"


"เขากินมันทุกมื้อมาสองวันแล้วค่ะแม่" ไอลีนหันกลับไปมองคนที่ทำหน้าเหมือนอยากขย่อนมื้อเที่ยงเมื่อสามชั่วโมงที่แล้วออกมายิ้ม ๆ ทอมที่แสดงออกทางสีหน้าทุกความรู้สึกนี่มัน.. น่ามองจริง ๆ เธอละอยากได้กล้องฟิลม์สักตัวมาถ่ายรูปเขาเก็บเอาไว้


"รับรองว่าของแม่ต้องอร่อยกว่าเอลฟ์ที่นี่ทำแน่ แต่ถ้าไม่ชอบฉันทำสปาเก็ตตี้ครีมซอสมาให้ด้วยนะจ้ะ" ไอลีนเลิกคิ้วมองแม่ที่เหมือนจะเอาอกเอาใจทอมแปลก ๆ


"เขาให้แม่ทำมาเหรอคะ" เขาที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์จอมเผด็จการเบอร์หนึ่ง รอบ ๆ ตัวไอลีนมีแต่คนเผด็จการแฮะ เริ่มจากพ่อ พี่ชาย ลุงข้างบ้าน แล้วยัง.. 


ฟึบ..


เด็กห้าขวบที่แอบเปิดตะกร้าหวายดูของกินตรงหน้าอีก


"ใช่จ้ะ" ไอเม่พยักหน้ารับ นอกจากนี้กรินเดลวัลด์ยังกำชับให้ดูแลทอมอย่างดี


"ฉันกินข้าวต้ม" เขาเหลือบตาขึ้นมามอง ในมื้อเย็นไอลีนไม่เข้าใจเขาเท่าไหร่แต่ก็มีความสุขดีเพราะสปาเก็ตตี้อร่อยกว่าเยอะ ทอมน่าจะชอบกินข้าวต้มแล้วล่ะ


“หรือจริง ๆ นายกลัวที่จะนอนคนเดียว” หลังจากมือเย็นของทั้งสองจบลงครอบครัวพรินซ์ก็กลับไปไอลีนนอนมองทอมที่มีท่าทีอึดอัดเพราะตะแคงตัวหนีก็ไม่ได้และเหมือนประโยคนั้นมันจะแทงฉึกเข้าที่หัวใจเขาอย่างจัง แก้มสีซีดคนความจำเสื่อมแดงระเรื่อ


แหม ขี้เก็กตั้งแต่ห้าขวบ


"เปล่า ก็คุณยังไม่หายจริง ๆ ผมได้ยินคุณขอหมอ -- ผู้บำบัดคนนั้นกลับฮะ -- ฮอกวอตส์? ก่อน นั่นแปลว่ายังไม่หาย" เขาเบือนหน้าหนีแล้วอธิบายออกมาเป็นฉาก ๆ ดูมีหลักการและฉลาดตั้งแต่เด็ก


"จ้า ๆ ไม่หายก็ไม่หาย" ผู้บำบัดบอกว่าเธอจะได้กลับโรงเรียนในอาทิตย์นี้แต่ไอลีนมีข้อสงสัยหลายอย่างถึงได้ต้องกลับฮอกวอตส์ก่อน แต่ทอมที่กระดูกยังต่อกันไม่ติดต้องพักอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา โลกเวทมนต์ก็ดีแบบนี้เด็กทุกคนเรียนฟรีรักษาฟรี สวัสดิการดีมาก


เพราะงั้นไอลีนจะอยู่เป็นเพื่อนเขาอีกสองสามวันก็ได้ 



ดอกไม้ของจอมมาร 



โรสแมรี่หาวหวอดใหญ่เป็นรอบที่สิบได้ตั้งแต่เปิดหนังสือสัตว์วิเศษมาได้สามหน้าจากนั้นก็หาวหวอดเป็นครั้งที่สิบเอ็ดขณะพลิกหน้าถัดไป เธอเกลียดการอ่านหนังสือน่าเบื่อแบบนี้ที่สุด ไม่สิ โรสไม่เคยชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม


มือเล็กปิดมันแล้วลุกขึ้นยืนเธอจะเอามันกลับไปอ่านที่ห้องถ้าง่วงจะได้นอนไปเลย หนังท้องตึงหนังตามันก็หย่อนแบบนี้ละนะ เธอขยี้ตาไปลงชื่อเพื่อยืมหนังสือกับมาดามราเชลบรรณารักษ์ห้องสมุดหญิงเกือบชราหน้าดุใส่แว่นทรงกรอบสี่เหลี่ยมทีมีกลิ่นกล้ายบัตเตอร์กับถั่ว จากนั้นก็หอบหนังสือเล่มกลาง ๆ ตามที่ได้รับไหว้วานจากเพื่อนรักทางจดหมายเมื่อวานให้หาข้อมูลมนุษย์หมาป่าให้ จากรูปที่เห็นก็คล้ายลูปินในหนังทุกประการไอลีนน่าจะคุ้นเคยอยู่แล้ว


“ลูกชายคุณเป็นยังไงบ้าง” ดัมเบิ้ลดอร์ที่เดินเอามือไพล่หลังคุยกับทูแคนน่าเรียกสายตาเธอให้จับจ้องอีกครั้ง ทั้งสองกำลังเดินไปทางห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของดัมเบิ้ลดอร์


“..ยังไม่เอาอ่าวเหมือนเดิมผมหวังว่าปีหน้าเขาจะสอบมาสเตอร์ดีกรีสักด้านได้" ทูแคนน่าดูหนักใจเมื่อต้องพูดถึงลูกชายสีหน้าที่เคยบึ้งตลอดเวลากลับดูเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแทน


"ตอนเรียนเขาเก่งด้านปรุงยาไม่ใช่หรือ" โรสหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางเหมือนเรื่องที่ทั้งสองคุยกันดูไม่มีประโยชน์สำหรับเธอจากนั้นก็เดินลงไปหอพักนักเรียนสลิธีริน


"ไงคุณมัคมิลลัน.."


"ศาสตราจารย์" โรสเลิกคิ้วแล้วเดินไปช่วยอาจารย์ประจำบ้านที่อุ้มกระถางต้นไม้ใหญ่


"ไม่ได้ ๆๆๆๆ" ทว่าอีกฝ่ายก็หันหลังกอดกระถางหลบเป็นพัลวันซลักฮอร์นวัยหกสิบยังคงว่องไวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์เหมือนวัยสี่สิบกว่า ๆ "นี่เป็นต้นอ่อนของมูนทูบที่เฮอร์เบิร์ตเพิ่งให้ฉันมา มันเหี่ยวง่ายมากถ้าไม่ระวัง"


"มูนทูบ?" เธอมองต้นอ่อนที่ไม่อาจเรียกว่าต้นอ่อนได้มันมีลักษณ์เป็นก้านสีเขียวอ่อนและดอกแหลม ๆ สีเหลืองอันยาวเอียงลำต้นไปมาดูแล้วพิลึกสุดเลย


"มันเป็นสมุนไพรของปีเจ็ดเธอคงไม่รู้จัก ส่วนผสมของน้ำยาสมานแผลขั้นสูง"


"ที่วันนั้นคุณบอกว่าจะไปขโม -- "


"อะแฮ่ม.." ซลักฮอร์นรีบกระแอม เขาไม่ได้ขโมยสักหน่อย "น่าเสียดายที่วันนั้นดอกมันไม่หลุดจากขั้วให้ฉันเก็บ"


"ไม่เอาไม้กายสิทธิ์ตัดละคะ"


"บางทีตำราสมุนไพรอาจอธิบายไว้" เขาพูดยิ้ม ๆ จากนั้นก็กอดต้นมูนทูบสุดรักสุดหวงแล้วเดินจากไป ตอนนี้โรสมีอะไรต้องอ่านเยอะแล้ว เอาไว้เรียนตอนปีเจ็ดแล้วกันนะ เธอใช้เวลาหลังมื้อเย็นคลุกอยู่ในห้องนอนอีกพักใหญ่ ๆ และง่วงเกินกว่าจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเหมือนไอลีนที่แม้จะหนาวแค่ไหนก็รักษาความสะอาดขนาดหนัก จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบสามทุ่ม


มนุษย์หมาป่ามักจะเกิดขึ้นกับพ่อมดแม่มดที่มักเกี่ยวข้อกับการล่าสัตว์และมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นมนุษย์หมาป่ามากกว่ามักเกิ้ลที่ถูกกัดและตายเพราะบาดแผล เมื่อพระจันทร์เต็มดวงมนุษย์หมาป่าจะแปลงร่างไม่ว่าอยู่ที่ใด อาบแสงจันทร์หรือไม่ เขาจะมีความคิดเหมือนสัตว์ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ต่างจากแอนิเมไจส์หมาป่าหรือสุนัข


แอนิเมไจส์ หรือ พวกแอนิเมจัสคือพ่อมดแม่มดที่มีความสามารถในการแปลงร่างเป็นสัตว์ได้ ซึ่งร่างสัตว์ก็จะมีตำหนิแตกต่างเฉพาะกันออกไป โรสเคยอ่านเจอในหนังสือเรียนบทที่สองวิชาของมักกอนนากัล และมันยากมากที่จะแปลงร่างเป็นแอนิเมจัส มีขั้นตอนราว ๆ ร้อยข้อ ข้อห้ามอีกสามร้อยได้ ..พูดเล่นน่ะ มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นแต่ต้องใช้ความพยายามสูงมากชนิดที่ว่าเธอซูฮกพวกตัวกวนกริฟฟินดอร์ที่ยังไม่เกิดเลยทีเดียวที่พยายามฝึกเป็นแอนิเมจัสเพื่อเพื่อนรักอย่างลูปิน เจมส์ พอตเตอร์เป็นกวางตัวผู้ ปีเตอร์ เพตติกรูว์เป็นหนู ส่วนซีเรียส แบล็คก็เป็นสุนัขสีดำ


"ไม่ต้องมาหนุนเลยไอ้อ้วน แกโดนอดข้าวเย็นอยู่นะ" โรสที่นอนแผ่อ่านหนังสือกำลังจะจบบทมนุษย์หมาป่ามองออสก้าร์ที่ทำตัวอ่อนยวบยาบปีนขึ้นมานอนหนุนหน้าท้องเธอด้วยความหิว


"ซี๊.." มันกระพริบตาปริบ ๆ แล้วจ้องเธอตาแป๋ว โรสสังเกตหลายรอบแล้วมันมักจะเรียกไอลีนว่าไอส่วนเธอก็เป็นซี ดวงตาสีฟ้าอมเทาเสมองหนังสือในมือต่อหลบดวงตาสีดำสนิทกลมแป๋วของลูกชาย


ยูนิคอร์นมีลักษณะเป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ มีเขาหนึ่งอันที่กลางหน้าผาก ซึ่งเขาของมันมี ("ซี๊...") คุณสมบัติทางเวทมนต์สูงเป็นส่วนผสมในน้ำยาขั้นสูง ("ซี๊...") ยูนิคอร์นมักหลีกเลี่ยงที่จะข้องแวะกับมนุษย์และมีนิสัยดุร้าย ("ซี๊ ...") รักสันโดษ พบได้ทางตอนเหนือของยุโรป ("ซี๊...") 


มิน่าละที่นี่ถึงได้มียูนิคอร์น เพราะฮอกวอตส์ตั้งอยู่ในป่าทางตอนเหนือของเกาะอังกฤษ 


ความวิเศษขนหางของยูนิคอร์นและไม้กายสิทธิ์ ในช่วงพระจันทร์เต็มดวงสามวัน (หนึ่งวันก่อนหน้า วันพระจันทร์เต็มดวง และหลังวันพระจันทร์เต็มดวง) ยูนิคอร์นจะอาบแสงจันทร์ในระยะนี้หากเก็บเส้นขนของมันได้สามารถนำไปเป็นแกนกลางไม้กายสิทธิ์ที่ให้ผลลัพท์ทางเวทมนต์ -- "ซี๊!!"


เธอลุกขึ้นเดินไปที่กล่องพลาสติกใส่อาหารของออสก้าร์แล้วหยิบปลาตัวเล็ก ๆ ขึ้นมายื่นให้มัน ลูกชายขี้โมโหของเธอก็คว้าหมับไปกินทันที ร่างเล็กเท้าเอวพลางหรี่ตาพอเห็นมันกินเอร็ดอร่อยก็อดแกล้งไม่ได้ "อาหารจะหมดแล้วนะ ต่อไปต้องไปจับปลากินที่ทะเลสาบแล้ว"


แหมะ...


หางปลาอันน้อยที่เหลือคาปากร่วงเผาะออสก้าร์ทำตาเหลือกตกใจจากนั้นก็รีบมุดลงไปใต้เตียงตัวสั่น เธอหันกลับมาพลางส่ายหัว มันคงไปเจออะไรที่ทะเลสาบมา ประมาณว่าแมงมุมยักษ์อะไรทำนองนั้น โรสเหลือบตามองชั้นหนังสือของไอลีนคนเก่าที่เต็มไปด้วยตำราสมุนไพรและตำราปรุงยา เขาเป็นแม่ศาสตราจารย์สเนปนี่หน่า ต้องปรุงยาเก่งแน่ ๆ 


ขอพักสมองจากเรื่องสัตว์หน่อยแล้วกัน ไหนดูซิว่าจะมีสูตรปรุงยาแก้สิวลับรึเปล่านะ..


เธอสุ่มหยิบหนังสือปรุงยาออกมาหนึ่งเล่ม มันดูเก่าแล้วก็ --


ปึก..


ทว่าหนังสือสีน้ำตาลเล่มหนาท่าทางเก่าพอตัวก็หล่นลงมาด้วยมันกระจายเปิดและมีเศษกระดาษหล่นออกมา ดูคล้ายกับไดอารี่ ต้องไม่ใช่ของเพื่อเธอแน่เพราะไอลีนคนนั้นไม่มีนิสัยชอบเขียนบันทึก สำหรับเพื่อนเธอแล้วเขียนเอกสารทำคดีน่าจะง่ายกว่าบรรยายว่าวันนี้ทำอะไรกินอะไรไปบ้าง เธอก้มลงไปไม่ได้ตั้งใจจะลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพรินซ์คนเก่า ทว่าดวงตากลับเหลือบไปเห็นข้อความโดยบังเอิญ


"โอ้.."




ดอกไม้ของจอมมาร 




เสียงหินแตกกระจายดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่โต๊ะน้ำชาริมหน้าต่างห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างหัวเสียของแพทริคในเวลาสามโมงครึ่งหลังเลิกงานเนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์พี่ชายถึงได้ตั้งใจว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนถึงดึกเพื่อเฝ้าไอลีนที่เกือบจะหายสนิทยกเว้นอาการเวียนหัวเพราะเสียเลือดมาก เธอถามเขาถึงเพอร์ซี่ก็ได้ความว่าอีกฝ่ายต้องช่วยเคลียร์งานให้แพทริคจึงมาไม่ได้ ผู้เป็นน้องสาวเลยถามเขาว่าสรุปแล้วใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่ก็เล่นโยนงานตัวเองให้เพอร์ซี่หมดซะขนาดนี้แพทริคก็เถียงข้าง ๆ คู ๆ ว่าที่จริงแล้วเขาทำงานก็หนักเหมือนเอลฟ์ประจำบ้านไม่แพ้หมอนั่นเลย 


ร่างเล็กนอนฟังเสียงโวยวายพร้อมกับอ่านนิยายรักโรแมนติกที่แพทริคเคลมว่าขึ้นเบสท์เซลเลอร์ครั้งที่ห้าสิบได้แล้วของเชคสเปียร์


"เพิ่งเคยเล่นแน่เร๊อะ! นายโกหกผู้บำบัดแน่ทอม ริดเดิ้ล!" พี่ชายเธอตะโกนใส่หน้าทอมครั้งที่สามเห็นจะได้อีกฝ่ายก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเก็บซากเรือหมากรุกสีขาวของแพทริคกลับไปวางข้างกระดานหมากรุกพ่อมด


"ผมก็เดินตามคุณ" พวกเขาเคยเล่นมันกระดานหนึ่งก่อนหน้านี้ ตานั้นทอมเดินมั่ว ๆ แน่นอนว่าแพ้เขายับเยิน


"..." แพทริคพูดไม่ออก การเดินหมากของทอมเหมือนจะตามหลังเขาก็จริงแต่ทุกครั้งเขามักพลาดท่ามันแบบไม่รู้ตัวจนตอนนี้หมากเขาเหลือแค่ไม่กี่ตัว เขากำลังจะแพ้เด็กห้าขวบ แพทริคส่งเสียงชิอีกครั้ง จากนั้นก็เริ่มเดินหมากต่อที่จริงเกมนี้เขาเตรียมมาเพื่อเล่นกับไอลีนเพราะฝีมือสูสีกันเล่นแล้วสนุก แต่กับทอมเขามีแววว่าในกระดานต่อไปและต่อไปจะต้องแพ้ให้มันอย่างไม่ต้องสงสัย หมอนี่มันอัจฉริยะอย่างที่เขาลือกันทั้งโรงเรียนจริง ๆ ถ้าได้มาทำงานในกระทรวงคง..


"รุกฆาต"


'When I saw you I fell in love'


ไอลีนละสายตาจากตัวหนังสือที่เพิ่งอ่านจบหันกลับไปมองทั้งสองเมื่อได้ผู้ชนะแล้ว เป็นทอมนั่นเองเขากอดอกด้วยใบหน้านิ่งเรียบไม่ได้มีท่าทีภูมิใจเท่าไหร่นัก คนอายุมากที่สุดในห้องกระพริบตาปริบ ๆ มองหมากอัศวินสีดำที่รุกฆาตคิงสีขาวของเขาโดยไม่รู้ตัวแล้วยกมือขึ้นขย้ำหัวตัวเอง 


แพ้ให้เด็กห้าขวบจริง ๆ ด้วย!


"หึ.."  ทอมยกยิ้มจากนั้นก็มองแพทริคใช้คาถาซ่อมแซมตัวหมากขึ้นมาใหม่ 


"เอาใหม่ ๆๆ!!" ผู้เป็นพี่ชายโวยวายแล้วเริ่มเรียงตัวหมาก มุมปากหยักกระดกขึ้นหันกลับมาขยิบตาให้ไอลีน 


"เก่ง - มาก" ร่างเล็กขยับปากไม่มีเสียงยกนิ้วโป้งให้เขา แววตาทอมดูภูมิใจขึ้นมานิด ๆ  การเล่นของพวกเขาผ่านไปราว ๆ สองชั่วโมงกับหมากรุกพ่อมดสองกระดาน ทอมนั่งท่าทางสบาย ๆ จากนั้นก็ยกน้ำเปล่าขึ้นมาจิบ ไอลีนที่ถูกแพทริคเรียกให้มาช่วยยืนหน้ามามองพี่ชาย เธอเล่นมันไม่เป็นแล้วก็ช่วยแพทริคไม่ได้ด้วยตอนนี้เขาก็เลยใกล้จะแพ้เต็มที


"ได้เวลาตรวจรอบหกโมงเย็นแล้วค่ะ" พยาบาลที่เดินเข้ามาเห็นคนไข้ทั้งสองไปนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างก็ร้องเรียก ผู้บำบัดของทอมเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มสองอันในมือเหมือนทุกเช้าเย็น


“ไปสิไป๊” แพทริคล้มกระดานอย่างรวดเร็วแก้มเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเมื่อพยาบาลสาวเห็นว่าเขากำลังจะแพ้ ทอมและไอลีนเดินไปที่เตียงตัวเองเพื่อรอการตรวจส่วนแพทริคก็ลุกขึ้นยืนล้วงกระเป๋า “อันที่จริงผมแกล้งแพ้น่ะ ผม — ผมคิดว่ามันน่าจะดีกับคนป่วยความจำเสื่อม”


“ห้าทุ่ม” พยาบาลสาวยกยิ้มอ่อนหวาน


“หืม? — อ่า โอเคห้าทุ่ม..” จากนั้นทั้งสองก็ยิ้ม


“เวียนหัวไหม” ผู้บำบัดเริ่มถามอาการทอมเหมือนทุกวัน


“ไม่ครับ” และเขาก็ตอบเหมือนเดิมทุกวัน


“ปวดศีรษะละ”


“ไม่ครับ” 


“แผล.. หายสนิท เมื่อคืนคงเจ็บกระดูกที่งอกมากสินะ ยินดีด้วยเราจะถอดเฝือกให้เธอพรุ่งนี้และแจ้งฮอกวอตส์” หมอถามอย่างรวดเร็วแล้วจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้มลงบางของทางด้วยปากกาขนนกที่มีกลไกหมึกเหมือนของมักเกิ้ล เขาเหลือบตาขึ้นมาแล้วจ้องมองทอม พาลให้ไอลีนชะโงกหน้ามองเขาเช่นกัน


เขากำลังทำหน้าเครียดและประหม่าอย่างที่ไอลีนไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้บำบัดแชมเบลล์ที่เธอเพิ่งรู้ชื่อเขาเมื่อเช้าเพราะได้ยินพยาบาลเรียกเอียงคอเล็กน้อยแต่ผู้ป่วยโรคจุดกระจายเขาเยอะเกินกว่าจะไต่ถามปัญหาของทอมจึงได้ลงบันทึกให้จ่ายน้ำยาสันติให้ผู้ป่วยคนนี้ด้วย


ร่างโปร่งของแชมเบลล์หันกลับมาหาไอลีนเขาลงความเห็นว่าเธอหายดีตั้งแต่สองวันก่อนและปล่อยให้แม่หนูนี่ทำหน้าที่เป็นญาติเฝ้าไข้เด็กความจำเสื่อม เขาปิดแฟ้มแล้วเดินเข้ามาจับลำคอไอลีนดูพอเป็นพิธีจากนั้นก็จ่ายวิตามินซีให้เธอหลังมื้อเย็น


“ดูเหมือนคนรักเธอจะเครียดนะ” เขาพูดเสียงเบาขณะเขียนตัวหนังสือหวัด ๆ ที่ไอลีนดูไม่ออก


“เราไม่ — ” ไม่ใช่ซะหน่อย


“มีรายงานว่าเขามักมองเธอตอนหลับและนั่นไม่ดีกับสุขภาพคนป่วยทางสมอง ทางที่ดีกล่อมให้เขานอนหลับซะ”


“หมอ — ผู้บำบัดคุณพูดอะไร” เธอกระพริบตาปริบ ๆ 


“ไม่รู้สิ มีหลายเคสที่ความทรงจำหายไปแต่ความรู้สึกยังคงตกค้างอยู่แล้วมันอธิบายได้ยากกับภาวะที่ขัดแย้งกันนี้” แชมเบลล์ปิดแฟ้มดังปึกอีกครั้งจากนั้นเดินออกไปไม่ร่ำลาเหมือนทุกที เขาคงปล่อยให้หน้าที่กล่อมคนไข้เป็นของไอลีนสินะ


“แล้วเจอกันครับคุณเอลล่า” แพทริคบอกลาพยาบาลสาวหุ่นดี


เมื่อเธอมองทอมอีกครั้งเข้าก็ล้มตัวลงไปนอนด้วยท่าทางสบาย ๆ หน้าไม่ได้มีความกังวลใจอีกแล้ว


“ฮอกวอตส์ดีไหม”  คนความจำเสื่อมถามลอย ๆ 


“ไม่รู้ว่าดีไหม แต่นายไม่เคยกลับบ้านเลยช่วงคริสต์มาส — ฉันไม่ได้สนใจนายเป็นพิเศษหรอกนะ ก็แค่เคยเห็นผ่าน ๆ” แพทริคทำหน้าร้อนรนเมื่อทอมหันไปมอง


“แพท..” เธอส่ายหัวให้เขา


“นั่นสิ ที่ไหนก็ดีกว่าที่นั่นทั้งนั้น”


ทั้งห้องเงียบไปอีกครั้งตามความขุ่นมัวอารมณ์ของทอม เขาน่าจะกำลังกังวลว่าจะเข้ากับฮอกวอตส์ไม่ได้แล้วก็สับสน ทอมเหมือนกลับไปนับศูนย์อีกครั้ง ตอนนี้เขาหยิบไม้ยิวส์ขึ้นมาดูและทำหน้าเหมือนไม่รู้จักมันเลย


ดวงตาสีดำสนิทหันกลับมามองเธอ ดูไร้เดียงสาหวาดกลัวอะไรบางอย่างต่างจากตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาวันแรกโดยสิ้นเชิง “ที่โรงเรียน..”


“เดี๋ยวนะ — ” แพทริคที่ยืนพิงกำแพงมองเหตุการณ์เงียบ ๆ อยู่นานถึงกับเลิกคิ้วมองคนบนเตียงทั้งสอง “นี่พวกเธอ?”


ได้สิ” เธอพยักหน้าและก้มลงไปอ่านหนังสือที่เปิดค้างไว้ ไม่รู้สิ อลีนใช้ความรู้สึกตอบรับเขา 


and you smiled because you knew


แค่รู้สึกว่าทอมไม่ได้เลวร้ายเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้น




เมื่อเห็นเธอ ฉันตกหลุมรัก


แล้วเธอก็ยิ้ม เพราะเธอรู้อยู่แล้ว




TBC.






Spoil Chapter 9

"เขาเป็นใคร"

".. คิดว่าเป็นทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์"






------


ห้าพันคำจุก ๆ

จริง ๆ พี่ก็รู้สึกดีกับน้องนะคะ 

มีคำอธิบายเด้อ แต่ขออุบอิบไว้ก่อน

โรสไปเจออะไรละเนี้ย

1คอมเม้นต์ = 1กำลังใจค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #145 I'am ?? (@puo55) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 00:41
    เอ็นดูทอมม ฮือ
    #145
    0
  2. #133 fAh_svt17 (@fAh_svt17) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 18:39
    ตลกตอนบอกไม่เคยเห็นยิ้มแบบไหน นอกจากยิ้มโรคจิตเลย5555 แหนะ จริงๆก็ชอบเค้าไงทอม เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเอง แล้วนั่นโรสไปเจออะไรเข้ากันนะ
    #133
    0
  3. #129 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 22:09
    ถึงจะดีใจอยู่นิดๆที่ทอมเป็นคนดีขึ้น แต่ก็อยากให้ความจำนางกลับมาอยู่ดี55
    #129
    0
  4. #117 Zaniel_ss (@pepper_nn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:37
    แง ชอบมากๆเลยค่ะ น้องทอม 5 ขวบที่หล่อขนาดนั้น หนูชอบพี่ค่ะ อยากเห็นเลยว่าทอมจูเนียร์จะเป็นยังไง ร้ายขนาดไหน โอ๊ย หนูชอบเค้า ไรท์มาต่อไวๆนะ หนูรอเสมอไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็จะรอค่ะ
    #117
    0
  5. #114 Kittttttttie (@studentgroup153) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:36
    เด่วนะ ตอนท้ายๆคุยอะไรกัน “ที่โรงเรียน” “ได้สิ” หะ มองตาแล้วรู้ใจงี้หรอ
    #114
    1
    • #114-1 ฮงริ.- (@-casswf) (จากตอนที่ 9)
      15 กันยายน 2562 / 22:03
      อารมณ์ประมาณว่าอิพี่ขอให้ช่วยอะไรน้องก็รับปากงี้ค่ะ แบบไม่ได้มองพี่ชั่วร้ายเหมือนเมื่อก่อนเพราะตอนนี้นางความจำเสื่อม555
      #114-1
  6. #113 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 19:38
    อือหื้มมมมมมมม เหมือนจะได้กลิ่นความรักกกกกกค่าาาาาาาา โอ๊ยยยเขินๆๆๆๆ ฮื่อ คนมันมีใจอะเนอะ ถึงจะความจำเสื่อมก็ยังมีใจจจจจ ว้ายๆๆๆๆ
    ใจนึงก็อยากเห็นตอนจอมมารเขาความจำกลับคืนว่าจะเป็นยังไง แต่อีกใจก็อยากเห็นริดเดิ้ลจูเนียร์ตัวน้อยนุบนิบอีกนานๆ ฮื่อออเลือกไม่ได้เลยค่ะ
    รอติดตามนะคะ
    #113
    0
  7. #112 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:36

    ยิ้มมมมมเลยยย
    #112
    0
  8. #111 Dor_dream (@BEAR_cute) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:18
    รักเรื่องนี้~~~
    #111
    0
  9. #110 Witina2233 (@Witina2233) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:14
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    #110
    0
  10. #109 Sweet dreaM (@sugar-brown) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:26
    ชอบมากกกกกกแงงงงงง รอค่าาาาา
    #109
    0