Devil's advocate ดอกไม้ของจอมมาร (OC/TMR)

ตอนที่ 5 : Chapter4 : Head under water

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    30 ส.ค. 62

Chapter4 : Head under water



เสียงแม่ที่เป็นประกาศิตทำให้แพทริคจำใจต้องปล่อยตัวผู้ก่อการร้ายอย่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์เข้ามานอนทำแผลในบนโซฟาที่เขาเคยนอนเอกขเนก นอกจากนี้แม่ยังสั่งให้เขาไปเอายาระงับความเจ็บปวดที่ห้องให้หมอนี่อีก ว่าที่มือปราบมารฝึกหัดอย่างแพทริคยังไง๊ยังไงก็ทำใจไม่ได้ ระหว่างที่คิดว่าจะเอาน้ำยาแปลก ๆ ผสมลงไปฝาแฝดคนน้องอย่างเพอร์ซี่ก็กระแอมแล้วส่ายหน้าให้


“ยา” ขวดแก้วกระแทกลงบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าผู้บาดเจ็บ เอสเม่ตวัดตาดุ ๆ มามองหลานชายที่ทำตัวไร้มารยาทพาลให้นึกไปถึงพี่เขย นิสัยแย่เหมือนกันไม่มีผิด


“อย่าทำเหมือนไม่รู้จักกันไปหน่อยเลยน่า” กรินเดลวัลด์เปิดดวงตาหนักอึ้งขึ้นมามองมุมปากกระดกยิ้มเล็กน้อยให้เด็กที่เคยวิ่งตามแล้วเอาแต่เรียกเขาว่า เกล’ ทั้งวันเมื่อสิบกว่าปีก่อน “ตอนนั้นเธอเอาแต่ตามฉันแจ”


“ผมไม่รู้จักคุณ” แพทริคขมวดคิ้ว        


“ถามแม่แกสิแพท ..ปล้ำจูบเจ้านายฉันทั้งวัน” เอสเม่แสยะยิ้ม เยาะเย้ยคนที่ทำหน้าเหมือนเห็นผีบันชี


“ตอนนั้นเขาคงแค่.. สองขวบ นานแล้วที่ไม่ได้กลับปารีส.. อ่า เบาหน่อย” กรินเดลวัลด์หันไปปรามมือขวาที่กำลังพันแผลให้ วูบหนึ่งผู้เป็นน้องสาวเห็นดวงตาแพทริคมองบาดแผลนั้นอย่างสงสารแต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว พาลให้นึกสงสัยว่าชายคนนี้เป็นใคร เขาร่างสูงโปร่งดูอายุราว ๆ สี่สิบถึงห้าสิบเส้นผมสีขาวดวงตาสองสีข้างหนึ่งสีเทาอีกข้างเป็นสีดำดูแล้วคุ้นมาก


“หลังจากทำแผลเสร็จฉันขอให้คุณออกจากบ้านเราให้เร็วที่สุด” ไอเม่วางถ้วยชากลิ่นหอมสองถ้วยลงบนโต๊ะตัวเตี้ยแม้จะรู้ว่าชาไม่ดีกับคนป่วยแต่นี่ถือว่าเป็นมารยาท


“ไม่บอกก็จะไปอยู่แล้ว” กรินเดลวัลด์พึมพำ แผลที่หน้าอกเขาเหวอะวะแล้วก็ลึกมาก ศัตรูเขาฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ “ฉันมีอะไรต้องไหว้วานคุณไอลีนซะหน่อย”


“เกลเลิร์ตเราคุยกันชัดเจนเด็ก ๆ จะไม่เกี่ยว” แม่ก้าวมาแล้วดึงเธอไปหลบด้านหลัง


“ไม่เกี่ยว? แม่พูดอะไร” แฝดคนโตของบ้านมองผู้ใหญ่ทั้งสองสลับกันไปมา


“ไม่เกี่ยวไม่ได้” แม้หน้าจะซีดเซียวแต่ประกายความเด็ดขาดและรังสีความอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้มือไอเม่ที่กำลังกำข้อมือลูกสาวเผลอบีบแน่นโดยไม่รู้ตัว


“แม่คะ หนู..” จะบอกว่าเจ็บและพรุ่งนี้มันต้องขึ้นรอยแดงแน่


“เธอรู้สถานะตัวเองดี ไอเม่” กรินเดลวัลด์ลบรังสีฆ่าฟันได้ในชั่วพริบตาแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มอบอุ่น “แลกกับความเชื่อใจของฉัน”


“คุณจะให้เธอทำอะไร” เพอร์ซี่ก้าวออกมาจากหลังประตูห้องนั่งเล่น ความสุขุมที่เหมือนพ่อทำให้จอมมารรุ่นเดอะพยักหน้าอย่างพอใจ


“..นั่นไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ”


“แก..” แพทริคถลึงตาจะก้าวเข้าไปจัดการแต่ก็ถูกฝาแฝดตัวเองคว้าแขนเอาไว้ กระนั้นปากก็ยังหาเรื่องให้ตัวเองจนได้ “เป็นแค่คนที่จะถูกส่งตัวไปอัซคาบันวันไหนก็ไม่รู้ยังจะทำตัวจองหอง..”


ทันทีที่เกลเลิร์ตกางมืออกมาด้านหน้าร่างสองแฝดบ้านพรินซ์ก็กระเด็นไปกระแทกผนังอย่างแรงเจ็บจนลุกไม่ขึ้นไปตาม ๆ กัน หนักหน่อยน่าจะเป็นเพอร์ซี่ที่รับแรงกระแทกแทนพี่ชายไป


“ออกไปให้หมด ฉันจะคุยกับไอลีนตามลำพัง” เจ้าของชื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี ใช้คาถาไร้เสียงทั้งยังไม่ต้องใช้ไม้กายสิทธิ์อีกต่างหาก คนตรงหน้าเธอเป็นใครกันแน่ “บ้านเธอนี่ขี้ระแวงเสียจริง”


ไม้คุ้นตาถูกหยิบออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งมันให้เอสเม่ กรินเดลวัลด์แสดงความจริงใจถึงขนาดนี้ไม่มีอะไรที่ไอลีนจะต้องกลัว


“เธอเป็นลูกของฉัน” ดวงตากลมโตจ้องไปที่เพื่อนเก่าแก่ 


“แน่นอนที่รัก” อีกฝ่ายพยักหน้าให้ “ฉันรู้..”


ไอเม่เดินกลับไปพยุงลูกชายทั้งสองขึ้นมา มือขวากรินเดลวัลด์ยิ้มให้เธอแล้วเดินออกไป ไม่รู้ปกติเธอยิ้มอย่างนั้นรึเปล่า แต่มันดูแสยะประมาณว่า เธอตายแน่ สาวน้อย’ อะไรทำนองนั้น


“เราเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกสินะ” ชายวัยกลางคนพยุงตัวเองขึ้นมานั่งผ้าพันแผลสีขาวของเขามีรอยเลือดซึมทันที “ฉันไม่มีเวลามาก”


“คุณเป็นอะไรกับดัมเบิ้ลดอร์” ไม้กายสิทธิ์เขาคือไม้เอลเดอร์ ในหนังมันเป็นของอัลบัส ดัมเบิ้ลดอร์ที่โวลเดอร์มอร์พยายามตามหาถึงขั้นจับตัวโอลลิแวนเดอร์ไปเพื่อรีดเค้นข้อมูล


“นี่ก็ฝีมือเขา เธอคิดว่าไงละสาวน้อย” คนเจ็บชี้วน ๆ ที่บาดแผลจากนั้นก็วางแขนลงบนพนักพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ


“...” คงเป็นศัตรู หรือ เขา ที่ดัมเบิ้ลดอร์บอกจะเป็นกรินเดลวัลด์ ไอลีนยกมือขึ้นมากอดอกโดยไม่รู้ตัว “คุณต้องการให้หนูทำอะไร”


“เธอคงรู้จัก.. ทอม ริดเดิ้ล?” ชื่อนี้อีกแล้ว บางทีทอมอาจจะเหมือนแฮร์รี่อีกอย่างคือดึงดูดความซวย 


ร่างเล็กปล่อยแขนลงข้างลำตัวเมื่อคิดได้ว่ากำลังเผลอแสดงความหวาดกลัวออกไป 


“.. รู้จักแต่ไม่สนิท”


กรินเดลวัลด์ยกยิ้มแล้วส่ายหัว ไอลีนปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นพ่อมดที่มีเสน่ห์มาก “โกหก”


“หนู..”


“ไม่มีอะไรในฮอกวอตส์หลุดรอดสายตาฉันไปได้ และฉันไม่ชอบคนโกหก”แววตาใจดีเปลี่ยนเป็นดุในชั่วพริบตา “เกลี้ยกล่อมเขาให้ฉัน บอกเขาว่ากรินเดลวัลด์ต้องการให้เข้าร่วมกับขบวนการปลดปล่อยโลกเวทมนตร์”


“ริดเดิ้ลไม่ใช่คนที่จะเกลี้ยกล่อมได้ง่าย ๆ” ความกดดันแผ่ออกมาจากร่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ทำให้รู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อมดธรรมดา อย่างน้อย ๆ ตอนเรียนก็ต้องเป็นระดับหัวกะทิละนะ


“ฉันสั่งว่าได้” ร่างที่กำลังบาดเจ็บลุกขึ้นยืน “ก็ต้องได้”


“...”


“ครอบครัวเธอใกล้เคียงกับคำว่าหนูเข้าไปทุกทีคุณพรินซ์ หวังว่าเธอจะเข้าใจคำเตือนนี้จากฉัน” เธอมองตามคนที่ทำท่าจะเดินออกจากห้องไป ร่างนั้นชะงักเล็กน้อยแล้วหันกลับมายิ้มให้ ฉันสัญญาว่าจะไม่มีวันทำร้ายครอบครัวเธอ ตราบใดที่เธอ ..ซื่อสัตย์


...


..


.


เขาเพิ่งขู่เธอ ใช่ไหม?

 







เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์คือพ่อมดที่ร้ายกาจที่สุดที่โลกเวทมนตร์เคยพบเจอมา เขาพยายามปลดปล่อยผู้วิเศษให้ออกสู่สายตามักเกิ้ลและจับพวกนั้นมาเป็นทาสรับใช้ เกลเลิร์ตคิดว่าพ่อมดแม่มดคือผู้วิเศษไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาให้วุ่นวายเพื่อพวกไร้เวทมนตร์ 


นั่นทำให้มันผิดกฎบัญญัติปกปิดความลับนานาชาติที่เกิดขึ้นในยุคกลางที่มีการล่าแม่มด ชุมชมผู้วิเศษร่างมันขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อเมริกา หรือสก็อตแลนด์ กรินเดลวัลด์ไปสร้างเรื่องมาหมดแล้วยกเว้นเกาะอังกฤษพาลให้คิดว่าเขาอาจจะกลัวดัมเบิ้ลดอร์เหมือนที่โวลเดอร์มอร์กลัว


มือเล็กพลิกหน้ากระดาษเดลี่พรอเฟ็ตที่เปื่อยยุ่ยเธอใช้ความเป็นลูกสาวรองรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าพ่อตัวเองเข้ามารื้อหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ในคลังของสำนักงานเดลี่พรอเฟ็ตอ่าน มันตั้งอยู่ในตรอกไดแอกอนเพื่อให้สะดวกต่อบริการส่งหนังสือพิมพ์ผ่านนกฮูกไปให้บ้านผู้วิเศษที่ลงทะเบียนไว้ การจ่ายเงินก็ง่ายมากโดยการหยอดเหรียญคนุตลงในกระเป๋าหนังเล็ก ๆ ที่ขาพาหนะ น่าเสียดายที่ไม่มีบริการส่งไปฮอกวอตส์


อ่า นึกออกแล้ว ข่าวอาชญากรรมที่เจ้าของไปรษณีย์นกฮูกอ่านวันนั้นคือข่าวของกรินเดลวัลด์นี่เอง


แต่ดูพาดหัวข่าวพวกนี้สิ เดลี่พรอเฟ็ตต้องบอกว่ากรินเดลวัลด์เป็นพ่อมดที่ร้ายกาจที่สุดแน่ละในเมื่อเขาฆ่ามักเกิ้ลไปเยอะขนาดนั้น แต่พวกเขายังไม่ได้เจอความร้ายกาจที่แท้จริง โวลเดอร์มอร์ยุคหลังจากนี้จะฆ่าพ่อมดแม่มดไปอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้นั่นต่างหากที่เรียกว่าหายนะของโลกเวทมนตร์


คิดไปคิดมาหนูที่กรินเดลวัลด์พูดถึงอาจหมายถึงหนอนบ่อนไส้ เพอร์ซี่กำชับเธอหลังจากที่จอมมารรุ่นใหญ่จากไปว่าให้ระวังตัวให้ดี เขาไม่ใช่คนที่เธอจะตบตาได้เลย จอมมารระดับบิ๊กปล่อยให้พรินซ์รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เมตตามากแล้ว


พ่อเธอเป็นรองรัฐมนตรีขณะที่แม่เข้าร่วมกับกรินเดลวัลด์ ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะพรินซ์ก็รอดแต่จะมีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นรึเปล่าต้องรอดูอีกที


ทำไมไอลีนกลับไม่คิดว่าเขาปล่อยพวกเธอไว้เพราะความใจดี กรินเดลวัลด์ต้องการเก็บไว้ใช้งานมากกว่า ความคิดเขาซับซ้อนจนอยากส่งทอมไปสู้ ทว่าอีกไม่นานหมอนั่นคงกลายเป็นพวกเดียวกับเกลเลิร์ต ทางรอดของไอลีนเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่


ร่างเล็กอ่านเดลี่พรอเฟ็ตจนตาลายไปหมด อีกหนึ่งชั่วโมงเธอต้องไปที่คิงครอสเพื่อขึ้นรถไฟกลับฮอกวอตส์ แต่ก่อนอื่นคงต้องหาไอเม่ให้เจอก่อน แม่คงไปรอที่ร้านของมาดามมัลกิ้นเพราะเมื่อวานไอลีนบ่นว่าเสื้อผ้าคับไปหมดต้องเปลี่ยนไซส์แล้ว เธอมองฝ่าผู้คนเดินที่กันขวักไขว่ส่วนมากเป็นนักเรียนฮอกวอตส์และผู้ปกครองเพื่อหาร้านเสื้อคลุมทุกโอกาส


“เด็กตะกละ?” เสียงคุ้นหูกับสรรพนามนี้ อยากจะยกฮูดที่สวมอยู่ขึ้นมาบังให้มิด เมื่อไหร่อะบราซัสจะรู้ว่าไม่ควรเรียกผู้หญิงด้วยคำนี้กันนะ


หมับ..


ไอลีนเงยหน้ามองคนที่จู่ ๆ ก็วางมือลงมาบนหมวกฮูดและก็ต้องตะลึงสองแก้มเห่อร้อนขึ้นมา หน้าหวาน ๆ ของอะบราซัสยังคงเหมือนเดิม รอยยิ้มนั่นก็มีเสน่ห์ไม่เปลี่ยน ต่างกันก็ตรงที่ชุดอยู่บ้านสุดเนี้ยบของคุณชายมัลฟอยและผมสั้น ไถข้าง’ ที่โคตรนำเทรนด์ในยุคนี้ คนผ่านไปผ่านมามองเขาเป็นตาเดียว ไม่มีใครกล้าตัดทรงนี้แน่นอน


“จ้องขนาดนั้น มันไม่ดีเหรอ..” คนตัวเล็กสะบัดหน้าเรียกสติ 


“เปล่า มันดูดีมาก” อยากถามว่าได้แรงบันดาลใจมากจากอะไรถึงได้นำเทรนด์เกือบร้อยปี “ทำไมถึงตัดทรงนี้ละคะ”


“ฝัน”


“...ฝัน?” อีกฝ่ายพยักหน้า เป็นคนติสท์ดีจริง ๆ แววตามึน ๆ ติดจริงจังนั่นทำเอาไอลีนต้องยิ้มแห้งแล้งให้ความมั่นใจเขา “ดูดีมากจริง ๆ”


“ฉันก็ว่างั้น จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะจับมือเธอ”


“คะ?!” จากนั้นเขาก็คว้ามือเล็กไปกุมอย่างรวดเร็วแล้วดึงให้เดินตามไป ใบหน้ามึน ๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไรนั่นชวนให้คนเดินตามจั๊กจี้อยากบิดเนื้อลูกชายบ้านมัลฟอยให้เขียว มีอย่างที่ไหนฟังคำว่า คะ เป็น ค่ะ ไอลีนเสียงสูงขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ 


“คนมันเยอะ ..เธอชื่ออะไร” วันหนึ่งอะบราซัสจะทำเธอเงิบสักกี่ครั้งกัน จากที่ทั้งเขินทั้งโกรธเปลี่ยนเป็นเหวอได้ในชั่วพริบตา


“พรินซ์..” เธอตอบอ้อมแอ้ม


“ชื่อจริง”


“ไอลีน พรินซ์”


“อะบราซัส มัลฟอย” เธอส่งเสียงอื้อแล้วพยักหน้าให้แม้เขาจะไม่เห็นก็ตาม มองจากด้านหลังนี้ช่างตัดผมเขามีฝีมือมากเลยนะเนี้ย เหมือนยุคเธอไม่มีผิด “เธอกำลังจะไปสถานี?”


“ฉันต้องไปหาแม่ที่ร้านมาดามมัลกิ้น” ดวงตากลมเหลือบมองเขาอย่างมีความหวังว่าอะบราซัสจะพาไปส่ง


...


..


.


“เร็วเข้าไอลีน! น้องกำลังจะสาย” เสียงแพทริคผู้ตื่นตูมดังขึ้นเมื่อเหลือเวลาอีกสองนาทีก่อนขึ้นรถไฟเท่านั้น มักเกิ้ลในสถานีรถไฟคิงครอสช่วงมื้อเที่ยงบางตาแบบนี้ทางสะดวกพอสมควร


“กระเป๋าพร้อมแล้วครับแม่” เพอร์ซี่ที่วิ่งนำมาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็กสีเข้มจัดการเหวี่ยงมันผ่านกำแพงที่เป็นทางไปชานชาลา 9เศษ3ส่วน4 ไป พร้อมด้วยคาถาลดแรงโน้มถ่วง


เด็กสาวที่วิ่งตามมามองครอบครัวที่มาส่งเลิ่กลั่ก “เอ่อ.. ไปก่อนนะคะทุกคน!”


“เร็ว!” แผ่นหลังเล็กถูกพี่ชายฝาแฝดผลักจนตัวทะลุเข้ากำแพงไป


จะนึกเคืองรุ่นพี่สลิธีรินก็สายไปเสียแล้ว ไอลีนไม่ได้รู้ตัวว่าเกือบจะตกรถไฟเพราะอะบราซัสพาไปหลงทางในตรอกเกือบชั่วโมง

 





 


ข้อสันนิษฐานหนึ่งผุดขึ้นมา หรือไอลีนจะแต่งงานกับมักเกิ้ลให้ห่างไกลจากโลกเวทมนตร์เพื่อความอยู่รอด แค่คิดก็นรกแล้ว มือเล็กขยุ้มหัวตัวเองขณะที่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่าน ของเธอถูกขนลงไปให้หมดแล้วตอนนี้จึงเหลือแต่ตัวกับกระเป๋าสะพายข้างสีครีมหนึ่งใบที่ได้มาเป็นของขวัญจากพ่อผู้งานยุ่ง รสนิยมเขาค่อนข้างดีหรือแม่เลือกให้ก็ไม่รู้สินะ


เธอโบกมือลาอะบราซัสแล้วเดินลงหอหญิงไปตอนนี้เวลาเกือบหกโมงเย็นทุกคนไปรวมกันที่ห้องโถงทั้งหมดไอลีนเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบร่างก้อนของเจ้าเพนกวินอ้วนนอนกลิ้งอยู่หน้าประตู


“อายยย” เจ้าอ้วนถไลมาหาด้วยความขี้เกียจเล่นเอาเจ้านายต้องก้มลงไปอุ้ม ดวงตากลมแป๋วนั้นเป็นประกายชวนให้จั๊กจี้หัวใจ


“ไงไอ้อ้วน” ตัวย้วย ๆ เหลวไปกับท่อนแขนเธอ ออสก้าร์ทำตัวเหมือนมาร์ชเมลโล่ย่างไฟซบลงกับอกเธอแล้วถูไปมา “เข้าใจแล้ว ๆ ออสก้าร์น่ารักมาก แม่รักหนูหอมหัว ๆๆๆ”


เธอไม่เคยเลี้ยงสัตว์ตอนทำครั้งแรกมันก็จะเขิน ๆ หน่อย เสียงใสเหมือนเด็กทารกร้องตอบจากนั้นก็เอาปีกเล็กตบแก้มเธอเบา ๆ


“โรสให้กินปลาเยอะไหม” เธออุ้มนกอ้วนที่บินไม่ขึ้นไปวางบนเตียงจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนชุด


“นอ! ¥\$]*|%|+~@-\&/):” ภาษาต่างดาวตามมาอีกเป็นสิบพร้อมอาการเคือง ๆ ของออสก้าร์ มันตบปีกลงบนเตียงด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด


กว่าไอลีนจะเปลี่ยนชุดเสร็จก็ปาเข้าไปหกโมงกว่าเธอต้องรีบไปห้องโถงก่อนหนึ่งทุ่มอาจมีเรื่องอะไรที่ดิพพิตจะประกาศ ลางสังหรณ์สั่งให้เธอรีบบอกลาเจ้าตัวก้อนแล้ววิ่งขึ้นบันไดหอทีละสองขั้นอย่างรวดเร็ว ภายในห้องนั่งเล่นบ้านงูยังเหลือเด็กอยู่ไม่กี่คนพวกเขาเอ้อระเหยติดเอาแต่ใจตามนิสัยอสรพิษ ยิ่งมีศาสตราจารย์ประจำบ้านที่ชอบสปอยด์เด็กอย่างซลักฮอร์นก็ยิ่งดื้อแต่ไอลีนไม่ได้ใส่ใจพวกเขามากนักอีกเดี๋ยวคงมีพรีเฟ็คมาไล่เอง เธอเดินตรงออกมาแล้วรีบก้าวขึ้นไปห้องโถงชั้นหนึ่ง


ประตูไม้บานใหญ่ยังเปิดอ้าเหมือนทุกวันไอลีนเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเฉยชาเป็นปกติ เมื่อเดินมาสักพักเสียงสะอื้นดังมาจากโต๊ะเรเวนคลอชวนให้ต้องหันไปมองร่างเล็ก ๆ ของเด็กปีสองหอบสะอื้นจนตัวโยนมีมักกอนนากัลวัยสาวกำลังกอดปลอบ


“ขอบคุณ คุณเอเวอรี่” ศาสตราจารย์รับผ้าเช็ดหน้ามาจากมือเด็กบ้านเหยี่ยวข้าง ๆ แล้วยื่นไปซับน้ำตาที่ไหลเหมือนเขื่อนแตกของเด็กในอ้อมแขน


“มินอร์ว่า.. มินอร์ว่า.. เราควรพาเด็กคนนี้ออกไปก่อน..” ซลักฮอร์นเดินมาด้วยสีหน้ากังวล พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าติดเคร่งเครียด


“ไปกันเถอะคุณฟาวเลย์” 


“ศาสตราจารย์คะหนูไม่ได้ฆ่—..” 


เด็กที่ถูกประคองละล่ำละลักพูดทั้งที่หายใจยังไม่ทัน คนอื่น ๆ คงไม่ได้ยินแต่ไม่ใช่กับไอลีนที่ยืนอยู่ใกล้พวกหล่อนแค่นี้


“เงียบซะคุณฟาวเลย์!” มักกอนนากัลตวาดเสียงเบา


ตากลมโตสีดำสนิทมองสองร่างที่ประคองกันออกไป สายตาทั้งห้องโถงต่างก็จับจ้องไปที่เด็กเรเวนคลอคนนั้นไม่ต่างกันและเมื่อหันกลับมาเธอก็พุ่งเป้าไปที่ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ เขากำลังยกน้ำฟักทองขึ้นมาจิบสบตาเธอไม่ได้หลบอย่างที่จำเลยควรทำ


ไม่ต้องเดาให้ยากเขาฆ่าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญแล้วจริง ๆ 


ทั้งที่รู้ว่าเรื่องอาจจะเป็นแบบนี้ 


ทั้งที่คิดว่าอาจจะเชื่อใจทอมได้แล้วแท้ ๆ


น่าผิดหวัง


ศาสตราจารย์ดิพพิตพยายามปิดข่าวการตายของมักเกิ้ลบอร์นอย่างสุดความสามารถ แต่นั่นไม่อาจรอดพ้นสายตาของกระทรวงเวทมนตร์และเด็กขี้ซุบซิบ มันกระจายเหมือนไฟลามทุ่งอย่างรวดเร็ว


“คุณต้องจัดการเรื่องนี้ ต้องมีคำตอบให้พ่อแม่มักเกิ้ลของเขา”


“ผมเข้าใจคุณสเปนเซอร์ - มูน แต่เรายังหาคำตอบไม่ได้”


ในอาทิตย์ถัดมาเธอพิงตัวลงกับพนังอิฐเย็นเฉียบแล้วเอียงหูฟังลีโอนาร์ด สเปนเซอร์ - มูนนายกรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ที่เธอพอเห็นหน้าคาดตามาจากกรอบรูปในบ้านแม่กำลังหารือกับอาจารย์ใหญ่ดิพพิต


“บางทีเราอาจจะรอให้ถึงปิดเทอม..” เสียงอาร์มันโด้ดูอ่อนล้าบ่งบอกว่าเขาก็เร่งตรวจสอบอยู่เหมือนกัน


“ไม่คิดว่าช้าเกินไปสำหรับเรื่องนี้?” รัฐมนตรีดูไม่พอใจกับการทำงานที่ล่าช้าของฮอกวอตส์


“เราพยายามหาห้องนั้น แต่ใช่ว่าเราจะทำอะไรได้”


“ในเมื่อฮอกวอตส์ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ผมอาจจะต้องสั่งปิดโรงเรียน”


“...ผมอยากขอเวลาคุณสเปนเซอร์ - มูน” เสียงทั้งสองแผ่วเบาและขาดหายไปเรื่อย ๆ


“อีกสองสามวันกรรมการอาจเรียกคุณไปสอบสวนดิพพิต ถึงตอนนั้นคุณต้อง..”


เมื่อก้าวออกไปเธอก็พบสาเหตุที่ทำให้ชายชราทั้งสองต้องเดินหนีไป ทอมมองตามพวกเขาด้วยสีหน้านิ่งเรียบมีเพียงไอลีนที่รู้ดีกว่าใครว่าในใจเขาหงุดหงิดแค่ไหน โรงเรียนจะปิดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาอาจต้องกลับไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า ฮอกวอตส์เป็นโลกทั้งใบของทอม ชีวิตรุ่งโรจน์เขาใกล้ดับลงแล้ว


สุดท้ายทอมก็เป็นแค่ทายาทสลิธีรินที่กระหายอำนาจคิดจะฆ่าพวกมักเกิ้ลให้ตายทั้งหมดสนองความต้องการของซัลลาซาร์และตัวเองอยู่ดี ร่างเล็กเดินผ่านเขาไปไม่มีแม้แต่คำพูดให้จอมมารสับปลับ


ไอลีนกลืนคำด่าหลายสิบลงท้องแสร้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีเหมือนอยากพูดอะไรของทอม 







เธอนอนกระสับกระส่ายพลิกตัวหลายครั้งช่วงหัวค่ำแม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ยังรู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดใจของเจ้านาย มันลุกขึ้นมานั่งแล้วเอียงคอมองไอลีนท่ามกลางความมืด ไม่ต่างกันกับโรสที่ลุกขึ้นมาเพราะทนเสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเพื่อนสนิทไม่ได้


“แกหงุดหงิดที่ช่วยเมอร์เทิลไม่ได้เหรอ” เพื่อนสาวเปิดปากพูดก่อน


“อืม อีกไม่กี่วันทอมต้องหาทางใส่ร้ายแฮกริด ฉันเห็นเขามองห้องเก็บไม้กวาด” ถึงแฮกริดจะไม่ฉลาดมากนักแต่เขาก็เป็นคนดี จิตใจดีมาก ๆ ด้วย สมควรแล้วเหรอที่เขาจะถูกไล่ออกในขณะที่ตัวการได้กินอิ่มนอนหลับใต้ปราสาทฮอกวอตส์ “เราต้องเอามันไปทิ้งในป่าต้องห้าม”


“ฉันเกลียดแมงมุม” โรสทำท่าขนลุก


“อี๊!” เพนกวินตัวน้อยส่งเสียงขยะแขยงไม่แพ้กัน


“มันก็แค่แมงมุม” เธอคงเกลี่ยกล่อมให้แฮกริดเอามันไปทิ้งในป่าต้องห้ามไม่ได้ง่าย ๆ แน่ คงต้องลงมือเอง “ตอนนี้มันตัวแค่ฝ่ามือ หรือแกจะรอให้มันตัวเท่ากระท่อมวิ่งเพ่นพ่านไปมาในปราสาท”


“อีกไม่นานทอมก็จะจัดการมันแล้วไม่ใช่เหรอ”


“นั่นหมายความว่าแฮกริดจะถูกไล่ออก ทอมจะกลายเป็นจอมมาร” เธอยังไม่ได้เล่าเรื่องที่กรินเดลวัลด์คิดจะใช้ทอมเป็นหมากให้เพื่อนสาวฟัง


ก๊อก ๆๆ


ทว่าก่อนที่จะได้พูดออกไปเสียงเคาะประตูดังขึ้น ในช่วงเวลาสามทุ่มครึ่งแบบนี้ชวนให้สงสัยว่าใครกันที่มารบกวนพวกเธอดึก ๆ ร่างเล็กเหลือบตามองเพื่อนสาวก็เห็นว่าอีกฝ่ายส่ายหัวประมาณว่า ไม่รู้สิ เธอไม่มีแขกที่ไหนแน่นอน


ก๊อก ๆๆๆ


เสียงเคาะใส่อารมณ์ขึ้นเรื่อย ๆ มือเล็กที่เริ่มกลับไปผอมอีกครั้งเพราะกินอะไรไม่ลงคว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาจากโต๊ะหัวเตียงแล้วลุกออกจากที่นอนไปเปิดประตู


“เปิดได้แล้วเหรอยะ!” น่าเสียดายที่ประตูไม่มีตาแมวไม่งั้นคงได้เสกคาถาสงบเสียงแล้วปล่อยนาเดียร์ กรีนกราสเคาะประตูห้องเธอให้มือแหกไปเลย


“มีอะไร” คนโดนรบกวนรับคำเสียงห้วนแล้วจ้องเด็กขี้วีนด้วยใบหน้าเครียด ๆ 


“ซลักฮอร์นให้มาตามขึ้นไปที่ห้องนั่งเล่นเพราะเห็นริดเดิ้ลทำงานคนเดียวมาหลายวันแล้ว เธอน่ะต้องโดนลงโทษ ยัยหน้าผี!”


เธอไม่ตอบแต่กลับถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างน่ากลัวแทน นาเดียร์แอบสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ทำใจดีสู้ฮังการีหางหนามสะบัดหน้าแล้วเดินจากไป


“...” ไอลีนโคลงศีรษะอย่างหงุดหงิดจากนั้นก็กระแทกประตูปิดไป


“ยัยนี่มันน่าตบล้างน้ำอีกสักที” โรสที่คลานอยู่บนเตียงโผล่หน้าออกมาดูอดถลึงตาขุ่น ๆ แทนไม่ได้ ไอลีนส่ายหัวแล้วหันกลับไปหยิบเสื้อคลุมกันหนาวของฮอกวอตส์ออกมาสวมทับชุดนอนตัวยาว


ทอมต้องทำงานคนเดียวแน่ละ ไอลีนโกรธเขาที่โกหกแล้วยังกลัวจะโดนฆ่าปิดปากด้วยในเมื่อเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาฆ่าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญในห้องน้ำหญิงชั้นสอง


ทอมมีหน้าที่เดินผ่านที่นั่นตรวจทุกวัน เขาไม่กลัวบ้างรึไงกัน ไอลีนคนหนึ่งละที่จะไม่ยุ่งกับผีฮอกวอตส์แม้พวกเขาจะดูจับต้องได้มากกว่าผีมักเกิ้ล


“โอ๋ว” ออสก้าร์ยังไม่หยุดส่งเสียงประหลาด บางคำมันก็ออกเสียงเหมือนภาษาคนแต่บางคำก็เป็นภาษาต่างดาว คำว่าโอ๋ว น่าจะประมาณว่า ‘ไอลีนจะไปไหนเหรอ’ หัวกลมเต็มไปด้วยส้นขนสีดำเอียงคอแล้วเดินเต๊าะแตะตามมา


“กลับไปนอนไม่ต้องตามมา” เจ้านายทำเสียงดุใส่ออสก้าร์ จะงอยปากสีเหลืองงุ้มลงไปติดอกจากนั้นก็มุดร่างกลม ๆ ไปใต้เตียงเธออย่างแง่งอนโผล่ออกมาแค่ก้นเป็นก้อนและสองขาสั้นจุ๊ด “ห้ามเปิดประตูให้ออสก้าร์นะ”


ร่างเล็กสั่งกำชับโรสแมรี่อีกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับตอบด้วยคำถาม “ให้ไปเป็นเพื่อนไหม”


“แกมีผ้าคลุมล่องหนของแฮร์รี่ไหมละ”


“ตลกย่ะ เจมส์ พอตเตอร์ยังเป็นวุ้นอยู่เลยเถอะ” ไอลีนยักไหล่กับคำตอบของเพื่อนแล้วปิดประตูไป โรสไม่เหมาะจะไปเดินเพ่นพ่านนอกหอตอนกลางคืน


แต่ก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองเหมาะหรอกนะ เท้าที่สวมทั้งถุงเท้าเนื้อหนาและรองเท้าหุ้มข้อเดินขึ้นไปบนห้องนั่งเล่นของสลิธีริน


“เดือนก่อนฉันได้ยินเสียงดังมาจากแถวทะเลสาบ”


“เสียงแปลก ๆ ใช่ไหมฉันก็ได้ยิน”


ร่างเล็กเอียงตัวหลบรุ่นพี่สองคนที่เดินสวนลงหอไป เธอมองซลักฮอร์นกำลังยืนหันหลังให้มองกองไฟลุกโชนสีส้มในเตาผิง ประกายไฟเปี๊ยะ ๆ ไม่ได้ชวนให้รู้สึกอบอุ่นเมื่อทอมเหลือบตาขึ้นมามองเธอ “ศาสตราจารย์ครับ เธอมาแล้ว”


“โอ้ มาแล้วรึคุณพรินซ์” อาจารย์ประจำบ้านในชุดสูทยกยิ้ม “ศาสตราจารย์ดิพพิตฝากฉันมาย้ำเตือนเรื่องบทลงโทษของเธอนะ”


“...ค่ะ” ไม่มีข้อแก้ตัวอาทิตย์ที่ผ่านมาไอลีนไม่โผล่มาเลย เทให้โวลเดอร์มอร์ไปตรวจโรงเรียนคนเดียว 


น่าจะสมใจเขาเลยละ


“ทีนี้พวกเธอก็ไปตรวจโรงเรียนกันได้แล้วอย่ากลับดึกเกินไปนัก..” ซลักฮอร์นเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ยั้งตัวเองเอาไว้เขาคงได้รับคำสั่งมาว่าห้ามพูดเรื่องนั้นอีก “ช่วงนี้คงต้องทนรำคาญนักเรียนคนอื่น ๆ ไปก่อนนะริดเดิ้ล”


“ครับศาสตราจารย์”


อวยกันเข้าไป ฮอเรซจะรู้รึเปล่าว่าเพชรยอดมงกุฎตัวเองกลายเป็นฆาตกรเพราะการตอบคำถามเรื่องฮอร์ครักช์และความไว้ใจคนผิดของเขา


ทอมคงทำมันไปแล้ว ไดอารี่ของทอมริดเดิ้ล มือเล็กกำไม้กายสิทธิ์ตัวเองแน่นขณะที่เดินตามเขาออกไป ได้แต่ภาวนาให้มันปกป้องเธอในยามที่ทอมเกิดบ้าเลือดขึ้นมา


ความเงียบปกคลุมไปทั่วอาคารเรียน เด็ก ๆ ที่ได้ข่าวว่ามีคนตายก็ไม่กล้าที่จะออกมาเดินเพ่นพ่านในตัวปราสาทยามค่ำคืนไอลีนได้ยินวิญญาณของเมอร์เทิลร้องไห้กระซิก ๆ สลับกรีดร้องในห้องน้ำก็อดมือไม้เย็นเฉียบไม่ได้ ร่างเล็กขบกรามดังกรอดขณะเผชิญหน้ากับความกลัวที่สุดในชีวิตและกำลังหาทางรอดให้ตัวเองโดยการวิ่งหนีกลับหอไปซะทอมก็คว้ามือเธอเอาไว้แล้วกระชากให้เดินตามไปตรวจโรงเรียน


ท่อนแขนเล็กกระชากมือตัวเองกลับมาเมื่อโผล่ขึ้นบันไดชั้นสามไอลีนก็เริ่มแผลงฤทธิ์ทันที ทั้งจิกทั้งข่วนให้เขาปล่อยแต่ไม่รู้ทอมไปเอาแรงมาจากไหนถึงได้กำมือเธอเอาไว้ซะแน่น 


จู่ ๆ ร่างเธอก็ถูกดูดหวืดไอลีนเท้าลอยขึ้นจากพื้นรู้สึกเหมือนจมูกจะตัน ๆ ลูกตาจะหลุดออกจากเบ้าจากนั้นร่างเธอก็ร่วงลงบนพื้นหิมะเย็นเฉียบที่เริ่มละลายเป็นน้ำแข็ง ร่างเล็กรีบลุกขึ้นแล้วเงยหน้ามองสถานที่แปลกตาดูเหมือนจะอยู่บนหอคอยสูงสุดของฮอกวอตส์ เธออยากรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เขาหายตัวในโรงเรียนได้ยังไง แต่ปากหนักเกินกว่าจะถามจึงได้เลือกที่จะปัดกางเกงที่เปียกน้ำอย่างหงุดหงิด


“ทำไมไม่มาตรวจโรงเรียน” เธอมองร่างที่เอามือไพล่หลังแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า หมู่ดาวระยิบระยับเต็มไปหมดเพราะไร้แสงไฟเหมือนยุคของไอลีน


“ไม่อยากเดินกลางค่ำกลางคืนกับฆาตกร” สิ้นคำตอบใบหน้าหล่อเหลาฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีทอมก้าวฉับไม่กี่ทีก็มาถึงเธอแล้วคว้าต้นแขนคนที่กำลังจะหนี


“ฉันไม่ได้ทำ” แรงบีบจากมือแข็งแรงเหมือนคีมเหล็กทำไอลีนเจ็บร้าวไปถึงกระดูก


เธอหลุบดวงตามองท่อนแขนที่ถูกเขากำแน่น “กล้าทำก็กล้ายอมรับคุณริดเดิ้ล หรือนายมันขี้ขลาด” 


ดวงตาเขาไหววูบก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว


“อย่าอวดรู้ให้มันมานัก สักวันเธออาจตายเหมือนยัยเลือดสีโคลนนั่น”


“นายจะปล่อยบาซิลิกส์ออกมาฆ่าฉัน?”


“ฉันไม่ได้ทำ ยัยเด็กนั่นมันอยู่ผิดที่ผิดเวลาเอง!” ดวงตาคมกริบถลึงมองไร้ความสงสารหรือเวทนาเมอร์เทิล


“จะสัตว์เลี้ยงของนายหรือนายเป็นคนเสกคาถาพิฆาตมันก็ไม่ต่างกันนักริดเดิ้ล นายยังมีจิตสำนึกรึเปล่า ..โอ้ย!!” ลำคอเล็กถูกบีบยันกับกำแพงหอดูดาว “ปล่อย!”


แรงของทอมคงเอาออกมาใช้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำเหยื่อเขาถึงยังพูดจาได้อยู่


“ฉัน - ไม่ - ได้ - ทำ!” ทุกคำที่เน้นมือทอมก็บีบคอเธอแรงขึ้นไปอีก สายตาคมกริบราวสัตว์ป่าจ้องเหมือนอยากให้ร่างเธอทะลุ ไอลีนเหลือบตามองไม้ยิวส์ในกระเป๋าเสื้อสูทของทอมจากนั้นก็หยิบมันออกมาแล้วโยนทิ้งไปบนน้ำแข็งเย็นเฉียบ ไม่ถึงสามวินาทีอีกฝ่ายก็ซี๊ดปากเมื่อไอลีนใช้มือข้างที่ว่างคว้าเข้าที่ผมเขาแล้วกระชากอย่างแรง “ปล่อย! ยัยเด็กอวดดี!!”


“นายสิอวดดี!!” มือเล็กกำเข้าเต็มแรงแล้วกระชากจนจอมมารหน้าหงาย เมื่อไอลีนเตะขัดขาเขาทั้งสองล้มลงไปบนก้อนน้ำแข็งด้วยกัน  ความอดทนของไอลีนสิ้นสุดลงตั้งแต่อีกฝ่ายบีบคอเธอแล้ว


“เมื่อกี้นายขู่จะฆ่าฉันเหรอ!”


เพี๊ยะ!!


“ทั้งที่ฉันคิดจะดึงนายขึ้นมาจากโคลนตมไอ้ลูกหมา!!”


เพี๊ยะ!!!


มือเล็กฟาดลงบนหน้าหนา ๆ ของเบาะรองกันกระแทกสองครั้งติด น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่ได้ลุกขึ้นมาจับเธอทุ่มแล้วซ้อมให้น่วม แก้มที่เคยเนียนใสปรากฏเป็นรอยบวมแดงมุมปากก็เหมือนจะมีเลือดซึมออกมาด้วย ไอลีนได้ระบายแค้นที่อัดอั้นมาสองเดือนปล่อยมือจากนั้นก็ผุดลุกออกจากร่างเขา ทว่าทอมไวกว่ามือหยาบคว้าเข้าที่คอเสื้อเธอก็พลิกคนเจ้าอารมณ์ลงไปนอนเอ้งเม้ง


“ฉันไม่สนว่าเธอจะคิดยังไง” แรงเขาเยอะมากไอลีนดิ้นยังไงก็ไม่หลุด ได้แต่ปล่อยให้เขากระแทกแผ่นหลังเธอลงกับน้ำแข็งเย็นเฉียบจนร้าวระบม “ถ้าเอาเรื่องบ้า ๆ นี่ไปบอกคนอื่นฉันจะให้เธอชดใช้รอยตบนี่แน่ยัยเด็กประสาท!” 


“นายสิประสาท!!” 


“ใครน่ะ.. ขึ้นมาทำอะไรในหอดูดาวของฉัน..”


เสียงกุกกักจากหลังจะประตูไม้ที่ปิดอยู่ทำให้ทั้งสองเงียบเสียงแล้วหันขวับกลับมามองหน้ากัน


“ช่วยด้ะ— ..อื้อ!!!!”







tbc.

แกทำอะไรน้องนังพี่ท๊อมม!

1คอมเม้นต์ = 1กำลังใจค่ะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

181 ความคิดเห็น

  1. #170 คุโรคิคิ (@loveb55553) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 04:46
    คนอ่านคนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่เราอ่านแล้วร้องไห้555555
    #170
    0
  2. #143 I'am ?? (@puo55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 23:17
    กรี๊ดดดดด อย่าตีกันค่ะ!
    #143
    0
  3. #39 Charlyce (@Raiyer) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 15:05
    น้อนน่ารักกรี้ดด
    #39
    0
  4. #38 Iovelove (@Iovelove) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:46
    ตัวเราขดหมดแล้วไรท์!!!!
    #38
    0
  5. #36 SarangHAE yo (@zeze1997) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 16:33
    ชอบอ่ะ มันต้องอย่างนี้ดิ ตบจูบๆ มวยถูกคู่จ้า ฮิ้วววว >//<
    #36
    0
  6. #35 Witina2233 (@Witina2233) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 14:11
    ชอบอ่าาาาาาา
    #35
    0
  7. #34 ดีมแพน (@1777) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 13:00
    เอาคืนให้หนักๆๆ
    #34
    0
  8. #33 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 12:59
    ชอบอบราซัส 55555 เจ้าจอมมารนิสัยไม่ดี
    #33
    0
  9. #30 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:12

    ชอบตอนนี้ น้องไม่ยอมโดนกระทำฝ่ายเดียว มีตอบโต้กลับไปด้วย สะใจ! แต่คิดดีไม่ดีเลยว่าทอมใช้อะไรปิดปากไอลีน อุ๊ปส์! แต่อบราซัสก็น่าร๊ากกซึนหน่อย? มีความขอจับมือน้อง ถ้าชอบแบบดาร์กๆชอบความรุนแรงแบบจิตๆก็ "ทอม" ถ้าชอบแบบซึนๆหยิ่งๆแต่น่ารักก็ "อบราซัส"
    #30
    0
  10. #29 Michellious (@-rity-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:52
    โว้ว ปู่โดนน้องด่าว่า-ลูกหมาเลยนะ5555
    #29
    0
  11. #28 samyangirl (@samyangirl) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:34
    ฮือออออชอบจังเลยยยย
    #28
    0
  12. #27 Sutboran (@sutboran) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 20:17
    มาเล้วจร้าาาาาา
    #27
    0