Devil's advocate ดอกไม้ของจอมมาร (OC/TMR)

ตอนที่ 4 : Chapter3 : Oscar and Grinny

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 262 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

Chapter3 : Oscar and Grinny


ภายในสำนักงานไปรษณีย์นกฮูกของฮอกส์มี้ดคนไม่ได้เยอะมาก ปกติแล้วจะมีบริการส่งถึงฮอกวอตส์แต่ครั้งนี้ไอลีนกลับต้องมารับมันก่อนขึ้นรถไฟพรุ่งนี้แทน ไม่รู้จะเป็นของอะไรนะมันลงท้ายผู้ส่งว่าแพทริค พรินซ์ อาจจะเป็นพ่อเธอก็ได้


“เอ่อ ฉันมารับของค่ะ” ไอลีนเดินเข้าไปที่เค้าท์เตอร์สีทึมในร้านมีนกฮูกและเหยี่ยวหลายสิบตัวอยู่มันส่งเสียงก๊อกแก๊กเคาะกรงเหมือนอยากออกมา ชายวัยกลางคนในร้านเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตรายงานข่าวเกี่ยวกับอาชญากรรมอะไรสักอย่างแล้วพูดกับเธอ


“ชื่ออะไร ใบนำส่งละ แต่จริง ๆ แล้วของเธออยู่ตรงนั้น มีกล่องเดียว หนักเอาการ” เขากล่าวเป็นชุดอย่างรวดเร็วพอไอลีนดึงกระดาษสีน้ำตาลออกมาเขาก็รับไปกวาดสายตามองจากนั้นก็ประทับตาแล้วเก็บมันลงไป “เอาของไปได้ กล่องนั้นละ”


“...” เป็นการรับของที่รวดเร็วสมเป็นไปรษณีย์นกฮูกจริง ๆ ไอลีนเดินกลับไปที่กล่องความสูงแค่หัวเข่าพลางคิดว่ามันจะหนักแค่ไหนกันเชียวบนกล่องเจาะรูจนพลุนมองเห็นแต่ความดำมืด สองมือเล็กจับมันแล้วยกขึ้นมา


ตุบ!


และทิ้งลงไปอย่างรวดเร็ว มันหนักเกือบยี่สิบโลได้มั้ง 


“จะเอามันกลับไปที่ฮอกวอตส์ยังไง” เธอถามตัวเองจากนั้นก็เงยหน้ามองเจ้าของไปรษณีย์นกฮูก “จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันขอแกะมันที่นี่”


“เอาสิ” เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก มือเล็กชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วลากคาถาตัดเชือกที่ผูกมัดไว้อย่างหนาแน่น ขณะที่กำลังจะเปิดลังเสียงกุกกักภายในทำเอาฉงนใจแต่มือดันไวกว่าความคิดเมื่อเปิดออกร่างก้อนสีขาวดำก็พุ่งตัวออกมากระโดดทับเธอจนหงายหลัง 


“นั่นเธอทำอะไร!” เจ้าของร้านลุกพรวด ทั้งร้านตกอยู่ในความโกลาหลทันทีเหยี่ยวในกรงพยายามกระแทกตัวเองออกมาเสียงดังโครมครามนกฮูกที่กำลังนอนหลับก็ปรือตาขึ้นมาดู ร่างบนตัวเธอดูไม่ได้หนักขนาดนั้น จะงอยปากสีดำจิ้มลงบนอกเสื้อแล้วเอียงหัวดวงตากลมแป๋วสีฟ้าจ้องมองไอลีน “รีบเอามันออกไป!!”


เคร้ง!! ผลั๊วะ!!


อินทรีตัวหนึ่งหลุดออกมาได้มันพุ่งเข้ามาหา ‘เพนกวิน’ มีปลอกคอในอ้อมแขนไอลีนด้วยแววตาหิวกระหาย เหมือนเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยดวงตามันเปลี่ยนเป็นคมกริบแล้วหันกลับไปเอี้ยวหลบปากแหลมคมของนกตัวร้ายจากนั้นก็พุ่งตัวใช้อุ้งเท้าสีเหลืองอันเล็กกระโดดเตะปากจนอินทรีตัวนั้นพุ่งเข้าข้างฝาสลบหมอด 


ทั้งร้านเงียบกริบแม้แต่นกที่ตอนแรกโวยวายจะพังกรงก็สงบเสงี่ยมขึ้นทันตา


“นะ ..นกของฉัน” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อเขาเดินไปดูนกอินทรีพันธุ์ดีที่สุดในร้านพอหันมาจะเรียกเก็บค่าเสียหายเด็กคนนั้นกับเจ้านกเพนกวินก็หายตัวไปแล้ว


ไอลีนมือหนึ่งลากกล่องอีกมือลากเพนกวินตัวกลมให้วิ่งตามมา พอไกลจากร้านพอสมควรเธอก็หาซอกมุมแล้วนั่งยอง ๆ ลงไปหาสัตว์วิเศษที่มีคนส่งมาให้


“ออสก้า? ขอฉันอ่านจดหมายนี่ก่อนแล้วเราจะได้เคลียร์กัน” หลังจากจับป้ายห้อยคอมันออกมาดูไอลีนก็เหลือบไปเห็นพับจดหมายเล็ก ๆ ในกล่องพร้อมกับอาหารสัตว์ที่แพ็คมาอย่างดี มือเล็กหยิบมันขึ้นมากางอ่านไม่ได้สนใจเพนกวินที่เดินเต๊าะแตะออกไปเล่นเกล็ดหิมะ


ไงสวีตฮาร์ท


ฮอกวอตส์คงหนาวมากอย่าลืมใส่เสื้ออุ่น ๆ ตอนนี้พวกฉันโอเค พ่อกับแม่ก็สบายดี ออสก้าเป็นของขวัญวันคริสต์มาสหวังว่าจะดูแลมันอย่างดีนะ เจอกันวันที่ 24 เวลา 19.00 หน้าร้านขนมโปรดเธอ


ปล. ออสก้าชอบเดินตามเสียงกระดิ่ง


จากดับเบิ้ลพี

พี่ชายแสนดี


กรุ๊งกริ้ง..


เสียงกระดิ่งที่มาพร้อมประโยคสุดท้ายในจดหมายทำให้ไอลีนต้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ 


นั่น! เจ้าเพนกวินจอมแสบกำลังเดินตามนักเรียนสักบ้านในชุดไปรเวทที่สั่นกระดิ่งของเล่นจากร้านขายของตลกซองโก้ไป


“มานี่นะไอ้อ้วน!”


หลังจากที่เดินไปอุ้มมันกลับมาเธอก็พบว่ามันไม่ได้หนักอย่างที่คิดที่หนักน่าจะเป็นอาหารสัตว์มากกว่า ร่างกลมตุ้ยนุ้ยยืนเอาปีกเล็ก ๆ ไขว้หลังแล้วหลบตาเหมือนเด็กทำความผิด อุ้งเท้าสีเหลืองข้างซ้ายบิดไปมาแล้วเหลือบตามองคนที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเป็นระยะ


น่าพิศวง มันฉลาดเกินเพนกวินอ้วนธรรมดาแล้วยังต่อสู้ได้อีก 


“ชกต่อยเก่ง?” หัวกลมพยักให้เธอ “กังฟูล่ะ”


มันพยักหน้าให้อีกแล้วมองไอลีนด้วยดวงตาใสซื่อ “มวยไทยเป็นไหม”


ออสก้าทำหน้างงจากนั้นก็เอียงคอ ตัวมันอ้วนกลมจนเธออยากจับมาฟัดให้รู้แล้วรู้รอด


“ช่างเถอะ” ดวงตากลมกระพริบปริบ ๆ จากนั้นก็เชิดหน้าไปทางอื่นอย่างดื้อดึง ไอลีนพบว่าในกล่องมีอาหารและกระดิ่งสีทองความยาวเหมาะมือวางอยู่ เมื่อเจ้านายสั่นกระดิ่งเจ้าตัวอ้วนก็วิ่งตุบปัดตุบเป๋ร้องอ้อแอ้ตามมาอย่างง่ายดาย







โรสนอนกระดิกเท้าอ่านนิยายยุคเก่ากึกที่ไปยืมมาจากห้องสมุดมองไอลีนที่นอนคว่ำหย่อนปลาตัวเล็กใส่ปากลูกเพนกวินทีละตัวเพราะเทใส่จานให้แล้วมันไม่ยอมกิน “พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านแล้วแท้ ๆ ทำไมไม่ไปให้กันที่นั่น” 


“ฉันก็ไม่เข้าใจพี่ชายไอลีนเหมือนกัน” เธอจับหิมะเวทมนตร์เกล็ดเล็ก ๆ เพิ่งสังเกตว่าพอเข้ามาในห้องที่เย็นชื้นแต่ไม่เย็นเท่าบรรยากาศข้างนอกเจ้าอ้วนกลมก็มีเกล็ดหิมะลอยวนอยู่รอบตัวทันทีจนไอลีนรู้สึกเย็นไปด้วย คงดีมากในซัมเมอร์เพราะเธอเป็นคนขี้ร้อน “แกไม่กลับบ้านจริงดิ”


“ไม่อ่ะ ฉันไม่ได้รับจดหมายสักฉบับเกิดไปแล้ววืดคงได้นอนคิงส์ครอส” ก็จริง พรุ่งนี้เธอต้องไปเจอพี่ชายที่หน้าร้านขนมโปรด แต่มันร้านไหนละ


งั่ม ๆๆๆ


“พอได้แล้วตัวตะกละ พุงแกจะยื่น” ไอลีนตีก้นกลม ออสก้าฟังภาษาคนออกมันลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอย่างแง่งอนแต่ก็ไม่ได้เข้ามาแย่งปลาในมือเธอแต่อย่างใด


ได้เวลาเธอต้องไปหาทอม เมื่อวานนี้หลังจากพาเขามานอนที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่รู้เลยว่าจอมมารเป็นยังไงบ้าง ไอลีนรอดพ้นจากการโดนล้อเพราะใส่เสื้อคอเต่ายาวเกือบปิดคอ ก็หมอนั่นเล่นทิ้งรอยแดงเอาไว้เป็นจ้ำ ๆ คอยดูวันนี้จะล้อเรื่องนั่งพับผ้าให้อายจนมุดลงพรมเลย


“ไม่ต้องตามมาออสก้า ฉันไปแปบเดียว” ร่างก้อนที่กำลังเดินเต๊าะแตะตามมาชะงักแล้วใช้ดวงตาสีฟ้าสงสัยใคร่รู้มองเจ้านายที่กำลังบิดลูกบิด


วันนี้โรงเรียนครึกครื้นมากเพราะจะปิดเรียนตั้งสิบวันเพื่อฉลองคริสต์มาสทั้งฮอกวอตส์ประดับด้วยสีแดงทองและเขียวของต้นสน ยิ่งใหญ่กว่าของแฮร์รี่ในหนังซะอีก แม้แต่ห้องนั่งเล่นของสลิธีรินก็ยังมีต้นคริสต์มาสมาวางประดับ


ทอมที่กำลังนั่งอ่านหนังสือผิงไฟในวันที่หนาวสุด ๆ เงยหน้าขึ้นมามองเธอเล็กน้อย แววตาเขาดูไร้อารมณ์แต่หูสะท้อนกับแสงไฟสีส้มแดงเถือก


“ซ่อมกำแพงรึยังคุณริดเดิ้ล” คำถามมาพร้อมเสียงหัวเราะคิก ๆ ที่น่าหมั่นไส้ร่างเล็กเท้าแขนลงกับโซฟายื่นหน้าไปมองคนที่กำลังอับอาย


“...”


“เมื่อวานนี้ช่วยนายพับผ้าจนเมื่อยไปหมด” ช่วยจริง ๆ ไอลีนต้องลงไปนั่งพับผ้าอากาศเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะทอมไม่ยอมลุกไปไหนจนกว่าจะ ‘พับผ้า’ ทั้งกองเสร็จ หัวเราะแทบตายทั้งที่เพิ่งโดนลวนลามไป


“ถ้าเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร..”


“ฉันจะฆ่าเธอซะ” ร่างเล็กเดินอ้อมไปทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ มือคล้องแขนทอมอัตโนมัติเขามีท่าทีขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ไวเท่าไอลีน “ขู่คำอื่นบ้างเถอะ ถ้าฉันตายไปคนอื่นจะคิดว่าเป็นฝีมือนายนะ


“...” จอมมารวันนี้ดูปากไม่ค่อยจัดน่าจะเพราะไอลีนกำความลับของเขาไว้ “อย่ามาโดนตัว ฉันไม่ชอบ”


“..แหม ใจร้าย” นิ้วเล็กจิ้มลงบนไหล่หนาอย่างเง้างอน บางทีจอมมารอาจจะไม่เคยโดนใครทำแบบนี้หูเขาถึงได้ยิ่งแดงระเรื่อขึ้นไปใหญ่ ดูแล้วไม่เหมือนคนจะครองโลกเลยนะ “เป็นเรื่องปกติของคนรักกัน”


“เราไม่ได้ - รัก - กัน” ดวงตาคมกริบถลึงมองเธอ


“หรือว่านายมีคนที่ชอบอยู่แล้ว..” ถ้ามีก็ดีสิ ไอลีนนี่แหละจะเป็นแม่สื่อให้ทอม ริดเดิ้ลสมหวัง!!


“ไร้สาระ” คนเย็นชาว่าอย่างไม่ใส่ใจนักแขนที่ขัดขืนอยู่ก็ปล่อยลงข้างตัวอย่างจนใจ แหม ก็ว่าอยู่ คนอย่างทอมเนี้ยจะมีคนที่ชอบแค่คิดก็ขนลุกแทนใครคนนั้นแล้ว


“ความรักไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะ” ที่จริงไอลีนกับโรสก็โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าเหมือนกัน โชคดีที่ได้รับความรักเพียงพอไม่งั้นคงได้เป็นเหมือนทอม เก็บกดจนชีวิตพัง


“หุบปาก ฉันจะอ่านหนังสือ” พอเถียงไม่ได้ก็แบบนี้ตลอด ไอลีนพิงผนักกะว่าจะพักสักหน่อยเพราะวันนี้ออกไปเจออากศหนาวติดลบมา อุณหภูมิในหอดีมากเพราะมีเตาผิงให้ความอบอุ่น แล้วก็ยังมีเพลงคลาสสิคดังคลอมาเบา ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเก่ากึก จะไม่ดีก็ตรงที่เธอลืมใส่ถุงมือมานี่แหละมือเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง รุ่นน้องตัวเล็กโบกมือให้อะบราซัสที่เดินขึ้นมาจากหอ อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้เล็กน้อยจากนั้นก็เดินผ่านทั้งสองไป “หมอนั่นเป็นใคร”


“อะบราซั.. คนไหนละนายก็พูดให้มันชัดเจน” พอเขาจ้องดุ ๆ ไอลีนก็เปลี่ยนคำตอบแทบไม่ทัน


“ในหัวเธอ หัวโล้น ผิวสีเทา ไม่มีจมูก” ทำไมเขาทำหน้าตาสมเพชตัวเองในอนาคตขนาดนั้นละ


“คือว่ามันพูดยากนะ” ไอลีนมองตามอะบราซัสที่กำลังเดินผ่านมา คิดว่าจะรอให้เขาลงหอไปกันแล้วค่อยพูด โวลเดอร์มอร์คว้าหมับเข้าที่สันกรามเล็ก เพิ่งสังเกตว่ามือเขาใหญ่เกือบเท่าหน้าเธอ “เข้าใจแล้ว ๆ แค่นี้ต้องหึงด้วย”


ทอมมองเหมือนหมดคำจะพูดกับเธอเอือมมากถึงมากที่สุด เขาคงอยากฆ่าไอลีนวันละหลายหนถ้าไม่ได้อยู่ในโรงเรียน


“เขาคือนาย” 


แววตาจอมมารบอกว่าเขาไม่เชื่อ 


แน่ละเขาไม่เคยเชื่ออะไรเธอสักอย่าง “ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ใครจะทำอะไรบ้าบอสุดโต่งได้เหมือนนาย”


“...”


“เรื่องฮอร์ครักช์ ทันทีที่มันถูกทำลายหมดนายก็จะตาย นายมีทางเลือกนะ เคยถูกทำนายว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์นี่ใช่ไหม”


“ก็แค่คำพูดเหลวไหล คนที่เกิดมาในบ้านเด็กกำพร้าอย่างฉัน” 


มือเย็นเฉียบของไอลีนเอื้อมไปจับอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายมันอุ่นพอดีและชวนให้รู้สึกสบาย “นายอาจจะคิดว่าไม่มีใครรักนาย แต่ที่จริงแล้วแม่รักนายมากนะ” 


คนหวงตัวสะบัดมือเธอทิ้งอีกครั้ง


“เธอก็แค่แม่มดโง่ ๆ” เมโรเพอาจไม่ฉลาดเท่าไหร่ แต่ยังไงเธอก็เป็นแม่แท้ ๆ “ฉันเกลียดพวกเขา”


จอมมารจมลงไปในความแค้นดวงตาเขาแดงก่ำแต่ก็มีน้ำตาคลอหน่วย เหมือนศีรษะเธอถูกตีด้วยของแข็งหลายครั้ง ไอลีนชาหนึบไปทั้งตัวสมองสั่งให้เธอนึกสมน้ำหน้าจอมมาร เขาไม่ใช่คนดี ร้ายกาจและเห็นแก่ตัว 


แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่เหรอ


โลกหันหลังให้เขา ทอมไม่เคยได้รับความรักจริง ๆ แล้วตอนนี้เธอยังมาหลอกว่าชอบเขาอีก


“ริดเดิ้ลที่จริงแล้วฉัน..”


ตุบ!


“เอ๋..” ลูกเพนกวินตัวกลมที่ถไลมาชนกับเท้าทั้งสองส่งเสียงร้องแล้วใช้ปีกอันเล็กยันตัวเองลุกขึ้นยืน


ความสูงมันแค่หัวเข่าไอลีนเท่านั้น หนักไปทางออกข้างมากกว่า ยิ่งมาอยู่ใกล้เตาผิงหิมะของมันก็ยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ 


“ออสก้าแกขึ้นมาได้ไง” มือเล็กยกตัวเจ้าเพนกวินน้อยมานั่งบนโซฟา ตัวมันก้อนมาจนย้วยไปกับเบาะหนังสีดำส่งเสียงอ้อแอ้คุยกับเธอจากนั้นก็ทำจมูกฟุดฟิดดวงตาที่เคยกลมแป๋วมองไปที่ทอมฉายแววดุดันขึ้นมาทันที


ซี่...


งูสีดำเกล็ดเหลือบรุ้งโผล่ออกมาจากแขนเสื้อนักเรียนอีกฝ่ายแล้วชูคอขึ้น เป็นงูตัวเดียวกับที่ขู่ไอลีนวันนั้น


“เมื่อกี้เธอมีอะไรจะพูด”


“โรงเรียนห้ามเลี้ยงงูนะ!” เธอคว้าออสก้าที่กำลังจะเดินไปจัดการอสรพิษตรงหน้าแล้วถดตัวหนีเขา


“นั่นสำหรับงูมีพิษ เธอไม่มีพิษและศาสตราจารย์ดิพพิตไม่รู้ก็ไม่ผิด” เขาเรียกงูในมืออย่างสนิทสนม


“อย่าบอกนะว่านายพกงูไปไหนมาไหน” ร่างก้อนตัวกะเปี๊ยกในอ้อมแขนเธอก็นักเลงซะเหลือเกินมันดิ้นแล้วจ้องงูตัวยาวอย่างมาดร้ายจนแขนเล็ก ๆ นั่นสู้แรงแทบไม่ไหว


“แน่นอน ชาล็อตเป็นผู้ช่วยที่ดี” ทอมลูบหัวเล็ก ๆ สีดำเมื่อมอย่างอ่อนโยน “รู้ไหมทำไมฉันถึงได้ไม่เชื่อคำโกหกของเธอ”


“...”


“เพราะฉันไม่เคยคิดจะฆ่ามักเกิ้ลหรือพวกเลือดสีโคลน”








การพกเพนกวินที่มีหิมะลอยอยู่รอบตัวไปไหนมาไหนคงไม่ปกติเท่าไหร่สำหรับมักเกิ้ลมันจึงถูกฝากไว้กับโรสแมรี่จนกว่าเธอจะกลับไป พวกนั้นเข้ากันได้ดีนะเห็นก่อนมายังพากันไปเล่นหิมะที่ลานน้ำพุ ร่างเล็กนั่งบนกระเป๋าเดินทางใบโตเตะขาไปมารอคนที่บอกว่าจะมารับ ในเมื่อเธอไม่รู้ว่าร้านโปรดของไอลีนคือร้านไหนก็นั่งมันตรงหน้าชูก้าแชงส์ร้านขายขนมปังของโปรดเธอนี่ละ เสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีเมนูช็อคโกแลตลาวาแต่ถึงมีเงินซิกเกิ้ลในกระเป๋าก็คงซื้อพวกมันไม่ได้อยู่ดี


เธอเงยหน้ามองนาฬิกาเข็มสั้นเกือบชี้เลขแปดและเข็มยาวชี้เลขสิบ จากนั้นก็มองผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ในชุดแปลกตาสุดย้อนยุค อืม.. ตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีทหารอังกฤษยืนรักษาความปลอดภัยกันเรียงราย


แปะ..


กระดาษรูปทรงแปลกตาปลิวมาแปะที่หน้าผากเธอ ดวงตากลมเหลือบขึ้นไปมองมันแล้วดึงออกมา มันเป็นกระดาษสีน้ำตาลรูปร่างเหมือนนกฮูก ทันใดนั้นไอลีนก็ถูกดึงหายวับไปโดยที่มักเกิ้ลไม่ได้ทันเห็น ร่างของเธอมาโผล่อีกครั้งที่ตลาดดูคึกคักแม้จะเป็นเวลาเกือบสองทุ่ม พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบป้ายอันเบ้อเริ่มคำว่าตรอกไดแอกอน


“จ้ะเอ๋!/จ้ะเอ๋!!”


“เฮือก!!” สองร่างมาโผล่ด้านหลังเธอพร้อมกันทำไอลีนหัวใจแทบวาย พวกเขาเป็นชายหนุ่มในเสื้อสูทเต็มยศ มีใบหน้าคมคาย ดวงตาสีดำและเส้นผมสีเดียวกัน ที่สำคัญหน้าเหมือนกันยังกับแกะ 


“เย็นไว้สาวน้อย” หนึ่งในนั้นรีบกอดคอแล้วดันมือที่กำลังจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมา


“ขี้โมโหไม่เปลี่ยนว่าไหมแพทริค” อีกคนก็ก้าวเข้ามายีหัวเธอ


“ก็เธอเป็นลูกท่านรองแบรี่นี่หน่า” พวกเขาพูดกันข้ามหัวเธอไปมา “ดูเหมือนเธอจะอ้วนขึ้น”


“เราใช้เวลาหาเธอตั้งเกือบชั่วโมง ว่าแต่ของขวัญเราละ” แพทริคทำหน้าตื่น เธอเพิ่งสังเกตว่าเขามีไฝเม็ดเล็ก ๆ ที่ใต้หางตาข้างซ้าย


“เธอเอาออสก้าใส่กระเป๋าเดินทางไม่ได้นะ” หลังจากนั้นพวกเขาก็มะรุมมะตุ้มจะแงะกระเป๋าเดินทางเธอยกใหญ่


“หยุด! - เดี๋ยวนี้!” ไอลีนชักไม้กายสิทธิ์ออกมาชี้พวกเขาจริง ๆ  ทั้งสองชะงักไปจากนั้นก็ทำหน้าเคือง ๆ “ฉันไม่ได้เอามันมา”


“น่าน้อยใจนะว่าไหมเพอร์ซี่” พวกเขากอดอกพร้อมกัน


“ฉันก็ว่างั้นแพทริค กว่าเราจะซื้อเพนกวินแฟรี่ให้เธอได้ไม่ง่ายเลย”


“ราคาประมูลมันเกือบห้าสิบแกลเลี่ยน” 


“แล้วซื้อมันมาทำไม” เอาละเขาอาจจะเป็นพี่ชายฝาแฝดของเธอไอลีนยกกระเป๋าที่นอนแอ้งแม้งขึ้นมาเพอร์ซี่ก็ดึงไปจากนั้นก็ยัดใส่กระเป๋าทำงานใบเล็ก ๆ


“เธอขอให้พวกเราซื้อนะ!/เธอขอให้พวกเราซื้อนะ!” คนในตรอกหันมามองสองพี่น้องจอมโวยวาย 


ไอลีนแทบจะเอาหน้ามุดดินหนีไปซะ พวกเขาหน้าหนาจริง ๆ เลย!


“คราวหน้าฉันจะเอามันกลับมาด้วย พอใจรึยัง!”


จากนั้นเธอก็ได้ไอติมจากร้านฟอร์เรียน สเตสคิวส์ที่เพิ่งเปิดให้บริการเป็นของขวัญ ร่างเล็กเดินตามพวกเขาพร้อมกับเลียไอศกรีมรสเนยถั่วกับท็อปปิ้งช็อคโกแล็ตที่เข้ากันแบบแปลก ๆ ไอติมนี้ราคาสิบแปดคนุตส์ แล้วมันเท่าไหร่หว่า คงไม่แพงเพราะแพทริคเหมาไปคนเดียวตั้งสามโคนจนฝาแฝดเตือนว่าจะปวดท้องนั่นละถึงได้หยุด


ไม้กายสิทธิ์ของโอลลิแวนเดอร์..


คนเดินเพลิน ๆ ถึงกับชะงัก 


“ฉันต้องไปให้เขาดูไม้กายสิทธิ์ซะหน่อย” เธอมองร้านที่ดูใหม่มากเมื่อเทียบกับสมัยของแฮร์รี่แล้วตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปโดยมีพี่ชายทั้งสองตามมา


“หวัดดีครับเกอร์เวียส”  แพทริคยิ้มกว้าง


“โอ้ ไงคุณพรินซ์ มาซ่อมไม้กายสิทธิ์อีกแล้วรึ” ชายวัยกลางคนหนวดขรึ้มทักทายลูกค้าประจำทุกปิดเทอมสมัยที่พวกเขายังเรียนอยู่ฮอกวอตส์


“ผมเปล่า..”


“หนูอยากให้คุณดูไม้ให้หนูหน่อย” ไอลีนชักมันออกมาจากเสื้อคลุมแล้ววางลงไปตรงหน้าเขา เกอร์เวียส โอลลิแวนเดอร์หุบเดลี่พรอเฟ็ตแล้ววางมันลงบนโต๊ะ


“ไม้แอช.. แกนกลางยูนิคอร์น.. ความยาวสิบนิ้ว” เขารับมันไปพิจารณา


“เขาทำมันอีกแล้ว” แพทริคหยิบหนังสือพิมพ์ไปดูแล้วพูดกับฝาแฝด


“พ่อคงไม่ได้กลับบ้านอีกหลายวัน” เพอร์ซี่รับไปอ่าน


ไอลีนมองไปที่เจ้าของร้านโอลลิแวนเดอร์ พอจับไม้กายสิทธิ์ไปดูเขาก็เหลือบมองเด็กสาวตรงหน้าเป็นระยะ


“ถึงเวลาต้องเปลี่ยนไม้ใหม่แล้ว.. คุณพรินซ์” เกอร์เวียสยิ้มจากนั้นก็วางไม้ลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปในร้าน


“เกิดอะไรขึ้นกับไม้เธอ” แพทริคเลิกคิ้วจากนั้นก็หยิบไม้แอชขึ้นไปดู “มันแตกนี่หน่า”


รอยแตกลากยาวตั้งแต่ปลายไม้ขึ้นมากึ่งกลางไอลีนมั่นใจว่าตอนยื่นให้เขามันยังไม่มีด้วยซ้ำ เขาหายไปราว ๆ ห้านาทีพร้อมเสียงซุบซิบที่คุยกับตัวเองเหมือนกำลังเถียงว่าควรจะหยิบไม้อันไหนให้เธอดี ไม่ว่าจะเป็นแกนกลางขนหางฟินิกซ์หรือเอ็นหัวใจมังกรล้วนร้ายกาจทั้งนั้น


เกอร์เวียสไม่ได้จะให้เธอไปร่วมสงครามใช่ไหม..


“ไม้มะเกลือเอ็นหัวใจมังกร ความยาวสิบนิ้วพอดีมือ”  ไม้สีน้ำตาลเรียบ ๆ ถูกหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้


ไม่รู้สึกอะไรเลย


“โบกสิ” พี่ชายใช้ศอกกระทุ้งหลังเบา ๆ มือเล็กสะบัดจากนั้นเสียงพึบพับก็ตามมาลมแรงเหมือนพายุพัดกระดาษสมุดปลิวหลายวินาทีจากนั้นก็สงบลง ร้านเละไปหมด


“อืม.. สักครู่นะ” เขาหายไปอีกครั้งจากนั้นก็หยิบกล่องสีดำออกมาจากหลังร้าน “ฮอว์ทอร์นแกนกลางยูนิคอร์นความยาวสิบเศษสามส่วนสี่”


ไม้ถูกหยิบออกมา ในใจไอลีนปฏิเสธทันที แต่ก็จำต้องรับมาแล้วโบกไม้ทำลายร้านโอลลิแวนเดอร์อีกครั้ง


“ไม่ใช่รึ!” คนขายดูมีอารมณ์เล็กน้อยเมื่อเขาเดาใจเธอไม่ถูกสักที คราวนี้เขาลองหยิบไม้สุ่ม ๆ มาบ้าง ทายาทเจ้าของร้านไม้กายสิทธิ์หลายยุคหลายสมัยไม่เคยต้องใช้การสุ่มเดามาก่อน เขาหลับตาเคาะนิ้วไปกับชั้นวางกล่องจนพอใจก็หยิบไม้ตรงหน้าออกมา


“ครั้งแรกยังไม่ยากขนาดนี้” หนึ่งในพี่ชายพูดขึ้น


“ไม้เฟอร์เอ็นหัวใจมังกร ความยาวสิบนิ้ว” ทันทีที่ไอลีนเอื้อมมือไปรับความอุ่นเหมือนลมจากเตาผิงชวนให้สบายก็ส่งตรงมายังเธอจากนั้นก็หายไป


“หนูคิดว่าอันนี้” เธอมองไม้สีน้ำตาลเรียบ ๆ มีเพชรเม็ดใหญ่ติดที่ปลายด้ามจับ


“ของแพงที่สุดในร้านขายออกเสียที” เกอร์เวียสพูดติดตลก หลังจากที่ให้พี่ชายจ่ายเงินไอลีนก็รับถุงผ้าใส่ไม้กายสิทธิ์จากเจ้าของร้าน “ไม้เฟอร์จะปกป้องเธอตราบที่จิตใจเข้มแข็งคุณพรินซ์ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น.. เป็นตัวของตัวเอง”


“...”


“และจงกล้าหาญ”








ลูกคนเล็กบ้านพรินซ์เกลียดกุญแจนำทาง เธอกอดกระโถนอ้วกอยู่ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงแล้วยกมือห้ามหญิงวัยกลางคนผมดำตาฟ้าว่าหยุดพ่นภาษาฝรั่งเศสใส่เธอได้แล้ว แม้จะฟังออกแต่ตอนนี้เวียนหัวจนหูอื้อตาลายไปหมด


“เกิดอะไรขึ้นกับน้อง?” ภาษาฝรั่งเศสถูกส่งไปยังฝาแฝดตัวร้ายของบ้าน ไอเม่ พรินซ์เท้าเอวมองจอมขะเมือบที่กำลังลงมือหั่นน่องไก่งวง


“น้องอ้วกเองครับ” แพทริคทำหน้าใสซื่อ


“ไม่ใช่ว่าลูกให้เธอใช้กุญแจนำทางหลายครั้งหรอกนะ” ไอเม่มองดุ ๆ 


ตลกจัง คนที่หายคลื่นไส้บ้วนปากเสร็จมองพี่ชายทั้งสองแล้วหัวเราะคิก ๆ 


“โอ้ เมอร์ลิน.. ดูลูกสิ” ผู้เป็นแม่มองเธออย่างเป็นห่วง 


“ฮ่าๆๆๆ ดูลูกสิงั้นเหรอ.. คิก ๆๆๆ” ตลกอะไรขนาดนี้ ไอลีนกุมท้องหัวเราะ


“เราพาเธอไปเซนต์มังโกดีไหมครับมาดาม..” เพอร์ซี่ก็ชักเป็นห่วงน้องสาวขึ้นมาบ้างแล้ว


“เซนต์มังโก คิกๆๆๆๆ”


กว่าจะหยุดหัวเราะได้กินดินเนอร์ก็ปาไปสองทุ่ม นี่ละนะผลเสียของการใช้กุญแจนำทางแต่ถ้าไม่ใช้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะมาโผล่ในฝรั่งเศสได้ยังไง นึกว่าพรินซ์เป็นตระกูลพอมีพอกินแต่ที่ไหนได้ แบรี่ พรินซ์ พ่อของเธอเป็นถึงรองรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์อังกฤษ ไอเม่ พรินซ์เป็นแม่มดชาวฝรั่งเศส แพทริคเพอร์ซี่ก็กำลังเป็นเด็กส่งเอกสารในกระทรวง..


“เด็กส่งเอกสารที่ไหน”  พนักงานต๊อกต๋อยเบอร์หนึ่ง


“มาดามพูดให้ดีนะ” พนักงานต๊อกต๋อยเบอร์สอง


“ใช่ ๆ พ่อเล่าว่าลูกต้องไปซื้อกาแฟให้หัวหน้าแผนกอีกอย่างหนึ่ง”


“แม่!/แม่!” ไอเม่ส่ายหัวยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันมาทางลูกสาวที่ดูเจริญอาหารมากกว่าปกติ แบบนี้ก็ดี ไอลีนผอมแห้งเหมือนขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็กถ้าไม่หิวก็จะไม่กิน พออิ่มแล้วก็วางช้อนทันที เธอนึกเป็นห่วงมาตลอด


“โรงเรียนเป็นยังไงบ้างจ้ะ”


“ก็ดีค่ะ” คนพ่นภาษาฝรั่งเศสออกมาคล่องปรื๋อเงยหน้ามองทั้งโต๊ะ


“นี่..” พี่ชายคนโตเอาเท้าเตะเธอใต้โต๊ะแล้วขยับปากไม่มีเสียง “ค่า - ไม้ - กาย - ยะ - สิทธิ์”


“อ่า เอิ่ม.. คือว่าไม้หนูแตกค่ะแม่เลยแวะไปดูอันใหม่ที่ร้านโอลลิแวนเดอร์มา” ไอลีนหยิบไม้อันใหม่ขึ้นมายื่นให้ผู้เป็นแม่ดู


“สวยมากเลยจ้ะ เท่าไหร่ล่ะ” เธอลูบไม้สีน้ำตาลที่ด้ามจับประดับเพชรของลูกสาวเบา ๆ จากนั้นก็หยิบไม้ตัวเองเรียกถุงเงินบนโต๊ะในครัวมา


“สิบสองแกลเลี่ยนค่ะแม่” 


“ลูกโดนหลอกรึเปล่าจ้ะ..” ไอเม่กระพริบตาปริบ ๆ ดวงตากลมสีฟ้าเงยขึ้นมามองลูกสาว


“สิบสองจริง ๆ ครับแม่” เพอร์ซี่ช่วยยืนยัน


“...เอาเถอะ สงสัยช่วงนี้ตรอกไดแอกอนจะซบเซาเพราะสงคราม” เงินสิบสองแกลเลี่ยนถูกหยิบออกมาแล้วยื่นให้ลูกสาวไอลีนก็ส่งมันให้แพทริคเพราะเขาเป็นคนออกค่าไม้กายสิทธิ์ให้


“ปกติไม้กายสิทธิ์อันเท่าไหร่” พอพ้นช่วงดินเนอร์เธอก็เดินไปกระซิบถามพี่ชายคนรอง


“สามแกลเลี่ยน” สมควรให้แม่คิดว่าโดนหลอกจริง ๆ นั่นแหละ


พรินซ์เป็นเลือดบริสุทธิ์ชนชั้นสูงลิบ พวกเขาปฏิเสธวิทยาการของมักเกิ้ลทั้งหมดแน่นอนว่าแม้แต่หลอดไฟ ไอลีนหยีดวงตาที่ปวดหนึบเพราะแสงจากเทียนมองหนังสือแฟชั่นฝรั่งเศสดูฆ่าเวลา เธอชอบแฟชั่นยุคนี้มาก มันคลาสสิคแม้จะมีชุดหลายชั้นก็เถอะ นั่นทำให้มีเสน่ห์นะ


เสียงก๊อกแก๊กที่หน้าประตูบ้านพักดังขึ้นเธอถูกพี่ชายคนโตอย่างแพทริคใช้เท้าเขี่ยลับหลังแม่แล้วบอกให้ไปเปิดประตู


“ใครคะ” ข้างนอกยังคงเงียบกริบแม้เธอจะตะโกนถามหลายครั้ง แพทริคที่สังเกตถึงความผิดปกติเดินออกมาดู

 

“เตรียมไม้” เมื่อกลอนประตูเริ่มบิดจากด้านในทีละน้อยเขาก็ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา ผู้เป็นน้องสาวลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยอย่างตื่นเต้น นี่มันเหมือนฉากระทึกในหนังไม่มีผิด


ผลั๊วะ!!


ทันทีที่เปิดออกก็ปรากฏเป็นชายผมสีขาวทั้งหัวร่างโชกเลือดยืนอยู่


“กรินเดลวัลด์?!” แพทริคพูดอย่างอึ้ง ๆ ส่วนไอลีนก็ขมวดคิ้วมือกระชับไม้กายสิทธิ์เพราะพี่ชายดูไม่ได้ปลื้มคนตรงหน้าเท่าไหร่นัก


“ไงไอ้หนู”


“ไอ้หนูอะไรของแก!” คนขี้โมโหตวาดไม่ไว้หน้าเตรียมร่ายคาถาใส่คนเจ็บ


“เดี๋ยว!! เดี๋ยวก่อน!!” หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งโผล่ออกมาจากด้านหลังคนเจ็บแล้วขวางเอาไว้


“เอสเม่?” 


“หลบแพทริค ฉันต้องทำแผลให้เขา!”  เธอตวาดเสียงดังดูแล้วมีอำนาจจนไอลีนเผลอถอยหลังให้


“ผมให้น้าเอาผู้ก่อการร้ายเข้าบ้านเราไม่ได้หรอกครับ!!”


“บ้านแม่เธอมันก็บ้านฉันเหมือนกัน หลบไปไอ้ลูกหมา!”


“น้าว่าอะไรนะ?!”


“แพทริค” เสียงไอเม่ดังมาจากในห้องครัวยุติเสียงทะเลาะทั้งสอง “ให้พวกเขาเข้ามา” 





tbc.

1คอมเม้นต์ = 1กำลังใจค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 262 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #142 I'am ?? (@puo55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 23:04
    ชอบมากกกกเลยค่ะ ฮือ ขอบคุณนะคะ
    #142
    0
  2. #136 Praewa5205 (@Praewa5205) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 22:02
    ไรท์แต่งเก่งมากเลย เป็นฟิคที่ดีมากรักเลยค่ะ
    #136
    0
  3. #26 Black doll (@numsaitaehyung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 08:29
    โห คือแบบ.... ไปสุดมาก อธิบายไม่ถูก....
    #26
    0
  4. #25 mbae (@mbae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 00:40
    เจ้าพวกพี่ชายก็น่ารักมากเลยด้วยค่ะ อยากมีพี่ชายเลย ;-;
    #25
    0
  5. #24 mbae (@mbae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 00:39
    พี่ทอมเขาซึนน่ารักมากเลยแง แล้วไอลีนต้องไปเกี่ยวข้องกันกดวด้วยเหร๊ออออ จะมีเริ่มปวดหัวตามมาไหมเนี่ย
    #24
    0
  6. #20 Iovelove (@Iovelove) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 13:14
    รอยาวๆเลยตอนนี้55
    #20
    0
  7. #19 LOLIGA (@yimyam99) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 02:43
    ชอบบบมากเลย โมเม้นทอมน่ารักมากกก
    #19
    0
  8. #18 UKIUKUKUKUE (@UKIUKUKUKUE) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:29
    รอจ้าาาาา
    #18
    0
  9. #17 samyangirl (@samyangirl) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 22:00
    รอฮะะะะะะะ รอโมเม้นต์อีกกกกกแงงงง
    #17
    0