ซีรีส์หวานอมขม [Yaoi]

ตอนที่ 85 : ต้นที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 มี.ค. 56

ซีรีย์หวานอมขม : ภาค ยอดสะเดา กับ ข้าวโพดต้ม






ต้นที่ 19





...เฮ้ย!! ...มันก็แค่ไปเลี้ยงบัดดี้

ใช่ ๆ ไปกินข้าวกับบัดดี้ด้วยกันสองคนเฉย ๆ 
มึงอย่าไปคิดอะไรมากสิวะ!!   
โอยยย...ก็บอกว่าอย่าไปคิด...อย่าไปคิด...


...ขนาดไม่คิด
....แล้วนี่กูยังจะเสือกมายืนหมุนไปหมุนมา
เลือกเสื้ออยู่หน้ากระจกเป็นรอบที่ร้อยทำไมวะเนี่ย!!



ปลายฟ้าขยี้ศรีษะหงุดหงิดอย่างคนที่ไม่เข้าใจในอารมณ์ตัวเอง
ว่าเหตุไฉนเขาต้องมาเกร็งกับนัดเลี้ยงบัดดี้ธรรมดา ๆ นี้ด้วย

ก็เล่นตื่นตั้งแต่แปดโมงเช้าอาบน้ำอาบท่าแล้วก็มายืนมองหน้าตู้เสื้อผ้า
เลือกชุดอยู่นานสองนานอารมณ์เหมือนถูกสาวน้อยในการ์ตูนเข้าสิง


...ไอ้เชี่ยเอ้ยย!! แค่ไปกินข้าวกับบัดดี้ไม่ได้ไปเดท เขาจะตื่นเต้นอะไรนักหนาวะ!!


ไม่แน่ว่าสาเหตุที่เป็นแบบนี้มันอาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรก
ที่เขากับคมไปกันสองคนโดยไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย
ถึงพวกเขาจะเริ่มสานต่อมิตรภาพดี ๆ 
จากแค่คนแปลกหน้า... เด็กต่างคณะ...กลายมาอยู่ในสถานะที่เรียกว่า คนรู้จักกัน
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสองคนจะสนิทสนมอะไรกันมากมายเท่าเพื่อนในกลุ่ม
คุยกันก็แทบจะนับครั้งได้ ...อย่างล่าสุดที่มันโทรมาเขายังไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย
พอมานัดเจอหน้ากันแค่สองคนเลยรู้สึกแปลก ๆ 


แต่เอาวะ... ช่างมัน...
ถ้าไม่มีเรื่องคุยก็ไม่ต้องคุย แค่ไปกินข้าวครึ่งชั่วโมง
ชำระหนี้ที่ค้างคาต่างคนต่างแยกย้ายเป็นอันจบ


...มึงอย่าคิดมากสิวะ!!



ปลายฟ้าสั่งตัวเองให้สงบย้ำซ้ำอีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจคว้าเสื้อยืดสีขาวธรรมดา
กับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวโปรดมาใส่ให้เรียบร้อยอย่างเป็นปกติ
ก่อนจะนั่ง ๆ  นอนเล่นเกมบนซัมซุงกาแล็กซี หิ้วท้องรอใครบางคนตามเวลานัด
เล่นเกมส์เพลินจนเกือบจะเพิ่มแต้มทำลายสติได้อยู่แล้ว
แต่กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นพร้อมกับที่หน้าจอเปลี่ยนเป็นโหมดมีสายโทรเข้า



ฮัลโหล


เขากรอกเสียงลงไปตามสาย
เหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ข้างผนังซึ่งชี้บอกเวลาสิบโมงตรงเป๊ะ


((เรารออยู่ข้างล่าง))


โอเค เดี๋ยวลงไป



คนพูดตอบสั้น ๆ กดวางโทรศัพท์
หันมาหาตัวเองในกระจกเพื่อเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งเผื่อลืมอะไรเอาไว้ 
ที่แน่ ๆ คือห้ามลืมเงินในกระเป๋าตังค์เด็ดขาด
เมื่อวานอุตส่าห์ไปกดมาเตรียมพร้อมกะว่าบัดดี้ให้เลี้ยงอะไรเขาก็จะตามใจเต็มที่


ปลายฟ้าล็อคประตูห้องเดินลงบันไดมาจากชั้นสองมองหาคนที่นัดไว้ซึ่งไม่ยากเย็นเลย
เพราะไอ้คนที่ดูท่าทางเถื่อน ๆ ใส่เสื้อยืดสีดำกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลง่ายๆ 
กำลังยืนกอดอกรออยู่ข้างมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์สีขาวคงมีเพียงคนเดียว



เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อน....


...เมื่อกี๊เขาว่ามันยืนอยู่ข้างอะไรนะ?



ร่างสูงที่เห็นว่าอีกฝ่ายเดินลงมาแล้วจึงขยับตัวหันไปหยิบหมวกกันน็อคยื่นส่งมาให้


อ่ะ ใส่นี้ซะ

 
..โห...ขอบคุณมากครับ
ทำไมมึงไม่เอาเสื้อหนังฮาเลย์มาให้กูด้วยเลยล่ะ
อย่าบอกนะว่าจะไปกันด้วยมอเตอร์ไซตบิ๊กไบค์เนี่ยจริง ๆ 


...เฮ้ย!! บ้าแล้ว!!


รู้อยู่หรอกว่าบิ๊กไบค์มันโคตรเท่ห์ เขาเห็นแล้วเขายังชอบเลย  
แต่ลืมไปรึเปล่าว่าไอ้มอเตอร์ไซต์แบบนี้ที่นั่งมันแคบ
แล้วจะให้ผู้ชายสองคนนั่งเบียดกันไปมันจะไม่ดูตลกไปหน่อยเหรอวะ!!


นายปลายฟ้ายืนเก้ ๆ กัง ๆ มองรถด้วยท่าทีสับสนไม่ยอมขึ้น
จนคนที่สตาร์ทเครื่องเสร็จแล้วหันมาเอ่ยเร่งอย่างงง ๆ


เอ้า ขึ้นมาสิ


คนโดนเร่งสะดุ้ง นึกอยากจะออกปากให้เปลี่ยนไปนั่งมอเตอร์ไซติ์ฮอนด้าเวฟของตัวเอง
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายคงไม่มีทางยอมแน่ ๆ 


ท้ายที่สุดในเมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องจำใจใส่หมวกกันน็อค
ปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังของบิ๊กไบต์สีขาวคันงาม

...แม่งที่จงจับที่จับก็ไม่ค่อยจะมี 
ถ้าขืนมันขี่เร็ว ๆ เขาได้ลงไปนอนให้รถสิบล้อเหยียบเล่นแน่ ๆ



แต่ดูเหมือนคนขับจะไม่รับรู้ความในใจของคนกลัว
เพราะคมสันหยิบสวมหมวกกันน็อคขึ้นมาสวม
ก่อนเร่งเครื่องบิดทะยานบิ๊กไบต์พุ่งตัวออกไปอย่างแรง
จนคนซ้อนแทบหน้าคะมำรีบผวาคว้าเกาะเอวสิงห์นักบิดไว้แทบไม่ทัน
ลืมภาพพจน์ที่คิดจะรักษาไว้ของตัวเองจนหมดสิ้น


....ก็ตอนนี้ใครจะไปมีกะใจมานั่งแคร์
ถูกคนอื่นมองว่าเขากอดเอวผู้ชายขี่มอเตอร์ไซต์ยังไงก็ช่าง
แต่ตอนนี้ขอเขาเอาชีวิตตัวเองรอดไว้ก่อนพอแล้ว


แม่งเอ้ยยย!! มันจะขี่เร็วไปไหนวะเนี่ย!! 


มึงเป็นแว๊นซ์กลับชาติมาเกิดรึไง เบา ๆ หน่อยดิเว้ยย!!  



...กูกลัวโว้ยยยยย!!




ปลายฟ้าหลับตาปี๋มือจิกเอวคนข้างหน้าแน่นไม่ยอมปล่อย
กะว่าสะบัดเลี้ยวซ้ายขวายังไงรับรองไม่มีหลุด
กระทั่งบิ๊กไบค์คันใหญ่ผ่อนแรงลงเลี้ยวเข้าจอดหน้าร้านหนึ่ง
แต่คนซ้อนกลับยังไม่รู้สึกตัวจนร่างสูงต้องหันไปบอก



ถึงแล้ว” 


อ้าว...ถึงแล้วเหรอวะ
โอยย...นึกว่าตัวเองจะนอนไส้ไหลอยู่กลางถนนแล้ว
ขี่เร็วอย่างกับมันแข่งมอเตอร์ครอสเป็นบุญของกูแท้ ๆ ที่รอดมาได้


ปลายฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอกนึกขอบคุณโชคชะตาฟ้าดิน 
ก่อนจะมองไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำเอาหัวใจแทบวายที่เหมือนยังไม่รับรู้ว่ามีความผิด
แถมมันยังจะหันมายิ้มอยู่อีก

...เอ้า! แม่งยิ้มอะไรวะ!!  คนกลัวจะตายห่ามีอะไรน่าขำรึไง!!



คนหงุดหงิดนึกโมโหอยู่ในใจ
หากแต่ร่างสูงกลับไม่มีท่าทีจะขอโทษซ้ำยังย้อนถามขึ้นมาสั้น ๆ
ทว่าเป็นคำที่ทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้ง


ปล่อยเราได้หรือยัง


ปลายฟ้าชะงัก มองมือตัวเองที่ยังคาไว้กับเอวของร่างสูง
แล้วก็ต้องรีบชักมือกลับมาด้วยความรวดเร็วเมื่อเผลอนึกขึ้นได้
ความหงุดหงิดเปลี่ยนเป็นความอายที่พุ่งขึ้นสูงจนใบหน้าเริ่มรู้สึกร้อนวูบ  


แล้วพอหน้าร้อนทีไร....ไอ้อาการเดิม ๆ มันก็เริ่มจะกลับมาทุกที


เขารีบปีนลงจากมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ถอดหมวกกันน็อคส่งคืน
แต่กลับเบือนหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่กล้าสบตา
ปล่อยให้คมสันเดินนำเข้าไปในร้านนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงเอ่ยถาม


ปลายจะกินอะไร


เจ้าของชื่อรีบหันมองป้ายเมนูที่อยู่บนผนัง
แล้วถึงเพิ่งจะสังเกตว่าร้านที่พวกเขาเข้ามา
เป็นร้านข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ดธรรมดา
ความจริงร้านนี้เขาก็เคยมากินหลายครั้งแล้วกับเพื่อน
เพราะมันอร่อยแถมอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยด้วย
แต่ครั้งนี้จุดประสงค์ของเขาคือตั้งใจมาเลี้ยงบัดดี้ไม่ใช่เหรอ
อุตส่าห์กดเงินมาเยอะแยะคิดว่ามันจะพาไปให้เลี้ยงอะไรแพง ๆ 
แล้วมันดันเลือกกินแค่ข้าวหมูแดงง่าย ๆ เนี่ยนะ!!


น้อง ๆ สั่งอาหารหน่อยครับ ผมเอารวมมิตรแล้วกัน ปลายล่ะ...


แต่ยังไม่ทันที่คนสงสัยจะได้ถามอะไร คนนั่งตรงข้ามกับเรียกสั่งอาหาร
แถมท้ายประโยคยังหันมาถามเขาซึ่งยังไม่ทันได้ตั้งตัว


อ่ะ...เออ...คือ...


ปลายฟ้าตอบกลับตะกุกตะกัก ตามองเมนูที่เขียนไว้อย่างลังเลตามนิสัย



...จะเอาข้าวหมูกรอบ ดีมั้ย
เจ้านี้เขาทำอร่อยไม่มันเลี่ยนกำลังดี


เออ...แต่ว่าเขาชอบกินข้าวหมูแดงนะ
เนื้อหมูนุ่ม ๆ ราดน้ำซอสเฉพาะสูตรที่ร้าน


เฮ้ย! แต่ข้าวหน้าเป็ดก็น่าสนใจ
นาน ๆ จะได้กินที  คราวที่แล้วเห็นไอ้เกมส์กินก็ดูท่าอร่อย


โอยย...เอาไงดีวะเลือกไม่ถูก!! 



ยิ่งเร่งคิดก็ยิ่งลังเล
มิหนำซ้ำยังมีสายตาของคนจดรายการรออยู่อย่างคาดคั้น
ทำให้คนชักช้าเริ่มอึกอักเข้าไปใหญ่ 


เอารวมมิตรเหมือนกันมั้ย จะได้กินครบทุกอย่าง



ปลายฟ้าหันมองคนพูด ถึงแม้ใบหน้าคมจะนิ่งไม่เปลี่ยน
ทว่าคำในน้ำเสียงไม่ได้มีท่าทีแสดงการบังคับหรือชิงตัดสินใจเอาเอง
เหมือนแค่อีกฝ่ายช่วยเสนอความคิดขึ้นมามากกว่า


แต่น่าแปลก...ที่มันกลับทำให้เขาค่อย ๆ ใจเย็นลงและพยักหน้าตอบรับไปง่าย ๆ 


อืม


งั้นเอารวมมิตรเพิ่มอีกจานครับ  แล้วก็ขอน้ำเปล่าสองแก้ว



คมสันจัดการบอกรายการอาหารให้เรียบร้อย
เพียงไม่นานข้าวหน้ารวมมิตรสองจานก็มาเสิร์ฟ
พวกเขาต่างคนต่างนั่งกินกันไปเงียบ ๆ 
กระนั้นก็ถือเป็นเรื่องประหลาดที่ปลายฟ้าไม่รู้สึกถึงความอึดอัดใด ๆ
จากที่คิดไว้ว่าจะมีแอบเกร็งเพราะไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรกันดี


แต่พอตอนนี้เขากลับพบว่า...
การกินข้าวด้วยกันโดยไม่มีบทสนทนาก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย 
ซ้ำการกระทำของคมก่อนหน้านี้กลับทำให้บรรยากาศคลี่คลาย 
จนเขาสามารถกินข้าวได้อย่างผ่อนคลายสบายใจ


และแน่นอนอยู่แล้วที่ข้าวหน้ารวมมิตรน้อยนิด
คงไม่สามารถยาไส้ผู้ชายหิวโซสองคน
พวกเขาเลยสั่งมาเบิ้ลอีกคนละจาน พอฟาดเรียบไม่มีเหลือ
คมสันจึงเรียกคนในร้านให้มาคิดเงิน


ทั้งหมด 190 บาทค่ะ


ปลายฟ้าหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเปิดเห็นมีแต่แบงค์พันนอนกองอยู่ข้างใน
เมื่อวานเพิ่งกดตังค์เลยมีแต่แบงค์ใหญ่ ๆ...ดีเลยจะได้แตกเศษย่อยได้
คิดพลางกำลังจะดึงแบงค์ออกมาส่ง
แต่เสียงพี่ที่เก็บเงินกลับทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมาทันควัน



เงินทอนสิบบาท ขอบคุณค่ะ



...อ้าวเฮ้ยเดี๋ยว!! เขายังไม่ได้จ่ายเงินเลย แล้วจะมาทอนได้ยังไงกัน!?


คนสับสนรีบหันมองตัวการซึ่งรับเงินทอนมาไว้พร้อมพูดอธิบาย



ไม่ต้องเดี๋ยวเราออกเอง


อ้าว...แล้วไหนบอกว่าจะให้เราเลี้ยงบัดดี้



คนที่ตั้งใจเลี้ยงถึงกับขมวดคิ้วงงที่โดนชิงจ่ายตัดหน้าไปก่อน
แต่อีกฝ่ายกลับตอบคำหน้านิ่ง ทว่าเป็นคำที่ชวนทำให้งงหนักกว่าเดิม


ก็เลี้ยงไง แต่ไม่ใช่อันนี้



เอ้า!! แล้วไม่ใช่อันนี้แล้วมันอันไหนล่ะวะ!

แต่เดี๋ยว...ประเด็นคือมันจะมาจ่ายค่าข้าวให้เขาทำไม
อย่างนี้ไม่เท่ากับว่าต้องเลี้ยงมันคืนซ้ำซ้อนไปมาเหรอ

...ตกลงใครเลี้ยงใครกันแน่เนี่ย ชักงงแล้วเว้ย!!



หากแต่คนให้คำตอบกลับไม่อยู่ให้ถาม
เพราะเจ้าตัวเดินลิ่วกลับไปยังรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ที่จอดอยู่
พร้อมกับยื่นส่งหมวกกันน็อคให้คนซ้อนเหมือนอย่างเคย
ก่อนจะขยับรถสตาร์เครื่องพร้อมเตรียมออก
แล้วจึงหันมองคนที่ยังคงยืนเก้ ๆ กัง ๆ 
ซึ่งทำหน้าเจื่อนเหมือนลังเลคล้ายว่าไม่อยากขึ้น 
จนคนรออยู่อดไม่ได้ที่จะพูดแซวขึ้นมายิ้ม ๆ



ถ้ากลัวตกก็กอดไว้แน่น ๆ ได้นะ




อะ...ไอ้บ้าเอ้ยย!! 

ไม่ต้องทำมาพูดดีเลยนะมึง
ก็ใครใช้ให้ขี่เร็วขนาดนั้นล่ะวะ นี่คิดจะกวนกันใช่มั้ย

ได้...ถ้าอยากให้กอดนัก เขาก็จะกอดให้แม่งทะลุถึงม้ามเลย!!



ปลายฟ้าข่มความอายไว้ในใจแกล้งทำประชด
ด้วยการก้าวขาขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์พลางเอื้อมมือไปยังเอวของอีกคน

...ไม่ได้กอดครับ กริยานี้ต้องเรียกว่าจิก


เพราะเขาใช้นิ้วขยุ้มจิกลงไปที่กล้ามเนื้อหนา ๆ 
พร้อมออกแรงบีบกะให้แหลกคามือ
แต่ดูเหมือนคนโดนแกล้งจะหนังหนากว่าที่คิด 
เพราะคมสันไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดอะไร
กลับเร่งเครื่องบิดมอเตอร์ไซต์ให้ออกไปตามถนน
ด้วยความเร็วที่เต่าอย่างปลายฟ้ากลัวจนหัวหดเหมือนเช่นเคย
และเพียงแค่ไม่กี่นาทีบิ๊กไบค์ก็พาเขาสองคนมาสถิตอยู่หน้าห้าง


อ้าว...แล้วมันจะพาเขามาห้างทำไมมั้ย?


ไม่ต้องปล่อยให้งงนาน  เพราะคนพามาเดินนำหน้าเข้าไปก่อนเฉลยคำตอบสั้น ๆ



ไปดูหนังกัน



อ้อ...มันจะให้เขาเลี้ยงหนังนี่เอง

ปัดโธ่!! แล้วก็ไม่บอกกันดี ๆ ตั้งแต่แรก 

เข้าใจว่าค่าข้าวสองจานมันอาจจะถูกไป
ตั๋วหนังราคาแปดสิบบาทค่อยดูมีราคาขึ้นมาหน่อย


เอ๊ะ...แต่พอคิดดี ๆ ราคามันก็พอ ๆ กันไม่ใช่เหรอวะ


เออ...แต่ไหน ๆ มันอยากดูก็ปล่อยให้มันดูไป
ช่วงนี้เขาเองก็ไม่ค่อยได้มาดูหนังในโรงเท่าไร
ส่วนใหญ่โหลดบิตเอาแทนมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็คงจะดี


เขากำลังเดินคิดอะไรเพลิน ๆ แต่อยู่ ๆ เสียงจากคนข้างตัวกลับเอ่ยถามขัด
และเป็นคำถามที่ทำเอาเขาต้องแทบเดินสะดุด



กลัวผีมั้ย



...ห่ะ อะไรวะ 
อยู่ ๆ ก็มาถามว่ากลัวผีมั้ย
โอยย!! อย่างเขาน่ะเหรอ
กะ.. กะ.. กะ... กลัวที่ไหน
ถ้าเจอจัง ๆ เขาก็แค่เผ่นเท่านั้นเอง


คนไม่กลัวผีจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
แต่กลับตอบคำถามเสียงตะกุกตะกัก



ผะ..ผีหรอ มะ...ไม่กลัว


แล้วร้องไห้ง่ายใช่มั้ย



คำถามที่สองตามมาติด ๆ เล่นเอาคนฟังแทบหน้าคะมำ

...ถามแบบนี้มันหยามศักดิ์ศรียิ่งกว่าถามว่ากลัวผีมั้ยซะอีก
มิหนำซ้ำเขายังเคยใช้บ่าของคนถามเป็นที่ซับน้ำตามาแล้วอีกต่างหาก
แต่แม้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจะเหลืออยู่น้อยนิดเขาก็อยากรักษาไว้

คนเริ่มอายจึงรีบร้องเสียงหลงพูดปัดจนลิ้นแทบจะพันกัน



เฮ้ยยย!! ปล๊าววว!! เราไม่ได้ร้องไห้ง่าย คือเรา... แบบว่า.. ตอนนั้นคือ...


ปลายฟ้าพยายามหาคำมาอธิบาย
แต่สมองกลับตื้อคิดไม่ออกขึ้นมาซะอย่างนั้น
คนฟังทำเพียงแค่ยิ้มบางเหมือนขำ
แต่ก็เดินนำหน้าเขาไปซื้อตั๋วที่ช่องขาย
ปล่อยให้คนที่ยังหาข้อแก้ตัวไม่ได้อ้าปากพะงาบ ๆ
ทั้งนึกอายทั้งนึกหงุดหงิดโมโหขึ้นมาพร้อม ๆ กัน



อ้าว...แล้วอยู่ ๆ มันจะมารื้อฟื้นถามเพื่ออะไรวะ
นึกว่าเป็นคนดีมีน้ำใจที่แท้แม่งแอบกวนตีนเขานี่หว่า
ไม่ได้... เดี๋ยวมันซื้อกลับมาเสร็จต้องมีเคลียร์!!


หากแต่พอถึงเวลาคนหงุดหงิดกลับไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้
เพราะอีกฝ่ายดันยื่นตั๋วส่งมาให้เขาก่อนจะทันได้อ้าปากพูดอะไร



งั้นดูเรื่องนี้ เรื่องอื่นปลายคงไม่ชอบ


คนรับก้มมองของในมือ
ชื่อหนังบนกระดาษจำได้ว่าเป็นหนังฝรั่งแอ๊คชั่นฟอร์มยักษ์งบหลายล้านที่กำลังดัง
แต่ไอ้ประโยคที่ห้อยท้ายมาของคู่สนทนา
กลับทำให้เขาต้องเงยหน้ามองบิลบอร์ดซึ่งแปะโฆษณาอยู่ทั่ว
เรื่องหนึ่งเป็นหนังผีญี่ปุ่นสุดสยอง 
ส่วนอีกเรื่องเป็นหนังไทย และจากคำโปรยคงเป็นหนังรักประเภทแนวครอบครัวปนดราม่าเคล้าน้ำตา
พอเห็นรายชื่อหนังที่เข้าฉายแล้ว ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้


หรือว่าเป็นไปได้มั้ย... 


เป็นไปได้มั้ยที่คมถามเขาเมื่อกี๊...



...เพราะอยากเลือกหนังให้ถูกใจเขาอย่างนั้นเหรอ




ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สัมผัสได้
ทำให้คนที่คิดจะด่าเปลี่ยนเป็นอาการประหม่าเขินแทน
ก่อนรีบกลบเกลื่อนด้วยการเป็นฝ่ายเดินนำเข้าโรงหนังไป
อาศัยความมืดพลางหน้าที่เริ่มขึ้นสีจาง ๆ ของตัวเอง
พยายามละความสนใจจากใครอีกคนที่เดินตามมานั่งอยู่ข้าง ๆ 
แล้วหันไปตั้งสมาธิจดจ่อกับหนังแอ๊คชั่นซึ่งกำลังจะเตรียมฉาย

....

..

.

 

...โชคดีที่หนังเรื่องนี้สนุกใช้ได้ทำให้เวลาสองชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แม้ต้นเรื่องจะออกแนวเอื่อย ๆ น่าง่วง
แต่ช่วงท้ายมีฉากให้ลุ้นระทึกระเบิดตูมตามกันมันส์หยดให้พอคุ้มกับค่าตั๋วที่เสียไป
เลยนับว่าคมคงเลือกหนังที่ดูได้ไม่ผิด เพราะขนาดออกมาจากโรงมาแล้ว
เขายังคงพูดคุยถึงประเด็นในหนังไม่ยอมหยุด
กระทั่งเดินมาถึงหน้ามอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์คันเดิมโดยไม่รู้ตัว
จนคนฟังเขาเมาส์ต้องเอ่ยถามขึ้นขัด


ปลายอยากไปไหนต่อรึเปล่า


...และนั้นแหละถึงทำให้เจ้าของชื่อรู้สึกตัว
เผลอนึกขึ้นได้ว่าจุดประสงค์ของตัวเองไม่ใช่มาดูหนัง
แต่มาเพื่อเลี้ยงบัดดี้ต่างหาก แล้วเขาปล่อยให้มันจ่ายตลอดแบบนี้ได้ไงวะเนี่ย


เฮ้ย! เราต้องถามมากกว่าไม่ใช่เหรอ เรามาเลี้ยงคมนะ
เออ...แล้วค่าหนังเมื่อกี๊เดี๋ยวเราออกให้


ปลายฟ้าตั้งท่าจะหยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาอีกรอบ
แต่กลับโดนคู่สนทนาสั่งห้ามไว้


ไม่ต้อง ถ้าเราจะให้ปลายเลี้ยงอะไร เดี๋ยวเราจะบอกเอง


อ้าว...ไหงเป็นงั้นวะ 
อย่างนี้มันก็เหมือนกับเขามาเที่ยวกับมันเฉย ๆ อ่ะดิ
แถมมันยังจะมาเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง 
ทำอย่างกับผู้ชายออกเดทกับผู้หญิง

เฮ้ยยย!! ไม่ใช่ทำเหมือนแล้ว

...นี่แม่งเหมือนเลย 

ไอ้พฤติกรรมแบบนี้ถ้าเปลี่ยนเขาไปเป็นผู้หญิงล่ะก็
ใครมองก็คงเดาว่าเป็นคู่เดทชัด ๆ


มะ...ไม่ใช่นะโว้ยย!!


...ก็คะ...แค่บัดดี้กับบัดเดอร์ มะ..มาเที่ยวด้วยกันเฉย ๆ


มะ...ไม่มีอะไรเลยจริ๊งงงจริงงงง!!



อ้าว....ละ...แล้วนี่เขาดันเสือกเกร็งขึ้นมาอีกทำไมวะเนี่ย!!




ปลายฟ้าเริ่มเลิกลั่กรีบหาทางแก้ไขสถานการณ์
ด้วยการบอกอะไรที่คิดได้ในหัวขึ้นมาส่ง ๆ 



ปะ...ไป... ตะ...ต้นไม้


หืม อะไรนะ


เราอยากไปซื้อต้นไม้



ประโยคชัดถ้อยชัดคำซึ่งพยายามพูดในที่สุดก็ถูกบอกออกมาได้สำเร็จ

...อันที่จริงมันก๋ไม่ใช่ความคิดส่ง ๆ ซะทีเดียวหรอก
เขาอยากได้ต้นไม้มาปลูกไว้ริมระเบียงตั้งแต่กลับมาจากค่ายอาสาแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเลือกซื้อสักที



คมสันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะสตาร์ทบิ๊กไบค์
ให้ปลายฟ้าขึ้นเกาะหนึบเป็นปลิง
เพราะอีกฝ่ายยังคงรักษาความเร็วเหมือนเดิม
ทีแบบนี้ไม่ยักจะถามความเห็นเขาบ้างล่ะว่าอยากให้ขี่เร็ว ๆ มั้ย
แต่ก็ถือว่าดีไปอย่าง เพราะแดดตอนใกล้บ่ายสองโคตรร้อนเปรี้ยงจนแสบ
มอเตอร์ไซต์คันใหญ่ซึ่งเร่งลัดเลาะมาตามถนนจึงพามาถึงร้านขายต้นไม้ได้ในเวลาไม่นาน



บรรยากาศคล้ายสวนเล็ก ๆ ชวนร่มรื้นจากต้นไม้ดอกไม้น้อยใหญ่
ที่ปลูกเรียงกันหลายต้นพอช่วยทำให้ความร้อนจางลงไปบ้าง



ปลายฟ้าไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปสำรวจหาตัวเลือกด้วยความตื้นเต้น
ซึ่งแต่ละต้นก็มีป้ายชื่อเล็ก ๆ ปักบอกพันธุ์ไม้เอาไว้เพื่อง่ายต่อการเรียก
เขาเดินมองต้นไม้ที่มีอยู่ละลานตาหัวสมองวนเวียนครุ่นคิดอย่างลังเลตามนิสัย



...จะปลูกอะไรดีวะ?


...เอาต้นไม้ที่มีดอกสวย ๆ ดีมั้ย?
อย่าง คุณนายตื่นสายก็เข้าท่า
ดอกเล็ก ๆ หลายสีดูน่ารักสบายตาดี
 

...เฮ้ย! แต่ลูกผู้ชายอย่างเขา
ไหน ๆ จะปลูกต้นไม้ทั้งที่
ไม่เลือกเท่ห์ ๆ แบบ บอนไซไปเลยล่ะ
ถึงจะไม่มีดอก แต่ปลูกแบบนี้เอาไปอวดเพื่อนได้ไม่น้อยหน้าเลยนะเว้ย


...แต่คิดอีกที หรือว่าจะเอาต้นไม้ที่กลิ่นหอม ๆ ดีวะ
เมื่อกี๊เดินผ่าน ต้นแก้วแคระแล้วชอบกลิ่นแบบนี้
ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพอสูดอากาศริมระเบียงจะได้สดชื่น



เอ๊ะ... หรือจะเอาเป็น...




ให้ช่วยเลือกมั้ย



คำถามเบา ๆ ที่ดังขึ้นทำให้คนกำลังครุ่นคิดถึงกับสะดุ้ง
ปลายฟ้ารีบหันมองคนเสนอตัวซึ่งมายืนอยู่ใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
แถมยังชี้มือไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ตั้งเรียงกันอยู่ไม่ไกล


ต้นนี้เป็นไง


คนถูกแนะนำมองตามก่อนพบกับต้นไม้เล็ก ๆ 
ลักษณะเหมือนไม้ประเภทยืนต้นสูงประมาณหัวเข่า 
ลำต้นสีน้ำตาล มีใบเขียวอยู่บนยอดกระจุกหนึ่ง
เป็นต้นไม้กำลังโตธรรมด๊าธรรมดาไม่มีอะไรโดนเด่นให้น่าตื่นตา
เหมือนต้นไม้ที่สามารถขึ้นได้ตามริมทางทั่ว ๆ ไป

...แล้วมันน่าเอาไปปลูกประดับระเบียงตรงไหน?


คนสงสัยขมวดคิ้วเดินก้มลงไปอ่านป้ายชื่อที่ปักไว้
ก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวอักษรปรากฏอยู่อย่างชัดเจน



ต้นสะเดาทวายพันธุ์ขาวผ่อง




...เฮ้ยยย!!! ต้นสะเดาเนี่ยนะ!! 

จะบ้าเหรอวะ!!  ...ใครมันจะเอาไปปลูกเล่นริมระเบียงกันบ้าง!!



แต่ดูเหมือนจะมีคนบ้าอยู่ตรงนี้อยู่หนึ่งคน
เพราะร่างสูงหันไปตะโกนถามคนขายเสร็จสรรพ



ลุงต้นนี้ขายยังไงครับ


อ้อ...สะเดาต้นละแปดสิบ


งั้นเอาต้นนี้ต้นหนึ่ง แล้วก็ขอกระถางใส่มาให้ด้วยเลยนะครับ



อ้าว...ได้ไงวะ!!
มาตัดสินใจเอาเองแบบนั้นได้ไง 
ไม่คิดจะถามเขาหน่อยเหรอ


...คนที่จะเอาไปปลูกที่ห้องมันคือเขานะโว้ยย!!




ดะ...เดี๋ยวก่อนเราไม่ได้บอกว่าจะซื้อ


ปลายฟ้ารีบร้องห้ามยั้งไว้
แต่คนฟังกลับทำหน้าไม่ทุกข์ร้อน
พลางย้อนถามกลับอย่างแปลกใจ



หืม ไม่ชอบเหรอ  ปลูกสะเดาก็ดีนะ เลี้ยงง่าย
ไม่ต้องห่วงเรื่องแมลง ถ้าโตไปเด็ดยอดมันกินได้ด้วย



...คือ...กูซื้อไปประดับห้องมั้ย
ถึงมันจะมีสรรพคุณดีเวอร์ขนาดไหน
ที่แน่ ๆ เขาจะไม่ยอมกินไอ้ต้นสะเดาขมนรกอีกเด็ดขาด


...แล้วอย่างนี้เขาจะเอามันไปปลูกทำซากอ้อยอะไรก๊านน!!




คนไม่เห็นคุณค่าจึงพยายามเอ่ยค้านอีกครั้ง



แต่...


ถือว่าปลายซื้ออันนี้ให้เราในฐานะบัดดี้ ...ตกลงมั้ย?”




คำถามที่ได้ยินเบรกคนที่กำลังจะพูดให้หยุดกึก

เออ...เดี๋ยว...ไอ้ที่บอกว่าจะให้เขาเลี้ยงคือไอ้ต้นนี้หรอ
มันก็โอเคอยู่หรอกนะถ้าเขาจะซื้อให้เป็นของขวัญบัดดี้

แต่ประเด็นคือคนที่จะต้องดูแลไอ้ต้นสะเดามันคือเขานะเว้ยย!!

...ถ้าอยากได้ทำไมไม่ซื้อไปปลูกเองล่ะวะ!!



ความสงสัยในใจถูกกลั่นออกเป็นคำพูดทันที
ด้วยสีหน้าที่ชักจะเริ่มหงุดหงิดของนายปลายฟ้า


แล้วทำไมไม่ซื้อไปดูแลเองล่ะ


ระเบียงห้องเรามันแคบ แล้วอีกอย่าง...



ประโยคถูกหยุดไว้แค่นั้น
ก่อนนัยน์ตาคมจะสบเข้ากับดวงตาของอีกคน
พร้อมกับถ้อยคำซึ่งส่งผลให้คนได้ยินต้องนิ่งอึ้ง




“...ถ้าปลายเห็นสะเดาจะได้นึกถึงหน้าเราไง




....อะ...ไอ้บ้า!!! 

มันก็ต้องนึกถึงอยู่แล้ว ใครมันจะไปนึกถึงอย่างอื่นได้
จะมีใครที่ไหนให้ยอดสะเดาเป็นของเทคบัดดี้
แถมยังบังคับให้บัดเดอร์ปลูกต้นสะเดาอีก
ถ้าไม่คิดถึงเลยก็คงจะแปลกไปหน่อย

งั้นแบบนี้ตอนเขาออกไปที่ริมระเบียงแล้วเจอต้นสะเดา
ก็คงต้องมานึกถึงหน้ามันทุกวันเลยน่ะสิ 


...โอยยย!! ...แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว

จะมาวนเวียนทำให้เขาหน้าร้อนบ่อย ๆ อีกทำไมวะ!!



...พอหน้าร้อนมาก ๆ ก็ชักจะไม่ไหว 

...อาการเดิมมันเริ่มออก



เขาเลยรีบเดินหนีไปดูอย่างอื่นโดยไม่คิดจะเถียงต่อ
รอจนลุงเจ้าของร้านนำสะเดาลงกระถางให้เรียบร้อย
จึงเดินมาจ่ายเงินซื้อต้นไม้ที่ไม่เคยคิดจะอยากได้


....แต่ไหน ๆ ก็ดันหลวมตัวมาแล้ว
แถมสัญญายังต้องเป็นสัญญาว่าจะเลี้ยงบัดดี้คืนให้แม้มันจะเป็นอะไรก็ตาม



ปลายฟ้าจึงต้องจำใจหอบหิ้วกระถางสะเดาขนาดย่อม
ตะกายขึ้นรถบิ๊กไบค์อย่างทุลักทุเลพอสมควร
คราวนี้สถานการณ์ยิ่งแย่เพราะจากที่แคบอยู่แล้ว
พอมีกระถางต้นไม้ก็ยิ่งแคบเข้าไปใหญ่
เขาต้องอุ้มต้นสะเดากระเตงเหมือนลูก
ส่วนอีกมือเกาะเอวคนขี่ไว้แน่นชนิดไม่ต้องรอสั่ง
เพราะทั้งกลัวตกรถด้วยกลัวกระถางหลุดมือด้วย

...เห็นแบบนี้มันหนักไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเว้ย
กว่าจะถึงหอได้ทำเอากล้ามแทบขึ้น
เขาก้าวลงจากมอเตอร์ไซต์พลางถอนหายใจเฮือก 
หลังจากผ่านพ้นช่วงนาทีนรกมาได้
นึกดีใจที่ประคองทุกสิ่งไว้เรียบร้อยโดยไม่มีส่วนใดบุสลาย
กำลังจะหอบกระถางต้นไม้ขึ้นไปบนห้อง แต่กลับถูกคนตัวโตแย้งไปถือไว้



มา เดี๋ยวเราช่วยเอาขึ้นไปไว้บนห้อง


เออ...ไม่เป็นไรห้องเราอยู่แค่ชั้นสองเอง


มันหนักนะ ให้เราช่วยเถอะ



คนจิตอาสาเอ่ยยืนยันคำหนักแน่นในน้ำเสียง
ทำให้คนที่เมื่อยแขนเป็นทุนเดิมต้องยอมแพ้
ปล่อยให้อีกฝ่ายดึงกระถางไปถือ


...อยากมีน้ำใจนักก็ให้ทำไหน ๆ มันก็เป็นคนเลือกไอ้ต้นสะเดานี้มาแล้วนี่



ปลายฟ้าจึงเดินนำทางหยิบคีย์การ์ดผ่านประตูขึ้นไปบนห้อง

....ความจริงเขาไม่ชอบให้ใครขึ้นมาในห้องง่าย ๆ 
เพราะเขาคิดว่าห้องมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว 
นี่คือเหตุผลที่เขาแยกมาอยู่ห้องคนเดียว
จะได้ทำอะไรได้สะดวกไม่ต้องเกรงใจใคร
ดังนั้นจึงมีน้อยคนมาก ๆ ที่สามารถเข้ามาในห้องเขาได้
ถ้ารวมเกมส์กับบอลล่า ก็ถือว่าคมเป็นคนที่สาม
มันจึงไม่แปลกอะไรนักที่เขาจะรู้สึกตื้นเต้นจนถึงกับมือสั่นขณะไขกุญแจห้อง
จนต้องสบถด่าตัวเองในใจ


...โว้ยย!!  ใจเย็นสิวะ มันแค่มาเอาต้นไม้มาวางเฉย ๆ 
ไม่ได้มาทำอะไรสักหน่อย จะประหม่าไปทำไม!!



ในที่สุดคนควบคุมสติไว้จึงไขกุญแจได้เสร็จสิ้น
ก่อนผลักบานประตูออกให้ผู้มาเยือนเห็นสภาพห้องเรียบ ๆ 
แต่เป็นระเบียบเรียบร้อยแสดงถึงนิสัยของเจ้าของ




ปลายฟ้าเดินตรงไปเปิดประตูกระจกตรงระเบียง
สอดส่ายสายตามองหามุมเหมาะ ๆ ที่จะจัดวางกระถางสะเดา

...ไอ้ระเบียงเขามันก็ไม่ได้กว้างมากมายอะไรหรอก
แค่ราวตากผ้ากับซิงค์ล้างจานก็จะเต็มอยู่แล้ว

...แต่คนช่างเลือกก็ยังคงเป็นคนช่างเลือกอยู่วันยังค่ำ
เพราะเขาสั่งให้คมทดลองวางกระถางในมุมต่าง ๆ วนอยู่หลายที



ท้ายที่สุดจึงได้มุมเมื่อขยับบรรดาไม้กวาด ไม้ถูพื้น ที่โกยผงไปอีกทาง
และพอร่างสูงวางกระถางลงก็เข้าล็อคได้พอดีเด๊ะ
แถมเป็นมุมที่ไม่โดนฝนสาดมากและมีไอแดดกำลังเหมาะ

เจ้าของห้องซึ่งพอใจได้เสียที
เลยจัดการกอบดินขยับต้นสะเดาในกระถางให้เรียบร้อย
ก่อนรีบใช้แก้ววิ่งไปตักน้ำในห้องน้ำมารดต้นไม้
ถือเป็นพิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ประจำห้อง



กว่าจะเสร็จภารกิจได้ก็เล่นเอาต้องปาดเหงื่อ
กระนั้นเขาก็ยังมานั่งยอง ๆ ดูต้นสะเดาอย่างภูมิใจ


เออ...พอมอง ๆ ไปมันก็เข้าท่าดีเหมือนกัน
แต่ถ้าเลี้ยงไปเรื่อย ๆ จนมันโตคงต้องเปลี่ยนกระถางเปลี่ยนที่กันอีกที
แล้วไอ้ต้นนี้มันจะโตไปถึงเมื่อไรวะ
ได้ข่าวว่าโตจนเป็นสิบเมตรเลยไม่ใช่เหรอ

อ้าว...ถ้าถึงตอนนั้นแล้วเขาจะเลี้ยงมันยังไงเนี่ย!?



คนสงสัยกำลังจะหันไปถามหาความเห็นจากอีกคน
แต่ชั่วขณะที่กำลังหันหน้าไปมอง เขากลับต้องเผลอสะดุ้ง
เมื่อใบหน้าคมดันอยู่ใกล้เสียจนชิด
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร


....มันใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ



...ใกล้จนเห็นความรู้สึกบางอย่างสะท้อนในดวงตาคม


....ใกล้จนหัวใจค่อย ๆ เกิดอาการสั่นไหว





ปลายฟ้ารับรู้ทันทีว่าความร้อนกำลังแล่นตรงพุ่งขึ้นสู่ใบหน้า
เขารีบเบือนหลบตากำลังจะตั้งใจลุกหนี
หากแต่ยังไม่ทันทำอะไร มือใหญ่กลับจับมือเขารั้งไว้



เดี๋ยวปลาย



คำเรียกทำให้เจ้าของชื่อต้องหันกลับมามอง
ก่อนดวงตากลมจะเบิกกว้างนิ่งค้าง
เมื่ออยู่ ๆ คนตรงข้ามเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มเขาเบา ๆ



ดินเลอะ


พูดจบพร้อมปลายนิ้วค่อย ๆ เกลี่ยเช็ดดินที่เปื้อนแก้มเขาออก
การกระทำที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดส่งผลให้หน้าของปลายฟ้าร้อนจนแทบไหม้
ไม่ต้องมองกระจกก็รู้ว่าปานนี้หน้าของเขาคงแดงแปร๊ดแค่ไหน
ทันทีที่คมสันละมือออกเมื่อเช็ดดินจนหมด 
เขาจึงรีบทำท่าจะลุกพลางพูดตอบตะกุกตะกัก



ขะ...ขอบใจ


เดี๋ยว



ทว่าร่างสูงกลับยังคงดึงมือเขาไว้อยู่เช่นเดิมไม่ยอมปล่อย
ถึงจะยังแปลกใจ หากแต่ปลายฟ้ากลับก้มหน้างุด
ไม่กล้าเงยขึ้นมาสบตา ได้แต่ร้องถามติด ๆ ขัด ๆ 



อะ...อะไร ยังไม่หมดอีกเหรอ


เปล่า...” 



คมสันปฏิเสธ มือใหญ่ยังคงกระชับจับมือของคู่สนทนาไว้
ดวงตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าของอีกคนไม่วางตา
ก่อนเอ่ยประโยคคำขอขึ้นมาเบา ๆ ราวกับคำกระซิบ


...กระนั้นมันกลับเป็นคำขอที่ดังก้องกระทบในใจของปลายฟ้า




เราขออยู่อย่างนี้อีกสักพักได้มั้ย
อย่าเพิ่งหนีเราไปเลยนะ เราอยากเห็นปลายใกล้ ๆ 
ปลายหันมามองหน้าเราบ้างก็ได้
เวลาเห็นต้นสะเดาจะได้นึกหน้าเราออก
หรือไม่ปลายก็จำเผื่อไว้ใช้....

...ตอนที่ปลายคิดถึงเรา

...เหมือนที่เราคิดถึงปลาย





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------



TBC




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,044 ความคิดเห็น

  1. #4943 Fun_Hyoyeon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:39
    ทำไมต้องเขินขนาดนี้ด้วย ไม่ไหวแล้วววววว ><
    #4,943
    0
  2. #4749 baekbow (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 13:48
    เหยดดดดด รุกหนักมากค่ะ
    #4,749
    0
  3. #4399 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 00:36
    แม่คะคู่นี้เขาไปเดทกัน เขาหลอกตามขึ้นมาบนห้อง เขาหยอดคำหวานใส่กันด้วยค่ะแม่ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #4,399
    0
  4. #4247 snowwy pcy 61 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 13:51
    กรี้ดดดดดด เขินเว้ยยยยยย >///////< น่ารักง่าาาาาาาาาา
    #4,247
    0
  5. #4222 thewitch_rainny (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 16:19
    ถ้าพี่คมจะหวานได้ขนาดนี้ เอาใจหนูไปเลยค่ะ!!!! #ทีมพี่คม
    #4,222
    0
  6. วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 19:13
    ไม่น้าาาาาาาา
    #4,113
    0
  7. #4005 Yuki Kuro (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 22:30
    พื้นสะอาดนะครับ ตั้งแต่อ่านนิยายพี่มา.. ลงไปดิ้น?
    #4,005
    0
  8. #3590 sosozee (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 09:16
    ปลูกต้นสะเดารัก อิอิ
    งานนี้สะเดาหวานแบบไม่ต้องมีนำ้ปลาหวานแน่ๆๆ
    #3,590
    0
  9. #3307 ICEwaTEr ' (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 18:34
    แอร้ยยยยยยยยเขินนนนนนนน T////////////////T

    คมออกตัวแรงมากค่ะ 55555555555555
    #3,307
    0
  10. #3221 Redberrylips (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 04:12
    อ๊ายยยยยยย พี่คม พี่คม โอ้ยยยย ทำไมทำแบบนี้ โอย จะตายแล้วค่าคนอ่านเนี่ย โอวบยยยยย
    #3,221
    0
  11. #3009 YoSChi (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 17:14
    พี่คม!! ทำคนอ่านจิกหมอนอีกแล้ววววววววววว
    #3,009
    0
  12. #2874 InLove (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 22:01
    หวานปาดใจ อ๊อกกก
    #2,874
    0
  13. #2857 HENS Singular (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 00:47
    กระอักความหวานตาย จะลงไปดิ้นกับพื้น
    แหมมม เป็นน้องปลายนี่ฉันเป็นลมล่ะ 555
    #2,857
    0
  14. #2794 rorony (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 11:14
    คู่นี้เป็นคู่ที่สุภาพที่สุดจากที่เราอ่านมาสี่ภาค -///- น่ารักเว่อร์ แถมสุภาพอ่อนโยนอีกต่างหาก...//พูดซ้ำทำไม
    #2,794
    0
  15. #2426 sunmile (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2556 / 21:07
    กรี๊ดดดดดดดด คมโคตรรุกอะตอนนี้ 
    #2,426
    0
  16. #2292 de.fang (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 03:07
    เฮียยย หวานเฟ่ออ่ะ เผด็จการไปนิดแต่ก็น่ารักดี ฮ่าๆ
    #2,292
    0
  17. #2153 Romeo sane ★ . (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 22:23
    โอ้ยยยยย ละลายกับความหวานค่าาาาาา
    #2,153
    0
  18. #2078 MayKamon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 21:59
    เฮียหวานได้อีกนะ ขอแต่งงานเลยดิ 555
    #2,078
    0
  19. #2028 wicthery-phantom (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 13:21
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เขินวุ้ย ^//^
    #2,028
    0
  20. #1896 berry berry (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 10:50
    รุกแล้วเว้ย รุกแล้วๆ 555+
    #1,896
    0
  21. #1231 Jolokia (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 14:31
    พูดแล้วววววววววววว พูดแล้วเว้ยยยยยยยยยยยยย
    คิดถึงอะ... เห็นปะไม่เห็นจะพูดยากเลยยย โถ่ววว 55555555555
    #1,231
    0
  22. #1121 Plankton J (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 22:33
    เดทเดทเดทเดทเดทเดทเดทเดทเดท
    #1,121
    0
  23. #945 +-Black_White_God_Devil+- (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 21:56
    เฮ้อ ความหวังดีกลายเป็นดราม่าซะงั้น
    #945
    0
  24. #862 pop (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 20:29
    รู้สึกจะเสี่ยวไม่น้อยนะคะ พี่คมมมม >)0(<



    แหม รับเชื้อเสี่ยวมาจากดิวน่ะสิ ใช่ม้าๆๆ
    #862
    0
  25. #851 MonMaSand (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 12:00
    ไม่น่าเชื่อต้นไม้ที่มีรสชาติขมตั้นนี้สามารถทำให้หวานได้ด้วย คึึคึ
    #851
    0