ซีรีส์หวานอมขม [Yaoi]

ตอนที่ 79 : ต้นที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    4 มี.ค. 56

ซีรีย์หวานอมขม : ภาค ยอดสะเดา กับ ข้าวโพดต้ม








ต้นที่ 13





...และแล้วในที่สุดวันที่ชาวค่ายวิศวะอาสารอคอยก็มาถึง


ระยะเวลามากกว่าหนึ่งอาทิตย์ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจ
จนปรากฏผลงานออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
ทั้งอาคารเรียนทาสีฟ้าสดใส ห้องสมุดถูกต่อเติมเปลี่ยนกระเบื้องให้น่ามอง
โรงเพาะเห็ดเล็ก ๆ เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ
สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จที่พวกเราชาวค่ายวิศวะอาสาภาคภูมิใจ


ปลายฟ้าหยิบซัมซุมกาแล็กซีขึ้นมาถ่ายภาพสถานที่ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนโฉมใหม่
เก็บไว้เป็นความทรงจำประทับใจว่าครั้งหนึ่ง
ตนเองเคยมีโอกาสได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมัน
ก่อนที่วันพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องเตรียมตัวกลับไปยังมหาวิทยาลัยตามเดิม
โดยเหลือเพียงแค่ความทรงจำดี ๆ ทิ้งไว้เบื้องหลัง


เฮ้อ.....แค่นึกมันก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าอยู่ลึก ๆ  



ยิ่งนายปลายฟ้าเป็นคนบ่อน้ำตาตื้นอยู่ด้วย
พอคิดถึงภาพเหตุการณ์ร่วมทุกข์ร่วมสุขที่ผ่านมาของชาวค่าย
น้ำตาก็แทบจะคลอเบ้าพาลอยากร้องไห้ขึ้นมาดื้อ ๆ 



ฮึก...


ฉันขอสัญญาาาาา... จะจำทุกเรื่องราว 
ไม่ว่าร้ายหรือดี สุขหรือทุกข์ใจ
ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเธอตลอดปายยย 
เผื่อวันสุดท้ายที่ฉันหายใจ....
จะได้ไม่ลืมเธอออออ..... ฮือออ....




เฮ้ยย!! ไอ้เต่าปลาย มึงมาอู้อะไรตรงนี้วะ 
ไปช่วยยกเก้าอี้มาสิโว้ยจะเปิดงานอยู่แล้ว




อ้าว...แม่งหมดมู้ด


คนอุตส่าห์จะทำซึ้งเป็นพระเอกเอ็มวีเพลงพี่เบิร์ดซะหน่อย
แต่พอหันไปเห็นสภาพรอบตัวก็พอจะเข้าใจว่ามันไม่ใช่เวลา
เพราะตอนนี้คนในค่ายกำลังวิ่งกันวุ่น
เพื่อเตรียมงานเปิดโครงการที่กำลังจะมีขึ้นในสิบห้านาทีข้างหน้า

หน่วยสวัสดิการตำแหน่งเจเนอเรชั่นเบ๊อย่างปลายฟ้า
จึงต้องหยุดอารมณ์ซาบซึ้งแล้วรีบเผ่นไปช่วยยกเก้าอี้
สำหรับให้ผู้ปกครองและคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านซึ่งทยอยมาร่วมตัวกัน
ทั้งยังมีเด็กนักเรียนเข้าแถวเตรียมรออยู่ภายในอาคารเอนกประสงค์เรียบร้อยแล้ว



พิธีกรรับบทโดยพี่ฟ้าและพี่อ้อมสองสาวฝ่ายสันทนาการเป็นผู้ดำเนินรายการ
ความจริงแล้วพิธีการเปิดโครงการห้องสมุดไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย
ประเภทต้องมาตัดริบบิ้นเหมือนสส.มาเปิดงานขนาดนั้นหรอกครับ

แค่ให้อาจารย์ชวลิตอาจารย์ที่ปรึกษาค่ายขึ้นพูดถึงวัตถุประสงค์ของโครงการอาสา
ก่อนเชิญผู้ใหญ่บ้านรวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่สนใจ
พาชมอาคารเรียน ห้องสมุด และโรงเพาะเห็นที่สร้างขึ้นใหม่ 
และร่วมกันถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเล็กน้อยก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการแล้ว


ทว่าสิ่งที่ทำให้พวกเราชาวค่ายวุ่นวายตื้นเต้นกัน
ไม่ใช่เพราะพิธีเปิดโครงการหลักในตอนเช้า
แต่เป็นกิจกรรมในช่วงสายที่กำลังจะขึ้นต่อไปหลังจากนี้ต่างหาก


...ซึ่งนั่นก็คือ กิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์



หรือพูดง่าย ๆ อีกอย่าง....
มันเป็นกิจกรรมกีฬาสีระหว่างพี่ค่ายและน้องโรงเรียน
โดยเราจะแบ่งน้องออกเป็น 4 สีด้วยกัน ได้แก่ ฟ้า แดง เขียว เหลือง
ซึ่งจะใช้วิธีผูกผ้าสีต่าง ๆ เป็นการกำหนดสัญลักษณ์
แล้วให้น้อง ๆ นับเลขแบ่งคนให้กระจายออกไปยังแต่ละสีเพิ่อความยุติธรรม
ส่วนพวกพี่ ๆ ที่เหลือถูกแบ่งจับฉลากกันตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้วครับ



และแน่นอนว่า...


...กลุ่มเภสัชของพวกเขาแตกกระซ่านซ่านเซ็นเป็นที่เรียบร้อย



ไอ้เกมส์ โดนจับไปอยู่ สีเหลือง 
ไอ้แว่น สีแดง 
ตุ๊ต๊ะ กับ โจ อยู่ สีเขียว 
ส่วนบอลล่า กับ ปลายฟ้า ...ได้ สีฟ้า ไปตามชื่อ



ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
แต่พอได้เวลาแข่งพวกเขากลับถือตัวเป็นศัตรูกันอย่างจริงจัง


โดยทุกคนจะต้องเวียนกันแข่งกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นแข่งกินวิบาก วิ่งสามขา เหยียบลูกโป่ง เก้าอี้ดนตรี 
และกีฬาหรรษาอีกมากมายสารพัด



สำหรับปลายฟ้า...
อะไรที่ต้องใช้ความเร็วนี่โดนตัดสิทธิ์หมดครับ
เลยต้องแข่งกีฬาประเภทใช้ทักษะแทน
ซึ่งก็เหลืออยู่เกมส์เดียว....



ยืนทรงตัวบนกระดาษหนังสือพิมพ์




พ่อเต่าน้อยเอาขายันไว้บนตัวเค้าเลย
เดี๋ยวเค้ารับไว้เอง แค่นี้บอลล่ารับได้ค่า...กระเทยสู้โว้ยยย!!


เจ๊บอลล่าออกปากสั่งสมตำแหน่งหญิงแกร่งหญิงอึด
พยายามยืนเบียดแทรกตัวบนกระดาษหนังสือพิมพ์พับครึ่ง
ซึ่งต้องให้คนสิบคนขึ้นไปทรงตัวให้ได้เกินสิบวินาทีโดยไม้ล้ม
ตอนนี้เหลือที่ว่างให้แหย่ขาเข้าไปได้แค่ข้างเดียว
ทำให้นายปลายฟ้าที่อุ้มน้องไว้คนหนึ่ง โดยมีน้องอีกคนเกาะหลังเป็นลูกลิงอยู่
ต้องเหยียบเข่าบอลล่าเพื่อขึ้นไปต่อตัวอย่างกับกายกรรมเปียนยาง


...บอกแล้วว่าถ้าเป็นเรื่องแข่งขันเอาชัยชนะกันพวกเขามีทุ่มให้เต็มร้อย


เสียงนับเลขจากกรรมการเป็นสิบวินานที่โคตรยาวที่สุดในชีวิต
ปรากฏว่ากลุ่มของเขาเป็นฝ่ายที่ยังคงทรงตัวอยู่ได้นานที่สุด
โดยกลุ่มอื่นล้มไปก่อน หรือไม่ก็มีเท้ายื่นออกนอกกระดาษหนังสือพิมพ์
จึงทำให้ทีมสีฟ้าชนะไปอย่างเป็นเอกฉันท์


ปลายฟ้าถอยตัวออกมาจากบอลล่าอย่างโล่งอก
หากแต่แรงจากการอุ้มน้องไว้สองคน กลับทำให้ตัวของเขาเซเสียหลัก
จนเกือบจะหงายหลังล้มไปกองกับพื้น

โชคยังดีที่เขาเอาแขนอีกข้างยันไว้ได้ทัน
เลยไม่มีโศกนาฏกรรมพาน้องเทกระจาด
ถึงกระนั้นก็ยังปรากฏเป็นรอยครูดกับดินจนถลอกได้เลือดซิบ


ว๊ายยย!! เป็นอะไรรึเปล่าพ่อเต่าน้อย 
ตายแล้วแขนมีเลือดออกเลยอ่ะ
รีบไปล้างแผลก่อนไป๊ เดี๋ยวทางนี้เค้าจัดการเอง


บอลล่าร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองเจ็บ
ก่อนจะไล่ให้คนได้แผลรีบไปจัดการล้างรอยดินที่เปื้อนออกกันการติดเชื้อ


เขาพยักหน้ารับคำ ปล่อยน้อง ๆ ที่อุ้มลงพื้นอย่างปลอดภัย
แล้วจึงเดินห่างออกมาตั้งใจไปหาน้ำมาล้างแผลที่ชักจะแสบขึ้นมาเรื่อย ๆ
แต่ยังไม่ทันพ้นกลุ่มชาวค่ายกลับมีเสียงหนึ่งเรียกทักจากด้านหลัง



เดี๋ยวปลาย....


ดวงตากลมมองหาเจ้าของเสียง
ก่อนจะพบกับหนุ่มหล่อร่างสูงสไตล์เกาหลีพิมพ์นิยม
ซึ่งเขาสังเกตเห็นผ้าสีเหลืองผูกไว้ที่ข้อมือของอีกฝ่าย
อ้าว...ดิวอยู่สีเดียวกับไอ้เกมส์เลยนี่หว่า



เมื่อกี๊ที่ล้มเป็นอะไรมากมั้ย


ดูเหมือนท่านรองประธานจะเห็นเขาในเกมส์ที่เพิ่งจบ
เลยอดถามด้วยความเป็นห่วงตามประสาบัดเดอร์ที่ดี


ไม่เป็นไร แผลไม่ได้ลึกมาก แค่ใส่ยาเดี๋ยวก็หาย


เขาบอกไปตามความจริง แต่อีกคนกลับยังคงมีสีหน้ากังวล
ซ้ำยังถามคำถามสุดแสนคลาสิก


ให้ผมไปช่วยมั้ย




...เอาอีกแล้ว

ไอ้ประโยคแบบนี้

คือก็พอเข้าใจอยู่หรอกนะว่าดิวอยากดูแลเทคแคร์
แต่ขอโทษทีไม่ต้องเวอร์ขนาดนั้นก็ได้มั้ง


...กูไม่ได้เป็นง่อยนะครับ!!



ทว่ายังไม่ทันที่คนลำบากใจจะหาทางปฏิเสธ
เสียงจากร่างสูงผิวแทนที่เขาจำได้แล้วว่า
ชื่อ บีม เป็นเหรัญญิกประจำค่าย
กลับตะโกนข้ามมาเรียกคู่สนทนาที่คุยกันอยู่


ไอ้ดิว!! มึงลงเกมส์วิ่งสามขาใช่มั้ย ไปเตรียมตัวได้แล้วโว้ยย!!


เขาเห็นดิวหันไปมองคนเรียก ก่อนจะหันกลับมาหาเขาอย่างลังเลใจ


ดิวไปแข่งต่อเถอะ เดี๋ยวแพ้สีเรานะ


คำพูดทีเล่นทีจริงถูกบอกอีกคนไปเพื่อให้คลายกังวล 
ดิวทำหน้าเป็นห่วงเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเข้าใจ
ก่อนผละออกห่างโดยไม่ลืมย้ำให้คอยระวังตัวด้วยกลัวว่าเขาจะเจ็บอีก


...ไอ้เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่า
จะเจ็บก็เพราะมัวยืนคุยกันนี่แหละ
กว่าจะเคลียร์จบรู้เรื่องแผลได้แห้งกันพอดี


เฮ้อ...


ปลายฟ้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
มองแผลของตัวเองที่เลือดหยุดไหลไปเรียบร้อย
แล้วจึงมุ่งหน้าเดินตรงไปยังห้องน้ำซึ่งกะจะล้างแผลก่อนใส่ยา


แต่เมื่อไปถึงเขากลับพบว่ามีใครบางคนใช้อยู่ก่อนแล้ว
และแม้ใครคนนั้นจะยืนหันหลังให้อยู่ 
ทว่าแค่เห็นรูปร่างสูงใหญ่ที่แผ่รัศมีความโหดลาง ๆ
เขาก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนเป็นใคร


เออ...คือว่า...


คนโดนทักที่เพิ่งจะล้างหน้าเสร็จรีบหันมาตามเสียง
กำลังจะเอ่ยปากพูดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร
แต่พอดวงตาคมเผลอมองไปยังรอยถลอกที่เด่นชัด
ร่างสูงกลับรีบเปลี่ยนเป็นประโยคที่คนฟังคุ้นเคย



มีแผลเหรอ เป็นอะไรมากมั้ย



...น่านไง กูว่าแล้ว 


ปลายฟ้าทำหน้าละเหี่ยใจกับคำถามที่ฟังเป็นครั้งที่สามของวัน


ทำไมใคร ๆ ถึงต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาเยอะขนาดนี้วะ


ไม่ใช่ว่าโกรธอะไรหรอกนะ....  
แต่มันรู้สึกเหมือนว่าเขาดูแลตัวเองไม่ได้
ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วไอ้ปลายฟ้ามันก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง
ไม่ได้เป็นผู้หญิงบอบบางอ่อนแอซะหน่อย 
มีแผลถลอกแค่เนี่ยดันทำท่าจะเป็นจะตาย



...แม่งน่ารำคาญจริง ๆ โว้ยย!!



คนที่ชักเริ่มหงุดหงิดจึงตอบไปด้วยน้ำเสียงกึ่งประชด


ไม่เป็นไร แต่ถ้านายไม่หลีกทางให้เราล้างแผล เราอาจจะเป็น


นายคมสันรีบถอยห่างออกมาจากอ่างล้างมือทันทีที่ได้ยิน
ปล่อยให้คนเจ็บล้างรอยเปื้อนดินออกจากตัว


ปลายฟ้าซี๊ดปากเบา ๆ เมื่อน้ำเย็นโดนปากแผล
มันไม่ได้ลึกอะไรมากแต่ครูดเป็นทางยาว
คงต้องอีกสักอาทิตย์กว่าแผลจะแห้งตกสะเก็ด

เขาพิจารณาบาดแผลอยู่นานพอสมควร
ก่อนจะรู้สึกถึงความผิดปกติจากคนที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลัง
ซึ่งไม่มีทีท่าจะขยับไปไหนซ้ำเมื่อเขาหันมากลับยังยื่นของบางสิ่งมาให้


อ่ะนี่... เมื่อกี๊มีน้องล้ม เราเลยไปหยิบมาแต่ยังไม่ได้คืน 
...ปลายเอาไปใช้เถอะ



คำอธิบายมาพร้อมกับทินเจอร์และพลาสเตอร์ยาในมือ


...ถึงแม้ไม่อยากทำตัวเหมือนคนพึ่งพาตัวเองไม่ได้
แต่จะให้ปฏิเสธความมีน้ำใจของคนช่วยก็ดูใจร้ายเกินไป
ที่สำคัญเขารู้แล้วว่านิสัยของคนคนนี้เป็นแบบนั้น 
จะให้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรมันก็คงไม่ได้
ท้ายที่สุดเขาจึงเอื้อมมือออกไปรับของไว้


ขอบใจ


ปลายฟ้าเอ่ยออกไปตามมารยาท ก่อนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้าง


นายไม่มีแข่งต่อเหรอ


มี แข่งกินวิบาก


อ้าว... แล้วไม่ไปเตรียมตัวล่ะ


เขาจำได้ว่าเกมส์แข่งกินวิบากมันต่อจากรายการแข่งวิ่งสามขา
ที่ดิวเพิ่งจะขอตัวไปลงแข่งเมื่อกี๊นี่นา ป่านนี้รู้ผลแพ้ชนะไปแล้วมั้ง 
แล้วมันยังไม่ไปเตรียมแสตนบายอีกเหรอวะ


คนถูกทักพยักหน้าเหมือนนึกได้ ตั้งท่าคล้ายจะเดินออกไป
ทว่าเพียงแค่ก้าวไปได้สองก้าว ร่างสูงกลับหยุดชะงัก
แล้วหันมาเรียกคนที่กำลังจัดการเปิดขวดทิงเจอร์


ปลาย


เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียก
กระพริบตามองนายคมสันที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน
ซึ่งเอ่ยคำพูดออกมาเพียงสั้น ๆ 


...แต่เป็นคำพูดที่ทำเอาอึ้ง




ยิ้มให้หน่อย





ห่ะ...


อะ...


อะไรนะ..


เมื่อกี๊มันบอกให้เขายิ้มเหรอ


ยิ้มให้เนี่ยนะ!?


กูเจ็บแผลอยู่เสือกมาสั่งให้กูยิ้ม


มึงบ้ารึเปล่าวะ!!


หากแต่คนบอกกลับไม่คู่สนทนาที่กำลังมึนงง
แถมยังเอ่ยซ้ำด้วยความเร่งรีบ


เร็วสิ เดี๋ยวเขาจะเรียกแล้ว



...เอ้า! อะไรของมันวะ แล้วยังจะมาจ้องอยู่อีก
อยากให้กูยิ้มมากนักใช่มั้ย เออ...ยิ้มให้ก็ได้


อ่ะ..... ยิ้มมมมมมมมมม~~



นายปลายฟ้าฉีกยิ้มยิงฟันไปส่ง ๆ 
แม้จะไม่เข้าใจจุดประสงค์อะไรเลยก็ตาม
แต่คนมองทำท่าคล้ายจะพอใจ


อืม แค่นี้แหละ ไปนะ 


คมสันพูดจบพร้อมผูกผ้าสีแดงไว้กับศีรษะเหมือนเตรียมออกศึก
ก่อนจะเดินหายออกไปยังสนามแข่งตรงลานดิน
ทิ้งคนที่ยังมีรอยยิ้มค้างบนใบหน้าไว้กับความสับสนงงวย


...ตกลงมันเรื่องอะไรวะเนี่ย!
แล้วไอ้ที่มาขอให้ยิ้มมันดูคุ้น ๆ นะ 
เหมือนว่าเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มาจากไหน


ปลายฟ้านึกทบทวนความทรงจำตัวเองในสมอง
แต่ต่อให้พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เขาจึงปัดเรื่องรกหัวทิ้ง
หันมารีบจัดการทำแผลของตัวเองให้เรียบร้อย
ก่อนจะเดินเข้าไปร่วมกลุ่มเพื่อดูกีฬาอื่น ๆ ต่อไป


....


..


.


ปี๊ดดดดดดดดด!!


เสียงนกหวีดจบเกมส์เป็นสัญญาณหลังจากสิ้นสุดกิจกรรม
ผลคะแนนรวมออกมาปรากฏว่าสีแดงชนะขาดลอย
มันแน่อยู่แล้วก็ดันมีคนอย่างประธานค่ายบ้าพลังอยู่ไม่ชนะคงแปลก
สีเหลืองได้ที่สอง ส่วยสีฟ้าได้ที่สาม และสุดท้ายเป็นสีเขียว

มีการแจกรางวัลเล็ก ๆ น้อยให้แชมป์ผู้ชนะ
กระนั้นทุกคนก็ยังได้ส่วนแบ่งของรางวัลกันไปเท่าเทียม
เพราะกีฬาครั้งนี้ชื่อบอกตรงตัวอยู่แล้วว่าเราตั้งใจมาสานสัมพันธ์
มันจึงเป็นกีฬาที่สอนให้เด็ก ๆ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

...และที่สำคัญคือ รู้จักความสามัคคี



กิจกรรมทุกอย่างจบลงเมื่อใกล้เวลาเที่ยงพอดี 
พวกเราชาวค่ายอาสาได้ชาวบ้านมาช่วยเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันให้
เช่นเดียวกับตอนมาถึงใหม่ ๆ
 แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่า
เพราะแต่ละบ้านต่างเตรียมอาหารของตนเองมาเลี้ยงกันแบบอิ่มหนำ
เสมือนเป็นงานบุญย่อม ๆ ที่นัดพบกันระหว่างคนในชุมชน
ซึ่งพวกเขาเคยแวะเวียนไปเอ่ยปากชวนมาร่วมงานเมื่อวาน
แสดงให้เห็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของชาวบ้านในหมู่บ้าน

หนึ่งในนั้นมีคุณยายของน้องแก้มที่ช่วยตำน้ำพริกมาฝาก
และแน่นอนว่าฝีมือระดับคุณยาย วางลงแป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยงหม้อสมราคาคุย


ส่วนปลายฟ้าเองหลังกินข้าวเที่ยงจนอิ่มท้อง เขาก็ได้เจอกับคนสำคัญเช่นเดียวกัน


น้องกานดา!


ปลายฟ้ารีบเอ่ยทักเมื่อเห็นเด็กหญิงผมสั้นแก้มยุ้ยจูงมือมากับคุณพ่อคุณแม่
ร่างเล็กพอได้ยินว่าใครเรียกก็รีบปล่อยมือ 
วิ่งมาให้พี่ชายคนโปรดให้อุ้มทันทีเหมือนเคย
จนผู้เป็นแม่ต้องเป็นฝ่ายดุเตือนอีกครั้ง


เอาอีกแล้วลูกคนนี้ เจอพี่เขาไม่ได้เลย 
อ้าว...นั้นแขนพี่เขาเจ็บอยู่นี่ ลูกมาให้แม่อุ้มดีกว่านะ


คุณน้าทักเมื่อเห็นแผลติดพลาสเตอร์ยาของเขา
แต่น้องกานดากลับดื้อดึงไม่ยอมปล่อย ซึ่งเขาก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร
เพราะหลังจากนี้จะมีแค่กิจกรรมเบา ๆ เป็นละครของชาวค่ายที่เขาไม่ได้ไปมีส่วนช่วยอะไรมาก 
เนื่องจากคนร่วมแสดงถูกสั่งให้ปิดเป็นความลับ เพื่อเซอร์ไพรส์คนดูทุกคนโดยเฉพาะ


พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นจึงต้องอุ้มน้องกานดา พาไปยังอาคารเอนกประสงค์เมื่อได้เวลา
ก่อนจัดแจงให้น้องนั่งบนตัก เพื่อดูละครที่กำลังเตรียมการเสนอ
โดยมีพี่ฟ้า พี่อ้อม สองสาวมารับบทพิธีกรเช่นเคย


สวัสดีค่ะ ทานข้าวกันอิ่มแล้วใช่มั้ยค่า
งั้นตอนนี้เรามาทานอาหารตากันบ้างดีกว่า
กับผลงานที่พวกเราสุดแสนภูมิใจนำเสนอ
เป็นละครยุคใหม่กำกับการแสดงโดยอ้อมเองค่ะ
ถ้าพร้อมแล้วขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้กับละครที่มีชื่อว่า....
...นางพญางูขาว!!


เสียงเป่าปากฟิ้วฟ้าวพร้อมกับเสียงปรบมือดังลั่น
เป็นแรงเชียร์ให้กับละครที่ทุกคนอยากติดตาม



โห...แค่ชื่อก็สร้างสรรค์ขนาดนี้แล้ว


แต่เมื่อเจอกับตัวละครกลับยิ่งตะลึงเข้าไปใหญ่
เพราะนางพญางูขาวที่เปิดตัวมาไม่ใช่ใครอื่น
นอกจากสุดสวยประจำกลุ่มเด็กเภสัช


...เจ๊บอลล่า!


ไม่รู้ว่าเจ๊แกไปซุ้มซ้อมกันตอนไหนถึงเล่นแอคติ้งกันกินขาด 
ยิ่งมีพระเอกเป็นหนุ่มหล่ออย่างดิวแล้ว ก็ยิ่งฮาเข้าไปอีก 
แถมเล่นพากษ์เสียงกันเหมือนทีมภาคพันธมิตรมาเอง
มีการเปิดเพลงกระบี่เย้ยยุทธจักรคลอไปตลอดเรื่อง
แค่นี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูกันอย่างครึกครื้น
พอแสดงจบทุกคนจึงพร้อมใจกันปรบมือยาวดังลั่น
เป็นการการันตีว่าละคร นางพญางูขาวประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

   
หลังจากกิจกรรมละครสิ้นสุดลง
พวกเขาจึงปิดท้ายด้วยการมอบอุปกรณ์การเรียนและกีฬาให้กับน้อง ๆ
รวมถึงร่วมถ่ายภาพหมู่ด้วยกันกับทุกคนเป็นที่ระลึก


นับเป็นอันจบพิธีของโครงการพัฒนาโรงเรียนให้น้อง ๆ 


และยังถือเป็นการสรุปจบด้วยว่า...


...ค่ายวิศวะอาสาได้ดำเนินมาจนบรรลุวัตถุประสงค์ของมันเสร็จสิ้นแล้ว



นายปลายฟ้ามองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังคงไม่ปล่อยมือจากเสื้อของเขา
อดไม่ได้ที่จะนึกแอบเศร้า ๆ อยู่หน่อย ๆ 
น้องกานดาเองก็ทำท่างอแงเมื่อคุณแม่มารับกลับบ้าน
เหมือนจะรู้ว่านี่อาจเป็นการเจอกับพี่ชายที่เล่นด้วยกันมาตลอดเป็นวันสุดท้าย
เพราะพรุ่งนี้รถบัสมหาวิทยาลัยจะออกเดินทางตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า


คนบ่อตาตื้นแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
พยายามทำใจกับการลาจากที่อาจไม่ได้เจอกันอีก
เขาฝืนยิ้มออกมาให้ดีที่สุด ก่อนโบกมือลาร่างเล็ก ๆ ซึ่งค่อย ๆ เดินห่างจนลับตาไป


....ลาก่อนนะครับ น้องกานดา



แม้ในใจจะเศร้ามากมายเพียงใด
กระนั้นปลายฟ้าก็ยังคงพยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
เพื่อจดจ่อกับสิ่งที่เขาต้องเตรียมจัดการต่อไป


ถึงกิจกรรมที่จัดขึ้นกับทางโรงเรียนจะหมดไปแล้ว
แต่สำหรับพวกเราชาวค่ายมันยังไม่นับว่าจบสิ้น
เพราะยังเหลือกิจกรรมสำคัญอีกหนึ่งอย่าง
และเป็นสิ่งที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่างตื้นเต้นนับตั้งแต่วันแรกที่มาถึง


ใช่แล้วครับ...



กิจกรรมที่ชื่อว่า...




การเฉลยบัดดี้





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------




TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,044 ความคิดเห็น

  1. #4965 paprawarin03 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:21
    ดิวต้องเป็นบัดเดอร์ของเกมส์แน่ๆ ดิวมีลูกอมห่อใหญ่-เกมสืได้ลูกอมห่อใหญ่มาเหมือนกัน มันต้องใช่มันต้องใช่แน่ๆ
    #4,965
    0
  2. #4743 baekbow (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 10:21
    ว้าวๆๆ เราว่าคมคงแทบร้องไห้ บัดเดอร์เทคหนักเกินไป 555
    #4,743
    0
  3. #4474 bbbbbbbys (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:44
    แหนะะะมียงมียิ้มมมม
    #4,474
    0
  4. #4393 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 21:51
    แค่รอยยิ้มจากปลายก็ทำให้ประธานค่ายมีีพลังแล้วหละ อร๊ายยยยย เขาจะเฉลยบัดดี้กันแล้ว อยากรู้จังว่าใครเป็นบัดเดอร์ของปลายกันแน่
    #4,393
    0
  5. #3999 Yuki Kuro (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 21:10
    นิยายเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า จะนิ่งแค่ไหน ก็มีส่วนรั่วมากอยู่ดี เอื้อ!
    #3,999
    0
  6. #3528 souprupk (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 21:15
    เคยไปค่ายสอนน้องแล้วมีความรู้สึกเดียวกับปลายเลย

    ไม่อยากกลับ อยากอยู่สร้างรอยยิ้มให้คนที่นั่นต่อ..

    แต่ยังไงก็ต้องโบกมือลากันอยู่ดี :(
    #3,528
    0
  7. #3301 ICEwaTEr ' (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 17:32
    เศร้าแทนปลาย ต้องไปจากน้องกานดาแล้ว T^T
    อยากเห็นปลายยิ้มบ้างจังงงงง -////- <3
    #3,301
    0
  8. #3047 Qoo (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 13:47
    ถ้าปลายมันยิ้มยากนะเด่วเรายิ้มให้ไหมคะ





    >//////////////////////<







    น้องคมขา
    #3,047
    0
  9. #3003 YoSChi (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 16:41
    จะเฉลยแบ้ววววว

    จะต้องจากกันแล้ววววววว
    #3,003
    0
  10. #2867 InLove (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 19:58
    เฉลยแล้ววว ตื่นเต้นๆๆๆ ><
    #2,867
    0
  11. #2851 HENS Singular (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 27 กันยายน 2556 / 23:03
    เฉลยบัดดี้ ฮุๆๆๆๆๆ อยากรู้แล้วซีๆๆๆ
    #2,851
    0
  12. #2788 rorony (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 10:07
    ทำแบบเรื่อง 'ตำานเดชนางพญางูขาว' รึเปล่าคะ XD เรื่องนี้สนุกน้าา ซึ้งด้วย

    เอาแล้ว เฉลยบัดดี้ ลุ้นๆๆ O_O
    #2,788
    0
  13. #2286 de.fang (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 02:14
    น้องกานดาน่ารักนะนี่ 555
    ยิ้มให้หน่อย>>>หนูฟินไปโลกหน้าแล้วค่ะ
    #2,286
    0
  14. #2259 DazaDay (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 10:44
    ถ้าน้องกานดาพูดเล่นด้วยแล้วไอ่ปลายมันไม่ร้องไห้ไปเลยเหรอ? นี่ขนาดอยู่เงียบๆ 5555555555555

    เฉลยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #2,259
    0
  15. #2145 Romeo sane ★ . (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 21:30
    เฉลยเลยเฉลยเลยเฉลยเลย !!
    #2,145
    0
  16. #1879 berry berry (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 01:46
    น้องกานดาต้องคิดถึงพี่ปลายมากแน่ๆๆ เศร้าๆๆๆ
    #1,879
    0
  17. #1445 แกงส้ม (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 16:02
    จะว่ายังไงหล่ะ ถ้าเฉลยเนี่ย
    #1,445
    0
  18. #1401 KizzllKizz (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 23:40
    โหยยยลุ้นอ่ะ จะเฉลยบัดดี้แล้วววว
    #1,401
    0
  19. #1225 Jolokia (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 11:04
    ยิ้มให้หน่อย.....


    คำนี้ทำเราแทบกรี๊ดแตกกลางออฟฟิศ #นี่แอบอ่าน - -*
    แต่ก็แบบว่าาาาาา จะเฉลยบัดดี้แล้วอะ
    จะรู้ละว่าใครเป็นบัดดี้ของปลายฟ้า จะเป็นดิวหรือคม #ยังไงก็ยังคิดว่าเป็นคมอยู่อ้ะ
    #1,225
    0
  20. #1117 Plankton J (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 21:57
    ชอบให้เจ้เรียนว่า พ่อเต่าน้อย อะ
    มันน่ารักมากกกกกกกกกกกก
    #1,117
    0
  21. #939 +-Black_White_God_Devil+- (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 21:23
    พรหมลิขิตๆๆ! นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ
    #939
    0
  22. #843 MonMaSand (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 10:23
    ว้าววววววววววววววววๆ ในที่สุดก็จะได้รู้กันซักทีว่าใครเป็นบัดดี้ของประธานคม หุหุ
    #843
    0
  23. #634 แป๋งแป้ง (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 15:55
    น้องกานดาติดเป็นลูกลิงเลยแหะ 
    #634
    0