พุ่มดอกฟ้า [Yaoi]

ตอนที่ 2 : พุ่มดอกฟ้า 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    12 พ.ค. 61


พุ่มดอกฟ้า




02






ไอ้พุ่ม!



เสียงตวาดดุทำเอาคนที่ตั้งใจจะแกล้งเดินหลบต้องหยุดกึก ก่อนจะหันมาตีหน้ายิ้มซื่อให้กับชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมไว้หนวดเหนือริมฝีปากโค้งเป็นเอกลักษณ์ จนใครๆ ก็จำได้ว่าคือเครื่องหมายประจำตัวของนายแขวงย่านบางยาง และเป็นคนเดียวกับที่มีศักดิ์เป็นพ่อแท้ๆ ของพุ่มรัก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ก้มหน้ายืนรอให้บิดาย่างสามขุมมาหาพร้อมคำบ่น



หายหัวไปไหนมาทั้งวัน งานการไม่ยอมทำเอาแต่เที่ยวเล่น แล้วแบบนี้จะเป็นใหญ่เป็นโตได้อย่างไรกัน เอ็งมานี่เลย หัดรู้จักทำงานเสียบ้าง มาช่วยเฝ้าไอ้พวกนี้มันรื้อปะรำพิธีหน่อย



อ้าว...แล้วจะรื้อไปทำไมล่ะจ๊ะพ่อ ก็เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อวานไม่ใช่รึจ๊ะ



เขาขมวดคิ้วด้วยความงง ก็เพราะมั่นใจว่างานตรงส่วนสร้างปะรำพิธีเสร็จแล้วจึงใช้เป็นทางเดินผ่าน ที่ไหนได้กลับมาอยู่กันเสียเต็ม ซ้ำร้ายผู้เป็นพ่อกลับมาเป็นคอยคุมงานเองเสียด้วย จึงทำให้แผนแกล้งหลบของเขาไม่เป็นผล เลยต้องมารับหน้าที่ต่อจากคนซึ่งถอนหายใจเบาๆ พลางบอกเหตุผล 



ท่านขุนฟ้าท่านไม่ชอบใจน่ะสิ ท่านว่าปะรำพิธีสร้างอยู่ผิดทางมงคล แล้วก็ให้ถอยร่นเข้าไปอีกสักสองวา เพราะช่วงพิธีเปิด แดดจะส่องเข้าที่ประทับพอดี แล้วก็ย้ายให้วงปี่พาทย์ไปอยู่ด้านหลังโน้น



พุ่มรักกวาดตามองตามมือที่ชี้บอกตำแหน่ง ไม่แปลกใจเลยที่พ่อจะแสดงท่าทีเหน็ดเหนื่อยออกมาแบบนั้น เพราะเท่ากับว่าต้องย้ายทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม 



แต่ครั้นจะไม่ทำตามก็คงไม่ได้ เพราะคนออกคำสั่งคือ ขุนฟ้าภักดีภิรมย์’ แม้ตำแหน่งของพ่อเขาจะไม่ด้อยไปกว่าท่านขุน ทว่าถ้าพูดถึงบารมีคงเทียบกันไม่ติด ฝ่ายนั้นเป็นถึงลูกเจ้าพระยาสุรเดชา ผู้มีอำนาจและเป็นที่รักใคร่ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เลยทำให้บารมีตกทอดเป็นมรดกถึงลูกชายท่านด้วย 



ตามปกติท่านขุนฟ้ารับราชการที่บางกอกนานๆ จะกลับมาบ้านนอกสักครั้ง กระนั้นข่าวลือเรื่องของท่านก็ยังแว่วมาติดหู โดยเฉพาะเรื่องความเด็ดขาดในการทำงาน และบทลงโทษอันหนักหนาแก่คนที่ปฏิบัติงานพลาดเยี่ยงทาสในเรือนเบี้ย 



อีกประการคือ ท่านขุนยังไม่เคยสนใจงานรื่มรมย์ใดๆ รอยยิ้มก็ยังยากจะเห็นมันบนใบหน้าท่าน จึงทำให้ท่านครองตัวเป็นโสด แม้รูปร่างหน้าตาจะคมเข้มสมชายชาตรีก็ตาม จนชาวบ้านแถบนี้พูดกันลับหลังว่า ท่านมิใช่ เจ้าฟ้าภิรมย์’ ตามชื่อ แต่เป็น เจ้าฟ้าพิโรธ’ ต่างหาก และนั่นเป็นสาเหตุให้พ่อ ต้องทำตามคำสั่งของท่านขุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ 



เอ็งก็เฝ้าไว้ให้ดีๆ ล่ะ อย่าคิดหนีไปไหนอีกเชียว ถ้าจับได้ข้าจะจับเฆี่ยนประจานให้พวกบ่าวมันเห็น เดี๋ยวข้าจะไปเอนหลังนอนเสียหน่อย เมื่อยเนื้อตัวไปหมดแล้ว”  



นายแขวงไม่ลืมเอ่ยคำขู่กำชับ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งลูกชายไม่เอาไหนไว้กับบรรดาบ่าวรับใช้คนอื่นๆ



หากพอคล้อยหลังครู่เดียว พุ่มรักก็เลือกทรุดนั่งลงตรงแคร่ใต้ร่มเงาไม้ด้วยความเบื่อหน่าย



...งานเฝ้าคนรื้อถอนแท่นไม้พวกนี้มันมีอะไรน่าสนุกเสียที่ไหน ไอ้เขาก็ไม่เป็นงานช่างเสียด้วย จะไปช่วยก็อาจจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากกว่าเดิม 



แล้วดูสิ...อากาศตอนบ่ายลมพัดโชยเย็นๆ น่านอนเสียขนาดนี้ สู้เขาเอาเวลาไปฝันถึงดอกฟ้าในดวงใจเสียยังดีกว่า



คิดไปก็ไม่รอช้า พุ่มรักรีบจัดการเอนกายลงนอนบนแคร่ ใช้มือเป็นหมอนรองหนุน ปล่อยตัวตามสบาย ดวงตาปรือลงเรื่อยๆ เริ่มจะเคลิ้มหลับ หากยังไม่ทันสมใจหมายเสียงตะโกนกลับดังขึ้นขัด



เฮ้ย! ไอ้พุ่ม!



คนหลับตารีบกระเด้งตัวดีดผึงมานั่งตัวตรง กลัวว่าจะเป็นพ่อกลับมาเห็นเข้า แต่พอหันไปเจอใบหน้าของเพื่อนรักก็ต้องถอนหายใจโล่งอก 



โธ่! เอ็งทำข้าตกใจอีกแล้วนะไอ้โสน!



เออ อย่าเพิ่งบ่น ข้ามีขอมาให้เอ็งด้วยผู้มาเยือนรีบยื่นกระดาษใบบางพับครึ่งส่งมาให้



ประกายตาที่เพิ่งเคลิ้มหลับเปลี่ยนเป็นแวววาวทันควัน รีบอ้าปากร้องถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น



จดหมายตอบจากเจ้าอิงฟ้ารึ



ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูด พุ่มรักก็รับดึงกระดาษแผ่นน้อยไปเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว และเพียงแค่เห็นคำลงท้ายชื่อ หัวใจก็แทบจะพองโตหลุดลอยไปไกลถึงสวรรค์ 



...สมแล้วที่เจ้าอิงฟ้าเป็นหญิงงามที่ไอ้พุ่มหมายปอง เพราะเนื้อกลอนแฝงความนัยไว้ลึกซึ้งว่าท่านเจ้าไม่รังเกียจคนชนชั้นต่ำต้อยกว่า และยังเปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดอีกด้วย ทั้งสัมผัสวรรคก็สละสลวยงดงามเหมือนดังใจอันบริสุทธิ์และเมตตาของท่านเจ้าอิงฟ้าจริงๆ



ไอ้โสนๆ เอ็งอ่านนี่สิ! เห็นไหมเล่า ข้าบอกแล้วว่าเจ้าท่านต้องมีใจ



พุ่มรักยิ้มแก้มแทบฉีก ไม่ลืมเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้เพื่อนอิจฉา หากคนรับกระดาษมาอ่านกลับขมวดคิ้ว มองเนื้อความข้างในแล้วตีความไปอีกทาง



ใช่ท่านเจ้าแน่รึ ข้าว่ามันแปลกอยู่น้าไอ้พุ่ม คนมียศมีศักดิ์สูงจะมาเขียนกลอนรักส่งให้เอ็งได้อย่างไร เอ็งคิดดูให้ดีนะไอ้พุ่ม ไม่แน่ท่านเจ้าอาจไม่พอใจ แต่ที่เขียนมาเพราะอยากรู้ว่าเจ้าของจดหมายเป็นใคร แล้วค่อยส่งให้บ่าวมาจัดการเอ็งคราวหลังก็ได้



คำคาดเดาส่งผลให้คนตื้นตันชะงัก ต้องหยุดทบทวนถึงความเป็นไปได้ กระนั้นก็ยังยึดความคิดเดิมของตน จึงออกโรงปกป้องยอดดวงใจอย่างมุ่งมั่น



ไม่มีทาง! ข้าไม่เชื่อเอ็งหรอก ท่านเจ้าอิงฟ้าน่ะรึจะคิดร้ายแบบนั้นได้



แล้วเอ็งจะแน่ใจได้อย่างไรเล่าว่าท่านเจ้าอิงฟ้าเขียนมาตามความหมายในกระดาษนั้นจริงๆ



เพื่อนสนิทตอกย้ำเตือนด้วยความหวังดีอีกครั้ง หากมันกลับคล้ายเป็นคำท้าทาย



พุ่มรักหยิบสมุดที่ร้อยด้วยเชือกซึ่งพกติดตัวไว้สำหรับเขียนกลอน แล้วใช้ดินสอถ่านค่อยๆ ขีดเขียนเป็นถ้อยคำ



 

                                                     โอ้ดอกฟ้า เอยดอกฟ้า เจ้าจอมขวัญ          ถ้อยรำพันดังศรรักปักใจนี้

                                       หากเจ้าแย้มว่ามีจิตคิดไมตรี                                     ขอวจีประจักษ์ชัดบ่หลอกลวง

                                     ยามโมงเช้าเข้าวันพรุ่งรุ่งไก่ขัน                                  จักคอยมั่นศาลาน้อยคลองหมากม่วง

                                       รอยลโฉมแก้วตาหนึ่งในทรวง                                    เจ้าจอมดวงใจเจ้ายอดชีวัน


                                                                                                                              
                          พุ่ม



  
ไอ้โสน ข้าฝากเอ็งเอาจดหมายนี้ไปให้เจ้าอิงฟ้าอีกรอบทีเถอะนะ”



คนถูกไหว้วานรับกระดาษที่ถูกฉีกออกมาเปิดอ่าน ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจในความหมายแฝงที่ซ่อนเร้นมากับคำกลอน 



เอ็งบ้าไปแล้วรึ! กล้านัดท่านเจ้าออกมาพบ แล้วท่านเป็นสาวเป็นนางจะยอมมาหาได้อย่างไร



โสนร้องโวยวาย เหตุการณ์นี้ชักเลยเถิดกลายเรื่องใหญ่เข้าไปทุกที ทว่าคนต้นเรื่องยังคงพูดยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังมุ่งมั่น



ถ้าไม่กล้าเสี่ยงให้ถึงที่สุดก็อย่ามาเรียกข้าว่าไอ้พุ่ม!



โสนมองเพื่อนรักที่ปลุกเรียกความฮึกเหิมในตัวซึ่งน้อยครั้งนักจะเห็น หากมันเอาจริงเอาจับกับเรื่องงานได้เท่าเรื่องรัก ป่านนี้คงได้เป็นเจ้าคนนายคนไปแล้ว แต่ในเมื่อไม่สามารถคัดค้านอะไรได้ จึงทำแค่เพียงถอนใจด้วยความปลง



เอาเถิด ตามใจเอ็ง”



เมื่อได้ยินคำรับปากจากพ่อสื่อ พุ่มรักก็กระโดดกอดคออีกฝ่ายด้วยความปลื้มใจ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าเพื่อนกัน



ขอบใจเว้ยไอ้โสน ข้าจะพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่า ข้าน่ะคู่ควรกับดอกฟ้าได้ไม่แพ้ใคร



...ใช่ คนอย่างไอ้พุ่มคำไหนคำนั้น พรุ่งนี้เขาจะเตรียมแผนไว้ให้ดีพร้อม เพื่อดอกฟ้าที่หมายปองจะได้มาอยู่ในมือได้เร็ววัน







 

รุ่งเช้า ไก่ยังไม่ทันขัน พุ่มรักกลับมายืนรอแล้วที่ศาลาประจำแถวสวนมะม่วงด้วยความตื่นเต้น



แม้ดวงอาทิตย์เพิ่งแตะเส้นขอบฟ้าพอทอประกายแสงอ่อนๆ ส่องให้ต้นไม้ในดงสวนเป็นเงาตะคุ่ม แต่ก็มิเป็นอุปสรรคต่อการชะเง้อแลมองหาเจ้าอิงฟ้าหญิงงามในดวงใจ 



และทันทีที่เขาได้ยินเสียงไก่ตัวแรกขัน เขาก็ได้เห็นร่างของใครบางคนปรากฏอยู่ไกลๆ ตรงต้นสวน ทั้งยังมีเพียงแค่คนเดียวเสียด้วย



...นั่นปะไรเล่า ไอ้โสน! เขาบอกแล้วว่าท่านเจ้าอิงฟ้าไม่ยกพวกบ่าวมาลงโทษเขาหรอก แต่ก็น่าแปลกที่ท่านเจ้าจะใจกล้ามาเพียงลำพังเช่นนี้ มิเห็นบ่าวรับใช้คนอื่นติดตามมาด้วยเหมือนเช่นที่พึงมี



เอ๊ะ! แล้วทำไมยิ่งข้ามาใกล้รูปร่างของเจ้าอิงฟ้าก็ยิ่งแปลกไป ดูตัวใหญ่ ซ้ำสูงสง่ากว่าที่เคยเห็น 



...เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่เจ้าอิงฟ้าคนงาม หน้าตาแบบนี้แม้จะเคยเห็นผ่านๆ เพียงไม่กี่ครั้ง ทว่าเขากลับจดจำได้ดีถึงท่าทางอันเด็ดขาดและประกายตาฉายแววดุนิ่งสมฉายาเจ้าฟ้าพิโรธ’ 



พุ่มรักรีบย่อตัวลงไปคุกเข่าอยู่แนบพื้นศาลาเพื่อให้เกียรติแก่คนที่ยศสูงกว่า ซึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ



ลุกขึ้นเถิด ที่นี่ไม่ใช่ในรั้ววัง มานั่งบนนี้ก็ได้



คำอนุญาตสร้างความแปลกใจให้กับพุ่มรัก เพราะท่านขุนฟ้าภักดีภิรมย์มีบิดาเป็นถึงเจ้าพระยาผู้มีอำนาจล้นบารมี ใครๆ ก็ต้องเคารพยำเกรงไม่กล้าทำตนเสมอตัวท่าน หากวันนี้สิ่งที่ประจักษ์คือความไม่ถือตัว ซึ่งปรากฏชัดอยู่ในน้ำคำผิดแผกลูกผู้ดีอย่างที่ลือกันไว้ 



กระนั้น ท่าทางเฉียบขาดของท่านขุนก็ถือเป็นหนึ่งในเรื่องจริงตามมูล เขาเลยรีบกุลีกุจอลุกขึ้นมาหย่อนตัวลงบนที่นั่งอย่างเรียบร้อย โดยมีท่านขุนยึดจองที่ฝั่งตรงข้าม 



มาทำกระไรรึ



เสียงถามทำให้คนนั่งตัวตรงสะดุ้งเฮือก ขืนบอกว่ามารอพบเจ้าอิงฟ้าแขกคนสำคัญในความดูแลของท่านขุนแล้ว มีหวังเขาคงได้โดนจับไปโบยประจานต่อหน้าธารกำนัลเป็นแน่ ผู้มีชนักติดหลังจึงตัดสินใจบอกเลี่ยงๆ



มารอคนขอรับ



เช่นนั่นก็คงเหมือนกัน” 



อ้าว...นี่ท่านขุนก็มารอคนเหมือนกันรึ แล้วท่านขุนจะรอนานแค่ไหนกัน เผื่อเจ้าอิงฟ้ามาเห็นท่านขุนอยู่ด้วยตอนนี้ ชีวิตไอ้พุ่มคงถึงฆาตพอดีแน่ๆ 



คิดไปใจก็เริ่มตระหนก ฝ่ายที่เริ่มลนลานจึงพยายามเอ่ยถามเลียบๆ เคียงๆ 



เออ...แล้วท่านขุนมารอใครรึขอรับ



นั่นสิ ฉันเองก็ใคร่อยากรู้



คำตอบนั้นทำเอาพุ่มรักขมวดคิ้ว 



เออ...ท่านขุนนี่แปลก มารอคนแต่ไม่รู้ว่าจะรอใคร แต่ด้วยความใกล้จะจวนตัวกับเวลานัด ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเร่งถามด้วยความสงสัย



หมายความว่ากระไรขอรับ



ฉันไม่เคยพบเขามาก่อน ได้แต่สนทนาผ่านทางจดหมาย



จดหมาย?”



พุ่มทวนคำ ลางสังหรณ์ส่วนลึกของตนร้องเตือนประหลาด เมื่อท่านขุนล้วงมือหยิบกระดาษสองแผ่นจากกระเป๋าขึ้นมาให้เห็นถนัดตา อย่าบอกนะว่า...



นี่ไงเล่า” 



...ชัดแจ้ง กระดาษแผ่นน้อยที่เขียนด้วยดินสอถ่านแบบนี้มีเจ้าของเพียงคนเดียว 



นั่นมันจดหมายของกระผมนี่ขอรับ!



พุ่มรักร้องด้วยความตกใจ ความงุนงงท่วมท้นสมอง ไม่ต่างจากคนตรงข้าม 



เอ๊ะ! ของพ่อรึ เป็นไปได้อย่างไรกัน



นั่นสิ เขาก็อยากรู้ว่าจดหมายของเขามาอยู่ในมือของท่านขุนได้อย่างไร ก็เขาบอกไอ้โสนให้ฝากไปให้ถึงเจ้าอิงฟ้าไม่ใช่รึ แล้วทำไมคนรับกลับกลายเป็นท่านขุนฟ้าไปเสียได้ 



เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน เจ้าอิงฟ้า...ขุนฟ้า...เจ้าฟ้าพิโรธ... นี่หรือว่าจดหมายรักของเขาถูกส่งผิดมือ เพราะเข้าใจผิดคน!  



คนคาดเดาเรื่องจึงรีบหยิบจดหมายของตนขึ้นมาบ้าง ก่อนเอ่ยย้อนถามเพื่อความแน่ใจ



จดหมายฉบับนี้เป็นของท่านขุนหรือไม่ขอรับ



เขาภาวนาหวังว่าคำตอบจะไม่ตรงกับที่ใจคิด หากทุกสิ่งกลับพังทลาย เมื่อท่านขุนพยักหน้าลงยอมรับ



ใช่ ของฉันเอง



...ฉิบหาย! คราวนี้แหละไอ้พุ่มได้โดนหวายเฆี่ยนประจานแน่มึงเอย 



โอย...ทำไมสวรรค์ถึงไม่เมตตาเขาบ้างส่งผิดให้ใครไม่ส่ง ดันไปถึงมือของเจ้าฟ้าพิโรธได้ หรือนี่จะเป็นบทลงโทษที่เขาบังอาจเอื้อมเด็ดดอกฟ้า โธ่...ถ้าเช่นนั้นก็บอกกันดีๆ ก็ได้ เขาจะยอมเจียมเนื้อเจียมตัวเงียบๆ ไม่กล้าหวังสูงอีกแล้ว 



พุ่มรักหน้าซีดปากคอสั่น จากที่นั่งตัวลีบอยู่แล้วก็ยิ่งลีบไปอีก ถ้าทำได้ก็อยากจะกระโดดลงคลองว่าน้ำหนีไปให้ไกล แต่ด้วยความกลัวบารมี จึงทำแค่เพียงนั่งนิ่ง ฟังคำจากท่านขุนย้ำ



พ่อเป็นคนแต่งกลอนนี่เองรึ ชื่อพุ่มใช่หรือไม่



...นั่นประไร ท่านขุนเริ่มถามชื่อแล้ว รู้อย่างนี้เขาไม่น่าลงชื่อไว้ตั้งแต่แรกเสียก็ดี แต่ถึงกระนั้นก็ต้องตอบเพราะเขาเป็นคนแต่งกลอนขึ้นมาจริง 



ขอรับ



ท่านขุนฟ้าเงียบไปชั่วอึดใจ ปล่อยให้พุ่มเผชิญชะตากรรม ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาทำให้ไม่อาจรู้ได้ว่าท่านขุนฟ้าอยู่ในอารมณ์ไหน บางทีอาจจะโกรธจนควันออกหูเตรียมลงดาบประหารเขาแล้วก็ได้ 



ทว่าสิ่งที่คิดไว้กลับตรงกันข้ามไปไกลลิบ เพราะท่านขุนไม่มีท่าทีหงุดหงิด ซ้ำยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยระคนประหลาดใจ 



แปลกดี ฉันไม่รู้มาก่อนว่าจะมีชายพึงใจในตัวฉันด้วย



...เฮ้ย! ไม่ใช่ขอรับ มันเป็นความเข้าใจผิด เขาไม่ตั้งใจส่งจดหมายกลอนรักหวานให้ท่านขุน แต่ส่งให้เจ้าอิงฟ้าต่างหาก! 



สมองคิดไปแล้ว หากปากไม่กล้าขยับอธิบาย เพราะถ้าขืนบอกความจริงไปก็เท่ากับมัดตัวเองตายอยู่ดี เขเลยทำแค่เพียงพูดอึกๆ อักๆ อย่างคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก 



เออ...คือ...ว่า...



มิเป็นไร ฉันรู้ว่ามันอาจจะดูขัดเขิน แต่เอาเถิด ฉันมานี่แล้ว พุ่มเรียกฉันมาทำกระไรรึ



อ้าว...เข้าใจคนละทาง ท่านขุนคิดว่าเขาไม่กล้าพูดเพราะอายรึอย่างไร แต่ถ้าท่านขุนไม่โกรธก็นับว่าเป็นบุญหัวแล้ว ตอนนี้ขอให้เอาตัวรอดไว้ก่อนเป็นพอ พุ่มจึงรีบทำตามน้ำบอกแผนที่ตั้งใจวางเอาไว้



พายเรือชมสวนขอรับ



พายเรือชมสวน อืม...ดี มีเรือผูกไว้แล้วใช่ไหม”



ขอรับ



เขาเดินนำลงบันไดศาลาเทียบริมคลอง ซึ่งมีเรือพายลำเล็กลอยจอดอยู่ 



...ตามความคิดที่วาดฝันไว้ เขาจะพาเจ้าอิงฟ้าพายเรือลัดเลาะตามสวน ชมบรรยากาศยามเช้า สูดกลิ่นอายแมกไม้ เคล้าคลอเสียงนกร้องน่าภิรมย์ พูดคุยหยอกเย้าพองาม แล้วแอบสบตาหญิงงามเก็บไว้ให้ติดตรึงใจ 



ทว่าในความเป็นจริง...ร่างบอบบางที่นั่งตรงข้าม กลับเปลี่ยนเป็นร่างสูงใหญ่นั่งกอดอกผึงผาย ดวงตาคมกริบมองสำรวจตามข้างทางอย่างเรียบเฉย บรรยากาศเงียบเฉียบวังเวง มีเพียงเสียงฝีพายกระทบน้ำดังเมื่อแล่นเรือออกไปตามคลอง มองลักษณะแล้ว คล้ายข้าทาสพายเรือมาส่งนายไปราชการเสียมากกว่า



พุ่มรักได้แต่ถอนใจ กระนั้นก็ยังไม่หยุดฝีพายของตัวเองปล่อยให้สายน้ำพาไปบรรจบตรงคลองที่เชื่อมต่อกัน ก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงคลองสายหนึ่ง ซึ่งหลายล้อมด้วยกอดอกบัวน้อยใหญ่กำลังเบ่งบานล้อกับแสงพระอาทิตย์ สีชมพูและขาวของดอกไม้ตัดสลับกับสีเขียวของใบบัว มองแล้วเพลินตาดุจภาพวาด 



กระทั่ง ท่านขุนฟ้าผู้ตีสีหน้านิ่งมาตลอดยังต้องเอ่ยปากชม



สวยจริงเทียว



ใช่...จะไม่สวยได้อย่างไรเล่า เพราะที่นี่เป็นโปรดของเขา เวลาว่างเขาจะชอบพายเรือหนีพ่อมานอนหลบใต้เงาไม้นั่งแต่งกลอนเพลินๆ หรือบางทีก็ชอบหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าเล่น ความจริงวันนี้เขาก็เตรียมมา ตั้งใจจะเป่าเพลงให้เจ้าอิงฟ้าได้ฟังเคล้าบรรยากาศ แต่ทุกสิ่งกลับผิดแผนไปอย่างนี้ เขาควรจะทำเช่นไรดี...



ความลังเลที่วนเวียนหยุดมือของฝีพายลง ทำให้คนนั่งรอต้องหันมามองอย่างสงสัย



หยุดทำไมรึพุ่ม



คำถามเรียกให้ผู้อยู่ในภวังค์สะดุ้ง ก่อนจะเผลอหลุดปากไปตามความจริง



เออ...กระผมเตรียมขลุ่ยมาด้วยขอรับ แต่คิดว่าท่านขุนคงมิชอบใจ เช่นนั้นเดี๋ยวเราพายกลับไปดีกว่านะขอรับ”



ท้ายประโยค เขาเป็นฝ่ายตัดสินใจตอบแทนเสียเอง เขานี่ช่างโง่จริงเทียว ดูก็รู้แล้วว่าท่านขุนชอบความเงียบสงบ มิชอบเสียงอึกทึกแล้วเขายังจะชวนท่านนั่งฟังเสียงขลุ่ยอีก 



พุ่มรักกำลังจะขยับไม้พายตีน้ำ ทว่าร่างสูงกลับรั้งไว้ด้วยคำสั้นๆ 



เป่าเป็นด้วยรึ



มือเผลอชะงักด้วยไม่คิดว่าท่านขุนจะสนใจ กระนั้นเขาก็ยังตอบกลับไปด้วยความนอบน้อม



ขอรับ เคยฝึกอยู่ในวงปี่พาทย์มาบ้าง แต่ฝีมืออาจจะไม่ดีมาก



รู้ได้อย่างไรว่าไม่ดี



เออ...คือ...กระผมคิดเอาเอง



เป่าให้ฉันฟัง แล้วฉันจะตัดสินใจให้ว่ามันดีหรือไม่”  



คนถูกสั่งรู้สึกอึกอัก อยากจะปฏิเสธ แต่สายตาคมของอีกฝ่ายก็ตรึงเขาไว้ไม่ให้คัดค้าน สุดท้ายเขาจึงต้องหยิบขลุ่ยเพียงออที่พกติดตัว จรดริมฝีปากลงไปก่อนค่อยๆ เป่าให้ท่วงทำนองแผ่วหวานดังลอดออกมา 



ท่านขุนหลับตาลงฟังเสียงดนตรี พลางใคร่ครวญในใจ 



...น่าประหลาด แค่ขลุ่ยเพียงตัวเดียว แต่มันกลับเสนาะหูกังวานใสยิ่งกว่าวงมโหรีใดๆ รวมกัน คงเพราะความสามารถของคนเป่า แม้อายุดูอ่อนกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี หากมากด้วยฝีมือด้านศาสตร์ศิลป์กาพย์กลอน คงจะเป็นลูกคนมีอันจะกินอยู่บ้างจึงทำให้เด็กหนุ่มธรรมดาๆ มีเสน่ห์ชวนน่าพิศมอง 



เพียงไม่นาน เสียงขลุ่ยเพียงออก็สิ้นสุดลง พร้อมกับคำถามจากคนนั่งฟังอย่างพึงพอใจ



เพลงชื่อกระไรรึ”  



คำหวาน ขอรับ



อืม หวานสมชื่อ พุ่มสอนให้ฉันเป่าเพลงนี้ได้รึไหม



พุ่มรักสะดุ้งไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไรของวัน รีบก้มหน้าละล่ำละลักร้องปฏิเสธ



กระผมมิกล้าบังอาจสอนท่านขุนหรอกขอรับ



ใครว่าบังอาจ คนที่มีความรู้มากกว่าย่อมเป็นครูได้ทั้งสิ้น” 



อยู่ๆ ก็ได้รับบทครูหน้าตาเฉย ทำเอาพุ่มเริ่มลำบากใจ แต่พอสบดวงตาคมทีไรก็คล้ายจะมีอานุภาพให้เขาต้องยอมพ่ายแพ้ทุกครั้ง 



ชายหนุ่มจึงตัดสินใจส่งขลุ่ยเพียงออให้นักเรียนซึ่งรับไปทำตามคำสอน



ถ้าเช่นนั้น ท่านขุนจับขลุ่ยใช้นิ้วปิดไล่ทีละรู แล้วลองดูเป่านะขอรับ



ร่างสูงทำตามอย่างว่าง่าย หยิบขลุ่ยออกมาจรดลงบนริมฝีปาก ก่อนปล่อยลมออกมาสุดเสียงดัง หากมันกลับเป็นเสียงแหลมยาวไม่ชวนเสนาะหู จนท่านขุนต้องขมวดคิ้วบ่น



เสียงเป่าของฉันฟังคล้ายเสียงนกกาไม่มีผิด” 



พุ่มรักพยายามกลั้นหัวเราะที่เห็นคนสูงศักดิ์มาทำท่าหงุดหงิดกับการเป่าขลุ่ย ดูแล้วคล้ายเด็กหัวจุกหัดเรียนเสียไม่มีผิด กระนั้นเขาก็พยายามใจเย็นแล้วแนะวิธีสอนใหม่



ท่านขุนต้องค่อยๆ ผ่อนลมให้ออกมา มิใช่ปล่อยรวดเดียวขอรับ



คนถือขลุ่ยพยักหน้ารับ ก่อนเริ่มต้นเป่าอีกครั้ง คราวนี้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเป่าออก เสียงขลุ่ยจึงออกมาละเมียดละมุนกว่าครั้งก่อน จนคนสอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มแย้มอย่างยินดี



ได้แล้วขอรับ เพราะมาก เสียงเหมือนนกขมิ้นมิใช่นกกาแล้ว



คำเอ่ยกลั้วหัวเราะนั่นกังวานใส จนคู่สนทนาอดไม่ได้ที่จะพูดเปรียบ 



ใช่แน่รึ เสียงหัวเราะของพุ่มเพราะกว่าเสียงขลุ่ยของฉันเสียอีก



และนั่นถึงเพิ่งทำให้ผู้เผลอตัวต้องรีบก้มหน้า นึกตำหนิตนเองในใจที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เพียงแค่ท่านขุนมีท่าทางผ่อนลงก็กล้าไปบังอาจเสียแล้ว ไม่เข็ดรึไรไอ้พุ่มเอ้ย!



ขอประทานอภัยขอรับ กระผมมิได้คิดจะล้อเลียนท่านขุน



ฉันก็ไม่ได้ว่ากระไรเสียหน่อย



เป็นอีกครั้งที่ท่านขุนไม่แสดงอาการโกรธเคือง จนพุ่มเป็นฝ่ายประดักประเดิดเสียแทนจึงรีบหันเหเปลี่ยนเรื่อง



เออ...กระผมว่าแดดเริ่มแรงแล้ว กลับเถิดขอรับ ประเดี๋ยวท่านขุนจะไม่สบายเอา



ฝีพายมือดีจึงรีบล่องเรือกลับไปตามลำคลอง จนถึงศาลาอันเต็มไปด้วยสวนมะม่วงที่เก่า เขาจอดเรือเทียบท่าผูกเชือกไว้ให้กับหัวเสา รอให้ท่านขุนสามารถก้าวขึ้นไปเหยียบบนบันได ส่วนตนเองค่อยก้าวตามขึ้นมา หากเท้าเกือบสะดุดพลาดหน้าคะมำเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของท่านขุน



ต่อไปพุ่มมาสอนฉันเป่าขลุ่ยอีกได้หรือไม่



อะไรนะขอรับ!”



พุ่มรักร้องเสียงหลงรีบเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา แล้วต้องนิ่งงันที่เห็นเสือยิ้มยากเช่นเจ้าฟ้าพิโรธ แย้มรอยยิ้มบาง ขัดกับเสียงสั่ง



พรุ่งนี้ฉันจะมารอที่เดิม



จบคำ เจ้าตัวก็หันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้พุ่มรักมึนงง กว่าจะรู้ตัวว่าโดนมัดมือชกก็สายไปเสียแล้ว 



แม้จะไม่ถูกท่านขุนโกรธ แต่นี่มันไม่ต่างอะไรไปจากการลงโทษเลยสักนิด ที่สำคัญท่านขุนยังเข้าใจผิดว่าเขามีใจเสน่หาให้กับผู้ชายด้วยกันด้วย 



โธ่...ชีวิตไอ้พุ่มช่างน่าอนาถแท้ ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของเพื่อนเขาคนเดียว...ไอ้โสน เอ็งบังอาจเอาจดหมายไปให้ท่านขุนฟ้าแทนเจ้าอิงฟ้าได้กระไร เขาต้องไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง!



ยามเช้าเช่นนี้ พุ่มรู้ดีว่าเพื่อนรักต้องช่วยลุงมันขายผลไม้อยู่ในตลาด เขาเลยรีบมุ่งหน้าเดินออกจากสวนตรงไปยังแผงขายของซึ่งตั้งอยู่เรียงราย ก่อนจะเห็นคนที่ตามหากำลังหยิบสตางค์ทอนให้ลูกค้าคนสุดท้าย แล้วบังเอิญหันมาพบเข้าพอดี โสนจึงร้องทักตั้งแต่เขายังไม่ทันอ้าปาก



อ้าว...ไอ้พุ่ม เอ็งเป็นอะไรวะ หน้างอเสียยิ่งกว่าจวักอีก โดนบ่าวของเจ้าอิงฟ้ากระทืบเอาแล้วรึไร โธ่...ข้าบอกเอ็งแล้ว เอ็งก็ไม่ยอมเชื่อ



อือหือ...ฟังเช่นนี้มันน่ากระทืบคนพูดให้จมดินแทนเสียมากกว่า พุ่มรักมองอีกฝ่ายตาเขียว รีบร้องโวยวายเถียงกลับ



ไม่ใช่โว้ย! ไอ้โสนนี่เอ็งส่งจดหมายของข้าไปให้ใคร



เอ้า! ก็ต้องเจ้าอิงฟ้าน่ะสิวะ ข้าฝากป้านวลให้เองกับมือ” 



...ป้านวลรึ เขาจำได้ว่าเป็นบ่าวรับใช้เก่าแก่อยู่ที่เรือนใหญ่ของเจ้าพระยาสุรเดชา ด้วยอายุมากทำให้หูแกมิค่อยจะดี ถ้าไอ้โสนฝากจดหมายให้ป้านวลจริง แกอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าส่งให้ท่านขุนฟ้าก็เป็นได้ 



คนใคร่ครวญคิดพิจารณาถึงสาเหตุ ก่อนจะสรุปให้เพื่อนรับรู้ถึงผลที่ไม่ได้คาดไว้ไปไกลลิบ



มิน่าเล่า เอ็งรู้ไหมจดหมายของข้าไม่ได้ถูกส่งไปให้เจ้าอิงฟ้า แต่ส่งไปให้ท่านขุนฟ้าภักดีภิรมย์ต่างหาก



ฮะ!! เจ้าฟ้าพิโรธนั่นน่ะรึ ฉิบหายแล้วไอ้พุ่ม! หนักเสียยิ่งกว่าเดิมอีก โอย...เวรกรรมจริงแท้ แล้วเอ็งโดนท่านขุนเขาทำกระไรบ้าง



โสนละล่ำละลักร้องถามเสียงดังด้วยความตกใจ รีบคว้าตัวเขามาจับจนแทบจะทำมะม่วงที่เรียงไว้คว่ำลงทั้งแผง พยายามพลิกตัวหารอยหวายเฆี่ยน เพราะรู้ดีถึงเกียรติศัพท์ความเด็ดขาดของท่านขุน อันลือเลื่องไปทั่งทั้งลุ่มน้ำแม่กลอง



หากร่างกายของเพื่อนไร้ริ้วรอย เช่นเดียวกับคำตอบน้ำเสียงปกติ 



ท่านขุนบอกให้ข้าพายเรือชมสวน แล้วก็สอนท่านเป่าขลุ่ย”  



มือที่สำรวจพลิกร่างชะงักลงทันควัน อาการตื่นตกใจเปลี่ยนเป็นความมึนงง โสนมุ่นคิ้วถามย้ำอย่างสงสัย



พายเรือชมสวน...สอนเป่าขลุ่ย...นี่เอ็งล้อข้าเล่นรึไร คนอย่างท่านขุนน่ะรึจะทำเช่นนั้นได้



ข้าไม่ได้ล้อเล่น อันที่จริงท่านขุนเขาก็เป็นคนดี ไม่ได้ดุอย่างที่ใครเขาลือกันเสียหน่อย” 



พุ่มรักบอกไปตามสิ่งที่ตนเองได้สัมผัสมา เขายอมรับว่าเขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกัน เมื่อพบว่าท่านขุนที่ได้รับฉายว่า เจ้าฟ้าพิโรธ’ กลับเป็นคนไม่ถือตัวสูงทั้งๆ ที่มีศักดิ์เป็นถึงลูกเจ้าพระยา และแม้เขาจะทำสิ่งมิบังควรหลายครั้ง ท่านก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองใดๆ ช่างตรงข้ามกับข่าวลือที่ฟังมาอย่างสิ้นเชิง 



ความผิดปกติเหล่านี้สร้างความสับสนในใจเขา รวมถึงโสนซึ่งเอ่ยปากเปรย



น่าประหลาดแท้ แล้วท่านขุนรับได้รึที่เอ็งเป็นชายมาชอบท่าน



...จริงสิ เขาเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ เนื้อความในจดหมายนั่นหากตีความเสียหน่อย ท่านขุนจำต้องรู้แน่ว่านั่นเป็นกลอนรักมิใช่กลอนแสดงความชื่นชมเคารพ เพราะเขาตั้งใจส่งไปเกี้ยวเจ้าอิงฟ้า แต่ท่านขุนกลับมิเอ่ยว่ากระไร ถึงกระนั้นก็ไม่แน่ว่าหากเขาบอกความจริงไป ท่านขุนอาจลงโทษเขาก็เป็นได้ 



แล้วเอ็งจะปล่อยให้ท่านเข้าใจผิดเช่นนี้ต่อไปรึไร



คำเตือนจากเพื่อนสนิทยิ่งทำให้พุ่มรักครุ่นคิดหนัก แม้จะกลัวบทลงโทษที่ตามมา แต่ถ้าปล่อยปัญหาไว้ต่อไปก็คงยิ่งยากจะแก้ไข 



คนหมดทางหนีจึงถอนใจ เอ่ยตัดบทถึงสิ่งที่ต้องทำ



ไว้พรุ่งนี้ข้าจะหาทางบอกท่านขุนภายหลังเอง”






--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




                                                                 - โปรดติดตามตอนต่อไป -






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #32 Daisy.Day (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 01:06
    เจ้าพุ่มมม น่าย้ากกก
    #32
    0
  2. #28 นิรันด์กาล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 10:19
    ยิ้มตลอดเวลาเลย งื้อเจ้าพุ่ม
    #28
    0
  3. #22 นักรบขาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 05:37
    พี่ขุนแสนใจดี แสนดีจนดูเหมือนกำลังเอ็นดูเจ้าพุ่มอยู่เลยยย
    #22
    0
  4. #17 Jezz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 21:11

    สนุกกมากๆเลยค่ะไม่เป็นไรนะพุ่ม5555

    #17
    0
  5. #5 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 16:07
    พุ่มเอ๋ย พุ่ม
    #5
    0
  6. #2 momosononanami (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 15:39
    โถพุ่ม ไม่น่าเลย5555555
    #2
    0