SOTUS S : โซตัส เอส [Yaoi]

ตอนที่ 6 : กฎของคนรักข้อที่ 3 : พร้อมจะปรับตัวเข้าหากันและกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60


กฎของคนรักข้อที่ 3 : พร้อมจะปรับตัวเข้าหากันและกัน

 


ทฤษฏีวิวัฒนาการ กล่าวไว้ว่า สรรพสิ่งเกิดขึ้นจากการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด โดยจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ


ยกตัวอย่างเช่น ยีราฟ มีบรรพบุรุษคอสั้น แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงให้มีคอยาวขึ้น เพื่อสามารถหาใบไม้กินได้ดีกว่า แล้วมันยังถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมนี้ไปสู่ลูกหลาน ส่วนพวกคอสั้นที่หาอาหารไม่ได้ก็จะตายจากไป ทำให้ในปัจจุบันเหลือแต่ยีราฟคอยาวเท่านั้นที่อยู่รอด


            อาทิตย์คิดว่าตนเองไม่ต่างจากยีราฟ...ไม่ได้หมายความว่าเขามีคอยาวขึ้นนะครับ


แต่หลังผ่านการศึกษาจากหนังสือจำนวนมาก รวมทั้งใช้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศมาครบสัปดาห์ เขาก็เริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับแผนกจัดซื้ออย่างรวดเร็ว


“พี่ดนัยครับ ผมลองจัดแยกไฟล์ตามประเภทของวัสดุ แบ่งเป็นหมวดๆ เรียงลำดับตามตัวอักษร จะได้ค้นหาง่ายขึ้น พี่ดนัยเห็นว่ายังไงบ้างครับ”


พนักงานใหม่เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้หัวหน้าตรวจเช็ค ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ


            “อืม ไอเดียดีนะอาทิตย์ แบบนี้จะได้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานมากกว่าเดิม”


            และเมื่อเดินผ่านเลขาแผนก รุ่นน้องก็มีของติดไม้ติดมือไปฝาก


“พี่ส้มโอ เมื่อวานผมไปเจอขนมเยลลี่ศูนย์กิโลแคลลอรี่เลยซื้อมาให้น่ะครับ”


“ว๊าย! ขอบใจนะน้องอาทิตย์ กำลังหิวๆ อยู่พอดี นี่พี่แทบจะกินใบออเดอร์แทนข้าวอยู่แล้ว”


ช่วงนี้ที่บริษัทโอเชี่ยนอิเล็กทริกมียอดสั่งผลิตถาโถมเข้ามาติดๆ กัน บนโต๊ะของฝ่ายจัดซื้อแต่ละคนเลยมีแฟ้มเอกสารกองสุมจนแทบตั้งเป็นหอคอย และที่หนักสุดคงไม่พ้นโต๊ะของสาวเวิร์กกิ้งวูแมนผู้มักจมอยู่กับโทรศัพท์ 


“สวัสดีค่ะ คุณนิด ฝ่ายซ่อมบำรุงใช่ไหมคะ เอิร์ธจากฝ่ายจัดซื้อค่ะ...คือจะรบกวนถาม...เกียร์ทดรุ่น CPG เบอร์ 60 ที่สั่งมาใช้มอเตอร์กี่แรงม้า แล้วอัตราทดรอบได้กี่รอบเหรอคะ”


“ใช้มอเตอร์ขนาด แรงม้า อัตราทดรอบเลือกใช้ได้ตั้งแต่ 1:10 ถึง 1:60 ครับ”


คำตอบนั้นไม่ได้มาจากปลายสาย แต่มาจากเจ้าของโต๊ะข้างๆ ซึ่งมีความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ติดตัวมา


เอิร์ธชะงักหันมองหนุ่มรุ่นน้อง แล้วหันกลับไปกรอกเสียงใส่โทรศัพท์


“อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทราบแล้วค่ะ...ขอบคุณนะคะ”


รุ่นพี่ซีเนียร์วางสายลง ก่อนทักเด็กใหม่ด้วยสายตาทึ่งๆ


“นี่ไปกินยาอะไรมารึเปล่าเนี่ย? ดูคล่องขึ้นนะ”


“ก็แค่เริ่มคุ้นแล้วน่ะครับ” อาทิตย์ส่งยิ้มแห้ง 


...ไม่ใช่แค่เริ่มคุ้นเคยกับงาน แต่เขายังเริ่มเข้าใจลักษณะนิสัยของเพื่อนร่วมงานทีละน้อยจากการคอยสังเกต


ผู้จัดการดนัย...เป็นหัวหน้าทีมที่ทุ่มเท และมักอยู่ดึกเกินเวลาเสมอๆ 


ส่วนพี่ส้มโอ...เป็นคนมีอัธยาศัยดีเป็นเลิศ เลยรู้จักกับพนักงานอื่นๆ ในต่างแผนก ตอนพักเที่ยงหรือช่วงเบรก พี่ส้มโอมักจะจับกลุ่มกับแก๊งค์สาวๆ ช่างเมาท์ของบริษัท เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนสารพันเรื่องราว ไล่ตั้งแต่ดาราเกาหลีไปจนถึงรถเบนซ์ของคณะกรรมการบริหาร       


ตรงข้ามกับพี่เอิร์ธ...อาทิตย์ให้คำนิยามสั้นๆ ว่า คุณเจ๊สาวแกร่งบ้างาน


            สุดท้ายพี่จอห์น...เป็นเจ้าพ่อเทคโนโลยี อุปกรณ์ไฮเทคใดๆ ที่ออกมาใหม่เจ้าตัวก็จะมีไว้ในครอบครองในเวลาอันรวดเร็ว และยังเป็นคนช่างสังเกตมากกว่าที่คิด 


...ยกตัวอย่างเช่น ในวันหนึ่งขณะที่อาทิตย์กำลังเข้าห้องน้ำ บังเอิญพี่จอห์นตามหลังเข้ามายืนทำธุระส่วนตัวอยู่ช่องข้างๆ พอดี ซ้ำดวงตาคมยังเหล่มองมาทางเขา จนรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ 


เออ...คุณพี่ครับ มาก้มๆ เงยๆ สำรวจอะไรตรงนี้ ผมว่าของของผมก็ดูปกติดีนะ ไม่ได้ใหญ่หรือเล็กเกินมาตรฐานสักหน่อย ผิดแปลกตรงไหนเหรอครับ


คนระแวงรีบรูดซิบขึ้น เตรียมชิ่งออกไปล้างมือ และก่อนที่ความกลัวจะเตลิดเปิดเปิงจนกู่ไม่กลับ อยู่ๆ พี่จอห์นก็ยิงคำถามขึ้นมา


“อาทิตย์ เราใส่เข็มขัดยี่ห้ออะไรน่ะ?”


ฝ่ายคนโดนแฟชั่นโพลิสจับผิดเลิกคิ้วงง แต่ก็ยังก้มลงมองเข็มขัดสีดำเรียบๆ ของตัวเอง


“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ใช้ทนดีนะครับ ใส่มาตั้งแต่อยู่มหาลัยแล้วยังไม่พังเลย”


เขาโม้บรรยายสรรพคุณ แทนที่พี่จอห์นจะชื่นชมกลับขมวดคิ้วเข้มหนักกว่าเก่า


“ทำไมไม่ลองซื้อเส้นใหม่มาเปลี่ยนบ้างล่ะ พนักงานจัดซื้อก็ต้องดูแลภาพลักษณ์ให้ดีด้วยนะ”


“แต่ว่าพวกเราทำงานอยู่แค่บนออฟฟิศคงไม่จำเป็นต้องใส่ใจถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ”


พอออกความเห็น พนักงานรุ่นพี่ก็ส่ายศีรษะเป็นเชิงว่า น้องใหม่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย


“ลองทายสิว่า อะไรสำคัญที่สุดในการทำงานจัดซื้อ” 


เจอคำถามประลองปัญญาเข้าไป แม้สภาพที่อยู่ตอนนี้จะเป็นในห้องน้ำชายไม่ใช่สนามสอบเข้าแข่งขัน แต่อาทิตย์ก็พยายามเค้นสมองคิดคำตอบ


“เออ...คือ...น่าจะเป็น...การหาซื้อของให้ได้ครบในราคาตามงบ...ล่ะมั้งครับ?”


พี่จอห์นยิ้ม “เกือบถูก...แต่ไม่ใช่” พลางรูดซิบกางเกงขึ้น คาดเข็มขัดแบรนด์เนมแอร์เมสเงาวับ แล้วจึงพูดชวน


“บ่ายนี้ตามพี่มา เดี๋ยวพี่จะสอนวิธีทำงานจัดซื้อจริงๆ ให้เอง”





 

ภายในร้านกาแฟสุดชิคชื่อดัง หลังเลยช่วงเวลาพักเที่ยงไป หนุ่มสาวออฟฟิศก็เริ่มซาลง เพราะต้องกลับบริษัทไปผจญมรสุมกองงานต่อ 


แต่คนห้อยบัตรวิศวกรจัดซื้ออย่างอาทิตย์ ยังคงนั่งโต๊ะติดมุมฝั่งกระจกที่มองเห็นวิวดีที่สุดของร้าน ข้างๆ คือพี่จอห์น ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นสาวสวย ขาวหมวย ผมยาวดำขลับตัดกับชุดเดรสสีแดงโชว์สัดส่วนหุ่นพริตตี้ตามสเป็คชายไทย


“สวัสดีค่ะ คุณจอห์น” 


“สวัสดีครับ คุณไลลา” รองผู้จัดการส่งยิ้มโปรยสเน่ห์ ก่อนเบี่ยงกายแนะนำ “นี่อาทิตย์ พนักงานจัดซื้อคนใหม่ของบริษัทเราครับ”


“สวัสดีครับ” เขายกมือไหว้ ลอบกวาดสายตาแสกนคร่าวๆ แบบระวังไม่ให้เสียมารยาท


...คุณไลลาน่าจะอายุพอๆ กับพี่เอิร์ธ แต่บุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฝั่งนู้นหน้านิ่งเหมือนหุ่นยนต์ ส่วนคนตรงนี้ส่งยิ้มน่ารักมาให้


“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณอาทิตย์ เออ...อยากดื่มอะไรไหมคะ เดี๋ยวไลลาไปซื้อมาให้”


“ไม่เป็นไรครับ”


“โอย ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ”


“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”


มัวแต่ปฏิเสธกันไปมา คงไม่ได้เริ่มคุยเสียที จอห์นเลยต้องเป็นฝ่ายออกปากให้แทน 


“น้องเขายังใหม่เลยอาจจะยังเกร็งๆ อยู่น่ะครับ...งั้นเอากรีนทีเฟรปเป้แอดเยลลี่ไซต์เวนตี้แบบผมก็แล้วกัน” 


“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”


คุณไลลาต้อนรับขับสู้แขกได้ยอดเยี่ยมเสมือนเป็นเจ้าของร้านกาแฟเสียเอง ดีที่ก่อนหน้านี้ เขาได้ยินพี่จอห์นเอ่ยขออนุญาตกับผู้จัดการดนัยเอาไว้ว่า จะให้อาทิตย์ฝึกคุยงานกับเซลล์นอกสถานที่ด้วยกัน ไม่เช่นนั้นก็คงได้มีการเข้าใจผิดกันบ้าง


คล้อยหลังเซลล์สาวสวยเดินห่างออกไป พนักงานรุ่นพี่ก็ยื่นไอแพด ซึ่งเปิดเว็บไซต์หนึ่งมาให้เขา แล้วเริ่มต้นอธิบาย


“นี่เป็นบริษัทซัพพลายเออร์ที่เราจะติดต่อซื้อของจากเขาในล็อตนี้”


...แสงชัย อินดัสเทรียล ปรากฏชัดบนหน้าจอ พร้อมคำบรรยายว่าเป็นโรงงานผลิตอัดเม็ดพลาสติกขึ้นรูปเป็นโครงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ก่อนพี่จอห์นจะเสริมข้อมูลต่อ   


“รู้ไหมคุณแสงชัยที่เป็นเจ้าของ เขาเรียนมหาลัยเดียวกับพวกเราด้วยนะ อาทิตย์อาจจะไม่ทันรุ่นเขาล่ะมั้ง เออ...จริงๆ พี่ก็ไม่ทันหรอก แต่โชคดีที่ปู่ของปู่รหัสพี่เคยพักอยู่หอเดียวกับเขา กว่าจะหาช่องทางติดต่อกันได้ก็แทบแย่...แต่มันก็คุ้มนะ เพราะบริษัทเราสามารถซื้อของจากเขาได้ในราคาถูก”


และจึงตามมาด้วยการเฉลยของคำถามก่อนหน้า


“จริงๆ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานจัดซื้อ ก็คือ คอนเนคชั่น’ เนี่ยแหละ...ยิ่งรักษาคอนเนคชั่นได้เยอะ เราก็ยิ่งมีพาวเวอร์ต่อรองมากขึ้น...จำไว้ด้วยล่ะ”


...อ้อ...แบบนี้นี่เอง 


อาทิตย์พยักหน้าหงึกหงัก ราวกับดวงตาบรรลุธรรม เคล็ดลับของฝ่ายจัดซื้อมีอะไรซับซ้อนมากกว่าที่เห็น หากก็พอจะเข้าใจได้อยู่...การทำธุรกิจต้องมีสายป่านยาวเชื่อมเอาไว้ ถ้าสายป่านสั้นเกินไป ธุรกิจก็จะขาดแรงส่งต่อให้ลอยค้างฟ้าขึ้นไปได้สูง 


เป็นวิธีคิดแบบนักบริหาร ซึ่งต่างจากตอนที่เรียนวิศวะ แต่สำหรับคนด้อยประสบการณ์อย่างเขากลับรู้สึกยินดีที่ได้ศึกษาอะไรใหม่ๆ เพิ่ม


“เข้าใจแล้วครับ แสดงว่าคุณไลลาเป็นเซลล์ของบริษัทแสงชัยใช่ไหมครับ”


“เยส! หัวไวเหมือนกันนี่”


จอห์นยกนิ้วโป้งชม เมื่อเห็นว่าน้องใหม่เข้าใจจุดประสงค์แล้ว ก่อนจะเริ่มทำตัวผ่อนคลายมากขึ้น เอนกายลงพิงเก้าอี้ สไลด์หน้าจอไอแพดเปลี่ยนไปเปิดเฟซบุ๊คด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนมานั่งเล่นมากกว่าทำงาน แต่พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีเหตุผลในตัวมันเอง


“ลองคิดดูสิ...เราช่วยให้บริษัทได้ผลประโยชน์ตั้งเยอะ เราก็น่าจะได้อะไรตอบแทนคืนมาบ้างนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เหรอ? นี่ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำนะ” 


แถมท้ายด้วยการลดเสียงกระซิบบอกความลับทางการค้า


“แล้วพวกเซลล์ฝ่ายขายที่ลูกค้าส่งมาให้เราเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาวๆ หน้าตาสวยๆ กันทั้งนั้น...ถ้ารักษาคอนเนคชั่นเอาไว้ดีๆ เผลอๆ ยังได้สานสัมพันธ์อย่างอื่นต่อด้วย...เฮ้ย พี่เปล่ายุน้า...แต่พี่มองแล้ว เราเองหน้าตาก็ไม่ได้แย่อะไร แค่ต้องเปลี่ยนการแต่งตัวนิดหน่อย...ถึงได้บอกไงว่าจัดซื้อภาพลักษณ์มันก็สำคัญ”


อาทิตย์เผลอยกมือจับเข็มขัด ภายในใจกำลังประมวลสิ่งที่ได้ยิน แต่เสียงหวานใสของเซลล์สาวก็มาถึงโต๊ะเสียก่อน


“กรีนทีเฟรบเป้มาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ รอกันนานไหม”  


“อ้อ ไม่หรอกครับ พวกผมก็กำลังคุยปรึกษากันอยู่” 


พี่จอห์นชิงตอบ พลางช่วยรับแก้วเครื่องดื่มไซต์ใหญ่ที่ส่งมาให้


“เอ๊ะ? คุยเรื่องอะไรกันคะ”


            “ก็หลังจากนี้ ผมคิดว่าจะให้อาทิตย์เป็นคนติดต่อคุณไลลาโดยตรงแทนผมน่ะครับ”


            “อุ๊ย งั้นไลลาต้องขอฝากตัวด้วยนะคะ ”


ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีเชอร์รี่คลี่ยิ้มสวย เรียวนิ้วที่ผ่านการทำเล็บมาอย่างดีเปิดกระเป๋าชาแนลหยิบนามบัตรที่ระบุชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ไว้เรียบร้อย


“พอดีวันนี้ไลลาไม่ได้หยิบแคตตาล็อกติดมือมา แต่เดี๋ยวจะให้เบอร์ติดต่อคุณอาทิตย์ไว้ก่อน....ส่วนเรื่องยอดของเดือนนี้ ไลลาคงต้องฝากคุณจอห์นเหมือนเดิมนะคะ”


“ไม่มีปัญหาครับ เอ๊ะ? คุณไลลาเพิ่งเปลี่ยนนาฬิกาใหม่เหรอครับ เรือนนี้ไม่เคยเห็นเลย”


ดวงตาคมเพ่งความสนใจไปยังนาฬิกาสายคาดหนังสีน้ำตาลทรงเรียบหรูดูไฮโซบนข้อมือบาง ซึ่งอีกฝ่ายก็ยกขึ้นให้เห็นหน้าปัดประดับคริสตัลชวาลอฟกี้สะท้อนแสงเป็นประกายวิบวับ ขัดกับถ้อยคำพูดถ่อมตัว


            “แหม คุณจอห์นสังเกตเห็นด้วยเหรอคะเนี่ย ไลลาเพิ่งซื้อมาเมื่อวานเอง แต่มันเป็นตัวที่เขาไม่ค่อยเล่นกัน ราคาเลยถูกหน่อย แค่แสนต้นๆ เองค่ะ”


“แต่ผมว่าน่ารักเหมาะกับคุณไลลามากเลยนะครับ”


“คุณจอห์นเนี่ยล่ะก็...ปากหวานจังเลย...” เซลล์สาวหัวเราะคิกคักไปกับหนุ่มออฟฟิศตาถึง 


อาทิตย์นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองเงียบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองแก้วชาเขียวปั่นราคาเกือบสองร้อยที่เขาไม่ได้ออกเงินสักบาท


ในใจตระหนักชัดกับตัวเองอีกครั้งว่า...งานจัดซื้อมีเรื่องซับซ้อนให้เขาต้องเรียนรู้อยู่อีกมากจริงๆ





 

หลังจากนั้น การคุยกับเซลล์ก็กลายเป็นงานหลักของอาทิตย์ 


แต่จะเรียก คุย’ ก็คงไม่ถูก ต้องใช้คำว่า ปฏิเสธ’ มากกว่า เพราะพี่จอห์นมอบหมายคำสั่งมาให้สั้นง่ายได้ใจความ  


...ถ้ามีใครมาเสนอขายอะไร ก็บอกเขาไปว่าไว้เราจะติดต่อกลับไปเองนะ ...จบ


วันนี้ก็เช่นกัน มีโทรศัพท์เรียกให้ฝ่ายจัดซื้อลงไปนัดพบเซลล์จากสองบริษัท


...เจ้าแรกเป็นคนที่คุ้นเคยกันดี


“สวัสดีค่ะคุณอาทิตย์ ไลลาเอาแคตตาล็อกที่คุยไว้คราวนั้นมาให้ค่ะ”


หญิงสาวแต่งหน้าเข้มสวมเดรสลูกไม้สีดำสุดเซ็กซี่ มาพร้อมกับกล่องใส่เค้กรสวนิลาขนาดสองปอนด์


“แล้วก็ไลลาเอาขนมมาฝากคนในออฟฟิศด้วยค่ะ”


“ขอบคุณครับ ถ้าผมสนใจสินค้าตัวไหนจะติดต่อไปนะครับ” 


ถึงจะมีของกำนัลมาให้ แต่อาทิตย์ก็รีบตัดบทอย่างสุภาพ ขยับกายลุกขึ้นเตรียมลา


“งั้นผมคงต้องขอตัว...” 


“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณอาทิตย์” 


ประโยครั้งทำให้คนคิดหนีชะงัก เผลอสบตามองคุณไลลาซึ่งส่งยิ้มให้ ทั้งยังเป็นยิ้มที่ดูหวานเชื่อมยิ่งกว่าเค้กวนิลา พอๆ กับน้ำเสียงออดอ้อนหวานใส


“วันนี้ไลลาตั้งใจมาหาคุณอาทิตย์โดยตรงต่างหากค่ะ”


ร่างบางขยับตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมกุหลาบอ่อนๆ เธอเสยผมขึ้นทัดหู นัยน์ตาใส่คอนแท็คเลนส์บิ๊กอายทอประกายระยิบระยับ เหมือนแม่เสือสาวกำลังออกล่าเหยื่อ ก่อนเอื้อนเอ่ยคำถามสำคัญ


“ไม่ทราบว่าคุณอาทิตย์สนใจอยากมีอิสระทางการเงินไหมคะ ตอนนี้ไลลามีสิ่งดีๆ มานำเสนอให้ค่ะ”


“...”


ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ เขาถึงเห็นภาพลวงตา เป็นมงกุฎเพชรสวมอยู่บนศีรษะของคู่สนทนา พร้อมสายสะพาน มิสดาวน์ไลน์คอนเทสต์’ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้




 

...กว่าจะขอปลีกตัวจากการเชิญชวนให้ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ก็ใช้เวลาไปร่วมยี่สิบนาที


อาทิตย์พ่นลมหายใจระบายความเหนื่อย หลังส่งเจ้าแม่ยอดนักขายกลับไปเรียบร้อย เหลือบมองนาฬิกาเห็นเข็มสั้นชี้เลขสิบสองพอดี


ได้เวลาพักเที่ยงแล้ว ใจอยากจะรีบวิ่งไปสั่งนมเย็นของโปรดมาเติมพลัง แต่ก็ต้องหิ้วกล่องเค้กพร้อมแคตตาล็อกสินค้า กลับขึ้นไปยังแผนกตัวเองเสียก่อน


เขาเปิดประตูห้องรับรองอย่างเซ็งๆ แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นความแปลกใจ เมื่อพบว่าที่หน้าห้องมีชายวัยสี่สิบถือกระเป๋าเอกสารนั่งรออยู่


...ซวยแล้ว! เขาดันลืมไปว่ามีเซลล์เข้ามาสองบริษัท!


“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ให้รอนาน” พนักงานจัดซื้อรีบก้มศีรษะขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่


“ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่มารบกวน...นี่พักเที่ยงแล้วใช่ไหมครับ จะไปทานข้าวก่อนก็ได้นะครับ ไว้วันหลังผมค่อยติดต่อมาใหม่”


คุณอาเซลล์แมนปฏิเสธอย่างสุภาพ ด้วยท่าทางเกรงใจจริงๆ อย่างผู้ที่เข้าใจว่าเวลาพักสำคัญสำหรับพนักงานออฟฟิศมากแค่ไหน 


พอได้ยินแบบนั้นคนฟังก็ถึงกับซาบซึ้ง แม้หน้าที่หลักของเขา คือการรับแคตตาล็อกสินค้า และบอกกับอีกฝ่ายว่าจะติดต่อกลับไปในภายหลัง ซึ่งสามารถใช้เวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วิ แต่ในเมื่อเห็นว่าบริษัทนี้อดทนรอ เขาเลยเปลี่ยนไปพักเรื่องของตัวเองไว้ก่อน 


“อ้อ พอดีผมยังไม่หิวเท่าไรครับ...ยังไงก็เชิญเข้ามานั่งคุยในห้องได้เลยครับ”


อาทิตย์เปิดประตูห้องรับรองกลับเข้าไปอีกครั้ง วางกล่องเค้กปอนด์หลบไว้ข้างๆ โต๊ะ แล้วรอแขกยื่นนามบัตรแนะนำตัว


“สวัสดีครับ ผมชื่อปิติ เป็นตัวแทนของบริษัทปิติพาณิชย์ครับ”


บนนามบัตรระบุตำแหน่งต่อท้ายเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่พนักงานขาย แต่คนอ่านนึกสะกิดใจในชื่อที่พ้องกันกับชื่อของบริษัทเลยลองเกริ่นถาม


“เออ...ตำแหน่งผู้จัดการนี่หมายความว่า...?”


“อ้อครับ ผมเป็นเจ้าของบริษัทนี้เองครับ”


...เฮ้ยเจ้าของมาเอง!


ไม่เคยต้องติดต่อกับคนตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน เขาถึงกับมือไม้อ่อนรีบยกมือไหว้เกร็งๆ


“สะ...สวัสดีครับ ผมอาทิตย์ ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทโอเชี่ยนอิเล็กทริกครับ”


“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...คุณอาทิตย์เป็นคนช่างสังเกตดีนะครับ เป็นโชคดีของบริษัทนี้ที่มีพนักงานที่ตั้งใจอย่างคุณ”


คำชมจากสายตาแหลมคมระดับผู้บริหาร ทำให้อาทิตย์ลูบต้นคอเขินๆ


“ไม่หรอกครับ ผมเองก็ยังมีอะไรให้ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกเยอะ เออ...งั้นมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา คุณปิติพอมีแคตตาล็อกสินค้าติดมาไหมครับ”


“มีครับ”


เอกสารเย็บเล่มถูกยื่นมาให้ เขารับไปเปิดดู แต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่รายละเอียดแคตตาล็อกสินค้า แต่เป็นประวัติของโรงงาน ข้อมูลการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง รวมทั้งภาพโรงงาน และไลน์ผลิต  


“ก่อนอื่น ผมอยากแนะนำบริษัทของเราคร่าวๆ ก่อนครับ ...บริษัทปิติเพิ่งตัวได้ไม่นาน เป็นโรงงานเล็กๆ แต่เราตั้งใจผลิตสินค้าออกมาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน ISO ทุกชิ้น” 


อาทิตย์เพิ่งเคยพบเซลล์ที่เริ่มต้นขายของด้วยการเกริ่นถึงประวัติโรงงาน เพราะข้อมูลส่วนนี้มักจะโดนละเลย หรือไม่ยอมเปิดเผยให้เห็น 


ทว่าความจริงแล้ว มันเป็นข้อมูลสำคัญลำดับต้นๆ ที่จะยืนยันได้ว่า สภาพแวดล้อมของโรงงานนั้นเป็นเช่นไร มีฐานกำลังผลิตมากแค่ไหน เปรียบไปก็เหมือนสุภาษิตที่ว่า ดูช้างให้ดูที่หาง การจัดการภายในโรงงานเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพของสินค้า หากบุคลากรของโรงงานมีประสิทธิภาพ สินค้าก็มักจะได้รับการเอาใจใส่ที่ดีตามมา และความเอาใจใส่นี้เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อคุณปิติพูดเสริมต่อ


“ถ้าอยากลองพิจารณาวัสดุ ผมมีตัวอย่างมาให้ดูด้วยครับ”


บริษัทปิติพาณิชย์เป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทพลาสติกเหมือนบริษัทแสงชัย วัสดุจึงมีรูปแบบคล้ายคลึงกัน แต่ที่แตกต่างอย่างมากก็คือวิธีการพรีเซนต์ เพราะชาร์ตตัวอย่างที่คุณปิติหยิบขึ้นมาโชว์ มีชนิดพลาสติกติดเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมรายละเอียดข้อมูลครบถ้วน เป็นการคำนึงถึงคนดูให้อ่านง่ายเห็นชัด 


กระนั้น สิ่งที่จะเป็นตัววัดผลการสั่งซื้อไม่ได้มีเพียงเท่านี้


“ส่วนนี่เป็นแคตตาล็อกของสินค้าครับ”


คล้ายอีกฝ่ายจะเดาความคิดได้จึงยื่นเอกสารมาให้อีกหนึ่งเล่ม เขากวาดตาสำรวจเทียบราคา คิดว่าจะเจอมูลค่าตัวเลขสูงลิบลิ่ว แต่กลายเป็นว่าราคามาตรฐานพอๆ กับบริษัทของคุณไลลา 


ไม่สิ...ถ้าพิจารณาจากคุณภาพสินค้าแล้ว นี่อาจจะถูกเกินไปด้วยซ้ำ


“โห ตั้งราคาแบบนี้จะได้กำไรเหรอครับ”


เผลอหลุดปากออกไป แล้วจึงเพิ่งตระหนักว่าดันไปถามเรื่องไม่ควรถาม กำไรขาดทุนของบริษัทไม่ใช่ธุระที่เขาต้องสอดรู้ แต่ฝ่ายคุณปิติไม่ถือสา ซ้ำยังยอมบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้น


“เมื่อก่อนตอนอยู่ในช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผมต้องเอาบ้านไปจำนองเพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงาน...ตอนแรกก็คิดครับว่าทำออกมาคงไม่คุ้มเหนื่อย แต่ผมไม่อยากหยุด เพราะถึงโครงพลาสติกจะเป็นแค่ส่วนประกอบของสินค้าชิ้นใหญ่ๆ แต่มันก็เป็นวัสดุสำคัญที่จะทำให้ส่วนอื่นๆ ทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 


...สุดยอดไปเลยครับลูกพี่!


อาทิตย์อยากจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับทัศนคติอันยอดเยี่ยมด้วยความปลาบปลื้ม เสมือนตนเองได้มาเจอปรมาจารย์ผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมอันแท้จริง


หลังจากนั้น บทสนทนาระหว่างพวกเขาก็ดำเนินต่อไปยืดยาวร่วมสี่สิบนาที ใช้เวลามากกว่าเซลล์คนแรกถึงสองเท่า แต่ก็ยังนับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะเขาได้รับคำแนะนำดีๆ จากผู้ผ่านประสบการณ์มาแล้วโชกโชน ซึ่งสอนให้รู้จักแง่มุมชีวิตและการทำงานในรูปแบบต่างๆ จนเขานึกอยากจะสมัครเป็นดาวน์ไลน์เครือข่ายของคุณปิติเลยทีเดียว

 




“ไว้ยังไงผมจะรีบนำเสนอกับบริษัท แล้วจะติดต่อไปนะครับ”


อาทิตย์กล่าวอำลาคุณปิติทิ้งท้าย ยกมือไหว้เจ้าของโรงงานในคราบเซลล์แมนด้วยความนับถือ


ในใจตอนนี้รู้สึกอิ่มเอมไปด้วยวิชาที่เพิ่งได้รับการถ่ายทอดมาสดๆ ร้อนๆ ทว่าอย่างไรก็ต้องเติมเต็มความอิ่มเข้าท้องตนเองด้วย 


พอเอาเค้กปอนด์ขึ้นไปวางไว้ที่แผนกจัดซื้อเสร็จ เขาก็รีบเผ่นลงมาโรงอาหาร เพราะเหลือเวลาพักอีกไม่มากเลยจัดการซื้อข้าวราดแกงง่ายๆ ที่สำคัญต้องไม่ลืมเครื่องดื่มสุดโปรดตามที่ตั้งใจเอาไว้


“พี่ครับ ขอนมเย็นแก้วหนึ่งครับ”


“นมเย็นอีกแล้วเหรอวะอาทิตย์?”


เสียงถามไม่ได้มาจากคนขาย แต่มาจากชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดหมีสีเทา ใบหน้าคมเข้มไว้เคราแพะท่าทางเซอร์ๆ ตามแบบฉบับวิศวกรฝ่ายผลิต ยืนอยู่ด้านหลังเขาอย่างเซอร์ไพรซ์


“อ้าว พี่หยง หวัดดีครับพี่”


...พี่หยง เป็นรุ่นพี่ซีเนียร์ฝึกสอนงานสมัยอาทิตย์เทรนโปรอยู่ฝ่ายผลิต หน้าตาดี ความสามารถเพียบพร้อม อีกทั้ง ยังสนิทสนมด้วยง่าย จึงให้ความรู้สึกเหมือนคนเป็นเพื่อนมากกว่ารุ่นพี่ที่อายุห่างกันถึงห้าปี


“เพิ่งได้กินข้าวเที่ยงเหรอ ทำไมมาพักช้าล่ะ”


“อ้อ พอดีติดคุยกับเซลล์อยู่น่ะครับ”


“เออเนอะ นายทำงานจัดซื้อเต็มตัวแล้วนี่หว่าจริงๆ พี่โคตรเสียดายฝีมือนายเลยว่ะ น่าจะได้อยู่ฝ่ายผลิตด้วยกัน ทุกคนบ่นคิดถึงกันใหญ่”        


พนักงานในฝ่ายผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชายด้วยกันเกือบทั้งหมด บรรยากาศเลยคล้ายคลึงคณะวิศวะ อาทิตย์จึงสามารถปรับตัวเข้ากับคนทางฝั่งนั้นได้รวดเร็วมากกว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน


“แล้วนี่ชินกับงานจัดซื้อรึยัง”  


พี่หยงยิงคำถามราวกับเดาความอึดอัดในใจออก 


“ก็...พอไปได้ครับ” เขาตอบกล้อมแกล้ม ก่อนย้อนถามบ้าง


“แล้วทางฝั่งไลน์ผลิตงานยุ่งไหมครับ หรือพี่ก็เพิ่งได้มาพักกินข้าวเที่ยงเหมือนกัน”


“เปล่าหรอก บ่ายนี้ว่างเลยมาเดินเล่น”


“อ้าว? ทำไมล่ะครับ”


“ก็วัสดุที่สั่งมาดันผิดเสป็คอีกแล้วน่ะสิ ...เออ ไหนๆ แล้วเวลาสั่งซื้อวัสดุเข้ามา อาทิตย์ช่วยเช็คหน่อยก็ดีนะ นายก็รู้ว่าถ้าเจอพวกวัสดุที่ไม่ค่อยได้คุณภาพ พอผลิตออกมาสินค้าก็จะเสียหายเยอะ บางทีต้องตีวัสดุกลับ เสียเวลาอีก”


ถึงจะเป็นรุ่นพี่ที่สนิท แต่ถ้าเป็นเรื่องงานแล้ว พี่หยงก็มักเข้มงวดเพื่อรักษามาตรฐานของบริษัทไว้เสมอ ซึ่งอาทิตย์ก็รับปาก


“ผมเข้าใจครับพี่ ไว้จะลองเสนอดู”


“ฝากด้วยแล้วกัน” 


มือใหญ่ตบบ่าอดีตเด็กฝึกงานในความดูแลของตัวเองอย่างไว้ใจ


“นมเย็นได้แล้วจ้า”


คนขายยื่นเครื่องดื่มสีหวานส่งมาให้ ร่างสูงเลยยอมบอกลา


“งั้นไปกินข้าวเถอะ...ถ้าฝ่ายจัดซื้อใช้งานโหดไปก็มาฟ้องทางนี้ได้นะเว้ย แล้ววันไหนว่างๆ ค่อยนัดเจอกันนอกรอบ”


“โอเคครับ”


อาทิตย์ตอบรับอย่างยินดี รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาจนพาลคิดไปว่าเมื่อไรเขาจะสนิทกับเพื่อนร่วมงานในแผนกจัดซื้อได้แบบนี้บ้าง





 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครนึกถึงเขาเลย...


เพราะหลังกลับขึ้นมาในแผนก พี่จอห์นก็เดินเข้ามาทักทันที


“อาทิตย์หายไปไหนมา? เออ แล้วเค้กบนโต๊ะไปเอามาจากไหนเหรอ?”  


“คุณไลลาเอามาให้ครับ”


“อ้อ งั้นก็กินได้น่ะสิ”


ดวงตาของคนที่เล็งขนมไว้วาววับ เปิดกล่องปอนด์ออกโดยไม่เกรงใจ อาทิตย์เลยอาศัยจังหวะนี้เกริ่นเข้าเรื่องที่ต้องการ 


“พี่จอห์นครับ ผมมีบริษัทที่น่าสนใจมาเสนอสินค้า คุณภาพวัสดุก็ดี ราคาก็ไม่แพงมากด้วย”


“ขายอะไรล่ะ?”


รุ่นน้องรีบเอาแคตตาล็อกที่เพิ่งได้มายื่นให้ แต่อีกฝ่ายเพียงแค่เปิดเช็คผ่านๆ และพอเห็นวัสดุเป็นพลาสติกก็บอกปัดทิ้งง่ายๆ 


“ไม่ต้องติดต่อไปหรอก เพราะเรามีบริษัทแสงชัยเป็นซัพพลายเออร์อยู่แล้ว”


“แต่ไม่ลองพิจารณาดูก่อนเหรอครับ อย่างราคาของคุณปิติก็ถูกกว่าบริษัทแสงชัยมากนะครับ” อาทิตย์ยังคงพยายามตื๊อ  


พี่จอห์นถอนหายใจเอ่ยสอนเสียงเรียบ 


“บริษัทแสงชัยเป็นคู่ค้ากับบริษัทเรามาหลายปี อยู่ๆ จะมายกเลิกออเดอร์เขา เพราะแค่ราคาสินค้าฝ่ายนั้นถูกกว่าตัวสองตัวไม่ได้หรอกนะ” 


เหตุผลมีน้ำหนักเหยียบเอาข้อโน้มน้าวของน้องใหม่ให้พ่ายแพ้ฝังจมลงดิน


...เกือบลืมไปว่างานจัดซื้อต้องคิดวางแผนมองให้รอบด้าน เพราะมันมีเรื่องของธุรกิจและคอนเนคชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 


ใบหน้าเหี่ยวเฉาของอาทิตย์คงแสดงออกชัด พนักงานรุ่นพี่เลยต้องออกปากให้กำลังใจ  


“เราไม่ต้องไปทำอะไรให้มันยุ่งยากเพิ่มหรอก เอางี้...พี่มีงานง่ายๆ ให้” 


จอห์นหันไปหยิบกระดาษที่มีตัวเลขจดสต็อกวัสดุมายัดใส่มือ


“ตอนสี่โมงเย็นจะมีรถของบริษัทแสงชัยเข้ามารับสินค้าคืน เราช่วยลงไปเช็คของตามนี้ให้หน่อยแล้วกัน แค่ยืนเฝ้าเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร...เห็นไหมง่ายจะตาย”


ทิ้งท้ายด้วยการขยิบตาเป็นนัยๆ ว่างานจัดซื้อเป็นงานสบายๆ ไม่ซับซ้อนอะไร...มึงอ่ะคิดมาก 


ก่อนรองผู้จัดการจะผละห่างไปทางห้องแพนทรี พร้อมกล่องขนมเค้กที่เจ้าตัวให้ความสนใจมากกว่าแคตตาล็อกสินค้า 


...โต๊ะของอาทิตย์กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง แต่ตอนนี้เขารู้สึกหมดอารมณ์จะทำงานใดๆ ทั้งสิ้น


วิศวกรจัดซื้อเหลือบมองปฏิทินตั้งโต๊ะ เห็นรอยขีดปากกาแดงนัดหมายวันสำคัญเอาไว้ เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาสไลด์เปิดแอพพลิเคชั่นไลน์ เลื่อนหาเจ้าของโปรไฟล์รูปเกียร์ แล้วกดพิมพ์ข้อความส่งไป


วันนี้ชิงธงเป็นยังไงบ้าง?


เพียงไม่นาน ก้องภพก็ตอบกลับมา


กำลังสนุกเลยครับ


ผมคงเลิกงานเย็นหน่อย ไว้จะตามไปนะ


            คนอ่านส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนทำมือโอเคเป็นสัญญาณรับทราบ


            อาทิตย์วางสมาร์ตโฟนลง ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ของพนักงานไฟแรงเหมือนอย่างเคย


...ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะหายตัวไปโผล่ที่มหาวิทยาลัยในตอนนี้เลยจริงๆ





 

บนสแตนเชียร์ตรงลานกีฬาของมหาวิทยาลัย


ก้องภพกำลังนั่งอยู่ร่วมกับแก๊งค์เพื่อนว้ากคนอื่นๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนทางฝั่งสนามก็ไร้เงาของน้องปีหนึ่งมายืนตั้งแถว 


ทุกอย่างดูสงบเงียบ ราวกับไม่ได้มีกิจกรรม ชิงธงรุ่น อันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของคณะวิศวกรรมศาสตร์


            สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เนื่องมาจากกติกาการทดสอบถูกปล่อยกระจายผ่านสื่อโซเชี่ยลไปแล้วเรียบร้อย 


ในตอนเช้าเวลาแปดโมงตรง หน้าเฟซบุ๊คของนักศึกษาทุกคณะ ต่างมีลิงค์แชร์ส่งต่อกันมาเป็นรูปภาพป้ายประกาศข้อความขนาดใหญ่



 

ขอเชิญชวนนักศึกษามหาวิทยาลัยทุกคนมาร่วมเล่นเกมล่าสมบัติ!

หีบสมบัติตั้งอยู่ ณ สนามกีฬา ต้องใช้รหัสตัวอักษร ตัวปลดล็อก

ใครสามารถเปิดออกจะได้รับของรางวัลพิเศษจำนวนมาก

ไม่จำกัดคณะและจำนวนผู้เล่น หมดเขตเปิดหีบสมบัติในเวลา 18:00 น.

(คำใบ้รหัสซ่อนอยู่ในมหาวิทยาลัย จงหาอะไรที่เป็นสีแดง)



 

            กระแสในโซเชี่ยลต่างฮือฮา เต็มไปด้วยคนที่สนใจในรางวัลพิเศษ ซึ่งยังคงเป็นความลับปริศนา แต่สำหรับเด็กเฟรชชี่ภาควิชาอุตสาหการต่างรู้กันดีว่า หนึ่งในรางวัลพิเศษนั้นต้องมี ธงรุ่น’ รวมอยู่แน่นอน


            ปฏิบัติการออกล่าสมบัติจึงเริ่มต้นทั่วทั้งมหาวิทยาลัย มีตั้งแต่พวกที่เล่นกันสนุกๆ พวกอยากลองของ ไปจนถึงพวกที่อยากแกล้งเด็กคณะวิศวะ เพราะถ้าคณะไหนเปิดหีบสมบัติได้ก่อน ก็จะถือว่าเด็กเฟรชชี่ปีนี้พ่ายแพ้อดได้รุ่น


            แต่เนื่องจากขอบเขตในการหารหัสค่อนข้างกว้าง และคำใบ้ก็ไม่ได้ช่วยจำกัดวงให้แคบลง พื้นที่บนโลกออนไลน์ จึงกลายเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเรียกยอดคอมเมนต์ให้พุ่งพรวด 


“มีคนเดาว่าเป็น SOTUS อีกแล้วว่ะ นึกว่าพวกเราใช้อะไรตื้นๆ ซ้ำรอยของเก่ารึไง แบบนั้นมันง่ายไปเว้ย!” 


เอ็มบ่นตามประสาคนชอบเล่นเกม ระหว่างอ่านโพสจากเฟซบุ๊ค


            “หรือว่าเราจะคิดรหัสยากเกินไปวะ นี่ก็ใกล้เวลาหมดเขตแล้วนะ ยังไม่มีใครเปิดหีบได้เลย”


            ทิวเริ่มเห็นต่าง แสงอาทิตย์คล้อยต่ำแทบลับขอบฟ้าไปแล้ว แม้พวกเขาจะเห็นนักศึกษาหลายคนวนเวียนมาหมุนรหัส แต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะเปิดมันออก


“รหัสน่ะหาไม่ยากหรอก คิดว่าคงเจอใกล้ครบแล้ว แต่ไม่ยอมเอาข้อมูลมาบอกกันมากกว่า”


ก้องภพสันนิษฐาน ถ้าหากไม่มีคนเปิดหีบได้จริง วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็คงจะถือว่าล้มเหลวไปด้วย


“แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังมีคนสนใจเข้ามาร่วมกันเยอะเลยนะ คิดถูกแล้วที่ก้องบอกให้แชร์ลงโซเชี่ยล ตอนนี้ยอดแชร์เกินหมื่นไปแล้ว มีคนพูดถึงในทวิตเตอร์ด้วย”


เมย์ยกสมาร์ตโฟนโชว์ให้ดูเป็นหลักฐาน


หลังผ่านการประชุมกันมาหลายครั้ง พวกเขาได้ข้อสรุปกันว่าจะเลือกใช้โซเชี่ยลเป็นสื่อกลางแพร่กระจายข่าว เพราะวัยรุ่นสมัยนี้มักจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ ไอเดียสร้างกิจกรรมที่เน้นความสนุกเลยถือกำเนิดขึ้น เพื่อสร้างกระแสดึงดูดให้น้องๆ มาร่วมชิงธงด้วยตัวเองโดยไม่บังคับ เป็นการคำนึงถึงหัวใจของเฟรชชี่เป็นหลัก ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดี


อันที่จริง...ก้องภพอยากจะยกเครดิตความดีความชอบทั้งหมดให้กับพี่อาทิตย์...อดีตเฮดว้ากที่มีสปิริตมากกว่าใครๆ และส่งต่อสปิริตนั่นให้น้องๆ ได้เห็น


นึกย้อนไปถึงตอนชิงธงรุ่นของตัวเอง เขาขอให้พี่อาทิตย์ลงมาจากสแตน เพื่อให้เพื่อนทุกคนบูมขอบคุณ ภาพความทรงจำยังชัดเจนเหมือนเมื่อวาน ขาดก็แต่ใครบางคนที่จะมาร่วมยืนอยู่ข้างๆ ด้วยเท่านั้น


ท้องฟ้าเริ่มฉาบด้วยแสงสีส้ม เข็มนาฬิกาเข้าใกล้ช่วงหกโมงเย็น...จำได้ว่าพี่อาทิตย์เลิกงานตอนห้าโมง 


ก้องภพจึงลุกขึ้นเดินปลีกตัวออกมาจากกลุ่ม ได้ยินเสียงแว่วๆ คล้อยตามหลังมาว่า คนที่ครอบครองรหัสเริ่มทยอยกันเปิดเผยตัวอักษรลงในเฟซบุ๊คทีละตัวแล้ว


แต่เฮดว้ากก็ยังจดจ่อตั้งสมาธิ กดสมาร์ตโฟนโทรออกหาคนที่เฝ้ารอ ทว่าสัญญาณกลับไม่ว่าง


...ยังไม่เลิกงาน หรืออาจจะยังอยู่ระหว่างการเดินทาง? 


อยากจะถือสายรออีกสักหน่อย หากชั่วขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเอ็มตะโกนเรียก 


“เฮ้ยไอ้ก้อง มีคนเปิดหีบสมบัติได้แล้ว!






 

“อะไรนะครับ?”


อาทิตย์ถามย้ำกับคู่สนทนาทางโทรศัพท์


“...ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีรถเสีย แต่ทางนี้กำลังพยายามซ่อมอยู่ คงอาจจะไปถึงช้านิดหน่อยครับ”


ข่าวร้ายมาในช่วงใกล้เวลาเลิกงาน คนในออฟฟิศต่างเริ่มเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับกันแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายแผนกจัดซื้อ


“น้องอาทิตย์วันศุกร์แห่งชาติไม่ไปเที่ยวไหนเหรอจ๊ะ?”


พี่ส้มโอเดินผ่านมาในมือมีกล่องเล็กๆ เหมือนจะใส่เค้กปอนด์จากคุณไลลาที่เหลือกลับบ้านด้วย


“ผมต้องอยู่รอเช็คของน่ะครับ พอดีรถที่มารับเสียกลางทาง”


“อ้าวเหรอ? พี่ก็ว่าทำไมถึงช้านัก งั้นก็ฝากด้วยนะ” 


พี่จอห์นเอื้อมมือมาตบบ่าเขาใกล้ๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกว่าปกติ ก่อนควงกุญแจรถเดินจากไป เดาว่าคงจะมีนัดสาวที่ไหนสักแห่ง


“อย่าลืมปิดไฟ ปิดแอร์ให้เรียบร้อยด้วยล่ะ” ผู้จัดการดนัยย้ำเตือน


ส่วนพี่เอิร์ธพยักหน้าให้ ถือเป็นคำลาง่ายๆ เหมือนอย่างเคย 


...สุดท้ายก็เหลือเพียงวิศวกรจัดซื้อกับปลากัดในโหลแก้วที่ต้องอยู่โยงเฝ้าออฟฟิศ


อาทิตย์เลยพยายามหาทางฆ่าเวลาด้วยการเล่นเกมในสมาร์ตโฟน เปิดเว็บไซต์ดูวิดีโอตลก ให้อาหารเจ้าโบนัส กระทั่งในที่สุดช่วงใกล้ห้าโมงครึ่ง ป้อมยามก็โทรแจ้งว่ารถรับของมาถึงแล้ว


เขารีบคว้าเอกสารเช็คสต็อกลงไปโกดังสินค้าทันที โชคดีที่ฝ่ายนั้นมีพนักงานอยู่สองคน อีกทั้งวัสดุส่งคืนก็เป็นแค่แกนใบพัดพลาสติก ซึ่งเป็นอะไหล่ของเครื่องบดสับอาหารไฟฟ้าขนาดเล็กที่บรรจุอยู่ในลังเรียบร้อย จำนวนมีเพียงสิบลังเลยยกขึ้นรถได้สะดวกโดยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที


เขาเช็คนาฬิกาอีกครั้ง ระยะทางจากบริษัทไปมหาวิทยาลัยประมาณเกือบชั่วโมง คำนวณแล้วถึงที่นู้นน่าจะสักหกโมงครึ่ง คงทันช่วงบายศรีผูกข้อมือน้องกันพอดี 


...เอาล่ะ ขึ้นไปเก็บของแล้วเตรียมเผ่นดีกว่า...เดี๋ยวนะ...ใครมาสะกิดหลังยิกๆ?


 “เออ...ลังนี้มีรอยเปิดออก แกนใบพัดหายไปชิ้นหนึ่งครับ”


พนักงานขนของชี้ให้ดูกล่องที่โดนลอกเทปกาว เป็นความสะเพร่าของเขาเองที่ดันไม่เช็คไปถึงของที่อยู่ข้างใน บทเรียนเก่าย้อนกลับมาซ้ำรอบอีกครั้ง


...งานจัดซื้อต้องทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียดรอบคอบ


อาทิตย์แทบจะทึ้งหัว อยากด่าตัวเองแรงๆ ในใจว่า ทำไมมึงถึงไม่เคยจำ! แต่ปัญหาเกิดมาแล้วก็ต้องหาวิธีแก้ไข 


เขารีบกดโทรศัพท์หาผู้ที่จะมาช่วยได้ทันที


“ฮัลโหล”


เสียงตอบปะปนกับเสียงระเบิดตูมตามคล้ายอยู่ในสนามรบ


“พี่จอห์นครับ ของที่จะส่งคืนบริษัทแสงชัยขาดไปชิ้นหนึ่งครับ”


“อะไรนะ?”


สัญญาณเรียกซ้อนจากเบอร์โทรศัพท์อีกสายดังเข้ามาแทรก ทว่าอาทิตย์ไม่สนใจพยายามเพิ่มเสียงแข่งกับซาวน์เอฟเฟคด้านหลัง


“ของที่ส่งคืนหายไปชิ้นหนึ่งครับ!


“ฮะ? หายไปได้ยังไง ลองไปเช็คทางฝ่ายผลิตดูสิว่าเอาของมาคืนครบรึเปล่า ผมทำบิลไปตามจำนวนแล้ว ยังไงก็ต้องตามกลับมาให้หมด...แค่นี้นะ ผมดูหนังอยู่”


สมาร์ตโฟนถูกตัดไปแล้วทั้งสายของพี่จอห์น และสายของ...ก้องภพ


...อยากจะโทรกลับไปหาอยู่เหมือนกัน แต่มีภารกิจที่สำคัญกว่าต้องทำ 


นิ้วมือจึงเลื่อนข้ามรายชื่อของก้องภพ ไปหยุดอยู่ตรงชื่อรุ่นพี่ฝ่ายผลิตที่สนิทแทน


“พี่หยง คือตอนนี้ผมจะคืนแกนใบพัดพลาสติกให้บริษัทแสงชัย แต่ว่าของมันหายไปชิ้นหนึ่ง ทางฝั่งผลิตได้เอาไปใช้บ้างรึเปล่าครับ”


“เฮ้ยของหายเหรอ!? แต่มันผิดสเป็คเลยไม่ได้เอาไปใช้ที่ไหนนะ งั้นเดี๋ยวพี่ลองโทรถามคนอื่นให้ แล้วจะรีบโทรกลับ”


ได้ยินว่ามีคนช่วยก็ใจชื้นขึ้น แต่เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่โทรศัพท์ใกล้จะหมดเต็มที คงเพราะเผลอใช้เล่นเกมระหว่างรอเมื่อครู่ เลยต้องภาวนาให้อีกฝ่ายเจอสาเหตุเร็วๆ ตัวเขาเองก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ จึงเดินไล่ตรวจดูในโรงงานฝั่งไลน์ผลิตไปด้วย 


พักใหญ่ๆ เสียงสวรรค์ที่รอคอยก็มาถึง


“อาทิตย์รู้แล้ว ตอนหยิบตัวอย่างมาทดสอบมีคนลืมเอาไว้ที่ห้องคิวซี ลองขอกุญแจยามไขประตูไปเช็คดูก่อน หรือจะให้พี่กลับไปช่วยหาไหม?” 


พี่หยงยังอุตส่าห์ถามอย่างมีน้ำใจ แต่แค่นี้เขาก็ซาบซึ้งมากพอแล้ว


“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง ขอบคุณมากครับพี่หยง”


กว่าจะไปหารปภ.เพื่อขอกุญแจมาไขห้องคิวซีสินค้า กว่าจะเจอแกนใบพัดพลาสติกแล้วส่งคืนลงกล่อง กว่าจะเซ็นรับเอกสารยืนยันครบถ้วนเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงหกโมงห้าสิบ 


อาทิตย์พรูลมหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย 


...เอาเถอะ...อย่างน้อยก็อาจจะกลับไปมหาลัยได้พอทันล่ะนะ...อะไรฟร่ะ? ใครมันมาสะกิดหลังยิกๆ อีกแล้ว?


“เออ...รถมันสตาร์ทไม่ติด ขอแรงช่วยดันท้ายหน่อยได้ไหมครับ”


รถคันที่เสียกลางทาง ซ่อมแล้วแต่อาการยังไม่ค่อยดี ยานพาหนะจอดแน่นิ่งสนิทราวกับจงใจกลั่นแกล้งคนรีบร้อน


...ตราบใดที่งานซึ่งรับผิดชอบไว้ยังไม่จบ ก็ยังกลับไม่ได้


พนักงานคนหนึ่งบังคับพวกมาลัยสตาร์ทเครื่อง ส่วนเขากับพนักงานคนที่เหลือต้องเพิ่มแรงส่งด้วยการเข็นท้ายรถ ท่อไอเสียพ่นควันเหมือนคนไอค่อกแค่กอยู่หลายรอบ กระทั่งในที่สุดเครื่องยนต์ก็คำรามเป็นสัญญาณว่าใช้งานได้


รู้สึกดีใจที่ภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเสียที แต่พอเหลียวมองสภาพตัวเอง


...เสื้อเชิ้ตเต็มไปด้วยเขม่าควัน ใบหน้าเปื้อนฝุ่น โทรศัพท์มือถือแบตหมดเกลี้ยง 


เวลาในตอนนี้หนึ่งทุ่มตรง 







 

ทันเวลาตามกำหนดพอดี


หีบสมบัติถูกเปิดออกด้วยฝีมือของเด็กปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ ผู้ถอดรหัสปริศนาได้เป็นคำว่า


‘SHARE’

...ห้าตัวอักษร รวมเป็นหนึ่งความหมาย และยังถือเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของกิจกรรมชิงธงรุ่น ที่พี่ว้ากอยากจะส่งมอบให้เหล่าเฟรชชี่


หากลองใคร่ครวญดูจะพบว่า ธีมหลักนี้ถูกแฝงไว้อย่างแนบเนียน นับตั้งแต่เริ่มต้นเกม ด้วยการโพสข้อความไว้ในโลกโซเชี่ยลให้ได้กดแชร์ส่งต่อกัน อีกทั้งรหัสยังถูกซ่อนเอาไว้ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการแชร์ข้อมูล 


เพราะสิ่งที่ยั่งยืนกว่าการรับน้องในระบบ SOTUS นั่นก็คือการ ‘SHARE’


...ไม่แบ่งแยก แต่เป็นการ แบ่งปัน กันระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง เพื่อนกับเพื่อน คณะกับคณะ


หลังจบเกมล่าสมบัติ กลุ่มพี่ว้ากเลยมีขนมพร้อมน้ำหวานเป็นของรางวัลพิเศษมาแบ่งปันให้กับคนที่เข้าร่วมเล่นเกม ทั้งยังเป็นการฉลองที่เด็กปีหนึ่งผ่านการชิงธงรุ่นมาได้ ก่อนจะจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญตามธรรมเนียม โดยมีเด็กต่างคณะมาร่วมด้วย เลยทำให้งานดูยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปี


ก้องภพซึมซับบรรยากาศรอบข้างด้วยความรู้สึกชื่นมื่นในอก วันนี้ถือเป็นการปิดประชุมเชียร์ลงอย่างสมบูรณ์ เหลือก็แค่ไปกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่เพียงอย่างเดียว ตำแหน่งเฮดว้ากของเขาก็จะสิ้นสุดลง 


ด้ายสีขาวถูกทยอยแจกจ่ายให้รุ่นพี่เพื่อใช้รับขวัญเด็กปีหนึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน โดยเฉพาะแถวของร่างสูงซึ่งดูจะฮอตฮิตถูกรุ่นน้องรุมล้อมมากกว่าใครๆ เป็นพิเศษ


“พี่ก้องคะ ผูกข้อมือให้ด้วยได้ไหมคะ”


“ได้สิครับ” 


คนถูกเรียกหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาเตรียมผูกข้อมือให้สาวผมบ็อบสั้นที่คุ้นหน้าคุ้นตา


“ได้ข่าวว่าเราเป็นคนเปิดหีบสมบัติได้ใช่ไหม”


เขาทักน้องรหัสตนเองตามข่าวที่ได้ยินมาจากเอ็ม ซึ่งข้าวฟ่างก็พยักหน้ารับ


“ใช่ค่ะ ข้าวฟ่างเห็นจากในเฟซ เลยจับเอาตัวอักษรที่เขาโพสเฉลยมาเรียงกัน”


“เก่งมากเลยครับ”


คำชมพลอยให้สาวน้อยเฟรชชี่ยิ้มเขินๆ ก่อนสังเกตเห็นบางสิ่งตรงข้อมือของคนตรงข้าม


“เอ๊ะ? พี่ก้องห้อยเกียร์ไว้กับเชือกถักด้วยเหรอคะ”


“มันเป็นของสำคัญเลยไม่อยากให้หายน่ะครับ”


สายสิญจน์เมื่อตอนตนเองอยู่ปีหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นเชือกถัก ซึ่งห้อยเกียร์ของใครบางคนเอาไว้ไม่ห่างกาย 


“ทำยังไงถึงจะได้เกียร์บ้างล่ะคะ” 


“เดี๋ยวจะมีจัดรับน้องนอกสถานที่อีกครั้งครับ แล้วถ้าได้เกียร์ไปก็ต้องรักษาให้ดีนะ เพราะเกียร์ถือเป็นหัวใจของเด็กวิศวะ” 


เฮดว้ากสอนความหมายไปพร้อมกับมัดปมเชือกสายสิญจน์เสร็จเรียบร้อย


“พี่ขอให้น้องข้าวฟ่างใช้เวลาสี่ปีให้คุ้มค่า ให้ได้เจอแต่เรื่องดีๆ ทั้งเรื่องรักและก็เรื่องเรียนนะครับ”


เขาจำคำอวยพรของพี่ฟางได้ และมันก็เป็นคำอวยพรที่สำเร็จผล เลยถือโอกาสส่งต่อไปให้กับรุ่นน้องด้วย


ในงานบายศรีก็มีรุ่นพี่ศิษย์เก่ามากันหลายคน ส่งผลให้บรรยากาศยิ่งดึกยิ่งดูคึกคัก ฉะนั้น พอผ่านไปสักระยะของที่เตรียมไว้จึงไม่เพียงพอ


“ทำไงดี สายสิญจน์หมดแล้ว”


“เดี๋ยวเราไปเอาให้ ห้องสวัสดิการน่าจะยังมีเหลืออยู่” 


            ก้องภพอาสาในฐานะคนดูแลภาพรวมของกิจกรรม ก่อนจะรีบแยกตัวเดินออกมาเลาะด้านหลังแสตนเชียร์สนามกีฬา เพื่อกลับไปยังคณะตนเอง 


จะว่าไป...ที่ตรงนี้ เขาเคยเห็นพี่อาทิตย์หน้าตาชื้นๆ ออกมาจากห้องน้ำ แถมเจ้าตัวยังรีบอ้างเหตุผลว่า อากาศมันร้อนเลยไปล้างหน้ามา แต่ความจริงแล้ว เฮดว้ากสุดโหดดันแอบหนีไปร้องไห้คนเดียว จนอดไม่ได้ที่จะพูดแซว


ถ้าจะร้องไห้อีก บอกผมนะ อย่าแอบไปร้อง เดี๋ยวผมช่วยเช็ดน้ำตาให้


ทว่าในค่ำคืนนี้...ไม่มีน้ำเสียงโวยวาย ไม่มีสีหน้าหงุดหงิดปนความเขิน หรือคำตะโกนเรียกชื่อเขาใดๆ 


ก้องภพล้วงสมาร์ตโฟนขึ้นมา อาศัยแสงสว่างจากเสาไฟที่ส่องเป็นระยะๆ ตรวจดูตัวเลขบนหน้าจอ


...สองทุ่มสิบห้า เลยเวลาที่นัดใครบางคนมาไว้มาเกินกว่าชั่วโมงแล้ว


            ครั้งล่าสุดที่โทรศัพท์ไป และพบว่าสัญญาณของคู่สายไม่ว่าง ตั้งแต่นั้นลึกๆ ในใจเขาก็คอยพะวงมาตลอด คิดจะกดโทรออกอีกครั้ง แต่จังหวะนั้นเองชื่อของคนที่กำลังจะโทรหาก็แทรกสวนขึ้นมากะทันหัน


            เขารีบรับสายทันควัน พร้อมกรอกคำถามรัวเร็ว


“พี่อาทิตย์ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ!? เกิดเรื่องอะไรรึเปล่า? พี่โอเคไหม?”


“...ผมไม่เป็นไรยังโอเคดี”


ฟังจากน้ำเสียงสบายดีตรงตามคำยืนยันแล้ว คนร้อนรนจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง  


“งั้นก็โล่งอกไปที ผมเป็นห่วง กลัวว่าพี่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางเพราะติดต่อไม่ได้”


“พอดีแบตผมหมด แล้วก็มัวแต่เคลียร์งานเลยไม่มีเวลาบอกคุณ...ขอโทษนะที่มาไม่ทันดูชิงธง” 


“แค่พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ” 


ก้องภพไม่ถือสา แต่คนเบี้ยวนัดก็ยังคงกังวล 


“แล้วทางนั้นเป็นไงบ้าง”


“น้องปีหนึ่งได้ธงไปเรียบร้อยแล้วครับ นี่ก็กำลังบายศรีกันอยู่” 


“อ้าว? แล้วคุณไม่ไปร่วมด้วยล่ะ เป็นเฮดว้ากหนีออกมาอยู่หลังสแตนคนเดียวแบบนี้ได้ยังไง”


คำตำหนิควรจะทำให้คนโดนดุสลด หากก้องภพกลับเอะใจในอะไรบางอย่าง


...พี่อาทิตย์รู้ได้ยังไงว่าเขายืนอยู่หลังสแตนคนเดียว?


ชายหนุ่มเลยลองหยั่งเชิงด้วยการพูดล้อ


“ทีพี่อาทิตย์ยังเคยหนีมาหลบหลังแสตนร้องไห้คนเดียวเลยนี่ครับ”


“ก็บอกว่าไม่ได้ร้องเว้ย!” 


เสียงโวยวายไม่ได้ดังมากจากปลายสาย...แต่มันดังขึ้นอยู่ด้านหลังเขานี่เอง


ก้องภพหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับอาทิตย์ซึ่งยังคงถือสมาร์ตโฟนค้างไว้ในมือ ใบหน้าคมไม่ได้เลอะคราบน้ำตา แต่มีร่องรอยเปื้อนจางๆ ตรงข้างแก้ม ซ้ำเสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ก็ยับยู่ยี่เต็มไปด้วยคราบสกปรกราวกับเมื่อครู่เพิ่งเอาตัวไปคลุกฝุ่นดินมา


...ไม่รู้จะประหลาดใจที่อยู่ๆ คนที่เฝ้ารอก็โผล่มา หรือเพราะสภาพยับเยินดูไม่จืดของอีกฝ่ายกันแน่


ก้องภพจึงกดวางสายโทรศัพท์ลง แล้วเริ่มบทสนทนาตรงๆ กับตัวจริง


“พี่อาทิตย์ทำไมถึงได้เลอะเทอะไปหมดแบบนี้ล่ะครับ”


“อ้อ ไม่มีอะไรหรอก แค่เลอะมาจากงานที่บริษัทนิดหน่อยน่ะ”


หนุ่มออฟฟิศพยายามปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าตัวเองเหมือนไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร ตรงข้ามกับร่างสูงที่ถอนหายใจ ขยับเดินเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นห่วง


“คราวหน้าถ้าลำบาก ไม่ต้องรีบร้อนมาก็ได้ครับ”


“ได้ที่ไหนกันเล่า ผมก็แค่อยากมาเจอ...”


ประโยคหยุดชะงักไปกลางคัน เมื่อได้รับสัมผัสจากมือใหญ่ซึ่งเอื้อมมาเช็ดรอยเปื้อนข้างแก้ม 


โชคดีที่แสงไฟตรงนี้ค่อนข้างสลัวอยู่สักหน่อย จึงพอกลบเกลื่อนสีหน้าไปไม่เป็นของผู้ที่ค้างคำอธิบาย กระนั้นมันก็ไม่สามารถปกปิดดวงตาพราวระยับของฝ่ายที่ถามย้ำ


“เจอใครครับ?”


“ก็...ก็พวกน้องๆ” 


อาทิตย์ตอบอึกอัก รอยเปื้อนหายไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับฝ่ามือที่ลดลง คงเหลือก็แต่นัยน์ตาคู่นั้นที่สบมองมา


“พวกน้องๆ นี่รวมถึงผมด้วยไหมครับ?”


ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจอลูกไม้จีบโต้งๆ แบบนี้คนมาดโหดคงจะด่ายับ แต่อาจเป็นเพราะต้องเผชิญเรื่องราวหนักหนาสาหัสมาตลอดวัน เลยทำให้ไม่เหลือเรี่ยวแรงมากพอจะต่อกร


ที่สำคัญ...คบกันมานานขนาดนี้ คงไม่มีแล้วอาการหัวใจเต้นแรงเมื่อเจอหน้ากัน


...คงมีแต่ไม่ได้เจอหน้ากันเลย แล้วหัวใจหยุดเต้นมากกว่า


ดวงตาคมแสร้งเสมองไปทางอื่น พึมพำส่งๆ


“ก็แล้วคุณอายุน้อยกว่าผมรึเปล่าล่ะ?”


คำถามที่เป็นคำตอบในตัว เพียงพอให้ก้องภพคลี่รอยยิ้มบาง


“เข้าใจแล้วครับ แต่เดี๋ยวผมต้องไปห้องสวัสดิการเอาสายสิญจน์มาเพิ่ม แล้วเราค่อยไปหา ‘น้องๆ’ กัน”


ยังไม่วายย้ำคำว่าน้องๆ อย่างจงใจแกล้งแหย่ ก่อนตามมาด้วยคำสัญญาจริงจัง  


            “...แล้วไว้คราวหลังผมจะไปหาพี่อาทิตย์บ้างนะครับ”


“อืม”


อาทิตย์พยักหน้าลงอย่างว่าง่าย ไร้ท่าทางหงุดหงิดโวยวายเหมือนเมื่อครั้งตนเองเป็นเฮดว้าก 


มิหนำซ้ำความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าที่สะสมอยู่ก่อนหน้านี้ พอได้รับสัมผัสอ่อนโยนและคำพูดอุ่นๆ หัวใจที่หนักอึ้งก็คล้ายจะผ่อนเบาลง แถมยังรู้สึกฟื้นคืนพลังให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง


...ต่อให้ศักยภาพในตัวเขาจะถูกพัฒนาอัพเลเวลขึ้นเพียงไร แต่สิ่งที่วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดภายในใจ


อาทิตย์เชื่อว่า...ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของก้องภพจริงๆ


 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 



          TBC



     

          


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

426 ความคิดเห็น

  1. #426 Londar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 00:04

    ละมุนมากกก สัมผัสได้ถึงความห่วงใน ความใส่ใจที่ทั้งสองคนมีให้กันจริงๆ >w<

    #426
    0
  2. #404 creamsarang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 21:30
    ดีที่มาเจอกันทัน ต่างคนต่างเป็นกำลังใจ เป็นห่วงเป็นใยกัน ถึงแม้จะไม่มีใจเต้นมากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่แหละคือความผูกพัน
    #404
    0
  3. #396 ppnponn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:09
    เพราะบทบาทที่เปลี่ยนไป จากนักศึกษาในรั้วมหาลัยเป็นพนังงานบริษัท ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและสังคม พี่อาทิตย์ถือว่าปรับตัวได้ดีมาก แข็งแกร่งสมเป็นเฮดว้ากจริงๆ แล้วยังไม่ลืมน้องๆที่อยู่ข้างหลังอีกตะหาก แบบนี้ไม่ให้หลงพี่อาทิตย์ จะหลงใครล่ะค๊าาา ชอบที่พี่อาทิตย์ทำให้คิดถึงตัวเองในอดีต
    #396
    0
  4. #349 BLacklettuce027 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:01
    กรี้สสสส///-///
    #349
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #343 reddevil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 12:43
    ตอนต่อไป สงสัยว่าอาทิตย์จะมีปัญหากับจอร์นมั้ยค่ะ เพราะเหมือนรับสินบนเพื่อผูกขาดกับแสงชัยฯ เพราะไลลามีของมาให้และเลี้ยงข้าวตลอด และรู้ว่าต้องคืนสินค้าเพราะไม่ผ่าน QC แล้วจะทำยังไงถ้ามีปัญหาจริงๆ สงสารอาทิตย์จังต้องอยู่รอคืนสินค้า เกือบไปไม่ทันงาน สุดท้ายก็ทันจนได้ สู้ๆนะอาทิตย์

    #343
    0
  7. #342 Friendship_Lee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 09:01
    นี่แหละนะ เป็นกำลังใจให้กันและกัน
    #342
    0
  8. #336 ดาวจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 12:17
    ทฤษฎีวิวัฒนาการ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงจากยีราฟคอสั้นเป็นคอยาวนะคะ ความเป็นจริงคือมียีนทั้งสั้นและก็ยาว แต่เวลาที่ผ่านไปทำให้ยีราฟที่คอยาวรอดชีวิตมากกว่า ยีราฟก็เลยคอยาว

    อีกอย่างก็คือคำว่าสายป่าน ดูเหมือนจะใช้กับแนวๆต้นทุนรึเปล่าคะ ไม่แน่ใจ

    #336
    0
  9. #334 immortal_ploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 06:36
    เกลียดคนประเภทแบบ-จอนห์ที่สุด เห็นแก่ตัว
    #334
    0
  10. #331 SOUL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:17
    โอ้ยยย อ่านแล้วอินกับงานของพี่อาทิตย์อ่ะ นี่เราเองก็ตื่นเต้นมากเพราะกำลังจะเริ่มงานใหม่ ซึ่งเป็นงานออฟฟิศ งานเอกสาร กลัวจะเจอแบบพี่อาทิตย์จริงๆอ่ะ แต่เราจะเอาพี่อาทิตย์เป็นไอดอล เราต้องผ่านมันไปให้ได้ *^*
    #331
    0
  11. #328 nuying88 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 23:27
    ฮื้อออ เป็นกำลังใจให้นะ อาทิตย์ ก้องภพ
    #328
    0
  12. #321 gift_tyr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:10
    ้เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลย
    #321
    0
  13. #320 kanyaom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:09
    ฮือออ ฟินทุกตอนเลยอ่ะ พี่อาทิตย์เก่งขึ้นแล้วนะ การปรับตัวในสภาพที่แตกต่างมันยากมากจริงๆ แต่พี่อาทิตย์ใช้ความพยายามอย่างมาก ไม่แปลกใจทำไมถึงมีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รักพี่อาทิตย์ ความใส่ใจในรายละเอียดของพี่อาทิตย์ในแบบผู้ชายๆดูน่ารัก ไม่ได้ละเอียดลออรอบคอบมากแต่ใส่ใจ เพื่อนๆที่ทำงานพี่อาทิตย์นี่ก็โซเรียลมาก ออนไทม์ในการตอกบัตรออกทุกคน เป็นตอนที่คอยลุ้นไปกับพี่อาทิตย์เลยว่าจะทันไหม สุดท้ายก็ไม่ทัน แต่นับถือสปิริทของผู้ชายคนนี้มากจริงๆ การลำดับความสำคัญในขณะนั้นเก่งง ก้องภพก็ยังคงเป็นก้องภพคนดีคนเดิมฉลาด รับมือกับสถานการณ์เก่งง รักคณะเก่ง และที่สำคัญรักพี่อาทิตย์เก่ง ความคุยกันด้วยเหตุผล เปลี้ยใจกับความห่วงมาก คือไม่รับสาย มาไม่ทัน ลำดับแรกที่คิดคือพี่อาทิตย์มีอุบัติเหตุรึเปล่า มันทำให้ใจบาง ความห่วงใยต่างๆทำให้คนเราหายเหนื่อยได้จริงๆนะ นี่ถ้าเป็นพี่อาทิตย์เราต้องโผกายแล้วร้องไห้ใส่แฟนแบบก้องแน่เลย ชอบความรู้สึกของตัวละครมากๆเลยค่ะ
    #320
    0
  14. #318 just_gift (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 21:02
    ตอนนี้ละมุนมากเลย เป็นกำลังใจให้พี่อาทิตย์นะคะ
    #318
    0
  15. #317 chompu_y (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:48
    พี่อาทิตย์สู้ๆนะ แต่แค่ให้ก้องภพเติมพลังให้ก็น่าจะฟิน เอ้ย น่าจะหายเหนื่อยล่เนอะ
    #317
    0
  16. #314 PerayaSK88 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:36
    โอ้ยละมุน ชวนการแต่งแบบนี่ไม่หวือหวาแต่มีความหวานในตัวรักก้องภพกับพี่อาทิตย์
    #314
    0
  17. #313 -BVR- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:31
    พี่อาทิตย์สู้ๆ ตอนนี้อบอุ่นมากจริงๆ
    #313
    0
  18. #309 Hare-Akira (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:19
    เป็นวันที่หนักสำหรับพี่อาทิตย์จริงๆค่ะ แต่เพราะมีกำลังใจดีๆแบบก้องภพ ก็เลยทำให้ดีขึ้น น่ารักมากเลยค่ะคุณพลอย ขอบคุณนะคะ ชอบความรักแบบนี้จัง เป็นแรงใจให้กันและกัน มันดีมากจริงๆ
    #309
    0