SOTUS S : โซตัส เอส [Yaoi]

ตอนที่ 3 : กฎของคนรักข้อที่ 1 : ต้องรักษาใจให้เหมือนครั้งแรกอยู่เสมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60



กฎของคนรักข้อที่ 1 : ต้องรักษาใจให้เหมือนครั้งแรกอยู่เสมอ

 




“เพื่อนพวกคุณหายไปไหนหมด ทำไมถึงไม่มาเข้าประชุมเชียร์!


...มาอีกแล้ว คำถามนี้


ถ้าให้มีการโหวตคำถามท็อปเท็นของพี่ว้าก ประโยคข้างบนคงจะถือเป็นประโยคคำถามอันดับหนึ่งที่เด็กเฟรชชี่ทุกคนต้องเผชิญอย่างไม่ต้องสงสัย


แต่น่าแปลก ถึงจะได้ยินมันเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ก็ยังไม่มีใครหาญกล้าพอจะตอบ น้องใหม่ต่างปิดปากเงียบกริบ เป็นเป้านิ่งให้รุ่นพี่ตะโกนเสียงใส่รัวๆ ราวกับปืนกล


“ทำไมถึงไม่ตอบผมนัดพวกคุณกี่โมง แล้วนี่มันเวลาอะไรแล้ว!


...นัดไว้ห้าโมงเย็น แต่อาจารย์ปล่อยคลาสเลิกเรียนตอนสี่โมงห้าสิบ


มีเวลาสิบนาทีในการเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดนักศึกษาเป็นเสื้อเชียร์กับกางเกงวอร์ม แล้วยังต้องวิ่งแน่บมาสนามบอลที่ตั้งอยู่ห่างจากตึกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นระยะทางหกร้อยเมตร


มาทันได้ก็บุญโข เหงื่อยังชื้นซึมแผ่นหลังกันทั่วหน้า แต่เชื่อเถอะ...ต่อให้อธิบายเหตุผลไป ในสายตาของพี่ว้ากก็ย่อมเห็นว่าการขาดระเบียบวินัยนี้เป็นความผิดอาญาขั้นรุนแรง


“พวกคุณเรียนคณะวิศวะ จบไปเป็นวิศวกร ถ้ามาทำงานสายกันขนาดนี้ รู้ไหมว่าจะสร้างความเสียหายให้กับโรงงานมากแค่ไหน!


ถ้อยคำกราดเกรียวเสมือนคนพูดดำรงประธานบริษัทข้ามชาติ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เจ้าตัวยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ทว่าภายในห้องประชุมเชียร์ เฮดว้ากถือเป็นผู้กุมอำนาจเด็ดขาดสูงสุด ต่อให้ออกคำสั่งพิสดารแค่ไหน ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยง 


“เพื่อเป็นการสอนให้พวกคุณรู้จักความรับผิดชอบ ผมจะขอสั่งให้ปีหนึ่งกอดคอกันลุกนั่งไปเรื่อยๆ จนกว่าเพื่อนของพวกคุณจะมากันครบ ปฏิบัติ!


บรรดาเฟรชชี่ไม่มีสิทธิโอดครวญ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ยกแขนขึ้นกอดคอทำกายบริหารยามเย็นโดยพร้อมเพรียงกัน 


“หนึ่ง!...สอง!...สาม!...”

 




...อยู่ๆ อาทิตย์ก็นึกถึงวันนั้น


แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นมาได้สี่ปีแล้ว จากนักศึกษาน้องใหม่ ปัจจุบันอาทิตย์กลายมาเป็นพนักงานมือใหม่วัยยี่สิบสอง 


แต่ความทรงจำที่เขาต้องลุกนั่งอยู่นานจนไขข้อเข่าแทบเสื่อม ไปพร้อมกับสาปแช่งคนที่มาเข้าประชุมเชียร์สายก็ยังคงย้อนกลับมาอีกครั้ง


ผิดแค่ตรงที่ว่า...คราวนี้เขาดันกลายเป็นคนมาสายเสียเอง!


อาทิตย์เร่งโกยฝีเท้าด้วยความเร็วสูงราวกับเป็นนักกรีฑาทีมชาติ ผู้ต้องลงแข่งวิ่งด้วยยูนิฟอร์มเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงสแล็คดำ และรองเท้าหนัง แถมสะพายกระเป๋าพะรุงพะรัง โดยมีเส้นชัยคือทางเข้าบริษัทโอเชี่ยนอิเล็คทริคตรงหน้า


“รอด้วยครับ”


เขารีบยื่นมือออกไปกั้นประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดอย่างไม่กลัวว่าจะถูกหนีบ เพราะสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่ตรงนาฬิกาคาดข้อมือ ซึ่งชี้บอกเวลา 09:30 น. 


หลังแทรกตัวเข้าลิฟต์มาได้ทันเฉียดฉิว คนเหนื่อยหอบพยายามปรับลมหายใจให้กลับมาปกติ หากไม่ค่อยเป็นผลเท่าไรนัก เพราะเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นแผงเลขบอกชั้น หูก็คล้ายจะได้ยินเสียงหลอนตะโกนนับเลขลุกนั่งลอยมาไล่เรียงตั้งแต่ 1, 2, 3 ขึ้นไป 


ใจบอกตัวเองว่า...มึงเริ่มหลอนแล้วไอ้อาทิตย์ ถึงมาสาย พวกพนักงานรุ่นพี่คงไม่ได้สั่งให้เด็กใหม่ลุกนั่งตั้งแต่วันแรกที่เริ่มบรรจุงานหรอกมั้ง


กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากหัวใจจะพาลเต้นรัวด้วยความกระวนกระวาย หัวเข่าก็ดันรู้สึกเสียวแปล๊บปล๊าบ กลัวจะถูกทำโทษเข้าจริงๆ


ในที่สุดตัวเลขก็มาหยุดตรงชั้น 


อาทิตย์รีบพุ่งตัวออกจากลิฟต์เป็นคนแรก โชคดีที่มีคนเปิดประตูกระจกออฟฟิศค้างเอาไว้ เขาจึงไม่ต้องเสียเวลารอใครมาแสกนบัตร


ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งผ่านโต๊ะทำงานมากมาย ซึ่งถูกแบ่งกั้นพาร์ทิชั่นไว้เป็นสัดส่วน เหล่ามนุษย์เงินเดือนทุกคนต่างดูวุ่นวายกับการสะสางภารกิจของตน 


ตอนนี้เข้าสู่กลางสัปดาห์ไปแล้ว แต่อาจเพราะเป็นช่วงใกล้สิ้นเดือน ฝ่ายแผนกที่ต้องจัดการเรื่องเอกสารบัญชีจึงไม่ว่างวางมือ บางรายคร่ำเคร่งรัวนิ้วบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ไม่ก็ยกหูโทรศัพท์กรอกน้ำเสียงเคร่งเครียด หรือเดินถือเอกสารข้ามโต๊ะไปพูดคุยปรึกษาหารือกัน 


ทว่าพอมาถึงโซนด้านในสุด...บรรยากาศโกลาหลทั้งหลายกลับคล้ายถูกดูดให้หายวับไป


พื้นที่แห่งนี้สงบเงียบเชียบไร้วี่แววผู้คน เหลือไว้เพียงโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มงานกองสุม เก้าอี้นั่งว่างเปล่า ดูเหงาๆ ร้างๆ ยังไงชอบกล


เอ๊ะ?...หรือว่าเขาจะมาผิดแผนก


คนสับสนหันรีหันขวางพยายามมองหาสิ่งมีชีวิตอื่น ก่อนค้นพบมนุษย์หนึ่งเดียวใกล้ๆ 


คุณป้าแม่บ้านกำลังเข็นรถใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดผ่านมาพอดี อาทิตย์เลยรีบตรงเข้าไปสอบถาม


“ขอโทษนะครับ ที่นี่ใช่แผนกจัดซื้อรึเปล่าครับ”


“อ้อ ใช่จ้ะ แต่ทุกคนกำลังประชุมกันอยู่ในห้องนู้นน่ะ” 


คุณป้าชี้ไปยังห้องที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของมุมออฟฟิศ แล้วยังอุตส่าห์มีน้ำใจแถมข้อมูลเพิ่ม 


“...ไม่รู้มีเรื่องด่วนอะไร เห็นมารอกันครบตั้งแต่เช้าแล้ว ป้ายังเปิดห้องประชุมไม่เสร็จเลย แหม...คนในแผนกจัดซื้อนี่เขาขยันกันจริงๆ นะ”


ทั้งที่เป็นคำชื่นชม แต่คนฟังกลับรู้สึกหนาวสะท้านวาบ ก็จะให้กล้ายืดอกยิ้มรับได้ยังไงในเมื่อน้องใหม่ในแผนกจัดซื้อยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกตั้งหนึ่งคน!


อาทิตย์รีบค่อมศีรษะขอบคุณป้าแม่บ้าน แล้วเร่งฝีเท้าไปหาเป้าหมายทันที 


...ยิ่งเข้าใกล้ความตื่นเต้นภายในใจก็ยิ่งปะทุมากขึ้นเรื่อยๆ


ไอ้สาเหตุเพราะดันมาทำงานสายตั้งแต่วันแรกก็ใช่อยู่หรอก แต่ลึกๆ แล้วมันถือเป็นอาการกำเริบโดยปกติเมื่อเขาเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ 


ไม่ต่างไปจากตอนก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเฮดว้ากปีสามของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ ใครจะรู้ว่าเขาต้องลงทุนไว้หนวดเครา ปั้นหน้าเข้ม ทำตาดุขนาดไหน เพื่อให้ได้ฉายาว่า เฮดว้ากอาทิตย์สุดโหด เด็กเห็นยังร้องไห้ โจรจะปล้นยังต้องคิด’ 


แผนการสร้างภาพลักษณ์ของเขาเกือบจะสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่มันกลับถูกพังทลายลงอย่างราบคาบ ด้วยฝีมือนักศึกษาชายคนหนึ่งผู้โพล่งประกาศว่าจะจับเฮดว้ากทำเมียกลางห้องประชุมเชียร์ เพื่อแย่งชิงเกียร์มาให้ได้ จากความตื่นเต้นเลยเปลี่ยนเป็นความโกรธที่ถูกท้าทาย ทำเอาเขาสติแตกจนเกือบจะแลกหมัดใส่เด็กปีนเกลียว


ยอมรับว่าหลังจากนั้นยังมีเรื่องชุลมุนวุ่นวายตามมาเป็นขบวน (ซึ่งก็ไม่ได้แย่ไปหมดซะทีเดียว) แต่เขาไม่อยากเสี่ยงให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในการเปิดตัวทำงานวันแรกอีก


ดังนั้น แทนทีจะพรวดพราดเปิดประตูห้องประชุมเข้าไป อาทิตย์เลยเลือกขยับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เรียบร้อย ลูบผมเผ้าตัดสั้นระต้นคอเหมาะกับใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา


ภาพเฮดว้ากปีสามสุดโหดมาดเซอร์ได้จางหายไปแล้ว...ตอนนี้มีแค่พนักงานออฟฟิศหน้าใสไฟแรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นเท่านั้น!


เมื่อเรียกขวัญและกำลังใจเตรียมพร้อม ก็เอื้อมมือจะเคาะประตูตามมารยาท แต่แล้วบานประตูกลับเปิดผลัวะออกมาเสียก่อน


พี่ผู้หญิงหน้าหมวยหุ่นเจ้าเนื้อแสดงอาการดีใจทันทีที่ได้เห็นเขา


“อ้าว มาพอดี กำลังรออยู่เลย” 


ก่อนจะรีบดึงมือให้เข้าไป โดยเขายังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร ทำได้แค่เดินตามแรงลากไปอย่างงงๆ 


ภายในห้องประชุมขนาดกลาง มีพื้นที่กว้างพอให้ใส่โต๊ะยาวสามเมตร พร้อมด้วยเก้าอี้นับสิบตัว ซึ่งถูกจับจองครบทุกที่นั่ง มิหนำซ้ำแต่ละคนล้วนแสดงปฏิกิริยายินดีที่เห็นเขาเดินทางมาถึง


“น้องมาตรงนี้เลยค่ะ” 


อาทิตย์ถูกดึงให้มานั่งลงตรงโต๊ะ ด้านหน้ามีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเปิดรอเอาไว้ให้พร้อมเสร็จสรรพ


โห...ไม่คิดมาก่อนเลยว่าขนาดมาสาย ก็ยังจะได้การต้อนรับจากทีมแผนกจัดซื้ออย่างอบอุ่นขนาดนี้ 


รู้สึกปลาบปลื้มอยู่ในใจ กำลังเตรียมจะยกมือไหว้แนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งแรก แต่ก็ต้องชะงักค้างเพราะถูกขัดจังหวะ


“เนี่ยดูให้หน่อยว่าโน้ตบุ๊คเป็นอะไร พอเสียบแฟลชไดร์ฟปุ๊บ ไฟล์ก็หายไปหมดเลย”


“เออ...คือว่า...” 


คนที่โดนโยนงานให้ทำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยกระพริบตาปริบๆ 


“พอแก้ได้ไหม ด่วนหน่อยนะ พวกพี่ต้องรีบใช้ประชุมกันต่อ”


แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ท่าทีเร่งรีบนั้นทำให้อาทิตย์ยอมลงมือช่วย 


...ถึงไม่ได้เรียนจบวิศวะคอมมา อย่างน้อยเขาก็ยังพอมีทักษะในการใช้งานโปรแกรมอยู่บ้าง และไม่แน่นี่อาจจะเป็นการทดสอบขั้นพื้นฐานว่า เขามีคุณสมบัติเพียงพอในการทำงานจัดซื้อรึเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเกิดแก้ไฟล์ได้สำเร็จขึ้นมาก็จะถือเป็นการสร้างความประทับใจ เรียกคะแนนเปิดตัวเพิ่ม ชดเชยแต้มติดลบที่เขามาสายได้ด้วย 


คิดแผน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว’ เรียบร้อย หนุ่มออฟฟิศน้องใหม่จึงรีบคลิกตรวจสอบ ก่อนจะพบสาเหตุอย่างรวดเร็ว


“อ้อ สงสัยมีไวรัสอยู่ในเครื่องน่ะครับ”


“ไวรัสอะไรมาจากไหน?” 


ดวงตาเรียวเล็กของพนักงานรุ่นพี่เพ่งมองหน้าจอโน้ตบุ๊คด้วยความแปลกใจ


“เป็นไวรัสซ่อนไฟล์งาน แก้ไม่ยากครับ สแกนแป๊บเดียว” 


อาทิตย์ตั้งหน้าตั้งตาอธิบายประหนึ่งตนเป็นโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญ


“ส่วนใหญ่ไวรัสพวกนี้จะติดมาจากการดาวน์โหลดไฟล์ แล้วมันจะลิงค์ไปที่เว็บไซต์ต้นตอ...”


เขากดเปิด URL เว็บไซต์ประกอบเพื่อโชว์หลักฐานให้เห็น โดยไม่รู้เลยว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์!


เพราะทันใดนั้น ภาพคลิปชายหญิงกำลังกอดรัดนัวเนียกันแบบกึ่งเปลือยก็ปรากฏขึ้นบนคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญมันยังต่อพ่วงไปกับหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ขยายภาพระดับ HD ส่งผลให้บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยเสียงครางอืออาดันลังสนั่น


...ฉิบหาย!


ทุกคนต่างอยู่ในอาการตกตะลึง คนถือเมาส์ตั้งสติได้ก็รีบกดปิดภาพกิจกรรมเข้าจังหวะสิบแปดบวกโดยฉับพลัน


ห้องกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่กระอักกระอ่วน...


“เออ...ต้องขอโทษด้วยครับ คงเป็นเพราะเครื่องนี้มีไวรัสตัวอื่นด้วยน่ะครับ” 


อาทิตย์รีบพูดกลบเกลื่อน...ใครจะไปคิดว่าจะเจอแจ๊กพ็อตมีคนเอาโน้ตบุ๊คบริษัทไปโหลดเว็บโป๊กันเล่า!


            แน่นอนความขายหน้าไม่ได้ตกอยู่ที่เขาเพียงฝ่ายเดียว เพราะระเบิดลูกใหญ่ถูกโยนเข้าใส่ฝ่ายจัดซื้อไปด้วย


“พวกคุณเตรียมงานกันยังไงฮะนี่คิดว่าผมมีเวลามานั่งรอพวกคุณทั้งวันเหรอ ทำไมไม่จัดการให้เรียบร้อย!” 


เสียงตำหนิดังมาจากชายผมบางผู้มีบุคลิกและอำนาจอาวุโสสูงสุด ซึ่งยึดครองที่นั่งสั่งการเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ ทำเอาเหล่าพนักงานชั้นผู้น้อยปิดปากเงียบสนิทด้วยความเกรงกลัว เหลือเพียงสาวร่างท้วมรีบเจรจาไกล่เกลี่ยออกหน้ารับแทน


“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะคุณไพโรจน์”


ก่อนจะหันมาไล่ตัวต้นเหตุที่ทำให้เสียเรื่อง


“น้องแก้เสร็จแล้วใช่ไหม ขอบใจมากนะ กลับฝ่ายไอทีไปได้เลยจ้ะ”


คือ...ผมไม่ได้มาจากฝ่ายไอทีครับ”


ทุกสายตาหันมามองบุคคลปริศนาด้วยความงงงวย 


ผู้บริหารไพโรจน์เลิกคิ้วถาม


อ้าว? แล้วคุณเป็นใคร เข้ามาห้องนี้ทำไม”


...ผมชื่ออาทิตย์ โรจนภัทร เป็นพนักงานใหม่ เข้ามาบรรจุที่แผนกจัดซื้อเป็นวันแรกครับ”


คนแนะนำตัวส่งยิ้มเจื่อน


หมดกัน...แผนการสร้างภาพลักษณ์ที่อุตส่าห์วาดหวังไว้ ทุกสิ่งพังทลายสูญสิ้น 


ยิ่งพอสบตาคนในห้องประชุม ก็ยิ่งพาลให้นึกถึงสายตาสาปแช่งของเพื่อนที่กอดคอลุกนั่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาสร้างความประทับใจแง่มุมไหนให้กับเพื่อนร่วมงานในวันแรกพบ จะหันหนีไปโทษใครก็คงไร้ประโยชน์ ในเมื่อมันเป็นความผิดของตัวเขาเอง


ประสบการณ์เปิดตัวในตำแหน่งพนักงานจัดซื้อ ซ้อนทับกับภาพตอนเปิดตัวในตำแหน่งเฮดว้าก 


ผิดแค่ตรงที่ว่า...เขาไม่ถูกจับทำเมีย...แต่ดันเห็นคนอื่นทำเมียแทน


เฮ้อ...ไอ้อาทิตย์ มึงนี่มันโคตรซวยเลยจริงๆ 





 

หลังผ่านพ้นวิกฤตไม่คาดฝัน การประชุมก็เสร็จสิ้นลงเพียงไม่นาน  ทุกคนทยอยออกจากห้อง ฝ่ายอาทิตย์ก็รีบเดินตามออกมา เพื่อพูดกับรุ่นพี่สาวหมวยอีกรอบ


“ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อกี๊ทำให้เกิดเรื่อง”


“ไม่เป็นไรจ้า พี่เองก็ลากน้องเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ แหม...เห็นหน้าละอ่อนใสๆ ไอ้เราก็นึกว่าเป็นพนักงานไอทีน่ะสิ”


เธอส่งยิ้มกว้างเต็มแก้มอิ่มมาให้ ดูๆ ไปแล้วก็เป็นพนักงานที่อัธยาศัยดีคนหนึ่ง อายุใกล้เคียงเด็กจบใหม่ ก่อนรุ่นพี่จะทักกลับบ้าง


“น้องชื่ออาทิตย์ใช่ไหม...พี่ชื่อส้มโอนะ เป็นเลขาของพี่ดนัย ผู้จัดการแผนกจัดซื้อ”


ส้มโอพยักพเยิดให้เขารู้จักกับชายวัยกลางๆ สี่สิบ สวมแว่นกรอบเงิน หุ่นลงพุงนิดๆ สีหน้าเผยความเคร่งขรึมขณะเดินมาทางพวกเขา


“คุณอาทิตย์ช่วยตามผมเข้ามาในห้องหน่อย”


“ครับ”


หนุ่มออฟฟิศน้องใหม่เดินสงบเสงี่ยมตามหลังผู้ใหญ่เข้าไปในห้องกระจกใส ให้ความรู้สึกคล้ายห้องปกครองสมัยเรียนมัธยม ก่อนผู้จัดการจะผายมือเชิญให้เขานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตนเอง แล้วเริ่มต้นบทสนทนา 


“ผมผู้จัดการดนัย ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับคุณนะครับ คุณอาทิตย์” 


“สวัสดีครับ” เขารีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อมด้วยความเคารพ


...พี่ดนัยมีบุคลิกเหมือนกับอาจารย์ที่ปรึกษา ตรงไปตรงมา และน่าพึ่งพาได้ ทั้งยังไม่มัวปล่อยเวลาทำงานให้สูญเปล่าสมกับที่เป็นหัวหน้า โดยเกริ่นถามเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม


“คุณเคยเทรนโปรที่ฝ่ายผลิตมาก่อนใช่ไหม”


“ใช่ครับ แต่พอดีฝ่ายผลิตคนเต็ม ฝ่ายบุคคลเลยขอให้ผมมาอยู่ที่แผนกจัดซื้อก่อน เพราะเห็นว่าที่นี่กำลังขาดคนน่ะครับ”


บริษัท โอเชี่ยนอิเล็คทริค จำกัด ที่อาทิตย์ทำงานอยู่นี้ เป็นบริษัทเกี่ยวกับการผลิต ประกอบ และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าที่พบเห็นตามครัวเรือนทั่วไปจำพวก หม้อหุงข้าว เตารีด กาน้ำร้อนไฟฟ้า


แรกสุด...เขายื่นใบสมัครในตำแหน่ง วิศวกรผลิต เพราะคิดว่าบุคลิกของตนเองไม่ใช่คนที่ชอบนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ ซึ่งบริษัทก็ให้โอกาส เรียกเขาไปทดลองงานอยู่สามเดือน  


เขาได้เรียนรู้กระบวนการวางแผนงาน ได้เดินเช็คไลน์ผลิต ไล่ไปจนถึงวิธีตรวจวัดคุณภาพมาตรฐานของสินค้า แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่เขาก็ทำงานด้วยความตั้งใจและสนุกกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อยู่นอกตำราเรียนในมหาวิทยาลัย 


เมื่อบริษัทแจ้งว่าเขาผ่านเทรนโปร อาทิตย์ดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย แต่ไม่คิดว่าพอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำจริงๆ เขากลับต้องมานั่งทำงานออฟฟิศในตำแหน่ง วิศวกรจัดซื้อ


...และเพราะการจับพลัดจับพลูโดยบังเอิญนี้เอง อาจทำให้ผู้จัดการดนัยต้องออกปากย้ำเตือน


“วิธีการทำงานของฝ่ายจัดซื้อ อาจจะต่างจากฝ่ายผลิตอยู่บ้าง แต่การที่ผมรับคุณเข้ามา ผมก็หวังว่าคุณจะมาช่วยแบ่งเบางานของทีมผมได้นะ”


แม้อาทิตย์จะผิดหวังที่ไม่ได้ทำงานตามที่ตั้งใจ หากเขาก็คิดไว้แล้วว่าจะพยายามรับผิดชอบงานจัดซื้ออย่างเต็มที่จึงตอบเสียงดังฟังชัด


“ได้แน่นอนครับ!


สายตาเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของเด็กใหม่ ทำให้คนมากประสบการณ์ พยักหน้าลงอย่างพอใจ 


“ดี...งั้นคุณไปที่โต๊ะตัวที่ว่างอยู่แถวบล็อกสอง แล้วก็ลองไปอ่านไฟล์จัดซื้อเก่าๆ ดู จะได้เตรียมตัวเริ่มงานกัน”


“รับทราบครับ” 


เขาลุกขึ้นตัวตรงตั้งท่าจะเดินออกนอกห้องด้วยไฟแห่งการทำงานที่แรงลุกโชน


เดี๋ยวก่อน...”


ปลายเท้าชะงักทันควัน เมื่อเสียงหัวหน้าเรียกรั้งไว้ หลังสังเกตเห็นความผิดปกติของสิ่งหนึ่งที่หายไป


“คุณยังไม่ได้ไปเอาป้ายพนักงานอีกเหรอ


เออ...ยังเลยครับ


ความจริงอาทิตย์ต้องนำเอกสารใบทรานสคริปต์ไปยื่นให้ฝ่ายบุคคล เพื่อแลกป้ายพนักงาน แต่เพราะดันมาเสียสายโด่ง เขาเลยตรงดิ่งมาที่แผนกจัดซื้อก่อน 


งั้นก็อย่าลืมแวะไปเอาด้วยล่ะ...พรุ่งนี้จะได้เริ่มใช้เช็คเวลาเข้างาน...


ถ้อยคำธรรมดามีความหมายแฝงนัยจี้ใจคนเข้างานตอนเก้าโมงครึ่งให้สะอึก   


“ได้ครับผม!


พนักงานใหม่แทบจะยกมือตะเบ๊รับคำสั่ง ก่อนรีบเผ่นออกนอกห้อง เพื่อจัดการเอกสารให้เสร็จสิ้น


ใบทรานสคริปต์อยู่ในกระเป๋าเขาเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อวานเขากลับมหาวิทยาลัยเพื่อไปเอามันมา แล้วก็ถือโอกาสแวะเยี่ยมอาจารย์และน้องๆ คิดว่าจะอยู่ที่นั้นไม่นาน หากก็โดนรั้งเพราะใครบางคน  


“พี่อาทิตย์ อย่าเพิ่งกลับเลยนะครับ”


น้ำเสียงกึ่งวอนขอ พร้อมแววตาวิบวับเหมือนลูกหมาน้อย กลืนความตั้งใจแรกไปจนหมดสิ้น ถึงพยายามสั่งตัวเองให้ปฏิเสธเสียงแข็ง ด้วยเหตุผลว่ามีงานเช้า แต่ก็โดนลูกอ้อนโจมตีต่อเนื่อง


“พรุ่งนี้ผมไปส่งให้ก็ได้ครับทันแน่ๆ แต่ตอนนี้อยู่กับผมต่อเถอะครับ...นะครับ”


...ผลสุดท้ายเขาก็ยอมใจอ่อน หัวใจพ่ายแพ้อยู่เสมอให้กับผู้ชายที่ชื่อ...ก้องภพ


ไม่น่าเชื่อว่าเด็กปีหนึ่งรหัส 0062 สุดกวนในวันนั้น จะกลายมาเป็นเฮดว้ากปีสามที่น่าเกรงขาม จนถึงขนาดไม่กลัวคำขู่ของเขา


“ถ้าพรุ่งนี้ผมไปทำงานสาย ผมจะสั่งให้คุณวิดพื้นร้อยรอบต่อหน้าน้องปีหนึ่งแน่!


“ผมยอมวิ่งรอบสนามร้อยรอบเลยก็ได้ครับ”


ก้องภพรับปากยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ามาส่งเขาทันเข้าออฟฟิศตอนเก้าโมงชัวร์ๆ


แต่เช้าวันถัดมา เขาดันตื่นสายโด่งปาไปเกือบแปดโมงครึ่ง แถมยังตกรถตู้ออฟฟิศ จนต้องนั่งวินมอเตอร์ไซต์มาถึงหน้าบริษัท แล้วรีบวิ่งสี่คูณร้อยขึ้นลิฟต์มาที่แผนกจนหอบแฮ่ก


...ทันบ้าบอกับผีน่ะสิ!


อาทิตย์อยากจะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาต่อสายสั่งให้เด็กแสบวิ่งรอบสนามเดี๋ยวนั้น แต่พอล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายหนัง บางสิ่งกลับติดมือขึ้นมาแทน


...ปากกาด้ามสีเงินเกลี้ยง รูปทรงเรียบง่าย แฝงความพิถีพิถันในวัสดุที่เลือกประดิษฐ์ให้ใช้งานได้อย่างทนทาน ด้านข้างมีรอยสลักตัวอักษรบรรจงสวยงามว่า I-AOON ซึ่งเป็นชื่อเล่นของเขา


นึกถึงเมื่อวานตอนไปค้างคืนห้องอีกฝ่าย อยู่ๆ ก้องภพก็ยัดสิ่งนี้ที่บรรจุในกล่องกำมะหยี่สีกรมท่ามาใส่มือ   


 


ผมให้ครับ


เฮ้ย! ซื้อมาทำไมเนี่ย?”


สีหน้าเซอร์ไพรซ์แปลกใจคงทำให้ผู้ฟังตีความไปอีกแบบ


ไม่ชอบเหรอครับ...


น้ำเสียงนั้นหงอยลงไปถนัด จนคนได้รับต้องรีบอธิบาย


เปล่าๆ แต่วันนี้ไม่ใช่วันเกิดผม หรือวันครบรอบอะไรสักหน่อย จะซื้อมาให้ทำไม


ก็เป็นของขวัญวันที่พี่ได้บรรจุงานอย่างเป็นทางการไงครับ แล้วก็...เอาไว้เป็นตัวแทนผมด้วย เวลาพี่เบื่อ พี่จะได้เหมือนมีผมอยู่ข้างๆ


แหวะ น้ำเน่าว่ะ


เขาเบ้หน้าตามประสาผู้ชายต่อมโรแมนติกเสื่อม จนคนให้ของขวัญตั้งท่าจะเรียกเก็บ


งั้นผมเอาคืนก็ได้


ไม่ได้เว้ย! ให้แล้วให้เลย!


อาทิตย์รีบเก็บปากกาใส่กระเป๋าสะพายของตัวเอง ราวกับกลัวว่าจะโดนยึด ปล่อยให้ก้องภพแซวด้วยรอยยิ้มขำ


พี่อาทิตย์นี่ขี้งกเหมือนกันนะครับ


เออใช่ ผมงก คบกันมาตั้งนานไม่รู้เหรอ


“...รู้สิครับ


คำตอบที่มาพร้อมสายตาพราวระยับ ทำให้อาทิตย์มั่นใจว่าคู่สนทนาพูดตามความจริง 


...เพราะก้องภพคงจะรู้แล้วว่า...ในตอนนี้หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะด้วยความรู้สึกเช่นไร



 


ไม่นึกไม่ฝัน เขาดันมาตกหลุมรักผู้ชายเข้าอย่างจัง  ทั้งที่เขาไม่เคยคิดจะเบี่ยงเบนจากเพศสภาพ แต่ยิ่งใกล้ชิดกับก้องภพ หัวใจก็ยิ่งค่อยๆ รู้สึกผูกพัน  


ตลอดระยะเวลาที่คบกัน ความรักของพวกเขาสองคนดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แม้ช่วงนี้อาจจะพบเจอกันน้อย เนื่องจากต่างฝ่ายต่างวุ่นวายอยู่กับภาระงาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก้องภพยังคงเป็นกำลังใจแสนสำคัญให้กับเขามาโดยตลอด


อาทิตย์เลยถือโอกาสใช้ปากกาพิเศษด้ามนี้ เซ็นเอกสารสัญญาจ้างที่แผนกบุคคล เพื่อรับบัตรพนักงานมาคล้องคอ กลายเป็นคนของแผนกจัดซื้ออย่างเต็มตัว

 


ครั้นกลับมาที่ออฟฟิศ เขาก็มองหาโต๊ะว่างๆ  ตรงบล็อกสองตามที่ผู้จัดการดนัยแจ้ง และก็เห็นโต๊ะไร้คนจับจองตั้งอยู่ริมสุดทางเดิน ซึ่งถูกกั้นไว้ด้วยพาร์ทิชั่นบางๆ 


ข้าวของต่างๆ ถูกตระเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งาน ประกอบไปด้วย คอมพิวเตอร์ PC สภาพกลางเก่ากลางใหม่หนึ่งเครื่อง กล่องใส่แฟ้มเอกสารหนึ่งกล่อง และโหลปลากัดหนึ่งโหล


...ใช่ครับ อ่านไม่ผิด...เขาถูกแววตากลมใสของ ปลากัดสีแดง จ้องมองจากอีกฝั่งของโหลแก้วทรงสูงมีน้ำใส่ไว้ครึ่งหนึ่ง ใต้ก้นแก้วมีสติกเกอร์แปะตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนทับไว้ว่า ‘BONUS’


จะว่าบริษัทโอเชี่ยนอิเล็คทริคให้โบนัสพนักงานเป็นปลากัดก็คงดูพิลึกไปหน่อย แถมโบนัสตัวนี้ยังสะบัดหางว่ายวนไปมาคล้ายจะประกาศศักดาแก่ผู้มาเยือนคนใหม่ ซึ่งเกิดคำถามมากมายขึ้นในหัว


...มาได้ยังไง? ของใครแล้วทำไมถึงมาตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานเขา?


ไม่แน่ใจว่าออฟฟิศที่นี่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรปลากัดก็ไม่น่าจะใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ควรอยู่บนโต๊ะแผนกจัดซื้อ 


บังเอิญพี่สาวหน้าเฉี่ยวรวบผมตึงท่าทางคล่องแคล่วตามแบบฉบับเวิร์กกิ้งวูแมน กำลังถือแฟ้มเอกสารเดินผ่านหลังเขาไปยังโต๊ะข้างๆ พอดี อาทิตย์จึงหยิบโหลแก้วขึ้นมาร้องถาม


ขอโทษนะครับ ปลากัดนี้ไม่ทราบว่าของใครครับ มันมาอยู่บนโต๊ะผม


อ้อ ของคุณวิชัยค่ะ


ของคุณวิชัยเหรอครับ แล้วคุณวิชัยนั่งอยู่ที่ไหนครับ ผมจะได้เอาไปให้


ที่ฉางซาค่ะ


โอเคครับ ที่ฉางซา...


เดี๋ยวนะ... ‘ฉางซา ถ้าจำไม่ผิดมันคือชื่อมณฑลหนึ่งของประเทศจีนไม่ใช่เหรอ


อาทิตย์รีบหันไปมองคนให้คำตอบ เขานึกว่าถูกรุ่นพี่แกล้งพูดกวนเล่นๆ แต่พออีกฝ่ายหันมา ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเธอกำลังใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์แนบหูอยู่ ฉะนั้นบทสนทนาก่อนหน้านี้จึงไม่ได้เป็นการคุยกับเขาเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเธอเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังถูกคนถือโหลปลาจ้อง เลยละมือออกจากสมาร์ตโฟนมาตอบคำถามที่ค้างไว้ 


ฮะ? อะไร? ...อ้อ โหลนั้นก็เอาวางไว้ตรงนั้นก่อนนั่นแหละ”


น้ำเสียงช่วงท้ายติดจะรำคาญนิดๆ ก่อนพนักงานมืออาชีพจะปรับอารมณ์ไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี เพื่อคุยธุระต่อด้วยโทนเสียงสุภาพตามเดิม


อ้อ เปล่าค่ะ...เอิร์ธกำลังค้นให้อยู่ค่ะ...รอสักครู่นะคะ  


อาทิตย์ถูกเมินโดยสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่แปลก เพราะเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อนั่งจัดโต๊ะอย่างเดียว ทุกคนต่างก็มีงานล้นมือกันทั้งนั้น แผนกจัดซื้อที่เงียบเชียบราวกับป่าช้าในตอนแรก บัดนี้บรรยากาศก็เริ่มจอแจไม่ต่างจากตลาดสดยามเช้า


เจ้าของโต๊ะเลยวางโหลแก้วปลากัดไว้ที่เดิม คิดเสียว่าชื่อมันเป็นมงคล เวลาเงินโบนัสออกจะได้ไหลมาเทมาหาเขาเยอะๆ


“ฝากตัวด้วยล่ะ”


อาทิตย์ดีดโหลแก้วเบาๆ เจ้าปลากัดสีแดงว่ายวนไปมารอบๆ เสมือนเป็นสัญญาณรับรู้การแนะนำตัว


หลังจัดวางของส่วนตัวอื่นๆ เรียบร้อย เด็กใหม่ก็เตรียมพร้อมลุยงานอย่างเต็มความสามารถ เริ่มต้นจากการศึกษาระบบงานจัดซื้อจากไฟล์งานเก่าๆ เพื่อทำความเข้าใจ แต่อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคย เลยทำให้สับสนกับข้อมูลจำนวนมาก ต้องเพ่งสมาธิตีความอยู่นาน สีหน้าเคร่งเครียดของเขาคงแสดงออกให้เห็นชัด จนพนักงานร่วมแผนกต้องเข้ามาทัก


“เฮ้ย! คิ้วขมวดจนผูกเป็นโบว์อยู่แล้ว”


พี่ผู้ชายวัยสามสิบ หน้าคม คิ้วเข้ม ตัวหอมกลิ่นโคโลญจน์ฟุ้ง เอื้อมมือใส่ไอวอชเวอร์ชั่นล่าสุดมาตบไหล่ให้กำลังใจน้องใหม่อย่างสนิทสนม


“งานจัดซื้อมันไม่ยากขนาดนั้นหรอก อย่าไปซีเรียส” ก่อนคู่สนทนาจะพูดแนะนำตัวเอง


“พี่ชื่อจอห์น เป็นรองผู้จัดการ มีอะไรก็ปรึกษาได้นะ อาทิตย์”


“ขอบคุณครับพี่จอห์น”


พนักงานใหม่ยิ้มรับไมตรี พร้อมๆ กับถูกรุ่นพี่ซักประวัติ


ว่าแต่เราเรียนจบจากไหนมาล่ะ?


พออาทิตย์บอกชื่อมหาวิทยาลัยไป ดวงตาของคนฟังก็แสดงความแปลกใจระคนยินดี


อ้าว มหาลัยเดียวกันเลยนี่”


“พี่เรียนวิศวะมาเหมือนกันเหรอครับ” เขาเองก็รีบถามกลับอย่างตื่นเต้น


“เปล่าพี่เรียนเศรษฐศาสตร์อินเตอร์น่ะ”


ถึงแม้จะคนละคณะ แต่ก็ถือเป็นพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน จอห์นจึงตบไหล่รุ่นน้องปุๆ อีกครั้ง


“ดีแล้ว เด็กมหาลัยนี้มีแต่คนเก่งๆ อย่างพี่ทำงานมาหกปี แป๊บเดียวก็ได้เลื่อนขั้นมาเป็นรองผู้จัดการแล้ว เราเองก็อย่าทำให้เสียชื่อมหาลัยล่ะ”


“อา...ครับ”


...ไม่รู้ทำไมประโยคของพี่จอห์นถึงทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลกๆ น้ำหนักมือที่วางไว้บนบ่าก็คล้ายจะบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม เหมือนกำลังโดนพี่ว้ากพูดจาข่มขู่เด็กปีหนึ่งอ้อมๆ ให้ต้องรักษาเกียรติของสถาบันเอาไว้ยิ่งชีพ 


และก่อนที่บรรยากาศความกดดันจะโอบล้อมรอบตัวอาทิตย์มากไปกว่านี้ ก็มีเสียงจากสรรค์มาช่วยให้หลุดพ้น


ขอโทษนะคะพี่จอห์น บรีฟงานกับเด็กใหม่อยู่รึเปล่าคะ”



พี่ผู้หญิงลุคเวิร์กกิ้งวูแมนที่เขาจำได้ว่าชื่อ เอิร์ธ โผล่หน้ามาทัก 



“อ้อเปล่า ทำความรู้จักกันเฉยๆ น่ะ”  



ร่างสูงขยับตัวหลีกทางให้สาวออฟฟิศเดินตรงเข้ามาหาอาทิตย์ที่โต๊ะ



“งั้นเดี๋ยวพี่ฝากเด็กใหม่เอาเอกสารนี้ไปให้คุณผกาแผนกบัญชีด่วนเลยนะ”



เอิร์ธออกคำสั่งรวดเร็ว จนคนฟังตั้งรับไม่ทัน 


“เออ...คุณผกาเหรอครับ?”


“ใช่ หาไม่ยากหรอกแผนกบัญชีมีไม่กี่คนเอง แกอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ หน้าตาดูใจดีๆหน่อย”


ได้ครับผม


คนถูกใช้งานตอบรับแข็งขัน รับแฟ้มเอกสารสีดำมาถือไว้ ก่อนจะเดินออกไปอย่างกระตือรือร้น ในใจรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้ทำภารกิจแรกในฐานะพนักงานจัดซื้อ


จอห์นไล่สายตามองตามหลังหนุ่มรุ่นน้อง พึมพำขึ้นมาลอยๆ


“ส่งไปเจออาจารย์แม่ตั้งแต่วันแรกเลยเร้อ?”


“แค่ไปส่งเอกสารเองค่ะพี่จอห์น” 

        


               เอิร์ธไหวไหล่ ไม่ได้สนใจยี่หระอะไรกับเด็กใหม่ที่เธอไม่แม้แต่จะเรียกชื่อ ซ้ำอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า เสียงจากสวรรค์ที่คิดว่ามาช่วย


...แท้จริงจะกลายเป็นเสียงจากนรก





 

บรรยากาศการทำงานของออฟฟิศชั้นสี่ที่ตั้งของฝ่ายบัญชี ไม่ได้แตกต่างจากชั้นห้าเท่าไรนัก ยกเว้นแค่ว่าพนักงานในชั้นนี้ดูจะมีวัยวุฒิค่อนข้างมากกว่า สิริรวมอายุของคนทั้งแผนกคงได้เกือบหลายร้อยปี   


อาทิตย์มาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะนำเอกสารไปยื่นให้คุณผกา แต่ตอนนี้เขาติดปัญหาอย่างเดียว


...เขาไม่รู้ว่าคุณผกาคือใคร


“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าโต๊ะคุณผกาอยู่ไหนครับ”


พนักงานใหม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งชี้มือชี้ไม้ไปยังโต๊ะออฟฟิศเรียงติดกันเป็นพรืดทางด้านซ้าย


“อยู่ตรงนั้นน่ะ”


เออ...แล้วตรงนั้นมันคือตรงไหน?


ชายหนุ่มชะเง้อมองตาม พยายามหาคนท่าทางใจดีๆ ก็ยังหาไม่พบ เขาคิดจะถามถึงจุดสังเกตอีกรอบ แต่พอหันกลับมาตัวช่วยก็เดินผละจากไปแล้วด้วยความรีบร้อน ปล่อยให้เขายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางคนไม่รู้จัก


...มันคงจะดีถ้ามีคำสั่งให้พนักงานใหม่ต้องล่าลายเซ็นของรุ่นพี่ในบริษัทมาให้ครบ เขาจะได้จดจำชื่อและหน้าตาของทุกๆ คนได้


เมื่อสมัยเป็นเฟรชชี่ เขาเคยได้รับคำสั่งให้ล่าลายเซ็นรุ่นพี่หนึ่งพันชื่อภายในหนึ่งอาทิตย์


แน่นอน สามัญสำนึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีคือ ...บ้ารึเปล่าวะ! ใครจะไปทำได้


แต่อย่างน้อยๆ เขาก็สามารถล่ารายชื่อมาได้ร้อยกว่าลายเซ็น ทั้งยังช่วยให้เขาจำแนกแยกรุ่นพี่ที่เรียนคณะวิศวะออกจากนักศึกษาคณะอื่นๆ ซึ่งมีอยู่มากมายในมหาวิทยาลัยได้ในช่วงเวลาไม่กี่วัน


ทว่าบริษัทใหญ่ยักษ์แห่งนี้ย่อมไม่มีทางอนุมัติให้จัดกิจกรรมบ้าพลังเช่นนั้น


...สรุปแล้วตนจึงย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน


อาทิตย์เลยเสี่ยงเดินดุ่มเข้าไปถามหาพนักงานหญิงสูงวัย สวมแว่นกรอบทอง ท่าทางเฮี้ยบ ซึ่งบังเอิญผ่านหน้ามาพอดีอีกครั้ง


“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณผกาคือคนไหนเหรอครับ”


“ฉันนี่แหละ” 


คนที่กำลังตามหาพบเจอโดยไม่คาดฝัน เขาเลยรีบยื่นแฟ้มให้คู่สนทนาทันควัน


“เออ...คือคุณเอิร์ธฝากมาให้ครับ”


สายตาของพนักงานอาวุโสมองเขาลอดผ่านเลนส์แว่นไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า คล้ายอาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังพิจารณานักเรียนทำผิดกฎระเบียบ 


“เธอเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม?”


“ใช่ครับ”


“มิน่าล่ะ...แต่คราวหลังชื่อฉันก็ควรจำให้ได้นะ มาทำงานในบริษัทนี้ไม่รู้ได้ไงว่าฉันเป็นใคร”


...ถ้าตอนนี้มีสมุดเชียร์ในมือ อาทิตย์สาบานว่า เขาคงยื่นมันให้อีกฝ่ายเซ็นลายเซ็นประทับเอาไว้เป็นเกียรติเป็นศรีไปแล้ว แต่ในความจริง เขาทำได้แค่ยืนประสานมือกุมเป้าตอบด้วยความนอบน้อม 


“คราวหน้าผมจะจำไว้ครับ”


“แล้วอีกอย่าง คนเป็นพนักงานใหม่ก็ต้องแนะนำตัวกับคนที่อาวุโสกว่าก่อนสิ ไม่ใช่เอะอะมาโยนงานแล้วก็ไป ไม่รู้จักกาลเทศะเลยจริงๆ”


คำตำหนิยังคงมาเป็นพายุลูกเห็บหล่นใส่หัวอย่างต่อเนื่อง 


“ขอโทษครับ ผมชื่ออาทิตย์ครับ เออ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” 


“เดี๋ยว! รอให้ฉันตรวจเอกสารให้เสร็จก่อนสิ ถ้าตกหล่นอะไรจะได้แก้ไขได้ทันที เด็กสมัยนี้ใช้ไม่ได้เลย!


...โดนเข้าไปอีกหมัด


กว่าจะรอดจากแผนกบัญชีมาได้ เขาก็มีสภาพคล้ายนักมวยที่โดนคู่แข่งชกน็อคตั้งแต่ยกสาม แทบคลานโซซัดโซเซกลับเข้ามุมเวที 


ค่เป็นเบ๊ส่งของง่ายๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ ยิ่งกว่าไปขัดห้องน้ำทั้งตึกสำนักงานเสียอีกก็ไม่รู้...




 

ณ ที่ข้างๆ โต๊ะตนเองในแผนกจัดซื้อ อาทิตย์พบว่าคนมอบหมายภารกิจสุดโหดกำลังเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างคร่ำเคร่ง แต่พอเห็นเด็กใหม่เดินเข้ามา เอิร์ธก็เงยหน้าทัก


“เป็นไง? เรียบร้อยดีไหม”


เขาไม่กล้าตอบว่า...พี่ครับ ให้ผมไปวิดพื้นสักร้อยรอบยังง่ายกว่า...จึงแสร้งพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้


 “...ก็ดีครับ”


 แต่คำโกหกไม่สามารถเล็ดรอดการจับผิดของสาวนัยน์ตาเฉี่ยวไปได้ มุมปากของเอิร์ธยกขึ้นน้อยๆ


“ไปเจอคุณผกาตอนแกกำลังวุ่นๆ ล่ะสิ แต่จริงๆ แกนิสัยน่ารักนะ แผนกเราต้องเดินเอกสารกับคุณผกาบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงมีโอกาสได้เจอกันมากขึ้น”


...พูดจริงหรือพูดเล่นครับคุณเจ๊!


สารภาพตามตรง เขาจินตนาการคุณผกาในเวอร์ชั่นนางฟ้าใจดีไม่ออก เพราะแค่ได้ยินชื่อก็ขนแขนก็พร้อมใจกันลุกพรึบ นี่ยังต้องไปเจอกันบ่อยๆ อีกเหรอ 


นึกอยากจะขอลาออกจากแผนกจัดซื้อเสียเดี๋ยวนั้น หากก็ได้ยินเสียงพี่ดนัยเรียกรวมพลเสียก่อน


“ทุกคน! มาตรงนี้กันหน่อย” 


สมาชิกในแผนกจัดซื้อทั้งหมดเดินมากองกันอยู่ตรงกลางออฟฟิศ รวมไปถึงน้องใหม่ที่ผู้จัดการเรียกแนะนำ


ทุกคนคงได้เจออาทิตย์แล้วนะ แต่เมื่อเช้าเหตุการณ์มันฉุกละหุกไปหน่อย เดี๋ยวผมจะแนะนำทุกคนให้รู้จักอย่างเป็นทางการอีกครั้งก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าใครดูแลส่วนไหน” 


            

          และอาทิตย์ก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้



...พี่ดนัย อายุ 45 หัวหน้าแผนกจัดซื้อ ดูแลภาพรวมของทั้งทีม



...พี่จอห์น อายุ 33 รองหัวหน้าแผนก ดูแลการติดต่อหาซัพพลายเออร์และคู่ค้า



...พี่เอิร์ธ  อายุ 27 ซีเนียร์ ดูแลการจัดซื้อทั้งในและนอกประเทศ



และ...พี่ส้มโอ อายุ 25 เลขา ดูแลเอกสารจิปาถะทั่วไป



เขาขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคน และเปิดโอกาสให้คนอื่นซักไซ้ทำความรู้จัก เริ่มจากพี่ส้มโอที่ยิงคำถามตรง



น้องอาทิตย์นี่ชื่อเล่นอาทิตย์เลยรึเปล่าจ๊ะ หรือมีชื่อเล่นอื่น?”



...ไอ้มีน่ะมีอยู่หรอก แต่ให้ตายเขาก็ไม่มีทางบอกเด็ดขาด


เรียกผมอาทิตย์เลยก็ได้ครับ ใครๆ ก็เรียกแบบนี้จนผมชินแล้ว                 


เขาเอาตัวรอดไปได้เนียนๆ แต่ก็โดนคำถามสกัดดาวรุ่งรอบสองจากพี่จอห์น


“แล้วมีแฟนรึยัง?”


คนฟังชะงักกึกทันที


“เออ...คือ...”


ภายในใจอาทิตย์เกิดความสับสนลังเล



...ถ้าบอกไปว่าตนเองมีแฟนแล้ว ซ้ำยังเป็นเพศเดียวกันอีกด้วย...มันจะเหมาะรึเปล่า?



เพราะถึงแม้ตอนนี้โลกจะเปิดกว้างเสรีมากขึ้น กระทั่งในมหาวิทยาลัยกลุ่มเพื่อนๆ และรุ่นน้องบางส่วนก็ยอมรับความสัมพันธ์แบบชายรักชายได้อย่างไม่มีปัญหา



ทว่ากับสังคมภายนอก...เขาไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้นไหม



...หากสารภาพออกไปตรงๆ สายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่...?


แต่ดูเหมือนจุดประสงค์ของคำถามจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เพราะพี่จอห์นยังคงซักต่อเนื่อง


“แล้วมีเพื่อนผู้หญิงน่ารักๆ บ้างรึเปล่า พี่สาวน้องสาวก็ได้” 


“พี่จอห์นหูดำหมดแล้วค่ะ รักษาภาพพจน์หน่อยสิค่ะ”


เอิร์ธตำหนิรุ่นพี่ขี้หลีที่แสดงอาการหน้าหม้อเกินขอบเขต ก่อนประเด็นจะถูกเปลี่ยนเมื่อผู้จัดการดนัยพูดชวน


“ไว้เย็นนี้ไปกินข้าวรับน้องใหม่กันทั้งแผนกไหม เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง


เจ้าภาพออกปากมาแล้ว ใครกันจะพลาด 


เสียงดีใจของเพื่อนร่วมแผนกที่ได้กินฟรี ช่วยกลบเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของอาทิตย์ 


กระนั้นลึกๆ แล้ว...เขายอมรับว่า ตัวเองกลับรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ที่ยังคงเก็บงำความจริงเอาไว้


โดยไม่รู้สาเหตุว่าทำไม...

 




หกโมงเย็น ณ ร้านชาบูแบบบุฟเฟ่ต์ โต๊ะของแผนกจัดซื้อรวมพลทั้งหมดครบห้าคน


“ตักตามสบายเลยนะ ร้านนี้ของเขาถูกอร่อยคุ้มราคา เนื้อเนี่ยอย่างดี ไม่เชื่อถามส้มโอดู...นั่นน่ะมาบ่อยจนนึกว่าเป็นหุ้นส่วนร้าน”


พี่จอห์นพูดแซวไปพลางคีบเนื้อลงหม้อ ส่วนคนโดนเอี่ยวก็รีบโต้ทันควัน


“เดี๋ยวนี้ส้มโอมาสายกินคลีนแล้วค่ะ”


“กินเรียบจนจานสะอาดคลีนเลยน่ะเหรอ?”


“พี่จอห์น!



บรรยากาศพูดคุยสนุกสนานเฮฮา ตรงข้ามกับในเวลาทำงานอย่างสิ้นเชิง แม้แต่สาวเวิร์กกิ้งวูแมนอย่างเอิร์ธยังแปลงร่างเป็นแม่ครัวมือฉมังปรุงน้ำซุปสูตรพิเศษแสนอร่อยให้ทุกคนชิม จนต้องเอ่ยปากชมอย่างไม่น่าเชื่อ


ฝ่ายอาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างสนิทสนม กระทั่งทุกคนเริ่มจะอิ่มอืดหลังจากการเติมเต็มกระเพาะจนแน่น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นระฆังพักยก


ดนัยลุกปลีกตัวออกจากโต๊ะไปรับสาย พักใหญ่ๆ จึงกลับมา 



“โทษทีทุกคน พอดีลูกชายโทรมาบ่นเรื่องมหาลัยน่ะ เห็นว่าต้องรับน้องอะไรด้วย”



หัวข้อสนทนานี้เรียกความสนใจให้ส้มโอหันมาถามหนุ่มวิศวะที่กำลังคีบผักบุ้งจากหม้อ



“น้องอาทิตย์เพิ่งเรียนจบมานี่ ที่มหาลัยเรารับน้องโหดไหม?”



“ถ้าเป็นรุ่นผมหรือก่อนหน้านั้นก็จะโหดหน่อย แต่หลังๆ มาก็ไม่ค่อยหนักเท่าไรแล้วครับ”



...โดยเฉพาะรุ่นของเฮดว้ากรหัส 0062 คนปัจจุบัน ที่ได้ข่าวมาว่าเปลี่ยนการว้ากดุตะคอกให้กลายเป็นกิจกรรมรับน้องแบบสร้างสรรค์ โดยไม่เน้นความรุนแรง



และราวกับคนบ่นถึงจะตายยาก... 



ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนของอาทิตย์ก็ดังขึ้น เขาเลยขอปลีกตัวลุกออกไปจากโต๊ะบ้าง เพราะหน้าจอที่โชว์ชื่อมานี้ มีเรื่องให้ต้องเคลียร์กันยาว


อาทิตย์เอ่ยประโยคคาดโทษทันทีหลังจากกดรับ


“เพราะคุณผมเลยมาทำงานสาย”


"ขอโทษครับ”


ได้ยินเสียงก้องภพตอบกลับมา แต่ฟังแล้วดูเหมือนจะไม่มีวี่แววของการสำนึกผิดใดๆ จนเขาทักท้วง


“คุณต้องไปวิ่งร้อยรอบต่อหน้าน้องปีหนึ่งตามสัญญาซะ”


“ผมวิ่งไปแล้วครับ ถึงจะไม่ครบร้อยรอบก็เถอะ...วันนี้พี่ปีสี่มาเปิดตัวซ้อมปีสาม ผมเลยต้องวิดพื้นไปสองร้อย ซิดอัพสองร้อย แล้วก็วิ่งอีกยี่สิบรอบ แต่ก็นะ...ยังน้อยกว่าที่พี่อาทิตย์เคยวิ่งไปห้าสิบสี่รอบอยู่ดีล่ะครับ”


วีรกรรมอันเป็นตำนานเมื่อครั้งเขาเป็นเฮดว้าก เกิดจากคำสั่งที่ให้ก้องภพวิ่งรอบสนามห้าสิบสี่รอบ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้วิ่งจนครบ แต่เพราะเฮดว้ากสั่งลงโทษไปแล้วก็ต้องทำตามที่ตนพูดให้ได้


สุดท้ายอาทิตย์ก็เลยต้องวิ่งรอบสนามห้าสิบสี่รอบกลางสายฝน แถมถูกถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลจนโด่งดัง แม้หลังจากนั้นจะเจ็บขาปางตาย แต่ก็ยังสามารถรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ 


คนที่ไม่ยอมเสียฟอร์มส่งเสียงข่มขึ้นจมูก


“หึ มันแน่อยู่แล้ว ไม่มีใครทำลายสถิติผมได้หรอก”


แต่อดีตเฮดว้ากแสนเก่งกาจในมหาวิทยาลัย กลับต้องสะอึกเมื่อเจอคำถามถัดไป


“แล้วพี่อาทิตย์ทำงานวันแรกเป็นไงบ้างครับ”


หนุ่มออฟฟิศมือใหม่พยายามทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ของวันนี้


...ถูกตำหนิที่เข้างานสาย


...ต้องรับมือกับแรงกดดันจากรุ่นพี่


...โดนแกล้งใช้ให้ทำงานยากๆ 


...เจอพนักงานรุ่นใหญ่ดุใส่เรื่องลำดับอาวุโส 



รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กเฟรชชี่อีกครั้ง ซ้ำยังโดนรับน้องจากสังคมวัยทำงานจนน่วม กระนั้นคนไม่ยอมเสียฟอร์มก็ยังพยายามรักษาหน้าตัวเองเอาไว้ด้วยการตอบเลี่ยงๆ



“...เออ...รวมๆ ก็ราบรื่นดี...” ก่อนจะรีบแสร้งเปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหัน “ว่าแต่คุณเถอะ...รับน้องปีนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”



“ไม่มีครับ ปีนี้น้องๆ ก็ดูให้ความร่วมมือกันดี แล้วก็เข้าประชุมเชียร์เยอะกว่าทุกปีด้วยครับ”



...ดีจริงเว้ย...ฟังคำตอบแบบภาคภูมิใจแล้วชักรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ



“นี่คุณกำลังเกทับผมอยู่รึไง บอกไว้ก่อนเลยนะว่าเป็นเฮดว้ากไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่คุณเจอมันก็แค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้นแหละ”



“งั้นถ้าผมทำหน้าที่เฮดว้ากได้ดีไปจนจบ พี่อาทิตย์จะให้รางวัลอะไรผมครับ”  



...นั่นไง พอได้คืบแล้วก็จะเอาศอกซะทุกที 



“คุณนี่เอะอะก็ขอรางวัลนะ เอาไว้ถ้าหลังประชุมเชียร์จบ ผมจะพิจารณาอีกทีว่าคุณทำหน้าที่เฮดว้ากได้ดีจริงรึเปล่า”



“แล้วหน้าที่แฟนล่ะครับถ้าผมทำหน้าที่นี้ได้ดี พี่จะมีรางวัลให้ผมด้วยไหม”



อะ...ไอ้เด็กแสบ 



สองแก้มร้อนวูบวาบขึ้นมากะทันหัน เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยเสียงแผ่ว



“...อันนั้นผมก็ต้องพิจารณาอีกทีด้วยเหมือนกัน”



“งั้นผมจะพยายามครับ”



น้ำเสียงจากปลายสายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเสียงเจ้าเล่ห์ตามมาทิ้งท้าย



“แต่ว่า...ของรางวัลชิ้นที่สองเนี่ย...ผมขอแบบเด็ดๆ เลยนะครับ” 



“ก้องภพ!”


คนดุโพล่งเรียกชื่อ...ไอ้นิสัยชอบแหย่กวนโมโหก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน


ได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ 


ตัวเขาเองถึงแม้จะหงุดหงิดโวยวายเพียงใด แต่สุดท้ายก็ยังเผลออดยิ้มมุมปากไม่ได้ 


...เพราะคบกันมานาน...ต่างฝ่ายจึงต่างสัมผัสได้ชัดเจนว่า บทสนทนาเหล่านั้นล้วนอบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน


หลังคุยกันอีกสองสามคำ อาทิตย์ก็วางสายจากก้องภพ ก่อนเดินกลับมายังโต๊ะวงหม้อชาบูที่ตอนนี้เริ่มทานกันใหม่เป็นยกสอง 


“มากินเร็วน้องอาทิตย์ จะหมดหม้ออยู่แล้ว แต่ไม่ต้องห่วงพี่เหลือกุ้งเก็บไว้ให้” 


พี่ส้มโอยังคงไม่ละมือจากกระชอน แม้น้ำซุปในหม้อจะเริ่มงวดลงไปกว่าครึ่ง


“ขอบคุณครับ”


เขาหย่อนตัวนั่งเก้าอี้ แต่ก็เผลอสะดุ้งเฮือก เมื่อพี่จอห์นยักคิ้วพูดแซว


“หายไปซะนาน คุยกับแฟนมาเหรอ เห็นยิ้มซะหน้าบานเลย”  


ส้มโอรีบหันขวับมามอง


“อ้าว ตกลงน้องอาทิตย์มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ ว้า...เสียดายจัง แล้วแฟนน้องอาทิตย์เนี่ยเป็นแบบไหนล่ะ หมวยๆ หรือแบบสาวไทย หรือลูกครึ่ง?” 


...ไม่ใช่ทั้งสาวหมวย สาวไทย หรือสาวลูกครึ่ง แต่เป็นหนุ่มหล่อดีกรีเดือนมหาลัยต่างหาก



อาทิตย์อึกอัก ไม่รู้จะอ้าปากอธิบายอย่างไรเมื่อคำถามนี้วนมาเข้าตัวอีกครั้ง



“เออ...คือ



“พี่จอห์นนั่นกุ้ง...”



เสียงเอิร์ธทักดังแทรกขัดจังหวะ ทุกคนหันไปเห็นจอห์นส่งยิ้มแห้งๆ มือหนึ่งกำลังถือตะเกียบคีบกุ้งเป็นหลักฐานคาตา



“แหม...ก็เห็นลงหม้อไปตั้งนานแล้ว พี่กลัวว่ากุ้งมันจะหดหมด เดี๋ยวพี่ต้มให้ใหม่นะ"



หนุ่มคิ้วเข้มรีบหาข้ออ้าง เพื่อให้รอดจากการเนียนเป็นหัวขโมย



ส้มโอรีบโวยวายลั่น พี่จอห์นอย่างงี้ทุกทีเลย!” ทำเอาคนในโต๊ะส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง 



รวมถึงอาทิตย์ที่แสร้งเฮฮาไปด้วย



...ไม่มีใครสนใจคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ 



ซึ่งก็ดีแล้ว...เพราะเขายังไม่พร้อมจะทำลายบรรยากาศของความสบายใจที่มีต่อเพื่อนร่วมแผนกจัดซื้อในตอนนี้...

 




ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หม้อชาบูก็หมดเกลี้ยง


พี่ดนัยออกเงินเลี้ยงมื้อใหญ่ตามระเบียบ บรรดาลูกน้องรีบยกมือไหว้ขอบคุณผู้เป็นเสมือนเทวดามาโปรดให้กับเหล่ามนุษย์เงินเดือนชนเดือนตาดำๆ


เมื่อมายืนอยู่หน้าร้าน ภายใต้ท้องฟ้าสีเข้มตอนหนึ่งทุ่ม เจ้าภาพก็ไม่ลืมออกคำสั่งกำชับ 


“เอ้า ทุกคนแยกย้ายกันได้แล้ว กลับกันดีๆ ล่ะ”


“แล้วน้องอาทิตย์กลับยังไงจ๊ะ?” พี่ส้มโอถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง 


“ไม่เป็นไรครับ หอผมอยู่แค่นี้ เดี๋ยวนั่งรถเมล์ไปได้”


“โอเค แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานนะ” พี่จอห์นตบไหล่เขาอีกรอบ 


ส่วนพี่เอิร์ธเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ให้เป็นคำลา


...จบลงไปแล้วกับการทำงานในวันแรก 


อาทิตย์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เมื่ออยู่ตามลำพังระหว่างทางเดินกลับหอ


เขาก้มลงมองป้ายพนักงานบริษัทเคลือบพลาสติกอย่างดีที่เพิ่งได้รับมา มีรูปถ่ายใบหน้าตนเอง พร้อมระบุชื่อและตำแหน่งพิมพ์ติดไว้ ช่างดูไฮโซล้ำค่าแตกต่างจากป้ายกระดาษแข็งเขียนด้วยปากกาเมจิก ที่ต้องห้อยคล้องคอทุกครั้งตอนเข้าประชุมเชียร์สมัยอยู่ปีหนึ่ง


ทว่าน่าแปลก...ความรู้สึกที่เขาได้รับกลับเหมือนกัน


ตื่นเต้น หวาดหวั่น และไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปบนเส้นทางนี้


แต่ถึงอย่างไร มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจ



...ไม่ว่าจะหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร...นายอาทิตย์ก็จะผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน!

 



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ​




               TBC

     

     




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

426 ความคิดเห็น

  1. #416 เฮียๆ เล็กชิ้นใส ชาม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 05:15

    อาทิตย์ : เออ...คุณผกาหรอครับ

    เอิร์ช : ใช่ หาไม่ยากหรอกแผนกบัญชีมีไม่กี่คนเอง แกอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ หน้าตาดูใจดีๆหน่อยๆ

    .

    แกอายุประมาณสี่สิบกว่าๆ หน้าตาดูใจดีหน่อยๆ

    หน้าตาดูใจดีหน่อยๆ

    ใจดี???

    #416
    0
  2. #415 เฮียๆ เล็กชิ้นใส ชาม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 05:02

    #พี่จอร์นกลัวกุ้งหด

    #415
    0
  3. #393 ppnponn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 11:44
    สู้ๆนะพี่อาทิตย์!!
    #393
    0
  4. #392 ChoKiez+ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 07:55
    เหมือนเห็นพี่อาทิตย์กลับไปเป็นเฟรชชี่ใหม่ๆเลย น่ารักก
    #392
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #300 Satan (ซาตาน) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 17:40
    ทำไมได้กลิ่นดราม่า
    #300
    0
  7. #254 Peanut_p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 08:21
    นึกถึงตอนไปทำงานวันแรกเลย

    คืออารมณ์นี้เลยแหละ พี่ปี 4 เพิ่งเรียนจบ มีความเท่มากๆในสายตารุ่นน้อง แต่พิมาทำงานมันคือโลกใหม่ ที่เรากลายเป็นเด็กน้อยไปเลย มีความรู้สึกอยู่ไม่ถูกที่ถูกทางทั้งวันเลย
    #254
    0
  8. #252 luxkevin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 06:25
    แปลกๆกับพี่เอิร์ธอ่ะ
    #252
    0
  9. #251 luxkevin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 06:25
    แปลกๆกับพี่เอิร์ธอ่ะ
    #251
    0
  10. #249 Park Nokia. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 22:46
    ก้องภพหยอดเก่งมากอ่ะฮือ
    #249
    0
  11. #246 Friendship_Lee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:53
    จะต้องมาเขินกับคำพูดของก้องภพอีกแค่ไหน
    #246
    0
  12. #243 กวิ้นด้าพาเรียล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:53
    มันดีทั้งนิยายทั้งซีรีส์เลย เขินทุกคำพูดที่เค้าคุยกัน-///-
    #243
    0
  13. #229 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 09:29
    กะว่าจะไม่อ่านในเว็บออนไลน์แล้วแท้ๆฮื่อ อดใจไม่ได้จริงๆ คิดถึงพี่พลอยมากก ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ คิดถึงจริงๆ
    #229
    0
  14. #228 saiyo1720 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 09:11
    ดูซีรี่ย์จบปุ๊ป อ่านนิยายต่อปั๊ป😂
    #228
    0
  15. #227 SKsingtuan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 08:35
    สู้ๆนะคะคนดี
    #227
    0
  16. #222 manthana_JJP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 06:46
    สู้ๆนะค่ะพี่อาทิตย์
    #222
    0
  17. #221 paa___m (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 06:11
    พี่อาทิตย์ สู้นะ สังคมใหญ่มันอาจจะมีอะไรอีกมากมายรออยู่ แต่เชื่อเหมือนกันว่าพี่จะผ่านมันไปได้
    ก้องภพก็ด้วย คอยเป็นกำลังใจให้พี่อาทิตย์ตลอดไปเลยนะ
    อนาคตต้องมีอุปสรรคอีกเยอะแยะแน่ๆ
    อย่าปล่อยมือจากกันนะ
    #221
    0
  18. #215 suyu27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 01:45
    ขอบคุณคะ
    #215
    0
  19. #214 suyu27 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 01:45
    ขอบคุณคะ
    #214
    0
  20. #206 jeeun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 23:15
    ไม่มีอะไรมาก ขอบคุณนะค่ะ
    #206
    0
  21. #200 creamsarang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:03
    นี่แค่งานวันแรกพี่อาทิตย์ก็เจอของหนักซะแล้ว

    แถมยังไปเกทับก้องภพอีก น่าหมั่นไส้จริงๆ

    ส่วนเรื่องแฟนมันไม่น่าจะมีปัญหาขนาดนั้นมั้ง มันเป็นเรื่องส่วนตัวอ่ะ มันจะทำให้ไม่ชัดเจนนะพี่อาทิตย์
    #200
    0
  22. #194 apiinify (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:56
    ทำเอานึกถึงตอนตัวเองเริ่มต้นคนทำงานจริงๆ มันแบบนี้เลย
    #194
    0
  23. #184 Apollo🌵💕 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:35
    ในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็มา คิดถึงมากๆ
    #184
    0
  24. #183 deutsch166 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:33
    คิดถึงๆๆ รักๆๆ
    #183
    0
  25. #182 deutsch166 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:32
    คิดถึงๆๆๆๆๆ รักๆๆๆๆ
    #182
    0