เปลี่ยนนางร้ายเป็นเด็กดีคือมาตราการการเอาตัวรอดของฉันค่ะ!

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 : หมีและตัวฉันกับความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 218 ครั้ง
    19 ต.ค. 61










     "ที่โรงเรียนดีรึเปล่า" วันหนึ่งขณะที่กินข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันท่านพ่อก็ได้ถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย




     รู้หรอกค่ะว่ามันคือคำถามลองใจ ที่จริงแล้วอยากรู้สินะคะว่าลูกมีความสุขกับชีวิตวัยเรียนที่นั่นหรือมีใครไม่ชอบใจอยู่บ้างรึเปล่าน่ะ ฉันรวบช้อนแล้วยกผ้าขึ้นเช็ดปากเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป




     "สนุกดีค่ะ เพื่อน ๆ เองก็น่ารักกันดีทุกคน"




     ท่านพ่อปลายตามองฉันเล็กน้อยอย่างคนไม่เชื่อ ฉันจึงได้แต่สบตาท่านพ่อกลับอย่างคาดเดาไม่ถูกว่าท่านพ่อกำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าหากเอาคำพูดนี้มาอ้างอิงเข้ากับเนื้อหาเกมจีบหนุ่มแล้วล่ะก็... คำถามนี้มันก็คือการแสดงอำนาจกลาย ๆ ให้โซแซงค์ได้รับรู้ว่าเธอมีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นหรือเรียกง่าย ๆ ก็คือเธอมีอำนาจที่จะทำให้ทุกคนที่เธอไม่ชอบใจหายไปจากสายตาเธอได้อย่างง่ายดายไงล่ะ และเพราะการเลี้ยงดูผิด ๆ แบบนี้แหละมันจึงได้เกิดเป็นยัยโง่โซแซงค์ที่มีนิสัยเสียอย่างร้ายกาจ...



     ถึงแม้ฉันจะอยากเข้าใจว่าพวกท่านทำไปก็แค่ต้องการชดเชยเวลาที่ขาดหายไปให้แก่ฉัน อีกใจหนึ่งพ่อแม่ทุกคนก็แค่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกตัวเองเสมอ การได้เห็นลูกตัวเองมีความสุขมันจึงมีเป็นความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่พวกท่านจะมอบให้ได้ในเวลานี้



     ฉันส่งยิ้มให้ท่านพ่อได้อุ่นใจก่อนจะพูดกลับไปว่า "สิ่งที่ลูกไม่เคยขาดก็คือความรักที่แสนวิเศษ ถึงแม้มันจะไม่ได้มากมายหรืออบอุ่นดั่งคนอื่นแต่มันก็ถือเป็นความรักที่แสนบริสุทธิ์ ริงกอตเองยังเคยกล่าวไว้ว่าความรักมิใช่สิ่งที่สวยงามหากแต่อยู่ที่มุมมองและรูปแบบที่จริงใจ เพราะฉะนั้นลูกขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็พอค่ะ"



     หลังจากวันนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่เคยข่มขู่คุกคามคุณคิวโชวถึงความปลอดภัยในโรงเรียนอีกเลย



     สงสัยที่ถามฉันแบบนั้นเพราะได้ยินข่าวลือมาจากผู้ปกครองคนอื่นถึงการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันของเด็กผู้ชายแน่เลยล่ะ เครือข่ายผู้ปกครองนี่ก็ขยันทำงานกันดีจังเลยน๊า~



     ถึงจะไม่ได้เกี่ยวข้องมากนักแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าช่วงนี้มันรุนแรงกันใหญ่เลยล่ะค่ะ อึ๋ยน่ากลัวจัง...



     ใครบอกว่าเป็นแค่เด็กจะมีความสุขไม่ต้องคิดอะไรมากกันคะ ที่เห็น ๆ อยู่เนี้ยมันเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ โชคดีจังที่เด็กผู้หญิงไม่เป็นแบบนี้



     "วันนี้มารับเย็นหน่อยนะ"



     และมันก็เป็นอีกวันที่ฉันพูดจาห่างเหินกับคุณแกรนด์ เอาเข้าจริงมันเป็นแบบนี้ได้สักพักแล้วหลังจากที่เข้าเรียนที่คิวโชว ฉันรับกระเป๋ามาจากมือคุณแกรนด์แล้วเตรียมจะเผ่นหนีเข้าโรงเรียนแต่ทว่าคุณแกรนด์กลับรั้งแขนฉันไว้แล้วเอาแต่นิ่งเงียบ



     ฉันชะงักตัวเล็กน้อยเพราะอยากจะหนีไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาดันเรียกชื่อฉันออกมาพอดี



     "คุณหนู"



     อะไรเล่าเจ้าหมาบ้านี่!



     ฉันไม่กล้ากระดุกกระดิกตัวมากเพราะกลัวเขาจะทำอะไรประหลาด ๆ ออกมาอีก ก่อนหน้านั้นน่ะมีเยอะเชียวล่ะ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่ดูเปิดเผยมากขึ้น ไหนจะท่าทางที่ดูแล้ว...



     ก็รู้ว่านี่มันหมีชัด ๆ !



     "รอฟังอยู่ค่ะ" ตัดภาพมาที่ปัจจุบันแม้ว่าเขาจะหล่อเหลาแค่ไหนแต่ฉันในตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมจะคิดเรื่องน่าปวดหัวแบบนี้หรอกนะคะ



     "งั้นเหรอครับ" สายตาเขาดูหงุดหงิดอย่างน่าประหลาดแถมยังพูดด้วยเสียงที่นิ่งกว่าปกติ "ตั้งแต่วันนั้นคุณหนูก็ดูแปลกไป"



     "ก็เพราะทางนั้นพูดอะไรแปลก ๆ ออกมาไม่ใช่เหรอคะ"



     "ผมก็แค่..."



     "อย่าให้ดิฉันรายงานเรื่องนี้ถึงท่านพ่อเลยนะ" ฉันถอนหายใจเล็กน้อยงัดข้อมืออกจากมือเขาซึ่งดูเหมือนเจ้าหมาจะยอมปล่อยแต่โดยดี "แล้วอีกอย่างความรู้สึกแบบนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้ แม้ว่าดิฉันจะนับถือในความกล้าหาญของคุณแต่ดิฉันอยากให้คุณเข้าใจในจุด ๆ นี้"



     ฉันถอยตัวห่างจากเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่สายตายังคงสบกับเขาราวกับคำสั่ง



     "เพราะไม่ว่ายังไงมันก็ไม่มีทาง ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เด็ดขาด"



     หลังจากเข้าไปในโรงเรียนฉันก็รีบตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันที



     อ๊าย! อะไรกันน่ะ หายนะที่ควรหลบเลี่ยงมากที่สุดกลับเกิดขึ้นกับฉันคนนี้ซะได้!



     ฉันมองตัวเองในกระจกแล้วขบคิดในใจ ไม่นานมานี้มันทำให้ฉันนึกออกถึงจุดเล็ก ๆ ที่เคยมองข้ามไป เกม [รักเอ๋ย] คุณแกรนด์ เป็นเพียงตัวประกอบที่คอยอยู่เคียงข้างยัยโซแซงค์ ถ้าหากเราได้เล่นในมุมมองนางเองไปเรื่อย ๆ จะไปสะดุดเข้ากับความลับของยัยนางร้ายที่นำพาไปสู่จุดจบที่ดีงามของฝ่ายนางเอกและพระเอกโดยจะมีให้เลือกว่าจะเปิดเผยความลับของโซแซงค์หรือว่าจะปิดบังไว้แล้วค่อยไว้ใช้แบล็คเมล์ทีหลัง



     และความลับที่ว่านั่นก็คือการที่คุณนางเอกดันบังเอิญไปเห็นคุณแกรนด์กำลังหึงโหดยัยโซแซงค์อยู่ไงล่ะ เพราะคำพูดที่กำกวมของทั้งสองทำให้คนเล่นนำมาประติดประต่อได้ไม่ยาก



     'คุณหนูคิดจะล้อเล่นกับความรู้สึกผมไปถึงเมื่อไหร่!'



     'แกรักฉันมากไม่ใช่รึไง แกก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อฉันได้สิ ความรู้สึกไร้สาระของแกน่ะมันช่วยอะไรฉันไม่ได้สักอย่าง ถ้าแกมีให้ได้แค่เรื่องพรรค์นั้นก็ไม่ต้องมีมันซะยังจะดีกว่า!'



     'แต่คุณหนูเป็นของผม! ทั้งร่างกาย จิตวิญาณ ทุกอย่างของคุณหนูเป็นของผมหมดแล้วไม่ใช่รึไง! ทำไมคุณหนูถึงไม่รักผม ทำไม!'



     'เพราะแกมันชั้นต่ำไงล่ะ แกก็เป็นได้แค่หมารองเท้าของฉันเท่านั้น ถ้าแกเอาเรื่องนั้นไปบอกคนอื่นล่ะก็ฉันจะรายงานคุณพ่อว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะถูกแกบีบบังคับ!'



     'คุณหนู!'



     'ถ้าแกยังรักฉันก็ต้องทำตามที่ฉันสั่งเข้าใจมั้ย?'



     โซแซงค์ในวัยสิบแปดปีกับคุณแกรนด์ในวัยสามสิบห้าปีกำลังมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง และความจริงที่น่าตกใจก็คือยัยนางร้ายโซแซงค์ได้ยอมพลีกายให้กับนายหมาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



     ส่วนจะเป็นตอนไหนนั้นสุดจะรู้ได้...



     เอาไงดีล่ะ แค่คิดว่าในอนาคตจะต้องมีความสัมพันธ์แสนซับซ้อนแบบนั้นฉันขอตัดไฟตั้งแต่ต้นลมตั้งแต่ตอนนี้เลยยังจะดีเสียกว่า แต่ก็ไม่คิดเลยเหมือนกันนะคะว่านายหมาจะเกิดชอบฉันตั้งแต่ตอนนี้!


     มันเร็วเกินไปแล้ว!



     เรื่องนี้ทำให้ฉันช็อกเป็นอย่างมาก หลายวันมานี้ฉันมักจะเฝ้าระวังภัยมากกว่าปกติ โชคดีที่นายหมาเป็นแค่คนขับรถและโอกาสที่เราจะได้เจอกันนั้นก็มีแค่ตอนฉันออกไปไหนมาไหนข้างนอกเท่านั้น ถ้าเกิดยังเป็นแบบนี้ต่อไปมันอาจจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นก็ได้ ไม่ว่าฉันจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองแค่ไหนบทของเกมก็ยังคงถูกเซ็ทไว้แบบเดิมอยู่ดีสินะคะ ฉันขบฟันแค้นใจแต่ก็ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้



     มันคงไม่ดีนักหากฉันจะแสดงออกอะไรไปมากกว่านี้ อีกอย่างฉันเองก็ปฏิเสธอย่างเฉียบขาดไปแล้วด้วยก็ได้แต่หวังว่านายหมาบ้านั่นจะยอมรับและเล่นนอกบทตัวเองสักที ไม่อย่างนั้นล่ะก็... ชีวิตของฉันในตอนนี้คงไม่พ้นโดนนายหมาฉุดให้ติดรากบาปแห่งหายนะด้วยกันอย่างแน่นอนเลยค่ะ!



     จะทำยังไงดีนะ ฉันเดินไปเดินมาในห้องน้ำพร้อมกับกวาดตามองไปมา



     เอ๋~ จะว่าไปมันยังมีวิธีอื่นอีกไม่ใช่เหรอคะ ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองกดเบอร์ยิก ๆ อย่างร้อนใจ



     "ครับ? คุณหนู?"



     "กลับมาซะ เอาคุณชาร์วิลกลับมาเดี๋ยวนี้"



     ฉันกดวางสายทันทีที่คุยจบ อึ๋ย... ถ้าคุยไปมากกว่านี้ล่ะก็น้ำเสียงที่ติดสั่น ๆ เพราะความหวาดกลัวต่ออนาคตจะต้องถูกเปิดเผยออกมาอย่างแน่นอนเลยค่ะ ฉันเก็บโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋ากระโปรงก่อนจะมองไปที่กระจกอย่างโล่งอก



     เอาล่ะนายเวนส์จงกลับมาซะ ฉันเลือกนายแล้ว!







     ในตอนบ่ายของคาบเรียนไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจสักเท่าไหร่เพราะมันเป็นวิชาคณิตศาสตร์ง่าย ๆ แต่อ้างอิงสูตรมาใส่บ้างก็เท่านั้น



     ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉันหนักใจคือทุกอย่างถูกสอนด้วยภาษาอังกฤษ เอาจริงดิ? ฉันในโลกก่อนไม่เคยมีประสบการณ์การเรียนแบบนี้เพราะเป็นแค่ชนชั้นกลางที่พอมีกินมีใช้ โรงเรียนก็เข้าแต่แบบกลาง ๆ ไม่ได้ชนชั้นสูงจ๋าแบบคิวโชวจะชินได้เหรอคะ ยากจัง!


     ถึงแม้จะเป็นแค่เกมแต่เรื่องการเรียนการสอนกลับหนักหนากว่าโลกเก่าที่ฉันเคยอยู่มากนัก ไม่ได้การล่ะมาตราการการเป็นเด็กดีของฉันจะมาพังทลายเพราะทำเกรดที่ดีให้พ่อแม่ภูมิใจไม่ได้งั้นเหรอคะ ถ้าทุกอย่างมันจะจบสิ้นลงแค่นี้ฉันจะลองไฝว้มันดูสักตั้ง มาเลยเจ้าภาษาอังกฤษทั้งหลาย ข้าพร้อมจะพิชิตเจ้าแล้ว!



     หลังจากกลับมาที่บ้านฉันก็รีบวิ่งแจ่นไปที่ห้องทำงานท่านพ่อทันทีพร้อมกับพูดว่า "ลูกขอยืมหนังสือสักสองสามเล่ม" แม้คุณพ่อจะถามนิดหน่อยในตอนแรกแต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรนักแถมยังมีการตบท้ายว่า "มาได้เสมอนะโซแซงค์ ของของพ่อก็เหมือนของของลูกนั่นแหละ วันหลังเข้ามาหยิบไปได้เลยนะไม่ต้องขออนุญาต"



     อา ท่านพ่อจะทำให้ลูกเสียนิสัยเข้าไปใหญ่แล้วนะคะ!



ฉันแบกหนังสือสามเล่มกลับมาที่ห้องหนังสือแล้วเลือกเล่มที่อยู่ใกล้ตัวมาเปิดดูทันที



     อะไรน่ะไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด!


    
     ภาษาอังกฤษมากมายทำให้ฉันชะงักอย่างไปต่อไม่ถูก ฉันถอนหายใจ ก็อย่างว่าแหละนะ คนอย่างฉันเนี้ยจะไปมีปัญญาอ่านออกได้ยังไงในเมื่อฉันไม่เคยเรียนรู้มันแบบจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน



     จิตใจที่ห่อเหี่ยวของฉันทำให้ไม่มีแรงจะทำอะไรอีกต่อไป พอได้หันหลังหนีไปหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ก่อนหน้านี้มาเปิดอ่านก็ดันไปสะดุดตาเข้ากับประโยคหนึ่งในหน้าหนังสือ



     'สิ่งที่ทำให้เราชนะมารในใจตนหาใช่ความอดทนแต่เป็นความพยายามจากจิตวิญญาณที่แรงกล้า'



     'การพิชิตตนอยู่เหนือผู้อื่นทำให้เราได้มองเห็นว่าพวกเขา... ไร้ความพยายาม'



     'แล้วเราจึงได้ขบขันที่พวกเขาเอาแต่กล่าวคำว่า... ก็ใครจะไปฉลาดอย่างเจ้ากันล่ะ'



     'เราเองก็อยากจะตอกกลับไปว่า... คำพูดของพวกขี้แพ้เก็บกลับบ้านแล้วไปดูดนมแม่เถอะ'



     'แต่ว่า... เราไม่ได้พูดออกไปเพียงเพราะ... พวกเขาก็เพียงแค่คนประเภทขี้เกียจสันหลังยาว หากเราทับถมไปอีกเขาจะต้องดูโง่มากกว่าเก่าแน่'



     'เราจึงได้แต่หัวเราะในใจ'



     'มันทำให้เราสุขใจเมื่อได้เห็นคนอื่นเล่นตลก ไม่ยอมลดทิฐิแล้วกลับไปปฏิวัติตนเอง'



     'คิดเหรอว่าเจ้าจะเก่งขึ้นได้...'


     'หากไม่พยายาม?'



     ทำไมยิ่งอ่านเหมือนยิ่งโดนด่าก็ไม่รู้ คำพูดนี้มาจากคุณบรังที่ถ่ายทอดเรื่องราวตนเองให้ได้ฟังจากการท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ



     บรังอยู่ในยุคสมัยกรีกทำให้เขาทำงานเป็นนักเดินทางคอยจดบันทึกเรื่องราวประจำวันต่าง ๆ โดยหวังว่าเมื่อได้กลับไปบ้านเกิดแล้วจะเอาประสบการณ์ทั้งหมดที่ตนเองได้เผชิญกลับไปเผยแพร่ให้ลูกหลานได้อ่าน



     ทว่าดันโชคร้ายเนื่องจากเรือเดินทะเลที่คุณบรังอาศัยติดไปด้วยดันหายสาบสูปไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ผ่านไปจนถึงปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีเริ่มเจริญก้าวหน้าจึงได้มีนักดำน้ำค้นพบบันทึกลับของบรังอยู่ใต้แม่น้ำโรวส์ แม่น้ำประวัติศาตร์ที่สำคัญของโลก โดยบันทึกของบรังถูกเก็บไว้อย่างดีอยู่ในหีบเล็ก ๆ ใบหนึ่ง และเป็นโชคดีที่ถึงแม้หีบใบนั้นจะมีสภาพทรุดโทรมแค่ไหนแต่ยังเก็บความลับที่สำคัญเอาไว้อย่างแน่นหนาทำให้บันทึกของบรังไม่เปียกตามไปด้วย



     ต่อมาแม้ว่ามันจะมีสภาพเหลืองกรอบก็ตามแต่ลายลักษณ์อักษรยังคงชัดเจนอยู่ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บรังทำให้หลายคนค้นคว้าภาษาเป็นเวลานานจนได้ตีพิมพ์หลายร้อยประเทศทั่วโลก



     และหนังสือเล่มนั้นก็อยู่ในมือฉัน ณ ตอนนี้!



     ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่หนังสือที่ถูกประมูลมาจากงานในคราวก่อนแต่ฉันก็ชื่นชอบมันมากจึงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เมื่อฉันมาเปิดอ่านมันอีกครั้งไม่คิดว่ามัน ไม่สิ! ไม่คิดว่าคุณบรังจะทำให้ฉันตาสว่างขึ้น!



     ใช่แล้วล่ะความพยายามเท่านั้นที่จะเกิดผลสำเร็จ มนุษย์ไม่มีหรอกคนที่ไม่พัฒนาหลังจากผ่านการฝึกฝนมาเป็นร้อย ๆ ครั้ง ถึงแม้ว่าร้อย ๆ ครั้งจะไม่เกิดผลแต่หากเป็นสองร้อยครั้ง สามร้อยครั้งตลอดจนห้าร้อยครั้งมันต้องเกิดผลอย่างแน่นอน!



     ความรู้ไม่ใช่จะอ่านแค่วันเดียวแล้วจะเข้าใจได้สักหน่อย ทุกอย่างมันต้องอาศัยประสบการณ์ตลอดจนทำความเข้าใจ แล้วทุกอย่างมันจะผลิดอกออกผลไม่ได้เลยหากเราไร้ความพยายาม!



     โซแซงค์เอ๋ย! ตอนนี้ล่ะที่ฉันคนนี้จะปฏิวัติตัวเองใหม่ เมื่อฉันได้ย้อนกลับมามองตนเองอีกครั้งก็ทำให้รู้ว่าความหมายของคำว่าพยายามมันมีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน



     แหม๋ ๆ เป็นแค่หนังสือที่มีดีหน่อยแค่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษเท่านั้นคิดว่าจะทำอะไรฉันคนนี้ได้งั้นเหรอคะ



     แบบนี้น่ะมันจะดูถูกกันเกินไปแล้ว!



     เอาล่ะเรามาลองไฝว้กันดูสักตั้งเจ้าหนังสือเอ๋ย! ฉันถกแขนเสื้อขึ้นอย่างห้าวหาญ


     ทว่าวันรุ่งขึ้นฉันก็ได้รู้ความจริงที่น่าตกใจ


     "คุณโซแซงค์เองก็ช่วยเล่นเปียโนในวันงานโรงเรียนที่จะถึงนี้ด้วยนะคะ" แถมยังเพิ่มความกดดันไว้ในน้ำเสียงอีกว่า "หน้าตาของคิวโชวฝากไว้ที่มือคุณแล้วนะ"


     ชิบะซังเนี้ยไม่ธรรมดาจริง ๆ นะคะ ฉันฉีกยิ้มเย็นอย่างขมขื่น เดี๋ยวก็เผลอเอาเรื่องนั้นไปบอกคนอื่นหรอกน๊า~

    
    











_______________________________




     บางทีการเอาแต่ตีความด้วยเป็นเหตุเป็นผลก็ไม่ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น มันยังต้องใช้การมโนเข้าช่วยจึงจะทำให้เราคิดทุกอย่างในรูปแบบง่าย ๆ ตามที่เราเข้าใจ พอเราไม่ต้องอยู่ในกรอบเราก็มองเห็นอะไรได้มากขึ้น เรียนรู้อะไรได้มากขึ้น



     แหม๋... วันนี้ฉันเป็นอะไร แบบนี้มันผิดคอนเซ็ปชัด ๆ !



     เพราะเรื่องนี้ที่จริงแล้ว...



     มันต้องไร้สาระจึงจะถูก!

    
     ตอนหน้าอีหนูของเราจะทำยังไงนะ?














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 218 ครั้ง

281 ความคิดเห็น

  1. #176 NobuSana (@Aum2107) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:59
    เอามันไป บูชายัญ เจ้าหมีบาปหนา~~~
    #176
    2
  2. #174 sanggiro741 (@sanggiro741) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:22

    มันติดอยู่ในลำคอ

    https://image.dek-d.com/27/0681/8962/126699986

    #174
    2
  3. #172 Papat22 (@bow-228) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:30

    หมีคุกคามม
    #172
    1
    • #172-1 อคีตา (@growzaza123) (จากตอนที่ 16)
      19 ตุลาคม 2561 / 21:08
      คุมคามแรงมาก อีหนูจะทำอะไรต่อไปนะ
      #172-1
  4. #171 หน้ากากแตก (@pinrana33) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 19:08
    ขอบคุณค่ะ
    #171
    0
  5. #170 Shiromiyuki (@brongamer) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 18:37

    หมีโครตน่ากลัว
    #170
    1
    • #170-1 อคีตา (@growzaza123) (จากตอนที่ 16)
      19 ตุลาคม 2561 / 21:09
      ใช่แล้ว หมีเป็นสัตว์หน้าขนที่น่ากลัวที่สุดในนิยายเรื่องนี้ไงล่ะ
      #170-1