บอกรักสะกิดหัวใจยัยราชินีแวมไพร์ (จบเเล้ว)

ตอนที่ 3 : ณ วันที่ฉันยังครบสามสิบสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    23 พ.ค. 63


ตอนที่ 3


#_#


ฉันลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก  รู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว  แต่นานๆไปความเจ็บปวดพวกนั้นมันก็มลายหายไปเอง  คงเพราะบาดแผลมันเริ่มสมานเองละมั้ง  สัมผัสทั้งห้าของฉันจึงเริ่มตื่นขึ้นทีละนิด


“ไง”


คำทักทายสั้นๆจากชายหนุ่มผมบลอนด์ตรงหน้าทำให้ฉันเผลอขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความโครตงง  ไอ้หมอนี่มันเป็นใครฟ้ะเนี้ย?


“นายเป็นใคร?   แล้วฉัน....”


“แผลของเธอมันหายเร็วดีเนอะ”


สีหน้าตกใจพร้อมด้วยกลิ่นหอมหวานของเลือดที่โชยมาเตะจมูก  ทำให้ฉันตรัสรู้ได้ว่าเขาเป็นมนุษย์  ตอนนี้ชุดเจ้าสาวสีขาวของฉันเปื้อนเลือดสีดำไปเกือบทั้งชุด  ส่วนผมเผ้าก็ยุ้งเหยิงแถมยังรุงรังเหมือนรังนก  อา...สภาพของฉันดูไม่ต่างจากคนบ้าข้างถนนเลยแฮะ


“ที่นี่คือที่ไหน?”


“ป่าไง ...ยังมีตาอยู่รึเปล่า  ถามมาได้ว่าที่นี้คือที่ไหน”


ฉันหันขวับไปจ้องนัยน์ตาสีดำสนิทของเขาเขม็ง  ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ


“ฉันหมายถึงที่นี่คือโลกมนุษย์หรือโลกปีศาจ”  ฉันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว  เพื่อจับต้นชนปลาย


อา....นี่มันป่าลึกนี่หว่า  ยังดีนะที่ฉันมีสายเลือดแวร์วูฟ  เวลาโดนแสงแดดก็เลยไม่เป็นอะไรมาก


“สาวน้อย....เธอคงจะสมองกลับหรือไม่ก็อ่านนิทานมากเกินไป   ฉันจะบอกให้นะ  ที่นี่คือโลกมนุษย์ศตวรรษที่ 30 ครับ”


ห้ะ?!?!?!?!?


ตอนนี้ฉันยืนอึ้ง!  อึ้ง!  อึ้ง!  แล้วก็อึ้ง!!!  ให้ตายสิ!  ตอนนี้ฉันควรดีใจที่ไม่โดนฆ่าตายหรือควรเสียใจที่อยู่ๆก็มาโผล่ที่นี่  แล้วไหนจะตำแหน่งราชินีของฉันอีก  โอ้ย! คนสวยอยากกรีดร้องงง!!!


“ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าครับน้อง”


ชายหนุ่มผมบลอนด์คนเดิมยืนขึ้นเต็มความสูงพลางสะกิดไหล่ฉันเบาๆ  ไอ้บ้าเอ้ย....เห็นฉันหน้าเด็กแบบนี้แต่อายุฉันเยอะกว่านายนะเฟ้ย! เพราะหนึ่งปีของโลกปีศาจเท่ากับสองปีของโลกมนุษย์  ว่าแล้วก็อยากกระทืบไอ้เด็กนี่ให้จมดินไปเลย


“นายรู้ทางออกจากป่านี้มั้ย”  ฉันถามคนข้างๆเสียงห้วนเพราะเริ่มหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น


“ไม่”


คำตอบที่ได้ทำเอาฉันแทบลมจับ  ตอนแรกก็คิดว่าหมอนี่คงพอมีประโยชน์  แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันคิดผิดมากมาย


....


ฉันเงียบก่อนจะรีบเดินหนีจากเขา


“เฮ้ย! เดี๋ยวๆ รอฉันก่อนสิ!


รอให้โง่เหรอ  ช่างเป็นมนุษย์ที่ไร้ประโยชน์จริงๆ


แต่เขาก็ยังอุส่าห์ตามมาจนทัน  เรื่องนี้ขอนับถือในความดื้อด้านจากใจจริง  แต่ตอนนี้ฉันหงุดหงิดเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำกับมนุษย์อย่างนายนะยะ


“นี่!  เจ้ามนุษย์  ถ้านายยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ไปไกลๆเลยไป”  ฉันหยุดเดินก่อนจะชี้หน้าอีตาจอมกวนประสาทที่วิ่งตามมา


“นี่! ยัยเด็กบ๊อง  เธอมีสิทธิ์อะไรมาขู่ฉันฟ้ะ” 


จบคำพูดของคนหน้ากวน  ฉันก็รู้สึกถึงเส้นความอดทนบางๆของฉันที่มันขาดออกดังปึด...  แต่ก็พยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อให้อารมณ์สงบลง  ก็ฉันเป็นคนดีนี่นา


“เฮ้องั้นไม่ทราบว่าฉันไปรู้จักคุณตอนไหนคะ”


ฉันพยายามระงับสติอารมณ์สุดๆเเล้วนะ  แต่ถ้าไอ้หมอนี่ยังยั่วไม่เลิกต่อจากนั้นมันก็อีกเรื่องนึง


“แหมๆอยากรู้ชื่อก็ไม่บอกดีๆ  ผมไวท์ครับยินดีที่ได้รู้จักคุณ... *O*


ฉันพึ่งรู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปเมื่อสองนาทีที่เเล้วจะทำให้เขาเข้าใจผิดได้ขนาดนี้  แต่มันก็ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ควรพูดกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไป


“เฮ้! รอฉันด้วยเซ่!!!


ฉันสับขาหลอกเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ  จนกระทั่งกลิ่นอายมนุษย์ของคนที่เคยเดินตามมามันอ่อนแรงลง


“เฮ้! ยัยผมแดง”


“อะไรอีกห้ะ อีตามนุษย์”


ฉันหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว   คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องจัดการไอ้หมอนี่ไปซักดอกสองดอกแล้วล่ะ


“เฮ้ย!!!”


คำอุทานนั้นของฉันเองจร้า  เพราะตอนนี้ไอ้หนุ่มมนุษย์คนนั้นกำลังโดนผู้ชายผมดำที่อายุน่าจะไล่เรี่ยกันเอาปืนจ่อกบาล


O_o? พึ่งรู้ว่ามนุษย์จะหล่อได้ขนาดนี้นะเนี่ย ปกติแล้วปีศาจน่าจะดูดีกว่านี่นา   แต่ทำไมนายผมดำนี้ถึง...


“มาช่วยฉันก่อน  มัวแต่ยืนเหม่ออยู่ได้”


“ช่วย?.....ไม่ทราบว่าทำไมฉันต้องช่วยนายด้วยห้ะ”  ฉันพูดก่อนจะละความสนใจแล้วสาวเท้าเดินหนีออกมา


“หยุด....ถ้าเธอยังไม่อยากตาย”


ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงเย็นชาด้วยสายตาไม่พอใจสุดๆ  ถ้าอยากได้นายผมขาวนั้นก็เอาไปสิ  มายุ่งกับฉันทำไมเนี้ย  ไม่รู้รึไงว่าคนกำลังรีบ


“ไร้สาระ”   เมื่อว่าจบฉันก็สาวเท้าเดินต่อไปโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองสองคนนั้นอีกเลย   เป็นแค่มนุษย์กระจอกๆ   แต่กล้ามาท้าทายอำนาจของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรแวมไพร์อย่างฉัน?  สมองพวกนายยังมีอยู่ป่าววะ


ปังปังปัง!


ฉันเอี้ยวตัวหลับลูกกระสุนเงินอย่างคล้องแคล้ว   ก่อนจะหันไปส่งยิ้มเย้นยะเยือกให้กับไอ้มนุษย์ผมสีดำสนิทที่ยืนเก็กเท่อยู่   ส่วนนายมนุษย์ผมขาวนั้นลงไปนอนจูบพื้นเรียบร้อยแล้วจ๊ะ  นายผมดำยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะสั่งลูกน้องให้ลากนายผมขาวไปที่รถ


ยิ้มอะไรไม่ทรา...


ฉันรีบกระโดดขึ้นต้นไม้ตามสัญชาตญาณ  เพราะในขณะที่ฉันกำลังพูดนายมนุษย์คนนี้มันวาร์ปมาโผล่ตรงหน้าฉันค่ะคุณผู้โชมมม  ไอ้หมอนี่มันชักจะไม่ธรรมดาแล้วนะ


คิดว่าตัวเองเป็นปีศาจแล้วจะเก่งตลอดไปรึไง


น้ำเสียงเย็นชาปนเย้ยหยันของคนที่ยืนอยู่ข้างล่างทำเอาฉันต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงง


นายมันไม่ใช่มนุษย์


ฉันฉีกกระโปรงยาวเฟื้อยของตัวเองออกจนสั้นเท่าเข่า   เพราะมันเกะกะมากๆ


ฉันมีกลิ่นสาปแบบเธองั้นเหรอ” 


ถึงจะไม่มีแต่แบบนี้มันก็แปลกเกินไปนะเฟ้ย  ว่าแต่ฉันมีกลิ่นสาปด้วยงั้นเหรอพึ่งรู้แฮะ O_o?


ตุบ!


ฉันรีบกระโจนข้ามต้นไม้เพื่อหนีจากมนุษย์ประหลาดคนนี้   ยังไงซะตอนนี้เวทย์ของฉันยังกลับมาแบบไม่สมบูรณ์   ถ้ากลับมาหมดเมื่อไหร่นายเตรียมตัวตายได้เลยไอ้บ้าเอ้ยยย   บังอาจมาสาดกระสุนใส่ฉันช่างกล้านะยะ -_-+


กรี๊ดดดดด!!!”


ฉันกรีดร้องอย่างตกใจ  เมื่อเชือกสีดำสนิทจากไหนก็ไม่รู้พุ่งมามัดแขนมัดขาของฉันจนพลาดท่าตกจากต้นไม้ที่สูงตั้งห้าเมตร  เจ็บตูดชิบบบ  กะ...ก้นกบฉัน T^T


คิดจะหนีเหรอ


ไปเที่ยวมั้งถามได้   ใครจะโง่รอฟังคำสั่งปัญญาอ่อนของนายกันล่ะ


เอาเชือกบ้านี่ออกไปเดี๋ยวนี้  รู้มัยว่าฉันเป็นถึง...  กรี๊ดดดดด!!! ไอ้มนุษย์บ้าปล่อยฉันลง”  ฉันกรีดร้องเหมือนคนเสียสติเมื่อนายผมดำอุ้มฉันพาดบ่า


หนวกหูชะมัด   หุบปากได้มั้ย


น้ำเสียงเย็นชาของชายหนุ่มทำเอาฉันต้องหุบปากลงแบบอัตโนมัติ(ทำไมต้องกลัวก็ไม่รู้)  อีตานี่ต้องเป็นพ่อมดแน่ๆ  ให้ตายสิทำไมฉันถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนานนี้นะ


จะทำไงกับไอ้หมอนี่ดี


ฆ่าทิ้งเลยดีมั้ยนะ... (ความคิดฝ่ายชั่ว) 


ทันไดนั้นคำสั่งสอนของท่านแม่ก็ผุดขึ้นมาเหมือนเครื่องฉายหนัง


มนุษย์เป็นเผ่าพันธ์ที่อ่อนแอกว่าพวกเรา  ลูกสัญญาสิว่าจะไม่ทำร้ายมนุษย์เพื่อเลือดอีก


แต่ท่านแม่ค่ะ  ถ้ามนุษย์ทำร้ายเราละ


ฮ่าๆๆ มนุษย์ไม่ทำร้ายเราหรอกจ๊ะ  พวกเขาอ่อนแอ ^_^’


‘...งั้นสัญญาก็ได้คะ


แล้วท่านแม่ก็จบชีวิตลงเพราะคติบ้าๆแบบนี้


งั้นฉันจะรอให้หมอนี้ทำร้ายฉันก่อนก็แล้วกันเพื่อทำตามสัญญานั้น


......................................


กลับมาแล้วเหรอครับคุณชาย   แล้วผู้หญิงคนนี้....


ชายวัยกลางคนซึ่งมีหน้าที่เป็นคนขับรถ(ดูจากตำแหน่งที่นั่ง)  กล่าวถามอีตาผมดำที่โยนฉันเข้ามาในรถแบบไม่ปราณี  คนอะไรไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย  ฉันเป็นผู้หญิงนะเว้ย  ถึงจะเป็นแวมไพร์ผสมแวร์วูฟก็เถอะ


ก็แค่ปีศาจทำผิดกฎ  ผมจะเอากลับไปให้พวกตาแก่ลงโทษ


แล้วทำไมคุณชายไม่จัดการเองเลยครับ


อ่าวลุง นึกว่าจะช่วยกันที่แท้ก็ยุยงอีตานี้ฆ่าฉันนี่หว่า


ยัยนี่เป็นแวมไพร์ชั้นเทพ


ขอบใจที่นายยังอุส่าห์ตรัสรู้นะยะ


เอาเชือกบ้านี่ออกจากตัวฉัน  รู้มั้ยว่าฉันคือว่าที่ราชินีแห่งโลกแวมไพร์เชียวนะ  ฉันเชิดหน้าขึ้นพูดอย่างถือดี ป่านนี้อีตาคนเย็นชาที่นั่งข้างๆคงกำลังทำหน้าอึ้งอยู่อะเด้  จะขอโทษฉันตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกนะ


แล้วไง


ละ...แล้วไงงั้นเหรอ???


อะ...ไอ้บ้านี่  ฉันจะฆ่านาย  อย่าให้ฉันหลุดจากเชือกเวทมนต์กระจอกงอกง้อยของนายได้นะแม่จะจับเชือด อุ๊บ!


ออกรถ


สิ้นเสียงไม่สบอารมณ์ของคนที่เอาผ้ายัดปากฉัน ชายวัยกลางคนก็เคลื่อนรถออกจากป่าอย่างรวดเร็ว


นอกจากฉันจะโดนพวกแวร์วูฟกระหนำโจมตี  จนมาโผล่ที่โลกมนุษย์แล้วเจอเข้ากับอีตาบ้าหัวขาวจอมกวนประสาทแล้ว  ยังจะต้องมาเจอมนุษย์(พ่อมด)บ้าๆที่เอาแต่ทำหน้าเบื่อโลกแบบนี้อีก   นี่มันวันอารายกานนนน  TT^TT


ว่าแต่รถของมนุษย์ไม่มีทางแข็งไปกว่าหัวฉันนี่นา หึ  หึ  หึ   ขอหัวเราะแบบนางร้ายบ้าง


ฉันตั้งท่าเตรียมเอาหัวโขกกระจกรถ  ก่อนจะ...  หมดแรงจนต้องซบไหล่คนที่นั่งข้างๆ


นะ  นายทำ... อะไรฉัน  ไอ้.....บ้า.....เอ้ย  ฉันพูดอย่างอ่อนแรงเพราะตอนนี้หนังตาของฉันมันหนักอึ้งจนแทบจะปิดลงเสียตอนนี้   แม้ฉันจะพยายามควบคุมตัวเองไว้ก็ตาม


เวทย์นิทรา  จบคำพูดของชายหนุ่ม  ทั้งที่ฉันอยากด่าเขาใจแทบขาดแต่ก็ต้องแพ้ให้กับเวทย์ง่ายๆแบบนี้  มันน่าเจ็บใจจริงๆ   ฉันไม่น่ายึดติดกับสัญญาบ้าบอคอแตกนั้นเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

54 ความคิดเห็น

  1. #53 sorachang (@sorachang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:10
    เกือบลงเรือผิดเเล้วมั้ยละ555
    #53
    1
  2. #45 Caro (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 12:22
    อ้าวเดาผิดเนื้อคู่ปมดำนิบ่อใช่ผมขาวก็เดาอีกอะนะ555
    #45
    1