สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Soul Elf

ตอนที่ 6 : Soul V: วูฟฟี่


     อัพเดท 19 ม.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: Soul Elf, แฟนตาซี, เอลฟ์, วิญญาณ, โซล, ปีศาจ
ผู้แต่ง : ~*Princess AnGel*~ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~*Princess AnGel*~ Email : princess_angel-1(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/zakwa
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 13 Overall : 3,695
34 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 30 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Soul Elf ตอนที่ 6 : Soul V: วูฟฟี่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 317 , โพส : 0 , Rating : 5 / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Soul V: วูฟฟี่

R

ตอนนี้การเดินทางของโซลมีผู้ร่วมเดินทางเพิ่มขึ้นแล้ว 1 ตน (เอลฟ์) กับอีก 1 ตัว (มังกร) รวมทั้งสิ้นเป็น 3 คนกับอีก 1 ตัว ซาซาดูจะร่าเริงขึ้นเมื่อมีคนให้คุยระหว่างทาง ไม่ต้องคุยคนเดียวกับคนที่เดินปิดปากเงียบราวกับไม่มีคนปากเหมือนเคยอีก แต่การมีเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มขึ้นกลับเป็นสิ่งยุ่งยากกับหัวหน้าคณะที่ต้องทนฟังเสียงคุยกับจ๊อกแจ๊กโหวกเหวกของสองคนนี้ไปตลอดทาง ทั้งๆที่เขาชอบความเงียบสงบมากกว่าแท้ๆ

นี่ เงียบหน่อยได้มั้ย ข้ากำลังใช้สมาธิ โซลเอ่ยเสียงเย็น ปลายหางตาดุไปมองผู้ร่วมเดินทางข้างหลังที่เอาแต่หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน ไม่รู้ทำไมสิน่า เขาถึงได้หงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวแบบนี้

กำลังเดินจงกรมอยู่รึไง? จะทำสมาธิไปบรรลุนิพพานที่ไหน? ฟาเรลตอบกลับเพื่อนขี้หงุดหงิดด้วยคำพูดยั่วโมโห

อยู่เงียบๆไม่เป็นรึไง? เดี๋ยวข้าไล่กลับให้หมดเลยนี่ โซลขมวดคิ้วมุ่น

ว๊าย คนบ้าอำนาจ!” ฟาเรลแกล้งทำเสียงสูงล้อร่างสูงอย่างสนุกปาก ซาซาหัวเราะคิกคักกับความขี้เล่นของฟาเรล ส่วนโซล...

พรึบ!

แว้ก! ไอ้โซล! กะจะฆ่ากันเลยเรอะ? ฟาเรลกระโดดหลบเปลวเพลิงสีเงินที่โซลส่งมาหวิดจะไหม้เท้าของเขาไปเส้นยาแดงเดียว โชคดีที่กระโดดหลบทัน เพลิงเวทย์จึงลุกไหม้ท่วมหญ้าแห้งและไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่ายๆ

ไฟโลกันตร์ที่ไม่มีวันดับ!

ฟาเรลกลืนน้ำลายลงคอเมื่อหันไปมองเปลวไฟสีเงินที่ดูสวยงามลุกท่วมเศษหญ้าแห้งข้างทางเต้นเร่าๆราวกับเริงระบำแล้วอดรู้สึกหวาดเสียวไม่ได้ เพลิงของโซลขึ้นชื่อว่ามันจะไม่มีวันดับจนกว่าจะเผาร่างของสิ่งที่มันลุกไหม้จนเป็นธุลี แค่คิดก็รู้สึกขนลุกซู่

โซล... ฟาเรลหันมาจ้องหน้าเพื่อนแล้วเอ่ยเรียกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ก่อนจะเอ่ยต่อ แกจะเผาป่าเรอะ? จากนั้นก็ปล่อยหัวเราะอย่างที่คนฟังอยากจะปาระเบิดใส่หน้ามันสักสิบลูก โทษฐานไม่รู้จักเข็ด ชอบยั่วโมโหคนอื่นเขา

โซลได้แต่หงุดหงิดอยู่ในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยเพรารู้นิสัยเจ้าเพื่อนคนนี้ดีนั่นเอง

ท่านโซล ซาซาวิ่งมาเดินเคียงข้างร่างสูงของโซล นัยน์ตาสีมรกตแวววาวนั้นสุกใสเป็นประกายขณะเอ่ย ไฟของท่านสวยจัง สอนข้าบ้างสิ

นี่ก็อีกคน เฮ้อ... โซลได้แต่ถอนหายใจกับพวกจอมจุ้นที่เอาแต่วุ่นวายกับเขาให้ต้องปวดหัว มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่สอนกันได้

ซาซามุ่ยหน้า แย่จัง ข้าอยากเสกไฟสวยๆได้อย่างท่านนี่นา รู้เปล่า แสงไฟนั่นเหมือนเส้นผมของท่านเลย มันสวยเอามากๆ

สวยงั้นเหรอ? โซลหันไปมองเปลวเพลิงของเขาที่ค่อยๆลามทุ่งกว้างนั้นไปทั่ว แผดเผาสิ่งที่มันเคลื่อนผ่านไปให้วอดวาย มันดูราวกับมัจจุราช คร่าชีวิต คร่าวิญญาณ หากแต่เด็กสาวคนนี้กลับชมว่ามันสวยอย่างนั้นเหรอ?

....

โซลโบกมือ เปลวไฟสีเงินที่เคยลุกลามแผดไหม้ทุ่งหญ้ามอดดับลง เหลือเพียงแค่เถ้าธุลีของสิ่งที่มันเผาไหม้ไม่มากนัก ฟาเรลเหลียวไปมองแล้วได้แต่อมยิ้มในใจ บางทีเด็กสาวคนนี้อาจจะทำให้เพื่อนของเขามีหัวใจขึ้นมาบ้างก็ได้ หัวใจที่เจ้านั่นทำการแช่แข็งเอาไว้เกือบร้อยปี บางทีมันอาจจะกลับมามีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยเป็น...

ทั้งสามคนและ 1 ตัวพากันเดินมาเรื่อยๆลัดเลาะผ่านแมกไม้และป่าเขา เพื่อไปยังหมู่บ้านข้างหน้า ถ้าโชคดีนะ...

หลังจากที่เดินมาได้ไม่นาน สิ่งที่เรียกว่าหลังคาก็โผล่ให้เห็น คนที่ดีใจที่สุดดูจะเป็นเด็กสาวซาซา ที่ยิ้มร่าวิ่งลิ่วนำทั้งสองคนไปก่อน แต่เจ้ามังกรนี่สิ ดูท่าจะไม่อยากไปที่นั่นเอาเสียเลย

ไวด์เป็นอะไร? เราจะได้กินอาหารอร่อยๆกันแล้วนะ จะได้นอนเตียงนุ่มๆด้วย ซาซาพยายามปลอบเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนที่ทำท่าดิ้นพล่านอยากจะออกไปให้ไกลจากที่นี่ราวกับกำลังหวาดกลัวกับอะไรบางอย่างอยู่

ให้มังกรนอนเตียงนี่นะ? ฟาเรลเหลือบไปมองแม่ตัวยุ่ง แล้วอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้

มังกรเจ้าเป็นอะไรฟาเรล โซลเอ่ยเสียงเย็น ทำสายตาดุๆกับเพื่อนซี้ที่เหลือบไปมองเด็กสาวในปกครองของเขาแล้วอมยิ้มแปลกๆ

ข้าจะรู้ได้ไง? ข้าไม่ใช่มังกร ฟาเรลยักไหล่ ทำเป็นไม่สนใจสายตาดุๆของโซลที่มองมายังเขาราวกับพ่อตาเหล่ลูกเขยงั้นแหละ มันอาจจะตื่นๆอะไรบางอย่างก็ได้นี่ เจ้าจับกลิ่นไอวิญญาณร้ายได้รึเปล่าล่ะ?

โซลขมวดคิ้ว พยายามจับกลิ่นไอวิญญาณร้ายที่อาจจะลอยออกมาจากหมู่บ้าน ก่อนจะส่ายหน้า ข้าไม่ได้กลิ่นอะไรแปลกๆเลย แล้วเจ้าล่ะ?

ข้าประสาทสัมผัสไม่ดีเท่าเจ้า ถ้าเจ้าไม่ได้กลิ่น ข้าจะไปได้กลิ่นได้ไง

แค่บอกว่า ไม่ ก็จบแล้ว โซลเอ่ยเสียงเย็น ขมวดคิ้วใส่เพื่อนจอมกวนของตัวเอง ซึ่งเจ้าเพื่อนบ้าก็ยักไหล่ตอบด้วยท่าทางกวนโอ๊ยเป็นแบบฉบับ

อ๊ะ! ไวด์! จะไหน?

ซาซาร้อง เมื่อเจ้ามังกรน้อยโผบินขึ้นฟ้าแล้วหายลับไปราวกับมันกำลังคลุ้มคลั่งและหวาดกลัวอะไรบางอย่างจนเด็กสาวได้แต่ทำหน้าตื่นตระหนกและห่วงกังวล ซาซาหันไปมองสองหนุ่มด้วยสีหน้าราวกับจะปล่อยโฮ ฟาเรลยิ้มบาง ตั้งท่าจะเข้าไปปลอบประโลม แต่เดินยังไม่ทันถึง เด็กสาวข้างหน้าก็ปล่อยโฮ แล้วก็ร้องเรียก

ท่านโซล ไวด์หนีไปแล้ว ฮือ...

แทนที่จะเรียกเจ้าของมังกร ฟาเรลอยากจะหลุดขำ ยังไงคนที่พึ่งพาได้ในสายตาเด็กสาวก็คงจะมีแต่โซลสินะ

มันไม่ได้หนีไปไหนหรอก อาจจะหิวก็เลยรีบไปหาอะไรกินก็ได้ ฟาเรลเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เหลียวไปมองเพื่อนที่เดินอยู่ข้างหลังราวกับอยากจะล้อเลียน แต่เอลฟ์หนุ่มผมเงินก็ยังคงตีสีหน้านิ่งราวกับรูปปั้นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ซาซายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาราวกับเด็กเล็กๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง

ถ้างั้นเราเข้าไปซื้อของกินรอไวด์กันดีกว่าค่ะ นะคะท่านโซลๆ แม่จอมยุ่งถลาเข้ามาเกาะแขนหัวหน้าคณะเดินทางราวกับจะอ้อน

โซลได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้าอนุญาตซาซาด้วยคิดว่ายังไงก็ต้องไปทางนั้นอยู่แล้ว เพราะมันก็เป็นทางผ่านอย่างหนึ่ง เขาต้องไปทุกที่ที่คิดว่าเจ้านั่นน่าจะไปและทิ้งหลักฐานไว้สืบสาวตัวมัน หวังแค่ว่าที่นั่นคงจะได้ข่าวหรือเบาะแสอะไรดีๆบ้างก็ได้

ทั้งสามคนเดินมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านข้างหน้า เดินอีกเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นก็ถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะถึง แค่โผล่พ้นออกจากเขตป่า ภาพหมู่บ้านด้านหน้าก็ปรากฏแก่สายตา และมันเป็นภาพที่ทำเอาคนทั้งสามคนถึงกับยืนนิ่งราวกับจะช็อคไปกับภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ข้างหน้าเป็นหมู่บ้าน ใช่ มันเป็นหมู่บ้าน อย่างน้อยมันก็น่าจะเคยเป็นหมู่บ้าน แม้ว่าตอนนี้จะหาเค้าความเดิมแทบไม่มีแล้วก็ตาม

ภาพข้างหน้าเป็นภาพหมู่บ้านที่เหลือเพียงแค่เศษซากเท่านั้น มันเป็นเหมือนซากปรักหักพัง ความพังพินาศมีให้เห็นตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้านที่เละไม่มีชิ้นดี บ้านเรือนพังระเนระนาด ข้าวของเกลื่อนกระจาย เศษซากสิ่งมีชีวิตเกลื่อนพื้น เศษชิ้นส่วน รวมไปถึงคราบเลือด...

เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันเนี่ย? ฟาเรลเอ่ยเสียงเบา นัยน์ตาคู่สีแดงยังจ้องนิ่งไปยังภาพเบื้องหน้าราวกับไม่สามารถจะถอนสายตาออกมาได้

ทำไมข้าถึงไม่ได้กลิ่นอายแห่งความตาย? โซลกระซิบเสียงพร่า จ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตายะเยือก

ข้าก็ไม่ได้กลิ่น ฟาเรลสนับสนุน ค่อยๆขยับเท้าไปเบื้องหน้า ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย...

ระวังตัวให้ดี ที่นี่มีอะไรไม่ชอบมาพากล โซลเอ่ย ก่อนจะยกมือกันซาซาที่ยังยืนอ้าปากค้างราวกับช็อคไปแล้วจากภาพที่เห็น

กะ...เกิดอะไรขึ้น? ซาซาเอ่ยตะกุกตะกักคว้าแขนโซลแน่นอย่างหวาดกลัวกับภาพที่เห็น

โซลหันไปมองร่างเล็กๆที่สั่นเทาด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะหันไปทางฟาเรล ซึ่งเพื่อนร่วมทางอีกคนเห็นสายตาที่ส่งมาของโซลก็อมยิ้ม แล้วเอ่ยปลอบร่างเล็กที่เกาะแขนเพื่อนเขาเสียแน่นราวกับลูกนก

มันเป็นเทศกาลของหมู่บ้านนี้น่ะ จัดบ้านให้ดูน่ากลัวต้อนรับแขก

โซลถลึงตาใส่เจ้าคนพูดปลอบใจสาวน้อยด้วยประโยคที่แม้แต่เด็กยังรู้เลยว่าโกหก

เหมือนเทศกาลฮาโลวีนใช่มั้ยท่านฟาเรล ว้าว! เจ๋งไปเลย!”

ยกเว้นก็แต่ยัยเด็กสมองไม่ปกตินี่ล่ะมั้ง เฮ้อ... โซลอยากยกมือขึ้นกุมขมับปลงอนิจจัง ในขณะที่ฟาเรลพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ

ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจหมู่บ้าน จากสภาพที่เห็น เหตุการณ์เลวร้ายน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว ผู้ก่อการร้ายน่าจะไปไกลแล้ว หรือไม่มันก็อาจจะซ่องสุมอยู่ที่นี่ถ้าหากมันเพิ่งถล่มหมู่บ้านนี้ไปไม่นาน แต่เท่าที่เห็น สภาพเลือดเกรอะกรัง น่าจะผ่านมาได้สักอาทิตย์แล้วล่ะมั้ง

ฟาเรลเดินผ่านป้ายชื่อหมู่บ้านที่ถูกกรงเล็บสัตว์ร้ายขีดข่วนจนไม่เหลือชิ้นดี สภาพมันเหมือนกับเศษไม้แห้งไว้เป็นเชื้อเพลิงไม่มีผิด ก่อนที่เขาจะหยุดชะงัก

ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าที่นี่ถูกอะไรบังอยู่

มันถูกซ่อนสินะ ข้าถึงไม่ได้กลิ่นอะไรเลย โซลขมวดคิ้ว ยืนกอดอกอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน กวาดตามองไปรอบๆด้วยสีหน้านิ่งๆ

เจ้าว่าเราจะเข้าไปได้รึเปล่า? ไอ้บาเรียจางๆนี่น่ะ ฟาเรลกางมือไปข้างหน้า ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสกับบาเรียจางๆที่กางกั้นอยู่เพียงแค่เสี้ยวเดียว

โซลไม่ได้ตอบ เพราะคนที่เฉลยคำถามนี่ได้เดินเข้าไปในโดมบาเรียปริศนานี้เรียบร้อยแล้วโดยที่แม่ตัวดีไม่ได้ฟังสิ่งที่สองหนุ่มคุยกันเลย เพราะว่าฟังไปก็ไม่รู้เรื่องน่ะสิ คุยอะไรกันก็ไม่รู้

ซาซาเดินเข้าไปในหมู่บ้านด้วยท่าทางสบายๆ ผ่านเจ้าสิ่งที่สองหนุ่มเรียกว่าบาเรียเข้าไปโดยที่ไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ฟาเรลหันไปมองหน้าโซล เมื่อเพื่อนสบตาตอบเขาก็ยักไหล่แล้วเดินตามร่างเล็กเข้าไป

ระวังด้วย มันอาจจะมีอะไรก็ได้ โซลเอ่ยเตือนอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านปริศนาด้วยท่าทางหวาดระแวง

เจ้าระแวงเกินไปแล้ว มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้นี่นา ฟาเรลยักไหล่กับคำเตือนของเพื่อนด้วยรู้ว่าเพื่อนเขามันขี้ระแวงแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ประมาทเสมอไป เพราะเขาเองก็รู้ว่าอะไรควรทำเมื่อเข้ามาในเขตที่ไม่ใช่ถิ่นของตัวเองแบบนี้

แต่แม่คนที่เดินนำนี่สิ ทำอย่างกับมาเที่ยวชมเมืองยังไงยังงั้น

ดูสิท่านโซล ท่านฟาเรล เขาตกแต่งได้เหมือนจริงจังเลย แม่หนูซาซาวิ่งไปหยิบอะไรบางอย่างที่พื้นขึ้นมาชูให้สองหนุ่มดู

ฟาเรลกับโซลหันไปมองตามที่แม่ตัวยุ่งเรียกให้ดู ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะพากันอึ้งค้าง เพราะสิ่งที่สาวน้อยหน้ายิ้มแป้นถือนั่นมันหัวชัดๆ! มันไม่ใช่หัวมนุษย์หรอก มันเป็นหัวของ...สุนัขป่า??!!

หัวสุนัขป่าที่มีเขี้ยวแหลมยาวจนถึงคางสภาพไร้วิญญาณ หัวของมันราวกับถูกฉีกกระชากออกจากร่างจนฉีกขาดไม่มีชิ้นดี เขี้ยวแหลมยาวของมันเปรอะไปด้วยเลือดแห้งกรังอย่างน่าสยดสยอง มันไม่น่าจะเป็นเพราะการตกแต่งอย่างที่คนถือพูด ดูยังไงมันก็ของจริงชัดๆ เอลฟ์หนุ่มทั้งสองได้แต่พยักหน้ารับคำของแม่หนูซาซา แล้วส่งสายตาเป็นเชิงว่าให้วางมันลงเสียดีกว่า เพราะมันน่าสยองเอามากๆ แม้แต่เขายังคิดว่าไม่อยากจะจับแม้แต่ปลายเส้นขนเปื้อนเลือดนั้นเลยด้วยซ้ำ

ฟาเรลหันไปมองโซล ทั้งสองคนสบตากันและอ่านสายตาของอีกฝ่ายออก ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านของมนุษย์ แน่นอนว่าไม่ใช่ สิ่งที่ซาซาชูให้ดูไม่น่าตะเป็นผู้กระทำ เพราะสิ่งที่สามารถฉีกหัวของเผ่าสุนัขป่าได้นั้นย่อมต้องมีพละกำลังที่เหนือกว่า และแน่นอนมันต้องตัวใหญ่กว่าด้วยถึงจะทำสิ่งนี้ได้

ข้าว่าเราควรจะไปจากที่นี่ ฟาเรลเอ่ยเสียงเรียบ

ข้าก็คิดอย่างนั้น โซลเห็นด้วย

ท่านโซล ท่านฟาเรล! ตรงนี้เจ๋งมากเลยค่ะ แต่แม่ตัวดียังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ทั้งสองหนุ่มหันไปตามเสียงเรียก ก่อนที่จะเบิกตากว้างอย่างตกใจสุดขีด

สิ่งที่อยู่ในมือของเด็กสาวเป็นหัวอีกหัวของปีศาจเผ่าสุนัข แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เอลฟ์หนุ่มจากเผ่าศักดิ์สิทธิ์ตื่นตระหนกได้เท่ากับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังร่างเล็กๆนั้น มันเป็นสุนัขป่าร่างใหญ่ ขนยาวและเขี้ยวแหลมเหมือนศีรษะที่เด็กสาวถืออยู่ แต่ข้างหลังมันยังมีชีวิต และอยู่ในท่ากระโจนเข้าขย้ำร่างเล็กนั้นอีกด้วย

ซาซา!!” ฟาเรลตะโกน พยายามพุ่งตัวเข้าไปช่วยร่างเล็กนั้น แต่คนที่ไม่พูดกลับไวกว่า

ก่อนที่ตัวโซลจะไปถึงร่างของซาซา เอลฟ์หนุ่มร่ายมนตร์พุ่งเข้าปะทะใส่ร่างที่กำลังจะขย้ำเด็กสาว ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าโรมรันกับปีศาจตัวใหญ่ยักษ์กว่าเอลฟ์หนุ่มเป็นสิบเท่า

ซาซาหวีดร้องเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มันรวดเร็ว รุนแรงและน่าหวาดกลัวเอามากๆ เขี้ยวแหลมของปีศาจยักษ์ฉีกกระชากแขนเอลฟ์หนุ่มอย่างไม่คิดจะยั้งมือ เสื้อคลุมตัวสวยของเขาขาดกระจุย เลือดสีสดไหลอาบบาดแผล หากแต่ก็ไม่สามารถทำให้ร่างนั้นเปลี่ยนสีหน้าได้

ท่านโซล!” ซาซาหวีดร้องทุกครั้งที่ร่างสูงถูกขย้ำ ก่อนที่ร่างเล็กๆจะวิ่งไปหาเพื่อนของท่านผู้มีพระคุณที่ยืนดูนิ่งอยู่ ท่านฟาเรล ช่วยท่านโซลด้วยสิ เขากำลังแย่แล้ว

ฟาเรลเหลือบมามองร่างเล็กของเด็กสาว ก่อนจะยิ้มบางๆ ไม่เป็นไรหรอก นี่เป็นคนในหมู่บ้านน่ะ เขากำลังต้อนรับเจ้าโซลมันอยู่ ไม่มีอะไรหรอก

บ้าชิบ!” เสียงโซลสบถเมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าเพื่อนตัวดี และยิ่งอยากจะส่งเพลิงของเขาประเคนให้เมื่อยัยเด็กบ้านั่นกลับรับมุขมันซะงั้นเอง

จริงเหรอ? โอ้โห...น่าตื่นเต้นจัง

เอาเข้าไป... โซลแทบอยากจะสบถรัวอย่างที่ไม่อยากจะหยุดเลยด้วยซ้ำ ขณะพยายามจัดการกับร่างบ้าคลั่งของเจ้าปีศาจเผ่าสุนัขป่าที่ไม่น่าจะดุร้ายมากขนาดนี้ เว้นเสียแต่...มันจะคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับไอ้ที่มาถล่มหมู่บ้านของมัน

นั่นสินะ...โซลคิด เขาไม่มีธุระอะไรกับเผ่าสุนัขป่าที่เป็นเผ่าปีศาจเลือดบริสุทธิ์ ไม่ใช่ปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นจากมนุษย์ หรือปีศาจด้วยกันเอง เพราะงั้นเอาวิญญาณไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ไม่แน่หรอก มันอาจจะรู้อะไรเกี่ยวกับเบาะแสที่เขากำลังตามหาอยู่ก็ได้

เมื่อคิดเช่นนั้นร่างสูงก็เอาจริง เอลฟ์หนุ่มกัดฟันแน่น คว้าเลือดที่นองเต็มแขนก่อนที่จะป้ายไปที่ปลายดาบยาว เพลิงลุกท่วมปลายดาบเป็นสีเงินสว่างจ้า เอลฟ์หนุ่มตวัดดาบจัดการกับร่างปีศาจยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งอย่างรวดเร็ว

ขอวิญญาณเจ้า...

โอ๊ะ!” ก่อนที่โซลจะทันพูดจบประโยค ร่างยักษ์ก็สะดุดขาตัวเองแล้วล้มตึง หน้าคว่ำไปกองที่พื้น ก่อนที่ปลายดาบจะวาดผ่านไปเพียงเส้นยาแดงเดียว

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดชะงัก ร่างที่สะดุดขาตัวเองล้มลงไปนอนคว่ำหมดสภาพ ในขณะที่ร่างสูงค้างอยู่ในท่าตวัดดาบ งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น...สะดุดขาตัวเองล้ม...งั้นเหรอ??

อ๊ะ...เป็นยังไงบ้าง? ซาซาถลาเข้าไปดูร่างที่ล้มหน้าคว่ำอยู่ที่พื้นโดยไม่คิดที่จะสนใจการร้องเสียงหลงของฟาเรลที่ตกใจกับการกระทำของเด็กสาว

แต่ร่างที่นอนคว่ำอยู่กลับไม่ลุกขึ้นมาขย้ำคอเด็กสาว มันนิ่งไปซักพัก ก่อนที่จะ...ปล่อยโฮ??

โฮ...ข้ามันไม่เอาไหน ข้ามันไม่ได้เรื่อง ท่านแม่...ข้ามันไม่ได้ความ ฮือๆๆ ร่างปีศาจสุนัขลุกขึ้นมานั่งร้องไห้อย่างหมดคราบดุร้ายเมื่อกี้จนสองเอลฟ์หนุ่มได้แต่ยืนอึ้งนิ่งอยู่กับที่อย่างงุนงงและประหลาดใจ

โอ๋ๆๆ ไม่เป็นไรนะ เจ้าทำดีที่สุดแล้วล่ะ อย่าร้องเลยนะ ข้าว่าเจ้าเก่งออกนะ ข้าตื่นเต้นมากเลย และนี่ก็อีกหนึ่งที่น่าประหลาดใจ เด็กสาวตัวเล็กนิดเดียวกำลังนั่งปลอบใจปีศาจสุนัขป่าร่างยักษ์เนี่ยนะ?

เอาเถอะ...อะไรก็เกิดขึ้นได้ในนิยายเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ เฮ้อ...

เจ้าปีศาจสุนัขปล่อยโฮอยู่เกือบสิบนาที ก่อนที่มันจะเหลือบตาขึ้นมองไปที่ซาซาอย่างงุนงง แล้วเงยหน้ามองโซลที่ยืนนิ่งอยู่กับดาบเพลิงสีเงิน เจ้าปีศาจสุนัขป่าผุดลุกขึ้นนั่งแล้วเหลือบตาขึ้นจ้องหน้าเอลฟ์หนุ่มด้วยสายตาอาฆาตแค้นชิงชัง

เอาสิ! ข้าฆ่าเลย ในเมื่อพวกเจ้าฆ่าครอบครัวข้าไปหมดแล้ว ข้าก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ฆ่าข้าเลยสิ ย้อนกลับมากวาดล้างข้าไม่ใช่หรือไง? แต่บอกไว้ก่อนว่าข้าจะไม่มีวันเข้าพวกกับพวกปีศาจเลือดทรยศอย่างพวกเจ้าแน่ พวกบลัดเอลฟ์โสโครก!”

... โซลยืนนิ่ง ปล่อยให้ปีศาจสุนัขพ่นคำด่าออกมาอย่างเดือดดาล

ฟาเรลเองก็ยินนิ่งด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้นเหมือนกัน มีแต่ซาซาเท่านั้นที่ยืนงงด้วยไม่เข้าใจกับสิ่งที่ร่างยักษ์พูด

ข้าไม่ใช่บลัดเอลฟ์ โซลเอ่ยเสียงเย็น พวกนั้นมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

เจ้าปีศาจสุนัขชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่โซลพูด อย่ามาโกหกข้า เจ้าเป็นพวกเจ้าพวกชั่วนั่น เจ้ากับมัน...

ข้ารู้ แต่ข้าไม่ใช่ ดูให้ดี ข้าไม่ใช่!” โซลขึ้นเสียง เป็นครั้งแรกที่ซาซารู้สึกได้ถึงความโกรธของเขารุนแรงขนาดนี้ หากแต่เอลฟ์หนุ่มก็พยายามระงับมันและฉาบด้วยความสงบไร้อารมณ์ บอกข้ามาว่าพวกนั้นมาที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?

เมื่ออาทิตย์ก่อน ตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่คลายความเคลือบแคลง เจ้าไม่ใช่พวกมันจริงๆน่ะเหรอ? แต่พวกเจ้า...

ไม่ใช่หรอก ท่านโซลกับท่านฟาเรลเป็นเอลฟ์ที่ดีนะ ไม่ชั่ว ซาซาพยักหน้าสนับสนุนช่วยพูดอีกแรง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง

เจ้าปีศาจหันไปมองซาซา ก่อนที่มันจะทำหน้ายุ่ง เจ้าเป็นมนุษย์??

อื้อ น่ารักด้วยนะ แม่ตัวดียิ้มแป้น ว่าแต่ หูเจ้ามีเลือดด้วยล่ะ…”

อ๊ากกกกกกกกกกกกก อย่าจับนะ!”

แต่สายไปแล้ว เพราะมือเล็กๆนั้นเอื้อมไปจับหูยาวๆของปีศาจสุนัขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... และสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างยักษ์นั่นก็ทำเอาทุกคนอึ้งไปเป็นรอบที่สอง ทันทีที่ใบหูถูกสัมผัส ร่างนั้นก็ค่อยๆหดเล็กลง ขนยาวรุงรังหายไป จนกระทั่ง เหลือเพียงใบหูของสุนัขป่าและ...ร่างของเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ

ทั้งสามอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น จ้องร่างที่เปลี่ยนสภาพไปของปีศาจสุนัขป่าขนรุงรังเมื่อครู่ที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวด้วยอาการที่อยากจะอ้าปากค้าง ก่อนที่แม่ตัวดีจะเป็นคนได้สติก่อน

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด น่ารักจังเลย แล้วเด็กสาวก็กระโจนเอาไปกอดร่างเล็กของเด็กชายโดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสขัดขืนได้แต่นั่งหน้าแดงอย่างขัดอกขัดใจ

เจ้าเป็นแค่ลูกสุนัขล่ะสินะ? โซลเก็บดาบเข้าฝัก หันไปพยายามห้ามเลือดที่แขนตัวเอง ยังบังคับร่างสมบูรณ์ของตัวเองไม่ได้ด้วยสินะ?

เจ้าหนูลูกสุนัขป่าหน้าแดงยิ่งขึ้น แต่ด้วยอารมณ์โกรธ แต่เวลาข้าโกรธ ข้าแปลงเป็นร่างสมบูรณ์ได้นะ!” สิ้นคำตะโกนร่างนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นและคำรามลั่นอย่างน่าหวาดกลัว กลายเป็นปีศาจสุนัขตัวใหญ่ยักษ์เมื่อครู่

ไม่ได้นะ เจ้าบาดเจ็บอยู่ขยายร่างได้ไง ซาซาตะโกน ก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ร่างสุนัขปีศาจแล้วปีนขึ้นไปจับใบหู

และร่างนั้นก็กลับมาเป็นเด็กชายเหมือนเดิม

ร่างนี้น่ารักกว่าตั้งเยอะ มามะ เดี๋ยวพี่สาวทำแผลให้

ดูท่าแล้วซาซาจะถูกใจเจ้าเด็กเผ่าสุนัขป่าเข้าซะแล้วสินะ ฟาเรลคิดแล้วอยากจะกลั้นหัวเราะกับสายตาลุกเป็นไฟของเพื่อนของเขาที่มันคงไม่รู้ว่าตอนนี้นัยน์ตาสีเทาของมันลุกเป็นไฟไปซะแล้ว น่าลุ้นแฮะ

เจ้าพอจะรู้มั้ยเจ้าหนู ว่าเจ้าพวกนั้นไปที่ไหนหรือไปทางไหน? ฟาเรลเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆถามร่างที่ถูกเด็กสาวกอดรัดฟัดเหวี่ยงราวกับตุ๊กตา

ข้าไม่รู้ ร่างในอ้อมแขนของเด็กสาวตอบ ปล่อยให้มือนุ่มๆนั้นทำแผลที่ใบหูของตัวเองด้วยสีหน้าขึ้นสีแดงจางๆ มันฆ่าครอบครัวของข้า หมู่บ้านของข้า เพราะว่าพวกเราไม่คิดจะเข้าเป็นพวกของมัน

เข้าพวก? โซลทวนคำ

พวกมันกำลังรวบร่วมพรรคพวกเพื่อทำอะไรสักอย่าง แต่พ่อแม่ข้าไม่เห็นด้วย พวกมันโกรธ จึงได้ทำลายล้างหมู่บ้านข้า

น่าสงสารจังชิปปี้ ซาซาเอ่ยเสียงเศร้า คว้าร่างเด็กชายเข้ามากอด

ข้าชื่อวูล์ฟ ไม่ได้ชื่อชิปปี้ แล้วก็อย่ากอดข้าได้มั้ย? ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ!” เจ้าหนูวูล์ฟโวยวาย

วูฟฟี่เหรอ? ซาซาทำหน้างง ก่อนที่จะยิ้มกว้าง แบบนี้ก็น่ารักนะ วูฟฟี่

ฟาเรลกลั้นหัวเราะกับสีหน้าของเจ้าหนูวูล์ฟเมื่อได้ยินชื่อใหม่ที่แม่ตัวดีตั้งให้ราวกับตั้งชื่อให้ลูกหมา น่าสงสารปีศาจเผ่าสุนัขป่าเสียจริงๆ ทั้งๆที่เป็นปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์แท้ๆ

พวกมันมากันแค่ไหน? โซลยังคงถามต่อด้วยสีหน้านิ่งเงียบ ไม่สนใจอะไรเลย

พวกบลัดเอลฟ์ แล้วก็เจ้าปีศาจเผ่าเสือดาวโสโครก ข้าเกลียดพวกมัน วูล์ฟเอ่ยด้วยท่าทางโกรธแค้น

ปีศาจเผ่าเสือดาว? ฟาเรลทวนคำ ก่อนจะเหลือบไปมองหน้าเพื่อนที่แค่มองตาก็รู้ว่ามันกำลังคิดว่า นี่แหละเป้าหมายต่อไป ก่อนที่ฟาเรลจะยิ้มมุมปาก นึกอยากไปทักทายเพื่อนเก่ามั้ยล่ะวูฟฟี่?

แม้เจ้าหนูวูล์ฟจะหน้าตึงกับคำเรียกขานของฟาเรล แต่ภายในนัยน์ตาสีเหลืองเรืองแสงนั้นกลับเป็นประกายระยับอย่างถูกใจ

พวกท่านจะช่วยข้า?

ข้าแค่ทำตามหน้าที่ โซลเอ่ยเสียงเรียบ

ข้าชอบเรื่องสนุกๆ ฟาเรลหัวเราะในลำคอ

วูฟฟี่จะไปกับเราใช่มั้ย? ยินดีต้อนรับนะจ๊ะแล้วแม่ตัวดีก็กอดคอเจ้าหนูวูล์ฟ ไม่สนใจเสียงคัดค้าน แถมยังสรุปเองเสร็จสรรพ รับสมาชิกเพิ่มโดยไม่บอกท่านหัวหน้าคณะเลยแม้แต่นิดเดียว

คณะเดินทางเราก็ใหญ่เหมือนกันนะนี่ ฟาเรลยกมือขึ้นรองที่ท้ายทอย เดินผิวปากไปอย่างสบายอุรา โดยมีโซลเหลือบไปมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

ทั้งสามคนตัดสินใจที่จะไปตามล่าเผ่าปีศาจเสือดาว แม้ว่ามันจะเป็นเผ่าพันธุ์เลือดบริสุทธิ์ แต่ถ้ามันขึ้นตรงกับเผ่าบลัดเอลฟ์แล้วล่ะก็...ต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น!

หมู่บ้านเจ้ากางบาเรียไว้สินะ? ทำไมถึงได้ถูกโจมตีง่ายนักล่ะ? ฟาเรลเอ่ยถามเมื่อเดินออกจากเขตหมู่บ้านผ่านผนังบาเรียจางๆที่ดูเหมือนเป็นแค่กั้นฉากมันไว้เท่านั้น

บาเรียนี่ไม่สามารถกันไม่ให้คนเข้ามาได้ มันทำแค่กำบังสายตาจากมนุษย์ เมื่อมีใครเข้ามาในบาเรียของเรา เราจะรู้ได้ทันทีและสามารถเตรียมตัวป้องกันได้ แต่ไม่สามารถขับไล่ได้ ผู้เฒ่าเผ่าข้าไม่ต้องการให้หมู่บ้านถูกปิดตาย พวกเราชื่นชอบการเชื่อมความสัมพันธ์และอยากอยู่อย่างสงบสุข วูล์ฟเอ่ย นัยน์ตาของเด็กชายคลอคลองไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ

มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ โซลเอ่ยเรียบๆ

ซาซาเหลือบไปมองหน้าคนพูด ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วหันไปเอ่ยกับร่างเด็กชายชาวสุนัขป่า

อื้อๆ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะพวกนั้นเกเร ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้าเลย

ข้ามันไม่เอาไหน

ถ้าจะขี้แย มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกขี้แพ้ ถ้าครอบครัวเจ้าจะโทษเจ้า คงมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น คือการที่เจ้าอ่อนแอ คิดโทษตัวเองและดูถูกตัวเองนั่นแหละ โซลเอ่ยเสียงเย็น

วูล์ฟเหลือบไปจ้องเสี้ยวหน้าของเอลฟ์หนุ่มนิ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกกำลังใจคืนมา ข้าจะเข็มแข็ง

โซลยิ้มบาง แต่ก็เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นจนคนที่จ้องมองดูอยู่แอบคิดไปเองว่าอาจจะตาฝาดไป

ท่านโซลเท่ห์ไปเลย!” ยัยเด็กประหลาดร้อง จ้องมองเอลฟ์หนุ่มด้วยดวงตาชื่นชม เจ้าคิดเหมือนข้ามั้ยวูฟฟี่? ท่านโซลน่ารักเนอะ?

โซลแทบจะสะดุดเท้าตัวเองกับคำชมของแม่ตัวยุ่ง เขาเนี่ยนะน่ารัก? เหลือบไปมองเพื่อนอีกคนก็เห็นมันกำลังกลั้นหัวเราะจนน่าถีบเข้าให้ แต่เขาก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น

วูล์ฟจ้องมองคนแปลกหน้านิสัยแปลกๆทั้งสามคนด้วยความงุนงง ก่อนที่จะถอนหายใจ เขาไม่ได้รู้สึกโล่งอกและผ่อนคลายแบบนี้นานแค่ไหนนะ? กับการที่ต้องนอนฝันร้าย อยู่ท่ามกลางสถานที่นองเลือด สถานที่ๆเป็นบ้าน ที่ถูกฉาบไปด้วยเลือดของคนในครอบครัว มันเร็วไปหรือเปล่าที่เขาจะไว้ใจคนพวกนี้? แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นปลอดภัย แม้ว่าจะเพิ่งเคยพบเจอ เพิ่งเคยรู้จัก และเพิ่งเคยได้รับรอยยิ้มแบบนี้เป็นครั้งแรก

รอยยิ้มบางๆของเอลฟ์หนุ่มผมแดงนามว่าฟาเรล ที่ชอบยิ้มล้อเลียนเพื่อนอีกคน กับจ้องมองเด็กสาวชาวมนุษย์ด้วยแววตาสนอกสนใจ

รอยยิ้มกว้างสว่างไสวราวกับแสงตะวัน นัยน์ตาซื่อใสจริงจังคู่สวย และอ้อมกอดถือวิสาสะหากทว่าอบอุ่นของเด็กสาวชาวมนุษย์ ที่ไม่แม้แต่จะหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่ซักนิด

ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับรูปสลัก หากแต่นัยน์ตาคู่คมที่จ้องมองด้วยสายตาจริงจัง คำพูดและการกระทำที่ตรงไปตรงมา และความอ่อนโยนที่ถูกฉาบเอาไว้ หากไม่ได้เห็นรอยอ่อนโยนภายในดวงตาคู่นั้น ก็คงไม่รู้ว่าคนๆนี้ใจดีแค่ไหน ซึ่งคนที่รู้ดีที่สุดน่าจะเป็นเด็กสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มนี้เท่านั้นล่ะมั้ง

กลุ่มคนต่างสายพันธุ์เพียงสามคน หากทว่า ความอบอุ่นกลับมีมากมายจนเผื่อแผ่มายังคนแปลกหน้าอย่างเขาด้วย ถือว่าเป็นโชคดีหรือเปล่านะ?

วูฟฟี่... เด็กสาวชาวมนุษย์เอ่ยเรียกเขาด้วยรอยยิ้มสดใสสว่างจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราเป็นพวกเดียวกันแล้วนะ และเจ้าก็เป็นน้องชายของข้า โอเคมั้ย?

น้องชาย...พี่สาว?...อย่างนั้นเหรอ?

และโดยไม่รู้ตัว วูล์ฟน้อยก็พยักหน้าให้กับร่างเล็กน่ารักนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ท่านพ่อกับท่านแม่บอกไว้ มีชีวิตอยู่ เพื่อพบกับมิตรภาพใหม่ ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หลังฝนซา ต้นกล้าต้นเล็กๆยังงอกงามเป็นต้นใหญ่ได้ในอนาคต มีชีวิตในวันนี้ เพื่อพบเจอกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ต้องจดจำในอนาคตไม่ใช่เหรอ?

เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว สมาชิกอีกตัวที่คิดว่าลืมไปแล้วก็โผล่มา เจ้ามังกรไวด์นั่นเอง มันบินร่อนมา ก่อนที่จะชะงักเมื่อเห็นสมาชิกใหม่ของกลุ่ม แล้ววกกลับโดยที่คนที่ยืนรอการกลับมาของมันต้องอ้าปากค้างร้องอ้าวทันที

เฮ้! จะไปไหนน่ะไวด์ ข้าอยู่นี่นะ ฟาเรลร้องเรียกเมื่อเห็นมังกรของตนบินกลับไปซะอย่างนั้น

ไวด์ ไปไหนอ่า? แงๆ ซาซาเตรียมปล่อยโฮ

เฮ้อ... โซลถอนหายใจกับเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้น ตัดสินใจไม่สนใจเจ้าพวกบ้าพวกนี้แล้วเดินนำไปเบื้องหน้าราวกับคิดจะทิ้งพวกบ้าไว้ที่นี่ซะเลย

หึหึ มังกรเรอะ? วูล์ฟน้อยหัวเราะในลำคอ จ้องมองมังกรตัวยักษ์ที่บินหนีไปทันทีที่เจอหน้าเขา

เจ้าทำอะไรมังกรข้าวูฟฟี่?ฟาเรลหันมาทำหน้าบึ้งราวกับผู้ใหญ่ดุเด็ก

ถ้าไม่เลิกเรียกข้าว่าวูฟฟี่ ข้าจะจับมังกรเจ้ามาย่างกินซะเลย วูล์ฟพูดอย่างนึกโมโห

เฮอะ ตัวกะเปี๊ยกเดียวคิดจับมังกรข้าย่างเรอะ? เร็วไปแล้วเจ้าหนู ฟาเรลมองเจ้าเด็กเผ่าสุนัขป่าตัวจิ๋วราวกับจะเยาะ

อยากลองมั้ยล่ะ?

แล้วสองหนุ่มต่างเผ่าต่างอายุก็จ้องหน้ากันราวกับจะประกาศสงคราม ก่อนที่แม่ตัวดีจะชูอะไรบางอย่างขึ้นมา

นี่ๆ พูดถึงมังกร พวกเจ้าก็สะสมหมวกมังกรใช่มั้ยวูฟฟี่? ข้าเห็นเกลื่อนเลย ในมือของแม่ตัวดีมีหัวกะโหลกมังกรที่ไม่รู้ว่าไปฉกติดมือมาตอนไหน

ฟาเรลหันควับไปมองที่วูล์ฟทันทีด้วยสีหน้าตื่นๆ

หึหึ เผ่าข้าขึ้นชื่อว่าเป็นนักล่ามังกรนะท่านฟาเรล ไม่รู้เลยเหรอ?

จะ...เจ้า...ห้ามยุ่งกับมังกรข้านะ!” ฟาเรลเอ่ย ตีหน้าเคร่งเครียด “…ข้าจะเก็บไว้กินปีใหม่!”




++++++++++++++++++
UP 50% 13/01/2010
UP 100% 18/01/2010
First Water

-

- +BG+



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Soul Elf ตอนที่ 6 : Soul V: วูฟฟี่ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 317 , โพส : 0 , Rating : 5 / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android