สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ณ เส้นทรายที่ปลายฟ้า

ตอนที่ 11 : ปาปิรัส 11 : จรรยาบรรณแพทย์


     อัพเดท 13 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: อียิปต์, ไอยคุปต์, ฟาโรห์
ผู้แต่ง : Nephthys ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nephthys
My.iD: http://my.dek-d.com/yrrehc
< Review/Vote > Rating : 100% [ 7 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 16,222
213 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 172 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ณ เส้นทรายที่ปลายฟ้า ตอนที่ 11 : ปาปิรัส 11 : จรรยาบรรณแพทย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 901 , โพส : 8 , Rating : 106 / 22 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


๑๑

 

จรรยาบรรณแพทย์

 

 

            “หายไป!

 

“ท่านพ่อท่านว่าขบวนบรรณการจากมีเดียถูกปล้น... เจ้าหญิงทรงหายตัวไป” ฮูนิทวนความที่บิดาบอกกล่าวเสียงลั่นห้อง นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกันอีก องค์ผู้เป็นเจ้าชีวิตเพิ่งหายพระองค์ไปยังไม่ได้ข่าวคราว ยังไม่ทันไรขบวนบรรณาการจากมีเดียที่มาเชื่อมสัมพันธไมตรีกลับมาถูกโจรปล้น ซ้ำร้ายเจ้าหญิงคนงามยังหายสาบสูญไม่ทราบชะตากรรม  

 

            “พ่อได้ส่งคนของเราออกไปสืบข่าวและตามหาเจ้าหญิงแล้ว ที่เรียกเจ้ามานี่ก็เพื่อให้เจ้าส่งสาส์นไปถวายแด่ฝ่าบาท” ฮาซานิกล่าวกับบุตรชายตัวแสบซึ่งไม่ได้เห็นหน้าค่าตามาหลายวัน

 

            “ว่าแต่ฝ่าบาทจักทรงเสด็จกลับเมื่อไหร่เจ้าพอจักรู้หรือไม่”

 

            ฮูนิปั้นหน้านิ่งไม่แสดงพิรุธให้ทั้งบิดาของเขาเองและบิดาของสหายจับได้ เรื่องการหายพระองค์ไปของฟาโรห์เมเนสยังเป็นความลับที่มีเพียงเขาและสหายกับลูกน้องคนสนิทในสังกัดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะฟาโรห์เมเนสทรงมีรับสั่งไว้ว่าหากเกิดเหตุร้ายอันใดขึ้นกับพระองค์ห้ามมิให้พวกเขาแพร่งพรายโดยเด็ดขาด และให้เขาทำตามแผนการที่วางไว้ ส่วนในราชโองการที่เตรียมไว้ก็มีเนื้อความว่าให้ท่านไอย์เป็นผู้รักษาราชการแทน และนำขบวนเหล่าข้าราชบริพารเดินทางล่วงหน้ากลับนครหลวงวาเซตโดยมีเขาร่วมทางไปด้วยเพื่อคอยประสานงาน ระหว่างที่พระองค์ทรงเสด็จออก ประพาสอย่างไม่มีกำหนดการโดยมีเรเนบคอยตามอารักขา ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะถ่วงเพลาและเบี่ยงเบนความสนใจไปด้วยในตัว นอกจากนี้เขายังต้องคอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของวิเซียร์เฒ่าเครเฮบ ทว่ากลับมาถึงวาเซตแล้ว ก็ยังไม่มีข่าวคราวจากสหายที่รับหน้าที่ออกไปตามหาองค์เจ้าชีวิตทำให้เขาร้อนใจยิ่งนัก แน่ล่ะว่าเขากับสหายไม่ต้องการใช้แผนสองโดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายความว่าองค์เจ้าชีวิตได้เสด็จสู่ดินแดนอันเป็นนิรันดร์แล้วเท่านั้น...

 

            “พวกท่านย่อมทราบพระอัธยาศัยของฝ่าบาทดีอยู่แล้ว ทุกคราที่เสด็จประพาสแบบนี้เคยทรงมีกำหนดการที่ไหน เอาเป็นว่าข้าจักรีบให้คนนำสาส์นไปถวายฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด แต่ข้ายังสงสัยอยู่ว่าพวกที่ปล้นขบวนบรรณาการจักเป็นเพียงกองโจรธรรมดาหรือเป็นการแทรกแซงจากมือที่สามกันแน่” ฮูนิปั้นหน้าซื่อ ตอบคล่องปากด้วยความเคยชินท้ายประโยคยังเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นได้อย่างแนบเนียน

 

            “ลุงให้คนของเราคุมตัวทหารมีเดียที่รอดชีวิตมาสอบปากคำที่วาเซตแล้ว รอให้ทหารผู้นั้นมาถึงเมื่อไหร่ลุงจักได้ลงมือสอบสวนด้วยตนเอง” ไอย์กล่าวพร้อมกับยื่นสาส์นที่ได้รับจากทหารม้าเร็วจากป้อมปราการที่ทจารูให้บุตรชายของสหาย

 

            “ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

 

ออกจากห้องรับรองในคฤหาส์นของอดีตแม่ทัพใหญ่มาได้ ชายหนุ่มก็พลันถอนหายใจอย่างหนักอก ยกมือขึ้นกุมขมับพยายามเรียบเรียงความคิด ไม่นึกว่าเจ้าหญิงคนงามจากมีเดียดันมาหายพระองค์ไปในเพลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ เกรงแต่ว่าสัมพันธไมตรีที่เพิ่งสร้างขึ้นระหว่างสองอาณาจักรจะสั่นคลอน หากองค์เจ้าชีวิตยังไม่ทรงเสด็จกลับมาเขาคนเดียวย่อมไม่มีปัญญารับมือได้แน่

 

เฮ้อ ความวัวยังไปทันหายความควายดันเข้ามาแทรกเสียนี่... ฝ่าบาทไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเสด็จกลับมาให้ได้นะพ่ะย่ะค่ะ

 

..............................................

 

            ดวงอาทิตย์จะเพิ่งโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า แต่เพียงไม่นานความร้อนแรงยิ่งทวีขึ้นราวกับจะแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เปลวแดดร้อนระอุสะท้อนผืนทรายสีทองขับกระไอร้อนให้ลอยสูงขึ้น กระทั่งหนทางเบื้องหน้าดูพร่าเลือน...

 

วงพักตร์เรียวเสลาเบือนกลับไปทอดพระเนตรผืนทรายละเอียดนุ่ม ทุกก้าวพระบาทคือรอยจรดฝังลึกทิ้งไว้เป็นทางยาว ทว่าเพียงแค่สายลมพัดผ่านไปเพียงครู่เดียวก็กลบกลืนตัวตนของผู้เคยผันผ่าน เสมือนไม่เคยมีผู้ใดย่างกรายมาก่อน

 

ขัตติยมานะทำให้ยังยืนหยัดอยู่ได้... ภายใต้ท้องฟ้าปลอดโปร่งปราศจากเมฆหมอก ยังมีเงาตระหง่านง้ำพาดผ่าน วรองค์บางระหงเลื่อนสายพระเนตรขึ้นไปยังต้นตอของเงาทอดยาวที่ได้ทรงอาศัยพึ่งพิงมาตั้งแต่องค์สุริยเทพเสด็จขึ้นสู่โพยม ร่มแดดอันมาจากแผ่นหลังกว้างราวกับกำแพงหนาสีทองแดงของคนที่เดินจูงอาชาของพระองค์อยู่เบื้องหน้า

 

ดวงเนตรงามบ่งความกังวลยามแลทอดไปตามการเคลื่อนไหวอันมั่นคงของร่างสูงใหญ่ แม้จะเคยลั่นพระโอษฐ์ไว้ว่าหากคนดื้อด้านผู้นี้เป็นอันใดขึ้นมาจะไม่ช่วยรักษาเขาอีก ทว่าลึก ๆ ก็ยังอดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้... กับใครบางคนที่จงใจใช้ร่างของตนเองเป็นที่กำบัง บั่นทอนรัศมีร้อนแรงแห่งองค์สุริยเทพโดยไม่คำนึงถึงตนเอง...

 

บาดแผลก็ยังไม่หายดี แล้วนี่ยังต้องมาเดินฝ่าทะเลทรายโดยไม่มีผ้าคลุมช่วยป้องกัน ขนาดพระองค์เองที่มีฉลองพระองค์ตัวหนาคลุมมิดตลอดร่างยังแสบร้อนไปทั่วพระวรกาย และแม้แต่พระศอยังแห้งผาด กระนั้นก็ไม่ทรงยอมแตะต้องถุงน้ำใบน้อยนั่นอีก เมื่อเพลานี้มีน้ำเหลืออยู่เพียงไม่ถึงครึ่ง แม้จะทรงคะยั้นคะยอให้คนข้างหน้าดื่มบ้างแต่ที่ได้รับมีเพียงคำปฏิเสธ แถมยังย้อนกลับมาสั่งให้ทรงเสวยให้หมดเสียอีก

 

คนผู้นี้หาใช่มนุษย์ธรรมดาหรือไรกัน เหตุใดจึงทรหดอดทนได้ถึงเพียงนี้ ทุกย่างก้าวของเขาก็ยังเป็นไปอย่างมั่นคงแม้จะผ่านการเดินทางโดยแทบไม่ได้หยุดพักมาตลอดค่ำคืน

 

เมเนส ข้าเพิ่งจักรู้นะว่านอกจากท่านจักดื้อเหมือนลาแล้วยังทนเหมือนอูฐอีก

 

เจ้าหญิงเซมิรามิสมองใบหน้ารก ๆ นั่นหันกลับมาขยับยิ้มพรายไม่นำพาต่อรับสั่งตีรวนของพระองค์  

 

หึ ๆ ที่เจ้ารู้เกี่ยวกับตัวข้ายังนับว่าน้อยมากสาวน้อย... แต่ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าทนเหมือนอูฐ เจ้าก็ดื่มน้ำที่เหลือนั่นเสียเถอะ ลูกห่านน้อยขนนุ่มฟูเช่นเจ้าขืนขาดน้ำนานเข้าจักแย่เอารู้มั้ย

 

“ท่านนี่มันช่าง... ช่างเถอะข้าเหนื่อยเกินว่าจักเถียงกับท่านแล้ว”

 

“แต่ข้าชอบเพลาที่ได้คุยกับเจ้านี่”

 

เนตรงามถลึงใส่คนตัวโตที่ช่างมีวาจาลดเลี้ยวเข้าข้างตนเองได้อย่างร้ายกาจ ถึงจะทรงรู้เจตนาแอบแฝงของใครบางคงที่จงใจกล่าววาจากวนโทสะพระองค์มาตลอดการเดินทาง ทำให้ทรงเผลอลืมพระองค์ไปต่อปากต่อคำตามการชักจูงของคนเจ้าเล่ห์ จนมีหลายครั้งที่ทรงลืมพระอาการอ่อนล้าไปจนหมดสิ้น

 

เอาล่ะอีกไม่ไกลก็จักถึงโอเอซิสอีกแห่งแล้ว คราวนี้พวกเราจักได้พักกันสักที สุรเสียงห้าวเจือกระแสเอื้ออาทรเรียกให้ดวงเนตรเรียวสวยเหลือบขึ้นสบพร้อมกับพยักพระพักตร์น้อย ๆ ไม่นานทิวไม้เขียวครึ้มก็ปรากฏสู่คลองสายตา สำแดงให้เห็นความสามารถของเขา... คนไข้ซึ่งผันตนมาเป็นผู้นำทางเฉพาะกิจ แต่กลับทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเสียจนอดชื่นชมไม่ได้ถ้าหากไม่มีประโยคถัดมา...

 

เห็นมั้ยเป็นอย่างที่ข้าบอกไม่มีผิด เชมีทีนี้เจ้ารู้แล้วหรือยังว่าเจ้าน่ะโชคดีขนาดไหนที่ได้คนเก่งเช่นข้ามารับอาสานำทางให้

 

ผู้สดับฟังเกือบย่นนาสิกใส่... คนอะไรยกยอตัวเองก็ได้ด้วย...

 

ทอดพระเนตรท่ายืนยืดตัวตรงกอดอกอย่างมั่นใจในทุกครั้งที่เขาพึงพอใจกับผลงานของตนเอง นี่คงเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของบุรุษผู้มีนามเดียวกันกับฟาโรห์แห่งอียิปต์ผู้นี้กระมัง เจ้าหญิงเซมิรามิสทรงเริ่มคุ้นเคยจนพอจะวางพระองค์ให้รับมือกับนิสัยละม้ายเด็กเอาแต่ใจของเขา

 

            กลีบปากเรียวสวยที่ยังปิดสนิทไม่หลุดถ้อยคำต่อล้อต่อเถียงเช่นเคย... ฟาโรห์เมเนสทรงลอบพินิจดวงหน้าอิดโรยตรงหน้า เห็นนางเหน็ดเหนื่อยเสียจนไม่มีแรงที่จะต่อปากต่อคำกับพระองค์เยี่ยงนี้แล้วยิ่งสงสารระคนอ่อนพระทัย...

 

เจ้าคนร่างบาง... ดูเอาเถอะเจ้าเหนื่อยขนาดนี้ยังดื้อดึงไม่ยอมขี่ม้าหรือแม้แต่น้ำสักหยดเจ้าก็ไม่ยอมแตะเช่นนี้แล้วจักให้ข้าทำเช่นไรกับเจ้าดี...

 

เพื่อให้นางได้พักฟาโรห์หนุ่มตัดสินพระทัยเร่งฝีพระบาทเสด็จไปให้ถึงเป้าหมายให้เร็วขึ้น กระทั่งสังเกตเห็นกลุ่มควันสีจาง ๆ ลอยตัวกลมกลืนไปกับท้องฟ้า วรองค์สูงใหญ่หมุนองค์กลับมาพาให้คนที่ก้มหน้าก้มตาเดินตามไม่ทันระวังตัวเกือบจะถลาเข้าไปปะทะ หากไม่มีอ้อมพระพาหาแข็งแกร่งรับเอาไว้ทัน

 

เจ้าหญิงเซมิรามิสรู้สึกเหมือนลอยคว้างกลางอากาศ มารู้สึกพระองค์อีกครั้งก็ทรงประทับอยู่บนหลังเจ้าเฟซ ตามด้วยร่างสูงใหญ่ที่ตามขึ้นมานั่งซ้อนอยู่เบื้องหลัง ทันทีที่สายบังเหียนถูกกระตุก เจ้าเฟซก็พุ่งโจนทะยานออกไปเต็มฝีเท้า วรองค์บางระหงไม่ทันตั้งตัวหงายไปปะทะกับแผงอกกว้าง เจ้าเฟซเร่งฝีเท้าพาเจ้านายทั้งสองของมันเบนหน้าเข้าสู่แนวภูเขาหินอีกฟาก

 

พอถึงที่หมายฟาโรห์เมเนสจึงตวัดพระองค์ลง ก่อนจะหันกลับมาคว้าร่างบอบบางตามลงมา หัตถ์แกร่งจับยึดที่ต้นแขนเรียวมน บังคับให้นางหันมาประจันหน้า

 

เชมี เจ้าพาเจ้าเฟซไปหลบอยู่หลังโขดหินนั่นซะ จนกว่าข้าจักกลับมาห้ามเจ้าออกมาจากที่ซ่อนเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่

 

คำเตือนจากคนที่เคยคุ้นแต่กับการใช้คำสั่งโดยไม่บอกเหตุผลทำให้คนฟังชักจะฉุน เตรียมจะออกโอษฐ์ค้านหากไม่มีประโยคถัดมาแทรกขึ้นเสียก่อน แต่ถ้าหากว่าข้าหายไปนานไม่กลับมา เจ้าจงย้อนกลับไปยังโอเอซิสเดิมที่พวกเราจากมาห้ามไปตามหาข้าเด็ดขาด

 

ดวงหน้าเข้มดุดันไม่เหลือร่องรอยสนุกสนาน ทำให้วรองค์บางพอคาดเดาสถานการณ์ได้ จึงได้แต่รับคำอย่างจนใจ เมื่อตระหนักได้ว่าหากยังทรงรั้นจะตามไปก็มีแต่จะกลายเป็นตัวถ่วงเขาเสียมากกว่า

 

ฟาโรห์เมเนสพิศดวงหน้านิ่งสงบแต่ไม่อาจซุกซ่อนแวววิตกกังวลในดวงตาคู่งาม วงพักตร์เข้มจึงค่อยคลายความเคร่งเครียดลง ด้วยไม่อยากให้นางต้องพลอยเป็นกังวลไปด้วย เหตุการณ์ที่นางเพิ่งได้ประสบมานับว่ามากเกินพอแล้วสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

 

เป็นอันใดไปหรือว่าเจ้าเป็นห่วงข้า... รับสั่งพร้อมกับยกมุมโอษฐ์ขึ้นคล้ายจะยั่วเย้า เพียงเท่านี้ก็ได้ปฏิกิริยาโต้ตอบแบบทันควัน

 

ใครเป็นห่วงท่านกัน จำไม่ได้หรือที่ข้าเคยบอกว่า...

 

ถ้าหากข้ากลายเป็นภาระของเจ้าขึ้นมาเมื่อไหร่ คราวนี้เจ้าจักทิ้งให้ข้านอนตายไม่สนใจอีก... ข้ายังความจำดีหรอกน่าไม่ต้องย้ำบ่อยนักก็ได้

 

ในเมื่อท่านยังจำได้ก็ดีแล้ว เพราะข้าจักทำตามที่พูดไว้แน่

 

สุรเสียงห้าวสรวลเบา ๆ อย่างพอพระทัยเมื่อทรงจัดการกับรอยกังวลในดวงตาคู่งามนั้นได้สำเร็จ วรองค์สูงสง่ายังมิวายหย่อนคำพูดกวนโทสะทิ้งท้ายให้ใครบางคนอารมณ์พุ่งฉิวอีกรอบ

 

ต้องอย่างนี้ซิถึงค่อยสมกับเป็นเจ้า เอาล่ะข้าต้องไปแล้ว เจ้าก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายหน่อยรู้มั้ย

 

คนบ้า จักไปตายที่ไหนก็เชิญเลย...

 

เจ้าหญิงเซมิรามิสได้แต่สายพระพักตร์ คนผู้นี้ไม่รู้สถานการณ์บ้างหรืออย่างไร  เพลาเช่นนี้ยังมีอารมณ์มาพูดจากวนโทสะพระองค์ได้ไม่หยุด แต่ถึงจะรับสั่งออกไปเช่นนั้น ทว่าดวงเนตรเรียวสวยกลับเฝ้าจับในทิศทางที่ผู้นำทางของพระองค์หายไปชนิดไม่ยอมให้คลาด จากท่าทีของเขาทำให้ทรงคาดการณ์ได้ว่าโอเอซิสเบื้องหน้านี้คงมีผู้มาจับจองตัดหน้าแล้ว แต่มิอาจคาดเดาได้ว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรู

 

สิ่งที่ทรงพอจะกระทำได้ในยามนี้มีเพียงวิงวอนต่อเทพเจ้า... แม้ว่าคนผู้นั้นจะเอาแต่ใจหรือมีวาจาร้ายกาจสักเพียงใด จากนี้ไปจะทรงพยายามอดทนให้มากขึ้น ขอเพียงให้ได้เห็นใครคนนั้นกลับคืนมาอย่างปลอดภัย...

 

พักหนึ่งกว่าที่เงาร่างทมึนทึงปรากฎขึ้นในสายพระเนตร จากจุดที่ประทับอยู่ทำให้ไม่อาจเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ใด เจ้าหญิงเซมิรามิสพยายามเก็บพระองค์ให้มิดชิด ดวงเนตรคู่งามยังจับจ้องอยู่ที่ร่างนั้นไม่วางตาพระหทัยรัวแรง... กระทั่งทรงจดจำท่าทางการเดินที่มั่นคงอย่างคนที่มั่นใจตนเองสูงซึ่งดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา เพียงเท่านี้เรื่องที่เป็นกังวลทั้งหมดก็ดูเหมือนจะสลายไปราวเมฆหมอกยามต้องแสงอาทิตย์...

 

            วรองค์บางระหงรีบจับจูงสายบังเหียนพาเจ้าเฟซออกไปสมทบ

 

เมเนส ท่านปลอดภัยดีนะ

 

            แม้จะเป็นเพียงคำทักสั้น ๆ ตามมารยาท ทว่าไม่รู้ทำไมฟาโรห์เมเนสกลับทรงรู้สึกแช่มชื่นในหทัยขึ้นมาอย่างประหลาด ทุกคราที่เสียงหวานละมุนขานพระนามก็คล้ายดั่งมีหยดน้ำเย็นชื่นประพรมลงบนผืนทรายอันแห้งผาด...

 

            ข้าไม่เป็นอันใด พวกที่อยู่ในโอเอซิสเป็นกลุ่มพ่อค้าเบดูอินเร่ร่อน คนพวกนี้ตระเวนขายสินค้าไปทั่วอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ถึงจักไม่ค่อยน่าไว้ใจนักแต่พวกเราก็จำเป็นต้องได้ของใช้หลายอย่างจากพวกมัน

 

            ดวงเนตรเรียวสวยทอดมองเครื่องแต่งกายของคู่สนทนานอกจากผ้าคลุมของเขาที่ทรงนำมาทำเป็นผ้าผันแผลไปหมดแล้ว เหลือเพียงผ้าพันท่อนล่างชิ้นเดียวแถมสภาพก็ย่ำแย่เต็มทนอย่างเห็นใจ แต่จะว่าไปพระองค์เองก็มีสภาพไม่ดีไปกว่าเขานัก ฉลองพระองค์ที่ทรงอยู่นี่ไม่เคยได้ผลัดเปลี่ยนตั้งแต่โดนโจรปล้นในคืนนั้นส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์มานานแล้ว... อีกทั้งอินทผลัมซึ่งเป็นเสบียงเพียงอย่างเดียวก็ไม่รู้ว่าจะพอประทังไปได้จนถึงปลายทางหรือไม่ นอกจากนี้ยังทรงต้องการถุงน้ำ แล้วยังหยูกยาเพิ่มเติมสำหรับเขา

 

            แล้วต้องให้ข้าทำอันใดบ้าง

 

            แค่อย่าให้พวกมันจับได้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงก็พอ ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเอง

 

            ที่ผ่านมายามที่ข้าไปรักษาคนไข้ก็มักจักปลอมตัวเสมอไม่เคยมีผู้ใดจับได้ ท่านบอกได้หรือไม่ว่าข้าพลาดตรงไหนจึงทำให้ท่านรู้ว่าข้าเป็นสตรี ข้าจักได้ระมัดระวังให้มากกว่านี้

 

การยอมรับอย่างง่าย ๆ ของเจ้าคนร่างบางทำให้เรื่องที่ทรงกังวลค่อยบรรเทาลง หลายครั้งที่ต้องออกคำสั่งให้ตามล่าพวกพ่อค้าเบดูอินเหลี่ยมจัดเหล่านี้ เพราะบางครั้งพวกมันทำตัวเยี่ยงโจรคอยดักปล้นสะดมกองคาราวานขนาดใหญ่หรือแม้แต่ทำเรื่องชั่วช้าอย่างฉุดคร่าอิสตรี... ฟาโรห์เมเนสอดไม่ได้ที่จะเพิ่มความนิยมในอัธยาศัยอันสุขุมของเจ้าคนร่างบาง หากเป็นสตรีนางอื่นที่ป่านนี้คงเอาแต่โวยวายเรียกร้องหาแต่ความสะดวกสะบาย แต่ที่แน่ ๆ เจ้าลูกห่านขนฟูตัวน้อยของพระองค์กลับรู้จักใช้สมองมากกว่า...

 

ถึงเจ้าจักรูปร่างเล็กไปสักหน่อยหากเทียบกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกัน แต่ก็พอจักกล้อมแกล้มไปได้ ติดเพียงอย่างเดียวคือเสียงของเจ้า ไม่ว่าจักดัดเยี่ยงไรก็ยังไม่เหมือนเสียงผู้ชายอยู่ดี

           

วงพักตร์คมเข้มฉายรอยครุ่นคิด ก่อนเรียวโอษฐ์สีสดจะแย้มออกมาอย่างกับมีเรื่องสนุกรออยู่ข้างหน้า จริงซิเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน... เชมีนับจากนี้ไปไม่ว่าใครจักถามอันใดห้ามเจ้าตอบเด็ดขาด ข้าจักบอกว่าเจ้าเป็นใบ้

 

            ขนงเรียวเลิกขึ้นกับแผนการแยบยลของคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า ในเมื่อไม่อาจคิดแผนที่ดีกว่านี้ได้จึงต้องทรงเล่นตามบทโดยปริยาย

 

............................

 

กระโจมแบบชั่วคราวกว่าสิบหลังถูกปลูกขึ้นรายล้อมเป็นวงกลมถัดจากแนวเขียวครึ้มของหมู่ไม้ กลิ่นควันไฟผสมผสานไปกลับกลิ่นเครื่องเทศโชยฟุ้ง เสียงอึกทึกของเด็ก ๆ ที่พากันวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานคละเคล้ากับเสียงสรวลเสเฮฮาของกลุ่มสตรีซึ่งกำลังช่วยกันหุงหาอาหาร ส่วนกลุ่มผู้ชายกำลังง่วนอยู่กับหน้าที่ของตน บ้างก็ให้อาหารและแปรงขนอูฐ อีกกลุ่มช่วยกันขนฝืนมาเตรียมก่อกองไฟก่อนที่แสงสุดท้ายของวันจะลาจากไป    

 

            การปรากฏตัวของชายแปลกหน้ารูปร่างสูงใหญ่ในเครื่องแต่งกายแบบชาวอียิปต์ทว่าชายขาดกระรุ่งกระริ่ง กับเด็กหนุ่มตัวผอมแห้งหน้าตามอมแมมในชุดคลุมตัวโคร่งเดินจูงม้าตามหลังต้อย ๆ กลายเป็นเป้าสายตาทุกคู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาป้วนเปี้ยนล้อมหน้าล้อมหลังอย่างสนใจ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ในเมื่อคนตัวสูงใหญ่ใบหน้ารกด้วยหนวดเครานั่นดูน่ากลัวน้อยเสียที่ไหน ร้อนถึงบรรดาแม่เด็กต้องรีบเข้ามาคว้าตัวลูก ๆ ของพวกนางกลับเข้ากระโจม กลุ่มชายฉกรรจ์รีบละมือจากงานเข้ามาล้อมผู้มาเยือน พวกมันส่งสายตาให้อย่างกึ่งระแวงกึ่งเหยียดหยาม บ้างก็ชักดาบขึ้นมาเตรียมจะเข้าจับกุมอย่างไม่ไว้วางใจ

 

            พวกเจ้าเป็นใคร ชายร่างกำยำซึ่งวางตัวเสมือนเป็นหัวหน้าคนงานตะคอกถาม พลางใช้สายตาดูแคลนกวาดสำรวจคนแปลกหน้าทั้งสอง ดูจากสภาพแล้วเห็นทีพวกมันคงมิใช่ลูกค้าเป็นแน่แท้ ทว่าที่สะดุดตามีเพียงม้าของพวกมัน... ม้างาม ๆ เช่นนี้มันไม่เคยเห็นมาก่อน หากนำไปแลกทองคำแล้วน่าจักได้มากโข เหตุใดพวกมันจึงมีม้าชั้นเลิศเช่นนี้ในครอบครอง หรือจะเป็นม้าที่ขโมยมา!

 

            จงไปตามหัวหน้าของพวกเจ้ามาพบข้า สุรเสียงทรงอำนาจรับสั่งสั้น ๆ

 

            หึ คนเช่นพวกเจ้าริจักขอพบกับท่านหัวหน้าเชียวรึ อย่าบอกนะพวกเจ้ามีปัญญาซื้อสินค้าจากพวกข้า

 

            เท่านี้มากพอหรือไม่ รับสั่งตัดบทห้วนจัด หัตถ์แกร่งแบออกให้เห็นทองกรข้างหนึ่ง เจ้าหญิงเซมิรามิสทรงจดจำได้ทันทีว่ามันเคยประดับอยู่บนข้อมือกำยำนั่น

 

            เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เบดูอินปากกล้าจ้องตาเป็นมัน แววตาชั่วร้ายบ่งบอกความละโมบอย่างปิดไม่มิด มือดำมะเมื่อมยื่นมาจะตะครุบเครื่องประดับชิ้นงาม ฟาโรห์เมเนสทรงชักหัตถ์กลับรวดเร็ว มันทำท่าฮึดฮัดเตรียมจะเข้ามาทำร้าย หากไม่ได้ยินเสียงตวาดลั่นดังมาจากด้านหลัง มือที่กำชับดาบจำต้องลดลงอย่างเสียมิได้

 

            ใครอนุญาตให้เจ้าก่อเรื่องวิวาทกันปาซู หรือว่าเจ้าจำกฎของคาราวานเรามิได้แล้ว

 

คนถูกตำหนิยืนหน้าเสีย ทั้งยังรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากที่ถูกต่อว่าต่อหน้าลูกน้องของมัน ได้แต่แอบส่งสายตาอาฆาตมายังคนแปลกหน้าทั้งสอง วงล้อมของกลุ่มคนงานเปิดออกให้เจ้าของเสียงก้าวผ่านเข้ามา

 

ฟาโรห์เมเนสทอดพระเนตรชายร่างท้วมในเครื่องแต่งกายดูภูมิฐาน ทั้งใบหน้าท่าทางล้วนเผยให้เห็นความสุขุมนุ่มลึกเยี่ยงวิสัยผู้ทำการค้า

 

ท่านคงจักเป็นหัวหน้ากองคาราวานซินะ  

 

ต้องขออภัยด้วยที่คนของข้าเสียมารยาทต่อพวกท่านทั้งสอง นามของข้าคือกาเซม ไม่ทราบว่าพวกท่านทั้งสองมีธุระอันใด 

 

กาเซมทอดมองคู่สนทนาด้ายดวงตาของผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน บางอย่างในตัวบุรุษวัยฉกรรจ์ตรงหน้าทำให้เขารู้สึกกดดันทั้งอึดอัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน... ตลอดชีวิตอันยาวนานเขาได้เดินทางไปเยือนดินแดนต่าง ๆ แทบจะทั่วทั้งผืนทรายกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ เคยพบปะทั้งบรรดามหาเศรษฐี ชนชั้นสูงไปจนถึงเชื้อพระวงศ์ หรือแม้กษัตริย์บางอาณาจักรเขาก็เคยเข้าเฝ้ามาแล้ว ทว่าไม่เคยมีผู้ใดที่เพียงแค่ปรากฏตัวก็ความให้รู้สึกถึงพลังอำนาจจนน่าครั่นคร้ามเท่าบุรุษผู้นี้

 

ฟาโรห์เมเนสทรงพยักพระพักตร์เป็นเชิงไม่ทรงถือสาหาความ ข้ามีนามว่าเซโธส การที่มาเยือนกองคาราวานของท่านในครั้งนี้ก็เพื่อหาแลกเสบียงกับของใช้จำเป็น”

 

ถ้าเช่นนั้นก็ขอเชิญพวกท่านเข้ามาพักผ่อนดื่มกินให้คลายเหน็ดเหนื่อยเสียก่อนเถอะ แล้วค่อยมาว่าถึงเรื่องนั้นกันทีหลัง กาเซมเอ่ยขึ้นอย่างเอื้อเฟื้อจนเกือบจะเป็นนอบน้อม ก่อนจะหันไปสั่งการกับผู้ติดตามคนสนิท

 

จาฟาล เจ้าจงสั่งให้คนของเราจัดเตรียมที่พักดีที่สุดรับรองอาคันตุกะคนสำคัญของข้า รวมทั้งจัดหาน้ำท่าอาหารมารับรองอย่าได้ขาด

 

            จาฟาลรู้สึกประหลาดใจยิ่งกับคำสั่งของผู้เป็นนายแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม เมื่อดวงตาทรงอำนาจของบุรุษนามเซโธสเลื่อนผ่านมาที่เขา สะกดจนจาฟาลเกือบลืมหายใจกระทั่งผู้เป็นนายต้องเรียกซ้ำ

 

เอ้อ...ขอรับนายท่าน เชิญท่านเซโธส แล้วก็เอ่อ... คนสนิทของหัวหน้ากลุ่มเบดูอินปรายตาไปทางเด็กหนุ่มมอมแมมท่าทางอดโซด้านหลังอย่างประเมิน

 

ส่วนทาสของท่าน ประเดี๋ยวข้าจักพามันไปพักรวมกับพวกที่คอกม้า มันจักได้คอยดูแลม้าของท่านดีหรือไม่ขอรับ

 

ความเงียบกริบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่วรองค์สูงสง่าจะสรวลดังสนั่น พาให้ทุกฝ่ายมีสีหน้างุนงง ขณะคนที่ถูกมองว่าเป็น ทาส ทำตาลุกวาวใส่คนที่ยังไม่มีทีท่าจะยอมหยุดหัวเราะง่าย ๆ

 

            จาฟาลรีบโค้งศีรษะต่ำเป็นเชิงขออภัย ดูท่าเขาคงเข้าใจผิดไปในเมื่อบุรุษเจ้าของนามเซโธสยังมีสภาพภายนอกโทรมขนาดนั้น ก็ไม่แปลกที่ผู้ร่วมเดินทางจะอยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก

 

เอ่อ... ข้าต้องขออภัยด้วยหากเข้าใจผิดไปท่าน...

 

หัตถ์แกร่งตวัดไปรวบไหล่กระชับร่างบอบบางเข้ามาชิดใกล้ ไม่ยี่หระกับท่าทีต่อต้านน้อย ๆ ดวงเนตรสีเหล็กซ่อนประกายขบขันไม่มิดสบเข้ากับดวงเนตรคู่สวยที่จ้องมาราวจะกินเลือดกินเนื้อของเจ้าคนร่างบางในอ้อมพาหา

 

เจ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก ม้าน่ะข้าฝากไว้กับพวกเจ้าได้ แต่ ทาส คนนี้ข้า หวงให้มันพักกระโจมเดียวกันกับข้านี่แหละ อีกอย่างมันเป็นใบ้นอกจากข้าที่เป็นคน รู้ใจ แล้วพวกเจ้าเห็นทีจักสื่อสารกันลำบาก

 

            คำชี้แจงอย่างละเอียด กับคำสามคำที่ผู้กล่าวจงใจเน้นเสียงเข้มโดยไม่คิดปิดบัง ก่อให้เกิดบรรยากาศเงียบสงัดขึ้นในบัดดลกับสายตาแปลก ๆ ที่พุ่งเป้าไปยังเจ้าทาสตัวน้อยที่ดูท่าเพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มเพียงหมาด ๆ เป็นทางเดียว

 

จาฟาลจึงอดไม่ได้ที่จะแอบพิจารณาโครงหน้ามอมแมมนั่นอีกครั้ง ก่อนจะลงความเห็นว่าเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้หากถูกจับอาบน้ำล้างคราบไคลสกปรกออกคงจะหน้าตาคมคายมิใช่น้อย... น่าเสียดายที่เป็นใบ้ คิดแล้วก็อดขนลุกกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนเกินจินตนาการของนายบ่าวคู่นี้ไม่ได้ เขาแอบส่งสายตาขอความเห็นจากผู้เป็นนาย เมื่อได้รับการตอบรับก็หันกลับมากล่าวเชิญแขกอย่างอิหลักอิเหลื่อ

 

อ่า... ถ้าเช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองตามข้ามาทางนี้

 

เจ้าหญิงเซมิรามิสทรงประทับนิ่งพระโสตอื้ออึง ดวงเนตรคู่งามพลันเบิกกว้างกับเรียวโอษฐ์ที่อ้าค้าง ขณะดวงหน้าเรียวเสลาภายใต้คลาบฝุ่นมอมแมมขึ้นสีจัด ลืมพระจริยวัตรแห่งขัตติยนารีจนหมดสิ้น ดูท่าจะทรงพลาดไปถนัดที่ดันไปหลงเชื่อคำพูดเขา รู้เช่นนี้ก่อนจักทรงรักษาแผลให้เขาจักทรงเย็บปากคนน่าตายผู้นี้เป็นอันดับแรก หากไม่ติดที่เกรงจะต้องไปพำนักร่วมกับคนเลี้ยงม้าแล้วล่ะก็!

 

            อดดำริขึ้นมาไม่ได้ว่าหากหมอพลาดพลั้งทำคนไข้ตายโดยเจตนาจะผิดจรรยาบรรณหรือไม่

 
 

 

 
 

 

เฮือก จบไปอีกตอนจนได้... หนทางยังอีกยาวไกลนักพระเอกนางเอกของเราจะเป็นอย่างไรก็ต่อไป ร่วมตามลุ้นกันต่อไปนะคะ...  ไม่เคยลืมขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ และ vote เป็นกำลังใจที่สำคัญจริง ๆ  ขอบคุณมากค่ะ

 

Nephthys



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ณ เส้นทรายที่ปลายฟ้า ตอนที่ 11 : ปาปิรัส 11 : จรรยาบรรณแพทย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 901 , โพส : 8 , Rating : 106 / 22 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#8 : ความคิดเห็นที่ 128
สนุกค่ะ 
PS.  ทำให้ทุกวัน มีความสุขที่สุด แล้วเราจะสนุกในทุกๆวัน
Name : ฮาละห์ ทิวาทมิฬ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮาละห์ ทิวาทมิฬ [ IP : 58.9.30.40 ]
Email / Msn: black_sakura(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มีนาคม 2556 / 11:13

#7 : ความคิดเห็นที่ 114
555 ทีแรกนึกว่าเรื่องนี้จะออกแนวพีเรียด ดราม่า แต่ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งหลงรัก เพราะมีครบทุกรสจริงๆ น่ารักมากๆเลยค่ะ
Name : look-kaew-o-o< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ look-kaew-o-o [ IP : 199.44.250.219 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มีนาคม 2556 / 04:51


#6 : ความคิดเห็นที่ 27
สนุกค่ะให้เต็ม100คะแนนเลยนะค่ะแล้วมาอัพต่อไวๆๆนะรอค่ะ
Name : weelyone< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ weelyone [ IP : 223.206.8.206 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 / 20:16

#5 : ความคิดเห็นที่ 24
น่ารักมากกกกกกกกกกกกก
Name : สาวนักอ่าน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สาวนักอ่าน [ IP : 115.67.131.152 ]
Email / Msn: kamolkrit_service(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 / 19:44

#4 : ความคิดเห็นที่ 21
สนุกมาก เซมีสู้ๆ
Name : pingpong2611< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pingpong2611 [ IP : 101.51.142.245 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 / 20:28

#3 : ความคิดเห็นที่ 20
สนุกมากเลยค่ะ อ่านเพลินจนลืมเม้นท์เลย แหะๆ จะรอนะคะ > <
PS.  when love ends for the first time
Name : ;★ Beam re.queen'z< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ;★ Beam re.queen'z [ IP : 101.108.193.255 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 / 18:14

#2 : ความคิดเห็นที่ 19
เมื่อไหร่จะถึงอียิปต์กันนะ สงสารนางเอกแล้วสิ คงเหนื่อยน่าดู
Name : แก้ม [ IP : 183.89.70.215 ]
Email / Msn: -
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 21:08

#1 : ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุนมากค่า
PS.  เป็นกำลังใจให้ พยายามเข้านะ
Name : pair_narak< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pair_narak [ IP : 110.171.13.214 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2555 / 15:09

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android