สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • รำวงและรำโทน

    ปัญหารูปภาพหาย | ค้นหาบทความแบบ Browse |   ค้นหาแบบ search! > ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง
    นิยาย-เรื่องสั้น: มีสาระ/ ความรู้รอบตัว
    Tags:ยังไม่มี
    ผู้แต่ง : วาเซนชิ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ วาเซนชิ
    My.iD: http://my.dek-d.com/writer
    < Review/Vote > Rating : 71% [ 24 mem(s) ]
    This month views : 3 Overall : 6,137
    11 Comment(s)
    แนะนำเรื่องแบบย่อๆ
    ประวัติความเป็นมาที่แท้จริงของรำวงและรำโทน ความเกี่ยวข้องระหว่างรำวงและรำโทน..
    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    ชอบมาก! ทำไงดี

    บอกต่อ ๆ กัน
    URL\Link สำหรับเข้ามาอ่านหน้านี้
    Embed Code สำหรับนำหน้านี้ไปแปะ
    ส่งหรือเก็บบทความ ผ่านช่องทางอื่นๆ

    Hi5Hi5
    คำวิจารณ์ของเรื่องนี้ วิจารณ์บ้าง
    • ยังไม่มีคำวิจารณ์ของเรื่องนี้


    ส่ง เรื่องนี้ ให้เพื่อนคุณอ่าน!!


    คำสั่ง บันทึกบทความเป็น Favorite ค้นหาบทความ เวบบอร์ด Writer แจ้งบทความไม่เหมาะสม  กฏเกณฑ์การใช้งาน
    เรื่องในตอนนี้- อัพเดท 25 ก.ย. 48 / 09:44

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




    ส่ง เรื่องนี้ ให้เพื่อนคุณอ่าน!!

    คำสั่ง บันทึกบทความเป็น Favorite ค้นหาบทความ เวบบอร์ด Writer แจ้งบทความไม่เหมาะสม / Vote ผิดปกติที่ writer@dek-d.com
    ดูความคิดเห็นในระบบเก่าของบทความนี้ทั้งหมด
    ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ วาเซนชิ จากทั้งหมด 3 บทความ
    เรื่อง หมวด ตอน คนเข้าชม โพสท์ คะแนน อัพเดท
    1. รำวงและรำโทน ความรู้รอบตัว เรื่องสั้น 3/6137 11 71% 25 ก.ย. 48
    2. ธงชาติไทย ความรู้รอบตัว เรื่องสั้น 3/783 3 100% 25 ก.ย. 48
    3. The fire\'s letter ninja [นินจาอักษรไฟ] แฟนตาซี 1 0/128 5 66% 24 ก.ย. 48

    คำนิยม Top 3

    ยังไม่มีคำนิยม
    คลิกที่นี่เพื่อเพิ่มคำนิยม
    คำนิยมล่าสุด
     

    ยังไม่มีคำนิยม
    คลิกที่นี่เพื่อเขียนคำนิยม
     



    หน้าที่ 1

    ความคิดเห็นที่ 11    
    ???.....มั้ยมีเพลงถูกจัย......???
    Name : aii na [ IP : 202.176.94.128 ]
    Email / Msn: tana_5104(แอท)hotmail.com
    วันที่: 6 มิถุนายน 2552 / 13:46

    ความคิดเห็นที่ 10    
    ผมแอบรักผู้หญิงคนนึง

    แต่ไม่กล้าบอก

    ผมจะทำอย่างไรดี

    ...

    - -

    ...

    - -

    --**--
    Name : InExpiizt [ IP : 124.121.131.158 ]
    Email / Msn: Step-OaTz(แอท)hotmail.com
    วันที่: 29 มกราคม 2552 / 21:25


    ความคิดเห็นที่ 9    
    ขอบคุนมากจร้า
    Name : สุดสวยโว๊ยยยย [ IP : 124.120.215.231 ]
    Email / Msn: tam751(แอท)hotmail.com
    วันที่: 25 มกราคม 2552 / 12:13

    ความคิดเห็นที่ 8    
    เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ™เธ„เธฃเนˆเธฒ
    Name : T <<A>> M [ IP : 124.120.215.231 ]
    Email / Msn: tam751(แอท)hotmail.com
    วันที่: 25 มกราคม 2552 / 12:11

    ความคิดเห็นที่ 7    
    ขอคุงค่า
    PS.  เปิดเทอมแร้วเสียดายจังเวลาสั้นมากเลยอ่ะ ใครคิดถึงกานก็แวะมามายไอดีนู๋ดิวนะค่ะ ยังไงก็อย่าช่วยโพส+เม้นท์ให้ ด้วยนะค่ะ
    Name : หนูดอกฟ้า< My.iD > [ IP : 124.121.145.51 ]
    Email / Msn: nuknik_DNA(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 30 มกราคม 2551 / 21:09

    ความคิดเห็นที่ 6    
    ขอบคุณมากค่ะ
    Name : เลิฟ [ IP : 203.130.159.6 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 8 กันยายน 2550 / 15:17

    ความคิดเห็นที่ 5    
    ขอบคุณมากค่ะ
    Name : เลิฟ [ IP : 203.130.159.6 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 8 กันยายน 2550 / 15:17

    ความคิดเห็นที่ 4    
    ประวัติเพลงรำวงมาตรฐาน

    รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

    เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม
    เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่

    ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น

    เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น

    ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจนเครื่องแต่งกาย

    เมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 กรมศิลปากรได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่ 4 บทคือ " เพลง งามแสงเดือน" "เพลงชาวไทย" "เพลงรำซิมารำ" "เพลงคืนเดือนหงาย" ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่อีก 6 บท คือ " เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ" "เพลงดอกไม้ของชาติ" "เพลงหญิงไทยใจงาม" "เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า" "เพลงยอดชายในหาญ" "เพลงบูชานักรบ" ในด้านทำนองนั้นรับผิดชอบโดยกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ารำนั้นนาฏศิลปินอาวุโสของกรมศิลปากร คือ จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) และนางลมุล ยมะคุปต์ ร่วมกันคิดท่ารำขึ้นประกอบการรำโดยนำท่ารำมาจากการรำ "แม่บท" และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกการ "รำโทน" เป็น "รำวง" ตามลักษณะของการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเล่นรวมกันเป็นวง และเคลื่อนย้ายเวียนกันไปเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา
    การแต่งกาย

    การแต่งกายของชายและหญิงในสมัยก่อนจะแต่งตาม
    ความสะดวกสบายของผู้เล่นเท่านั้นต่อมาเมื่อปรัีบปรุงเป็นรำวงมาตรฐานการแต่งกายจึงเน้นให้มีความพิถีิพิถันมากขึ้นและนิยมแต่งกายเข้าคู่กันการแต่งกายที่นิยมเป็นส่วนมากสามารถแยกได้เป็น 4 รูปแบบคือ
    Name : MiLd,,,CaRroT * [ IP : 58.9.7.146 ]
    Email / Msn: iyarmild(แอท)hotmail.com
    วันที่: 13 มิถุนายน 2550 / 20:16

    ความคิดเห็นที่ 3    
    รำวงมาตรฐาน ในปัจจุบันนี้เป็นศิลปะแห่งการรำวงที่งดงาม ซึ่งในสมัยก่อนยังมิได้มีคำว่า "มาตรฐาน" จะเรียกกันเพียงว่า "รำวง" เท่านั้น การรำวงนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่บ่อบอกถึงความสนุกสนาน การเล่นรำวงนั้นสืบเนื่องมาจากการเล่นรำโทน นั้นเพราะในสมัยก่อนเครื่องดนตรีหลักที่ใช้ประกอบจังหวะก็คือ โทน ฉิ่ง และกรับ โดยจังหวะการฟ้อนรำจะมีเสียงโทนเป็นเสียงหลักตีตามจังหวะหน้าทับ จึงเรียกกันว่า "รำโทน" ในด้านของบทร้องจะเป็นบทร้องที่มีภาษาเรียบง่าย ไม่พิถีพิถันในเรื่องถ้อยคำและสัมผัสวรรคตอนแต่อย่างใด ตามลักษณะของเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาของเพลงจะออกมาในลักษณะกระเซ้าเย้าแหย่ การเกี้ยวพาราสีหยอกล้อของหนุ่มสาว การเชิญชวน ตลอดจนการชมโฉมความงามของหญิงสาว เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานในการเล่น ในเรื่องของเครื่องแต่งกายในสมัยก่อนก็ไม่เน้นถึงความพิถีพิถันมากนัก เน้นเพียงความสะดวกสบายของชาวบ้านเอง ไม่ได้ประณีตแต่อย่างใด

    เมื่อประมาณ พ.ศ. 2488 ชาวบ้านนิยมเล่นรำโทนกันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุความนิยม
    เป็นอย่างมากนี้เองจึงได้มีผู้คิดแต่งบทร้องและทำนองขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ยังคงจังหวะหน้าทับของโทนไว้เช่นเดิม ส่วนเนื้อร้องใดที่นิยมก็จะร้องกันอยู่ได้นาน เพลงใดเนื้อร้องไม่เป็นที่นิยมก็จะไม่นำมาร้องเท่าใดนักและก็จะเป็นที่ลืมเลือนไปในที่สุด จากนั้นก็จะมีเนื้อเพลงใหม่ ๆ ขึ้นมาแทนที่

    ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2484 - 2488 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นที่ตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 เพื่อเจรจาขอตั้งกองทัพในประเทศไทย โดยใช้เส้นทางต่าง ๆ ในแผ่นดินไทยลำเรียงเสบียงอาหาร อาวุธและกำลังพล เพื่อใช้ในการต่อสู้กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมี จอม พล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจยอมให้ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพราะเกรงว่าหากปฏิเสธคงจะถูกปราบปรามแน่ ด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบจากการรุกรานของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ส่งกองทัพเข้ามาโจมตีฐานทัพญี่ปุ่นทางอากาศโดยเฉพาะในยามที่เป็นคืนเดือนหงาย จะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ได้ง่าย ข้าศึกมักจะเข้ามาโจมตีอย่างหนักด้วยการทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายทำลายชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพญี่ปุ่น

    เมื่อช่วงคืนเดือนหงายผ่านไป คืนเดือนมืดเข้ามา ข้าศึกจะมองเห็นจุดยุทธศาสตร์ไม่ชัดเจนจึงพักการรุกราน ประชาชนชาวไทย ได้รับความเดือนร้อน ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้หาวิธีการผ่อนคลายความตึงเคลียด ความหวาดผวา ด้วยการนำศิลปะพื้นบ้านที่ซบเซาไป กลับมาร้องรำทำเพลง นั้นก็คือ "การเล่นรำโทน" คำร้อง ทำนองและการแต่งกาย ก็ยังคงเรียบง่ายเน้นความสะดวกสบาย สนุกสนาน เช่นเดิม เพลงที่นิยมได้แก่ เพลงใกล้เข้าไปอีกนิด ช่อมาลี ตามองตา ยวนยาเหล เป็นต้น

    ต่อมารัฐบาลได้เล็งเห็นศิลปะพื้นบ้านอันสวยงามของไทยที่มีอยู่อย่างแพร่หลายควรที่จะเชิดชูให้มีระเบียบแบบแผนตามแบบนาฏศิลป์ไทย เพราะหากชาวต่างชาติมาพบเห็นจะตำหนิได้ว่าศิลปะการฟ้อนรำของไทยนี้มิได้มีความสวยงาม ประณีตแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีศิลปะที่แสดงออกว่าเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม จึงได้มอบให้ กรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงและพัฒนาการรำ (รำโทน) ขึ้นใหม่ให้มีระเบียบ แบบแผน มีความงดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านเนื้อร้อง ทำนอง ตลอดจนเครื่องแต่งกาย

    เมื่อประมาณ พ.ศ. 2487 กรมศิลปากรได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่ 4 บทคือ " เพลง งามแสงเดือน" "เพลงชาวไทย" "เพลงรำซิมารำ" "เพลงคืนเดือนหงาย" ต่อมาท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องขึ้นมาใหม่อีก 6 บท คือ " เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ" "เพลงดอกไม้ของชาติ" "เพลงหญิงไทยใจงาม" "เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า" "เพลงยอดชายในหาญ" "เพลงบูชานักรบ" ในด้านทำนองนั้นรับผิดชอบโดยกรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์ ส่วนท่ารำนั้นนาฏศิลปินอาวุโสของกรมศิลปากร คือ จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันท์) และนางลมุล ยมะคุปต์ ร่วมกันคิดท่ารำขึ้นประกอบการรำโดยนำท่ารำมาจากการรำ "แม่บท" และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกการ "รำโทน" เป็น "รำวง" ตามลักษณะของการเล่น ซึ่งวิธีการเล่นนั้นจะเล่นรวมกันเป็นวง และเคลื่อนย้ายเวียนกันไปเป็นวงทวนเข็มนาฬิกา
    เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ชาวไทยก็ยังคงให้ความนิยมการเล่นรำวง สืบมาจนถึงปัจจุบัน และชาวต่างชาติก็นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในงานเต้นรำต่าง ๆ จนกระทั้งมีนักประพันธ์ผู้หนึ่งเป็นชาวอเมริกัน ที่ชื่อว่า Foubion Bowers ที่ได้มาพบเห็นศิลปะการรำวงของไทย และนำไปกล่าวไว้ในหนังสือ Theatre in the East ซึ่งมีสำเนียงการเรียก "รำวง" เพี้ยนไปบ้างเล็กน้อยเป็น "รำบอง" (Rombong) ( อมรา กล่ำเจริญ , 2531 : 111)

    แต่อย่างไรก็ดี วัตถุประสงค์ของกรมศิลปากร ในการปรับปรุงศิลปะการรำวงทั้งหมด 10 เพลง ก็เพื่อเป็นศิลปะการรำวงที่มีระเรียบแบบแผน ทั้งคำร้อง ทำนอง ท่ารำ ตลอดจนการแต่งกายให้เป็นแบบฉบับมาตรฐาน สะดวกในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยและสืบสานต่อไป ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงเรียก "รำวง" ที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับมาตรฐาน ว่า "รำวงมาตรฐาน" สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้

    เพลงรำวงมาตรฐานมีทั้งหมด10เพลง

    1. เพลงงามแสงเดือน
    เนื้อเพลง
    งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่อยู่วงรำ (ซ้ำ)
    เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกำ
    ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย

    2.เพลงชาวไทย
    เนื้อเพลง
    ชาวไทยเจ้าเอย ขออย่าละเลยในการทำหน้าที่
    การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้
    เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์
    เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจำรูญ
    เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเราเอย

    3.เพลงรำซิมารำ
    เนื้อเพลง
    รำมาซิมารำ เริงระบำกันให้สนุก
    ยามงานเราทำงานจริงๆ ไม่ละไม่ทิ้งจะเกิดเข็ญขุก
    ถึงยามว่างเราจึงรำเล่น ตามเชิงเช่นเพื่อให้สร่างทุกข์
    ตามเยี่ยงอย่างตามยุค เล่นสนุกอย่างวัฒนธรรม
    เล่นอะไรให้มีระเบียบ ให้งามให้เรียบจึงจะคมขำ
    มาซิมาเจ้าเอ๋ยมาฟ้อนรำ มาเล่นระบำของไทยเราเอย

    4.เพลงคืนเดือนหงาย
    เนื้อเพลง
    ยามกลางคืนเดือนหงาย เย็นพระพรายโบกพริ้วปลิวมา
    เย็นอะไรก็ไม่เย็นจิต เท่าเย็นผูกมิตรไม่เบื่อระอา
    เย็นร่มธงไทยปกไปทั่วหล้า เย็นยิ่งน้ำฟ้ามาประพรมเอย

    5.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
    เนื้อเพลง
    ดวงจันทร์วันเพ็ญ ลอยเด่นอยู่ในนภา
    ทรงกลดสดสี รัศมีทอแสงงามตา
    แสงจันทร์อร่าม ฉายงามส่องฟ้า
    ไม่งามเท่าหน้า นวลน้องยองใย
    งามเอยแสนงาม งามจริงยอดหญิงชาติไทย
    งามวงพักตร์ยิ่งดวงจันทรา จริตกิริยานิ่มนวลละไม
    วาจากังวาน อ่อนหวานจับใจ
    รูปทรงสมส่วน ยั่วยวนหทัย
    สมเป็นดอกไม้ ขวัญใจชาติเอย

    6.เพลงดอกไม้ของชาติ
    เนื้อเพลง
    (สร้อย) ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาศนวยนาดร่ายรำ (ซ้ำ)
    เอวองค์อ่อนงาม ตามแบบนาฎศิลป์
    ชี้ชาติไทยเนาว์ถิ่น เจริญวัฒนธรรม
    (สร้อย)
    งานทุกสิ่งสามารถ สร้างชาติช่วยชาย
    ดำเนินตามนโยบาย สู้ทนเหนื่อยยากตรากตรำ (สร้อย)

    7.เพลงหญิงไทยใจงาม
    เนื้อเพลง
    เดือนพราว ดาวแวววาวระยับ
    แสงดาวประดับ ส่องให้เดือนงามเด่น
    ดวงหน้า โสภาเพียงเดือนเพ็ญ
    คุณความดีที่เห็น เสริมให้เด่นเลิศงาม
    ขวัญใจ หญิงไทยส่องศรีชาติ
    รูปงามพิลาศ ใจกล้ากาจเรือนงาม
    เกียรติยศ ก้องปรากฎทั่วคาม
    หญิงไทยใจงาม ยิ่งเดือนดาวพราวแพรว

    8.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า
    เนื้อเพลง
    ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นชีวาขวัญพี่
    จันทร์ประจำราตรี แต่ขวัญพี่ประจำใจ
    ที่เทิดทูนคือชาติ เอกราชอธิปไตย
    ถนอมแนบสนิทใน คือขวัญใจพี่เอย

    9.เพลงยอดชายใจหาญ
    เนื้อเพลง
    โอ้ยอดชายใจหาญ ขอสมานไมตรี
    น้องขอร่วมชีวี กอปกรณีย์กิจชาติ
    แม้สุดยากลำเค็ญ ไม่ขอเว้นเดินตาม
    น้องจักสู้พยายาม ทำเต็มความสามารถ

    10.เพลงบูชานักรบ
    เนื้อเพลง
    น้องรัก รักบูชาพี่ ที่มั่นคง ที่มั่นคงกล้าหาญ
    เป็นนักสู้ X วชาญ สมศักดิ์ชาตินักรบ
    น้องรัก รักบูชาพี่ ที่มานะ ที่มานะอดทน
    หนักแสนหนักพี่ผจญ เกียรติพี่ขจรจบ
    น้องรัก รักบูชาพี่ ที่ขยัน ที่ขยันกิจการ
    บากบั่นสร้างหลักฐาน ทำทุกด้าน ทำทุกด้านครันครบ
    น้องรัก รักบูชาพี่ ที่รักชาติ ที่รักชาติยิ่งชีวิต
    เลือดและเนื้อพี่พลีอุทิศ ชาติคงอยู่ คงอยู่คู่พิภพ
    Name : *//,, สีวลี ,,//* [ IP : 124.120.202.254 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 10 มิถุนายน 2550 / 14:58

    หน้าที่ 1
    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
                พิมพ์เลขที่เห็น

    "หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ตุลาคม 2557"

    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
      เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
      จากผู้ลงผลงาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
      ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
      ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
      โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
      หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
      ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
      Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
      Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )