[Yaoi] เมฆินทร์ ผีอารักษ์แห่งอิออนเวิลด์

  • 99% Rating

  • 12 Vote(s)

  • 44,640 Views

  • 2,208 Comments

  • 1,113 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    44,640

  • Comments
    2,208

  • Fanclub
    1,113

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 คุณนาวินView : 72 , Rating : 0% / 0 vote(s)

3 ก.ค. 58

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 คุณนาวินView : 72 , : 0% / 0 vote(s)

3 ก.ค. 58



 

คุณนาวิน

 

เคยได้ยินไหม

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้าแทรก

 

            บ้านกลายเป็นแหล่งรวมคนแปลกๆ ทั้งที่ก่อนตายผมอยู่ตัวคนเดียวอย่างสงบสุข ตอนนี้ข้างห้องผมถูกนายน้อยเอวากรยึดไป โซฟาด้านล่างคุณภูนอนสบายเหมือนเป็นบ้านตนเอง นาทีต่อมาแสงวาร์ปหน้าประตูก็ส่องจ้า อู่หลงพาชายร่างสูงใหญ่และแปลกหน้าเข้ามาในบ้านด้วยคนหนึ่ง แล้วอู่หลงก็ปลุกหมาบ้าตื่น

            ...รู้สึกเหมือนความสงบสุขกำลังจะถูกพราก เกมนรกนี่มันเกมของคนรวย ร้อยโรคจิต พันผลประโยชน์ หมื่นความหลอกลวง ไว้ใจเขาเท่ากับเราฆ่าตัวตาย ผมไม่คิดว่าอู่หลงจะพาคนแปลกหน้ามาเยี่ยมเยียนกันตามปกติ

            “สวัสดีครับ” ไหว้ชายแปลกหน้าและอู่หลง อย่างไรพวกเขาก็อายุมากกว่า เป็นคนวัยทำงานด้วยกันทั้งคู่

            ชายแปลกหน้ารับไหว้แสดงว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ใส่สูทนำสมัย ตัวสูงคล้ายลูกครึ่งต่างชาติ บ่าแผ่กว้าง ตาตัวละครในเกมเป็นสีเขียวมรกต ผมรวบสั้นสีไททาเนียม ตอนเขามองมาเห็นหน้าตาของผมเหมือนจะตกใจนิดๆ

            “สวัสดี ฉันนาวิน เรามาพูดกันโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองเถอะ”

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ผมรู้สึกได้ถึงความต่างชั้น รังสีคนที่มีอำนาจวาสนาดีกดดันกันสุดขีด คนรวยมันมีออร่ามหาอำนาจขนาดนี้เชียวหรือ

            “ผมเมฆินทร์ครับ ห้ามเรียกเมเด็ดขาดนะครับ” ผมแนะนำตัว ภูกับอู่หลงเลยเหล่ตามามอง คล้ายจะออกความเห็นทางสายตาว่าผมกำลังหลอกตัวเอง

            “ฉันรู้ว่านายเป็นชาย เป็นคนที่จะต้องส่งพัสดุให้หนูอินทร์ แต่โชคร้ายตายระหว่างทำงาน เสียใจด้วย” คุณนาวินพูด

            “หรือว่าคุณ...เป็นผู้จัดการของคุณอินทร์นรี”

            วินพยักหน้า ผมรีบหันมองอู่หลง อู่หลงกลับหันหนีคล้ายว่าถ้าเขาพูดเขาจะพ่นพิษใส่วินแทน ส่วนภูดูเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว บางทีเขาอาจยังไม่รู้ตัวว่าจะต้องกลายเป็นแฟนอินทร์นรี ผมปาดเหงื่อบนหน้าผากตัวเองแล้วเชิญวินนั่งโซฟา

            “รู้ว่าฉันเป็นใครคงรู้เรื่องที่คุณลุยอนุมัติแล้วใช่ไหม” ร่างทะมัดทะแมงพูดขณะนั่งลง “คุณลุยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรกันอีก นักธุรกิจก็อย่างนี้แหละ พอฉันขู่เข้าหน่อยก็ไม่กล้ามีปัญหากับสื่อ นายก็ต้องรักษาความลับของนายต่อไป ดังนั้นเรามาตกลงกันดีกว่า”

            ตกลง? ในเมื่ออาวุโสลุยตกลงไปแล้ว ในเมื่อถูกขู่ ในเมื่อต้องเก็บความลับ ยังจะเหลือทางเลือกอะไรให้ผีจนตรอกอีก

            “ผมจะทำตามที่คุณต้องการ ถ้าคุณอินทร์นรีออกไปไหนผมจะรีบกลับเข้าบ้านครับ แต่ช่วยแจ้งล่วงหน้าด้วย นี่คือหน้าที่ของผมใช่ไหม” ผมฝืนยิ้ม

            คุณภูย้ายมานั่งด้านข้าง มองผมแล้วหันไปมองโทรทัศน์ที่ยังไม่ได้เปิด พอไม่รู้จะทำอะไรเลยดึงผ้าห่มมาหลับต่อ อู่หลงเลยตามมานั่งข้างผมอีกข้างหนึ่ง

            คุณนาวินหัวเราะท่าทางของพวกผมแล้วส่ายหน้า

            “ไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้นหรอกครับเหล่าอัศวินพิทักษ์เจ้าชาย อินทร์นรีจะไม่ออกไปไหนอีกหลายเดือน”

            “จนกว่าคุณอินทร์นรีจะคลอดหรือครับ เอ้ย!” ผมตกใจรีบปิดปากตนเอง สามคนที่โซฟามองผมพร้อมกัน แล้วคุณนาวินก็หัวเราะอย่างไม่เต็มใจ

            “ดูนายไม่ใช่คนซื่อซะทีเดียว ใช่ เพราะมีนายโผล่เข้ามาในเกม อินทร์นรีก็ไม่จำเป็นต้องเผยตัวในที่สาธารณะอีก ความจริงเธอไม่อยากทำแท้งแต่แรก พอรู้ว่านายสามารถช่วยเธอได้ก็ดีใจมากเลยล่ะ เท่านี้เราต่างรู้ความลับของกันและกันแล้ว ตราบใดที่นายยังรักษาความลับของเธอ ตราบนั้นฉันก็จะรักษาความลับของนาย”

            สุภาษิตเรียกว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่สินะ ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ไก่รองบ่อน เป็นแค่ตัวสำรอง ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยตั้งแต่แรกเลย

            แต่ช่วยชีวิตเด็กที่กำลังจะเกิดมาได้ตั้งคนหนึ่ง

            “แค่จนกว่าคุณอินทร์นรีจะคลอดและพักฟื้นเสร็จใช่ไหมครับ” ผมถาม

            “อื้ม ไม่รบกวนนานหรอก ถ้าแข็งแรงขึ้นมาแล้วฉันก็อยากให้อินทร์นรียืนด้วยขาของตนเองให้ได้ ในวงการบันเทิงมันไม่มีที่สำหรับคนอ่อนแอหรอก”

            “แล้วเด็กจะเป็นยังไงต่อหรอครับ คุณอินทร์นรีไม่ทำแท้งแล้วเด็กจะเป็นยังไงต่อ เขาเกิดมาก็เรียกคุณทั้งสองว่าพ่อแม่ไม่ได้ ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ หรือครับ เขาโตมาอาจจะพูดกับคุณสักวันหนึ่งว่า อย่าให้เขาเกิดมาเลยยังดีกว่า”

            เจตนาของผมไม่ใช่การฝังกลบคนตรงหน้าด้วยคำพูด ผมส่งยิ้มให้เขา มันคือการพูดเพื่อหยั่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร สมควรที่ผมจะเชื่อใจเขาไหม

            แววตาสีมรกตของนาวินตะลึงนิดๆ แต่ก็มีสมาธิที่จะตอบอย่างจริงจัง

            “ทุกชีวิตคงต้องสร้างเป้าหมายของตัวเอง เพื่อให้มีเหตุผลที่จะเกิดมาและมีชีวิตอยู่ คนอย่างฉันอาจเป็นเป้าหมายให้ลูกไม่ได้ แต่อินทร์นรีทำได้ ฉันเชื่อว่ามันต้องมีทางออก ถ้าอินทร์นรีคลอดแล้วบางทีเราทั้งคู่อาจออกจากวงการ หนีไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ตอนนี้มีปัญหาเยอะยังไปไหนไม่ได้”

            ฟังแล้วผมรู้สึกอยากช่วยพวกเขามาก เหมือนอย่างที่ผมเคยตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะมีตัวตนอยู่ว่าจะอยู่เพื่อปกป้องคุณภู โบราณบอกว่าคนดีผีคุ้ม หากในเกมนี้ยังมีคนดีๆ นอกจากคุณภูอยู่อีกผมก็จะช่วยคุ้มครอง

            กรุ้งกริ้ง... ได้ยินเสียงกระดิ่งไพเราะดังมาชั่วครู่หนึ่ง ผมกับคุณนาวินมองรอบด้านเหมือนกัน ยกเว้นคุณภูกับคุณอู่หลงที่ไม่ได้ยินเสียงนั้น

            “เลี้ยงแมวหรอ” คุณนาวินถาม

            “ไม่ครับ มันไม่ใช่เสียงกระพรวน แต่เป็นกระดิ่งที่ฟังแล้ว...”

            “รู้สึกดี” คุณนาวินคิดเหมือนผมเลย

            “ช่วงนี้เมดวงซวย อั๊วเลยเอากระดิ่งไปแขวนไล่เสนียดให้ที่ศาลเจ้า” อู่หลงเอ่ยขึ้น แต่ว่าแขวนที่โพรงต้นไม้กินคนมันจะดังทะลุแผนที่มาได้ยังไง อาจเป็นเสียงไอ้เปี๊ยกที่กำลังวางแผนก่อการร้ายอยู่ในห้องชั้นบน

            มีคนส่งข้อความมาตาม คุณนาวินก็รีบออฟไลน์ ก่อนไปเขาให้ตัวละครเมรับงานของอินทร์นรีในเกม รายได้ส่วนของอินทร์นรีที่ผมเป็นคนทำแทนจะยกให้ผมหมด เพราะอินทร์นรียอมใช้ชื่อตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์ให้เกมนี้แล้ว เท่ากับว่าต่อไปนี้ผมจะมีรายได้เป็นของตัวเอง เป็นผีก็ไม่ตกงานแฮะ

            บึ้ม! เสียงดังออกมาจากห้องเก็บวัตถุอันตรายของไอ้เปี๊ยก

            ผมสะดุ้งโหยง เกรงว่าบ้านหลังนี้จะระเบิดในอีกไม่ช้า คุณอู่หลงหาว่าผมซ่อนกิ๊กไว้เลยรีบขึ้นไปดู สุดท้ายโดนกุนไล่ตะเพิดลงมาด้วยอุปกรณ์แปลกๆ

            สงสัยงูมันจะเจอพังพอนก็วันนี้ ผมแอบขำ

            “มีคนอยู่ด้วยเรอะ” คุณภูถามผมทันที

            ผมรีบส่ายหน้า

            “กุนแค่ยืมพื้นที่ทำงานชั่วคราวถึงวันวาเลนไทน์ครับ”

            “นึกว่าคุณอวี้เฟิง...”

            “นั่นสิ น่าจะช่วยพี่อวี้เฟิงมาอยู่ด้วยกัน บ้านจะได้คึกคัก”

            “เรอะ เออๆ” คุณภูพยักหน้าแต่ยังทำท่าคิดหนักอยู่

            “ไม่ได้!” คุณอู่หลงค้านตั้งแต่ยังลงบันไดไม่เสร็จ “เมอย่าเข้าใกล้คนๆ นั้นเด็ดขาด เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง และทุกอย่างก็เพื่อทำลายฉัน”

            “ห๊า? ไหนภูว่าพวกคุณเป็นพี่น้องกันไง” ผมหันมอง

            “คนละแม่”

            ศึกสายเลือดหรือนี่ พี่น้องคู่นี้ทะเลาะกันเพราะอะไร เพราะคนละแม่? คนละแม่แล้วยังไง ถ้าจะโทษต้องโทษพ่อสิ

            หลังจากนั้นคุณผู้ตรวจการทั้งสองก็แยกย้ายไปจัดการร่างต้นในโลกจริง อีกห้าชั่วโทงก็กลับเข้ามาด้วยใบหน้าของคนหลับเต็มอิ่ม

 

            อินทร์นรีแถลงเรื่องการเล่มเกมผ่านโลกโชเชียล เพื่อไม่ให้ผู้คนเห็นว่าเธอกำลังท้อง และยังบอกอีกว่าจะไม่ขอตอบคำถามอะไรเนื่องจากเป็นเวลาส่วนตัว ทีนี้บทบาทดาราดังก็จะส่งต่อมายังผม...ผู้ชายที่เคยจืดจางจนหมายังเดินชน

            ตะวันตกดิน ผมออกมาที่ป่าชีวิต คุณอู่หลงลากผมไปดูศาลเจ้าที่มีกระดิ่งแขวนไว้แล้วไปทำงานตามระเบียบ จะเหลือก็แต่คุณภู เพราะงานของเขาคือการอยู่ดูแลผมส่วนหนึ่ง เขาจับมือผมเหมือนไม่รู้ตัว ดึงให้เดินตามเข้าโพรงศาลเจ้า คนอื่นเข้ามาในนี้ไม่ได้หรอก จะมีก็แต่ผมกับคุณภูเท่านั้นที่ต้นไม้มันไม่เขมือบ

            “เรียกใช้ เครื่องปั่น” คุณภูคว้าเครื่องปั่นที่โผล่จากพีซี เอาแครอทใส่ลงไปทั้งหมด จุได้ไม่จำจัด พอกดปุ่มทำงานก็มีน้ำแครอทโผล่ในช่องสิ่งของ แครอทหนึ่งหัวได้น้ำแครอทหนึ่งขวด เพิ่มพลังชีวิตได้ถึง 150 หน่วย

            ตัวละครหมาป่าน่ารักเปลี่ยนอาชีพจากนักผจญภัยเป็นนักดาบแล้ว ทำให้คุณภูต้องใช้ยาเพิ่มพลังชีวิตที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น เขาใช้แครอทของผม แต่ก็ยังหาน้ำชาเขียวใส่น้ำผึ้งมะนาวมายื่นให้ผมเป็นการตอบแทน

            โห ผมไม่เคยรู้สึกชอบชาเขียวใส่น้ำผึ้งมะนาวมากเท่านี้มาก่อน

            “บอกได้ไหมว่าหน่วยอารักษ์ใช้ให้นายทำอะไร” คุณภูถามขึ้น

            “...ยังไม่มีหน้าที่เลยครับ” ผมตอบโดยไม่สบตา กลัวเขารู้ว่างานปราบผีมันอันตราย เขากลับเดินเข้ามายืนข่มผมด้วยความสูงที่เหนือกว่า 10 เซนติเมตร นัยน์ตาของเขาเป็นสีดำขลับและน่ากลัว

            “ลาออกได้ไหม”

            “ผมคิดว่าหน่วยอารักษ์อาจตอบเรื่องความผิดปกติของตัวละครเมได้ครับ ที่สำคัญพวกเขาอาจตอบได้ว่าเกมนี้เกี่ยวข้องยังไงกับโปรเจคแอลออร์ดี ถ้าหากมันอันตรายจริงๆ ผมก็อดห่วงคุณภูกับผู้เล่นทุกคนไม่ได้ ผมอยากหาคำตอบและปกป้องทุกคนไว้”

            “ไม่ชอบอยู่กับคนเยอะๆ แต่ชอบช่วยคนงั้นเรอะ”

            “ก็การได้ช่วยมันรู้สึกดีจริงๆ นี่ครับ” ผมยิ้ม มือใหญ่ของคุณภูจึงวางมาบนศีรษะ แล้วยีศีรษะเบาๆ โดยที่มีแววตาแสนซับซ้อน

            พลบค่ำ คุณภูขี้เกียจตีลิงลมแล้วเลยลากผมกลับมาลากฝึก ตอนนี้ลานฝึกไม่มีผู้เล่นคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงาน เขาคือผู้พยากรณ์ผู้มอบภารกิจเก็บน้ำค้างให้ผม

            “โอ้ ท่านผู้กล้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก หาน้ำค้างในยามพลบค่ำมาให้ข้าได้” ผู้พยากรณ์ล้อ เพราะมอบภารกิจให้ตั้งแต่เมื่อเช้า “อะแฮ่ม ต่อนะ ข้าจะนำหยาดน้ำแห่งอรุณรุ่งอันบริสุทธิ์นี้เดินทางข้ามผ่านกาลเวลา เพื่อเบิกอนาคต นำกลับมาเป็นคำตอบว่าท่านควรจะทำสิ่งใดต่อไป”

            ผู้พยากรณ์หลับตาท่องคาถา ราดน้ำค้างลงบนพื้น พอเขาชูมือเปลวไฟในลานทั้งหมดก็ลุกโชติขึ้น เขาทำตาลุกน่ากลัวเหมือนเจ้าเข้า ยามค่ำทำให้พิธีกรรมนี้ดูขลังผิดปกติ ขลังจนผีอย่างผมขนลุกซู่

            “ข้าเห็นแล้ว! ท่านต้องเดินทางไปเมืองหลวงของอาณาจักรฟ้าดิน ผู้ทุกข์ยากที่นั่นต้องการท่าน! อา... โลกนี้อาจแปลกพิกล จนท่านไม่รู้ว่าควรทำเช่นใดเมื่อต้องโดดเดี่ยว แต่ท่านไม่โดดเดี่ยวหรอก เมื่อไปถึงเมืองพรหาศิลาจารึกยักษ์ สวมนี่เอาไว้ท่านจะเข้าไปยังห้องใต้ดินได้ จงไปช่วยเหลือผู้ดูแลที่นั่น”

            ผู้พยากรณ์ส่งกำไลหินมาให้ ผมรับมาสวมข้อมือ ทันใดนั้นแก้วจรลีเมืองพรแห่งทวยเทพในพีซีแตกเพล้ง ตัวผมหายจากป่าชีวิตมาอยู่บนลานกว้างกลางในเมืองพรฯ เพราะภารกิจทั้งหมดในป่าชีวิตลุล่วงแล้ว ตัวละครต้องเติบโตขั้นต่อไป

            ส่วนคุณภูคงยังอยู่ป่าชีวิตแหง

            ผมตกใจตั้งตัวไม่ทัน และยิ่งตกใจอีกเมื่อทุกคนในเมืองวิ่งกรูมาหา

            “คุณหนูอินทร์ ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ!

            “ขอสัมภาษณ์เรื่องหัวใจกับคุณภูหน่อยนะครับ!

            “ทำไมคุณหนูอินทร์ถึงเล่นเป็นตัวละครชายล่ะ”

            “ต่อให้เป็นผู้ชายก็ยังน่ารักนะครับ!

            เสียงพูดดังจากหลายทิศหลายทางจนมองตามไม่ทัน พีซีมีทั้งถ่ายภาพนิ่งมีทั้งบันทึกภาพเคลื่อนไหว รุมถามยิ่งกว่าตอนมีข่าวกับคุณภูเสียอีก บรรดาใบหน้าผู้เล่นที่รายล้อมมีปากที่ขยับตลอดเวลา ทำให้ผมเริ่มลายตา ผมหันไปตามทุกเสียงที่ดังขึ้น แต่ไม่มีสติฟังเลยว่าพวกเขาพูดอะไร ผมหายใจลำบาก เสียงทุกเสียงค่อยๆ อื้ออึงจนรวมกันเป็นเนื้อเดียว จนตอนนี้ผมได้ยินแค่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นเหมือนจะล้มเหลวอยู่รอมร่อ เริ่ม...เริ่มจะทรงตัวไม่ไหว

            “ขอความเป็นส่วนตัวด้วยครับ ถอยๆ”

            ใครสักคนโผล่เข้ามา บรรดาผู้เล่นที่ล้อมอยู่ก็ถอยห่างออกไป ผมถูกดึงให้ไปนั่งที่ม้านั่งรวดเร็ว เขาตบหน้าผากเรียกสติผมเบาๆ

            “เม... เม”

            “คุณนาวิน”

            ชายหนุ่มดวงตาสีเขียวมรกตตรงหน้ายังใส่สูทชุดเดิม ทิ้งกายลงนั่งม้านั่งข้างผม จุดบุหรี่มินท์ของในเกมสูบ ชักสีหน้าเครียด

            “กะแล้วว่านายต้องทะเล่อทะล่าเข้าเมือง ทำอะไรไม่รู้จักคิดบ้าง”

            “ขอโทษครับ” ผมขอโทษอย่างเคยตัว แต่แก้วจรลีเมืองพรฯ มันแตกของมันเอง ผมไม่ได้ตั้งใจลงมา “เอ่อ แล้วคุณนาวินมาทำอะไรที่นี่”

            “ก็ฉันเป็นผู้จัดการของหนูอินทร์ไง” เขาชี้มาที่ตัวผม พ่นควันบุหรี่ไปทางอื่น “เอาพีซีขึ้นมา ฉันจะส่งของบางอย่างให้”

            ผมก้มหน้ากดพีซีตัวเองทันที ของที่นาวินส่งให้ถูกโหลดเข้าช่องเก็บของ

            ชุดกุ๊กไก่ คุณสมบัติ ใส่แล้วเป็นไก่น้อยซ่อนชื่อ เคลื่อนที่เร็ว 1 ขั้น

            ชุดนี้ราคาค่อนข้างแพง ได้ฟรีอย่างนี้ผมชักสังหรณ์ใจ เหมือนกับที่ได้บ้านปุ๊บ คนให้ก็มอบภาระหน้าที่แสนสาหัสตามมาปั๊บ หนนี้จะต้องมีอะไรตามมาอีกแน่

            “มันไม่มีพลังชีวิตหรือพลังป้องกัน เอาไว้สวมทับชุดที่นายใส่อยู่ เวลาใส่ก็เล่นเกมได้ปกติ จะไม่มีใครรู้ว่านายคือตัวละครเม คงช่วยให้สบายใจขึ้นบ้าง” นาวินถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกรอบ เหมือนตัวเขาเองนั่นแหละที่ยังไม่สบายใจ โยนบุหรี่ที่เหลือกลับเข้าพีซี อุบ๊ะ เกมนี้มันเก็บบุหรี่ไว้สูบต่อได้

            ผมค่อยๆ พยักหน้า “ขอบคุณเรื่องชุดครับ”

            “จะขอบคุณทำไม ยังไงเราก็ต้องช่วยกัน...” นัยน์ตาสีมรกตเลื่อนมองผม

            “คุณคงไม่รู้ว่าเกมนี้มันน่ากลัว ถ้าคุณปล่อยผมเอาไว้คนเดียวก่อนที่คุณภูจะมาล่ะก็...คงหายนะทั้งผมทั้งหนูอินทร์”

            “หมายความว่าอะไร”

            “เกมวัดใจครับ ไม่เห็นท่าทางของผู้เล่นบางคนใช่ไหม ผมกำลังอยู่ในช่วงวัดใจ ถ้าเงินมันบันดาลให้คนทำทุกอย่างได้แม้แต่ใช้วิธีสกปรก ผมก็อยู่ในอันตราย ถ้ายังไงอยู่เป็นเพื่อนผมก่อนเถอะครับ”

            คุณนาวินเห็นว่าผมพูดความจริงเลยรออยู่หน้าศิลาจารึก ให้ผมทำภารกิจได้อย่างสบายใจระหว่างรอคุณภู

            ด้านล่างศิลายักษ์เป็นห้องสี่เหลี่ยมมีกำแพงหินล้อม พื้นปูพรม มีข้าวของเครื่องใช้พอให้อยู่ได้สบายตามลำพัง แต่ตัวละครที่ประจำอยู่เป็นตัวละครที่โต้ตอบอัตโนมัติในเกม เมื่อมีผู้เล่นเดินเข้าใกล้มันก็จะบอกเล่าถึงผู้กล้ากลุ่มแรกที่รวบรวมขนปีกเทพขับไล่มาร

            มารโดนขับไล่ออกจากบ้านตนเอง? เกิดเป็นมารนี่ก็ช่างอาภัพ ผมฟังแล้วสงสาร นึกถึงข้อความบนศิลาแปดเหลี่ยมอีกครั้ง มันบอกว่าจะให้มารหรือสวรรค์แพ้ไม่ได้ และการจะเคลียร์เกมนี้ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งเหนือฟ้าดิน แต่ใช้วิธีอะไรนั้นยังเป็นปริศนา บางทียังมีผู้เล่นคนอื่นถือคำบอกใบ้อื่นๆ อยู่อีกก็ได้

            พีซีแสดงภารกิจ ค้นหาความจริงที่หอคอยเทพ นี่ก็หมายความว่าต้องไปหอคอยเทพที่เคยเก็บรักษาขนปีกเทพแห่งแสงสว่างต่อ

            ค้างภารกิจเนื้อเรื่องเอาไว้ก่อนเพราะหอคอยเทพเปิดเฉพาะตอนกลางวัน ผมรีบเอาหางลิงลมเผือกไปส่ง แล้วรับภารกิจประจำวันก่อนที่จะหมดวันดูบ้าง นักล่าเงินรางวัลเป็นตัวละครที่จะมอบภารกิจประจำวันให้ผู้เล่นอัตโนมัติ ถ้าอยู่ในรัศมีเขาไม่เกิน 3 ช่อง หลังจากเขาถามว่าอยากทำงานไหมจะมีข้อความขึ้นให้ยืนยัน

            ภารกิจประจำวันของผู้เล่น เม คือรวบรวมกะลาทองคำ 1 อัน

            ก...กะลาทองคำ?

            อ๊ากกก ฉิบหายแล้ว กะลาทองคำตกจากหัวหน้ากบในกะลา อัตราการตกแค่ 10% ผมจ้องพีซีตาค้าง อีกแค่หัวชั่วโมงกว่าๆ ก็จะหมดวัน ผมจำเป็นต้องส่งภารกิจนี้ก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้นประวัติภารกิจของผมมันจะขึ้นว่าล้มเหลว 1 ครั้งหลอกหลอนอยู่ในหมวดภารกิจไปตลอดชาติ

            คุณนาวินเห็นผมทำหน้าประหลาดเลยดึงพีซีไปดู

            “แค่อันเดียวเอง”

            “คุณจะสู้กับหัวหน้ากบในกะลาแทนผมไหมล่ะครับ”

            “ฉันเป็นผู้จัดการดาราไม่ใช่นักฆ่า”

            “ผมควรจะทำยังไงดี...

            “เรื่องแค่นี้หนูอินทร์บันดาลให้ได้” ชายหนุ่มดีดนิ้วเปาะ มือใหญ่ๆ ของเขาผลักผมนั่งบนม้านั่งแล้วพูดเสียดัง “หนูอินทร์ เธอจะสู้หัวหน้ากบในกะลาไม่ไหวแต่ไม่ต้องร้องไห้หรอก อะไรนะ ถ้าใครหากะลาทองคำมาให้ได้จะยอมให้คนๆ นั้นกอดทีหนึ่งเลย คือ...แค่กอด ฉันในฐานะผู้จัดการก็พออนุญาตได้ ถือเป็นแฟนมีตติ้ง”

            ห๊า! ผมอ้าค้างปากมองเขา เขารีบดันคางผมขึ้นให้หุบปาก เพราะเป็นหนูอินทร์ต้องดูดีตลอดเวลา จะมาดูเอ๋อท่ามกลางสายตาคนไม่ได้

            สิ้นคำพูดของคุณนาวิน เหล่าชายหนุ่มยันชายแก่รีบก้มหน้ากดพีซี แต่ก็มีผู้หญิงบางส่วนที่เช็คว่าตัวเองมีกะลาทองคำไหม แล้วคนไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนก็วิ่งเข้ามาหาผม เป็นผู้ชายไป 80% พวกเขาชูกะลาทองคำอันเท่าหมวกฟางขึ้น แย่งกันว่าจะให้ผมเลือกกะลาของใคร

            นี่แฟนมีตติ้งหรือรจนาเลือกคู่กันเนี่ย

            ผมนั่งกุมใบหน้าแดงๆ ของตัวเอง รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก แล้วนี่จะเลือกคนไหนดี พอหันไปมองหน้าคุณนาวิน เขากลับยิ้ม ขยับเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วหันไปพูดกับทุกคนอย่างมืออาชีพ

            “หนูอินทร์ไม่อยากให้ทุกท่านทะเลาะกันหรือแย่งกันนะครับ กรุณาอยู่ในความสงบและเข้าแถว เธอจะขอกอดทุกท่านถ้วนหน้าครับ ถึงจะไม่มีกะลาทองคำก็ไม่เป็นไร งานนี้ไม่มีลำเอียง”

            อ๊ากกก แก! ไอ้ผู้จัดการ!

            ผมนั่งเอาเท้าบี้พื้นระบายความแค้น

            และแล้วงานกอดการกุศล เอ้ย แฟนมีตติ้งก็เริ่มขึ้น ผมต้องแบกหน้าแดงๆ เพราะอายจัดกอดกับคนไปทั่ว ไม่กล้าสบตาใคร แต่ตะวันกล้ามายืนต่อแถวกับน้องฟ้าใส ผมเลยได้กอดเธอ อย่างน้อยมันก็ยังมีเรื่องให้น่ายินดีอยู่บ้าง

            ใช้เวลาไป 3 ชั่วโมงได้กะลาทองคำ 28 อัน ถ้าซื้อขายกันจริงๆ ก็ตกอันละ 100,000i พอเอาไปส่งในนักล่าเงินรางวัล 1 อัน ก็ได้ค่าประสบการณ์ ค่ารอบรู้ เงินรางวัล 2,000i กับดวงจิตเทพ 1 อัน

            ทว่าช่องเก็บของในพีซีจาก 20 ช่องเหลือว่างเพียงแค่ 2 ช่องเสียแล้ว คงได้เวลาที่ต้องขยับขยาย...

            คุณภูมาถึงก็เอาแต่ยืนหัวเราะอยู่ห่างๆ จนกระทั่งมีคนมาขอถ่ายรูปคู่ของพวกเรา

            “ทำตัวให้เหมือนคู่รักหน่อย” คุณนาวินแอบกระซิบ

            “ฝันไปเถอะ” คุณภูตอบโดยไม่ต้องคิด

            “คุณทำไม่ได้เพราะไม่เคยมีแฟนเลยไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงล่ะสิ”

            “เหอะ ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ” คุณภูกัดฟัน เอื้อมมือมาโอบเอวของผม พาเดินไปถ่ายรูปท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟนคลับ ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึมไม่น่าเข้าใกล้ แต่ว่าตัวเราก็ยืนชิดกันโดยที่เขาเป็นฝ่ายรั้งตัวผมไว้ พอได้เห็นหน้าใกล้ๆ ใกล้มากจนลมหายใจเขารดลงมาที่หน้าผากผม หัวใจมันกลับเต้นแปลกๆ อย่างที่ไม่ควรเต้น และเพราะมันเต้นผมเลยหน้าแดงฉับพลัน

            คุณภูคงได้ยินเสียงหัวใจนั้นเลยก้มหน้าลงมามอง เขาไม่ได้พูดอะไร ผมก็เลยหัวเราะแห้งกลบเกลื่อน ทว่านัยน์ตาสีดำขลับของคุณภูยังจ้องนิ่งเช่นเดิม

            “วันนี้พอแค่นี้ไหมครับ กลับกันเถอะ” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด

            “ดีเลยครับ ไป กลับๆ” ผมผละตัวจากคุณภูแล้วยืดตัวบิดขี้เกียจ

            พอกลับถึงบ้านคุณภูก็หลับเป็นตาย การหลับในเกมจะช่วยให้ผู้เล่นพักได้โดยไม่ต้องออฟไลน์ เขาต้องเตรียมพร้อมลุยงานตลอดเลยเลือกหลับในบ้านของผม คุณนาวินอยากช่วยผมอัพตัวละครก็นั่งศึกษาเกมผ่านพีซี

 

            วันต่อมา...

            ข่าวกอดการกุศลเด่นหราอยู่บนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์หอรู้แจ้ง ในข่าวไม่มีคำว่าการกุศลอยู่แต่อย่างใด ผมแค่ประชดด้วยความคับแค้นใจของผมเอง ให้ยืนกอดกับคนแปลกหน้ากลางเมืองจะรู้สึกดีหรือ มันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะผมไม่ใช่ดารา และไม่ใช่คนที่พวกเขาอยากจะกอดตัวจริง คุณผู้จัดการนี่ก็เหลือเกิน ให้ดารากำมะลอกอดกับแฟนคลับแลกกะลา เขาเอาอะไรคิด ถึงทุกคนจะดาหน้าอ้าแขนเข้ามาด้วยความเต็มใจก็เถอะ

            แต่นี่มันคือการหลอกลวง!

            หลอกได้แม้กระทั่งคนที่รักและชื่นชมหนูอินทร์จากใจจริง!

            หลอกให้ผมเปลืองเนื้อเปลืองตัวกอดกับผู้ชาย!

            คุณนาวินทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนัก โชยควันสีเทากลิ่นมิ้นท์ออกมาจากปาก ที่เขาต้องมาอีกวันนี้เพราะเมื่อวานสัญญาว่าจะช่วยส่งเสริมผมจึงหาซื้อหางลิงลมเผือกมาให้...

            300 อัน!

            เห็นแล้วอยากลงไปเมืองพรฯ แต่จะลงไปยังไงในเมื่อผู้ตรวจการไม่อยู่ที่นี่ คุณภูต้องออฟไลน์ไปอาบน้ำกินข้าว แล้วก็ต้องไปประชุมที่บริษัทไฟน์ไทม์อีก

            “ผมจะไปขอติดสอยห้อยตามพวกเจ้าหน้าที่ที่ลานฝึก” ผมพูดขึ้น

            คุณนาวินล้วงกระเป๋าเสื้อโยนการ์ดประตูมนตราไว้บนโต๊ะ 3 ใบ

            “ใช้ซะ ได้มาจากคุณลุย เดี๋ยวฉันเบิกใหม่”

            “จะดีหรือครับ เขาไม่เรียกว่ายักยอกใช่ไหม”

            “ไม่เอางั้นเก็บ”

            “โอ๊ะ ขอบคุณ!” ผมรีบคว้าการ์ดไว้ก่อนที่เขาจะเอื้อมถึง

            ความจริงการ์ดประตูมนตราไม่ได้มีใช้เฉพาะผู้ตรวจการ ผู้เล่นสามารถหาวัตถุมาผลิตเองได้ แต่อัตราสำเร็จต่ำ ต้องให้นักประดิษฐ์สะสมวัตถุดิบแล้วผลิตครั้งละมากๆ ถึงจะคุ้ม ผลิต 100 สำเร็จ 40 ก็ยังดี การ์ดในตลาดจึงมีราคาสูงและถูกนำออกมาขายเป็นล็อตๆ ผู้เล่นก็แห่มากว้านซื้อไว้ใช้

            นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมซื้อการ์ดประตูมนตราไม่เคยทัน

            ลงมาเมืองพรแห่งทวยเทพ

            คุณนาวินยังห่วงเรื่องเกมวัดใจจึงตามมาอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าคุณภูจะกลับ ผมบอกเขาแล้วว่าไม่ต้องห่วง พอเป็นอินทร์นรีก็ไม่มีใครกล้าทำลุ่มล่าม แต่คุณนาวินกลับมองว่าสถานการณ์มันเงียบสงบเกินไปจนผิดปกติ

            ผิดปกติ? จริงสิ ก่อนพายุใหญ่จะมาคลื่นลมก็สงบอย่างนี้แหละ ผมลืมนึกถึงข้อนี้ไปได้ยังไง เมื่อเช้าเพิ่งตั้งค่าพีซีไม่รับข้อความจากคนแปลกหน้า คนที่อยากเอาชนะก็ต้องหาวิธีการอื่นเข้าถึงตัวผมให้คุ้มกับเงินวางเดิมพัน

            หรือพวกเขาจะยอมแพ้?

            ยอมเสียเงินเป็นล้านไปโดยเปล่าประโยชน์?

            ไม่น่าใช่... คนเราเห็นคนอื่นขาดทุนได้ แต่ไม่มีใครยอมเห็นตนเองขาดทุนแน่นอน เสียพนันบอลยังกระทืบกันยิงกันตายเป็นว่าเล่น นับประสาอะไรกับเกมที่มีแต่คนรวยกับคนมีอิทธิพลเล่นอยู่ หรือคนเล่นพนันจะถูกเจ้ามือไล่เก็บเรียงตัวแล้วฮุบเงินทั้งหมดไว้คนเดียว ไอ้เกมบ้านี่อันตรายจริงๆ

            ยืนพิงศิลาจารึกพลางสำรวจพีซี คุณนาวินยืนอยู่ข้างๆ ตัวสูงใหญ่จนบังแสงแดดยามสายทางตะวันออกมิดร่างผม เดาว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจยืนตรงนั้น พีซีกะพริบเตือนช่องเก็บของใกล้เต็ม ผมกดเข้าร้านค้าบัตรทอง เข้าหมวดเพิ่มเติมเพื่อซื้อช่องเก็บของ

            เพิ่ม 10 ช่องพีซีเก็บของ ครั้งที่ 1 ใช้บัตรทอง 300

            เพิ่ม 10 ช่องพีซีเก็บของ ครั้งที่ 2 ใช้บัตรทอง 800

            เพิ่ม 10 ช่องพีซีเก็บของ ครั้งที่ 3 ใช้บัตรทอง 1,300

            เพิ่ม 10 ช่องพีซีเก็บของ ครั้งที่...

            เวรแท้ ช่องเก็บของในพีซีก็กินเงินจัง!

            ลองคิดเล่นๆ ดูสิ อยู่แค่ไม่กี่แผนที่ยังมีของให้เก็บเยอะขนาดนี้ ถ้าระดับ 50 ขึ้นไปรู้ท่องทั่วทั้งอาณาจักร จะมีของให้เก็บมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าเกมนี้มันต้องได้กินเงินผู้เล่นยันเพิ่มช่องเก็บของครั้งที่ 50 หรือเผลอๆ ครั้งที่ 50 ก็ยังไม่พอยาไส้

            เอาเถอะ ตอนนี้มีงานถ่ายปกนิตยสารติดต่อเข้ามา ใกล้จะมีเงินแล้ว

            กดเพิ่มช่องเก็บของครั้งที่ 1 มือสั่น ส...สามร้อย... บัตรทองสามร้อยใบหายไปจากพีซีเสียแล้ว ตอนแรกกะจะซื้อกระเป๋าหรือเป้มาสะพายหลัง แต่มันดันลบค่าความคล่องตัว เคลื่อนไหวไม่สะดวกแถมโดนปล้นง่าย เลยไม่ได้ซื้อเอาไว้ ต้องจำใจยอมให้ร้านค้าบัตรทองขูดเลือดขูดเนื้อแทน

            ขูดเสียจนเลือดซิบ น้ำตาเกือบจะไหล

            “เดี๋ยวผมจะไปดูของทำภารกิจในตลาดรวมนะครับ”

            “ไปสิ อย่าลืมเดินยืดตัว เชิดคอเป็นพญาหงส์ด้วยล่ะ” คุณนาวินคอยเดินตามเพื่อจับตาดูและวิพากษ์วิจารณ์ลักษณะท่าทางของผม ระเบียบของเขาเยอะจัด แค่ต้องเชิดคอก็หมายความว่าต้องกล้าสบตาผู้คนแล้วยิ้มหวานๆ

            ให้ตายเถอะ นอนฝันร้ายอยู่บ้านยังง่ายกว่า

            อยู่ในตลาดรวม เดินผ่านแผงขายกระเป๋าผมก็อดมองไม่ได้ ถ้าใช้กระเป๋าก็จะทุ่นการจ่ายบัตรทองไปเยอะ คนอื่นเขาก็ใช้กัน แถมลายเท่ๆ ก็มีให้เลือกตั้งเยอะ ผมควรซื้อไว้สักใบกันเหนียว

            “ไหนว่ามันลดความคล่องตัวไง” คุณนาวินถาม

            “โอ๊ะ คิดออกแล้ว เราก็ซื้อมาแล้วเอาของที่ไม่ได้เรียกใช้ฉุกเฉินใส่เข้าไป แล้วเก็บกระเป๋าไว้ในพีซีอีกที ประหยัดช่องเก็บของได้ตั้งหลายช่อง”

            “สมกับเป็นหนูอินทร์”

            “...คุณน่าจะซื้อด้วยนะครับ”

            “ฉันเป็นผู้จัดการดาราไม่ใช่นักเล่นเกม”

            “ถ้าหนูอินทร์ระดับห้าสิบแล้วไปอยู่แผนที่โหดๆ คุณผู้จัดการดาราระวังจะถูกจิตมารจัดการเอานะครับ”

            “สมกับเป็นหนูอินทร์”

            หายใจเข้าหายใจออกก็หนูอินทร์ กลับบ้านไปดูลูกดูเมียสิไป!

            ผมยืนครุ่นคิดมองบรรดากระเป๋าตรงหน้า แล้วก้าวไปยังฝั่งกระเป๋าเดินทางขนาดจัมโบ้ ข้างในมีช่องเก็บของใหญ่ๆ ช่องเดียว จะใส่อะไรเข้าไปก็ตามแต่ ขอแค่รูดซิบปิดกระเป๋าได้สนิทก็เก็บไว้ในพีซีได้แล้ว หมายความว่าของที่ใส่ต้องมีขนาดไม่เกินขนาดของกระเป๋าด้วย

            กำลังจะหยิบกระเป๋าลายพรางทหาร คุณนาวินดึงกระเป๋าลายหมีสีชมพูมาขวางไว้ ให้ผมเลือก... ส...สีชมพู ส่วนตัวเขาเอากระเป๋าใบที่ผมเลือกไปแทน สุดจะทน แม้แต่วินาทีเดียวผมก็ไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว

            เหมือนสวรรค์เข้าข้าง เสียงกรี๊ดดังนำมาแต่ไกล คุณภูเลิกประชุมปุ๊บก็ออกมาตามหาผมในตลาดรวมปั๊บ ดีที่ส่งข้อความไปบอกเขาตลอดเวลาผมเปลี่ยนแผนที่หรือจะไปไหน ทีแรกนึกว่าเขาจะรำคาญ เอาเข้าจริงเขาก็คอยเช็คผมอยู่เหมือนกัน

            “วันนี้เป็นยังไงบ้าง” คุณภูถาม เอื้อมมือออกมาจะแตะต้นคอผม แต่คนมองเยอะเขาต้องรีบชักมือกลับ

            “สบายดีครับ คุณล่ะ”

            “สบายดีค่ะ พี่ภูล่ะคะ” คุณนาวินบอกให้ผมพูดใหม่ ผมกับคุณภูมองหน้าเขาพร้อมกัน ถ้าต้องให้พูดอย่างนั้นเอามีดมาฆ่ากันเลยดีกว่า ผมไม่มีทางพูดเด็ดขาด มันน่าสมเพชเกินไป

            “เอ่อ หนูอินทร์เล่นตัวละครชาย ก็จะตีบทชายให้แตกไงครับ”

            “สมกับเป็นหนูอินทร์”

            อีกแล้ว ยังไงคุณนาวินก็ไม่ชินที่หน้าซื่อๆ อย่างผมมันฉลาดกว่าที่เขาคิด แต่ฉลาดหนักไปทางหาข้ออ้างเอาตัวรอด

            “คุณสบายดีก็ดีแล้ว ไม่ต้องกดดันตัวเองหรอก” คุณภูเห็นด้วยที่ผมจะอยู่อย่างผมต่อไป เขารู้ดีว่าการปั้นหน้าฝืนเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่มันลำบาก

 

สถานะปัจจุบัน :

หนูอินทร์เก๊

 

To be continued …

 

[ขอเวลานอก]

นาวิน : เมฆินทร์ ภู ต่อไปนี้ฉันจะสอนการแสดงขั้นพื้นฐาน ทั้งสองคนจ้องตากัน ให้ภูบอกว่ารัก ให้เมฆินทร์บอกว่าเกลียด ใครหลบสายตาก่อนต้องโดนทำโทษ

อู่หลง : เป็นเกมที่ไม่ต้องเล่นอั๊วก็รู้ว่าใครจะแพ้

เมฆินทร์ : (พยายามจ้องตาภู)

ภู : (มองตาเมฆินทร์อย่างเฉยชา) รัก รัก รัก รัก...

(สายตาภูเริ่มบ่งบอกว่าเอ็งตอบว่าเกลียดสิโดนกระทืบแน่!)

เมฆินทร์ : เอ่อ ก... ก... ก...รัก...

ภู : อ...อะไรของแก!

นาวิน : สถานการณ์พลิก ภูเมินหน้าหนีถือว่าแพ้ไปเลย!

ภู : ไอ้เบื๊อกนี่มันพูดผิดโว้ย!

นาวิน : แต่กติกาคือการจ้องตาต่างหาก (ยิ้ม)

 

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 คุณนาวินView : 72 , Rating : 0% / 0 vote(s)

3 ก.ค. 58

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 คุณนาวินView : 72 , Rating : 0% / 0 vote(s)

3 ก.ค. 58

8 ความคิดเห็น

  1. #2207 :: Mosifer :: (@hellkid) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 00:29
    ขอเวลานอกเป็นอะไรที่น่ารักมากค่ะะะ //ดิ้นๆ

    คุณภูเขินใช่ไหม 55555

    ปล.ทำไมรู้สึกว่าคุณนาวินกับเมฆินทร์ก็แอบมุ้งมิ้ง(?)เบาๆ...

    #2207
    0
  2. #2206 ab_zii (@ab_zii) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 02:20
    สนุกมากเลยยยยย รออยู่น้าาาา
    #2206
    0

  3. #2205 Resepnin (@resepnin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 06:20
    เพิ่งมาอ่าน สนุกดีๆ รออ่านต่ออยู่นะ
    #2205
    0
  4. #2204 nimuyk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 13:51
    เอ่อ.... ตกลงคุงเมเหมือนเป็นดาราในอิออนเวิร์ลเลยอ้ะ

    คุงภูก้อทำเป็นนิ่งๆ เจ้มๆ แต่ก้อตามดูคุงเมตลอดน้ะเออ... น่ารักอ้า
    #2204
    0
  5. #2202 MELAMOIR. (@mmillie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 09:56
    ชอบช่วงขอเวลานอกจริงๆ-..- ส่วนคุณนาวินตอนช่วงก่อนเกิดเหตุแบบนี้นี่แอบน่ารัก(?) หายใจเข้าออกหนูอินทร์ตัลหลอด แอบอยากให้เฮียแกมีบทน่ารักๆแบบนี้มากกว่าก่อนหน่อยแฮะ.....
    #2202
    1
    • #2202-1 จินต์ ลี. (@whitenovember) (จากตอนที่ 12)
      4 กรกฎาคม 2558 / 11:25
      ข้าพเจ้าได้รับความปรารถนาของท่านไว้พิจราณาแล้ว~ มันยาวกว่าเดิม บทต้องเยอะขึ้นค่ะ > <
      #2202-1
  6. #2201 ศะนะคะ (@sa-naca) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 01:25
    รู้สึกเหมือนภูจะอ่อนโยนขึ้น?
    #2201
    1
    • #2201-1 จินต์ ลี. (@whitenovember) (จากตอนที่ 12)
      4 กรกฎาคม 2558 / 11:23
      ถ้าจะเขียนให้มันลื่นขึ้นคงต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย หุหุหุ
      #2201-1
  7. #2198 Elfea (@venelin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 18:56
    ขอเวลานอกค่า เยอะ ๆ เลยอิอิ  
    ภูดูแคร์เมขึ้นมาเรื่อย ๆ แระ
    #2198
    1
    • #2198-1 จินต์ ลี. (@whitenovember) (จากตอนที่ 12)
      4 กรกฎาคม 2558 / 11:31
      ถูกความน่ารักของคุณเมเย้ายวนแน่ๆ เลย อิอิ
      #2198-1
  8. #2197 jerermy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 18:13
    ช่วงขอเวลานอกน่ารักมาก 555555555
    #2197
    1
    • #2197-1 จินต์ ลี. (@whitenovember) (จากตอนที่ 12)
      4 กรกฎาคม 2558 / 11:32
      แอดอวานซ์ขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อท่านผู้อ่านของเรา :)
      #2197-1
  9. #176 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 17:23
    สนุกดีจ้า
    #176
    0
  10. #171 อาเอ็น (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 07:14
    โว้วววว เมจังรวยมาก

    ส่วนคุณหนูอินทร์อะไรนั่น...ชิ ชิ



    รอตอนต่อไปอยู่น๊าาา
    #171
    0
  11. วันที่ 29 มกราคม 2556 / 01:28
    เรียกพ่อซิลูก << เป็นบทตอนได้เจอพ่อที่คิดว่าทิ้ง/ตายไปแล้วอ้ะ T=T กระซิกๆ 
    #170
    0
  12. #168 แอบรัก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 22:43
    5555. คุณกุน. จะเป็นพ่อหรือเป็นสัตว์เลี้ยงคะ?? มีหมอนี่มาเพิ่มคงมาช่วยเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้เมคินหน่อยละน้าาา.

    อ่ยา่งน้อยก็ดูเอ็นดู(?). หวงแหน(?). เมคินกว่าคนอื่นมั้งงงง 55555. เพราะทั้งเรื่องมีแต่พวกห่วงนะแต่ไม่แสดงออกเนี่ย.

    สงสารเมแทนเลย. เจอแต่พวกซึน. เศร้าใจ. หรือจริงๆเมเป็นพวกมาโซคะ? ฮุ. ฮุ. ฮุ.









    พอรู้เรื่องมรดกกว่าสามร้อยล้านเนี่ย. แสดงว่าตอนพ่อๆ เค้าเลี้ยงเมแบบคุณหนูแน่ๆเลยยย. ประคบประหงมเลยเป็นคุณหนูขี้แง55555





    มาต่อไวๆน้าาา. รออ่านอยู่ค่าา
    #168
    0
  13. #167 Necro [DEAR] (@hiruyayosaru) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 21:36
    (มองแบบ เม้นขึ้นเร็วมากมาย)  โอยะ น่าทึ่งตะลึงงันทุกๆสามวิ ตัวจิ้นมาอีกแว้วว OwOb (??) น่ารักจริงอะไรจริง ชอบๆ ฮ่าๆๆๆ ขนาดในเกมยังมีข่าวฉาวได้ เยี่ยมๆ อย่างงี้หนูเมก็ดังแว้วสิ อย่าลืมมาเลี้ยงหนมเราด้วยนะเอ้อ (??)
    #167
    0
  14. วันที่ 28 มกราคม 2556 / 21:27
    สนุกมาก
    #166
    0
  15. #164 [ Raijin Eye ] (@whitenovember) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 21:09
    คุณภูจะได้มาขอตังค์เมแทนไง (...ใช่เรอะ!!!)
    #164
    0
  16. #162 วาฬรัตติกาล. (@labbitz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 20:42
    โหววว รวยเวอร์เลย
    อย่างก็อดขอตังค์คุณแล้วละสิ 555
    แต่ว่าเมได้คุณพ่อคนที่ สาม มาหรือเปล่านะ?
    เยี่ยมไปเบย ' w')
    #162
    0
พิมพ์เลขที่เห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android