สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สายใยสวาทมาเฟีย

ตอนที่ 7 : 3 นาซิโอ - - - 100% - - -


     อัพเดท 8 พ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักหวานแหวว
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : แวววิวาห์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แวววิวาห์
My.iD: http://my.dek-d.com/wedding-novel
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 19,074
39 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 167 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สายใยสวาทมาเฟีย ตอนที่ 7 : 3 นาซิโอ - - - 100% - - - , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1178 , โพส : 1 , Rating : 9 / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




 


 

3  นาซิโอ

- - - 100% - - -

 

เมื่อเรือโดยสารพ้นจากเกาะซิซิลีมาได้ ความกดดันและความเครียดสะสมซึ่งเกิดจากการเดินทางไกลเป็นครั้งแรกเพียงลำพังจึงถูกปลดลง ส่วนสาเหตุที่ทำให้ดาวิกาต้องทำแบบนี้เพราะมีสาเหตุมาจากสมาชิกในคฤหาสน์นั่นเอง...

คุณนายจูเลียคัดค้านการเดินทางไปพักผ่อนของเธอทันที ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะเดินทางไปไหน โดยคุณนายแม่มดหาเหตุผลนานัปการมาอ้าง และเรื่องสำคัญที่ทำให้คุณปู่สเตฟาโนเห็นด้วยก็คือ นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เธอสมควรอยู่ทำความรู้จักกับลีโอ โนเชริโน่ให้มากขึ้น ก่อนที่งานแต่งงานจะถูกจัดขึ้น!

ถือว่าเป็นเรื่องสุดช็อก เมื่อแผนการความร่วมมือระหว่างเธอกับลีโอกำลังถูกคุณนายแม่มดทำลายลง

นอกจากเรื่องชวนหัวเสียนี้แล้ว คุณนายแม่มดยังจัดตารางดินเนอร์ระหว่างเธอกับลีโอชนิดสัปดาห์ละสองครั้งขึ้นมาอีกด้วย แล้วใครจะไปอยู่รับคำสั่งสุดงี่เง่านี้เล่า! ในเมื่อเรื่องนี้เป็นความต้องการของจูเลียล้วน ๆ สิ่งที่เธอทำเป็นอันดับแรกหลังจากทราบเรื่องนี้ คือโทรไปบอกให้ลีโอรู้ถึงแผนการเดินทางไกลของเธอ และรวมไปถึงทำอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เธอไม่บอกใครเลย

นั่นคือ... การหนีออกจากคฤหาสน์!

ดาวิกาพบว่าเป็นความสนุกสุดเหวี่ยงที่ท้าทายเป็นอย่างมาก เมื่อเขียนจดหมายทิ้งไว้หนึ่งฉบับ เพื่อแจ้งว่าเธอมีแผนการเดินทางไปลอนดอน ทั้งที่ความเป็นจริงเธอกำลังเดินทางขึ้นเหนือเพื่อสัมผัสอ้อมกอดของฤดูหนาวที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและเทือกเขาแอลป์...

ช่างเป็นโปรแกรมสุดวิเศษซะเหลือเกิน แค่ความคิดว่าเธอจะได้วาดรูปอยู่กับมิสเตอร์โซโล โซบาร์โน ศิลปินชื่อดังตลอดวันหยุดสองสัปดาห์ ความกระตือรือร้นกลายเป็นแรงผลักดันกระตุ้นให้เธอลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ปรารถนาทันที

เธอแอบเอาชุดแม่บ้านมาใส่ ขณะหลบหนีออกจากคฤหาสน์ปะปนไปกับแม่บ้านสาวคนอื่น ๆ นับว่าเธอเล่นกับจังหวะได้ถูกต้องจริง ๆ เมื่อบรรดาบอดี้การ์ดไม่สนใจเธอเลย นอกจากหยอกล้อกับเหล่าแม่บ้านคนสวย เจ้าเสน่ห์ ที่โปรยรอยยิ้มหวาน ๆ และนำขนมอร่อยมาแบ่งปันกับเหล่าบอดี้การ์ด พอพ้นจากคฤหาสน์นาซิโอซึ่งหนาแน่นไปด้วยบอดี้การ์ดหน้าดุมาได้ ดาวิกาจึงตรงดิ่งมายังท่าเรือทันที

แบบฟอร์มที่สวมใส่อยู่อาจดูสะดุดตาไปบ้าง แต่ก็ไม่มีปัญหาเมื่อเธอจัดการเปลี่ยนมันออกเมื่อพ้นอาณาเขตของนาซิโอ พอขึ้นเรือได้ ทุกอย่างจึงถูกปลดระวาง ตอนนี้ไม่เหลือความกังวลใด ๆ อีก ทั้งเรื่องแองจี้เจ้าเหมียวแสนรู้ที่เธอรัก เพราะเธอได้มอบหมายหน้าที่ดูให้มิลินเป็นผู้ดูแลเจ้าแองจี้ในระหว่างที่เธอไม่อยู่คฤหาสน์แล้วนั่นเอง ส่วนเรื่องมาริโอ บอดี้การ์ดประจำตัวเธอนั้น ดาวิกาได้จัดการให้มาริโอลาพักร้อนเรียบร้อยแล้ว...

ทุกอย่างราบรื่นดี หากจะมีปัญหาบ้างก็คือเรื่องเดินทางไกลนี่ล่ะ!

ดาวิกาประสบปัญหาการเดินทางบ้างเล็กน้อย อย่างเช่นเรื่องซื้อตั๋วรถไฟฟ้า ซึ่งเธอไม่เคยทำด้วยตัวเองสักครั้ง รวมถึงโปรแกรมเดินทางซึ่งอยู่นอกเหนือการคาดหมาย สุดท้ายแล้วจุดมุ่งหมายปลายทางที่ซานกันดิโดจึงถูกเลื่อนออกไปเป็นอีกสองวันข้างหน้า เมื่อเธอพอใจจะแวะเที่ยวในกรุงโรมก่อน

พอมีตารางอยู่นอกเหนือจากที่วางแผนเอาไว้ ดาวิกาจึงต้องโทรไปขอความช่วยเหลือจากลีโอ

“ขอโทษด้วยนะคะลีโอ ฉันต้องรบกวนคุณอีกครั้ง พอดีฉันเจอปัญหาบางอย่างเข้า”

“ผมยินดีให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ เรื่อง ไม่ต้องเกรงใจครับ” ลีโอตอบรับด้วยความเต็มใจ อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังล้อเลียนเธอด้วย

“ฉันอยากให้คุณจองโรงแรมให้ เอ่อ... คือฉันไม่สะดวกทำแบบนั้นด้วยตัวเอง” ดาวิกาอ้อมแอ้มออกมา ดูว่าเป็นเรื่องที่น่าละอายเหลือเกิน

“ไม่ใช่เรื่องยากเลย ผมแนะคำให้คุณหาผู้ดูแลที่เก่ง ๆ สักคน”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันมั่นใจว่าฉันสามารถดูแลตัวเองได้” ดาวิกายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเมื่อครู่เพียงเล็กน้อย

“ตกลงเรื่องที่คุณขอความช่วยเหลือ คือเรื่องที่ให้ผมจองโรงแรมให้ใช่มั๊ย?”

มีเสียงหัวเราะในโทรศัพท์ ประหนึ่งขบขันที่เธอทำเรื่องง่ายดายอย่างการจองโรงแรมที่พักด้วยตัวเองยังไม่ได้ ดาวิกาเม้มปาก รู้สึกว่าอายุที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ทำให้วุฒิภาวะของเธอโตขึ้นตามอายุแม้แต่น้อย

“ฉันหนีออกจากบ้านมา ฉันไม่อยากทิ้งร่องรอยใด ๆ ให้คุณปู่สเตฟาโนรู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน” เธอบอกเหตุสุดวิสัยที่คิดว่าฟังขึ้นและมีน้ำหนักพอ

“อ้อ...” ลีโอลากเสียงยาวโดยไม่ถามถึงสาเหตุที่ทำให้ดาวิกาต้องทำเช่นนั้น เขาถามถึงตำแหน่งที่ดาวิกาอยู่แทน ซึ่งเป็นโรงแรมหรูกลางใจเมืองที่ดาวิกาต้องการเข้าพักนั่นเอง

“อีกสิบนาทีทุกอย่างจะเรียบร้อยนะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

“ด้วยความยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งครับคุณผู้หญิง แต่มีเรื่องนึงที่ผมอยากให้คำแนะนำ”

“ค่ะ ว่ามาได้เลย”

“คุณควรมีบอดี้การ์ดฝีมือดีอยู่ใกล้ตัวบ้างนะ”

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ฉันจะรับไว้พิจารณา”

“ดาวิกา คำนั้นผมไว้ใช้สำหรับปฏิเสธลูกน้องของผมนะ”

“สำหรับฉัน เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือค่ะ” หญิงสาวตัดบทสนทนาทันที จากนั้นเธอจึงกวาดสายตาดูบรรยากาศรอบกายอย่างให้ความสนใจ

ตอนนี้เธออยู่ในคราบนักท่องเที่ยวเต็มตัว แต่งตัวปอน ๆ พร้อมกระเป๋าสะพายบนหลัง และเธอคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรอย่างที่คู่หมั้นหนุ่มเตือนไว้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเธอไม่ได้ทำตัวโดดเด่น แต่ดาวิกาผู้อ่อนต่อโลกไม่รู้เลยว่า นักท่องเที่ยวที่พร้อมเดินทางไกล และพร้อมลุยกับทุกสถานการณ์ ไม่ควรเข้าพักโรงแรมหรูซึ่งเหมาะสำหรับต้อนรับนักธุรกิจ และเศรษฐี!

สิบนาทีต่อมาหญิงสาวจึงติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของทางโรงแรมอีกครั้ง พอจัดการเรื่องเช็คอินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ต้อนรับของทางโรงแรมจึงนำเธอไปยังห้องพักแสนหรูหรา... พอเหวี่ยงกระเป๋าเดินทางใบเขื่องลงบนที่นอนหนานุ่มได้ หญิงสาวจึงทุ่มตัวลงนอนตามไปติด ๆ

อะไรก็ไม่สุขใจเท่ากับการเดินทางอย่างราบรื่นไม่มีอีกแล้ว...

พอพักจนหายเหนื่อยแล้วนั่นล่ะ ดาวิกาจึงเลือกโทรสั่งอาหารขึ้นมารับประทานบนห้องพัก เธอพอใจมากเลยเชียวเมื่ออาหารมื้อค่ำสุดธรรมดานั้นทำให้เธอมีความสุขมากกว่าการนั่งรับประทานอาหารร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ถึงแม้เธอจะนั่งทานคนเดียวก็ตาม และที่สร้างความพึงพอใจให้กับหญิงสาวอีกหนึ่งเรื่องก็คือ ตลอดค่ำคืนยาวนานไม่มีเสียงรบกวนจากโทรศัพท์มือถือเลย

ทว่าความสุขและความเป็นส่วนตัวของเธอต้องถูกทำลายลงในช่วงสายของวันต่อมา!

หลัง จากเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและเตรียมตัวเดินทางไกลเพื่อไปยังบ้านพักตากอากาศที่ ซานกันดิโดตามโปรแกรมที่วางเอาไว้ ดาวิกาต้องพบกับปัญหาบางอย่างเข้า และเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเธอมากเลยทีเดียว เมื่ออยู่ ๆ แขกที่ไม่รู้จักได้มาเคาะประตูห้องนอนของเธอ ในตอนแรกดาวิกาคิดว่าอาจเป็นเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมที่นำอาหารเช้าขึ้น มาบริการลูกค้าถึงบนห้อง แต่เมื่อเปิดประตูออกมากลับทำให้เธอแปลกใจ

ชายหนุ่มสวมชุดดำทั้งชุด แต่งกายสุภาพมายืนเรียงแถวหน้ากระดานถึงสี่นาย โดยมีหัวหน้าทีมซึ่งยืนอยู่หัวแถวได้ก้าวออกมาหนึ่งก้าวหนึ่ง ลูกน้องทั้งสามค้อมศีรษะให้อย่างนอบน้อม หากจะมีก็แต่ชายหนุ่มดวงตาสีเขียวที่ขยับตัวมาใกล้เธอ

“ผมเอริโก้ โตริโน”

“ใครส่งพวกคุณมา?” ดาวิกาชิงถามก่อนที่ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีเขียวมรกตงดงามจะรายงานตัวจบด้วยซ้ำ

“ไม่สำคัญ ว่าพวกผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของคุณหนู” น้ำเสียงนั้นฟังไม่รื่นหูเท่าไหร่นัก อีกทั้งชายหนุ่มก็ทำหน้าเหมือนรำคาญใจ

ดาวิกาพ่นลมหายใจออกมาทันทีเมื่อเห็นความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้น แต่เหนืออื่นใด คือเธอไม่ชอบใจคำตอบอวดดีที่ได้รับจากบอดี้การ์ดคนนี้เลย!

“คุณไม่ลองคิดกลับกันบ้างล่ะ ว่าการที่มีพวกคุณอยู่ด้วย จะยิ่งทำให้ฉันกลายเป็นจุดสนใจ”

ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากมองหน้ากันคล้ายจะปรึกษา ซึ่งดาวิกาสามารถทายได้ทันที ว่าใครส่งทีมบอดี้การ์ดพวกนี้มาคุ้มครองเธอ และบอดี้การ์ดซึ่งเป็นหัวหน้าทีมชุดนี้ก็เป็นคนที่เธอเคยเห็นหน้าค่าตาของเขาซะด้วยสิ

ใช่แล้ว... เธอจดจำบุคลิกโดดเด่นและไม่เหมือนใครของเขาได้ ความเฉยเมย และหยิ่งทะนงคือเอกลักษณ์ของชายคนนี้ เขาคือคนที่ช่วยประคองเธอไว้ไม่ให้ล้มไปกองกับพื้นพรม ในวันที่เธอเดินทางไปหมั้นหมายกับมิสเตอร์ลีโอ โนเชริโน่

แต่การจดจำเขาได้ไม่สร้างความพึงพอใจให้ดาวิกาแม้แต่น้อย ซ้ำร้าย เขายังทำให้เธอไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเมื่อรู้ว่าลีโอส่งคนพวกนี้มาดูแลเธอโดยเฉพาะ

“พวกผมจะให้ความเป็นส่วนตัวแก่คุณหนูมากที่สุด” ชายหนุ่มยืนยันจุดประสงค์ของตัวเอง กระนั้นสีหน้าของเขากลับทำหน้าคล้ายจำใจต้องมารับหน้าที่ดูแลเธองั้นล่ะ

“ตลกสิ้นดี ความเป็นส่วนตัวของฉันคือการไม่มีบอดี้การ์ดเป็นโขยงคอยติดตาม ไม่ว่าจะคุ้มกันในระยะใกล้ หรือไกลก็ตาม กลับไปซะเถอะ”

“ผมทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไม?”

เอ ริโก้เงียบไป เขาแค่รู้สึกไม่พอใจต้องกลับมาดูแลเธอคนนี้เพราะความจำเป็นเท่านั้น และนี่ก็เป็นเรื่องที่เขาตั้งใจจะอยู่ห่างจากผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชีวิต ซึ่งการเพิกเฉย ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธของชายหนุ่มนี่ล่ะ ที่ทำให้ดาวิการู้สึกหงุดหงิดอารมณ์แต่เช้า “พวกคุณกลับไปเถอะ ฝากคำขอบคุณในความห่วงใยที่เจ้านายของพวกคุณมีให้ฉันด้วยก็แล้วกัน” ดาวิกาพบความเฉยเมยบนใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสี่คนอีกเช่นเคย

พับผ่าตายเถอะ! คนพวกนี้ไม่รับคำสั่งที่เธอป้อนให้เลยหรือไง?

“พวกผมยังกลับไม่ได้”

“นี่เป็นคำสั่ง!” หญิงสาวใช้น้ำเสียงที่บอกระดับถึงความหงุดหงิด

“พวกผมรับคำสั่งจากเจ้านายที่จ้างพวกผมเท่านั้น”

แม้น้ำเสียงของหัวหน้าทีมบอดี้การ์ดจะเรียบนิ่ง แต่ดาวิกาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เพราะดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นไม่มีสิ่งที่เขาแสดงออกแม้แต่น้อย แต่ยังมีความท้าทาย อวดดี ซึ่งเธอไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เธอไม่ชอบอยู่ใต้คำสั่งของใคร ในขณะเดียวกันก็ไม่ชอบตกเป็นที่สนใจของคนอื่น โดยเฉพาะการมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ดูน่าเกรงขามทั้งสี่นายคอยตามหลังดั่งเงาตามตัวเช่นนี้!

“แค่คำสั่งแรก พวกคุณยังทำตามไม่ได้เลย แบบนี้จะอยู่รับใช้ฉันได้ไง?”

“คุณหนูควรเปิดโอกาสให้พวกผมดูก่อน”

“ฉันไม่หลงกลพวกคุณหรอก กลับไปเถอะ”

พอถูกไล่หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดยิ้มมุมปาก เอาแต่ทำหน้ามึน ดาวิกากลอกตาไปมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจที่เธอต้องมาเจอเรื่องเครียด ๆ แต่เช้า พอทำอะไรไม่ได้หญิงสาวจึงปิดประตูห้องเสียงดังปังใส่หน้าบอดี้การ์ดหนุ่มที่แนะนำตัวเองว่าชื่อเอริโก้ โตริโน...

เอ๊ะ เธอจำชื่อของผู้ชายคนนั้นได้ไง?

พอบานประตูปิดกั้นความวุ่นวายจากโลกภายนอก หญิงสาวจึงกลับมานั่งเท้าคางด้วยความหงุดหงิดเมื่อโปรแกรมการเดินทางไปพักร้อนไม่เป็นไปอย่างที่เธอวางเอาไว้อีกแล้ว และมันทำให้เธอไม่สบอารมณ์เข้าไปอีกเมื่อจินตนาการไปก่อนล่วงหน้าว่าในบ้านพักตากอากาศเงียบสงบของเธอ จะมีบอดี้การ์ดหน้าหุ่นยนต์มาเดินเพ่นพ่านอยู่เต็มบ้าน

แค่คิดความสนุกก็อันตรธานหายซะแล้ว

เอ๊ะ หรือเธอจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการบังคับให้คนพวกนี้มาเป็นนายแบบนู้ดโพสต์ท่าสวย ๆ เพื่อให้โซโลเพื่อนของเธอได้วาดภาพดี?

จะว่าไปรูปร่างหน้าตาของแต่ละคนพอใช้ได้อยู่ โดยเฉพาะหัวหน้าทีมบอร์ดี้การ์ดชุดนี้

“มิสเตอร์เอริโก้ โตริโน” หญิงสาวพึมพำชื่อของชายหนุ่มออกมา แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่โซโลเพื่อนรักจะทำกับคนพวกนี้ ดาวิกาจึงส่ายหน้าให้กับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง

พอต้องหมกตัวอยู่ในห้องนั่นล่ะ หญิงสาวจึงหันมาสนใจแผนที่อิตาลีที่ซื้อติดกระเป๋ามาเมื่อวาน พอกางแผนที่ขนาดใหญ่ยักษ์ซึ่งบอกทุกรายละเอียดที่ต้องการรู้ ดาวิกาก็ประสบกับปัญหาอีกครั้ง เมื่อเธอไม่มีความชำนาญในการอ่านแผนที่เอาซะเลย จะว่าไป เธอยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของกรุงโรมซะด้วยซ้ำ!

สุดท้ายแล้วหญิงสาวจึงต้องถอดใจพับแผนที่เก็บใส่กระเป๋าให้อุ่นใจตามเดิม โดยเธอเลือกใช้วิธีถามทางจากเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟฟ้าเหมือนครั้งแรกที่เธอตัดสินใจมุ่งหน้ามาที่กรุงโรม

แต่ปัญหาตอนนี้มีอยู่ว่า เธอจะกำจัดบอดี้การ์ดที่ติดตามเธอเป็นโขยงได้อย่างไร?

แล้วคำตอบที่เธอได้รับก็คือ โทรไปหาผู้ที่ส่งตัวบอดี้การ์ดมาให้เธอซะ แต่ช่างโชคร้ายเหลือเกินที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จากคนที่เธอต้องการพูดคุยด้วยมากที่สุด ท้ายสุดดาวิกาจึงต้องเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมโดยปล่อยให้ผู้ชายตัวโตทั้งสี่คนติดตามเธอไปเงียบ ๆ

ดาวิกาเปลี่ยนแผนเดินทาง เธอไม่ไปสถานีรถไฟฟ้าตามกำหนดการที่วางไว้คร่าว ๆ แต่เธอเลือกเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงโรมแทน ซึ่งสถานที่ที่เธอไปนั้นเปรียบเสมือนศูนย์กลางที่เป็นจุดศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผู้คนจากทุกมุมโลกหลั่งไหลเข้ามาเสพศิลปะ จึงกลายเป็นกำแพงมนุษย์ชั้นยอดที่ทำให้เธอสามารถสลัดเหล่าบอดี้การ์ดพวกนี้ออกไป เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาแล้วนั่นล่ะ หญิงสาวจึงรีบโบกรถแท็กซี่โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าทันที!

 

เอริโก้ที่ตามดาวิกาอยู่ท่ามกลางฝูงชนถึงกับสบถหัวเสียออกมา เมื่ออยู่ ๆ คุณหนูดาวิกาได้คลาดสายตาเขาไป ความกระวนกระวายใจเกิดขึ้นทันทีเมื่อไม่รู้ว่าหญิงสาวหายไปในทิศทางไหน ที่แย่สุดก็คือ เอริโก้เห็นเหตุการณ์บางอย่างเข้า คุณหนูดาวิกาผู้อ่อนต่อโลก และไม่เคยรู้จักภัยอันตรายใด ๆ ถูกมิจฉาชีพที่ปะปนมาในกลุ่มนักท่องเที่ยวกรีดกระเป๋าสะพายของเธอเรียบร้อย!

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ... ถือว่าความโชคดีเข้าข้างเลยทีเดียวเมื่อแดเนียล บอดี้การ์ดซึ่งเป็นหัวหน้าทีมตัวจริงของเขาไหวตัวได้ทัน จึงสามารถตามไป สั่งสอนผู้ที่บังอาจขโมยทรัพย์สินของคุณหนูดาวิกาไป และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคนของเขาจึงจับตัวคนร้ายส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายทันที

“ได้ของคืนมามั๊ย?”

“อยู่นี่แล้วครับ” แดเนียลส่งกระเป๋าสตางค์สีหวานและโทรศัพท์ให้กับผู้เป็นนายทันที

“ทำได้ดีมากแดเนียล” เอริโก้ยิ้มขรึมมุมปาก

จากนั้นเขาจึงถือโอกาสนั้นเปิดกระเป๋าสตางค์สีชมพูหวานของหญิงสาวออกดู นอกจากธนบัตรซึ่งมากเกินจะพกติดตัวแล้ว ยังมีบัตรวีซ่า และเหรียญยูโร นอกเหนือจากทรัพย์สินมีค่าพวกนี้แล้ว เอริโก้ยังพบบัตรส่วนลดของร้านเครื่องเพชรชื่อดัง รูปถ่ายผู้ชายหน้าตาดีที่เสียบไว้ในช่องว่างโปร่งใส่ เอริโก้โฟกัสสายตาไปยังผู้ชายในภาพและจดจำรายละเอียดคนผู้นี้เอาไว้ นอกเหนือของกระจุกกระจิกแล้วเขายังพบบัตรรถไฟฟ้าอีกหนึ่งใบ...

เอริโก้พุ่งความสนใจไปที่บัตรรถไฟฟ้าทันที จากนั้นเขาจึงโทรประสานงานกับลูกน้องที่กำลังกระจายตัวออกตามคุณหนูดาวิกาอย่างเร่งด่วน พอจัดการเรื่องจำเป็นที่ต้องทำได้แล้ว ความนิ่งนอนใจยังไม่เกิดขึ้นซะเลยทีเดียว แต่เป็นความกังวลระคนห่วงใยที่ฉายชัดขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องถอนหายใจออกมายาว

พวกรอซซี่เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว... เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ข่าว แต่รู้ว่าคุณหนูดาวิกากำลังตกอยู่ในอันตราย

พออยู่ในสถานการณ์ หัวหมุน ก็ทำให้เอริโก้นึกถึงถ้อยคำของลีโอขึ้นมาอีก ลีโอพูดได้ถูกทุกอย่างจริง ๆ ว่าการดูแลผู้หญิงเป็นเรื่องยุ่งยากและน่าปวดหัว ในตอนนี้เขาเห็นด้วยกับคำพูดนี้เป็นอย่างมาก และเขาก็ต่อท้ายในใจอีกว่า ไม่เพียงแต่จะยุ่งยากน่าปวดหัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความกังวลอีกสารพัดที่เกิดขึ้นกับตัวเขาด้วย!

“นายครับ ตอนนี้คนของเราดักรอคุณดาวิกาที่สถานทีรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วครับ”

“ดี เรียกคนที่เหลือมารวมตัว เราต้องเดินทางไปที่นั่นให้เร็วที่สุด” สิ้นคำสั่งของเอริโก้ การเดินทางจึงเริ่มต้นอีกครั้งทันที!



4

ถล่ม

 

ความสบายใจ ความร่าเริงใจที่สามารถหนีพ้นจากเหล่าบอดี้การ์ดของลีโออันตรธานทันที เมื่อดาวิกาพบปัญหาบางอย่างเข้า คนขับแท็กซี่หน้าดุแจ้งค่าบริการที่ต้องชำระก่อนลงจากรถ ทว่าเธอกลับไม่มีเงินจ่าย! ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเกิดจากกระเป๋าสะพายหลังของเธอถูกคมมีดกรีดจนขาดนั่นเอง

ดาวิกาโทษ ความสะเพร่าของตัวเองที่ขาดความระวังตัวเมื่ออยู่ท่ามกลางชุมชนซึ่งมากด้วย กลุ่มนักท่องเที่ยวอีกทั้งยังเสี่ยงต่ออาชญากรรม เธอเคยได้ยินข่าวในลักษณะนี้มาบ้าง และเธอก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องประสบกับปัญหาในลักษณะแบบนี้ แต่ช่วงเวลานั้นเธอไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวมาตลอด สิ่งที่เธอให้ความสนใจมีแค่ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ตัวเองหลุดพ้นจากการติดตาม ของเหล่าบอดี้การ์ดที่ตระกูลโนเชริโน่ส่งมาดูแลความปลอดภัยให้เธอเท่านั้น

“สักครู่นะ ขอฉันหากระเป๋าตังค์ก่อน” ดาวิกาพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ ให้ฟังดูไม่ร้อนรนจนเกินไปในขณะที่เธอกำลังตื่นตัว ลนลานกับปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น เธอค้นทุกซอกมุมกระเป๋าอย่างใจเย็นแต่กลับไม่พบกระเป๋าสตางค์หรือแม้แต่เงินสักยูโร!

“ว่าไงครับคุณผู้หญิง? ผมรอนานแล้วนะ”

คนขับแท็กซี่มองมาที่เธออย่างไม่พอใจ สายตานั้นปราศจากความเป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเธอชักช้าละล้าละลังอีกทั้งไม่มีเงินจ่ายค่ารถ

“ฉัน... เอ่อ คือฉันไม่มีค่าโดยสารจ่ายให้คุณ ฉันเพิ่งถูกกรีดกระเป๋าก่อนขึ้นรถน่ะ” ดาวิกาตัดสินใจบอกความจริงกับอีกฝ่ายไปตามตรง บางทีคนขับรถอาจเห็นใจผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เดินทางเพียงลำพังอย่างเธอบ้างก็ได้ แต่สิ่งที่พบกลับไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดแม้แต่น้อย ไม่มีสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ซ้ำร้ายคนขับแท็กซี่ยังแยกเขี้ยวใส่เธออีก

“มุกเดิม ๆ ใช้กับผมไม่ได้หรอก คุณผู้หญิง”

“ฉันไม่ได้โกหกนะ” หญิงสาวยืนยันด้วยน้ำเสียงสั่นน้อย ๆ หน้าเจื่อนสีและเป็นกังวล

“สงสัยว่าเรื่องนี้คงต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วล่ะ”

ดาวิกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทันที เธอไม่กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำขู่ของชายแปลกหน้าหรอก แต่เธอเบื่อปัญหาที่ตามมาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการเรื่องของเธอแล้วต่างหาก เธอไม่ปรารถนาให้คนในตระกูลรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้เธอกำลังทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา หนีออกจากบ้าน!

หญิงสาวเสยปลายเส้นผมที่ปล่อยสยายไปด้านหลัง สายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้า และสิ่งนั้นก็สามารถทำให้เธอหลุดพ้นจากปัญหาน่าอึดอัดนี้ได้

“ฉันขอชำระค่าโดยสารด้วยนาฬิกาเรือนนี้ได้มั๊ย?”

ไม่ถามเพียงอย่างเดียวดาวิกายังรีบถอดนาฬิกาเรือนหรูออกจากข้อมือเรียว แล้วยื่นให้คนขับแท็กซี่ด้วย ซึ่งดูว่าโชเฟอร์หนุ่มจะพอใจมากเลยทีเดียวเมื่อได้พิจารณานาฬิกาข้อมือฝังเพชรอย่างถี่ถ้วน

“แค่นี้พอมั๊ย?”

“ผมคงไม่มีเงินทอนให้คุณ” ดวงตาเป็นประกายระยับของเขาบอกถึงความโลภ และความพอใจ

“ไม่เป็นไร ฉันให้เป็นทิปค่าเสียเวลา” หญิงสาวบอกเสียงเรียบ

“ขอบคุณที่ใช้บริการ”

เป็นรอยยิ้มที่ดาวิการู้สึกขยะแขยงมากที่สุด ทว่ายังไม่ทันแบกกระเป๋าสัมภาระก้าวลงจากรถ ประตูรถฝั่งคนขับจึงถูกกระชากออกโดยชายชุดดำ

“ลงไปซะ”

“แกเป็นใคร!

เป็นบทสนทนาแสนสั้นที่ดาวิกาเคยได้ยินมา แต่นั่นกลับเขย่าประสาท และขวัญผวามากที่สุดเมื่อภาพเหตุการณ์ราวกับอยู่ในจอภาพยนตร์เกิดขึ้นจริงต่อหน้าเธอจริง ๆ ดาวิกาเบิ่งตากว้างด้วยความตกใจเมื่อปืนเก็บเสียงของชายสวมชุดดำเล็งมาที่ขมับของคนขับรถ ก่อนระเบิดหัวคนผู้นั้นซะ!

ปุ!

เป็นเสียงคล้ายกับปืนอัดลม แต่มีอนุภาพการทำลายที่ร้ายแรงกว่านั้น

“ไม่! พระเจ้า!!!” หญิงสาวเอามือปิดปาก น้ำตาไหลพลากลงมาคลอเบ้าตาเมื่อเห็นเลือดแดงฉาน และกลิ่นคาวฟุ้งอยู่ในรถ สติน้อยนิดบอกให้เธอรีบลงจากรถคันนี้ซะ อันตรายกำลังคุกคามเธออยู่ ทว่ายังไม่ทันได้ทำสิ่งนั้น ชายชุดดำสวมแว่นตาบดบังดวงตาอีกคน ได้เปิดประตูรถในฝั่งที่เธอนั่ง จากนั้นจึงเข้ามากระชากตัวเธอถึงเบาะผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมเอามือปิดปากเพื่อกันไม่ให้เธอส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมา

ดาวิกา กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเต็มทน ขณะที่เธอถูกปืนกระบอกน้อยจี้อยู่ที่ชายโครงพร้อมบังคับให้เดินไปขึ้นรถยนต์ คันหรูติดฟิล์มสีดำมืดสนิทไปทั้งคันซึ่งจอดอยู่ไม่ห่างจากรถแท็กซี่ที่เธอ โดยสารมา ทว่ายังก้าวไปไม่ถึงรถยนต์คันนั้นด้วยซ้ำ อยู่ ๆ มีรถสปอรต์สีดำขับมาปาดหน้าคนร้ายที่จับตัวเธอมาซะก่อน! อีกทั้งยังเปิดฉากต้อนรับด้วยเสียงปีนที่ดังจนหูอื้อ!...

เสียงเบรกดังเอี๊ยดของล้อยางบดอยู่บนพื้นถนนเรียกความสนใจของผู้โดยสารที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณนั้นได้ดี

ดาวิกามีโอกาสได้เห็นบอดี้การ์ดที่คุ้นหน้า ซึ่งเธอได้สลัดคนพวกนี้ทิ้งไปตั้งแต่อยู่กรุงโรมแล้ว และการเห็นคนเหล่านี้ได้สร้างความอบอุ่นใจให้เธอขึ้นมานิดหน่อย เมื่อรู้ว่าบอดี้การ์ดซึ่งนำทีมโดยมิสเตอร์เอริโก้ โตริโน ไม่ใช่ทีมเดียวกับชายชุดดำที่ระเบิดหัวสมองคนขับรถแท็กซี่เมื่อครู่

แต่จะมีประโยชน์อะไรเล่า ในเมื่อคนพวกนี้ซึ่งดูดีกว่าคนกลุ่มแรกที่จู่โจมเธอ ดูไม่น่าไว้วางใจเช่นกัน!

ดาวิกาสัมผัสได้ถึงสนามรบขนาดย่อม เหงื่อชื้นกำลังซึมออกจากรูขุมขน ฝ่ามือของเธอเริ่มเย็นและชื้นไปด้วยเหงื่อ เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะอันตรธานหายเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ซึ่งยังดำเนินอยู่!

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอยู่ในสงครามที่มีแต่การประหัตประหาร รวมถึงเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ดาวิกาเห็นคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พากันหมอบลงกับพื้นเอามืออุดหู บ้างก็วิ่งหนีไปจากตรงนั้นอย่างหัวซุกหัวซุน ขณะที่ตัวเธอเองหูดับกับเสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ทำให้ดาวิกาตกตะลึงจนแทบช็อกเป็นครั้งที่สองเมื่อลูกกระสุนแหวกอากาศตรงเข้าจัดการชายชุดดำที่จับกุมตัวเธออยู่ โดยเฉียดเธอไปเพียงนิดเดียว

นิดเดียวเท่านั้น!

ดาวิกาไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร เพราะดูว่าพรรคพวกของมิสเตอร์โตริโนจะมีมาเพิ่มอีกนับสิบนายเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาที มิสเตอร์โตริโนจึงเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ แล้วลากตัวเธอให้ลอยตามเขาไปอย่างง่ายดาย ดาวิการู้สึกว่าภาพที่จอประสาทตารับได้กำลังหมุนคว้าง จับทิศทางไม่ถูกว่าเธอควรจะไปทางไหน แล้วเธอก็ถูกเขาจับยัดเข้าไปในรถที่พร้อมออกตัวตลอดเวลา

“พระเจ้า!!! ช่วยบอกฉันได้มั๊ยว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!” หญิงสาวหลุดคำถามออกมาอย่างคุ้มคลั่ง เธอกำลังเสียขวัญ และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ในขณะหนึ่ง น้ำตาจากความกลัวไหลเอ่อลงมาจากกระบอกตาที่แดงก่ำและร้อนผ่าว แต่ไม่มีอธิบายใด ๆ จากคนที่จับตัวเธอยัดใส่รถเลย

“หมอบลง!” ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่เบาะนุ่ม ด้านหลังรถสั่งเสียงห้วน

ตอนนี้เธอ ไม่มีกระจิตรกระใจทำตามคำสั่งนั้นแล้ว แต่เธอก็ถูกมือหนากดศีรษะให้ต่ำลง พร้อมลากตัวลงมาข้างเบาะเมื่อลูกกระสุนปืนของฝ่ายตรงข้ามสาดใส่รถยนต์คันหรู ที่ติดฟิล์มกรองแสงไว้จนทึบแบบไม่ยั้ง!

ดาวิกาจำได้แค่ว่าเธอร้องไห้ออกมาขณะสวดอ้อนวอนขอความเมตตากับพระผู้เป็นเจ้า ความกลัวและความตื่นเต้นทำให้มือและเท้าของเธอเย็นชืด อีกทั้งร่างกายยังสั่นระริกราวหนาวเหน็บและอยู่ท่ามกลางหิมะ หากจะผิดกันก็ตรงที่เธออยู่ท่ามกลางดงกระสุนก็เท่านั้น!

รถยนต์ที่เธอขดตัวอยู่นั้นขับแฉลบไปมาซ้ายทีขวาที แรงเหวี่ยงจากการขับเพื่อหลบหนีการไล่ล่าทำให้เธอเสียการทรงตัว และเซไปเซมา เสียงล้อรถและเครื่องยนต์สมรรถภาพสูงบีบอารมณ์จนเธอรู้สึกหวาดเสียว ตื่นกลัว และอีกสารพัดอารมณ์ที่สาดใส่

จนกระทั่งรถเคลื่อนห่างออกจากสถานีรถไฟฟ้าสู่ท้องถนนปกตินั่นล่ะ คนขับฝีมือดีและมีสติกับการเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายจึงลดความเร็วลงจนรถยนต์กลับมาทรงตัวได้ตามปกติ การไล่ล่าชนิดเอาถึงตายปิดฉากลงกลับมาสู่ความสงบ ราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากจะเหลือร่องรอยทิ้งไว้ก็แค่รูโหว่บนกระจกรถเท่านั้น

ดาวิการู้ว่าสงครามได้ปิดฉากลงก็เมื่อมิสเตอร์โตริโนดึงเธอขึ้นมานั่งบนเบาะนุ่มนั่นล่ะ และเธอก็สังเกตเห็นว่าที่กระจกมีรอยลูกกระสุนอยู่หลายรูเลยเชียว

พระผู้เป็นเจ้าทรงรับรู้ถึงคำวิงวอนของเธอแล้ว...

ดาวิกาผ่อนลมหายใจออกมา กระนั้นความเครียด ความตื่นกลัวกับนาทีชีวิตที่พยายามเอาตัวรอดจากความตายยังฝังลึกอยู่ในห้วงอารมณ์

มาเฟีย... เธอตระหนักถึงคำนี้อย่างถ่องแท้ก็วันนี้นี่ล่ะ!

“ให้ขับรถไปที่ไหนต่อดีครับคุณเอริโก้?” แดเนียลซึ่งรับหน้าที่สารถี และเป็นหนึ่งในทีมบอดี้การ์ดทำลายความเงียบลงหลังจากฝ่าดงกระสุนของพวกรอซซี่มาได้ ซึ่งสีหน้าของแดเนียลในตอนนี้ยังเปื้อนความเครียด เพียงแต่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมก็เท่านั้น

“มุ่งหน้าขึ้นเหนือ” เอริโก้ขยับริมฝีปากบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“ขอจุดหมายที่แน่ชัดด้วยครับ”

“ซานกันดิโด”

คำตอบของผู้เป็นนายนั้นทำให้แดเนียลต้องรีบเรียบเรียงแผนที่ในหัวสมองของตัวเอง ส่วนเอริโก้หันมาสนใจหญิงสาวเพียงคนเดียวซึ่งนั่งหน้าซีดเผือดและยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“หากคุณหนูอยากเปลี่ยนใจ กลับคฤหาสน์นาซิโอตอนนี้ก็ยังทันนะครับ”

ดาวิกาปรายตามองหน้าชายหนุ่มซึ่งนั่งเบาะหลังคู่มากับเธอ โดยหยุดสายตาไว้กับวงหน้าเข้มที่เรียบสนิท เธอขยับปากเหมือนอยากจะถามอะไรจากเขา แต่เธอก็เปลี่ยนใจ เลือกเป็นฝ่ายเงียบแล้วหลับตาลงซะ เธอรู้สึกเครียดจัด เครียดจนปวดหัวเหมือนกระโหลกศีรษะจะแตกร้าว กล้ามเนื้อในร่างกายยังเครียดเกร็ง กระบอกตายังร้อนผ่าว จนไม่มีกระจิตรกระใจคิดถึงโปรแกรมสวยหรูของตัวเอง เธอรู้แค่ว่ามิสเตอร์โตริโนพาเธอไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่คฤหาสน์นาซิโอ

เวลาเคลื่อนผ่านไปสักพักความอ่อนล้าจากการเดินทาง กอปรกับความเครียดจากการเผชิญเรื่องร้าย ๆ ซึ่งเฉือนความตายมาได้จึงทำให้ดาวิกาหลับได้อย่างง่ายดาย นี่เองที่เอริโก้ซึ่งนั่งเงียบมาตลอดทาง ได้เห็นวงหน้าสวยหวานราวรูปหินอ่อนสลักหลับอยู่บนเบาะนุ่มข้าง ๆ เขา

ก็อยากจับ เธอมาหนุนตักเขาให้สบาย แต่เมื่อนึกถึงฐานะของตัวเองที่ต้องการปกปิด รวมไปถึงกฎระเบียบการเป็นบอดี้การ์ดจึงกลายเป็นข้อบังคับที่เขาต้องฝืนใจ ปฏิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาต้องแข็งใจไม่แตะต้องเธอ เขาต้องรักษาสัจจะที่มอบให้กับตัวเองสิ จนกระทั่งรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาตามชานเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักนั่น ล่ะเสียงโทรศัพท์ของเขาจึงดังขึ้น...

“ว่าไง เจอตัวแล้ว อือ มีการปะทะกันเกิดขึ้น”

ดาวิการู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อบทสนทนาดังขึ้นหลังจากจมอยู่กับความเงียบมาพักใหญ่ เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียและรู้ว่ามิสเตอร์โตริโนที่ยื่นมือมาช่วยเหลือเธอราวกับอัศวินขี่ม้าสีนิลกำลังคุยกับใครสักคนอยู่ เธอไม่อาจทายได้ว่าผู้ที่โทรมาหาเขาเป็นใคร แต่จากการเห็นสีหน้าเคร่งขรึมก็ฟ้องดาวิกาได้อย่างหนึ่งว่า ไม่น่าใช่เรื่องน่าอภิรมย์แน่นอน...

คนที่เธอเอาแต่มองหน้าเขาอย่างเดียวจึงปรายตามามองเธอ ดาวิการู้สึกถึงความร้อนกำลังกระจายอยู่บนผิวแก้มเมื่อสบตาสีเขียวมรกตนั้นเข้าด้วยความบังเอิญ

“คุณลีโอต้องการเรียนสายด้วย” เอริโก้ส่งโทรศัพท์มือถือให้หญิงสาว และเขาก็เห็นความลังเลไม่แน่ใจจากคุณหนูผู้เลอโฉมที่จะรับสิ่งนั้นจากมือของเขา แต่สุดท้ายเธอก็รับมันไปแนบหู

“ค่ะ ดาวิกาพูด”

“ผมทราบข่าวจากทีมบอดี้การ์ดที่ส่งไปคุ้มครองคุณ ว่าเกิดเรื่องไม่ค่อยดีขึ้นกับคุณ”

“ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่ายังไง ทุกอย่างดูแย่ไปหมด” น้ำเสียงของหญิงสาวกลายเป็นสั่นเครือ ดวงตาของเธอแดงก่ำทำท่าว่าจะปลดปล่อยหยาดน้ำตาลงมาอีก แต่เธอก็สกัดกั้นอารมณ์อ่อนไหวนั่นอย่างสุดความสามารถ

“คุณปลอดภัยดีใช่มั๊ย?”

“ค่ะ ฉันปลอดภัย แต่คนของคุณ... ฉันไม่แน่ใจ” ดาวิการายงานไปตามความจริง ด้วยว่าเธอเห็นใครหลายคนถูกยิงต่อหน้าต่อตา อีกทั้งมีคนตายเกิดขึ้น แต่เธอไม่สามารถแยกออกได้ว่าใครเป็นใครก็เท่านั้นเอง

ลีโอเงียบไปอึดใจ ก่อนป้อนคำถามใหม่มาให้ “ให้ผมรายงานเรื่องนี้กับมิสเตอร์สเตฟาโนมั๊ย?”

“อย่านะคะ!” หญิงสาวหลุดปากออกมาจากจิตใต้สำนึก “อย่าทำอย่างนั้น ถ้าคุณจะกรุณา” น้ำเสียงนี้อ่อนลงกว่าเมื่อครู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ผมไม่รับปาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ อาจเกิดขึ้นกับคุณอีก หากคนพวกนั้นรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ทางที่ดีผมแนะนำว่าคุณควรกลับบ้านซะ ดาวิกา”

“หุบเขาหนาวเย็นน่าจะพอสำหรับซ่อนตัว ฉันเครียดกับทุก ๆ เรื่องที่อยู่รอบตัว ฉันอยากพักร้อนและได้ความเป็นส่วนตัวค่ะคุณลีโอ” หญิงสาวโพล่งความต้องการของเธอออกมา

“คุณจะได้ความเป็นส่วนตัวดาวิกา แต่หลังจากที่บอดี้การ์ดของผมมั่นใจว่าบ้านพักตากอากาศที่คุณไปเก็บตัวนั้นปลอดภัย และไม่มีคนพวกนั้นตามไปกวนใจ”

“ขอบคุณที่ดูแลฉันค่ะ”

“ขอผมคุยกับคนของผมหน่อยสิ”

ดาวิกาส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนเธอขยับตัวมาชิดกรอบหน้าต่างแล้วทอดสายตาออกไปชมวิวทิวทัศน์ด้านนอก

หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า ถ้าไม่มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น วินาทีนี้เธอคงมีความสุขกับการชมวิวทิวทัศน์เป็นอย่างมาก การเห็นบ้านเรือนหลังน้อยซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่ง มีเรือจอดอยู่ตามท่า โดยมีท้องทะเลสีครามกับดวงตะวันอบอุ่นในฤดูหนาวเป็นฉาก คือภาพแห่งความสุขที่เธอปรารถนาจะเห็นจากการเดินทาง

“คุณหนูหิวหรือยัง?” คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอป้อนคำถามมาให้อีก ดาวิกายกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉย

“ตอนนี้ฉันกินอะไรไม่ลงหรอก”

นั่นคือคำตอบที่หญิงสาวคิดเอาเอง!

พอสิ้นคำไม่ทันไร ท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องออกมาขออาหารฉีกหน้าให้เธอต้องอับอายจนได้ หญิงสาวรีบเอามือปิดท้องตัวเองแล้วเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่างตามเดิม ดังนั้นเธอจึงไม่ทันเห็นรอยยิ้มคล้ายขบขันของชายหนุ่มซึ่งนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ

“คุณหนู”

ดาวิกาหันไปค้อนคมใส่ทันทีที่อีกฝ่ายไม่เลิกยุ่งกับเธอ แต่เมื่อเห็นบางสิ่งที่เขายื่นมาให้ ดาวิกาจึงชะงักไป

“ของคุณหนู”

ดาวิกามองกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือในมือชายหนุ่ม ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าของเขาอย่างจริงจังอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก “คุณสินะที่เป็นคนกรีดกระเป๋าของฉัน!

ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างถือดี ชวนให้หมั่นไส้ “ไม่มีผู้ร้ายคนไหนยอมกลับใจง่าย ๆ ในเมื่อทรัพย์สินในกระเป๋าสามารถนำความสุขสบายมาให้หลายเดือน”

หญิงสาวยก คิ้วขึ้นสูงกับคำปฏิเสทชาญฉลาดของชายหนุ่ม บางทีเธออาจมองโลกในแง่ร้ายเกินไปก็ได้ ดาวิการับกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่เหลืออยู่ มาถือไว้โดยปราศจากคำขอบคุณใด ๆ ทั้งสิ้น

“คุณหนูควรตรวจดูทรัพย์สินในกระเป๋าสักหน่อยนะ”

“ถ้าฉันบอกว่า มีของหายไปจากกระเป๋าใบนี้ คุณจะไปตามหามาคืนให้หรือไง?”

เอริโก้พูดอะไรไม่ออกนอกมองหน้าแล้วปิดปากเงียบซะ พอมิสเตอร์โตริโนเงียบไปแล้วนั่นล่ะ ดาวิกาจึงเป็นฝ่ายรู้สึกผิดขึ้นมาเลยเชียว

คนพวกนี้ได้เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือเธอเอาไว้ ถึงเธอจะไม่อยากญาติดีกับเหล่าบอดี้การ์ดที่นิยมความรุนแรง แต่สามัญสำนึกก็บอกว่า เธอควรดีกับพวกเขาบ้าง เพื่อตอบแทนที่คนพวกนี้ยินดีเสี่ยงอันตรายเพื่อปกป้องเธอ แต่ครั้นจะเอ่ยปากขอบคุณออกมาเลยตรง ๆ เธอก็รู้สึกกระดากปากเกินไป สิ่งที่เธอทำได้คือ ถอนหายใจออกมายาวเพื่อไล่ความรู้สึกตึงเครียดออกไปเท่านั้น

“ฉันอยากรู้ว่าพวกที่ไล่ตามฉันมาเป็นใคร”

“ผมคิดว่าเจ้านายของผมได้บอกคุณหนูบ้างแล้ว” น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูอวดดีเหมือนเดิม

“พวกรอซซี่งั้นเรอะ?” เธอถามเพื่อความมั่นใจ

“ครับ”

ดาวิกาเม้มปาก รู้สึกไม่พอใจกับคำยืนยันจากอีกฝ่ายสักเท่าไหร่นัก เพราะคำยืนยันนั่นดูเหมือนจะมีผลต่อระดับความดันในร่างกาย เธอผสานมือไว้ในตักแล้วหลุบตามองมือของตัวเองอยู่นาน...

“คนพวกนั้นจะตามฉันนานแค่ไหน?”

“เกรงว่าคำตอบอาจทำให้คุณหนูเครียดมากไปกว่านี้” เอริโก้พยายามหาคำตอบเป็นกลางมากที่สุดมาป้อนให้กับหญิงสาว

“ไม่มีอะไรน่าเครียด และเป็นกังวลกับคำถามที่ไร้คำตอบหรอก มิสเตอร์โตริโน” ดาวิกาประชด รู้สึกไม่สนุกเลยสักนิด หากการเดินทางไปพักผ่อนในครั้งนี้ จะมีบอดี้การ์ดติดตามเธอไปทุกหนแห่งเป็นโขยงเช่นนี้ อีกทั้งยังมีเหตุการณ์บ้า ๆ ที่เขย่าประสาทจนหลอนนั่นอีก!

- - -  50% - - -



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สายใยสวาทมาเฟีย ตอนที่ 7 : 3 นาซิโอ - - - 100% - - - , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1178 , โพส : 1 , Rating : 9 / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#1 : ความคิดเห็นที่ 7
ตอนนี้สนุกมากกกกกกกเลยค่ะ
PS.  มิตรภาพเป็นสิ่งสวยงาม
Name : fernfong< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fernfong [ IP : 124.120.24.135 ]
Email / Msn: pachuen_sil(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 / 13:56


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Dek-D ชวนน้องๆ ส่งเรื่องสั้นวันแม่หัวข้อ

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android