บ่วงรักมาเฟีย(พิมพ์ซ้ำ-เปลี่ยนปก)

  • 98% Rating

  • 25 Vote(s)

  • 472,011 Views

  • 4,086 Comments

  • 2,154 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,018

    Overall
    472,011

ตอนที่ 14 : บ่วงรักมาเฟีย ตอนที่ 14View : 4920 , Rating : 95% / 21 vote(s)

23 เม.ย. 59

ตอนที่ 14 : บ่วงรักมาเฟีย ตอนที่ 14View : 4920 , : 95% / 21 vote(s)

23 เม.ย. 59






ตอนที่ 14

 

าคินรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่คนในอ้อมกอดออกแรงดิ้นขลุกขลัก เห็นริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูที่เขาขโมยจูบเมื่อคืนขยับและทำท่าจะส่งเสียงกรีดร้องโวยวาย มือใหญ่ก็ตะปบเข้าทันท่วงทีก่อนที่เสียงแหลมจะดังขึ้น

“ห้ามกรี๊ดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...ผมจะจูบคุณรับอรุณสวัสดิ์เลยคอยดู”

ภาคินขู่เสียงเข้มพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง อัญธิกาสบตากับชายหนุ่มชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ฝ่ามือหนาจึงคลายออกจากปากอิ่ม

“คุณก็ปล่อยฉันสิ”

อัญธิกาสั่งเสียงเขียว ส่งสายตาขุ่นๆ มองไปยังวงแขนแข็งแรงของชายหนุ่ม ที่ยังโอบกอดร่างกายของเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา

“ยัง...คุณต้องฟังผมก่อน ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะล่วงเกินคุณ เมื่อคืนผมได้ยินเสียงคุณกรี๊ด แล้วผมก็เข้ามาดู เห็นคุณร้องไห้ตัวสั่นอย่างกับลูกนก แต่คุณยังหลับ ผมคิดว่าคุณคงฝันร้าย ก็เลยเข้ามากอดปลอบแค่นั้น”

ภาคินอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฟัง อัญธิกาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในกระแสเสียงและอ้อมกอดอบอุ่นของเขา ใบหน้าหวานของหญิงสาวค่อยๆ หม่นหมองลงเมื่อนึกถึงความฝันเมื่อคืนนี้

“ฉะ...ฉัน ฝันถึงพ่อกับแม่ค่ะ”

“แค่ฝันถึงพ่อกับแม่ ทำไมถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ถ้าฉันเล่าอะไรให้คุณฟัง คุณห้ามหัวเราะเยาะฉันเด็ดขาดเลยนะคะ”

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่มีน้ำตาคลอหน่วยมองหน้าเจ้าของอ้อมกอดด้วยความลังเลไม่แน่ใจ อัญธิกายังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเธอถึงได้รู้สึกปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น เวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ เวลาที่เธอได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาแบบนี้

“ครับ”

“ความจริง...ฉัน...ฉัน...เอ่อ...ฉันนอนคนเดียวไม่ได้” อัญธิกาบอกตะกุกตะกักแต่สุดท้ายก็ยอมเล่าให้ชายหนุ่มฟัง

“ทุกครั้งฉันจะฝันเห็นภาพที่พ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุ มันทำให้ฉันกลัวจนนอนไม่หลับ ตั้งแต่พวกท่านจากไปฉันก็นอนกับเอลี่มาตลอด จนกระทั่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ตอนแรกฉันก็คิดว่าฉันอาจจะฟุ้งซ่านหรือว่าคิดไปเอง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ฉันก็ยังฝันแบบเดิม และยังกลัวจนนอนไม่หลับอยู่ดี คุณว่าฉันกินยานอนหลับดีไหมคะ” ท้ายประโยคนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มเชิงปรึกษา

“ไม่ดี...คุณจะบ้าหรือยังไง ใครเขากินยานอนหลับพร่ำเพรื่อกันล่ะหืม” ภาคินตำหนิคนในอ้อมกอด แต่น้ำเสียงของชายหนุ่มกลับอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงมากกว่า

“ก็ฉันกลัวนี่ ฉันนอนไม่หลับ ถ้างั้นคุณให้เอลี่ย้ายไปนอนกับฉันเหมือนเดิมนะคะ...นะ” อัญธิกาขอร้องเสียงอ่อนหวาน แต่ภาคินบอกตัวเองว่าจะไม่ใจอ่อน

“ไม่เอาหรอก ถ้าทำแบบนั้นลูกก็ไม่โตสักทีสิ คุณจะให้เอลี่เป็นเด็กที่เอาแต่ติดแม่ไปตลอดไม่ได้นะ ที่ผมยอมอนุญาตให้เอลี่นอนกับคุณย่าได้ก็เพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลง วันหนึ่งลูกต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ การศึกษาอาจจะทำให้ลูกต้องไปอยู่ไกลๆ จากเรา คุณจะทำให้เอลี่มีแต่ความหวาดกลัวเหมือนคุณหรือยังไงกัน อัญธิกา”

“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงเล่า ก็ฉันกลัวนี่ แล้วฉันก็ไม่อยากให้ลูกไปอยู่ไกลๆ ด้วยฮือๆๆ”

อัญธิกาน้ำตาไหลพราก เพียงแค่คิดถึงว่าวันหนึ่งหนูน้อยเอลี่ลูกสาวที่เธอรักปานแก้วตาดวงใจ จะต้องออกจากอ้อมอกของเธอไปอยู่ที่อื่น ภาคินถึงกับตกใจกับอาการของหญิงสาว ไม่คิดว่าอัญธิกาจะมีอารมณ์อ่อนไหวขนาดนี้ ชายหนุ่มลืมนึกไปว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับความสูญเสียมาตลอดและที่สำคัญอัญธิกากับลูกอยู่ด้วยกันตามลำพังมาถึงสามปี

“ชู่ว์...ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้องนะ อัญครับ...ผมขอโทษ อย่าร้องไห้เลยนะ เงียบซะคนดี”

ทั้งที่ไม่เคยปลอบใครมาก่อน แต่คำพูดที่เอ่ยออกมาเพื่อปลอบประโลมหญิงสาวกลับแสนไพเราะนุ่มนวลและอบอุ่นในคราวเดียวกัน

ภาคินกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กมีอาการดีขึ้นไม่ร้องไห้จนตัวโยนเหมือนเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มก็ค่อยๆ คลายวงแขนและผละห่างเล็กน้อย ก่อนจะใช้นิ้วหนาเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างเบามือ จากนั้นก็จูบหน้าผากมนเบาๆ การกระทำของภาคินทำให้อัญธิกาหน้าแดงปลั่งเพราะความเขินอาย

ตั้งแต่เกิดมา...นอกจากบิดาแล้วเธอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนถึงขนาดนี้มาก่อน

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเผลอสบนัยน์ตาสีน้ำทะเลด้วยความมึนงงสับสน และไม่เข้าใจ เธอจ้องมองเขานิ่งงันราวกับถูกสะกด และโดยที่หญิงสาวไม่คาดคิด

อุ๊บ!

ภาคินก้มลงจรดริมฝีปากหยักลงบนปากอวบอิ่มสีชมพูทันทีอย่างอดใจไม่ไหว ปากเล็กๆ ที่ตั้งท่าจะประท้วงเผยอขึ้น ส่งผลให้ลิ้นร้อนระอุแทรกผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย ภาคินสำรวจดูดกลืนความหวานจากโพรงปากอย่างหิวกระหาย ไม่เคยรู้สึกดีกับการจูบถึงขนาดนี้มาก่อนเลย

ให้ตายเถอะ! ตอนนี้ร่างกายของเขากำลังต้องการเธอ เขากำลังปรารถนาที่จะเข้าไปอยู่ในตัวเธอ

บ้าที่สุด! มันต้องบ้าแน่ๆ ภาคินทั้งสบถทั้งก่นด่าตัวเองในใจสารพัด โมโหนักหนาที่เขากำลังจะสูญเสียการควบคุมตัวเองเพียงเพราะ จูบเดียว!

“อะ...อื้อ...ปะ...ปล่อยนะ”

อัญธิการวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีผลักร่างหนาให้ออกห่าง หญิงสาวหายใจหอบถี่ราวกับออกกำลังกายมานานนับชั่วโมง ภาคินเห็นคนที่เขาเพิ่งจูบไปหน้าแดงเถือกลามไปถึงใบหูก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ยิ่งเห็นริมฝีปากอวบอิ่มกำลังบวมเจ่อเพราะฝีมือตนเองยิ่งทำให้เขาอยากดึงเธอเข้ามาจูบซ้ำอีกให้รู้แล้วรู้รอด

“อายุยี่สิบห้าปีมีลูกสาวอายุสี่ขวบแล้ว แต่ยังไม่เคยจูบกับใครเลย เป็นไปได้ยังไงกัน”

ภาคินเย้าหยอกอย่างอารมณ์ดี มองใบหน้างดงามของหญิงสาวด้วยสายตาพราวระยับ รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เป็นเจ้าของจูบแรกของเธอ

“คนบ้า! ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

อัญธิกาแหวลั่น พร้อมกับดึงหมอนข้างขึ้นมาฟาดใส่ชายหนุ่มเต็มแรงทั้งโกรธทั้งอายที่ถูกเขาปล้นเอาจูบแรกไปไม่พอยังมีหน้ามาล้อเลียนเธออีก

“ก็มันจริงนี่ ผมรู้นะ...ว่านี่เป็นจูบแรกของคุณ โอ๊ย! คุณจะฆ่าผมหรือไงเนี่ย!

“ถ้าฉันจะฆ่าคุณฉันไม่ใช้หมอนหรอกนะจะบอกให้คุณภาคิน ฉันเอามีดมาแทงคุณไม่ดีกว่าเหรอ”

อัญธิกาสวนกลับอย่างโมโห แค่หมอนใบเดียวทำเป็นโวยวายเสียงดังไปได้

“นั่นสินะ ถ้าคุณฆ่าผม คุณจะนอนกอดใครล่ะจริงไหม”

ภาคินยังคงเย้าแหย่ไม่เลิก มิหนำซ้ำยังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อัญธิกาอย่างจงใจ ไม่สนใจสายตาเขียวขุ่นที่เธอกำลังจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง

“คุณภาคิน! ฉันจะฆ่าคุณตอนนี้แหละ คนบ้านี่!

อัญธิการ้องลั่นด้วยความโกรธจัด รู้ทั้งรู้ว่าเธออายยังแกล้งอยู่ได้ ผู้ชายบ้าคนนี้

ร่างบอบบางขยับตัวเตรียมจจะกระโจนเข้าไปบีบคอเขาให้ตายคามือด้วยความโมโห แต่ภาคินรู้ทันจึงรีบพลิกกายหลบไปอีกทาง ทำให้อัญธิกาเสียหลักล้มลงด้านข้างแทน ชายหนุ่มจึงโถมกายกำยำขึ้นไปทาบทับร่างเล็กเอาไว้ทั้งตัวอย่างรวดเร็ว

“ปล่อยนะคุณภาคิน คนบ้า ฉันจะฆ่าคุณ!

อัญธิกายังคงโวยวายสียงดังลั่น พร้อมกับออกแรงดิ้น ดวงตากลมโตจ้องมองเจ้าของเรือนกายกำยำด้วสายตาวาวโรจน์เรืองรอง

“คิดให้ดีนะทูนหัว ฆ่าผมแล้วคุณจะนอนกอดใครกันครับคุณอัญธิกา”

เจ้าของเสียงทุ้มยิ้มยั่วใส่ตากลมโตพร้อมกับโน้มใบหน้าต่ำลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

“คนบ้า! เลิกพูดเดี๋ยวนี้นะ!

อัญธิกาแหวใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจอุ่นของเขาที่เป่ารดลงมาอย่างจงใจ เพราะสัมผัสนั้นทำให้ร่างกายของเธอสั่นไหวและร้อนวูบวาบแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็น

“ว่าไง ผมพูดถูกใช่ไหม ผมเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้จูบคุณใช่หรือเปล่า”

รู้ทั้งรู้แต่ภาคินก็ยังอยากถาม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงอยากย้ำประโยคนี้บ่อยๆ แล้วชายหนุ่มก็คิดได้ว่า อาจเป็นเพราะอยากประกาศตัวว่าเป็นเจ้าของจูบแรกของเธอก็เป็นได้

“หยุดนะคุณภาคิน! ฉันบอกให้คุณหยุดพูดเดี๋ยวนี้ไง ไม่งั้นฉันจะโกรธคุณจริงๆ ด้วย”

ปากเล็กๆ ทั้งต่อว่าและคาดโทษชายหนุ่มฉอดๆ ทั้งที่มีร่างกายกำยำของเขาทาบทับอยู่ แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสภาพไหน อัญธิกาก็หน้าแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก มือเรียวเล็กพยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ไม่เป็นผล เพราะคนที่อยู่ข้างบนกำลังมองคนใต้ร่างด้วยสายตาส่อประกายแพรวพราว

จูบอีกสักทีดีไหมนะ

ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัว ภาคินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังบวมเจ่อนิดๆ อย่างหลงใหลโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าหล่อคมลงไปใกล้ๆ จนเกือบชิด ยังไม่ทันที่ริมฝีปากได้รูปจะแตะลงบนกลีบปากหวาน เสียงใสๆ คุ้นหูก็ดังขึ้นราวกับระฆังช่วยชีวิต

“แม่จ๋ากับพ่อจ๋า ทำอะไรกันคะ”

เสียงของหนูน้อยเอลี่ดังมาก่อน ตามด้วยร่างเล็กป้อมที่มาพร้อมกับตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลในอ้อมกอด

“เอลี่! เอ่อ...” 

อัญธิกาหาเสียงตัวเองไม่เจอ ใบหน้าหวานยิ่งแดงเข้าไปใหญ่ เมื่อคนที่เดินตามเอลี่เข้ามาในห้องนั้นคือคุณชลิดา

“พ่อจ๋ากับแม่จ๋า กำลังเล่นออกกำลังกายตอนเช้ากันครับ”

ภาคินเป็นฝ่ายตอบลูกสาวพร้อมกับพลิกกายกำยำลงจากร่างบางโดยอัตโนมัติ และถ้าชายหนุ่มได้เห็นหน้าตัวเองตอนนี้ คงจะรู้ว่ามันกำลังแดงขนาดไหน และคงมีแต่ผู้เป็นมารดาเท่านั้นที่สังเกตเห็น

“อรุณสวัสดิ์จ้ะหนูอัญ ไงจ๊ะเจ้าลูกชาย สองคน...คิดถึงลูกมากจนต้องมานอนที่ห้องนี้เลยหรือจ๊ะ”

คุณชลิดาทักทายหญิงสาวที่กำลังอายหน้าแดงด้วยความเอ็นดูและถูกใจ พร้อมกับเอ่ยแซวลูกชายด้วยรอยยิ้มเต็มดวงหน้าสง่างาม ภาพที่เห็นทำให้ท่านรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ ได้แต่ตั้งความหวังว่าสิ่งที่ปรารถนาคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณป้า เอลี่มาให้แม่จ๋ากอดหน่อยสิคะ คิดถึงจังเลย”

อัญธิกาเฉไฉหันไปเรียกลูกสาวกลบเกลื่อนอาการเขินอายของตนเอง

“แม่จ๋าออกกำลังกายเสร็จแล้วเหรอคะ วันหลังเอลี่เล่นด้วยนะคะ เอลี่อยากออกกำลังกายจะได้แข็งแรง”

หนูน้อยเอลี่ถามด้วยความใสซื่อตามประสาเด็ก แต่คนถูกถามได้แต่หน้าแดงแล้วแดงอีก และไม่รู้ว่าจะตอบลูกน้อยยังไงดีจึงได้แต่ยิ้มเขินๆ

“ไหนคนเก่ง มาให้พ่อจ๋าจุ๊บทีสิครับ นอนกับคุณย่าหลับสบายดีไหม” ภาคินรีบเบี่ยงประเด็นเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะอายยิ่งกว่าเดิม

“สบายมากค่ะ เตียงคุณย่าย้ายใหญ่ นุ้มนุ่ม เอลี่ชอบนอนกะคุณย่า”

หนูน้อยพูดแจ๋วๆ ด้วยความตื่นเต้น พร้อมๆ กับเดินเข้าสู่อ้อมกอดที่บิดากางแขนรอรับร่างป้อม จากนั้นจึงจุ๊บแก้มบิดาสลับกันซ้ายขวาและภาคินก็ทำกับเอลี่ในแบบเดียวกัน คุณชลิดามองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื้นตันและมีความสุขล้นหัวใจ

“ถ้าเอลี่ชอบ ย่าก็จะให้หนูไปนอนกับย่าบ่อยๆ นะจ๊ะ แต่ตอนนี้หนูไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่านะคะ เราจะได้ลงไปทานอาหารเช้า แล้วก็ไปโรงเรียนกัน” คุณย่ายังสวยบอกกับหลานสาวด้วยรอยยิ้มละมุน

“ค่า...” หนูน้อยลากเสียงยาวอย่างว่าง่าย

“เอลี่อยากไปโรงเรียนแล้ว ตอนนี้เอลี่ไม่อายเพื่อนแล้วเอลี่มีพ่อจ๋าแล้ว ไม่มีใครล้อเอลี่เป็นลูกไม่มีพ่อแล้ว”

เสียงเจื้อยแจ้วพูดด้วยรอยยิ้มสดใสตามความไร้เดียงสา แต่หารู้ไม่คำพูดของเด็กตัวเล็กๆ นั้น ส่งผลให้ผู้ใหญ่ทั้งสามที่อยู่ในห้องถึงกับหัวใจหล่นวูบและหวิวๆ ในอก เมื่อคิดได้ว่าที่ผ่านมาเอลี่มีปัญหาและต้องเจอกับอะไรบ้าง

“โถ...หลานรักของย่า”

คุณชลิดาดึงหนูน้อยเข้ามากอดด้วยความสงสารจับใจ นี่หมายความว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลานของท่านคงจะเสียใจไม่น้อยเลย ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบนั้น คิดแล้วก็ขอบคุณโชคชะตายิ่งนักที่ทำให้ท่านได้พบกับอัญธิกาและหลานสาว ถึงแม้จะช้าไปถึงสี่ปีก็ตาม

ไม่เพียงแต่คุณชลิดาเท่านั้นที่รู้สึก ภาคินเองก็รู้สึกจุกเสียดแน่นในช่องท้องกับประโยคตัดพ้อยาวๆ ที่ออกมาจากปากลูกสาว นี่ถ้าเขาไม่รู้ว่ามีเอลี่อยู่ในโลกใบนี้ ลูกสาวของเขาจะเป็นอย่างไร เขายังนึกไม่ออกเลย จริงอยู่ที่ว่า ถึงแม้อัญธิกาจะเลี้ยงดูเอลี่มาอย่างดี ด้วยความรักที่มีอย่างท่วมท้นราวกับเป็นแม่แท้ๆ แต่ความรักนั้นก็ไม่อาจทดแทนความเป็นพ่อได้อยู่ดี

สองหนุ่มสาวมองหน้าและสบตากันแต่กำลังคิดเรื่องเดียวกัน เรื่องของเด็กหญิงอลิน อัญธิกามั่นใจแล้วว่าเธอตัดสินใจไม่ผิดที่ยอมพาเอลี่เข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ ที่นี่จะเติมเต็มสิ่งที่เคยขาดหายไปของหนูน้อยได้เพราะมันคือ...ครอบครัว

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ขอให้ทุกท่านได้รับความสุขจากการอ่านนะคะ ขอบคุณคอมเมนต์มากๆ ค่ะ

ด้วยรักจากใจ (สิระสา) กอดแน่นแน่น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 



Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 14 : บ่วงรักมาเฟีย ตอนที่ 14View : 4920 , Rating : 95% / 21 vote(s)

23 เม.ย. 59

ตอนที่ 14 : บ่วงรักมาเฟีย ตอนที่ 14View : 4920 , Rating : 95% / 21 vote(s)

23 เม.ย. 59

4 ความคิดเห็น

  1. #3908 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 07:29
    เอาเปรียบ ตลอดเลยนะ พี่คิน
    #3908
    0
  2. วันที่ 24 เมษายน 2559 / 18:52
    คุณคินอารมณ์ดีจังน้า
    #3870
    0
  3. วันที่ 23 เมษายน 2559 / 21:58
    คุณแม่เป็นใจ...อิอิ
    #3866
    0
  4. #3865 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 15:55
    #3865
    0
พิมพ์เลขที่เห็น