สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

สองรัก

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 สองรัก


     อัพเดท 24 ก.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: รัก, โรแมนติก, นักกีฬา, ขี่ม้า
ผู้แต่ง : บุหงามลาซอ/ไทแก้ว ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุหงามลาซอ/ไทแก้ว
My.iD: http://my.dek-d.com/thaikaew
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 8 Overall : 442
7 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 10 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
สองรัก ตอนที่ 1 : บทที่ 1 สองรัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 125 , โพส : 5 , Rating : 25 / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สองรัก
 



บทที่ 1  สองรัก



  

        อาชาสีน้ำตาลแดงกำลังวิ่งควบ มีหญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีฟ้าสดใส  นุ่งกางเกงขี่ม้าสีดำ  บูทที่สวมอยู่เป็นบูทครึ่งน่อง นั่งอยู่บนหลังม้าโดยมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  เส้นผมสีดำยาวที่ปล่อยสยายปลิวไปตามสายลมที่เข้ามาปะทะ  เบื้องหน้าหญิงสาวเป็นทะเลทรายสีทอง  มีสันเนินและริ้วคลื่นที่เกิดจากการกระทำของลมทำให้มองดูสวยงาม  หญิงสาวปล่อยอารมณ์ไปกับการขี่ม้า  แต่แล้วจู่ๆ อาชาที่กำลังควบมาด้วยความเร็วก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ  ยกขาหน้าทั้งคู่ขึ้น  หญิงสาวรีบใช้หัวเข่าหนีบเข้ากับลำตัวม้า  แล้วสิ่งที่ทำให้ม้าตกใจ  ก็เลื้อยขึ้นมาประจันหน้ากับหญิงสาว  มันเป็นงูตัวใหญ่  เธอผงะตัวหนีอย่างเร็วด้วยความตกใจ  ทำให้เสียการทรงตัวจึงค่อยๆ หล่นลงจากหลังม้า  แต่ก่อนที่ร่างกายจะกระทบพื้น  งูใหญ่ตัวนั้นพลันเลื้อยมารัดตัวเธอไว้  เธอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่างูตัวนั้นเปลี่ยนเป็นหน้าคน  สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าคร้ามเข้ม  ดวงตาคมดุ  สองข้างแก้ม  คางและเหนือริมฝีปากเป็นไรเขียวจากการเพิ่งโกนหนวด ใบหน้านั้นส่งยิ้มชวนใจละลายมาให้ 

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนอนสะดุ้งสุดตัวจากเสียงปลุกของนาฬิกา

          อุ๊ย! เพิ่งนอนไปแป๊บเดียวเอง  เช้าแล้วหรือนี่  เธอบ่นกับตัวเองและจัดการกดปุ่มปิดเสียงปลุกของนาฬิกา ลุกขึ้นนั่งบิดเนื้อบิดตัวไปมา  ระหว่างนั้นก็นึกถึงความฝันที่เพิ่งผ่านไปหยกๆ ตามตำราการทำนายความฝันทุกตำรา บอกว่าถ้าฝันเห็นงู นั่นเป็นการบอกเหตุล่วงหน้าว่าจะเจอเนื้อคู่  นี่ถ้าการทำนายฝันเป็นจริง  แสดงว่าเธอจะเจอเนื้อคู่ในเร็วๆ นี้กระมัง แล้วเนื้อคู่ของเธอจะมีหน้าตาแบบหนุ่มหล่อจัดที่เปลี่ยนหน้ามาจากงูใหญ่ตัวนั้นกระนั้นหรือ หนุ่มหล่อจัดนั่นดูอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นชายไทย แล้วเธอที่ร้อยวันพันปีไม่เคยติดต่อกับชาวต่างชาติที่ไหน จะมีโอกาสเจอหนุ่มนัยน์ตาดุจากที่ไหน  เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เธอฝันเห็นงูแล้วจะเจอเนื้อคู่หรอก ยิ่งเนื้อคู่เป็นชาวต่างชาติยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ใหญ่  ความฝันก็เป็นความฝัน หญิงสาวขับไล่ความฝันให้ออกไปจากการนึกคิด  ลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

 
 

          บรรยากาศยามเช้าตรู่ริมฝั่งแม่น้ำที่แดดยังไม่ออกเย็นสบาย   หญิงสาวรูปร่างโปร่งบาง ในชุดออกกำลังกายยืนมองสายน้ำแควน้อยที่ในฤดูนี้น้ำเต็มฝั่ง  แล้วหูเหมือนได้ยินเสียงการขับขานบทกลอนจากกวีซีไรต์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

          แควน้อย ค่อยคล้อย ค่อยไหล             เจียระไน น้ำพลอย พราวแสง

ส่องพืด ภูเพียง กำแพง                                 ส่องแหล่ง เรื่องราว เก่ากาล

          แควใหญ่ ย่างใหญ่ ย่างช้า                 ทุ่งหญ้า ผาใหญ่ ในย่าน

เลือดเมือง เนืองนอง ท้องสะพาน                 จดจำ ตำนาน บ้านเมือง

แควน้อย แควใหญ่ ไหลล่อง               เป็นลำ แม่กลอง ฟ่องเฟื่อง

สองฟาก สองฝั่ง มลังเมลือง                        ฝากเรื่อง ฝากราว ชาวชน  

เมืองขุนแผน แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์  มิ่งมณี พลอยงาม น้ำต้น

งามเมือง งามน้ำ งามคน                             คือมนต์ แม่กลอง เมืองกาญจน์

จาก เขียนแผ่นดินโดย เนาวรัตน์  พงษ์พบูลย์

 

       ยืนดื่มด่ำกับความไพเราะของบทกลอนจากผู้ประพันธ์ระดับศิลปินแห่งชาติ ชาวกาญจนบุรีที่ผลุดขึ้นในหัวและธรรมชาติที่สวยงามของสายน้ำแควน้อยที่ฝั่งตรงข้ามนั้นมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นครึ้มจนพอใจ หญิงสาวจึงเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการวิ่งเหยาะๆ ไปตามถนนเล็กๆ ในบริเวณบ้านที่มีเนื้อที่กว้างขวาง  กลิ่นกุหลาบสารพัดพันธุ์โชยมาเข้าจมูกยิ่งทำให้อารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น  

หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงที่ชีวิตมีแต่ความรีบเร่ง เมื่อกลับมาอยู่บ้านในต่างจังหวัดที่สงบสุข ทำให้เจ้าของร่างสมส่วนรู้สึกสบายทั้งกายและใจ  ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปติดแหงกกันอยู่ในท้องถนน ไม่ต้องฝากท้องกับอาหารนอกบ้าน  ไม่ต้องนอนในห้องขนาดแมวดิ้นตายแต่ราคาไม่เล็กตามไปด้วย และอีกสารพัดอย่างที่เธอต้องจำยอมเพื่อการเล่าเรียนให้จบได้รับปริญญาบัตรให้บิดามารดาชื่นใจ

          นอกจากเป็นเจ้าของไร่อ้อยจำนวนมาก  รวมทั้งมีโควตาส่งอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาล บิดามารดาเธอยังทำสวนกุหลาบที่ตั้งชื่อว่า ‘สองรักโรสการ์เดน’  สวนกุหลาบนอกจากจะตัดดอกส่งขายตลาดแล้ว  ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนในส่วนที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มีกิ่งพันธุ์จำหน่ายให้กับผู้ที่ชอบปลูกกุหลาบ และภายในสวนยังมีการเปิดร้านขายเครื่องดื่ม  อาหารว่างและอาหารจานเดียวง่ายๆ

          การทำไร่อ้อยไม่ต้องทำทั้งปี ถ้าอ้อยที่ตัดส่งโรงงานน้ำตาลแล้วยังไม่หมดอายุก็ปล่อยให้แตกกอใหม่ มีการบำรุงรักษาให้น้ำ  ใส่ปุ๋ยในช่วงแรกเท่านั้น  หรือถ้าต้องปลูกใหม่  เมื่อปลูกเสร็จ  ให้น้ำจนแตกต้นใหม่  ใส่ปุ๋ย  กำจัดวัชพืช  พออ้อยสูงขึ้นก็ปล่อยให้อ้อยเจริญเติบโตไป  ช่วงนี้งานในไร่อ้อยก็หมด  รอให้โรงงานน้ำตาลเปิดหีบอ้อย  จึงจะมีงานตัดอ้อยส่งโรงงานใช้เวลาไม่เกินสองเดือนก็เรียบร้อย พ่อแม่เธอจึงสามารถแบ่งภาคมาทำสวนกุหลาบได้  ถ้าคิดในพื้นที่ต่อไร่เท่ากัน  รายได้จากสวนกุหลาบมากกว่าไร่อ้อยมาก  แต่ไร่อ้อยเป็นอาชีพของครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย บิดาจึงยังไม่เลิกทำ

          วิ่งอยู่รอบบ้านจนครบเวลา  สองรักวิ่งเหยาะๆ ไปยังสวนกุหลาบเพื่อชมความงามของดอกกุหลาบที่กำลังออกดอกสะพรั่ง ในส่วนของสวนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมนั้นจ้างนักแต่งสวนมืออาชีพมาจัดแต่ง  สวนจึงออกมาสวยงามชวนให้นักท่องเที่ยวมาแล้วก็อยากมาอีก  กุหลาบมีทั้งปลูกลงแปลงที่จัดรูปแบบทั้งสี่เหลี่ยม  วงกลม วงรี  ปลูกในกระถางแขวน   ปลูกแล้วทำเป็นซุ้มเลื้อย รวมทั้งปลูกให้เลื้อยไปที่ผนังอาคารที่เป็นร้านอาหาร  สีเขียวของหญ้าที่ตัดเรียบบริเวณที่ว่างระหว่างแปลงปลูก เพิ่มความน่ามองให้กับสวนสวย มีทางเดินปูด้วยอิฐแผ่นโตให้นักท่องเที่ยวเดินชมสวนได้อย่างใกล้ชิด  โดยไม่เดินลงไปในพื้นหญ้า

          จากสวนกุหลาบเล็กๆ ทำแบบใช้คนในครอบครัว จ้างแรงงานไม่กี่คน  กลายมาเป็นสวนกุหลาบขนาดใหญ่ที่ต้องจัดการในเชิงธุรกิจเต็มรูปแบบที่พ่อแม่เธอเรียนรู้ประสบการณ์เหล่านี้ทั้งด้วยตนเองและการเข้าอบรมนานเท่าอายุเธอ

          สอง  สอง  โทรศัพท์ของหนูจ้ะ 

          เสียงเรียกจากใบหน้าที่โผล่ออกมาทางประตูบ้าน  ทำให้หญิงสาวที่กำลังเดินอย่างอ้อยอิ่งกลับจากสวนกุหลาบเปลี่ยนเป็นก้าวเท้าเร็วขึ้น และเปลี่ยนเป็นวิ่งขึ้นบันไดเตี้ยๆ แต่เมื่อถึงขั้นสุดท้าย  หญิงสาวก็สะดุดขั้นบันไดล้มลงไปในท่าจับกบ

          อุ๊ย!”  หญิงสาวอุทานออกมาเบาๆ  ลุกขึ้นมาเอามือลูบที่หัวเข่าตนเองทั้งสองข้างที่กระแทกพื้น  ก้าวแรกที่ออกเดินกะเผลกเล็กน้อย  แล้วหายเป็นปกติในก้าวต่อๆ ไป เมื่อไปถึงโต๊ะที่วางโทรศัพท์  ซึ่งขณะนี้กระบอกโทรศัพท์อยู่ในมือหญิงวัยกลางคนที่มีเค้าหน้าแบบเดียวกับหญิงสาวที่เดินมาตามเสียงเรียก

          ซุ่มซ่ามเป็นประจำเลยนะยายสอง  แล้วเป็นยังไงบ้าง  เจ็บมากไหม  เสียงบ่นดังขึ้นมาก่อนที่จะตามมาด้วยน้ำเสียงห่วงใย

          แหะ!  แหะ!” หญิงสาวยิ้มแหยให้มารดา นิสัยประจำตัวมันแก้ไม่หายค่ะแม่  เจ็บหัวเข่านี๊ดเดียวเอง  พูดแล้วใช้มือลูบหัวเข่าตัวเองอีกครั้ง  พร้อมกับเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์จากผู้เป็นมารดาโดยใช้มือปิดกระบอกโทรศัพท์ด้านล่างไว้ก่อน

          ขอบคุณค่ะแม่ 

          กล่าวแล้วยกกระบอกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

          สองพูดค่ะ

          นี่ฉันเองนะ  เสียงดังลอดมาตามสายแสดงความตื่นเต้น

          ฉันเองน่ะใครล่ะจ๊ะ  น้ำเสียงหยอกเย้าตอบกลับไป

          แหม...เพิ่งเจอกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผ่านไปแค่เจ็ดวันทำมาเป็นจำเสียงฉันไม่ได้  มันน่าน้อยใจจริ๊ง...  น้ำเสียงต่อว่าไม่จริงจังนักดังมา

          แค่ล้อเล่น...ทำมาเป็นอารมณ์บ่จอย ฉันจำเสียงเธอได้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะแม่น้อยหน่า เปรมปรีดา มีอะไรหรือจ๊ะถึงได้โทรฯ มาแต่เช้าเลย  จากหยอกเย้ากันเล่น  น้ำเสียงเป็นการเป็นงานก็กลับมา

          จ้า...คุณสองรัก พลอยกาญจน์ อารมณ์ดีเชียวนะ แล้วเมื่อกี๊เธอไปไหนมา  ฉันโทรฯ เข้ามือถือเธอ  โทรฯ เท่าไหร่ก็ไม่ยอมรับสาย 

          “ขอโทษที  ฉันไปวิ่งออกกำลังกายน่ะ  ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป”

          “งั้นแล้วไป  ที่โทรฯ มานี่จะชวนเธอไปสมัครเป็นเลซองให้นักกีฬาที่จะมาแข่งขี่ม้าที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ  จะใช้สนามแข่งที่กาญจนบุรี  เขาต้องการคนในท้องถิ่น  ตอนนี้กำลังเปิดรับสมัคร  เธอสนใจไหมล่ะ

          สนใจ...แล้วเธอล่ะ

          สนใจซีจ๊ะ  ถึงได้โทรฯ มาหาเธอไง  ว่าจะชวนเธอกับวรัญธร  ยายแก้วน่ะไปสมัครด้วยกัน  ดีไหม

          ดี...แล้วเธอโทรฯ ชวนแก้วหรือยัง

          ยัง  ว่าจะถามเธอก่อน  ถ้าเธอตกลงยายแก้วน่ะไม่มีปัญหาหรอก

          แล้วเขาจะเปิดรับสมัครถึงเมื่อไหร่

          วันศุกร์นี้  วันนี้เพิ่งวันจันทร์ยังเหลืออีกหลายวัน  แต่ฉันว่าจะชวนเธอไปพรุ่งนี้  ว่างไหม 

          ถ้าพูดว่าว่างคงไม่ได้  เพราะงานในสวนไม่มีวันหยุด แต่วันธรรมดานักท่องเที่ยวไม่ค่อยมี ก็แว๊บไปไหนๆ ได้ เธอโทรฯ ไปหายายแก้วนัดแนะยายคนนั้นเรียบร้อยแล้วโทรฯ มานัดเวลากับฉันอีกทีก็แล้วกันนะ

          อืม...ได้

          แล้วไปสมัครต้องเตรียมอะไรไปบ้างล่ะ

          รูปถ่ายสองนิ้ว สามใบ  เธอมีไหม

          มี

          แล้วก็บัตรประชาชน  สำเนาทะเบียนบ้าน  เอาทั้งตัวจริงและที่ถ่ายเอกสารนะ  เตรียมถ่ายไปหลายๆ ใบด้วย

          แล้ววุฒิการศึกษาเอาหรือเปล่า

          ไม่แน่ใจ  เตรียมไปก็แล้วกัน  เกินดีกว่าขาด แล้วบ้านเธอก็อยู่ไกล  วิ่งไปวิ่งมาเสียเวลา  เตรียมๆ มาเถอะ  ใช้ไม่ใช้ก็เผื่อเหลือเผื่อขาด 

          ถ้าคนสมัครเยอะ  เขาจะทำยังไง

          คนสมัครจะเยอะจะน้อยเขาก็ต้องสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกก่อน  ดูบุคลิก  ไหวพริบ  ปฏิภาณน่ะ ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยนะ  ไม่งั้นจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเอา  ถ้าพูดภาษาอื่นได้ด้วย  ต้องมีภาษีดีกว่าพูดได้ภาษาเดียว  สองเธอมั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองไหม”   

          ห้าสิบห้าสิบ

          แค่ห้าสิบห้าสิบเองเหรอ  ไม่เป็นไร เอาความฉลาด  ความฉาดฉานสู้ก็แล้วกัน  งั้นแค่นี้ก่อนนะ  เดี๋ยวฉันจะโทรฯหาแก้วก่อน  แล้วจะโทรฯ มาบอกเวลาเธออีกที  สวัสดีนะ

          จ้ะ  จะคอยรับสายเธออยู่ตรงนี้แหละไม่ไปไหนหรอก

          สองสาวสนทนาโต้ตอบกันจนจบเรื่องต่างคนจึงต่างวางสาย  พอวางสาย และนึกถึงคำว่าเลซอง สองรักก็สะดุดกึกขึ้นมาทันที งานที่เพื่อนชวนเธอไปสมัคร  ต้องทำกับชาวต่างชาติ  ชาวต่างชาติที่เธอเพิ่งคิดอยู่หยกๆ ว่าไม่มีทางที่เธอจะเจอะเจอ พอนึกถึงความฝันเรื่องเจองู แถมงูนั้นเปลี่ยนหน้าเป็นหนุ่มต่างชาติหล่อเข้ม ความกระตือรือร้นที่อยากจะไปสมัครเป็นเลซองก็ลดไปเกือบครึ่ง  

          หญิงสาวเหลียวหามารดา  ก็พบว่าไปนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร ตรงระเบียงที่ยื่นออกไปในสระน้ำขนาดใหญ่  ที่มีบัวสายหลากหลายสีบานแข่งกันอยู่  บรรยากาศยามเช้ากำลังเย็นสบาย  พ่อแม่เธอถึงจะเป็นชาวไร่  แต่ก็เป็นชาวไร่ประเภทมีรสนิยมสูง บ้านที่ปลูกจึงใช้สถาปนิกออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำ

          หญิงสาวก้าวเท้าเดินเร็วๆ ไปหามารดา  และนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม 

          เช้านี้แม่ครัวทำอะไรให้กินบ้างคะแม่  หญิงสาวมองอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้า

          มีอย่างที่เห็นนี่แหละ  หนูจะกินเลยไม๊ หรือจะไปอาบน้ำก่อน

          กินก่อนค่ะ พ่อตื่นหรือยังคะแม่

          ตื่นแล้วลูก  กินข้าวเสร็จก็ออกไปที่สมาคมชาวไร่อ้อย ไปประชุมเรื่องราคาอ้อย  ปีนี้ไม่รู้ว่าจะให้ตันละเท่าไหร่ ค่าปุ๋ย  ค่าน้ำมัน ค่ารถบรรทุก อะไรก็ขึ้นเอาขึ้นเอา  แต่ราคาอ้อยกว่าจะได้ขึ้นตันละ 5 บาท 10  บาท  ยื้อกันอยู่นั่นแหละ โรงงานน้ำตาลมีแต่รวยเอาๆ ชาวไร่มีแต่หน้าเหี่ยวหน้าแห้ง

          แหม...แม่ก็ช่างประชดประชัน  พ่อน่าจะให้แม่ไปร่วมประชุมด้วยนะคะจะได้บอกให้เจ้าหน้าที่รัฐเขารู้ว่าชาวไร่น่ะคิดยังไง

          พ่อไปคนเดียวก็พอลูก ฝีปากพ่อหนูน่ะกรรไกรทุกโรงพยาบาลก็คมสู้ปากพ่อหนูไม่ได้สักโรงพยาบาลเดียว  นางชื่นใจพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

คำพูดมารดาทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงดัง  และพูดต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

          ถ้าแม่ไปอีกคนคราวนี้กรรไกรทุกโรงพยาบาลในโลกนี้ต้องทื่อไปหมดแน่ๆ

          หญิงสาวพูดจบ  คนทั้งคู่ก็หัวเราะประสานเสียงกัน        

          สองคนแม่ลูกกินกันไปคุยกันไป  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกรอบ  สองรักเดินไปรับสาย  หายไปพักหนึ่งจึงกลับมานั่งที่เดิม

          “ใครโทรฯ มาอีกล่ะ”

          “ยายน้อยหน่า  เจ้าเก่าค่ะ”

โทรฯ มาเรื่องอะไรหรือลูก 

          น้อยหน่าโทรฯ มาชวนหนูไปสมัครเป็นเลซองให้กับนักกีฬาขี่ม้าที่จะมาแข่งที่ประเทศไทยเดือนธันวาคมค่ะ

          แม่ก็เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ นะไอ้เลซองอะไรเนี่ย  แต่แม่ก็ไม่เคยรู้สักทีว่าแปลว่าอะไร

          เลซองเป็นภาษาฝรั่งเศสค่ะ  แปลว่าเจ้าหน้าที่ประสานงาน  ไปประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาที่มาแข่งขันน่ะค่ะ

          แล้วหนูจะไปสมัครหรือไง

          ค่ะแม่  แม่อนุญาตนะคะหญิงสาวสลัดความคิดกวนใจเรื่องเกี่ยวกับความฝันออกไป ความฝันไม่ควรมาทำลายโอกาสในการใช้ภาษาอื่นที่เธอพูดได้  นอกเหนือจากภาษาไทย หนูอยากหาประสบการณ์สัมผัสกับคนหลายเชื้อชาติ  แล้วจะได้ไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศช่วยต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างแดน  ให้เขาประทับใจบ้านเมืองเรา  กลับไปแล้วพวกเขาจะได้คิดถึงประเทศไทยและกลับมาเที่ยวเมืองไทยของเราอีก 

          จ้า...แม่นักประชาสัมพันธ์เอกแบบไม่ต้องจ้างก็จะทำให้ฟรีใช่ไหม  มารดากล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูบุตรสาว

          แหม...แม่ก็...  เราก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือไง...  เมื่อโอกาสมาถึงเราก็ต้องฉวยไว้ซีคะ งานนี้มาแข่งกันที่กาญจนบุรีด้วย จะมีนักกีฬา  โค้ช  เจ้าหน้าที่อะไรพวกนี้มาอยู่ที่จังหวัดเราอย่างน้อยสองอาทิตย์  จำนวนเป็นร้อยคน  เขาจะต้องออกเที่ยวกันบ้างแหละ  ดีไม่ดีฝ่ายจัดการแข่งขันต้องมีโปรแกรมพาเที่ยว  สวนกุหลาบของเราอาจอยู่ในโปรแกรมเที่ยวด้วยก็ได้  มีคนมาเที่ยวเอาเงินเข้าจังหวัด  เศรษฐกิจบ้านเราก็ดีขึ้น  แม่ว่าไม่ดีหรือไง

          ไอ้ดีมันก็ดีอยู่...แต่เราจะเหนื่อยกันมากกว่านี้นะ  วันธรรมดาค่อยยังชั่วหน่อยแต่เสาร์-อาทิตย์แม่น่ะหัวหมุนเลย

          เราก็จ้างแรงงานเพิ่มเฉพาะเสาร์อาทิตย์สิคะ  พวกนักเรียนม. ปลายในละแวกนี้ที่อยากหางานทำวันหยุดก็คงมีหรอกค่ะแม่  เราจ้างพวกนี้จะได้อานิสงส์หลายอ่างนะคะ ช่วยให้เด็กๆ พวกนี้มีเงินไปกินโรงเรียนโดยไม่ต้องแบมือขอจากพ่อแม่ พ่อแม่ก็มีเงินเหลือมากขึ้น เด็ก ก็ม่เอาเวลาว่าง ดือนมีแขกพักแค่ ากๆ  ก็ต้องมีมาทางจังหวไปทำเรื่องเสียๆ หายๆ ยาเสพติดก็ไม่ระบาด  ชุมชนก็อยู่กันอย่างสงบสุข แม่ว่าดีไหมคะ"

          จ้า...แม่นักสังคมสงเคราะห์เอก หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสวยงามสมวัยพูดประชดด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง  สายตามองบุตรสาวอย่างเอ็นดู 

          แม่จะมีตำแหน่งอะไรให้หนูอีกคะนี่  คุยกันสิบนาที  หนูเป็นทั้งนักประชาสัมพันธ์และนักสังคมสงเคราะห์แล้วนะ  หญิงสาวเย้าแหย่มารดาด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

นักวิเคราะห์นโยบายและวางแผนเอกอีกตำแหน่งไหวไหมล่ะลูกจ๋า

สบายมากค่ะแม่  แล้วตำแหน่งนี้แม่จะให้หนูทำอะไรเป็นอย่างแรกล่ะคะ

ก็เรื่องรับคนงานเฉพาะกิจไงล่ะ  ไว้เราลองดูสถิตินักท่องเที่ยวกันก่อน  ถ้ามีแนวโน้มมากขึ้น  แม่จะคุยกับพ่อดู  ถ้าพ่อตกลงแม่ก็จะให้หนูรับผิดชอบเรื่องนี้ดีไหม

          ได้เลยค่ะแม่  หญิงสาวส่งยิ้มให้มารดา  และรับคำด้วยความยินดี

          แล้วเรื่องเลซองอะไรของหนูว่าอย่างไรต่อ

          หนูจะไปสมัครพรุ่งนี้ค่ะแม่  นัดกับน้อยหน่าและแก้วไว้  แม่จำน้อยหน่ากับแก้วได้นะคะ  มารดาหญิงสาวพยักหน้ารับ เราจะไปสมัครกันพรุ่งนี้นัดกันไว้ 10 โมงเช้าค่ะ  หนูจะเอารถกระบะไปนะคะ สองคนนั่นจะคอยอยู่ในเมือง

          เอารถยนต์ไปไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ  มารดาหญิงสาวเสนอ

          เอารถกระบะไปดีกว่าค่ะ ในเมืองรถเยอะ  เกิดไปเฉี่ยวชนกับใครเขาเข้า  จะได้ไม่เสียดายรถเท่าไหร่  เดี๋ยวหนูขอไปเตรียมเรื่องเอกสารก่อนนะคะ  เสร็จแล้วจะตามไปในสวนค่ะ

          ไม่ต้องรีบนะลูก  ดูเตรียมอย่าให้หลงลืมล่ะ  ตรวจทานให้ดีๆ  เดี๋ยวจะเสียเวลาย้อนไปย้อนมา

          ค่ะแม่  หญิงสาวลุกจากโต๊ะอาหารเดินไปทำธุระตามที่บอกมารดาไว้

 

 

 

 

          เฮ้!  สองทางนี้ 
         
เสียงเรียกดังมาจากทางด้านหลัง  หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งที่แต่งตัวเรียบร้อยในชุดกระโปรงย้วยสีดำคลุมเข่า  เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนสั้น เข้ารูป ความยาวคลุมสะโพก  รองเท้ารัดส้น  ส้นเตี้ย  สีเดียวกับกระโปรง  หันไปมองและเปิดรอยยิ้มสวยให้เพื่อนสาวสองคนที่กำลังเดินเข้ามาหา ทั้งสองสาวมีรูปร่างต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  เปรมปรีดาเป็นสาวร่างอวบ  สูงไล่เลี่ยกับเธอ  ส่วนวรัญธรเป็นคนตัวเล็กบอบบาง

          น้อยหน่ากับแก้วเธอมาถึงกันนานหรือยัง  ฉันไม่ได้มาผิดเวลานะ  หญิงสาวเอ่ยทักเพื่อน

          ไม่นานหรอก  เธอมาพอดีเวลาแล้วจ้ะ”  สาวน้อยร่างเตี้ยที่สุดตอบ  และเร่งเพื่อน “ไปกันเถอะ  คนมาสมัครเยอะเหมือนกัน 

          สามสาวพากันเดินเข้าไปในตัวอาคาร  ไปขอใบสมัครจากเจ้าหน้าที่มากรอก  กรอกไป  ปรึกษากันไปในบางช่องว่าควรจะกรอกอย่างไรดี  จนเสร็จ  จึงเดินไปยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูความเรียบร้อย  แล้วยืนรวมกลุ่มอยู่ที่หน้าโต๊ะรับสมัคร

          ดีจังเลย  คนไหนคะสองรัก  เจ้าหน้าที่สาววัยกลางคนดูใบสมัครของสองรักแล้วอุทานอย่างยินดี

          หญิงสาวยกมือขึ้นแสดงตัว

          หนูค่ะ  มีอะไรหรือคะ  ใบสมัครหนูไม่เรียบร้อยหรือเปล่าคะ

          เรียบร้อยทุกอย่างค่ะ พอดีเห็นหนูกรอกภาษาที่พูดได้ ยังไม่มีใครกรอกภาษานี้มาสักคน  เลยอยากรู้จักว่าคนไหน หนูพูดได้คล่องไหมคะ

          คล่องค่ะ

          เอาล่ะจ้ะเรียบร้อยแล้วของสามคนนี้  วันเสาร์ที่จะถึงนี้มาสัมภาษณ์นะคะ 

          ขอบคุณค่ะ  ทั้งสามสาวยกมือไหว้เจ้าหน้าที่รับสมัครอีกครั้ง  แล้วพากันเดินออกจากอาคาร

          ต่อจากนี้เราจะไปไหนดี  สองต้องรีบกลับหรือเปล่า  เปรมปรีดาเอ่ยถามเพื่อนสาวที่บ้านไม่ได้อยู่ในตัวเมือง

          “ไม่รีบ  นานๆ  เข้าเมืองสักที  เถลไถลได้  อีกอย่างวันธรรมดางานในสวนกุหลาบไม่ยุ่งเท่าไหร่”

          ตอนนี้เกือบเที่ยงแล้วไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่า  จะไปกินตามร้านหรือกินในห้าง  เปรมปรีดาปรึกษาเพื่อน

          เข้าไปกินในห้างดีกว่า แอร์เย็นดี  วรัญธรออกความเห็น
          "ห้างหน้าโรงพยาบาลหรือในเมือง" สองรักถาม
           "ในเมืองเถอะ" เปรมปรีดาตอบ

           สองสาวที่เหลือพยักหน้ารับ

         

 

 

 

          จะไปเดินดูอะไรกันก่อน  สาวร่างอวบอิ่มหารือกับเพื่อนหลังจากกินมื้อกลางวันที่นั่งกินกันมาราธอนถึงสองชั่วโมงเรียบร้อย

          ฉันอยากจะซื้อเสื้อผ้าใหม่  วันสัมภาษณ์ไม่มีกระโปรงจะนุ่ง  วันนี้ยังนุ่งกระโปรงนักศึกษามาเลย  วรัญธรบอก

          ฉันก็อยากซื้อเหมือนกัน  สองสาวที่เหลือทำตัวเป็นลูกคู่ตอบรับแบบใจเดียวกัน

          ทั้งสามสาวนึกขำจึงหัวเราะประสานเสียงกันออกมาเบาๆ

          จะดูในห้างนี้  หรือไปดูที่ร้านข้างนอกเปรมปรีดาหารือ  

          ในนี้มันแพง  ร้านข้างนอกถูกกว่า  ตอนนี้แบมือขอเงินพ่อแม่ไม่ได้แล้ว  ต้องประหยัดหน่อย  สองรักพูดอ่อยๆ  

          จริง  คราวนี้เปลี่ยนลูกคู่รับ 

สามสาวจึงได้หัวเราะพร้อมกันอีกครั้ง

           ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้า จะเป็นย่านขายเสื้อผ้าโดยเฉพาะ 

เป็นไงสอง  ตามทันไหมเสื้อผ้าใหม่ๆ พวกนี้  แก้วถามขึ้นมา

          สองรักสั่นศีรษะก่อนที่จะกล่าวตอบ ฮึ!  จะไปทันได้ยังไง  วันๆ ฉันได้ออกจากบ้านที่ไหนกัน  เวลาเข้าเมืองทีก็ไม่ค่อยมีเวลาเดินดูเสื้อผ้าเท่าไหร่  อีกอย่าง นาน  น๊าน  นานที  ถึงจะได้แต่งชุดสวยเวลาออกไปงานเลี้ยงกับพ่อแม่  นอกนั้นก็เสื้อยืด  กางเกงยีน  หญิงสาวพูดติดต่อกันแบบกลัวจะมีคนมาแย่งพูด  ทำให้เพื่อนทั้งสองอดหัวเราะขำขึ้นมาไม่ได้

          เวลาอยู่บ้านเธอไม่ค่อยได้พูดหรือไง  มาเจอฉันสองคน  ถึงได้พูดอย่างกับกลัวใครจะแย่งพูดงั้นแหละ

          หญิงสาวค้อนเพื่อนตาคว่ำ ฉันจะอธิบายให้เธอสองคนฟังให้เข้าใจไง  ถึงต้องพูดยาว  ทำมาเป็นแซวฉันนะ  แล้วอดที่จะขำไปกับเพื่อนด้วยไม่ได้

          นี่พวกเธอสังเกตไหม  ว่าชาวตะวันออกกลางมาเที่ยวจังหวัดเรามากขึ้นนะ  ไปตรงไหนก็เจอพวกนี้อยู่เรื่อย เปรมปรีดาตั้งข้อสังเกตให้เพื่อนฟัง

          พวกคนมีเงินเขาก็หาซื้อความสุขใส่ตัวเขา  บ้านเมืองเขามีแต่ทะเลทราย  เขาก็อยากมาเที่ยวประเทศที่มีแม่น้ำ  ลำธาร  ป่าไม้บ้าง ถ้าพวกนี้เข้ามามาก  ยิ่งเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้น  เงินตราก็จะได้เข้าประเทศเรามากขึ้นด้วยไงล่ะ  สองรักแสดงความคิดเห็น  
           สองสาวพยักหน้ารับหงึกหงัก

          เฮ้!  พวกเธอว่าเสื้อที่โชว์ในร้านนี่สวยไหม  วรัญธรทำเสียงตื่นเต้นชี้มือไปที่หุ่นโชว์ในร้านที่พวกเธอกำลังเดินผ่าน

          อืม...สวย...สองเข้าไปดูไหม  ถ้าไม่แพงก็น่าซื้อใส่  เปรมปรีดาชวนเพื่อนอีกคน

          สองรักพยักหน้ารับ

          สามสาวเข้าไปในร้านเสื้อผ้าที่มีชายหญิงชาวตะวันออกกลางเดินดูสินค้าอยู่ในร้าน 4-5 คน  ทั้งสามสาวเข้าไปเดินดูเสื้อผ้าพร้อมกันในครั้งแรก  เดินไปเดินไปก็แยกย้ายกันไปตามความสนใจ  สองรักแยกตัวมาในมุมเสื้อแบบสปอร์ต  ระหว่างที่เธอหยิบเสื้อไล่ดูทีละตัว  ก็ต้องเซถอยหลังไป 2-3  ก้าว  พร้อมได้ยินเสียงเอ่ยขอโทษเป็นภาษาอังกฤษ

          ขอโทษครับ  ไม่ทันดู  คุณเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า

          หญิงสาวเมื่อตั้งหลักได้  ก็เงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินมาชนพร้อมจะเปิดรอยยิ้มให้  ก็เห็นชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแต่งกายประจำชาติของคนตะวันออกกลาง  ใบหน้าครึ้มด้วยหนวดเคราสีดำที่ดกหนาและยาว  จากที่จะเปิดยิ้มให้กลายเป็นว่าหญิงสาวเกิดอาการตัวสั่นขึ้นมา  มีความรู้สึกว่าจะหายใจไม่ออกพร้อมกับสติที่ก่อนจะดับวูบลงไปทันได้ยินเสียงร้อนรนของชายคนเดิม

          คุณครับ  คุณครับ  เป็นอะไร

          สองรักรู้สึกตัว  ค่อยๆ ลืมตา  สติกลับมาเต็มที่ก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนโซฟา  เธอกวาดสายตามองไปทั่วๆ  เห็นใบหน้าของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่พร้อมใจกันยิ้มแบบโล่งใจ  และชายตะวันออกกลางที่เป็นสาเหตุให้เธอหมดสติยืนมองด้วยใบหน้าแสดงความเป็นห่วง

          สองเป็นยังไงบ้าง  รู้สึกดีขึ้นไหม  เปรมปรีดาถามเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงห่วงใย

          ดีแล้ว  ฉันเป็นอะไรไป

          เธอเป็นลมตรงหน้าคุณคนนี้  เขาเลยอุ้มเธอมานอนที่โซฟานี่  เจ้าของร้านหายาดมมาให้เธอดม  ฉันสองคนตกใจหมดเลย

          หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง  เงยหน้ามองแบบไม่เต็มตา  ยิ้มแหยๆ ให้ชายที่เป็นสาเหตุให้เธอเป็นลม   มองสบตานิดเดียว  ก็หลบสายตาลงมาพร้อมเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ

          ขอบคุณค่ะ  ฉันสบายดีแล้ว

          ไม่เป็นไรครับ  งั้นผมขอตัวก่อน  พูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้และผละจากไป

          หญิงสาวพูดกับเพื่อนทั้งสอง

          เธอซื้อเสื้อได้ไหม

          ได้  ฉันได้สองตัว  ยายน้อยหน่าได้ตัวหนึ่ง  กำลังจ่ายเงินกันอยู่พอดี  ได้ยินเสียงเอะอะจากคุณคนเมื่อกี๊  เลยรีบมาดูก็พบเธอลงไปนอนเค้เก้อยู่แล้ว  ทำไมถึงเป็นลมได้ล่ะ

          เมื่อคืนคงนอนดึกแล้วเมื่อเช้าตื่นตั้งแต่ตีสี่  คงนอนน้อยไปถึงได้เป็นลม 

หญิงสาวตอบเบี่ยงเบนจากความจริงออกไปและรีบเอ่ยถามต่อไปทันที

เธอจะเดินดูของกันอีกไหม  ฉันสบายดีแล้ว  ไปต่อได้

          กลับกันดีกว่า  เธอรีบกลับเถอะ บ้านเธออยู่ไกลกว่าเพื่อน แล้วต้องขับรถเอง  เดี๋ยวจะเป็นลมรอบใหม่คราวนี้ไม่มีพวกเราอยู่เป็นเพื่อนจะแย่เอา  ไว้วันสัมภาษณ์ถ้าเวลาเหลือเราค่อยมาเดินกันใหม่  เปรมปรีดาตอบเพื่อนสาวโดยมีวรัญธรพยักหน้าเห็นด้วย

         

 

 

 

          กลับมาแล้วค่ะพ่อ  หญิงสาวที่เดินเข้ามาในบ้านเอ่ยทักบิดาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

ทำธุระเรียบร้อยไหม  ชายวัยกลางคนที่ยังคงความหล่อและรูปร่างแบบวัยหนุ่มไว้ได้เงยหน้าขึ้นยิ้มให้บุตรสาว

เรียบร้อยค่ะ

คนสมัครมากไหม

ก็มากพอสมควรค่ะ ยังเหลืออีกสามวัน คนสมัครน่าจะหลายร้อยคน

แล้วรับกี่คนล่ะลูก

ห้าสิบคนค่ะ แล้วนี่แม่กลับจากสวนกุหลาบหรือยังคะ 

           กลับมาสักพักแล้วลูก ขึ้นไปอาบน้ำอยู่  เดี๋ยวคงลงมา  อ้าว...พูดถึงก็ลงมาพอดี  สบโชคผู้เป็นบิดารีบพูดเมื่อเงยหน้าเห็นภรรยาเดินลงบันไดมา

          ไปสมัครเลซองมาเป็นยังไงบ้างล่ะลูก  มารดาเอ่ยถามเมื่อนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับบุตรสาวแล้ว

          คนสมัครก็มากเหมือนกันค่ะแม่  แต่ภาษาที่หนูไปสมัครคนไม่ค่อยมี  เจ้าหน้าที่รับสมัครดีใจใหญ่ที่นานๆ มีคนไปสมัครภาษานี้สักที  หญิงสาวเล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริง  ประกายตาแจ่มใส

          แล้วคัดเลือกกันยังไงล่ะ  บิดาร่วมสนทนา

          วันเสาร์ที่จะถึงไปสอบสัมภาษณ์ค่ะ  แล้ววันศุกร์หน้าประกาศผล  อีกเดือนหนึ่งไปอบรม 2 วันค่ะ

          เขาให้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ล่ะ  

          วันละสี่ร้อยบาทค่ะพ่อ  พร้อมอาหารกลางวันแล้วเสื้อเครื่องแบบก็เป็นพวกเสื้อยืดน่ะค่ะ  แต่หนูไม่ได้สนใจตรงส่วนนี้หรอกนะคะ  หนูสนใจตรงประสบการณ์ที่ถึงจะมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ค่ะ  หญิงสาวพูดไปมองหน้าบิดาสลับกับมารดา

          บิดายิ้มและพยักหน้าให้ลูกสาว

          พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ลูก  แค่ถามเพราะอยากรู้  แล้วถ้าได้จะเริ่มทำหน้าที่เมื่อไหร่ล่ะลูก  แล้วหนูจะไปกลับหรือจะพักที่ในเมือง

          เรื่องที่พักไม่มีปัญหาค่ะ ทางผู้จัดการแข่งขันจัดให้นอนโรงแรมเดียวกับทีมนักกีฬาที่เราดูแล   ให้นอนห้องละสองคน หนู  น้อยหน่า แล้วแก้วก็ช่วยกันภาวนาให้เราสามคนได้เป็นเลซองทีมนักกีฬาที่พักโรงแรมเดียวกัน  จะได้นอนด้วยกัน  ส่วนวันทำหน้าที่ก็ต้องรอวันอบรมแล้วน่ะค่ะ ว่าเราจะเป็นเลซองของนักกีฬาชาติไหน  แล้วนักกีฬาชาตินั้นจะเดินทางมาถึงประเทศไทยวันไหน

          วางแผนกับเพื่อนๆ กันแล้วอย่างนี้มั่นใจใช่ไหมว่าต้องได้

          หญิงสาวยิ้มกว้างเข้าไปกอดแขนประจบมารดา  และพูดเสียงดังฟังชัดแน่นอนอยู่แล้วค่ะแม่  ลูกสาวแม่น่ะ  ฉลาดเหมือนพ่อสบโชค  ไหวพริบดีเยี่ยมแบบแม่ชื่นใจ  ได้ความสวยจากทั้งพ่อและแม่  มารยาทก็งามสมกับเป็นกุลสตรีไทย  ต้องได้พันเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วล่ะค่ะ

          บิดามารดาต่างมองหญิงสาวที่คุยโม้ด้วยรอยยิ้ม  สายตาบอกถึงความเอ็นดู

          แล้วเรื่องความซุ่มซ่ามของลูกล่ะ  มารดาขัดคอ

          แหม...แม่  หญิงสาวขึ้นเสียงสูงและทำท่าค้อนประหลับประเหลือกเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากบุพการีทั้งคู่  หญิงสาวอดที่จะขำตามไปด้วยไม่ได้

          เมื่อเสียงหัวเราะเบาลง  หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้น  หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ 

          มารดาพยักหน้าให้  จ้ะ แม่คนซุ่มซ่าม 

          หญิงสาวลุกเดินขึ้นบันไดไปโดยมีสายตาที่มองอย่างรักใคร่สองคู่ตามหลัง

 

 

 

 

ลงเปิดเรื่องไว้ก่อนหนึ่งบทค่ะ เปิดไว้เหมือนจองชื่อเรื่องน่ะค่ะ เพราะกลัวว่าจะซ้ำ แบบพรหมลิขิตรักข้ามกาลเวลา ที่ตั้งใจใช้ชื่อว่า กาลรัก แต่ซ้ำ เลยต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องใหม่  เรื่องนี้ต้องรอให้แต่งเรื่องของนักบาสเกตบอลจบก่อน ถึงจะมาลงต่อ

 

                                                         บุหงามลาซอ
                                                                   23  ก.ค. 56

 

 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
สองรัก ตอนที่ 1 : บทที่ 1 สองรัก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 125 , โพส : 5 , Rating : 25 / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#5 : ความคิดเห็นที่ 5
จะรอคะ
Name : ณัฏฐ์ [ IP : 223.205.111.6 ]
Email / Msn: -
วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 / 20:42

#4 : ความคิดเห็นที่ 4
เข้ามาอ่านแล้วค่ะน่าสนใจมากๆ
Name : patchareeporn [ IP : 27.55.236.193 ]
Email / Msn: nu_tik25(แอท)hotmail.com
วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 / 10:58


#3 : ความคิดเห็นที่ 3
ตามมาจากปลัดหินค่ะ
Name : eng-manan< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ eng-manan [ IP : 1.0.218.245 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2556 / 21:06

#2 : ความคิดเห็นที่ 2
น่าสนใจค่ะ
Name : เมเปิ้้ล [ IP : 110.168.177.50 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 กรกฎาคม 2556 / 12:14

#1 : ความคิดเห็นที่ 1
Horseback riding is one of my favorite sports.Thank you for uploading na ka. I will wait for the next chapter.
Name : Siamruby [ IP : 173.169.253.84 ]
Email / Msn: -
วันที่: 24 กรกฎาคม 2556 / 04:17

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android