เมื่อผมรู้ตัวว่าเรียนแผนการเรียนวิทย์ฯ-คณิตฯไม่ได้
เมื่อใกล้จะจบเทอม 2 ของม.3 ทางโรงเรียนจะให้สิทธิ์นักเรียนเก่าในการเลือกแผนการเรียนที่จะเรียนต่อในม.ปลาย ผมเองก็ตั้งเจตนารมณ์ไว้อยู่แล้วว่าอยากเป็นหมอ ดังนั้นผมจึงมีความจำเป็นจะต้องเลือกแผนการเรียน วิทย์ฯ-คณิตฯ ตอนนั้นเพื่อนๆแต่ละคนตื่นตัวในเรื่องการเข้าเรียน.4 หรือ เข้าเรียนในสายอาชีพ (อาชีวะ) ตามแต่ละเส้นทางที่ตั้งไว้ของแต่ละคน
ผมผ่านการตรวจคุณสมบัติโดยทั่วไปก็คือตรวจร่างกาย ความประพฤติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่เป็นหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการต่อเข้าม.4 ผมไม่ได้คิดหรือมีแผนที่จะไปสอบ รร. อื่นเลย เพราะผมไม่รู้เรื่อง ผมไม่รู้ว่ารร.ไหนดังบ้าง เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียว แน่นอนว่า รร.เก่า เป็นที่ๆเดียวที่ผมวางแผนกำหนดไว้ว่าจะเรียนในอีกสามปีข้างหน้า
วันเลือกแผนการเรียน ผมก็ไปพร้อมๆกับกลุ่มเพื่อนด้วยกันที่เลือกเรียนในสายสามัญ (ม.ปลาย) พอไปถึง เขาก็แจ้งเกรดเรามาว่าเกรดเราได้เท่าไหร่ ทีนี้ก็แนบมาด้วย แผนการเรียนในแต่ละแผนจะต้องมีเกรดเท่าไหร่ จึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนในแผนการเรียนนั้นๆ
ผมดูเกรดตัวเองผมได้เกรดเฉลี่ยวิทย์ฯ/คณิตฯ = 1.9x ซึ่งเกรดขั้นต่ำที่มีสิทธิ์ยื่นแผนการเรียนวิทย์-คณิตฯได้ก็คือ ต้องไม่ต่ำกว่า 2.80 เท่านั้นละครับ โลกมันมืดฟ้ามัวดิน แอร์ในห้องประชุมเย็นๆ ผมนี่เหงื่อออกพลั่กเลย ภาพในสมองที่คิดคือ ผมไม่มีโอกาสเรียนหมอแล้วแน่ๆ วิศวะฯ เภสัช ทันตะ ฯ สัตวฯ ไม่ต้องไปพูดถึง แผนการเรียนวิทย์ ยังเข้าไม่ได้เลย ผมไล่ดูรายละเอียดไปเรื่อยๆ ที่มันน่าอนาจใจกว่าคือแม้แต่ ศิลป์-คำนวณผมก็เข้าไม่ได้ ชีวิตอะไรมันจะตกต่ำได้แบบนี้ แผนการเรียนเดียวที่ผมเข้าได้ก็คือสาย ศิลป์ - ภาษา
ผมไม่รู้จะทำยังไง มันมืดแปดด้านไปหมดในตอนนั้น เพื่อนๆกำลังยิ้มร่าเลือกกันอย่างสบายใจ (เพื่อนเลือกสายภาษา) แต่ผมนั่งเครียดพะอืดพะอม เพราะผมเรียนสายวิทย์ฯไม่ได้ ตอนนั้นนึกย้อนภาพที่ตัวเองทำตัวแย่ๆตอนม.ต้น ผมอยากย้อนเวลากลับไปมาก ความรู้สึกตอนนั้นคือมันสูญเสีย มันเฟลมากๆ
ผมเดินทางกลับบ้านมา ผมรู้เลยว่าผมซึมๆไป พอแม่กลับมาบ้าน ผมก็บอกให้แม่รู้เกี่ยวกับเรื่องเรียน
ผม ; แม่ สุ่ยเข้าเรียนวิทย์ฯไม่ได้อะ เกรดสุ่ยไม่ผ่านเกณฑ์
แม่ ; (ทำหน้าจริงจัง) จริงหรอ ?
ผม ; ทำไงดีอะแม่ (คือแม่ผมก็รู้ว่าผมอยากเป็นหมอครับ)
แม่ ; พูดจริงพูดเล่นเนี่ย (เหมือนแม่คิดว่าผมอำ คือผมกับแม่สนิทกันมากชอบอำกันเรื่อยครับ)
ผม ; จริง..แม่
แม่ ; ลูกลองไปขออาจารย์ดูก่อนอะ อาจารย์แนะแนวเนี่ย ลองไปขอดู ได้ไม่ได้มาบอกแม่อีกที ยังไงแม่ก็ต้องให้สุ่ยเข้าวิทย์ให้ได้อยู่แล้ว
ในแต่ละคืน ผมนอนมือก่ายหน้าผาก คิดแล้วคิดอีก นอนโทษตัวเองอย่างเดียว บ่นเหมือนคนบ้าในใจว่า ทำไมเราไม่ตั้งใจเรียนแต่ทีแรก คือในใจคิดอย่างเดียวว่าถ้าติดเมื่อไหร่จะต้องเรียนให้ได้ดี ต้องเอาดีให้ได้
ผมเดินไปที่ห้องแนะแนวเพื่อไปคุยกับอาจารย์ว่าให้ผมเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ อาจารย์ก็ถามว่าเกรดเราเท่าไหร่ พอแค่อาจารย์ดูเกรดเท่านั้นละ เหมือนกับอาจารย์ท่านตะลึงไปเลย ตอนนั้นคือผมคิดอย่างเดียวว่าต้องหน้าด้านเข้าไว้ ไม่นาน อาจารย์ก็ถามว่าจะเรียนไหวหรอเกรดแค่นี้เองนะ แล้วจบม.6อยากไปสอบเข้าอะไร
ผมบอกกับท่านเลยว่า ผมอยากเรียนหมอครับ คือมันเป็นการหน้าด้านที่สุดเท่าที่ชีวิตจะด้านได้ ผมเข้าใจว่าอาจารย์ท่านคงช็อคอีกรอบ แล้วท่านก็บอกว่าลองเบนเข็มดูบ้างไหม ลงๆมาหน่อย ถ้าเป็นศิลป์คำนวณเนี่ยอาจารย์พอจะช่วยให้ได้นะ แต่วิทย์ฯนี่ไม่ไหวจริงๆ เกรดเรามันไปไม่ถึง
"ผมจะตั้งใจเรียนครับอาจารย์ ถ้าผมเข้าไปได้ อาจารย์ช่วยผมหน่อยนะครับ" คือมันเป็นประโยคที่ผมคิดว่าอาจจะเรียกร้องความสงสารได้ที่สุดแล้วในชีวิต อาจารย์ผมรับปากว่าจะช่วยแต่ไม่รับรองว่าจะได้หรือไม่ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีโอกาสเลย , ผมเริ่มเบาใจ แต่ก็ยังหนักใจอยู่บ้าง เพราะมันก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์
วันประกาศผลว่าใครจะได้แผนการเรียนอะไร ผมมีความรู้สึกตื่นเต้น + กลัวในระหว่างที่กำลังเดินไปดูรายชื่อ ผลปรากฏว่าผมไม่มีชื่ออยู่ในแผนการเรียนวิทย์ฯครับ และผมก็ไม่มีรายชื่ออยู่ในแผนการเรียนอะไรเลย เพราะตอนผมกรอกอันดับลงไปในวันนั้น ผมเลือกแค่วิทย์ฯอย่างเดียว สรุปคือผมกลายเป็นนักเรียนม.3ที่ไม่มีที่เรียน ไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อใน รร. เดิมอีกต่อไปแล้ว
นี่แหละครับ นรกบนดิน เพื่อนสนิทผมคนนึงเห็นผมดูเศร้าๆไป บอกให้ผมไปเรียนสายภาษาก็ได้ ลองไปขออาจารย์ดู อาจารย์น่าจะให้แหละ แค่ใส่ชื่อลงไปเอง ผมปฏิเสธเพราะผมอยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก อยากเรียนในสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมานาน
ผมโทรหาแม่ทันที ว่าผมไม่มีที่เรียนแล้ว เน้นว่าไม่มีที่เรียนเลยนะครับ , แม่ผมบอกว่าให้ใจเย็น บอกว่าลองไปสอบ รร แถวลาดพร้าวดู ผมไม่อยากเข้า รร.นี้ เพราะ ผมเข้าไปก็ไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร ผมอยากเข้าโรงเรียนเดิม แต่ในที่สุดผมก็ไปสอบ ผลปรากฏว่าผมสอบไม่ติดในทุกสายการเรียนของ รร. นั้นๆแม้แต่สายเดียว
กลับบ้านมา น้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลยครับ มันเหมือนสำนึกขึ้นได้ รู้สึกผิด อยากกลับไปแก้ไข แต่มันเป็นไปได้ ผมเดินลงมาหาแม่ บอกกับแม่ว่าให้แม่ไปคุยกับอาจารย์ให้หน่อย รุ่งขึ้นแม่ผมเดินทางไป รร. เข้าไปคุยในห้องกับอาจารย์ท่านหนึ่ง (อาจารย์อรวรรณ ดาศรี ขออนุญาตพาดพิงนะครับ เพราะอาจารย์ท่านนี้มีพระคุณกับผมมากๆ) แม่ผมร้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ พอสอบถามข้อมูลระหว่างกันได้พอประมาณ อาจารย์รับปากว่าจะช่วย ตอนนั้นจะเรียกว่าใจชื้นก็ยังไม่เชิงนัก ผมอยากให้เห็นรายชื่อก่อน ผมถึงจะสบายใจแบบจริงๆ
ไม่รู้ด้วยเดชะบุญแต่ชาติปางไหนที่ผมเคยทำมา ชื่อผมปรากฏบนแผนกการเรียน วิทย์ - คณิต ฯ ตอนนั้นผมดีใจมาก ดีใจสุดชีวิตเลย ผมขอบคุณแม่ ขอบคุณอาจารย์ ผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทุกวัน ทุกเวลา ความรู้สึกคือมันเหมือนรถยนต์ที่ใกล้จะหมดน้ำมัน เครื่องยนต์เบา พอเจอน้ำมันเต็มถังเข้าไปมันก็ทำให้เครื่องยนต์มีชีวิตชีวา คือมันดีใจมากที่ตัวเองได้เรียนสายวิทย์ฯแล้ว
ผมรับปากกับอาจารย์ว่าผมจะตั้งใจเรียน และ ผมสัญญากับแม่ว่าผมจะทำเกรดให้ได้ 3.00 + ทุกเทอมให้ได้ ผมเดินหน้าหาที่เรียนพิเศษม.4 ทันที มันเหมือนเครื่องยนต์ติด ทุกอย่างมันมีแรงไปหมด ผมกลายเป็นคนในห้องคนเดียวที่มาเรียนสายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ ของ รร. จาก 50 กว่าคน .
ขอบคุณอาจารย์ อรวรรณ ดาศรี มากๆเลยนะครับ ถ้าไม่มีท่านคงไม่มีผมในวันนี้ สุดท้ายแล้วแม่ไม่เคยทอดทิ้งเราเลยจริงๆ ...
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
PS. sone snsd yoona ,, baro b1a4 ,, chunji teentop ^_____^