สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Tenses คือ รูปกิริยาบอกเวลาของการกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ

ตอนที่ 5 : Past simple tense


     อัพเดท 25 พ.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้เรื่องเรียน
Tags: Tense
ผู้แต่ง : Jackie Chan ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jackie Chan
My.iD: http://my.dek-d.com/somchanatanamon
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 8 Overall : 635
1 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 3 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Tenses คือ รูปกิริยาบอกเวลาของการกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ ตอนที่ 5 : Past simple tense , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 899 , โพส : 0 , Rating : 35 / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Past simple tense
     Past simple tense เป็นการแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตและเสร็จสิ้นแล้ว มักมีคำว่า yesterday (เมื่อวานนี้) last week (สัปดาห์ที่แล้ว) last month (เดือนที่แล้ว) last year (ปีที่แล้ว) เป็นต้น
โครงสร้างประโยค
subject + verb ช่องที่ 2
ตัวอย่างประโยค
He spoke.
I brought a new car.
หลักเกณฑ์การเติม ed ท้ายคำกิริยา
1. คำกิริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น
love            เป็น        loved                     หมายถึง            รัก
move          เป็น        moved                  หมายถึง             เคลื่อนที่
realize        เป็น        realized                หมายถึง             รู้ รับรู้                                    
hope           เป็น        hoped                    หมายถึง           หวัง
raise           เป็น        raised                    หมายถึง           ขึ้น
free             เป็น        freed                      หมายถึง          ปล่อยเป็นอิสระ
2.คำกิริยาที่ลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i ก่อน แล้วเติม ed เช่น
cry               เป็น        cried                       หมายถึง          ร้องไห้
rely               เป็น        relied                     หมายถึง          เชื่อถือ
carry            เป็น        carried                   หมายถึง          ถือ แบก
try                 เป็น        tried                       หมายถึง         พยายาม
marry           เป็น        married                 หมายถึง           แต่งงาน
3. คำกิริยาที่ลงท้ายด้วย y และถ้าหน้า y เป็นสระให้เติม ed ได้เลย เช่น
play              เป็น        played                    หมายถึง         เล่น
obey             เป็น        obeyed                   หมายถึง         เชื่อฟัง
delay            เป็น        delayed                  หมายถึง          ชักช้า
enjoy            เป็น        enjoyed                  หมายถึง          ร่าเริง สนุก
stay               เป็น        stayed                    หมายถึง         พัก อาศัย
4. คำกิริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว ก่อนแล้วเติม ed เช่น
hop               เป็น        hopped                หมายถึง            กระโดด
beg               เป็น        begged                หมายถึง            ขอร้อง
plan              เป็น        planned                หมายถึง           วางแผนการ
nod               เป็น        nodded                หมายถึง            พยักหน้า
rub                เป็น        rubbed                 หมายถึง            ถู ขยี้
stir                เป็น        stirred                   หมายถึง            คน ทำให้ทั่ว
stop              เป็น        stopped                 หมายถึง           หยุด
ยกเว้น
tax                เป็น        taxed                      หมายถึง                                เก็บภาษี
tow               เป็น        towed                     หมายถึง                                ลากด้วยเชือก
5. กิริยาที่มีเสียง 2 พยางค์ แต่ต้องลงเสียงหนักที่พยางค์หลัง และที่พยางค์หลังนั้นมีสระเพียงตัวเดียว
ตัวสะกดมีเพียงตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัวก่อนแล้วเติม ed เช่น
concur         เป็น        concurred             หมายถึง                                ตกลง เห็นด้วย
occur            เป็น        occurred                หมายถึง                                เกิดขึ้น
refer             เป็น        referred                 หมายถึง                                อ้างถึง
permit          เป็น        permitted              หมายถึง                                อนุญาต
ยกเว้น ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์หน้า ไม่ต้องเติมพยัญชนะท้ายซ้ำ เช่น
cover            เป็น        covered                 หมายถึง                                ปกคลุม
open             เป็น        opened                   หมายถึง                                เปิด
gather          เป็น        gathered                หมายถึง                                รวม จับกลุ่ม
6. คำกิริยาโดยทั่วไปเมื่อต้องอยู่ในรูป past tense ให้เติม ed ได้เลย เช่น
walk             เป็น        walked                   หมายถึง                                เดิน
reach            เป็น        reached                 หมายถึง                                ถึง
work            เป็น        worked                 หมายถึง                                ทำงาน
หลักเกณฑ์การอ่านออกเสียงคำกิริยาที่ลงท้ายด้วย ed
1. คำกิริยาที่ลงท้ายด้วย t หรือ d เมื่อเติม ed ต่อท้ายให้ออกเสียง “อิด” หรือ “เอ็ด” เช่น
กิริยาช่อง 1               กิริยาช่อง 2           ออกเสียง               ความหมาย
want                           wanted                   ว้อนทิด                ต้องการ
start                            started                    สต๊าททิด            เริ่ม
need                           needed                   นี้ดเด็ด               ต้องการ
wait                            waited                    เว็ททิด                 รอคอย
end                             ended                     เอนดิด                จบ
2. คำกิริยาที่ลงท้ายด้วย f, k, p, s, sh, ch, และ gh, เติม ed ลงไปแล้วให้ออกเสียงเป็น “t” เบาๆในลำคอ เช่น
กิริยาช่อง 1               กิริยาช่อง 2           ออกเสียง               ความหมาย
drop                           dropped                 ดร็อพ                  หล่น หยด
look                            looked                   ลุ้คทึ                    มอง
pass                            passed                    พาสทึ               ผ่าน
wash                           washed                  ว้อซทึ                 ซัก ล้าง
reach                          reached                  รีชทึ                   มาถึง
laugh                          laughed                 ล้าฟทึ                  หัวเราะ
cough                         coughed                 ค้อฟทึ                    ไอ
3. นอกจากนั้นกิริยาที่เติม ed ให้ออกเสียงเป็น d (ดึ) เบาๆในลำคอ เช่น
กิริยาช่อง 1               กิริยาช่อง 2           ออกเสียง               ความหมาย
love                            loved                      เลิฟดึ                      รัก
rub                              rubbed                   รับดึ                        ถู
beg                             begged                   เบ็คดึ                      ขอ
die                              died                        ไดดึ                        ตาย
play                            played                    เพลดึ                      เล่น
refuse                         refused                  ริฟิสดึ                     ปฏิเสธ
cover                          covered                 โคเวอร์ดึ                ปกคลุม
carry                          carried                   แคร์รี่ดึ                   ถือ แบก
หลักการใช้ past simple tense
               1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีตและได้สิ้นสุดไปแล้วในอดีตโน้นก่อนที่จะพูดประโยคนี้หรือเหตุการณ์นี้ และปัจจุบันนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้แล้ว และจะมีคำเหล่านี้มากำกับไว้เสมอ คือ ago, once, yesterday, formerly, last night, last week, last month, last year, in 1981, yesterday morning, When I was young, When he was fifteen, After he had gone, Whenever he saw me, When I lived in London
ตัวอย่างประโยค
               Linda went to Hua Hin yesterday.
               I lived in Bangkok three years ago.
               He learned Chinese when he was young.
               She saw her grandmother yesterday morning.
               Our father died during the war.
               The prime minister went to London last year.
               2. ใช้กับการกระทำซึ่งกระทำเป็นประจำในอดีต แต่ปัจจุบันมิได้กระทำการณ์นั้นแล้ว ในกรณีนี้จะมี adverb บอกความถี่บ่อยๆ มาร่วมด้วยก็ได้ แต่ต้องมีคำบอกเวลาที่เป็นอดีตแน่นอนมากำกับไว้ตลอดเวลาตลอดไปเช่น
               I walked to school every day last week.
               My sister got up late last year.
               Our mother went to Bangkok every day when we were young.
               3. ใช้กับการกระทำในอดีต แสดงลำดับความต่อเนื่องของเหตุการณ์ กรณีนี้ verb  ทุกตัวต้องเป็น past simple tense ตลอดไป เช่น
               I opened my bag, took out a blue pen and gave it to my friend.
               Tom jumped out of the house, saw a lion and ran away.
               4. ใช้กับกิริยาในประโยคที่อยู่หลังสำนวนต่อไปนี้
               I would rather + past simple tense
               It is time + past simple tense
               It is high time + past simple tense
               It is about time + past simple tense
ตัวอย่าง
               I would rather you washed your car. ฉันอยากให้เธอล้างรถยนต์ของเธอ
               It is time the children went to bed. ได้เวลาแล้วที่เด็กๆจะต้องเข้านอน
          It is high time we ended the shopping. ได้เวลาแล้วที่เราจะจบการช้อปปิ้ง




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Tenses คือ รูปกิริยาบอกเวลาของการกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ ตอนที่ 5 : Past simple tense , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 899 , โพส : 0 , Rating : 35 / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1


Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android