ตานี - (หมอ)ผีสาวผู้มีกล้วยเป็นอาวุธ

  • 92% Rating

  • 25 Vote(s)

  • 20,526 Views

  • 680 Comments

  • 241 Fanclub

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    43

    Overall
    20,526

  • Comments
    680

  • Fanclub
    241

ตอนที่ 4 : เด็กสาวผู้มาพร้อมข่าวสำคัญRating : 26 / 6 vote(s)

25 มิ.ย. 57

ตอนที่ 4 : เด็กสาวผู้มาพร้อมข่าวสำคัญRating : 26 / 6 vote(s)

25 มิ.ย. 57


          กล้วยหลบวูบเข้าในเงามืดที่ใกล้ที่สุดทันที มือขวาพยายามลากไรเฟิลกระบอกเขื่องออกจากถุงผ้าใบบนหลังขณะมือซ้ายลากจ้าดซึ่งลากจักรยานเสือภูเขามาอีกต่อเข้ามาด้วย ตานีสาวกางขาทรายคู่ออกและยกปืนขึ้นตั้งบนกำแพงลูกกรงเหล็กที่เต็มไปด้วยหิมะ ก่อนจะควักซองกระสุนในถุงปืนออกมายัดเข้าช่อง ดวงตาสีดำประกายเขียวมองผ่านกล้องเล็ง ในใจภาวนาไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเธอ โชคดี เงาตะคุ่มนั้นไม่แสดงอาการใดๆว่าเห็นทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย

 

          "ใครน่ะกล้วย" จ้าดกระซิบถามเพื่อนสาว พยายามทำตัวลีบที่สุดให้ติดกับฐานปูนของกำแพง

          "ถามข้าเจ้าแล้วข้าเจ้าจะถามผู้ได๋ยะบ่าจ้าดง่าว ถ้าข้าเจ้าฮู้จักป่านนี้บ่ต้องมาหลบกันอยู่นี่หรอก" เด็กสาวหน้าจืดกระซิบสวนกลับทันควัน "กล้องธรรมดามืดไป กล้องอินฟราเรดก็บ่หันหน้า ยะจะไดดี...."

          "ยิงไปเลยสิ"

          "จะบ้าก๋า" กล้วยกระซิบสวนทันควันอีกครั้ง "ถ้าเกิดเป็นคนธรรมดา ผีดีหรือตานีด้วยกันขึ้นมาจะยะจะได"

          "อ้าว กระสุนนี่ไม่ได้ใช้ไว้ยิงผีอย่างเดียวหรอกเหรอ" เด็กหนุ่มหน้าดุเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาวซึ่งยังคงเล็งปืนตรงไปยังเงาตะคุ่มหน้าประตูบ้าน

          "มันเป็นกระสุนหัวทำลายวิญญาณ" ราชินีตานีกระซิบตอบ "มันบ่ทำลายสสาร แต่ยิงใส่คนพลังงานวิญญาณก็เสียหายถึงขั้นหมดสติ แล้วถ้านอนอยู่กลางหิมะหนาวๆจะอี้มีตายแน่"

          "แล้วจะทำไง" จ้าดถามตรงประเด็น "เราซุ่มรออยู่ที่นี่ทั้งคืนไม่ได้หรอกนะ"

          "ถามข้าเจ้าแล้วข้าเจ้าจะไปถามผู้ได๋ล่ะบ่าจ้าดง่าว !?" เด็กสาวหน้าจืดเริ่มออกอาการหงุดหงิด "ถ้าหมู่เฮายืนยันตัวตนอีกฝ่ายบ่ได้ ย่างดุ่มๆเข้าไปก็บ่ปลอดภัยทั้งนายทั้งข้าเจ้า"

          "งั้นก็ช่วยหาทางหน่อยสิครับเจ๊ เร็วๆด้วย !"

 

          กล้วยอ้าปากจะด่ากลับ แต่ก็ตระหนักว่าตอนนี้คงไม่ใช่เวลามาทำเช่นนั้น อีกทั้งเพื่อนหนุ่มก็เป็นพลเรือนธรรมดาไม่ใช่นักรบผู้ผ่านการฝึกมาแล้วเช่นเธอ เด็กสาวหน้าจืดขมวดคิ้ว จ้องมองเงาตะคุ่มเบื้องหน้าไม่วางตา จะทำอย่างไรหนอเธอจึงจะรู้ตัวตนของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องเข้าไปใกล้กว่านี้....

 

          "นึกออกแล้ว" จู่ๆเธอก็พูดขึ้น "นายเดินเข้าไปถามเปิ้นเลย"

          "ตลก" จ้าดย้อนคำพูดของเพื่อนสาว "ผมก็กลัวเหมือนกันนะครับเจ๊ แล้วไหนเจ๊บอกว่าตอนนี้ผมตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเจ๊อีกไง"

          "แต่ถ้านายเข้าไปแล้วเปิ้นเกิดยะอะหยังขึ้นมา ข้าเจ้ายิงได้ทันที" ตานีสาวตอบ "แต่ถ้าข้าเจ้าเข้าไปเองแล้วเปิ้นเกิดยะอะหยังข้าเจ้า นายช่วยบ่ทันอยู่แล้วถูกก่อล่ะ อาวุธนายก็บ่มี"

          "เราว่ามันต้องมีทางอื่นที่ดีกว่านี้น่า...."

          "บ่มีแล้ว ข้าเจ้าคึดแล้วทางนี้ดีที่สุด"

          "แล้วถ้าผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมา เจ๊จะรับผิดชอบยังไงมิทราบครับ !?"

          "โอ๊ย ก็บอกข้าเจ้าเตรียมพร้อมยิงอยู่แล้วจะได !"

 

          ทั้งหลานชายหมอผีใหญ่และราชินีตานีสาวไม่รู้เลยว่าพวกเขาทะเลาะกันดังเพียงใด แต่ทันทีที่กล้วยนึกขึ้นได้และกลับไปมองกล้องเล็งอีกครั้ง เงาร่างดำทะมึนก็ย่างสามขุมตรงเข้ามาหาเธอเสียแล้ว มือไวเท่าความคิด เด็กสาวกระชากคันรั้งบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง นิ้วโป้งเปิดห้ามไกขณะนิ้วชี้เกี่ยวไกเตรียมเหนี่ยว ก่อนจะตะโกนก้องซอย

 

          "หยุด นั่นผู้ได๋ ถ้าเดินเข้ามาอีก ข้าเจ้ายิง !"

          ร่างตะคุ่มนั้นชะงักกึก ทำให้กล้วยสามารถแบ่งสมาธิมามองรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้บ้าง เงาตะคุ่มนั้นร่างใหญ่พอสมควร กะจากระยะในกล้องน่าจะสูงกว่าเธอเกือบยี่สิบเซนติเมตร มันอยู่ในชุดคลุมมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้าสีมืดๆซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นสีเขียวขี้ม้าเข้ม ปลายชุดปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าของมันถูกบดบังเอาไว้ด้วยความมืดมิด และทับอีกชั้นด้วยผ้าคลุมหน้า มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่เรืองแสงวาบสีเขียวราวปีศาจ

 

          "นั่นผู้ได๋ ตอบมาเดี๋ยวนี้ บ่อั้นข้าเจ้ายิงแต๊ๆเน่อ !"

          "องค์ราชินี จำหม่อมฉันไม่ได้เหรอเพคะ"

 

          ดวงตาเรียวเล็กของกล้วยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงและคำพูดของฝ่ายตรงข้าม แต่เธอก็กระชับปืนในมือมั่นอีกครั้งเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามสาวเท้าเข้ามาอีก

 

          "จำบ่ได้ !" กล้วยคำรามตอบแม้เสียงนั้นจะคุ้นหุเธอมากก็ตาม "แกเป็นผู้ได๋ ตอบมาดีๆ บ่อั้นข้าเจ้ายิงแน่ !"

          เงานั้นยังคงสืบเท้าเข้าใกล้อย่างไม่สะทกสะท้าน กล้วยเม้มปาก ดวงตาจ้องเขม็งผ่านกล้องเล็งขณะเธอเล็งปืนไปยังตำแหน่งกลางหน้าผากของฝ่ายตรงข้าม นิ้วชี้ออกแรงเหนี่ยวไกมากขึ้น สมาธิเครียดเขม็งเป็นเกลียวซัมเมอร์ซอลต์ ความคิดสองฝ่ายยิงกล้วยถล่มกันเองอยู่ในใจ หากเธอปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทั้งจ้าดและเธอจะเป็นอันตรายทั้งคู่ แต่หากเธอยิงออกไปแล้วปรากฏว่าอีกฝ่ายเป็นคน เป็นผีธรรมดา หรือเป็นตานีด้วยกันล่ะก็ เธอลำบากแน่นอน....

 

          ยังไม่ทันที่เธอจะต้องตัดสินใจ ร่างนั้นก็เดินเข้ามาในรัศมีแสงสว่างของหลอดไฟโซเดียมบนเสาสูงริมถนน พร้อมๆกับที่มันเลิกผ้าคลุมศีรษะไปด้านหลัง

 

          ดวงหน้าของเด็กสาวภายใต้ผ้าคลุมนั้นสวยหมดจดและดูจะมีอายุไม่หนีกล้วยไปเท่าใดนัก ดวงตาของเธอเป็นสีดำส่องประกายสีเขียวเหมือนกล้วย บอกยี่ห้อตานีชัดเจน แต่แทนที่จะเรียวเล็กเหมือนกล้วยหรือชาวตานนะคอนอื่นๆ ดวงตาของเด็กสาวผู้นี้กลับกลมโตและหวานเยิ้มราวกับกล้วยเชื่อม ผิวผ่องขาวราวหยวกกล้วยดูเหมือนจะเรืองแสงออกมาในความมืด ผมสีดำประกายเขียวยาวประบ่าถูกรวบเอาไว้เป็นเกลียวที่ท้ายทอย ทิ้งหางยาวลงมาระต้นคอ รับกับใบหน้าสวยหวานและร่างสูงระหงจนทำให้เด็กสาวผู้นี้ดูสวยและสง่าราวกับนางฟ้า อย่างน้อยก็ได้มาดราชินีมากกว่ากล้วยเสียอีก ความงามของเธอทำเอาเด็กหนุ่มหน้าดุเผลอจ้องมองเธอตาค้าง กล้วยเองก็เช่นกัน แต่เหตุผลของเธอไม่ใช่ความงามของฝ่ายตรงข้าม....

 

          "นาง...."

          "ยินดีที่ได้ทราบว่าพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ องค์รา...."

 

          ยังไม่ทันจบประโยค เสียงหวานรื่นหูของเด็กสาวก็กลายเป็นเสียงเหมือนถูกขวาตรงเข้าเต็มแรงที่หน้าท้องเมื่อกล้วยพุ่งเข้ากอดเธออย่างแรงด้วยท่าเหมือนนักมวยปล้ำจับคู่ต่อสู้ทุ่ม ยังผลให้ทั้งสองล้มกลิ้งไปกับพื้นจนเกล็ดหิมะสีขาวกระจายว่อน

 

          "นาง ! นางยังอยู่แต๊ๆ !" กล้วยโอบร่างของเพื่อนสาว หรืออีกนัยคือผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอแน่น "ข้าเจ้านึกว่านางจะสิ้นอายุไปแล้วซะอีก ดีใจนักๆ !"

          "เอ่อ.... องค์ราชินี.... คะ.... ปล่อยก่อน.... เพคะ.... อึดอัด...." เด็กสาวที่ถูกเรียกว่านางพยายามดันร่างของราชินีตานีที่เกาะเธอแน่นเหมือนตุ๊กแกออกจากตัว "อีกอย่าง.... พระองค์.... เป็นราชินี.... ทำแบบนี้.... มันไม่งาม.... ต่อหน้ามนุษย์.... ด้วยแล้ว...."

          "บ่หันเป็นอะหยังนี่" อีกฝ่ายตอบอย่างไม่แยแส อย่างไรก็ตาม เธอก็ยอมปล่อยเพื่อนสาวออกจากอ้อมแขนจนได้ "แล้วก็บ่ต้องเอิ้นข้าเจ้าจะอั้นก็ได้ หมู่เฮาเป็นเพื่อนกัน บ่ต้องใช้ราชาศัพท์หรอก"

          "มิได้ค่ะ หม่อมฉันเรียกพระองค์แบบนั้นไม่ได้จริงๆ...."

 

          "เอ่อ นี่มันอะไรกัน ใครสักคนช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ"

          บทสนทนาของตานีทั้งสองสะดุดหยุดลงเมื่อมนุษย์หนึ่งเดียวเอ่ยถามขึ้น จ้าดเดินเข้ามาหาเด็กสาวทั้งสอง ดวงตาตี่มองกล้วยที นางที สำหรับนางอาจจะนานกว่าหน่อยเนื่องจากรูปลักษณ์ชวนมองมากกว่าทั้งจืดทั้งแบนอย่างกล้วย เด็กหนุ่มก็ยังคงอดคิดไม่ได้ว่านางสง่างามเหมาะกับตำแหน่งราชินีมากกว่ากล้วยอยู่หลายขุม

 

          "อ๋อ นี่นาง เปิ้นเป็นหัวหน้าเหล่าอาวุธระยะใกล้ของตานี" กล้วยแนะนำเพื่อนสาวทันที ตานีคนสวยหันมาค้อมศีรษะให้เด็กหนุ่มเล็กน้อย เพียงนิดเดียวจนแทบสังเกตไม่เห็น "นาง นี่จ้าด เป็นมนุษย์ ตอนนี้ข้าเจ้าพักอยู่กับเปิ้น"

          "พักอยู่กับมนุษย์หรือเพคะ" มีแววตื่นตระหนกเจือเข้ามาในเสียงหวานของนางเล็กน้อย "แต่.... ตานีเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่ง ทำไมถึงได้มาพักอยู่กับมนุษย์ได้ล่ะคะ"

          "บ่มีผู้ได๋สูงกว่าผู้ได๋หรอก" ราชินีตานีตอบ "หมู่เฮาอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน หมู่เฮาช่วยปกป้องเปิ้นเปิ้นก็นับถือหมู่เฮา ขอบคุณหมู่เฮา บ่มีผู้ได๋สูงกว่าผู้ได๋"

          "พระองค์คิดแบบนั้นไม่ได้นะเพคะ" ตานีคนสวยสวนกลับ "พวกมนุษย์น่ะเอาเปรียบเรา ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เรามาหลายครั้งในประวัติศาสตร์ และขนาดพวกเราปกป้องพวกมันขนาดนี้ เดี๋ยวนี้พวกมันกลับไม่คิดถึงเรา ลืมพวกเรากันไปเกือบหมดทั้งเมืองแล้ว หม่อมฉันไม่มีวันยอมรับพวกมันว่าเท่าเทียมกับหม่อมฉัน.... ไม่สิ หม่อมฉันจะไม่ยอมรับว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตประเสริฐอย่างที่มันพูดกันด้วยซ้ำ"

          "นาง ลืมไปแล้วก๋าว่าก่อนจะมาเป็นตานี นางก็เคยเป็นมนุษย์" เสียงของเด็กสาวหน้าจืดราบเรียบ แต่หลานชายหมอผีใหญ่กลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ออกมารอบตัว "อีกอย่าง จ้าดคนนี้แหละที่ช่วยข้าเจ้าเอาไว้จากผีที่ไล่ตามมาเมื่อมะรืนวาน"

          "หา" ดวงตาหวานคู่โตของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดมามองเด็กหนุ่มซึ่งยังคงยืนบื้อไม่รู้จะพูดอะไรดีอยู่ข้างๆ แววในเบื้องลึกของดวงตาสีดำประกายเขียวอยู่กึ่งกลางระหว่างไม่อยากเชื่อ ดูถูกและโกรธขึ้ง "คนคนนี้น่ะเหรอเพคะที่ช่วยพระองค์ไว้"

          "ใช่ เขาเก่งนักๆเลยเน่อ ใช้แค่มีดอีโต้ธรรมดาก็สร้างบาดแผลให้ผีระดับสูงได้" กล้วยตอบเพื่อนสาว น้ำเสียงมีความภูมิใจเจืออยู่ลึกๆ "ข้าเจ้าฮู้ว่านางเกลียดมนุษย์ ฮู้เหตุผลด้วย แต่อย่างน้อยมนุษย์คนนี้ก็ช่วยชีวิตข้าเจ้าเอาไว้เน่อ ดีๆกันไว้"

 

          นางนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง สีหน้าของเธอดูเหมือนตอนกล้วยตัดสินใจว่าจะขอความช่วยเหลือจากจ้าดดีหรือไม่เมื่อสามวันที่แล้วไม่มีผิด แม้ความสวยของใบหน้าจะผิดกันลิบ

 

          "ก็ได้ค่ะ ถ้าองค์ราชินีตรัสแบบนั้น หม่อมฉันก็จะพยายามญาติดีกับมนุษย์คนนี้ไว้" ตานีคนสวยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงต่ำกว่าปกติ "แต่ที่หม่อมฉันมาหาพระองค์คืนนี้เพราะหม่อมฉันมีข่าวมาบอกเพคะ"

          "ข่าวก๋า" กล้วยทวนคำ คิ้วบางขมวดเข้าหากัน "ข่าวอะหยัง"

          "ออกจะยาวอยู่เพคะ" อีกฝ่ายตอบ "หม่อมฉันว่าหาที่คุยเหมาะๆที่ไม่ใช่ตรงนี้ดีกว่าเพคะ"

          "งั้นก็เข้าไปในบ้านจ้าดสิ เดี๋ยวข้าเจ้าทำอาหารเลี้ยงสักมื้อด้วย"

          "เฮ้ย !?" เจ้าของบ้านสะดุ้ง "ทำไม....."

          "น่า บ่หันจะเป็นอะหยังเลยนี่" กล้วยหันมาตอบเสียงปะเหลาะ แต่เด็กหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันน่ากลัวที่แผ่พุ่งออกจากร่างของเพื่อนสาวอีกครั้ง "เอ้า ไปเถอะ อยู่ตรงนี้ถึงจะเป็นตานีก็หนาวเป็นเน่อ"

          "ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกเพคะ" นางยังลังเล "อีกอย่าง ถ้าจะทำอาหาร ให้หม่อมฉันทำให้พระองค์เสวยจะดีกว่า...."

          "บ่ต้องเป็นพิธีรีตองอะไรนักหรอกน่า มาเถอะ คิดซะว่าเป็นการฉลองที่ข้าเจ้าเจอนางละกัน"

          "ถ้าพระองค์ตรัสอย่างนั้น.... ก็ขอบพระทัยเป็นล้นพ้นเพคะ"

          "เฮ้ย จะไม่ถามเจ้าของบ้านก่อนเลยรึไงครับเจ๊ !?"

 

          จนแล้วจนรอด เจ้าของบ้านผู้น่าสงสารก็ต้องยอมให้วิญญาณผู้พิทักษ์เมืองทั้งสองเข้ามาในบ้านจนได้ แต่ทันทีที่นางถอดผ้าคลุมตัวโคร่งของเธอออก เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่าการต้อนรับแขกครั้งนี้คุ้มค่าขึ้นมาทันที ไม่เพียงมือขวาของราชินีผู้นี้จะมีใบหน้าสะสวยกว่าเจ้านายหลายขุม ร่างกายภายใต้ชุดตะเบงมานคอมมานโดแบบเดียวกับกล้วยของเธอก็ถือได้ว่าเข้าขั้นนางแบบ สะโพกกลมกลึง เอวบางและโค้งเว้าได้รูป และที่จ้าดรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุดก็คือหน้าอกที่ใหญ่เกินหน้าเกินตาอย่างเห็นได้ชัด กะคร่าวๆด้วยสายตาผู้ชายสุขภาพดีมีหนังดูก็น่าจะอย่างน้อยคัพดี เด็กหนุ่มมองตามตานีคนสวยที่เดินไปนั่งลงในโต๊ะอุ่นขากลางบ้านตาค้าง กว่าจะรู้สึกตัวหลุดออกมาจากภวังค์ได้ก็เมื่อกล้วยเก็บปืนของเธอเข้าที่และมาสะกิดเขาจากด้านหลัง

 

          "เดี๋ยวข้าเจ้าไปทำอาหารมาหื้อนางก่อนเน่อ นายชวนเปิ้นคุยไปพลางๆละกัน"

          "อะเอ้อ ได้.... เอ๊ย เราทำเองดีกว่ามั้งกล้วย" เด็กหนุ่มหน้าดุตะกุกตะกักเล็กน้อยที่ต้นประโยคด้วยสมาธิยังคงยึดติดอยู่กับเด็กสาวซึ่งยามนี้นั่งเท้าคางมองเขาด้วยสายตาเหยียดๆมาจากโต๊ะอุ่นขา เขาลดเสียงลงในประโยคต่อมา "แล้วจะให้เราไปคุยกับเขาเนี่ยนะ ดูเขาเกลียดมนุษย์มากเลยนา"

          "บ่เป็นอะหยังหรอกน่า คุยๆไปบางทีอาจจะสนิทกันขึ้นมาก็ได้" ราชินีตานีตอบ "และนี่คือเพื่อนข้าเจ้า ข้าเจ้าก็บ่อยากหื้อผู้ได๋ช่วย อีกอย่าง นายทำอาหารรสแบบตานีเป็นก๋า"

 

          จ้าดชะงัก เขายังไม่ลืมรสชาติประหลาดล้ำของมื้อแรกที่เพื่อนสาวทำให้ชิมได้

 

          "ก็ได้ งั้นเราจะลองพยายามคุยดู" หลานชายหมอผีใหญ่ถอนหายใจเฮือก "เอ้อ ไหนๆก็ทำแล้ว ทำบะหมี่มาให้ด้วยนะ เอาหม่าม้ารสข้าวซอย หรือไม่ก็หย่ำย่ำรสเป็ดตุ๋น ทำเป็นใช่มั้ย"

          "ย่ะ แหม ได้ทีใช้ได้ใช้เอาเลยเน่อ"

 

          กล้วยเดินเข้าครัวไปก่อนจะเลื่อนประตูปิด ทิ้งเด็กหนุ่มหน้าดุเอาไว้เพียงลำพังกับตานีคนสวย จ้าดเดินไปสอดขานั่งลงในโต๊ะอุ่นขาด้านตรงข้ามกับนางซึ่งยังคงเท้าคางมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลงระคนเหยียดหยามเช่นเดิม อึดใจหนึ่งเต็มๆที่ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงฉ่าจากห้องครัวเท่านั้น ช่างเป็นบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนเหลือเกิน แม้จะมีสิ่งเจริญหูเจริญตาให้ดูก็ตาม

 

          ในที่สุด จ้าดก็ตัดสินใจทักขึ้นก่อน "เอ่อ.... หวัดดี"

          "สวัสดี" นางค้อมหัวลงเพียงนิดเดียวเหมือนตอนแรกพบเมื่อครู่

          "เอ่อ.... เราชื่อจ้าดนะ"

          "รู้แล้ว ไม่ต้องบอกซ้ำ ไม่อยากรู้"

 

          จ้าดชะงัก ดูท่าตานีคนสวยผู้นี้จะปากร้ายพอๆกับผู้บังคับบัญชาของเธอ แต่ออกจะเป็นคนละสไตล์ กล้วยออกแนวโวยวายด่าแหลก แต่รายนี้ออกแนวเย็นชา

          "เอ่อ.... ทำไมนางไม่พูดภาษาพื้นเมืองตานนะคอนล่ะ" เด็กหนุ่มหน้าดุตัดสินใจเริ่มบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

          "ทำไมต้องพูด" นางตอบห้วนๆตามเคย "ไม่พูดแล้วผิดกฎหมายเหรอ"

          "เราก็นึกว่าตานีทุกตนพูดภาษาพื้นเมืองตานนะคอนซะอีก...."

 

          เงียบกันไปอีกครู่ใหญ่ บรรยากาศยิ่งหนักอึ้งเข้าไปอีกด้วยจ้าดเองก็ไม่รู้จะต่อบทสนทนายังไง เขายอมคุยกับคนโวยวายด่าเช็ดแบบกล้วยสักสิบคน ดีกว่าจะต้องมาคุยกับคนเงียบเชียบเย็นชาเช่นนี้

 

          "ตอนยังเป็นมนุษย์ ฉันมาจากสหัสวารี"

          จู่ๆนางก็พูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนลงกว่าเดิม หลานชายหมอผีใหญ่ร้องอ๋อเบาๆในลำคอ สหัสวารีเป็นเมืองหลวงของสารขัณฑ์ อยู่ห่างจากตานนะคอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เกือบห้าร้อยกิโลเมตร นี่อธิบายทั้งสำเนียงพูดและหน้าตาของตานีคนสวยได้เป็นอย่างดี

 

          "อ้าว แต่ตานีไม่ได้จำเป็นต้องเป็นคนตานนะคอนมาก่อนเหรอ"

          "ไม่เกี่ยวอะไรกันเลย" ตานีสาวตอบ "ตานีส่วนใหญ่มาจากตานนะคอนหรือเมืองใกล้ๆอย่างหลวงน้ำทา ล้านม้า เขลางค์หรือเวียงพิงค์ก็จริง แต่ก็มีที่มาจากที่ไกลๆด้วย เงื่อนไขของการเป็นตานีไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ต้องเป็นวิญญาณที่เคยทำกรรมเฉพาะเอาไว้ ต้องมีความเหมาะสม และต้องตายในพื้นที่แถวนี้ด้วย ถึงจะได้รับการคัดเลือก"

          "ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย" เด็กหนุ่มหน้าดุเกาหัวแกรกๆ แสดงว่าบันทึกของปู่และตาของเขาผิดเสียแล้ว "แล้ว... นางเป็นหัวหน้าเหล่าอาวุธระยะใกล้ นางใช้อาวุธอะไรเหรอ คงไม่ใช่ TM107 แบบกล้วยหรอกใช่มั้ย"

          "ไม่ใช่หรอก" นางตอบ "ฉันใช้ปืนลูกซองกับปืนพก เหล่าอาวุธระยะใกล้ใช้อาวุธพวกนี้กันหมดแหละ"

          "ลูกซองแบบไหนเหรอ นางพกติดตัวมาด้วยรึเปล่า ขอดูหน่อยสิ"

 

          "ก็นี่ไง !"

          จ้าดชาวูบไปทั้งตัวเมื่อตานีสาวเบื้องหน้ากระชากปืนลูกซองสีดำมะเมื่อมมาจ่อกลางหน้าผากของเขาในระยะประชิด นิ้วชี้ของนางสอดเข้าโกร่งไกบ่งชี้ว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น เด็กสาวคนสอยค่อยๆดึงคันรั้งปลอกกระสุนไปด้านหลังจนสุด ก่อนจะดันมันกลับมาด้านหน้า นั่นหมายถึงมีกระสุนบรรจุเข้ารังเพลิงแล้ว....

 

          "นะ.... นาง...." เด็กหนุ่มขยับตัวถอยกรูด แต่แล้วก็ชนผนังดังอั้ก "จะทำอะไรน่ะ.... ยะ.... อย่า...."

          "เงียบไปเลย เจ้ามนุษย์" เสียงหวานรื่นหูของนาง บัดนี้เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามแหบต่ำอย่างโกรธแค้น "พวกแกเอาเปรียบตานี ไม่เคารพตานี แล้วยังจะทำร้ายตานีอีก ทั้งๆที่เป็นเผ่าพันธุ์ต่ำต้อยทำอะไรเองไม่ได้แท้ๆ ตายซะเถอะ โลกจะได้สงบสุขขึ้น !"

          "มะ.... ไม่....." หลานชายหมอผีใหญ่พยายามขยับถอยอย่างลืมตัวแม้หลังจะชนผนังแล้วก็ตาม เหงื่อกาฬผุดพราวบนหน้าผาก "กล้วย ช่วยด้วย !"

          "องค์ราชินีไม่มีทางได้ยินแกหรอก" ตานีสาวแยกเขี้ยว ใบหน้าที่เคยสวยหวาน บัดนี้บิดเบี้ยวจนดูราวกับปีศาจ "ความสามารถพิเศษของฉันคือการปิดกั้นเสียง ตะโกนให้คอแตกก็ไม่ได้ยิน.... และอย่าหวังว่าจะรอให้องค์ราชินีทำอาหารเสร็จเลย ฉันจะฆ่านายเดี๋ยวนี้แหละ !"

 

          จ้าดหลับตาแน่น เขารู้ว่าไม่ว่าจะดิ้นรนเท่าใดเขาก็ไม่มีทางหลบพ้นระยะกระสุนลูกปรายของปืนลูกซองได้ เด็กหนุ่มเม้มปาก เตรียมตัวเตรียมใจรับเม็ดตะกั่วนับร้อยที่คงจะพุ่งเข้าฝังในสมองของเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า....

 

          แต่เสียงที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงสนั่นของปืน หากมีเพียงเสียงแชะเบาๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะร่วน หลานชายหมอผีใหญ่ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างกล้าๆกลัว แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นเด็กสาวทรงโตที่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ

 

          "นี่นาง.... หลอกเราเรอะ !?"

          "อ้าว ก็ใช่น่ะสิ คิดว่าฉันจะยิงจริงๆเหรอ" นางตอบกลั้วหัวเราะ "องค์ราชินีบอกเอาไว้แล้วว่าไม่ให้ยิงฉันก็ไม่ยิงอยู่แล้ว ยิ่งเธอเป็นคนช่วยชีวิตองค์ราชินีอีก ฉันยิงไม่ได้หรอก แต่หน้าตาเธอเมื่อกี้น่ะ.... ฮิๆ.... ตลกสุดๆเลย...."

          "ครับ ครับ เยี่ยมครับ...." เด็กหนุ่มหน้าดุถอนหายใจเฮือกพลางขยับตัวเข้ามาในโต๊ะอุ่นขาอีกครั้ง เขารู้สึกได้ว่าใบหูร้อนฉ่าด้วยความอับอาย "อย่าให้เรามีโอกาสได้เอาคืนบ้างนะ...."

          "แหมๆ อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นไปเลยน่า" ตานีคนสวยหัวเราะคิก "ไหนๆก็จะต้องอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว ดีๆกันเอาไว้ดีกว่าเนอะ"

          "จริงด้วยสิ.... หา ว่าไงนะ อยู่บ้านเดียวกันเรอะ !?"

 

          นางยังไม่มีโอกาสจะตอบ เนื่องจากขาดคำของจ้าด ประตูครัวก็เลื่อนเปิดออกดังครืด ก่อนที่เด็กสาวหน้าจืดจะยกถาดใบใหญ่ออกมา เธอวางจานใบใหญ่ซึ่งมีของที่ดูเหมือนขนมจีนผัดผักและเนื้อสีออกเขียวควันกรุ่นวางลงหน้าเด็กสาวคนสวย และยกถ้วยซึ่งมีจานวางคว่ำอยู่ด้านบนวางลงหน้าเพื่อนหนุ่ม ก่อนที่เธอจะนั่งสอดขาเข้าในโต๊ะอุ่นขาด้วยอีกคน

 

          "กินก่อนค่อยบอกข่าวข้าเจ้าก็ได้นาง นางคงหิว" กล้วยยิ้มให้เพื่อนสาว "กินเยอะๆเลยเน่อ นี่ขนมจีนผัดรวมของโปรดของนางเลยนะ"

          "ขอบพระทัยเป็นอย่างสูงเพคะ" นางค้อมศีรษะให้อีกฝ่าย "แต่ข่าวนี้ค่อนข้างเร่งด่วน หม่อมฉันจะกินไปเล่าไป พระองค์คงไม่ว่าอะไรนะเพคะที่จะเสียมารยาทบนโต๊ะอาหารไปหน่อย"

          "บ่เป็นอะหยังหรอก ข้าเจ้าบ่ถืออยู่แล้ว นางก็ฮู้นี่" เด็กสาวหน้าจืดตอบ "ถ้าจะอั้น.... ข่าวของนางว่าจะไดล่ะ"

 

          ตานีคนสวยใช้ส้อมพันเส้นผัดขนมจีนเข้าปากคำหนึ่งก่อนจะตอบ

 

"ระหว่างที่หม่อมฉันหลบซ่อนตัวจากพวกผีร้ายอยู่ หม่อมฉันพอจะได้ข้อมูลมาบ้างแล้วเพคะ ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร"

          "จะอั้นก่อ" ดวงตาเรียวเล็กของกล้วยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "เพราะอะหยัง"

          "หม่อมฉันไม่แน่ใจนัก แต่ที่แน่ๆ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์นรกแตกแน่นอนเพคะ"

          "นรกแตก ?"จ้าดซึ่งยังคงนั่งรอบะหมี่สุกแทรกขึ้น "นรกแตกคืออะไร"

          "ปู่กับตานายบ่ได้เขียนไว้ก๋า" คิ้วของราชินีตานีขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเธอหันไปมองเพื่อนหนุ่มซึ่งส่ายหัวดิก "เออ แต่ก็บ่แปลก เพราะครั้งสุดท้ายก็ตั้งเกือบสองร้อยปีมาแล้ว"

          "แล้วสรุปมันคืออะไรกันล่ะ"

          "เหตุการณ์นรกแตกก็คือเหตุการณ์ที่พวกภูตผีทั้งหลายในโลกหลังความตายรวมตัวกันบุกฝ่าปราการที่กั้นระหว่างโลกนี้กับโลกหลังความตายออกมา แล้วก็สร้างความเสียหายไปทั่ว" กล้วยอธิบาย "ส่วนใหญ่ผีพวกนั้นมักจะเล็งหมู่เฮาก่อนเพราะหมู่เฮาเป็นเหมือนปราการอีกชั้นที่คอยปกป้องมนุษย์ เกิดเหตุการณ์นรกแตกครั้งหนึ่งก็เหมือนสงครามใหญ่ของหมู่เฮาเชียวล่ะ"

 

          หลานชายหมอผีใหญ่พยักหน้าว่าเข้าใจ เด็กสาวหน้าจืดจึงหันกลับมายังเพื่อนสาวซึ่งกำลังม้วนเส้นเข้าปากอีกคำหนึ่ง

          "แล้วยะหยังนางถึงแน่ใจว่าบ่แม่นนรกแตกล่ะ"

          "จากบันทึกของพวกเรา ก่อนนรกจะแตกต้องมีสัญญาณขอความช่วยเหลือจากโลกหลังความตายมาก่อนทุกครั้งนะเพคะ หรืออย่างน้อยที่สุดถ้าไม่ทันจริงๆก็ต้องมีสัญญาณเตือนมา แล้วก็มีเจ้าหน้าที่จากดลกหลังความตายมาช่วย แต่คราวนี้หายเงียบไม่มีการติดต่ออะไรจากโลกหลังความตายมาเลยทั้งที่กว่าพวกผีร้ายจะบุกเข้ามาถึงป่ากล้วยก็กินเวลาตั้งหลายวัน หม่อมฉันจึงคิดว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์นรกแตกเพคะ"

          "แต่ครั้งสุดท้ายมันก็เกือบสองร้อยปีที่แล้ว โลกหลังความตายเปิ้นอาจจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์แล้วก็ได้"

          "อีกอย่างที่ทำให้หม่อมฉันคิดว่าไม่น่าจะใช่นรกแตก ก็เพราะพวกผีร้ายที่ก่อการในครั้งนี้มีจำนวนปีศาจมากกว่าปกติมากเพคะ"

          "เอ่อ ขอโทษนะ...." จ้าดขัดขึ้นอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะบะหมี่ของเขายังไม่สุกสักที สงสัยกล้วยจะไม่ได้รอให้น้ำในกาเดือดแน่ๆ "แล้วผีกับปีศาจนี่มันต่างกันยังไง มันไม่ได้เหมือนกันเหรอ"

          "ผีก็คือวิญญาณ ทั้งที่ยังคงเหมือนเดิมหรือแปรสภาพไป ส่วนปีศาจจะหมายถึงทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่ผิดธรรมชาติ ไม่ได้เกิดมาโดยธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของหมอผีหรือวิญญาณระดับสูงมากๆ" คราวนี้ตานีคนสวยอธิบายบ้าง "แต่วิญญาณส่วนใหญ่ที่ข้ามไปโลกหลังความตายแล้วมักจะถูกสภาพแวดล้อมของโลกทางโน้นดูดพลังงานออกไปมากจนทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเป็นไปได้จึงตกอยู่กับสองอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะหมอผีเสกขึ้นมา ก็ต้องเป็นเพราะวิญญาณที่ยังคงวนเวียนอยู่บนโลกมนุษย์นี่แหละเป็นคนทำ"

          "แล้วหมู่เปิ้นต้องการอะหยัง นางพอจะฮู้บ้างก่อ" เด็กสาวหน้าจืดถามต่อ "พวกเปิ้นคงบ่ได้ต้องการแค่พลังของข้าเจ้าอย่างเดียวหรอกใช่ก่อ พวกเปิ้นต้องเอาพลังไปใช้สักอย่างแน่"

          "นี่แหละประเด็นสำคัญที่หม่อมฉันอยากกราบทูลเพคะ" เสียงของนางเคร่งเครียดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะขนมจีนผัดของเธอหมดจานแล้ว "พวกผีร้ายเหล่านั้นต้องการพลังอำนาจของพระองค์ไป เพราะพวกมันต้องการจะกำจัดมนุษย์"

          "มันก็.... ปกติอยู่แล้วนะ" กล้วยพูดออมเสียงด้วยเกรงว่าจะเป็นการหักหน้าเพื่อนสาว

          "สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ หม่อมฉันบังเอิญได้ยินการปลุกระดมเชิญชวนผีทั่วไปให้เข้ามาร่วมกองกำลังครั้งนี้" เด็กสาวทรงโตตอบ "เนื้อหาสำคัญที่พวกมันใช้ปลุกระดมคือข้อเท็จจริงที่ว่าปัจจุบันมนุษย์รังควานเหล่าภูตผีมากเกินไปเพคะ"

          "หมายความว่าจะได" คิ้วบางของราชินีตานีขมวดเข้าหากัน "มนุษย์รังควานภูตผี หมายความว่าจะได"

          "ก็เพราะมนุษย์ยุคนี้ได้รับความรู้เรื่องภูตผีปีศาจน้อยลง แล้วยังมีคนจากเมืองอื่นๆที่ไม่คุ้นกับการเห็นผีมาอยูู่ในตานนะคอนมากขึ้น บางคนแค่เห็นผีปรากฏตัวก็กลัวนึกว่าผีจะเข้ามาทำร้าย ก็เลยเรียกหมอผีมาช่วยปราบทั้งที่ผีตนนั้นอาจจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผีที่แค่ปรากฏตัวเพื่อขอส่วนบุญก็พลอยโดนไปด้วย" นางอธิบาย "และที่แสบหนักที่สุดก็คือพวกมนุษย์ที่หวังจะหาประโยชน์จากผีเพคะ หมอผีมนุษย์หลายคนรับจ้างปราบผีดะไม่เลือกหน้า หรือบางทีก็ไปรังควานผีดีๆหรือผีที่เฝ้าของ พอผีตอบโต้เอาบ้างก็ใช้ข้ออ้างนี้ปราบผีเอาเสียเลย หรืออย่างช้าที่สุดก็จะถูกพวกเราเก็บอยู่ดี สุดท้ายก็คือผีธรรมดาหรือผีดีๆถูกกำจัดไปอย่างไม่ยุติธรรม พวกผีเลยลุกฮือขึ้นมาเพคะ"

 

          ตานีคนสวยหยุดพักเล็กน้อย เด็กสาวหน้าจืดและหลานชายหมอผีใหญ่เงียบ รอให้เธอพูดต่อ

 

          "ที่เป็นอันตรายกับพวกเราที่สุดก็คือ พวกผีมองว่าเราเข้าข้างมนุษย์เพคะ" นางเอ่ยต่อหลังจากหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบให้ชุ่มคอหลังจากพุดมานาน "เพราะพวกเราปกป้องมนุษย์ แล้วยังใช้เกณฑ์ที่ว่าผีตนใดคิดทำร้ายหรือรบกวนการใช้ชีวิตของมนุษย์ถือเป็นผีร้าย พวกมันจึงมุ่งเป้ามาที่เรา.... องค์ราชินีต้องแก้ไขเรื่องนี้นะเพคะ ไม่งั้นพวกกองกำลังผีร้ายพวกนั้นไม่เอาเราไว้แน่นอน"

          "แล้วจะหื้อข้าเจ้าแก้ไขจะไดล่ะ" คิ้วที่ขมวดเข้าหากันอยู่แล้วของกล้วยยิ่งเคลื่อนที่เข้าหากันอีกจนแทบจะผูกกันอยู่รอมร่อ "จะบอกว่าหื้อข้าเจ้าและหมู่เฮาบ่ยิงผีร้ายอีกเลยก๋า เป็นไปบ่ได้หรอก จะอั้นหมู่เปิ้นก็ยิ่งได้ใจก่อความวุ่นวายกันใหญ่เลยสิ"

          "ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะ" เด็กสาวคนสวยปฏิเสธ "หม่อมฉันคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์มนุษย์รังควานผีแบบนี้ขึ้นอีก พระองค์ไม่ควรจะยิงผี แต่ควรจะยิงมนุษย์แทนด้วยซ้ำ....."

          "ยะจะอั้นบ่ได้ !" เสียงของราชินีตานีแข็งกร้าวขึ้นทันที "หมู่เฮามีสัญญากันกับมนุษย์มาเป็นพันปีว่าจะบ่ทำร้ายและคอยช่วยเหลือมนุษย์เพื่อแลกกับการอยู่ร่วมกัน แล้วยังมีสัญญากับโลกหลังความตายอีก หมู่เฮายิงมนุษย์บ่ได้ กรือนางจะบอกให้หมู่เฮาผิดสัญญาทั้งสองนี้ก๋า !?"

          "แต่มันไม่ยุติธรรมกับผีนะเพคะ" นางโต้ "พระองค์ลองคิดดูสิเพคะ ผีบางตนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มีคนไปรังควาน พอจะตอบโต้ก็ถูกพวกเราตราหน้าว่าเป็นผีร้าย สุดท้ายก็โดนยิงทิ้ง แบบนี้มันยุติธรรมตรงไหนเพคะ ถ้าพระองค์ยังยึดติดกับหลักเกณฑ์แบบนี้อยู่ พวกผีก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม มันก็จะเกิดเรื่องแบบนี้แหละเพคะ !"

 

          เด็กสาวหน้าจืดนิ่งเงียบไป จ้าดมองนางที กล้วยที ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถาม แต่ก่อนที่เสียงของเขาจะหลุดลอดออกจากริมฝีปากได้ ราชินีตานีก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

          "นาง อย่าลืมว่าหมู่เฮาเป็นผู้ได๋ และหน้าที่ของหมู่เฮาคืออะหยัง" เสียงกลางๆของกล้วยราบเรียบ หากหนักแน่นทุกพยางค์ "หน้าที่ของตานีคือการกำจัดผีร้ายหื้อหมดไปจากโลกนี้ ส่งเปิ้นไปโลกหลังความตาย.... ในเมื่อหลักเกณฑ์ที่หมู่เฮาใช้แยกผีร้ายคือเจตนาจะทำร้ายมนุษย์ บ่ว่าจะเกิดเจตนานี้ขึ้นเพราะอะหยัง มันก็คือเจตนาจะทำร้ายมนุษย์อยู่ดี และหมู่เฮาต้องปราบมัน ส่วนมนุษย์จะยะอะหยังเจตนาอะหยังก็ปล่อยหื้อเป็นเรื่องของมนุษย์ไป บ่แม่นเรื่องของหมู่เฮา หมู่เฮาบ่แม่นผู้ผดุงความยุติธรรม หน้าที่ของหมู่เฮาคือผู้ปกป้องเท่านั้น"

 

          คราวนี้เป็นทีของนางบ้างที่ต้องนิ่งเงียบ

 

          "และแต๊ๆแล้ว หน้าที่ของหมู่เฮาที่ทางโลกหลังความตายสั่งมาคือส่งวิญญาณทุกตนและปีศาจทุกตนไปที่นั่นด้วยซ้ำ" เด็กสาวหน้าจืดพูดต่อ แต่ด้วยเสียงอ่อนลงบ้าง "นี่ถือว่าหมู่เฮาปรานีมากแล้ว จะให้ปรานีไปกว่านี้ก็บ่ได้แล้วล่ะ"

 

          ตานีคนสวยนิ่งอยู่อีกอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆโดยไม่มองอีกฝ่าย

 

          "ก็ได้ค่ะ ถ้าองค์ราชินีตรัสเช่นนั้น" เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบอีกอึกหนึ่งก่อนจะพูดต่อ "แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเรื่องเดียวที่หม่อมฉันจะมาบอกเพคะ"

          "ถ้าจะอั้นมีเรื่องอะหยังอีกล่ะ"

          "ที่พวกผีร้ายรุกคืบเข้ามาได้เร็วเกินกว่าพวกเราจะต้านไหว มิหนำซ้ำยังยิงปืนใหญ่ลงอาคารสำคัญได้อย่างแม่นยำ เพราะกล้ายเป็นไส้ศึกเพคะ"

          "ว่าจะไดนะ !?" เสียงกลางๆของกล้วยเปลี่ยนเป็นแหลมสูงในฉับพลันจนเด็กหนุ่มหน้าดุซึ่งกำลังซดหม่าม้าซวบสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชามเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ

          "กล้ายหายไปจากแนวหน้าตั้งแต่สองวันสุดท้ายก่อนป่ากล้วยจะแตกเพคะ" เสียงหวานๆของเด็กสาวคนสวย ยามนี้หนักอึ้ง "และหลังจากนั้น ทหารของหม่อมฉันก็เห็นกล้ายซุ่มยิงพวกเราสิ้นอายุไปหลายตน และอีกอย่าง คนที่รู้ตำแหน่งคลังเก็บอาวุธถึงขั้นสามารถบอกพิกัดยิงปืนใหญ่ได้ก็มีแค่พระองค์ หม่อมฉัน และกล้ายแค่สามคนเท่านั้น หม่อมฉันจึงคิดว่ากล้ายทรยศไปเข้าข้างฝ่ายผีร้ายแล้ว และน่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ป่ากล้วยแตกเพคะ"

 

          ใบหน้าจืดสนิทของราชินีตานีซีดเผือดเหมือนหิมะที่กองทับถมอยู่ข้างนอกบ้าน ดวงตาเรียวเล็กสีดำประกายเขียวเบิกค้าง มือทั้งสองสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความหนาว หากเพราะความเจ็บใจ....

 

          "ทำไมล่ะ มีอะไรงั้นเหรอ" จ้าดมองเด็กสาวหน้าจืดที เด็กสาวคนสวยที "แล้วกล้ายที่ว่านี่คือใคร ทำไมกล้วยถึงตกใจขนาดนั้นล่ะ"

          กล้วยยังคงนิ่งเงียบอยู่อีกเกือบสิบวินาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆด้วยเสียงต่ำกว่าปกติ

          "นาง ช่วยเล่าหื้อจ้าดฟังหน่อยก็แล้วกัน ข้าเจ้าบ่อยากอู้ถึงเปิ้น"

 

          ขาดคำ ราชินีตานีก็เก็บจานผัดขนมจีนและชามหม่าม้าซึ่งยังคงเหลืออยู่นิดหน่อยใส่ถาดเดิมก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัว จ้าดและนางมองตามเด็กสาวไปจนกระทั่งประตูครัวเลื่อนปิด ก่อนที่เด็กหนุ่มหน้าดุจะหันกลับมาถามขึ้นอีกครั้ง

 

          "แล้วกล้ายคือใคร ทำไมกล้วยถึงได้ตกใจขนาดนั้นด้วย"

          "ฉันว่าทั้งตกใจทั้งแค้นมากกว่า" ตานีคนสวยตอบเสียงเรียบ "องค์ราชินีเคยคาดเอาไว้แล้วว่ากล้ายจะทรยศ แต่คงไม่คิดว่าจะทำถึงขั้นนี้"

          "แล้วสรุปว่ากล้ายเป็นใครล่ะครับเจ๊" หลานชายหมอผีใหญ่ถามซ้ำ เริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาครามครันที่ตานีทั้งสองไม่ตอบเขาสักที

          "ก่อนอื่น ฉันคงต้องอธิบายระบบการปกครองของตานีให้เธอฟังก่อน" นางตอบ ยกแก้วน้ำซึ่งจวนจะหมดขึ้นจิบอีกครั้ง "ตานีแบ่งออกเป็นสามเหล่าทัพ องค์ราชินีคงจะบอกเธอแล้วใช่มั้ย"

          "ใช่" เด็กหนุ่มหน้าดุพยักหน้า

          "ราชินีตานีจะครองตำแหน่งหัวหน้าเหล่าใดเหล่าหนึ่ง แล้วแต่ว่าตอนเป็นรัชทายาทเคยฝึกเหล่าไหนมา" ตานีคนสวยอธิบายต่อ "ส่วนหัวหน้าของอีกสองเหล่าทัพก็จะทำหน้าที่เป็นองค์รักษ์ และรับหน้าที่เป็นรัชทายาทกลายๆด้วย หากราชินีสิ้นอายุโดยไม่มีรัชทายาท หนึ่งในสองตนนี้ก็จะขึ้นเป็นราชินีแทน"

          "เดี๋ยวๆ นางบอกว่ารัชทายาทเหรอ" หลานชายหมอผีใหญ่ขัดขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดต่อ "ตานี.... มีลูกได้ด้วยเรอะ เราเคยอ่านมาว่าตานีมีแต่เพศหญิงไม่ใช่เหรอ"

          "ตานีไม่ได้มีลูกแบบมนุษย์นี่" นางตอบ "ตานีที่อยากจะมีทายาทจะเลือกวิญญาณที่เหมาะสมมา แล้วผนึกเอาไว้ในต้นกล้วยใหม่ที่เพิ่งแตกหน่อออกมาจากต้นกล้วยของตัวเอง ตานีเจ้าของต้นกล้วยก็จะถือว่าเป็นแม่ของตานีเกิดใหม่ และจะเลี้ยงดูเหมือนแม่มนุษย์นั่นแหละ เพราะตานีเกิดใหม่ก็อยู่ในสภาพของเด็กทารกเหมือนกัน พออายุได้สักสิบปีก็จะแยกต้นของตัวเองไปปลูกเดี่ยวๆ แล้วพออายุสักสิบเจ็ดสิบแปดปี ร่างกายก็จะหยุดการเจริญเติบโตและไม่เปลี่ยนแปลงอีกเลยจนสิ้นอายุ ตานีถึงได้ดูเหมือนมีแต่สาวๆทั้งนั้นเลยไงล่ะ"

          "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ 'กล้าย' ที่ว่านี่ล่ะ"

          "เดี๋ยวซี่ ก็กำลังจะพูดต่ออยู่นี่ไง" เด็กสาวทรงโตตอบกลับก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ "ทีนี้ ราชินีองค์ปัจจุบันก็เป็นหัวหน้าเหล่าอาวุธระยะไกลและอาวุธหนักอย่างที่เธอเห็น ฉันเป็นหัวหน้าเหล่าอาวุธระยะใกล้ ส่วนกล้ายเป็นหัวหน้าเหล่าอาวุธจู่โจมและอาวุธกล แต่ก่อนเคยมีตำแหน่งมือขวาขององค์ราชินีเหมือนฉันด้วยซ้ำ"

 

          นางหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มเงียบ รอให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

 

          "แต่ก่อน องค์ราชินีกับกล้ายสนิทกันมาก เพราะแม่ของกล้ายเป็นองครักษ์คนสนิทของราชินีองค์ก่อนและใกล้ชิดกันมาก ถึงขั้นพระราชทานชื่อให้คล้องจองกับชื่อของราชินีองค์ปัจจุบันเลย"

          "กล้วยกับกล้ายสินะ" จ้าดพยักหน้า "แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเหตุการณ์ถึงกลับเป็นแบบนี้ล่ะ"

          "เมื่อเกือบสามปีก่อน แม่ของกล้ายถูกพบเป็นศพอยู่ในเขตโรงงานผลิตปืนใหญ่" ตานีคนสวยตอบ "ตานีคนแรกที่พบศพเห็นราชินีองค์ก่อนวิ่งตัวเปื้อนไปด้วยเลือดออกมาจากบริเวณที่พบศพ จริงๆแล้วองค์ราชินีก็กำลังจะไปแจ้งหน่วยพยาบาลตานี แต่มันก็ทำให้เกิดข่าวลือในหมู่ตานีที่ไม่ชอบราชินีองค์ก่อนว่าองค์ราชินีเองนั่นแหละที่เป็นคนฆ่าแม่ของกล้าย เพราะก่อนหน้านั้นก็มีข่าวเหมือนกันว่าองค์ราชินีกับแม่ของกล้ายระหองระแหงกัน"

 

          เด็กสาวทรงโตหยุดพักอีกครั้ง คราวนี้เธอกินน้ำหมดทั้งแก้วเพราะเสียงหวานๆเริ่มจะแหบแห้งลงบ้างแล้วหลังจากพูดมานาน

 

          "หลังจากนั้นเกือบปี กลางหน้าหนาวสองปีที่แล้วก็มีคนลอบปลงพระชนม์องค์ราชินี" นางเล่าต่อด้วยเสียงต่ำลง "มีพยานเห็นกล้ายอยู่ใกล้ๆบริเวณที่พบพระศพ และก็มีคนอ้างว่าได้ยินกล้ายวางแผนลอบปลงพระชนม์องค์ราชินีอยู่กับพวกที่ต่อต้านด้วย แต่พยานหลักฐานอ่อนเกินไปจึงเอาผิดไม่ได้"

          "องค์ราชินีเสียพระทัยกับการตายของพระมารดามาก กรรแสงอยู่นานเป็นเดือนเลยด้วยซ้ำ เพราะพระองค์ผูกพันกับพระมารดามาก" เด็กสาวพูดช้าๆ "หลังจากนั้น จากที่เคยเป็นราชินีที่ร่าเริงและขี้เล่น ก็กลายเป็นอย่างที่เธอเห็น แข็งขึ้น ก้าวร้าวขึ้น ไม่ยอมให้ใครช่วยเหลือ ไม่ยอมไว้พระทัยใครทั้งสิ้น แต่ฉันว่า จริงๆแล้วพระองค์คงต้องการแข็งแกร่งขึ้นนั่นแหละ น่าสงสารพระองค์เหลือเกิน...."

          นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในขณะที่ดวงตาตี่ของหลานชายหมอผีใหญ่เบิกกว้าง เขารู้ว่ากล้วยเจ็บปวดเพียงใดเมื่อคืนมะรืนวาน เพียงเท่านั้นก็พอจะทำให้คนดีๆ หรือตานีดีๆ เสียสติไปได้สบายๆแล้ว นี่กล้วยกลับเคยเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้มาแล้วในอดีตอีก แต่เธอกลับยังคงครองสติและทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขายิ่งรู้สึกนับถือและชื่นชมเพื่อนสาวหน้าจืดผู้นี้มากขึ้นไปอีก หากเป็นเขา เขาคงต้องบ้าจนเข้าโรงพยาบาลโรคจิตไปแล้วแน่

 

          "แต่.... แต่ว่าแค่เห็นอยู่ใกล้ๆ แล้วก็มีคนอ้างว่าได้ยินแค่นั้นมันก็ไม่พอที่จะเชื่อได้ว่าเขาเป็นคนลอบปลงพระชนม์นา" จ้าดแย้ง "บางทีอาจจะมีคนใส่ร้ายเขาก็ได้ โดยเฉพาะคนที่รู้เรื่องที่เกิดกับแม่ของเขาน่ะ"

          "แล้วเธอจะอธิบายที่กล้ายเป็นไส้ศึกยังไงล่ะถ้างั้น" ตานีคนสวยตอบเสียงเรียบ "อีกอย่าง หลังจากราชินีองค์ปัจจุบันรับตำแหน่งก็มีเหตุการณ์ปองร้ายอีกหลายครั้ง และหลายครั้งก็เชื่อได้ว่ากล้ายเป็นคนทำ องค์ราชินีเองก็รู้ จากที่เคยสนิท พระองค์ก็พยายามห่างจากกล้ายออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้ายก็ไม่คุยกันเลย ถ้ากล้ายไม่ได้ทำจริง องค์ราชินีไม่ทำแบบนั้นหรอก ฉันรู้"

          "ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็น่าจะเชื่อได้แหละนะ" เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ "แต่เราว่าแรงจูงใจมันก็ยังไม่พอนะ แค่สงสัยว่าแม่ของกล้วยฆ่าแม่เขา ถึงขั้นจะทำลายเผ่าพันธุ์ตานีทั้งหมดเลยงั้นเหรอ"

          "อีกอย่างหนึ่งก็คือ แม่ของกล้ายเป็นเชื้อพระวงศ์ของราชินีอีกสายที่แยกสายออกมาเมื่อเกือบสองร้อยปีที่แล้ว" นางตอบทันที "มีคนสงสัยว่าราชินีองค์ก่อนสังหารแม่ของกล้าย เพราะพระองค์ระแวงว่าแม่ของกล้ายซึ่งเป็นมือปืนจู่โจมฝีมือดีและมีลูกน้องคนสนิทเยอะมากจะวางแผนโค่นล้มพระองค์ เพราะฉะนั้น ที่กล้ายทำแบบนี้ก็อาจจะเพราะอยากได้ตำแหน่งราชินีก็ได้"

          "แต่อยากได้ตำแหน่งราชินีถึงขั้นต้องฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มันก็ออกจะ...."

          "ใช่ เพราะแบบนี้องค์ราชินีถึงได้เจ็บแค้นมากไง" เด็กสาวคนสวยตอบ "ฉันสาบานกับตัวเองเอาไว้ ถ้าฉันเจอกล้ายเมื่อไหร่ ฉันจะทำให้กล้ายสิ้นอายุด้วยปืนลูกซองกระบอกนี้แน่นอน !"

          "น่าสงสารกล้วยจริงๆ...." จ้าดถอนหายใจเฮือก "เอาเป็นว่าเราจะช่วยนางด้วยก็แล้วกัน เราเองก็อยากจะช่วยทำให้กล้วยสบายใจขึ้น"

          "ขอบคุณมากนะที่เข้าใจ" ตานีสาวยิ้มให้เด็กหนุ่ม "ฉันไม่คิดเลยว่ามนุษย์จะมีดีๆหลงเหลืออยู่แบบเธอด้วย เธอนี่มันดีเหมือนไม่ใช่มนุษย์จริงๆ"

          "เอ่อ นั่นคำชมใช่มั้ย...." หลานชายหมอผีใหญ่เกาหัวแกรกๆเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาว แต่แล้วเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก "ว่าแต่ ก่อนหน้านี้นางพูดว่านางจะอยู่บ้านเดียวกันกับเรา คงไม่ได้หมายความว่า...."

          "ฉันจะมาอยู่บ้านนี้กับองค์ราชินีแล้วก็เธอด้วยไง" นางตอบหน้าตาเฉย ในขณะที่อีกฝ่ายยกมือขึ้นกุมขมับ "ฉันต้องอารักขาองค์ราชินี ถ้าเกิดพวกผีร้ายจะมารังควานอีก หรือกล้ายจะมาทำอะไร ฉันจะได้ปกป้องพระองค์ได้ทัน"

          "แล้วนางจะนอนห้องไหน ไม่มีห้องนอนเหลือแล้วนา" เจ้าของบ้านพูดเสียงอ่อยๆ มือยังคงกุมขมับแน่น "อีกอย่าง มีผู้หญิงสองคนอยู่ในบ้านนี่มันออกจะ...."

          "ข้าเจ้าก็บ่อยากรบกวนนายอีกหรอก แต่เรื่องนี้ข้าเจ้าขอละกัน บ่อั้นนางก็บ่มีที่พัก" กล้วยถามทันทีที่ผลักประตูครัวออกมา เธอก้าวฉับๆมาสอดตัวนั่งในโต๊ะอุ่นขาที่เดิม มือยังคงเปียกและมีกลิ่นน้ำยาล้างจาน "นางนอนห้องเดียวกับข้าเจ้าก็ได้ จะได้บ่ต้องแย่งห้องนอนนายหรือไปนอนห้องอื่นหื้อเปลืองไฟ"

          "เอางั้นก็ได้" เด็กหนุ่มหน้าดุเกาหัวแกรกๆอีกครั้ง         เจอแบบนี้เขาก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เพราะนางก้ไม่มีที่อยู่จริงๆ "แต่นางคงไม่ไปโรงเรียนเหมือนกล้วยหรอกใช่มั้ย...."

          "ไม่หรอก" นางยิ้ม "ฉันคงอยู่บ้าน แล้วคิดหาทางโต้กลับกองกำลังผีร้ายมากกว่า"

          "แน่ใจก๋านาง" ราชินีตานีหันมองเพื่อนสาว "นางก็เรียนมัธยมปลายยังบ่จบเหมือนข้าเจ้า ไปโรงเรียนด้วยกันดีกว่า"

          "ไม่ต้องหรอกเพคะ ตอนนี้การยึดอำนาจคืนสำคัญกว่า"

          "แต่ถ้าจะอั้น ในฐานะราชินีข้าเจ้าก็ควรจะอยู่ช่วยนางเน่อ"

          "ไม่ต้องก็ได้เพคะองค์ราชินี" ตานีคนสวยตอบเสียงนุ่ม "หม่อมฉันทำเองได้ พระองค์ไปเรียนต่อเถอะเพคะ พระองค์ต้องรู้มากๆ เอาไว้ใช้ในตำแหน่งราชินี"

          "จะเอาจะอั้นก๋า" กล้วยถามย้ำ "แน่ใจก๋า"

          "แน่ใจเพคะ"

          "เอ้า ถ้าจะอั้นก็แล้วแต่นางละกัน" เด็กสาวหน้าจืดตอบ เธอยิ้มให้เพื่อนสาว "แต่ก็ขอบคุณมากเน่อ อุตส่าห์มาแจ้งข่าว แล้วยังเสียสละแบบนี้อีก บ่ผิดจริงๆที่ข้าเจ้าเลือกไว้ใจนาง"

          "มิได้เพคะ"

          "ว่าแต่ แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อ" จ้าดเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากปล่อยสองตานีสาวคุยกันเองมานาน "นางบอกว่าจะวางแผนหาทางโต้กลับฝ่ายผีร้ายบ้าง แต่มีกันแค่สามคนนี่จะทำยังไงล่ะ ผีร้ายมันมีตั้งเป็นร้อยเป็นพันไม่ใช่เหรอ"

          "เป็นหมื่น หนืออาจจะถึงแสน" กล้วยแก้ "กำลังพลเท่านี้บ่มีทางเอาชนะพวกเปิ้นได้แน่ ก็คงได้แต่ปราบผีไปเรื่อยๆหวังว่าจะตัดกำลังพวกเปิ้นได้ แล้วก็รอไปเรื่อยๆหวังว่าจะเจอตานีมากกว่านี้.... แต่ตานีก็สิ้นอายุไปเกือบหมดแล้ว ข้าเจ้าก็บ่ฮู้จะยะจะไดเหมือนกัน...."

          เสียงของราชินีตานีมืดมน เธอก้มหน้าลงถอนหายใจเฮือก ขณะจ้าดและนางมองตากัน

          "อย่ากังวลไปเลยเพคะ" เด็กสาวคนสวยจับมือราชินีของเธอ ก่อนจะลูบเบาๆเป็นเชิงปลอบ "มันต้องมีทางแก้แน่นอนเพคะ อย่าลืมสิเพคะว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วในอดีต แล้วเผ่าพันธุ์ตานีก็ยังคงอยู่มาได้ คราวนี้ก็ต้องเหมือนกันเพคะ"

 

          "เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ เราก็ลองรับปราบผีดูสิ"

          "หา"

          นางหันขวับมาจ้องหน้าหลานชายหมอผีใหญ่ ดวงตาหวานฉายแววแปลใจระคนตกใจ กล้วยก็เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนหนุ่มด้วยเช่นกัน

 

“ว่าจะไดนะ"

          "ก็ตอนนี้พวกเราต้องพยายามตัดกำลังพวกกองกำลังผีร้ายให้ได้มากที่สุดไม่ใช่เหรอ" จ้าดตอบ "ถ้ามัวแต่รอให้เรื่องผีแว่วมาเข้าหูเองเราว่าไม่ได้เรื่องแน่ๆ รับปราบผีนี่แหละดีที่สุด แล้วยังจะได้เป็นการฝึกปรือฝีมือไปด้วยในตัว อีกอย่าง เราก็อาจจะได้ข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพวกกองกำลังผีร้ายก็ได้ และที่สำคัญ รายได้จากงานปราบผีในเมืองนี้น่ะไม่ใช่เล่นๆเลยนะ"

          "ฉันเพิ่งพูดไปเมื่อครู่นี้เองไม่ใช่เหรอว่าปราบผีแบบนี้น่ะจะยิ่งทำให้พวกผีไม่พอใจมากขึ้นน่ะ !" ตานีคนสวยค้านเสียงแข็ง "ทำแบบนี้สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายขึ้นนะ แล้วยังเป็นการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็นด้วย ! ถ้าเกิดเจอพวกผีร้ายระดับสูงขึ้นมาจะทำยังไง จะเป็นอันตรายทั้งต่อองค์ราชินีและต่อตัวเธอเองนะ !"

          "เราไม่จำเป็นต้องรับงานทุกงานอยู่แล้วนี่ เอาแค่งานที่ดูแล้วว่าไม่ใช่การรังแกผีก็พอ" เด็กหนุ่มหน้าดุตอบ "ส่วนเรื่องจะเป็นการเสี่ยงเกินไปมั้ย มันก็ใช่แหละ เสี่ยง แต่ก็อย่างว่า เราก็ไม่จำเป็นต้องรับทุกงาน งานไหนเสี่ยงหรือต้องเข้าไปใกล้พื้นที่เสี่ยงก็ไม่จำเป็นต้องรับก็ได้ อีกอย่าง ผีร้ายระดับสูงๆคงไม่มาหลอกมนุษย์เองหรอกจริงมั้ย"

          "แต่ว่า...."

          "ก็เป็นความคิดที่ดีเน่อ" ก่อนที่นางจะพูดได้ ราชินีตานีก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน "ทั้งได้ฝึกฝีมือ ได้ตัดกำลัง ได้ข่าว แล้วยังได้เงินมาช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าที่หมู่เฮารบกวนจ้าดเอาไว้อีก เอาเป็นว่าข้าเจ้าสนับสนุนความคิดนี้ละกัน"

          "ถ้าองค์ราชินีว่าอย่างนั้น หม่อมฉันก็ขอทำด้วยเพคะ" ตานีคนสวยตอบเบาๆ ก่อนจะหันมาหาเด็กหนุ่มหน้าดุ "แต่อย่าลืมนะ ต้องเลือกรับแต่งานที่ผีมันเลวร้ายจริงๆเท่านั้นนะ"

          "คร้าบเจ๊ ผมรู้คร้าบ...." จ้าดตอบกลั้วหัวเราะ "งั้นสองคนขึ้นไปนอนเถอะ เดี๋ยวเราจะลองร่างใบปลิวดู ถ้าเสร็จพรุ่งนี้จะได้เอาไปแปะตามบอร์ดชุมชุนใกล้ๆแล้วก็ที่โรงเรียนกัน"

          "อ้าว แล้วบ่ยะการบ้านก่อ" เด็กสาวหน้าจืดท้วง "วันนี้การบ้านบ่ใช่น้อยเน่อ ส่งพรุ่งนี้ก็สองชิ้น นายลืมก๋า"

          "ไม่ได้ลืม ช่วยทำให้หน่อยก็แล้วกัน"

          "ฝันไปเถอะย่ะบ่าจ้าดง่าว !"

 

 

          เกือบตีสองแล้ว เขาหินแกรนิตสูงเสียดฟ้าที่มียอดปกคลุมด้วยหิมะตลอดปีของเทือกเขาตานปันน้ำตะวันตกบดบังแสงจันทร์ที่ส่องลงมาในหุบเขาลึกห่างออกไปจากเมืองตานนะคอนเกือบสี่สิบกิโลเมตรจนสิ้น ร่างหนึ่งในชุดคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเดินกระย่องกระแย่งย่ำหิมะที่ปกคลุมหนาเกือบครึ่งแข้งไปตามลาดเขามืดมิด มุ่งหน้าสู่แสงไฟริบหรี่จากอาคารสำเร็จรูปสูงห้าชั้นที่ก้นหุบเขาซึ่งถูกล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนามและกำแพงสูงจนดูราวกับคุก เงาเลือนรางลอยไปลอยมาอยู่รอบบริเวณราวกับยามรักษาการณ์ ผิดกันเพียงยามเหล่านี้ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว....

 

          "มาหาใคร"

          เสียงลึกห้าวแต่แตกพร่าราวกับดังมาจากที่ไกลๆของเงาร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูถามขึ้นเมื่อร่างในผ้าคลุมเดินไปถึงทางเข้า ส่วนหนึ่งของเงาซึ่งดูเหมือนจะเป็นแขนยืดออกขวางหน้าร่างนั้นราวกับเป็นเหล็กกั้น แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เงานั้นก็หดแขนกลับ ปล่อยให้ร่างในผ้าคลุมเดินเข้าไปด้านใน มุ่งหน้าสู่อาคารห้าชั้นซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่ถึงร้อยเมตร

 

          ไม่มีใครอยู่ในอาคารหลังนั้นเลยแม้แต่คนหรือตนเดียว ร่างภายใต้ผ้าคลุมหายตัววับ ก่อนจะปรากฏอีกครั้งที่ขั้นบนสุดของบันได มันทำเช่นนี้อีกเกือบสิบครั้งก็มาถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นโถงทางเดินยาวเหยียดและมืดมิด ปลายสุดของโถงทางเดินมีประตูไม้บานใหญ่ เงาเลือนรางสี่ร่างยืนเฝ้าสองข้างประตูอยู่ แต่ร่างใต้ผ้าคลุมไม่สนใจ มันเคลื่อนที่ในฉับพลันเพียงสองครั้งก็มาถึงหน้าประตูบานนั้น เงาร่างทั้งสี่รีบยื่นแขนมากั้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร พวกมันก็รีบหดแขนกลับ ก่อนจะผลักประตูให้ร่างในผ้าคลุมเข้าไปด้านใน

 

          ห้องนั้นกว้างใหญ่แต่แทบจะมืดสนิท สิ่งเดียวที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงในห้องนี้คือจอแอลซีดีขนาดใหญ่ซึ่งฉายภาพแผนที่ของเมืองตานนะคอนและบริเวณโดยรอบอยู่ที่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เก้าอี้นวมตัวใหญ่เบื้องหลังโต๊ะแต่เบื้องหน้าจอหันหลังให้กับร่างในผ้าคลุม แต่ดูเหมือนผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จะรู้ว่ามีแขกมาเยี่ยม เพราะเสียงแบนๆของชายมีอายุเอ่ยทักแขกผู้มาใหม่โดยที่เก้าอี้ไม่ได้หันกลับมาเลยแม้แต่น้อย

 

          "ว่าไง มีข่าวอะไรใหม่มาให้ผมหรือ ถึงได้เข้ามาดึกๆดื่นๆแบบนี้"

          "ข้าพบราชินีของตานีแล้ว เปิ้นอยู่กับมนุษย์ในบ้านแถวตาดผ้าห่มใต้" เสียงจากร่างภายใต้ผ้าคลุมเป็นเสียงผู้หญิง "คุณจะสั่งการกองทัพหื้อบุกเลยก่อ หรือจะหื้อข้าสังการเปิ้นเอง"

          "ยังไม่ต้อง บุกตอนนี้ก็ไม่สนุก พวกมันมีกันอยู่แค่นั้นเอง" เสียงแบนๆนั้นหัวเราะในลำคอ "รอให้หลังจากนี้ไปหน่อยถึงจะสนุก อีกอย่าง ผมเตรียมของขวัญเซอร์ไพรส์ไว้ให้พวกมันแล้ว ดีไม่ดีอาจจะไม่ต้องถึงมือคุณเลยก็ได้"

          "แน่ใจกาว่าจะง่ายจะอั้น ข้าห่วงว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่"

          "ไม่ต้องห่วง ผมว่าพวกนี้ไม่พลาดท่าง่ายๆขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ผมก็ยังอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกนี้เพิ่ม โดยเฉพาะไอ้หนุ่มที่ฟันผีระดับสูงได้ง่ายๆแบบนั้น แต่ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ รับรอง ผมให้คุณจัดการได้อย่างที่คุณต้องการเลย"

 

          ร่างนั้นไม่ตอบ มีเพียงดวงตาภายใต้ผ้าคลุมเท่านั้นที่ส่งแสงสีเขียววาบชวนขนลุก....

Vote
ให้คะแนนตอนนี้

Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.

ส่งคะแนน

ตอนที่ 4 : เด็กสาวผู้มาพร้อมข่าวสำคัญRating : 26 / 6 vote(s)

25 มิ.ย. 57

ตอนที่ 4 : เด็กสาวผู้มาพร้อมข่าวสำคัญRating : 26 / 6 vote(s)

25 มิ.ย. 57

9 ความคิดเห็น

  1. #661 waiywan (@waiywan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 19:48
    เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เลย ท่านสิริโสภาคย์ (เมื่อก่อนอ่านชื่อท่านไม่ออกเน้อ ไปเจอมาจากมู้หนึ่งเจ้าค่ะ)

    ในที่สุดก็มีเวลาอ่านนิยายของท่านต่อสักที อ๊ากกก จากตอนที่ 4 ถึงตอนที่ 89 หนทางยังอีกยาวไกลยิ่งนัก! 

    มีตัวละครใหม่โผล่มาแว้ววว แอบไม่ไว้ใจนางเหมือนกันนะเนี่ย กล้ายจะเป็นไส้ศึกจริงๆ ไหมน้า และถ้าเป็นเขาจะมีเหตุจูงใจอะไรให้ทำแบบนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะราชินีองค์ก่อน จะมีอะไรพลิกแพลงไหมหนอ โอย อยากรู้ๆ
    #661
  2. #475 maruchan (@RoosT) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 10:28
    สนุกครับผม
    #475

  3. #384 MARION (@chonlanate) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 02:59
    แล้วนิยายเรื่องนี้จะจบแบบฮาเร็มไหมล่ะเนี่ย... =.,=

    ไม่ได้นะๆ ก็ระบุชัดเจนแล้วนี่ว่าใครนางเอก ใครพระเอก อย่าฟุ้งซ่านสิเรา



    ช็อกตรงคำว่าคัพดีนี่แหละค่ะ แทนที่จะปลื้มนาง ก็กลายเป็นอิจฉาลามไปถึงหมั่นไส้ หน็อยๆ ผู้หญิงที่อกคัพดีแต่เอวบางสะโพกสวยนี่มันหายากเน้อ ส่วนใหญ่ถ้าเริ่มแตะคัพซีก็กลายเป็นสาวอวบกันทั้งนั้น (พิมพ์ไปเขินไป - -") เอาเถอะ คาดว่าคงถูกใจ "ผู้ชายสุขภาพดีมีหนังดู" อย่าแอบย่องเข้าห้องนางแล้วกัน จ้าดเอ๊ย~ กล้วยจะได้ทุบเอา



    อืม ขออีกนิดนึงเรื่องสรรพนามแทนตัวของกล้วยน่ะค่ะ คือพอเห็นกล้วยใช้คำว่า "ข้าเจ้า" กับจ้าดหรือนางแล้วมันแปลกๆ คือเหมือนกับคำนี้มันเป็นคำที่เว้นระยะห่างนิดหน่อยระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังน่ะค่ะ เหมือนเราพูดกับคนที่เราไม่สนิทหรือคนที่เราให้ความเคารพนิดหน่อย เช่น พูดกับพ่อแม่ (บางทีเวลาพูดกับพ่อแม่ ผู้หญิงเหนือจะแทนตัวเองว่า "น้อง" ค่ะ) พูดกับครู พูดกับลูกค้า พูดกับพี่ พูดกับคนไม่รู้จักหรือไม่คุ้นกัน ถ้าพูดกับเพื่อนหรือคนรู้จักมักจะใช้แทนว่า "เปิ้น" "ฮา" หรือ "เฮา" มากกว่า (แต่ฮาถือเป็นคำไม่สุภาพ) แต่ถ้าอยากสร้างออร่าความเป็นราชินีนิดๆ ให้กล้วย คิดว่าใช้คำว่า "เฮา" น่าจะดีที่สุดค่ะ เหมือนกับเชื้อเจ้าพูดกับคนธรรมดาว่า "เราเห็นว่า เราคิดว่า เรา... ฯลฯ" อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนเขียนดีกว่า :))



    อีกอย่างหนึ่งคือคำราชาศัพท์ของนางน่ะค่ะ มันยังดูติดขัดอยู่ คำหนึ่งที่เห็นชัดเลยคือคำว่า "ตรัส" คือส่วนใหญ่เราไม่ค่อยเห็นการใช้คำนี้ในการพูดประมาณว่า "ถ้าพระองค์ว่าอย่างนั้น ถ้าพระองค์ว่าอย่างนี้" อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ (อ้างอิงจากนิยายของคุณลักษณวดีนะคะ ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วย) คืออาจเพราะมันเป็นคำสั้น ห้วน (ความหมายเดียวกับ "ดำรัส") ก็เลยไม่ค่อยใช้ในรูปประโยคสักเท่าไหร่ อีกคำหนึ่งที่นำมาใช้แทนคำว่า "ตรัส" ได้ คือคำว่า "รับสั่ง" ค่ะ ห้วนน้อยกว่า แล้วก็ดูเป็นภาษาพูดมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สองคำนี้เหมือนจะใช้ในการ "เล่าเรื่อง" มากกว่าใช้ในรูปประโยคนะคะ เช่น นางบอกกับจ้าดว่า "ตามที่องค์ราชินีรับสั่งว่า... ตามที่ตรัสมาแล้วว่า... ตามที่มีพระราชดำรัสมาแล้วว่า..." (ดำรัสเป็นคำกริยา ไม่ค่อยเห็นใช้น่ะค่ะ และถ้ายศต่ำกว่าพระรัชทายาทที่ได้รับการสถาปนาลงไป ก็อาจใช้เป็น "พระดำรัส" ) ซึ่งคนเขียนอาจจะเปลี่ยนประโยคที่ว่า "ถ้าพระองค์ตรัสอย่างนั้น" เป็น "เมื่อทรงยืนยันเช่นนั้น/ เมื่อทรงยืนยันอย่างนั้น ก็ขอบพระทัยนัก/ก็ขอบพระทัยยิ่ง" (คำว่าล้นพ้นมักใช้ในแง่ของพระกรุณา บุณคุณ อย่างนั้นมากกว่าค่ะ) ลองพิจารณาดูนะคะ ถ้าผิดพลาดยังไงก็ต้องขออภัยด้วย





    #384
  4. #262 TZ'sTZ (@tz-tonzom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2555 / 13:24

    โอ้ มีคนทรยศซะด้วยเหรอเนี่ย
    กลัวจริงๆ เน่อ กลัวว่าจะไม่ใช่กล้ายแต่เป็นนางแทนน่ะเส่ะ
    อ่านแล้วมันชวนให้คิดไปในแนวนั้นมากกว่านะ
    ยิ่งตาเขียวๆ วาบชวนขนลุกเนี่ยมันมาแนวเดียวกับตอนนางปรากฏตัวครั้งแรกเลยไม่ใช่เรอะ
    แถมคำพูดตอนก่อนนู้นที่บอก ยังมีชีวิตอยู่สินะองค์ราชินีอะไรเนี่ย มันก็ชวนให้คิดเป็นประโยคมุ่งร้ายมากกว่ายินดีแฮะ
    แต่อย่างว่าล่ะใครจะมาเปิดประตูแล้วบอกว่า "ฉันเป็นตัวโกง" คงไม่มี ฮ่าๆ คงต้องตามกันต่อไป

    *เพิ่งเห็นว่าคนแต่งมาตอบเม้นชี้แจงให้เราด้วย ขอบคุณค่ะ

    แล้วก็ นิดนึงๆ
    เด็กสาวคนสวยจับมีอิ่ชินีของเธอ = เด็กสาวคนสวยจับมือองค์ราชินีของเธอ
    ก็ต้อง = ก็ต้อง , บ้า = บ้าน
    ^^

    #262
  5. #125 inғiиiтy. (@blackroseclub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 17:23
    อย่ามาทำอะไรกล้วยของผมน้า ~ ><
    #125
  6. #75 Killer Shii (@killer-shi-i) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2554 / 00:20
    อ่านรวดเดียว 4 ตอน แบบหยุดไม่อยู่

    เพราะความไหลลื่นและความฮาของเนื้อเรื่องที่ทำให้ไม่อาจละสายตาไปจากหน้าจอได้เลย ^^
    ที่จริงก็ฮาตั้งแต่ชื่อประเทศสารขันณ์แล้วล่ะ
    ยิ่งมาฮาเพิ่มก็ตอนที่กล้วยปรากฎตัวพร้อมกับด่า่ไฟแลบ ตามแบบฉบับสาวซึนจอแบน ... (เน้นทำไมกันเนี่ย 555)
    ฮากับบุคลิกรับมุกง่ายๆ และปากคอเราะร้ายนิดๆ ของพ่อยอดชายนายจ้าดจัตุรัตุ ฯลฯ
    ... ยัง..ยังมีเยอะ ^^

    เป็นแฟนตาซีอีกเรื่องที่ทำให้หัวเราะท้องคัดท้องแข็งยามดึก
    แม้ว่าจะไม่เข้าใจคำพูดบางคำที่เป็นภาษาเหนือของกล้วย
    แต่โดยรวมอ่านแล้วก็เข้าใจเกินกว่า 95% เลยล่ะ (เผลอๆ จะเนียนขอเอาความรู้ภาษาเหนือไปลองพูดด้วยดีกว่า อิอิ)

    ปล. แอบจินตนาการหน้าตาของนายจ้าดเป็น ตาริว ณ โทร่าโดระ ซะแล้วสิ หนุ่มตาตี่หน้าโหด แต่จริงๆใจดีคนนี้นี่น่ะ
    ปล.ที่ 2 ตอนแรกยังงงๆ ว่าตะเบงมานคอมมานโดมันเป็นจะใดหว่า มันเป็นชื่อเฉพาะหรืออย่างไร
    ครั้นพอไปเห็นภาพในไอดีของท่านจึงร้องอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง "กล้วย" ในมือของกล้วยก็ด้วย ^^ เจ๋งมาก

    เอาล่ะ ขอแสดงความเห็นพอหอมปากหอมคอเท่านี้ก่อนดีกว่าเนาะ เดี๋ยวกลับมาอ่านตอนที่เหลือต่อพรุ่งนี้จ้า

    #75
  7. #29 I...wish (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 03:12
    นาง...ตานีผู้เกลียดมนุษย์ 55555



    มีตัวละครน่าสนใจๆโผล่มาอีกแล้ว นางดูเป็นคนที่ภายนอกดูเย็นชานิดๆแต่ข้างในเป็นคนที่ขี้ใจอ่อนหน่อยๆ(รึเปล่า?)



    มาอยู่ในบ้านด้วยกันแบบนี้แล้วชักจะรู้สึกถึงโมเม้นคล้ายๆเรื่องเลิฟฮินะแฮะ ^^



    หวังว่าตานีสาวทั้งหลายจะไม่มารุมชอบจ้าดกันหมดหรอกนะ 5555



    แต่ว่าจะเป็นอะไรมั๊ยถ้าเราจะบอกว่า ชักจะเริ่มชอบนางขึ้นมาซะแล้วสิ(เป็นโรคเห็นตัวละครผู้หญิงเท่ๆไม่ได้)



    เรื่องของราชินีองค์ก่อนทำให้สงสารกล้วยขึ้นมาเลยอ่ะ กล้วยเองก็คงจะเจออะไรมาเยอะเหมือนกันนะ



    แถมยังต้องแบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบต่างๆในฐานะราชินีเอาไว้อีก



    เฮ้อออ เป็นเราคงวางมันไปนานแล้วภาระแบบนี้ ไม่แบกให้เหนื่อยหรอก(ฟังดูเป็นคนชั่วร้ายนะ 555)



    ยังไงก็เอาใจช่วยกล้วยนะเจ้าคะ สู้ๆ แล้วทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...ภารกิจรับปราบผี ท่าทางน่าสนุกแฮะ หุหุหุหุ



    #29
  8. #22 Rose Peuchong (@rosepeuchong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 18:52
    มันสมควร "จ้าดง่าว" ตรงที่ใช้ให้ราชินีแห่งตานีทำการบ้านให้นี่แหละ XD

    จะว่าไป นางน่ารักดีแต๊....ข้าเจ้าชักชอบซะแล้วสิ~




    ปล.เป็นคนที่ชอบตัวละครหญิงมากกว่าตัวละครชายมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
    #22
พิมพ์เลขที่เห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android