สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เปลวปรารถนา--ชื่อใหม่ แม่บ้านสาวเมียกับ ณ อินเลิฟ

ตอนที่ 1 : แก้ไข 23/3/2014


     อัพเดท 24 มี.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: พระเอกเจ้าเล่ห์, พระเอกรักนางเอกคนเดียว
ผู้แต่ง : ปรภาว์ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปรภาว์
My.iD: http://my.dek-d.com/sirimeth
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 230 Overall : 15,242
90 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 77 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เปลวปรารถนา--ชื่อใหม่ แม่บ้านสาวเมียกับ ณ อินเลิฟ ตอนที่ 1 : แก้ไข 23/3/2014 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2374 , โพส : 2 , Rating : 33 / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ ๑

        กล่องของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีสวยหวานบนโต๊ะทำงานของผู้บริหารใหญ่โรงแรมกลางกรุงโรมอาจจะดูขัดตา แต่ไม่ได้ขัดใจเจ้าของโต๊ะนั้นแม้แต่น้อย สิ่งที่ผิดอย่างเดียวของเจ้ากล่องของขวัญนี่คือ มันทำให้สมาธิของพอล แซลเลอร์วิ่งกลับไปบ้านที่อยู่นอกเมืองแทนที่จะอยู่กับงานอย่างที่เคยเป็นเช่นทุกวัน ดวงตาสีควันบุหรี่เหลือบมองนาฬิกาข้างฝาเป็นระยะ เมื่อใกล้เวลาเลิกงานเขาจึงรีบจัดการเอกสารทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังของขวัญนี้จะสร้างความประหลาดใจเจ้าของของมัน

“โรเซตต้า มีเอกสารอะไรที่ผมต้องดูด่วนหรืองานอะไรที่เร่งด่วนไหม?” พอลกดหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อภายในถามเลขานุการหน้าห้องของเขาอย่างอารมณ์ดี

          “ไม่มีแล้วค่ะ ผู้จัดการ วันนี้คุณควรรีบกลับไปฉลองวันเกิดของลูกสาวคุณมากกว่า” เสียงเคร่งขรึม แต่จริงใจของเลขานุการวัยไล่เลี่ยกับตน ทำให้พอลยิ้มเต็มหน้า เขาเหลือบมองนาฬิกาซึ่งบอกเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจึงจะเลิกงาน

          “ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย โรเซตต้า คุณว่าผมออกไปตอนนี้จะน่าเกลียดไปไหม?”

          “เอาเถอะน่า พอล ปกติคุณก็ทำงานเกินเวลาเป็นประจำอยู่แล้ว วันนี้ออกเร็วสักครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีใครว่าหรอก อีกอย่างใจคุณกลับไปบ้านแล้วไม่ใช่หรือไง?” โรเซตต้าตอบหัวหน้า

          “ฮ่าๆ โรเซตต้า คุณพูดก็ถูก อย่างนั้นเดี๋ยวผมกลับก่อน พรุ่งนี้มีงานอะไรเอาเข้ามาวางได้เลยนะ” พอลตัดบท แล้วจึงรีบวางสาย หนุ่มใหญ่รีบลุกขึ้นเก็บของกลับบ้าน โดยไม่ลืมที่จะหยิบเอากล่องของขวัญวันเกิดครบรอบสิบห้าปีของจารุมน เจมินา แซลเลอร์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขากลับไปด้วย และแม้ว่าจะตัดสินใจกลับบ้านก่อนเวลา พอลยังไม่ลืมไปตรวจงานส่วนต่างๆของโรงแรมที่เขารับหน้าที่บริหารอีกครั้ง และเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรต้องให้ห่วง ผู้จัดการโรงแรมชาวอังกฤษที่พลัดถิ่นมาทำงานในอิตาลีจึงตัดสินใจกลับบ้าน

          “ปัง!ๆๆ” เสียงปืนที่ดังลั่นหน้าทางเข้าโรงแรม พอลจึงรีบวางกล่องของขวัญสำหรับลูกสาวไว้ที่เคาท์เตอร์ด้านหน้าส่วนต้อนรับ ส่วนตัวเองวิ่งไปดูความเสียหายด้านหน้าโรงแรม เพื่อประเมินสถานการณ์ เสียงกรีดร้อง และผู้คนวิ่งหลบที่กันอุตลุด จนผู้จัดการหนุ่มใหญ่คาดการณ์ว่าวันนี้อาจจะไม่ได้กลับบ้านไปฉลองวันเกิดลูกสาว ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเดินกลับเข้าตัวอาคาร ความรู้สึกคล้ายกับถูกผึ้งต่อยอย่างรุนแรงใต้ลิ้นปี่ก็จู่โจมเขา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนวาบไปทั่วอก พอลก้มหน้าลง เลือดสีแดงชาดของเขากำลังซึมไหลผ่านสูทเนื้อดี เขามองผ่านช่องกระจกที่แตกละเอียดออกไปด้านหน้า ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือ กลุ่มผู้มีอิทธิพลกำลังไล่ยิงกันอย่างไม่กลัวเกรงว่าจะก่อความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอันใดให้แก่ผู้คน แม้จะมีคนเคยบอกว่าอิตาลีคือดินแดนแห่งมาเฟีย แต่ห้าปีที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในโรม พอลไม่เคยเจอเรื่องเช่นนั้น ทว่าในวันที่ได้รู้ว่าเรื่องเล่านั้นเป็นความจริง หนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษรู้ตัวเองว่าเขาจะไม่ได้มีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ภรรยาและลูกสาวฟังด้วยตัวเอง

๑๑๑๑๑

          หลังจากรอคอยพ่อให้กลับบ้านกว่าห้าชั่วโมง เสียน้ำตาไปกับการร้องไห้น้อยใจกับการผิดสัญญาของพ่อไปไม่น้อย ทั้งที่ได้สัญญาว่าจะรีบกลับ ทว่าความรู้สึกเหล่านั้น กลับเลือนหายไปในทันทีเมื่อได้รับข่าว...พ่อของเธอตายเกิดจากการปะทะกันระหว่างตำรวจกับพวกผู้มีอิทธิพล จารุมนไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไปเธอต้องทำยังไงกับชีวิต ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เร็วจนผู้หญิงสองคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ที่ยังมีชีวิตอยู่อยากจะคิดว่าทุกอย่างคือความฝัน แต่มันกลับเป็นความจริง

“แม่คะ...เราจะไปที่ไหนกันดี?” คำถามซื่อๆจากเด็กสาววัยสิบห้าปีทำให้คนเป็นแม่หนักใจ บุษบงหันไปมองบ้านหลังขนาดกลางที่เคยพักอาศัยมากว่าห้าปีอย่างอาลัย

“แม่ยังไม่รู้เลยจ้ะ เจมี่” บุษบงพยายามกลั้นสะอื้น ทั้งที่พยายามแล้วจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ลูกเห็น ตามคำแนะนำของโรเซตต้า ทว่าแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาหลังการตายของสามี ไม่ว่าจากกลุ่มคนที่ก่อเรื่องจนเป็นเหตุให้สามีของเธอตายเพื่อที่จะไม่ให้เธอฟ้องร้องมากไปกว่าปิดปากเงียบ แล้วยอมรับเงินชดเชย หรือแรงกดดันจากคนที่ไม่ต้องการให้เธอกลับไปอังกฤษ บ้านเกิดของสามี ซึ่งเวลานี้บุษบงอับจนหนทางอย่างแท้จริง เมื่อคิดถึงการหางานทำที่ไม่อาจจะเป็นไปได้ เพราะวีซ่าที่มีอยู่นั้นเป็นเพียงวีซ่าผู้อยู่อาศัยไม่ใช่วีซ่าทำงาน

“เราจะกลับไปอังกฤษ หรือไทยกันดีไหมคะ? ที่นั้นเรามีญาติอยู่บ้างไหมคะ?” คำถามของลูกสาว ทำให้คนเป็นแม่หนักใจที่จะตอบความจริง ให้เด็กสาวที่ยังอ่อนต่อโลกได้เข้าใจ,,, ลูกเอ๋ย,,,พ่อกับแม่หนีจากอังกฤษมานี่ ทั้งเวลานี้ยังถูกกดดันให้หลบลี้ให้ห่างจากเกาะใหญ่นั้น

“เราคงไม่ไปทั้งสองที่หรอกจ้ะ แม่คิดว่าเราจะอยู่ในอิตาลีต่อ โรเซตต้าเลขาฯของคุณพ่อเขาช่วยจัดการเรื่องเงินประกันชีวิตของพ่อไว้ให้ แม่คิดว่าแม่จะไปหาจอร์จิอาน่า แม่บ้านเก่าของเรา เขาเคยชวนพวกเราไปเที่ยวบ้านเขา แม่ก็เลยคิดว่าเราอาจจะไปขอความช่วยเหลือจากเขาได้ แม่จะลองโทรศัพท์ติดต่อเขาดูนะลูก” บุษบงถอนใจ ก่อนตอบคำถามที่เหนือความคาดหมายของคนเป็นลูก และคำตอบของนางก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไรมากนัก พร้อมกับไม่เข้าใจเหตุผลที่แม่ไม่กลับไปบ้านเกิดของพ่อหรือของตน แต่จารุมนก็เลือกที่จะก้มหน้าตามแม่ไปยังจุดหมายที่แม่บอก ไปจากกรุงโรม ไปยังซาร์ดิญญา[1]

          จากกรุงโรม มหานครที่ร่ำรวยด้วยศิลปะ และความงาม สองแม่ลูกที่เรียกได้ว่าว่าเป็นคนจรหมอนหมิ่น พากันเดินทางมายังเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอิตาลีด้วยความลำบากทั้งกาย และใจ ทว่าเมื่อมาถึงยังท่าเรือโของเกาะโดยมีจอร์จิอาน่า อดีตแม่บ้านของพวกเธอรอรับอยู่อย่างยินดี

          “คุณหนู คุณผู้หญิง ซาร์ดิญญาขอต้อนรับนะคะ” คำทักทายเดิมๆ ที่ไม่ได้ยินคนเรียกขานตนเช่นนี้มาเกือบเดือน เพราะเวลานี้ครอบครัวแซลเลอร์ที่พลัดถิ่นไม่ได้มีฐานะดีเช่นอดีตแล้ว ทำให้สองแม่ลูกหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยกับความจริง

          “จอร์จิอาน่า อย่าเรียกพวกเราอย่างนั้นอีกเลยค่ะ เวลานี้พวกเราเป็นแค่คนไม่มีบ้านที่มาขออาศัยคุณนะคะ” บุษบงขอร้องเสียงเบา ทำให้หญิงชราอดีตแม่บ้านมองคนที่เคยเป็นนายทั้งสองอย่างเห็นใจ

          “ก็ได้ค่ะ อย่างนั้นพวกคุณก็ไม่ต้องเกรงใจฉันมาก ขอให้คิดว่าฉันเป็นญาติคนหนึ่งของพวกคุณ เพราะตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีใคร หวังว่าพวกเราคงจะช่วยเหลือกันได้” คำตอบจากจอร์จิอาน่านั้นเหนือกว่าสิ่งที่บุษบง และจารุมนคาดหมาย แม้พวกเธอจะเคยให้ความสนิทชิดเชื้อกับอดีตแม่บ้านของพวกเธอเพียงไร ทว่าบทเรียนจากการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวที่เคยเป็นผู้บริหารใหญ่ของโรงแรม และทำให้คนที่เคยห้อมล้อมนั้นเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง ทำให้สองแม่ลูกไม่กล้าที่จะคาดหวังกับการมาตายเอาดาบหน้าเช่นนี้

๑๑๑๑๑

          “แพนซี่ ลิลลี่ ฟอร์เก็ทมีนอต อันนั้นดอกอะไรคะ? คุณป้า” จารุมนถามป้าจอร์จิอาน่าที่กำลังจัดดอกไม้ช่อใหญ่ลงกระถางเพื่อวางจำหน่ายอย่างสนใจ หลังจากที่ทุกอย่างในการเริ่มต้นใหม่ในเกาะซาร์ดิญญามีทีท่าที่จะลงตัวแล้ว บุษบง แม่ของเธอได้หารือกับจอร์จิอาน่าที่จะหาอาชีพทำเพื่อสร้างรายได้ มากกว่าที่จะกินเงินประกันชีวิตจากการสูญเสียผู้นำครอบครัว และมาลงตัวที่ร้านดอกไม้ซึ่งเป็นงานถนัดของบุษบงที่เคยทำมาก่อนจะแต่งงานกับพ่อของจารุมน โดยมีจอร์จิอาน่าเป็นผู้สนับสนุน ให้การช่วยเหลือ

          “ไลเซนทัสจ้ะ” จอร์จิอาน่าตอบเสียงแจ่มใส มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู

          “อืม กว่าหนูจะจำชื่อดอกไม้ได้หมด ไม่ใช่เปิดเรียนแล้วหรือคะ?”

          “ก็พยายามสิจ้ะลูก ดูสิป้าจอร์จิอาน่ายังจำได้เกือบหมดทุกประเภทแล้ว” บุษบงว่า

          “ก็หนูไม่เก่งเหมือนป้าจอร์จิอาน่านี่ค่ะ” เสียงตอบอย่างเหนื่อยใจของจารุมนเรียกรอยยิ้มจากคนสูงวัยกว่าทั้งสองได้อย่างดี

          ร้านดอกไม้บุษบงแม้จะเป็นร้านดอกไม้ขนาดเล็ก ทว่าด้วยเอกลักษณ์ของการจัด ตกแต่งดอกไม้ที่บุษบงใช้ความรู้การจัดดอกไม้สดแบบไทยใส่เข้าไปในงาน ทำให้ใช้เวลาไม่นานร้านบุษบงเป็นที่รู้จักของหลายคนในเมืองนั้น  และด้วยงานที่เริ่มลงตัว และได้อยู่กับธรรมชาติ ความเครียด กังวลจากความไม่มั่นคงที่ต้องเผชิญ ทำให้ใบหน้าเคร่งเครียดของบุษบงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นมีรอยยิ้มมากขึ้น ส่วนจารุมน ที่แม้โรงเรียนใหม่ของเธอจะไม่ใช่โรงเรียนชั้นดีเลิศเหมือนเมื่อก่อน ทว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลายคนกลับมีความเป็นกันเองมากกว่าเพื่อนในโรงเรียนคุณหนูชั้นสูงในแบบที่เธอเคยร่ำเรียนมา แม้จะไม่มีรถยนต์ยี่ห้อดังมารับ-ส่งแบบในอดีต แต่การเดินไปโรงเรียนโดยมีเพื่อนร่วมชั้นเป็นเพื่อนร่วมทางกลับสร้างความสุขให้เธอมากกว่า

          ร้านดอกไม้บุษบงเปิดดำเนินกิจการได้ร่วมสองปี ท่ามกลางความสุขของผู้หญิงสามคน สามวัยที่ต่างช่วยกันเติมเต็มสิ่งดีๆให้กัน ทว่าความสุขความสมหวังกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของสองแม่ลูกกลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังจากที่ทั้งสองได้ย้ายมายังซาร์ดิญญาได้ปีกว่า จอร์จิอาน่าที่ให้พวกเธอได้ร่วมพักพิงอาศัยได้ล้มป่วยลง แม้จะมีประกันสังคมคอยให้ความช่วยเหลือในค่ารักษาพยาบาล แต่การตรวจรักษาบางส่วนประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุม ซึ่งบุษบงไม่ลังเลเลยที่จะช่วยรับผิดชอบในเงินค่ารักษาที่เกินออกมา

          “คุณบุษบง คุณไม่ต้องเอาเงินมารักษาดิฉันหรอกค่ะ ฉันเองก็อายุไม่น้อยแล้ว” จอร์จิอาน่าบอกบุษบงทั้งน้ำตา

          “ไม่เอาน่าจอร์จี้ เราถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะ” บุษบงบีบมือเหี่ยวแห้งดุจใบไม้แห้งกรอบนั้นแน่นราวกับจะถ่ายทอดกำลังใจผ่านสัมผัส

          “ขอบ...ขอบพระคุณมากนะคะ”

          และไม่ใช่แค่เงิน ในทุกวันที่ว่างจากการเรียน และช่วยแม่ทำงานจารุมนก็เต็มใจที่จะไปเยี่ยมป้าจอร์จิอาน่าของเธอทุกวัน เพื่อเป็นกำลังใจ แต่หญิงชราที่ให้ที่พักแก่สองแม่ลูกสามารถอยู่สู้โรคร้ายได้เพียงสองปี ก่อนจะจากไปอย่างสงบท่ามกลางความเสียใจของสองแม่ลูก

          ภายหลังงานศพของจอร์จิอาน่าสิ้นสุดลง ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงของความเศร้าโศกต่อการจากไปของผู้มีพระคุณ ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นญาติของจอร์จิอาน่าที่มาจากที่ใดไม่มีใครรู้ได้ ทำการฟ้องร้องขอสิทธิ์ในการดูแลบ้านหลังเล็กนอกเมืองของจอร์จิอาน่าโดยทันที พร้อมกล่าวหาความผิดกับสองแม่ลูกที่หลอกลวงญาติผู้ใหญ่ของพวกเขา แม้จะพยายามต่อสู้ในชั้นศาลเพียงใด แต่สุดท้ายบุษบงและจารุมนก็พ่ายแพ้ต่อคดีความ และต้องยอมขายกิจการร้านดอกไม้เพื่อหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหายตามคำเรียกร้องของญาติจอร์จิอาน่าไป

          “แม่คะ... เราจะไปที่ไหนกันดี?” จารุมนถามแม่ของเธอเสียงสั่นด้วยคำถามเดิมที่เคยถามเมื่อตอนที่พ่อเพิ่งเสียไปไม่นาน และเหตุการณ์ซ้ำเดิมก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง

          “แม่พอมีเงินอยู่บ้าง คงพอให้เราอยู่ได้ เมื่อวานซานโตสเพื่อนของหนู มาบอกแม่ว่าร้านดอกไม้ตรงใกล้ๆโรงพยาบาลกำลังรับสมัครพนักงาน แม่จะลองไปทำดู ส่วนหนูอาจจะหาเรียนต่อพวกวิชาชีพไปก่อน รอให้เรามีกำลังกันมากกว่านี้ แม่สัญญา แม่จะให้หนูได้เรียนจนถึงที่สุดนะลูก” บุษบงตอบพลางโอบไหล่บุตรสาวแน่น ราวกับปลอบโยนพร้อมขอกำลังใจจากคนเป็นลูก

          “เจมี่ เธออายุเท่าไรแล้ว? ยังอ้อนคุณน้าอยู่อีกหรือ?” เสียงทักทายอันคุ้นเคยของซานโตส ทำให้บุษบงคลายแขนที่โอบลูกสาวไว้ ก่อนหันมายิ้มให้เด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อนของลูกสาว

          “ซานโตส ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์มา”

          “อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับคุณน้า ถ้าไม่ติดที่แม่ของผมแล้วล่ะก็ พ่อกับผมยินดีให้คุณน้าไปพักที่บ้านแล้ว”

          “ไม่เป็นไรหรอก แค่เธอคอยช่วยเหลือฉันกับแม่มาตลอดมันก็เกินพอแล้ว” เสียงใส พร้อมรอยยิ้มอันอ่อนหวานของจารุมนทำให้เด็กหนุ่มเขินหน้าแดงออกมาได้ทันที ก่อนที่จะอ้อมแอ้มบอกให้สองแม่ลูกเดินตามเขาไปที่รถรับจ้างที่เขาติดต่อมาเพื่อช่วยขนของไปยังร้านดอกไม้ที่เขาเห็นประกาศรับสมัครพนักงานจัด และขายดอกไม้

บุษบง จารุมน และซานโตสต่างช่วยกันอ้อนวอนขอร้องเจ้าของร้านดอกไม้ฟลอเร่ อันเป็นร้านดอกไม้เก่าแก่ของเมืองให้ช่วยรับบุษบงทำงาน เจ้าของร้านที่บวกลบคูณหารถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากการรับอดีตเจ้าของร้านดอกไม้อันเป็นคู่แข่งสำคัญที่ทำให้ร้านรายได้ลดลงมากกว่าสามปี จึงตกลงที่จะรับบุษบงทำงานพร้อมให้ที่พักเพื่อให้ช่วยดูแลร้านด้วยอีกทางหนึ่ง

ห้องพักขนาดเก้าตารางเมตร ที่ร่องรอยของความชื้น และกลิ่นอับ ที่มุมห้องมีเตียงเก่าๆขนาดเมตรครึ่งโดยมีฟูกขึ้นราวางอยู่ ทำให้ซานโตสอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้

“อะไรกัน? คุณน้าจะอยู่ได้หรือครับ? ค่าจ้างเดือนละไม่เท่าไร พร้อมที่พักห่วยแบบนี้ ออกไปหาที่พักข้างนอกดีกว่าไหมครับ?”  บุษบงส่ายหน้าปฏิเสธ

          “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ถ้าไปอยู่ที่อื่นค่าใช้จ่ายจะมากกว่านี้อีก ลำบากแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ซานโตส”

          “แต่ว่า...”

          “ไม่เป็นไรจริงๆจ้ะ ซานโตส พวกเราอยู่ได้” จารุมนสำทับอีกคนหนึ่ง ทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าที่จะแย้งมากไปกว่านั้น เขาจึงลงมือช่วยจัดเก็บข้าวของให้สองแม่ลูก พร้อมกับการให้สัญญากับตัวเองว่าเขาจะต้องทำงานหาเงิน สร้างฐานะให้กับตัวเองเพื่อที่จะสามารถดูแลสองแม่ลูกคู่นี้ให้ได้ในอนาคต

๑๑๑๑๑

          หลังจากเรียนจบในเวลาสองปีด้วยคะแนนดีเยี่ยม จารุมนจึงได้เริ่มต้นทำงานในโรงพยาบาลที่เธอเรียบจบ ด้วยรายได้จากการเป็นผู้ช่วยพยาบาล บวกกับการรับจ้างดูแลผู้ป่วยในวันหยุดเป็นรายได้พิเศษ ทำให้หญิงสาวเริ่มมีความหวังกับชีวิตที่ดีกว่า เธอเฝ้าฝันถึงการมีเงินเก็บมากพอที่จะย้ายห้องพักที่มีสภาพดีกว่าที่อาศัยอยู่ ทั้งยังฝันถึงการเรียนต่อในวิชาชีพพยาบาล รวมทั้งการกลับไปเปิดร้านดอกไม้อีกครั้งหนึ่ง และฝันของหญิงสาวคงจะไม่สะดุดหากว่า...

          “คุณเจมินา คุณบุษบง แซลเลอร์ แม่ของคุณเป็นลม ล้มในร้าน ตอนนี้ฉันเรียกรถพยาบาลให้เขาไปส่งที่โรงพยาบาลที่คุณทำงานอยู่นะ...” ราวกับถูกน้ำเย็นสาดทั่วทั้งร่าง เสียงที่เล็ดลอดผ่านมาของเจ้าของร้านดอกไม้ ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งร่างสูญเสียการรับรู้ไปแล้ว จากชีวิตที่เคยสุขสบาย แม้จะไม่ถึงขั้นเศรษฐี แต่ก็มีกินมีใช้ แต่เมื่อสูญเสียพ่อไป ทุกอย่างจึงกลายเป็นเพียงความฝัน มารดาที่ไม่เคยทำงานหนัก ต้องอดทนกัดฟันเป็นหัวหน้าครอบครัว จารุมนไม่กล้าที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว หญิงสาวทำได้เพียงวิ่งลงไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเพื่อไปหาแม่ของเธอ

          “แม่...” ร่างที่ผ่ายผอมซึ่งยังไม่ได้สติ ทำให้หัวใจของคนเป็นลูกสั่นไหวด้วยความกลัว เธอไม่ต้องการที่จะสูญเสียใครอีกแล้ว

          “เจมินา แม่ของคุณมีอาการของโรคลิ้นหัวใจรั่ว ร่วมกับความดันโลหิตที่ค่อนข้างสูง ทั้งระบบประสาท กับกล้ามเนื้อมีปัญหาอีก แล้วผลการทดสอบทางจิตวิทยาเราพบว่าแม่คุณมีความเครียดค่อนข้างสูงนะ ซึ่งโรคพวกนี้คุณคงรู้ว่าต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เข้าใจใช่ไหม?” คำอธิบายของแพทย์ที่ตรวจอาการไม่ได้ใช้ภาษายากอะไร ทว่าโรคที่แม่เป็นมันมากมายโดยที่เธอไม่เคยรู้  และเมื่อรู้...จารุมนแทบเข่าอ่อน

          “มีคนบอกผมว่า คุณกับแม่มีกันอยู่สองคน ถ้าหากคุณไม่สะดวกที่จะดูแลแม่ เพราะต้องทำงาน ผมแนะนำให้คุณพาคุณแม่ เข้าศูนย์ดูแลผู้ป่วยของคุณหมอดอนย่าจะดีกว่า เพราะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลใกล้ชิด ทั้งเรื่องสุขภาพจิต และก็อาหาร รวมทั้งเรื่องสภาพแวดล้อมที่น่าจะดีต่อสุขภาพแม่ของคุณมากกว่านี้นะ” คำแนะนำ และเอกสารแนะนำวิธีการดูแลผู้ป่วยมากมายที่ถูกส่งมานั้น จารุมนรู้ว่าเป็นไปด้วยความหวังดี แต่ด้วยฐานะการเงินในเวลานี้ การส่งแม่ไปรักษา และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง ที่มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย แล้วยังจะค่าตรวจโรค ค่ายาทุกเดือนอีกเล่า ยังไม่รวมค่ากิจกรรมบำบัดที่ต้องจ่ายเพิ่มอีก ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากมาย บอกเหตุผลที่ควรให้ผู้ป่วยหัวใจเข้าศูนย์ฯ ดูแลนั้นจารุมนอ่านแล้วรู้ดีว่านี้คือสิ่งที่แม่เธอควรเข้ารับการดูแล ทว่ารายละเอียดของค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างเล่า? จะทำให้คนหาเงินอย่างเธอกลายเป็นคนป่วยไปอีกคนไหม?

          “เฮ้! เจมี่... คุณน้าเป็นอย่างไรบ้าง? ฉันแวะไปหาแม่เธอที่ร้าน แต่สองตายายนั้นบ่นว่าคุณน้า กับเธอใหญ่เลย ถ้าร้านข้างๆไม่บอกว่าแม่เธอป่วยฉันคงไม่รู้เรื่องแน่” ซานโตสที่ยังคงเสมอต้นเสมอปลายนับตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน ถามจารุมนที่กำลังเดินกลับห้องพักบนร้านดอกไม้ที่แม่เธอทำงานอยู่

          “ซานโตส ขอบใจมากนะ ตอนนี้แม่เราปลอดภัยแล้ว เดี่ยวเราจะกลับไปเก็บของที่นั้นพอดี”

          “อ้าว! ทำไมล่ะ? เธอจะไม่ให้คุณน้าทำงานแล้วหรือ?”

          “ไม่แล้วล่ะ แม่เราต้องพักฟื้นนานทีเดียว เราคิดว่าจะให้แม่ออกจากงานที่นั่นแล้ว ถ้ายังไงเธอไปช่วยเราเก็บของได้ไหม?” คำขอร้องของจารุมนไม่เคยถูกปฏิเสธเลยสักครั้ง ซานโตสยินดีที่จะช่วยทุกอย่างที่สาวน้อยครึ่งไทย-อังกฤษผู้นี้จะร้องขอ หนุ่มน้อยยิ้มพร้อมกับคิดถึงวันที่ตัวเองจะกล้าพอที่จะขอความรักจากเธอ

การย้ายออกจากห้องพักบนร้านดอกไม้ที่เคยอยู่อาศัยมากว่าสองปีไม่ได้ยุ่งยาก เท่าความรู้สึกรำคาญสองสามีภรรยาเจ้าของร้านที่ดุด่าว่ากล่าวเธอและแม่อย่างไม่เป็นธรรม แต่จารุมนเลือกที่จะเฉย พร้อมห้ามปรามไม่ให้ซานโตสโต้ตอบ ข้าวของทุกอย่างที่เป็นของเธอและแม่ถูกเก็บอย่างเรียบร้อย และเมื่อโดนขอตรวจข้าวของจากเจ้าของร้านสาวน้อยเลือกที่จะเฉย โดยมีซานโตสกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ

          “เจมี่... ทำไมเธอไปยอมสองตายายมหาภัยคู่นั้น? ดูก็รู้ว่าทั้งตั้งใจกลั่นแกล้งนะ” เมื่อออกจากร้าน และรอข้ามฟากมายังโรงพยาบาล ซานโตสไม่รีรอที่จะบ่น ขณะเดินตรงไปด้านหลังของโรงพยาบาลซึ่งเป็นหอพักของพนักงานโรงพยาบาล

          “ช่างมันเถอะ ซานโตส เวลานี้ฉันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว นอกจากแม่ของฉัน ขอบใจนายมากจริงๆ”

          “แล้วคุณน้าจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไรกัน?”

          “ยังไม่รู้เลย เราต้องรอหมออีกทีหนึ่ง ขอบใจเธอจริงๆ ซานโตส” ท่าที และคำพูดที่คล้ายร้อนรน และมีความกังวลภายในใจของจารุมน ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่การสงวนคำ และท่าทางที่สำรวมของหญิงสาวทำให้ซานโตสไม่กล้าที่จะเอ่ยถามเธอ ได้แต่ช่วยยกของเก็บเข้าห้องพักของเธอก่อนลากลับไป

๑๑๑๑๑

เมื่อได้กลับมาอยู่ตามลำพังอีกครั้ง สิ่งแรกที่จารุมนทำคือเปิดสมุดบัญชีเงินฝากที่เธอมี นับเงินในกระปุกออมสินที่เธอเก็บออมอย่างมีความหวัง พร้อมคำนวณเงินเดือน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆแต่ละเดือนเท่านั้น แม้จะคำนวณกี่ครั้ง เงินทั้งหมดก็พอแค่จะดูแลแม่ของเธอได้แค่สองเดือนสำหรับการอยู่ในศูนย์ผู้ป่วย โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาเลย เพราะเธอไม่มีเงินสำหรับส่วนนั้นแม้แต่น้อย แล้วนี้เธอจะทำอย่างไร?

หลังจากแวะไปส่งเอกสารตกลงที่จะให้แม่เข้าศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจของโรงพยาบาล จารุมนก็เข้ามารับอยู่เวรตอนเช้า ณ ตึกที่เธอรับผิดชอบอยู่ เมื่อปลอดผู้ป่วยและญาติที่จะมาติดต่อจารุมนจึงไม่รีรอที่จะเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหางาน

          “เจมี่... เธอจะลาออกหรือ? แม่เธอไม่สบายอยู่นะ” เพื่อนร่วมงานที่เข้าเวรพร้อมกันถาม เมื่อเห็นหญิงสาวเปิดหนังสือพิมพ์หน้าประกาศหางาน

          “ยังหรอก ฉันหางานพิเศษอยู่ ใครจะลาออกไปเล่า”

          “อ้อ... อย่างนั้นหรือ? อืม... เอาอย่างนี้ไหม เธอลองประกาศที่ป้ายประกาศของโรงพยาบาลสิ อาจรับเป็นแม่บ้านในวันหยุดก็ได้ แต่เธอจะไหวไหม?” คำแนะนำของเพื่อนร่วมง่านทำให้จารุมนรู้สึกมีความหวัง...อย่างน้อยทำอาทิตย์ละวัน เธอก็พอจะหาเงินเพิ่มได้อีกระหว่างมองหางานที่ผลตอบแทนดีพอที่จะให้แม่เข้ารับการผ่าตัด

          หลังทำป้ายประกาศหางาน พร้อมกับฝากบอกเพื่อนต่างแผนกให้ช่วยลองถามหางานได้ไม่นาน จารุมนก็ได้งานจากครอบครัวหนึ่งซึ่งต้องการแม่บ้านให้ดูแลเด็กในวันอาทิตย์ รายได้ที่มีเพิ่มเติมนอกจากการเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาล ทำให้เธอมีความหวังเพิ่มขึ้น แต่หญิงสาวกลับทำได้เพียงเดือนเดียว เพราะคุณผู้ชายของบ้านซึ่งแสดงออกตั้งแต่วันแรกที่จารุมนไปสมัครงานว่ามีสิ่งใดแอบแฝงอยู่ในความคิดเขา และสุดท้ายจารุมนก็ได้รู้ว่าสิ่งที่เธอกังวลนั้นเกิดขึ้นจริง เมื่อนายจ้างผู้ชายได้พยายามลวนลามเธอ แม้จะไม่สำเร็จด้วยเธอคอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอ และเพื่อไม่ให้เธอไปแจ้งความจนตนเองต้องเสียหายเหมือนที่เคยเกิดขึ้น นายจ้างของเธอคือ ทั้งคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิงผู้เป็นนายจ้างได้เจรจาขอร้องพร้อมยินยอมจ่ายค่าเสียหายตามที่เธอเรียกร้อง ส่วนจารุมนซึ่งแม้จะรักศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ทว่าเงินพันกว่ายูโรก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ เมื่อคำนึงแล้วว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยให้เธอลดภาระการวิ่งหาเงินไปได้อีกเป็นเดือน

          “เธอมากลุ้มเรื่องหางานอีกแล้วหรือไง?” เพื่อนร่วมงานคนเดิมทัก เมื่อเห็นจารุมนเปิดหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทุกฉบับเพื่อหางานพิเศษทำในวัดหยุด

          “ใช่ ฉันเพิ่งลาออกเมื่อวาน หลังจากนายจ้างพยายามลวนลามฉัน แต่ก็โดนฉันเล่นงานกลับเหมือนกัน ตอนนี้ฉันเลยต้องวุ่นหางานใหม่ไง” เพื่อนร่วมงานสาวทำตาโตตกใจ ก่อนจะถามต่อด้วยเสียงขรึมอย่างห่วงใย

          “แล้วเธอจะเอายังไงต่อ? เงินเดือนขนาดเราในเมืองอย่างนี้ถือว่ามากแล้วนะ ถ้าจะเอาเงินจำนวนเท่าที่เธอต้องการอาจจะต้องไปถึงโรมโน่น” คำแนะนำของเพื่อนทำให้หน้านวลที่ก้มหน้าก้มตากับหนังสือพิมพ์อยู่ขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ

          “แต่เศรษฐกิจอย่างนี้ ใครจะจ้างเราละ? ในโรมคนตกงานไม่น้อยเลยนะ ฉันไม่เสี่ยงขนาดนั้นหรอก”

          “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ?” คำถามของเพื่อนทำให้คนที่กลุ้มใจอยู่แล้วกลุ้มใจหนักขึ้นไปอีก...นั้นสิ แล้วเธอทำยังไงต่อไป? แม่เธอต้องการรักษาตัวก่อนนะ จะทำยังไงดี?

๑๑๑๑๑๑๑

 



[1] ซาร์ดิญญา/ซาร์เดญญา/ซาร์ดิเนีย ในภาษาอังกฤษ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (อันดับหนึ่งคือเกาะซิซิลี) แคว้นซาร์ดิเนียเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลี เป็นพื้นที่ปกครองตนเองตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐอิตาลี

 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เปลวปรารถนา--ชื่อใหม่ แม่บ้านสาวเมียกับ ณ อินเลิฟ ตอนที่ 1 : แก้ไข 23/3/2014 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2374 , โพส : 2 , Rating : 33 / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#2 : ความคิดเห็นที่ 85
กรรมยังไม่หมด
PS.  ติดใจจีงเข้ามาทักทาย ตินิดเพราะรักเธอ
Name : nunpanu< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nunpanu [ IP : 171.100.60.57 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 / 14:30

#1 : ความคิดเห็นที่ 17
ชีวิตนางเอกนิ๊รันทด น่าดู เลย
PS.   [-ทำทุกวันไห้มีความสุข แล้วเราจะไม่มีความทุกในเเต่ละวัน-](งง ไหมนี้)
Name : สายลมแห่งโชคชะตา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมแห่งโชคชะตา [ IP : 58.9.35.94 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:18


หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android