สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

หุบผาเจ้านาง (นิยายย้อนยุคล้านนา)

ตอนที่ 2 : ทับเจ้านาง


     อัพเดท 14 ส.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/อดีต ปัจจุบัน อนาคต
Tags: ล้านนา, เจ้านาง, เจ้านางน้อย, เจ้าหลวง, เจ้าน้อย, คุ้ม, ภูผา, ลั่นทม, ชัยชนะ, อำนาจ, พิชิต, แข่งขัน, แก่งแย่ง, หายนะ, รัก,
ผู้แต่ง : Mayarose ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mayarose
My.iD: http://my.dek-d.com/sindy_comment99
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 6,058
51 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 46 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หุบผาเจ้านาง (นิยายย้อนยุคล้านนา) ตอนที่ 2 : ทับเจ้านาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 492 , โพส : 5 , Rating : 5 / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





 

           นงนางดวงดอกแก้ว  

แสงคำ

นงนุชเลิศแหล่งล้ำ

ม่านฟ้า

โสภิศดั่งคำพร่ำ

คำเล่าลือจา

ดวงมณีประดับหล้า

เพริศเพี้ยงอมรา

 

เวียงผาอินทร์ ลุศักราช  ๒๐๖๘ ปีระกาสัมฤทธิ์ศก เดือนอ้าย ขึ้นสิบสองค่ำ

ขบวนลากเลื่อนปราสาทบรรจุหีบพระศพงดงามตระกรานตา ตระหง่านในราษราตรีนี้ พิณเปี๊ยะขับคลอเสียงเพลงกังวานแสนเศร้าแผ่วมา แสงเงินยวงอาบปราสาทขาวให้งามพิสุทธิ์คล้ายจะนำผู้ที่หลับใหลภายในให้ล่องลอยคืนสู่สรวงอิงแอบในวิมารแห่งปวงเทวา แสงตามประทีปสะท้อนส่องเรือนยอดจตุรมุขประดับกระดาษเงินกระดาษทองให้ระยิบระยับงามเหลือตา

ใต้เดือนส่องแสง ตุงขาวประดับดิ้นเงินดิ้นทองโบกระบัดตามแรงลม ร่างสตรีงดงามราวเทพธิดาหยาดฟ้าร่วมขบวนนับร้อย นุ่งซิ่นห่มสไบสีขาวพลิ้วไหว

เจ้านาง ผู้นำขบวน ก้าวย่างอย่างเชื่องช้าขณะมองผ่านแท่นประรำพิธี ดวงตาพราวระยับอาบน้ำใส เลื่อนมองพิมานบุษบกสีขาวบริสุทธ์ใต้แสงเงินยวง บนหลังนกหัสดีลิงค์ ดวงเนตรงามล้ำระริกไหวคลอน้ำตาอย่างน่าสงสาร เมื่อมองประกายเพลิงที่วิ่งหวีดโหมเข้าจุดประกายเพลิง อัคนีพวยพุ่งโหมทับแผดเผาปราสาทวิมารปานเทวาสถาน

พลุสีเงินเปล่งประกายระเบิดไปทั่วฟ้า คลอเคล้ากับเสียงสะล้อเสียงซึงที่ดังกังวานในรัตติกาลนี้ แว่วเสียงร่ำไห้ของประชาชนและและเจ้านายทั้งหลาย

พิณเปี๊ยะล่องลอยไปตามเสียงสายลมอ่อน...

เสียงเพลงอ่อนระโหยคล้ายจะจางหาย...ดังแผ่วเบาไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 

คุกใต้ดินแห่งนั้นมืดยิ่งนัก มองไม่เห็นสิ่งใดเลยแม้กระทั่งมือของตนเอง หนาวเหน็บและทรมานเสียยิ่งกว่าอยู่ท่ามกลางละอองหมอกน้ำค้างที่ยอดผา ร่างบอบบางซีดจัดสั่นสะท้านขณะกอดตัวเองอยู่บนตั่งไม้เก่าภายในที่คุมขังอันมืดมิดและสงัดเงียบ

มือไร้เรี่ยวแรงค่อยๆแตะแผ่วทาบลงบนผนังเย็นเฉียบ แนบหูฟังเสียงพลุลั่น และมหรสพในวันณาปาณกิจถวายเพลิงเสียงสวดอันสงบแว่วกังวาน

 

แม่นว่าเจ้าทังหลาย  อย่าได้ประมาท รู้แจ้งกระทำดี โทสะนะกรรมทั้งหลาย  ขอหื้อหายกลายเป็นอโหสิกรรม

หื้อเจ้าทังหลาย ปล่อยพ้นจากภัยอุบาท  พยาธิกังวล อันตรายทังหลายแล้ว....

 

ดวงเนตรงามล้ำ บัดนี้แข็งกระด้าง มือและกายสั่นสะท้านหนาวเฮือก เมื่อได้ยินเสียงสวดที่แผ่วมาพร้อมลมครวญ เส้นผมสีดำหลุดลุ่ยลงมายาวสยายปลกดวงพักตร์ซีดจัด นางขบริมฝีปากเบาๆจนสัมผัสได้ถึงรสชาติของคาวโลหิต

ลำคอของนางแห้งผากขณะแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน มือซีดจิกเล็บลงไปบนพื้นผนัง เพลิงแค้นปะทุลุกโชนไม่อาจดับได้เลย กระแสสายตาของนางอ่อนล้า สั่นระริกและคลอน้ำใส จ้องตรงมาอย่างตัดพ้อ ครั้นแล้วดวงเนตรที่แวววาวในความมืด ก็ฉายประกายแรงกล้า และฉับพลัน มันก็อัดแน่นด้วยเพลิงร้อนแห่งความชิงชังจนขนลุกชัน!

 

ฟ้าร้อนครืนสนั่น ภูตะวัน ลืมตาเบิกโพลงในความมืด เขาหอบหายใจอย่างหนัก เครื่องยนต์ส่งเสียงสม่ำเสมอ กระแทกไปบ้างตามสภาพถนน ลมจากเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกหนาว เขานั่งอยู่ที่เบาะหลัง

ภูตะวันยกมือขึ้นลูบใบหน้า เขาแวววาวพยาบาทในดวงเนตรคู่นั้นบีบรัดหัวใจของเขาจนชายหนุ่มไม่อาจข่มตาหลับได้ ภูตะวันสัมผัสได้ถึงเพลิงร้อนที่แผดเผารอบกาย เหงื่อโทรมรอบกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครั้นแล้วเขาก็รู้สึกทุกข์ร้าวเหลือเกิน ใคร่รู้ว่าใครหนอช่างโหดร้าย กักขังนางไว้เช่นนั้น   

ความฝันครั้งนั้นติดแน่นในความทรงจำของเขาอย่างไม่อาจลบได้ น่าประหลาด ภาพเหล่านั้นชัดเจน ขบวนสีขาวเนิบช้า สตรีสูงศักดิ์ผู้มีดวงเนตรงามซึ้ง น้ำตาและแวววาวพยาบาท ฉายกระจ่างราวกับเคยประจักษ์ต่อสายตาของเขา ชายหนุ่ม

ภูตะวันขยับตัวเบาๆ  หมุนกระจกรถแหวกสายตามองฝ่าความมืด เห็นเงาครึ้มของต้นไม้ไหวเอนเป็นท้องคลื่นสีดำ เสียงพิณเปี๊ยะประหลาดกังวานหวานตามลมหนาว

นานแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ ภาระและหน้าที่หนักหนา กักขังภูตะวันไว้ในเมืองหลวง ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หยุดหายใจและกลับบ้านในหุบเขา ถ้าไม่เป็นเพราะคำขอร้องแกมบังคับของเดือนแข...แม่น้องสาวตัวดี

“พ่อเลี้ยงจะแวะพักที่ทับเจ้านางก่อนไหมครับ” อินทร คนขับรถ เหลียวหลังมาถาม พวกเขาสองคนเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ มาเกือบวัน กว่าจะมาถึงเชิงเขาก็มืดค่ำ ถนนขรุขระตลอดทางไร้แสงไฟ  ข้างซ้ายเป็นเหวลึกลงไป ข้างขวาคือผาสูงชันที่ไม้ครึ้มปกคลุมส่ายใบไหวไปมา แสงไฟหน้ารถสาดลำไปด้านหน้า ไม่ไกลนักมีทางเล็กๆ พอให้รถแทรกผ่านไปได้ อินทรชะลอรถ เหมือนจะรอคำตอบจากพ่อเลี้ยงหนุ่ม

“ฝนตั้งเค้าจะตกแล้ว แถวนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยนะครับพ่อเลี้ยง” อินทรถามย้ำอีกครั้งเมื่อไม่เห็นภูตะวันตอบอะไร สีหน้าชายคนขับรถวัยกลางคนวิตกขณะเงยหน้ามองเกรียวเมฆที่ขมวดเป็นรูปทรงน่าหวั่น พร้อมส่งเสียงครืนครางเป็นขณะ

ภูตะวันเหม่อมองไปยังทางมืดมิด...ลมหวิวพัดแรงขึ้นทุกขณะ ใบไม้ร่วงกราวพร้อมเศษฝุ่นผงฟุ้งกระจาย เสียงพิณเปี๊ยะอันแผ่วเงียบแว่วมา นั่นคือหนทางสู่เรือนกาแลเล็กๆ อันซ่อนเร้นท่ามกลางแมกไม้ครึ้ม ที่เหล่านักเดินทาง ขนานนามอย่างขามเกรงว่า...ทับเจ้านาง

 

นกแสกโผเกาะยอดกาแลประจับจั่ว ส่งเสียงกรีดร้องชวนประหวั่น

รถแลนด์โลเวอร์พาพ่อเลี้ยงภูตะวันแล่นผ่านรั้วไม้สักที่เปิดกว้างเข้าไป ตามถนนโรยกรวดที่ใบไม้แห้งเกลื่อนกราด ทับเจ้านาง งามตระหง่านอยู่ตรงหน้า ลุงอินถาดับเครื่องยนต์

ภูตะวันเปิดประตูลงจากรถ แว่วเสียงหวีดหวิวของสายลม อากาศหนาวเหน็บ เขาเดินไปตามทางเดินโรยกรวด  ระหว่างทางประดับประดาด้วยโคมดินเผาเก่าคร่ำคร่าซึ่งไร้แสงไฟ ทับเจ้านางเป็นเรือนพักริมทางของนักเดินทางมาแต่ครั้งอดีต ที่นี่ไม่มีคนดูแล แต่เหล่านักเดินทางที่แวะเวียนมาจะช่วยกันทำความสะอาดเป็นครั้งคราวก่อนจากลาในเช้าวันต่อมา ปู่เคยเล่าให้ภูตะวันฟังว่า ในอดีต ที่นี่เป็นเรือนซึ่งเจ้าครองนครผู้เป็นบรรพบุรุษต้นตระกูล สร้างไว้เพื่อเป็นจุดพักริมทางของนักเดินทาง ที่นี่เคยครึกครื้นด้วยคาราวาน เกวียน และพ่อค้า ที่ขนของ บรรณาการ เขาสัตว์ อาหาร ผ้าผ่อนแพรพรรณเพื่อขนข้ามหุบเขา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญรุ่งเรืองจากครั้งอดีตก็ค่อยๆจางหายเหลือเพียงเรื่องเล่าในสมุดข่อยใบลานและศิลาจารึก ไม่มีความจีรังบนโลกใบนี้... ทับเจ้านางซึ่งตระหง่านเดียวดายใกล้ผุพังก็เป็นหลักฐานนั้นเช่นกัน เรือนไม้สักหลังนี้ถูกสืบทอดให้เป็นสมบัติของภูตะวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภูตะวันแหงนมองเรือนไม้สักทรงล้านนาหลังเล็กที่แอบอิงซ่อนตัวในเงามืด ยอดจั่วประดับด้วยกาแลผุๆ แต่ถึงกระนั้นก็ยังแลก็น่าเกรงขามหวาดหวั่น ในอดีต เวลานักเดินทางแวะเวียนมาพักที่นี่ มักจะได้เจอคาราวาน และกลุ่มนักเดินทางอื่นๆ ใต้คืนที่ฟ้าเย็นฉ่ำด้วยน้ำค้าง พวกเขามักก่อกองไฟ และแลกเปลี่ยนตำนานเรื่องราวมากมาย

ทับเจ้านางนี้ก็มีตำนาน บ้างก็ว่าเป็นเรือนหลังสุดท้ายก่อนที่เจ้านางผู้หนึ่งจะถูกประหารชีวิต บ้างก็ว่าเป็นที่คุมขังหญิงงาม บ้างก็ว่าตกดึกมักมีผีเจ้านางออกมาวนเวียนหลอกหลอนนนักเดินทาง บ้างก็ว่าอะไรต่อมิอะไรมากมาย ตามประสาเรื่องเล่าซึ่งมักมีการแต่งเสริมเติมแต่งเพื่อความบันเทิง หาสาระเชื่อถืออะไรไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น ตำนานมากมายที่บอกกล่าว มักมีนัยถึงความน่าประหวั่นชวนขนลุก ซึ่งทำให้ทับเจ้านางถูกกล่าวขานว่าเป็นสถานที่ชวนพรั่นพรึง

แต่ก็ไม่เคยมีข่าวคราวว่าใครหน้าไหนออกมายืนยันว่าตัวเองถูก ผีเจ้านาง หลอกจนหัวโกร๋นเลยสักคน

ต้นตระกูลของภูตะวันสืบทอดยาวนานจากเจ้าหลวงผู้ครองนครเล็กๆ จนเมื่อสิ้นอำนาจ ตระกูลของเขาจึงเหลือเพียงเรือนไม้สักเก่าๆหลายหลังบนเนื้อที่กว้างไกล ภูตะวันเคยให้ช่างไม้ฝีมือดีมาบูรณะซ่อมแซมบรรดาสมบัติตกทอดเหล่านั้นสม่ำเสมอ  เรือนนี้เป็นเรือนหลังสุดท้ายที่ยังซ่อมแซมไม่เสร็จ... เขาเคยแวะเวียนมาที่ทับเจ้านางครั้งเดียวเท่านั้นนานมาแล้ว โดยไม่ได้สนใจอะไรนัก กะว่าจะซ่อมแซมทีหลังสุดเพราะเรือนหลังนี้ทรุดโทรมมากทีเดียว และไม่ได้สวยงามแตะตาอะไรจนเขาไม่ใคร่นึกเสียดาย

ฟ้าครืนเสียงดังลั่น และลมโยกแรงทุกที อินถารีบขนกระเป๋าสัมภาระลงจากรถ แล้ววิ่งขึ้นเรือนตามภูตะวันไป ยังไม่ทันได้เข้าชายคา ฝนก็เทลงมา

“โชคดีจริงๆนะขอรับพ่อเลี้ยง นี่ถ้าขืนเดินทางต่อ คงลำบากแน่” อินถาพูดอย่างโล่งอก ยกมือขึ้นซับน้ำฝนที่เปียกปอนผมสีเทาแซมขาว จริงอย่างที่อินถาว่า ถนนหนทางสู่จุดหมายของพวกเขาไม่ง่ายนัก มันเป็นถนนลูกรังที่วกวน สูงชันยาวกว่าสามร้อยกิโลเมตร ที่มักมีเหตุดินถล่มบ่อยๆ ทั้งยังไม่มีไฟกิ่งข้างทาง ถนนก็ถูกถางเอาเองด้วยชาวบ้านช่วยกัน ความเจริญยังมาไม่ถึง ชาวบ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แม้จะมีนักพัฒนาเอาแผงโซลาเซลล์ไปติดบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก นอกจากทำให้หลอดไฟสว่างเท่านั้น เรียกได้ว่าจุดหมายที่ภูตะวันกำลังจะไปถึงนั้น ตัดขาดจากโลกภายนอกเลยทีเดียว

“ลุงพักเถอะ ขับรถมาทั้งวันคงเหนื่อยแย่ ฉันจะนั่งเขียนอะไรอยู่แถวนี้ก่อน”

“ระวังน้ำฝนสาดนะขอรับ จะเป็นไข้เอาได้ ประเดี๋ยวแม่เลี้ยงจะดุผมเอาได้” อินถาว่าพลางจุดตะเกียงเจ้าพายุ แล้วนำไปห้อยให้เห็นชานเรือน

“ฉันจะไม่ให้แม่เลี้ยงได้ดุลุงเลย”

“งั้นผมไปนอนแล้วนะขอรับ ขับรถขึ้นมาจนขาผมจะเป็นตะคริวอยู่รอมร่อ เมื่อไหร่ถนนหนทางมันจะดีเสียทีไม่รู้” อินถาบ่นพลางหาวหวอดๆ แล้วเดินไปปูถุงนอน

ภูตะวันยิ้มขรึม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ริมระเบียง หยดน้ำไหลลงมาตามขอบชายคา จากระเบียงนี้มองไปด้านหลัง เห็นเป็นสระน้ำใหญ่รายล้อมด้วยไม้เล็กไม้ใหญ่แลดูมืดครึ้ม เคยมีพวกนักเดินทางเล่าว่าที่นี่มีหญิงสาวน่าสงสารถูกกักขังอยู่

ภูตะวันรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างเงียบเหงา...

ถ้ามีใครคนหนึ่งอยู่ที่นี่จริงคงอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยวมากสินะ...

 

“เจ้าพี่แสงฉาย

 

เสียงหนึ่งดังขึ้น ภูตะวันรีบเหลียวไปรอบกายอย่างตกใจ เหนือชานขึ้นไป อินถาปูถุงนอนนอนหลับอยู่นั่นแล้ว ตะเกียงเจ้าพายุสั่นไหว ทำให้เกิดเงาสลัวไปทั่วบริเวณ

นั่นเสียงใคร? น้ำเสียงของสตรี... แผ่วเบาขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง...หรือเขาจะหูแว่วไปเอง

“เจ้าพี่แสงฉาย เจ้าพี่... ข้าเจ้าอยู่ทางนี้เจ้า”

เป็นเสียงเรียก... เสียงเรียกของสตรี ภูตะวันสึกตัวตลอดเวลาว่าเขาไม่ได้หูแว่วไปเอง ไม่ได้ฝันแน่ เขายังรู้สึกตัวตลอดเวลา เสียงนั้นแผ่วกระซิบดังมาจากทางนั้นนั่นเอง.... ทางนั้น ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำ เมื่อมองฝ่าม่านฝนไป ใต้ร่มลีลาวดีแผ่กิ่งก้านสวยงามราวปูนปั้น กลิ่นหอมของดอกสีขาวนวลกำจายไปทั่ว

ร่างหนึ่งยืนอยู่ในเงามืดตรงนั้น

คงเป็นรังสีจันทร์ หรืออาจเป็นเพราะดวงตาของเขาพร่ามัวไปเอง

ร่างในเครื่องแต่งกายล้านนายืนอยู่ในเงามืด ทว่าคลับคล้ายมีแสงเรืองรองรอบกาย

เสียงเรียกดังขึ้นแผ่วเบา อ่อนหวาน อ้อนวอน

“เจ้าพี่แสงฉายเจ้า ข้าเจ้าอยู่ทางนี้... เจ้าพี่”

ภูตะวันผงะไปชั่วอึดใจหนึ่งก่อนที่เขาจะพยายามกระพริบตาถี่เพื่อเรียกสติ ดวงตาของเขาอาจจะพร่ามัวไปเองเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจจะเป็นเพราะแสงสีเงินจากจันทร์สะท้อนกับความขมุกขมัวของเขาฝนจนก่อตัวเป็นภาพนี้ขึ้นมา

ชายหนุ่มเรียกสติตัวเองช้าๆอีกครั้ง ตั้งสมาธิและจิตใจให้แน่วแน่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภาพนั้นอีกครั้ง

แล้วเขาก็พบเพียงความว่างเปล่า...

ลำต้นลีลาวดีแผ่กิ่งก้านใบดอกส่งกลิ่นหอมละมุนหวานกรุ่น...สายลมพัดวังเวงในความเงียบสงัด ไม่มีใคร ไม่มีอะไรทั้งนั้น

คืนนั้นภูตะวันหลับไปอย่างสับสน...กลิ่นหอมของลั่นทม และเสียงหวานที่ร้องเรียกนั้น ยังอยู่ และคล้ายว่าเขาได้เห็นภาพงามชอุ่มของสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งสงบเยือกเย็น เสียงสะล้อกรีดสายเป็นท่วงทำนองบาดลึก สลับกับเสียงซึงชวนให้นึกถึงเสียงละอองน้ำตกที่ผาอินทร์ ยามหลั่งกระทบโขดหิน

ภูตะวันรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น ราวกับว่าเขากำลังยืนในที่รายล้อมด้วยหมอกขาว บรรยากาศรอบกายเงียบเหงาอบอวลไปด้วยกลิ่นสายลมฤดูหนาว ต้นไม้ผลัดใบเหี่ยวเฉาร่วงลงสู่พื้น บางใบก็ปลิวว่อนไปตามกระแสลมเย็นเฉียบ  ท่ามกลางเสียงธารซัดซ่า หมู่ดอกกาสะลองลอยคว้างผ่านท้องนภามาตามแรงลม แล้วร่วงพราวลงจูบผิวน้ำ

ชายหนุ่มเดินเลาะเลียบไปตามโขดหิน ตามสำเนียงนกเจี้ยวจ้าวและเสียงน้ำไหลผ่านโขดหิน ภูตะวันก้มลงหลบกิ่งไม้ที่ยื่นขวางทาง ทันทีที่ก้าวพ้นหมู่ไม้รกเรื้อ ดวงตาสีเหล็กก็แลเห็นสายธารแคบๆที่ไหลเอื่อยลัดเลาะไปตามโขดหิน

น้ำใสราวแก้วเผือก...จนแลเห็นหินกรวดใต้น้ำหลากสีสัน แหละหมู่ปลาแหวกว่าย ต่างโอบล้อมด้วยไม้สูงชะลูดทสายลมอ่อนพัดมา ใบไม้แห้งปลิวว่อน รู้สึกคล้ายกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ล่องกำจรมากับสายลม

ชายหนุ่มเหลียวไปทันที มองเห็นเจ้าอาชาสีขาวตัวหนึ่งกำลังจิบน้ำในธารใส หางของมันสะบัดเป็นพวงพู่

ใบหน้าสีน้ำผึ้งหันซ้ายขวามองหาใครคนหนึ่ง

ตาสีเหล็กทอดแสงอ่อนโยนลงเมื่อแลเห็นร่างบอบบางที่นั่งทอดถอนอารมณ์อยู่บนโขดหินใหญ่ ผิวสาวเจ้าขาวเด่นกลางไพรชวนมองไม่รู้เบื่อ  อกงามคาดผ้าฝ้ายผืนเล็กสีเทาอมม่วง รับกับผ้าซิ่นไหมสีม่วงปักลายพลิ้วไหว

ละอองแสงตะวันอ่อนที่สาดลำแสงพาดผ่านทิวไม้ทำให้เขารู้สึกราวกับภาพนั้นเป็นความฝัน

สไบผืนบางที่ห่มกายนางพลิ้วยามสายลมต้องผ่าน ดอกเอื้องสีขาวนวลที่ทัดมวยผมดำขลับนั้นถูกสายลมพัดจนปลิวว่อนตกลงพื้น

เสียงสะอื้นก่นเศร้าดังแว่วมา ชายหนุ่มพลันรู้สึกเจ็บร้าว นางหันหลังให้เขา ไหล่บางสะท้านตามแรงสะอื้นอย่างน่าสงสาร ...ภูตะวันรู้สึกง่วงงุนเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำอะไรออกมา  ภาพเหล่านั้นแจ่มชัด แต่แล้วกลับพร่าเลือน เสียงสะอื้นของนางกัดกร่อนหัวใจของเขาจนทรมาน ภูตะวันค่อยๆ ฝืนความง่วงที่กดทับหนังตา และเดินเข้าไปหานาง เอื้อมมืออกไปช้าๆเพื่อแตะที่ไหล่บาง

แต่แล้ว...มือของภูตะวันก็ตวัดผ่านอากาศว่างเปล่า ร่างหญิงสาวตรงหน้าเลือนลับหาย กลิ่นหอมหวนของดอกไม้กลายเป็นกลิ่นหอมเย็นชวนขนลุก แล้วก็กลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าจนแทบอาเจียน พลันภาพงามชอุ่มรอบข้างก็กลับมืดมิด เงาไม้รอบกายโบกกิ่งก้านครึ้มโยกไหวราวภูตผีกวักมือ เสียงน้ำตกที่ฟังดูไพเราะราวดนตรี ก็กลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนชวนขนลุกวาบ

ภูตะวันชะงักลมหายใจ ก้าวถอยหลังอย่างหวาดผวา แล้วมือเย็นเฉียบของใครสักคนก็โผล่พรวดมาบีบคอเขาแน่นจนหายใจไม่ออก!  


 


KiT Ta


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
หุบผาเจ้านาง (นิยายย้อนยุคล้านนา) ตอนที่ 2 : ทับเจ้านาง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 492 , โพส : 5 , Rating : 5 / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#5 : ความคิดเห็นที่ 39

.......

perfect


PS.   ท้อได้ แต่อย่าถอย
Name : macheer< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ macheer [ IP : 171.99.101.69 ]
Email / Msn: chalita_22745(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 เมษายน 2556 / 13:58

#4 : ความคิดเห็นที่ 37
โคลงสี่สุภาพเพราะมาก เก่งจังเลยที่แต่งได้ขนาดนี้

ภาษาสวยชวนฝันเหมือนเดิมเลย มาต่อเร็วๆน้า ท่านโรส
PS.  กำลังใจ...สร้างได้ด้วยตนเอง
Name : วายะ-งาม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ วายะ-งาม [ IP : 115.67.164.111 ]
Email / Msn: ngam_chirozin(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 ตุลาคม 2555 / 11:57


#3 : ความคิดเห็นที่ 35
มาต่ิอเร็วเร็วน้าาาาา ><

บรรยายได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ เห็นภาพตาม ตอนท้ายแบบลุ้นจนหายใจไม่ออกเลย 55+
Name : เหมันต์มนตรา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เหมันต์มนตรา [ IP : 101.108.44.229 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 สิงหาคม 2555 / 23:55

#2 : ความคิดเห็นที่ 34
สุดยอดเห้นภาพเลยอ่ะ>

PS.  แอดมาแล้วไม่ทักเค้าโกรธนะ!
Name : ♣ NICE ♣< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ♣ NICE ♣ [ IP : 223.207.102.108 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 สิงหาคม 2555 / 20:34

#1 : ความคิดเห็นที่ 33
*0* ตื่นเต้นนนนนนนนนนน
PS.  แม้ทุกอย่างคือความจริง แต่ทุกคนก็มีสิทธิ์เพ้อฝันไม่ใช่หรือ?
Name : fascinate yourarie< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fascinate yourarie [ IP : 180.180.61.166 ]
Email / Msn: fa-Mous(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 สิงหาคม 2555 / 20:29

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"ถ้าคุณคิดว่าภารโรงประจำ โรงเรียนเป็นแค่คนทำความสะอาด คุณคิดผิด เพราะภารโรงที่ชื่อแจ็ค สมิธ เป็นมากกว่านั้น"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android