สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[FIC KRISLAY/YAOI] :: Barbie :: Ft.Taoho Chenmin [งดอัพ]

ตอนที่ 5 : Barbie :: 04


     อัพเดท 1 มี.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิค
Tags: krislay exo kris y yaoi lay taoho chenmin tao suho chen xiumin dark romantic erotic rate 21+
ผู้แต่ง : Fidelis_Caries ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fidelis_Caries
My.iD: http://my.dek-d.com/semper-fidelis
< Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
This month views : 90 Overall : 2,193
127 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 114 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[FIC KRISLAY/YAOI] :: Barbie :: Ft.Taoho Chenmin [งดอัพ] ตอนที่ 5 : Barbie :: 04 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 144 , โพส : 9 , Rating : 5 / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด






            ทุกคนล้วนมีความทรงจำ

            ยิ่งได้มองอะไรบางอย่างซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการตอกย้ำ ความนึกคิดในสมองก็จะแล่นละล่องเหมือนมีใครเปิดเทปเพลงเล่นอัตโนมัติไว้ไม่มีทางกดปิด

            ซิ่วหมินที่กลับมาจากห้างสรรพสินค้าด้วยความเจ็บใจและรู้สึกเกลียดขี้หน้าบอดี้การ์ดคนใหม่วิ่งหนีขึ้นห้องมาและลงกลอนขังตัวเองเอาไว้อย่างแน่นหนา สภาพอารมณ์ช่างขุ่นมัวดูแย่ยิ่งกว่าหน้าตาที่เหมือนอมทุกข์อมโศก  

            ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งตรงปลายเตียงและเพียงมองกำมือของตัวเองท่ามกลางความมืด ซึ่งตลอดเวลาที่หายใจเข้าออกเชื่องช้าก็มีแค่ความสงบที่อยู่เคียงข้าง แล้วไม่นานก็ได้แสงไฟธรรมชาติซึ่งสาดมาทางหน้าต่างพร้อมเสียงร้องคำรามลั่น

            กลิ่นฝนและความชื้นทำให้ดวงตาเรียวหันไปมองด้านนอกไม่วางตาอีกครั้ง ก่อนจากยิ่งแย่ก็ยิ่งกลายเป็นทรุดในความรู้สึกเมื่อสองเท้าลุกขึ้นไปยืนและกางบานหน้าต่างออกเพื่อดูสายฝนซ่าลงมาอย่างสร้อยเศร้า

            มือเล็กลองยื่นออกไปนอกตัวอาคารคล้ายต้องการหาความสนุก จงใจให้ฝ่ามือเปียกและสัมผัสบรรยากาศหงอยเหงาที่นอกจากความเย็นจะไม่ช่วยให้สบาย กลับซ้ำเติมให้อากาศที่กำลังถ่ายเทภายในช่างน่าหดหู่

เพราะเมื่อโลกทั้งใบดับแสงลงและสายฝนก็ค่อยๆโปรบปรายในความเงียบ นกน้อยในกรงทองมักนึกย้อนถึงวันที่ตนมีอายุได้แค่สิบปี วันที่ต้องแบกรับความเสียใจไว้บนบ่าทั้งที่ยังเด็กนัก วันที่ไม่อยากเข้าใจและรับรู้ว่าทำไมทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ด้วย

            ทำไมเด็กน้อยต้องยอมรับเรื่องการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำไมมารดาที่รักต้องจากไปแล้วทิ้งตนให้อยู่เดี่ยวดายภายใต้คันร่มที่คลุมครอบหัวอย่างดิบดี แล้วถึงจะไม่เปียกปอนไม่มีสายฝนกระเซ็นใส่เสื้อผ้าไว้ทุกข์สีดำจนเลอะเทอะ แต่ทั่วทั้งหน้าก็นองไปด้วยน้ำตาและความอ่อนแอไม่สมกับความเป็นพี่คนโต  

            คิมมินซอกวัยสิบขวบยืนร้องไห้ขยี้ดวงตาอย่างขี้แยท่ามกลางการดูแลของพ่อบ้านในตอนนั้น ซึ่งถึงงานศพจะจัดพร้อมสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาและยังมีคนมากหน้าหลายตาปักหลักร่วมไว้อาลัยภายใต้คันร่มที่กางเช่นกัน  

            แต่เด็กน้อยก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นชืดและกลิ่นเหม็นเหือดอันเงียบเหงา รวมถึงฝ่ามือที่กุมกันไว้ มืออีกข้างของใครบางคนที่มีศักดิ์เป็นน้อง น้องคนล่ะแม่ซึ่งตีสีหน้าเย็นชาและมองป้ายหลุมศพตรงหน้าราวกับคนไม่มีความรู้สึกอะไร

            อู๋อี้ฟานตัวสูงกว่าคนเป็นพี่แม้อายุน้อยกว่า ท่าทางมั่นคงและอยากหยัดยืนเคียงข้างทำให้เด็กชายตัวเตี้ยกว่ายิ่งน้ำตาไหลยามได้มองเสี้ยวหน้าผ่านม่านน้ำตาและผ่านสัมผัสที่กระชับจับมือกันอยู่ 

ซึ่ง ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งจากจิตใจแต่เป็นเพราะเด็กที่ต้องสูญเสียความสุขคิดว่าที่น้องไม่ร้องไห้ก็เพราะว่าคนที่ตายไม่ใช่แม่ของตัวเอง

อาจดูร้ายกาจและยากจะเชื่อว่านั่นเป็นความคิดของเด็กเล็กๆสักคน แต่มินซอกตัวน้อยก็เชื่อว่าไม่มีโหดร้ายมากไปกว่าการที่มารดาต้องมาตายเพราะถูกวางยาจากคนใกล้ชิด

พอยิ่งโตมาเรื่องราวทุกอย่างก็ยิ่งแดงและยังฝังใจมาเสมอ แม้ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็นซิ่วหมินในขณะที่น้องชายถูกเรียกว่าคริสเรื่อยมาจนโต แต่ก็ยังจำได้ถึงกำพรืดและชื่อเดิมที่อนุญาตให้มารดาเรียกได้คนเดียวแม้จะไม่มีโอกาสนั้นแล้วก็ตาม

ซิ่วหมินวัยกำลังเรียนรู้และก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัยทำตัวเหินห่างจากน้องร่างสูงอย่างคริสโดยสิ้นเชิง ซึ่งถ้าถามถึงเหตุผลของความเกลียดชังที่นับวันทำไมถึงยิ่งเพิ่มพูน

นั่นก็เป็นเพราะฆาตกรที่ฆ่ามารดาตนตายก็คือภรรยาน้อยที่ก้าวเข้ามาในบ้านทีหลัง มาที่หลังแต่เลือกจัดการคนเป็นหลวงก่อนอย่างเลือดเย็น

มารดาของอู๋อี้ฟานหรือคริส วางยามารดาของคิมมินซอกหรือซิ่วหมินจนสิ้นใจ

คำสารภาพก่อนจะตายตกไปตามกันเกิดขึ้นห่างจากเกิดเหตุเศร้าโศกภายในบ้านครั้งแรกได้สักห้าปี เมียน้อยยอมเฉลยหมดเปลือกขณะที่ลูกชายผู้ตายซึ่งโตพอแล้วที่จะรู้น้ำตาตก

ยืนมึนงงเหมือนโดนชกแล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อได้ย้อนคิดไปว่าวันนั้นทำไมน้องชายถึงได้ไม่มีน้ำตาไหลสักหยดอย่างเศร้าเสียใจ  

เผลอคิดไปไกลว่าคงรู้อยู่แล้วและรวมหัวกันทำเรื่องเลวร้าย ซิ่งหมินจึงได้ปฏิเสธทุกอย่างที่มาจากน้องชายต่างแม่ไม่ว่านั่นจะเป็นเรื่องประสงค์ดีหรือแอบแฝงไปด้วยความประสงค์ร้าย

แล้วก่อนในตอนสุดท้ายที่คิดว่าเรื่องราวจะจบ จู่ๆก็มีเรื่องเซอร์ไพร์ใหญ่โตให้ร่างเล็กได้สะเทือนใจเล่นอีกหน บิดาต้องจากไปจากการถูกลอบยิงและทิ้งธุรกิจเอาไว้ให้สืบทอดซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครจะได้มันไป

  เพราะการทำธุรกิจมืดไม่เคยมีเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยิ่งผิดบาปก็ยิ่งอันตราย คนเข้มแข็งเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ได้ครอบครอง คริสต้องก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ในขณะที่ซิ่วหมินก็ส่ายหัวถ้าถึงเลือกตนยังไงก็ไม่มีทางทำเรื่องผิดกฎหมาย

เหตุขัดแย้งเพื่อแย่งความเป็นใหญ่ภายในบ้านจึงไม่มีอย่างที่ทุกคนหวั่นใจ แต่ที่เห็นจะทรุดลงกว่าเก่าและเลวร้ายขั้นวิกฤตก็เห็นจะเป็นความสัมพันธ์ของคู่พี่น้องที่ดิ่งลงเหวทุกวันจนน่ากลัว

ซิ่วหมินถูกลิดรอนอิสรภาพเพื่อความปลอดภัยทั้งที่ค้านหัวชนฝา ยิ่งเพราะว่าการดูแลทุกอย่างมาจากลูกของฆาตกรด้วยแล้ว ร่างเล็กก็ยิ่งไม่ชอบใจและปฏิเสธจนกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้ง

หลายครั้งที่ภายในบ้านกลายเป็นระเบิด ทุกคำพูดคือชนวนย่อมๆซึ่งพร้อมจะกระจุยกระจายเมื่อคนเป็นพี่อ้าปากก่อน แล้วมันก็น่าแปลกที่คนเป็นน้องอย่างคริสทนไหวทั้งที่ไม่น่าจะทำได้  

ความเย็นชาซึ่งเป็นยิ่งกว่าเกาะป้องกันฉายชัดยามต้องเผชิญหน้ากัน สงบปากสงบคำแต่ก็มีบ้างที่จะขึ้นเสียงและหาเรื่องให้ประเด็นเก่าแตกออกมา

คริสเคยพูดว่าไม่ว่าสิ่งใดในโลกก็สามารถหาให้คนเป็นพี่ได้ แต่จะยกเว้นก็แค่เสรีภาพที่คงไม่มีวันให้กันแถมเพราะเหตุผลอะไรนั่นก็ไม่มีท่าทียอมบอก  

ซิ่วหมินไม่เข้าใจตั้งแต่นั้นจนบัดนี้ แล้วซึ่งจะยังคงไม่เข้าใจไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าอาจคล่องใจในบางครั้งจนอึดอัดอกแทบแตกตายก็ไม่มีวันถาม

ปล่อยให้มันเป็นรอยถางแทรกอยู่ตรงกลางของความสัมพันธ์ ทิ้งแผลสดให้งดการใส่ยาแล้วก็ยืนมองหน้ากันจากคนละด้านด้วยความหมางเมิน

เป็นอย่างนี้ต่อไป เป็นปัจจุบันในทุกๆวันต่อไป

 

 

 

แสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานมั่นสาดส่องไม่ต่างจากเส้นสายฝนข้างนอกซึ่งส่งเสียงน่าหนวกหูไปด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนกำลังนั่งทำงานแต่อย่างใด

คริสสามารถจัดการเอกสารที่กองบนโต๊ะได้อย่างผ่อนคลายและคุ้นชินกับความมืดเมื่อไม่มีแสงไฟเพียงพอ อาจเหมือนวังเวงแต่ร่างสูงก็ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเพราะมีทั้งตัวหนังสือและมีกระบอกปืนเคียงข้าง

ทำงานไม่สุจริตชีวิตก็ต้องมีของแบบนี้พกไว้ข้างตัว แล้วมันก็ไม่ได้เสียหายที่จะครอบครองมัจจุราชร้ายเอาไว้ถึงแม้ว่ารอบบ้านจะเต็มไปด้วยเวรยามหน้าตาหน้ากลัวเดินสับเปลี่ยนไปมา

ต้องรอบคอบและสุขุม ต้องรู้จักเจ้าเล่ห์และเพทุบาย ต้องโกหกให้เป็น ต้องเล่นตามทันเกมคนอื่นให้ได้ นิยามสั้นๆที่จะทำให้มีอายุอยู่ยืนนาน

คนนี่น่ะเหรอ?”  พูดคนเดียวก็เป็นหลังมือใหญ่จะเทสิ่งของที่หลบซ่อนอยู่ในซองสีน้ำตาลลงกับโต๊ะทำงานระเกะระกะ 

ก่อนฉวยทั้งรูปถ่ายทั้งเอกสารสองสามแผ่นมาไว้ในมือและร่างสูงก็กวาดสายตามองประวัติคร่าวๆหรืออะไรต่อมิอะไรที่มันเรียงออกมาเป็นตัวอักษรสลับกับรูปถ่าย 

ความจริงคริสก็พอรู้อยู่บ้างว่าว่าที่เจ้าสาวจะเป็นใครแม้ไม่เคยเห็นหน้าคราตากันเลยสักครั้ง ซึ่งเพราะว่าแต่งงานกันด้วยเรื่องธุรกิจและฝ่ายนั่นก็อยากได้ความมั่นคงจึงส่งลูกชายมาสังเวย มันจึงทำให้ร่างสูงต้องมานั่งใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆและก็ไม่ได้หวังว่าแค่แต่งงานแล้วทุกอย่างจะจบ

ทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ

คิมซูโฮ

หน้าตาใช้ได้แต่เรื่องบนเตียงคงต้องค่อยว่ากัน ผิวพันธ์ก็ดูสะอาดสะอานสมกับเป็นลูกของผู้ดีที่อีลอบเดิมก็คงถูกบิดาบังคับจับให้มาแต่งงานด้วยกัน

คิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆรูปว่าที่เจ้าสาวก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าเย็นชาของร่างบางอีกคน

คนที่ทำให้คริสยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่แฝงไปด้วยความจริงและความลวงซึ่งซ่อนยังไง เวลาฟ้าผ่าลงมาแสงก็ยังทอให้เสี้ยวหน้าหล่อเหล้าดูเหี้ยมเกรียมอยู่ดี

จางอี้ชิง”  จำได้แม่นยำและคงจะจำไปพักใหญ่

พื้นที่ว่างในสมองซึ่งปกติต้องเก็บเอาไว้ให้เรื่องงานอาศัยอยู่ ตอนนี้มีเรื่องอื่นให้นึกสนุกและยิ่งสนุกนักเมื่อตกลงร่วมลงมือทำ ยอมดิ้นตามเกมคล้ายการเล่นเกมตำรวจจับโจร เหมือนทอมกับเจอรี่ที่ต้องล่าหาความจริงว่าฝ่ายใดกันแน่ที่เป็นคนถูกปั่นหัว    

ระหว่างคนเย็นชาแต่มีหน้าที่ยั่วยวนตอนอยู่บนเตียงหรือจะเป็นฆาตกรฆ่าคนตายที่ประกันตัวได้เพียงเพราะเงินไม่กี่ปึก

ระหว่างจางอี้ชิงกับอู๋อี้ฟาน คนถูกปั่นหัวจะเป็นใครกันแน่

แผนมันไม่ตื้นไปหน่อยเหรอคนสวย…”  คิดเอานู่นเอานี่มาอ้างเพื่อการลากตัวเข้าหาและคงจะใช้ความใกล้ชิดถือสิทธิเดินเข้าออกภายในบ้านก่อนเอาข้อมูลสำคัญออกไป

            ทำเป็นละครน้ำเน่าที่พระเอกจะต้องหน้าโง่และหลงเชื่อนางเอกผู้เป็นสายลับสาว คิดว่าความคิดคนเราจะตามกันไม่ทันเพียงเพราะใช้ร่างกายมัดกันไว้จนโงหัวไม่ขึ้นเห็นผิดเป็นถูก

            ถึงผมจะถูกใจคุณแต่ใช่ว่าจะปราณีให้หรอกนะ” 

คำขู่โดยไร้คนฟังดูยังไงก็ไม่เห็นน่ากลัวสักนิด แต่สำหรับคริสที่พูดจริงทำจริงต่อให้เป็นแค่การกระซิบ สายลมก็ยังต้องกลัวและก้มหัวให้รวมถึงจางอี้ชิงด้วย

แล้วถึงจะเป็นการหยามหน้ากันเห็นๆแต่ไม่รู้ทำไมร่างสูงกลับชอบ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างเป็นบ้าระหว่างวางเอกสารของว่าที่เจ้าสาวลงและเริ่มเลือกกระดาษข้อมูลสำคัญของธุรกิจมืดซึ่งไม่เคยมีใครเคยได้เห็นมัน  

ผมควรเอาข้อมูลเรื่องไหนไปล่อคุณดีนะ”  ว่าจะหาเหยื่อดีๆไปล่อร่างบางให้ติดกับสักหน่อย แล้วไม่ว่าร่างบางจะต้องการอะไร ทั้งอยากรู้ความจริงเรื่องฆ่าคนตายหรือจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเช่นเรื่องธุรกิจซึ่งเป็นปริปักษ์กับพวกตำรวจ

คริสก็จะเสนอให้และป้อนให้จากปากจนอิ่ม

จะทิ้งหลักฐานให้เรี่ยราดเพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรจะต้องบิดบังกันอยู่แล้ว หึ

 

 

 

แก๊ก แก๊ก!

เสียงเหมือนของกระทบกันปลุกคนที่เกือบกำลังจะเดินเข้าไปในฝันให้ตื่นลืมตา ดวงตาสีขาวและมีนัยน์ตาสีดำกลมกระพริบอย่างชั่งใจในขณะเสียงนั่นยังดังเรื่อยๆสลับซับซ้อนไปกับสายฝน

ซูโฮไม่ได้เปิดแสงสว่างให้กระจายทั่วทั้งห้องนอน ร่างเล็กไม่ต้องการให้ฝุ่นละอองในอากาศตื่นตกใจจนลุกขึ้นมาเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ที่คนสองคนจะส่งความคิดถึงให้กันซึ่งเกิดขึ้นเสมอเมื่อใกล้ถึงเวลาแห่งการจากลา

แล้วก็ไม่เคยคิดว่าการทำแบบนี้ถือเป็นการถูกรบกวน รอยยิ้มจะยิ่งส่องสว่างเมื่อหย่อนเท้าลงเหยียบพื้นก่อนมองไปทางหน้าต่างที่เห็นจังหวะก้อนหินเล็กๆกระทบกับบานหน้าต่างที่ปิดสนิทอยู่พอดี

ร่างเล็กรีบเดินเข้าใกล้และชะเง้อคอมองลงไปยังด้านล่าง พอเห็นสีร่มอันคุ้นตา สองมือเล็กก็จะรีบเปิดต้อนรับให้สายลมตีหน้าแล้วเท้าคางกับขอบหน้าต่างมองคนที่เงยหน้าขึ้นมาข้างบนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

หวังจือเทายังคงเป็นหวังจือเทาที่บอกว่าขอแค่ได้มองก็มีความสุข นับว่าโชคดีที่ระยะทางไม่ใช่ปัญหาของคนสองคน โชคดีในโชคร้ายที่ว่าทั้งคู่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันแม้ว่าจะคนละฐานะ

ถึงภาพตอนนี้มันจะเหมือนหมาวัดที่เฝ้ามองดอกไม้อันสูงส่งจากเบื้องล่าง แต่การได้เดินมามองบานหน้าต่างและบอกกระซิบฝันดีกันทุกวันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ร่างสูงท้อหรือเหนื่อยใจ

ต่อให้สายฝนเม็ดใหญ่กว่านี้ก็ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่หลวงที่ร่างสูงฝ่าไม่ได้ เพราะความสามารถทุกอย่างมันมาจากคนด้านบน คนที่ส่งรอยยิ้มและเปล่งประกายเหมือนดวงดาวท่ามกลางความมืด

จือเทาจ้องนัยน์ตาที่ส่งมาอย่างคิดถึงระหว่างยืนนิ่งพร้อมส่งสายตาเช่นเดียวกันกลับไป ถึงฝนจะโปรยปรายแต่เสียงน้ำกระแทกดินก็คงไม่สามารถกลบเสียงหัวใจเต้นและความเย็นก็ไม่สามารถปิดบังไออุ่นที่ยังคงส่งให้กันเรื่อยๆภายใต้การไม่สนทนา

ภาษากายแพ้ต้อภาษาใจโดยสิ้นเชิงแม้ต่างคนต่างไม่พูด ขนาดสีแววตาเปลี่ยนไปแค่ไหน อีกคนก็จับความรู้สึกได้และรู้สึกเหมือนกับว่ามันกำลังพูดสื่อสารออกมาเป็นประโยค

เรียงร้อยยืดยาวแต่ใจความสำคัญก็คือฉันรักและคิดถึงนายแม้มีโอกาสหลบซ่อนและมองอยู่ตรงนี้ตลอด แต่การไม่ได้สัมผัสและกอดกันก็ทำให้ซูโฮทรมาน

มันเหมือนของอยู่ใกล้แค่คว้าไม่ได้ ….มีตัวตนในสายตาแต่พอได้ลองจับก็หายไปกับอากาศ

บางทีนี่อาจเป็นภาพหลอนที่คิดไปเองในทุกๆคืนจนต้องมาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ในช่วงเวลาเดิมๆ แล้วจือเทาก็จะส่งยิ้มให้เช่นเก่าพลางขยับปากพูดอย่างเหงาๆว่าคิดถึงเหมือนกัน

จนกว่าจะถึงวันแต่งงานและย้ายออกไป ภาพเหล่านี้จะไม่มีทางลบ ทุกอย่างไม่มีทางเลือนได้ง่ายๆระหว่างที่ยังเหลือเวลา ซึ่งแม้นาฬิกาชีวิตจะเริ่มเดินนับถอยหลังและอีกไม่นานต้องตีเวลาแห่งโลกความจริง      

หวังจือเทาจะยืนอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์ดวงใหม่เคลื่อนมาในขณะซูโฮลากเก้าอี้มานั่งมองไม่ละสายตา ถึงจะดูทรุดโทรมเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็ไม่สน เพราะเรื่องจริงคือไม่เคยหลับได้สนิทอยู่แล้วหลังจากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งผ่านไปด้วยกัน

กลับกลายเป็นยิ่งโหยหาและรู้สึกผิดมหันต์ ความทรมานหลังจากนั้นน่ากลัวกว่ากันเยอะจนแทบน้ำตาไหล แต่สำหรับซูโฮที่สัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ร้องไห้ให้เปลื้องน้ำตาอีก หนทางเดียวคือต้องยิ้มแย้มแจ่มใสแม้มันจะดูแสนเศร้า

ส่วนจือเทาก็แค่ต้องทำตัวเข้มแข็งเช่นเดิมเพื่อเป็นหลักอันมั่นคงให้อีกคนคอยมองหาและรู้สึกอุ่นใจในทุกครั้งที่สบตากัน  ยังคงเป็นผู้ชายอบอุ่นซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นัยน์ตาคู่คมก็จะจ้องมองแค่ร่างเล็กเท่านั้น

ต่างคนต่างทำสัญญาเป็นของกันและกัน

แล้วต่อจะให้ถูกพลัดพรากในโลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้าย แต่ว่าในโลกแห่งความฝัน คนทั้งคู่ก็จะยังอยู่ด้วยกันจนกระทั่งอีกเช้าของวันมาถึง

 

 

 

อี้ชิงเกลียดสายฝนเข้ากระดูกดำ

เกลียดสายน้ำที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เกลียดเสียงที่เวลากระทบพื้นดิน

เกลียดทุกอย่างถ้ามันจะทำให้นอนไม่หลับและเอาแต่คิดถึงภาพวันที่คนรักถูกยิงตายภายใต้การร้องไห้ของคนบนฟากฟ้า

แล้วแม้สองเปลือกตาจะปิดลงแต่สองดวงตาที่ซ่อนอยู่ไม่เคยหยุดสะท้อนภาพเหล่านั้น วิ่งวนรวนเป็นฟิล์มเสียในหัวสมอง ได้รับรู้ทั้งกลิ่นเลือดและความวุ่นวาย รวมถึงความเสียใจที่คละคลุ้งและเคลื่อนไหวดังกว่าเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา

อี้ชิงรีบลืมตาเมื่อทนเห็นตอนสุดท้ายของเนื้อเรื่องในหัวไม่ไหว นอกจากความตายอันน่าเวทนา ร่างบางไม่อยากกลับไปรับรู้และเห็นภาพพวกนั้นเป็นหนที่ร้อยหนที่พันในขณะที่ด้านนอกฝนยังตกอีกแล้ว

คนตื่นนอนกลางดึกหรือจะเรียกให้ถูกคือเพิ่งล้มตัวลงนอนปรับสายตาให้ชินกับความมืดที่โรยราก่อนพยายามเล่านิทานแห่งความเข้มแข็งกล่อมตัวเองให้อดทนและหลับไปได้ในที่สุด   

แต่มันก็ดูจะเลวร้ายไปซะหมดเพราะขนาดนับแกะเป็นพันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วง ต้องนอนคดตัวดิ้นไปดิ้นมาท่ามกลางผ้าห่มที่บาดผิวให้ยิ่งหนาวมากกว่าสร้างความอบอุ่น

ขนาดปิดหน้าต่างปิดประตูระเบียงและเปิดฮีลเตอร์ให้แรงก็ยังหนาวทรมานมากกว่าร้อนเหงื่อไหล รู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวเหมือนคนจะไม่สบายและทุรนทุรายยิ่งกว่าเดิมจนต้องลุกขึ้นมานั่งแล้วเหลือบมองทุกอย่างผ่านกระจกใส

ปล่อยท่าทีแสนเย็นชาให้ครอบครองร่างราวกับเป็นตุ๊กตาไร้ชีวิต นั่งพิงเอียงหัวซบกับขอบเตียงพลางคิดว่าจะนั่งเฝ้าไปจนกว่าสายฝนจะหยุด

ในเมื่อนอนไม่ได้ถ้าหากภายนอกยังร้องไห้ไปทั่วทุกพื้นที่ อี้ชิงซึ่งไม่หลงเหลือความง่วงเลยคิดว่าการทำแบบนี้น่าจะดีกว่าสำหรับตัวเอง

อย่างน้อยก็คงผ่านพ้นไปได้อีกครั้งและอาจจะเจ็บปวดบ้างเหมือนในทุกๆที  

ซึ่งแม้เหมือนจะทนไม่ได้แต่มันก็หลายปีแล้วที่ร่างบางอดทนเรื่อยมา

 

 

 

น่าแปลกที่พอนึกถึงก็เกิดเป็นรอยยิ้มขึ้นมา อาจจะเพราะตลอดชีวิตที่เติบโตมาและช่วงแห่งการทำงานไม่เคยเจอเคสอะไรที่มันดูตลก ความร้ายเดียงสาของผู้ใหญ่โตแต่อายุแต่ความคิดยังเป็นแค่เด็กอ่อนที่อยากออกโบยบินเหมือนนกสีสายรุ้ง

ยอมรับว่าสนุกและไม่เคยคิดด้วยว่าตัวเองจะกลายเป็นคนเลวร้ายขึ้นมาเพียงเพราะเกิดความอยากแกล้ง ไม่เคยรู้สึกอยากขัดขวางอิสรภาพของใครมากเท่านี้

ยิ่งตอนได้เห็นว่าใบหน้าเหมือนเด็กกำลังค่อยๆสูญเสียความสุข ใจตอนนั้นก็นึกอยากจะหัวเราะออกมาดังๆถ้าไม่ติดว่าเกรงใจมิตรภาพในความพบกันครั้งแรก

เฉินเชื่อว่าตัวเองเริ่มป่วยเป็นโรคจิตขั้นแรกและคงจะไปอย่างนี้ต่อไปเพราะชอบเหลือเกินที่จะเห็นผู้ชายตัวเล็กที่ชื่อซิ่วหมินวิ่งตามความฝันลมแล้งๆแล้วก็สะดุดขาตัวเองล้มลงนั่งร้องไห้

ถือว่าชดเชยกัน ….ในเมื่อตนต้องถูกสั่งทำงานเป็นบอดี้การ์ดอย่างที่ไม่ชอบ ก็ขอหยิบยกเรื่องของเจ้านายขึ้นมาเป็นหัวข้อตลกและใช้เล่นแก้เบื่อไปพลางๆ

ถ้าโชคดีหน่อย บางทีประเด็นนี้อาจทำให้ยิ่งเกลียดขี้หน้ากันจนโดนไล่ออกให้เลิกปฏิบัติงานและกลับไปตำรวจเงินเดือนเหมือนเดิม

แต่ถ้าโชคร้าย  ชีวิตก็อาจผูกติดกันไปจนตาย จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงหัวเราะฝืดๆระหว่างเหมือนมีเรื่องตลกให้คิดเสียเต็มประดา แล้วเมื่อถึงเวลาร่างโปร่งก็แค่ยกขาขึ้นเตียงเตรียมตัวเข้านอนก่อนเอื้อมสุดแขนเพื่อปิดดวงไฟแยงสายตา   

ตัดฉับเป็นความมืดหลังเสียงกดจบลง ให้ทุกอย่างได้จมอยู่กับสีดำซึ่งค่อยๆกลืนกินและครอบครองทุกอย่าง แล้วในความสงบท่ามกลางบรรยากาศหม่นมัว เสียงร้องไห้ก็ยังคงร่ำไห้อยู่ด้านนอก

ดูน่าสงสารและมากไปด้วยความเจ็บปวด

เหมือนต้องการร้องให้หนักเพื่อทดแทนในส่วนที่กำลังจะเกิด   

ในอีกไม่ช้าที่จะเกิด ….สายฝนกำลังร้องไห้ให้ล่วงหน้า  


























 

        ย้ำกันอีกครั้ง ฟังกันอีกที

หลังจากหายไปทำภารกิจส่วนตัว ตอนนี้กลับมารายงานตัวแล้วคะ แต่ตุ๊กติ๊กไม่อยากสัญญาแล้วอ่ะว่าจะขยันอัพ กลัวทุกคนเสียใจและผิดหวังกับคำพูดของตุ๊กติ๊ก เอาเป็นว่าใช้การกระทำดีกว่าเนอะ แล้วเราค่อยว่าดูพัฒนาการของทั้งตัวละครทั้งตัวของตุ๊กติ๊กกัน สู้!

อยากลืมติดแท็ก #ficbarbie เพราะตุ๊กติ๊กชอบรี มว๊ากกกกกก

รักนะคะ

-fidelis_caries- 

CRY .q


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[FIC KRISLAY/YAOI] :: Barbie :: Ft.Taoho Chenmin [งดอัพ] ตอนที่ 5 : Barbie :: 04 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 144 , โพส : 9 , Rating : 5 / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#9 : ความคิดเห็นที่ 121
อาอี้ๆๆ ปล่อยยยยพี่จุนไปเถิดดดดดด
Name : 繁星< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 繁星 [ IP : 101.51.4.74 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 มีนาคม 2557 / 12:39

#8 : ความคิดเห็นที่ 111
แอร้ยยยยยยยแยากได้เฉินจะเอาๆๆๆๆไม่เคยอ่านเฉินหมินได้เขินเท่าพี่ตุ๊กติกแต่งอีกแล้วคือมันใช่อ่ะเฉินนี่อยากแบดอ่ะขอกรี๊ด108ที -////////-
Name : MarisaSINs< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MarisaSINs [ IP : 1.47.171.62 ]
Email / Msn: primsehunexo(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2557 / 00:21


#7 : ความคิดเห็นที่ 108
คริสปล่อยซูโฮไปเหอะสงสารคู่นี้สุดและเทาโฮเนี่ย
ซิ่วหมินนี่ยิ่งกว่านกที่อยู่ในกรงทองรึเปล่า
แบบอิสระไม่มีไปไหนคนเดียวก็ไม่ได้
รู้ว่าคริสห่วงพี่ชายนะเพราะเหลือแต่พี่แล้วอะ
แต่ถ้าคิดว่าเป็นเรามันยิ่งกว่าคำว่าอึดอัดเลยนะ
ยิ่งเจอคงอย่างเฉินนี่แบบอยากตายเลยอะ
Name : leemeso< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ leemeso [ IP : 171.98.181.97 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2557 / 15:34

#6 : ความคิดเห็นที่ 87
มหามาดแบดบอย=[]=!!!!
ตามหามานานมากค่ะ
Name : AYGG [ IP : 171.4.251.219 ]
Email / Msn: -
วันที่: 5 มีนาคม 2557 / 00:00

#5 : ความคิดเห็นที่ 71
พี่เฉินที่ตามหามานานโดยไม่เข้าวัดฮอลลลลแกอย่ารุนแรงมากนะเว้ยย

พี่คริสนี่ปล่อยพี่โฮเขาไปเหอะนะ

เอาเวลานี้ไปเล่นสนุกกับบจางอี้คนสวยเถอะะะะ
Name : SinSehunonly< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SinSehunonly [ IP : 1.47.233.176 ]
Email / Msn: creammyo_oza(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2557 / 12:03

#4 : ความคิดเห็นที่ 68
แกร๊กกพี่จงแดโรคจิต ทำไมเรารู้สึกว่าแบดบอย โฮกกก
Name : kray [ IP : 171.4.251.99 ]
Email / Msn: -
วันที่: 1 มีนาคม 2557 / 09:54

#3 : ความคิดเห็นที่ 67
คริสเว้ย ถ้าแกรู้ว่าโฮมีเทาแล้วให้ปล่อยโฮไปนะเว้ย แกไปตามเลย์ต่อเถอะ เข้าใจมะ!!!!!!!!!! เฉินโรคจิต.....
PS.  "โลก" เหวี่ยงมาก็ต้องเหวี่ยงไป มิใช่ด้วย "ความตายก็เป็นด้วยความมิใช่" Girl.. My heart so hurt. What should I do?
Name : vampire[S]< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ vampire[S] [ IP : 1.4.186.152 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2557 / 09:48

#2 : ความคิดเห็นที่ 66
อ่าาาาาา  เทาโฮทรมานนะเนี่ยยย

แอบขมนิดๆ

แต่พี่หมินนี่สิ ขอดราม่าแปปปป

จิครายยยยย
Name : Alice9_N< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Alice9_N [ IP : 202.44.34.50 ]
Email / Msn: Nan_T13(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2557 / 00:53

#1 : ความคิดเห็นที่ 65
โอเค กระจ่างปมคู่พี่น้องซิ่วหมินกับคริสแล้ว แต่ก็ยังขอสงสัยเหตุผลของคริสที่จะไม่ให้อิสรภาพพี่ชายได้โบยบิน
ที่ขอเก็บพี่ไว้ดังนกน้อยเพราะว่าเป็นถือเป็นคนในครอบครัวที่เหลืออยู่หรือเปล่า แม่ก็ตาย พ่อก็ตาย มีแต่พี่นี่แหละ
ที่พอจะเรียกได้ว่าครอบครัวบ้าง ถึงความสัมพันธ์จะไม่ค่อยดีสักหน่อยก็ตาม
Name : Beeing< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Beeing [ IP : 202.28.78.180 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มีนาคม 2557 / 00:28

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

Dek-D ชวนน้องๆ ส่งเรื่องสั้นวันแม่หัวข้อ "เรื่องสั้นเรื่องนี้...ไม่มีแม่"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android