|
"อย่างนี้น่ะมันเมาช้าไป เอาวอดก้ามาเลยดีกว่า
ไม่เกินสิบนาทีจะได้จอดกันไปข้าง"
"ไอ้เพ่ยแก ไม่เอาน่า" ทีมหันไปหาอีกฝ่ายที่ยังดูท่าไม่ลดราวาศอก
ตอนนี้บารอนกับเกมส์แหวกฝูนชนเข้ามายืนใกล้ๆเพ่ยเพ่ยได้แล้ว
และก็พยายามร่ายคาถาสะกดจิตดั่งห่าฝนให้เธอเลิกความคิดนี้ซะ
แต่มันก็ไม่ทันซะแล้วเมื่อ ขวดทรงสูงบรรจุของเหลวใสวางลงตรงกลางโต๊ะ
พร้อมกับแก้วเล็กๆอีกสองแก้ว
"ว่ายังไง คิดจะใจสาวตอนนี้เลยเหรอครับ พี่ซัน"
คำสุดท้ายเพ่ยเพ่ยเน้นคำพูดได้อย่างน่าหมั่นไส้ ชายหนุ่มนั่งลง
แต่แววตายังคงเกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อครั้งที่บุกมาหาเธอถึงสโมฯ ไม่มีผิด
"พี่ซัน!!!" ร่างเล็กวิ่งทั่กๆเข้ามาดึงแขนพี่ชายพร้อมกระซิบเบาๆ
"อย่าเลยนะคะ" สาวน้อยไม่รู้สาเหตุเรื่องบาดหมางระหว่างทั้งคู่
แต่รู้เพียงว่าตอนนี้ทั้งสองคนแทบจะกระโดดฟันกัน
อยู่ร่อมร่อแล้ว
"เซีย พี่ไม่ได้จะไปตีกับใครซักหน่อย แค่ดวลเหล้าเท่านั้นเอง"
"สัญญานะคะ พี่ซันอย่าทะเลาะกับพี่เพ่ยเลย" พี่ชายสบตาน้องสาว
ก็ออกอาการของขึ้นใส่เพ่ยหนักกว่าเดิม ก็ไอ้เพราะสายตาของเซีย
มันแสดงความรู้สึกข้างในออกมาอย่างเห็นได้ชัดเลยน่ะสิ
ไม่ผิดแน่....เซียจะต้องชอบไอ้หมอนี่อย่างแน่นอน...เลือดในกายฉีดพล่าน
อาการโรคเก่ากำเริบอีกครั้ง ผู้ชายอย่างไอ้หมอนี่ไม่มีอะไรคู่ควร
กับน้องสาวของเขาเลยสักนิดเดียว...
"ได้!!! แล้วจะได้รู้กันว่าใครเป็นผู้หญิงกันแน่" ซันเปิดขวดเหล้ารินใส่แก้วของตัวเอง
เพียงครึ่งหนึ่งแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียว น้ำใสที่อุณหภูมิปกติ
แต่เมื่อไหลผ่านลำคอกลับร้อนดังไฟ ลมหายใจของแอลกอฮอล์ผ่านจมูกออกไป
อย่างรุนแรงอย่างที่เจ้าตัวก็รู้สึกได้ ซันหรี่ตาข้างหนึ่งด้วยความร้อน
ของวอดก้าก่อนส่งขวดให้เพ่ย เธอยิ้ม รับขวดมาเทในปริมาณที่เท่าๆกับคู่แข่ง
สายตาจ้องมาทางซันไม่กระพริบ เบี่ยงไปมองน้ำฟ้าและจ้องค้างอยู่อย่างนั้น
เธอกระดกเข้าปากรวดเดียวทั้งๆที่ยังมองตาคนรักเก่า ความร้อนและดีกรีหนัก
ทำให้เธอต้องหรี่ตาแล้วเม้มปากแน่น
"แย่ล่ะสิไอ้บารอน เอาไงดีวะ" เกมส์สะกิดเพื่อน แล้วสองหนุ่ม
ก็มองไปทางพี่ทีมกับพี่เคน ซึ่งทั้งสองคนก็ทำหน้าอมทุกข์พอๆกับรุ่นน้อง
จะห้ามก็ไม่ได้จะยุจะเชียร์ให้ชนะมันก็ไม่ใช่เรื่อง แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดี?
กิริยาซ้ำๆที่กระดกแก้วเล็กเข้าปากยังดำเนินต่อไป เหล้าดีกรีแรงอย่างนี้
ไม่นานใครซักคนคงต้องไปก่อน เพ่ยแก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากและลำคอร้อนผ่าว
สติเริ่มเลือนรางแต่มือยังไม่ปล่อยจากแก้ว ส่วนซันต้องสะบัดศีรษะหลายครั้ง
เพื่อเรียกสัมปชัญญะกลับมา เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าวอดก้าเป็นเหล้าที่นิยมดื่ม
ในประเทศเมืองหนาวเพราะดีกรีและความร้อนของมันหยุดอุณหภูมิภายนอก
ได้ชะงักนัก และวอดก้ายังเป็นเหล้าที่ช่วงชิงสติได้ง่ายที่สุดก็ว่าได้
ตามปกติการนั่งดื่มไม่ได้มีผลอะไรมากมาย แต่เมื่อคิดจะยืนขึ้นเมื่อไหร่ละก็
ขาจะพาลอ่อนปวกเปียกเสียง่ายๆแล้วล้มลงกับพื้นโดยไม่รู้ตัว
"เพ่ย หยุดเหอะว่ะ" พี่ทีมกระซิบใส่หูรุ่นน้อง เพ่ยเหล่มองแล้ว
หันกลับมาตำแหน่งเดิม
"ไอ้เพ่ย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะไปประชดเรื่องแบบนี้"
"ที่แท้พี่ก็รู้อยู่แล้วใช่มั้ย?" พี่ทีมถอนหายใจเบาๆ
"แล้วจะให้พี่ทำยังไง ถ้าบอกแกไป แกก็จะต้องเป็นอย่างนี้"
"แล้วยังไง ในเมื่อถ้าผมรู้ผมก็ต้องเป็นอย่างนี้ จะช้าจะเร็วผมก็ต้องรู้อยู่ดี
พี่ทีมอย่ายุ่งเรื่องนี้จะดีกว่า" เพ่ยกระดกแก้วเล็กเข้าปาก
ทีมมองหน้าเคนแล้วส่ายหน้าอย่างหมดแรง ทางเดียวที่พวกเขาจะทำได้
ก็คงแค่ลากศพใครซักคนขึ้นไปนอน
ซันรินเหล้าลงแก้วเล็กหลังจากที่เพ่ยกระดกหมดตามมาติดๆ
หญิงสาวด้านหลังกระซิบ
"ซัน พอก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เมากันพอดี นี่มันงานของซันกับน้องนะ"
"ไม่เป็นไรหรอกน้ำ ไอ้หมอนี่น่ะ มันจ้องจะจีบน้องซันอยู่ มันต้องเอาให้รู้กันไปข้าง"
น้ำเหลือบตาไปมองเพ่ยที่กำลังสะบัดหน้าไปมาเบาๆ
แล้วก็ก้มหน้าเดินออกไปจากวง ปล่อยให้เรื่องราวมันดำเนินต่อไปเอง
อีกไม่กี่อึดใจเพ่ยก็ต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างไร้สติ
ส่งผลให้ซันยิ้มออกมาได้อย่างภาคภูมิ เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
กำลังจะประกาศชัยชนะที่ได้มาอย่างสมเกียรติแต่ก็ต้องล้มกลิ้งลงกับพื้น
อย่างไม่เป็นท่า
"อ่าว เวรกรรม" ทีมกุมขมับส่ายหน้าพยุงร่างซันขึ้นมา พร้อมๆกับเกมส์
และบารอนที่ดึงแขนเล็กของเพ่ยขึ้นมาพาดคอไว้คนละข้าง
"แล้วจะเอาไอ้สองศพนี่ไปไว้ไหนดีล่ะเนี่ย" เคนเอ่ยถามลอยๆ
"หลังบ้านคงเต็มแล้วล่ะเคน" ขวัญแทรกตัวเข้ามาพร้อมถอนหายใจ
"ให้พี่เพ่ยขึ้นไปนอนห้องพี่ซันก็ได้ค่ะ" เซียเอ่ย
"คงจะต้องเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็หลังบ้านนอนตายกันเพียบเลยนี่
ไม่ไหวจริงๆงานวันเกิดน้องสาวตัวเองแท้ๆ" ขวัญส่ายหน้า
"ขวัญไปช่วยน้องเซียดูเรื่องงานแล้วกัน คนคงมาหน้างานกันเยอะแล้ว
เดี๋ยวฉันกับไอ้พวกนี้จะพาพวกมันไปนอนเอง" เคนชี้นิ้วโป้งไปทางพรรคพวก
ที่เหลือ
"โอเค"
ซันถูกเคนกับทีมหิ้วปีกนำขึ้นบันไดไปก่อน ส่วนเพ่ยนั้นตอนแรกบารอน
กับเกมส์ก็ช่วยกันหิ้วดีอยู่หรอก แต่เพราะน้ำหนักน้อยนิดเกมส์จึงอาสาอุ้มขึ้น
ไปให้เอง ประตูสีเบจถูกเปิดออก และร่างของทั้งคู่ก็ถูกจับให้นอนข้างกัน
อยู่บนเตียงของซัน
"ไว้อย่างนี้จะดีเหรอพี่" เกมส์ถาม
"คงไม่มีอะไรหรอก อย่างหนักก็ตื่นขึ้นมาตีกันอีกยกแค่นั้นเอง
แต่คิดว่ากว่าจะมีแรงแบบนั้นได้คงต้องรออีกหลายชั่วโมงอยู่"
ทีมตอบอย่างเหนื่อยใจ
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" อีกสามคนเลิกคิ้วน้อยๆ
เกมส์เลยต้องเสมองไปทางอื่นแทน "ไม่มีอะไรครับ"
ใครจะไปเชื่อ...ถึงแม้ว่าใครๆจะมองเพ่ยเพ่ยว่าเป็นชายหนุ่มรูปหน้าสวย
แต่เขาเองก็คงยังยืนยันคำเดิมว่าเพื่อนของเขาเป็นผู้หญิง
อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้...
เวลาผ่านไปเกินครึ่งคืน งานเลี้ยงต้องเริ่มโดยขาดเจ้าภาพไปหนึ่งคน
เพราะดันเมานอนสลบอยู่บนห้องกับคู่อริ ห้องนอนเปิดหน้าต่างน้อยๆ
เพื่อระบายอากาศและไล่กลิ่นคลุ้งเหล้าของทั้งคู่ เตียงของซันไม่ได้มีขนาดใหญ่
พอสำหรับสองคนซะทีเดียว ท่านอนของทั้งคู่จึงออกจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
อยู่ซักหน่อย เพ่ยเพ่ยยังคงนอนหลับสนิทอยู่ทางฝั่งซ้าย ร่างเล็กขดตัวซุกกาย
ลงกับเตียงนุ่มอย่างไม่รู้ตัว ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาไหวเรือนผมของทั้งคู่ให้ปลิวตาม
ทำให้ซันต้องขยับเปลือกตาขึ้น ห้องทั้งห้องมืดสนิทมีเพียงแสงของดวงจันทร์
สาดเข้ามาตามรอยหน้าต่างให้เห็นเพียงรำไร ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
อุ้งมือกุมขมับอย่างปวดร้าว เขาพยุงกายลุกขึ้นไปเปิดไฟ ก็พบอีกร่าง
ที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียงของเขา มือใหญ่คว้าขวดน้ำที่หัวเตียงได้ก็กระดกซัด
เข้าไปซะหลายอึกแก้กระหาย และเพื่อให้สร่างเมาได้เร็วขึ้น
เขาถอนหายใจลุกขึ้นช้าๆ แต่ก็ต้องหยุดกึกกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ที่ไหนซักแห่ง
จำได้แม่นว่ามันไม่ใช่ของเขา เพราะฉะนั้นมันก็ต้อง...
"เฮ้ย! ไอ้น้อง" เขาเขย่าไหล่เพ่ย หวังให้ตื่นขึ้นมารับ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบมือถือเครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกงของอีกฝ่ายออกมา
"เฮ่ย! พ่อโทรตามแล้วโว้ย ตื่นขึ้นมาคุยสิวะ" ซันกลับมาเขย่าตัวอีกฝ่ายอีกครั้ง
แต่ปฏิกิริยาตอบสนองยังคงเหมือนเดิม เขาจึงตัดสินใจกดรับ
"สวัสดีครับ"
"แกไปใคร!!!" ต้นสายตะคอกกลับมาจนซันเกือบหายเมาเป็นปลิดทิ้ง
"ผมเป็นรุ่นพี่ครับ" รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย
แล้วทำไมพอกูตื่นขึ้นมา ต้องโดนด่าด้วยวะ - -"
"แล้วแกอยู่กับเพ่ยได้ยังไง ทำไมมารับโทรศัพท์ได้ แล้วเพ่ยไปไหน!!!"
ซันไม่ใช่คนโง่อะไรมากมาย เล่นบทสนทนาเป็นอย่างนี้ ไอ้หมอนี่คงพ่อหวงน่าดู
ถึงจะตะหงิดๆอยู่บ้างเรื่องที่เป็นผู้ชายแต่ทำไมพ่อถึงหวงรุนแรงขนาดนี้ก็เถอะ
"อ๋อ เพ่ยลืมมือถือไว้ที่โต๊ะครับ เห็นบอกว่าจะไปหาอะไรกินหน่อย"
"แล้วนี่อยู่ที่ไหนกัน ดึกดื่นป่านนี้ทำไมไม่กลับบ้าน งานเลี้ยงอะไรเนี่ย!!!
แล้วเพ่ยไปกับใคร ผู้ชายหรือผู้หญิง ไปกันกี่คน แล้วบอกรึเปล่า
ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่!!!" ซันถึงกับอ้าปากค้าง ไม่เคยเจอ 108 คำถามอะไร
ที่มันสุดจะมาราธอนขนาดนี้มาก่อน แค่ฟังคำถามก็อยากจะกลับไป
เมาใหม่อีกรอบแล้ว จะตอบให้ทันกับคำถามที่ป้อนกลับมายิ่งสุดจะบรรยาย
เพราะฉะนั้นเรื่องจะให้คิดคำตอบให้สมเหตุสมผลยิ่งเป็นไปไม่ได้
คำตอบเลยวกไปวนมาประกอบกับสติสัมปชัญญะที่ยังกลับมาไม่ครบถ้วนดี
นี่ยิ่งไปกันใหญ่ ชายหนุ่มต้องขยี้ผมจนยุ่งเหยิง ทั้งมือทั้งขาทำท่าจะกระทืบอีกร่าง
ที่นอนขดสบายอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นมารับกรรมของตัวเองแต่ติดที่ไม่มีเวลา...
แต่ในที่สุดซันก็สามารถจบบทสนทนาลงได้อย่างองอาจว่า
"แล้วผมจะให้เพ่ยโทรกลับนะครับ" จากนั้นก็ต้องปลุกมันขึ้นมารับกรรม
พร้อมกับรอยกระทืบของกู...
"ไอ้บ้า! แกตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ" ซันดึงตัวของเพ่ยให้ลุกขึ้นนั่งถึงสองสามรอบ
เธอถึงจะปรือตาขึ้นมาได้
"ไอ้บ้าเอ๊ย! พ่อแกโทรมาลากคอกลับบ้านแล้ว"
"อะไรนะ!!!!" เพ่ยเบิกตาโพลงดึงคอเสื้อของอีกฝ่ายกลับ
"ก็พ่อแกโทรมาน่ะสิวะ ซักสารพัด แม่ง" ชายหนุ่มเอามือขยี้เส้นผมจนยุ่งเหยิง
"เฮ้ย..ป๊าโทรมาเหรอ เมื่อไหร่" เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีเขย่าคอเสื้อที่จับอยู่
จนซันโงนเงนไปหมด
"โว้ยยย! อย่าเขย่าสิเมิ๊ง ยังไม่สร่าง กูมึนโว้ย"
"เมื่อไหร่ ๆ โทรมาเมื่อไหร่ "
"เมื่อกี้ เพิ่งวางไป หยุดเขย่าเด้" ซันเริ่มเขย่ากลับบ้างเมื่อรู้สึกว่าพูดไป
ก็ไม่ได้ผล เพราะอีกฝ่ายมันเสียสติไปแล้ว
"แล้วแกรับรึเปล่า?" เพ่ยหยุดเขย่า ถามคำถามเดนตาย
"ก็ต้องรับสิวะ ไม่งั้นจะรู้เหรอว่าถามสาร...เฮ่ยๆๆ หยุดดึ๊ง!"
ซันเริ่มเขย่าคอเสื้อของอีกฝ่ายต่ออีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพ่ยออกแรงดึงอย่างบ้าคลั่ง
"โอ๊ย! ฉันต้องตาย ต้องตายแน่ๆ TOT"
"นี่กูก็กำลังจะตายเหมือนกัน T^T " จังหวะเดียวกับที่ทีมกับบารอนเปิดประตู
เข้ามาในห้อง เห็นทั้งสองคนกำลังโยกกันอย่างเมามัน
(อย่าเข้าใจผิด ไม่ได้โยกอย่างนั้น - -")
"นี่กูไม่นึกเลยว่ามันจะฟื้นพลังลมปราณขึ้นมาซัดเพลงกระบี่กันได้รวดเร็วขนาดนี้
- -" "
"ผมก็ไม่คิดเหมือนกันพี่ T-T "
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
เพ่ยน่ารัก
PS. 冬のホットするような青空の下. {เธอจากไปใต้ฟ้าครามยามเหมันต์}