สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • จอมโจรหยาดน้ำผึ้ง

    ตอนที่ 1 : บทนำ โจรปล้นใจ


         อัพเดท 21 พ.ย. 55
    กลับไปหน้าหลักของบทความ
    แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
    นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
    Tags: ยังไม่มี
    ผู้แต่ง : โรสิตา ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ โรสิตา Email : rose_neya(แอท)windowslive.com
    My.iD: http://my.dek-d.com/rose_neya
    < Review/Vote > Rating : 92% [ 14 mem(s) ]
    This month views : 277 Overall : 65,543
    476 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 314 คน ]

    [ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    จอมโจรหยาดน้ำผึ้ง ตอนที่ 1 : บทนำ โจรปล้นใจ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 891 , โพส : 7 , Rating : 60 / 12 vote(s)

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


    จอมโจรหยาดน้ำผึ้ง

    บทนำ

    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

    ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเรียกความสนใจจากสายตาหลายคู่ แม้จะอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความคับคั่งจอแจและความวุ่นวายของการเดินทาง นักท่องเที่ยวบางคนถึงกับหยุดให้ร่างในชุดยีนเก่าปอนผ่านไปก่อน เพราะนึกหวั่นกับคราบเลือดสดใหม่ที่ติดอยู่บนความขะมุกขะมอมของตัวเสื้อ ถึงรูปร่างและกล้ามเนื้อที่เห็นจะแข็งแกร่งและโดดเด่นเพียงใด ทว่าความเขียวครึ้มของหนวดเคราบนใบหน้าก็ทำให้ร่างนั้นดูน่ากลัวมากกว่าน่าเข้าใกล้อยู่ดี

     

    คามิน ไม่สนใจสายตาหวาดระแวงของผู้คน เพราะหัวใจร้อนรนจนไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งเหลือบไปเห็นตารางการบินที่แสดงว่าเครื่องบินจากลอนดอนมาถึงก่อนหน้านี้กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มยิ่งหงุดหงิดจนต้องหลุดสบถกับตัวเอง

     

    “เวรเอ๊ย ไอ้ครามนะไอ้คราม อุตส่าห์เตรียมตัวมาตั้งนาน พอถึงวันนี้กลับพลาดเสียได้ ให้มันได้อย่างนี้สิวะ” ร่างสูงยกมือเสยผมเพื่อคลายความร้อนพลางลองกวาดตามองหา ด้วยหวังว่าคนที่มาจากลอนดอนอาจจะยังอยู่ เพราะต้องจัดการเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทาง

     

    ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างขุ่นเคืองเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่อยากพบเจอ เขาเฝ้ารอวันนี้มาห้าปีเต็ม เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเพื่อต้อนรับการกลับมาของเธอ ทว่าทุกอย่างก็มีอันผิดพลาดไปเสียหมด เมื่อ “บานเย็น” แม่วัวท้องแก่ของเขาเกิดถูกมอเตอร์ไซค์ชนได้รับบาดเจ็บก่อนจะออกมา จึงต้องเสียเวลาดูแลพยาบาลกันอยู่นาน

     

    มือแกร่งหยิบรูปถ่ายในกระเป๋าเสื้อออกมา รอยยิ้มงดงามของหญิงสาวในภาพทำให้ความขุ่นเคืองในใจค่อยบรรเทาเบาบางลง เธอผู้นั้นมีใบหน้ารูปไข่มนสวย รับกับริมฝีปากสีชมพูบอบบาง และดวงตากลมโตวาวระยับ ขับให้ดวงหน้าดูหวานหยดเย้ายวน สมกับชื่อ “หยาดน้ำผึ้ง” ที่เจ้าตัวได้รับมา

     

    “อีกไม่นานหรอกหยาดน้ำผึ้งยอดรัก พี่จะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปไหนอีกเลย”  คามินยิ้มกับคนในรูปอย่างหมายมาด ถึงเวลาเสียทีที่เขาจะทวงสิทธิ์คู่หมั้นและว่าที่สามีจากเธอ

    *************************

    “ไหนคะพ่อ คนที่พ่อบอกว่าจะส่งมารับน้ำผึ้งน่ะ ไม่เห็นจะมีเลย นี่ขนาดน้ำผึ้งเสียเวลารอกระเป๋ากับตรวจหนังสือเดินทางเป็นชั่วโมงแล้วนะคะ ยังไม่มาอีกหรือ ใช้ไม่ได้ทั้งคนทั้งสนามบิน น่าโมโหที่สุด”

     

    แม้จะสวมแว่นกันแดดปกปิดไปเกือบครึ่งหน้า แต่หญิงสาวที่หอบเสื้อโค้ทเดินคุยโทรศัพท์สวนออกมาก็ทำให้หนุ่มๆมองตามจนเหลียวหลัง  ช่วงขาเรียวยาวสับก้าวรวดเร็วเป็นจังหวะ พาให้ชุดเดรสชีฟองที่เจ้าหล่อนสวมใส่พลิ้วสะบัดอย่างมีชีวิตชีวา แสงแดดที่ทอทอดผ่านบานกระจกเข้ามา ส่องกระทบเรือนผิวขาวละเอียดจนเกิดประกายเรื่อเรือง เสริมให้เรือนร่างโปร่งบางนั้นดูผุดผ่องลออตาราวกับประติกรรมชั้นดี

     

    “เขาบอกว่ามาถึงแล้วหรือคะ ช่างเถอะค่ะ น้ำผึ้งไม่รอแล้ว คนไม่รักษาเวลา ไว้เจอกันที่บ้านนะคะพ่อ น้ำผึ้งจะขึ้นแท็กซี่กลับเอง”

     

    หยาดน้ำผึ้งหยุดเดินเพื่อขยับคลายผ้าพันคอ เพราะทนอากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทยไม่ไหว สภาพอากาศที่เจอว่าร้อนแล้ว พอมาเจอเรื่องให้หงุดหงิดยิ่งทำให้ร้อนรุ่มเข้าไปใหญ่ ดูเหมือนว่าการกลับสู่แผ่นดินเกิดครั้งนี้ จะไม่มีอะไรให้น่าประทับใจเอาเสียเลย

     

    ยิ่งอยู่นาน ยิ่งน่าเบื่อ

     

    คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายกับตัวเอง หลังจากจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์มาด้วยผลการเรียนแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อเรียกตัวกลับเมืองไทยเพื่อเรียนรู้งานบริหาร ในฐานะทายาทคนเดียวของคุณไกรยศ เจ้าของธุรกิจผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชื่อดัง ทั้งๆที่ไม่ใช่ทางถนัดของเธอแม้แต่นิดเดียว

     

    เดี๋ยวก็ได้ขาดทุนกันย่อยยับกันพอดีหรอก

     

    แทนที่จะต้องปวดหัวเคี่ยวเข็ญเธอ สู้เอาเวลาไปจ้าง CEO เก่งๆมาบริหาร ส่วนตัวเองนั่งรอรับเงินปันผลสบายๆ น่าจะเข้าท่ากว่า

     

    เพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อยไม่ทันระวัง จึงไม่ทันสังเกตนักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คที่เดินตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่สะพายอยู่บนหลังเหวี่ยงเข้าใส่ร่างแบบบางจนเสียหลัก พลิกหล่นจากรองเท้าส้นสูง แว่นกันแดดหลุดกระเด็น ในขณะที่เจ้าตัวถลาวูบลงไปนั่งกองอยู่กับคนบนเก้าอี้ข้างทาง

     

    คามินสะดุ้ง หลุดจากภวังค์ เมื่อจู่ๆภาพรอยยิ้มสดใสของคู่หมั้นสาวก็ถูกแทนที่ด้วยต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงของใครบางคน กลิ่นหอมละมุนที่กรุ่นอยู่ในอ้อมกอดยังไม่เท่ารสสัมผัสนุ่มนวลเต็มตึงบนฝ่ามือ ชายหนุ่มตกใจทำอะไรไม่ถูกในทีแรก ก่อนจะได้สติเมื่อได้ยินเสียงร้องเบาๆจากคนบนตัก

     

    ใบหน้าสวยพิสุทธิ์ที่ลอยเด่นอยู่แนบอกทำเอาคามินหัวใจโลดแรง ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น ใบหน้านี้ไม่ใช่หรือที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งยามหลับยามตื่น จากภาพฝันประพิมพ์ประพายที่ถวิลหา นับวันรอคอยที่จะได้พบหน้า บัดนี้ตัวจริงเสียงจริงได้มาปรากฏอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว

     

    หยาดน้ำผึ้งยอดรักของพี่

     

    หยาดน้ำผึ้งกะพริบตาถี่ๆด้วยสีหน้าเหยเก สิ่งแรกที่มองเห็นคือใบหน้าเข้มขรึมของชายคนหนึ่ง ไรเคราเขียวครึ้มที่ประดับอยู่ตามแนวคางทำให้ยากจะบอกได้ ว่าแท้จริงแล้วภายใต้ความรกเรื้อนั้นเป็นเช่นไร ทว่าที่แน่ๆ ดูแล้วไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย

     

    แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้น แต่หยาดน้ำผึ้งกลับไม่อาจถอนสายตาจากชายหนุ่มตรงหน้าได้ อาจเป็นเพราะแววตาสีนิลวาววามที่ทอดมองมา แววตาคมกริบเด็ดขาดที่แฝงความอ่อนโยนและยั่วเย้าอยู่ในทีแววตาที่เหมือนของใครบางคน

     

    คนที่เธอต้องการลืมให้หมดไปจากใจ

     

    คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็สะบัดหน้าหนี ห้าปีที่ผ่านมาเพียงพอแล้วที่เธอจะสะกดคำว่าลืมลงไป

    ในสมองและหัวใจ เสียงใสเอ่ยขอโทษห้วนๆ ก่อนเบือนสายตากลับไปยังจุดเกิดเหตุ โดยไม่ทันสังเกต ว่าเรียวปากหยักงามภายใต้หนวดเครานั้นกำลังฉาบแต้มด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี

     

    สภาพที่เห็นทำเอาคนอารมณ์ร้อนโมโหกรุ่น รองเท้าส้นสูงราคาแพงของเธอส้นหักเสียหาย สายขาดร่องแร่งจนเพิ่งรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อเท้า ในขณะที่คู่กรณีเดินลิ่วหนีโดยไม่คิดจะมีแก่ใจหันมาเหลียวแล ร่างระหงเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า โขยกเขยกลุกถอดรองเท้าที่เหลืออีกข้าง

     

    เขวี้ยงตามหลังไปอย่างไม่นึกเสียดาย!

     

    ระดับคุณหนูหยาดน้ำผึ้ง แค่รองเท้าคู่ละไม่กี่หมื่น ไม่กระเทือนแม้แต่ปลายเส้นผม

     

    “เฮ้ย” คามินอุทานแผ่ว เมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงของคู่หมั้นสาวกระแทกเข้ากับหลังคอของนักเดินทางตัวโต เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเธอมีเพียงใบหน้าและดวงตาเท่านั้นที่หวานหยดปานหยาดน้ำผึ้งสมชื่อ ส่วนนิสัยน่ะหรือ...

     

    แสบสันร้ายกาจยิ่งกว่าพริกป่นผสมน้ำส้มสายชู

     

    ตลอดห้าปีมานี้ เขาได้รับรายงานจากนักสืบที่สั่งให้คอยติดตามดูแลความปลอดภัยให้เธอว่า ด้วยนิสัยดื้อรั้น ไม่ยอมใครของเจ้าตัวทำให้หยาดน้ำผึ้งมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นอยู่เสมอ เรียกได้ว่าใครแรงมา เธอแรงตอบไม่มีลดละ พาเอาเขาต้องพลอยว้าวุ่นใจเพราะความเป็นห่วงอยู่ร่ำไป

     

    ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างปลงๆกับความตึงเครียดตรงหน้า นักท่องเที่ยวคนนั้นหันมามองหยาดน้ำผึ้งสลับกับรองเท้าเจ้าปัญหาของเธอด้วยสายตาเอาเรื่อง ในขณะที่คนของเขาก็ใช่ย่อย ร่างบางน่าถนอมยืนจังก้า ดวงตาลุกเรืองพร้อมลุย

     

    “ทำบ้าอะไรของคุณ” ร่างสูงใหญ่ตามแบบชาวตะวันตกกรากเข้าหาคู่กรณีด้วยความโมโหปนอับอายที่ถูกดูหมิ่นซึ่งหน้า คามินเห็นท่าไม่ดีรีบสาวเท้าเข้าประกบคู่หมั้นสาวทันที

     

    “ช่วยเตือนสติคนไม่มีมารยาทไง ท่าทางที่บ้านคุณจะไม่มีใครคอยอบรมสั่งสอนสินะ เดินชนคนอื่นน่ะ รู้จักขอโทษน่ะเป็นไหม หรือไม่ก็ควรจะหันมามองสักหน่อยว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนบ้าง เดินหนีไปดื้อๆแบบนี้ เขาเรียกว่าพิการทางจิตสำนึก”

     

    เสียงใสยักไหล่ตอบด้วยสำเนียงอังกฤษชัดเปรี๊ยะ ลื่นไหลไม่แพ้เจ้าของภาษา ชนนิดชนหน่อยน่ะเธอไม่ว่า แต่ถ้ามาทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ล่ะก็...เป็นได้เห็นดีกัน

     

    มารยาททางสังคมเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน หากเรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ ก็อย่าคิดก้าวออกมาจากบ้านให้คนอื่นเดือดร้อนเลย

     

    คามินถึงกับยกมือคลึงขมับ เมื่อได้ยินคำพูดเผ็ดแสบจากกลีบปากแสนหวาน คิดไม่ผิดเลยที่อาสาคุณอาไกรยศมารับหยาดน้ำผึ้งด้วยตัวเอง เพราะหากใช้คนอื่นมา คงไม่มีใครเอาแม่เจ้าประคุณอยู่เป็นแน่

     

    ใบหน้าขาวๆแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดเมื่อคนฟังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ชายผู้นั้นสืบเท้าเข้าหาสาวปากกล้าด้วยท่าทีคุกคาม หากยังไม่ทันถึงตัวก็ต้องหยุดชะงัก เพราะร่างหนาหนักของคามินรีบปราดเข้าขวางได้ทันท่วงที

     

    คามินใช้พละกำลังที่มีมากกว่าตรึงข้อมือของอีกฝ่ายแน่น ไม่ยอมให้มีสิ่งใดมาระคายเคืองเนื้อนวลให้ช้ำชอก ถึงการกระทำของหยาดน้ำผึ้งจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกนัก แต่ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเธอ

     

    คู่หมั้นของเขา เขาสั่งสอนเอง คนอื่นอย่าได้บังอาจ

     

    “ปล่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ อย่ายุ่งดีกว่า” แรงบีบหนักหน่วงจากฝ่ามือแข็งแกร่งทำเอาเจ้าของข้อมือต้องกัดฟันบอก รัศมีอันตรายบางอย่างที่แฝงลึกอยู่บนใบหน้าเข้มดุนั้นเตือนให้รู้ว่า เขาไม่ควรมีปัญหากับมันเลย

     

    “คุณไปเสียเถอะ อย่ามายืนทะเลาะกับผู้หญิงเลย ไม่มีใครเขาชื่นชมหรอก” เสียงทุ้มเอ่ยเนิบนาบ ขัดกับแววตาแข็งกร้าวน่ากลัว

     

    แม้จะแปลกใจว่าเพราะเหตุใดชายแปลกหน้าถึงได้เข้าช่วยเหลือ แต่เมื่อเห็นตัวเองเป็นต่อ หยาดน้ำผึ้งก็ไม่รอช้าที่จะกรีดเสียงลงไปอีก

     

    “ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยเขาเถอะ คนเขาจะได้รู้ไปเลยว่าผู้ชายคนนี้นอกจากจะไม่มีมารยาทแล้ว ยังไม่เป็นสุภาพบุรุษ ชอบรังแกมนุษย์เพศเดียวกับผู้ให้กำเนิดอีกด้วย”

     

    คำพูดท้าทายของหญิงสาวทำเอาอารมณ์ที่กำลังจะสงบพุ่งพล่านขึ้นมาอีก นักท่องเที่ยวใจร้อนดึงดันฝ่าการกางกั้นของคามินจะไปเอาเรื่องคนพูด จนชายหนุ่มต้องผลักออกเพื่อตัดปัญหา ใบหน้าคร้ามคมเหลียวมองคู่หมั้นตัวแสบแวบหนึ่งพลางนึกคาดโทษในใจ

     

    รอให้เขาจัดการเรื่องไอ้ยักษ์นี่ให้เรียบร้อยก่อนเถอะ

    เธอเองก็จะโดนไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

     

    ร.ป.ภ.ของสนามบินวิ่งกรูกันเข้ามาระงับเหตุ เมื่อเห็นว่าเรื่องราวชักจะบานปลายใหญ่โต เสียงสบถโวยวายเป็นภาษาอังกฤษดังลั่นเพราะอับอายที่ถูกประจานต่อหน้าผู้คน ยิ่งเห็นสายตาเหยียดหยันของหญิงสาวคู่ปรับ ยิ่งต้องหาวิธีเอาคืนเพื่อรักษาหน้า

     

    “ถ้าต้องการเรียกร้องความสนใจจากผม ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย แค่เสนอราคามา ผมก็พร้อมจะไปกับคุณแล้ว”

     

    คามินฟังแล้วเลือดขึ้นหน้า มือหนากำแน่นหมายจะซัดคนปากเสียให้สาสม หากยังช้ากว่าคนด้านหลังที่หยิบรองเท้าข้างที่ตกอยู่ขว้างใส่ปากคนพูดทันที

     

    “ถ้าปากว่างมากนักก็คาบเอาไว้ จะได้ไม่พ่นอะไรไม่คิดออกมาอีก ก่อนจะสำรอกอะไรออกมาน่ะ หัดส่องกระจกดูสารรูปตัวเองเสียบ้างนะ ดูซิว่าตั้งแต่หัวจดเท้ามีอะไรให้น่าสนใจบ้าง” หยาดน้ำผึ้งหยุดนิดหนึ่งเพื่อพักหายใจ ดวงตาสุกใสจ้องจิกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับจะเหยียบคู่อริให้จมดินในความรู้สึก ก่อนแค่นเสียงเยาะ

     

    “หึ สภาพแบบนี้ต่อให้ยืนเรียกแขกทั้งปี ก็ยังไม่พอค่ารองเท้าฉันที่คุณทำขาดเลย แต่ไม่เป็นไรนะ ฉันจะถือว่าทำทาน เพราะหน้าอย่างนี้คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสรองเท้าดีๆเท่าไหร่หรอก”

     

    กองเชียร์หนุ่มๆพากันร้องซี้ดกับความแสบจนเลือดซิบของสาวน้อยหน้าหวาน ไม่เว้นแม้แต่คนห้ามอย่างคามินที่กดยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ

     

    นี่แหละ อเมซิ่งไทยแลนด์ของจริง

     

    เหล่านักท่องเที่ยวและพนักงานสาวๆเริ่มจับกลุ่มซุบซิบ สายตาที่มองชายผู้มีรอยรองเท้าประทับบนปากเต็มไปด้วยความสมเพชมากกว่าจะเห็นใจ บางคนถึงกับแสดงความรังเกียจผ่านทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดจนคนถูกมองหน้าชา

     

    ความอับอายทำให้ชายหนุ่มสะบัดตัวหลุด ร.ป.ภ.พลางแสร้งยกมือขยับกรามแก้เกี้ยว รสปร่าของเลือดในปากประกอบกับสายตาประณามของคนรอบกายตอกย้ำให้รู้ว่ายิ่งยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ก็รังแต่จะยิ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง สุดท้ายจึงได้แต่กัดฟันตะโกนกลับ

     

    “ผู้หญิงปีศาจ ใครอยู่ใกล้ต้องโชคร้ายทุกคน” พูดจบมือหยาบก็ต้องรีบดึง ร.ป.ภ.สองคนมาเป็นเกราะกำบังเมื่อเล็บสีชมพูของปีศาจสาวกางตะปบเข้าใส่ใบหน้า ตามมาด้วยเสียงเอ็ดตะโรทั้งไทยทั้งอังกฤษปนกันลั่น

     

    คามินรีบล็อกตัวคู่หมั้นเลือดร้อนเอาไว้สุดกำลัง เมื่อเธอดึงดันจะพุ่งตามไปเอาเรื่องไอ้ยักษ์ปากเสียที่รีบเดินลิ่วๆหนีไป หยาดน้ำผึ้งทั้งดิ้นทั้งสะบัด ปากก็โวยวายไม่มีซ้ำคำ

     

    “ปล่อยนะ ปล่อยฉันสิ ฉันจะไปสั่งสอนมัน หน็อย ไอ้กุ๊ยปากเสีย มาหาว่าฉันเป็นปีศาจ แกต่างหากที่เป็นตัวซวย อยู่ที่ไหนก็มีแต่พินาศย่อยยับ ฉันขอทำนายไว้เลยนะ คนนิสัยอย่างแกน่ะ ไม่มีวันได้ตายดีหรอก”

     

    “หยุดได้แล้ว” คามินเตือนเสียงต่ำพลางออกแรงกอดรัด จนร่างเล็กบอบบางแทบจะกลืนหายเข้าไปในอก กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อสาวลอยกรุ่นอยู่ชิดปลายจมูกชวนให้หัวใจชายป่วนปั่นหวั่นไหว ลึกไปกว่านั้นคือความรู้สึกหวงแหนที่กระหึ่มก้อง ความหอมหวานปานอาหารทิพย์ในอ้อมแขนนี้ คือของขวัญแสนวิเศษที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อเขาเพียงผู้เดียว

     

    “ไม่หยุด ทำไมฉันต้องหยุด ในเมื่อฉันไม่ผิด ถ้าไอ้ฝรั่งปากกระโถนนั่นไม่มาขอโทษฉัน ฉันไม่หยุดหรอก ตำรวจ ตำรวจอยู่ไหน ฉันจะแจ้งตำรวจ จะลากคอมันเข้าตะราง มันจะได้รู้เสียบ้าง ว่าอย่ามาดูถูกผู้หญิงไทยอีก”

     

    “ถ้ายังไม่หยุด ผมจูบคุณโชว์ตรงนี้แน่” ร่างสูงกระซิบรอดไรฟัน นางสิงห์สาวจึงหันขวับมาจ้องเล่นงานเขาแทน

     

    “ถ้าอยากให้ผมปิดปากคุณด้วยวิธีของผม ก็ลองอาละวาดดูสิ”

     

    เสียงเข้มๆและแววตาเอาจริงของชายหนุ่มหยุดคำพูดทุกอย่างได้ชะงัด หยาดน้ำผึ้งเผลอกัดริมฝีปากป้องกัน ไม่ได้กลัว แต่แค่ไม่อยากเสี่ยง หน้าตาเหี้ยมโหดออกอย่างนั้น ไม่รู้ว่าฆ่าข่มขืนมากี่คนแล้ว

     

    โถ นึกว่าจะเก่ง คามินกลั้นยิ้มแทบแย่ยามเห็นแววตื่นตระหนกในดวงตาคู่งาม เขาหรือก็นึกว่าเธอจะพยศกว่านี้อีกสักหน่อย จะได้หาเรื่องจูบริมฝีปากอิ่มๆนั่นให้หายมันเขี้ยวสักที

     

    “ปล่อยฉันได้แล้ว” คุณหนูคนงามสั่งเสียงแข็ง ดวงตาวาววับจับจ้องไปที่ฝ่ามือคล้ำแดดซึ่งยังคงโอบรัดอยู่รอบบั้นเอวบาง ไม่รู้ว่าเธออุปาทานไปเองหรือเปล่าหนอ ที่รู้สึกถึงกระแสความคะนึงหาลึกล้ำถ่ายทอดผ่านฝ่ามือนั้นมาด้วย

     

    คามินเลิกคิ้วสูง นอกจากจะไม่ยอมปล่อยมือจากเอวคอดตามคำสั่งแล้ว ยังแกล้งออกแรงตวัดรั้ง จนร่างน้อยเซเข้าไปปะทะอกกว้าง ปลายจมูกเชิดรั้นสัมผัสเข้ากับแผ่นอกแน่นตึงที่เจ้าของปลดกระดุมออกถึงสามเม็ด กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นกายแบบผู้ชายแท้ๆกระตุกหัวใจสาวให้วาบไหวแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นกลัวเมื่อเจอเข้ากับคราบเลือดคาวคลุ้งบนตัวเสื้อ

     

    โจร โจรแน่ๆเลย

     

    หยาดน้ำผึ้งสะบัดตัวออกจากวงแขนหนาหนักทันทีที่เขาเผลอ แต่ไม่อาจเป็นอิสระเมื่อนิ้วทั้งห้าของคามินสอดประสานเข้ากับนิ้วเรียวของเธอแนบแน่น ทำเอาหน้าสวยเผือดสีลงทันควัน

     

    “ถ้าคุณร้อง ผมจูบจริง มากับผม ผมนี่แหละคือคนที่คุณอาไกรยศส่งมารับคุณ”

     

    คามินขัดขึ้นอย่างรู้ทันความคิดของหญิงสาว อาการเกร็งและความเย็นเยียบใต้ฝ่ามือบอกได้ว่าเธอคงกลัวเลือดวัวบนเสื้อนั่น อันที่จริงเขาก็ตั้งใจว่าจะอาบน้ำ โกนหนวด โกนเคราก่อนมา แต่เพราะเวลากระชั้นนักหนา จึงต้องรีบมาทั้งเลอะๆอย่างนี้เลย

     

    หยาดน้ำผึ้งขืนตัวไม่ยอมขยับ มั่นใจว่าคุณไกรยศไม่มีวันส่งนายโจรห้าร้อยนี่มารับลูกสาวสุดที่รักเป็นแน่

     

    “รีบไปกันเถอะ ป่านนี้คุณพ่อคุณคงรอแย่” ร่างระหงยังนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจนคามินต้องยื่นคำขาด

     

    “เลือกเอา จะไปดีๆหรือจะให้อุ้มไป” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่ทำท่าจะอุ้มจริงๆ ท่าทางข่มขู่คุกคามของเขาทำเอาหยาดน้ำผึ้งฮึดขึ้นมา จึงแว้ดกลับเข้าให้บ้าง

     

    “ไม่ต้องขู่ ฉันไปเองได้ ปล่อยสักทีสิ” ดวงตาคมปลาบเต้นระริกด้วยความขบขัน ก่อนจะยักไหล่ ดึงมือบางเดินไปมันดื้อๆ

     

    ไม่ได้หรอก ขืนปล่อยตอนนี้ แม่ตัวดีเป็นได้แผลงฤทธิ์ให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้าอีกแน่นอน

     

    หยาดน้ำผึ้งจำต้องเดินตามการจับจูงของคนตัวโตไปแบบกระแทกกระทั้น เรียวปากจิ้มลิ้มเม้มแน่นด้วยความเจ็บใจที่ต้องตกเป็นเชลยของเขาอย่างไม่มีทางเลี่ยง หลายครั้งที่เธออยากจะสะบัดมือออกแล้วร้องให้คนช่วย แต่แรงบีบเบาๆ และนิ้วโป้งที่คลึงอ้อยอิ่งอยู่บริเวณหลังมือก็คอยเตือนแกมขู่อยู่ตลอดเวลา

     

    ขู่จริงนะตายักษ์บ้า รอให้ถึงทีฉันบ้างเถอะ แม่จะทำยิ่งกว่าร้องให้ดู หญิงสาวย่นจมูกอย่างน่ารัก เป็นจังหวะที่ชายหนุ่มหันมาพอดี

     

    “ถ้าคิดว่าผมแค่ขู่ จะลองโวยวายดูก็ได้นะหยาดน้ำผึ้ง” เสียงเข้มเปรยขึ้นคล้ายจะล่วงรู้ความในใจ หน้าใสจึงแยกเขี้ยวให้ความหมั่นไส้  ตั้งแต่เกิดมาเธอมีแต่คนคอยพินอบพิเทาเอาใจ ไม่เคยมีใครอวดดีถึงขนาดกล้าขึ้นเสียงบังคับขู่เข็ญเธอเลยสักคน

     

    แน่ใจหรือว่าไม่มีเสียงในใจกระซิบขึ้นจนเธอสะท้านเยือก ภาพบางอย่างที่ผุดขึ้นในมโนสำนึกให้ความรู้สึกมากกว่าจะเป็นการบังคับขู่เข็ญ ตอกย้ำให้ต้องหวนระลึกถึงใครคนหนึ่ง

     

    คนที่อุกอาจถึงขนาดขโมยจุมพิตแรกในชีวิตสาวไปจากเธอ!

     

    คุณหนูแสนหยิ่งยกมือขึ้นแตะริมฝีปากอย่างเผลอไผล ทั้งน้ำเสียงเอาแต่ใจ ความหวานซึ้งรุนแรงที่ประทับลงมา และรสสัมผัสหวิวหวามที่ซ่านอยู่ในทุกอณูเนื้อ ยังคงติดตรึงในใจไม่รู้วาย แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตามที

     

    “คิดถึงใครอยู่ ใจลอยเชียว” เสียงห้วนกระด้างของคามินทำเอาหญิงสาวได้สติ หยาดน้ำผึ้งสะบัดหน้าพรืดจนน่ากลัวว่าคอจะเคล็ด ตอบเสียงกระด้างปานกัน

     

    “เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ” คามินหรี่ตามองใบหน้าเชิดๆนั่นเพียงครู่ ริมฝีปากสีเข้มเหยียดยิ้มเห็นไรฟันขาวเป็นระเบียบ เอ่ยเสียงเรียบทว่าทรงอำนาจ

     

    “แน่ใจหรือว่าไม่เกี่ยว ขอให้รู้ไว้นะหยาดน้ำผึ้ง เรื่องของคุณก็คือเรื่องของผม เราสองคนต้องเกี่ยวข้องกันไปตลอดทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดถึงคนอื่นให้เสียเวลาเลย”

     

    ไม่รอให้เสียงใสสวนกลับ ชายหนุ่มก็จัดการช้อนอุ้มร่างอรชรเข้าสู่วงแขน พาเดินดุ่มๆออกไปที่ลานจอดรถทันที

     

    หยาดน้ำผึ้งเอาแต่ยืนงงในสิ่งที่เขาพูดจึงไม่ทันระวังเมื่อถูกอุ้มกอดราวกับเป็นตุ๊กตา แพขนตาหนากะพริบถี่ ยังตั้งตัวไม่ถูกที่ปลายเท้าไม่แตะพื้น ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกัน เหตุใดนายหน้าโหดคนนี้จึงพูดและทำกับเธอเหมือนเป็นสมบัติส่วนตัวก็ไม่ปาน

     

    “ไหนว่าถ้าฉันเดินไปดีๆแล้วจะไม่อุ้มไง” เธอถามเสียงอ่อนลง ไม่กล้าออกฤทธิ์มากเพราะลานจอดรถไม่มีใครให้ขอความช่วยเหลือ จะดิ้นมากก็ไม่ได้ เพราะยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไร เนื้อนุ่มๆของเธอก็จะยิ่งเสียดสีไปกับเนื้อตัวแกร่งร้อนของเขา สร้างความรู้สึกวูบวาบเสมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านผิวกาย

     

    “จะเดินไปได้ยังไง พื้นทั้งหยาบทั้งสกปรกอย่างนี้ เดี๋ยวเท้าก็ได้แตกยับพอดีหรอก หยุดดิ้นแล้วกอดผมไว้ให้ดี ตกลงมาเจ็บตัวจะไม่คุ้มกัน” แม้เสียงตอบจะดุเข้ม แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยเอาใจใส่ หยาดน้ำผึ้งเพิ่งนึกได้ว่าเท้าบอบบางของเธอไม่มีสิ่งใดห่อหุ้ม แต่มันไม่ใช่ข้ออ้างที่จะให้เขาอุ้มเธอไปไหนมาไหนก็ได้ตราบใดที่เธอไม่ยินยอม

     

    แต่อย่างที่เห็น พูดไปก็เจ็บคอเปล่า นายมนุษย์หินหน้ามึนนี่เคยฟังเธอเสียที่ไหน ถึงเธอไม่ยอมเขาก็หาวิธีมาบีบบังคับเธอจนได้อยู่ดี ในที่สุดหญิงสาวจึงต้องปล่อยให้เขาอุ้มไปอย่างเซ็งๆ

     

    หากรู้ว่าสู้แล้วไม่ชนะ ควรหยุดเพื่อหาจังหวะ ดีกว่าจะดันทุรัง

     

    คามินเหลือบมองอาการฮึดฮัดขัดใจของคนในอ้อมกอดแล้วอมยิ้มเอ็นดู จากแม่หนูน้อยขี้แยที่เขาคอยอุ้มกระเตงไปไหนต่อไหน บัดนี้เธอได้เติบโตเป็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง และพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าสาวของเขาอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว

     

    แม้จะหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด แต่หยาดน้ำผึ้งก็ลอบสังเกตท่าทางของชายแปลกหน้าอยู่ตลอดเวลา สัญชาตญาณบางอย่างบอกว่าเขาเป็นคนที่เธอรู้จัก ทว่าการแสดงออกของเขาทำให้เธอตะขิดตะขวงในใจ ชายผู้นี้ไม่เพียงแสดงถึงสิทธิ์ขาดในตัวเธอ แต่ยังแสดงอำนาจเหนือเธออีกด้วย

     

    เขาเป็นใครกันแน่

     

    ดวงตาขลับหวานไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น ยามถูกพามาหยุดหน้ารถโฟร์วีลที่ขะมุกขะมอมด้วยคราบโคลนเหมือนเพิ่งบุกออกจากป่าที่ไหนมา แล้วแบบนี้จะให้เธอทำใจเชื่อได้อย่างไร ว่ามันจะพาเธอไปส่งถึงบ้านจริงๆ

     

     คามินเปิดประตูแล้วค่อยๆวางร่างบางลงบนเบาะอย่างทะนุถนอม ภายในรถดูเรียบร้อย เป็นระเบียบผิดกับภายนอก น้ำหอมปรับอากาศที่เหมือนเพิ่งจะซื้อมาส่งกลิ่นกรุ่นกำจาย เบาะนั่งและพรมปูพื้นสะอาดเอี่ยม ขัดกับหน้าตาท่าทางของคนขับลิบลับ

     

    “ว้าย นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ จะถ้ำมองใต้กระโปรงฉันหรือ” มือเรียวรีบดึงชายกระโปรงลงมาให้มิดชิดที่สุดพลางขยับตัวหนีเมื่อร่างสูงทรุดตัวลงนั่งตรงปลายเท้า แต่ชายหนุ่มกลับขัดขึ้นเสียงต่ำ

     

    “ผมไม่จำเป็นต้องลักกินขโมยกินอย่างนั้นหรอก ไหน ขอผมดูข้อเท้าหน่อย ล้มแรงขนาดนั้นคงได้มีเคล็ดกันบ้างล่ะ” เศษฝุ่นบนฝ่าเท้าบอบบางถูกมือหยาบปัดออกให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจับพลิกซ้ายพลิกขวา แล้วกดลงไปจนเธอร้องลั่น

     

    “โอ๊ย เจ็บนะ อย่าบีบสิคุณ”

     

    “ที่ข้อคงเคล็ดนิดหน่อย ไม่เป็นไร กลับบ้านไปแช่น้ำเย็นๆคงดีขึ้น ทีนี้คงเลิกใส่ได้สักทีนะ ไอ้รองเท้าส้นสูงเนี่ย ตัวคุณก็ไม่ได้เตี้ยสักหน่อย จะยอมเมื่อยใส่ไปทำไม รู้ไหมว่ามันอันตราย ไหนจะกระโปรงสั้นๆอีก อวดเข้าไปสิ ขาน่ะ ใส่ให้มันยาวกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง” เขาบ่นว่าเหมือนตาแก่หัวโบราณ เล่นเอาคนฟังกะพริบตาปริบๆ

     

    “นี่ มากไปแล้วนะ ฉันจะแต่งตัวแบบไหน แล้วมันเดือดร้อนอะไรคุณ ขนาดพ่อฉันยังไม่เคยว่าฉันขนาดนี้เลย” หยาดน้ำผึ้งแหวใส่ทันทีที่ตั้งสติได้ แต่คามินกลับคลี่ยิ้มดุ

     

    “ถ้าไม่หวง ไม่ห่วง ก็คงไม่มีใครเขาเป็นเดือดเป็นร้อนด้วยหรอก คนเราถ้าไม่มีใจ จะต้องคอยกระวนกระวายกับเรื่องคนอื่นทำไมกัน” ยิ่งฟังเขาพูด หยาดน้ำผึ้งก็ยิ่งงง จนในที่สุด...ไม่ไว้วางใจ น้ำเสียงต่อมาจึงเต็มไปด้วยความถือตัว

     

    “สิ่งแรกที่คุณควรจะรู้ไว้ในฐานะคนที่พ่อส่งให้มารับฉันก็คือ อย่าขัดใจฉัน ไม่ว่าฉันจะสั่งให้คุณทำอะไร คุณมีหน้าที่ต้องทำตาม ถ้าฉันบอกว่าจะกลับเอง คุณก็ไม่สิทธิ์ห้าม หลีก” ร่างระหงกระย่องกระแย่งลงจากรถ แต่ช้ากว่าคามินที่คว้ามือน้อยได้ทันท่วงที

     

    “เสียใจหยาดน้ำผึ้ง ผมไม่ใช่คนที่ต้องคอยทำตามคำสั่งของคุณ ถ้าผมบอกให้คุณไปกับผม คุณก็ต้องไป ขึ้นรถ” เขาสั่งเสียงห้วน แววตาดุปลาบจนหญิงสาวชักฝ่อ แต่ยังเชิดหน้าตอบ

     

    “ไม่ไป คุณเป็นใครถึงมาออกคำสั่งกับฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกให้พ่อเล่นงานคุณ” ใบหน้าเข้มขรึมแสยะยิ้มเครียด ลูกแก้วสีนิลอัดแน่นด้วยอารมณ์หลากหลายจนยากจะคาดเดา ก่อนเอ่ยเสียงรอดไรฟัน

     

    “จำไม่ได้จริงๆน่ะหรือว่าผมเป็นใคร ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยทบทวนความทรงจำให้คุณเอง”

     

    ฉับพลันวงแขนกำยำก็จับร่างนิ่มเนื้อยัดใส่รถ ก่อนรีบวิ่งอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วจัดการกดล็อกประตูทันที หยาดน้ำผึ้งเอื้อมมือจะไปกดเปิด แต่กลับถูกเขารวบกอดไว้ทั้งตัว เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงโวยวายให้คนช่วยลั่น

     

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะน้ำผึ้ง” คามินสั่งเฉียบ ขี้หูแทบเต้นระบำเมื่อเจอเสียงพิฆาตของคู่หมั้นสาว แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หยาดน้ำผึ้งหลับหูหลับตาตะโกนกรีดร้อง ซ้ำยังทั้งดิ้นทั้งทุบ จิกตีหยิกข่วนชายหนุ่มไม่นับ

     

    “ไม่หยุด ปล่อยฉันนะไอ้โจรโรคจิต ถ้าคิดจะเรียกค่าไถ่จากฉันก็บอกมาเลยว่าต้องการเท่าไหร่ ฉันจะได้เซ็นเช็คให้ ไม่ต้องจับตัวฉันไปให้เสียเวลาหรอก ปล่อยสิ”

     

    เมื่อเห็นเขายังกอดรัดแน่น คุณหนูนกหวีดจึงโก่งคอตะเบ็งเสียงต่อ คราวนี้จงใจให้ดังกว่าเก่าเพราะต้องการเอาชนะ คามินพยายามยกมือปิดปากก็ถูกกัดจนต้องสะบัดหนี  สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทาบทับริมฝีปากลงไปเพื่อดูดกลืนเสียงร้องนั้นทันที

     

    ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ โลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ จุมพิตดุดันของเขาไม่เพียงมีผลต่อพละกำลัง แต่ยังสะกดลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ ร่างบางดิ้นอึกอัก เสียงร้องดังอู้อี้อยู่แค่ในลำคอ มือน้อยขยำขยี้ลงไปบนเสื้อยีนเนื้อดี ก่อนจิกปลายเล็บเข้าที่ท่อนแขนหนั่นหนา ความคมของเล็บเจาะผ่านเนื้อผ้า แทงทะลุเข้าสู่ผิวหนังจนเลือดซึม

     

    คามินไม่แยแสกับความเจ็บปวดที่ต้นแขน เพราะความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่แต่ที่กลีบปากฉ่ำหวานที่ถูกเขาบดคลึงจุมพิตลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยาดน้ำผึ้งพยายามดิ้นรนต่อต้านทั้งที่อ่อนแรงเต็มทน ไรหนวดสากระคายครูดเสียดสีกับเนื้ออ่อนๆ เกิดรอยผื่นแดงเป็นทางยาว

     

    สุดท้ายหยาดน้ำผึ้งก็ต้านทานพายุอารมณ์ร้อนแรงของเขาไม่ไหว นิ้วจิกเกร็งค่อยๆคลายออกเปลี่ยนเป็นกำรอบต้นแขน เช่นเดียวกับดวงตาที่หรี่ปรือเมื่อความหนักหน่วงเร่าร้อนถูกแทรกด้วยความอ่อนโยนอ่อนหวาน ริมฝีปากที่เคยบดเบียดเพื่อเอาชนะเปลี่ยนมาเป็นละเลียดแผ่วๆ เคล้าคลอเอาอกเอาใจจนหญิงสาวเพริศเตลิดไปในห้วงหฤหรรษ์อันลึกล้ำยากจะหยั่งประมาณ

     

    ในช่วงเวลาที่กำลังลอยล่องอยู่ในภวังค์แห่งความหวาน ภาพในวันวานก็ค่อยๆหมุนย้อนกลับมา ความวาบหวามรัญจวนของจุมพิตที่บรรจงป้อนซ้อนทับเป็นเนื้อเดียวกับรสสัมผัสที่เคยจูบประทับไว้ก่อนหน้า พร้อมกับคำพูดแสนจะอหังการที่พุ่งกระแทกเข้ากลางใจ

     

    ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ขอให้จูบนี้เตือนใจคุณเอาไว้ว่าคุณเป็นผู้หญิงของผม ถึงไม่มีแหวนหมั้นอยู่กับตัว ก็ให้ร่องรอยที่ผมฝากเอาไว้ฝังอยู่ในความทรงจำของคุณทั้งยามหลับยามตื่น อย่าได้รู้ลืมแม้สักวินาทีเดียว

     

    และเพราะมีคำพูดนี้คอยตามหลอกหลอน ถึงทำให้เดททุกครั้งของเธอล่มไม่เป็นท่า เป็นตราบาปให้คนสวยอย่างเธอต้องอยู่อย่างอาภัพแฟนมาตลอดห้าปี

     

    หยาดน้ำผึ้งอึ้งค้างเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คามินถอนริมฝีปากออก ดวงตาวิบวับมองพวงแก้มเนียนใสที่บัดนี้ขึ้นสีชมพูปลั่งด้วยความเอ็นดู

     

    “จำได้หรือยังว่าผมเป็นใคร” เสียงอ่อนทุ้มถามแผ่ว พลางฉวยโอกาสขบเม้มเบาๆที่ติ่งหูบอบบาง ก่อนยิ้มตาใส่เมื่อเธอยังมองนิ่ง

     

    ทรวงอกอิ่มสะท้อนถี่ยามกวาดไล่สายตาฝ่าหนวดเครารกครึ้มไปทั่วกรอบหน้าดุกระด้าง ทั้งคิ้วเข้มดกหนา ดวงตาคมเฉียบ จมูกโด่งได้รูป ก่อนมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากหยักงามที่ระบายยิ้มยั่วแหย่ จนมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือโจรที่ปล้นจุมพิตเธอไปเมื่อห้าปีก่อนไม่ผิดแน่ จึงโพล่งออกไปอย่างสุดแค้น

     

    “หา ไอ้บ้าคราม ยังไม่ตายอีกหรือ”

    ******************************
     

    ห่างหายกันไปนาน ไหนๆแล้วก็เริ่มอ่านกันใหม่เลยนะคะ ฉบับนี้จะเป็นสำนวนเดียวกับในหนังสือ พลอยใสปรับแก้ภาษาให้สละสลวยขึ้น หวังว่าทุกท่าอ่านแล้วจะมีความสุขกันนะคะ

     



    Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phone
    เตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
    จอมโจรหยาดน้ำผึ้ง ตอนที่ 1 : บทนำ โจรปล้นใจ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 891 , โพส : 7 , Rating : 60 / 12 vote(s)
    Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
    [ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    หน้าที่ 1

    #7 : ความคิดเห็นที่ 458
    แซ่บได้ใจจริงๆ 
    PS.  
    Name : ตะเกียงโบราณ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ตะเกียงโบราณ [ IP : 223.205.71.241 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 31 ธันวาคม 2555 / 09:17

    #6 : ความคิดเห็นที่ 386
    น้ำผึ้งหรือน้ำส้มสายชูเนี่ยนางเอกเรา
    Name : เพนกวิ้น [ IP : 101.109.176.11 ]
    Email / Msn: -
    วันที่: 18 พฤศจิกายน 2555 / 08:20

    #5 : ความคิดเห็นที่ 382
    หนังสือจะวางแผงเมื่อไหร่ค่ะ
    Name : rio7< My.iD > [ IP : 101.51.109.24 ]
    Email / Msn: rio_ferdinan(แอท)sanook.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 / 10:54

    #4 : ความคิดเห็นที่ 378
    น่ารักจังเลยค่ะ
    Name : palm wine< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ palm wine [ IP : 202.28.48.217 ]
    Email / Msn: loog_taal(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 / 08:40

    #3 : ความคิดเห็นที่ 377
    โดนปล้นจูบตั้งแต่กลับมาเลยน้ำผึ้ง
    Name : jeabkiss< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.132.190 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 / 18:54

    #2 : ความคิดเห็นที่ 376
    ดีใจจังเลยค่ะที่ไรท์เตอร์กลับมาอัพให้อ่านกันแล้ว เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    Name : Potae Jung< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Potae Jung [ IP : 118.174.151.234 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 / 16:37

    #1 : ความคิดเห็นที่ 375
    Good job :-) ;-)
    PS.  ชีวิตจริงอิงนิยาย
    Name : phoenix Buu< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ phoenix Buu [ IP : 171.5.180.76 ]
    Email / Msn: nefernile(แอท)windowslive.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 / 07:06

    หน้าที่ 1
    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
                พิมพ์เลขที่เห็น

    Dark Night จอมโจรแห่งรัตติกาล

    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
      เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
      จากผู้ลงผลงาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
      ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
      ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
      โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
      หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
      ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
      Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
      Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

    App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android