สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Mermaid Rhapsody: เพลงสุดท้ายของนางเงือก

ตอนที่ 73 : Chapter 72 อาบจันทรา (130/130%)


     อัพเดท 3 พ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ทะเล, เงือก, สมบัติ, เวทมนตร์, ผจญภัย, ตลก, ซึ้ง, เศร้า, ระทึกใจ, กวน, ลึกลับ
ผู้แต่ง : V.Rondell ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ V.Rondell
My.iD: http://my.dek-d.com/rondell
< Review/Vote > Rating : 96% [ 30 mem(s) ]
This month views : 806 Overall : 94,992
3,161 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 993 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Mermaid Rhapsody: เพลงสุดท้ายของนางเงือก ตอนที่ 73 : Chapter 72 อาบจันทรา (130/130%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2036 , โพส : 25 , Rating : 65 / 13 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

Chapter 72
อาบจันทรา

 

 

แก้วผลึกสีฟ้าอมเขียวค่อยๆ อ่อนลงเป็นสีเขียวอ่อนๆ เมื่อสัมผัสกับอุณหถูมิจากร่างไคอา ชายหนุ่มก้มลงมองอย่างสนอกสนใจตามประสานักล่าสมบัติที่มักถูกของมีประกายวิบวับดึงดูด

 

“มันเปลี่ยนสีตามอุณภูมิได้หรือครับ” ไคอาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อวางสองมือลงบนแท่งคริสตัลแล้วมันเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองนวลตา

 

“เฮรูลิน่า แร่แก้วผลึกที่พบเฉพาะในทะเลชาเรียน่ะ เป็นทรัพยากรสำคัญเลยนะ แต่พบได้ยาก จำนวนน้อย กรรมวิธีเอาออกมาใช้งานก็ยุ่งยาก ต้องจัดสรรใช้งานอย่างระวัง นอกจากนี้ยังมีแร่ที่หน้าตา คุณสมบัติคล้ายๆ กันแต่ไม่เวิร์กเอามาใช้งานไม่ได้อีกตั้งหกเจ็ดชนิด”

 

ควอเรียยร่ายชื่อยาวๆ ยากๆ ออกมาเป็นพรวน 

         ไคอามองเธอนับนิ้วยิ้มๆ

 

“รู้เยอะจังนะครับ”

 

ควอเรียยืดอกภูมิใจ
          “แหงล่ะสิ เห็นแบบนี้ฉันก็มือดีของหน่อยค้นหาวัตถุดิบวิจัยเลยนะ เรื่องหินแร่เวทมนตร์นี่แหละความถนัดของฉันเลย เจ้านี่ใช้สำหรับกักเก็บพลังเวทเพื่อสร้างวัตถุเวทมนตร์”


 

ไคอามองถ้ำที่ทั้งพื้นทั้งผนังรอบด้านเป็นแก้วผลึกหมดทั้งสิ้น แม้จะดูเหลือเชื่อในทางวิชาการแต่ทุกสิ่งก็ดูสมจริงเกินกว่าจะเป็นแค่การสร้างเทียมขึ้นมา

 

“สวยมากจริงๆ” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ขณะมองเส้นกระแสเวทมนตร์ที่วิ่งแทรกตัวไปมาใต้แก้วผลึกจำนวนมหาศาล

 

ควอเรียยิ้มพราย
          “ใช่ไหมล่ะ ที่นี่คือหนึ่งในที่โปรดของฉันเลยนะ ถ้ำแก้วผลึกที่เคยพูดถึงตอนนั้นไง ข้างในเป็นเหมือง แต่วันนี้เขาหยุดงานกัน ไว้วันที่เขาเปิดทำการนายมาดูอีกก็ได้”

 

ถึงไม่อยากจะทำลายอารมณ์ดีๆ ของเงือกสาวแต่ไคอาก็ยังมีข้อสงสัยคาใจอยู่

“ทำไมถึงได้ปลอมตัวเป็นนางระบำล่ะครับ”

ไหล่บางสะดุ้งเฮือก ก่อนเจ้าตัวจะหันหน้ามาหาคู่กรณี ควอเรียหัวเราะแหะๆ พลางปลดสร้อยคอออก เส้นผมยาวสยายหายวับไปกลับมาสั้นเท่าระดับเลยบ่าเหมือนปกติ ไคอานึกเสียวูบหนึ่งที่ไม่ทันได้สัมผัสเรือนผมยาวท่าทางนุ่มสลวยนั้น

“คือว่า เป็นแผนของเซเรนน่ะ จะเข้าถึงตัวนายในงานใหญ่แบบนั้นโดยไม่สะดุดตาก็ต้องแฝงตัวกับพวกนักแสดงนี่แหละ ไม่อย่างนั้นไม่มีจังหวะใช้ระเบิดเทเลพอร์ตพานายหนีแน่” เจ้าหล่อนแก้ตัว


 

“พี่สาวคุณ?”

รายการพี่สาวของควอเรียโผล่ขึ้นมาในสมองไคอา เลือกไม่ถูกเลยทีเดียวว่าเป็นพี่สาวหรือน้องสาวคนไหน ฉายาแต่ละคนใช่ว่าจะฤทธิ์น้อยกว่าเงือกสาวตรงหน้าเขานี้เมื่อไหร่

 

“ใช่ แผนของยัยพี่ตัวแสบนั่นแหละ” ควอเรียแบะปากพลางขมวดคิ้ว มือยกกอดอก

 

“อยู่ๆ ก็บอกว่านายจะถูกจับดูตัวมัดมือชก ฉันจะมาช่วยผดุงความยุติธรรม เซเรนเลยช่วยฉัน ถึงแผนจะดีเลิศแค่ไหน แต่จริงๆ ยัยพี่สาวจอมขี้เกียจก็แค่สนุกเท่านั้นแหละ”

 

ควอเรียยกมือเท้าสะเอวบางที่เปิดโล่งแก่สายตาชายหนุ่ม ไคอาหน้าร้อนรีบเบือนสายตาหนี เขาปลดบาเรียโคลคออกมาสะบัดขยายขนาดก่อนจะยื่นส่งให้เธอ
 

“คลุมไว้หน่อยเถอะครับ”

 
 

“? ทำไมล่ะ ฉันใส่ไม่ขึ้นเหรอ ไซส์พอดีเลยนะ”
ถามพลางเงือกสาวก็หมุนตัวอวดชุดสวยพลิ้ว ที่มองเห็นเรียวแขน ช่วงเอว และเนินอกขาวผ่อง



 

ไคอาไม่รู้จะเศร้าหรือดีใจ นี่เธอคิดจะทำให้เขาคลั่งจนปล่อยด้านมืดของตนเองออกมาอีกหรือ รู้ตัวสักหน่อยก็ดีน่า สวยครับ น่ารักครับ แต่ผมกลัวจะหัวใจวายก่อน


 

“คุณใส่ขึ้นมากครับ สวยมาก แต่ผมว่ามันชะเวิบชะวาบไปหน่อย” ไคอาเอ่ยอย่างยากลำบาก

 

“จริงเหรอ” ควอเรียเอียงคอ
 
          ราชาร้อยสมบัติถึงกับถอนหายใจ จะว่าไปพวกเงือกที่เขาพบทุกผู้ทุกนาม ไม่ว่าจะชายหรือหญิง (เว้นพวกลูกครึ่ง) มักมีรสนิยมในการแต่งตัวให้น้อยชิ้นเข้าไว้ และไม่ค่อยกังวลกับการเปิดเผยเนื้อหนังเท่าใดนัก


 

อย่างว่าล่ะนะ พวกเงือกเพิ่มเริ่มใส่เสื้อผ้าจนติดนิสัยมาไม่กี่ร้อยปีนี้เอง


 

ถึงจะไม่เข้าใจเหตุผลนัก แต่ควอเรียก็ยอมเอาบาเรียโคลคคลุมบ่าแล้วกลัดไว้ด้วยเข็มกลัดอันดีนที่ไคอาให้เธอมา ตอนนี้มันเป็นของชิ้นโปรดไปเรียบร้อยแล้ว

 

ควอเรียหันมองชายหนุ่มแล้วถามว่า

“นายรู้เมื่อไหร่ว่าเป็นฉัน”

 

ไคอาอมยิ้มพลางชี้ไปที่มือขวาของเธอ แหวนสตาร์แซฟไฟร์ทอประกายวิบวับอยู่บนนิ้วกลางของเธอ

“ทีแรกเอะใจ แต่พอเห็นมันเลยแน่ใจ แหวนนี่ผมเป็นคนให้ ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะครับ ถึงปกติคุณจะไม่ค่อยได้ใส่ก็เถอะ”

 

ควอเรียรีบห่อมือแล้วทำหน้าบู้บี้นิดๆ

“ก็มันสวย นายอุตส่าห์ให้ เลยไม่อยากใช้บ่อยจนพังน่ะสิ เก็บไว้เฉพาะโอกาสพิเศษ”

 

“แล้ว...เมื่อกี้ก็โอกาสพิเศษหรือครับ”
 

“เอ่อ...”ควอเรียอึกอัก มือยกเสยเส้นผมสีฟ้าเก้อๆ
        “ไม่เชิงหรอก แต่ชุดระบำนี่มันเป็นสีโทนฟ้า คิดแผนเปลี่ยนตัวกับนางระบำกะทันหัน ชุดพอสวมกันได้ แต่มือนางระบำตัวจริงใหญ่กว่าฉันเยอะ เลยมีอะไรก็ต้องหยิบมาใช้ ไม่ได้เป็นโอกาสพิเศษขนาดนั้น”


 

ไคอายิ้มนิดๆ ไม่พูดอะไรต่อให้เสี่ยงโดนมือบางฟาดเข้าข้างแก้มอีกรอบ

“ตกลงว่าหนีออกมาได้แล้วจะทำยังไงต่อล่ะครับ ถ้ากลับไปตอนนี้มีหวังถูกดึงเข้างานอีกแน่”

 

ควอเรียล้วงเข้าไปในแขนเสื้อชายยาวข้างขวาของตน แล้วหยิบเอาโพยกระดาษกันน้ำพับทบอันเล็กออกมาคลี่บนผิวแก้วผลึกอันใหญ่ใกล้มือ


 

มีตัวหนังสือลายมือน่ามองแต่ขยุกขยุยนิดหน่อยด้วยความเร่งรีบ เธอเขียนภาษาเงือกไว้หลายบรรทัดพร้อมรูปประกอบที่ดูเหมือนผลึกแก้วเล็กๆ เปลือกหอยพระอาทิตย์ และโขดหินที่มีพระจันทร์ต่อท้าย

 

“มาดูถ้ำผลึกแก้วแล้ว พาไปดูอะไรต่อดีนะ นี่ไคอา นายชอบดนตรีใช่ไหม นายเองก็เล่นดนตรีได้นี่ ว่าแต่นายเล่นอย่างอื่นนอกจากขลุ่ยได้ไหม”

 

ไคอานึกถึงความทรงจำสมัยเด็ก แล้วตอบว่า

“สามสี่อย่างครับ ขลุ่นชนิดอื่นก็เล่นได้ ไวโอลิน ลูต แล้วก็พิณ เป็นระเบียบของตระกูลน่ะครับที่ต้องจับฝึกดนตรีแต่เล็ก พออายุสักสิบปีก็จะได้เลือกเครื่องดนตรีที่ใช้เป็นสื่อกลางอัญเชิญภูตของตัวเอง”

 

“ฟังดูสุดยอดแฮะ ถ้าอย่างนั้นนายต้องชอบที่ต่อไปนี่แน่ๆ เลย!” ควอเรียยิ้มกว้างก่อนจะฉุดแขนเขาว่ายน้ำออกจากถ้ำแก้วผลึก

“ฉันมีลิสต์ยาวเหยียดเลยว่าจะพานายไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ทริปพิเศษแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วนะ”

 

“แล้วจะไม่ถูกดุหรือครับ”

 

พอไคอาทักปุ๊บภาพเสด็จพ่อสูงค้ำศีรษะ ดวงตาสีเงินวาววามจ้องตรงมาที่เธอด้วยสายตาพิฆาตปรากฏขึ้นในมโนภาพทันที


 

คอวเรียหน้าซีด

“ตายแน่...แต่ว่า...เสด็จพ่อไม่น่าทำแบบนี้กับนายก่อนนี่นา หรือว่านายชอบสาวๆ พวกนั้น เห็บแวบๆ หน้าตาน่ารักๆ หลายคนเลย”

 

 

ประโยคหลังๆ เสียงสั่นชักจะฟังดูเหมือนเสียงจับผิดนิดๆ ถึงสีหน้าไม่แสดงออกแต่ในใจไคอาเริ่มลนขึ้นมา

 

“ไม่ได้ชอบครับ ถึงจะสวยน่ารัก แต่ผมมีคนที่ชอบแล้ว”

 

ควอเรียขมวดคิ้ว “นั่นสินะ ฉันลืมได้ไงเนี่ย”

 

ไคอายิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยว่า “ที่จริงผมมองคุณเต้นเพลินมากกว่า”

 

“นั่นแน่! นายคิดล่ะสิว่าตอนฉันบอกว่าวิชาเต้นฉันคะแนนเต็ม ฉันโม้น่ะ เห็นแล้วสินะ ว่าเก่งจริง” ควอเรียยิ้มปลื้มรับคำชม นึกในใจว่าไม่เสียแรงซุ่มซ้อมตั้งหลายชั่วโมง เธอคว้าข้อมือไคอาแล้วดึงตัวเขาผ่านเนินหินยักษ์ไป

 

“มาเถอะ ยังไงก็ต้องโดนลงโทษแน่ พานายเที่ยวให้หนำใจก่อนดีกว่า!

 

ราชาร้อยสมบัติยอมให้เธอดึงมือพาไปตามที่เธอต้องการ

รู้จักควอเรียมาตอนนี้ก็ราวๆ เดือนกว่า ผ่านอะไรมาด้วยกันหลายอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็ยังมีอะไรให้เขาแปลกใจได้เสมอ

 

สุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็แค่ เธอมีรอยยิ้ม มีความสุขเท่านั้นเอง แม้จะรู้ดีว่าออกมากับเธอแค่สองคนเสี่ยงต่อการกระตุ้นคำสาปมังกรขาว แต่ไคอาคิดว่าจะยอมอนุญาตให้ตัวเองสักครั้ง

 

หากวิธีแก้คำสาปที่เขาค้นคว้ามาใช้ได้จริง ความเสี่ยงก็สูงจนหากมีอะไรผิดพลาด เขาคงหมดสภาพเดิน หรือว่ายน้ำไปไหนไม่ได้อีกนาน

 

ฉะนั้นขอแค่อีกสักครั้งแล้วกัน

แค่อีกสักครั้งที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเธอโดยไม่มีอะไรขวางกั้น

 

 

 

“สรุปว่าแผนชนกันเปรี้ยงปร้างจนออกมาในสภาพนี้เนี่ยนะ”

 

ราชาแวนเทอริสตรัสหลังว่ายน้ำเข้ามาในห้องโถงพักผ่อนในเขตพระราชฐาน บนผนังหินสีฟ้าอ่อนติดกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพอดีตลานพิธีสุดหรูที่เละเทะราวกับคนละสถานที่

 

เวทีที่ถูกพังไปครึ่งหนึ่งมีรอยฟันซี่เลื่อยของน้องกระต่ายตัวใหญ่ ม่านขาดกระจุยด้วยซี่ฟันปิรันย่ากล ไม่ต้องพูดถึงโต๊ะหรือเก้าอี้ที่ถูกกินไปหมดแทบไม่เหลือซาก
 

นัยน์ตาคมของราชาแห่งท้องสมุทรเบนกลับมาหาบุคคลในห้องโถงอันประกอบด้วย ราชินีเนเลน่า พระธิดาสี่องค์ และคนนอกอย่างอัลเจียในร่างเงือกซึ่งยังไม่มีแม้แต่ชื่อเก๊


 

“ข้ากับอันเซียก็ทำตามแผนที่คุยกับเสด็จแม่ไว้ จะรู้ได้ไงเล่าว่ามีคนซ้อนแผนน่ะ” วอเท็นน่าพูดเบาๆ ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ไม่รู้เลยว่าการเปิดกรงปล่อยปิรันย่ากลจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้

 

อันเซียพยักหน้าสนับสนุนพี่สาวผมสีขาวมัดเป็นทรงทวินเทลไหวตามแรงพยักหน้า และกระแสน้ำ

“จริงค่ะ เรารอเวลาหลังการแสดงจบแล้วก็ปล่อยปลาตามแผน”

 

เซเรนจอมวางแผนก้มหน้างุดเมื่อสายตาสี่คู่ตวัดมาที่เธอเป็นจุดเดียว

“ฉันไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้นี่นา ถ้ารู้นะจะไม่ยืมน้องกระต่ายย่อยขยะของฟิวเรียมาหรอก”


 

เจ้าของที่แท้จริงของตุ๊กตากลปิรันย่าทั้งฝูง และน้องกระต่ายสีชมพูฟันเลื่อยเลิกคิ้วสูง ฟิวเรียเอียงคอเส้นผมสีเขียวอ่อนเมือนเขียวมิ้นต์ไหวตามเป็นคลื่น ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งยังดูเหมือนง่วงตลอดเวลาเช่นเดิม
 

“ก็พี่ๆ มายืมของข้า ข้าไม่ได้ใช้ ข้าก็ให้ยืม มันแปลกตรงไหนเหรอคะ”

 

“แต่ว่ากระต่ายนั่นมัน...” วอเท็นน่าเหลือบมองน้องกระต่ายที่กลายเป็นตุ๊กตายัดนุ่นตัวไม่ใหญ่ไปกว่าไซส์กอดพอดีแขน มันคงน่ามองกว่านี้หากนุ่นตรงคอไม่ทะลักออกมา

 

“แต่ว่า...” ฟิวเรียมองซากที่พอหลงเหลืออยู่บ้างของปิรันย่ากล (ที่ดั้งเดิมผลิตขึ้นเพื่อระบายโทสะป่วนวัง เมื่อครั้งถูกห้ามไม่ให้ขึ้นบกไปร่วมงานแสดงสินค้าและมนตราคหกรรม) สลับกับน้องกระต่ายหัวหลุด

 

นัยน์ตาเย็นชาตวัดฉับไปหาวอเท็นน่ากับเซเรนทันที

“แล้วจะชดใช้ค่าเสียหายไหมคะ ของดีๆ ก็ถูกกิน ถูกพังหมด แพงนะคะ”

 

วอเท็นน่าอึกอักไปจนราชินีตัดบทว่า

“ข้าจะยกอัญมณีคอรัลควีนเม็ดที่เจ้าชอบให้แล้วกันดีไหม ยกหนี้ให้พี่เขาเถอะ”

 

ดวงตาหางตาตกแก้วตาสีฟ้าใสเป็นประกายวิบวับทันที เมื่อได้ยินชื่ออัญมณีเม็ดเขื่องที่เหมาะสมจะนำมาทำแก่นวิญญาณเทียมให้ตุ๊กตาตัวใหม่ที่เสียเวลากับทุกรายละเอียดมานานเกินปี

 

“จริงหรือคะ เสด็จแม่ ได้เพคะ ลูกจะยกหนี้ให้” เสียงใสเอ่ยขึ้น

 

วอเท็นน่า อันเซีย และเซเรนยิ้มโล่งใจ แต่แล้วเจ้าหนี้ก็หันควับมาจิกสายตาใส่หนอนหนังสือประจำครอบครัวแทน

 

พี่ไม่เกี่ยว เซเรน...ปิรันย่าของข้าถูกกันโดยอุบัติเหตุ แต่ตอนพี่มาขอยืมน้องกระต่ายกำจัดขยะของข้า ท่านไม่ได้พูดสักคำว่าจะเอาไปทำอะไร บอกแค่อยากให้มันขยายร่างเดินอาละวาดวิ่งไล่คนสักสิบนาที ข้าถึงยอมให้เอาไปใช้ ไม่นึกเลยว่าจะคอขาดแบบนี้ ใจร้ายจริงๆ”


 

ท้ายประโยคโฉมงามสติเฟื่องก็น้ำตาซึมพลางสูดน้ำมูกเบาๆ ไว้อาลัยให้กับกระต่ายรีไซเคิลขยะตัวโปรด

 

เซเรนมองซ้ายมองขวา หดตัวหลบสายตาของพ่อแม่พี่น้องเลิ่กลั่กก่อนจะลงเอยที่การชี้ไปทางร่างที่นอนหมดสติอยู่บนโซฟาตัวหรูอีกมุมหนึ่งของห้อง

 

“ผลงานหมอนั่นหรอก! เขาทำเครื่องควบคุมพัง ฉันคิดแค่จะปิดปุ่มฉุกเฉิน แต่พอฉันพลาดไปหน่อยเดียว หมอนี่ก็คว้าดาบที่ไหนไม่รู้ถลันเข้ามาฟันฉันเดียวขาด เลยโดนตบหัวกระแทกเสาสลบ เป็นจอมเวทแท้ๆ ไม่รู้จักใช้เวทมนตร์ ชิ! เพราะฉะนั้นต้องเก็บค่าเสียหายจากเขาต่างหาก!

 

ราชินีเงือกเบนสายตามองพระสวามีอย่างตั้งคำถาม ราชาและราชินีแห่งท้องทะเลมีพลังพิเศษตามสิทธิอำนาจที่สามารถจะตรวจสอบประชาชนของตัวเองได้ทันทีหากมีเหตุจำเป็น และเพียงชายตามองนางก็รู้แล้วว่า

 

เงือกหนุ่มผมขาว ท่อนหางสีขาวตนนี้ไม่ใช่เงือก แต่เป็นจินน์มาสเตอร์ของไคอา คาริเดส นามว่า อัลเจีย


 

วอเท็นน่าคุ้นกับสัมผัสความสั่นสะเทือนพลังเวทอันเป็นเอกลักษณ์ เธอรู้ทันที่ว่าเงือกหนุ่มหน้าไม่คุ้นนี้คือ ตัวตนเดียวกับจินน์หนุ่มของไคอาที่เธอจับข่มขู่ให้สอนวิชากุลสตรีหลัดสูตรรวบรัดเมื่อคราวพบกันที่เมโลนทูเรีย

 

เธอติดหนี้เขา...

 

วอเท็นน่าไม่เคยลืมบุญคุณ (แน่นอนว่าความแค้น) ที่ใครมีต่อเธอ ดังนั้นเธอจึงแก้ตัวแทนจินน์นั้นโดยประมวลผลเหตุการณ์จากปากคำของเซเรนว่า


 

“ที่เขาฟันคอกระต่ายของฟิวเรียขาดก็เพื่อช่วยเซเรนไม่ใช่รึ ถ้าเขาไม่ช่วยตอนนี้เธอถูกน้องกระต่ายบดเป็นเนื้อสับไปแล้ว”

 

“พี่วอเท็นน่า!เซเรนร้องลั่นที่พี่สาวไปถือหางข้างคนอื่นเสียเฉยๆ


 

บทสนทนาเริ่มกลายเป็นการโต้วาที ไม่มีใครสนใจว่าฟิวเรียเอ่ยเสียงลอยๆ ขึ้นว่า

“อย่างพี่เจ้ากระต่ายมันไม่กินหรอก รีไซเคิลไปนิสัยก็ไม่ดีขึ้น”




 

หลังทนฟังโต้วาทีไม่ไหวราชาเงือกก็ตัดบทด้วยการสั่งให้เซเรนร่วมรับผิดชอบกับอัลเจียในอัตราส่วน 70:30

 

แน่นอนว่า 70% เป็นหนี้ของเซเรน...

 

เงือกสาวยกมือขวาที่ต้องพันแผลทายาทับขึ้นมาชูให้ทุกคนดูพลางเรียกร้องว่า

“หมอนั่นทำข้าบาดเจ็บ! เลือดออกเลยนะ กล้าดียังไง ต้องให้เขาชดใช้ด้วยสิ”

 

 

มารดาของเจ้าหญิงทั้งเจ็ดปรายตามองจินน์หนึ่งที่วอเท็นน่าเพิ่งพยุงขึ้นนั่ง อัลเจียยังมึนอยู่แต่ก็ได้สติแล้ว เธอยิ้มหวานให้ลูกสาวที่กำลังโวยวายและเอ่ยว่า

 

“ถ้าเรียกร้องอย่างเหมาะสมก็ไม่มีปัญหา แต่เขามีหน้าที่ต้องคอยดูแลไคอา เพราะอย่างนั้นจะให้เขาชดใช้ยังไงก็ต้องไปคุยกับไคอาก่อน”

 

“พูดถึงไคอา...เจ้าให้ควอเรียเอาไคอาไปไหน” น้ำเสียงราชาเงือกดุขึ้นมาทันทีราวกับอาจปราดออกไปดึงตัวลูกสาวกลับมาเสียเดี๋ยวนั้น

 

เซเรนรีบหยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาส่งให้พระบิดาดู

“แผนเที่ยวพิเศษค่ะ! ตามสถานที่พวกนี้เป๊ะเลย ควอเรียแค่อยากให้ไคอาได้ไปเที่ยวที่แปลกๆ แทนที่จะถูกจับดูตัวมัดมือชก เสด็จพ่อส่งองครักษ์ตามไปสะกดรอยได้เลย!”

 

ริมฝีปากราชาเม้มปากเข้าหากัน แล้ว ก่อนจะตรัสเสียงเย็นว่า

“ให้มันไม่มีอะไรจริงๆ เถอะเซเรน เจ้ารู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควร”

 

เซเรนยิ้มรับไม่เกรงกลัวแม้สักนิด

“ค่ะ ลูกมั่นใจ รู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่แน่นอนค่ะ”

 

ผลลัพธ์สุดท้ายได้ดีดังหวังไม่พลาดแน่นอน หากมีเหตุใกล้ล้ำเส้นเธอก็ส่งองครักษ์ของตัวเองไปเฝ้าไว้ห่างๆ พร้อมเกรย์ และกิลเลียสแล้ว พวกองครักษ์น่ะมืออาชีพเรื่องมองอยู่ไกลๆ อย่างเนียนๆ โดยเจ้านายไม่ทันรู้ตัวอยู่แล้ว

 

จึงวางใจได้แน่นอนว่าทุกอย่างจะเหมือนสองคนนั้นไปเที่ยวด้วยกันตามลำพัง



 

วันนี้คงเป็นหนึ่งในวันมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของไคอา คาริเดส เขาไม่เคยไปเที่ยวที่แปลกประหลาดต่อๆ กันมากมายเช่นนี้ในวันเดียวมาก่อน
 

เจ้าหญิงควอเรียพาเขาออกจากถ้ำแก้วผลึกไปยังเขตเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม เธอเปลี่ยนแผนการเดินทางเก็บอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับดนตรีไว้ท้ายโปรแกรมเที่ยว

 

“ไม่งั้นต้องว่ายวนไกล เดี๋ยวนายจะเหนื่อยตายก่อน”
เธอว่าไว้พลางดึงมือเขาเข้าไปด้านในรั้วหินเตี้ยๆ ของบริเวณจัดแสดงที่เป็นสวนไม้น้ำ ปะการัง และสัตว์ทะเลสีสดสวยนานาพันธุ์

 

เจ้าปลาสีสวย หน้าตาน่ามองเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปลาแนวปะการังที่ได้รับอิทธิพลจากหินเวทมนตร์ หรือปัจจัยตามธรรมชาติอื่นๆ ให้มีความทนทานต่อแรงดันน้ำ และปริมาณออกซิเจนที่น้อยกว่าบริเวณน้ำตื้น

 

ควอเรียหันไปหยอกปลาผีเสื้อสินสมุทรตัวลายสีสดใส  เป็นภาพที่น่ารักมากจนไคอาตั้งใจว่าจะกลับไปถ่ายทอดความทรงจำสวยงามนี้เก็บไว้ดูเวลาไม่สบายใจ เธอยิ้มสวยมากจริงๆ

 

“ไคอา นายชอบไหม ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเลยนะ” ควอเรียหันควับมาถามเขา
 

ไคอายิ้มน้อยๆ พลางตอบว่า “ทำไมจะไม่ชอบล่ะครับ”

ชอบทั้งปลา ชอบทั้งวิว ชอบทั้งคนพามาดูนั่นแหละ...

 
 

ปลาสีสวยหลายตัวว่ายวนรอบเขาเหมือนอยากผูกมิตรด้วย เล่นเอาควอเรียร้องเฮอะเบาๆ พลางแขวะเขาว่า “นายนี่น้า หว่านเสน่ห์แม้แต่กับปลาเหรอ”


 

ชายหนุ่มยิ้มหวาน “เป็นมิตรกับทุกคน ทุกตัว ทุกตนดีออกไม่ใช่หรือครับ”

 

ควอเรียเบะปากอย่างหมั่นไส้ “จ้าๆ เชิญเถอะพ่อคนมีเสน่ห์”


 

หลังออกจากเขตนั้นควอเรียก็พาเขาไปดูหอยมุกยักษ์ที่ตัวเขื่องพอกับลำเรือวิสเปอร์เรอร์ ไม่ต้องพูดถึงขนาดไข่มุกที่ลูกปืนใหญ่ต้องยังอาย เธออธิบายว่าเจ้าหอยมุกอาวุโสตัวนี้อยู่มานานมากจนชาวเงือกยังขนานนามว่า “มาเธอร์ เพิร์ล” ไข่มุกที่มันสร้างขึ้นมีพลังเวทสูง เหมาะกับการใช้เป็นพลังงานของอุปกรณ์เวทมนตร์ แต่ใช้กับเงือกไม่ได้

 

“พลังมันคนละแบบ แต่ถึงใช้ได้ นายคงไม่อยากได้ไข่มุกเม็ดใหญ่ขนาดนั้นจริงไหม” เงือกสาวเอ่ยติดตลก


 

เธอพาเขาไปชมถ้ำปลาหมึก วิหารใต้ทะเลทั้งใหม่ทั้งเก่าสองแห่ง แม้ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีสมบัติให้หาแล้ว แต่ไคอาก็ยังสนใจทั้งในแง่ของศิลปะและประวัติศาสตร์ อันที่จริงเขาอ้อยอิ่งอยู่ที่วิหารเทพสมุทรหลังที่ยังมีนักบวชชาวเงือกประจำอยู่มากกว่าทุกที่ที่ผ่านมาเสียอีก ควอเรียมัวแต่นั่งคิดว่าจะพาไปไหนต่อจึงปล่อยให้ไคอาสนทนากับนักบวชผู้รอบรู้ตำนานตามสบาย ทั้งสองคุยถูกคอกันยาวจนสุดท้ายควอเรียต้องกระแอมเตือน

 

เพราะเคืองนิดๆ ที่ไคอาสนใจฟังนักบวชสาวเล่านิทานมากกว่าเที่ยวต่อ ควอเรียเลยแกล้งพาเขาไปสถานที่ยอดนิยมแต่ไม่พึงปรารถนาสำหรับเธอ

 


 

ถ้ำทดสอบความกล้าที่ลือกันในหมู่ชาวเงือกว่าเคยเป็นนิวาสสถานเก่าของแม่มดผู้ถูกทรยศ หลังแม่มดนั้นเสียชีวิตจากการสู้กับไซเรน วิญญาณของหล่อนยังคงสิงสู่ที่นั่นและคอยจับเด็กๆ มาดูดพลังเวทจนแห้งตาย

 

ควอเรียคาดว่าไคอาจะกลัวบ้าง แต่ปรากฏหนุ่มลูกครึ่งมนุษย์คนนี้ดันสนอกสนใจจนเกือบดึงตัวเธอว่ายเข้าถ้ำไปสำรวจเสียอย่างนั้น เล่นเอาควอเรียดึงตัวไว้แทบไม่ทัน เธออ้างเรื่องเวลาของว่าง แล้วรีบดึงตัวไคอาออกมาจากที่นั่น

 

ตั้งใจจะแกล้งเขาแท้ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าแผนจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองจนหมดท่า

 

เจ้าหญิงควอเรียไม่ค่อยกลัวอะไรนัก แต่ถ้าเป็นผีเธอก็ไม่อยากเสี่ยง ข่าวลือที่นี่น่ากลัวเกินไป แถมยังลือกันว่าแม่มดนั่นเป็นแม่มดสายตุ๊กตากลที่เธอกลัวหัวหดเสียด้วย

 

ไคอาจำต้องเลิกสนใจถ้ำที่มีกลิ่นอายพลังเวทตกค้างมาอย่างเสียดาย แต่ในเมื่อควอเรียทำท่าเหมือนกลัวจริงๆ เขาก็เลยยอมตามเธอมาอย่างง่ายดาย ไว้สืบข่าว หาข้อมูลอีกสักนิดแล้วค่อยมาอีกก็ไม่สาย

 

 

น่าแปลกที่กลางท้องทะเลดันมีเพิงขายอาหารว่างได้ ควอเรียสั่งขนมหน้าตาคล้ายบิสกิตแต่ละลายในปากและให้รสเหมือนครีมโซดาผสมคาราเมล ถึงทั้งเข้าของร้านทั้งหญิงสาวข้างตัวเขาจะยืนยันว่ามันทำมาจาก “น้ำผลไม้ใต้สมุทร แยมสกัดจากเมล็ดอาเนีย กับแป้งสาหร่าย” ก็ตาม


 

พอท้องกลับมาเต็มอีกครั้งเจ้าหญิงเงือกที่กำลังกายกำลังใจแรงเกินร้อยก็ดึงตัวไคอาแวะเวียนไปที่อื่นอีก คราวนี้เธอจงใจว่ายออกมาไกลจากเขตเมืองเอลเลเดียมากจนไคอาเริ่มไม่สบายใจนิดๆ ในเขตเมืองยังพอว่า แต่ถ้าไกลออกมาย่อมเป็นทะเลเปิดที่มีทุกอย่างตั้งแต่สัตว์ทะเล อสูร ยันมนุษย์

 

สองอย่างแรกเขาไม่ถึงกับกลัวนักหรอก แต่อย่างหลังยอมรับว่าพออยู่ในร่างเงือกเสียเองแล้วก็แอบเสียวเหมือนกัน เจ้าลียาห์เคยบอกไว้ด้วยซ้ำว่า

 

“นายน่ะระวังตัวดีๆ ไอ้เพื่อนยาก เงือกเพศชายน่ะหายากมากจนแทบจับไม่ได้เลย ยิ่งเกล็ดสีขาวยิ่งหายาก ราคาเพิ่มพรวดไม่รู้กี่เท่าตัว อย่าให้โดนจับได้ล่ะเข้าใจไหม พวกนักล่าของสะสมไม่เหมือนฉันที่สำราญกับการล่าสมบัติไม่มีชีวิตอย่างเดียวหรอก”

 

ถึงไม่สบายใจ แต่ไคอาก็รู้ดีว่าควอเรียไม่มีวันพาเขาไปเผชิญอันตรายแน่ แม้เธอจะเป็นเงือกสาวใจกล้า แต่ก็ไม่ได้มุทะลุจนขาดความรอบคอบระมัดระวัง เธอไม่ชวนเขามาแน่นอน หากสถานที่ปลายทางไม่ปลอดภัย

 

 

แม้จะเป็นเช่นนั้น ไคอาก็นึกคำนวณโอกาสชนะหากต้องปะทะกับใคร หรืออะไรเข้าเผื่อฉุกเฉินไว้ด้วย ตอนนี้เขาใช้เวทมนตร์อื่นๆ ไม่ได้ก็จริง แต่ยังใช้รีลิคได้ เขาพกการ์เลน บับเบิ้ลเจม และขลุ่ยภูตติดตัวมา หากสู้ด้วยการ์เลนไม่ไหว ก็อาจใช้บับเบิ้ลเจลครอบร่างตัวเองเพื่ออัญเชิญภูตมาร่วมสู้ได้

 

พอหาแผนรับมือได้ไคอาก็สบายใจขึ้น และฟังเสียงชวนคุยเจื้อยแจ้วของเงือกสาวตรงหน้าอย่างเพลินใจ มือเล็กของเธอจับมือเขาไว้แน่นตั้งแต่ออกจากถ้ำแก้วผลึก ราวกับเธอกลัวเขาจะหลงทาง หรือถูกคลื่นพัดไปไหนทั้งที่ยังใช้ร่างเงือกไม่ถนัด

 

 

แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่ความมีน้ำใจ เป็นห่วงเป็นใยของเธอก็ทำให้ไคอาอบอุ่นไปถึงหัวใจ

 

มีความสุขจนไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว...

 

อยากให้เวลานี้ทอดยาวไปนานๆ มีเธอมีเขา ที่เชื่อมโยงกันด้วยมือสัมผัส ล้อมรอบด้วยทะเลสีน้ำเงินเวิ้งว้างเจือแสงมนตราบางเบาเห็นเป็นเฉดเขียวเหมือนมรกตน้ำงาม

 

 

 

ควอเรียหยุดเมื่อมาถึงบริเวณคล้ายกับร่องเขาขนาดใหญ่ที่สูงลิบขึ้นไปจนมองไม่เห็นยอด หินสีเข้มจนเกือบเป็นสีดำกระเพื่อมไหวตามแสงสว่างจากแถวตะเกียงมนตราที่แขวนไว้เป็นระยะตามเส้นทางรอบภูเขาเหมือนทำไว้เพื่อกันเงือกสักตนว่ายชนหินเข้า


 

นิ้วเรียวบางของเจ้าหญิงองค์ที่หกแห่งเอลเลเดียยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของตนเป็นเชิงบอกให้ไคอาเงียบไว้ ดวงตาคู่สวยกลมโต ทั้งที่เป็นสีน้ำเงินควรกลืนไปกับบรรยากาศสีสันคล้ายกันกลับดูโดดเด่นออกมาอย่างบอกไม่ถูก ในดวงตาคู่นั้นมีประกายของความตื่นเต้นและภาคภูมิใจเหมือนกับเธอกำลังจะพาเขาไปพบกับสิ่งมหัศจรรย์ซึ่งเธอแน่ใจเป็นที่สุดว่า เขาจะต้องประทับใจ

 

ควอเรียบุ้ยใบ้ให้เขาตามเธอมาทั้งที่ยังจับมือเขาอยู่ เธอแหวกม่านสาหร่ายสีม่วงคล้ำๆ เข้าไปด้านในร่องผา จากนั้นก็พาไคอาว่ายน้ำพุ่งขึ้นจากตำแหน่งเดิมอีกหลายสิบเมตรอย่างว่องไว

 

“ตรงนี้พูดได้แล้วล่ะ” เธอยิ้มพลางมองเขาที่ยังตกใจกับความเร็วในการว่ายน้ำที่ไม่ธรรมดาของเธอ

“ว่ายเร็วจังนะครับ”

 

“แหะๆ เพราะการฝึกพิเศษของพี่วอเท็นน่าน่ะ เอาล่ะ คราวนี้เงียหูฟังดีๆ นะ ช่วงเวลานี้แหละกำลังเหมาะเลย”
 

“อะไรเหมาะหรือครับ” ไคอามองสีหน้าตื่นเต้นกระหยิ่มใจของเงือกสาวอย่างุนงง

“นายลองมองลงไปข้างล่างดีๆ สิ”

 

สายตาไคอามองลงต่ำ ใต้ร่างเขากับควอเรียไม่มีอะไรเลยนอกจากท้องน้ำสีน้ำเงินเวิ้งว้าง เขาคิดอย่างนั้นจนกระทั่งเห็นเงาร่างใหญ่โตเคลื่อนที่ผ่านท้องทะเลเบื้องล่างไปทางหางตา ทิ้งพรายฟองน้ำเรืองแสงสีฟ้าสว่างเป็นทางไว้ด้านหลัง

 

คลื่นเสียงสูงต่ำคล้ายเสียงคราง หรือเสียงผิวปากกังวานเมื่อสะท้อนกับภูเขาหินใต้สมุทร
 

ดวงตาของไคอาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างประหลาดวิ่งผ่านไปอีกพร้อมเสียงแบบเดียวกันดังประสานขึ้น พรายฟองหลายเส้นสว่างวาบขึ้นจนเขาเห็นเกล็ดสีฟ้า เงิน และครีบสีเจือเขียว


 

ร่างหนึ่งพุ่งขึ้นจากน้ำลึกขึ้นมาผ่านร่างสองหนุ่มสาวไปในระยะประชิด ร่างคล้ายงูมีปีกแต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นแข็งแรงสีน้ำเงินอมเขียวพุ่งแทรกตัวตัดผืนน้ำสีครามขึ้นไปสู่ผิวน้ำ ครีบหุบลงขณะที่ปีกกว้างกว่าห้าเมตรยึดโยงด้วยพังผืดสีขาวกางออกลู่ลำตัว


 

“มังกรวารี!” ราชาร้อยสมบัติอุทาน ขณะมองร่างของอสูรที่แข็งแกร่ง และทรงปัญญาที่สุดในหมู่อสูรด้วยกันพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แล้ววกร่างว่ายกลับลงมาใต้น้ำพร้อมเสียงเพลงแปลกหู โครงสร้างซับซ้อนของแนวภูเขาหินทำให้เกิดเวิ้งน้ำขนาดมหึมาซึ่งสะท้อนคลื่นเสียงจากมังกรหลายตัวเป็นบทเพลงธรรมชาติหนึ่งเดียวที่ไม่อาจเลียนแบบได้


 

เวิ้งน้ำแห่งนี้เหมือนกับเป็นเวทีแสดงดนตรีขนาดยักษ์ ที่มีนักดนตรีและนักร้องสุดพิเศษซึ่งไม่มีทางหาได้จากที่ใดอีก

 

“ที่นี่เป็นแหล่งพบปะของพวกมังกรวารี ช่วงนี้เป็นฤดูจับคู่ พวกเขาเลยมาร้องเพลงจีบกันน่ะ เพราะใช่ไหมล่ะ ในปีหนึ่งๆ จะมาฟังเพลงแบบนี้ได้แค่สามวันเอง พอจับคู่เสร็จพวกเขาจะลงไปในน้ำลึกกว่านี้ไกลออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ แล้วก็ไปสร้างรังที่นั่น ส่วนตรงนี้ก็จะกลายเป็นที่ร้องเพลงของพวกปลาวาฬที่มีฤดูหาคู่ในฤดูหนาวแทน”

 

ควอเรียอธิบายอย่างสมเป็นเจ้าถิ่นตัวจริง

 
 

ไคอายังตื่นตาตื่นใจกับการได้เห็นมังกรวารีตัวเป็นๆ จำนวนหลายสิบตัวมารวมกันอยู่ในสถานที่แห่งเดียว พลันมังกรตัวที่แทรกตัวผ่านน้ำขึ้นไปเมื่อครู่ก็ดำดิ่งกลับมา พร้อมกับร่างที่เรืองรองไปด้วยรัศมีสีเงินจับตา


 

“ทำไมถึงเรืองแสงแบบนั้นได้ล่ะครับ” ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยได้ยินเรื่องร่างมังกรเรืองแสงเองได้มาก่อน

 

“ความลับมันอยู่ตรงนี้แหละ” ควอเรียขยิบตาให้เขาแล้วชี้ขึ้นไปด้านบน

“เพื่อเห็นแก่มิตรภาพที่หายากยิ่ง ฉันจะพานายไปดูสมบัติสุดยอดที่ฉันค้นพบ ดีใจไว้ซะเถอะ!”

 

 

เงือกสาวดึงมือเขาให้ว่ายน้ำตามขึ้นไปด้านบน สีน้ำทะเลเริมเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีฟ้า และเริ่มเห็นริ้วคลื่นที่แตกตัวสะท้อนแสงสว่างจากด้านบนชัดเจน
 

ร่างสองหนุ่มสาวโผลพ้นผิวน้ำขึ้นมา ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ มองเห็นดวงดาวกระจัดกระจายอยู่เต็มฟ้ารอบดวงจันทร์คืนแรมสองค่ำดวงใหญ่

 

รอบบริเวณนี้ไม่มีเกาะแก่งใดๆ เลยนอกจากเกาะหินรูปร่างเหมือนผลึกแก้วสีขาวอมทองที่ส่องแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกระทบแสงจันทร์


 

“มูนลิต พ้อยท์” ควอเรียแนะนำพลางยิ้มกว้าง
          จังหวะที่เธอผายมือไปทางเกาะประหลาดขนาดไม่กว้างไปกว่าบ้านย่อมๆ หลังหนึ่ง ร่างของมังกรวารีก็กางปีกโผบินขึ้นจากน้ำ ปีกใหญ่สะบัดพาร่างยักษ์บินถลารอบเกาะ ร่างของมันซับเอาแสงจากเกาะแห่งนั้นจนเหมือนมีรัศมีรอบร่าง


 

เมื่อพอใจแล้วมังกรตัวนั้นก็โผกลับลงน้ำไปอีก สวนทางกับมังกรตัวอื่นที่โผล่ขึ้นมาอาบแสงจันทร์เป็นระยะประหนึ่งกำลังร่ายรำบทเพลงที่ไม่มีใครได้ยิน

 

“หินตรงนั้นตรวจสอบแล้วว่าเป็นแร่ เซลีนิก ชาวชาเรียขนานนามว่าเป็น ศิลาแสงจันทร์  ไม่ใช่ศิลาจันทรานะอย่าสับสนกัน พวกมังกรวารีหรือสัตว์อสูรอื่นๆ จะมาอาบแสงจันทร์ที่สะท้อนออกมาจากหินเพื่อเพิ่มพลังเวท กรณีมังกรเรียกว่ามาเสริมหล่อก่อนไปจีบสาวก็ได้”

 

 ควอเรียยิ้มสวยพลางพาไคอาว่าเข้าไปสัมผัสผิวหินเย็นๆ ด้วยตัวเอง
 

“ศิลาจันทราคือ ศิลาเวทที่มีแต่ภูตจันทราจะใช้งานเป็นอาวุธได้ มีสีดำสนิท แต่ลือกันว่าถ้าใช้พลังของมันได้เต็มที่จะกลายเป็นสีเงินชั่วขณะ

ศิลาแสงจันทร์แทบจะตรงกันข้าม มันไร้ประโยชน์ในการเป็นอาวุธโดยตรงแต่มีคุณสมบัติกักเก็บแสงจันทร์ แปรพลังนั้นให้เป็นเวทมนตร์ กักเก็บไว้บางส่วน และแผ่คลื่นออกมาโดยรอบ เหมาะเหม็งถ้าจะใช้เสริมพลังเวท”


 

ไคอาสัมผัสหินนั้นอย่างครุ่นคิดก่อนจะถามว่า

“อย่างนี้ชาวเงือกจะเอามันไปใช้งานหรือครับ”

 

ควอเรียยกมือขึ้นไขว้กันเป็นกากบาท

“ไม่อนุญาตค่ะ!" สีหน้าเธอจริงจังอย่างยิ่งขณะเอ่ยว่า
“เป็นทรัพยากรหายากก็จริง แต่ถ้าต้องทำลายเกาะนี้ ทำลายความมหัศจรรย์ข้างล่างนี้ไปล่ะก็ ไม่คุ้มหรอก”


 

ได้ยินเธอเอ่ยอย่างมั่นใจขนาดนั้นไคอาก็ยิ้มออก
          ถูกแล้วล่ะ...แม้จะมีค่าเอาการ แต่ถ้าต้องแลกกับการทำลายเวทีดนตรีธรรมชาติอันน่าประทับใจ และทิวทัศน์น่ามหัศจรรย์นี้

เขาเห็นด้วยกับเธอว่า ไม่คุ้มค่าเลยสักนิดเดียว

 

 

รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเงือกสาว เธอดันร่างขึ้นนั่งบนผลึกที่ยื่นออกมาเรี่ยผิวน้ำก่อนแล้วตบที่ว่างข้างๆ เป็นเชิงชวนให้ไคอาขึ้นมานั่งด้วยกันพลางพูดว่า

 

“ถึงบอกไงล่ะว่าที่นี่เป็นสมบัติของฉันเลย ยังเป็นความลับด้วยล่ะ ฉันเพิ่งเจอก่อนออกไปทำงานกับนายไม่กี่วันเอง แจ้งผู้ใหญ่บางส่วนแล้ว แต่เห็นตรงกันว่าทำเป็นไม่รู้ว่ามีอยู่จะดีกว่า”


 

ไคอาดันตัวขึ้นมานั่งข้างเธอได้สำเร็จท่อนหางยังจุ่มอยู่ในน้ำทะเลเกือบครึ่ง ขณะที่ร่างสัมผัสกับลมเย็นยามค่ำคืนเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์


 

เจ้าหญิงควอเรียสางผมที่พันกันยุ่งพลางหัวเราะเสียงใส และโฆษณาเพิ่มเติมว่า

“จากทะเลเปิดนายไม่มีทางมาถึงที่นี่ได้เพราะต้องข้ามเขตอสูรน้ำเข้ามา ที่นี่เลยไม่มีมนุษย์รบกวน แม้ไซเรนมีปีก ก็ไม่กล้าบินเข้าเขตนี้สักครั้งเพราะหินแสงจันทร์สร้างคลื่นรบกวนพลังเวทของพวกเขา เป็นยังไงล่ะ นายชอบไหมไคอา”


 

ใบหน้าชายหนุ่มที่เงยมองท้องฟ้าค่อยหันมาทางเธอช้าๆ ควอเรียหายใจสะดุดเมื่อไคอาหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ เส้นผมของเขายังเปียกอยู่ หยดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงเป็นประกายขณะรวมตัวกับเป็นหยดและไหลลงมาข้างแจ้มจรดปลายคางของเขา 

         เส้นผมสีขาวสะท้อนแสงศิลาแสงจันทร์ และแสงจันทร์ของจริงจนมองเห็นเป็นสีเงินเจือทองจับตา ตัดกับดวงตาสีม่วงจางๆ ที่เหมือนจะมองเห็นสีม่วงชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ใต้แสงปนเฉดสีเหลืองทอง

 

ควอเรียเผลอเอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสเส้นผมเขาอย่างลืมตัว

“สวยจังเลย...”


 

แม้จะประหลาดใจแต่ไคอาก็ปล่อยให้เธอไล้มือบางผ่านเรือนผมเขาตามสบาย ตอนนั้นสติของเขาก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไรนักหลังหันกลับมาสบนัยน์ตาคู่งามที่เขามองได้ไม่รู้จักเบื่อ

 

ภาพร่างบางอ้อนแอ้นของเจ้าหญิงควอเรียที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงศิลาจันทรา เป็นภาพที่งดงามเกินจะสรรหาถ้อยคำมาบรรยายได้

 

ทั้งดูมีเสน่ห์ลึกลับ สูงส่ง น่าถนอมปกป้อง แต่ก็ซ่อนความแข็งแกร่งไว้เช่นเดียวกับดอกไม้งามหนามแหลมคม


 

ไม่รู้ทำไมไคอาถึงรู้สึกว่าหนามนั้นจะไม่ทิ่มแทงเขา เขาจึงเลื่อนมือออกไปไล้มือเธอเบาๆ สัมผัสรอบแหวนสตาร์แซฟไฟร์ที่ซ่อนข้อความของเขาไว้อย่างเงียบงัน


 

วินาทีนั้นทั้งที่มีความสุขแต่ไคอาก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ

หากไม่ใช่เพราะคำสาปมังกรขาว วินาทีนี้เขาคงกล้าสารภาพความในใจของเธออีกครั้ง เขาอยากรู้ว่าเธอจะตอบรับเขาอย่างไร

 

จะยอมรับเขาในฐานะคนรัก หรือจะอยากคงสถานะเพียงเพื่อนต่อไป

เขาอยากรู้เหลือเกิน และเขาโกรธตัวเองที่เขาโลภมากปรารถนาสิ่งนั้น

 

เขายังต้องรอ ต้องอดทนจนกว่าจะปลดปล่อยเธอจากเอฟิรอนแห่งเฟรเซียได้ จนกว่าจะถึงวันที่ควอเรียเป็นอิสระที่จะรักใคร

 

เขายังไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งสิ้น

 

 

ควอเรียละมือออกจากเส้นผมเขา คิ้วขมวดมุ่นนิดๆ ระหว่างออกปากถามว่า

 

“นี่ไคอา...นายจะบอกฉันได้ไหม ว่านายปิดบังอะไรอยู่ อย่าปฏิเสธ...ฉันเห็นบางอย่างในตาสวยๆ ของนาย นายยังแบกความเศร้าอะไรไว้อีกล่ะ”


 

เธอมองเห็นภาพใบหน้าที่ประดับด้วยยิ้มสวยอันแสนเศร้าจนปวดใจของเขาซ้อนกับใบหน้าที่เหมือนเหงาใจของเขาในเวลานี้ เธอไม่อยากเห็นเขาเศร้าเลยจริงๆ

 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปของนักล่าสมบัติหนุ่มอีกครั้ง เป็นยิ้มปลอบประโลมที่ทั้งทำให้ผู้พบเห็นอุ่นใจ แต่ขณะที่กันก็โอบล้อมความลับของตนไว้อย่างเหนียวแน่น

“มีเรื่องกังวลอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจะแก้ไขให้ได้อย่างแน่นอน”

 

ท้ายเสียงของเขาหนักแน่นเหมือนกำลังให้คำสัญญา

ควอเรียเอียงคอพยายามค้นหาว่าเขาซ่อนอะไรไว้จากเธออีก แต่ไคอาก็ไคอา เป็นชายหนุ่มที่แม้อายุอานามจริงจะน้อยกว่าเธอมาก แต่วัยวุฒิสูงกว่าเธอเยอะอย่างน่าโมโห หากไคอาต้องการให้เรื่องใดเป็นความลับ


 

มันก็จะเป็นความลับต่อไป ไม่มีทางที่เขาจะบอกเล่าให้ใครฟัง จนกว่าจะเห็นว่าถึงเวลาอันสมควร

น่าเสียดายที่ควอเรียใจร้อนจนไม่อยากรอเวลาอันสมควรที่ว่านั่น


 

“นี่เราเป็นเพื่อนกันแน่หรือเปล่าเนี่ย...” เธอเอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาเล่นเอาไคอาสะอึกกะทันหันเกือบลื่นลงน้ำ

 

ดวงตากลมโตหรี่ลงครึ่งหนึ่งอย่างไม่พอใจ

“ไม่คิดจะบอกฉันจริงๆ เหรอ”

“ขอโทษครับ แต่ยังบอกไม่ได้จริงๆ ไว้ถึงเวลาจะเล่าให้ฟังนะครับ”

 

“ฮึ่ย!” ควอเรียยกแขนขึ้นกอดอก “นายคนความลับเยอะ ฉันถามเพราะมโนธรรมหรอกนะ เอาเถอะ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบก็ได้ ว่าแต่...ใช่เรื่องสาวที่นายชอบใช่ไหมล่ะ ตอบมาว่าใช่หรือไม่ใช่ก็ได้นะ”

 

แม้เงือกสาวไม่หวังคำตอบแต่รูปแบบประโยคนั้นบังคับให้เขาตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ก็เลือกบ่ายเบี่ยงไม่ตอบเสียเลย แต่ตอนนั้นไคอาคิดว่าจะซื่อสัตย์สักนิดก็คงไม่เสียหาย

 

“ครับ เกี่ยวข้องเต็มๆ เลย”

 

ควอเรียทำหน้ากรุ่มกริ่มแปลกๆ พลางกระถดตัวเข้ามาใกล้เขาแล้วถามต่อว่า

“เล่าให้ฟังหน่อยสิ คนไหนเหรอ แล้วสวยไหม เป็นคนยังไง”

 

ไคอามองร่างบางที่ส่งตาเป็นประกายวิบวับมาทางเขาอย่างเอ็นดู พลางตอบเสียงนุ่มนวลว่า

“ถ้าเอาเรื่องหน้าตาก็คงบอกได้ทันทีว่า น่ารักน่ามอง หัวดื้อเหลือร้ายจนบางทีผมก็เหนื่อยใจ แต่ก็มีชีวิตชีวา และกล้าหาญทำให้ผมยิ้มได้แม้ในเวลาที่ผมสิ้นหวังอย่างที่สุด แค่ได้เห็นเธอยิ้มก็มีความสุขแล้วครับ”


 

“มีคนแบบนั้นด้วย! แล้วไม่มีข้อเสียอื่นนอกจากหัวดื้อแล้วหรือ

 

ไคอาหลุดขำนิดๆ ก่อนจะบรรยายต่อตามเจ้าหญิงบัญชา

“ทั้งที่ฉลาดรู้อะไรหลายๆ เรื่องดีมากจนผมตกใจ แต่กลับเปิ่นตลอดเวลา ซุ่มซ่ามหน่อยๆ ชอบพูดเหมือนสั่ง กินเก่งมาก แต่ทำอาหารไม่เก่ง แล้วก็เย็บผักถักร้อยไม่เอาอ่าว”

 

ดวงตาของควอเรียโตขึ้นอีกเท่าตัวเห็นจะได้

“มีคนคล้ายฉันขนาดนั้นด้วย เรื่องทำอาหาร กับตัดเย็บ มีมนุษย์แบบนั้นด้วยเหรอ”
         ทั้งที่พูดไปอย่างประหลาดใจแต่เสี้ยวหนึ่งในใจเธอกลับเจ็บๆ คันๆ นิดๆ เหมือนไม่พอใจที่ไคอากำลังชื่นชมผู้หญิงที่ไหนไม่รู้

 

ไคอายิ้มน้อยๆ ไม่ตอบว่าผู้หญิงคนนั้นใช่มนุษย์ที่ไหน เธอเป็นเงือก เป็นเจ้าหญิง หรือสรุปง่ายในประโยคเดียวว่า

 

คุณเองนั่นแหละครับ

 
 

“ก็...ทำนองนั้นแหละครับ” ชายหนุ่มตอบกลางๆ ไม่ชี้นำ

 

ควอเรียร้องหึเบาๆ
         “จะว่าไปก็มีเรื่องแย่ๆ ที่ผู้ชายไม่น่าจะชอบตั้งเยอะนี่นา ทำไมถึงยังรักยังชอบได้อีกล่ะ”

 

บรรยากาศรอบข้างใต้แสงจันทร์เหมือนจะอบอุ่นขึ้นโดยพลันเมื่อไคอาเอ่ยอย่างมั่นใจว่า

 

“เพราะเป็นเธอครับ” เขาสบตาควอเรีย

 “บางทีข้อดีข้อเสียก็ไม่อาจตัดสินเรื่องรักชอบได้ สำหรับผมเพราะเป็นเธอ ผมถึงรู้สึกรักขึ้นมาได้ และเพราะรัก ผมถึงมองเห็นข้อดีมากมายที่คนอื่น หรือแม้แต่ตัวเธอเองมองข้ามไป ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเธอคือสิ่งที่ผมยินดียอมรับ และไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว”

 

เปิ่น ซุ่มซ่าม ทำทั้งตัวเองเจ็บตัว ทั้งเขาเจ็บตัว แต่เขาก็ยังรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เป็นคนพยุงเธอขึ้นมา
 

ใจกล้าจนบ้าดีเดือด ทำเอาเขาใจหายใจคว่ำ แต่ก็พอกันกับตัวเขาเอง เรื่องของตัวเองเขายั้งไม่อยู่ แต่ถ้าเป็นคราวเธอ เขาแน่ใจว่าหากมีสติและกำลังเขาจะรั้งเธอไว้ให้ใจเย็นลงได้

 

ทำอาหารไม่เป็น ไม่ค่อยสำคัญนักสำหรับเขา แค่เธอแบ่งขนมที่ซื้อมาให้เขากิน เขาก็ดีใจแล้ว
 

เย็บปักถักร้อยไม่เป็นก็ไม่เป็นปัญหา ในเมื่อเขาคงทำแทนได้บ้าง

 

เอาแต่ใจก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับไร้เหตุผล ดังนั้นเขาจึงยินดีตามใจเธอ


 

ทั้งข้อดีข้อเสียเยอะแยะจนพูดไม่หมด เขาไม่มีวันเอาคุณสมบัติของใครมาสาธยายในใจมากขนาดนี้ได้ หากเขาไม่ได้รู้สึกว่า “รัก” อย่างแท้จริง

 

ควอเรียเป็นคนพิเศษ และจะเป็นเสมอไป

แม้ไม่ใช่รักแรก แต่ไคอาคิดว่าเธอจะเป็นรักสุดท้ายของเขา


 

ควอเรียอึ้งกับคำตอบของไคอาไปนาน หน้าแดงร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตจนเธอต้องลอบทุบหัวตัวเอง
 

ควอเรียบ้า! เขาชมคนอื่น เอามาเขินเองทำไมยะ!

 

แต่ว่า...คำตอบหนักแน่นกล้าหาญของไคอาก็ทำให้เธอประทับใจอย่างคาดไม่ถึง การได้รักไคอาคงเป็นโชคดีเหลือแสนของผู้หญิงคนหนึ่งเช่นเดียวกัน

 

ความทรงจำของควอเรียถูกชะบางส่วนออกไปช้าๆ จนเธอแทบไม่รู้สึก แม้แต่กล่องใบเล็กที่ห้อยคอแนบกายไคอายังแทบไม่มีปฏิกริยา เจ้าหญิงเงือกลืมไปว่าเธอคิดว่าหากได้เป็นผู้หญิงที่ไคอารักคงโชคดี

แต่เธอไม่ลืมความประทับใจต่อทุกประโยคเขาพูด แม้สักพยางค์เดียว

 

เสียงเพลงมังกรวารีดังผ่านผิวน้ำขึ้นมาเบื้องบน ขณะที่สายลมหอบเอาเสียงคลื่นมาบรรเลงประสาน ทั้งไคอาและควอเรียนั่งมองหน้าอีกฝ่ายเงียบๆ ต่างคนต่างคิดคนละอย่าง


 

สุดท้ายไคอาก็เป็นฝ่ายถอนสายตาหลบตาก่อน

“นี่ก็มืดแล้วนะครับ บางทีเราน่าจะกลับได้แล้ว”

 

ควอเรียมองฟ้าแล้วเบะปาก “ไม่เอา! เพิ่งมนั่งได้แป๊บเดียวเอง เสียเที่ยวนะ”

 

“แล้วเราจะนั่งคุยเปิดใจกันไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็หลุดสารภาพวีรกรรมแย่ๆ สมัยเด็กออกมาหรือครับ” ไคอาเอ่ยยิ้มแย้ม


 

เจ้าหญิงเงือกสะดุ้ง รู้ตัวว่ามีชนักติดหลังหลายเรื่อง และมีบัญชีคดีเก่ายาวเหยียดพ่ายแพ้เพียงแต่ฟิวเรียคนเดียวเท่านั้น เธอยิ้มประจบไคอาแล้วบ่ายเบี่ยงว่า

 

“เอาอย่างนี้ ฉันพานายหนีงานดูตัวติงต๊อง พาเที่ยวสุดหรูแบบไม่มีใครเลียนแบบได้ เลี้ยงขนมนายด้วย เพราะฉะนั้นก็ถึงเวลาที่นายต้องทำอะไรตอบแทนฉันบ้าง”

 

“?”

 

ควอเรียก้มลงมองแสงวูบวาบจากร่างมังการวารีเบื้องล่าง แล้วยกนิ้วจิ้มแก้มไคอาเบาๆ

“ร้องเพลงไง เราอยู่ในเวทีแสดงดนตรีชั้นยอด ก็ขาดแต่เสียงนักร้องเท่านั้นแหละ”

 

ราชาร้อยสมบัติเลิกคิ้ว

“ไม่ใช่ผมร้องเพลงไม่เป็นนะครับ แต่ว่าไซเรนวอยซ์จะ...”

 

“ไม่ต้องห่วงเลย มังกรวารีและสัตว์ที่อาศัยอยู่ใกล้มูนลิตพ้อยท์ต้านมนตราสะกดได้สูงมากๆ หากนายไม่อัดพลังเต็มเหนี่ยวก็สะกดมันไม่ได้หรอก น่านะ ร้องหน่อย หรือนายจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เหมือนพ่อนายว่าร้องเพลงไม่เก่งอีก”


 

ไคอายิ้มเจื่อนๆ อย่างไม่แน่ใจ

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่คิดว่าผมร้องเพลงแย่ แต่ว่าไม่ได้ร้องจริงจังมานานแล้วเหมือนกัน ถ้าให้ร้องตั้งแต่ต้นจนจบก็อาจจะล่มได้”

 

“ล่มไม่ล่ม ไม่สนหรอกน่า ร้องเถอะนะ แค่เพลงเดียว แล้วจะกลับก็ได้ นะ นะ นะ นะ!

 

ลองเจอสายตา เสียงหวานใสอ้อนแบบนี้เป็นใครก็คงร่วงลงไปกองพ่ายแพ้อยู่กับพื้น หรือจมดิ่งไปนอนแหง็กอยู่ก้นทะเล ไคอาต้องสูดหายใจเข้าออกหลายครั้งกว่าจะรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาได้ครบถ้วน
 

“ตกลงครับ จะลองดู”

 

เขากระแอมเบาๆ ก่อนจะเลือกร้องหนึ่งในเพลงโปรดที่เขาเคยฟังตอนและติดใจจนฝึกร้องเองตั้งแต่ยังอยู่ที่เมโลนทูเรีย

 

“ลำนำวิหคจันทรา”

 

ตำนานของนกวิเศษที่ลือกันว่าจะโบยบินอยู่บนฟ้าตลอดชีวิต และผู้ที่ได้รับพรจากเส้นขนที่แปรเปลี่ยนรัศมีตามข้างขึ้นข้างแรมได้นั้นจะได้รับพลังและพรอันยิ่งใหญ่

 

ผู้คนต่างตามหานกแห่งความหวัง และเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ก้าวขึ้นจากปลักตมสู่แสงสว่างแม้ไร้พลังจากขนนกวิเศษ แต่เขามีความหวัง และศรัทราในตัวเองและพวกพ้อง จนมองผ่านตำนานมหัศจรรย์เข้าไปเห็นควมจริงที่ว่า ขนนกเป็นเพียงสัญลักษณ์ สิ่งที่ได้มาจริงแท้นั้นคือประสบการณ์ และสายสัมพันธ์แข็งแกร่งที่งอกเงยขึ้นจากการเดินทางตามหาปาฏิหารย์
 

เพื่อที่จะพบว่าปฏิหารย์นั้นสถิตอยู่ในตนเอง

 

บทเพลงแห่งความหวังที่ร้องกันในช่วงสงครามท่ามกลางความมืดมิดที่ความหวังเป็นยิ่งกว่าแสงสว่าง หรือน้ำ แต่เป็นเหมือนอากาศของทุกลมหายใจ

 

 

เขาอยากขับขานบทเพลงแห่งความหวังให้กับตัวเขาเองและคนอื่นๆ สร้างควมกล้า เปลี่ยนความท้อแท้ให้เป็นความมุ่งมั่น ย้ำเตือนว่าตราบใดยังมีความหวัง ยังมีความพยายามก็มีเส้นทางไปสู่ปลายทางที่ปรารถนา

เขาอยากจะช่วยควอเรีย อยากให้เธอเป็นอิสระ

 

เขาสาบานไว้ ไม่ว่าเขาต้องพบเจอกับอะไร เขาก็จะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระให้จงได้

 

นี่คือสาสน์ท้ารบเอฟิรอนแห่งเฟรเซีย...

นี่คือคำประกาศสงครามว่า ไคอา คาริเดสจะไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจจนกว่าจะสิ้นอายุขัย

 

 

เสียงสุดท้ายของไคอาจางหายไปในอากาศ ควอเรียอึ้งตาค้าง ทั้งที่เขาไม่ได้ใส่พลังลงในน้ำเสียงมาก แต่บทเพลงที่ร้องด้วยอารมณ์จากใจกลับทำให้เนื้อเพลงทวีความหมายขึ้นหลายเท่าตัวจนฟังแล้วเคลิ้มตาม และไม่อยากให้เสียงนั้นหยุดลง

 

ปกติเสียงพูดของไคอาก็น่าฟังอยู่แล้ว ส่วนเสียงร้องเพลง เทพสมุทรช่วย! หากพวกนักขับลำนำทั้งชาวบกทั้งชาวทะเลได้ยินคงถึงกับตาวาว ตราหน้าไคอาเป็นคู่แข่งตัวอันตราย

 

เสียงเขาเพราะจริงๆ มีส่วนผสมแข็งแกร่ง มีพลังที่ได้มาจากเกล็นเดล แต่ผสมเอาความอ่อนโยน และมีชีวิตชีวาจากคอร์วิน่า สการ์เล็ตต์ กลายเป็นน้ำเสียงที่ฟังแล้วไม่อาจลืมได้อีกเลย

 

“พอใช้ได้ไหมครับ ผมว่าผมร้องผิดสองสามคำ” นักร้องเสียงทองเอ่ยเขินๆ

 

ผู้ฟังส่ายหน้าดิกชมเปะไม่ขาดปาก

“เพราะมาก! เพราะมากๆ จริงๆ นะไคอา นายนี่เสียงดีเป็นบ้าเลย”

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


 

“อื้อๆ จริงๆ นะ ไม่ได้แล้วล่ะ กลับกันเถอะ!” ควอเรียดันร่างลงน้ำพร้อมดึงมือเขาตามมาด้วย เธอมองหน้าเขาและออกคำสั่งพร้อมยิ้มสดใสว่า

“ตามมาให้ฉันอัดเสียงเพลงนายเก็บไว้ซะดีๆ”

 

“แต่ว่า ผมจำเนื้อไม่ค่อยได้...”

“ไม่เป็นไร! ผิดก็ช่าง แค่อย่าเสียงหลงกลางคันก็เป็นอันใช้ได้ ตกลงนะ ตามมาเลย!
 

ควอเรียว่ายน้ำฉิวลากเขาไปโดยไม่สนใจฟังคำตอบสักนิดเดียว ถึงอย่างนั้นไคอาก็ยอมตามน้ำไปอย่างไม่ขัดข้อง
 

เพียงเสียงเพลง ถ้าทำให้เธอให้มีความสุขได้ จะกี่ครั้ง เขาก็ยินดีร้องทั้งนั้น

 

 

หลังแยกจากควอเรียนอกห้องดนตรีพร้อมโน้ตเพลงและเนื้อเพลงปึกหนึ่งในมือ (เธอขอร้องแกมบังคับว่า ช่วยฝึกมาร้องให้ฟังภายในสัปดาห์หน้านะ!) ไคอาไม่ได้ตรงกลับห้องพักในวังหลวงทันที แต่มุ่งหน้าตรงไปที่ท้องพระโรงซึ่งว่างเปล่าในยามดึก

 

มีกระดานหินอันเล็ก สีเงินสว่างติดอยู่บนผนัง แม้ดูเผินๆ จะเหมือนแค่ของแต่งห้อง แต่ที่จริงนี่คือริลิคที่ใช้บันทึก จัดลำดับ และส่งข้อมูลไปถึงรีลิคแฝดที่ราชาเงือกเป็นเจ้าของ

 

ไคอาหยิบปากกาสีเงินปากแหลมที่สร้างเป็นรูปเงือกในเกลียวคลื่นเขียนข้อความลงบนกระดานหิน แม้ไม่จุ่มหมึกตัวอักษรสีทองก็ปรากฏขึ้นตามที่ลากปากกาไป

 

มือคล้ำวางปากกาลงบนแท่นไม่ทันไร ประตูด้านในหลังบัลลังก์ราชาก็เปิดออกมา พร้อมกับดวงแสงสีขาวที่ระเบิดออกเป็นร่างจำลองของเงือกน้อยสีขาวตัวเล็กจิ๋ว เงือกน้อยว่ายนำไคอาเข้าไปในประตูลับ พาลดเลี้ยวตามเส้นทางคดโค้งจนออกมาโผล่ในอุทยานหลวงที่คงอยู่ในพระราชฐานชั้นในสุดที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา

 

“สวัสดีไคอา เที่ยวสนุกไหม ข้าได้ยินเสียงเพลงของเจ้าแล้วเพราะเข้าขั้นเลยนะ” ราชาเงือกในชุดขาวพลิ้วสบายเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวนุ่มอยู่เคียงข้างราชินี ท่าทางอารมณ์ดีกว่าที่เขาคิด

 

ไคอาไล่เอาความประหม่าออกไป และตรงเข้าประเด็นหลักทันที

“ท่านแวนเทอริสครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา”

 

“เรื่องอะไรล่ะไคอา ถึงกับมาหาข้าด้วยตัวเอง”
          ราชาตรัสถามทั้งทีเนตรสีเงินคู่นั้นฉายแววราวกับรู้คำตอบดีมาแต่แรก

 

ดวงตาสีม่วงอ่อนจางโชนแสงขึ้น ริมฝีปากขยับเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า

“ผมต้องการปรึกษาเรื่องแผนปราบมังกรครับ”

.....................................................................

To be Continue on


 

Chapter 73
เผชิญหน้า

 

สิ่งต่อมาที่ไคอารับรู้ก็คือร่างกายของเขาเหมือนจะไม่เจ็บปวดอีกแล้ว
เขาลืมตาขึ้นและเห็นว่าตนอยู่ในร่างมนุษย์ สวมเสื้อเชิ้ตสีงาช้าง กับกางเกงขาว
เท้าเปล่าปราศจากรองเท้าเหยียบอยู่บนพื้นหญ้านิ่มๆ ที่มีดอกไม้เล็กๆ สีขาวขึ้นประปรายใต้แสงจันทร์

 

ที่ไหนกัน...

 

เสียงกระทบกันของเครื่องประดับ และโซ่เหล็กเสียดสีดังขึ้นจากด้านหลัง
มือแข็งเย็นเฉียบคว้าเข้าที่หลังคอไคอาพร้อมน้ำเสียงที่เป็นเหมือนเสียงของเขาทุกประการ แต่ต่างสำเนียงเอ่ยขึ้นว่า


 

“กล้ามานะ ที่บุกเข้ามาถึงที่ของข้า เจ้ารอให้ข้าฆ่าเจ้าไม่ไหวหรือไง
ถึงได้แส่มาหาที่ตายที่นี่ ไคอา วาเลอเรียส”




 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Mermaid Rhapsody: เพลงสุดท้ายของนางเงือก ตอนที่ 73 : Chapter 72 อาบจันทรา (130/130%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2036 , โพส : 25 , Rating : 65 / 13 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#25 : ความคิดเห็นที่ 2718
มีที่พิมพ์ผิดค่ะ ตรงที่ ควอเรียถูกอาบไล้ "แสงศิลาจันทรา" น่าจะเป็น "ศิลาแสงจันทร์"นะ
Name : นกกระจอกแตกรัง [ IP : 101.109.48.209 ]
Email / Msn: -
วันที่: 8 สิงหาคม 2556 / 15:18

#24 : ความคิดเห็นที่ 2595
อยากให้มีตัวละครข้ามมาอีกจังเลย...T^T
PS.  ...Green Tea...Hot Chocolate...Milk...Strawberry Milkshake...Cookie'n Cream...
Name : Summer+Fairy< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Summer+Fairy [ IP : 58.9.134.104 ]
Email / Msn: snow.soil.summer(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มิถุนายน 2556 / 18:16


#23 : ความคิดเห็นที่ 2502
....ถ้าทำให้เธอมีความสุขได้ กี่ครั้งเขาก็ยอมร้องทั้งนั้น....



คุ้น ๆ คล้ายๆ ตอนวาเทียบอกว่า จะให้ร้องให้ฟังทั้งชีวิตยังได้เลย... 



ต่างกันหน่อยที่วิธีการพูดเองอ่ะ 55 ทำไมพระเอของท่านรอนเดลต้องร้องเพลงเพราะทุกคนเลยนะ 



สนุกมากเลยค่ะ ^^
PS.  ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง...ฉันก้อจะยังเชื่อใจเทอคนเดียว
Name : LoyolY< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ LoyolY [ IP : 101.51.36.107 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 มีนาคม 2556 / 02:01

#22 : ความคิดเห็นที่ 2344
น่ารักมาก ><
ตอนต่อไปน่าลุ้นๆ
PS.  #ฟ้าหลังฝนตกช่างสวยงาม...ท้องฟ้าสีทอง...กลิ่นหอมอ่อนๆของผืนดินและใบหญ้า...สายลมอ่อนๆที่พัดผ่าน... #กาลเวลาผ่านไป...แล้วจิตใจคนเล่า...จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา...เช่นนั้นหรือ(?)
Name : Mina_Nin< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mina_Nin [ IP : 101.51.134.226 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:22

#21 : ความคิดเห็นที่ 2211
จะปราบยังไง อ่าา
PS.   [-ทำทุกวันไห้มีความสุข แล้วเราจะไม่มีความทุกในเเต่ละวัน-](งง ไหมนี้)
Name : สายลมแห่งโชคชะตา< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สายลมแห่งโชคชะตา [ IP : 61.90.87.23 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 ธันวาคม 2555 / 10:48

#20 : ความคิดเห็นที่ 1870
จะกลายเป็น dragon killer ต่อจากนักล่าสมบัติหรอเนี่ย หุหุ
Name : The Memorial< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The Memorial [ IP : 1.0.242.237 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 21:23

#19 : ความคิดเห็นที่ 1869
หวานจริงๆค่ะ หวานมากๆเลย>"< ไคอากับควอเรียอยู่ในบรรยากาศที่ชวนฝัน
ควอเรียยังคงอ่อนหัดด้านความรู้สึกทางความรักเหมือนเคย เฮ้อ...ถึงเหมือน
ไคอาจะบอกเป็นนัยๆก็คงไม่เข้าใจง่ายๆว่าเป็นตัวเองนอกจากสารภาพรักเท่านั้น
แต่ก็คงไม่ได้อีกค่ะเห็นแล้วอึดอัดแทนค่ะ -*- คุณรอนเดลจัดเต็มฉากหวานๆ
ก่อนจะพาเข้าสู่ศึกสำคัญสินะค่ะ หวังว่าคงมีวิธีปราบมังกรแบบสันตินะค่ะ

สู้ๆนะค่ะไรเตอร์ ^^Y
PS.  เหล่านกน้อย และต่ายจัง : ไม่ต้องบินสูงอย่างใครเค้า เอาแค่เรา บินได้ เรื่อยๆ สะดุด บ้าง ล้มบ้าง ก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้ก็พอแล้ว
Name : littlebirds(วิหคน้อย)< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ littlebirds(วิหคน้อย) [ IP : 125.25.103.149 ]
Email / Msn: littlebird.s(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 21:09

#18 : ความคิดเห็นที่ 1868
ไคอาน่ารักที่สุด
55555555+
สุ้น่ะคร่ะ
Name : kwang [ IP : 101.108.14.161 ]
Email / Msn: -
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 18:36

#17 : ความคิดเห็นที่ 1867
เป็นตอนที่น่ารักมากๆเลยค่ะ
Name : snow [ IP : 223.207.84.246 ]
Email / Msn: tvxq_aum56(แอท)hotmail.com
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 17:46

#16 : ความคิดเห็นที่ 1866
อ๋า เอาหวานมาปลอบใจก่อนจะเจอเรื่องเครียดสินะ เง้อ T^T
PS.  ร้ากนิยายทุกเรื่องที่ซู้ดดดด
Name : Pankkie< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pankkie [ IP : 124.122.55.91 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 15:30

#15 : ความคิดเห็นที่ 1865
ไคอาคือเศษเสี้ยววิญญานของมังกรขาวใช่มั้ย แล้วเข้าไปเจอกันได้งัยน่ะ สงสัยๆ
PS.  A goal is a dream with a deadline.
Name : spring< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ spring [ IP : 210.48.222.13 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 14:56

#14 : ความคิดเห็นที่ 1863
น่ารักมากๆเลยอ่ะ
Name : neschan< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ neschan [ IP : 58.8.234.190 ]
Email / Msn: Kanruthaija(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 11:45

#13 : ความคิดเห็นที่ 1862
อ่านมาถึงตรงนี้ก็พบว่า...
ติดเรื่องนี้มาก~~
อยากวาดแฟนอาร์ตมาให้จังเลย 
วาดได้ใช่ไหมคะ *  *
PS.  ...ตราบใดที่ยังไม่สิ้นซึ่งความกล้าหาญ ต่อให้พระเจ้าหันหลังให้ ชัยชนะจักสถิตอยู่กับคุณ...
Name : ผู้ไร้นาม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้ไร้นาม [ IP : 118.173.141.229 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 09:30

#12 : ความคิดเห็นที่ 1861
ตอนนี้หวานอ้ะ! ฯ น่ารักจังเลย *เพ้อ*
แต่ตอนหน้ามีลุ้นอีกแล้ว ไคอากับควอเรียจะเป็นยังไงน้า
PS.  ขวางโลกอย่างมีศิลปะ และใช้ชีวิตให้เป็นตัวของตัวเอง
Name : Riprim< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Riprim [ IP : 118.173.154.125 ]
Email / Msn: rip_rim(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 02:16

#11 : ความคิดเห็นที่ 1860
ไคอา ควอเรีย น่ารักจังเลยค่ะ 
PS.  ถ้าถามว่า ทำไม ฉันถึงเชื่อในตัวเธอ มันก็คงเป็นเพราะ ฉันเชื่อในปาร์ฎิหารย์ละมั้ง
Name : Anabell Freebella< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anabell Freebella [ IP : 49.48.0.246 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 01:49

#10 : ความคิดเห็นที่ 1859
โอ๊ย! หวานจังเลยคะ(ไม่บอกว่ามดขึ้นคะ เพราะ เดี๋ยวเวลาหวานกว่านี้จะไม่มีคำมาใช้พูด ฮ่าๆ) พี่รอนเดล แถมยังสนุกมากๆด้วย ลุ้นจังเลยคะ ไคอาจะไปเจอกับเอฟิรอนแล้ว ไคอาสู้ๆ นายต้องทำให้ได้นะ เพื่อควอเรีย แล้วก็พี่รอนเดล สู้ๆ นะคะ สนุกมากเลยคะ หนูเป็นกำลังใจให้นะค่ะ >w<~~~~
Name : P.Snowdrop< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ P.Snowdrop [ IP : 49.48.228.233 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 00:35

#9 : ความคิดเห็นที่ 1857
น่ารักมากๆเลยตอนนี้ รู้สึกได้ถึงความสุขเลยล่ะ
แต่ควอเรียนี่น้า เรื่องความทึ่มนี่ยกให้เลยจริงๆ
ตอนหน้าจะเจอมังกรแล้ว อยากอ่านมากๆเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
Name : aongfong39< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aongfong39 [ IP : 124.121.84.37 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2555 / 00:21

#8 : ความคิดเห็นที่ 1856
หวานนนน ซะ แหมๆ ไคอาท่าทางจะได้กำไรและกำลังใจไปเยอะเลยเชียวว!
ควอเรียก็ร่าเริงสดใสน่ารักยิ่งขึ้นไปทุกที ไคอาจะทนไหวได้อีกนานแค่ไหนเนี่ยน้า
ที่รีบๆจะปราบมังกร เพราะไม่อยากทนแล้วใช่มั้ยล่ะ หุหุ

ว่าแต่เซเรนจะรู้ว่าอัลเจียเป็นจินน์เมื่อไหร่น้อ? เชียร์คู่นี้ต่อไป~

พี่รอนเดลสู้ๆ! คืนนี้อัพดึกนะคะเนี้ย แอบนึกว่าวันนี้จะไม่อัพซะแล้ว ขอบคุณค่า :)
PS.  ยิ้มวันละนิด ชีวิตยั่งยืน :]
Name : -เกม-< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ -เกม- [ IP : 58.9.166.98 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤศจิกายน 2555 / 23:48

#7 : ความคิดเห็นที่ 1853
ปั่นป่วน สรุปว่าโฉมงามสติเฟื่องนี่ สร้างแต่ของอันตรายนะเนี่ย
Name : เฟียร์แห่งพนาสีขาว< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เฟียร์แห่งพนาสีขาว [ IP : 125.25.175.197 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 16:36

#6 : ความคิดเห็นที่ 1851
พี่น้องชาวเงือกตัวป่วนป่วนได้ใจจริงๆ ^^ ปล.เพิ่งเห็นรูปไคอากับควอเรีย น่ารักมากๆเลยค่ะ
PS.  ...รักของแม่ยิ่งใหญ่กว่าใครๆในโลก...
Name : blue_huckel< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blue_huckel [ IP : 58.9.87.99 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 13:26

#5 : ความคิดเห็นที่ 1850
พี่น้องแต่ละคน...ช่างน่ารักจริงๆ
ชอบประโยคสุดท้ายมากๆ
PS.  ...ตราบใดที่ยังไม่สิ้นซึ่งความกล้าหาญ ต่อให้พระเจ้าหันหลังให้ ชัยชนะจักสถิตอยู่กับคุณ...
Name : ผู้ไร้นาม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้ไร้นาม [ IP : 118.173.136.7 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 / 06:14

#4 : ความคิดเห็นที่ 1849
555+++ ชอบจริงๆ "รีไซเคิลไปนิสัยก็ไม่ดีขึ้น" ^ ^
Name : ตุ๊กตาร่อนเร่ [ IP : 115.87.153.226 ]
Email / Msn: -
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 22:43

#3 : ความคิดเห็นที่ 1848
กลายเป็นพี่น้องทะเลาะกันซะแล้ว ส่วนไคอากับควอเรียไปลั้นลากันอยู่สองคนเลยนะ555
Name : aongfong39< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aongfong39 [ IP : 124.122.14.21 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 21:47

#2 : ความคิดเห็นที่ 1847
เหอๆ ไคอานี่(แอบ)หวานไม่เลิกเลยนะคะเนี่ย ส่วนทางนั้น....ทะเลาะกันเข้าไป - -
สนุกมากเลยคะ พี่รอนเดล เป็นกำลังใจให้คะ ^ ^~
Name : P.Snowdrop< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ P.Snowdrop [ IP : 49.48.225.156 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 21:46

#1 : ความคิดเห็นที่ 1846
งานชนกันเปี้ยงป้างสุดท้ายก็ต้องมาเครมค่าเสียหายกันสินะ งืมๆ ฟิวเรียตบท้ายได้....มาก ไม่รู้ตัวเลยเซเรนจ๋า อิอิ

PS.  เหล่านกน้อย และต่ายจัง : ไม่ต้องบินสูงอย่างใครเค้า เอาแค่เรา บินได้ เรื่อยๆ สะดุด บ้าง ล้มบ้าง ก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้ก็พอแล้ว
Name : littlebirds(วิหคน้อย)< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ littlebirds(วิหคน้อย) [ IP : 125.24.80.97 ]
Email / Msn: littlebird.s(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2555 / 21:44

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android