สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย {Yaoi} จบ: เปิดจองหนังสือ

ตอนที่ 5 : Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย :: ตอนที่4


     อัพเดท 19 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สบายๆ คลายเครียด
Tags: Maybe, Sweet, Boys, Romance, Lovely, Yaoi
ผู้แต่ง : riri-ริริ ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ riri-ริริ Email : ririclub(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/ririworld143
< Review/Vote > Rating : 100% [ 6 mem(s) ]
This month views : 660 Overall : 35,335
1,042 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 841 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย {Yaoi} จบ: เปิดจองหนังสือ ตอนที่ 5 : Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย :: ตอนที่4 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2132 , โพส : 5 , Rating : 15 / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย

บทที่ 4

Sweet Pies

 

 

 

[Puen’s Side]

 

“รูปนี้ดูแข็งทื่อไปหน่อยวะ สื่ออารมณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร”

 

“แต่รูปนี้พอโอเคนะเว้ย แสงกำลังดี องค์ประกอบก็ได้สัดส่วน”

 

“มึงเอาไปช่วยดูหน่อยดิไอ้ปืน”

 

ผมปรายตามองซองรูปในมือเพื่อนก่อนจะหยิบออกมาดูทีละใบ จนครบใบสุดท้าย สายตาของเพื่อนทั้งสามคนมองมาอย่างคาดหวัง ผมดูรูปอีกทีก่อนจะแยกรูปที่ใช้ได้ออกมา จากสามสิบกว่าใบเหลือแค่ไม่ถึงสิบใบเท่านั้น

 

“แค่นี้เองเหรอวะ” เวฟถามผม จ้องมองภาพที่ถูกคัดทิ้งอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“โหยย แบบนี้ก็ต้องออกไปถ่ายใหม่ดิวะ” ก้องบ่นหน้าเครียด พลางหยิบรูปขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณาถึงข้อผิดพลาดบนรูปแต่ละใบ

 

งานที่อาจารย์สั่งมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือการถ่ายภาพแนว Life ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างยาก ภาพที่ต้องส่งจำนวนห้าสิบใบต่อคนนั้น ภายในหนึ่งอาทิตย์ถือว่าเป็นงานที่โหดพอตัว และนี่ก็เหลืออีกสองวันเท่านั้น ไม่แปลกที่เพื่อนผมแต่ละคนจะทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายได้ขนาดนี้ ส่วนผมน่ะเหรอ ส่งไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

 

งานถ่ายภาพแนว Life มันก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายรูปแบบ อย่างเช่นการถ่ายภาพชีวิตประจำวันโดยทั่วไปของบุคคลทั่วๆไปโดยส่วนมากจะถ่ายเป็นรูปสะท้อนสังคม เป็นภาพที่ให้อารมณ์สะเทือนใจ ก่อให้เกิดการฉุกคิด การถ่ายภาพงานทำบุญหรืองานประเพณี การถ่ายภาพบันทึกเหตุการต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ การถ่ายภาพวิถีชีวิตการทำมาหากิน หรือการทำงานของผู้คนทั่วไปที่แสดงถึงเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คน หรืออาจจะเป็นการถ่ายภาพของสิ่งของที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อถือทางด้านศาสนาและความเจริญทางด้านอารยธรรม และการถ่ายภาพบันทึกยามสงครามก็เป็นได้

 

โดยส่วนตัวผมชื่นชอบการถ่ายภาพแนวนี้ เพราะถึงแม้ว่าแนวของการถ่ายภาพจะมีความแตกต่างกันออกไปและเป็นเหตุการณ์ที่ต่างกันออกไป แต่เพราะเป็นการถ่ายภาพแบบที่เรียกกันว่า Candid คือเป็นการถ่ายโดยฉับพลัน ไม่มีการจัดหรือโพสท่าใดๆทั้งสิ้น ในส่วนของสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ จะถ่ายแบบ straight คือเป็นการถ่ายมาตามที่เห็นเห็นปุ๊บก็ถ่ายปั๊บ ไม่มีการซักซ้อมกัน อารมณ์ของคนที่เราถ่ายก็จะได้ออกมาอย่างสมจริง ผมว่านี่คงเป็นเสนห์ของภาพแนวนี้

 

ผมชอบเดินไปตามท้องถนน ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองกับกล้องตัวโปรดหนึ่งตัว ไม่ต้องอยู่ในสตูดิโอที่แคบๆ ไม่ต้องเสียเงินค่าไฟหรือนางแบบนายแบบ แค่มองไปข้างหน้า ภาพไหนที่ดึงดูดผม ผมก็ถ่ายตามอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง แสงจากธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ความรู้สึกจริงของคนๆนั้น ชีวิตจริงที่ไม่ได้สวยหรู อาจเพราะสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ผมรักที่จะถ่ายภาพก็เป็นได้

 

“มึงส่งไปแล้วนิไอ้ปืน ช่วยกูหน่อยดิ”

 

“ไม่ งานของมึง มึงต้องทำเอง”

 

มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องช่วยเพื่อนทำงาน เพราะถ้ามันไม่พยายามด้วยตัวเอง คำว่าพัฒนาก็จะไม่เกิดในชีวิตมัน ถึงแม้ว่าดูยังไงมันก็ไม่น่าจะทำทัน แต่ผมไม่มีทางช่วยมันแน่ ถ้าช่วยครั้งนี้ ครั้งต่อไปก็จะตามมา นี่ก็ปีสามกันแล้ว ถ้ามันยังพัฒนาฝีมือไม่ได้ อนาคตมันจะลำบาก เรียนจบใครๆก็เรียนได้ แต่เรียนจบอย่างมีคุณภาพน่ะมันทำยาก และผมไม่ยากให้เพื่อนตัวเองเรียนจบแบบไร้ซึ่งศักยภาพด้วย

 

“มึงจะไม่ช่วยมันหน่อยเหรอวะ เย็นนี้มึงก็ไปกับพวกกูนิ” ไอ้เวฟถามผม งานของมันก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน แต่ดีที่ว่ามันขาดอีกสิบกว่าใบเท่านั้น

 

“ไม่ ไอ้ก้อง กูหวังดี กูถึงไม่ช่วยมึง”

 

“เออ กูรู้” มันตอบผมเสียงเบา

 

“ไอ้เหนือไปไหนวะ” เวฟถามพลางกวาดสายตาไปทั่วคอนโดของผม

 

เมื่อคืนพวกมันมาเมาที่ห้องผม สาเหตุที่ต้องมารวมตัวกันทั้งๆที่แต่ละคนก็มีหน้าที่อื่นๆนอกจากการไปเรียนก็เพราะไอ้เหนือมันทะเลาะกับโรส แฟนสาวของมัน

 

เวฟ ต้องช่วยที่บ้านดูแลกิจการร้านอาหารกึ่งผับในย่านธุรกิจ เพราะอย่างนั้นช่วงเย็นๆมันมักจะไม่ค่อยว่า ไอ้ก้องนี่ก็ต้องไปทำงานที่ร้านผับชื่อดังของคนรู้จัก มันเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่นั่น มันบอกว่างานนี้เป็นงานที่มันรัก รักมากกว่าการถ่ายรูปเสียอีก มันจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ทำให้คนที่ทุกข์เปลี่ยนมามีความสุขจากเครื่องดื่มที่มันทำ หรือทำให้คนที่มีความสุข มีความสุขมากขึ้นไปอีก ส่วนคนที่หายตัวไปตั้งแต่เช้านั่น วันๆก็คงไปนั่งเฝ้าแฟนสาวสุดที่รัก สวยระดับดาวมหาวิทยาลัยก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา จึงเป็นเหตุให้ทุกคนต้องหยุดหน้าที่ของตัวเองมาดูใจเพื่อนที่กำลังใกล้จะขาดใจตายเพราะพิษรักแรงหึง

 

ผมเตือนมันแล้วว่าอย่าวู่วาม แต่มันไม่เชื่อผม

 

“ออกไปหาโรสมั้ง เชื่อมันเลย ขนาดเมาจะตายยังพยายามตื่นแต่เช้าออกไปหาแฟนได้”

 

“ความรักทำให้คนทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ คิดว่างั้นไหมไอ้ปืน”

 

“...” ผมไม่ตอบพวกมัน หยิบบุหรี่ออกมาจากซองที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกแล้วลุกจากโซฟาออกมายืนสูบบุหรี่ที่ระเบียบ

 

ความรักงั้นเหรอ...ผมไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ จะว่าไม่เชื่อก็คงใช่ แต่ผมไม่ได้บอกว่าโลกนี้ไม่มีความรัก พ่อแม่ผมรักกัน เรื่องนั้นผมรู้ดี แต่ผมกลับรู้สึกว่าความรักนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน ไม่อย่างนั้น คนๆนั้นคงสมหวังในความรักไปนานแล้ว ไม่มานั่งทุกข์ทรมานอย่างทุกวันนี้หรอก

 

เพราะรอบตัวมีแต่คนมีปัญหาในเรื่องรักๆใคร่ๆ ไม่แปลกถ้าคนอย่างผมจะหมดศรัทธา เรื่องชู้สาวนั่นผมไม่สนใจหรอก แต่ถึงผมจะไม่เชื่อในความรัก ไม่คบกับใคร แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะตายด้านไม่มีเรื่องผู้หญิง มันก็มีบ้างในช่วงวัยอย่างพวกผม แต่ก็แค่ข้ามคืนเท่านั้น ไม่ผูกมัด ไม่สร้างความรำคาญ แต่ถ้าสักวันหนึ่งที่ผมเจอคนที่ใช่ เจอความรักที่ผมคิดว่ามันจะอยู่กับผมจริงๆ ผมพร้อมจะยอมรับและรักคนๆ มันก็แค่นั้น

 

“คืนนี้กูคงไปต่อไม่ได้นะ ถ้าไม่เสร็จภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้กูไม่เลิกแน่ๆ นี่กูก็ต้องลางาน เฮ้ออ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว”

 

“ไม่เป็นไรเพื่อน เดี๋ยวกูกินเผื่อเอง”

 

“เออ ขอบใจ” ก้องพูดแกมประชด

 

ผมบี้บุหรี่ที่หมดมวนลงในกระถางต้นไม้ที่พี่สาวผมเคยซื้อมาไว้ให้ เพราะห้องผมมันมีแต่สีดำและสีขาว พี่สาวสุดที่รักของผมจึงซื้อต้นไม้ประดับต้นเล็กๆมาไว้ที่ระเบียงให้ เวลาผมล้าๆ เวลาเดินมาดูต้นไม้พวกนี้ผมก็จะรู้สึกดีขึ้น เหมือนเป็นสถานที่พักใจเล็กๆก็ว่าได้

 

“จะไปกันหรือยัง” ผมถามเวฟและก้องที่นอนเอกเขนกอยู่ที่โซฟาหนังสีดำมันปราบราคาหลายหมื่นของผม

 

“ไปดิ แวะไปที่ห้องชมรมก่อนด้วย พอดีกูลืมหนังสือเรียนไว้ที่นั่น” ก้องว่า

 

“อืม”

 

“ขี้เกียจเรียนโว้ย” เวฟตะโกนลั่นห้องผม ผมได้แต่ปรายตามองมันเท่านั้น

 

ออกจากห้องเราต่างก็แยกย้ายไปที่รถใครรถมัน BMW รุ่นใหม่ล่าสุดสีดำมันเงาที่ผ่านการแต่งเครื่องมาเรียบร้อยจอดรถผมอยู่ที่ช่องจอดรถประจำ ผมเพิ่งได้มาเป็นของขวัญวันเกิดที่เพิ่งมาผ่านได้เดือนกว่าๆที่ผ่านมา

 

“พี่ปืน สวัสดีครับ”

 

“...”

 

ผมพยักหน้ารับไหว้รุ่นน้องในสาขาผมก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องชมรม แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อมาถึง ที่ลูกบิดประตูมีถุงผ้าใบหนึ่งแขวนอยู่ พอเปิดออกดูก็เจอกล่องกระดาษที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าทำเอง เพราะรูปร่างมันเหมือนกล่องขนม แต่อย่างที่บอกว่าดูก็รู้ว่ากล่องนี้ต้องทำเองไม่ได้ซื้อมาแต่อย่างใด นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าอะไรอยู่ในกล่อง และใครเป็นเจ้าของมัน

 

-ให้พี่ปืนครับ ผมทำเอง ทานให้อร่อยนะครับ ^_^-

 

ผมอ่านข้อความบนโพสอิทอีกรอบ ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง ยังไม่มีใครมาถึง ผมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะหยิบกล่องขนมนั่นมาเปิดดู อืม น่าตาน่ากิน กลิ่นก็ใช้ได้ ผมมองข้อความบนโพสอิทอีกครั้ง ในเนื้อความบอกว่าให้ผมและก็คงเป็นรุ่นน้องสักคนเพราะเรียกผมว่าพี่ แต่ที่น่าสนใจคือคำว่า ผมทำเองผม...มันต้องใช้กับผู้ชายไม่ใช่เหรอ งั้นก็คงเป็นเกย์หรือตุ๊ดสักคนที่ชอบผมเอามาให้ แต่ผู้ชายเนี่ยนะที่ทำขนมได้น่ากินขนาดนี้

 

“มาไวนี่หว่าไอ้ปืน”

 

“กลิ่นอะไรวะ หอมๆ”

 

ผมเงยหน้ามองก้องและเวฟที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน ทั้งคู่ นั่งลงที่โซฟาเดี่ยวคนละตัว ก่อนจะทิ้งสายตามาที่ราสเบอร์รี่พาสที่อยู่บนโต๊ะกระจก

 

“มึงซื้อมาเหรอ” เวฟถามพลางก้มหน้ามาใกล้ๆกับกล่องขนม

 

“เปล่า”

 

“อ้าว แล้วของใครวะ” คราวนี้เป็นก้องที่ถามบ้าง

 

“ของกู”

 

“ของมึง”

 

“ไหนมึงบอกว่าไม่ได้ซื้อมาไง”

 

“มีคนให้มา” ผมตอบก่อนจะใช้ช้อนที่ติดมาในถุงตักขนมขึ้นชิม

 

“ใครวะ ต้องเป็นคนที่มาชอบมึงแหงๆไอ้ปืน โชคดีวะ กูอยากได้แบบนี้บ้าง”

 

ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยเกินคาด อร่อยกว่าที่ร้านประจำผมที่ปิดไปแล้วเสียอีก เห็นว่าโดนไล่ที่อะไรสักอย่าง ผมตักขึ้นกินอีกคำหนึ่งและแบ่งให้สองคนนั้นกินด้วย เพราะไม่ได้มีมาแค่ชิ้นเดียว แต่มาเป็นถาด

 

“หืม อร่อยวะ ร้านไหนวะเนี่ย” เวฟหยิบกล่องไปผลิกดูหาชื่อร้าน แต่จ้างให้ก็หาไม่เจอหรอก เพราะคนให้เขาทำเองไม่ได้ซื้อมา

 

พูดถึงคนให้...ผู้ชายจริงเหรอวะ

 

ถ้าเป็นผู้หญิงผมก็พอจะพิจารณาหรอกนะ แต่เป็นผู้ชายนี่ไม่ใช่แนวผม ผมไม่ได้รักเกลียดกับความรักแบบนี้ เพราะไม่ได้ทำให้ใครตาย แต่ผมชอบผู้หญิง และไม่เคยมีเรื่องรักเพศเดียวกันในหัว ชอบผมได้ผมไม่ว่า แต่อย่ามาวุ่นวายจนน่ารำคาญเป็นพอ ผู้ชายเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ผมไม่พอใจ ผมซัดไม่เลี้ยงแน่

 

“ใครให้มาวะ มึงรู้ปะ” ก้องถามทั้งๆทียังเคี้ยวไม่หมดดี

 

“...” ผมไม่ตอนแต่ส่ายหน้าแทน

 

ไม่นานพายทั้งถาดก็หมดลงในพริบตา อร่อยจนกินได้เรื่อยๆ รสชาติไม่หวานเกิน ไม่เลี่ยน กำลังดีมากๆ ผมเป็นคนที่ชอบกินของหวานมาก ซึ่งหลายคนลงความเห็นว่าโครตไม่เหมาะกับผม ทำไม ผู้ชายแข็งๆอย่างผมชอบกินของหวานมันแปลกตรงไหนกัน

 

ติ๊ด ติ๊ด

 

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความ ไอ้เหนือเป็นคนส่งมาบอกว่าวันนี้ไม่เข้าเรียนให้เช็คชื่อแทน บางทีมันคงจะทะเลาะกันแฟนจนเบลอไปว่าวิชาต่อไปเขาไม่เช็คชื่อ ใช้ระบบเข้าก็ได้คะแนน ไม่เข้าก็ไปตายในห้องสอบเอา ไม่มีเอกสารให้ ใครอยากได้ต้องจดและจำเอาเอง ผมไม่ใช่คนชอบจด จะฟังและทำความเข้าใจเดี๋ยวนั้น แต่คนที่จดเอาเป็นเอาตาคือเหนือกับเวฟ

 

“ไอ้เหนือไม่เข้าเรียนวันนี้” ผมพูดให้เวฟและก้องรับรู้ พวกมันทำหน้างงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

เพราะอย่างนี้ไงผมถึงไม่อยากมีแฟน ยุ่งยาก วุ่นวาย และน่ารำคาญ

 

“เออ กูเกือบลืม” เวฟพูดเสียงดังด้วยท่าทางตกใจก่อนจะลุกไปเปิดลิ้นชักที่โต๊ะทำงาน คว้าใบอะไรสักอย่างออกมาก่อนจะเดินมายื่นใบนั้นให้ผม พอรับมาดูก็เห็นว่าเป็นใบคำร้องใบหนึ่ง

 

“อะไร” ผมถาม

 

“เอาไปทำให้ที น้องเขาอยู่คณะอักษรศาสตร์ ต้องเอาใบยืนยันการเข้าร่วมชมรมไปให้ทางคณะ” มันว่า

 

“ไม่ใช่หน้าที่กูนิ”

 

หน้าที่ผมคือเป็นประธานชมรม ส่วนหน้าที่เดินเอกสารพวกนี้ควรเป็นของเลขาซึ่งก็คือเหนือ แล้วทำไมผมต้องทำงานนี้ด้วย ขี้เกียจไปติดต่องานกับอาจารย์ ไอ้หน้าที่ประธานอะไรนี่ผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่ที่เป็นเพราะไอ้เพื่อนตัวดีทั้งหลายเสือกเลือกผม จะคัดค้านก็ไม่ได้ เพราะหลายเสียงที่เลือก อีกอย่างประธานรุ่นก่อนก็เป็นพี่ที่ผมนับถือ ผมเลยต้องรับตำแหน่งประธานชมรมมาแบบไม่ได้ตั้งใจ และสุดท้ายผมก็โยนงานไปให้คนที่เป็นรองประธานทำเกือบทั้งหมด สมน้ำหน้ามัน อยากเป็นตัวตั้งตัวตีเลือกผมดีนัก

 

“มึงคิดว่าไอ้เหนือมันจะว่างพอมาทำให้มึงหรือไง ช่วยดูอาการมันด้วย อีกอย่างงานมึงก็ส่งไปแล้ว พวกกูนี่ยังไม่เสร็จ ว่างๆก็เอาไปช่วยทำหน่อยเถอะพ่อคู๊ณณณณณ” มันลากเสียงคุณยาวยืดเป็นการประชดประชันไปในตัว ผมมองเอกสารในมือ

 

...นาย คิรากร จารุโรจน์...

 

คุ้น...

 

ชื่อนี้รู้สึกว่าคุ้น เหมือนผมจะเคยรู้จัก เคยเห็นชื่อนี้ พอลองนึกก็ได้แต่ความว่างเปล่า ความรู้สึกเหมือนผมเคยอ่านชื่อนี้มาแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่ไหนกัน คิดยังไงก็คิดไม่ออก บางทีผมอาจจะบ้าไปเองก็ได้ คนชื่อนี้ใช่ว่าจะมีคนเดียวบนโลก

 

“จะเอาเมื่อไหร่” ผมเงยหน้าถามเวฟที่ตอนนี้หันไปสนใจกล้องตัวเก่งของผมแทนแล้ว

 

“ต้องให้น้องเขาวันมะรืน ตอนงานมีตติ้งนั่นแหละ”

 

“แล้วมึงเพิ่งจะให้กูเนี่ย”

 

“เออ กูลืมไง โทษที”

 

เอาเถอะ ทำให้มันเสร็จๆไป จะได้ไม่ต้องค้างคา มันก็ไม่ใช่งานใหญ่โตอะไรหรอก เพียงแต่ผมไม่ชอบงานเอกสารเท่านั้นเอง

 

พอได้เวลาเข้าเรียนพวกผมก็มุ่งตรงสู้ห้องเรียนที่ใครๆก็พูดว่าห้องเรียนคณะผมหรูสุด ดีสุด อาจจะใช่ เพราะเด็กเรียนคณะนิเทศศาสตร์โดยส่วนใหญ่คือพวกมีเงิน แต่ไม่ค่อยมีสมอง อาจจะรวมผมไปด้วยก็ได้ แต่ใครแคร์ ผมแค่เรียนถ่ายรูป ใช้แค่อารมณ์ความรู้สึก วิชาการไม่เก่งก็คงไม่แปลกอะไร

 

พอเรียนเสร็จผมก็แยกกับเวฟและก้องไปทำเอกสารที่ยังค้างคาอยู่ แต่น่าแปลกตรงที่ว่าฝ่ายกิจการนักศึกษากลับทำงานให้ผมอย่างรวดเร็ว แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เท่าที่ผมเคยได้ยินมาทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช้าและก็ยุ่งยาก ขาดนั้นนิดนี่หน่อยก็ไม่ได้ มันเลยทำให้ผมแปลกใจไม่น้อย

 

“มึงอยู่ไหน” ผมต่อสายหาเวฟ เพราะเดี๋ยวต้องออกไปตะเวนถ่ายรูปกันก่อนในช่วงเย็นที่แสงกำลังดี และท้องถนนกำลังวุ่นวายได้ที่

 

[เสร็จแล้วเหรอวะ?]

 

“เออ”

 

[ไวมาก แต่กูก็กะไว้แล้วล่ะ หน้าหล่อๆอย่างมึงใครจะกล้าเรื่องมาก]

 

“ไม่เกี่ยว มึงอยู่ไหน”

 

[ร้านกาแฟในคณะ]

 

“เออ”

 

ผมกดวางสายก่อนจะขึ้นรถขับกลับคณะ บางทีมหาวิทยาลัยนี่ก็ใหญ่เกินไป แต่มันไม่เป็นอุปสรรคสำหรับผมเท่าไหร่ที่มีรถเป็นของตัวเอง ส่วนคนที่ไม่มีรถ ก็ต้องเดินตากแดดเอา ไม่ก็รอรถที่ทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ให้นั่งฟรี แต่ก็จะมาก็นาน พอๆกับความเร็วที่รถวิ่งที่ช้าเอาโล่

 

หลังจากทำธุระอะไรเสร็จแล้ว ผม เวฟและก้องก็ออกไปถ่ายรูปกันตามสถานที่ต่างๆ ขับรถไปเรื่อย เจอวัดเจอวา แหล่งชุมชม ตลาด ผมก็ลงไปแวะถ่าย ผมถ่ายไปเรื่อยๆ เดินดูของไปด้วย รู้อีกทีก็ได้ของมาเต็มไม้เต็มมือ จนเวลาล่วงมาถึงช่วงเย็นพวกเราก็หาอะไรกินง่ายๆอย่างก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าเก่าจนอิ่ม จากนั้นก็ตระเวนถ่ายรูปกันต่อจนทุ่มกว่าๆก็แยกย้ายกัน ผมและเวฟกลับไปอาบน้ำเตรียมตัวไปร้านเหล้าในคืนนี้ ส่วนก้องน่าจะไปถ่ายรูปต่อหรืออะไรยังไง

 

จะว่าเห็นใจมันก็เห็นใจอยู่หรอก เพราะอาจารย์แกสั่งเยอะแถมยังให้เวลาแค่อาทิตย์เดียว ที่ผมทำงานนี้เสร็จเร็วก็ไม่ใช่ว่าเก่งอะไร แต่เพราะผมชอบภาพแนว Life มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เลยมีรูปจำพวกนี้ถ่ายเก็บไว้เยอะพอสมควร อย่างน้อยๆวันหนึ่งที่ออกไปถ่ายต้องได้ภาพแนวนี้เกือบๆ สิบรูป เลยคัดเอาแค่ที่คิดดีส่งอาจารย์ก็แค่นั้น

 

“มาช้านะไอ้ปืน มัวไปทำอะไรอยู่วะ” พี่เจส พี่รหัสผมทักเมื่อเห็นผมเดินมานั่งที่โต๊ะที่ตอนนี้มากันครบหมดแล้วรวมทั้งเวฟด้วย

 

“แม่งมาหล่อทุกที กูล่ะอิจฉา” พี่คิมเพื่อนพี่เจสเอ่ยแซวเหมือนทุกครั้ง

 

ผมนั่งลงข้างเวฟที่มันคงเว้นที่ไว้ให้ผม ตรงข้ามผมก็เป็นพี่รหัสผมเองที่วันนี้หิ้วแฟนเป็นสาวสุดสวยต่างมหาวิทยาลัยมาด้วย ปกติแล้วพี่เจสแกไม่ค่อยพามาเท่าไหร่ เพราะว่าแกหวงของแก

 

“เอาอะไรมึง เบียร์หรือเหล้า” เวฟถามผม

 

“เหล้า”

 

เมื่อเหล้าเข้าปาก ทุกคนก็เปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน แต่ไม่ใช่กับคนอย่างผม เพราะผมยังไม่เมาเท่าไหร่ ปกติผมไม่ค่อยดื่มเหล้าอยู่แล้ว มีบ้างแค่เข้าสังคมกับเพื่อนฝูงและรุ่นพี่ เวลาดื่มก็ไม่ดื่มมากจนเมาไม่รู้เรื่อง

 

“อ้ายยยปืนนน มึงเงียบทำมายว้า พูดบ้างเด้” พี่เจสพูดเสียงเมายานคาง ผมแค่จ้องพี่เขาที่ยืนแก้วมาตรงหน้าทำท่าเหมือนจะชน ผมยกแก้วชนก่อนจะยกขึ้นจิบนิดๆ ต่างจากพี่เจสที่กระดกหมดแล้ว เมาแล้วไม่รู้จักพอ พูดไม่รู้เรื่องแล้วยังไม่เจียมอีกคนพวกนี้

 

เสียงเพลงช้าๆชิลๆไม่ได้ทำให้จังหวะการกระดกเหล้าเข้าปากช้าลงแม้แต่น้อย แต่กลับกระดกกันเร็วยิ่งกว่าจรวด จากที่โต๊ะผมมีคนแค่ห้าหกคน ตอนนี้กลายเป็นมีเป็นสิบ ลากเก้าอี้มานั่งด้วยบ้าง นั่งเบียดบ้าง ไม่ได้มีคำว่าเกรงใจเลยสักนิด หลายคนชวนผมคุย ผมได้แต่อือออ ขี้เกียจพูดกับคนเมา ยิ่งพูดยิ่งไม่รู้เรื่อง คนรู้จักก็มีชนแก้วกันบ้าง แต่ถ้าคนไม่รู้จักก็อย่ามายุ่งกับผมดีกว่า ไม่ชอบ

 

“เห้ยน้อง พี่อยากชนด้วย ถือเมื่อยมือแล้วเนี่ย” ไอ้นี่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน เห็นว่ารู้จักกับพี่คิม แต่ขอโทษ...กูไม่รู้จักมึง!

 

“...”

 

“หยิ่งเหรอน้อง รู้ปล่าวว่าพี่ลูกคราย” ยัง...ยังไม่เลิกนะมึง

 

“ไอ้ป้อง พอเลยมึง” พี่คิมหันไปปราม แต่ดูคนสมองความอย่างมันคงฟังไม่รู้เรื่อง

 

ตัดความรำคาญ ผมคว้าแก้วขึ้นกระดกจมหมดก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ ทุกคนมองผมเป็นตาเดียว ผมไม่สนใจแล้วเดินออกจากร้านขึ้นรถตัวเองแล้วขับกลับคอนโด มันก็แค่เนี่ยกับเรื่องในวงเหล้า พอเหล้าเข้าปากจากคนก็กลายเป็นหมา

 

เช้าวันต่อมาผมมีเรียนตอนสิบโมง เก้าโมงหน่อยๆขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยก่อนจะเดินขึ้นห้องชมรม ทุกวันผมต้องแวะมาที่นี่ มันเป็นเหมือนห้องพักผ่อนส่วนตัว จะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครรู้เห็น ไม่มีสายตาน่ารำคาญที่มองอย่างกับว่าจะขย้ำผมเสียให้ได้ ยิ่งเห็นยิ่งน่ารำคาญจนพาลให้หงุดหงิดเกือบทั้งวัน จะเรียกว่าผมไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ก็ว่าได้

 

“...!?” ผมลดความเร็วฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าที่ลูกบิดประตูห้องชมรมมีถึงบางอย่างแขวนอยู่

 

ผมเดินเข้าไปใกล้ประตูห้อง หยุดยืนมองถุงที่แขวนอยู่ที่ลูกบิดประตูตรงหน้า ใบที่เหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด พอลองหันมองทางเดินซ้ายและขวาก็พบกับความว่างเปล่า เงียบเชียบราวกับป่าช้า ไม่มีวี่แววว่าจะเห็นคนที่เอามาแขวนไว้ ผมหยิบถุงใบนั้นมาไว้ในมือก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง วางถุงเจ้าปัญหานั่นไว้บนโต๊ะกระจกก่อนจะเดินไปเปิดม่านให้ห้องทั้งห้องสว่าง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โซฟาจ้องถุงตรงหน้านิ่งราวกับจ้องแล้วมันจะบอกผมว่าใครเป็นคนเอามันมาแขวนไว้

 

“วันนี้จะเป็นอะไรอีก” ผมพึมพำเบา มือเอื้อมไปคว้าถุงขึ้นมาเปิดดู กล่องแฮนด์เมดลายเดิม แต่รูปทรงแตกต่างกัน เมื่อว่าเป็นทรงกลม วันนี้เป็นสี่เหลี่ยม พอเปิดออกมาก็ต้องอึ้ง...

 

สตรอเบอร์พาย...

 

ผมหยิบโน๊ตขึ้นอ่าน               

 

-พอดีเห็นสตรอเบอร์น่ากินมากๆ เลยทำมาเผื่อน่ะครับ หวังว่าพี่จะชอบ ^^-

 

หึหึ เด็กคนนี้คงเป็นคนที่เพ้อฝันมากสินะ ผมได้ยินมาแบบนั้นว่าผู้หญิงที่ชอบทำขนมหวานจะเป็นพวกชอบเพ้อฝันอยู่ในจินตนาการ แต่อาจจะเป็นข้องยกเว้นในผู้ชายบางคนก็ได้ เมื่อให้มาแล้วผมจะรับไว้และกินมันเพราะผมถือว่าผมได้ผลประโยชน์ ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าอยากได้อะไรที่มากกว่านี้ ผมคงทำให้ไม่ได้ หวังว่านายจะเข้าใจ

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย {Yaoi} จบ: เปิดจองหนังสือ ตอนที่ 5 : Maybe...รักนี้อาจเป็นนาย :: ตอนที่4 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2132 , โพส : 5 , Rating : 15 / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1

#5 : ความคิดเห็นที่ 716
ต้นหอมผูหญิงในคราบผู้ชายชัดๆ0[]0น่ารักมากก ปืนก็ดูนิสัยออกใจแข็งนิดๆนะTT แต่ถ้าอยู่ด้วยกันคงฟิน5555
Name : What my name??< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ What my name?? [ IP : 101.108.178.155 ]
Email / Msn: kik_my_friend(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 ตุลาคม 2556 / 12:05

#4 : ความคิดเห็นที่ 627
พี่ปืนเท่ดีอ่ะ หิวเลย อยากกิน คือสรุปพี่ปืนเป็น แล้วแมทคู่ใครอ่าา
Name : shshshx< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shshshx [ IP : 27.130.238.216 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ตุลาคม 2556 / 05:34


#3 : ความคิดเห็นที่ 423
แอบอายนิดๆ(?) ต้นหอมเป็นผู้ชายยังเข้าครัวเก่งขนาดนี้แล้วที่เป็นผู้หญฺงล่ะ??? -3-
แต่นั่นมิใช่ประเด็น... ประเด็นคือ...ข้าฟิน!!!! ชักอิจฉาปืนเล็กๆ
Name : hui-yoo< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ hui-yoo [ IP : 49.48.248.153 ]
Email / Msn: namwhan-28671(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2556 / 10:54

#2 : ความคิดเห็นที่ 338
มีสเน่ห์ปลายจวักหรอจ้ะหนูต้นหอมม ;()
Name : kiwi_moo< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kiwi_moo [ IP : 49.230.185.1 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กันยายน 2556 / 19:42

#1 : ความคิดเห็นที่ 329
น่ารักจังต้นหอมแอบทำขนมมาให้ด้วย น่ารักจริงเรื่องนี้แต่ดูเหมือนจะมีปมให้คิดแระ
Name : lovegun-rit< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lovegun-rit [ IP : 49.230.128.168 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2556 / 21:09

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

SOSO Simulation of Soul Online

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android