|
บทที่ 3 เวลาหนึ่งอาทิตย์กับการทำงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับของเดือนประกายแม้ปัญหาเรื่องงานจะไม่มีอะไรติดขัดเพราะมันก็เป็นรูปแบบงานเดิมๆ ที่ทำซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน ถึงจะยังต้องปั้นหน้ายิ้มตอบคำถาม พยามทำตัวนอบน้อมให้มีมารยาทกับแขกและบางครั้งก็ต้องยืนจนขาแข็งแต่ก็เริ่มจะเคยชินมากขึ้น มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ก่อความอัดอั้นอยู่ทุกวี่วันนั่นคือความไม่ลงรอยกับเพื่อนร่วมงานสาวๆ ที่ตั้งป้อมแบ่งพรรคแบ่งพวก โดยหญิงสาวเข้ากับพวกไหนไม่ได้เลยสักพวก ก็เธอมันน่าหมั่นไส้ ฉันเองแรกๆ ก็ไม่ชอบหน้าเธอเหมือนกันแหละ บัวรินบอกกับเดือนประกายในวันหนึ่งที่เจ้าตัวบ่นถึงสภาพน่าอึดอัดในการทำงานให้ฟัง และเมื่อเห็นคิ้วเรียวสวยเริ่มขมวด แววตาขุ่นข้องไม่สบอารมณ์ของคนโดนวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหล่อนก็ยิ่งหัวเราะ จริงนะ ไม่รู้ตัวหรือว่าเธอน่ะดูเชิดๆหยิ่งๆ อยู่ใกล้แล้วรู้สึกเหมือนโดนข่มยังไงไม่รู้ แล้วยังแถมด้วยสะสวยโดดเด่นเกินหน้า ทั้งพนักงานหนุ่มๆ ทั้งแขกแวะเวียนมาขายขนมจีบมันก็ยิ่งขวางหูขวางตา สำคัญที่สุดคือคุณปิลันธน์ที่มองๆ เธออยู่ แล้วเขาน่ะเป็นขวัญใจสาวๆ ที่นี่จะตายมันก็ย่อมโดนเขม่นเป็นธรรมดา เรื่องที่มีหนุ่มและไม่หนุ่มทั้งที่เป็นพนักงานด้วยกันและที่เป็นแขกของรีสอร์ทมาพัวพันก็เป็นอีกเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับเดือนประกาย เธอไม่ได้อยากยุ่งกับผู้ชายพวกนั้นยิ่งเป็นพวกเจ้าชู้ไก่แจ้ยิ่งไม่อยากเข้าใกล้ ไม่แม้แต่โปรยยิ้มหว่านเสน่ห์ แต่ก็ยังไม่วายมีเข้ามาตลอด ที่หนักใจสุดเห็นจะเป็นนายผู้จัดการขวัญใจสาวๆ ที่หมั่นมีขนมนมเนยติดมือมาฝากและแวะเวียนมาส่งตาหวานให้เป็นระยะ บางครั้งก็ชักชวนออกไปรับประทานอาหารเย็นซึ่งเธอยังไม่เคยตอบรับคำเชิญแม้จะนึกเบื่อกับ อาหารตามสั่ง อันเป็นอาหารหลักที่บริโภคอยู่ทุกมื้อ เอาน่า อยู่ๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็สงบปากสงบคำไว้เดี๋ยวพวกนั้นก็เบื่อไปเองแหละ คำปลอบใจของบัวรินไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก อย่างเช่นวันนี้ที่ตั้งแต่เช้าเดือนประกายหัวหมุนอยู่กับการประสานเรื่องจัดเตรียมห้องพักสำหรับคณะทัวส์ที่จะมาถึงในช่วงบ่ายที่จะเข้าพักในโซนโรงแรมเพราะมาเป็นคณะใหญ่ตามคำสั่งของคุณเลอลักษณ์สาวสวยมาดมั่นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบริการส่วนหน้า ปัญหาเกิดเมื่อแขกบางห้องยังไม่เช็คเอาส์ บางห้องแจ้งความประสงค์อยู่ต่อจนต้องมีการปรับเปลี่ยนโซนที่พักใหม่ ไหนจะแขกประเภท Walk in ที่เข้ามารวมถึงปัญหาจุกจิกอีกร้อยแปดของบรรดาแขกทั้งหลาย จริงๆพนักงานต้อนรับคนอื่นๆ ที่อยู่ในรอบเดียวกันยังมีอีกสี่คน หนึ่งคนนำแขกเข้าวิลล่าแล้วหายไปเป็นชาติ อีกหนึ่งติดภารกิจดูแลจัดเตรียมความพร้อมสำหรับต้อนรับแขกวีไอพีที่จะเดินทางมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าท่าทางว่าจะยุ่งจนไม่มีเวลามาดูดำดูดีกันบ้าง อีกง่วนอยู่กับโทรศัพท์สายนอกที่ไม่แน่ใจว่าเป็นลูกค้าของรีสอร์ทหรือไม่เพราะรับแต่ละครั้งคุยไปยิ้มหวานไป และอีกหนึ่งคนสุดท้ายกำลังยุ่งอยู่กับการตั้งหน้าตั้งตาขายบัตรงาน Candle light in the beach งานที่ เขาว่ากันว่า โรแมนติกสุดๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลามทุกครั้งที่มีการจัดงานขึ้น ก็ไม่อยากจะว่าอะไรหรอกนะเพราะดูเหมือนว่าจะมีงานทำกันทุกคนแต่ช่วยมารับงานเฉพาะหน้า วางงานที่ยังเหลือระยะเวลาอีกหลายวันมาช่วยกันต้อนแขกที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหม ตอนนี้เดือนประกายกำลังหัวหมุนกับแขกสองสามรายที่รอเช็คเอ้าส์ โทรศัพท์สายในที่ขยันดังแจ้งปัญหาจากห้องพักและวิลล่าต่างๆ เข้ามาไม่ขาดระยะ ตอนนี้ถ้ามีสิบมือมันก็คงพันกันยุ่ง เส้นความอดทนใกล้ขาดเมื่อเวลาเที่ยงมาเยือนแต่สี่สาวพนักงานต้อนรับหายตัวไปพักรับประทานอาหารกลางวันโดยไม่มีใครสนใจจะถามไถ่หรือรีบกลับมาเพื่อผลัดเปลี่ยน เรื่องกินไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ความหงุดหงิดที่สะสมตั้งแต่เช้าทำให้มันใกล้จะระเบิดเต็มแก่ จนบ่ายโมงตรงสาวๆแผนกต้อนรับจึงกลับมาด้วยใบหน้าชื่นบานและเสียงหัวเราะคิกคักสดใส เดือนประกายไม่พูดไม่ว่าแต่เดินเชิดออกไปพักบ้างโดยพยายามไม่สนใจสายตาขบขันที่มองตามมาเบื้องหลัง หลังจากสงบสติอารมณ์จนเริ่มเย็นลงแล้วจึงเดินกลับมาแต่ดูท่าว่าสวรรค์จะยังไม่พอใจกับการทดสอบอารมณ์ของเดือนประกายเพราะเมื่อมาถึงก็พบ คุณเลอลักษณ์ ยืนหน้าบูดบึ้งรออยู่แล้วภายในห้องพักด้านหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ ไปไหนมาคุณเดือนประกาย คำถามเข้มงวด สายตาตำหนิที่ส่งมาทำให้คนถูกถามเริ่มต้นนับเลขในใจเพราะรู้ว่าต้องโดนอะไรแน่ๆ คุณเลอลักษณ์ไม่เหมือนกับสาวๆพนักงานต้อนรับที่ส่วนใหญ่ไม่ชอบหน้าเดือนประกายและมักจะมีคำพูดหรือแสดงออกให้รู้อยู่เสมอ ต่างจากคุณผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบริการส่วนหน้าที่ไม่เคยแสดงออกว่าชอบหรือไม่ชอบพนักงานใหม่แต่เวลาอยู่ใกล้ก็ให้รู้สึกอึดอัดร้อนๆ หนาวๆได้ทุกครั้ง นิยามของเลอลักษณ์ที่สาวๆ พนักงานให้สมญา คือ สวย เชิด เริด เก่ง เป็น Working women ที่หาตัวจับยากไม่มีใครกล้าทาบรัศมี ดังนั้นแม้เดือนประกายจะรู้สึกว่าเจ้าหล่อนค่อนข้างหยิ่งและไว้ตัวแต่ก็ไม่เห็นมีใครแสดงอาการหมั่นไส้ออกมาให้เห็น ที่มีก็ล้วนแต่อ่อนน้อมพินอบพิเทาเอาใจกันทั้งนั้น คำตอบยังไม่ทันออกจากปากประโยคต่อมาก็ดังตามมา คุณรู้ไหมว่าตอนนี้เป็นเวลาอะไร รู้จักรักษาเวลาบ้างนะคะไม่ใช่นึกอยากจะพักตอนไหนก็พัก เอาเปรียบคนอื่นแบบนี้มันไม่ดี อารมณ์ขึ้นสูงเมื่อได้ฟังแต่พอขยับจะพูดสาวสวยตรงหน้าก็ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งเมื่อซัดอีกหนึ่งข้อหามาให้ เรื่องไม่รู้เวลาฉันจะถือซะว่าคุณมาใหม่ยังไม่ค่อยเข้าใจกฎระเบียบอะไรดีนักคราวหลังก็อย่าให้เป็นแบบนี้อีก แต่เรื่องที่คุณให้กุญแจห้องพักแขกที่ฝากไว้สับกันนี่สิสำคัญกว่า การที่ทำให้แขกต้องย้อนกลับมาเปลี่ยนกุญแจอีกรอบทั้งๆ เขาไปถึงห้องพักตัวเองแล้วคุณรู้ไหมว่ามันเสียความรู้สึกและรีสอร์ทก็เสียหน้าด้วยเพราะมันไม่เป็นมืออาชีพถึงจะมองเหมือนเป็นเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยแต่มันไม่สมควรเกิดขึ้น ไม่เกิดเลยจะดีที่สุด เดือนประกายขยับจะถามเพราะยังงงๆ อยู่แต่ไม่ทันเพราะถูกใส่มาอีกประโยค ถ้าเพียงแค่รายเดียวก็ยังพอว่าแต่นี่คุณหยิบสับกันถึงสามราย มีสมาธิในการทำงานหน่อยนะคะไม่ใช่เหม่อลอยในเวลางานอย่างนี้ จะแก้ตัวอะไรได้ในเมื่อเธอเองก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าตัวเองหยิบกุญแจห้องสับตอนไหน เมื่อเช้ามีแขกกี่รายที่ฝากกุญแจห้องพักและมาขอรับคืน พออะไรมันยุ่งๆ เลยอาจเกิดความสับสนก็เป็นได้ อย่าผิดพลาดแบบนี้อีกนะคะ ฉันไม่ชอบ! แล้วเรื่องเตรียมรับกรุ๊ปทัวส์ที่จะเข้าบ่ายนี้ล่ะ คุณจัดการเรียบร้อยหรือยัง ตำหนิเสร็จก็ถามถึงงานที่มอบหมาย เดือนประกายจะทำอะไรได้นอกจากรายงานความคืบหน้าและเรื่องที่ยังติดขัดอยู่ แววตาคุณผู้ช่วยฯ ไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรออกมานอกจากว่า เอาเป็นว่าที่เหลือให้คุณสุธาสินีเธอจัดการจะได้เร็วขึ้น คุณเองมาใหม่อาจจะยังติดขัดเรื่องการประสานงานในส่วนต่างๆ ไปบ้างแต่ฉันอยากให้คุณกระตือรือร้นมากกว่านี้ อ้อ! อีกอย่างงานในส่วนต้อนรับถือเป็นด่านหน้าของรีสอร์ทที่จะสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาเยือนพิมานชเลของเรา แค่หน้าตาสะสวยอย่างเดียวไม่พอแต่ต้องมีหัวใจเพื่อบริการด้วย หวังว่าคุณคงเข้าใจนะ ปิดท้ายโดยทิ้งความแสบๆ คันๆไว้ในหัวใจเดือนประกายที่ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้งอะไรได้เลย ร่างสมส่วนของคุณเลอลักษณ์ก้าวฉับๆ อย่างมาดมั่นออกไปสั่งการที่เคาเตอร์ส่วนหน้าทิ้งให้หญิงสาวผู้เป็นพนักงานใหม่แหวกว่ายอยู่ในสายธารอารมณ์กรุ่นของตัวเองตามลำพัง ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาทนให้ใครโขกสับ แต่ถ้าไม่ทนจะต้องทำยังไง ระหว่างผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบริการส่วนหน้ากับพนักงานต้อนรับต๊อกต๋อยธรรมดาถ้ามีปัญหากัน ใครถูกใครผิดต่อให้คนโง่ที่สุดยังตอบได้เลย เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหมสำหรับการทำงานด้วยตนเองโดยไม่มีเส้นสาย ไม่ใช่หุ้นส่วน เป็นแค่พนักงานระดับล่างที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องคอยรับคำสั่งจากเจ้านายในลำดับชั้นที่สูงกว่า ไม่ต้องคิดแก้ตัว ลืมไปได้เลยเรื่องอธิบายเพราะไม่มีใครเขาอยากจะฟัง เดือนประกายกดข่มบังคับอารมณ์อ่อนไหวเดียวดายที่อ่อท้นขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่ปริ่มขอบตาให้มันไหลย้อนกลับลงไปท่วมหัวใจ อยู่ที่ไหนก็หาใครปราณีไม่ได้ ไร้คนเมตตา ปราศจากคนเอ็นดู นั่นละ! คือเธอเอง ผู้หญิงที่ชื่อเดือนประกายนี่ไง ชั่วโมงทำงานหลังจากนั้นคือการบังคับร่างกายให้ปฏิบัติงานโดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่น หญิงสาวเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็น เชิดหน้าไม่รับรู้ทั้งสายตาดูแคลนหรือสมเพชเวทนาจากใครทั้งสิ้น ❈❈❈☽❈❈❈ คุณรู้ไหมว่าตอนนี้มันเป็นเวลาอะไร! ก้อนหินขนาดย่อมถูกขว้างออกไปในทะเลสุดแรงกำลังของหญิงสาวที่ตะโกนฝากไปกับลมทะเลที่พัดแรง เอาเปรียบคนอื่นมันไม่ดี! อีกก้อนถูกก้มเก็บแล้วปาตามไปติดๆ ร่างบางแช่อยู่ในระดับน้ำครึ่งแข้งเอนไหวไปกับกระแสน้ำที่พัดเข้าหา อย่าผิดพลาดแบบนี้อีกฉันไม่ชอบ! ก้อนนี้ใหญ่กว่าเดิม เจ้าตัวควานหาได้จากโขดหินแถวๆนั้น มันถูกสองมือยกทุ่มทิ้งลงทะเลจนเกิดเสียงตูมดังคละเคล้าไปกับเสียงคลื่นสาดกระทบฝั่ง ชีวิตห่วยๆ มีแต่เรื่องเฮงซวย วู้ววว! ร่างบางกระโดดเต้นหย็องแหย็งพร้อมกรีดร้องตะโกนก้อง ที่แห่งนี้มีเพียงเธอ โขดหินตะปุ่มตะป่ำ กระแสคลื่นสาดซัด หาดทรายสีคล้ำที่ไม่เหมาะแก่การนั่งนอนหรือแม้แต่เดินเล่นแต่เหมาะสุดกับคนที่ต้องการหลีกหนีความพลุ่กพล่านวุ่นวายอย่างเธอ อาทิตย์ยามใกล้อัสดงให้แสงมัวหม่นทาบทาอยู่ที่เส้นขอบฟ้าจรดโค้งทะเล หญิงสาวหยุดมองภาพนั้นแล้วถอนใจเฮือก เป็นวิธีระบายความเครียดที่น่าสนใจดีนะ น้ำเสียงแกมหัวเราะที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้คนที่คิดว่าอยู่ลำพังคนเดียวถึงกับสะดุ้งเฮือก เดือนประกายหันขวับกลับไปมองหาต้นเสียงแล้วก็พบผู้ชายคนหนึ่งนั่งชันเข่าอยู่บนโขดหินด้านในที่พ้นจากแรงซัดของน้ำทะเล แสงสียามเย็นสาดเข้ากระทบจับทั้งร่างให้เรืองรองเป็นสีทอง ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้ม ริมฝีปากได้รูปที่แย้มกว้างอวดฟันเรียงสวย ดวงตาสีเข้มพราวระยับบอกความขบขัน ร่างในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลและรองเท้าแตะดูสบายๆ ขยับลุกขึ้นทำให้เห็นความสูงก่อนจะกระโดดลงมายืนบนพื้นทราย ชีวิตคุณมันมีแต่เรื่องแย่ๆ หรือไง เสียงทุ้มอ่อนโยนแต่ไม่อาจปกปิดความขบขันที่เจือมาเอ่ยถาม ร่างสูงขยับก้าวลงมาตามความลาดชันของหาดทราย เดือนประกายยังจับตามองอีกฝ่ายนิ่ง อับอายเป็นความรู้สึกแรกที่เกิดเพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ที่นี่แถมยังได้เห็นกริยาอาการประหลาดๆ ของเธออีกด้วย หลายวันที่ยึดสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งระบายความอัดอั้นเธอไม่เคยพบใครอยู่ที่นี่เลยสักครั้งจนเกิดความรู้สึกว่า ณ ที่แห่งนี้คืออาณาจักรส่วนตัวที่เธอจะทำอะไร จะบ้าบอแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น และเมื่อความอายหมดไปความโกรธก็เข้ามาแทนที่ ระหว่างโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือกับโกรธผู้ชายแปลกหน้าที่จู่ๆก็โผล่มาตรงนี้อย่างไหนจะมากกว่ากันหญิงสาวเองก็บอกไม่ถูก อ้าว! เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ หรือว่าไม่พอใจที่ผมเผอิญมาเห็นคุณแสดงอะไรประหลาดๆ เข้า ชายหนุ่มถามแกมหัวเราะ เดือนประกายไม่ตอบตัดสินใจกลับหลังหันเดินจากไปดื้อๆ เดี๋ยวสิคุณ ใจคอจะไม่ทักทายกันตามมารยาทที่ควรกระทำหน่อยเหรอ น้ำเสียงไล่หลังบ่งบอกว่าผู้ชายคนนั้นเดินตามเธอมาเช่นกัน หญิงสาวก้าวเท้าให้เร็วขึ้นโดยไม่คิดจะหยุดสนทนาด้วย ถึงลักษณะการแต่งกายน่าจะเป็นนักท่องเที่ยว หน้าตาผิวพรรณก็ดูดีสะอาดสะอ้านไม่ได้มอมแมมแบบชาวประมงลูกทะเลแต่ในโมงยามสนธยากับสถานที่เปล่าเปลี่ยวไร้คนสัญจรเช่นนี้ไว้ใจกันได้ที่ไหน ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งที่เคยอ่านพบในหนังสือพิมพ์มีออกบ่อยไป คุณทำงานที่พิมานชเลรีสอร์ทใช่ไหม เจ้าหนุ่มยังเซ้าซี้ชวนคุยแต่เดือนประกายไม่ตอบเดินจ้ำลูกเดียว ตรงโค้งหาดข้างหน้าไม่ไกลนักยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินเล่นขวักไขว่ชมทัศนียภาพท้องทะเลยามโพล้เพล้ สองเท้าที่ก้าวเร็วจึงค่อยผ่อนลง นึกขวางคนที่เดินเอื่อยๆตามมาข้างหลัง ก็แค่ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงสวยเป็นไม่ได้ต้องเกี้ยวเล่นคะนองปาก ถ้าเธอรูปร่างหน้าตาดูไม่ได้อยากรู้นักว่าจะยังตามติดแบบนี้ไหม อุตส่าห์ปลีกวิเวกหลบความวุ่นวายแล้วแท้ๆ ยังหนีไม่พ้นพวกเจ้าชู้ไก่แจ้ เดือนประกายเหยียดยิ้มกับตัวเองอย่างนึกดูแคลน ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนอารมณ์ดีๆ หน้าตาแบบนี้มันก็น่าวิสาสะด้วยหรอก แต่ตอนนี้เธอเบื่อไปทุกอย่าง พลังทั้งหมดถูกใช้ไปกับการทำงานและตั้งรับแรงกดดันจากเพื่อนร่วมงานจนไม่เหลือกระจิตกระใจอยากบริหารเสน่ห์ปั่นหัวใครๆ อีก โอเค ผมไม่กวนคุณแล้ว เอาเป็นว่าเตือนด้วยความหวังดีนะครับ คราวหน้าคราวหลังถ้าคุณจะไปกรี๊ดๆ ระบายความเครียดแถวนั้นก็อย่าให้มันมืดค่ำนัก ระวังตัวไว้บ้าง ถึงแถวนี้จะไม่เคยมีคดีอะไรและมันก็ปลอดภัยพอสมควรแต่อย่างน้อยป้องกันไว้ก่อนไม่เปิดโอกาสให้มันเกิดขึ้นน่าจะดีกว่า ถ้อยคำทำนองสั่งสอนทำให้ร่างบางที่ก้าวเดินชะงัก วาจานั้นแปลได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตำหนิเธอใช่ไหม แล้วที่เดินตามมานี่เพราะเพียงแค่มาส่งเท่านั้นไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงอย่างนั้นหรือ เดือนประกายรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าว เสียงร่วงกราวของผิวหนังมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่ได้ยิน หญิงสาวหันกลับไปมองเบื้องหลังเพื่อจะพบว่า สุดโค้งหาดทรายลิบๆ ในแสงขมุกขมัวนั้นมีร่างสูงของชายหนุ่มนิรนามเดินทอดหุ่ยเตะเท้าเล่นน้ำทะเลกลับไปตามทางเดิมที่เดินมา ช่างเถอะ! ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่อาจทำให้แปลกใจบ้างนิดหน่อยเท่านั้น หญิงสาวยักไหล่พลางนึกบอกกับตัวเองว่า เห็นทีคงต้องหามุมสงบส่วนตัวใหม่เสียแล้ว ❈❈❈☽❈❈❈ 
Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phoneเตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
|
PS.